“ความฝันน้ันสามารถทำนายสุขภาพได้จริงหรือ ?”
ความฝัน (dreams) ในที่น้ีหมายถึง ภาพ เสียง สมั ผัส ความเจ็บปวด และ/หรือ ใน ความร้สู ึกอื่นๆ เช่น รส
กล่นิ ท่ีเกดิ ข้นึ ในขณะหลบั (sleeping dreams)
บางคนอาจถือว่า การฝันเป็นอาการหลอนอย่างหนึ่ง เพราะในขณะฝันเราจะรู้สึกว่าสิ่งที่เราเห็น หรือรับรู้ได้
น้นั เป็นของจรงิ ทง้ั ทีเ่ กือบท้งั หมดไมใ่ ช่ของจริงหรือเป็นสิ่งท่เี ป็นไปไมไ่ ด้ มนี ้อยมากท่ีความฝันกลายเป็นความจริง เช่น
ฝนั ว่าเพอ่ื นหรือญาตคิ นหนึ่งเสียชีวิตหรือเดินทางมาหาแล้วต่อมาปรากฏว่าเป็นจรงิ ซึง่ ในกรณีนี้อาจถือว่าความฝนั นั้น
เปน็ “โทรจติ ” (telepathy) ได้
การฝันในที่น้ีไม่รวมถึงการ“ฝันกลางวัน” (daydreaming) หรือจินตนาการในขณะต่ืน“ฝันเฟือง” หรือ
ฟุ้งซา่ นไปตามอารมณ์ และอนื่ ๆ ที่ไมไ่ ด้เกิดข้ึนในขณะหลับ
แต่รวมถึง การ“ฝันร้าย” (nightmares), “ฝัน ผวา” (sleep terrors), “ฝันเปียก” (wet dreams คือ การ
หลั่งน้ำกามในชายหรือน้ำหล่อลื่นในหญิง ขณะฝันว่าร่วมเพศ) “ปัสสาวะขณะหลับ” (sleep urination or bedwetting)
ซง่ึ กม็ ักเกิดร่วมกับการฝนั ว่าปวดปัสสาวะและถ่ายปัสสาวะ แตถ่ ้าเกดิ ในเด็กๆ อาจจะจำความฝันไม่ได้ ในผ้ใู หญ่มักจะ
เกิดจากมีโรคร่วม เช่น ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ต่อมลูกหมากโต มดลูกหย่อนยานมาก ภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต
เบาหวาน, “ผี” (sleep paralysis), “เดนิ ละเมอ” (sleep walking) เปน็ ต้น
“คนเราต้อง “หลับ” เพื่อให้ร่างกายและจิตใจ (สมอง) ได้พัก แต่การพักไม่ได้หมายถึงการหยุดท่างาน
โดยส้ินเชิงอวยั วะจำนวนมากยังคงทำงานอยเู่ พ่ือดำรงชีวิตไว้”
ทำไมเราต้อง “หลับ” และตอ้ ง “ฝัน”
เราต้อง “หลับ” เพื่อให้รา่ งกายและจิตใจ (สมอง) ได้พักจากท่ีต้องทำงานมากบ้างน้อยบ้างมา ตลอดเวลาช่วงหน่ึง
โดยเราจะไมร่ ู้สึกตัว (อาจรสู้ กึ ตัวเลก็ น้อยตอนใกล้จะหลับและใกล้จะตื่น จนถึงไม่ร้สู ึกตวั เต็ม ขนาดปลุกไม่ตืน่ หรือต่ืน
ยากเมือ่ หลบั สนทิ มาก) และเกือบท้ังหมดอยู่ในท่านอน มีน้อยมากทอี่ ยู่ในท่าน่ัง เพราะหาท่ีนอนไม่ได้ในขณะทง่ี ่วงมาก
หรือมีโรคท่ีทำให้นอนไม่ได้ (เช่น โรคหัวใจ โรคปอดท่ีเป็นมากจนต้องหายใจในท่านั่งจึงต้องหลับในท่านั่ง เป็นต้น)
แม้ว่าช่วงเวลาท่ีหลับ เป็นช่วงเวลาท่ีร่างกาย และจิตใจ สมองไดพ้ ัก แต่การพักไม่ได้หมายถึงการหยุดทำงานโดยสิ้นเชิง
อวัยวะจำนวนมากยังคงทำงานเพื่อดำรงชวี ิตไว้ เชน่ หวั ใจ ปอด ตบั ไต เปน็ ตน้
แม้ว่าสมองส่วนท่ีทำให้เรารู้สึกตัวจะไม่ทำงาน แต่สมองส่วนอ่ืนๆ ยังทำงานอยู่จนทำให้เกิดเป็น ภาพ เสียง
สัมผัส ความเจ็บปวด ความสุข สนุกสนาน ความทุกข์/โศกเศร้า/กลัวโกรธ และอื่น ๆ ที่อาจเป็น “ฝันดี” “ฝันร้าย”
“ฝันทนี่ า่ เบอื่ ” “ฝันประหลาด” หรืออน่ื ๆ
เม่ือไมน่ านมาน้ี มีรายงานการวิจยั กล่าวถงึ วา่ “ทำไมเราฝนั ” เราฝนั ก็เพราะเราต้องการ ด้ังนี้
๑. สร้างและส่งเสริมความจำ ในระหว่างหลับความจำที่ถูกเก็บไว้ได้ในช่วงสั้นๆ ในสมองส่วนฮิปโพแคมพัส
(hippocampus) ถูกย้ายไปสู่สมองส่วนอ่ืนท่ีเก็บความจำได้นานกว่าเป็นรูปธรรมที่เห็นง่าย เช่น ถ้าเราท่องหนังสือ
ก่อนนอนส่ิงทเี่ ราท่องนั้นจะจำได้นานกวา่ เป็นต้น
๒. ปรับเปล่ียนอารมณ์และอุปนิสัย ความฝันส่วนใหญ่จะเก่ียวข้องกับอารมณ์ โดยเฉพาะความ กลัวโกรธ
และเศร้า เพราะเราจำส่ิงที่เร้าอารมณ์ได้มากกว่า สมองส่วนอะมิกดาลา (amygdala) ท่ีตอบสนองต่ออารมณ์ขณะท่ี
เราตืน่ ยังทำงานตอ่ เนื่องในขณะท่ีเราหลับ โดยเฉพาะ “การหลับแบบตากระตุก/กลอกตาเรว็ ” (REM sleep)
ถ้าเรามีสิ่งทำให้เศร้าท้ังวัน โอกาสท่ีเราจะฝัน ในเร่ืองเศร้าๆ จะสูงมาก แต่การนอนหลับจะปรับ เปล่ียน
อารมณข์ องเราทำให้ความเศรา้ ลดลง
ความฝันส่วนใหญ่จะอยูใ่ นลกั ษณะของ“ภาพ” เป็นภาพเคลือ่ นไหวมากกว่าภาพน่ิง และมักเป็นภาพขาว
ดำมากกว่าภาพสี และ เราอาจฝันได้ในทกุ ระยะของการหลับ
ชมรมมดอสี าน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวดั ขอนแก่น 40000 93
การหลบั อาจแบ่งออกได้เปน็ ๔ ระยะ ตามลกั ษณะของคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) ดงั นี้
ก. “หลับแบบตาไม่กระตุก ไม่กลอกเร็ว” (non-Rapid Eye Movement หรือ non-REM sleep) โดยปกติ
เราจะเริ่ม “หลับแบบตาไม่กระตุกไม่กลอกเร็ว” ก่อน ยกเว้นในทารก คนอดนอน นอนไม่หลับมาหลายคืน เป็นต้น การ
หลับในลกั ษณะนี้ อาจแบง่ ออกไดเ้ ปน็ ๔ ระยะ ดังน้ี
ระยะที่ ๑ (non-REM 1) เป็นระยะทค่ี ล่นื ไฟฟ้าสมองเริ่มช้าลงเป็นระยะที่ปลกุ ให้ตื่นไดง้ า่ ย
เช่น ด้วยการเรียกชื่อเบาๆ แตะตัวเบาๆ เปิดประตูเบาๆ เป็นต้น ระยะนี้จะกินเวลาประมาณ ๑-๗ นาที แล้วเข้าสู่
ระยะที่ ๒ ในระยะน้ี ตาจะกลอกไปมาช้า ๆ และกลอกน้อย กล้ามเนื้อตึงตัวน้อยลง การหายใจจะไม่ ส ม่ำเสมอ
อาจฝนั เปน็ ช่วงส้ัน ๆ และมักเกี่ยวกบั การล้ม เปน็ ตน้
ระยะที่ ๒ (non-REM 2) เป็นระยะทคี่ ล่นื ไฟฟ้าสมองช้าลงอีก เป็นระยะที่ปลุกใหต้ ่ืนได้ยากขนึ้
ระยะน้ีจะกินเวลาประมาณ ๑๐-๒๕ นาที แล้วเข้าสู่ระยะท่ี ๓ ในระยะน้ี ตาจะกลอกไปมาช้าๆ และน้อยลงอีก
กล้ามเน้ือตึงตัวน้อยลงมาก การหายใจจะไม่สม่ำเสมอ และอาจหยุดหายใจเป็นพักๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ อาจฝัน
เป็นช่วงสั้น ๆ และมักเกยี่ วกบั เหตุการณท์ ี่เพิ่งเกิดข้ึน
ระยะที่ ๓ (non-REM 3) เปน็ ระยะทค่ี ลนื่ ไฟฟ้าสมองชา้ ลงมากและใหญข่ น้ึ มาก และพบ
คล่ืนไฟฟ้าแบบนี้ระหว่างร้อยละ ๒๐-๕๐ ของคลื่นไฟฟ้าสมองที่บันทึกได้ ระยะน้ีกินเวลาเพียงไม่กี่นาที แล้วก็เข้าสู่
ระยะที่ ๔ (นักวชิ าการบางคนจึงรวมระยะที่ ๔ กับระยะน้เี ขา้ ไว้เปน็ ระยะเดียวกัน)
ระยะที่ 4 (non-REM 4) เปน็ ระยะทีค่ ลนื่ ไฟฟ้าสมองทชี่ า้ ลงและใหญ่มากขึน้ นนั้ มมี ากกว่า
รอ้ ยละ ๕๐ ระยะ น้ี จะกินเวลาประมาณ ๒๐-๔๐ นาที ไปไม่ได้เลย เป็นระยะท่ีหลับสนิท (deep sleep) ตาทั้งสอง
ขา้ งจะหยดุ เคลื่อนไหว (หยุดกลอกไปมา) การหายใจจะเปลย่ี นเป็นแบบสม่ำเสมอแต่ช้าลงๆ หัวใจ ชีพจร จะเต้นช้าลงๆ
ความดันเลือดจะลดลง กล้ามเน้ือจะอ่อนตัวลงมากแต่ไม่ถึงข้ันเป็นอัมพาต เป็นระยะท่ีปลุกให้ต่ืนได้ยาก และในเด็ก
เลก็ ๆ หรอื ในผใู้ หญบ่ างคน อาจจะปลุกไมต่ ่ืนก็ได้ จนกวา่ จะผา่ นพ้นการหลับในระยะน้ไี ปแล้ว
“คนที่หลบั สนทิ ถกู ปลุกอยา่ งรุนแรงจนตน่ื ขึ้น จะมีอาการสบั สน หลง เลอะ เลือน หรอื จำในส่ิงที่ตนทำ”
“ถ้าเราสามารถบันทึกความฝันไว้ตลอดท้ังคืนเป็นเวลาหลายคือติดต่อกัน การแปลฝันอาจจะให้ข้อมูลเก่ียวกับ
สุขภาพ กาย และใจของผูฝ้ นั ได้”
นอกจากน้ัน ความฝันอาจปรับเปล่ียนอุปนิสัยของเรา เชน่ ถ้าเราฝันเห็นวา่ เราทกุ ขท์ รมานแสนสาหัสจากการ
ถกู ใส่ท่อช่วยหายใจ เนอ่ื งจากหายใจลำบากเพราะโรคปอด หลอดลมจากการสบู บุหรี่ เม่ือตกใจตืน่ จากฝนั ร้ายน้ัน เรา
อาจจะเลกิ สูบบุหรี่ได้ เปน็ ต้น
อน่งึ ความฝนั ท่ีนา่ กลวั เชน่ เหน็ ลกู ตกนำ้ ตายอาจทำให้เรารีบพาลกู ไปหดั วา่ ยน้ำ เป็นต้น
ดังน้ัน ความฝันจึงเป็นสิ่งสำคญั ท่ีช่วยปรับเปลี่ยนอารมณ์และอุปนิสัยของเราได้
๓. เพิม่ ความสามารถในการสรา้ งสรรคแ์ ละแกป้ ัญหา
นกั วทิ ยาศาสตรว์ จิ ยั พบวา่ “การงบี หลบั แบบตากระตุก กลอกตาเร็ว” ทำใหเ้ ราเกดิ ความคิดสร้างสรรค์
และสามารถแก้ปัญหาท่ีคาใจอยู่ก่อนจีบหลับได้ดีขึ้น ความจำจำนวนมากและต่าง ๆ กันอาจถูกนำมาผสมผสานกันขณะงีบ
หลับแบบตากระตุกส่งผลให้เมื่อตื่นขึ้นมาเราจำความฝันแปลก ๆ ที่ทำให้เรา มองปัญหาในรูปแบบอ่ืนและหาทางออก
ได้ อย่างไรก็ตาม “การหลับแบบตาไม่กระตุก/ ไม่กลอกเร็ว” (non-REM sleep) ผลการวิจัย ท่ีพบว่า ภายในนาที
แรกของการงีบหลับหรือการเคล้ิมหลับในระยะท่ีตาไม่กระตุกระยะที่ ๑ (non-REM) แล้วตื่นหรือถูกทำให้ต่ืนขึ้น
ปรากฏว่าสมองจะสามารถแก้ปัญหาทีค่ ้างคาใจอยู่ก่อนหลับได้ดีข้ึน กวา่ การต่ืนข้ึนจากการหลับที่เข้าสู่ระยะท่ี ๒ และ
ระยะอ่ืนๆ
๔. ดแู ลสมองให้เรียบร้อยข้นึ
ความฝันเปน็ การจัดการข้อมูลจำนวนมากท่ถี ูกใส่ไว้ในสมองให้เข้าท่ีเข้าทาง หรอื โละท้ิงได้บ้าง
จากความฝนั ประหลาดทเ่ี กิดขน้ึ ในขณะหลบั
94 ชมรมมดอสี าน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมติ รภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแกน่ จงั หวดั ขอนแกน่
๕. มองยอ้ นกลบั ทันที
โดยเฉพาะสำหรบั ส่งิ ทเ่ี พง่ิ เกดิ ขนึ้ กอ่ นนอน เช่น การดูละครหรอื ภาพยนตร์ ท่ตี ื่นเตน้ น่ากลัว
ก่อนนอน อาจทำใหฝ้ ันเหน็ เหตุการณเ์ หล่านั้นในรูปแบบทต่ี ่ืนเตน้ น่ากลวั ย่งิ ขน้ึ เป็นต้น หรือการทอ่ งจำหนงั สอื กอ่ นนอน
อาจทำให้ ฝันถงึ สิง่ ท่ีทอ่ งจำนั้นในรปู แบบอ่ืนได้ เป็นต้น
ลักษณะของความฝัน
๑. ความฝันส่วนใหญจ่ ะอยใู่ นลักษณะของ “ภาพ” ซึ่งเป็นภาพเคลื่อนไหวมากกว่าภาพนงิ่ และ มักเป็นภาพ
ขาวดำมากกว่าภาพสี รองๆ ลงไปจะอยู่ในลักษณะของ “เสียง” “สัมผสั ” “ความรู้สกึ เจ็บปวด/โศกเศร้า ทุกข์ทรมาน สุข
สนุกสนาน” หรืออ่ืน ๆ แต่ในความฝันส่วนน้อยจะออกมาในรูปของ “รส” “กล่ิน” และ อื่นๆ (คนตาบอดมักฝันเป็น
“เสยี ง” “รส” และ “กลน่ิ ”)
๒. ความฝันมักเป็นเรื่องท่ีเกี่ยวกับตนเอง เกิดข้ึนโดยไม่เจตนา ไม่มีเหตุผล ไม่สัมพันธ์กัน ไม่ต่อเนื่องกัน อาจ
ประหลาดมหัศจรรย์ และมกั มสี ง่ิ อน่ื (คน สัตว์ สงิ่ ของ ตน้ ไม้ ฯลฯ) ร่วมอยู่ด้วย
๓. ความฝันมกั ทำให้เกิดอารมณ์รนุ แรง อาจเกีย่ วขอ้ งกับชีวิตครอบครัว การงาน และ/หรอื อืน่ ๆ
การแปล/ทำนายฝนั
ความฝันเป็นส่ิงที่ทำให้มนุษย์ฉงนสนเท่ห์มาต้ังแต่สมัยโบราณ มีความพยายามที่จะแปลหรือทํานายฝันกันมา
ตลอดจนถงึ ปัจจุบนั เช่น
๑. ในด้านวิทยาศาสตร์ ความฝันเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติของสมองในขณะหลับ สัมพันธ์กับการ
เปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) และคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง (MRI) แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถ
อธิบายถึง กลไกทท่ี ำใหเ้ ราต้องฝันและความฝนั นัน้ จะแปลวา่ อะไร
การแปลความฝันในด้านวิทยาศาสตร์ต้องทราบบุคลิกและภูมิหลัง พื้นเพชีวิตของผู้ฝัน สถานภาพ
ปจั จบุ นั ส่งิ แวดล้อม และเหตกุ ารณท์ ฝ่ี งั ใจอยหู่ รอื เพิ่งเกิดข้ึน
“ความฝันเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติของสมองในขณะท่ีนอนหลบั และเปน็ ประโยชนต์ ่อสุขภาพ ยกเว้น
แตใ่ นกรณีทคี่ วามฝนั นน้ั รบกวนการนอนหลับของตนเองและผู้อ่ืน”
๒. ในดา้ นจิตวิเคราะห์ นักจิตวิเคราะห์ชื่อกอ้ งโลก เช่น ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) และคาร์ล จุง (Carl
Jung) ได้นำความฝันมาใช้ในการทำจิตบำบัดแก่ผู้ป่วย และ ถือว่าความฝันสะท้อนถึงจิตในส่วนลึก ทั้งความสุข ความ
สมหวงั ความทกุ ข์ และความผิดหวงั ต้ังแต่อดีตถึงปจั จุบนั ความฝันเป็นชอ่ งทางให้ความอัดอั้นทั้งหลายไดร้ ะบายออกในขณะ
หลับซึง่ สว่ นใหญจ่ ะใหผ้ ลดตี ่อสุขภาพ
นักจิตวิเคราะห์ได้แปลความฝันกันอย่างกว้างขวาง ซ่ึงรวมไปถึงความรัก ความสัมพันธ์ทางเพศ ความอบอุ่นใน
ครอบครัวต้ังแตเ่ ดก็ จนถงึ ปัจจบุ นั และอ่นื ๆ
นักจิตวิเคราะห์ยังถือว่า ความฝันอาจแสดงถึงความจริงบางอย่างที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะต่ืน หรือ
เป็นแนวคิด ความหลงผิด ความเพ้อฝัน ความเครียด ความกังวล ความทุกข์ร้อน ความเจ็บป่วย และอื่น ๆ ซึ่งแพทย์
นกั จติ วิทยา และผใู้ ห้การรกั ษาพยาบาลควรจะใสใ่ จและไมล่ ะเลยต่อความฝนั ของผูป้ ่วย
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะแปลความฝันได้ดีท่ีสุด ก็คือตัวผู้ฝันเอง เพราะตัวผู้ฝันจะรู้ดีถึงภูมิหลังของตนเอง รวมท้ัง
ความสุข ความทุกข์ ความรัก/เกลียด เศร้า โกรธ หลง ความต้องการ และอน่ื ๆ ทตี่ นอาจไม่กล้าเลา่ ใหแ้ พทย์หรอื ผอู้ ่ืน
ฟังได้
๓. ในด้านการทำนาย การใช้ความฝันในการทำนายเหตุการณ์ท่ีจะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นศาสตร์เร้นลับท่ีใช้
กันมาแต่โบราณ ความแม่นยำของการทำนายฝันน้ัน ส่วนใหญ่ปรากฏในตำนาน นิทาน หรือนิยาย มากกว่าในความ
เป็นจรงิ เพราะการทำนายฝันมีความคลาดเคล่ือนสงู มาก ความผิดพลาดของการทำนายฝันมักจะมากกว่าการดู “ดวง” หรือ
ลายมือเพราะ “ดวง” หรือ ลายมือเป็นปรากฏการณ์ท่ีคงที่ หรือค่อนข้างคงท่ี การทำนาย“ลายมือ” เป็นการใช้สถิติ
(ประสบการณ)์ ของผทู้ ำนาย (หมอดู) และตำราทีเ่ ชือ่ ถือไดม้ าช่วยในการทำนาย จึงผดิ พลาดได้นอ้ ยกวา่
ชมรมมดอีสาน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมอื ง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแกน่ 40000 95
ในปัจจุบัน มีการทำนายฝัน (ภาพท่ีฝันเห็น เป็นตัวเลขต่าง ๆ เพื่อใช้ในการ “เล่นหวย” (ท้ังหวยรัฐและหวย
ใต้ดิน) ซึ่งเป็นการมอมเมาประชาชนให้หลงผิดมากขึ้น การ“เล่นหวย” เป็นการพนัน เป็นส่ิง เสพติด และเป็นอันตราย
ตอ่ สุขภาพทั้งกาย ใจ เศรษฐกจิ และสังคม แตร่ ฐั บาลกย็ ังตอ้ งการรายไดจ้ ากการ “ออกหวย” แบบตา่ งๆ !)
ความฝันเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติของสมองในขณะที่นอนหลับและเป็นประโยชนต์ ่อสุขภาพ ยกเวน้ แตใ่ น
กรณีท่ีความฝนั นนั้ รบกวนการนอนหลบั ของตนเองและผู้อ่ืน และ/หรือความฝันนัน้ ทำให้เกดิ อนั ตรายต่อตนเองและ/
หรอื ผู้อ่ืน
มดวชิ ัย เทียมประชา วศ.ม. (เทคโนโลยกี ารจดั การพลงั งาน) 2530
ขอนแกน่ / พ.ย. 2565
96 ชมรมมดอีสาน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมติ รภาพ ตำบลในเมอื ง อำเภอเมอื งขอนแก่น จงั หวัดขอนแกน่
ระบบ GPS แตกต่างกับระบบ GIS อยา่ งไร ?
( ระบบระบตุ ำแหน่งบนพื้นโลกและระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตร์ )
(Global Positioning System : GPS and Geographic Information System : GIS)
ระบบระบุตำแหน่งบนพ้นื โลก (Global Positioning System : GPS)
ระบบระบุตำแหน่งบนผวิ โลก (Global Positioning System : GPS) เป็นระบบทีด่ าวเทียมของประเทศ
อเมริกาจำนวน 24 ดวง ทโ่ี คจรรอบโลกและแตล่ ะดวงมรี ะยะห่างเทา่ ๆกนั จากระบบ GPS นเ้ี อง ท่ที ำให้คนบน
พน้ื ผวิ โลกทมี่ เี คร่ืองรับสญั ญาณสามารถทจ่ี ะทราบพิกัดและตำแหน่งท่ีอยู่ของตนเองได้ โดยมคี วามแม่นยำของการระบุ
ตำแหน่งบนพ้ืนผวิ โลกอยรู่ ะหวา่ ง 10 ถงึ 100 เมตร ในอุปกรณ์รับสัญญาณสว่ นใหญ่ แต่สำหรบั อุปกรณ์รับสญั ญาณ
GPS ชนิดพิเศษท่ใี ช้ในกองทัพอาจสามารถรบั สญั ญาณได้แม่นยำถงึ ระยะ 1 เมตร ซึง่ แต่กอ่ นการใช้อปุ กรณร์ ับ
สัญญาณ GPS จะใช้สำหรับงานด้านวิทยาศาสตรเ์ ป็นหลัก แตเ่ นือ่ งด้วยจากในปจั จุบันต้นทุนการผลติ ตัวรับสัญญาณ
GPS ราคาถูกลง จึงทำให้คนทกุ ๆกลุ่มสามารถท่ีจะเขา้ ถึงและซื้อมาไวใ้ ชง้ านสว่ นตวั ได้ แตเ่ ดมิ นัน้ จีพเิ อสถูกผลติ
คดิ ค้น และถือเป็นกรรมสทิ ธิ์ของกระทรวงกลาโหม ประเทศสหรฐั อเมรกิ า แต่ในปจั จุบันทกุ ๆภาคส่วนและทกุ คน
สามารถใชง้ านไดจ้ ากทัว่ โลก
ชมรมมดอสี าน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมอื ง อำเภอเมืองขอนแก่น จงั หวดั ขอนแกน่ 40000 97
ถา้ มกี ารเคลือ่ นท่ขี ึน้ อุปกรณ์รับสัญญาณ GPS สามารถทจ่ี ะคำนวนความเร็วและทิศทางในการเคลื่อนท่ีได้ และ
นอกจากนีห้ ากเป็นระบบในอุปกรณ์รบั สัญญาณทมี่ ีความสามารถสงู จะสามารถระบสุ ถานทเี่ ปา้ หมายท่ีตอ้ งการไปและ
คำนวนเวลาในการเดนิ ทางได้อีกดว้ ย
การใชร้ ะบบ GPS ในชีวิตประจำวัน
ปัจจบุ นั มีการใช้อุปกรณ์ GPS กนั อย่างกวา้ งขวาง และประชาชนมีความรู้เรอื่ ง GPS เป็นอย่างดี เพราะได้มี
การใช้งานมานานแลว้ และมีระบบเชอื่ มโยงขอ้ มลู การจราจรในรูปแบบของดิจติ อล เชน่ ในรถแทก็ ซีจ่ ะพบอุปกรณ์
GPS เพอ่ื หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มกี ารจราจรคบั คั่ง หรอื การขับรถเพ่ือท่องเท่ียวก็จะมีการแนะนำเสน้ ทางท่องเทีย่ วพร้อม
สถานท่นี า่ สนใจตา่ งๆ เช่น ร้านอาหาร ท่พี ัก จดุ ชมววิ แหล่งท่องเทีย่ ว เป็นตน้ และนกั เดินทางกม็ ักจะพกอปุ กรณ์
GPS ในรูปแบบ PND หรอื Smart Phone ท่ลี ง Application Software สำหรบั การนำทาง เชน่ Google Map แทน
การพกพาสมุดแผนที่อย่างในอดตี ปัจจบุ ันน้ีระบบ GPS สามารถ คน้ หาถึงระดับบา้ นเลขท่ีหรอื เบอร์โทรศัพท์และนำทาง
ไปสู่เปา้ หมายไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง ปจั จุบนั นอกจากฟงั กช์ นั่ การนำทางพื้นฐานแลว้ ก็ยงั มีการเตือนทางโคง้ จุดด่านเกบ็ เงิน
จดุ ที่มักจะมีการตรวจจับความเร็ว ตำแหน่งกล้องตรวจจับการฝ่าฝนื กฎจราจร การกำหนดความเร็วในถนนแต่ละสาย
ข้อมูลการท่องเท่ียวพร้อมรายละเอยี ดพร้อม ภาพประกอบ ข้อมลู รา้ นอาหารอรอ่ ย ภาพเสมอื นจรงิ ข้อมลู จราจร
TMC หรอื (Traffic Message Channel)
98 ชมรมมดอีสาน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมติ รภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวดั ขอนแกน่
การใช้ GPS ในการติดตามก็มีการใชง้ านอยา่ งแพร่หลายเชน่ รถบรรทุก รถยนตส์ าธารณะ รถพยาบาล รถตำรวจ รถ
โรงเรียน เรอื ประมง ฯลฯ เพ่ือการบรหิ ารจดั การกลมุ่ รถ (Fleet Management) ความปลอดภัย ตดิ ตามและบนั ทึก
พฤติกรรมการใช้งานยานพาหนะ การกำหนดพน้ื ทีป่ ฏิบตั งิ าน เป็นตน้
ระบบระบตุ ำแหน่งบนผวิ โลก (Global Positioning System : GPS) เปน็ ระบบทดี่ าวเทยี มของประเทศ
อเมรกิ าจำนวน 24 ดวง ทโี่ คจรรอบโลกและแต่ละดวงมรี ะยะห่างเท่าๆกนั จากระบบ GIS นี้เองทีท่ ำให้คนบน
พนื้ ผิวโลกทีม่ เี คร่ืองรบั สญั ญาณสามารถท่ีจะทราบพิกดั และตำแหน่งท่ีอยูข่ องตนเองได้ โดยมคี วามแมน่ ยำของการระบุ
ตำแหน่งบนพื้นผิวโลกอยรู่ ะหว่าง 10 ถงึ 100 เมตร ในอปุ กรณ์รบั สญั ญาณส่วนใหญ่ แต่สำหรับอุปกรณร์ บั สัญญาณ
GISชนิดพเิ ศษที่ใชใ้ นกองทัพอาจสามารถรับสัญญาณได้แมน่ ยำถึงระยะ 1 เมตร ซึ่งแต่ก่อนการใช้อุปกรณ์รับสญั ญาณ
GISจะใชส้ ำหรับงานด้านวิทยาศาสตรเ์ ปน็ หลกั แตเ่ น่ืองดว้ ยจากในปัจจุบันต้นทนุ การผลติ ตวั รับสญั ญาณGISมีราคาถูก
ลง จึงทำให้คนทุกๆกลมุ่ สามารถที่จะเขา้ ถึงและซื้อมาไวใ้ ช้งานสว่ นตวั ได้
แต่สำหรับเทคโนโลยีGISในปัจจบุ ันนนั้ เป็นสิง่ ทเี่ ขา้ ถึงและเปน็ เจ้าของไดง้ า่ ย เพราะทุกๆโทรศพั ท์เคล่ือนที่หรือที่
เราเรยี กว่าสมาร์ทโฟนน้นั ได้มีการฝังตัวรับสัญญาณ GIS ลงไปดว้ ย ส่งผลใหบ้ คุ คลทว่ั ไปสามารถทจี่ ะซ้ือมาครอบครอง
ไดท้ ้งั น้นั ซงึ่ การตดิ ตั้งตวั รบั สญั ญาณ GIS ในโทรศัพทเ์ คลือ่ นท่ีนั้นมเี ป้าหมายหลักก็เพ่อื อำนวยความสะดวกในการนำ
ทางใหก้ ับบุคคลทั่วไปในชีวิตประจำวัน โดยโทรศพั ท์เคลอ่ื นทท่ี ฝ่ี ังตัวรบั สญั ญาณ GIS และมีคำสั่งสำหรบั การนำทาง
จะเชอื่ มต่อกบั ดาวเทยี มเพื่อทราบตำแหนง่ ปจั จุบนั ก่อนก่อนท่ีจะนำทางไปยังเปา้ หมายที่ถกู ระบุไวแ้ ล้วบนแผนที่ ซงึ่
อาจจะเดินทางโดยรถยนต์หรือวา่ เดินเทา้ สำหรับเทคโนโลยีที่ทันสมัยกวา่ ท่ีมกั จะตดิ ตงั้ มาในโทรศัพท์เคล่อื นท่ีอยู่แล้ว
โดยสามารถทีจ่ ะบอกไดถ้ งึ ถนนหรอื สถานท่ที ่นี ่าสนใจบนแผนท่ี รวมทง้ั ความสามารถในการนำทางกจ็ ะมีความถูกต้องและแม่นยำ
นอกเหนือจากทใ่ี ชใ้ นการนำทางสำหรบั อปุ กรณเ์ คล่ือนที่แล้ว การใช้งาน GIS ยังใช้งานในการตดิ ตามเปา้ หมาย
โดยในภาคธุรกิจเก่ยี วกับการขนส่งกำลงั เปน็ ทนี่ ยิ มเนื่องจากว่าการตดิ ตง้ั GPS tracking เพ่อื ติดตามรถยนตท์ ี่
พนักงานขับออกไปส่งสนิ ค้าหรือบริการ เป็นการควบคมุ การใชร้ ถของพนกั งานขับรถให้เปน็ ระเบียบมากยงิ่ ขึน้ ควบคุม
การออกนอกเสน้ ทางและการแวะพักโดยไม่จำเปน็ ท้ังยังควบคมุ การทุจริตของพนักงานขับรถได้ ที่อาจเกิดจากการดดู
น้ำมนั ไปขาย หรอื การเอารถไปใช้ในจดุ ประสงค์อ่นื รวมทั้งป้องกนั การโจรกรรมรถจากผู้ไมป่ ระสงคด์ ี และจากเหตุผล
ทีไ่ ดก้ ลา่ วมานี้เอง การใช้ GPS tracking จงึ จะคุ้มทุนกับสว่ นตา่ งของรายจ่ายทจ่ี ะเสียไปโดยไมไ่ ด้ควบคมุ ไว้ตัง้ แตแ่ รก
ชมรมมดอีสาน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมติ รภาพ ตำบลในเมอื ง อำเภอเมอื งขอนแก่น จังหวดั ขอนแก่น 40000 99
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System : GIS)
ความหมายของระบบภูมิสารสนเทศ (GIS)
กระทรวงมหาดไทย ให้ความหมายว่า ระบบสารสนเทศภมู ิศาสตร์ (Geographic Information System: GIS)
หมายถงึ เคร่อื งมือทใ่ี ช้ระบบคอมพวิ เตอรเ์ พ่ือใช้ในการนำเขา้ จัดเก็บ จัดเตรียม ดดั แปลง แกไ้ ข จัดการ และวเิ คราะห์
พร้อมทั้งแสดงผลข้อมลู เชิงพ้ืนท่ี ตามวตั ถปุ ระสงค์ต่างๆ ทไี่ ดก้ ำหนดไว้ ดงั น้ัน GIS จงึ เปน็ เครื่องมอื ทมี่ ีประโยชน์เพ่ือ
ใชใ้ นการจัดการ และบริหารการใชท้ รัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม และสามารถติดตามการเปลยี่ นแปลงข้อมูล
ดา้ นพนื้ ที่ ใหเ้ ป็นไปอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ เนอ่ื งจากเป็นระบบทเ่ี ก่ยี วข้องกับระบบการไหลเวียนของขอ้ มูลและการ
ผสานข้อมลู จากแหลง่ ข้อมลู ต่างๆ เช่น ขอ้ มลู ปฐมภมู ิ (primary data) หรอื ข้อมูลทุตยิ ภูมิ (secondary data) เพอ่ื ให้
เป็นข่าวสารทมี่ ีคุณคา่
ระบบสารสนเทศภมู ิศาสตร์ หมายถึง กระบวนการ (Procedure) ของการใช้คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์
(Hardware) ซอฟท์แวร์ (Software) บุคคลากร (Peopleware) และข้อมูล (Data) ในการเสริมสร้างประสิทธิภาพของการ
จัดเก็บข้อมลู การปรบั ปรุงขอ้ มลู การคำนวณ และการ
วิเคราะห์ข้อมูล ใหแ้ สดงผลในรูปของขอ้ มลู ท่ีสามารถ
อ้างอิงได้ในทางภูมิศาสตร์ หรือ หมายถึง การใช้สมรรถนะ
ของคอมพิวเตอรใ์ นการจัดเก็บ และการใช้ข้อมลู เพื่อ
อธิบายสภาพต่างๆ บนพ้ืนผิวโลก โดยอาศัยลกั ษณะทาง
ภมู ิศาสตร์ เปน็ ตวั เชอ่ื มโยงความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งขอ้ มูล
ระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตร์ หรอื Geographic
Information System : GIS คือกระบวนการทำงาน
เกีย่ วกับข้อมูลในเชงิ พื้นทีด่ ว้ ยระบบคอมพวิ เตอร์ ที่ มี
ความสัมพันธก์ ับตำแหนง่ ในเชิงพน้ื ท่ี เช่น ตำแหน่งท่ีดิน ท่ีตัง้
สงิ่ ปลูกสรา้ ง บ้านเลขที่ และมสี ัมพันธก์ ับตำแหน่งในแผนที่
บนพ้นื ผวิ โลก ตำแหนง่ เส้นรงุ้ เสน้ แวง เปน็ ระบบข้อมลู
สารสนเทศท่ีอยู่ในรูปของฐานขอ้ มูล ที่มสี ว่ นสมั พันธ์กับ
ข้อมลู เชงิ พนื้ ท่ี (Spatial Data) สามารถนำมาวิเคราะหด์ ้วยระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) ทำให้ทราบถงึ การเปลยี่ นแปลงท่ี
สมั พนั ธ์กับเวลาได้ เช่น การแพร่ขยายของโรคระบาด การเคล่ือนย้าย ถ่นิ ฐาน การบุกรกุ ทำลายสภาพปา่ การ
เปลี่ยนแปลงการใช้พ้นื ท่ี ฯลฯ ข้อมลู เหล่านี้ เมอ่ื ปรากฏบนแผนท่ที ำให้สามารถแปลและสื่อความหมายใช้งานได้ง่าย
ระบบสารสนเทศภมู ิศาสตร์(GIS) เป็นระบบขอ้ มูลข่าวสารท่เี กบ็ ไวใ้ นระบบคอมพิวเตอร์ แต่สามารถแปลความหมาย
เชอื่ มโยงกับสภาพภมู ิศาสตร์อืน่ ๆ สภาพทอ้ งท่ี สภาพการทำงานของระบบสมั พันธ์กับสัดส่วนระยะทางและพื้นทจ่ี รงิ บน
แผนท่ี ข้อแตกต่างระหว่าง GIS กบั MIS น้ันสามารถพิจารณาได้จากลักษณะของข้อมูล คือ ข้อมลู ท่จี ัดเก็บใน GIS มี
100 ชมรมมดอสี าน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมติ รภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมอื งขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
ลักษณะเปน็ ขอ้ มูลเชงิ พ้ืนที่ (Spatial Data) ท่แี สดงในรปู ของภาพ (graphic) แผนท่ี (map) ทเ่ี ช่อื มโยงกบั ข้อมลู เชงิ บรรยาย
(Attribute Data) หรือฐานข้อมูล (Database)การเช่อื มโยงข้อมูลทั้งสองประเภทเข้าดว้ ยกนั จะทำใหผ้ ใู้ ชส้ ามารถท่ี
จะแสดง
ขอ้ มูลทั้งสองประเภทได้พร้อมๆ กัน เชน่ สามารถจะคน้ หาตำแหนง่ ของจดุ ตรวจวดั ควันดำ - ควันขาวได้โดยการระบุ
ชือ่ จุดตรวจ หรือสามารถทจ่ี ะสอบถามรายละเอยี ดของจดุ ตรวจจากตำแหนง่ ที่เลือก ซ่ึงจะตา่ งจาก MIS ที่แสดง ภาพ
เพยี งอย่างเดยี ว โดยจะขาดการเชอื่ มโยงกบั ฐานข้อมูลท่ีเชื่อมโยงกับรูปภาพนนั้ แผนท่ีในระบบ GIS จะมีความสัมพนั ธ์
กบั ตำแหน่งในเชงิ พืน้ ท่ีทางภูมิศาสตร์ คือคา่ พิกดั ท่แี นน่ อน ขอ้ มลู ใน GIS ทัง้ ข้อมูลเชิงพน้ื ที่และขอ้ มูลเชงิ บรรยาย
สามารถอา้ งองิ ถึงตำแหน่งทีม่ อี ย่จู ริงบนพืน้ โลกได้โดยอาศัยระบบพกิ ดั ทางภมู ิศาสตร์ (Geocode) ขอ้ มลู ในระบบ GIS ที่
อา้ งอิงกับพื้นผิวโลกโดยตรง หมายถงึ ขอ้ มลู ที่มีคา่ พิกัดหรือมตี ำแหนง่ จริงบนพ้นื โลกหรือในแผนท่ี เชน่ ตำแหนง่ อาคาร
ถนน บ้าน(รวมถึงบ้านเลขที่ ซอย เขต แขวง จงั หวดั และรหัสไปรษณีย)์
ระบบสารสนเทศภมู ิศาสตร์ (GIS)
มดวชิ ัย เทียมประชา วศ.ม. (เทคโนโลยีการจัดการพลังงาน) 2530
ขอนแก่น / พ.ย. 2565
ชมรมมดอีสาน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแกน่ 40000 101
กิจกรรมของชมรมมดอสี าน
สมทบทำโรงพยาบาลสนาม (โรงพยาบาลบา้ นไผ่ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแกน่ )
102 ชมรมมดอีสาน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมติ รภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแกน่ จงั หวดั ขอนแก่น
กิจกรรมของชมรมมดอีสาน
งานศพ มดทวศี กั ดิ์ อัครางกรู อตุ สาหกรรมรนุ่ 4
( ผูท้ ุ่มเทใหก้ ับชมรมมดอสี านมาอยา่ งยาวนาน )
ชมรมมดอสี าน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมอื ง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวดั ขอนแกน่ 40000 103
กจิ กรรมของชมรมมดอสี าน
งานเล้ยี งเตรียมงานมดอีสานสังสรรค์ ครั้งที่ 50+3
104 ชมรมมดอสี าน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมติ รภาพ ตำบลในเมอื ง อำเภอเมอื งขอนแก่น จังหวัดขอนแกน่
ใบสมคั ร
สมาชกิ ชมรมมดอสี าน
วัน เดือน ปี .........................................................
ชอื่ ...................................................................นามสกุล .............................................................................(ไทย)
ชอ่ื ...................................................................นามสกลุ ........................................................................(องั กฤษ)
การศึกษา เคมี คณะวิทยาศาสตร์ สาขา ........................................
เคร่อื งกล
ไฟฟา้ คณะครุ ศุ าสตร์ สาขา ........................................
โยธา
อตุ สาหกรรม ปรญิ ญาโท สาขา ........................................
อื่นๆ....................................................................................
ร่นุ ที่ .................................... เขา้ ศกึ ษา พ.ศ. ........................
มีความประสงค์เป็นสมาชกิ ชมรมมดอีสาน และยินดปี ฏิบัติตามระเบยี บของชมรมมดอีสานทุกประการ
ที่อยู่ ซงึ่ ตดิ ตอ่ ไดท้ างไปรษณยี ์
ท่ีทำงาน ............................................................................. ....................................................................................
........................................................................................... ......................................................................
ท่บี ้าน ............................................................................................................................. ....................................
......................................................................................................................................... ........................
(หากมีการเปลย่ี นแปลงเมอื่ ใด ยนิ ดีแจ้งให้ชมรมมดอสี านทราบทนั ท)ี
ก่อนลงนามสมัครนี้ ข้าพเจ้าได้ศึกษาระเบยี บข้อบงั คับของชมรมมดอสี านจนเขา้ ใจโดยตลอด และขอยืนยันว่า
จะรว่ มมอื และสนบั สนุนการดำเนินงานของชมรมมดอสี านใหเ้ จริญยงิ่ ขน้ึ
พรอ้ มใบสมัครน้ี ขา้ พเจา้ ไดช้ ำระคา่ สมาชิก รายปี (200 บาท) ตลอดชพี (2000 บาท)
โดย เงินสด โอนเข้าบญั ชชี มรมมดอสี าน ธนาคาร ธกส.เลขที่ 020050011436
ลงนาม............................................
(.........................................................)
ชมรมมดอีสาน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จงั หวดั ขอนแกน่ 40000 105
บนั ทกึ
106 ชมรมมดอีสาน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมติ รภาพ ตำบลในเมอื ง อำเภอเมืองขอนแกน่ จังหวัดขอนแกน่
บันทึก
ชมรมมดอีสาน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมอื ง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวดั ขอนแกน่ 40000 107
บนั ทกึ
108 ชมรมมดอีสาน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมติ รภาพ ตำบลในเมอื ง อำเภอเมืองขอนแกน่ จังหวัดขอนแกน่
ขอขอบคณุ ผ้สู นบั สนุน
งานมดอีสานสงั สรรค์ คร้งั ท่ี 50+3
ชมรมมดอสี าน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จงั หวัดขอนแกน่ 40000 109
110 ชมรมมดอีสาน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมติ รภาพ ตำบลในเมอื ง อำเภอเมอื งขอนแก่น จงั หวดั ขอนแกน่
สนับสนุนชมรมมดอีสาน
โดย
หจก.ขอนแกน่ ส.ศิริ
มดสวรรค์ พพิ ฒั น์ไชยศริ ิ (CE.10)
08-1644-4039
ชมรมมดอีสาน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมติ รภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมอื งขอนแก่น จงั หวัดขอนแกน่ 40000 111
สนับสนุนชมรมมดอีสาน
โดย
มดสุคนธ์ มรี ะเกตุ (ย.6)
มดพนมพร มีระเกตุ
สนับสนนุ ชมรมมดอสี าน
โดย
มดนรินทร์ สุภริ ตั น์ (ME.8)
นายชติ มหาวรี ะ (IE.8)
มดจำลอง วรหาญ (CE.8)
มดถวลั ย์ คุณโทถม (EE.8)
112 ชมรมมดอสี าน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จงั หวดั ขอนแก่น
ชมรมมดอีสาน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมติ รภาพ ตำบลในเมอื ง อำเภอเมอื งขอนแก่น จงั หวดั ขอนแกน่ 40000 113
114 ชมรมมดอีสาน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมติ รภาพ ตำบลในเมอื ง อำเภอเมอื งขอนแก่น จงั หวดั ขอนแกน่
ชมรมมดอีสาน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมติ รภาพ ตำบลในเมอื ง อำเภอเมอื งขอนแก่น จงั หวดั ขอนแกน่ 40000 115
116 ชมรมมดอีสาน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมติ รภาพ ตำบลในเมอื ง อำเภอเมอื งขอนแก่น จงั หวดั ขอนแกน่
สนบั สนุน
งานมดอสี านสงั สรรค์ ครงั้ ที่ 50+3
โดย
มดทวโี ชค ธนธรรมเลศิ (อ.18)
** แชมป์สนกุ เกอร์และคาราโอเกะ จา้ **
ชมรมมดอสี าน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมอื ง อำเภอเมอื งขอนแก่น จงั หวัดขอนแก่น 40000 117
118 ชมรมมดอีสาน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมติ รภาพ ตำบลในเมอื ง อำเภอเมอื งขอนแก่น จงั หวดั ขอนแกน่
ชมรมมดอีสาน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมติ รภาพ ตำบลในเมอื ง อำเภอเมอื งขอนแก่น จงั หวดั ขอนแกน่ 40000 119
สนับสนนุ ชมรมมดอสี าน
โดย
มดวีระชัย ทองไพบลู ย์ (ย.18)
โทร.08-1391-3936
120 ชมรมมดอสี าน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมติ รภาพ ตำบลในเมอื ง อำเภอเมืองขอนแกน่ จงั หวัดขอนแก่น
ชมรมมดอีสาน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมติ รภาพ ตำบลในเมอื ง อำเภอเมอื งขอนแก่น จงั หวดั ขอนแกน่ 40000 121
122 ชมรมมดอีสาน : 359/888 หมู่ 17 ถนนมติ รภาพ ตำบลในเมอื ง อำเภอเมอื งขอนแก่น จงั หวดั ขอนแกน่