The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

๑ ห้องเรียน ๑ โครงงานอาชีพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kanyaphatkerdsiri, 2021-08-03 04:37:48

๑ ห้องเรียน ๑ โครงงานอาชีพ

๑ ห้องเรียน ๑ โครงงานอาชีพ

แบบรายงานผลการดาํ เนินงานโครงการตามแผนปฏิบัติการ ประจาํ ปการศึกษา ๒๕๖๓

โครงการ ๑ หอ งเรยี น ๑ โครงงานอาชพี

สนองพระบรมราโชบายของ ร.๑๐ ๒. มพี ้ืนฐานชวี ิตที่ม่นั คง - มีคณุ ธรรม
๓. มงี านทาํ – มอี าชพี

๔. เปน พลเมืองดี

สนองนโยบายสพฐ. นโยบายที่ ๑ ดา นการจดั การศกึ ษาเพ่ือความมนั่ คงของมนุษยแ ละ

ของชาติ

สนองยทุ ธศาสตรเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษา ยทุ ธศาสตรที่ ๑ การจดั การศึกษาเพ่ือความมั่นคง

สนองกลยุทธข องสถานศกึ ษา กลยุทธที่ ๑ พัฒนาคุณภาพผูเรียนสูมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ
มคี วามรูและทักษะดานเทคโนโลยี เพ่อื เปนเคร่ืองมือในการเรียนรู

กลมุ งาน งานบรหิ ารวิชาการ

ผูรับผดิ ชอบ วาทรี่ อ ยตรีหญงิ กญั ญาภัทร เกดิ ศิริ และคณะครู

ลกั ษณะโครงการ ตอ เนอื่ ง

ระยะเวลาดําเนินการ ปก ารศกึ ษา ๒๕๖๓

วัตถุประสงค

๑. เพื่อใหนักเรยี นแตล ะระดบั ชั้น สามารถบูรณาการกลุมสาระการเรียนรูเปน โครงงานอาชพี ได

๒. เพื่อใหนักเรยี นไดรับการสงเสริมพัฒนาการทางความคิด มีความสมบูรณทั้งดานรางกาย อารมณ

สังคมและสติปญญา อยา งทัว่ ถงึ เตม็ ตามศักยภาพ
๓. เพ่ือใหนักเรียนไดทํางานอยางมีระบบ มีการวางแผน รูจักวิธีการแกปญหา สามารถทํางานรวมกับ

ผูอน่ื

๔. เพอ่ื ใหน ักเรยี นมีความคดิ ริเร่มิ และสรา งสรรคผ ลงานอยา งภาคภูมิใจ

๕. เพือ่ ใหน ักเรียนเขา รวมกิจกรรมการจัดนิทรรศการ 1 หองเรียน 1 โครงงานอาชพี

เปาหมาย

เชิงปรมิ าณ
๑. หอ งเรียนแตล ะระดับชน้ั จัดทําโครงงานอาชพี ทุกหองเรยี น คิดเปนรอ ยละ ๑๐๐

๒. นักเรยี นระดับช้ันประถมศึกษาปที่ ๑-๖ ไดเขา รวมกิจกรรมการเรยี นรูจากกิจกรรม ๑ หอ งเรียน ๑

โครงงานอาชพี คดิ เปน รอยละ ๑๐๐

๓. นักเรยี นรอยละ ๘๐ ของนักเรียนท้ังหมด มีทักษะในการทํางาน สามารถทาํ งานรวมกับผอู ่ืนได มี

ความคดิ รเิ รม่ิ และสรางสรรคผลงานดวยความภาคภมู ิใจ

เชงิ คณุ ภาพ
๑. นักเรยี นแตล ะระดบั ชัน้ สามารถบูรณาการกลุมสาระการเรียนรูเปน โครงงานอาชีพได

๒. นักเรยี นไดรบั การสงเสรมิ พัฒนาการทางความคดิ มีความสมบูรณท ั้งดานรางกาย อารมณ สังคม

และสตปิ ญญา อยา งทั่วถึง เต็มตามศักยภาพ

๓. นักเรยี นไดทาํ งานอยา งมีระบบ มีการวางแผน รูจักวิธีการแกป ญ หา สามารถทํางานรวมกบั ผูอืน่

๔. นักเรยี นมคี วามคดิ รเิ ริม่ และสรา งสรรคผลงานอยา งภาคภมู ิใจ

งบประมาณ

งบประมาณจากโครงการสนับสนนุ คา ใชจา ยในการจัดการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน คา กิจกรรมพัฒนาคุณภาพ
ผเู รียน จํานวน ๖,๐๐๐.- บาท

กิจกรรมการใชงบประมาณ งบประมาณ งบประมาณจาํ แนกตามการใชจาย

ท่ีใช คา ตอบแทน คาใชส อย คาวัสดุ รวม

วัสดุและอุปกรณ โครงงานอาชีพ ชน้ั ป.๑ ๑,๐๐๐ - - ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐

วัสดแุ ละอปุ กรณ โครงงานอาชพี ชน้ั ป.๒ ๑,๐๐๐ - - ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐

วัสดุและอปุ กรณ โครงงานอาชีพ ชน้ั ป.๓ ๑,๐๐๐ - - ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐

วัสดแุ ละอุปกรณ โครงงานอาชพี ชั้นป.๔ ๑,๐๐๐ - - ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐

วสั ดแุ ละอปุ กรณ โครงงานอาชีพ ชน้ั ป.๕ ๑,๐๐๐ - - ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐

วัสดแุ ละอปุ กรณ โครงงานอาชีพ ชั้นป.๖ ๑,๐๐๐ - - ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐

รวมทง้ั ส้นิ (ขอถวั จายตามท่ีจา ยจรงิ ) ๖,๐๐๐ - - ๖,๐๐๐ ๖,๐๐๐

วิธีการดาํ เนนิ งานไปสูความสําเร็จ (How to)

ปง บประมาณ ๒๕๖๓

ท่ี กจิ กรรม ไตรมาสท่ี ๑ ไตรมาสท่ี ๒ ไตรมาสท่ี ๓ ไตรมาสท่ี ๔
ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ก.ค. ส.ค. ก.ย.
ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย.

๑ เขียนโครงการ

๒ แตงต้งั คณะกรรมการ
และผูรวมจัดกิจกรรม

๓ ประชุมคณะครเู พื่อวางแผน
โครงการ

๔ ดาํ เนินการจัดกิจกรรม

๕ ติดตามประเมินผลและสรปุ
รายงานผลโครงการ

กิจกรรมการดําเนินงาน ระยะเวลาดําเนินงาน ผรู ับผดิ ชอบ
โครงงานอาชพี ชั้นป.๑ ภาคเรียนที่ ๑ นางสาวชอ พฤกษา คาํ แสง
โครงงานอาชีพ ชน้ั ป.๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ นางสาววรกมล สง เสรมิ
โครงงานอาชีพ ชน้ั ป.๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ นายวชิ า สิงหจนั ทร
โครงงานอาชพี ช้ันป.๔ ภาคเรยี นที่ ๑ นางสาวชอ พฤกษา คาํ แสง
โครงงานอาชพี ชัน้ ป.๕ ภาคเรียนที่ ๑ นางสาววรกมล สง เสรมิ
โครงงานอาชีพ ชั้นป.๖ ภาคเรยี นที่ ๑ วาทีร่ อยตรีหญิงกญั ญาภัทร เกดิ ศริ ิ

ผลการดําเนินงาน
ผลการดําเนินงานตามวตั ถุประสงคข องโครงการ
๑. นักเรียนแตล ะระดบั ชัน้ สามารถบูรณาการกลุมสาระการเรยี นรูเปนโครงงานอาชีพได

๒. นักเรียนไดรับการสงเสริมพัฒนาการทางความคิด มีความสมบูรณท ้ังดานรา งกาย อารมณ สังคม
และสติปญญา อยางทัว่ ถงึ เตม็ ตามศกั ยภาพ

๓. นกั เรียนไดทํางานอยา งมีระบบ มกี ารวางแผน รูจักวธิ กี ารแกป ญ หา สามารถทาํ งานรว มกับผอู ่ืน
๔. นักเรยี นมคี วามคดิ ริเรม่ิ และสรา งสรรคผลงานอยางภาคภูมิใจ
๕. นกั เรียนเขารวมกิจกรรมการจดั นทิ รรศการ 1 หองเรียน 1 โครงงานอาชีพ
ผลการดําเนนิ งานผลงานท่ีไดรับตามเปาหมายของโครงการ

เชงิ ปริมาณ
๑. รอยละ ๑๐๐ ของหองเรยี นแตล ะระดบั ชน้ั จัดทาํ โครงงานอาชพี

๒. รอยละ ๑๐๐ นักเรียนระดับช้นั ประถมศึกษาปที่ ๑-๖ ไดเขารวมกิจกรรมการเรียนรูจาก
กิจกรรม ๑ หองเรยี น ๑ โครงงานอาชพี

๓. รอยละ ๘๐ ของนกั เรียนทงั้ หมด มที ักษะในการทํางาน สามารถทาํ งานรวมกับผอู ื่นได มี
ความคดิ ริเร่มิ และสรา งสรรคผลงานดวยความภาคภมู ิใจ

เชงิ คณุ ภาพ
กิจกรรม ๑ หองเรียน ๑ โครงงานอาชีพ เปนกิจกรรมท่ีสงเสริมใหนักเรียนแตละระดับช้ัน
สามารถบูรณาการกลุม สาระการเรยี นรูเปน โครงงานอาชีพได สงเสริมพัฒนาการทางความคิด มีความสมบูรณ

ท้ังดานรางกาย อารมณ สังคมและสติปญญา อยางทั่วถึง เต็มตามศักยภาพ นักเรียนไดทํางานอยางมีระบบ มี
การวางแผน รูจักวิธีการแกปญหา สามารถทํางานรวมกับผูอ่ืน มีความคิดริเริ่ม และสรางสรรคผลงานอยาง

ภาคภมู ใิ จ โดยมโี ครงงานอาชพี ทั้งหมด ๖ โครงงาน ไดแก

๑ โครงงานอาชพี ชน้ั ป.๑ เรื่อง แซนดวิชไสรวมมิตร

๒ โครงงานอาชีพ ชั้นป.๒ เร่อื ง กลว ยปงแสนสขุ
๓ โครงงานอาชีพ ชน้ั ป.๓ เร่ือง คา เงนิ บาท

๔ โครงงานอาชพี ช้นั ป.๔ เร่ือง ไกส ติ๊ก
๕ โครงงานอาชพี ช้นั ป.๕ เร่ือง กลวยหลากรส
๖ โครงงานอาชีพ ช้ันป.๖ เร่อื ง สบเู หลวลางมอื ฆาเช้อื โรค

ปญหา / อุปสรรค / ขอเสนอแนะ

ปญ หา / อุปสรรค
- งบประมาณที่ใชใ นจดั ซอ้ื อปุ กรณไมเพยี งพอสําหรับบางกิจกรรม

ขอ เสนอแนะ
- ควรเพิ่มงบประมาณในการจัดซ้อื อุปกรณใ หเพียงพอ

ภาพประกอบกจิ กรรม
โครงงานอาชีพ ช้ันป.๑ เรอ่ื ง แซนดว ชิ ไสรวมมติ ร

ภาพประกอบกจิ กรรม
โครงงานอาชีพ ชั้นป.๒ เร่อื ง กลวยปงแสนสขุ

ภาพประกอบกิจกรรม
โครงงานอาชีพ ชั้นป.๓ เรื่อง คาเงินบาท

ภาพประกอบกิจกรรม
โครงงานอาชีพ ชั้นป.๔ เรอ่ื ง ไกส ต๊ิก

ภาพประกอบกจิ กรรม
โครงงานอาชีพ ชั้นป.๕ เรอื่ ง กลว ยหลากรส

ภาพประกอบกิจกรรม
โครงงานอาชีพ ชั้นป.๖ เร่ือง สบูเหลวลางมอื ฆาเชื้อโรค

ชอ่ื โครงงานอาชีพ วิจัยโครงงานอาชีพ
ระดับชั้น แซนดวชิ ไสร วมมติ ร
ประถมศึกษาปท่ี 1
ครทู ปี่ รึกษา
หนว ยงาน นางสาวชอพฤกษา คําแสง
โรงเรยี นบา นหนองจาน
ปการศกึ ษา
2563

บทคัดยอ

โครงงานอาชีพ เรื่อง แซนดวิชไสรวมมิตร ของระดับช้ันประถมศึกษาปที่ 1 มีวัตถุประสงคเพ่ือให
นกั เรยี นไดเรียนรูวิธีการทําแซนดวชิ ไสรวมมิตร สามารถทํารบั ประทานเองและสามารถนําไปประกอบอาชพี ใน
อนาคตได รวมท้ังสง เสรมิ ใหนักเรยี นใชเวลาวา งใหเกิดประโยชน

1. ความเปนมาและความสําคญั
ในปจจุบนั ผคู นสวนใหญ มคี วามเรง รีบในการทํางานหรือทาํ กิจกรรมอ่นื ๆ นอกบานจึงทาํ ใหไมสะดวก

ในการจัดเตรียมอาหารเพ่ือนําไปรับประทานระหวางท่ีออกไปขา งนอกไดทันเวลา ซึ่งเปนสาเหตุท่ีทําใหผูคน

เกดิ ปญหาเกี่ยวกบั สขุ ภาพไมวา จะเปน เด็กหรอื ผูใหญ นบั เปนปญ หาทส่ี ําคญั อยา งยิ่งทีส่ ง ผลตอ สุขภาพรา งกาย
ผลจากการทําโครงงานแซนดวิช เพ่ือใหเกิดความสะดวกสบายท่ีสุดแกผูที่ไมมีเวลาทําอาหาร

รับประทานเองในตอนเชาหรือผูที่เรงรีบในการทํากิจกรรมตาง ๆ ทั้งภายในบานและนอกบานซึ่งการทาน
แซนดวิชรับประทานงาย ไมยุงยาก ที่สําคัญผักชนิดตาง ๆ อุดมไปดวยวิตามินชวยทําใหรางกายแข็งแรง
ผิวพรรณดี ชว ยบํารงุ สายตา ทาํ ใหร ะบบขบั ถา ยดี และชวยการการฟอกเลอื ดอีกดว ย
2. วัตถุประสงคข องโครงงาน

2.1 เพื่อใหนกั เรยี นไดเรยี นรวู ิธกี ารทาํ แซนดวชิ ไสรวมมติ ร
2.2 เพ่ือใหนกั เรยี นสามารถทาํ แซนดวชิ ไสรวมมติ รรบั ประทานเองและสามารถนําไปประกอบอาชีพใน

อนาคตได
2.3 เพื่อสงเสรมิ ใหน กั เรยี นใชเวลาวางใหเกิดประโยชน

3. ขอบเขตของโครงงาน
3.1 ขอบเขตดา นประชากรและกลมุ ตัวอยา ง

ดานประชากร : นักเรียนโรงเรียนบานหนองจาน ตําบลหนาพระลาน อําเภอเฉลิมพระเกียรติ
จงั หวดั สระบรุ ี

ดานกลุมตัวอยาง : นักเรียนช้ันประถมศึกษาปท่ี 1 โรงเรียนบานหนองจาน ตําบลหนาพระลาน
อําเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี

3.2 ขอบเขตดา นเนือ้ หา
ศกึ ษาวิธีการทาํ แซนดวิชไสรวมมติ ร

3.3 ขอบเขตดา นระยะเวลา

วันที่ 16-18 กนั ยายน 2563

3.4 ขอบเขตดา นงบประมาณ

งบประมาณในการจัดทาํ โครงงาน จาํ นวน 1,000 บาท
4. สมมตฐิ านของโครงงาน

แซนดวชิ ไสร วมมิตรประกอบไปดวยคารโบไฮเดรต โปรตนี และวิตามินมากมายจากผัก นอกจากจะทํา

ใหอ ิม่ ทองแลว ยงั สง ผลใหนักเรยี นมสี ุขภาพรางกายทีแ่ ขง็ แรง

5. ประโยชนทคี่ าดวาจะไดร ับ

นักเรยี นทําแซนดว ชิ ไสร วมมติ รทานดวยตนเองไดแ ละมีสขุ ภาพรางกายท่ีแขง็ แรง

6. วธิ กี ารดาํ เนินโครงการ
6.1 คัดเลอื กส่ิงทีน่ กั เรยี นชนั้ ประถมศึกษาปท่ี 1 สนใจและสามารถทาํ ดวยตนเองได

6.2 วางแผนการทํางาน

6.3 แบงหนา ทใี่ หเ หมาะสมกับนักเรยี นแตละคน

6.4 จดั เตรยี มวัตถุดบิ และอปุ กรณ

1) มดี 2) เขยี ง 3) กะละมัง 4) หมอ 5) กลอ งใส

6) ผักกาดแกว 7) แครรอต 8) แตงกวา 9)ขาวโพด 10) ไสกรอก

11) โบโลนา 12) หมูหย็อง 13) ปอู ดั 14) ซอสพริก 15) ซอสมายองเนส

6.5 ขน้ั ตอนการทําแซนดวิชไสรวมมิตร

1) นําผักกาดแกว แครร อต แตงกวา และขาวโพด ไปลา งทาํ ความสะอาดใหเรยี บรอ ย
2) นาํ แตงกวามาปอกเปลือกและห่ันเปนชิ้นบาง ๆ นําแครรอตมาขูดเปนเสนเล็ก ๆ และนํา

ผกั กาดแกว มาฉีกเปนชน้ิ พอดกี ับขนมปง เอาสว นกานที่แข็งออก

3) นําขาวโพดไปตม ใหสุก และท้ิงพักไวจ นเย็นจึงนาํ มาตัด

4) นําไสกรอก และโบโลนา ไปลวกในนํ้ารอนแลวตักข้ึนพักไวใหเย็น และนําไสกรอกมาหั่น

เปน ชิ้นบาง ๆ

5) นาํ ปูอัดมาฉีกเปน เสน ๆ
6) เร่ิมวางขนมปงแผนแรกลงไป นําผักกาดแกว แครรอต แตงกวา ขาวโพด ลงไปตาม

ความชอบของนกั เรยี น จากนั้นราดซอสพริกหรือซอสมายองเนส

7) นําขนมปงแผนท่ีสองมาวางทับ นําไสกรอก โบโลนา หมูหย็อง ปูอัด ความชอบของ

นกั เรียน จากนั้นราดซอสพริกหรือซอสมายองเนส และนําขนมปง แผน ทส่ี ามมาวงทบั

8) ใชห ่ันแซนดว ชิ ตามแนวเฉยี ง และนําไปใสใ นกลอ งใสใหเรยี บรอย

7. ผลการศกึ ษา
นักเรียนระดับช้นั ประถมศึกษาปที่ 1 ไดเรียนรูวิธีการทําแซนดวิชไสรวมมิตร สามารถทาํ รับประทาน

เองได สามารถนําไปประกอบอาชีพในอนาคตไดแ ละใชเ วลาวางใหเกดิ ประโยชน

8. สรปุ ผลการศกึ ษา
นกั เรียนสามารถทําแซนดวิชไสรวมมิตรทานดวยตนเองไดในทุก ๆ เชาแทนอาหารเชา อ่มิ ทอง มปี ระโยชน

และมีสุขภาพรางกายทีแ่ ขง็ แรง

9. ปญ หา/ขอ เสนอแนะ
เม่อื กลับไปท่ีบานนกั เรียนไมส ามารถหาวัตถุดิบไดครบ ทาํ ใหแ ซนดว ชิ ไสรวมมติ รไมสมบูรณมากนกั

ชอ่ื โครงงานอาชีพ วจิ ัยโครงงานอาชีพ
ระดบั ชั้น กลว ยปง แสนสุข
ประถมศึกษาปที่ 2
ครูทีป่ รึกษา
หนว ยงาน นางสาววรกมล สง เสริม
โรงเรียนบานหนองจาน
ปก ารศึกษา
2563

บทคดั ยอ
โครงงานอาชีพ เรื่อง กลวยปงแสนสุข ของระดับชั้นประถมศึกษาปที่ ๒ วัตถุประสงคเพื่อศึกษาหา

ความรู วิธีการทํากลวยปง เนื่องจากเปนภมู ิปญญาไทยในการนํากลวยนํา้ วามาปง ไฟและราดดวยนํา้ เชื่อมกะทิ
เพ่ือรับประทานเปนอาหารวางตามวิถีชวี ติ ของคนไทย ไดรับทั้งความอรอ ยและคุณคาทางโภชนาการ

ผลการศกึ ษาคร้ังนีไ้ ดรูจักวธิ ีการทาํ กลวยปงแสนสขุ โดยขายใหพๆี่ ระดับประถมศึกษาและคณุ ครูไดชม
ผลงาน เลาผลงานใหพ่ีๆและคุณครูฟง และไดลงมือปฏิบัติดวยตนเองและไดฝกประสบการณหลายอยาง และ
สาํ เร็จตามวตั ถปุ ระสงคทคี่ าดหมาย
1. ความเปนมาและความสําคัญ

ในการจดั การเรยี นการสอนสําหรับระดับประถมศึกษาปที่ ๒ การจัดการเรยี นการสอนมีความสําคัญ
สือ่ ตา ง ๆ ยิง่ มคี วามสาํ คัญเปนอยา งมาก การเลือกใชสื่อนั้นตองสอดคลองและตอ งใหเด็กไดเกดิ การเรียนรู เพื่อ
สงเสริมใหเด็กไดมีพัฒนาการท่ีเหมาะสมตามวัยโดยใหผูเรียนไดลงมือทําดวยตนเอง แลวใหครูผูสอนและ

ผูเรียนวางแผนออกแบบ จัดเตรียมวัสดุ – อุปกรณจนถึงลงมือปฏิบัติงานพรอมกัน สงเสริมใหผูเรียนไดสราง
องคความรูไดดวยตนเอง พรอมทั้งพัฒนาความคิดสรางสรรคจากการปฏิบัติกิจกรรมทีต่ นเองและเพ่ือนสนใจ

และรวมงานวางแผนไว
2. วัตถุประสงคข องโครงงาน

1. เพ่ือสงเสริมพฒั นาการของเด็กใหครบทกุ ดานและเหมาะสมตามวยั
2. เพ่ือใหผ ูเรยี นรูจักการทํากิจกรรมรวมกับผูอื่นได

3. เพ่ือใหผูเรยี นไดเรียนรตู ามความสนใจและเกิดความภาคภมู ิใจในผลงานของตน
4. เพื่อเปน การปลูกฝง ใหผ ูเรียนรูจกั ภมู ิปญ ญาทอ งถิน่ และอนรุ กั ษภูมปิ ญ ญาทองถนิ่

5. เพื่อใหผูเรยี นรูจกั ประโยชนแ ละคุณคา ของธรรมชาติ
3. ขอบเขตการศกึ ษา

3.1 ขอบเขตดานเนื้อหา
ศกึ ษาการทาํ จากเว็บไซตและสอบถามบุคคลที่รเู ก่ียวกบั การทาํ กลว ยปง

3.2 ขอบเขตดานกลุมตวั อยาง
กลุมตวั อยาง คอื ครู และนกั เรียน โรงเรยี นบานหนองจาน จาํ นวน 58 คน

4. สมมติฐาน

หวงั วาจะไดร บั ประโยชนจากการทาํ โครงงานกลวยปงแสนสุข เพราะเปน ภูมปิ ญญาไทยในการนํา

กลว ยนาํ้ วา มาปง ไฟและราดดวยนาํ้ เชอื่ มกะทิเพอ่ื รบั ประทานเปน อาหารวาง ตามวิถชี ีวติ ของคนไทย ไดรบั ท้ัง

ความอรอยและคุณคาทางโภชนาการตอ รายกาย
5. ประโยชนท่ีคาดวา จะไดร บั

5.1 ไดป ฏิบัตกิ ิจกรรมตามความถนดั และความสนใจของตนเอง

5.2 ไดรับการฝกทักษะและความคิดริเรม่ิ สรางสรรค และแกปญ หาไดดว ยตนเอง

5.3 ไดท ํากิจกรรมรวมกบั ผูอื่น

5.4 ไดรูคณุ คา และประโยชนของธรรมชาติ

5.5 มีพัฒนาการท่ีเหมะสมตามวยั
5.6 ไดรูถึงภมู ิปญ ญาทองถิน่ และอนุรกั ษภูมปิ ญญาทองถ่นิ

6. วิธีการดาํ เนินโครงการ

6.1 วิธกี ารศึกษา

ทกุ คนในกลุม รวมกันศึกษาไดขอมลู การทํากลวยปง ในสิ่งรอบขา งทีน่ ักเรียนเคยไดเหน็ นํามา

วิเคราะหรว มกันน้ี จึงไดม ีขัน้ ตอนในการปฏิบตั ิดงั น้ี คอื

6.2 อปุ กรณแ ละวัสดุทใ่ี ชในการศกึ ษา

1. หวั กะทิ 2. กลวยนํ้าวาสกุ 3. เกลอื

4. นา้ํ ตาลปบ 5. ใบเตย

6.3 วิธีการดําเนินการ
1. จดั เตรยี มวสั ดุในการทาํ โครงงาน

2. ศึกษาการใสส วนประกอบ

3. ดําเนนิ งาน

4. วิธีการทํากลวยปง

วธิ ีทําน้าํ เชื่อมกะทิ

1. ใสหวั กะทิ นาํ้ ตาลปบ และนา้ํ ใบเตย ตามดว ยเกลือ นําไปต้งั บนเตาใชไ ฟออนเคย่ี ว
ประมาณ 20 นาที หรอื จนน้าํ กะทิเหนียวขน

2. คนใหเขา กันรอใหเดือดอกี รอบ ปดไฟ พักทง้ิ ไว

วิธีทาํ กลว ยปง
1. เร่ิมจากการตัดหัวทายของผลกลวยท้ังสองขางท้ิงและกรีดลงมาเปนแนวยาวเสนเดียว
หลังจากนั้นก็ลอกเปลือกกลวยออกไดเลยอยางงายดายตัดหัวทายของกลวยออกเพ่ือความสวยงาม และแช
นา้ํ เกลือ

2. นํากลวยนาํ้ วา ทัง้ ลกู ไปปง ใหส ุก

3. เมื่อกลวยสุกแลว จากนนั้ นําไปวางบนเขียงแลว ใชส ากหรืออุปกรณอนื่ ๆ ทับกลวยใหแ บน

4.จดั เสิรฟ นํากลวยที่เราทับวางใสจ าน แลว ตักนํา้ กะทิราดบนตัวกลวยปง

5. รว มรวมขอมลู ทั้งหมดและนาํ ไปเผยแพร

7. ผลการศกึ ษา
จากการทดลองทํากลวยปงนั้นไดนําไปให คุณครู และนักเรียน ทอดลองชิม ผลที่ไดค ือนักเรียนช้ัน

ประถมศึกษาปท ี่ 2 ไดเ รยี นรวู ิธกี ารทํากลวยปง ท่ีถกู วธิ ีและรสชาตทิ ี่อรอ ย

8. สรุปผลการศกึ ษา
การทําโครงงานกลวยปงแสนสุข ทําใหไดนําเสนอผลงานใหคุณครู และพ่ีระดับประถมศึกษาไดชม

ผลงาน เลาผลงานใหเ พ่ือนๆและครฟู ง และไดล งมือปฏิบัตดิ วยตนเองและไดฝ ก ประสบการณหลายอยาง และ
ไดส ําเร็จตามวตั ถปุ ระสงคทีค่ าดหมาย
9. ปญหา/ขอเสนอแนะ

การทํากลวยปงอาจมีอันตราย ผูปกครองควรดูแลและแนะนําวิธีการทํา เพอื่ ใหนักเรียนปลอดภัยอยู

ตลอดเวลา

ชอ่ื โครงงานอาชีพ วจิ ยั โครงงานอาชีพ
ระดบั ชั้น คาเงนิ บาท
ประถมศกึ ษาปท่ี 3
ครูท่ีปรกึ ษา
หนว ยงาน นายวชิ า สิงหจนั ทร
โรงเรยี นบา นหนองจาน
ปการศึกษา
2563

บทคดั ยอ
โครงงานอาชีพเร่ือง “คาเงินบาท ” ของนักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปที่ 3 มีวัตถุประสงคเพ่ือนํา

ความรูจากกลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพ(งานประดิษฐ) มาฝกทักษะในการประดิษฐสิ่งของใชใหสามารถ
ปฏิบัติงานไดอยางมีความรู ความเขาใจและมีประสิทธิภาพเปนพื้นฐานสําหรับวิชาชีพ นําทักษะไปศึกษาหา

ความรูแลวนาํ ไปใชในชีวิตประจําวนั มีวิธีการดําเนินงานโดยใหนักเรยี นใชเวลาวา งมาพบั เหรียญสําหรับโปรย
ทาน เพือ่ หารายไดระหวา งเรยี น ผลจากการดําเนินงานพบวาเด็กนักเรียนสามารถประดิษฐเหรียญโปรยทานได
หลายรูปแบบ จากการสังเกตเห็นผูปกครอง ชุมชน ประชาชนท่ัวไปจะนําเหรียญโปรยทานใชประโยชนในการ
โปรยทานตามงานตางๆ เชน งานศพ งานบวช งานผาปา งานกฐนิ ฯลฯ

นอกจากน้ียังเปนการสรางความสามัคคี เอื้อเฟอเผ่ือแผแกสมาชิกในหองเรียน รวมท้ังเปนการฝก
นักเรียนใหมีสมาธิ ฝกทักษะ ในการสรางอาชีพใหกับตนเอง และใชเวลาวางใหเกิดประโยชน เพ่ิมรายได
ระหวางเรยี นใหแ กครอบครับนกั เรยี นไดอีกทางหนึ่ง

1. ความเปนมาและความสําคัญ
การโปรยทาน หมายถึง การสละเงินทองทรัพยสมบัติเปนทานแกผูอื่นโดยไมห วังผลตอบแทน โดยถือ

คติตามท่ีพระพุทธเจาทรงสละราชยสมบัติออกผนวช ไมปรารถนาแมความเปนพระเจาแผนดนิ การโปรยทาน
กอนเขาโบสถ เปนการแสดงวาตอจากนี้ไปนาคไดสละสมบัติทุกอยางแลว เพ่ือดําเนินชีวิตตามแบบอยางองค
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจา นอกจากน้ันการโปรยทานยังเปนการสอนคนใหรูจักเสียสละ โดยปราศจาก
เงื่อนไขใดๆ ทง้ั ส้นิ การโปรยทานนน้ั จะมีก็ไดไมม ีก็ได ไมใชข อ กําหนดตายตัว เน่ืองจากไมใชพ ิธีทเี่ กีย่ วเนอ่ื งกับ

การบวช ถงึ ไมม กี ารโปรยทานกบ็ วชสาํ เร็จเปน พระได
การโปรยทานงานบุญอื่นๆก็สามารถทําได เชน งานทอดฝาปา งานทอดกฐิน งานศพ งานแตง เพราะ

การโปรยทาน ถอื วาเปนการทําทานบารมีใหแกต น เพราะมนษุ ยเ รา ควรจะสรางทั้งบญุ และทานควบคกู นั ไป
จากการสังเกตเห็นผูปกครอง และประชาชนในชุมชนทั่วไปทเี่ ปนเจาภาพในการจัดงานพิธีตางๆ เชน

งานศพ งานบวช งานกฐนิ งานผา ปา ฯลฯ เมอื่ มกี ารจัดงานพิธีดังกลา ว เจาภาพจะนิยมนาํ เหรียญโปรยทานมา
หวานเพ่ือใหเปน สิริมงคลในการจัดงานพิธี นนั้ ๆ ในการท่ีไดมาซึ่งเหรยี ญโปรยทานเจาภาพตองเสียเวลาในการ

จัดทําและจัดหาวัสดุ อุปกรณพอสมควร จึงทําใหคณะผูจัดทําโครงงานเกิดความคิดวา ถาเราไดจัดทําเหรียญ
โปรยทานในรูปแบบตางๆ ท่ีสวยงาม เพื่อจําหนายใหเจาภาพไดเลือกซื้อในรูปแบบตางๆ ท่ีสวยถูกใจและไม

เสยี เวลาในการจัดทํา โดยใชเ วลาตรงนี้ไปทํางานอ่นื ๆอีกมากมาย ทางคณะผูจดั ทําโครงงานจึงชวยกันออกแบบ
ของการพบั เหรยี ญโปรยทานอยา งหลากหลายและสวยงาม

จากการเรียนรูกลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพ ทําใหนักเรียนมีแรงบันดาลใจท่ีจะประดิษฐเหรียญ
โปรยทานในรปู แบบตางๆ เพื่อจําหนายใหเจาภาพท่ีจัดงานพิธีตางๆ ในชุมชน และนําไปจําหนายตามรานคา
นอกจากน้ีแลวนักเรียนยังสามารถนําไปใชในการประกอบอาชีพในอนาคตได คณะผูจัดและนักเรียนช้ัน

ประถมศกึ ษาปท่ี 3 จึงไดจ ดั ทําโครงงานอาชพี นขี้ ึน้
2. วัตถปุ ระสงคข องโครงงาน

1. เพอื่ ใหน ักเรียนมีความสามารถในการประดษิ ฐเ หรียญโปรยทานในรปู แบบตา งๆทสี่ วยงามได
2. เพ่อื ใหน ักเรียนรูจักใชเวลาวา งใหเกิดประโยชน
3. เพื่อใหนกั เรยี นรกั การทํางานและมีรายไดระหวางเรยี น
4. เพือ่ เปนการสรางงาน สรา งอาชพี สรางรายได

5. เพ่ือเปนการฝกสมาธิ และการทํางานรวมกันเปนกลุม เสริมสรางความสามัคคี มีความอดทน อด
กลนั้ มคี วามละเอยี ดรอบคอบ ในการทาํ งานรว มกนั

3. ขอบเขตของโครงงาน
3.1 ขอบเขตดา นเนือ้ หา
การศึกษาการพับเหรียญโปรยทาน ไดศึกษาจากอินเทอรเน็ต และสอบถามบุคคลที่มีความรู

เก่ยี วกับการพบั เหรยี ญโปรยทาน

เปาหมายเชิงปรมิ าณ
- พบั ริบบ้ินเหรยี ญโปรยทาน รูปปลา จํานวน 500 ช้นิ
เปาหมายเชิงคณุ ภาพ

- ไดผลงานที่หลากหลาย สวยงาม สามารถใชไดจริงในชีวิตประจําวัน และสรางรายไดเสรมิ แก
ครอบครวั

3.2 ขอบเขตดา นกลมุ ตวั อยาง
กลมุ ตวั อยา ง คอื นักเรียนช้ันประถมศึกษาปท่ี 3 โรงเรียนบา นหนองจาน จํานวน 10 คน

4. สมมตฐิ านของโครงงาน
นกั เรยี นสามารถนาํ มาเปน อาชพี เสริมสรา งรายไดแกค รอบครัวได

5. ประโยชนที่คาดวาจะไดร ับ
สามารถนาํ วัสดุใกลตัวมาใชใหเกดิ ประโยชนตามแนวเศรษฐกิจพอเพยี ง เปนทางเลือกสําหรับผูบริโภค

ชวยลดคาใชจ า ยและเพิ่มรายไดใหแกครอบครัวได
1. นาํ วัสดุทีห่ าไดงา ยในชุมชนมาใชใหเกิดประโยชน
2. เพมิ่ มลู คาใหเหรยี ญมีราคาเพ่มิ ขึ้นจากเดิม
3. ฝกสมาธิ

4. ไดเหรียญโปรยทานสีสนั สวยงาม
5. ทาํ ใหมีรายไดเสริม

6. เราสามารถทาํ เปน อาชพี เสรมิ ได
7. ฝกการทาํ งานรว มกนั เปน หมูคณะเพื่อใหเกดิ ความสามัคคี

6. วธิ ีดาํ เนนิ โครงการ (พรอ มรูปประกอบ)
การจัดทาํ โครงงานอาชีพ เร่ือง “คา เงินบาท” นักเรียนชั้นประถมศึกษาปท ี่ 3 ผูจดั ทําไดวางแผนและ

ไดเตรยี มการดงั น้ี

วนั เดือน ป กจิ กรรมที่ปฏบิ ตั ิ สถานท่ี ผรู บั ผิดชอบ
1-5 ตลุ าคม 63
- ประชุมนักเรียนเพือ่ เลือก หองเรยี นชน้ั - ครูทป่ี รึกษา
6-9 ตุลาคม 63 หัวขอการทําโครงงานอาชีพ ประถมศึกษาปท ่ี 3 โครงงาน
12-20 ตุลาคม 63
21-30 ตลุ าคม 63 - ศกึ ษาขอมลู การทํางาน โรงเรยี นบานหนองจาน - นักเรยี นท่ี

ประดษิ ฐเหรียญโปรยทานจาก รับผิดชอบโครงงาน

แหลงขอ มูลตา งๆ

- เลือกงานประดษิ ฐ รูปแบบท่ี

จะทําและวางแผน ข้นั ตอน
การทําโครงงาน

- ดําเนนิ การเตรียมอุปกรณ หองเรียนช้ัน - ครทู ป่ี รึกษา

การทาํ งานประดิษฐเ หรียญ ประถมศกึ ษาปท่ี 3 โครงงาน

โปรยทาน โรงเรียนบานหนองจาน -นักเรียนท่ี
รับผดิ ชอบโครงงาน

- เรม่ิ ดําเนนิ การทํางาน หองเรยี นชน้ั - ครทู ี่ปรึกษา

ประดษิ ฐเหรยี ญโปรยทาน ประถมศึกษาปท ่ี 3 โครงงาน
โรงเรยี นบานหนองจาน - นักเรยี นท่ี

รบั ผดิ ชอบโครงงาน

- ประชาสมั พนั ธผลติ ภัณฑ - โรงเรียนบานหนอง - ครทู ปี่ รึกษา

และจําหนา ย จาน โครงงาน
- สรปุ รายรบั -รายจาย - รา นคา ในชุมชน - นักเรียนท่ี

- สํารวจความคิดเห็นตอ รับผดิ ชอบโครงงาน

ผลติ ภณั ฑ

- สรปุ ขอ เสนอแนะจาก

แบบสอบถาม

- เขยี นรายงานโครงงาน
จัดทาํ รูปเลม

และสรปุ ผลการดําเนนิ

โครงงาน

- นาํ เสนอรายงานผลการ

ปฏบิ ัติโครงงาน

อุปกรณแ ละวสั ดทุ ใ่ี ชในการศึกษา 2. กรรไกร 3. เหรยี ญบาท
1. ริบบน้ิ คละสี 4. ขวดโหล 5. ไมบ รรทดั

วธิ กี ารศกึ ษา

1.ขน้ั ศึกษาขั้นตอน

1. สมาชิกในหองเรียนประชุมวางแผน พูดคุยสภาพปญหา ความสนใจ และความตองการที่จะทํา

โครงงาน

อาชพี ของเพ่ือนภายในชนั้ เรยี น

2. ศึกษาข้ันตอนการ การประดิษฐร บิ บ้ินเปนรูปแบบเหรียญโปรยทาน โดยเรมิ่ จากการศึกษารูปแบบ

ที่ สมาชกิ ในหอ งเรียนตองการ โดยขอ มลู จากอนิ เทอรเน็ต จากเอกสารและ สอบถาม กบั ผชู ํานาญการในชมุ ชน

ของตนเอง โดยภมู ิปญญาของ ทอ งถน่ิ แบงความรับผดิ ชอบ
3. กาํ หนดระยะเวลาในการหาขอมูล 7 วัน

4. สมาชิกในหอ งเรียนศกึ ษาและทดลองประดษิ ฐเหรยี ญโปรยทานตามขอตกลงในขอ 1-2

5. สมาชิกในหองเรียนนําขอมูลที่ไดจากขอ 2 และขอ 4 มาสรุปเปนรูปแบบที่ตองการ สําหรับการ

ประดษิ ฐเ หรยี ญโปรยทานของชน้ั เรยี น

2.ขั้นการดาํ เนินการ

- ข้นั ตอนการปฏิบตั ิ จดั เตรยี มวสั ดุ อปุ กรณใ หพรอม ลงมือผลิตชน้ิ งาน ตกแตงใหมีความสวยงาม
บรรจุภัณฑ เตรยี มพรอมสาํ หรับจาํ หนา ย

- ข้ันตอนการจําหนา ย วางจําหนายภายในโรงเรียน รานคาภายในชุมชนโดยการประชาสัมพันธ ให

ผปู กครอง ชมุ ชน รับทราบ และ มกี ารจัดทําบัญชรี ายรบั – รายจาย

ขั้นตอนการประดิษฐ การพับเหรียญโปรยทานรูปปลา

เคร่ืองมือและวัสดุอุปกรณ

1. รบิ บน้ิ คละสี 2. เหรยี ญบาท 3. กรรไกร 4. ไมบ รรทัด 5. ขวดโหล
ขัน้ ตอนและวธิ ีการดําเนินงาน

ขน้ั ตอนการพับเหรยี ญโปรยทานรูปปลา

1. นักเรยี นตัดริบบนิ้ ความยาว 20 เซนติเมตร จํานวน 4 เสน

2. พับครึง่ รบิ บ้นิ ท้ัง 4 เสน นํารบิ บนิ้ เสนที่ 2 มาคลอ งเสนท่ี 1

3. จากน้นั นาํ เสน ที่ 3 มาคลอ งเสนที่ 2
4. จากนน้ั นาํ เสน ท่ี 4 มาคลองเสน ที่ 3 สอดปลายท่ชี องของเสน ท่ี 1 จากน้นั ดึงใหกระชับ
5. วางเหรยี ญ 1 บาทตรงกลาง แลวพับรบิ บน้ิ วนไปทวนเขม็ นาฬิกา
6. พับไปจนถงึ เสนสดุ ทาย แลว ใหส อดปลายที่เสน แรก
7. ดงึ ปลายรบิ บ้ินและเสน ใหกระชับ

8. พลิกฐานกลบั ดา น แลว พับสามเหลย่ี มไปดานหลงั

9. สอดปลายจากชอ งทางบนขวาลงทางขวามือ

10. สอดปลายจากชอ งทางซายมือไปชองขวามอื

11. ตดั ปลายรบิ บ้ินออกใหเปนครบี ปลา และหางปลา เปน อันเสร็จเรียบรอย

7. ผลการศึกษา
ในการจดั ทาํ โครงงานอาชีพ เรอ่ื ง คาเงนิ บาท มวี ตั ถุประสงคเพื่อใหนักเรียนแสดงความสามารถในการ

ประดิษฐเหรียญโปรยทานในรูปแบบตาง ๆ ท่ีสวยงาม รูจักใชเวลาวางใหเกิดประโยชน รักการทํางานและมี
รายไดเสริมระหวางเรียน เปนการสรางงาน สรางอาชีพ สรางรายได เปนการฝกสมาธิ และการทํางาน
รวมกันเปนกลมุ เสรมิ สรา งความสามัคคี มีความอดทน อดกล้นั มีความละเอยี ดรอบคอบ ในการทาํ งานรวมกัน
อีกท้ังเพ่ือใหเกิดการเรียนรู มีความคิดริเร่ิมสรางสรรค สิ่งแปลกใหม ผลงานผลิตภัณฑท่ีนําเสนอไดรับความ

สนใจจากผูที่พบเห็น รูปแบบมีความสวยงาม เกิดความภาคภมู ใิ จท่ีสามารถสรางรายไดระหวางเรยี นและเปน
การเพม่ิ มูลคาของช้ินงาน มีการตกแตงผลงาน ตลอดจนการคิดสรางสรรคการประดิษฐเหรียญโปรยทานใน
รูปแบบที่หลากหลายได

นักเรียนที่เขารวมทาํ โครงงาน ไดรบั การยอมรบั และสามารถปรบั พฤติกรรมตนเอง ไดดขี ้นึ
8. สรปุ ผลการศึกษา

จากการศึกษาการประดิษฐเหรียญโปรยทาน คณะผูจัดทําสามารถศึกษาศึกษาดูรูปแบบตางๆ ท่ี
หลากหลาย และสวยงาม ไดจาการคนควาจากอินเตอรเน็ต คนจากหนังสือในหองสมุด รวมทั้งสอบถามจาก
ผูชาํ นาญการในชุมชน เปนการชวยเสรมิ สรา งทักษะชีวิต ไดบริหารเวลา จัดการความคิด รูจักคดิ เปน ทําเปน
แกปญหาได ดวยวิธีการท่ีถูกตอง ไดเรียนรูการทํางานเปนทีมอยางเปนระบบ ทาํ ใหไดความรู ความเขาใจ มี

ทักษะการทาํ งาน และเปนอีกทางเลือกอาชีพตามความสนใจ เปน การฝกทักษะอาชีพ สามารถนํามาพฒั นาตอ
ยอดเปนอาชีพเสรมิ ได สามารถพึ่งตนเองและตดั สินใจดวยตนเองได อยา งมีคุณธรรม จริยธรรม

9. ปญ หา/ขอเสนอแนะ
1. ผลิตภัณฑทุกช้ิน ตองทําดวยความประณีต ทุกข้ันตอน โดยเฉพาะการประดิษฐเหรียญโปรยทาน

ใหมสี ีสันสวยงาม
2. การประดษิ ฐเ หรียญโปรยทาน ในทุกขัน้ ตอนตอ งระมัดระวัง ไมใ หร บิ บิน้ ฉกี ขาด

ชื่อโครงงานอาชีพ วิจยั โครงงานอาชีพ
ระดับชั้น ไกส ต๊ิก
ประถมศึกษาปท่ี 4
ครูที่ปรึกษา
หนวยงาน นางสาวชอ พฤกษา คําแสง
โรงเรยี นบานหนองจาน
ปก ารศกึ ษา
2563

บทคัดยอ

โครงงานอาชีพ เร่ือง ไกสติ๊ก ของระดับช้ันประถมศึกษาปที่ 4 มีวัตถุประสงคเพ่ือใหนักเรียนไดเรียนรู
วิธีการทําไกสติ๊ก สามารถทํารับประทานเองและสามารถนําไปประกอบอาชีพในอนาคตได รวมท้ังสงเสริมให
นักเรียนใชเวลาวางใหเกิดประโยชน ผลจากการทําโครงงานพบวา นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 4 ได

เรียนรวู ิธกี ารทําไกสต๊กิ สามารถทํารบั ประทานเองได สามารถนาํ ไปประกอบอาชีพในอนาคตไดแ ละใชเ วลาวาง
ใหเกิดประโยชน
1. ความเปนมาและความสําคญั

รา งกายของมนษุ ยตองการสารอาหารท่ีมีประโยชนเพ่ือทําใหรางกายแข็งแรง สมบูรณ ซ่ึงประกอบไป
ดวยอาหาร 5 หมู ไดแ ก โปรตีน คารโ บไฮเดรต แรธ าตุ วิตามิน และไขมัน ดังน้ันนักเรียนช้ันประถมศึกษาปที่ 4

จึงเลือกทาํ ไกสต๊ิก เปนอาหารวางที่อรอย อ่ิมทอง ทําเองไดและยังมีประโยชนตอรา งกาย เพราะประกอบไป
ดว ยโปรตนี คารโ บไฮเดรต และไขมนั ท่ชี วยเสริมสรางการเจริญเติบโตของรา งกาย ซ่ึงโปรตนี จะถูกนําไปสราง
กลามเนือ้ กระดกู เลือด เมด็ เลือด ผิวหนงั นํ้ายอย ฮอรโ มน นํา้ นม รวมไปถึงการสรา งภูมติ า นทานเชอ้ื โรคตา ง ๆ
และยังมีคารโบไฮเดรตซ่ึงมีสารประกอบอินทรียท่ีมีอยูเปนจํานวนมาก และมีอยูหลายชนิดในธรรมชาติ ซ่ึง

ประกอบไปดวยอะตอมของ C (คารบอน), H (ไฮโดรเจน) และ O (ออกซเิ จน) โดยมีความสําคัญตอส่ิงมชี ีวิตใน
ดา นการเปน แหลง พลังงานและเปนสว นประกอบของสวนตาง ๆ ภายในเซลลแ ละเยือ่ เซลลตา ง ๆ

2. วัตถปุ ระสงคข องโครงงาน
2.1 เพือ่ ใหนกั เรียนไดเรยี นรวู ิธีการทาํ ไกสตกิ๊
2.2 เพื่อใหน กั เรยี นสามารถทาํ ไกสติ๊กรบั ประทานเองและสามารถนาํ ไปประกอบอาชพี ในอนาคตได
2.3 เพ่อื สง เสรมิ ใหน กั เรียนใชเวลาวางใหเกดิ ประโยชน

3. ขอบเขตของโครงงาน
3.1 ขอบเขตดานประชากรและกลมุ ตัวอยาง

ดานประชากร : นักเรียนโรงเรียนบานหนองจาน ตําบลหนาพระลาน อําเภอเฉลิมพระเกียรติ
จงั หวัดสระบรุ ี

ดานกลุมตวั อยาง : นักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปท่ี 4 โรงเรียนบานหนองจาน ตําบลหนาพระลาน
อําเภอเฉลมิ พระเกียรติ จงั หวดั สระบรุ ี

3.2 ขอบเขตดานเนื้อหา
ศกึ ษาวธิ ีการทําไกสต๊ิก

3.3 ขอบเขตดา นระยะเวลา

วันท่ี 26-28 กันยายน 2563
3.4 ขอบเขตดา นงบประมาณ

งบประมาณในการจดั ทาํ โครงงาน จาํ นวน 1,000 บาท
4. สมมติฐานของโครงงาน

ไกสติก๊ นอกจากจะอรอย อ่ิมทองแลวยังประกอบไปดวยโปรตีน ชวยเสรมิ สรางการเจริญเติบโตของ
รางกาย ซ่ึงโปรตีนจะถูกนําไปสรางกลา มเน้ือ กระดูก เลอื ด เม็ดเลือด ผิวหนัง น้ํายอย ฮอรโมน น้ํานม รวมไป

ถึงการสรา งภูมิตานทานเชือ้ โรคตาง ๆ และยังมีคารโบไฮเดรตซึ่งมีสารประกอบอินทรียท่ีมีอยูเปนจํานวนมาก
และมีอยูหลายชนิดในธรรมชาติ ซึ่งประกอบไปดวยอะตอมของ C (คารบอน), H (ไฮโดรเจน) และ O

(ออกซิเจน) โดยมีความสําคัญตอสิ่งมีชีวิตในดานการเปนแหลงพลังงานและเปนสวนประกอบของสวนตาง ๆ
ภายในเซลลและเยอ่ื เซลลต า ง ๆ
5. ประโยชนท คี่ าดวาจะไดร ับ

นักเรียนทาํ ไกสติ๊กทานดวยตนเองไดและมีสขุ ภาพรา งกายทแี่ ขง็ แรง

6. วธิ กี ารดาํ เนินโครงการ
6.1 คัดเลอื กส่งิ ทนี่ กั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 4 สนใจและสามารถทาํ ดวยตนเองได
6.2 วางแผนการทาํ งาน

6.3 แบง หนา ทีใ่ หเหมาะสมกับนักเรยี นแตละคน
6.4 จัดเตรยี มวัตถุดบิ และอุปกรณ

1) มดี 2) เขียง 3) ถาด 4) หมอ 5) แกวพลาสติก
6) เตาอ้ังโล 7) กระทะ 8) ตะหลวิ 9) แปง สาลี 10) เกลือ
11) เกล็ดขนมปง 12) น้ํามนั 13) ไขไก 14) ซอสพริก 15) ซอสมายองเนส
16) ถาน 17) พริกไทย 18) อกไก 19) ซอสมะเขอื เทศ 20) ตะแกลง

6.5 ขัน้ ตอนการทําไกสตกิ๊
1) นําอกไกไปลา งทําความสะอาดใหเรยี บรอ ย จากนั้นนํามาหั่นเปนช้นิ ยาวเปนแทง

2) นําไขไกม าตใี หเ ขา กัน และนําพริกไทยมาตาํ ใหล ะเอียด
3) นาํ อกไกมาคลุกกับพริกไทยและเกลือ จากนั้นนําไปคลุกกับแปง สาลี ไขไกท่ีเตรียมไว และ
เกล็ดขนมปง
4) กอไฟในเตาองั้ โล ตั้งกระทะ เทนา้ํ มนั ใสพอประมาณใชไฟแรงปานกลาง รอจนนา้ํ มันเดือด

จงึ นําไกท ่ีเตรียมไวลงไปทอดใหเหลืองกรอบ โดยใชตะหลิวคนไปมาไมใหติดกัน เมื่อสกุ แลวตกั ใสต ะแกลงรอให
สะเดด็ นํา้ มันและเย็นจงึ นําไปจดั ใสจ านและแกวพลาสตกิ เพอ่ื เตรียมขาย

5) ราดซอสพริก ซอสมะเขอื เทศ หรือซอสมายองเนสใสไ กสติ๊กตามความชอบของนักเรียน

7. ผลการศกึ ษา
นักเรียนระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที่ 4 ไดเรยี นรวู ิธีการทําไกส ต๊กิ สามารถทาํ รบั ประทานเองได สามารถ

นาํ ไปประกอบอาชีพในอนาคตไดแ ละใชเวลาวา งใหเกิดประโยชน
8. สรุปผลการศกึ ษา

นักเรียนสามารถทําไกสต๊ิกทานเปนอาหารวางดวยตนเองได ชวยใหอิ่มทอง มีประโยชน และมีสุขภาพ
รางกายทแี่ ข็งแรง

9. ปญหา/ขอ เสนอแนะ
เมือ่ กลับไปที่บา นนกั เรยี นไมส ามารถหาวัตถุดิบไดครบ ทาํ ใหไ กสต๊กิ ไมสมบรู ณม ากนัก

วิจัยโครงงานอาชีพ

ชื่อโครงงานอาชีพ กลว ยหลากรส

ระดบั ชั้น ประถมศึกษาปท ่ี 5

ครทู ปี่ รกึ ษา นางสาววรกมล สงเสรมิ
หนวยงาน โรงเรียนบานหนองจาน

ปก ารศึกษา 2563

บทคดั ยอ

โครงงานอาชีพ เร่ือง กลวยฉาบหลากรส ของระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 5 วัตถุประสงคเพ่ือศึกษา

วิธีการเลอื กสินคา นราคาถูกเพื่อลดตน ทุน ทาํ ใหค าขายไดกาํ ไร รเู ทคนคิ การคํานวณ การแกโ จทยป ญหาในการ

ซื้อสินคา รวมถึงเพ่ือศึกษาวิธีการสะสมกําไรในการคาขาย ทําใหนักเรียนสามารถมีทางเลือกในการหารายได
เลี้ยงครอบครัววันละนิดได จึงทํากลวยฉาบขึ้นมา ชวงนี้ประไทยเกือบทุกภาคจะมีฝนฟาตกกระจายท่ัวไป

ผลผลิตกลวยแบบงาย ๆ ตามที่ภูมิปญญาไทยไดตกทอดมาใหจนถึงรุนลูกหลานในปจจุบัน ทํางายๆ หากทํา

คลอ งดแี ลวกส็ ามารถผลติ เปนอาชีพเสรมิ รายได

ผลการศึกษาคร้ังนี้ไดรูจักวิธีการซ้ือเคร่ืองปรุงในการทํากลวยฉาบหลากรสในราคาตนทุนตํ่า และมี

คุณภาพ โดยขายใหเพ่ือนระดับประถมศกึ ษาและคุณครูไดชมผลงาน เลา ผลงานใหเพ่ือนๆและครูฟง และไดลง

มือปฏิบตั ิดวยตนเองและไดฝก ประสบการณหลายอยาง และสาํ เร็จตามวัตถุประสงคท ีค่ าดหมาย

1. ความเปนมาและความสําคัญ

กลวยเปนอาหารที่นิยมบริโภคในประเทศ มคี ณุ คา ทางอาหาร เหมาะสมสําหรับการรบั ประทานเปน

อาหารท้ังเด็กและผูใหญ ทําคอนขางงายและกลวยเปนพืชพื้นบานของไทยท่ีถูกนํามาใชประโยชนในทุกสมัย
เพราะทุกสวนของกลวยสามารถนํามาใชประโยชนไดอยางเหมาะสมไมวาจะเปนอาหาร ขนม ของตกแตง

กระทง หรอื ภาชนะชวงน้ปี ระเทศไทยเกือบทุกภาค จะมฝี นฟาตกกระจายทั่วไป ผลผลติ กลวยนานาชนิดใหผล

มากมายบางครั้งรับประทานสุกไมทัน ขอแนะนําใหทานผูสนใจทดลองแปรรูปกลวยแบบงายๆ ตามท่ีภูมิ

ปญญาไทยไดตกทอดมาใหจนถึงรุนลูกหลานในปจจุบัน ทํางายๆ หากทําคลองดีแลวก็สามารถผลิตเปนอาชีพ

เสรมิ รายไดเปนอยางดี

2. วัตถุประสงคข องโครงงาน
2.1 เพ่ือศกึ ษาวิธีการเลอื กซื้อสนิ คา ในราคาถกู เพอื่ ลดตน ทุน

2.2 เพือ่ เพม่ิ มูลคาของกลวยและเพม่ิ ราคาใหกลว ยทมี่ ีราคาต่าํ ทําใหม ีราคาเพิ่มสงู ขน้ึ

2.3 เพอ่ื แปรรูปใหกลวยมคี วามหลากหลายมากข้ึนในการเลือกรับประทานและคาขายไดกาํ ไร

2.4 เพ่อื ศกึ ษาวิธีการสะสมกําไรในการคา ขาย

2.5 เพือ่ สรา งสรา งรายไดระหวางเรยี น

3. ขอบเขตการศกึ ษา
ศกึ ษาการทําจากเวบ็ ไซตและสอบถามบุคคลที่รูเก่ยี วกบั กลวยกบั กลว ยฉาบหนงั สือตามหองสมดุ

4. สมมตฐิ าน

หวงั วาจะไดรับประโยชนจากการทาํ โครงงาน เพื่อนาํ เทคนิควิธีการคดิ คาํ นวณและการแกโจทยปญหา

ใหคา ยมกี ําไรไปประกอบอาชพี ในอนาคต และสามารถคดิ คน วธิ ีใหมๆจากกลว ยฉาบธรรมดาใหเปน กลวยฉาบท่ี

อรอ ยและมปี ระโยชน
5. ประโยชนทีค่ าดวา จะไดรบั

5.1 การคิดคาํ นวณ การแกโจทยปญหา นําไปใชในการเลอื กซ้อื สนิ คาไดสนิ คา ราคาถูกมีคุณภา เชน

นําเทคนคิ คาํ นวณท่ีจะทาํ ใหตนทุนในการทํากลวยฉาบหลากรสราคาตํ่า

5.2 เกิดทักษะในการแกป ญหาในการซอ้ื ขาย-ขายสินคามากขึ้น

5.3 นาํ ความรูไปใชในชีวิตประจําวัน

6. วิธกี ารดาํ เนินโครงการ
6.1 วิธีการศกึ ษา

ทุกคนในกลุมรวมกนั ศกึ ษาไดขอ มลู การทาํ กลวยฉาบที่แปลกใหมไมเหมือนใครในทองถิ่นน้จี งึ

ไดมขี ้นั ตอนในการปฏบิ ัติดังนี้ คือ

6.2 อปุ กรณและวัสดุทใี่ ชในการศึกษา

1. กลวยนํ้าวา 6. กระทะ,

2. น้าํ ตาลทราย 7. กระซอน

3. เกลือ 8. ถาด

4. ทัพพี 9. ผงปรงุ แตงรสสไปรซี่ รสบารบ ีคิว รสปาปริกา

5. นํ้ามัน
6.3 วิธีการดําเนินการ

1. จัดเตรียมวสั ดุในการทําโครงงาน

2. ศึกษาการใสส วนประกอบ

3. ดาํ เนนิ งาน

4. วิธกี ารทาํ กลว ยฉาบ

วิธีการทํากลวยฉาบ
1. ปอกเปลือกกลวย ถามียางมากลา งดวยนํา้ เกลือ

2. นํากลวยนํ้าวามาสไลดใหเปนแผนบาง ๆ
3. นําไปทอดในกระทะทีใ่ สนํา้ มันเตรยี ม
4. ทอดจนกลว ยมีลักษณะเปน สเี หลอื ง และกรอบตักกลวยข้นึ แลว นํามาพกั เพอ่ื ใหเสด็จน้ํามัน
5. ทอดลองผสมผงปรุงแตง ลงไปในกลวยที่ทอดเสร็จแลวคลุกเคลาใหเขากันกัน
6. นาํ กลวยทีท่ ําเสร็จแลวมาใสบ รรจุภัณฑที่เตรียมไว

7. นาํ ออกจําหนา ยเพื่อศึกษาความนยิ มของคณะครู และนักเรยี น

8. จดบันทึกขอมลู และรวบรวมแบบสอบถามความนยิ มเพือ่ หาคา รอยละ

9. จัดทําบัญชรี ายรบั -รายจายในการศกึ ษาทดลอง

7. ผลการศกึ ษา 10. รวบรวมทาํ รายงานเปนรูปเลมสง

จากการทดลองทํากลวยฉาบหลากรสน้ันไดนําไปให คุณครู และนักเรียน ทอดลองชิม ผลท่ีไดคือ

นักเรียนชั้นปะถมศึกษาปท่ี 5 ไดเ รียนรวู ิธกี ารทํากลวยฉาบท่ีถูกวิธีและไดกลวยฉาบท่ีอรอย ดังมรี ายการแสดง

บัญชรี ายรบั -รายจาย และแบบสํารวจดงั น้ี

ตารางการสํารวจความนิยมรสชาติตาง ๆ

ที่ รายการ คณุ ครู นกั เรียน รวม ลาํ ดับท่ี

1 หวาน 1 564

2 เค็ม - 225

3 สไปรซ่ี 1 11 12 3

4 บารบ ีควิ 1 15 16 2

๕ ปาปริกา 3 25 28 1

รวม 6 58 64

แผนภมู ิแทง แสดงความนยิ มรสชาติตาง ๆ

โรงเรียนบานหนองจาน ตําบลหนา พระลาน อาํ เภอเฉลิมระเกยี รติ จังหวดั สระบุรี
สํารวจ คณะครู และนกั เรยี น

30 เคม็ สไปรซ์ ี บารบ์ คี วิ ปาปริกา้
25 รสชาตติ ่างๆ
20
15
10
5
0

หวาน

จากแผนภูมิจะเหน็ ไดว า กลว ยฉาบรสปาปริกามีคะแนนความนิยมมากทส่ี ดุ รองลงมาคือ รสบารบ ีคิว
รสไปรซ ช่ี อบเปน ลําดับที่ 3 สวนรสหวานชอบเปน ลาํ ดบั ที่ 4 และรสเคม็ เปนลาํ ดบั สุดทา ย

ตารางแสงความนิยมการับประทานกลวยฉาบหลากรส

สาํ รวจคุณครู และนกั เรียน โรงเรยี นบน าหนองจาน

ท่ี รายการ จํานวนผูนยิ ม รอ ยละของผูนยิ ม ลําดับที่

1 หวาน 694

2 เค็ม 235

3 สไปรซี่ 12 19 3

4 บารบีควิ 16 25 2

๕ ปาปริกา 28 44 1

รวม 64

จะเห็นไดวา รสปาปริกา มีผูนิยมมากทสี่ ุด รสบารบีคิว รองลงมา รสสไปรซี่ลําดับท่ี 3รสหวานและรส

เค็มเปนอันดับสดุ ทาย

การคาํ นวณ โดยใชคา รอ ยละ = จาํ นวนคนท่ีนยิ ม ×100
จํานวนคนทงั้ หมด

บนั ทึกรายรบั -รายจายองการจําหนายกลวยฉาบหลากรส

นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบา นหนองจาน ตําบลหนา พระลาน อําเภอเฉลิมระเกยี รติ จังหวัดสระบุรี

วนั /เดือน/ป รายการ จาํ นวนอัน รายรบั /บาท รายจา ย/บาท คงเหลือ/บาท

รสหวาน

8 ต.ค. 63 กลว ยฉาบ ๕ 50 50 -

15 ต.ค. 63 กลว ยฉาบ 5 50 40 10

22 ต.ค. 63 กลว ยฉาบ 5 50 40 10

29 ต.ค. 63 กลว ยฉาบ 5 50 40 10

รวม 20 200 170 30

รสเคม็ 5 50 50 -
8 ต.ค. 63 กลว ยฉาบ

15 ต.ค. 63 กลว ยฉาบ 5 50 40 10

22 ต.ค. 63 กลว ยฉาบ 5 50 40 10

29 ต.ค. 63 กลว ยฉาบ 5 50 40 10

รวม 20 200 170 30

รสสไปรซ่ี

8 ต.ค. 63 กลว ยฉาบ 10 100 90 10
15 ต.ค. 63 กลว ยฉาบ 10 100 65 35

22 ต.ค. 63 กลวยฉาบ 10 100 65 35

29 ต.ค. 63 กลว ยฉาบ 10 100 65 35

รวม 40 400 285 115

รสบารบีคิว

8 ต.ค. 63 กลวยฉาบ 10 100 90 10

15 ต.ค. 63 กลว ยฉาบ 10 100 65 35

22 ต.ค. 63 กลว ยฉาบ 15 150 70 80

29 ต.ค. 63 กลวยฉาบ 15 150 70 80

รวม 50 500 295 205

รสปาปริกา 90 10
8 ต.ค. 63 กลว ยฉาบ 10 100

15 ต.ค. 63 กลวยฉาบ 15 150 70 80

22 ต.ค. 63 กลวยฉาบ 15 150 70 80

29 ต.ค. 63 กลวยฉาบ 15 150 70 80

รวม 55 550 300 250

จากแบบบนั ทึกจะเหน็ ไดวา รายการขายจํานวนอันของรสชาตติ า ง ๆ ไดดังน้ี

1. รสหวาน จาํ นวนอัน 4 คร้งั ได 20 อัน ขายไดเ ปนเงนิ 200 บาท มีรายจา ยคิดเปนเงนิ ได 170บาท

ไดก ําไรเปน เงนิ 30 บาท คดิ เปนรอ ยละ 85

2. รสเคม็ จํานวนอัน 4 คร้ังได 20 อัน ขายไดเ ปนเงิน 200 บาท มีรายจายคิดเปนเงนิ ได 170บาท ได
กาํ ไรเปนเงนิ 30 บาท คิดเปน รอ ยละ 85

3. รสสไปรซี่ จาํ นวนอัน 4 คร้ังได 40 อนั ขายไดเ ปนเงิน 400 บาท มีรายจา ยคิดเปน เงนิ ได 285บาท

ไดก าํ ไรเปนเงนิ 115 บาท คิดเปน รอยละ 71.25

4. รสบารบคี ิว จํานวนอนั 4 คร้ังได 50 อัน ขายไดเปนเงนิ 500 บาท มีรายจายคดิ เปนเงนิ ได 295

บาท ไดก ําไรเปน เงนิ 205 บาท คดิ เปน รอ ยละ 59

5. รสปาปริกา จํานวนอนั 4 คร้ังได 55 อนั ขายไดเปน เงนิ 550 บาท มีรายจายคิดเปน เงนิ ได 300
บาท ไดก ําไรเปน เงนิ 250 บาท คดิ เปนรอ ยละ 54.55
กําไร
การคาํ นวณกําไร = ตน ทุน × ๑๐๐

แผนภูมิเปรยี บเทยี บการจําหนายกลวยฉาบหลากรส
ของนกั เรียนช้ัน ป.๕ โรงเรยี นบานหนองจาน

จาํ นวนเงิน

600

500

400

300

200

100

0 เคม็ สไปรซ์ ี บารบ์ คิ วิ ปาบรกิ า้
หวาน

จาํ นวนเงนิ

จากแผนภูมิจะเห็นวา การจาํ หนายของกลวยฉาบหลากรสหวานและรสเคม็ นั่นจะขายไดนอยโดย
คํานวณจํานวณอนั ในแตละรสชาติ

8. สรปุ ผลการศึกษา

การทําโครงงานกลวยฉาบหลากรสทําใหไดนําเสนอผลงาน โดยขายใหเพ่ือนระดบั ประถมศึกษา และ
คุณครู ไดชมผลงาน เลาผลงานใหเพื่อนๆและครูฟง และไดลงมือปฏิบัติดวยตนเองและไดฝกประสบการณ
หลายอยา ง และไดสาํ เร็จตามวตั ถปุ ระสงคท ่ีคาดหมาย

ช่ือโครงงานอาชีพ วจิ ยั โครงงานอาชีพ
ระดบั ชั้น สบเู หลวลา งมือฆา เชอ้ื โรค
ประถมศึกษาปท ่ี 6
ครูทปี่ รึกษา
หนว ยงาน วาทรี่ อ ยตรีหญิงกัญญาภัทร เกิดศิริ
โรงเรยี นบานหนองจาน
ปก ารศกึ ษา
2563

บทคัดยอ

โครงงานอาชีพ เร่ือง สบูเหลวลางมือฆาเชื้อโรค ของระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 6 มีวัตถุประสงค

เพ่ือใหนักเรียนไดเรียนรูวิธีการทําสบูเหลวลางมือฆาเชื้อโรค สามารถทําขึ้นเพ่ือใชภายในบาน โรงเรียน และ
สามารถขายเปน อาชีพเสริมได รวมทง้ั สง เสรมิ ใหน กั เรยี นใชเ วลาวางใหเกิดประโยชน
1. ความเปน มาและความสําคญั

ปพุทธศกั ราช 2563 เกิดสถานการณการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ซงึ่ เปนการระบาดของเชือ้ โรคท่แี พรกระจายผานสารคดั หลั่งทอ่ี อกจากภายในรางกายของผตู ิดเชื้อ แตว า เราไม
สามารถรูไดเลยวามีใครท่ีติดเช้ือแลว เพราะกวาท่ีเชื้อโรคจะแสดงอาการ ตองใชระยะเวลาถึง 14 วัน

โดยประมาณ ดังนัน้ วิธีการปองกันตัวเองจากเชอื้ ไวรสั โคโรนา คือ ตอ งใสหนากากอนามัย เวนระยะหางจาก
ผอู ่นื 1 – 2 เมตร และลางมือบอย ๆ ดวยเจลแอลกอฮอลห รือสบู

โรงเรียนบานหนองจาน เปนสถานศึกษาขนาดเล็ก มีจํานวนนักเรยี นไมมาก มมี าตรการดูแลนักเรียน
อยางเครงครดั เพ่ือปองกนั การตดิ เชื้อ ทางโรงเรยี นจัดใหมีการเวนระยะหา งท้ังในหองเรยี น โรงอาหาร และจุด

ตาง ๆ ทีอ่ าจมีการอยูรวมกัน นอกจากน้ันยงั จัดเตรียมหนากากอนามัยสํารอง เจลแอลกอฮอล และสบู ใชใน
การลา งมือ โดยเฉพาะสบูท่ตี องใชใ นปรมิ าณมาก

นักเรียนประถมศึกษาปที่ 6 จึงเล็งเห็นถึงจึงปญ หานี้ จึงมีความคิดที่จะผลิตสบูลางมือ เพ่ือนํามาใชใน
โรงเรยี น และยังสามารถสรา งเปน อาชพี เสรมิ ไดอ ีกดวย
2. วัตถุประสงคข องโครงงาน

2.1 เพอ่ื ใหน กั เรยี นไดเรยี นรูวิธกี ารทาํ สบูเหลวลางมอื ฆา เชอื้ โรค

2.2 เพอ่ื ใหน กั เรยี นสามารถทาํ สบูเหลวลา งมอื ฆาเชอ้ื โรค และนําไปประกอบอาชีพในอนาคตได
2.3 เพ่อื สง เสริมใหนกั เรียนใชเวลาวางใหเ กิดประโยชน

3. ขอบเขตของโครงงาน
3.1 ขอบเขตดา นเน้อื หา
การทาํ สบเู หลวลา งมือฆา เช้อื โรค
3.2 ขอบเขตดา นประชากรและกลุมตัวอยาง

ประชากร คือ ครู และนักเรียน โรงเรยี นบานหนองจาน
กลุมตวั อยา ง คอื ครู และนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปท ่ี 6 โรงเรียนบานหนองจาน

3.3 ขอบเขตดานระยะเวลา

ภาคเรยี นที่ 1 ปการศกึ ษา 2563

3.4 ขอบเขตดา นงบประมาณ

งบประมาณในการจัดทาํ โครงงาน จํานวน 1,000 บาท
4. สมมติฐานของโครงงาน

นกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปท ่ี 6 สามารถทําสบเู หลวลา งมือฆา เช้ือโรค

5. ประโยชนท ี่คาดวาจะไดรับ

5.1 ไดส บูเ หลวลา งมอื ฆาเชอ้ื โรค ที่สามารถนํามาใชไดดี

5.2 ไดสบเู หลวลา งมือฆา เชอื้ โรค ชวยประหยัดคาใชจ าย

5.3 สามารถสรา งรายไดเกิดการประกอบอาชพี
5.4 ใชเวลาวางใหเกดิ ประโยชน

6. วธิ กี ารดําเนินโครงการ

6.1 ประชมุ พูดคุย ถึงเรอ่ื งทนี่ ักเรียนใหค วามสนใจ และคดั เลือกหัวขอเรอ่ื งท่ีสามารถทาํ ดวยตนเองได

6.2 วางแผนการทํางาน

6.3 แบง หนา ท่ใี หเหมาะสมกับนกั เรยี นแตล ะคน

6.4 จดั เตรยี มสว นผสมและอปุ กรณ ดังน้ี

1) หัวสบู AD 25 2 กโิ ลกรัม

2) หัวเช้อื มกุ ขแ ชมพู 40 กรมั

3) กรีเซอรีนน้ํา 1 ขดี
4) F 24 4 ขีด

5) KD 1 ขดี

6) Chloroxyleol 10 C.C.

7) นาํ้ หอมกลิ่นสม 30 C.C.

8) ผงขน 1 ขีด

9) น้าํ สะอาด 3.2 ลิตร
10) สเี ขียวผสมอาหาร เล็กนอ ยพอสวย

11) ถังกนเรยี บ สะอาด

11) ไมพายไม

12) ขวดสะอาด จะเปนแบบขวดหัวปม หรือ ขวดหัวบีบ

6.5 ขนั้ ตอนการทําสบเู หลวลางมือฆา เชอื้ โรค
1) นาํ หวั สบู AD 25 ผสมหวั เชื้อมุกขแชมพู คนใหเขากัน เตมิ กรีเซอรีนนํ้า และ F 24 คนให

เขากัน

2) เติม KD คนใหเขา กนั นํานํา้ หอมกลิน่ สม เตมิ ลงไปคนใหเขา กัน

3) เติมนํ้าทีละนอยเตมิ ไปคนไป เติมChloroxyleol (ฆา เช้อื โรค) และผงขน คนใหล ะลาย นํา
สีผสมอาหารละลายนํา้ เตมิ แตพอมีสสี นั สวยงาม คนใหเ ขา กนั พักใหฟ องยบุ ตัว

4) ระหวางรอพักใหฟองสบูยุบตัว นักเรียนชวยกันคิดตนทุน กําไล ถาหากตองการขายเพื่อ

เปน อาชพี

5) เม่อื ฟองสบูยบุ ตวั แลว เติมใสขวดหัวปม ขวดหวั บีบ หรอื ถงั 6 ลติ ร ใหเรยี บรอย

7. ผลการศกึ ษา
นักเรียนระดบั ชั้นประถมศึกษาปท่ี 6 ไดเรยี นรูวิธีการทําสบูเหลวลางมือฆาเช้ือโรค สามารถใชลางมือ

ใหสะอาดปราศจากเชื้อโรค มีกล่ินหอมสดช่ืน และมือไมแหงกระดางอีกดวย เกิดการใชเวลาวางใหเปน
ประโยชน และยงั สามารถนาํ ไปประกอบอาชพี ในอนาคตได
8. สรุปผลการศึกษา

นกั เรียนสามารถทําสบูเหลวลางมือฆาเช้ือโรคดว ยตนเอง สามารถใชลางมือใหสะอาดปราศจากเช้ือโรค
มีกลิ่นหอมสดชืน่ และมือไมแ หงกระดา ง
9. ปญหา/ขอ เสนอแนะ

นกั เรียนตองซอื้ สว นผสมใหครบ เพราะถา ไมค รบจะไมส ามารถใชเปน สบูเหลวฆา เชอื้ โรคได


Click to View FlipBook Version