ปัจจยั ทีม่ ีความสัมพันธก์ บั พฤติกรรมการดมื่ เคร่ืองดมื่ แอลกอฮอลข์ องวัยรุ่น
Factors Related to Alcohol Drinking Behavior of Adolescents
ผจู้ ัดทำ
นายภรู ินทร์ สงอนรุ ักษ์ รหสั นักศกึ ษา 65301050019
รายงานการศึกษาคน้ คว้าฉบับน้เี ป็นสว่ นหนง่ึ ของการศกึ ษาวิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศ
เพ่อื การจดั การอาชพี
รหสั วชิ า 30001-2001
ตามหลักสูตร ประกาศนยี บัตรวิชาชีพข้นั สงู
สาขา อเิ ล็กทรอนกิ ส์
ปีการศกึ ษา 2565
วิทยาลยั เทคนคิ สรุ าษฎร์ธานี
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ข
กิตติกรรมประกาศ
งานนำเสนอวิชาเทคโนโลยีสานสนเทศเพื่อการจัดการอาชีพเรื่อง ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับ
พฤติกรรมการดื่มเครื่องดม่ื แอลกอฮอล์ของวัยรุ่น สำเร็จลลุ ว่ งไดด้ ้วยความกรณุ าและความช่วยเหลืออย่าง
สูงยิ่งจากอาจารย์ จักรรัตน์ จักรานนท์อาจารย์ที่ปรึกษาประจำวิชาที่ได้กรุณาให้คำปรึกษาแนะนำและ
ตรวจสอบแก้ไขข้อพกพร่องทกุ ขั้นตอน ของการจดั ทำโครงงาน
คณะผู้จัดทำโครงงานขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงขอขอบพระคุณบิดามารดาเพื่อนนักเรียน
ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านที่ไม่ได้กล่าวนามไว้ ณ ที่นี้ที่ได้ให้กำลังใจและมีส่วนช่วยเหลือให้โครงงาน
ฉบับนี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดีท้ายที่สุดคณะผู้จัดทำโครงงานหวังว่าโครงง านฉบับนี้จะเป็นประโยชน์กับ
ผสู้ นใจไม่มากก็นอ้ ย
ท้ายที่สดุ นีข้ อขอบคณุ คณะกรรมการพิจารณาทุนอุดหนุนโครงงานทุกท่านทีใ่ ห้การสนบั สนุนการ
จัดทำ โครงงานในครงั้ น้ี
ผูศ้ กึ ษาคน้ คว้า
เดือน กรกฎาคม พ.ศ.2565
ค
ช่ือผลงาน : ปจั จัยท่ีมคี วามสมั พนั ธก์ ับพฤติกรรมการด่ืมเคร่ืองดื่มแอลกอฮอล์ของวยั รุน่
ชอ่ื ผศู้ กึ ษาค้นคว้า : นายภรู นิ ทร์ สงอนรุ กั ษ์
อาจารย์ที่ปรกึ ษา : อาจารย์จักรรัตน จักรานนท์
สาขาวิชา : อิเล็กทรอนิกส์
ปีการศึกษา : 2565
บทคัดย่อ
การวจิ ัยครั้งนีเ้ ปน็ การวิจัยเชงิ สำรวจ
มวี ัตถปุ ระสงค์เพือ่
1.พฤติกรรมการดม่ื เคร่ืองดม่ื แอลกอฮอล์ของวยั ร่นุ
2.เพือ่ หาปัจจัยทม่ี ีความสัมพันธก์ บั พฤติกรรมการดมื่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของวัยรุ่น
เรอื่ ง ปัจจัยทีม่ คี วามสมั พนั ธก์ ับพฤตกิ รรมการดม่ื เคร่ืองด่ืมแอลกอฮอลข์ องวยั รุน่
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้คือ เยาวชนที่ศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลายและ
อาชวี ศกึ ษาระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชพี จํานวนท้งั หมด 30 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ การใช้แบบสอบถาม ข้อมูลทั่วไป ทัศนคติต่อการดื่มเครื่องดื่ม
แอลกอฮอล์ การรับรู้ผลกระทบจากการดื่ม การเข้าถึงแหล่งซื้อขาย ความสัมพันธ์ในครอบครัว แรง
สนับสนุนทางสังคม และแบบประเมินพฤติกรรมการดม่ื เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ง
สารบัญ
เรอื่ ง หน้า
กิตตกิ รรมประกาศ.....................................................................................................................ข
บทคดั ยอ่ ภาษาไทย....................................................................................................................ค
สารบญั .....................................................................................................................................ง
สารบญั (ต่อ)..............................................................................................................................จ
สารบญั ตาราง ...........................................................................................................................ฉ
สารบญั ภาพ ..............................................................................................................................ช
บทท่ี1 บทนำ.............................................................................................................................1
1.1 ความเปน็ มาและความสำคัญของปัญหา ........................................................................... 1
1.2 วตั ถปุ ระสงค์ของการศึกษาค้นคว้า.................................................................................... 1
1.3 สมมติฐานของการศึกษาค้นควา้ ........................................................................................ 1
1.4 กรอบแนวคิดของการศกึ ษาค้นคว้า................................................................................... 2
1.5 ขอบเขตของการศึกษาค้นควา้ ........................................................................................... 2
1.6 ขอ้ ตกลงเบือ้ งต้น............................................................................................................... 3
1.7 นยิ ามศพั ท์เฉพาะ.............................................................................................................. 3
1.8 ประโยชน์ทคี่ าดวา่ จะไดร้ ับ................................................................................................ 3
บทท่ี2 เอกสารและงานศึกษาค้นควา้ ท่เี กย่ี วข้อง........................................................................4
2.1 เอกสารทเี่ ก่ียวข้อง............................................................................................................ 4
2.2 งานศึกษาค้นคว้าทเี่ กยี่ วข้อง ............................................................................................. 5
บทท่ี3 วิธีดำเนินการศึกษาค้นควา้ .............................................................................................6
3.1 ประชากรและกลมุ่ ตวั อย่าง............................................................................................... 6
3.2 การสร้างเครืองมือท่ใี ช้ในการวิจัย ..................................................................................... 6
3.3 การสรา้ งแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น.............................................................. 7
3.4 การสร้างแบบประเมินความพึงพอใจ ................................................................................ 7
3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล ...................................................................................................... 9
จ
สารบญั (ตอ่ )
เรื่อง หนา้
บทที่4 ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล....................................................................................................10
4.1 การวเิ คราะห์ขอ้ มูลและสถติ ิทใ่ี ช้ในการวจิ ยั ...................................................................... 10
4.2 ผลการวจิ ยั ....................................................................................................................... 11
บทท่ี5 สรุปผล อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ............................................................................14
5.1 สรปุ ผลการทำโครงงาน..................................................................................................... 14
5.2 อภิปรายผลการวจิ ัย.......................................................................................................... 14
5.3 ขอ้ เสนอแนะในการวจิ ยั .................................................................................................... 16
บรรณานกุ รม.............................................................................................................................17
บทที่ 1
บทนำ
1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปญั หา
ปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งท่ีมีปริมาณการดื่มเคร่ืองดื่มแอลกอฮอล์มากเป็นอนั ดับ 5 ของ
โลกและอันดับ 3 ของเอเชีย จากการสำารวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี พ.ศ. 2544-2554 พบว่า
เยาวชนอายุ 15-24 ปี มีอัตราการดื่มเครือ่ งดืม่ แอลกอฮอล์สูง เพศชายมีอัตราการดื่มมากกว่าเพศหญิง 2
เท่า และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของวัยรุ่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ1 ทั้งนี้การดื่มเครื่องดื่ม
แอลกอฮอล์ครั้งแรกของเยาวชนอยู่ในชว่ งอายุ 15-19 ปี การด่มื เครือ่ งดม่ื แอลกอฮอล์มากขึน้ สง่ ผลให้เกิด
ปัญหาหรือผลกระทบตามมามากมาย และเมื่อดื่มเครือ่ งดื่มแอลกอฮอล์เป็นระยะเวลานาน จะเกิดอาการ
ตดิ แอลกอฮอล์เม่ือเขา้ ส่วู ัยผใู้ หญไ่ ดแ้ ละส่งผลเสยี ตอ่ สุขภาพ รวมถึงปัญหาทางสงั คม และเศรษฐกิจตามมา
เช่น การได้รับบาดเจ็บจากการ เกิดอบุ ัตเิ หตจุ ราจร ปญั หาพฤตกิ รรมทางเพศและการเกิดอาชญากรรม
1.2 วตั ถปุ ระสงคข์ องการศกึ ษาคน้ คว้า
1.2.1 พฤตกิ รรมการด่ืมเครอ่ื งด่ืมแอลกอฮอลข์ องวยั ร่นุ
1.2.2 ปัจจัยทมี่ ีความสมั พนั ธ์กับพฤติกรรมการดื่มเครื่องดืม่ แอลกอฮอล์ของวยั รุ่น ได้แก่ ทัศนคติต่อ
การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การรับรู้ผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การเข้าถึงแหล่งซ้ือ
ขายเครื่องดม่ื แอลกอฮอล์ ความสัมพันธ์ในครอบครัวและแรงสนบั สนุนทางสงั คม
1.3 สมมตุ ิฐานของการศึกษาคน้ คว้า
1.3.1 ทัศนคติต่อการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การรับรู้ผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
การเข้าถึงแหล่งซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความสัมพันธ์ในครอบครัวแรงสนับสนุนทางสังคมมี
ความสมั พนั ธ์กบั พฤตกิ รรมการด่มื เคร่อื งดม่ื แอลกอฮอล์ของวยั รนุ่
2
1.4 กรอบแนวคิดของการศึกษาคน้ ควา้
1.4.1 กรอบแนวคิดด้านเนื้อหาทำการวจิ ัยในเนอื้ หาเรอ่ื ง ปัจจัยทมี่ ีความสมั พนั ธก์ ับพฤตกิ รรมการดื่ม
เครือ่ งดมื่ แอลกอฮอลข์ องวยั รุ่น
1.4.2 ประชากรของการวิจัยครั้งนี้คือนักเรียน/นักศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษา
ตอนปลายและอาชีวศึกษาระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชีพ
1.5 ขอบเขตของการศึกษาคน้ ควา้
1.5.1. ขอบเขตด้านเนื้อหา ทำการวิจัยเชิงสำรวจในเนื้อหาเรื่อง ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับ
พฤติกรรมการด่มื เครอ่ื งด่ืมแอลกอฮอล์ของวยั รนุ่ ภายในจงั หวัดสุราษฎรธ์ านี
1.5.2. ประชากรของการวิจัยครั้งน้ี คือ เยาวชนที่ศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษา
ตอนปลายและ อาชีวศึกษาระดับประกาศนียบตั รวชิ าชีพ (ปวช.) จํานวนทั้งหมด 30 คน
1.5.3. กลุ่มตัวอย่าง คือ เยาวชนที่ศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลายและ
อาชีวศึกษาระดบั ประกาศนียบัตรวิชาชพี (ปวช.) จํานวนทัง้ หมด 30 คน
1.5.4. ตัวแปรทศ่ี กึ ษาไดแ้ ก่
1.5.4.1 ตัวแปรอิสระ
ประกอบด้วยความรู้และทัศนคติต่อการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของวัยรุ่น การ
รับรู้จากข้อความในสื่อเกี่ยวกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และลักษณะประชากร ได้แก่ อายุ เพศ
ระดบั ชนั้ อาํ เภอเมอื งและนอกเขตอําเภอเมือง
1.5.4.2 ตัวแปรตาม
การดืม่ เครือ่ งด่ืมแอลกอฮอล์ของวัยรนุ่
1.5.5. การวจิ ัยครงั้ นดี้ ำเนินการในภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
3
1.6 ขอ้ ตกลงเบื้องตน้
1.6.1 ควรคิดหาแนวทางความคิดว่าควรจะทำอะไรก่อนเป็นอันดบั แรกกอ่ น
1.6.2 ถา้ หากทำงานร่วมกับผ้อู ืน่ ควรทำขอ้ ตกลงร่วมกนั กอ่ น
1.7 นยิ ามศพั ท์เฉพาะ
เยาวชน หมายถึง เยาวชนที่ศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย และ
เยาวชนในสถานศึกษาสายอาชพี ระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชพี (ปวช.)
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หมายถึง เครื่องดื่มที่มีเอทิลแอลกอฮอล์ผสมอยู่ ได้แก่ สุรา และเมรัย
แอลกอฮอลม์ ีฤทธิก์ ดระบบประสาทสว่ นกลาง
1.8. ประโยชน์ที่คาดวา่ จะไดร้ ับ
1.8.1 การได้รบั รู้เก่ียวกับการรณรงคเ์ กยี่ วกับการงดดื่มเครอ่ื งด่มื แอลกอฮอล์
1.8.2 ไดเ้ กยี่ วกับข้อเทจ็ จริงรายละเอียดเก่ยี วกับ การดืม่ เคร่ืองดื่มแอลกอฮอล์ ไดแ้ ก่ แอลกอฮอล์ไป
กดจิตใต้สำนึกที่คอยควบคุมตนเองอยู่ แต่เมื่อกินมากขึ้นก็จะกดสมองบริเวณอื่นๆ ทำให้เสียการทรงตัว
พดู ไม่ชดั จนแม้กระทัง่ หมดสตใิ นทส่ี ดุ เป็นต้น
1.8.3 กลุ่มวัยรุน่ ลดการดื่มแอลกอฮอล์
บทที่ 2
เอกสารและงานศึกษาคน้ คว้าที่เกีย่ วข้อง
2.1 เอกสารที่เกย่ี วขอ้ ง
2.1.1 อันตรายของเคร่อื งด่มื แอลกอฮอล์
สุราและแอลกอฮอล์ทุกชนิดมีผลต่อร่างกายทุกๆ ส่วน อาทิ สมอง ตับ ระบบทางเดินอาหาร ระบบ
สืบพันธ์ุ ผลต่อทารกในครรภ์ ผลตอ่ การเกดิ โรคจติ ผลตอ่ วงจรการนอน
2.1.1.1. ผลต่อหัวใจ พบว่าการดื่มในปริมาณที่มากจะทำให้มีความผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้
กลา้ มเนือ้ หวั ใจไม่แขง็ แรง เกดิ หัวใจวายไดง้ ่าย
2.1.1.2. ผลตอ่ ตบั พบวา่ การดมื่ จะทำให้เกดิ โรคตับแข็งไดต้ บั ทถี่ ูกทำลายโดยแอลกอฮอล์จะไม่สามารถ
ทำหน้าที่ที่จำเป็นได้ไม่ว่าจะเป็นกรรมวิธีในการย่อยสลายสารอาหารต่าง ๆหรือการเปลี่ยนแปลงของยาท่ี
รบั ประทานเขา้ ไป บางรายอาจมอี าการตวั เหลืองตาเหลือง มักอาเจยี นเป็นเลือด
2.1.1.3. ผลต่อผวิ หน้า แอลกอฮอลท์ ำให้หลอดเลือดขยายตวั ผวิ หนา้ จะเหน็ เปน็ สีแดงเรื่อ ๆมีผลทำให้
ร่างกายสูญเสียความร้อนออกไปบางส่วนจากทางผวิ หน้าจนบางคร้ังอาจเกิดอาการหนาวจนสั่น หรือเกิดโรคปอด
บวมไดง้ ่ายในฤดหู นาว
2.1.1.4. ผลต่อสมอง บางคนเชื่อว่าทานเหล้านิดหน่อยจะช่วยกระตุ้นสมองให้กระฉับกระเฉงแต่
ขอ้ เท็จจรงิ ไมใ่ ช่เช่นนั้น แอลกอฮอล์จะมีฤทธ์ิกดการทำงานของสมองถ้าดมื่ มาก ๆ เข้า จะทำใหค้ วามจำเสื่อม การ
ตัดสินใจไมเ่ หมาะสม สมาธเิ สยี ไปโกรธงา่ ยการพดู จะช้าลง สายตาพร่ามัวและการทรงตัวเสียไป
2.1.1.5. ผลต่อกระเพาะอาหาร มีผลทำให้กระเพาะอาหารอักเสบอย่างฉับไวทันทีภายหลังดื่มใน
ปรมิ าณมากซึ่งบางครัง้ อาจทำใหเ้ กดิ เลือดออกในกระเพาะอาหารได้
2.1.1.6. ผลต่อระบบสืบพันธุ์ ในเพศชายอาจเกิดการเลื่อมสมรรถภาพทางเพศ ในผู้หญิงตั้งครรภ์จะมี
ผลรา้ ยต่อทารกทั้งทางร่างกายและทางจิตใจสามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ท่ีศูนย์ศนู ยร์ ะบบทางเดินอาหาร
และตบั
5
2.2 งานศึกษาค้นคว้าทเ่ี กยี่ วข้อง
กณัตก์ นิษฐ์ผลแจ้ง (2556) ได้ทำการศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการดื่มแอลกอฮอล์ของนักศึกษา ระดับ
ปริญญาตรี ในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งศึกษาพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ ศึกษาถึงปัจจัยทาง ลักษณะ
ประชากรศาสตร์ที่มีอิทธิพลต่อการดื่มแอลกอฮอล์และศึกษาถึงปัจจัยทางการตลาด ที่มีผลต่อ การตัดสินใจด่ืม
แอลกอฮอล์โดยศึกษาในกลุม่ ตัวอย่างที่เป็นนักศึกษาระดับปรญิ ญาตรใี นเขต กรุงเทพมหานคร จากมหาวิทยาลัย
5 แห่ง ที่มีสถานที่จำหน่ายแอลกอฮอล์อยู่บรเิ วณโดยรอบ มหาวิทยาลัย แห่งละ 80 คน รวมทั้งหมด 400 คน ผล
การศึกษาพบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ชอบดืม่ เครื่องดื่มแอลกอฮอลป์ ระเภทสุรา โดยจะดื่มทุกวันหยุดสัปดาห์ส่วน
สถานที่ในการดม่ื แอลกอฮอล์ มากท่ีสดุ คอื ผับ บาร์ สำหรับเหตผุ ลในการด่ืมเคร่ืองดื่มแอลกอฮอล์ก็เพ่ือผ่อนคลาย
และจำนวนคนท่ี ร่วมดื่มแอลกอฮอล์มากที่สุดคือ จำนวน 4 - 5 คน สำหรับปัจจัยทางการตลาดมีอิทธิพลต่อการ
ดม่ื เครอื่ งด่มื แอลกอฮอล์ โดยรวมอยู่ในระดบั มากท่ีสุด โดยปัจจยั ที่มีอทิ ธิพลต่อการดม่ื เคร่ืองดื่ม แอลกอฮอล์มาก
ที่สุดคือ ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ด้านราคา เป็นอันดับแรก ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ เป็นอันดับรองลงมา และ
ปัจจัยดา้ นการสง่ เสริมการขาย เปน็ อันดบั สดุ ทา้ ย
ช่อแก้ว ร่มสุข และขจรวรรณ อิฐรัตน์(2555) ได้ทำการศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อ พฤติกรรมการ
บรโิ ภคเครือ่ งดืม่ ท่มี ีแอลกอฮอล์ของวัยรุน่ เขตเทศบาลเมอื งกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชรโดยกลุ่มประชากรคือ
วัยรุ่นในเขตเทศบาลเมืองกำแพงเพชรจำนวน 400 คน เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ผลการวิจัยพบว่า ความคิดเห็น
พฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ของวัยรุ่นใน เขตเทศบาลเมืองกำแพงเพชรมาจากค่านิยม ในการ
บรโิ ภคระดับกลาง มคี ่าเฉลี่ย 3.24 รองลงมาได้แก่ ด้านโฆษณา ระดบั ปานกลาง มีคา่ เฉลีย่ 2.99 และความสมั พันธ์
ของบุคคลในครอบครัว ระดับปาน กลางคา่ เฉล่ยี 2.94 และอิทธิพลของเพอ่ื นและสอ่ื โฆษณามีผลต่อพฤตกิ รรมการ
บริโภคเครื่องดืม่ แอลกอฮอล์ของวัยรนุ่ อย่างมีนยั ทางสถติ ิทรี่ ะดับ .01
อุทัยทิพย์ จันทร์เพ็ญ (2555) ได้ทำการศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการดื่มแอลกอฮอล์แบบ ผิดปกติของ
วัยรุ่นในจังหวัดขอนแก่น เป็นการศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบตัดขวางโดยศึกษานักเรียนสายอาชีพใน
สถาบันการศึกษาที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการจงัหวัดขอนแก่น อายุ15 -19 ปี จำนวน 1,149 คน ผลการวิจัย
พบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบผิดปกติของวัยรุ่นท้ังหญิงและชายในจังหวัด
ขอนแก่น คือการแสวงหาความท้าทายความโน้มเอียงที่จะดื่ม บรรทัดฐานทางสังคม ด้านการดื่มเครื่องดื่ม
แอลกอฮอล์ค่านิยมด้านการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์การสูบบุหรี่และสมรรถนะ แห่งตนในการปฏิเสธการด่ืม
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แบบผิดปกติของวัยรุ่นชายและหญิง
แตกตา่ งกนั คือความกงั วลในการเขา้ สงั คม และทศั นคติต่อการดืม่ เคร่ืองดืม่ แอลกอฮอลม์ อี ิทธพิ ลเฉพาะตอ่ การดื่ม
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบผิดปกติของวัยรุ่นชาย ความรู้ด้านการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การคาดหวังผลในการ
ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทางที่ดี การมี เพื่อนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีอิทธิพลเฉพาะต่อการดื่มเครื่องด่ืม
แอลกอฮอลแ์ บบผดิ ปกตขิ องวัยรนุ่ หญิง
บทที่ 3
วิธดี ำเนนิ การศึกษาคน้ คว้า
การศึกษาครั้งนี้เปน็ การวิจัยเชิงสำรวจ (survey research) เกี่ยวกับปัจจัยทีม่ ีอิทธิพลต่อ พฤติกรรม
การด่ืมเครื่องดืม่ ที่มีแอลกอฮออล์ของ นักเรยี นระดบั ปวส.1 สาขาอิเล็กทรอนกิ ส์ โดยใชแ้ บบสอบถามเป็น
เคร่ืองมือในการจัดเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
3.1 ประชากรและกล่มุ ตัวอย่าง
ประชากรคือนักเรียนวิทยาลัยเทคนิคสรุ าษฎร์ธานี ระดับชนั้ ปีท่ี ปวส.1 สาขาอเิ ลก็ ทรอนิกส์และกลุ่ม
ตัวอย่างคือนักเรียนปกติสาขาอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการจัดกาอาชีพภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2565
จำนวน 30 คน
3.2 การสร้างเครื่องท่ีใชใ้ นการวจิ ยั
การศึกษาครั้งนี้ใช้แบบสอบถามเป็น เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยคณะผู้วิจัย ได้ศึกษา
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยที่ มีผลต่อการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากนั้นสร้าง
แบบสอบถามเพอื่ ใชเ้ ปน็ เครื่องมือในการเก็บ รวบรวมขอ้ มลู แบบสอบถามจะประกอบด้วย 2 ตอน คอื
3.2.1. คำถามเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไป ของตัวอย่าง ได้แก่ เพศ อายุ เกรดเฉลี่ย รายได้ สถานภาพการ
สมรสของบดิ ามารดา การพักอาศยั ฐานะทางเศรษฐกิจ การดื่มเครอื่ งดืม่ ท่ีมีแอลกอฮอล์ ของตวั อย่างและ
บุคคลใกล้ชิด
3.2.2. คำถามเกี่ยวกับความรู้และ ความคิดเห็นเกี่ยวกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลักษณะคำ
ถามเป็นคำถามในแบบมาตรส่วน ประมาณค่า ตามวิธีของลิเคิร์ต (Likert scale) และ คำถามวัดความรู้
แบบถกู ผดิ
ตรวจสอบความเที่ยงตรงของเนื้อหา (content validity) ในแบบสอบถามโดยผู้เชี่ยวชาญ และ
วิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่น (reliability) ตาม วิธีการของครอนบาค (cronbach’s alpha) ผลจาก การ
วิเคราะห์พบว่าได้ค่าสัมประสิทธ์ิความเช่ือถือได์้ (reliability coefficient, ) 0.845 ซ่ึงมีคา่ มากกว่า 0.6
ซึ่งกล่าวได้ว่าแบบสอบถามฉบับนี้มีความ น่าเชื่อถือสามารถนาไปศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ การด่ืม
เครื่องดมื่ แอลกอฮอล์ของนกั เรยี นระดับ ปวส.1 ช่างอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ในจังหวัดสรุ าษฎรธ์ านีตอ่
7
3.3 การสรา้ งแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน
สร้างแบบประเมนิ ความพงึ พอใจของผ้เู รียนทีเ่ รียนเรอ่ื งขอ้ เสียของแอลกอฮอล์โดยพจิ ารณาความเห็น
ของนักเรียนใน 2 ด้านคือด้านการออกแบบและด้านการใชง้ านลักษณะของแบบประเมินเป็นแบบมาตรา
สว่ นประมาณค่า (Rating Scale) ตามระดบั การประเมิน 5 ตวั เลือก 5 หมายถึงระดบั มากที่สุด 4 หมายถึง
ระดับมาก 3 หมายถึงระดับปานกลาง 2 หมายถึงระดับนอ้ ยและ 1 หมายถงึ ระดับนอ้ ยท่ีสุด
คา่ เฉลย่ี (Mean) (วาโร เพง็ สวัสด์ิ 2551 : 284)
เมื่อ x̅ = ∑x
n
x̅ แทน คา่ เฉลย่ี
∑ x แทน รวมผลของคะแนนทั้งหมด
n แทน ขนาดตัวอยา่ ง
ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation: S) (วาโร เพ็งสวสั ด์ิ 2551 : 296)
เมอ่ื s = √n ∑ x2−(∑ x)2
n(n−1)
s แทน สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน
∑ x แทน ผลรวมของคะแนนทงั้ หมด
∑ x2 แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละตวั ยกกำลัง
n แทน ขนาดตวั อย่าง
3.4 การสรา้ งแบบประเมนิ ความพึงพอใจ
ตอนท่ี 1 ข้อมลู สว่ นบคุ คล ประกอบด้วย เพศ ชน้ั ปี คณะที่ศกึ ษาโดยลักษณะแบบสอบถามเป็นแบบ
เลอื กตอบ (Check list) จำนวน 3ขอ้
ตอนที่ 2 แบบสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการดื่มแอลกอฮอล์ที่มารับบริการ ณ บริเวณหน้าเคาน์เตอร์
เปน็ แบบสอบถามเลือกตอบตอบ (Check list) จำนวน 1 ขอ้ และระดับความพึงพอใจท่ีมีต่อการบริการใน
แตล่ ะประเภทเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณคา่ (Rating Scale) 5 ระดับจำนวน 5 ขอ้ โดยกำหนด
คะแนนในแต่ละดับดงั นี้
1 หมายถึง ระดับความพึงพอใจนอ้ ยท่สี ุด
2 หมายถงึ ระดบั ความพึงพอใจ
3 หมายถึง ระดับความพงึ พอใจปานกลาง
4 หมายถึง ระดบั ความพึงพอใจมาก
5 หมายถงึ ระดับความพึงพอใจมากทีส่ ดุ
8
เกณฑ์การประเมินระดับความ พึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการให้บริการในแต่ละประเภทของ
วิทยาลยั เทคนคิ สุราษฎรธ์ านแี บง่ เปน็ 5 ระดับตามเกณฑ์ (2545: 165-166) เปน็ ดังน้ี
4.41-5.00 นกั ศึกษามคี วามพึงพอใจต่อการใหบ้ รกิ ารมากท่ีสดุ
3.51-4.50 นกั ศกึ ษามคี วามพงึ พอใจต่อการใหบ้ ริการมาก
2.51 3.50 นักศกึ ษามคี วามพึงพอใจต่อการใหบ้ ริการปานกลาง
1.51-2.50 นักศกึ ษามคี วามพงึ พอใจต่อการใหบ้ รกิ ารน้อย
1.00-1.50 นักศกึ ษามีความพึงพอใจต่อการใหบ้ รกิ ารน้อยทีส่ ดุ
ตอนที่ 3 แบบสอบถามข้อมูลปัจจัยเกี่ยวกับการบริการที่คาดว่าจะมีผลต่อความพึงพอใจ
วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานีเป็นแบบสอบถามประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับจํานวน 6 ด้าน
จํานวน 29 ขอ้ โดยาหนดคะแนนใน แตร่ ะดับดังนี้
5 = ใชอ่ ย่างยง่ิ หมายถงึ ไม่แน่ใจหมายถึงทา่ นเหน็ ว่าประเด็นน้ันเปน็ จรงิ มาก
4 = ใช่ หมายถงึ ท่านเห็นว่าประเด็นนน้ั เปน็ จรงิ
3 = ไม่แน่ใจ หมายถงึ ทส่ี ดุ หมายถงึ ทา่ นเหน็ ว่าประเด็นน้ันเป็นจรงิ บ้าง
2 = ไมใ่ ช่ หมายถึงทา่ นเหน็ วา่ ประเด็นน้นั ไม่เป็นจรงิ
1 = ไม่ใชเ่ ลย หมายถงึ ทา่ นเห็นว่าประเด็นนน้ั ไม่เปน็ จรงิ เลย
เกณฑ์การประเมินระดับความคิดเห็นของนักศึกษาต่อปัจจัยเกี่ยวกับการบริการที่คาดว่าจะมีต่อ
ความพึงพอใจในวทิ ยาลยั เทคนคิ สุราษฎรธ์ านแี บง่ เปน็ 5 ระดับตามเกณฑ์ (2545: 165-166) เป็นดงั นี้
4.41-5.00 นักศึกษามีความคิดเห็นว่าปัจจัยเหล่าน้ันส่งผลต่อความพึงพอใจในการให้บรกิ ารของ
สำนักสง่ เสรมิ วชิ าการและงานทะเบียนมาก
3.51-4.50 ทส่ี ุดนักศึกษามคี วามคิดเห็นวา่ ปัจจัย เหลา่ นั้นสง่ ผลต่อความพงึ พอใจในการให้บริการ
ของสำนักสง่ เสริมวิชาการและงานทะเบยี นมาก
2.51 3.50 นักศึกษามีความคิดเห็นว่าปัจจยั เหล่านั้นส่งผลต่อความพึงพอใจในการให้บรกิ ารของ
สำนักส่งเสริมวิชาการและงาน ทะเบยี นปานกลาง
1.51-2.50 นักศึกษามีความคิดเห็นว่าปัจจยั เหล่านั้นส่งผลต่อความพึงพอใจในการให้บริการของ
สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบยี นน้อย
1.00-1.50 นักศึกษามีความคดิ เห็นว่าปัจจัยเหล่านั้นส่งผลต่อความพงึ พอใจในการให้ บริการของ
สำนกั สง่ เสริมวชิ าการและงานทะเบยี นมากที่สุด
ตอนที่ 4 แบบสอบถามข้อมูลความพึงพอใจที่มีต่อวิทยาลัยวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานีเป็น
แบบสอบถามประมาณค่า (Rating Scale ระดับจำนวน 4 ด้านจำนวน 31 ข้อโดยกำหนดคะแนนใน แต่
ระดับดงั นี้
9
1 หมายถงึ ระดบั ความพงึ พอใจนอ้ ยทส่ี ดุ
2 หมายถงึ ระดับความพึงพอใจนอ้ ย
3 หมายถงึ ระดับความพงึ พอใจปานกลาง
4 หมายถงึ ระดับความพึงพอใจมาก
5 หมายถึงระดับความพึงพอใจมากท่ีสดุ
เกณฑ์การประเมินระดับความ พึงพอใจของนกั ศึกษาทีม่ ีต่อวิทยาลยั เทคนิคสรุ าษฎร์ธานีแบ่งเป็น
5 ระดบั ตามเกณฑ์ (2545: 165-166) เป็นดงั นี้
4.41-5.00 นกั ศกึ ษามคี วามพึงพอใจต่อการใหบ้ ริการมากทสี่ ุด
3.51-4.50 นักศกึ ษามีความพงึ พอใจต่อการใหบ้ ริการมาก
2.51-3.50 นักศึกษามีความพึงพอใจต่อการใหบ้ ริการปานกลาง
1.51-2.50 นักศึกษามคี วามพึงพอใจต่อการให้บริการน้อยนักศกึ ษา
1.00-1.50 มีความพงึ พอใจตอ่ การให้บรกิ ารนอ้ ยทีส่ ดุ ฃ
3.5 การเกบ็ รวบรวมข้อมูล
3.5.1. ทำหนังสือขอความรว่ มมือในการทำวิจัยถงึ อาจารย์จกั รรัตน์ จักรานนท์ ของวิทยาลัยเทคนิค
สรุ าษฎร์ธานี
3.5.2. เก็บรวบรวมข้อมูลความพึงพอใจของนักศึกษาที่ วิทยาลัยเทคนิคสรุ าษฎร์ธานี ตามตัวอย่างท่ี
กำหนดจนครบ 30 ฉบับ
3.5.3. นำแบบสอบถามมาตรวจสอบความสมบูรณ์และได้แบบสอบถามจากการตอบของ นักศึกษา
จำนวน 30ฉบับ คิดเปน็ รอ้ ยละ 100.00
3.5.4 ทำการวเิ คราะห์
บทที่ 4
ผลการดำเนินการวิจยั
4.1 การวิเคราะหข์ ้อมลู และสถติ ทิ ่ีใชใ้ นการวิจยั
4.1.1 การประเมนิ ความเหมาะสมของพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ของวัยร่นุ (โดยผเู้ ช่ียวชาญด้าน)
จำนวนคนและผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาจำนวน 30 คนเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลและการสรปุ ผลความคดิ เหน็
ของผู้เชี่ยวชาญโดยใช้ค่าร้อยละค่าเฉล่ียคา่ ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานและแปลความหมายโดยใช้ระดับความ
เหมาะสมดมี ากดปี านกลางน้อยนอ้ ยทีส่ ดุ
4.1.2 การหาประสิทธิภาพของการให้ความรู้เกี่ยวกับข้อเสียของแอลกอฮอล์เกณฑ์ที่ใช้คือค่าเฉล่ีย
(Mean) แบ่งเป็นการหาประสิทธิภาพของกระบวนการจากการให้ผู้ใช้งานทำแบบทดสอบ 1 ครั้งและ
ประสิทธิภาพของผลลพั ธ์
4.1.3 การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการใช้งานของกลุ่มตัวอย่างโดยเปรียบเทียบคะแนนจากการ
ทดสอบกอ่ นใช้งานและคะแนนจากหลงั เการใช้งานโดยใชส้ ถติ ิทดสอบ แบบ คา่ เฉล่ยี (Mean)
4.1.4 การหาความพึงพอใจของผู้เรียนเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลและการสรุปผล ความคิดเห็นของ
ผ้เู รียนโดยใชค้ า่ ร้อยละคา่ เฉลย่ี ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและแปลความหมาย (Standard Deviation: S)
(วาโร เพง็ สวัสดิ์ 2551 : 296) โดยใช้ระดบั ความพึงพอใจมากท่สี ดุ มากปานกลาง
ตารางที่ 4.1.1 สถานภาพทั่วไป ประเมนิ ความพงึ พอใจ
คณะ ประชากร อายุ เพศ ระดบั การศึกษา
อิเลก็ ทรอนิกส์ 30 ชาย หญงิ ปวส
18-24 15 15
11
ตารางที่ 4.1.2 ความพึงพอใจ / ไมพ่ งึ พอใจต่อการใหบ้ ริการ
ประเดน็ /ด้าน ระดบั ความพงึ พอใจ ระดับความไม่พงึ พอใจ
1. ด้านวิทยากร พอใจมาก พอใจ พอใจน้อย ไมพ่ อใจ ไมพ่ อใจมาก
1.1. มขี นั้ ตอนกระบวนการดำเนนิ การชัดเจน
1.2. ชว่ งเวลาการใหบ้ ริการมีความเหมาะสม 19 11
2. ดา้ นความเข้าใจของผเู้ ข้าเรียน 17 13
2.1. สามารถบอกขอ้ ดี
26 4
4.2. ผลการวิจยั
ตารางที่ 4.2.1 ตารางค่าเฉลี่ย (x̅) และค่าเบี่ยงแบนมาตรฐาน (S.D.) ระดับความคิดเห็นของ
ผเู้ ชย่ี วชาญด้านการใหค้ วามรูเ้ กีย่ วกับโทษของแอลกอฮอล์
หัวข้อประเมิน ระดบั ความคิดเห็น แปลความหมาย
x̅ S.D.
1. ดา้ นผู้สอน 4.60 0.49 มากที่สดุ
2. ด้านความเข้าใจของผเู้ ข้าเรยี น 4.87 0.34 มากท่ีสดุ
รวม 4.73 0.41 มากท่สี ุด
ผลการประเมินประสิทธภิ าพผลงาน โดยผูเ้ ชย่ี วชาญโดยรวม มีค่าเฉลีย่ (x̅=4.73) ค่าเบ่ียงเบน
มาตรฐาน (S.D. 0.41) อยู่ในระดับมากท่ีสุด
แบบประเมนิ
16 S.D. เฉลยี่ x̅ เฉลย่ี S.D.
14
12
10
8
6
4
2
0
x̅
1. ดา้ นผสู ้ อน 1.1 มขี ัน้ ตอนกระบวนการดาเนนิ การชดั เจน
1.2 ชว่ งเวลาการใหบ้ รกิ ารมคี วามเหมาะสม 2. ดา้ นความเขา้ ใจของผเู ้ ขา้ เรยี น
2.1 สามารถบอกขอ้ ดไี ด ้ ผลรวม
12
ตารางท่ี 4.2.2 ตารางคา่ เฉลี่ย (x̅) และคา่ เบ่ยี งแบนมาตรฐาน (S.D.) ระดับความคดิ เห็นของ
การให้ความรู้เกี่ยวกับโทษของแอลกอฮอล์
หัวข้อประเมิน ระดบั ความคิดเหน็ แปลความหมาย
x̅ S.D.
1. ดา้ นวิทยากร
1.1 มขี น้ั ตอนกระบวนการดำเนินการชดั เจน 4.50 0.50 มากที่สุด
1.2 ชว่ งเวลาการให้บรกิ ารมีความเหมาะสม 4.50 0.50 มากท่ีสดุ
รวมการใชง้ านของด้านวิทยากร 4.50 0.50 มากที่สุด
ด้านการใช้งานของโครงงาน(x̅=4.50) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. = 0.50) อยู่ในระดับมาก
ท่ีสุด
ดา้ นวทิ ยาการ
4.50 S.D. เฉลย่ี x̅ เฉล่ยี S.D.
4.00
3.50
3.00
2.50
2.00
1.50
1.00
0.50
0.00
x̅
1.1 ความพรอ้ มของวทิ ยากร 1.2 ความเหมาะสมเนอื้ หาและเอกสาร
13
ตารางที่ 4.2.3 ตารางค่าเฉล่ีย (x̅) และคา่ เบี่ยงแบนมาตรฐาน (S.D.) ระดบั ความคดิ เห็นของ
ความเขา้ ใจเกย่ี วกับโทษของแอลกอฮอล์
หวั ข้อประเมนิ ระดับความคิดเห็น แปลความหมาย
x̅ S.D.
2. ดา้ นความเขา้ ใจ
2.1 สามารถอธิบายโทษของแอลกอฮอล์ได้ 4.77 0.42 มากทีส่ ุด
รวมการทำงานของดา้ นความเข้าใจ 4.77 0.42 มากทส่ี ุด
ด้านการทำงานของระบบเครื่องเตือนภัยน้ำท่วมคะแนนเฉลี่ย (x̅=4.87) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
(S.D. =0.34) อย่ใู นระดบั มากที่สุด
ด้านความเข้าใจ
5.00 S.D. เฉลย่ี x̅ เฉลย่ี S.D.
4.50 2.1 สามารถอธิบายโทษของแอลกอฮอลไ์ ด้
4.00
3.50
3.00
2.50
2.00
1.50
1.00
0.50
0.00
x̅
บทท่ี 5
สรุปผลการวิจยั
5.1 สรุปผลการทำโครงงาน
การศึกษาปัจจัยทีม่ ีผลต่อการดืม่ เคร่ืองดื่ม แอลกอฮอล์ของนักเรยี นระดับปวส.ในจงั หวัดสุราษฎร์ธานี
มีประเด็นทนี่ ่าสนใจและสรุปได้ดงั น้ี
5.1.1. พฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของนักเรียนชายเมื่อเปรียบเทียบกับนักเรียนหญิง
พบว่านักเรียนชายดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า นักเรียนหญิงในสัดส่วนร้อยล่ะ 51.26 และ 36.06
ตามลำดบั
5.1.2. บรรทัดฐานทางสังคม ต่อการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และทัศนคติต่อการดื่ม เครื่องดื่ม
แอลกอฮอล์เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของนักเรียนมากที่สุดเป็น อันดับหน่ึง
และอันดับสองตามลำดบั
5.2 อภิปรายผลการวจิ ัย
5.2.1. ข้อมูลทั่วไปของตัวอย่างนักเรียนระดับ ปวส.ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งใช้ในการศึกษา ครั้งนี้
พบว่าตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็น ร้อยละ 67.60 และเป็นเพศชายร้อยละ 32.40 โดยมี อายุ
เฉลี่ย 16.24 ปี มีเกรดเฉลี่ย 3.24 และมีรายได้ เฉลี่ยต่อเดือน 2,797.80 บาท สำหรับข้อมูลสถานภาพ
การสมรสของบิดามารดา โดยสว่ นใหญ่พบวา่ บิดามารดายังอยดู่ ว้ ยกนั คดิ เป็นร้อยละ 76.19 บิดา มารดา
แยกกนั อยูห่ รือหย่าร้างกัน คิดเป็นรอ้ ยละ 18.90 และกรณที ฝ่ี ่ายใดฝ่ายหน่ึงเสียชวี ิต คดิ เปน็ รอ้ ยละ 4.40
พักอาศัยอยู่กับบิดาหรือมารดา คิด เป็นร้อยละ 86.90 พักอาศัยกับญาติ คิดเป็นร้อยละ 7.70 และพัก
อาศยั ทอ่ี ่ืน ๆ เชน่ พักหอพกั คิดเป็น ร้อยละ 5.40 เม่ือพจิ ารณาถึงฐานะทางครอบครวั พบว่าครอบครัวมี
ฐานะค่อนข้างรวย คิดเป็นร้อยละ 46.60 ครอบครัวมีฐานะค่อนข้างยากจน คิดเป็นร้อย ละ 46.10
ครอบครัวมีฐานะยากจน คิดเป็นร้อยละ 6.30 และครอบครัวมฐี านะร่ำรวย คิดเป็นร้อยละ 1.00 เมื่อถาม
ถงึ บคุ คลที่ตัวอย่างจะปรกึ ษาหรือ พูดคยุ เม่อื มปี ญั หาหรือมคี วามเครยี ด พบว่าปรกึ ษา บิดาหรือมารดา คิด
เปน็ ร้อยละ 47.80 รองลงมา ปรกึ ษาเพ่ือน คดิ เปน็ ร้อยละ 34.80 และท่ไี มป่ รึกษา ใครเลย คิดเป็นร้อยละ
8.40 ความเกี่ยวข้องกับการ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของคนใกล้ชิด พบว่ามี บุคคลในครอบครัวที่ด่ืม
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คิด เป็นร้อยละ 64.50 และไม่มีบุคคลในครอบครัวที่ดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์คิด
เป็นร้อยละ 35.50 ในส่วน ของเพื่อนที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่าไม่มี เพื่อนที่ดื่มเครื่องด่ืม
แอลกอฮอล์ คิดเปน็ รอ้ ยละ 35.90 มเี พ่อื น 2-3 คน ที่ดมื่ เครอื่ งดื่มแอลกอฮอล์ คดิ เป็นรอ้ ยละ 37.70 และ
มีครึ่งหนึ่งของเพื่อนที่ดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์คิดเป็นร้อยละ 26.30 และ ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
พบว่าตวั อยา่ งที่ไมเ่ คย ด่ืมเครื่องดืม่ แอลกอฮอล์ คดิ เป็นรอ้ ยละ 59.00 ดม่ื เครื่องด่มื แอลกอฮอล์ 1-2 คร้ัง
15
คิดเป็นร้อยละ 15.00 ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บ้างเป็นครั้งคราวตาม โอกาส คิดเป็นร้อยละ 24.10 และ
ดมื่ เคร่ืองดม่ื แอลกอฮอลเ์ ป็นประจ า คดิ เป็นรอ้ ยละ 2.00
5.2.2. ด้านความคิดเห็นของตัวอย่างในปัจจัย ต่าง ๆ ที่มีผลต่อการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่า
ในปัจจัยที่มอี ิทธิพลตอ่ การรับรู้สมรรถนะแหง่ ตน ตัวอย่างเห็นดว้ ยกับประเด็นทีว่ า่ ท่านรู้สึกพอใจใน ชีวิต
ปัจจบุ ันของทา่ น เม่อื เห็นเพอ่ื นกระทำในสิ่งท่ี ผิดท่านมักจะบอกเพื่อนตรง ๆ และท่านรสู้ ึกวา่ ท่าน เปน็ คน
ที่มีความสามารถ โดยมีคะแนนเฉลี่ย 3.97, 3.86 และ 3.65 ตามลำดับ ส่วนของความคิดเห็นเกี่ยวกับ
บรรทัด ฐานสังคมเกี่ยวกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใน ประเด็นต่าง ๆ พบว่าตัวอย่างเห็นด้วยกับ
ประเด็น ที่ว่าพ่อแม่หรือผู้ปกครองจะไม่ชอบหากนักเรียนด่ืม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการดื่มเครื่องดื่ม
แอลกอฮอล์ของเด็กและเยาวชนเป็นเรื่องผิด กฎหมาย โดยมีคะแนนเฉลี่ย 2.72 และ 2.60 ตามลำดับ
สำหรบั ความคิดเห็นเกย่ี วกับทศั นคติต่อ การดมื่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในประเดน็ ข้อคำถาม ต่าง ๆ พบว่า
ตวั อย่างเหน็ ดว้ ยอย่างย่ิงกับประเดน็ ที่วา่ การดื่มเคร่ืองดมื่ แอลกอฮอล์เป็นสาเหตขุ อง ปญั หาสขุ ภาพ และ
การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก่อให้เกิดปัญหาทางกฎหมายและศีลธรรม โดยมี คะแนนเฉลี่ย 4.36 และ
4.22 ตามลำดับ ตัวอย่าง เห็นด้วยกับประเด็นที่ว่าการดื่มเครื่องด่ืมแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุของความ
ยากจนหรือทำให้ยากจน ลง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดื่มได้แต่ต้องมีสติโดย มีคะแนนเฉลี่ย 3.91 และ
3.70 ตามลำดบั ตวั อยา่ งมคี วามคิดเห็นต่อค่านยิ มในการ ดมื่ เครือ่ งดื่มแอลกอฮอล์ในประเด็นต่าง ๆ พบว่า
ตัวอย่างเห็นด้วยกับประเด็นที่ว่าการดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ทำให้เสียการเรียน และเครื่องด่ืม
แอลกอฮอล์กับงานเลี้ยงสังสรรค์เป็นของคู่กัน โดยมี คะแนนเฉลี่ย 3.70 และ 3.00 ตามล าดับ ในส่วน
ของ ปัจจัยความคาดหวังในการดืม่ เครื่องดมื่ แอลกอฮอล์ ตวั อยา่ งเห็นด้วยอย่างยิ่งกบั ประเด็นที่ว่าการด่ืม
เครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์มีผลเสียต่อสุขภาพ และการดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ขาดสติและก่อให้เกิด
ความประมาท โดยมีคะแนนเฉลี่ย 4.39 และ 4.31 ตามลำดับ ตัวอย่างเห็นด้วยกับประเด็นที่ว่าการด่ืม
แอลกอฮอล์ทำให้เสี่ยงต่อการโต้เถียงและทะเลาะกัน และการดื่มแอลกอฮอล์เป็นการกระทำที่ขัดต่อหลกั
ศาสนา โดยมีคะแนนเฉลี่ย 4.15 และ 3.79 ตามลำดับ การตอบคำถามเพื่อวัดความรู้จาก ผลกระทบของ
การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่า คำถามที่ตัวอย่างสามารถตอบไดถ้ ูกต้องสูงสุด 3 ลำดับแรก คือ ห้าม
ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่ผู้ ที่มีอายุไม่ครบ 18 ปี บริบูรณ์วันสำคัญทางศาสนา ประเทศไทย
กำหนดใหง้ ดขายเครื่องดมื่ แอลกอฮอล์ และการด่มื เครื่องด่ืมแอลกอฮอล์ไม่สามารถชว่ ย เสริมสมรรถภาพ
ทางเพศไดโ้ ดยมเี ปอรเ์ ซ็นต์การ ตอบถูก คดิ เป็นรอ้ ยละ 90.60, 89.10 และ 78.00 ตามลำดบั ส่วนคำถาม
ที่ตัวอย่างตอบผิดมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ การดื่มสุราผสมน้ำอัดลมหรือโซดาจะ ทำให้เมาน้อยกว่าด่ืม
เพียวๆ การออกกำลังกายให้ เหงื่อออกมาก ๆ ช่วยทำใหส้ ร่างเมา และการดม่ื นำ้ หวาน กนิ ผลไม้สามารถ
ชว่ ยแก้อาการเมาได้ โดยมีเปอร์เซน็ ต์การตอบผดิ ร้อยละ 67.20, 56.90 และ 53.0 ตามลำดบั
16
5.2.3. การศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในส่วน
ของปัจจัยเพศ สถานภาพการสมรสของบิดามารดา การพักอาศัยของนักเรียน ฐานะทางเศรษฐกิจของ
ครอบครัว บคุ คลท่ไี วใ้ จและพดู คุยปรึกษาเป็นอันดบั แรก
5.3 ขอ้ เสนอแนะในการวจิ ัย
5.3.1. ควรจะให้ความรู้กับบิดา มารดาว่าการมีความ สัมพันธ์ที่ดีต่อกันภายในครอบครัวว่ามีอิทธิพล
ต่อ พฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มท่ีมีแอลกอฮอล์ของบุตร คือ จะทำให้สมาชิกภายในครอบครัวห่างไกล
จากการ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นพื้นฐานแรกในการ ป้องกันไม่ให้บุคคลหันมาดื่มเครื่องดื่ม
แอลกอฮอล์ เนื่องจากการวิจยั นี้ พบว่าความสัมพันธ์ระหว่างบิดา มารดาที่ดีมีความสัมพันธ์กบั พฤติกรรม
การบริโภค เครือ่ งดม่ื แอลกอฮอลใ์ นระดับต่ําของนกั ศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรีในเขตกรุงเทพมหานคร
5.3.2. หนว่ ยงานทางการศึกษาควรเสนอใหผ้ ้สู อน สอดแทรกการปลูกฝังค่านิยม ทัศนคติการบริโภค
เครื่องดื่ม ที่มีแอลกอฮอล์อย่างถูกต้อง ตลอดจนค่านิยมที่เก่ียวกับ พฤติกรรมที่พึงประสงค์ เนื่องจากการ
วิจัยในคร้ังนีพ้ บว่าทัศนคติเชงิ บวกเก่ียวกับเคร่ืองดื่มแอลกอฮอลม์ ีความ สัมพันธก์ ับพฤติกรรมการบรโิ ภค
เครอ่ื งด่ืมแอลกอฮอลใ์ น ระดับสูงของนักศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรีในเขตกรงุ เทพมหานคร
5.3.3. รัฐบาลควรจะเข้มงวดและมีนโยบายที่ชัดเจน เกี่ยวกับการโฆษณาของสื่อต่างๆ เพื่อให้มี
เนื้อหาที่เหมาะสม ไม่ไปกระตุ้นความอยากทดลองบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของนักศึกษาให้มากข้ึน
และควรมีข้อกำหนดและระเบียบการ ต่างๆ เกี่ยวกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเครื่องด่ืม
แอลกอฮอล์ให้มากขึ้น เนื่องจากการศึกษาครั้งนี้พบว่า อิทธิพลจากสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์มี
ความสมั พนั ธ์ กบั พฤตกิ รรมการบรโิ ภคเครือ่ งดมื่ แอลกอฮอลข์ อง นกั ศกึ ษา
5.3.4. หน่วยงานที่เก่ยี วข้องควรมีความเข้มงวดใน การจำหน่ายเคร่ืองดื่มท่ีมีแอลกอฮอล์และจัดให้มี
เจ้าหนา้ ท่ตี รวจตราอยเู่ สมอ เน่ืองจากการศึกษาครั้งนี้ พบว่าการเข้าถงึ แหล่งซ้ือขายเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอล์
ท่ี ง่ายมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ในระดับสูงของนักศึกษาระดับ
ปรญิ ญาตรี ในเขตกรงุ เทพมหานคร
17
บรรณานุกรม
กนิษฐา ไทยกล้า, 2550, การศึกษาความสัมพนั ธ์ ระหว่างสถานทีจ่ ำหนา่ ยและพฤติกรรมการด่มื เคร่อื งดมื่
แอลกอฮอล์ของผู้บรโิ ภค,ศนู ยว์ ิจยั ปญั หาสรุ า (ศวส.), กรุงเทพฯ, 72 น.
คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2554, แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่ง ชาติฉบบั ท่ี 10,
แหลง่ ทมี่ า : http://www. nesdb.go.th, 10 กันยายน 2558.
บณั ฑติ ศรไพศาล, จุฑาภรณ์ แกว้ มุงคุณ และ กมลา วัฒนพร, 2553, รายงานสถานการณ์ สรุ าประจำปี พ.ศ.
2553, แหลง่ ที่มา : http:// www.cas.or.th, 24 ตุลาคม 2558.
พนมพร ธรศรี, 2548, การวเิ คราะหป์ ระเภทปัจจัยที่ มีความสัมพนั ธ์กับพฤติกรรมการดม่ื เครอ่ื งดื่ม แอลกอฮอล์
ของวัยรนุ่ ในจังหวดั รอ้ ยเอด็ , วทิ ยานิพนธ์ปริญญาโท, มหาวทิ ยาลยั มหา สารคาม, มหาสารคาม.
สำนกั งานสถิตแิ ห่งชาติ, 2557, การสำรวจ พฤตกิ รรมการสบู บหุ รี่และการดมื่ สรุ าของ ประชากร พ.ศ.2557, กลมุ่
สถิติประชากรและ สงั คม สำนกั สถิติเศรษฐกจิ และสังคม , กรงุ เทพฯ.
Demircioglu, G., Aslan, A. and Yadigaroglu, M., 2014, Exploratory factor analysis study for the scale of
high school students’ attitudes toward chemistry, Int. J. New Trend. Edu. Implicat. 5: 38-45.
Flay, B.R. and Petraitis, J., 1994, The theory of triadic influence: A new theory of health behavior with
implications for preventive interventions, Adv. Med. Soc. 4: 19-44.
Piyasil, V., 2008, Family with adolescent, Retrieved August 18, 2008, from Office of Women’s Affairs
and Family Development, Ministry of Social Development and Human Security Web Site:
http://www.women-family.go.th