รายงานวิจยั
ถา นอดั แทงจากกะลาปาลมนํ้ามนั
โครงงานวจิ ัย “ผลของสภาวะโลกรอ นตอระบบนิเวศส่งิ แวดลอมและสุขภาพ”
ภายใตก ารสนบั สนุนของกองทนุ สุขภาพกบั สภาวะโลกรอน
สถาบันสง่ิ แวดลอ มไทย
นางสาวเตชินี ภิรมย
ตาํ แหนง ครู คศ.1
โรงเรียนปลายพระยาวทิ ยาคม
สํานกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา ตรงั กระบ่ี
ถา นอดั แทงจากกะลาปาลมน้ำมัน
โดย
นางสาวประภัสสร พันธแ กว
นายณฏั ฐพงศ แกวยอดเขา
นางสาวสดุ ารตั น อไุ รโรจน
โรงเรียนปลายพระยาวทิ ยาคม อำเภอปลายพระยา จังหวดั กระบ่ี
รายงานฉบับนีเ้ ปนสวนหนงึ่ ของการทำโครงงานวิจยั
“ผลของสภาวะโลกรอนตอระบบนเิ วศสงิ่ แวดลอ มและสุขภาพ”
ภายใตการสนบั สนนุ ของกองทนุ สุขภาพกบั สภาวะโลกรอน
สถาบนั สงิ่ แวดลอ มไทย
ถา นอดั แทงจากกะลาปาลม น้ำมัน
โดย
นางสาวประภัสสร พนั ธแกว
นายณฏั ฐพงศ แกว ยอดเขา
นางสาวสดุ ารัตน อไุ รโรจน
อาจารยท ี่ปรึกษา
นางสาวเตชนิ ี ภิรมย
ก
ชอื่ โครงงาน ถานอัดแทง จากกะลาปาลม น้ำมัน
ชื่อนกั เรยี น นางสาวประภัสสร พนั ธแกว
นายณฏั ฐพงศ แกว ยอดเขา
นางสาวสดุ ารัตน อไุ รโรจน
ชอื่ อาจารยท ี่ปรึกษา นางสาวเตชนิ ี ภิรมย
โรงเรยี น ปลายพระยาวิทยาคม
ท่อี ยู 4 ถ.อา วลกึ -พระแสง ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบ่ี 81160
โทรศัพท 075687020 โทรสาร 075687030
ระยะเวลาทำโครงงาน กนั ยายน - พฤศจกิ ายน 2559
บทคดั ยอ
การศึกษาเรอ่ื ง ถา นอดั แทง จากกะลาปาลม นำ้ มัน มวี ัตถปุ ะสงคข องการศกึ ษา 1) เพื่อศึกษา
กระบวนการทำถา นอัดแทง จากกะลาปาลมน้ำมัน 2) เพื่อเปรียบเทียบควันไฟและระยะเวลามอดดับ
จากถานอัดแทงจากกะลาปาลม นำ้ มันและถา นทองตลาดทั่วไป 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของคนใน
ชมุ ชนท่มี ตี อ การขยายผลเร่ืองถา นอัดแทง จากกะลาปาลม นำ้ มันลงสูชุมชน ณ บานคลองพระยาตำบล
ปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จงั หวัดกระบี่ 4) เพือ่ ศึกษาการนำถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมันไปใช
เปนเช้ือเพลิงในชุมชน ณ บานคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ และ 5) เพื่อ
สงเสริมใหเกิดการใชประโยชนเศษวัสดุเหลือท้ิงทางการเกษตรอยางย่ังยืน เครื่องมอื ท่ีใชในการศึกษา
ประกอบดว ย 1) แบบบนั ทึกผลการศกึ ษากระบวนการการทำถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมัน 2)แบบบันทึกผล
การเปรียบเทียบควันไฟจากถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมันและถานทองตลาดทั่วไป 3) แบบบันทึกผลการ
เปรียบเทียบระยะเวลามอดดับของถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมันและถานทองตลาดท่ัวไป 4) แบบสอบถามความ
พงึ พอใจของชุมชนท่มี ตี อ การขยายผลถานอัดแทงจากกะลาปาลมนำ้ มัน ลงสูชมุ ชน ณ บา นคลองพระยา ตำบลปลาย
พระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ และ6) แบบบันทึกผลการสัมภาษณการนำถานอัดแทงจากกะลาปาลม
นำ้ มันไปใชใ นการปลูกพชื ในชุมชน ณ บา นคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบ่ี
ผลการศึกษาพบวา 1) สามารถทำถานอัดแทง จากกะลาปาลมน้ำมันไดตามความตองการ 2)
ในจำนวนปริมาณถาน 5 กอน ระยะเวลาในการเผาไหมของถานอัดแทง จากกะลาปาลมนานกวา มี
ปริมาณควันที่นอยกวา และมีขี้เถานอยกวา ถานตามทองตลาดทั่วไป 3) ความพึงพอใจที่มีตอการ
ขยายผลถานอัดแทงจากกะลาปาลม ณ บานคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา
จังหวัดกระบี่ โดยรวมมคี วามพึงพอใจในระดับมาก 4) ชาวบานที่นำถานไปใชนั้นจะใชถานในการ
ปรุงอาหารอยางหลากหลาย เชน การปงปลาสดและปลายแปรรูป การยางหมู การนึง่ ขนมและขาว
เหนียว การหุงขาว การทำผัดผกั เปน ตน ผลปรากฏวา การใชถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำ มีควัน
และข้ีเถานอย ไมตองเตมิ ถา นบอยครงั้ ถา นอยไู ดน าน ไฟของถานไมแ รงจนเกนิ ไป
ข
กิตตกิ รรมประกาศ
การศึกษาถา นอัดแทงจากกะลาปาลม ฉบับนี้สมบูรณดวยความกรุณาเปนอยางยิ่งจากอาจารย
ที่ปรึกษา นางสาวเตชินี ภิรมย ครูโรงเรียนปลายพระยาวิทยาคม ซึ่งกรุณาเปนผูตรวจสอบและ
ประเมินคุณภาพของถานอัดแทง และตรวจสำหรับทำการปรับปรุงแกไข จนงานการศึกษาฉบับน้ี
สำเร็จลลุ ว งไดด ว ยดคี ณะผูศึกษาขอกราบขอบพระคณุ เปน อยางสูงมา ณ ที่น้ี
ขอกราบขอบพระคุณบิดา มารดาของคณะผูศึกษา ซึ่งไดกรุณาใหการสนับสนุนคณะผูศึกษา
และผมู พี ระคณุ ดวยความเมตตาสม่ำเสมอ และใหความรว มมอื ในการศึกษาครง้ั นี้เปนอยางดี
คุณความดีอันพึงที่ไดรับจากการศึกษาครั้งนี้ ขอมอบเปนกตเวทิตาคุณแดบิดามารดา
บูรพาจารยครอบครัวของคณะผูศึกษา และผูมีพระคุณทุกทานที่ใหความสนับสนุน เกื้อกูล และให
กำลังใจตลอดเวลาจนงานการศึกษาฉบับนีส้ ำเร็จสมดังประสงค
คณะผศู กึ ษา
สารบัญ หนา
ก
บทคดั ยอ ข
กติ ตกิ รรมประกาศ ค
สารบญั ง
สารบญั ตาราง จ
สารบัญภาพ
บทท่ี 1 บทนำ 1
2
ภูมหิ ลงั และความเปนมา 2
วตั ถุประสงคข องการศึกษา 2
สมมติฐานการศึกษา 2
ขอบเขตการศกึ ษา 3
ตัวแปรทใ่ี ชใ นการศึกษา 3
ขอ ตกลงเบือ้ งตน
ประโยชนทไี่ ดร ับจากการศึกษา 4
บทที่ 2 เอกสารและงานวจิ ยั ทีเ่ ดย่ี วของ 4
แนวคดิ เกี่ยวกบั ความพึงพอใจ 7
แนวคดิ เก่ียวกบั การสมั ภาษณ
งานวจิ ยั ท่ีเก่ียวของกบั ถานอัดแทง 10
บทท่ี 3 วิธดี ำเนนิ การศึกษา 10
เตรยี มการ 11
สรา งเครื่องมือทใ่ี ชในการรวบรวมขอ มูล 11
ดำเนินการศกึ ษาและทดลอง
วเิ คราะหขอมลู 12
บทท่ี 4 ผลการวิเคราะหข อ มลู
การวิเคราะหขอมูล 18
บทที่ 5 สรปุ ประเมนิ ผลและขอ เสนอแนะ 18
เครอ่ื งมอื ที่ใชใ นการศึกษา 19
การวเิ คราะหขอมูล 20
สรปุ ผลการทดลอง
อภิปรายผล 23
บรรณานกุ รม 25
ภาคผนวก ก แบบสอบถาม 30
ภาคผนวก ข ภาพประกอบการทำถานอัดแทง จากกะลาปาลมนำ้ มัน
ภาคผนวก ค ภาพประกอบการนำถา นจากกะลาปาลม นำ้ มนั ทดลองใชก ับชุมชน
ภาคผนวก ง ภาพประกอบการสำรวจแบบสอบถาม
สารบัญตาราง
หนา
ตารางท่ี 1 แสดงผลการศึกษากระบวนการการทำถานอัดแทงจากกะลาปาลม 13
ตารางที่ 2 แสดงผลการเปรยี บเทียบการเผาไหมข องถา นอัดแทง จากกะลาปาลม และถาน 14
ทองตลาดทัว่ ไป
ตารางท่ี 3 แสดงผลการศึกษาความพึงพอใจของชมุ ชนทม่ี ตี อ การเผาไหมถ านอดั แทงจาก 15
กะลาปาลม น้ำมัน ลงสชู ุมชน ณ บา นคลองพระยา ตำบลปลายพระยา
อำเภอปลายพระยา จังหวดั กระบี่ จำแนกตามเพศ
ตารางที่ 4 แสดงผลการศกึ ษาความพงึ พอใจของชุมชนท่มี ีตอการเผาไหมถา นอดั แทง จาก 15
กะลาปาลมนำ้ มนั ลงสชู มุ ชน ณ บา นคลองพระยา ตำบลปลายพระยา
อำเภอปลายพระยา จงั หวัดกระบ่ี
ตารางที่ 5 แสดงผลการศึกษาการนำถา นอดั แทง จากกะลาปาลมในชุมชน ณ บานคลองพระยา 16
ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จงั หวัดกระบี่
สารบัญภาพ หนา
ภาพ ข.1 แสดงการเผากะลาปาลมน้ำมนั 26
ภาพ ข.2 แสดงใบนนุ 100 ใบ 26
ภาพ ข.3 แสดงนำ้ ใบนุน 180 มลิ ลิลติ ร 27
ภาพ ข.4 แสดงการผสมถา นทุบกบั นำ้ ใบนุน 27
ภาพ ข.5 แสดงการผสมใบนุนและขาวสวย และเตมิ นำ้ ขณะตำ 28
ภาพ ข.6 แสดงการนำถา นลงอัดทอ พีวซี ี 28
ภาพ ข.7 แสดงการอดั ถานดว ยแมแ รง 29
ภาพ ข.8 แสดงการนำถานตากแดด 29
ภาพ ค.1 แสดงการใชถานขณะยางปลา 31
ภาพ ค.2 แสดงปลาหลงั ยางเสรจ็ 31
บทที่ 1
บทนำ
1.1 ภูมิหลังและความเปนมา
โลกเปนดาวเคราะหเพียงดวงเดียวในระบบสุริยจักรวาลที่มีสภาพเอื้อตอสรรพชีวิต ปจจัย
หนึง่ ท่ที ำใหเปน เชน น้นั คอื การมอี ุณหภมู ทิ พ่ี อเหมาะ เนอื่ งจากโลกมชี ้ันโอโซนและบรรยากาศปกคลุม
อยูเหนือผิวโลก ทำหนาที่เปนเกราะกำบังรังสีและความรอน ควบคุมอุณหภูมิและเปนตัวกำหนด
รูปแบบภมู ิอากาศและสภาพแวดลอมในแตละภูมภิ าคท่ัวโลก เพอ่ื ใหสง่ิ มีชวี ติ ชนิดตางๆ สามารถดำรง
อยูไ ดอยางปกติสุข (องคก ารสิ่งแวดลอ มโลก, 2544) ถงึ แมบางคร้ังจะเกดิ ภยั พบิ ัตทิ างธรรมชาติที่สราง
ความเสียหายตอสิ่งมชี ีวิต อนั เนื่องมาจากความผนั แปรของสภาพภมู ิอากาศก็ตาม แตปรากฏการณ
เหลานี้ลวนดำเนินไปตามวิถีของธรรมชาติ เปนสิ่งที่มนุษยตางคุนเคยและยอมรับไดอยางไรก็ตาม
อุณหภูมขิ องโลกที่เอือ้ ตอ การมชี ีวติ ของสรรพชวี ิตท้ังหลายกำลังเปลย่ี นแปลงอยางมนี ัยสำคญั ทำใหใ น
ปจจุบันสภาพภูมิอากาศของโลกกำลังเกิดการวิปริตแปรปรวนอยางที่ไมเคยปรากฏมากอน เชน
มนุษยตองเผชิญกับฤดกู าลแหงพายุที่มีอานุภาพรุนแรงและเกิดขึ้นถ่ีกวาเดมิ ถึงรอยละ 50 จากท่ีเคย
เปน มา (อัล กอร, 2551) ซึ่งยุคกอนการปฏิวัตอิ ุตสาหกรรม (ประมาณ พ.ศ.2293-2343) บรรยากาศ
มีกาชคารบอนไดออกไซด ประมาณ 270 ppm (สวนในลานสวน) และเพิม่ สูงขึ้นเปน 356 ppm ใน
ปจจุบัน และคาดวาปริมาณกาชนี้จะเพิ่มขึ้นเปน 2 เทาในศตวรรษหนาเมื่อปริมาณของกาชเรือน
กระจกเพ่มิ มากขนึ้ กจ็ ะดดู กลืนและแผร ังสีความรอนเอาไวในโลกมากข้นึ ดว ย ทำใหเกิดปรากฏการณท ่ี
เรียกวา การเปลี่ยนเปลี่ยนภูมิอากาศ (Climate change) หรอื อีกนัยหนึ่งคอื ภาวะโลกรอ น (Global
warming) (พชั รี แสนจนั ทร, 2541)
ชุมชนบา นคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ ประชากรสวน
ใหญประกอบอาชีพเกษตรกรรม นยิ มปลูกปาลมน้ำมนั สง ผลใหปาลมนำ้ มันเปนพืชเศรษฐกิจของชาว
อำเภอปลายพระยา ทั้งนี้ปาลมน้ำมันทนตอสภาพอากาศที่รอนจนถึงรอนจัดไดอยางดีเยี่ยม และ
ระยะเวลาในการปลูก 3-5 ป ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได ซ่งึ ในการปลูกปาลมน้ำมันนั้นสวนใหญจะ
มีวัสดุเหลือทิ้งจำนวนมาก ไมวาจะเปน กากใบ กะลาปาลม น้ำมัน ตลอดจนลำตน และตอรากปาลม
น้ำมัน ซึ่งเศษวัสดุเหลานี้สามารถนำไปใชประโยชนดา นตางๆ ได เชน การใชเปนเชื้อเพลิงในรูปฟน
การเพาะเห็ด การนำไปใชประโยชนทางการเกษตรโดยการใชเปนวัสดุคลุมดินเพื่อรักษาความชุมชื้น
การนำเศษวัสดุเหลือทิ้งจากปาลมน้ำมนั มาพัฒนาและใชประโยชนทางดา นพลงั งานในรูปเชื้อเพลิงอัด
แทงจะเปนการสรางมูลคาเพ่ิมใหแกปาลมน้ำมันและเศษวัสดุของปาลมน้ำมัน โดยจะเปนการเพ่ิม
แหลงผลิตพลงั งานทดแทนฟน ถาน และแกส ซึ่งทำใหลดปญหาการตัดไมทำลายปา เพื่อนำมาใชเปน
เชื้อเพลิงอีกทางหนึ่ง (นฤมล ภานุนำภา, 2555) ซึ่งเมื่อทางเกษตรกรขายทะลายปาลมน้ำมันทาง
โรงงานจะนำทะลายปาลมน้ำมันมาแทะเมล็ดออกเพื่อนำเนื้อปาลมออกจากกะลาปาลมและนำกะลา
ปาลม ไปตั้งทงิ้ ไวโ ดยไมเ กิดประโยชน อกี ทัง้ ยงั สง ผลตอ สภาวะโลกรอ นเนือ่ งจากกอ เกดิ แหลงขยะ
จากเหตุผลดังกลาวขางตน ทางคณะผูจัดทำจึงไดเล็งเห็นความสำคัญและสนใจนำกะลาปาลมน้ำมันที่
ทางโรงงานทิ้งไวมาทำการแปรรูปและเพิ่มมูลคาโดยการทำเปนถา นอัดแทง เพื่อนำมาใชในครัวเรือน นอกจากนี้
2
ถานจากกะลาปาลมน้ำมันยังชวยลดการเกดิ ขยะในภาคเกษตรกรรม ลดภาวะโลกรอน เพราะมีควันไฟและขี้เถา
นอยเปนเชื้อเพลิงไดดี อีกทัง้ ถานทีจ่ ำหนายตามทองตลาดสวนใหญนั้นมาจากไมซึ่งมาจากการตัดไมทำลายปา
แตถ า นทคี่ ณะผูจัดทำไดท ำขึ้นนัน้ เปนถานที่นำวสั ดเุ หลือใชทางการเกษตรมาแปรรปู และเพ่ิมมูลคาสามารถผลิต
เพื่อใชในครัวเรือนหรือจัดจำหนา ยตามทองตลาดและสรางอาชีพเสริมใหก ับเกษตรกรในชมุ ชนบานคลองพระยา
ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวดั กระบี่
1.2 วัตถุประสงคข องการศึกษา
1) เพ่ือศึกษากระบวนการทำถานอัดแทง จากกะลาปาลม น้ำมัน
2) เพื่อเปรียบเทียบควันไฟและระยะเวลามอดดับจากถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมนั และ
ถานทอ งตลาดทว่ั ไป
3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของคนในชุมชนที่มีตอการขยายผลเรื่องถา นอัดแทงจากกะลา
ปาลมนำ้ มันลงสชู ุมชน ณ บา นคลองพระยาตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวดั กระบี่
4) เพ่อื ศกึ ษาการนำถา นอดั แทง จากกะลาปาลมน้ำมันไปใชเปนเชื้อเพลิงในชุมชน ณ บา นคลองพระยา
ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จงั หวดั กระบี่
5) เพ่ือสงเสริมใหเ กิดการใชประโยชนเศษวัสดเุ หลือทิง้ ทางการเกษตรอยางยั่งยนื
1.3 สมมติฐานการศึกษา
1) ถา นอดั แทง จากกะลาปาลม น้ำมนั มีควนั ไฟนอยกวาถา นทองตลาดท่ัวไป
2) ถา นอดั แทงจากกะลาปาลมนำ้ มันมอดดบั ชากวา ถานทองตลาดทว่ั ไป
3) คนในชุมชนมีความพึงพอใจตอการขยายผลเรื่องถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมันลงสู
ชุมชน ณ บา นคลองพระยาตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวดั กระบี่ อยูในระดบั มาก
4) คนในชมุ ชนสามารถนำถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมันใชเปนเชื้อเพลิงทดแทนแกสหุง
ตมทว่ั ไปได
1.4 ขอบเขตการศกึ ษา
การศกึ ษาถา นอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมัน ทางคณะผูจดั ทำไดกำหนดขอบเขตของการเก็บ
ขอมูลตัวอยางภายในตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา โดยใชชุมชน ณ บานคลองพระยา
ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบ่ี เปนกลมุ ตัวอยา ง
1.5 ตัวแปรทีใ่ ชในการศกึ ษา
ตวั แปรตน ไดแก ถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมัน
ตัวแปรตาม ไดแก ผลการศึกษากระบวนการการทำถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมัน ควนั ไฟ ระยะเวลา
มอดดบั ของถานอัดแทง จากกะลาปาลม นำ้ มัน ความพึงพอใจของคนในชุมชน และการนำถานอัดแทง จากกะลาปาลม
น้ำมนั ไปใชเปน เช้อื เพลิงในชุมชน ณ บา นคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จงั หวดั กระบี่
3
1.6 ขอตกลงเบ้ืองตน
1) ผูตอบแบบสอบถามทุกคนตอบแบบสอบถามดว ยความเขาใจและดวยความจริงใจ
2) การวิจัยในครั้งนีถ้ ือวา ความแตกตางในเรื่องเพศ ไมมีผลกระทบตอความพึงพอใจของ
ชุมชนที่มีตอการเผาไหมถานอัดแทงจากกะลาปาลมนำ้ มันชุมชน ณ บานคลองพระยา ตำบลปลาย
พระยา อำเภอปลายพระยา จงั หวัดกระบ่ี
1.7 ประโยชนที่ไดรับจากการศึกษา
1) เพื่อเปน แนวทางการศึกษาในการทำถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมันและสามารถนำไป
เผยแพรสูชุมชนได
2) เปนการอนุรกั ษท รพั ยากรธรรมชาติเพอ่ื คุณภาพของส่งิ แวดลอ มท่ีย่ังยืน
3) ประหยดั คาใชจา ยดวยการนำเศษวัสดเุ หลือใชจ ากการเกษตรทำเปนถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมัน
4) คนในชุมชนชว ยลดปริมาณการทิ้งกะลาปาลมจากโรงงาน ซึง่ เปนสาเหตุหนึง่ ที่ทำเกิดสภาวะโลก
รอนตอระบบนิเวศ และสขุ ภาพ
5) คนในชมุ ชนมสี ุขภาพทด่ี ขี นึ้ (ดานภูมแิ พ จากควนั ไฟ แพฝุน เปน ตน) เพราะถานอดั แทงจากกะลา
ปาลมน้ำมันมคี วนั และขเี้ ถานอย
บทท่ี 2
เอกสารและงานวิจยั ทเ่ี กยี่ วขอ ง
การศึกษาครั้งนี้ ผูศึกษาไดศ ึกษาจากการคนควาจากเอกสาร ตำรา และงานวิจัยท่ีเกี่ยวของ เพื่อเปน
กรอบแนวคิดในการดำเนนิ งานการศึกษา โดยนำเสนอตามหวั ขอดังน้ี
2.1 แนวคดิ เกี่ยวกบั การวัดความพึงพอใจ
การวัดความพงึ พอใจนั้น สามารถทำไดหลายวิธี ดังตอไปน้ี
1. การใชแบบสอบถาม โดยผูออกแบบสอบถาม ตองการทราบความคดิ เหน็ ซึ่งสามารถกระทำการไดใน
ลักษณะการกำหนดคำตอบใหเลือก หรือตอบคำถามอิสระ คำถามดังกลาว อาจถามความพอใจในดานตางๆ
เพื่อใหผูตอบทุกคนมาเปนแบบแผนเดยี วกัน มักใชในกรณีทีต่ องการขอ มูลกลมุ ตัวอยางมากๆ วิธีน้นี บั เปนวิธี
ที่นิยมใชกันมากที่สุดในการวัดทัศนคติ รูปแบบของแบบสอบถามจะใชมาตรวัดทัศนคติ ซึ่งนิยมใชในปจจบุ นั
วิธีหนึ่ง คือ มาตราสว นแบบลิเคิรท ประกอบดวยขอความที่แสดงถึงทัศนคติของบุคคลท่ีมีตอสิ่งเราอยางใด
อยางหนงึ่ ทม่ี คี ำตอบที่แสดงถึงระดบั ความรูส กึ 5 คำตอบ เชน มากทส่ี ุด มาก ปานกลาง นอย นอยที่สดุ
2. การสมั ภาษณ เปนวิธีการทีผ่ วู จิ ัยจะตอ งออกไปสอบถามโดยการพูดคุย โดยมีการเตรียมแผนงาน
ลว งหนา เพอ่ื ใหไดข อ มลู ท่เี ปน จรงิ มากท่ีสุด
3. การสังเกต เปน วธิ ีวดั ความพงึ พอใจ โดยสังเกตพฤตกิ รรมของบคุ คลเปา หมายไมว าจะแสดงออกจาก
การพูดจา กรยิ า ทา ทาง วิธีการน้ตี อ งอาศยั การกระทำอยางจิงจัง และสงั เกตอยามรี ะเบียบแบบแผน วิธีน้ีเปน
วธิ กี ารศึกษาท่ีเกาแก และยังเปน ทน่ี ยิ มใชอ ยา งแพรห ลายจนถึงปจจุบนั
แหลง ที่มา ; Maitree Pogsapan. การวัดความพึงพอใจ [ออนไลน]. เขาถงึ ไดจ าก
http://maitree3.blogspot.com/p/blog-page_18.html (วนั ท่ีศึกษาขอ มลู 17 สิงหาคม
2559)
จากการศึกษาการวัดความพึงพอใจ สรุปไดวาการวัดความพึงพอใจเปนการบอกถึงความชอบของ
บุคคลทมี่ ตี อ สิ่งใดสง่ิ หนึ่ง ซ่ึงสามารถวัดไดห ลายวิธี อาทิ การสมั ภาษณ การใชแ บบสอบถามความคดิ เห็น และ
การใชแ บบสำรวจความรสู กึ
2.2 แนวคิดเก่ยี วกบั การสัมภาษณ
2.2.1 ความหมายการสมั ภาษณ
การสัมภาษณ คอื การคยุ อยา งมีจุดมงุ หมาย ซ่งึ นยิ มใชเปนเครอ่ื งมือวัดผลการศึกษาเกี่ยวกับ
คุณลักษณะดานความรูสึกเปนสวนใหญ เชน เกี่ยวกับบุคลิกภาพ การปรับตัว เจตคติ ความสนใจ
รวมทั้งคณุ ลักษณะเกี่ยวกับการปฏิบัติในดานวิธีการปฏบิ ัติ การใชสัมภาษณเพื่อวัดความสามารถใน
ดานความรู ความคิดทางสติปญญาก็สามารถใชได แตตองระมัดระวังในกรณีที่ผูสัมภาษณมีหลายคน
และใชคำถามคนละชนิดคนละเร่อื ง ซงึ่ จะทำใหเกดิ ปญหาในเร่ืองการเปรยี บเทียบคะแนน
5
2.2.2 ประเภทของการสมั ภาษณ
การสมั ภาษณแบง ออกเปน 2 ประเภท ดังน้ี
1. การสัมภาษณแบบเปนทางการ เปนการสัมภาษณท่ีผูสัมภาษณตองเตรียมคำถาม
หรือแบบสัมภาษณล ว งหนาใหค รอบคลุมเน้อื หาหรือเรอื่ งราวทีต่ องการทราบจากผถู ูกสัมภาษณ
2. การสัมภาษณแบบไมเปนทางการ เปนการสัมภาษณที่มีผูสัมภาษณเตรียมแต
จดุ มุงหมายไวแลวใชว ิธีการสนทนาซกั ถามแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยผูส ัมภาษณตองพยายามใหผู
ถกู สัมภาษณร สู กึ วามีบรรยากาศทเี่ ปนกันเอง และอาจมกี ารปอ นคำถามนำบาง
2.2.3 หลกั เกณฑใ นการสมั ภาษณ
1. ผสู ัมภาษณตองมีจดุ มุงหมายท่ีชัดเจนวา ตองการรสู ิง่ ใดจากผูถ ูกสัมภาษณ
2. ผสู มั ภาษณตองเตรียมคำถามหรือคำสมั ภาษณทเ่ี กีย่ วของไวล ว งหนา
3. ผูสมั ภาษณตองสรางความเปนกนั เองโดยการย้ิมแยมแจม ใสแกผูถกู สัมภาษณ
4. ผสู ัมภาษณควรรเู รอื่ งทตี่ นเองจะสัมภาษณเ ปน อยา งดีเพ่อื ชวยในการสรุปผล และ
ชวยในการต้งั คำถามเสรมิ ระหวา งสัมภาษณ
5. ตองมีการจดบันทึกผลการสัมภาษณอยางรวดเร็วเพื่อไมใหผูถูกสัมภาษณ
หวาดระแวง
2.2.4 ขั้นตอนการสมั ภาษณ การสัมภาษณม ขี ้นั ตอนในการดำเนนิ การ 3 ข้ัน ดงั น้ี
2.2.4.1 ขัน้ เริม่ สมั ภาษณ ผสู มั ภาษณควรคำนึงถงึ เทคนิคท่สี ำคัญ ดงั ตอ ไปน้ี
1) ผูสัมภาษณจะตองแนะนำตัวเอง บอกจุดมุงหมายของการสัมภาษณ
พรอมทง้ั พยายามชี้แนะใหผูถูกสมั ภาษณเห็นวาเขามีสวนสำคัญมากในการทจ่ี ะทำใหงานเก็บรวบรวม
ขอมูลครัง้ นี้สำเร็จลุลวงไปไดอยางสมบูรณ และจะตองช้ีแจงแกผ ูถกู สัมภาษณดวยวา ขอ มูลครั้งนี้ถอื
เปนความลับ และถาจะบันทกึ เทปตอ งแจง ผูส ัมภาษณใ หทราบกอน
2) พยายามสรางบรรยากาศ และสัมพันธภาพท่ีดีในการสัมภาษณ โดยใช
เวลาเล็กนอยสนทนาเรื่องที่ผูสัมภาษณสนใจทั่วๆ ไปกอน เพื่อใหผูถูกสัมภาษณมีความคุนเคย มี
ความรสู ึกเปนมติ รและไวว างใจผสู มั ภาษณ
2.2.4.2 ข้ันสัมภาษณเ นื้อหา ผูส ัมภาษณค วรคำนงึ ถึงเทคนิคดังตอ ไปนี้
1) คำถามควรสั้นกะทัดรัด และปลอยใหผูถ ูกสัมภาษณพูดอยางเสรีเพื่อที่
เขาจะไดรูสกึ วาเขามีอสิ ระในการพูดตามท่เี ขาคิด
2) อยาวิพากษวิจารณ หรือสั่งสอนผูใหสัมภาษณ เมื่อผูใหสัมภาษณให
ขอ มลู หรอื มีพฤติกรรมทขี่ ัดแยง กับสงั คมยอมรบั
3) อยาใชคำถามที่ชแี้ นะคำตอบ
4) ในระหวางสัมภาษณ ผูสัมภาษณไมควรจะเรงรัด หรือคาดคั้นคำตอบ
จากผูใหสัมภาษณ
5) ในกรณีที่ผูสัมภาษณยังไมไดคำตอบที่ชัดเจนหรือเปนที่พอใจ ถายังไม
คุนเคยกันนกั อาจจะผานไปกอน เมื่อจบการสัมภาษณแลว คอยยอนกลบั มาถามใหม โดยกลาวในเชงิ
ทบทวนคำถาม หรือทบทวนคำตอบแบบสุภาพ
6
2.2.4.3 ขั้นยุติการสัมภาษณ ควรกลาวคำขอบคณุ ผูใหสัมภาษณที่ใหความรวมมอื
เปน อยา งดีในการสมั ภาษณ
2.2.5 การจดบันทกึ คำตอบในแบบสัมภาษณ การจดบันทกึ คำตอบในแบบสมั ภาษณ มแี นว
ปฏบิ ัติดังนี้
1) ตองจดบนั ทึกทันทีหลงั จากการสัมภาษณแ ลว เพ่ือกันลืมหรอื สับสน
2) รายละเอียดทจ่ี ะจดบันทกึ ไดแก ชื่อผูใหสมั ภาษณ ที่อยู วันที่สัมภาษณ ผลการ
สมั ภาษณ ซึ่งประกอบดว ย เรอ่ื งที่สมั ภาษณ คำตอบของผใู หส มั ภาษณ ความคดิ เห็นของผูใหสัมภาษณ
ที่มีตอปญหา ขอสงั เกตที่ไดในขณะสัมภาษณเกี่ยวกบั ปญหานั้นๆสรุปขอเสนอแนะและสรุปผลการ
สมั ภาษณ
3) ควรบันทึกแตเนื้อหาสาระเทา นั้น ไมควรใสความคิดเห็นของผูสัมภาษณเพราะ
อาจกอ ใหเ กิดความเอนเอียงได
4) ถาไมไ ดคำตอบในการสัมภาษณใ นคำถามใดทผ่ี สู ัมภาษณค วรจะบันทึกเหตผุ ลไวดว ย
2.2.6 การใชการสัมภาษณ การสัมภาษณมีลักษณะเหมือนการสอบปากเปลา โดยใช
ประสาทสมั ผัสเปนสอ่ื ซ่ึงจะตอ งระมดั ระวงั ดงั นี้
2.2.6.1 ผลของการสัมภาษณข ้ึนอยูก ับลักษณะของผูสมั ภาษณ วธิ ีการ และคำถามท่ี
ใช ผูส ัมภาษณค วรมีลักษณะดังน้ี
1) มกี ารเตรียมตวั ใหพ รอม คำพดู ทาทาง ตอ งเหมาะสมถูกกาลเทศะ
2) มคี วามคลองแคลวในการใชค ำถาม และการสรปุ ผล
3) มีการกระตุน เตอื นในการใชคำยวั่ ยุใหผถู ูกสมั ภาษณต อบคำถาม แตไ มใ ช
คำพดู แบบตีโวหารหรือเลนสำนวน
4) พยายามถามเรอื่ งทีผ่ ถู ูกสัมภาษณอ ยากตอบ และไมถามเชงิ แนะนำคำตอบ
2.2.6.2 ผูถูกสัมภาษณจะใหข อเท็จจริงและรายละเอียดมากนอยเพียงใดยอมขึน้ อยู
กบั ความรว มมอื เปนสำคญั ดงั นัน้ ผสู มั ภาษณค วรปฏิบตั ติ อ ผถู กู สัมภาษณ ดังนี้
1) สรางความเปน กันเองเพื่อไมใหร สู ึกอึดอัด มีอิสระในการตอบ
2) ใหค วามสนใจ และความจริงใจ
3) ไมควรถามในเรอ่ื งท่ีทำใหเสียศักดิ์ศรหี รือเปนจดุ บกพรองที่รุนแรงของผู
ถกู สมั ภาษณ
4) ควรมกี ารติดตอนัดหมายและแจงวตั ถปุ ระสงคใ หผ ูถ ูกสมั ภาษณล วงหนา
5) พยายามอยา ใหมีอคติทางอารมณเกิดข้นึ กับผูสมั ภาษณห รือผถู ูกสมั ภาษณ
6) ไมควรใชเ วลาสมั ภาษณต ิดตอกันนานเกนิ ไป
2.2.7 ขอดีของการสมั ภาษณ
1) ใชไ ดกับคนทุกเพศ ทุกวัย แมแตผูอานหนังสือไมออก หรือเขียนหนังสือไมไ ดก็
สามารถให ขอมูลโดยการสมั ภาษณได
2) การสมั ภาษณเปน การสรา งความเปนกันเองกับผสู ัมภาษณโดยตรง
3) ผถู กู สัมภาษณสามารถซกั ถามคำถามใหเ ขา ใจกอ นท่ีจะตอบได
4) ขอมลู ที่ไดท คี วามนา เช่ือถอื ไดมากกวา แบบสอบถาม
7
5) ผถู ูกสมั ภาษณม โี อกาสแสดงความคดิ เหน็ และซักถามเม่ือไมเขา ใจได
6) ผูส มั ภาษณส ามารถอานความรูสึกนกึ คดิ ของผูใหส มั ภาษณในเรอื่ งตางๆได
2.2.8 ขอ เสยี ของการสัมภาษณ
1) ขอมูลที่ไดขึ้นอยูกับผูสัมภาษณโดยตรงไดแกคุณสมบัติของผูสัมภาษณ เชน
บุคลิกภาพ มนษุ ยสมั พันธ ไหวพริบ การตดั สนิ ใจ เปน ตน
2) อารมณของผูสัมภาษณและผูถูกสัมภาษณ มีผลตอความเที่ยงตรงของขอมูลที่ได
จากการสัมภาษณ
3) การสัมภาษณตอ งใชเวลามากเพราะตองสมั ภาษณเ ปน รายบุคคล
4) ขอมลู ทไี่ ดขึน้ อยกู ับอิทธิพลของสิ่งแวดลอม เชน สภาพอากาศ แสง เสียงรบกวน เปนตน
แหลงท่ีมา ; สถาบนั การพลศึกษา วิทยาเขตชุมพร. การสมั ภาษณ. [ออนไลน] .เขา ถงึ ไดจาก:
http://www.ipecp.ac.th/ipecp/cgi-binn/webpili/unit5/level5-4.html
(วนั ท่คี น ขอมลู 15 สิงหาคม 2559)
จากการศกึ ษาแนวคิดเกยี่ วกบั การสมั ภาษณ สรปุ ไดว า การสัมภาษณมีขนั้ ตอนการดำเนินการ
3 ขั้น ดังนี้ ข้ันท่ี 1 เร่ิมสัมภาษณ ผูส มั ภาษณจะตองแนะนำตนเอง บอกจุดมุงหมายในการสัมภาษณ
พยายามสรางบรรยากาศและสัมพันธภาพที่ดีในการสัมภาษณ ขั้นที่ 2 ขั้นสัมภาษณเนื้อหา ผู
สมั ภาษณค วรคำนึงถงึ เทคนคิ ดังตอ ไปน้ี คำถามควรสนั้ กะทัดรัด อยา วิพากษวจิ ารณ หรอื สัง่ สอนผใู ห
สัมภาษณ อยาใชคำถามที่เปนการชี้แนะคำตอบ ในระหวางสัมภาษณ ผูสัมภาษณไมควรจะเรงรัด
หรือคาดคั้นคำตอบจากผูใหสัมภาษณ ในกรณที ี่ผูสัมภาษณยงั ไมไดคำตอบท่ีชัดเจหรือไมเปนที่พอใจ
ถายังไมค นุ เคยกันนักอาจจะผานไปกอน เมื่อจบการสัมภาษณแลว คอ ยยอนกลับมาถามใหม โดยกลาว
ในเชิงทบทวนคำถาม หรือทบทวนคำตอบแบบสุภาพ ขั้นที่ 3 ขั้นยุติการสัมภาษณ ควรกลาวคำ
ขอบคณุ ผใู หความรว มมอื เปนอยา งดใี นการสมั ภาษณ
2.3 งานวิจยั ที่เกย่ี วของ
รุงโรจน พทุ ธีสกลุ (2553) ไดทำการผลิตถานอดั แทง จากถา นกะลามะพรา วและถานเหงามัน
สำปะหลังมีจุดมุง หมายเพื่อนำวัสดุเหลือใชทางการเกษตรมาใชประโยชน โดยศึกษาการผลิตถานอัด
แทงจากถานกะลามะพราวและถานเหงามันสำปะหลัง โดยทำการทดสอบสมรรถนะทางความรอน
ตามเกณฑมาตรฐานผลิตภัณฑชุมชุน (มผช. 238/2547) ผูวิจัยไดทำการทดลองนำวัสดุทั้ง 2 ชนิด
ดังกลาวมาผสมกัน 5 อัตราสวน ลักษณะถานอัดแทงเปน รูปทรงกระบอกขนาดเสนผานศูนยกลาง 5
เซนตเิ มตร มคี รบี โดยรอบจำนวน 5 ครบี และมีรกู ลวงขนาดเสนผานศนู ยกลาง 1.5 เซนติเมตร ความ
ยาว 10 เซนติเมตร แรงอดั 33 กิโลกรัมตอตารางเซนตเิ มตร และมีปริมาณความชื้นไมเกินรอยละ 8
ของน้ำหนัก ทำการทดสอบโดยการเผาไหมเพื่อวัดผลในหองปฏิบัติการทดสอบเพื่อสงใหผ ูเชี่ยวชาญ
ประเมินความเหมาะสมของสมรรถนะทางความรอนและมลภาวะ ผลทางดานสมรรถนะทางความ
รอน สรุปไดวา ถานอัดแทงที่มีสวนผสมระหวางถานกะลามะพราวและถานเหงามันสำปะหลังใน
8
อัตราสวน 9 : 1 เปนอัตราสวนท่ีใหคาความรอนสูงสุดเทากับ 6,580.10 กิโลแคลอรี่/กิโลกรัม และ
อตั ราสว น 1 : 9 เปน อตั ราสวนทีใ่ หค า ความรอ นตำ่ สดุ เทากบั 4,514.13 กิโลแคลอรี่/กิโลกรมั
วิไลพร ลักษมีวาณิชย และคณะ (2553) ไดศกึ ษาพฤติกรรมการยอมรบั ถานอดั แทงจากซงั ขาวโพด
ผสมกะลามะพราวของชมุ ชนตำบลชางเค่ิง อำเภอแมแจม จังหวัดเชียงใหม มีจุดประสงคหลัก เพื่อลดมลภาวะ
ทางอากาศท่ีเกดิ จากการเผาเศษซังขา วโพดของเกษตรกร ถา นอัดแทง ที่ผลติ ขึ้นมีสัดสวนการผสมของผงถานซัง
ขา วโพด และผงถานกะลามะพราว จากการประชาสมั พันธขอมลู สมบตั เิ ชงิ ฟสกิ สและเชิงความรอ น ตลอดจนการ
สาธิตใหแกชาวบานในตำบลชางเคิ่ง อำเภอแมแจม จังหวัดเชียงใหม ในที่ประชุมของสหกรณหมูบาน พบวา
ชาวบานมีความพึงพอใจกับสมบตั ทิ างฟสิกสแ ละความรอนของถานอัดแทง ในแงที่สามารถลดการตัดไมทำลาย
ปาเพื่อนำมาผลิตเปน ถา นใช นอกจากน้ันยังพอใจในราคาตอหนวยของถา นทไี่ มแ พง
นฤมล ภานุนำภาและคณะ (2555) ไดทำการผลติ เชื้อเพลิงอัดแทงจากเศษวัสดุการเกษตร
และปาลม น้ำมนั มวี ัตถุประสงคเพ่ือหาประสิทธิภาพดานพลังงานความรอ น ศึกษาทดลองในพื้นท่ีศูนย
พัฒนาพลังงานจากไม จังหวัดสระบุรี ศูนยสงเสริมและเผยแพรเทคโนโลยีการใชประโยชนไมขนาด
เล็กและของปา จังหวัดขอนแกน พื้นที่ปลูกปาลมของเกษตรกร จังหวัดชุมพร และหองปฏิบัติการ
สำนักวิจัยและพัฒนาการปาไม กรมปาไม เมือ่ ทดลองใชถานกาบปาลม ถานทางปาลม ใบปาลมสด
กาบปาลมสด ทางปาลมสด ผสมกับเศษวัสดุทางการเกษตรชนิดตาง ๆ รวม 32 สูตรโดยใชกาวแปง
มันสำปะหลังเปน ตัวประสานใหเชื้อเพลิงสามารถอดั เปนแทงได ผลการทดลองพบวาเชื้อเพลิงอัดแทง
สูตรถานกาบปาลมผสมกับถานยูคาลปตัส สูตรกาบปาลมสดผสมขุยมะพราว สูตรใบปาลมผสมขุย
มะพราวและชานออย สูตรงวงปาลมผสมซังขาวโพดและชานออยหรือขี้เลื่อยมีคุณภาพพอใชเปน
เช้ือเพลงิ ได สว นสูตรอ่นื ๆ มีคณุ ภาพไมเ หมาะสมในการทำเปนเชือ้ เพลิงอดั แทง เน่อื งจากเผาไหมแลว
เกิดควันมาก ใหไฟไมแรง มเี ขมาและข้ีเถา มาก
ศิริชัย ตอสกุล และคณะ (2555) ไดทำการศึกษาการผลิตถานอัดแทงจากกากมะพราวที่
เปนสวนผสมหลักมาผสมกับกะลามะพราว ขี้เลื่อย ถานไม เบญจพรรณ ในอัตราสวนผสมที่ 70:30 ,
60:40 , 50:50 , 40:60 และ 30:70 โดยทำการอัดแทงถานมีขนาดเสนผานศูนยกลางรูกลวง 1
เซนติเมตร ความยาว 12 เซนติเมตร และถานอัดแทงรูปทรงกระบอกมีครีบ 5 ครีบรอบดา น ขนาด
เสน ผานศูนยก ลาง 4 เซนตเิ มตร และมีการทดสอบคณุ สมบตั ิคาความรอนทางเช้ือเพลิงตามมาตรฐาน
ASTM เปนไปตามเกณฑมาตรฐานผลิตภัณฑชุมชน (มผช.) ทดสอบระยะเวลาในการมอดดับของถา น
อัดแทง ผลการทดสอบพบวาอดั แทง กากมะพรา วผสมกะลามะพราวกับถานอดั แทงกากมะพราวผสมขี้
เลื่อยมีคาความรอ นใกลเคียงกันซ่ึงมคี าความรอนสูงกวาเกณฑมาตรฐาน มผช. ทีก่ ำหนดไววาถานอดั
แทงจะตองมีคาความรอนไมตำ่ กวา 5,000 กิโลแคลอร่ีตอกิโลกรัม และระยะเวลาในการมอดดับทีใ่ ช
เวลานานทสี่ ุด คอื ถานอัดแทง กากมะพรา วผสมไมเบญจพรรณกับถานอัดแทงกากมะพราวผสมถานไม
ซง่ึ ระยะเวลาในการมอดดับจะแปรผกผนั กบั คาความรอ นน้นั เอง
สงั เวย เสวกวิหาร (2555) ไดทำการศึกษาศักยภาพดานพลังงานของเชื้อเพลิงอัดแทงจากเปลือก
มังคุดมีวัตถุประสงคเพื่อ นำเปลือกมังคุดที่เปนของเหลือทิ้งจากภาคครัวเรือน มาผลิตเปนเชื้อเพลิงอัดแทง
เชื้อเพลิงนี้ใชเปนพลังงานทดแทน ซึ่งแทนการใชฟนและถานไมจากธรรมชาติ โดยมีกาวแปงเปยกเปนตัว
ประสาน ผานกระบวนการอัดแทงดวยเครอ่ื งมืออัด ผลการทดสอบศักยภาพทางพลังงานพบวา มีคาความรอ น
เทากับ 5920 แคลอรีตอกรัม มีอัตราการเผาไหม 11.80 กรัมตอนาที สำหรับการทดสอบประสทิ ธภิ าพการเผา
9
ไหมของเช้อื เพลิงพบวา เชอื้ เพลงิ อดั แทงจากเปลือกมงั คดุ สามารถใชงานหงุ ตม ไดด ี ไมมกี ารแตกปะทุ ตดิ ไปได
ดี ไมม ีเขมา ไมมีควัน และไมม ีกลิ่นรบกวนขณะใชง าน
กฤตนัย เกสร และคณะ (2557) ไดทำการศึกษาเชื้อเพลิงอัดแทงจากวัสดุเหลือทิ้งของ
กระบวนการผลิตน้ำมันปาลมโดยวิธีอดั แบบรอน โดยใชกะลาปาลม เสนใยปาลม ทะลายปาลม เปน
วัตถุดิบเริ่มตน ทำการอัดแทงเชื้อเพลิงอัดแทงที่อัตราสวนวัตถุดิบตางๆ วิเคราะหคุณสมบัติทาง
เชื้อเพลงิ ไดแก ความชื้น ปริมาณเถา ปรมิ าณสารอินทรียระเหยได ปริมาณคารบอนคงตัว คา ความ
รอน คาทนแรงอัด ระยะเวลาในการจุดติดไฟ ระยะเวลาในการลุกไหมท ั้งหมด และหาจุดคุมทุนของ
แตละสดั สวน ผลการทดลองพบวา สัดสว นกะลาปาลม1:เสนใยปาลม1:ทะลายปาลม1 มีคาความช้ืน
นอยที่สุด สัดสวนกะลาปาลม 100% มีคาปริมาณเถา นอ ยที่สุด สัดสวนกะลาปาลม1:เสนใยปาลม 1 :
ทะลายปาลม 1 มีคาความรอนสงู ทส่ี ุด ความเร็วในการจดุ ติดไฟเรว็ สดุ คอื ท่ีสดั สวนเสน ใยปาลม 100%
ใชเวลา1.26±0.10 นาทีเวลาในการลุกไหมทั้งหมดนานที่สุดคือที่สัดสวนกะลาปาลม5:เสนใยปาลม1
ใชเวลา38.18±0.88 นาที โดยความเรว็ ในการจดุ ติดไฟ ระยะเวลาในการลุกไหมและความคงทนจะ
ขึน้ อยกู บั ชนดิ ของวัตถดุ บิ และความเสถยี รของความรอ นของเคร่ืองอัด
บทที่ 3
วธิ ีการดำเนินการศกึ ษา
การศกึ ษาเรื่องถา นอดั แทง จากกะลาปาลมผศู ึกษาไดดำเนนิ การในรูปแบบวิจยั เชงิ ทดลอง ซึ่ง
รูปแบบการศึกษาลำดับข้ันตอน ดงั น้ี
ขน้ั ตอนท่ี 1 ข้ันตรียมการ
ขั้นตอนที่ 2 ขน้ั สรา งเคร่ืองมือ
ขนั้ ตอนที่ 3 ขั้นดำเนินการศึกษาและทดลอง
ขนั้ ตอนที่ 4 ขัน้ วเิ คราะหขอมูล
4.1 เตรยี มการ
จดั เตรยี มขอมูลการทำวจิ ยั โดยศกึ ษาปญ หาของคนในชุมชน รวบรวมปญ หาทีเ่ กดิ ขึ้น ศึกษา
คน ควา ขอ มลู จากแหลงตางๆ รวบรวมขอมลู เพื่อทำการทดลอง โดยตวั แปรทีใ่ ชศ กึ ษา ประกอบดวย
ตวั แปรตน หรือตัวแปรอสิ ระ ตวั แปรตาม
(Independent Variable) (Dependent Variable)
ถานอัดแทง ผลการศกึ ษากระบวนการการทำถาน
จากกะลาปาลม นำ้ มนั อัดแทง จากกะลาปาลมน้ำมนั
- ควันไฟ
- ระยะเวลามอดดบั
- ความพงึ พอใจของคนในชมุ ชน
- การนำถานอัดแทงจากกะลา
ปาลมน้ำมันใชเปนเชือ้ เพลิงทดแทน
แกส หงุ ตม ท่ัวไป
4.2 สรางเครอื่ งมอื ทใ่ี ชในการรวบรวมขอ มูล
1) แบบบันทกึ ผลการศึกษากระบวนการการทำถานอัดแทง จากกะลาปาลมน้ำมัน
2) แบบบันทกึ ผลการเปรียบเทียบควันไฟจากถานอดั แทงจากกะลาปาลม นำ้ มันและถานทองตลาดทัว่ ไป
3) แบบบันทึกผลการเปรียบเทียบระยะเวลามอดดับของถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมันและถาน
ทองตลาดท่ัวไป
4) แบบสอบถามความพึงพอใจของชุมชนที่มีตอการขยายผลถานอัดแทงจากกะลาปาลม นำ้ มัน ลงสชู ุมชน
ณ บานคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จงั หวดั กระบี่
11
6) แบบบันทึกผลการสัมภาษณการนำถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมันไปใชในการปลูกพืชในชุมชน ณ
บานคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จงั หวัดกระบ่ี
4.3 การศกึ ษาและการทดลอง
1) การศกึ ษากระบวนการการทำถา นอดั แทงจากกะลาปาลมน้ำมนั
2) บันทกึ ผลควนั ไฟจากถา นอดั แทงจากกะลาปาลมน้ำมนั และถานทองตลาดทว่ั ไป
3) บันทึกระยะเวลามอดดบั ของถานอดั แทงจากกะลาปาลมน้ำมันและถานทองตลาดทั่วไป
4) ใหคนในชมุ ชนรว มทำแบบสอบถามความพึงพอใจของชุมชนท่ีมีตอการขยายผลเรื่องถานอัด
แทงจากกะลาปาลมน้ำมัน ลงสูชุมชน ณ บานคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา
จงั หวดั กระบ่ี
5) คนในชุมชนรวมตอบแบบสัมภาษณการนำถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมันไปใชในการ
ปลกู พชื ในชุมชน ณ บา นคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จงั หวดั กระบ่ี
4.4 วิเคราะหข อ มลู
4.4.1 การวิเคราะหข อมลู เปนขอ มลู เชิงคุณภาพ ไดแ ก
1) ผลการศกึ ษากระบวนการการทำถานอัดแทง จากกะลาปาลมน้ำมนั
2) ผลการเปรียบเทียบปริมาณควันไฟจากถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมันและ
ถา นทองตลาดทว่ั ไป
3) ผลการเปรียบเทียบระยะเวลามอดดับของถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมันและถาน
ทอ งตลาดท่ัวไป
4) ผลการศึกษาการนำถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมันไปใชเ ปน เชื้อเพลิงในชุมชน
ณ บานคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่
4.4.2 การวเิ คราะหข อมลู เปนขอ มลู เชิงปริมาณ ไดแก
ผลการศึกษาความพึงพอใจของชุมชนที่มีตอการขยายผลเรื่องการทำถานอัดแทง
จากกะลาปาลมน้ำมัน ลงสูชุมชน ณ บานคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา
จังหวัดกระบ่ี ใชค า ความถี่คา รอยละ คา เฉล่ยี เลขคณติ (X) และสว นเบีย่ งเบนมาตรฐาน (S.D.)
บทท่ี 4
ผลการวเิ คราะหข อมูล
การศกึ ษาครั้งนี้ ผูศ ึกษาไดศึกษาเกีย่ วกบั การทำถา นอดั แทงจากกะลาปาลมน้ำมัน ตำบลปลายพระยา
อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ โดยมวี ตั ถุประสงคดังนี้
1) เพื่อศึกษากระบวนการทำถา นอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมัน
2) เพ่ือเปรียบเทียบควนั ไฟและระยะเวลามอดดับจากถานอัดแทง จากกะลาปาลมน้ำมันและ
ถานทองตลาดทั่วไป
3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของคนในชุมชนที่มีตอการขยายผลเรื่องถานอัดแทงจากกะลา
ปาลมน้ำมนั ลงสูชุมชน ณ บานคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่
4) เพอ่ื ศึกษาการนำถานอัดแทงจากกะลาปาลมนำ้ มันไปใชเปน เช้อื เพลิงในชุมชน ณ บานคลองพระยา
ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จงั หวดั กระบี่
5) เพ่ือสงเสริมใหเ กิดการใชป ระโยชนเศษวัสดุเหลือทงิ้ ทางการเกษตรอยางยั่งยนื
4.1 การวเิ คาระขอมลู ประกอบดว ย
ตอนที่ 1 ผลการศึกษากระบวนการเผาไหมของถานอัดแทงจากกะลาปาลมและถานตาม
ทองตลาดท่ัวไป (แสดงในตารางท่ี 1)
ตอนที่ 2 ผลการศกึ ษาควันไฟและระยะเวลามอดดับจากถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมัน
และถา นทอ งตลาดทว่ั ไป (แสดงในตารางท่ี 2)
ตอนที่ 3 ผลการศึกษาความพึงพอใจของชุมชนที่มตี อ การเผาไหมเร่อื งถานอัดแทงจากกะลา
ปาลม ลงสชู ุมชน ณ บา นคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ (แสดงใน
ตารางท่ี 3 และตารางที่ 4)
ตอนที่ 4 ผลการศึกษาการนำถานอัดแทงจากกะลาปาลมในชุมชน ณ บานคลองพระยา
ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบ่ี (แสดงในตารางท่ี 5)
ตอนที่ 5 ขอเสนอแนะเพิ่มเติม
13
ตอนที่ 1 ผลการศึกษากระบนการการทำถา นอัดแทงจากกะลาปาลม (แสดงในตารางท่ี 1)
ตารางท่ี 1 แสดงผลการศึกษากระบวนการการทำถานอัดแทง จากกะลาปาลม
วัสดอุ ุปกรณ วธิ ีการทำ ประโยชนท่ีไดรบั
ในการทำถานอัดแทง จาก วิธีการทำ คือ ประโยชนท ไ่ี ดร บั จาการศกึ ษา
กะลาปาลม มีวสั ดอุ ปุ กรณ 1. นำกะลาปาลมมาเผาใหสกุ 1. เพ่อื เปนแนวทางการศึกษา
ไดแก และไมไ หมจนเกินไป ตำให ในการทำถา นอัดแทงจากกะลา
1. กะลาปาลม น้ำมัน ละเอยี ด ปาลมน้ำมันและสามารถนำไป
2. ใบนนุ 2. นำใบนุน มาตำ เอาเฉพาะ เผยแพรสชู ุมชนได
3. นำ้ สะอาด สว นใบ มาผสมกับขาวสวย 2. เปน การอนุรกั ษ
4. ขา วสวย และนำ้ สะอาด พรอ มค้ันน้ำ ทรพั ยากรธรรมชาตเิ พ่ือ
5. ครกและสากขนาดใหญ 3. ผสมกะลาทตี่ ำแลวลงกับนำ้ คณุ ภาพของสิง่ แวดลอ มที่ยง่ั ยืน
6. แมแ รงรถ ใบนนุ ตามอตั ราสว น คนให 3. ประหยดั คา ใชจ ายดว ยการนำ
7. อปุ กรณการอดั ถา น เขากนั เศษวสั ดุเหลือใชจากการเกษตรทำ
8. วงแหวน 4. จากนน้ั นำกะลาทผ่ี สมแลวใส เปนถานอดั แทง จากกะลาปาลม
9. สวาน ลงไปในอปุ กรณอัดถา น โดย นำ้ มนั
10. ถาด ใตอปุ กรณนั้นรองแมแรงรถ 4. คนในชมุ ชนชว ยลดปริมาณการ
ในอตั ราสวนในการทำถาน ไว พรอมนำสวา นเจาะรู ทิ้งกะลาปาลม จากโรงงาน ซึ่งเปน
อดั แทง จะใช บรเิ วณตรงกลาง ดนั แมแรง สาเหตหุ น่ึงท่ีทำเกดิ สภาวะโลก
กะลาปาลม 2.8 กิโลกรัม รถข้นึ จนแนน รอนตอระบบนเิ วศ และสุขภาพ
ใบนนุ 100 ใบ 5. นำถานออกจากอปุ กรณอดั 5. คนในชมุ ชนมสี ขุ ภาพทีด่ ีข้นึ
ขา วสวย 20 กรมั ถานและนำไปตากใหแหง (ดา นภูมแิ พ จากควนั ไฟ แพฝ นุ
น้ำ 1200 มลิ ลิลติ ร เปน ตน ) เพราะถานอดั แทงจาก
***หมายเหต*ุ ** กะลาปาลม นำ้ มนั มีควัน และขีเ้ ถา
ปรมิ าณของสว นผสมทกี่ ลาว นอ ย
มาจะผลิตถา นได 5 กอน
จากตารางที่ 1 แสดงผลการศกึ ษากระบวนการการทำถานอัดแทงจากกะลาปาลม พบวาใน
การทำถานอัดแทง จากกะลาปาลมมีวสั ดุอุปกรณ ไดแก กะลาปาลมน้ำมัน ใบนุน น้ำสะอาด ขาวสวย
ครกและสากขนาดใหญ แมแ รงรถ อุปกรณการอัดถาน วงแหวน สวาน ถาด ในอัตราสวนในการทำ
ถานอัดแทง จะใช กะลาปาลม 2.8 กโิ ลกรัมใบนุน 100 ใบขาวสวย 20 กรมั น้ำ 1200 มลิ ลลิ ิตร
หมายเหตุ ปรมิ าณของสวนผสมท่ีกลา วมาจะผลิตถา นได 5 กอ น วิธีการทำคอื นำกะลาปาลม
มาเผาใหสุกและไมไหมจนเกินไป ตำใหละเอียดนำใบนนุ มาตำ เอาเฉพาะสวนใบ มาผสมกับขาวสวย
และน้ำสะอาด พรอมคั้นน้ำผสมกะลาทีต่ ำแลวลงกับน้ำใบนุนตามอัตราสวน คนใหเขากันจากนั้นนำ
กะลาที่ผสมแลวใสลงไปในอุปกรณอัดถาน โดยใตอุปกรณนั้นรองแมแรงรถไว พรอมนำสวานเจาะรู
14
บริเวณตรงกลาง ดันแมแรงรถขึ้นจนแนน นำถานออกจากอุปกรณอัดถานและนำไปตากใหแหง
ประโยชนที่ไดรับจากการทำถานอัดแทงจากกะลาปาลมเพื่อเปนแนวทางการศึกษาในการทำถานอัด
แทงจากกะลาปาลมน้ำมันและสามารถนำไปเผยแพรสูชุมชนไดเปนการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ
เพ่ือคุณภาพของสิ่งแวดลอ มที่ยัง่ ยืนประหยัดคา ใชจ ายดวยการนำเศษวัสดุเหลอื ใชจ ากการเกษตรทำเปน ถาน
อัดแทงจากกะลาปาลมนำมนั คนในชุมชนชวยลดปรมิ าณการทง้ิ กะลาปาลมจากโรงงาน ซึ่งเปนสาเหตุหน่งึ ท่ที ำ
เกิดสภาวะโลกรอนตอระบบนิเวศ และสุขภาพคนในชุมชนมีสุขภาพที่ดีขึ้น (ดานภูมิแพ จากควันไฟ แพฝุน
เปนตน) เพราะถา นอัดแทงจากกะลาปาลมนำ้ มันมีควัน และขเ้ี ถา นอ ย
ตอนท่ี 2 ผลการเปรยี บเทียบการเผาไหมของถานอดั แทงจากกะลาปาลมและถานตามทองตลาด
ทว่ั ไป (แสดงในตารางท่ี 2)
ตารางท่ี 2 แสดงผลการเปรียบเทยี บการเผาไหมข องถานอัดแทงจากกะลาปาลมและถาน
ทองตลาดทั่วไป
ชนดิ ของถาน
สง่ิ ทีส่ ำรวจ ถานอัดแทงจากกะลา ถานทองตลาดทัว่ ไป
ปาลมนำ้ มนั
ระยะเวลาในการเผาไหม (ถา น 5 กอ น)
ปรมิ าณควัน 4-5 ชวั่ โมง 3-4 ชั่วโมง
ปรมิ าณของข้ีเถา
ปริมาณนอยมาก ปรมิ าณมาก
นอ ย มาก
จากตารางที่ 2 แสดงผลการเปรียบเทียบการเผาไหมของถานอัดแทงจากกะลาปาลมและถาน
ทองตลาดทั่วไป ผลปรากฏวาในจำนวนปริมาณถาน 5 กอนนั้นระยะเวลาในการเผาไหมของถานอัด
แทงจากกะลาปาลม นานกวา มีปริมาณควนั ท่ีนอ ยกวา และมีขเ้ี ถานอยกวา ถา นตามทอ งตลาดทัว่ ไป
15
ตอนที่ 3 ผลการศกึ ษาความพึงพอใจของชุมชนท่ีมีตอการเผาไหมเ รอื่ งถา นอัดแทง จากกะลาปาลม
ลงสูช ุมชน ณ บา นคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวดั กระบ่ี
(แสดงในตารางที่ 3 และตารางที่ 4)
ตารางที่ 3 แสดงผลการศึกษาความพงึ พอใจของชมุ ชนทมี่ ีตอ การเผาไหมถ านอัดแทงจากกะลาปาลม
นำ้ มนั ลงสชู มุ ชน ณ บานคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา
จังหวัดกระบ่ี จำแนกตามเพศ
เพศ จำนวนคน รอยละ
ชาย 5 25.00
หญิง 15 75.00
รวม 20 100.00
จากตารางที่ 3 แสดงจำนวนและรอยละเพศของผูตอบแบบสอบถามความพึงพอใจที่มี
ตอการขยายผลถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมัน ณ บานคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอ
ปลายพระยา จังหวัดกระบี่ พบวาสวนใหญเปนเพศหญิงมากที่สุด จำนวน 15 คน คิดเปนรอยละ
75.00 รองลงมาคือเพศชาย จำนวน 5 คน คิดเปน รอ ยละ 25.00
ตารางท่ี 4 แสดงผลการศกึ ษาความพงึ พอใจของชมุ ชนท่ีมีตอการเผาไหมถ านอดั แทง จากกะลาปาลม
น้ำมัน ลงสชู ุมชน ณ บา นคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา
จงั หวัดกระบี่
ความพึงพอใจ S.D. ระดบั ความพึงพอใจ ลำดับ
ระยะเวลาการใชง านนาน 4.35 .48 มาก 2
มปี ริมาณควนั นอย
ตดิ ไฟงา ย 4.40 .50 มาก 1
ไมม กี ลนิ่ ฉุน
ใหความรอนไดดี 4.20 .52 มาก 3
ใชง านงา ย ไมด ำติดมือ
รวม 4.35 .67 มาก 2
4.10 .64 มาก 4
4.05 .68 มาก 5
4.24 4.58 มาก
จากตารางที่ 4 จะเห็นไดว า ระดับความพงึ พอใจของชุมชนทม่ี ตี อ การเผาไหมถ านอดั แทงจาก
กะลาปาลมน้ำมัน ลงสูชุมชน ณ บานคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัด
กระบี่ โดยรวมมีความพึงพอใจในระดับมาก และเมื่อพิจารณารายละเอียดพบวา ถา นอัดแทงจาก
กะลาปาลมน้ำมันมีควันนอยมีระดับความพึงพอใจเปนลำดับแรก คา x = 4.40 S.D. = .50
16
ระยะเวลาการใชงานนาน ไมมีกลิ่นฉุน คา x 4.35 = S.D. = .48 และติดไฟงาย โดยคา x = 4.20
S.D. = .53 ตามลำดบั
ตอนที่ 4 ผลการศึกษาการนำถา นอดั แทงจากกะลาปาลมในชุมชน ณ บา นคลองพระยา
ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบ่ี (แสดงในตารางท่ี 5)
ตารางท่ี 5 แสดงผลการศกึ ษาการนำถา นอัดแทง จากกะลาปาลมในชุมชน ณ บา นคลองพระยา
ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จงั หวัดกระบ่ี
ผลการสมั ภาษณก ารนำถานอัดแทงจากกะลาปาลม ไปใชใ นการทำอาหาร
ผูใ ชทใี่ ห นำถานไปใช ผลของการใชถานในการ ขอเสนอแนะ/ความคดิ เหน็
สัมภาษณ
ทำอาหารชนดิ ใด ทำอาหาร เพิ่มเติม
คนที่ 1
คนที่ 2 ปง ปลาสด - หนงั ปลาไมไหม - อยากใหม ีการทำถานอกี
คนที่ 3 ปง ปลาแปรรูป
คนที่ 4 - มีขเ้ี ถานอย - ควรปรับปรงุ เรือ่ งขนาด
หงุ ขา ว
คนท่ี 5 นง่ึ ขนม - ไมตองเตมิ ถา นบอ ย - ปรบั ขนาดของถาน
คนท่ี 6 ยางขนมจาก - มีควันนอยมาก - ปรับขนาดของถา น
คนที่ 7 ยา งหมู และไมต องเติมถา นบอย - อยากใหม ีการทำถานอีก
คนที่ 8
นง่ึ ขา วเหนียว - ขนมจากไมไหมและมีกล่ิน - ปรบั ปรงุ เรอ่ื งรูปรา ง
คนท่ี 9 ทำแกงจืด
หอมมาขึ้น - อยากใหม ีการทำถานอีก
คนท่ี 10 ผดั ผัก
- ไมต อ งคอยระวังวา ไฟจะแรง - ปรับขนาดของถา น
ทำหอหมก
เกนิ ไป
- มคี วันนอย - ปรับขนาดของถาน
- ถานอยไู ดน านและไฟไมแรง - ปรบั รูปรางของถาน
จนเกินไป
- ขีเ้ ถา นอยและถานอยูไดน าน - ควรผสมกาแฟลงไปในถาน
เพื่อใหมกี ล่ินหอม
- ถานอยูไดน านและไฟไมแรง - ปรบั รปู รางของถา น
จนเกนิ ไป - ปรับขนาดของถาน
จากตารางที่ 5 แสดงการศึกษาการนำถานอัดแทงจากกะลาปาลมในชุมชน ณ บาน
คลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จงั หวัดกระบี่ พบวา ชาวบานทน่ี ำถานไปใชนั้น
จะใชถานในการปรุงอาหารอยางหลากหลาย เชน การปงปลาสดและปลายแปรรปู การยางหมู การน่ึง
ขนมและขาวเหนยี ว การหงุ ขาว การทำผดั ผกั การทำหอหมก หรอื แมแ ตกระทั่งการทำแกงจืดน้ัน จะ
มีผลปรากฏออกมาวา การใชถานอัดแทงจากกะลาปาลมนั้น มีควันและขี้เถานอย ไมตองเติมถาน
บอยครงั้ ถา นอยไู ดน าน ไฟของถา นไมแ รงจนเกินไป
17
ตอนท่ี 5 ความคดิ เห็นเพิม่ เติมและขอ เสนอแนะ
- ควรท่จี ะปรบั ปรงุ เร่อื งขนาด และรูปรางเพื่อความสวยงาม
- ควรจะผสมกาแฟลงไปเพ่อื ใหถา นมีกลิน่ หอมมากขนึ้ และควรจะมกี ารเผยแพรอีก
18
บทท่ี 5
สรุป อภิปรายผลและขอเสนอแนะ
การศกึ ษาเรื่อง ถา นอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมัน มวี ัตถุปะสงคข องการศกึ ษาดงั นี้
1) เพ่ือศกึ ษากระบวนการทำถานอัดแทง จากกะลาปาลม น้ำมนั
2) เพื่อเปรียบเทียบควันไฟและระยะเวลามอดดับจากถานอัดแทงจากกะลาปาลม น้ำมันและ
ถา นทองตลาดท่วั ไป
3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของคนในชุมชนที่มีตอการขยายผลเรื่องถานอัดแทงจากกะลา
ปาลม น้ำมนั ลงสูชุมชน ณ บานคลองพระยาตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จงั หวัดกระบ่ี
4) เพื่อศึกษาการนำถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมันไปใชเปน เชอื้ เพลิงในชุมชน ณ บา นคลองพระยา
ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่
5) เพ่ือสง เสริมใหเ กิดการใชป ระโยชนเศษวัสดเุ หลือท้งิ ทางการเกษตรอยางย่ังยืน
5.1 เครื่องมอื ที่ใชใ นการศึกษา
เครอื่ งมือทีใ่ ชใ นการเกบ็ รวมรวมขอมลู ประกอบดว ย
1) แบบบนั ทึกผลการศึกษากระบวนการการทำถานอดั แทง จากกะลาปาลมน้ำมนั
2) แบบบนั ทึกผลการเปรียบเทียบควนั ไฟจากถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมันและถานทองตลาดทว่ั ไป
3) แบบบันทึกผลการเปรียบเทียบระยะเวลามอดดับของถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมันและถาน
ทองตลาดท่ัวไป
4) แบบสอบถามความพึงพอใจของชุมชนที่มีตอ การขยายผลถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมัน ลงสูชุมชน
ณ บา นคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จงั หวดั กระบ่ี
6) แบบบันทกึ ผลการสัมภาษณการนำถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมันไปใชในการปลูกพชื ในชุมชน ณ
บา นคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่
5.2 การวเิ คราะหข อมูล
การวิเคราะหขอมลู แบง เปน ขอมลู เชงิ คณุ ภาพ และขอ มูลเชงิ ปริมาณไดแ ก
1) การวิเคราะหขอมูลเปนขอมูลเชิงคุณภาพ ไดแก ผลการศึกษากระบนการการทำถานอัด
แทงจากกะลาปาลม
2) การวิเคราะหขอมูลเปนขอมูลเชิงปริมาณ ไดแก ผลการเปรียบเทียบการเผาไหมของถาน
อดั แทงจากกะลาปาลม และถานตามทองตลาดท่ัวไป
2.1) ผลการศกึ ษาความพงึ พอใจของชมุ ชนที่มตี อการเผาไหมถา นอัดแทง จากกะลาปาลม
ลงสชู มุ ชน ณ บานคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่
2.2) ผลการศึกษาการนำถา นอัดแทงจากกะลาปาลมในชุมชน ณ บานคลองพระยา ตำบล
ปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบ่ี ใชค า รอ ยละ
19
5.3) สรปุ ผลการทดลอง
1) การทำถานอัดแทงจากกะลาปาลม พบวาในการทำถานอัดแทงจากกะลาปาลมมีวัสดุ
อุปกรณ ไดแก กะลาปาลมน้ำมัน ใบนุน น้ำสะอาด ขาวสวย ครกและสากขนาดใหญ แมแรงรถ
อุปกรณการอัดถา น วงแหวน สวาน ถาด ในอัตราสวนในการทำถานอัดแทงจะใช กะลาปาลม 2.8
กโิ ลกรัม ใบนนุ 100 ใบ ขาวสวย 20 กรัม นำ้ 1200 มิลลลิ ิตร หมายเหตุปริมาณของสวนผสมท่ีกลาว
มาจะผลติ ถา นได 5 กอน วิธีการทำคอื นำกะลาปาลม มาเผาใหสกุ และไมไ หมจนเกนิ ไป ตำใหละเอียด
นำใบนุนมาตำ เอาเฉพาะสวนใบ มาผสมกับขาวสวยและน้ำสะอาด พรอมคั้นน้ำ ผสมกะลาที่ตำแลว
ลงกับน้ำใบนุน ตามอัตราสว น คนใหเขากัน จากน้ันนำกะลาที่ผสมแลวใสล งไปในอุปกรณอ ัดถา น โดย
ใตอ ปุ กรณนั้นรองแมแรงรถไว พรอ มนำสวานเจาะรูบรเิ วณตรงกลาง ดันแมแ รงรถขึ้นจนแนน นำถาน
ออกจากอปุ กรณอดั ถานและนำไปตากใหแหง
2) การเปรียบเทียบการเผาไหมข องถานอดั แทงจากกะลาปาลมและถานตามทองตลาดท่วั ไป
ผลปรากฏวาในจำนวนปรมิ าณถา น 5 กอน ระยะเวลาในการเผาไหมของถานอัดแทงจากกะลาปาลม
นานกวา มปี ริมาณควันทีน่ อ ยกวา และมขี ี้เถา นอ ยกวา ถานตามทอ งตลาดทว่ั ไป
3) จำนวนและรอยละเพศของผูตอบแบบสอบถามความพึงพอใจท่ีมีตอการขยายผลถานอัด
แทงจากกะลาปาลม ณ บานคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่
พบวาเปน เพศหญิงมากทส่ี ุด จำนวน 15 คน คิดเปนรอ ยละ 75.00 รองลงมา คือ เพศชาย จำนวน 5
คน คิดเปนรอยละ 25.00 ระดับความพึงพอใจของชุมชนที่มีตอการเผาไหมถานอัดแทงจากกะลา
ปาลมน้ำมัน ลงสูชุมชน ณ บานคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่
โดยรวมมีความพึงพอใจในระดบั มาก และเม่ือพจิ ารณารายละเอยี ดพบวา ถา นอดั แทง จากกะลาปาลม
น้ำมันมคี วันนอยมีระดับความพงึ พอใจเปนลำดับแรก คา x = 4.40 S.D. = .50 ระยะเวลาการใช
งานนาน ไมมีกลิ่นฉุน คา x 4.35 = S.D. = .48 และติดไฟงาย โดยคา x = 4.20 S.D. = .53
ตามลำดับ
4) การนำถานอัดแทงจากกะลาปาลมในชุมชน ณ บานคลองพระยา ตำบลปลายพระยา
อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ พบวา ชาวบานที่นำถานไปใชน ัน้ จะใชถานในการปรงุ อาหารอยาง
หลากหลาย เชน การปง ปลาสดและปลายแปรรูป การยา งหมู การน่งึ ขนมและขาวเหนียว การหุงขาว
การทำผดั ผกั การทำหอหมก หรอื แมแ ตกระท่งั การทำแกงจดื น้นั จะมีผลปรากฏออกมาวา การใชถ าน
อัดแทงจากกะลาปาลม นั้น มีควนั และข้เี ถา นอ ย ไมตอ งเตมิ ถานบอ ยครงั้ ถา นอยูไ ดนาน ไฟของถานไม
แรงจนเกนิ ไป
20
5.4) อภิปรายผล
จากการศึกษาเรื่อง ถานอดั แทง จากกะลาปาลม สามารถนำไปสกู ารอภิปรายผลไดด งั ตอไปน้ี
1) การทำถานอัดแทงจากกะลาปาลม เพือ่ เปน แนวทางการศึกษาในการทำถา นอัดแทงจาก
กะลาปาลมน้ำมันและสามารถนำไปเผยแพรสูชุมชนได เปนการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติเพ่ือ
คุณภาพของสิ่งแวดลอมท่ียัง่ ยืน ประหยัดคาใชจายดว ยการนำเศษวัสดุเหลือใชจ ากการเกษตรทำเปนถานอัด
แทงจากกะลาปาลมนำมัน คนในชุมชนชวยลดปริมาณการทิง้ กะลาปาลมจากโรงงาน ซึง่ เปน สาเหตุหน่งึ ทท่ี ำเกิด
สภาวะโลกรอ นตอระบบนิเวศ และสุขภาพ คนในชุมชนมสี ุขภาพทีด่ ีขึน้ (ดานภูมิแพ จากควนั ไฟ แพฝุน เปน
ตน) เพราะถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมันมีควัน และขี้เถานอย ทั้งนี้อาจเปนเพราะมีการผสมผสาน
ระหวางวัสดุในทองถ่นิ ทห่ี าไดงาย และไมเ ปนมลพษิ ทางอากาศ
2) การเผาไหมของถานอัดแทงจากกะลาปาลมและถานตามทองตลาดทั่วไป ปรากฏวา
จำนวนปริมาณถาน 5 กอน ระยะเวลาในการเผาไหมของถานอัดแทงจากกะลาปาลมนานกวา มี
ปริมาณควนั ท่ีนอ ยกวา และมขี เ้ี ถา นอ ยกวา ถานตามทอ งตลาดทวั่ ไป ท้ังน้ีอาจเปน เพราะการอัดแนน
ของถาน จึงทำใหม ีปริมาณควนั และขเ้ี ถา นอย
3) จำนวนและรอยละเพศของผูตอบแบบสอบถามความพึงพอใจท่ีมีตอการขยายผลถานอัด
แทงจากกะลาปาลม ณ บานคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่
พบวา เปนเพศหญงิ มากที่สุด ระดับความพึงพอใจของชุมชนที่มีตอการเผาไหมถานอัดแทงจากกะลา
ปาลมน้ำมัน ลงสูชุมชน ณ บานคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบ่ี
โดยรวมมีความพึงพอใจในระดับมาก ซึ่งเปนไปตามสมมติฐานและสอดคลองกับงานวิจัยของวิไลพร
ลักษมีวาณิชย และคณะ (2553) ไดศึกษาพฤติกรรมการยอมรับถานอัดแทง จากซังขา วโพดผสมกะลามะพราว
ของชุมชน ตำบลชางเคง่ิ อำเภอแมแจม จังหวัดเชียงใหม พบวา ชาวบานมีความพึงพอใจกับสมบัติทางฟสิกส
และความรอนของถา นอัดแทง ในแงที่สามารถลดการตัดไมทำลายปา เพื่อนำมาผลิตเปนถานใช นอกจากนั้นยัง
พอใจในราคาตอหนวยของถานที่ไมแ พง
4) การนำถานอัดแทงจากกะลาปาลมในชุมชน ณ บานคลองพระยา ตำบลปลายพระยา
อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ พบวา ชาวบานที่นำถานไปใชน ั้นจะใชถานในการปรงุ อาหารอยาง
หลากหลาย เชน การปง ปลาสดและปลายแปรรูป การยา งหมู การนึง่ ขนมและขาวเหนียว การหุงขาว
การทำผัดผัก การทำหอหมก เปนตน ทั้งนี้อาจเปนเพราะการปรุงอาหารในลักษณะนี้ เปนกิจวัตร
สำหรับคนในชุมชน และผลปรากฏวา การใชถา นอัดแทงจากกะลาปาลมนั้น มีควันและข้ีเถานอย ไม
ตอ งเติมถานบอ ยครั้ง ถา นอยไู ดนาน ไฟของถานไมแ รงจนเกินไป
5.5) ขอเสนอแนะ
การศึกษาครัง้ นี้ ผูศึกษามีขอเสนอแนะในการศึกษาถา นอัดแทงจากกะลาปาลมในการนำผล
การศึกษาไปใช และขอเสนอแนะในการศึกษาคร้งั ตอไปดังนี้
1) ควรจะปรบั ปรงุ เรื่องขนาดและรูปรา งเพอ่ื ความสวยงาม
2) ควรทำถานอดั แทง ในฤดกู าลที่ไมม ีฝน
3) ควรนำพืชชนิดอน่ื ในทอ งถ่ินมาทดลองทำถาน เพื่อใหพืชชนิดนั้นเพ่ิมมลู คามากข้ึน
บรรณานกุ รม
กฤตนยั เกษร , กฤตภาส วศะกลุ กาญผล และยดนุจิตต คปุ ตะศริ .2557. เช้อื เพลิงอัดแทง
จากวัสดุเหลือทิ้งของกระบวนการผลิตน้ำมันปาลม. ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร สถาบันเทคโนโลยี
พระจอมเกลา เจาคณุ ทหารลาดกระบงั (สจล.)
นฤมล ภานุนาภา, จิระพงษคูหากาญจน, ฐติ ิภรณบุญแยม, เฉลิมพล สุขสี, เบญจวรรณ จุลจุฬา และ
เพ็ญ อุรีรักษ. 2555. การผลิตเชื้อเพลิงอัดแทงจากเศษวัสดุการเกษตรและปาลมน้ำมัน.สํานักวิจัยและ
พัฒนาการปา ไม. หนา 1-18.
พัชรี แสนจันทร.2551. มนุษยทำใหโลกรอนขึ้น มหาวิทยาลัยขอนแกน. คณะ
เกษตรศาสตร. ภาควิชาปฐพีศาสตร วารสารศูนยก ารศึกษาตอเนื่อง มหาวิทยาลัยขอนแกน. ปที่ 6,
ฉบับที่ 3 (ก.ย.-ธ.ค. 2541),หนา 53-59
รุงโรจน พุทธีสกุล. 2553. การผลิตถานอัดแทงจากถานกะลามะพราวและถานเหงามันสำปะหลัง.
ปรญิ ญานิพนธ กศ.ม (อตุ สาหกรรมศึกษา). กรงุ เทพฯ: บัณฑิตวทิ ยาลัยมหาวิทยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ.
วิไลพร ลักษมวี าณิชย รศ.ดร.และคณะ. 2553. พฤติกรรมการยอมรับถานอัดแทงจากซังขาวโพดผสม
กะลามะพราวของชุมชนตำบลชา งเค่ิง อำเภอแมแจม จงั หวดั เชียงใหม.มหาวทิ ยาลัยราชภัฎเชยี งใหม.
สถาบันการพลศกึ ษา วทิ ยาเขตชมุ พร. การสัมภาษณ. [ออนไลน] .เขา ถงึ ไดจ าก:
http://www.ipecp.ac.th/ipecp/cgi-binn/webpili/unit5/level5-4.html
(วันทีค่ นขอมลู 15 สงิ หาคม 2559)
ศิริชัย ตอสกุล และคณะ. 2555. การพัฒนาถานอัดแทงจากกากมะพราวเปนพลังงาน
ทดแทน. การประชมุ วิชาการขายงานวศิ วกรรมอุตสาหการ. 17-19 ตลุ าคม 2555 ชะอำ เพชรบุรี.
สังเวย เสวกวิหาร .2555. ศักยภาพดานพลังงานของเชื้อเพลิงอดั แทงจากเปลือกมังคุด. มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร.
อัล กอร.2551. บทวิจารณหนังสือ: โลกรอน ความจริงที่ไมมีใครอยากฟง วารสาร
เศรษฐศาสตรส โุ ขทยั ธรรมาธิราช ปท่ี 3, ฉบบั ท่ี 1 (ม.ิ ย. 2551), หนา 157-162
องคการสงิ่ แวดลอมโลก.2544. ผลกระทบเมื่อภูมิอากาศเปล่ยี นแปลง. (ลัดดาวลั ย สงกาและคณะ, ผแู ปล).
กรงุ เทพฯ : กรมวิชาการ.
Maitree Pogsapan. การวดั ความพงึ พอใจ. [ออนไลน]. เขา ถึงไดจ าก
http://maitree3.blogspot.com/p/blog-page_18.html (วนั ทีศ่ กึ ษาขอมูล 17 สิงหาคม 2559)
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก
แบบสอบถาม
24
แบบสอบถาม
ความพึงพอใจของชุมชนท่ีมีตอการเผาไหมถานอดั แทง จากกะลาปาลมน้ำมัน
ชุมชน ณ บานคลองพระยา ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวดั กระบ่ี
คำช้แี จง
1. แบบสอบถามฉบับนี้มีจดุ มุงหมาย เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของชุมชนทีม่ ีตอ การเผาไหม
ถานอัดแทงจากกะลาปาลมน้ำมนั
2. แบบสอบถามฉบับน้ี แบง ออกเปน 2 ตอน คอื
1) แบบสอบถามเกี่ยวกับขอ มูลท่ัวไปของผตู อบแบบสอบถาม
2) แบบสอบถามความพึงพอใจของของชุมชนทีม่ ตี อ การเผาไหมถา นอัดแทง จากกะลาปาลมนำ้ มัน
3) ขอเสนอแนะเพมิ่ เติม
3. แบบสอบถามฉบับนี้ใชสำหรบั การศึกษาวิจัยเทา นน้ั การตอบแบบสอบถามนี้จะไมม ผี ลกระทบตอ
ทานแตอยางใด แตจะเปนประโยชนในกระบวนการทำงานของผศู ึกษาคนควา
……………………………………………..
ตอนที่ 1 แบบสอบถามเกี่ยวกบั ขอ มูลท่ัวไปของผตู อบแบบสอบถาม
คำชีแ้ จง โปรดทำเคร่อื งหมาย ลงในชอ ง( ) ทีต่ รงกับสภาพเปนจรงิ ของทาน
เพศ ชาย หญิง
ตอนท่ี 2 แบบสอบถามความพงึ พอใจของชุมชนที่มตี อการเผาไหมถานอดั แทงจากกะลาปาลมนำ้ มัน
คำช้ีแจง โปรดทำเครอ่ื งหมาย ลงในชองทตี่ รงกับตามความรูสึก/ความคิดเหน็ ของทา นมากทีส่ ดุ
ลำดับ ความพึงพอใจ ระดับความพึงพอใจ
มากท่สี ดุ มาก ปานกลาง นอ ย นอยทสี่ ุด
1 ระยะเวลาการใชงานนาน
2 มปี รมิ าณควนั นอ ย
3 ติดไฟงาย
4 ไมม ีกลิน่ ฉุน
5 ใหความรอนไดดี
6 ใชง านงาย ไมด ำตดิ มือ
ภาคผนวก ข
ภาพประกอบการทำถา นอัดแทงจากกะลาปาลมนำ้ มนั
26
ภาพ ข.1 แสดงการเผากะลาปาลมนำ้ มัน
ภาพ ข.2 แสดงใบนนุ 100 ใบ
27
ภาพ ข.3 แสดงน้ำใบนุน 180 มลิ ลิลิตร
ภาพ ข.4 แสดงการผสมถานทุบกบั น้ำใบนนุ
28
ภาพ ข.5 แสดงการผสมใบนนุ และขาวสวย และเติมนำ้ ขณะตำ
ภาพ ข.6 แสดงการนำถานลงอัดทอพีวซี ี
29
ภาพ ข.7 แสดงการอัดถานดว ยแมแรง
ภาพ ข.8 แสดงการนำถา นตากแดด
ภาคผนวก ค
ภาพประกอบการนำถา นจากกะลาปาลม นำ้ มันทดลองใชกบั ชมุ ชน
31
ภาพ ค.1 แสดงการใชถ า นขณะยางปลา
ภาพ ค.2 แสดงปลาหลังยางเสร็จ
ภาคผนวก ง
ภาพประกอบการสำรวจแบบสอบถาม
33
โรงเรียนปลายพระยาวทิ ยาคม
สาํ นักงานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษา ตรัง กระบ่ี
สาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน