The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการ การส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-based Learning : PjBL) ร่วมกับแนวคิดสะเต็มศึกษา (STEM Education) ผ่านบอร์ดสมองกลฝังตัว KidBright เพื่อพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 โรงเรียน ปลายพระยาวิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by teachinee.phi, 2021-10-20 06:19:52

เล่มรายงาน วิจัยไปใช้ประโยชน์ ปี 63

โครงการ การส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-based Learning : PjBL) ร่วมกับแนวคิดสะเต็มศึกษา (STEM Education) ผ่านบอร์ดสมองกลฝังตัว KidBright เพื่อพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 โรงเรียน ปลายพระยาวิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13

โครงการการนําผลการวจิ ัยไปใชป ระโยชน

ไดร บั การสนับสนุนงบประมาณจากสาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน

ปงบประมาณ พ.ศ. 2563

โครงการ การสงเสริมทักษะการคิดวเิ คราะหโดยใชโ ครงงานเปนฐาน
(Project-based Learning : PjBL) รว มกบั แนวคดิ สะเต็มศึกษา
(STEM Education) ผานบอรด สมองกลฝง ตัว KidBright
เพือ่ พฒั นาผูเ รยี นในศตวรรษที่ 21 โรงเรยี น ปลายพระยาวิทยาคม
สํานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 13

นางสาวเตชินี ภริ มย
ตําแหนง ครู คศ.1

โรงเรียนปลายพระยาวิทยาคม

สาํ นกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา ตรัง กระบี่



โครงการ การสง เสรมิ ทักษะการคดิ วเิ คราะหโ ดยใชโครงงานเปน ฐาน
(Project-based Learning : PjBL) รว มกับแนวคดิ สะเต็มศกึ ษา

(STEM Education) ผานบอรดสมองกลฝงตวั KidBright
เพื่อพฒั นาผเู รียนในศตวรรษที่ 21
โรงเรยี น ปลายพระยาวทิ ยาคม

สำนักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 13

โดย นางสาวเตชินี ภริ มย
นางนัยนันท มีศรีจันทร

นางจริ าภรณ ทองตรีพนั ธ

ไดร บั การสนบั สนุนงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน
ปง บประมาณ พ.ศ. 2563

โครงการการนำผลการวิจยั ไปใชป ระโยชน

๑ ชอ่ื โครงการ การสงเสรมิ ทกั ษะการคิดวิเคราะหโดยใชโครงงานเปน ฐาน (Project-based
Learning : PjBL) รว มกับแนวคิดสะเตม็ ศกึ ษา (STEM Education)
ผา นบอรดสมองกลฝงตวั KidBright เพ่ือพฒั นาผูเ รยี นในศตวรรษที่ 21
โรงเรยี นปลายพระยาวิทยาคม สังกัด สพม.13

๒ ความสำคญั และความจำเปน
ทักษะแหงศตวรรษที่ 21 ประกอบดวย 1) ทักษะดานการเรียนรูและนวัตกรรม 2) ทักษะ

ดานสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี และ 3) ทกั ษะดา นชีวิตและการทำงาน (วจิ ารณ พานชิ , 2555 :
16 - 21) เปนเรื่องสำคัญในการดำรงชีวิตในยุคปจจุบัน การศกึ ษาจึงจำเปนตองเขามามบี ทบาท
สำคญั และเกยี่ วของโดยตรงในการสรางผูเรยี นใหสามารถรับมือกับอนาคตที่ไมสามารถคาดเดาไดและ
ตอบสนองความตองการของสงั คมไดอยางมีคุณภาพ ผูเรียนจำตองมีความรูในเนื้อหาวิชาและทักษะ
เชิงการประยุกตทีส่ ามารถปรับเปลี่ยนความรูส ูชีวิตจรงิ ได ดังที่ Hammod (2007 : 1) ไดเรียกรอ ง
ใหรัฐมีนโยบายระดับชาติดานการศึกษา เพื่อเตรียมความพรอมใหผูเรียนตามความตองการดาน
สติปญญาในศตวรรษที่ 21 จากแนวคิดที่วา ในยุคใหมนี้มีความรูที่เพ่ิมพูนอยางรวดเร็ว การศึกษา
จำเปนตอ งเขาใจในสาขาวิชาใหล กึ ซ้ึงและสงเสรมิ ทักษะการคิด เพือ่ เตรยี มพรอ มสำหรับการทำงานใน
ศตวรรษที่ 21 จากแนวคิดนี้แสดงใหเห็นวา การศึกษาปจจุบันยังไมถูกปรับเปลี่ยนตามแนวคิด
การศึกษาในศตวรรษที่ 21 เชนเดียวกบั อกี มุมมองหนง่ึ ในประเทศไทย ขจรศักด บัวระพันธ (2555 :
7) ใหความเห็นวา ระบบการศกึ ษาของรัฐ ยังไมไ ดเตรียมความพรอมอยางเพียงพอ เพื่อเปนพลเมือง
ในศตวรรษที่ 21 ที่สามารถดำรงชีวิตภายใตความเปลี่ยนแปลงตาง ๆ นานาได ผูเรียนยังไมมี
ความรูสึกมีสวนรว มหรือไดแรงบันดาลใจจากการเรียนในโรงเรียน ดวยเหตุผลท่ีวาหางไกลจากชีวิต
และอนาคตของผูเรยี น และนน่ั คอื ความทาทายของการจัดการเรียนรใู นยุคน้ีท่ีตองการปลูกฝงทักษะ
แหงศตวรรษท่ี 21 ท่สี ามารถนำมาประยุกตใชในสถานการณชีวติ จริงได ดังที่ Partnership for 21st
century skills (2008 : 3) ไดร ะบุไววา การศึกษาที่คำนึงถึงทกั ษะแหงศตวรรษที่ 21 จะตองเปน
การเตรียมความพรอมสำหรบั ผูเรียนในการปฏิบัตงิ าน การประกอบอาชีพ ประสบความสำเรจ็ ในการ
แขงขันกับนานาประเทศ รวมถึงการเปนศูนยกลางทางเศรษฐกิจดวย และดวยเหตุนี้จึงเปนจุดเริ่มตน
ของการจัดการเรียนรูที่เนนสงเสริมและพัฒนาทักษะแหงศตวรรษที่ 21 ใหกับผูเรียน เพื่อยัง
ประโยชนแ กตัวผเู รียนเอง และพฒั นาโรงเรียนเขาสโู รงเรยี นมาตรฐานสากล

จากหนังสือ 21st Century Skills : Learning for Life in Our Times ระบุลักษณะของเด็ก
สมัยใหมไวดังนี้ เด็กสมยั ใหมมีอิสระท่ีจะเลือกสิ่งที่ตนพอใจ แสดงความคิดเห็น และลกั ษณะเฉพาะ
ของตน ตองการดัดแปลงสิ่งตาง ๆ ใหตรงตามความพอใจและความตองการของตน
(Personalization) ตรวจสอบหาความจริงเบื้องหลัง (Scrutiny) เปนตัวของตัวเอง และสราง
ปฏสิ มั พันธก ับผูอ ื่น เพอ่ื รวมตัวกันเปน องคก ร ความสนุกสนานและการเลน เปน สวนหนง่ึ ของงานการ

เรียนรแู ละชีวิตสงั คม การรว มมอื และความสัมพันธเปน สวนหนึ่งของทุกกิจกรรม ตองการความเร็วใน
การสือ่ สาร การหาขอมลู และตอบคำถาม และสรา งนวัตกรรมตอทุกสง่ิ ทุกอยา งในชีวติ

แนวคิดเรื่องลกั ษณะของเด็กสมยั ใหมในศตวรรษที่ 21 มีความสอดคลองกับแนวทางการจดั
การศึกษาของประเทศไทยท่ีถูกกำหนดไวในหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน 2551 ในสวน
ของสมรรถนะสำคัญท่ีจำเปนสำหรบั ผูเรยี น อันประกอบดว ย 5 สมรรถนะ ไดแ ก 1) ความสามารถใน
การสื่อสาร 2) ความสามารถในการคดิ 3) ความสามารถในการแกปญหา 4) ความสามารถในการใช
ทกั ษะชีวิต และ 5) ความสามารถในการใชเทคโนโลยีอยางสรา งสรรค สำนกั ทดสอบทางการศึกษา
(2555 : 3) จากแนวคิดขางตน ผูวิจัยเล็งเห็นวา สมรรถนะความสามารถในการใชเทคโนโลยีเปน
สมรรถนะหนึ่งที่มีความเรงดวนในการสงเสริมใหเกิดกับนักเรียน จากพระราชบัญญัติการศึกษา
แหงชาติ พ.ศ. 2542 หมวด 4 แนวทางการจัดการศึกษา มาตรา 22 กลาววา “การจัดการศึกษา
ตองยดึ หลกั วา ผเู รยี นทุกคนมคี วามสามารถเรียนรูและพัฒนาตนเองได และถอื วา ผเู รียนมีความสำคัญ
ทสี่ ดุ ” มาตรา 24 การจดั กระบวนการเรยี นรูขอ 3 “จดั กิจกรรมใหผเู รียนไดเรียนรจู ากประสบการณ
จรงิ ฝก การปฏิบตั ิใหท ำได คดิ เปน ทำเปน” และหมวด 9 เทคโนโลยีเพอ่ื การศึกษา มาตรา 65 “ใหมี
การพัฒนาบุคคลากรท้ังดานผูผลิตและผูใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพือ่ ใหมีความรู ความสามารถ
และทักษะในการผลิต รวมทั้งการใชเทคโนโลยีท่ีเหมาะสมมีคุณภาพและประสิทธิภาพ มาตรา 66
“ผเู รยี นมีสิทธิไดร บั การพฒั นาขีดความสามารถในการใชเ ทคโนโลยีเพอื่ การศึกษาในโอกาสแรกที่ทำได
เพอื่ ใหม คี วามรแู ละทักษะเพยี งพอท่ีจะใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในการแสวงหาความรูด วยตนเองได
อยางตอเนอื่ ง ตลอดชีวิต” แสดงใหเหน็ วารูปแบบของกระบวนการเรียนรจู ะตองเนนผเู รียนเปนสำคญั
ใหผูเรียนเกิดการสรางองคความรูดวยตนเอง สามารถใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาไดอยางมี
ประสิทธิภาพ

การจดั การเรยี นรเู พ่อื ใหผเู รยี นเกิดทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 นัน้ ถอื เปนเปา หมายหลักของการ
ปฏิรูปการศึกษาไทยและสอดคลองกับนโยบายพัฒนาประเทศสูยุค Thailand 4.0 วิธีการจัดการ
เรียนรูดังกลาวนี้สามารถทำไดหลากหลายวิธี อาจเรียกแบบรวมไดวาเปนการจัดการเรียนรูแบบ
active learning หรือ การเรียนรูเชิงรุก โดยในวิธีการที่หลากหลาย การจัดการเรียนรแู บบ Project-
based learning ถือไดวาเปนรูปแบบหนึ่งที่สามารถประยุกตใชไดกับศาสตรสาขาวิชาตาง ๆ และ
สามารถกระตุนใหผูเรียนไดเกิดการคิดวิเคราะห การคนควาหาความรู รวมไปถึงการสรางสรรคส่ิง
ใหมๆ ไดเปนอยางดี การเรียนรูแบบโครงงานเปนการจัดการเรียนการสอนโดยการทำโครงงานใน
สภาพจริง ทีม่ ุงเนนใหผูเรียนเปนศูนยกลางแทนการใชแ ผนการสอน โดยการใชคำถามเพื่อกระตุนให
ผูเรียนเกิดการเรียนรู โดยผูเรียนสามารถคน พบคำตอบโดยรว มกันสำรวจ สังเกต และกำหนดเรื่องที่
สนใจ วางแผนและลงมือปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว ผานการทำกิจกรรมหรือชิ้นงาน แลวเขียน
รายงานและนำเสนอผลงานและประสบการณทัง้ หมดมาอภิปราย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู ความคิด
และสรุปผลการเรียนรูที่ไดรับจากประสบการณทั้งหมด (Bender,2012 ; Lenschow, 1996;
Michalko, 2001; และ ทิศนา แขมณี, 2559) โดยครูไมใชผูถายทอดความรู หรือกำหนดกิจกรรม
ใหผูเรียนทำ แตเปนผูกระตุนใหผูเรียนใชภาษาหรือสัญลักษณอื่น ๆ เพื่อจัดระบบความคิดและ
สนับสนุนใหเด็กใชความรู ทักษะที่มีอยู คิดแกปญหาดวยตัวเอง (วัฒนา มัคคสมัน, 2551)
เชนเดียวกับ ภูวสิษฏ บุญศรี (ทุนวจิ ัยสพฐ , 2561) ไดศึกษาการพัฒนากระบวนการการจัดการ
เรียนรูโดยใชโครงงานเปนฐาน เพื่อสงเสริมการคิดอยางมีจารณญาณและการคิดแกปญหาของ

นักเรยี น ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี 6 โรงเรยี นบานโปง สำนักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาเชียงราย
เขต 1 พบวา กระบวนการจัดการเรยี นรูโดยใชโ ครงงานเปน ฐานที่พัฒนาข้ึนประกอบดว ย 6 ข้ันตอน
ไดแก 1) การระบุปญหา 2) การรวบรวมขอมูลที่เกี่ยวของกับโครงงาน 3) การออกแบบโครงงาน 4)
การปฏบิ ัตกิ ารทดสอบและปรบั ปรงุ โครงงาน 5) การนำเสนอผลโครงงาน 6) การประเมนิ ผลโครงงาน
และผลการทดลองใชกระบวนการจัดการเรียนรูโดยใชโครงงานเปน ฐาน นักเรียนที่ไดรับการจัดการ
เรยี นรโู ครงงานเปนฐาน มกี ารคิดอยางมีวิจารณญาณ และการคิดแกป ญหาหลังเรยี นสูงกวากอนเรียน
อีกทั้งการเรียนรูแบบโครงงานเปนฐาน นักเรียนสามารถเรียนรูนอกหองเรียน เรียนรูดวยตนเองได
ซึ่งการเรียนรูดวยตนเองนักเรียนมีความสามารถในการเรียนรูที่ใกลเคียงกับการเรียนรูในหองเรียน
(เตชินี ภิรมย : 2560) นั่นแสดงวา การเรียนรูแบบโครงงานเปนฐานนักเรียนสามารถเรียนรูดวย
ตนเองไดเชน กนั

ซึ่งสภาพปจจุบนั ของโรงเรียนปลายพระยาวิทยาคม อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบ่ี เปน
โรงเรียนจัดการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา โดยเปดทำการสอนตัง้ แตระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 1-6 มี
นักเรียน จำนวน 990 คน บุคลากร จำนวน 65 คน ผลการจดั การศกึ ษาพบวา การประเมินคุณภาพ
ภายในสถานศกึ ษาประจำปก ารศึกษา 2561 มาตรฐานในดา นคุณภาพผูเรยี น มาตรฐานท่ี 4 ผูเรียน
มีความสามารถในการคิดอยางเปนระบบ คิดสรางสรรค ตัดสินใจแกปญหาไดอ ยางมีสติ สมเหตุผล มี
คุณภาพรอยละ 75 ซึ่งควรพัฒนาตอไป โดยคณะครูรวมกันคิดวิเคราะห เสนอสภาพปญหาในดาน
ทกั ษะทางปญญาและทักษะทางสงั คมของนักเรียนโรงเรยี นปลายพระยาวิทยาคม โดยสรุปไดว าปญ หา
ทักษะทางดานปญญาน้นั นักเรยี นขาดทกั ษะการคดิ วิเคราะห ทักษะการอานและเขียน การทำงานเชิง
ระบบ ในการนจี้ ึงสรปุ วา การพฒั นาทักษะการคดิ วิเคราะหเ ปนส่ิงทโ่ี รงเรยี นควรพัฒนานักเรียนอยาง
ยงิ่ เพอ่ื เปน รากฐานของการพัฒนานักเรียนตอไป (โรงเรียนปลายพระยาวิทยาคม, 2561 : 9-11)

จากสภาพปญหาดังกลาว จึงเห็นความสำคัญในการสง เสริมทักษะการคิดวิเคราะห โดยใช
โครงงานเปนฐาน (Project-based Learning : PjBL) รวมกับแนวคิดสะเต็มศึกษา (STEM
Education) ผานบอรดสมองกลฝงตัว KidBright เพื่อพัฒนาผูเรยี นในศตวรรษที่ 21 โดยศกึ ษาจาก
งานวิจัยของนางมันทนา ปดตาระโพธิ์ และคณะ (ทุนวิจัย สพฐ. , 2561) ซึง่ ไดศึกษาการพัฒนา
ทักษะการคิดวิเคราะห โดยใชโครงงานเปนฐาน (PjBL) รวมกับแนวคิดสะเต็มศึกษา (STEM
Education) โรงเรียนแหลมรังวิทยาคม จังหวัดพิจิตร โดยการวางแผนการดำเนินการพัฒนาทักษะ
การคดิ วิเคราะห โดยการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะหรปู แบบของการจัดทำโครงงาน เพื่อฝกการคดิ
วิเคราะหและเผชิญการแกป ญหาขณะลงมอื ทำ และกระบวนการดำเนินการจัดทำไดนำขั้นตอนของ
โครงงานเปนฐาน (Project-based Learning : PjBL) และสะเต็มศึกษา (STEM Education) มาใช
รวมกัน เนื่องจากจาการวิเคราะหขั้นตอนทั้ง 2 สามารถ นำมาใชรวมกนั ไดเปนอยางดี ทั้งการบูรณา
การทั้ง 6 กลุมสาระการเรียนรูเขาไปอีกดวย เพื่อบูรณาการกลุมสาระการเรียนรูในรูปแบบของ
โครงงานเปนฐาน (Project-based Learning : PjBL) รวมกับสะเต็มศกึ ษา (STEM Education) โดย
จดั การศกึ ษาเพื่อแกปญหาโดยตองการใหผูเรียนเขาถึงการเรยี นรโู ลกอนาคต โดยหากลยุทธใหม ๆ ท่ี
จะชวยใหผูเรียนเรียนรูและคัดกรองความรูที่ถูกตองมาสรางองคความรูดวยตนเองได บทบาทของ
ผูสอนตองเปลี่ยนไปจากเดิม เรื่องราวจากการอานหนังสือและตำรา และจากประสบการณเดิมที่
ผูสอนมีอยูมาเปนเรียนรูรวมกับผูเรยี นไปพรอม ๆ กัน และไมขีดเสนกรอบใหแคบจนผูเรียนเกิด
ความคิดสรางสรรคไมได โดยผูว ิจัยมุงพัฒนาทักษะการเรียนรูท างปญญาและสังคมใหสอดคลองกับ

ทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 ซึ่งมีลักษณะสำคัญ คือ เปนลักษณะการจัดการเรียนรูที่เนน
นกั เรียนเปนสำคัญ ใชส่ือตา ง ๆ เปน องคป ระกอบในการจัดการเรยี น เปน การเรียนรูท ่ีสามารถจัดการ
เรียนรูดวยตนเองได สามารถปรับเปลี่ยนและสังเคราะหองคความรูใหมจากประสบการณเดิมที่มีอยู
แสดงออกไดอยางโปรงใส เกิดความรวมมือในการทำงานอยางมีความสุข ไดรบั ความรูในปริมาณมาก
จากการจดั การเรียนรูในหลกั สตู ร ใชทรพั ยากรตาง ๆ ไดอ ยา งเหมาะสม มีการปรับเปล่ยี นใหเหมาะสม
กับภาวะการณไดตลอดเวลา จนเกิดการเรียนรูไมสิ้นสุด มีการประสานและการจัดการเรียนรูรวม
ระหวา งสถานศึกษาและชุมชน และมีความหลากหลายของกระบวนการ วิธีการ เทคนิค และสื่อทีใ่ ช
ในการจัดการเรียนรูรวมระหวางผูสอน ผูเรียน และชุมชน (Fansher, 2011 : 21) รวมถึงไดนำ
กระบวนการ STEM (Science Technology Engineering and Mathematics Education) มาเปน
แนวทางในการจัดการศึกษา โดยบูรณาการวิทยาศาสตร วิศวกรรม เทคโนโลยี และคณิตศาสตร โดย
เนนการนำความรูไปใชแกปญหาในชีวิตจริง รวมทั้งการพัฒนากระบวนการหรือผลผลิตใหมที่เปน
ประโยชนตอการดำเนินชีวิตและการทำงาน จึงควรสงเสริมสะเต็มศึกษาผานกจิ กรรมหรอื โครงงานท่ี
มุงแกไขปญหาที่พบเห็นในชีวิตจริง เพื่อสรางเสริมประสบการณ ทักษะชีวิต ความคิดสรางสรรค
นำไปสูก ารสรางนวัตกรรม ผูเรียนท่ีมีประสบการณใ นการทำกิจกรรมหรือโครงงานสะเต็มจะมีความ
พรอมที่จะไปปฏิบตั ิงานทีต่ องใชองคความรูและทักษะดานวิทยาศาสตร คณิตศาสตร และเทคโนโลยี
ในภาคการผลิตและการบริการที่สำคัญตออนาคตของประเทศ เชน การเกษตร อุตสาหกรรม
การพลังงาน การจดั การสิง่ แวดลอม การบรกิ ารสขุ ภาพ การคมนาคม และโลจิสติกส เปน ตน และการ
ทำกิจกรรมหรือโครงงานสะเตม็ ไมไดจำกัดอยูใ นกลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร วิทยาศาสตร การ
งานอาชีพและเทคโนโลยี แตสามารถนำความรูในวิชาอื่น เชน ศิลปะ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สุข
ศึกษา พลศกึ ษา เปนตน มาบรู ณาการไดอ ีกดว ย (สถาบนั อนาคตไทย, 2559 : 4)

จากหลักการและเหตุผลดังกลาว ผูวิจัยตองการทีจ่ ะพัฒนาทกั ษะการคิดวิเคราะห โดยอยูใ น
รูปแบบของการจัดกิจกรรมการเรียนรูด านการทำโครงงาน เพื่อเปนการฝกทักษะการคิดในรูปแบบ
การลงมอื ปฏิบัติ การพัฒนาการคิดวิเคราะห โดยใชโครงงานเปนฐาน (Project-based Learning :
PjBL) รวมกับแนวคิดสะเต็มศึกษา (STEM Education) ผานบอรดสมองกลฝงตัว KidBright เพื่อ
พฒั นาผูเรียนในศตวรรษที่ 21 ดังนัน้ การเรยี นรูโดยใชโครงงานเปนฐาน (Project-based Learning
: PjBL) จึงเปนการเรียนรูรูปแบบหนึ่งที่เหมาะสมสำหรับการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 เนื่องจากเปน
กิจกรรมที่เนนการปฏิบัติตามความสนใจของนักเรียน ซึ่งเริ่มจากการเตรียมความพรอมของครู
นกั เรยี น วัสดอุ ปุ กรณ และโครงสรา งพ้นื ฐานของโรงเรียน จากน้นั นกั เรยี นเลือกปญหาท่ีจะศึกษา โดย
มีครูเปนผูจุดประกายและใหคำปรึกษา ใหขอแนะนำนักเรียนและครูอาจรวมกันวางแผนการทำ
โครงงานในรูปแบบของแผนปฏิบัติการหรือเคาโครง โครงงาน โดยกำหนดวัตถุประสงค สมมติฐาน
ขอบเขตการศึกษาและวิธกี ารศึกษา ศกึ ษาหลักการ ทฤษฎีที่เกี่ยวของ ลงมือปฏิบัติตามแผน โดยเกบ็
รวบรวมขอมูล วิเคราะหขอมูล คนหาขอมูลเพิ่มเติม เขียนรายงาน ประเมินโครงงานและเผยแพร
ผลงานสูสาธารณะ ซึง่ ในแตละข้ันตอนนักเรียนสามารถประยุกตใชเพ่ือใหสอดคลองกับลักษณะของ
ความสนใจของตนและกลุมการทำงาน และจะชวยพัฒนาสมรรถนะและทักษะของนักเรียนใน
ศตวรรษท่ี 21 ไดอ ยางมีประสทิ ธิภาพ

๓ วตั ถุประสงคโ ครงการ
1) เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะหโดยใชโครงงานเปนฐาน (Project-based Learning : PjBL)

รวมกับแนวคดิ สะเตม็ ศกึ ษา (STEM Education) ผานบอรด สมองกลฝง ตวั KidBright
2) เพื่อวัดทักษะการคิดวิเคราะห โดยใชโครงงานเปนฐาน (Project-based Learning : PjBL)

รวมกับแนวคิดสะเตม็ ศกึ ษา (STEM Education) ของนกั เรียน

๔ กลุมเปา หมาย
นักเรียนโรงเรียนปลายพระยาวิทยาคม ระดับชั้นมัธยมศึกษาชั้นปที่ 2 ที่กำลังศึกษาในป

การศกึ ษา 2563 จำนวน 30 คน ซึง่ คณะผูจัดทำเล็งเห็นวานักเรยี นกลุมนี้กำลังกาวยางสูระดับชั้น
มัธยมศึกษาปท่ี 3 ซึ่งในหลกั สูตรระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 3 มีการจัดทำโครงงาน ทั้งนี้เพื่อเปนการ
ปรับพื้นฐานใหกับนักเรียนจึงเลือกนักเรียนตัวแทนของหองเรียนถายทอดเพื่อนรว มชั้นเรียนตอไปใน
ภายหนาซึ่งจัดตัวแทนหองละ 5 คน จำนวน 6 หอง รวมทั้งหมด 30 คน และเพื่อเปนการเวน
ระยะหางทางสังคม หรือ social distancing ปกปองตนเองและคนรอบตวั จากสถานการณการแพร
ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 จึงแบงเพ่ิมเติมความรูออกเปน 2 ชวง
ชว งละ 15 คน ชว งเชา และชวงบาย ท้ังน้ีเพ่ือการดูแล ควบคุม เตมิ เต็ม ไดอยางทั่วถงึ อีกดว ย

3.1 ดา นปรมิ าณ
1. นกั เรียนท่ีเขารว มโครงการทุกคนมีโครงงานเปนท่ปี รากฏ
2. นักเรยี นมีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรูโครงงานรวมกัน
3. มีรายงานสรุปพรอมบทวิเคราะห และขอ เสนอแนะ หลังสิ้นสุดโครงการดำเนนิ งาน

โครงการ จำนวน 1 ฉบับ
3.2 ดา นคุณภาพ
นักเรียนเขารวมโครงการของโรงเรียนปลายพระยาวิทยาคมทุกคน มีทักษะดานโคดดิ้ง

สามารถนำความรูไ ปเผยแพรเพ่อื นรวมชั้นเรยี นและประยุกตใ ชในการสรางนวตั กรรมในอนาคต

๕ การสังเคราะหงานวจิ ยั ท่ีเกย่ี วของ
5.1 การศึกษางานวจิ ยั และการนำสิ่งทีไ่ ดจ ากการศกึ ษามาใชป ระโยชน

สิ่งทน่ี ำมาใชประโยชน

เรือ่ งท่ี ชอ่ื งานวิจยั /ชอ่ื ผูว ิจัย/ปทพ่ี ิมพ (เชน สอ่ื นวัตกรรม เคร่อื งมือ วธิ ีการ

กระบวนการ รูปแบบ เปนตน)

1 การพฒั นากระบวนการการจัดการเรยี นรูโ ดยใช กระบวนการเรยี นรู

โครงงานเปน ฐาน เพ่ือสงเสริมการคดิ อยางมี โดยใชโ ครงงานเปน ฐาน

วิจารณญาณและการคดิ แกป ญหาของนักเรียน (Project-based Learning : PjBL)

ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ 6 โรงเรยี นบา นโปง

สำนกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษา

เชยี งราย เขต 1/ภูวสิษฏ บญุ ศรี/

ทนุ วิจัย สพฐ. ป 2561

5.1 การศกึ ษางานวจิ ัยและการนำสง่ิ ทไี่ ดจากการศกึ ษามาใชป ระโยชน (ตอ)

ส่งิ ท่นี ำมาใชประโยชน

เรอ่ื งที่ ช่อื งานวจิ ยั /ชือ่ ผูวจิ ัย/ปท ี่พมิ พ (เชน สือ่ นวัตกรรม เครอ่ื งมือ วิธีการ

กระบวนการ รูปแบบ เปนตน )

2 ศกึ ษาและพัฒนาบทเรยี นออนไลนด วยโปรแกรม แบบวัดความสามารถ

Moodle เพอื่ สง เสรมิ การจดั กจิ กรรม การเรยี นรสู ู ในการเรียนรูดวยตนเอง

ศตวรรษที่ 21กรณีศึกษา : โรงเรยี นปลายพระยา

วทิ ยาคม จ.กระบี่/นางสาวเตชินี ภิรมย/

ทนุ วิจยั วช. ป 2560

3 การพฒั นาทกั ษะการคิดวิเคราะห โดยใชโครงงานเปน แบบทดสอบทักษะการคิดวิเคราะห

ฐาน (PjBL) รวมกับแนวคิดสะเตม็ ศกึ ษา (STEM โดยใชโครงงานเปนฐาน (Project-based

Education) โรงเรยี นแหลมรงั วิทยาคม จังหวดั พจิ ิตร/ Learning : PjBL) รวมกับแนวคดิ สะเตม็

นางมันทนา ปดตาระโพธ์ิ นางสาวพชั ชา ม่งิ สมร ศึกษา (STEM Education)

นางสาวสุรชั ฎา ดำเนินโฉม/ทุนวจิ ยั สพฐ. ป 2561

4 การพัฒนาทักษะการคดิ สรางสรรคข องนักเรยี น แบบสอบถามความพงึ พอใจตอการเรียนรู

ชมุ นุมหนุ ยนตเพื่อการเรียนรูโ ดยใชกจิ กรรมการ โดยใชกิจกรรมการจดั การเรียนรูตาม

เรยี นรตู ามแนวทางสะเต็มศกึ ษา (STEM แนวทางสะเต็มศึกษา

Education) ภายใตห วั ขอหุนยนตท างเลือกแหง (STEM Education)

อนาคต/วงคณภา แกว ไกรษร

นนั ทรตั น แกว ไกรษร/ทุนวจิ ัย สพฐ. ป 2561

5.2 อธบิ ายการนำสิ่งท่ไี ดจ ากการสงั เคราะหงานวิจยั มาใชในโครงการ
1) การนำกระบวนการเรียนรูโดยใชโครงงานเปนฐาน (Project-based Learning : PjBL)

จากงานวิจัยเร่อื งการพฒั นากระบวนการการจัดการเรยี นรโู ดยใชโครงงานเปนฐาน เพ่อื สงเสริมการคิด
อยางมีวิจารณญาณและการคิดแกปญหาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนบานโปง
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1 เปนตนแบบสำหรับการอบรมเชิง
ปฏิบัติการการคิดวิเคราะหโดยใชโครงงานเปนฐาน (Project-based Learning : PjBL) รวมกับ
แนวคิดสะเต็มศึกษา (STEM Education) ผานบอรดสมองกลฝงตัว KidBright ซึ่งอบรม 6 ขั้นตอน
ตามกระบวนการเรียนรูโดยใชโครงงานเปน ฐาน (Project-based Learning : PjBL) ประกอบดวย

1) การระบปุ ญ หา (Problem Identification)
2) การรวบรวมขอมลู ท่เี กย่ี วของกับโครงงาน (Related Information Search)
3) การออกแบบโครงงาน (Project Design)
4) การปฏิบัติการทดสอบและปรับปรุงโครงงาน (Testing, and Design
Improvement)
5) การนำเสนอผลโครงงาน (Presentation)
และ 6) การประเมนิ ผลโครงงาน (Evaluation)

โดยขั้นตอนที่ 4 การปฏิบัติการทดสอบและปรับปรุงโครงงาน (Testing, and
Design Improvement) อบรมเชิงปฏิบัติการเพิ่มเติมดานการ Coding ผานบอรดสมองกลฝงตัว
KidBright

2) ทำแบบทดสอบทักษะการคิดวิเคราะห โดยใชโครงงานเปนฐาน (Project-based
Learning : PjBL) รว มกับแนวคิดสะเต็มศกึ ษา (STEM Education) โดยนำมาจากงานวิจัยการพัฒนา
ทกั ษะการคิดวิเคราะห โดยใชโครงงานเปนฐาน (Project-based Learning : PjBL) รวมกบั แนวคิด
สะเตม็ ศกึ ษา (STEM Education) โรงเรียนแหลมรงั วิทยาคม จังหวดั พจิ ิตร

3) เมื่อกระบวนการอบรมเชิงปฏิบัติการเสร็จสมบูรณ จะใหเวลาสำหรับนักเรียนที่เขารวม
โครงการพัฒนาชิ้นงานผานบอรดสมองกลฝงตัว KidBright เพื่อนำกลับมานำเสนอผานรูปแบบ
นิทรรศการแสดงผลงาน กระบวนการเรยี นรูโดยใชโครงงานเปนฐาน

4) นักเรียนทำแบบวัดความสามารถในการเรียนรูดวยตนเอง โดยนำแบบวัดความสามารถ
ดังกลาวมาประยุกตใชจากงานวิจัยศึกษาและพัฒนาบทเรียนออนไลนดวยโปรแกรม Moodle
เพ่ือสงเสริมการจัดกิจกรรม การเรียนรูสูศตวรรษที่ 21 กรณีศกึ ษา : โรงเรียนปลายพระยาวิทยาคม
จ.กระบี่

4) เมื่อสิน้ สุดโครงการ ประยุกตใชแบบสอบถามความพึงพอใจตอการเรียนรู โดยใชกจิ กรรม
การจัดการเรียนรูตามแนวทางสะเต็มศึกษา (STEM Education) โดยประยุกตและลำดับเนื้อหา
ความสำคัญใหม

6 วิธีดำเนนิ การ (วนั เดอื นปทีร่ ะบุ สามารถปรบั ไดต ามสถานการณ)

เริ่มโครงการ วนั ที่ 1 เดอื น สงิ หาคม พ.ศ. 2563

ส้ินสดุ โครงการ วนั ที่ 12 เดือน กนั ยายน พ.ศ. 2563

จดั สงเอกสารรายงาน วนั ท่ี 15 เดือน กนั ยายน พ.ศ. 2563

ท่ี กิจกรรม วิธีดำเนนิ กิจกรรม

1 ดำเนินการคัดเลือกนกั เรยี น 1) ประชาสมั พันธโ ครงการ

ตวั แทนหอง หอ งละ 5 คน ในชัน้ เรียนนักเรียนระดบั ชน้ั

2) คดั เลอื กผูน ำของหองเรยี น

หอ งละ 5 คน (คนทีส่ ามารถ

ถา ยทอดใหเพ่อื นในชัน้ เรียน

3) สรุปรายชอ่ื นกั เรียนแตล ะ

หองเรียน หองละ 5 คน จำน

6 หอ งเรยี น รวม จำนวน 30

2 อบรมเชงิ ปฏิบตั ิการการคิดวเิ คราะหโดย 1) ลงทะเบยี นผเู ขารว ม

ใชโครงงานเปนฐาน (Project-based การอบรม

Learning : PjBL) รวมกับแนวคิดสะเต็ม 2) ดำเนินการอบรม

ศึกษา (STEM Education) ผานบอรด ตามตารางท่กี ำหนด

สมองกลฝงตัว KidBright

ระยะเวลา สถานท่ี การประเมินผล
3 – 14 - แบบสมั ภาษณ
น ม.2 สงิ หาคม 2563 หองเรยี น
ปฏบิ ัตกิ าร
ถ คอมพวิ เตอร
นไดด ี)

ำนวน

30 คน

15 - 16 หองปฏิบัตกิ าร - แบบทดสอบทกั ษะการคิด

สงิ หาคม 2563 คอมพวิ เตอร 1 วเิ คราะห โดยใชโ ครงงาน

08.30 - 16.30 น. เปนฐาน (Project-based

Learning : PjBL) รวมกับ

แนวคดิ สะเต็มศึกษา

(STEM Education)

- แบบสอบถามความพึงพอใจ

ท่ี กิจกรรม วิธีดำเนินกจิ กรรม

3 จัดนิทรรศการนำเสนอผลงาน 1) จดั พมิ พป า ยไวนิลสำหรบั
โครงงานส่งิ ประดิษฐด วย การจัดนิทรรศการ
บอรด สมองกลฝง ตัว KidBright นำเสนอผลงาน

2) จดั บูธ สำหรับกลมุ
นำเสนอผลงาน

3) พิธเี ปด การนำเสนอผลงาน
4) กรรมการ ตัดสนิ ตาม

เกณฑการประกวดผลงาน
5) ประกาศผลการนำเสนอผ
6) มอบเกียรติบัตรสำหรับทกุ

ที่เขา รวมนำเสนอผลงาน
7) มอบเกียรตบิ ตั รและรางวัล

จากผลการนำเสนอผลงาน
8) จดั ทำแบบทดสอบทกั ษะ

การคิดวิเคราะห โดยใช
โครงงานเปนฐาน (Projec
based Learning : PjBL)
รว มกับแนวคิดสะเตม็ ศึกษ
(STEM Education)
9) จดั ทำแบบวัดความสามาร
ในการเรียนรูดวยตนเอง

ระยะเวลา สถานท่ี การประเมินผล
- แบบสอบถามความพึงพอใจ
12 กันยายน 2563 หองประชุม
09.00 – 12.00 น. 35 ป




ผลงาน
กคน




ct-
)
ษา

รถ

ท่ี กจิ กรรม วธิ ดี ำเนนิ กจิ กรรม

4 ประเมนิ ผลโครงการ 1) เรียกประชมุ สำหรับ

แบบสอบถามความพงึ พอใจตอการ นักเรียนที่เขารวมโครงกา

เรยี นรูโ ดยใชกจิ กรรมการจดั การเรยี นรู 2) ชี้แจงการทำ

ตามแนวทางสะเตม็ ศึกษา แบบประเมินผลโครงการ

(STEM Education) 3) นกั เรียนทำ

แบบประเมินผลโครงการ

4) เกบ็ รวบรวม

5 รายงานและสรุปผลโครงการ จัดทำรายงานและสรุปผลโคร

สงกลบั ยังสำนกั งานเขตพนื้ ท

การศกึ ษาตน สงั กัด

ระยะเวลา สถานที่ การประเมินผล

12 กันยายน 2563 หอ งประชมุ - แบบสอบถามความพึงพอใจ

าร 13.00 – 15.00 น. 35 ป ปว.

รงการ 15 กนั ยายน 2563 หอง

ที่ ศูนยเ ทคโนโลยี

หมายเหตุ กำหนดการมีการเปล่ยี นแปลงไดตามความเหมาะสม

ตารางการอบรมเชิงปฏิบัตกิ าร
การคิดวเิ คราะหโ ดยใชโครงงานเปนฐาน (Project-based Learning : PjBL)
รว มกับแนวคิดสะเต็มศกึ ษา (STEM Education) ผา นบอรดสมองกลฝง ตวั KidBright

วันท่ี 1

กลุมที่ 1 (ภาคเชา)
08.30 - 08.45 น. ลงทะเบียน
08.45 - 09.00 น. เปดการอบรม โดยผูอ ำนวยการโรงเรยี น
09.00 - 10.30 น. - ความสำคญั และความจำเปนสำหรับการสงเสรมิ ทักษะการคิดวิเคราะห
โดยใชโครงงานเปน ฐาน (Project-based Learning : PjBL) รวมกับ
แนวคดิ สะเตม็ ศึกษา (STEM Education) ผา นบอรดสมองกลฝง ตัว
KidBright
- การระบุปญหา (Problem Identification)
- การรวบรวมขอ มลู ท่เี กยี่ วของกบั โครงงาน
- การออกแบบโครงงาน (Project Design)
(Related Information Search)
10.30-10.45 น. พกั รบั ประทานอาหารวา ง
10.45-12.00 น. - การปฏิบัติการทดสอบและปรับปรุงโครงงาน
(Testing, and Design Improvement)
- จัดกลุม กลุม ละ 3 คน จำนวน 5 กลมุ / คดิ หัวขอ โครงงานที่สนใจ

กลุมที่ 2 (ภาคบาย)
12.30 - 12.45 น. ลงทะเบียน
12.45 - 13.00 น. เปดการอบรม โดยผูอ ำนวยการโรงเรียน
13.00 – 14.30 น. - ความสำคัญและความจำเปนสำหรับการสงเสรมิ ทักษะการคิดวิเคราะห
โดยใชโครงงานเปน ฐาน (Project-based Learning : PjBL) รวมกบั
แนวคิดสะเต็มศึกษา (STEM Education) ผา นบอรด สมองกลฝงตวั
KidBright
- การระบปุ ญหา (Problem Identification)
- การรวบรวมขอมลู ท่เี ก่ยี วของกับโครงงาน
- การออกแบบโครงงาน (Project Design)
(Related Information Search)
14.30-14.45 น. พกั รบั ประทานอาหารวา ง
14.45-16.00 น. - การปฏิบตั ิการทดสอบและปรับปรงุ โครงงาน
(Testing, and Design Improvement)
- จัดกลมุ กลุมละ 3 คน จำนวน 5 กลุม / คิดหัวขอโครงงานทสี่ นใจ

วนั ท่ี 2

กลมุ ที่ 2 (ภาคเชา )
08.30 - 09.00 น. ลงทะเบยี น
09.00 - 10.30 น. ปฏบิ ัติ จัดทำโครงงานกลุม ส่ิงประดษิ ฐด วยบอรดสมองกลฝง ตวั KidBright
10.30-10.45 น. พักรบั ประทานอาหารวา ง
10.45-12.00 น. - จดั ทำโครงงานกลุม ส่งิ ประดิษฐดว ยบอรดสมองกลฝง ตวั KidBright (ตอ)
- การนำเสนอผลโครงงาน (Presentation)
- การประเมนิ ผลโครงงาน (Evaluation)
- นกั เรียนทำแบบทดสอบทักษะการคดิ วิเคราะห โดยใชโครงงานเปนฐาน
(Project-based Learning : PjBL) รว มกับแนวคดิ สะเต็มศกึ ษา
(STEM Education)
- นกั เรียนทำแบบสอบถามความพึงพอใจ

กลุมที่ 1 (ภาคบาย)
12.30 – 13.00 น. ลงทะเบยี น
13.00-14.30 น. ปฏบิ ัติ จัดทำโครงงานกลุม ส่ิงประดิษฐดว ยบอรดสมองกลฝง ตวั KidBright
14.30-14.45 น. พักรบั ประทานอาหารวาง
14.45 - 16.00 น. - จัดทำโครงงานกลมุ สิ่งประดิษฐด ว ยบอรดสมองกลฝงตัว KidBright (ตอ )
- การนำเสนอผลโครงงาน (Presentation)
- การประเมนิ ผลโครงงาน (Evaluation)
- นกั เรียนทำแบบทดสอบทักษะการคิดวิเคราะห โดยใชโครงงานเปนฐาน
(Project-based Learning : PjBL) รว มกบั แนวคดิ สะเต็มศึกษา
(STEM Education)
- นักเรียนทำแบบสอบถามความพงึ พอใจ

7 ผลทค่ี าดวา จะไดรบั
1) นักเรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห โดยใชโครงงานเปนฐาน (Project-based Learning :

PjBL) รว มกบั แนวคดิ สะเต็มศึกษา (STEM Education) ผา นบอรดสมองกลฝง ตัว KidBright
2) เปนแนวทางในการจัดการเรียนรูเพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหโดยใชโครงงานเปน

ฐาน (Project-based Learning : PjBL) รว มกบั แนวคิดสะเตม็ ศกึ ษา (STEM Education) ผานบอรด
สมองกลฝงตัว KidBright

3) เปนแนวทางในการตอยอดและพัฒนาวิธีการจัดการเรียนรูดวยตนเอง เพื่อพัฒนา
ความสามารถ หรอื สมรรถนะของผเู รยี นดานอ่ืน ๆ ของนกั เรยี นตอไป

8 ผูร ับผดิ ชอบโครงการ ตำแหนง เบอรโทร Email Address

ลำดบั ชอ่ื -สกลุ ครู 086 470 3039 [email protected]
1 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย
2 นางนยั นนั ท มศี รจี ันทร ครู 085 883 2233 [email protected]
3 นางจิราภรณ ทองตรีพนั ธ
ครู 089 887 2870 [email protected]

9 งบประมาณ จำนวน 18,630 บาท ราคา/หนวย จำนวน รวม (บาท)
เปนคา ใชจ ายดังรายการตอไปน้ี (ถัวจายทกุ รายการ) - 9 (ชิน้ ) 4,431

ลำดับ รายการ 1,380 1 (แผน ) 1,380
1. คา วสั ดุ (บาท) 4 (แพค) 880
1.1 คา ของรางวัล 220 (บาท)

- รางวัลที่ 1 จำนวน 3 รางวัล (รางวัลละ 699 บาท ) = 2,097 บาท - 20 (ขวด) 4,850
- รางวัลที่ 2 จำนวน 3 รางวัล (รางวัลละ 499 บาท ) = 1,497 บาท
- รางวัลท่ี 3 จำนวน 3 รางวลั (รางวัลละ 279 บาท ) = 837 บาท 125 (บาท) 10 (รีม) 1,250
- - 540
1.2 คาปายไวนลิ ขนาด 2 เมตร *3 เมตร
748(บาท) 6 (ชดุ ) 4,488
1.3 กระดาษสำหรบั พิมพเกียรตบิ ัตร ขนาด A4 229 (บาท) 3 (ตัว) 687
มีขอบสีขาว 428(บาท) 3 (ตวั )
รวมคาวสั ดุ 1,284
1.4 หมกึ เตมิ Brother T-Series 19,790
19,790
- BTD60BK จำนวน 5 ขวด (ราคาขวดละ 280 บาท) = 1,400 บาท
- BT5000C จำนวน 5 ขวด (ราคาขวดละ 230 บาท) = 1,150 บาท
- BT5000M จำนวน 5 ขวด (ราคาขวดละ 230 บาท) = 1,150 บาท
- BT5000Y จำนวน 5 ขวด (ราคาขวดละ 230 บาท) = 1,150 บาท

1.5 กระดาษ A4 ขนาด 80 แกรม
1.6 วัสดสุ ำนกั งาน อนื่ ๆ

- ลวดเสยี บกระดาษ เบอร 1 จำนวน 10 กลอ ง (ราคากลองละ 10 บาท) = 100 บาท
- ซองน้ำตาล ขนาด A4 ขยายขา ง จำนวน 10 ซอง (ราคาซองละ 6 บาท) = 60 บาท
- ไสแม็คเบอร 10 จำนวน 10 กลอ ง (ราคากลอ งละ 8 บาท) = 80 บาท
- แม็คเบอร 10 จำนวน 1 ตัว (ราคาตวั ละ 75 บาท) = 75 บาท
- แฟม เจาะสันหนา 3 น้วิ จำนวน 3 แฟม (ราคาแฟม ละ 75 บาท) = 225 บาท

1.7 KidBright32 V1.5 Rev3.1
1.8 MINI WATER PUMP MOTOR HORIZONTAL USB-WHITE
1.9 BASEUS USB OCEAN FAN CXSEA-02-WHITE

รวมประมาณการงบประมาณทั้งหมด

ขอรับรองวาจะดำเนินงานโครงการตามแผนใหสำเร็จตามเวลาที่กำหนด โดยคำนึงคุณภาพตาม
วตั ถุประสงคท ี่ต้งั ไว

เจาของโครงการ

………………………………………….
(นางสาวเตชินี ภิรมย)

ตำแหนง ครปู ฏิบตั ิการสอนคอมพิวเตอร

………………………………………….
(นางนยั นนั ท มศี รจี นั ทร)

ตำแหนง ครปู ฏบิ ตั ิการสอนคอมพิวเตอร

………………………………………….
(นางจริ าภรณ ทองตรพี ันธ)

ตำแหนง ครปู ฏบิ ตั ิการสอนแนะแนว

ผเู ห็นชอบโครงการ

………………………………………….
(นายวโิ รจน วุนแกว)

ผูอำนวยการโรงเรยี นปลายพระยาวทิ ยาคม

ผูนเิ ทศโครงการ
………………………………………….
(…………………………………………..)
…………………………………………….

ภาคผนวก

แบบทดสอบ
ทกั ษะการคิดวเิ คราะหโ ดยใชโครงงานเปน ฐาน (Project-based Learning : PjBL)

รว มกบั แนวคดิ สะเต็มศึกษา (STEM Education)

คำชแ้ี จง

1. แบบทดสอบฉบับนมี้ ีขอ สอบทงั้ หมด 50 ขอ 50 คะแนน แบงออกเปน 5 ดาน ดังนี้

ดานท่ี 1 ดานการจำแนก จำนวน 10 ขอ

ดา นท่ี 2 ดา นการจัดหมวดหมู จำนวน 10 ขอ

ดานท่ี 3 ดานการเช่ือมโยง จำนวน 10 ขอ

ดา นที่ 4 ดานการสรปุ ความ จำนวน 10 ขอ

ดานท่ี 5 ดานการประยกุ ต จำนวน 10 ขอ

** เวลาในการทำ ขอสอบ 60 นาที

2. ใหนกั เรยี นอานสถานการณท่กี ำหนดใหแ ลวตอบคำถาม แบบทดสอบฉบับนเ้ี ปนแบบเลอื กตอบ 4
ตวั เลอื ก ใหน ักเรยี นเลอื กคำตอบทีถ่ ูกทีส่ ุดเพียงคำตอบเดียว โดยใชป ากกากากบาทท่เี ปนคำตอบ
ในกระดาษคำตอบ

3. การตอบแบบทดสอบนจี้ ะไมกระทบกระเทือนใด ๆ ตอคะแนนสอบในโรงเรยี นของนักเรียน
4. หา มขดี เขยี น หรอื ทำสัญลักษณใด ๆ ลงในกระดาษคำถาม
5. เมื่อสอบเสร็จแลว ใหสงกระดาษคำตอบและแบบทดสอบท่กี รรมการคมุ สอบ

แบบทดสอบวดั ทักษะดา นการจำแนก
ขอ 1 - 5 ใหพิจารณาสิ่งทก่ี ำหนดใหเปนหลกั แลว เลอื กคำตอบท่ีมีอักษรกลบั กนั กับส่งิ ที่

กำหนดให เชน

1. PAPDPA ก. APDAPP ข. APAPPA ค. APDPPA ง. APDPAP
2. GUIJOC ก. COJIGU ข. COJIUG ค. CJIUGE ง. COIJUE
3. 286970 ก. 280697 ข. 076982 ค. 072896 ง. 079682
4. 634291 ก. 192436 ข. 642391 ค. 194362 ง. 192463
5. อปรนยบ ก. บยรปนอ ข. บยนอปร ค. บยนรปอ ง. บยอปนร.

แบบทดสอบวัดทักษะดานการจัดหมวดหมู
ขอ 11-15 ใหพิจารณาสิง่ ที่กำหนดใหแ ลวเลอื กคำที่เขา พวกกับคำที่กำหนดให

เชน ประถมศกึ ษา มธั ยมศกึ ษา อดุ มศกึ ษา ....?
ก. หลกั สูตร ข. โรงเรยี น (ค.) อนุบาล ง. นักเรียน

11. ตะเกยี ง ไฟฉาย เทียนไข.....? ค. สายไฟ ง. ปลก๊ั ไฟ
ก. หลอดไฟ ข. เตาไฟ

12. ยา หมอ โรงพยาบาล....? ค. เภสชั กร ง. พระ
ก. โรงเรียน ข. ครู

13. วนั มาฆบูชา วันวิสาขบชู า วนั อาสาฬหบชู า....? ง. วันพืชมงคล
ก. วันครู ข. วนั เขา พรรษา ค. วันสงกรานต ง. อาคันตกุ ะ

14. เสวย บรรทม ตรสั ....? ค. โอวาท
ก. มิตรภาพ ข. สวรรคต

15. นำ้ พึ่งเรือ เสือพึ่งปา เขียนเสือใหว ัวกลวั ตำขาวสารกรอกหมอ....?

ก. นำ้ เนายุงชุม ข. ปดไฟกอ นออกจากหอง

ค. อยานอนหลบั ทับสทิ ธิ์ ง. กนิ บนเรอื นขบ้ี นหลังคา

16. คำใดทไี่ มเ ขาพวก ค. สุนัข ง. วัว
ก. แมว ข. เสือ

17. ภาพใดตอ ไปนี้ไมเ ขา พวก



แบบทดสอบวัดทกั ษะดานการเชื่อมโยง

21. นำ้ ฝน หม่ำ และตอ ม มอี าชพี ใหเ ลือก คือ นกั รอง หมอ ตำรวจ ครู ถามีเง่อื นไขใหพยัญชนะตน

ของชื่อตนเปนพยัญชนะตน ของอาชีพ ตอ มจะมอี าชีพเปนอะไร

ก. นกั รอง ข. ตำรวจ ค. หมอ ง. ครู

22. นิดสงู กวา นอ ย น้ำสงู กวา หนงึ่ นอ ยสงู กวาน้ำ ใครสงู เปนอนั ดับท่สี อง
ก. นดิ ข. หนึง่ ค. น้ำ ง. นอย

23. “ไมม ใี ครไปถงึ ดวงดาวไดโ ดยปราศจากมือท่เี ปอนโคลน” คำกลาวน้ีหมายความวา อะไร
ก. หนทางไปสคู วามสำเรจ็ ไมไดโ รยดวยดอกกหุ ลาบ
ข. ความพยายามอยูทไี่ หน ความสำเร็จอยูท่นี นั่
ค. ไมม ีมนุษยคนใดไปถึงดวงดาวไดโดยมอื เปลา
ง. การจะไปถงึ ดวงดาวไดม อื ตองเปอนโคลน

24. นักเรียนกับเพือ่ นมาโรงเรยี นแตเ ชา เม่อื เขามาในหองเรยี นพบกระเปา เงนิ วางหลน อยใู นหอง มี
เงนิ อยจู ำนวนมาก เพ่อื นของนักเรยี นบอกวา ใหเอาเงนิ แบง กันคนละครง่ึ นักเรียนไมเ ห็นดว ย
แนะนำใหเอาเงนิ ไปสง ครู แตเ พื่อนบอกวาถา นักเรยี นไมเอาก็ไมตองพูดอะไร
ทเี่ หลอื เขาจะจัดการเอง นักเรยี นจะทำอยา งไร
ก. บอกครู
ข. ยอมรบั เงนิ จากเพ่ือนคนละครึง่
ค. บอกใหเพ่อื นเอาเงนิ ไปสงครู มิฉะน้นั จะบอกครู
ง. คอยดวู า เพ่ือนจะทำอะไรตอไปแลว คอ ยตดั สินใจทีหลงั

25. จากขอ 24 ถานักเรียนยอมรับเงนิ แบง กับเพื่อนคนละครง่ึ คิดวาจะมผี ลอยางไร
ก. ไมเกิดอะไรขน้ึ เพราะไมม ีใครรู
ข. นกั เรียนและเพื่อนจะถูกครูลงโทษ
ค. เพ่ือนอาจไปบอกครวู า นกั เรยี นเกบ็ ของไดแลวไมค นื
ง. สกั วันหน่ึงคนอื่นจะตองรู เพราะความลบั ไมม ใี นโลก

26. ดา คอื ลูกคนโตของพอแดงกับแมมว ง เหลอื ง คือนอ งของดา เขยี ว คอื พี่ของเหลอื ง
ฟาคือพ่ีของ สม สม คือลูกของเขยี ว แดงคือปูของฟา ถามวา เขยี วเปนอะไรกบั ฟา
ก. พี่ ข. พอ ค. อา ง. ลุง

27. จากขอ 26 มวงเปนอะไรกับสม ง. นา
ก. แม ข. ยา ค. ปา

28. เจน จนู จีน แจบ เปน พ่ีนองกัน โดยท่ีเจนมหี นาทขี่ ับรถไปสงนอง ๆ ทุกคนไปโรงเรียน
จูนเปนลกู ชายคนเดียวท่ีมอี ายุหางจากเจนมากทีส่ ุด จีนเปนฝาแฝดกับจูน ใครเกิดเปน คนท่ี 2
ก. จูน ข. แจบ ค. เจน ง. จีน

29. ........ภูมิ ........ผัง .......ท่ี จะนำคำใดมาเตมิ ในชองวางหนาคำทั้งสามคำแลว ไดความหมาย

ก. คุณ ข. ออก ค. แผน ง. ดวง

30. ใหหาคำทมี่ ีความสัมพนั ธเหมอื นกบั คหู นา มีด – ฟน กรรไกร - ..............

ก. ตัด ข. หนีบ ค. ขวาน ง. ผา

แบบทดสอบวดั ทักษะดา นการสรุปความ
จงใชส ถานการณตอไปนต้ี อบคำถามขอ 31 - 34

31. “นำ้ นมของแม” เปรียบไดกบั สิ่งใด ข. เลอื ดเนื้อของแม
ก. น้ำนมจากฟากฟา ง. เลือดในอกของแม
ค. น้ำจากมหาสมทุ ร

32. จากภาพแสดงถึงอะไรมากท่สี ุด ง. ความผกู พนั
ก. ความรกั ข. ความหว งใย ค. ความใกลช ิด

33. จากภาพขอ ใดไมใชการแสดงออกของความรกั ง. การแตง กาย
ก. การยมิ้ ข. การกอด ค. การมอง

34. ใจความสำคัญของบทเพลงนค้ี อื ขอใด ข. ออ มกอดของแมมแี ตอบอุน
ก. แมกอดลูกไวไมอยากไปไหน ง. ความรักของแมย ่ิงใหญไมมีสง่ิ ใดเปรียบเทยี บ
ค. แมเ ล้ียงลูกคนเดยี วตง้ั แตเล็กจนโต

จงใชสถานการณต อ ไปนี้ตอบคำถามขอ 35 - 40

35. ลกั ษณะธรรมชาติของการเดนิ ของปูเปนอยางไร
ก. เดินตรง ข. เดนิ เร็ว ค. เดนิ ตวั เอยี ง ง. เดนิ สา ยไปสา ยมา

36. ขอ ใดจดั เปนความรูสึกทไ่ี ดฟง เพลงดังกลา ว
ก. ดีใจ ข. อารมณด ี ค. สบายใจ ง. เพลิดเพลน

37. การขบั รองเพลงใหส นกุ สนานตามเนอื้ เพลงดงั กลา วควรแสดงทา ทางอยา งไร
ก. ยนื อยูนิ่ง ๆ ข.เดินไปเดินมา ค. ทำหนา ตาเศรา ง. เตน ตามจังหวะ

38. เปรยี บเทยี บการเดินของแมปูกับการกระท าของคนอยางไร

ก. คนอกตญั ไู มร คู ุณ ข. คนพูดมากนนิ ทาคนอนื่

ค. คนทดี่ แี ตพ ูดแตท ำไมไ ด ง. คนขีเ้ กยี จสอนใหคนอืน่ ขยัน

39. จากบทเพลงนักเรียนนำแนวคดิ ทจ่ี ะไปใชปฏิบัติอยางไรในชวี ิตประจำวัน
ก. ปฏิบตั ิตนตามคำส่ังสอนของพอแม ข. การปฏิบัตติ นใหเปน ตวั อยางทด่ี แี กค นอน่ื
ค. ปฏิบตั ติ นใหดีกอนแลว คอยสอนคนอืน่ ง. ปฏิบตั ติ นใหเ หมาะสมกบั ระเบียบของสังคม

40. จากบทเพลง แมป ู นาจะเหมาะกับคนในอาชพี ใดมากทส่ี ดุ

ก. ครู ข. หมอ ค. ขายประกัน ง. นักการเมือง

แบบทดสอบวดั ทกั ษะดานการประยกุ ต

41. “ชาวบา นแถบปา ชายเลน ตัดไมโกงกางไปเผาถาน เม่ือยางไมติดเส้ือ ซักไมออก
นกั เรยี นจึงสกัดสจี ากไมโกงกางไปยอมผา และผมวาสามารถยอมผา ดว ยสี สกดั จากยางไม
โกงกางไดและเปน สสี ม ” ขอ ใดเปนการระบวุ ธิ ีการทางวิทยาศาสตรที่ถกู ตองและสอดคลองกบั
สถานการณน ี้
ก. การต้งั ปญหา คือ สสี กดั จากไมโ กงกางนำไปใชยอ มผา ไดห รอื ไม
ข. การตงั้ สมมตุ ฐิ าน คือ การสกัดสจี ากไมโกงกางไปยอมผา
ค. การทดลอง คือ สกดั สจี ากไมโกงกางโดยการตม
ง. การสรุปผล คอื ผาทกุ ชนดิ สามารถใชย างจากไมโ กงกางได

42. “แผนมนั ฝร่งั ทอดกรอบมสี เี หลือง ผิวขรุขระ มีกลิ่นคลายหวั หอม เวลาเคย้ี วมีเสียง”

ประสาทสมั ผสั ทใ่ี ชในการสงั เกตตามขอความขางตน คือขอใด

ก. ตา จมูก ผวิ กาย ฟน ข. ตา ผิวกาย ฟน หู

ค. จมูก ผิวกาย ฟน หู ง. ตา จมกู ฟน หู

43. ขอ ใดเปนขอความที่เปน การลงความเหน็ จากขอมูล
ก. แหลง น้ำในชมุ ชนมีกลิน่ เหมน็ ข. มีขยะหลายชนิดลอยอยูบนผวิ น้ำ
ค. มีบา นเรือนแออัดอยใู กลแหลง น้ำ ง. น้ำเนา เสยี เกิดจากการทิ้งขยะของชาวบาน

44. การนำกลาไมปาชายเลนมาปลูกใหมในพืน้ ที่ราบน้ำข้ึนถึงขอบปาชายเลน พบวา กลาไมปา

ชายเลนทีป่ ลกู มีจำนวนท่ตี ายมากกวาจำนวนที่เหลอื รอดอยู ทีเ่ ปนเชนน้นี า จะเปนผลมาจาก

ปจจัยสิง่ แวดลอมใด

ก. แสง ข. อณุ หภูมิ ค. ภมู ิประเทศ ง. ความเคม็ ของน้ำ

45. ขอใด ไมใ ช จุดมุงหมายของการทำโครงงานวิทยาศาสตร
ก. สง เสรมิ การศึกษาคน ควา หาความรดู ว ยตนเอง
ข. สงเสรมิ ความคดิ ริเร่มิ สรางสรรคแ ละใชก ระบวนการทางวิทยาศาสตรใ นการแกป ญหา
ค. สง เสรมิ การประยุกตใ ชความรทู างวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ง. ประกวดแขงขันเพ่ือสรา งช่ือเสยี งใหแกผูจดั ทำ

46. ขอ ใด ไมใ ช กจิ กรรมการแปลความหมาย ข. การนำเสนอขอมลู
ก. การบันทกึ ขอมูลลงในตาราง ง. การรวบรวมขอ มูล
ค. การเขยี นกราฟระบบพิกดั ฉาก

47. การบนั ทกึ ผลขอ มลู ทางวิทยาศาสตร ควรทำอยา งไร
ก. รวดเรว็ วองไว รอบคอบ ข. รอบคอบ ซือ่ ตรง ละเอยี ด
ค. รวดเร็ว วองไว ละเอียด ง. ทำอยา งรวดเรว็ เพื่อการผดิ พลาด

48. การพูดคยุ ผาน Face book ทางอนิ เทอรเ น็ตระหวา งประเทศเปนการใชเ ทคโนโลยีในดานใด

ก. เทคโนโลยีการส่ือสาร ข. เทคโนโลยที างการแพทย

ค. เทคโนโลยีชีวภาพ ง. เทคโนโลยีการผลติ

49. ขอใดเปน ประโยชนที่ไดรับจากการใชเทคโนโลยี
ก.ชว ยประหยดั ตนทุน แรงงาน เพิ่มผลตอบแทนใหมากข้ึน
ข. ชว ยสง เสริมดานการตลาดของผลผลติ ยอดจำหนายสงู ขึน้
ค. ชว ยใหการทำงานแตล ะขน้ั ตอนมีความประณตี มากขึน้
ง. ชวยสงเสรมิ การผลติ ใหม คี ณุ ภาพและมาตรฐานมากข้ึน

50. ผลของเทคโนโลยีสารสนเทศ ขอใดมีผลตอตวั นักเรยี น
ก. บทเรียนคอมพวิ เตอรช ว ยสอน
ข. ระบบการเรียนการสอนทางไกล
ค. ระบบเฝาระวังภัยท่ีมีคอมพิวเตอรควบคมุ การทำงาน
ง. ขอ ก. และ ข.

แบบวดั ความสามารถในการเรยี นรดู ว ยตนเอง

คำชีแ้ จง โปรดพิจารณาประเด็นเกี่ยวกับการประเมินความสามารถในการเรียนรูดวยตนเองใน
ประเด็นตอ ไปนี้ แลวกาเคร่ืองหมาย √ ลงในชอ ง 5,4,3,2,1 ที่ตรงกบั ระดับการดำเนินงาน ตามความเหน็
ของทาน โดยกำหนดเกณฑร ะดับคะแนน ดังนี้

5 หมายถึง ระดบั มากที่สุด
4 หมายถึง ระดบั มาก
3 หมายถงึ ระดบั ปานกลาง
2 หมายถงึ ระดบั นอ ย
1 หมายถึง ระดับนอยท่สี ุด

ระดบั ความสามารถ
ลำดับ ขอความ ในการเรียนรดู ว ยตนเอง

54321
1. ถา ขาพเจา ตองการเรียนรสู ่งิ ใด ขา พเจา จะหาทางเรียนรใู หได
2. ขาพเจาชอบศกึ ษาคนควา หาความรูใหม ๆ
3. ขาพเจาไมชอบการเรียนรใู นเรือ่ งท่ียาก
4. ขา พเจารสู กึ วา หองสมุดเปนสถานทที่ น่ี า เบ่ือ
5. ขาพเจามคี วามกระตือรือรนทจี่ ะเรยี นรสู ง่ิ ตา ง ๆ
6. ขา พเจาชอบเขา รว มงานเสวนา/ประชุมวชิ าการตาง ๆ
7. ขา พเจาดีใจทีม่ ีโอกาสแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ กับคนอืน่ ๆ
8. ขา พเจายนิ ดีทไี่ ดแ ลกเปล่ยี นความคดิ เห็นกบั คนอ่นื ๆ
9. การเรยี นสง่ิ ท่ยี ากไมเคยทำใหขา พเจาเบอื่ ถา สิง่ น้นั เปนเร่ืองทน่ี าสนใจ
10. ขา พเจาชอบรวมวงสนทนาแลกเปล่ียนเรยี นรเู รอื่ งตา ง ๆ กบั ผูอ ื่น
11. ขาพเจารสู กึ ตืน่ เตน ทุกคร้ังที่ไดเรยี นรสู ่งิ ใหม ๆ
12. การคน ควา หาขอ มลู เปนเร่อื งยากสำหรบั ขาพเจา
13. ขา พเจามักเปน ผูนำในกลมุ ในการเรยี นรสู งิ่ ตาง ๆ
14. ขา พเจามคี วามปรารถนาอยา งแรงกลา ที่จะเรยี นรสู ่ิงใหม ๆ
15. ในแตล ะปการศกึ ษา ขา พเจาไดเรยี นรูส่งิ ใหม ๆ หลาย ๆ สง่ิ ดวยตนเอง
16. ถาตองการขอมลู บางอยาง ขาพเจา ทราบดวี าจะไปหาไดจ ากที่ไหน
17. ขาพเจามีการวางแผนการเรยี นและพยายามทำใหเ ปนไปตามแผนที่วางไว
18. ถาตอ งการขอมูลบางอยางที่ยงั ไมม ี ขาพเจา สามารถคน หาความรูน้นั ไดด ว ยตนเอง
19. หากขา พเจาตองการเรยี นรูส่ิงใด กจ็ ะพยายามแสวงหาความรนู ้ัน แมจ ะมี

ภาระงานมากเพียงใดกต็ าม

ระดับความสามารถ
ลำดบั ขอ ความ ในการเรียนรดู วยตนเอง

54321
20. แมจ ะมีภาระงานมาก ขา พเจา กส็ ามารถแบงเวลาในการคน หาความรทู ่ีตอ งการได
21. ถาตัดสนิ ใจท่จี ะเรยี นรูอะไรกต็ าม ขา พเจาสามารถหาเวลาไดเ สมอไมว า จะ

มภี ารกิจยุง ยาก
22. เม่อื ประสบกบั บางสิ่งบางอยางท่ไี มเ ขาใจ ขาพเจา จะหลีกเลย่ี งสง่ิ น้ัน
23. ขาพเจาเรียนรตู ามลำพงั ไดไมด นี กั
24. ขาพเจามคี วามสุขทกุ ครง้ั ท่ไี ดเรยี นเรียน
25. ขา พเจาสามารถเรยี นรดู วยตนเองเกือบทุกเร่อื งทข่ี า พเจา ตองการจะเรยี นรู
26. เม่อื ขาพเจาอานอะไรแลว สามารถเลาหรืออธิบายใหผอู ืน่ ฟง ได
27. เมือ่ ขา พเจาอา นอะไรแลว ไมเขา ใจ ขาพเจา จะพยายามอานซำ้ จนกวาจะเขาใจ
28. ขาพเจารูสกึ ทา ทายหากไดเ รียนรูในเรอื่ งทีย่ าก
29. ขา พเจา ตอ งการมสี วนรวมในการตัดสนิ ใจวาควรเรยี นอะไร และจะเรียนอยางไร
30. ขา พเจาสามารถบังคับตนเองใหก ระทำในส่ิงทีค่ ิดวา ควรกระทำ
31. ขาพเจาเปนผรู บั ผิดชอบเกี่ยวกับการเรยี นรขู องขา พเจา

ไมมใี ครมารับผิดชอบแทนขาพเจาได
32. การเรยี นรเู ปน เร่ืองสนุก
33. ขา พเจามีกำลังใจทกุ คร้ังทไี่ ดพูดคยุ กบั ผรู ู
34. ขา พเจา มีความสามารถในการคดิ คน หาวธิ ีการแปลก ๆ ใหม ๆ ทีจ่ ะทำส่ิงตา ง ๆ
35. ขา พเจา มคี วามสามารถในความพยายามคนหาวิธีการเขา ถึงสง่ิ ทต่ี องการเรยี นรู
36. ขา พเจาจะหาวธิ กี ารตาง ๆ เพ่ือใหไดในสิ่งท่ตี อ งการรู
37. เมื่อขา พเจา ตองการรสู ิ่งใด จะหาแนวทางท่ีหลากหลายเพอ่ื ใหไดความรูน้ัน
38. ขา พเจาตองการเรยี นรใู หม ากยิ่งขน้ึ เพื่อท่ีวาจะไดเปน คนท่ีมคี ณุ ภาพ
39. ขาพเจารสู กึ สนุกสนานในการหาคำตอบสำหรบั ขอ คำถามตา ง ๆ
40. ขาพเจาชอบการสำรวจ ตรวจสอบปญ หาตาง ๆ

กระบวนการเรียนรโู ดยใชโครงงานเปนฐาน (Project-based Learning : PjBL)

การจดั กิจกรรมการเรยี นรแู บบโครงงานเปนฐาน
1. การระบุปญหา (Problem Identification) ครูนำสถานการณและใหน กั เรียนดวู ีดโี อ เพือ่

สรางแรงกระตุนใหนกั เรียนฝกการคิดวิเคราะหและเลง็ เหน็ ความสำคญั
2. การรวบรวมขอมูลที่เก่ียวของกับโครงงาน (Related Information Search) โดยศึกษา

ขอมลู ตาง ๆ ใกลตวั เพ่ือนำไปสกู ารออกแบบโครงงานตอ ไป
3. การออกแบบโครงงาน (Project Design) โดยนักเรียนออกแบบโครงงานของกลุม ตัวเอง

ดวยกระดาษแผน ใหญ วัสดุอุปกรณตาง ๆ นำเสนอผลการออกแบบใหครูที่ปรึกษานำไปสูการสราง
นวตั กรรม

4. การปฏิบัตกิ ารทดสอบและปรับปรงุ โครงงาน (Testing, and Design Improvement)
1) นักเรียนนำโครงงานที่ออกแบบไปตรวจสอบ ทดสอบ และบันทึกของโครงงาน

โดยผลท่ีไดอาจนำมาใชในการปรับปรุงแกไขและพัฒนาครั้งที่ 1 ใหมีประสิทธิภาพไดอยางเหมาะสม
ท่ีสดุ

2) ปฏิบัตกิ ารการปรบั ปรงุ แกไ ขและพัฒนาคร้ังท่ี 2 สงั เกตบันทกึ ผล
5. การนำเสอนผลโครงงาน (Presentation) โดยนักเรียนนำเสนอแนวคดิ และขัน้ ตอนของ
โครงงาน หลังจากการพัฒนา ปรับปรุง ทดสอบ
6. การประเมนิ ผลโครงงาน (Evaluate) โดยครปู ระเมินผลการเรียนรขู องผูเรยี นใชแนวทาง
และวิธีการประเมินผลตามสภาพจริง การประเมินเพื่อสะทอนความคิด การประเมินเพื่อใหขอมูล
ยอนกลบั การประเมินวิพากษโครงงาน และการประเมนิ เพ่ือใชข อ มลู เพื่อตอ ยอด

แบบสมั ภาษณเพ่ือดำเนนิ การคัดเลือกนกั เรยี นตวั แทนหอ ง
คำถามสัมภาษณเพ่อื ดำเนินการคดั เลือกนกั เรยี นตวั แทนหอง (แบบคราวๆ)
1) อธิบายขอ ดใี นตวั นกั เรียนนมาใหฟง หนอย

2) อธิบายขอ เสียในตัวนกั เรยี นมาใหฟ ง หนอย

3) เวลานกึ ถงึ ผูนำ จรงิ ๆ นกั เรยี นนกึ ถงึ อะไร

4) คณุ สมบัติของคนท่จี ะเปน ผนู ำ ตองมคี ุณสมบัติอยางไรบาง

๕) นักเรยี นคดิ วา นกั เรียนจะสรา งคุณประโยชนอะไรใหกบั เพอ่ื นรวมหองเรียนไดบ า ง

6) หากนกั เรียนไดคดั เลอื กเปนตวั แทนหอง สำหรบั การเขารวมโครงการ นกั เรยี นจะทำอยางไรเปน
ลำดบั แรก และลำดับถดั ไป เพอ่ื ใหเ กิดประโยชนกบั เพ่ือนรวมหอ งมากท่สี ดุ

แบบสอบถาม

ความพงึ พอใจการจดั นทิ รรศการนำเสนอผลงานโครงงานสิ่งประดิษฐ
ดวยบอรด สมองกลฝงตัว KidBright

คำชแี้ จง
เพ่อื ใหการจดั นทิ รรศการ “การนำเสนอผลงานโครงงานสิง่ ประดษิ ฐดวยบอรด สมองกลฝง ตวั

KidBright ประจำป ๒๕63 (ตลาดนัดความรู & KB Board)” บรรลุผลสำเร็จตามวตั ถุประสงคที่
กำหนดไว และสอดคลองกบั ความตองการของผูเขาชมนทิ รรศการ ขอความรวมมอื ทุกทานตอบแบบ
ประเมนิ ฯ เพอ่ื เปนแนวทางในการจัดนทิ รรศการฯ ในคร้ังตอไปใหมปี ระสิทธิภาพมากย่งิ ขนึ้

แบบสอบถามแบงเปน ๓ ตอน

ตอนที่ ๑ ขอมูลท่ัวไปของผูตอบแบบประเมิน
ตอนที่ ๒ การประเมินผลความพึงพอใจในการจัดนิทรรศการ “การนำเสนอผลงานโครงงาน
สง่ิ ประดิษฐด วยบอรด สมองกลฝงตัว KidBright ประจำป ๒๕63 (ตลาดนดั ความรู & KB Board)”
ตอนท่ี ๓ ปญ หาและขอ เสนอแนะเพิ่มเติม

ตอนท่ี ๑ ขอมลู ทั่วไปของผูตอบแบบประเมนิ

1) เพศ  หญงิ
 ชาย

2) สถานภาพ  ครู  ผบู รหิ าร
 นกั เรยี น

ตอนที่ ๒ การประเมินผลความพึงพอใจในการจดั นิทรรศการ “การนำเสนอผลงานโครงงาน

สง่ิ ประดษิ ฐดวยบอรด สมองกลฝง ตวั KidBright ประจำป ๒๕63

(ตลาดนัดความรู & KB Board)”
คำชีแ้ จง กรุณาใสเคร่อื งหมาย  ในชอ งทตี่ รงกับความเปนจริงมากทส่ี ุด

รายการประเมนิ ระดบั ความพึงพอใจ
มากที่สดุ มาก ปานกลาง นอ ย นอ ยทส่ี ดุ
๑. การประชาสมั พันธกิจกรรม
๒. รปู แบบการจัดนทิ รรศการ
๓. เนอ้ื หาสาระ/ เรอ่ื งท่ีนํามาจัดนิทรรศการ
๔. คำอธบิ ายของนักเรยี นประจำบอรด
๕. เอกสารเผยแพรความรู
๖. ระยะเวลาในการจดั นทิ รรศการฯ
๗. สถานที่ และส่งิ อํานวยความสะดวก
8. ความรูทไ่ี ดร บั จากการเขาชมนิทรรศการ

ตอนท่ี ๓ ปญหาและขอ เสนอแนะเพิ่มเติม

แบบสอบถาม

ความพึงพอใจการเขารว มอบรมเชิงปฏิบตั กิ ารการคดิ วิเคราะห
โดยใชโครงงานเปนฐาน (Project-based Learning : PjBL)

รว มกบั แนวคิดสะเตม็ ศกึ ษา (STEM Education)
ผา นบอรดสมองกลฝง ตัว KidBright

คำชี้แจง
เพื่อใหการอบรมเชิงปฏิบัติการการคิดวิเคราะหโดยใชโครงงานเปนฐาน (Project-based

Learning : PjBL) รวมกับแนวคิดสะเต็มศึกษา (STEM Education) ผานบอรดสมองกลฝงตัว
KidBright บรรลุผลสำเรจ็ ตามวัตถปุ ระสงคท่ีกำหนดไว และสอดคลองกับความตองการของผูเขารว ม

อบรม ขอความรวมมือทุกทานตอบแบบประเมินฯ เพื่อเปนแนวทางในการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการฯ
ในคร้ังตอ ไปใหมปี ระสิทธิภาพมากยิง่ ขน้ึ

แบบสอบถามแบงเปน 2 ตอน
ตอนท่ี ๑ ขอมลู ทั่วไปของผูตอบแบบประเมนิ
ตอนที่ ๒ การประเมินผลความพึงพอใจในการเขารวมอบรมเชิงปฏิบัติการการคิดวิเคราะห
โดยใชโครงงานเปนฐาน (Project-based Learning : PjBL) รวมกับแนวคิดสะเต็มศึกษา (STEM
Education) ผานบอรดสมองกลฝงตัว KidBright
ตอนที่ ๓ ปญหาและขอ เสนอแนะเพ่ิมเติม

ตอนที่ ๑ ขอมูลทวั่ ไปของผูตอบแบบประเมิน

เพศ  หญิง
 ชาย

ตอนท่ี ๒ การประเมนิ ผลความพงึ พอใจในการเขารว มอบรมเชิงปฏิบัติการการคดิ วิเคราะห

โดยใชโครงงานเปนฐาน (Project-based Learning : PjBL) รว มกบั แนวคดิ สะเตม็ ศกึ ษา

(STEM Education) ผา นบอรดสมองกลฝง ตวั KidBright
คำชแ้ี จง กรณุ าใสเครอ่ื งหมาย  ในชอ งทต่ี รงกบั ความเปนจริงมากท่ีสุด

รายการประเมิน ระดับความพึงพอใจ นอ ยที่สดุ
มากทส่ี ุด มาก ปานกลาง นอย
ดานวทิ ยากร
1. การถา ยทอดความรแู ละการอธิบายเน้อื หา

ของวทิ ยากรมคี วามชดั เจน
2. การเช่ือมโยงเน้อื หาในการฝก อบรม
3. ใชเ วลาตามทีก่ ำหนดไว
4. การตอบขอซักถามในการฝกอบรม
5. การยกตวั อยา งประกอบการบรรยาย

รายการประเมนิ มากทส่ี ุด ระดบั ความพงึ พอใจ นอ ยที่สุด
มาก ปานกลาง นอย
ดา นสถานท่ี / ระยะเวลา
6. ความพึงพอใจตอสถานทแ่ี ละสภาพแวดลอ ม

ในการจัดอบรม/สมั มนา
7. ความเหมาะสมของอปุ กรณในการจัดอบรม
8. ระยะเวลาในการอบรมมีความเหมาะสม
ดา นความรูความเขาใจ
9. หลงั จากไดรบั การอบรมทานมคี วามรูเพ่มิ

มากขนึ้ เพยี งใด

10. ประโยชนทท่ี านไดร ับจากการอบรม
ดานการนำความรูไปใช
11. สามารถนำความรูทีไ่ ดรบั ไปประยกุ ตใช

ในชวี ิตประจำวันได
12. สามารถนำความรูไปเผยแพร/ถา ยทอดได

ตอนท่ี ๓ ปญ หาและขอเสนอแนะเพม่ิ เติม

แบบสอบถาม

ความพึงพอใจตอการเรยี นรโู ดยใชกจิ กรรมการจดั การเรียนรู
ตามแนวทางสะเตม็ ศึกษา (STEM Education)

คำชแ้ี จง โปรดทำเคร่อื งหมาย  ลงในชอ งระดับความพึงพอใจที่ตรงกับความคิดเหน็ ของนกั เรยี น
โดยมรี ะดบั ความพงึ พอใจ ดังนี้

5 หมายถึง ระดับความพึงพอใจมากที่สดุ
4 หมายถึง ระดับความพงึ พอใจมาก

3 หมายถงึ ระดับความพงึ พอใจปานกลาง
2 หมายถึง ระดับความพึงพอใจนอ ย
1 หมายถึง ระดับความพึงพอใจนอยท่ีสุด

ที่ รายการประเมิน ระดับความพงึ พอใจ
54321
1 กจิ กรรมการเรยี นรูมีความนา สนใจ เหมาะสมกบั นกั เรียน
2 กจิ กรรมการเรียนรูเปด โอกาสใหนักเรยี นศึกษาดว ยตนเอง

ทำใหม ที กั ษะในการแสวงหาความรู
3 กจิ กรรมการเรยี นรชู ว ยใหนกั เรยี นฝกทกั ษะการแกป ญ หา
4 กจิ กรรมการเรยี นรสู ง เสริมใหน กั เรียนไดท ำกิจกรรม

ฝกทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร
5 กจิ กรรมการเรียนรชู วยใหน ักเรียนกลา แสดงออกมากข้ึน
6 กจิ กรรมการเรยี นรสู งเสริมความสามารถในการคิดของนักเรยี น
7 กจิ กรรมการเรียนรชู ว ยใหนกั เรยี นกระตือรอื รนตอ การเรยี น
8 กิจกรรมการเรียนรูชว ยใหนักเรยี นไดเ รียนรรู วมกบั ผอู ื่น มนี ้ำใจ

และชวยเหลอื กนั
9 กจิ กรรมการเรยี นรูชว ยใหนักเรียนนำความรไู ปประยกุ ตใ ชใ นชีวิตประจำวันได
10 กจิ กรรมการเรียนรชู ว ยใหน ักเรยี นสนกุ สนานและมคี วามสขุ กบั การเรยี นรู


Click to View FlipBook Version