The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการเรียน การเรียนรู้โดยใช้ห้องสมุดเป็นฐานการเรียน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by netnup1979, 2022-03-13 15:18:40

การเขียนอ้างอิงและบรรณานุกรม เล่มที่ 5

เอกสารประกอบการเรียน การเรียนรู้โดยใช้ห้องสมุดเป็นฐานการเรียน

Keywords: ชุดกิจกรรม,ชุดฝึกปฏิบัติ

1

2

คำนำ

เอกสารประกอบการเรยี น:การเรยี นรโู้ ดยใชห้ อ้ งสมุดเป็นฐานการเรยี น รายวชิ า
การใชห้ อ้ งสมดุ 2 กจิ กรรมลดเวลาเรยี นเพม่ิ เวลารู้ สาหรบั นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษา
ปีท่ี 1 โรงเรยี นเฉลมิ ขวญั สตรี สงั กดั สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา
พษิ ณุโลก อุตรดติ ถ์ เลม่ น้ี จดั ทาขน้ึ เพ่อื ใชใ้ นการจดั การเรยี นการสอนรายวชิ า การใช้
หอ้ งสมดุ หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เร่อื ง การทารายงาน เล่มท่ี 5 การเขยี นอา้ งองิ และ
บรรณานุกรม ประกอบดว้ ย แบบทดสอบกอ่ นเรยี น กรอบเน้อื หา กรอบกจิ กรรมและ
แบบทดสอบหลงั เรยี น ซง่ึ เอกสารประกอบการเรยี น มที งั้ หมด 5 เลม่ ดงั น้ี

เลม่ ท่ี 1 หลกั เกณฑก์ ารสบื คน้ ขอ้ มลู เบอ้ื งตน้
เลม่ ท่ี 2 การสบื คน้ ขอ้ มลู ดว้ ยคอมพวิ เตอร์
เล่มท่ี 3 หลกั เกณฑเ์ บอ้ื งตน้ ในการทารายงาน
เล่มท่ี 4 การศกึ ษาคน้ ควา้ และการเขยี นรายงาน
เลม่ ท่ี 5 การเขยี นอา้ งองิ และบรรณานุกรม
เอกสารประกอบการเรยี น:การเรยี นรโู้ ดยใชห้ อ้ งสมดุ เป็นฐานการเรยี น รายวชิ า
การใชห้ อ้ งสมุด 2 กจิ กรรมลดเวลาเรยี นเพม่ิ เวลารู้ สาหรบั นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษา
ปีท่ี 1 โรงเรยี นเฉลมิ ขวญั สตรี สงั กดั สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา
พษิ ณุโลก อุตรดติ ถ์ นอกจาก จะใชป้ ระกอบแผนการจดั การเรยี นรใู้ นชนั้ เรยี นแลว้
นกั เรยี นสามารถศกึ ษาเน้อื หา และประเมนิ ผล การเรยี นรไู้ ดด้ ว้ ยตนเอง ชว่ ยสง่ เสรมิ
นสิ ยั รกั การอา่ นการเรยี นรู้ เพอ่ื ใหส้ อดคลอ้ งกบั การปฏริ ปู การศกึ ษาของไทยทม่ี งุ่ ให้
นกั เรยี นมคี วามสมบรู ณ์ทงั้ ดา้ นสตปิ ัญญา ความรู้ คุณธรรม และจรยิ ธรรม

วชั ราภรณ์ อนิ ตาถงึ

3

สำรบญั ข

หน้า ง
คานา จ
สารบญั ฉ
คาชแ้ี จง ฌ
คาชแ้ี จงสาหรบั ครู ญ
คาชแ้ี จงสาหรบั นกั เรยี น ฎ
ผลการเรยี นรู้ และจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1
ขนั้ ตอนการใชเ้ อกสารประกอบการเรยี น 4
การวดั และประเมนิ ผล 6
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 7
ใบความรทู้ ่ี 1 เร่อื ง ความหมายของหนงั สอื อา้ งองิ 11
ใบงานท่ี 1 เรอ่ื งความหมายของหนงั สอื อา้ งองิ 13
ใบความรทู้ ่ี 2 เรอ่ื ง ลกั ษณะของหนงั สอื อา้ งองิ 18
ใบงานท่ี 2 เร่อื ง ลกั ษณะของหนงั สอื อา้ งองิ 20
ใบความรทู้ ่ี 3 เรอ่ื ง ประเภทของหนงั สอื อา้ งองิ 22
ใบงานท่ี 3 เรอ่ื ง ประเภทของหนงั สอื อา้ งองิ 23
ใบความรทู้ ่ี 4 เรอ่ื ง รปู แบบการเขยี นบรรณานุกรม 27
ใบงานท่ี 4 เรอ่ื ง รปู แบบการเขยี นบรรณานุกรม 28
แบบทดสอบหลงั เรยี น 29
บรรณานุกรม
กระดาษคาตอบแบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรยี น
แบบบนั ทกึ คะแนน

4

ผลการเรยี นร้แู ละจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

ผลกำรเรียนรู้

นกั เรยี นสามารถอธบิ ายเชงิ อรรถและบรรณานุกรมในการทารายงานไดถ้ กู ตอ้ ง

จดุ ประสงคก์ ำรเรียนรู้ ด้ำนควำมรู้ (K)

1. บอกความหมายของเชงิ อรรถไดถ้ กู ตอ้ ง
2. บอกประเภทของเชงิ อรรถไดถ้ กู ตอ้ ง
3. อธบิ ายวธิ กี ารเขยี นเชงิ อรรถไดถ้ กู ตอ้ ง
4. อธบิ ายแบบการลงเชงิ อรรถไดถ้ กู ตอ้ ง
5. บอกความหมายของบรรณานุกรมไดถ้ กู ตอ้ ง
6. บอกหลกั เกณฑก์ ารลงรายการบรรณานุกรมไดถ้ กู ตอ้ ง
7. อธบิ ายแบบการลง บรรณานุกรมไดถ้ กู ตอ้ ง

ด้ำนทกั ษะ/กระบวนกำร (P)

1. กระบวนการ แกป้ ัญหา
2. กระบวนการ สรา้ งเจตคติ

ด้ำนคณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ (A)

เหน็ ความสาคญั ของการเขยี นอา้ งองิ และบรรณานุกรมสามารถ เขยี นอา้ งองิ และ
บรรณานุกรมได้

5

คำชี้แจง

เอกสารประกอบการเรยี น:การเรยี นรโู้ ดยใชห้ อ้ งสมุดเป็นฐานการเรยี น รายวชิ า
การใชห้ อ้ งสมุด 2 กจิ กรรมลดเวลาเรยี นเพมิ่ เวลารู้ สาหรบั นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษา
ปีท่ี 1 โรงเรยี นเฉลมิ ขวญั สตรี สงั กดั สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา
พษิ ณุโลก อุตรดติ ถ์ เลม่ ท่ี 5 การเขยี นอา้ งองิ และบรรณานุกรม ไปใชค้ วรปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี

1. ศกึ ษาเน้อื หาความรู้ และกจิ กรรมสง่ เสรมิ การเรยี นรเู้ พ่อื เตรยี มจดั การเรยี นรู้
2. ทดสอบความรกู้ อ่ นเรยี น เพ่อื วดั พน้ื ฐานความรขู้ องนกั เรยี นแตล่ ะคน
3. ดาเนินการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะควบคู่กบั
แผนการจดั การเรยี นรู้
4. ใหน้ ักเรยี นศกึ ษาความรูจ้ ากกรอบเน้ือหาและทากรอบกิจกรรม โดยครูควร
ชแ้ี จงและอธบิ าย ใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจกอ่ นลงมอื ทากรอบกจิ กรรม
5. ตรวจผลงานและเฉลยกรอบกจิ กรรม ใหเ้ ป็นคะแนนผลการประเมนิ ระหว่าง
เรยี น
6. ทดสอบความรหู้ ลงั เรยี น หลงั จากทน่ี กั เรยี นเรยี นจบแลว้
7. ใชเ้ ป็นส่อื การสอนสาหรบั ครู และเป็นแบบเรยี นสาหรบั นักเรยี นในการศกึ ษา
คน้ ควา้ และสามารถ นาไปใชเ้ ป็นส่อื สาหรบั สอนซอ่ มเสรมิ นกั เรยี นทเ่ี รยี นชา้ หรอื เรยี น
ไมท่ นั

6

คำชี้แจงสำหรบั ครู

เมอ่ื ครผู สู้ อนไดน้ าเอกสารประกอบการเรยี นไปใชค้ วรปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
1. ศกึ ษาเน้อื หาความรู้ และกจิ กรรมสง่ เสรมิ การเรยี นรเู้ พอ่ื เตรยี มจดั การเรยี นรู้
2. ทดสอบความรกู้ อ่ นเรยี น เพ่อื วดั พน้ื ฐานความรขู้ องนกั เรยี นแตล่ ะคน
3. ดาเนินการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนโดยใชเ้ อกสารประกอบการเรยี น
ควบคกู่ บั แผนการจดั การเรยี นรู้
4. ใหน้ กั เรยี นศกึ ษาความรจู้ ากเอกสารประกอบการเรยี น และทาใบงาน โดยครู
ควรชแ้ี จงและอธบิ าย ใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจก่อนลงมอื ทาใบงาน
5. ตรวจผลงานและเฉลยใบงานใหเ้ ป็นคะแนนผลการประเมนิ ระหวา่ งเรยี น
6. ทดสอบความรหู้ ลงั เรยี น หลงั จากทน่ี กั เรยี นเรยี นจบแลว้
7. ใชเ้ ป็นสอ่ื การสอนสาหรบั ครู และเป็นแบบเรยี นสาหรบั นกั เรยี นในการศกึ ษา
คน้ ควา้ และสามารถ นาไปใชเ้ ป็นส่อื สาหรบั สอนซอ่ มเสรมิ นกั เรยี นทเ่ี รยี นชา้
หรอื เรยี นไมท่ นั

7

คำชี้แจงสำหรบั นักเรียน

การใชเ้ อกสารประกอบการเรยี น:การเรยี นรโู้ ดยใชห้ อ้ งสมุดเป็นฐานการเรยี น
รายวชิ าการใชห้ อ้ งสมดุ 2 กจิ กรรมลดเวลาเรยี นเพม่ิ เวลารู้ สาหรบั นกั เรยี น
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรยี นเฉลมิ ขวญั สตรี สงั กดั สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา
มธั ยมศกึ ษาพษิ ณุโลก อุตรดติ ถ์ เล่มท่ี 5 เชงิ อรรถและบรรณานุกรม ใหน้ กั เรยี น
ปฏบิ ตั ติ ามขนั้ ตอนตอ่ ไปน้ี

1. ทาความเขา้ ใจจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ โดยศกึ ษาจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรกู้ อ่ น
2. ทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เพอ่ื วดั ความรขู้ องตนเอง
3. อา่ นทาความเขา้ ใจเน้อื หาบทเรยี น แต่ละหวั ขอ้ อยา่ งตงั้ ใจ
4. ทากรอบกจิ กรรมซง่ึ จะเป็นคาถามใหน้ กั เรยี นคดิ หาคาตอบเอง
5. เมอ่ื ศกึ ษาจบเลม่ แลว้ ใหท้ าแบบทดสอบหลงั เรยี น

8

ผลการเรียนรู้
นกั เรยี นมคี วามรู้ ความเข้าใจการการเขียนอ้างอิงและบรรณานุกรม

1. บอกความหมายของเชงิ อรรถและบรรณานุกรมได้
2. อธบิ ายวธิ กี ารเขยี นเชงิ อรรถและบรรณานุกรมได้
3. จาแนกประเภทของเชงิ อรรถและหลกั เกณฑก์ ารลงรายการบรรณานุกรมได้
4. เหน็ ความสาคญั ของเชงิ อรรถและบรรณานุกรม สามารถเขยี นเชงิ อรรถ

และบรรณานุกรมไดถ้ กู ตอ้ ง

9

ผลการเรยี นร้แู ละจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

ผลกำรเรียนรู้

นกั เรยี นสามารถอธบิ ายเชงิ อรรถและบรรณานุกรมในการทารายงานไดถ้ กู ตอ้ ง
จุดประสงคก์ ำรเรยี นรู้ ด้ำนควำมรู้ (K)

1. อธบิ ายความหมายของการอา้ งองิ ในรายงานได้
2. บอกวตั ถุประสงคข์ องการทาอา้ งองิ ได้
3. บอกวธิ กี ารอา้ งองิ ได้
4. สามารถเขยี นอา้ งองิ โดยใชเ้ ชงิ อรรถได้
5. สามารถเขยี นอา้ งองิ โดยใชบ้ รรณานุกรมได้
6. สามารถเขยี นบรรณานุกรมของหนงั สอื ไดถ้ กู ตอ้ ง
ด้ำนทกั ษะ/กระบวนกำร (P)

1. กระบวนการ แกป้ ัญหา
2. กระบวนการ สรา้ งเจตคติ

ด้ำนคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ (A)

1. เหน็ ความสาคญั ของเชงิ อรรถและบรรณานุกรมสามารถเขยี น เชงิ อรรถและ
บรรณานุกรมไดถ้ กู ตอ้ ง

10

เพอ่ื นๆ ควรมวี นิ ยั ในการเรยี นรู้ จาก
เอกสาร ประกอบ การเรยี นเลม่ น้แี ลว้
เพอ่ื นๆ ทกุ คนจะสนุก และไดป้ ระโยชน์
สงู สุดในการเรยี นรคู้ รงั้ น้ี ทุกคนจะ เก่ง
ตามศกั ยภาพของแต่ละบคุ คลและท่ี
สาคญั ตอ้ ง ตงั้ ใจเรยี นดว้ ยนะคะ

11

ขนั้ ตอนการใช้เอกสารประกอบการเรียน

ศึกษาค่มู อื การใช้เอกสารประกอบการเรียน

ทาแบบทดสอบก่อนเรียน

ศึกษาจากเนื้อหา
เลม่ ที่ 5 เร่ือง การเขียนอ้างอิงและบรรณานุกรม

ทาใบงาน

ทาแบบทดสอบหลงั เรียน

เอกสารประกอบการเรียน
เล่มท่ี 5 เรื่อง การเขียนอ้างอิงและบรรณานุกรม

12

การวดั และประเมินผล

ผลจากการเรยี น เอกสารประกอบการเรียน:การเรยี นร้โู ดยใช้ห้องสมุดเป็นฐาน
การเรียน รายวิชาการใช้ห้องสมุด 2 กิจกรรมลดเวลาเรยี นเพ่ิมเวลารู้
สาหรบั นักเรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1 โรงเรียนเฉลิมขวญั สตรี
สงั กดั สานักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษามธั ยมศึกษาพิษณุโลก อตุ รดิตถ์
เล่มท่ี 5 เรือ่ ง การเขียนอ้างอิงและบรรณานุกรม

แล้วสามารถ วดั และประเมินจาก
1. ประเมินผลจากการทาแบบทดสอบ ก่อนเรยี น – แบบทดสอบหลงั เรียน
2. ประเมินผลงานของนักเรยี นจากบตั ร กิจกรรมท่ีนักเรียนฝึ กทา
3. นักเรยี นต้องผ่านเกณฑก์ ารประเมินผล รอ้ ยละ 80 ขึ้นไป

ถ้านักเรียนไม่ผ่านเกณฑต์ ามระบไุ ว้ให้ นักเรียน ศึกษาเพิ่มเติมตาม
จดุ ประสงคท์ ่ี แล้วทาแบบทดสอบหลงั เรียน และ แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิ
ทางการเรียนโดย การเรียนซ่อมและเรยี นเสริม ปฏิบตั ิดงั นี้

1. ใช้เวลามากกว่าเดิม
2. ให้เพื่อนช่วยเหลือเพ่ือน
3. ครอู ธิบายเพ่ิมเติม

13

สวสั ดเี พอ่ื นๆ วนั น้ี
พวกเรา จะมาเรยี นรกู้ นั ถงึ เรอ่ื ง

การเขยี นอา้ งองิ และบรรณานุกรม

กนั นะคะ

คาถาม : เพอ่ื นๆ ทราบหรอื ไม่ คะวา่
การเขยี นอา้ งองิ และบรรณานุกรมมี
รายละเอยี ดอยา่ งไรบา้ ง

14

แบบทดสอบก่อนเรียน

เอกสารประกอบการเรียน:การเรียนรโู้ ดยใช้ห้องสมดุ เป็นฐานการเรยี น
รายวิชาการใช้ห้องสมุด 2 กิจกรรมลดเวลาเรยี นเพ่ิมเวลารู้ สาหรบั นักเรยี น

ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1 โรงเรยี นเฉลิมขวญั สตรี สงั กดั สานักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษามธั ยมศึกษาพิษณุโลก อตุ รดิตถ์ เล่มที่ 5 การเขียนอ้างอิงและ

บรรณานุกรม จานวน 10 ข้อ คะแนนเตม็ 10 คะแนน เวลา 10 นาที

คำชี้แจง

1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น เอกสารประกอบการเรยี น : การเรยี นรโู้ ดยใช้
หอ้ งสมุดเป็นฐานการเรยี น รายวชิ าการใชห้ อ้ งสมดุ 2 กจิ กรรมลดเวลาเรยี นเพม่ิ
เวลารู้ สาหรบั นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรยี นเฉลมิ ขวญั สตรี สงั กดั
สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษาพษิ ณุโลก อุตรดติ ถ์ เล่มท่ี 5 ฉบบั น้ใี ช้
ทดสอบมที งั้ หมด 10 ขอ้ ใชเ้ วลาทาแบบทดสอบ 10 นาที

2. อา่ นคาถามและคาตอบใหร้ อบคอบ แลว้ เลอื กคาตอบทถ่ี กู ตอ้ งทส่ี ดุ เพยี ง
คาตอบเดยี ว แลว้ นาไปตอบลงในกระดาษคาตอบ โดยทาเคร่อื งหมาย( ) ลงใน
ชอ่ งตวั เลอื กทต่ี อ้ งการ

3. ทาแบบทดสอบใหค้ รบทุกขอ้

15

1.ขอ้ ใดคอื ความหมายของหนงั สอื อา้ งองิ
ก. หนงั สอื ทร่ี วบรวมความรเู้ ฉพาะสาขาวชิ าใดวชิ าหน่งึ
ข. หนงั สอื ทม่ี หี ลายเลม่ จบ หรอื หนงั สอื ชุด
ค. หนงั สอื ทร่ี วบรวมความรู้ เรอ่ื งราว ขอ้ เทจ็ จรงิ ในสาขาวชิ าตา่ ง ๆ
เพ่อื คน้ หาคาตอบเฉพาะเรอ่ื ง
ง. ถกู ทกุ ขอ้

2.ขอ้ ใดไมใ่ ชล่ กั ษณะของหนงั สอื อา้ งองิ
ก. เป็นหนงั สอื ราคาแพง
ข. เป็นหนงั สอื หายาก
ค. เป็นหนงั สอื ทไ่ี มใ่ หย้ มื ออกจากหอ้ งสมดุ
ง. เป็นหนงั สอื ทม่ี รี ปู เล่มขนาดใหญ่

3.ขอ้ ใดคอื ประโยชน์ของหนงั สอื อา้ งองิ
ก. ทาใหผ้ อู้ ่านมคี วามรมู้ ากขน้ึ
ข. ใชค้ น้ หาสารสนเทศเฉพาะสาขาวชิ าใดวชิ าหน่งึ
ค. คน้ หาสารสนเทศทต่ี อ้ งการไดอ้ ยา่ งรวดเรว็
ง. ไมส่ ามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ได้

4.ตอ้ งการทราบความหมายของคาวา่ clock คน้ ไดจ้ ากหนงั สอื อา้ งองิ เล่มใด
ก. พจนานุกรมไทยฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน
ข. พจนานุกรมศพั ทช์ า่ งองั กฤษ-ไทย
ค. พจนานุกรมหมวดไทย-องั กฤษฉบบั นกั ศกึ ษา
ง. พจนานุกรมองั กฤษ-ไทย

5.ตอ้ งการทราบความหมายของคาวา่ เจดยี ์ คน้ ไดจ้ ากหนงั สอื อา้ งองิ เล่มใด
ก. พจนานุกรมไทยฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน
ข. พจนานุกรมศพั ทช์ า่ งองั กฤษ-ไทย
ค. พจนานุกรมหมวดไทย-องั กฤษฉบบั นกั ศกึ ษา
ง. พจนานุกรมองั กฤษ-ไทย

16

6.ตอ้ งการทราบความหมายของคาวา่ software คน้ ไดจ้ ากหนงั สอื อา้ งองิ เลม่ ใด
ก. พจนานุกรมองั กฤษ-ไทย
ข. พจนานุกรมศพั ทค์ อมพวิ เตอร์
ค. New Model English-Thai Dictionary
ง. Webster's New World Dictionary of American English

7.พจนานุกรมทม่ี คี าศพั ทเ์ ป็นภาษาองั กฤษ คาแปลเป็นภาษาญ่ปี ุ่น และภาษาจนี
เรยี กวา่ พจนานุกรมอะไร
ก. พจนานุกรมภาษาเดยี ว
ข. พจนานุกรมสองภาษา
ค. พจนานุกรมสามภาษา
ง. พจนานุกรมหลายภาษา
8.หนงั สอื อา้ งองิ ทใ่ี หข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั ช่อื บุคคล หรอื หน่วยงาน พรอ้ มสถานทท่ี ส่ี ามารถ
ตดิ ตอ่ ได้ คอื หนงั สอื อา้ งองิ เล่มใด
ก. ประมวลชวี ติ และผลงานของนกั วทิ ยาศาสตรไ์ ทย
ข. นามสงเคราะหส์ ว่ นราชการไทย
ค. สยามจดหมายเหตุ : บนั ทกึ ขา่ วสารและเหตุการณ์
ง. บรรณานุกรมสง่ิ พมิ พข์ องกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
9.ตอ้ งการทราบวา่ จงั หวดั ลพบุรมี กี อ่ี าเภอ คน้ ไดจ้ ากหนงั สอื อา้ งองิ เลม่ ใด
ก. อกั ขรานุกรมภมู ศิ าสตรไ์ ทย ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน
ข. สารานุกรมวฒั นธรรมไทย ภาคกลาง
ค. แผนทป่ี ระเทศไทย
ง. ทอ่ งเทย่ี วประเทศไทย
10.หนงั สอื อา้ งองิ ทางภมู ศิ าสตร์ ทใ่ี ชส้ ญั ลกั ษณต์ า่ ง ๆ แทนคาอธบิ าย คอื หนงั สอื
อา้ งองิ เล่มใด
ก. อกั ขรานุกรมภูมศิ าสตรไ์ ทย ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน
ข. สารานุกรมวฒั นธรรมไทย ภาคกลาง
ค. แผนทป่ี ระเทศไทย
ง. ทอ่ งเทย่ี วประเทศไทย

17

ใบควำมรทู้ ี่ 1
ความหมายของหนังสืออ้างอิง
หนังสืออ้างอิง คอื รปู แบบหน่งึ ของหนงั สอื อนั เป็นผลผลติ ของมนุษยชาตใิ นการ
บนั ทกึ เร่อื งราว ความคดิ ประสบการณ์ จนิ ตนาการ เพ่อื สบื ทอดมรดกทางปัญญา
ใหแ้ กอ่ นุชนรุน่ หลงั ตงั้ แตร่ งุ่ อรุณแหง่ อารยธรรมมาจนกระทงั่ ปัจจบุ นั รปู แบบของ
หนงั สอื กไ็ ดว้ วิ ฒั นาการกา้ วหน้าไปพรอ้ มกบั ความเจรญิ ทางวทิ ยาการและเทคโนโลยี
สมยั ใหม่ ในรปู แบบของส่อื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เป็นตน้
ในบรรดาหนงั สอื ทงั้ หลาย หนงั สอื ประเภททเ่ี ป็นหนงั สอื อา้ งองิ เป็นแหล่งขอ้ มลู
ทม่ี คี วามสาคญั ทห่ี อ้ งสมดุ และแหลง่ สารนิเทศทงั้ หลายไดจ้ ดั หามาไวเ้ พอ่ื บรกิ ารแกผ่ ใู้ ช้
ในการคน้ หาเรอ่ื งราวหรอื ขอ้ เทจ็ จรงิ ในเร่อื งใดเรอ่ื งหน่งึ โดยเฉพาะ หอ้ งสมดุ จดั เกบ็
หนงั สอื อา้ งองิ ไว้ เป็นมมุ หนงั สอื อา้ งองิ ตา่ งหาก โดยกาหนดสญั ลกั ษณเ์ พม่ิ ขน้ึ เพ่อื ให้
แตกตา่ งจากหนงั สอื ทวั่ ไป คอื อกั ษร “อ” แทนหนงั สอื อา้ งองิ
ภาษาไทย อกั ษร “R” หรอื “Ref” แทนหนงั สอื อา้ งองิ ภาษาองั กฤษ ตวั อกั ษรทเ่ี พม่ิ
ขน้ึ มาใหมน่ ้จี ะเขยี นไวเ้ หนือเลขเรยี กหนงั สอื
คาวา่ หนงั สอื อา้ งองิ เป็นศพั ทบ์ ญั ญตั มิ าจากคาภาษาองั กฤษวา่
Reference Book สว่ นคาวา่ reference นนั้ มาจากคากรยิ าวา่
refer แปลวา่ อา้ งองิ หรอื อา้ งถงึ เพอ่ื สารนิเทศ ดงั นนั้ ไมว่ า่ จะเป็นบุคคลหรอื
สงิ่ ของทน่ี ามาอา้ งองิ หรอื อา้ งถงึ ในลกั ษณะน้กี ค็ อื การอา้ งองิ ถงึ
Book แปลวา่ งานเขยี นหรอื งานพมิ พห์ ลาย ๆ แผน่ ทน่ี ามาเยบ็ รวมเป็นเลม่
คาวา่ หนงั สอื อา้ งองิ ในภาษาไทย มาจากคาวา่ หนงั สอื แปลวา่ เคร่อื งหมายใชข้ ดี
เขยี น แทนเสยี งหรอื คาพดู ลายลกั ษณอ์ กั ษร จดหมายทม่ี ไี ปมา เอกสาร
บทประพนั ธ์ ขอ้ ความทพ่ี มิ พห์ รอื เขยี นแลว้ รวมเป็นเลม่
อา้ งองิ แปลวา่ ถอื เป็นหลกั นามากลา่ วเป็นหลกั กล่าวถงึ เพอ่ื เป็นหลกั
เมอ่ื นาคาสองคาน้มี ารวมกนั เป็นคาวา่ หนงั สอื อา้ งองิ แปลวา่ เอกสารทถ่ี อื เป็นหลกั
หนงั สอื อา้ งองิ (Reference Books) คอื หนงั สอื ทร่ี วบรวมขอ้ เทจ็ จรงิ ซ่งึ
รวบรวมมาจากแหล่งตา่ ง ๆ นามาเรยี บเรยี งเขา้ ดว้ ยกนั เพอ่ื ใชป้ ระโยชน์ไดอ้ ยา่ ง
รวดเรว็ เป็นหนงั สอื ทผ่ี ใู้ ชจ้ ะอ่านเฉพาะตอนทต่ี อ้ งการ ไมจ่ าเป็นตอ้ งอ่านทงั้

18

เลม่ หนงั สอื อา้ งองิ จะจดั เรยี งลาดบั อกั ษร หรอื ตามลาดบั ปีหรอื มฉิ ะนนั้ จะมดี รรชนี
โดยละเอยี ดสาหรบั คน้ เรอ่ื งราวทต่ี อ้ งการ และมกี ารโยงขอ้ ความ ยงั เน้อื ความ
อ่นื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกนั อกี ดว้ ย

จากความหมายดงั กล่าวขา้ งตน้ สรปุ ไดว้ า่ หนงั สอื อา้ งองิ หมายถงึ หนงั สอื
ทใ่ี หค้ วามรเู้ กย่ี วกบั ขอ้ เทจ็ จรงิ ในเรอ่ื งใดเร่อื งหน่งึ ใชส้ าหรบั คน้ ควา้ ประกอบเฉพาะ
เรอ่ื งเทา่ นนั้ มกี ารจดั ทาในรปู แบบ ทง่ี า่ ยตอ่ การคน้ ควา้ หาคาตอบทต่ี อ้ งการได้
สะดวก รวดเรว็ โดยไมจ่ าเป็นทผ่ี ใู้ ชต้ อ้ งอ่านทงั้ เลม่ และอนุญาตใหใ้ ชภ้ ายใน
หอ้ งสมุดเทา่ นนั้
ความสาคญั ของหนังสืออ้างอิง

หนงั สอื อา้ งองิ เป็นแหลง่ ขอ้ มลู ทม่ี คี วามสาคญั ใชส้ าหรบั คน้ ควา้ หาคาตอบท่ี
ตอ้ งการและชว่ ยในการประกอบการคน้ ควา้ หาความรไู้ ดเ้ ป็นอยา่ งดี ซง่ึ หนงั สอื อา้ งองิ
แตล่ ะประเภทมคี วามสาคญั ในดา้ นใหข้ อ้ เทจ็ จรงิ ทจ่ี ะเป็นประโยชน์ในการคน้ ควา้ หา
คาตอบทแ่ี ตกตา่ งกนั

หนงั สอื อา้ งองิ มคี วามสาคญั อยา่ งยงิ่ สาหรบั หอ้ งสมุด โดยเฉพาะหอ้ งสมดุ ทม่ี ี
การคน้ ควา้ วจิ ยั มาก บรรณารกั ษจ์ ะตอ้ งจดั หาหนงั สอื ประเภทน้ไี วเ้ พ่อื ประโยชน์ของ
ผใู้ ช้ และของบรรณารกั ษ์ บรรณารกั ษค์ วรจะไดศ้ กึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนงั สอื
อา้ งองิ ทด่ี ที วั่ ๆ ไปเสยี กอ่ นวา่ มลี กั ษณะอยา่ งไร ทงั้ น้เี พอ่ื จะไดเ้ ป็นแนวทางใหเ้ ลอื ก
และจดั หาหนงั สอื ประเภทน้เี ขา้ หอ้ งสมดุ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
ประโยชน์ของหนังสืออ้างอิง

หนงั สอื อา้ งองิ เป็นแหลง่ ขอ้ มลู ทม่ี คี วามสาคญั ทใ่ี หค้ วามรอู้ นั เป็นพน้ื ฐาน
ครอบคลุมศาสตรท์ กุ แขนงวชิ า จนอาจกลา่ วไดว้ า่ เป็นหนงั สอื สารพดั ประโยชน์ ผใู้ ช้
สามารถหาคาตอบทุกเรอ่ื ง (All about anything) จากหนงั สอื อา้ งองิ
หนงั สอื อา้ งองิ เป็นแหลง่ สารนิเทศเบอ้ื งตน้ ทม่ี ปี ระโยชน์สรปุ ไดด้ งั น้ี

1. เป็นแหลง่ คน้ ควา้ หาขอ้ เทจ็ จรงิ ทถ่ี กู ตอ้ งแน่นอนไดใ้ นทกุ สาขาวชิ า
2. เป็นแหล่งสง่ เสรมิ การศกึ ษาคน้ ควา้ วจิ ยั ทกุ ระดบั
3. เป็นแหลง่ ทส่ี ามารถคน้ หาคาตอบไดส้ ะดวกและรวดเรว็

19

ใบงำนท่ี 1

คาสงั่ ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุ่มศกึ ษาตามหวั ขอ้ ทก่ี าหนด และรบั ใบความรใู้ นการแบ่งกลุม่
ใหน้ กั เรยี น แตล่ ะกลุม่ นาไปศกึ ษา สรุปของแตล่ ะกลุม่ ตามความคดิ ของกลุ่มวา่ จะเขยี น

เป็นแผนผงั ความคดิ (คะแนนเตม็ 10 คะแนน)

1. ความหมายของหนงั สอื อา้ งองิ
2. ความสาคญั ของหนงั สอื อา้ งองิ
3. ประโยชน์ของหนงั สอื อา้ งองิ

……………………… ………………………
……………………… ………………………
……………………… ………………………
……………………… ………………………
……………………… ………………………
……………………

……………………… ………………………
……………………… ………………………
……………………… ………………………
……………………… ………………………
……………………… ………………………
……………………

20

ใบควำมร้ทู ่ี 2
ลกั ษณะของหนังสืออ้างอิง

หนงั สอื อา้ งองิ เป็นหนงั สอื ทไ่ี ดร้ บั การจดั ทาขน้ึ เป็นพเิ ศษ เพอ่ื ใชค้ น้ หา
ขอ้ เทจ็ จรงิ ทถ่ี กู ตอ้ งเชอ่ื ถอื ได้ ดงั นนั้ หนงั สอื อา้ งองิ จงึ มลี กั ษณะตา่ ง ๆ ทค่ี วรกล่าวถงึ
ดงั ตอ่ ไปน้ี
ลกั ษณะทวั่ ไปของหนังสืออ้างอิง

หนงั สอื อา้ งองิ มลี กั ษณะโดยทวั่ ไปดงั น้ี คอื
1. ผเู้ ขยี นเร่อื งเป็นบุคคลหรอื ประกอบดว้ ยคณะบุคคลผทู้ รงคณุ วุฒมิ ี

ประสบการณ์และมคี วามเชย่ี วชาญในสาขาวชิ าทเ่ี ขยี น
2. มวี ตั ถปุ ระสงคใ์ หผ้ อู้ ่านไดร้ บั ความรแู้ ละขอ้ เทจ็ จรงิ ทถ่ี กู ตอ้ งเช่อื ถอื ได้
3 มงุ่ ใหค้ วามรทู้ ช่ี ดั เจน กะทดั รดั และจบในตวั เอง
4. มกี ารเรยี บเรยี งเน้อื เร่อื งอยา่ งมรี ะเบยี บและเป็นระบบ เชน่ เรยี ง

ตามลาดบั อกั ษรเรยี งตามหมวดหมขู่ องสาขาวชิ า เรยี งตามลาดบั เหตุการณ์ และเรยี ง
ตามสภาพภูมศิ าสตร์ เป็นตน้

5. ผใู้ ชส้ ามารถหาคาตอบทต่ี อ้ งการไดส้ ะดวกและรวดเรว็
6. รวบรวมขอ้ มลู สถติ ิ และเร่อื งราวตา่ ง ๆ อนั จะเป็นประโยชน์ตอ่ ผใู้ ชใ้ น
การคน้ ควา้ หาขอ้ เทจ็ จรงิ ในหลาย ๆ ดา้ น เชน่ หนงั สอื รายปี เป็นตน้
7. ใหค้ วามรคู้ รอบคลุมสาขาวชิ าความรตู้ า่ ง ๆ อยา่ ง
กวา้ งขวาง เชน่ สารานุกรม เป็นตน้
8. หนงั สอื อา้ งองิ บางเลม่ ราคาแพง บางเล่มหาซอ้ื ไดย้ าก
9. เป็นหนงั สอื ทไ่ี มจ่ าเป็นตอ้ งอ่านทงั้ เล่ม อา่ นเฉพาะตอนทต่ี อ้ งการ
เทา่ นนั้

21

ลกั ษณะของหนังสืออ้างอิงที่ดี
สุนติ ย์ เยน็ สบาย (2543 : 21 – 22) กล่าวถงึ ลกั ษณะของหนงั สอื อา้ งองิ ทด่ี ี ดงั น้ี
1. ความเช่อื ถอื ได้ (Authority) หนงั สอื อา้ งองิ ทด่ี มี ผี แู้ ตง่ ผรู้ วบรวมเป็น

ผทู้ รงคุณวุฒิ มคี วามรู้ ความชานาญ หรอื มปี ระสบการณ์ในเร่อื งทเ่ี ขยี นอยา่ ง
แทจ้ รงิ

2. ขอบเขต (Scope) ขอบเขตของเน้อื หาของหนงั สอื อา้ งองิ ทด่ี จี ะบอก
ขอบเขตของเน้อื หาไวใ้ นเล่มหรอื ในชดุ อยา่ งชดั เจน

3. วธิ เี ขยี น (Treatment) วธิ เี ขยี นเน้อื หาและขอ้ มลู ถกู ตอ้ ง
ครบถว้ น อ่านเขา้ ใจงา่ ย เขยี นตรงไปตรงมาไมล่ าเอยี ง

4. การเรยี บเรยี ง (Arrangement) การเรยี บเรยี งเน้อื หาในหนงั สอื อา้ งองิ ท่ี
ดนี นั้ มกี ารเรยี บเรยี งลาดบั อยา่ งมรี ะเบยี บ ชว่ ยใหส้ ะดวกในการคน้ หาคาตอบ

5. รปู เล่ม (Format) รปู เลม่ มลี กั ษณะคงทนถาวร กระดาษดี ขนาด
ตวั พมิ พพ์ อเหมาะ อา่ นงา่ ย การสะกดการนั ตถ์ กู ตอ้ ง การวางรปู หน้าเหมาะสม

6. บรรณานุกรม (Bibliography) มรี ายชอ่ื หนงั สอื และวสั ดอุ า้ งองิ ทใ่ี ช้
ประกอบ การเรยี บเรยี งเพ่อื ใหผ้ อู้ า่ นทราบวา่ เรอ่ื งนนั้ ๆ น่าเช่อื ถอื เพยี งใด และ
สามารถคน้ หาขอ้ มลู เพมิ่ เตมิ ไดจ้ ากทใ่ี ด

7. ลกั ษณะพเิ ศษ (Special Features) สว่ นทช่ี ว่ ยสง่ เสรมิ ใหห้ นงั สอื
อา้ งองิ น่าสนใจยง่ิ ขน้ึ

22

การเรยี บเรียงหนังสืออ้างอิง

เพ่อื ใหผ้ ใู้ ชห้ นงั สอื อา้ งองิ สามารถคน้ หาเร่อื ง หรอื บทความทต่ี อ้ งการได้
ถกู ตอ้ ง สะดวก และรวดเรว็ จงึ ไดม้ กี ารเรยี บเรยี งหนงั สอื อา้ งองิ ดว้ ยวธิ พี เิ ศษ
วธิ เี รยี บเรยี งทส่ี าคญั ๆ มอี ยู่ 5 วธิ ดี ว้ ยกนั คอื

1. เรยี บเรยี งตามลาดบั ตวั อกั ษรแบบพจนานุกรม
2. เรยี บเรยี งตามลาดบั ตวั อกั ษรโดยแยกเป็นพวก ๆ เชน่ ช่อื ช่อื คน
ช่อื หนงั สอื ช่อื สถานท่ี ช่อื วชิ า ฯลฯ เป็นตน้
3. เรยี บเรยี งตามลาดบั เหตุการณ์เวลา เชน่ เรยี งตงั้ แตว่ นั ท่ี 1 มกราคม ถงึ
วนั ท่ี 31 ธนั วาคมของปี หรอื เรยี งลาดบั ชอ่ื คนทเ่ี กดิ ก่อนมาจนถงึ คนทเ่ี กดิ
หลงั สดุ เป็นตน้
4. เรยี บเรยี งตามลาดบั แผนการจดั หมหู่ นงั สอื หรอื หมวดหมวู่ ชิ า เชน่ เรยี บ
เรยี งตามเลขหมขู่ องดวิ อ้ี เป็นตน้
5. เรยี บเรยี งตามลาดบั พน้ื ทต่ี ามภมู ศิ าสตร์ เชน่ เรยี บเรยี งสถานทจ่ี าก
เหนอื สุดของประเทศลงมาจนถงึ ใตส้ ุด เป็นตน้
สว่ นชว่ ยในการคน้ ควา้ ของหนงั สอื อา้ งองิ
ลกั ษณะของหนงั สอื อา้ งองิ ทแ่ี ตกตา่ งจากหนงั สอื ทวั่ ไป คอื หนงั สอื อา้ งองิ จะมี
สว่ นชว่ ยการคน้ ควา้ หลายลกั ษณะ ซง่ึ ชว่ ยใหผ้ ตู้ อ้ งการทราบขอ้ เทจ็ จรงิ ในเลม่ ไดพ้ บ
สง่ิ ทต่ี อ้ งการไดร้ วดเรว็ ยง่ิ ขน้ึ สว่ นชว่ ยคน้ ควา้ ดงั กล่าวพอสรุปไดด้ งั น้ี
1. อกั ษรนาเล่ม (Volume Guide) คอื ตวั เลข ตวั อกั ษร หรอื สว่ นของคาท่ี
ปรากฏทส่ี นั หนงั สอื อา้ งองิ เลม่ นนั้ ใชค้ น้ เร่อื งตงั้ แตล่ าดบั อกั ษรใดถงึ อกั ษรใด
บางครงั้ มตี วั เลขกากบั ดว้ ย
2. ดรรชนหี วั แมม่ อื (Thumb Index) หรอื เรยี กวา่ ดรรชนีรมิ หน้ากระดาษ
เป็นดรรชนีทจ่ี ะบอกใหท้ ราบวา่ จะคน้ เร่อื งทข่ี น้ึ ตน้ ดว้ ยอกั ษรนนั้ ๆ ในชว่ งใด อาจมี
ลกั ษณะแบบกระดาษทย่ี น่ื ออกมาเป็นแถบกระดาษเลก็ ๆ (Tab Index) กไ็ ด้ หรอื ทา
ลกั ษณะของดรรชนีรมิ หน้ากระดาษ ซง่ึ จะมลี กั ษณะเจาะเวา้ เขา้ ไปครง่ึ วงกลม
มอี กั ษรกากบั ชว่ ยใหผ้ คู้ น้ เรอ่ื งในเลม่ คน้ ไดเ้ รว็ ยงิ่ ขน้ึ

23

3. สารบญั (Table of Contents หรอื Contents) ใชเ้ ป็นคมู่ อื ในการเปิดหา
เร่อื งทต่ี อ้ งการในเลม่ ไมม่ กี ารเรยี งลาดบั ตามตวั อกั ษร แบ่งเป็นบทตามเน้อื หา และ
บอกเลขหน้าทจ่ี ะพบเรอ่ื งทต่ี อ้ งการ

4. คานาทาง (Guide Word) คอื คาทป่ี รากฏอยทู่ ม่ี ุมบนของ
หน้ากระดาษ อาจจะมที งั้ ซา้ ยและดา้ นขวาของหน้ากระดาษ หรอื อยทู่ ก่ี ง่ึ กลาง
หน้า เพ่อื บอกใหท้ ราบวา่ เร่อื งทจ่ี ะคน้ ไดใ้ นหน้านนั้ ๆ ขน้ึ ตน้ ดว้ ยตวั อกั ษรอะไร

5. สว่ นโยง (Cross Reference) คอื สว่ นทบ่ี อกความสมั พนั ธข์ องเน้อื หา
ภายในเลม่ ใชค้ า 2 คา ดงั น้ี

5.1 ดทู ่ี (See) หรอื สว่ นโยง โยงใหอ้ า่ นเร่อื งหรอื หวั ขอ้ ทต่ี อ้ งการจาก
หวั ขอ้ อ่นื ๆเชน่ Siam, see Thailand

5.2 ดเู พม่ิ เตมิ ท่ี (See also) หรอื สว่ นโยง ใชเ้ มอ่ื ตอ้ งการใหผ้ คู้ น้ ควา้ ท่ี
ตอ้ งการขอ้ ความอ่นื ๆ เพมิ่ เตมิ จากทอ่ี ธบิ ายไว้ เพอ่ื ใหผ้ อู้ ่านไดข้ อ้ เทจ็ จรงิ กวา้ งขวาง
ขน้ึ โดยพจิ ารณาจากหวั ขอ้ ทา้ ยคา
วา่ See also เชน่ Radium Therapy see also Radioactivity ; Radiochemistry

6. ภาคผนวก (Appendix) คอื สว่ นทอ่ี ธบิ ายเพมิ่ เตมิ เน้อื หาใหเ้ ขา้ ใจไดด้ ยี งิ่ ขน้ึ
อยใู่ นสว่ นทา้ ยเลม่

7. ดรรชนี (Index ) คอื คาสาคญั หรอื หวั ขอ้ สาคญั ทป่ี รากฏในเรอ่ื ง นามาเรยี ง
ตาม ลาดบั อกั ษร มเี ลขหน้ากากบั ไว้ บอกใหท้ ราบวา่ คานนั้ จะพบทห่ี น้าใดบา้ งใน
เล่ม นอกจากน้ี ยงั มดี รรชนีรวม (Cumulative Index) ซง่ึ พมิ พแ์ ยกเป็นเลม่ หรอื ชุด
ตา่ งหาก ภายในเล่มจะปรากฏหวั เรอ่ื ง หวั ขอ้ ทเ่ี ป็นคาสาคญั ของเน้อื หาในชุดใดชุด
หน่งึ มกั บอกเลม่ บอกเลขหน้า และปรากฏ สว่ นโยงกนั ในเน้อื หา โดยใชส้ ว่ นโยง
(See) หรอื (See also) ชว่ ย

24

ใบงำนที่ 2

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุ่มศกึ ษาตามหวั ขอ้ ทก่ี าหนด และรบั ใบความรใู้ นการ
แบง่ กลุม่ ใหน้ กั เรยี น แตล่ ะกลุม่ นาไปศกึ ษา สรปุ ของแตล่ ะกลุ่มตามความคดิ ของกลมุ่ วา่

จะเขยี นเป็นแผนผงั ความคดิ (คะแนนเตม็ 10 คะแนน)

1. ลกั ษณะของหนงั สอื อา้ งองิ
2. การเรยี บเรยี งหนงั สอื อา้ งองิ

25

ตอบไดไ้ หมคะ?
ถา้ ตอบไมไ่ ด้ ยอ้ นกลบั ไป

26

ใบควำมร้ทู ี่ 3
รปู แบบการเขียนอ้างอิง
การอา้ งองิ หมายถงึ การบอกรายละเอยี ดของแหลง่ สารนิเทศทใ่ี ชอ้ า้ งองิ ใน
การศกึ ษา คน้ ควา้ ซง่ึ นาเสนอในรปู ของรายงาน ภาคนิพนธ์ บทความ หนงั สอื วชิ าการ
และรายงานการวจิ ยั
1. เพอ่ื ใหผ้ อู้ ่านหรอื ผทู้ ม่ี าศกึ ษาคน้ ควา้ สามารถตรวจสอบหรอื ตดิ ตามศกึ ษา
เพมิ่ เตมิ ได้ ความสาคญั ของการอา้ งองิ
2. เพอ่ื ใหเ้ กยี รตแิ ก่ผแู้ ตง่ สารนเิ ทศทใ่ี ชอ้ า้ งองิ
3. เพอ่ื สรา้ งความน่าเช่อื ถอื แกผ่ ลงาน ใหก้ บั ผูท้ ไ่ี ดอ้ า่ น
รปู แบบการเขียนอ้างอิง
1. การอา้ งองิ แบบแทรกในเน้อื หาเป็นระบบนาม-ปี ใหข้ อ้ มลู ผแู้ ตง่ ปีพมิ พแ์ ละ
เลขหน้าทม่ี ขี อ้ ความ ทอ่ี า้ งถงึ 1. รปู แบบ (ผแู้ ตง่ , ปีพมิ พ,์ เลขหน้า) ตวั อยา่ ง เสาว
รกั ษ์ หงสไ์ ทย, 2561, น.85-99) (Burtch, 2011, p.26)
2. กรณมี กี ารระบุช่อื ผแู้ ตง่ ในเน้อื หาแลว้ ไมต่ อ้ งใสไ่ วใ้ นวงเลบ็ ทา้ ยขอ้ ความอกี
รปู แบบ ผแู้ ตง่ (ปีพมิ พ,์ เลขหน้า) ตวั อยา่ ง วชริ วตั ติ ์อารยิ ะสริ โิ ชติ (2561, น.43) Moe
& Pathranakul (2004, pp.124-128) กรณไี มป่ รากฏเลขหน้าใหล้ งแคผ่ แู้ ตง่ กบั ปีท่ี
พมิ พต์ วั อยา่ ง สชุ าติ แสงทอง (2540)
3. กรณมี กี ารระบุปีพมิ พแ์ ละผแู้ ตง่ ในเน้อื หาแลว้ ใหร้ ะบุเฉพาะเลขหน้าทอ่ี า้ งถงึ
ในวงเลบ็ เทา่ นนั้ รปู แบบ ปีพมิ พ์ ผแู้ ตง่ (เลขหน้า) ตวั อยา่ ง ในปี 2548 วรี ศกั ดิ์เครอื
เทพ เหน็ วา่ “การเกดิ ขน้ึ ของนวตั กรรมทอ้ งถนิ่ มหี ลายรปู แบบโย ทอ้ งถนิ่ มบี ทบาท
ตา่ งกนั ออกไป...” (น.198) In 1997, According McGrew Anthony , “lines
Guidelines of globalization can be summarized in the following
characteristics”…

27

การเขยี นบรรณานุกรม
1. การอา้ งองิ จากหนงั สอื หนงั สอื
ผเู้ ขียน 1 คน
เปรมใจ อารจี ติ รานุสรณ.์ (2548). ตาราชวี เคม(ี พมิ พค์ รงั้ ท่ี 4). ขอนแกน่ : ภาควชิ า
ชวี เคมี มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น.
ผเู้ ขียนชาวต่างประเทศ (เขียนช่ือเป็ นภาษาไทย)
ไวท,์ ไมเคลิ . (2547). ฝรงั่ หลงั ตะวนั ตก. กรุงเทพฯ: มตชิ น.
คราเมส, แมนเฟรด. (2555). เรยี นรจู้ ากพระเจา้ แผน่ ดนิ (พมิ พค์ รงั้ ท่ี 4). นนทบุร:ี
กรนี ปัญญาญาณ.
ผเู้ ขยี นทม่ี อี สิ รยิ ยศ
ทพิ ยวดปี ราโมช ณ อยธุ ยา, คุณหญงิ . (2553). มารยาทยคุ ใหม.่ กรุงเทพฯ:
เนชนั่ บุ๊คส.์
ดารงราชานุภาพ, สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยา. (2555). ประชมุ พระนพิ นธ์
สรรพความร.ู้ กรุงเทพฯ: ศยาม.
ผเู้ ขียนท่ีมีสมณศกั ด์ิ
สมเดจ็ พระญาณสงั วร สมเดจ็ พระสงั ฆราช (เจรญิ สุวฑฺฒโน). (2556). ญาณสงั วร
เทศนา. กรงุ เทพฯ: สานกั งานปลดั สานกั นายกรฐั มนตร.ี
ไมป่ รากฏช่อื ผเู้ ขยี น มเี ฉพาะช่อื ผรู้ วบรวมหรอื ช่อื บรรณาธกิ าร
1) กรณีหนังสือมีเฉพาะชื่อผ้รู วบรวม หรอื ชื่อบรรณาธิการ ใหร้ ะบุ (บ.ก.)., (Ed.).,
(Eds.). ตอ่ ทา้ ยช่อื คนั่ ดว้ ยเครอ่ื งหมายมหพั ภาค (.) เวน้ วรรค 1 ระยะ
นโิ ลบล เน่อื งตนั (บ.ก.). (2542). ชวี เคมคี ณะแพทยศาสตรศ์ ริ ริ าชพยาบาล (พมิ พค์ รงั้
ท่ี 5).กรงุ เทพฯ: คณะแพทยศาสตรม์ หาวทิ ยาลยั มหดิ ล.
2) หนังสือท่ีไม่ปรากฏช่ือผเู้ ขียนและช่ือบรรณาธิการ ใหใ้ สช่ ่อื เรอ่ื งของหนงั สอื
แทนทช่ี ่อื ผูเ้ ขยี น อลงั การแผน่ ดนิ วฒั นธรรม. (2543). กรงุ เทพฯ: การทอ่ งเทย่ี วแห่ง
ประเทศไทย.

28

ผเู้ ขียน 2 คน
หนงั สอื ทม่ี ผี เู้ ขยี น 2 คน ใหใ้ สช่ อ่ื คนแรกกอ่ น คนั่ ดว้ ยเครอ่ื งหมายจุลภาค (,) เวน้ วรรค
หน่งึ ระยะตามดว้ ยเครอ่ื งหมาย “&” (Ampersand) (หรอื ใช้ “และ” ในการเขยี น
เอกสารอา้ งองิ / บรรณานุกรมในภาษาไทย) และช่อื ผเู้ ขยี นคนท่ี 2
กฤษฎา กฤษณะเศรณ,ี และรจนา นากาชมิ า่ . (2552). ญป่ี ุ่นสเี ขยี ว. กรงุ เทพฯ:
ผ้เู ขียน 3-7 คน
ใสช่ อ่ื ทกุ คน คนั่ แตล่ ะชอ่ื ดว้ ยเคร่อื งหมายจุลภาค (,) และใสเ่ ครอ่ื งหมาย “&” หรอื
“และ” คนั่ หน้าชอ่ื คนสุดทา้ ย (ไมใ่ ชว้ า่ “...และคนอ่นื ๆ”)
พชร สนั ทดั , สรุ ชาตณิ หนองคาย, สมาน งามสนทิ , ฐนนั ดรศ์ กั ดบิ ์ วรนนั ทกุล, เชษฐรชั
ดา พรรณาธิ กุล,กฤษฎสิ ์ ถติ ยว์ ฒั นานนท,์ และประยงคเ์ ตม็ ชวาลา. (2557). ศาสตร์
และศลิ ป์ การบรหิ าร การพฒั นาทรพั ยากรมนุษย.์ กรุงเทพฯ: สมาคมสง่ เสรมิ คุณธรรม.
ผ้เู ขียน 8 คน หรือมากกว่า 8 คน ผเู้ ขยี นตงั้ แตแ่ ปดคนขน้ึ ไป ใหใ้ สช่ อ่ื ผเู้ ขยี นหกชอ่ื
แรก ใสเ่ คร่อื งหมายจุลภาค เวน้ หน่งึ ระยะ ตามดว้ ยจดุ สามจุดหลงั จุดแตล่ ะจดุ เวน้ หน่งึ
ระยะ (three ellipses) (, . . . ) แลว้ ใสช่ ่อื ผเู้ ขยี นคน สุดทา้ ย(ไมใ่ ช.้ ..และคนอ่นื ๆ)
จริ าภา เตง็ ไตรรตั น์, นพมาศ อุง้ พระ (ธรี เวคนิ ), รจั รนี พเกตุ, รตั นา ศริ พิ านชิ , วารุณี
ภวู สรกุล, ศรี เรอื นแกว้ กงั วาล, . . . อุบลวรรณา ภวกานนั ท.์ (2555). จติ วทิ ยาทวั่ ไป
(พมิ พค์ รงั้ ท่ี 7 แกไ้ ข เพมิ่ เตมิ ).กรุงเทพฯ: สานกั พมิ พม์ หาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร.์
2. การอ้างอิงจากหนังสือท่ีพิมพใ์ นโอกาสพิเศษ
กฐนิ พระราชทาน 2543 สถาบนั พระปกเกลา้ : วดั สวา่ งอารมณว์ รวหิ าร อ าเภอสวรรค
โลก จงั หวดั สโุ ขทยั . (2543). นนทบุร:ี
สถาบนั พระปกเกลา้ . นิธนิ ิมติ รบุญ. (2556). 100 ปีสมเดจ็ พระสงั ฆราชฯ. กรงุ เทพฯ:
แอดบุ๊ค.
3. การอ้างอิงจากหนังสือแปล
ฮอวค์ งิ , เอส ดบั บลวิ . (2552). ประวตั ยิ อ่ ของกาลเวลา ฉบบั ภาพประกอบ [The
illustrated: A brief history of time] (พมิ พค์ รงั้ ท่ี 17) (ปิยบุตร บุรคี า และอรรถกฤต
ฉตั รภูม,ิ ผแู้ ปล). กรุงเทพฯ: มตชิ น.

29

4. การอ้างอิงจากบทความในวารสาร

สทุ ศั น์ยกสา้ น. (2553). ประวตั คิ วามสาคญั ของเกลอื ตอ่ มนุษย.์ สารคด,ี 26(303), 129-
132.
มารสิ า กาญจนะ, และเรอื งเดช ศรวี รรธนะ. (2548). การประเมนิ คา่ ประโยชน์ดา้ นการ
ลดมลภาวะ ทางกลนิ่ ของโรงควบคุมคุณภาพน ้้าชอ่ งนนทร.ี วารสารเศรษฐศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร,์ 12(1), 1-11.
5. การอ้างอิงจากบทความในหนังสือพิมพ์

ปิยวรรณ ผลเจรญิ . (2553, 21 สงิ หาคม). เรยี นรนู้ ิคมจลู ่งสงิ คโปรต์ อ่ ยอดแนวคดิ อุตฯ
เชงิ นเิ วศไทย. มตชิ น, น.7.
6. การอ้างอิงจากบทความในสารานุกรม

วฒุ ชิ ยั มลู ศลิ ป์ . (2549). กฎหมายตราสามดวง. ใน สารานุกรมประวตั ศิ าสตรไ์ ทย (เลม่
1, อกั ษร ก, น.12-16)
7. การอ้างอิงจากวิทยานิ พนธ์

อุกกฤษฎท์ รงชยั สงวน. (2543). ความพงึ พอใจของประชาชนทม่ี ตี อ่ การบรหิ ารจดั การ
โครงการ พฒั นาสถานตี ารวจเพ่อื ประชาชนของสถานีตารวจภูธรอาเภอ (การศกึ ษา
คน้ ควา้ อสิ ระ ปรญิ ญามหาบณั ฑติ ไมไ่ ดต้ พี มิ พ)์ . มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ , ขอนแกน่ .
8. การอ้างอิงจากจลุ สารและเอกสารไม่ได้ตีพิมพเ์ ผยแพร่

พระธรรมโกศาจารย(์ ปัญญา นนั ทภกิ ขุ). (ม.ป.ป.) ชวี ติ ทก่ี า้ วหน้า: หลกั ในการสรา้ ง
ความกา้ วหน้าแก่ ชวี ติ . กรงุ เทพฯ: ธรรมสภา.
9. การอ้างอิงจากแผน่ พบั

จตพุ ล สรสี มบรู ณ์. (ม.ป.ป.). คาถามทพ่ี บไดบ้ อ่ ยเกย่ี วกบั วคั ซนี เอชพวี [ี แผน่ พบั ].
(ม.ป.ท.).
10. การอ้างอิงจากบทสมั ภาษณ์

นงนารถ ชยั รตั น์. (2553, 10 กรกฎาคม). ผอู้ านวยการสานกั หอสมดุ กลาง [บท
สมั ภาษณ]์ .

30

11. การอ้างอิงจากโสตทศั นวสั ดุ
ภูวนาถ คุณผลนิ . (2542). เจา้ ไมม่ ศี าล ใน แกรมมโ่ี กลดซ์ รี ส่ี [์ ซดี ]ี . กรงุ เทพฯ: บรษิ ทั จี
เอม็ เอม็ แกรมม.่ี
12. การอ้างอิงจากสื่ออิเลก็ ทรอนิกส์
เกยี รตอิ นนั ตล์ ว้ นแกว้ . (2557, 18 เมษายน). หน้าตา่ งความคดิ : การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
ของฟินแลนด:์ บทเรยี นและบาดแผล. กรุงเทพธุรกจิ , น. 11.
สบื คน้ จาก
http://www.dpu.ac.th/laic/upload/content/file/article_instructor/article2557/B232.
pdf
รายการอ้างอิงจากเวบ็ เพจท่ีไม่มชี ่ือผแู้ ต่งและระบวุ นั ที่สืบค้น
New child vaccine gets funding boost. (2001). Retrieved March 21, 2001, from
http://news.ninemsn.com.au/health/story_13178.asp

31

ใบงานที่ 3

คาสงั่ ใหน้ กั เรยี นรบั หวั ขอ้ ในการศกึ ษาตามหวั ขอ้ ทก่ี าหนด
(คะแนนเตม็ 10 คะแนน)

1.หนงั สอื รายปี 2.หนงั สอื คมู่ อื 3.อกั ขรานุกรมชวี ประวตั ิ
4.หนงั สอื อา้ งองิ ทางภูมศิ าสตร์ 5.สง่ิ พมิ พร์ ฐั บาล

32

ตอบไดไ้ หมคะ?
ถา้ ตอบไมไ่ ด้ ยอ้ นกลบั ไป

33

ใบความร้ทู ่ี 4

การอา้ งองิ เอกสาร (Citations) คอื การบอกแหลง่ ทม่ี าของขอ้ มลู ทผ่ี เู้ ขยี น
นามาใชอ้ า้ งองิ ในการเขยี นรายงาย หรอื ผลงานตา่ ง ๆ เพ่อื เป็นเกยี รตแิ ก่บุคคล หรอื
องคก์ รผเู้ ป็นเจา้ ของความคดิ เดมิ และเพอ่ื แสดงเจตนาบรสิ ุทธวิ ์ า่ ไมไ่ ดข้ โมยความคดิ
หรอื ลอกเลยี นขอ้ มลู ของผอู้ ่นื โดยไมม่ กี ารอา้ งองิ รวมทงั่ สะดวกแกผ่ อู้ า่ นทป่ี ระสงคจ์ ะ
ทราบรายละเอยี ดอ่นื ๆ และตรวจสอบความถกู ตอ้ ง จากตน้ ฉบบั เดมิ
การอา้ งองิ เอกสาร หรอื ทรพั ยากรสารสนเทศแบง่ เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คอื

1. การอา้ งองิ ในสว่ นเน้อื เรอ่ื ง (เชงิ อรรถ)
2. การอา้ งองิ ทา้ ยเรอ่ื ง หรอื ทา้ ยเลม่ (บรรณานุกรม)

เชิงอรรถ
เชงิ อรรถ หมายถงึ ขอ้ ความทอ่ี ธบิ ายบางตอนในเน้อื หา หรอื บนั ทกึ แหลง่ ทม่ี าของการ
คน้ ควา้ อา้ งองิ ประกอบรายงานและขอ้ ความทแ่ี นะนาใหค้ น้ ควา้ เพมิ่ เตมิ เร่อื งทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
กนั ในหน้าอ่นื ๆ ของรายงาน
เชงิ อรรถถอื เป็นการอา้ งองิ สารสนเทศในสว่ นของเน้อื เร่อื งประเภทหน่งึ ซง่ึ มกี ารอา้ ง 2
วธิ ี คอื การอา้ งองิ ทา้ ยหน้า และการอา้ งองิ ระบบนาม-ปี ซง่ึ เป็นวธิ อี า้ งองิ ทน่ี ิยมใน
ปัจจบุ นั
การอ้างอิงระบบท้ายหน้า
เชงิ อรรถอา้ งองิ (Citation Footnote) คอื เชงิ อรรถทใ่ี ชแ้ สดงแหล่งทม่ี าของขอ้ ความท่ี
ยกมา ไมว่ า่ จะเป็นขอ้ เทจ็ จรงิ ขอ้ คดิ เหน็ ของบุคคล สาหรบั ใหผ้ อู้ า่ นตรวจสอบ หรอื
คน้ หาเพมิ่ เตมิ ได้

34

บรรณานุกรม
บรรณานุกรม มหี ลายความหมายแลว้ แตว่ า่ จะใชใ้ นกรณใี ด แตใ่ นการเขยี นรายงาน
หมายถงึ รายชอ่ื หนงั สอื สง่ิ พมิ พว์ ารสาร จุลสาร และอุปกรณโ์ สดทศั น์อ่นื ๆ ทน่ี ามา
ประกอบในการทารายงาน ภาคนพิ นธ์ และวทิ ยานพิ นธ์ เพอ่ื ใหผ้ อู้ า่ นทราบวา่ เน้อื หา
หรอื ขอ้ มลู นนั้ มาจากแหล่งใดถา้ ตอ้ งการรายละเอยี ดเพมิ่ เตมิ จะหาไดจ้ ากแหลง่ ใดและ
เพ่อื เป็นการยนิ ยนั วา่ เน้ือหานนั้ ไมไ่ ดเ้ ขยี นขน้ึ มาลอย ๆมแี หลง่ ทม่ี า

การลงบรรณานุกรม

ผ้แู ต่ง
ช่อื // ช่อื สกุลผแู้ ตง่ . (ปีทพ่ี มิ พ)์ . ช่ือหนังสือ. ครงั้ ทพ่ี มิ พ.์ เมอื งทพ่ี มิ พ์ : สานกั พมิ พ.์
ลลั ลนา ศริ เิ จรญิ . (๒๕๑๗). ค่มู ือกาสรวลศรีปราชญ.์ กรงุ เทพฯ : บรรณกจิ .
บทความในหนังสือ หรืออ้างอิง
ผเู้ ขยี นบทความ. (ปีทพ่ี มิ พ)์ . ชอ่ื บทความ. ใน / ชอ่ื บรรณาธกิ าร (บรรณาธกิ าร ถา้ ม)ี ,
/ ชอ่ื หนงั สอื . / / / / / / / / (หน้า / เลขหน้า). / /สถานทพ่ี มิ พ์ / : / สานกั พมิ พ.์
ตวั อย่าง
สมุ ติ ร คุณานุกร. (๒๕๒๐). การวางแผนการสอน ใน ไพฑรู ย์ สนิ ลารตั น์
(บรรณาธกิ าร), ค่มู ืออาจารยด์ ้านการเรียนการสอน. (หน้า ๕๘-๖๙). กรุงเทพฯ :
หน่วยพฒั นาคณาจารย์ ฝ่ายวชิ าการจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .

35

ใบงำนที่ 4

ตวั อยา่ งแบบการลงบรรณานุกรม(หนงั สอื )
ช่อื // ช่อื สกุลผแู้ ตง่ . / / (ปีทพ่ี มิ พ)์ . / /ช่ือหนังสือ. / / ครงั้ ทพ่ี มิ พ.์ / /เมอื งทพ่ี มิ พ/์ : /
สานกั พมิ พ.์
ลลั ลนา ศริ เิ จรญิ . (2517). ค่มู ือกาสรวลศรีปราชญ.์ กรงุ เทพฯ : บรรณกจิ .
คาสงั่ เขยี นบรรณานุกรมใหถ้ กู ตอ้ งตามแบบการลงบรรณานุกรม(หนงั สอื )
ตามตวั อยา่ งดา้ นบน(คะแนนเตม็ 5 คะแนน)

หนังสือ
.............................................................................................................................
.............................................................................................................................
.............................................................................................................................

วารสาร
ช่อื ผเู้ ขยี น. / / (ปี, / วนั / เดอื น). / / ช่อื บทความ. / / ช่อื วารสาร, / ปีทห่ี รอื เล่มท่ี
(ฉบบั ท)่ี , / หน้า /เลขหน้า.(ถา้ ไมม่ ชี ่อื ผเู้ ขยี นใชช้ ่อื บทความลงเป็นรายการแรก)
ตวั อย่าง
เรอื งวทิ ย์ ลมิ่ ปนาท. (2542, มถิ ุนายน – ธนั วาคม). แนวคดิ สนั ตวิ ธิ จี ากกฎหมายตรา
สามดวง.วารสารมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร,์ 7(8), หน้า 52-61.
คาสงั่ เขยี นบรรณานุกรมใหถ้ กู ตอ้ งตามแบบการลงบรรณานุกรม(วารสาร)
ตามตวั อยา่ งดา้ นบน(คะแนนเตม็ 5 คะแนน)

.............................................................................................................................
.............................................................................................................................
.............................................................................................................................

36

แบบทดสอบหลงั เรียน

เอกสารประกอบการเรยี น:การเรียนร้โู ดยใช้ห้องสมดุ เป็นฐานการเรียน
รายวิชาการใช้ห้องสมุด 2 กิจกรรมลดเวลาเรยี นเพิ่มเวลารู้ สาหรบั นักเรยี น

ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1 โรงเรยี นเฉลิมขวญั สตรี สงั กดั สานักงานเขตพื้นที่
การศึกษามธั ยมศึกษาพิษณุโลก อตุ รดิตถ์ เล่มท่ี 5 การเขียนอ้างอิงและ

บรรณานุกรม จานวน 10 ข้อ คะแนนเตม็ 10 คะแนน เวลา 10 นาที

คำชี้แจง

1. แบบทดสอบหลงั เรยี น เอกสารประกอบการเรยี น:การเรยี นรโู้ ดยใชห้ อ้ งสมดุ
เป็นฐานการเรยี น รายวชิ าการใชห้ อ้ งสมุด 2 กจิ กรรมลดเวลาเรยี นเพมิ่ เวลารู้
สาหรบั นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรยี นเฉลมิ ขวญั สตรสี งั กดั สานกั งานเขตพน้ื ท่ี
การศกึ ษามธั ยมศกึ ษาพษิ ณุโลก อุตรดติ ถ์ เล่มท่ี 5 ฉบบั น้ใี ชท้ ดสอบมที งั้ หมด 10
ขอ้ ใชเ้ วลาทาแบบทดสอบ 10 นาที

2. อ่านคาถามและคาตอบใหร้ อบคอบ แลว้ เลอื กคาตอบทถ่ี กู ตอ้ งทส่ี ุดเพยี ง
คาตอบเดยี ว แลว้ นาไปตอบลงในกระดาษคาตอบ โดยทาเคร่อื งหมาย( ) ลงใน
ชอ่ งตวั เลอื กทต่ี อ้ งการ

3. ทาแบบทดสอบใหค้ รบทุกขอ้

37

1.ขอ้ ใดคอื ประโยชน์ของหนงั สอื อา้ งองิ
ก. ทาใหผ้ อู้ ่านมคี วามรมู้ ากขน้ึ
ข. ใชค้ น้ หาสารสนเทศเฉพาะสาขาวชิ าใดวชิ าหน่งึ
ค. คน้ หาสารสนเทศทต่ี อ้ งการไดอ้ ยา่ งรวดเรว็
ง. ไมส่ ามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ได้

2.ขอ้ ใดคอื ความหมายของหนงั สอื อา้ งองิ
ก. หนงั สอื ทร่ี วบรวมความรเู้ ฉพาะสาขาวชิ าใดวชิ าหน่งึ
ข. หนงั สอื ทม่ี หี ลายเลม่ จบ หรอื หนงั สอื ชดุ
ค. หนงั สอื ทร่ี วบรวมความรู้ เรอ่ื งราว ขอ้ เทจ็ จรงิ ในสาขาวชิ าตา่ ง ๆ เพ่อื คน้ หา

คาตอบเฉพาะเร่อื ง
ง. ถกู ทุกขอ้

3.ตอ้ งการทราบความหมายของคาวา่ clock คน้ ไดจ้ ากหนงั สอื อา้ งองิ เล่มใด
ก. พจนานุกรมไทยฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน
ข. พจนานุกรมศพั ทช์ า่ งองั กฤษ-ไทย
ค. พจนานุกรมหมวดไทย-องั กฤษฉบบั นกั ศกึ ษา
ง. พจนานุกรมองั กฤษ-ไทย

4.ขอ้ ใดไมใ่ ชล่ กั ษณะของหนงั สอื อา้ งองิ
ก. เป็นหนงั สอื ราคาแพง
ข. เป็นหนงั สอื หายาก
ค. เป็นหนงั สอื ทไ่ี มใ่ หย้ มื ออกจากหอ้ งสมดุ
ง. เป็นหนงั สอื ทม่ี รี ปู เล่มขนาดใหญ่

5.ตอ้ งการทราบความหมายของคาวา่ เจดยี ์ คน้ ไดจ้ ากหนงั สอื อา้ งองิ เลม่ ใด
ก. พจนานุกรมไทยฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน
ข. พจนานุกรมศพั ทช์ า่ งองั กฤษ-ไทย
ค. พจนานุกรมหมวดไทย-องั กฤษฉบบั นกั ศกึ ษา
ง. พจนานุกรมองั กฤษ-ไทย

38

6.ตอ้ งการทราบความหมายของคาวา่ software คน้ ไดจ้ ากหนงั สอื อา้ งองิ เลม่ ใด
ก. พจนานุกรมองั กฤษ-ไทย
ข. พจนานุกรมศพั ทค์ อมพวิ เตอร์
ค. New Model English-Thai Dictionary
ง. Webster's New World Dictionary of American English

7.หนงั สอื อา้ งองิ ทางภูมศิ าสตร์ ทใ่ี ชส้ ญั ลกั ษณต์ า่ ง ๆ แทนคาอธบิ าย คอื หนงั สอื อา้ งองิ
เล่มใด

ก. อกั ขรานุกรมภูมศิ าสตรไ์ ทย ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน
ข. สารานุกรมวฒั นธรรมไทย ภาคกลาง
ค. แผนทป่ี ระเทศไทย
ง. ทอ่ งเทย่ี วประเทศไทย
8.พจนานุกรมทม่ี คี าศพั ทเ์ ป็นภาษาองั กฤษ คาแปลเป็นภาษาญป่ี ุ่น และภาษาจนี
เรยี กวา่ พจนานุกรมอะไร
ก. พจนานุกรมภาษาเดยี ว
ข. พจนานุกรมสองภาษา
ค. พจนานุกรมสามภาษา
ง. พจนานุกรมหลายภาษา
9.ตอ้ งการทราบวา่ จงั หวดั ลพบุรมี กี อ่ี าเภอ คน้ ไดจ้ ากหนงั สอื อา้ งองิ เลม่ ใด
ก. อกั ขรานุกรมภูมศิ าสตรไ์ ทย ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน
ข. สารานุกรมวฒั นธรรมไทย ภาคกลาง
ค. แผนทป่ี ระเทศไทย
ง. ทอ่ งเทย่ี วประเทศไทย
10.หนงั สอื อา้ งองิ ทใ่ี หข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั ชอ่ื บุคคล หรอื หน่วยงาน พรอ้ มสถานทท่ี ่สี ามารถ
ตดิ ตอ่ ได้ คอื หนงั สอื อา้ งองิ เล่มใด
ก. ประมวลชวี ติ และผลงานของนกั วทิ ยาศาสตรไ์ ทย
ข. นามสงเคราะหส์ ว่ นราชการไทย
ค. สยามจดหมายเหตุ : บนั ทกึ ขา่ วสารและเหตกุ ารณ์
ง. บรรณานุกรมสง่ิ พมิ พข์ องกระทรวงศกึ ษาธกิ าร

39

ภาคผนวก

40

บรรณำนุกรม

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2556). แนวทางการดาเนิ นงานส่งเสริมนิสยั รกั การอ่าน
และพฒั นาห้องสมุด โรงเรียน สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
พ.ศ.2557-2561. กรงุ เทพฯ:

สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน. โครงการสารานุกรมไทยสาหรบั
เยาวชน โดยพระราชประสงคใ์ นพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั . (2531).

ฉนั ทนา ชาญพานิช. (2541). ห้องสมดุ และการศึกษาค้นคว้า. กรุงเทพฯ:
มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ บางเขน.

ดชิ ติ ชยั เมตตารกิ านนท.์ (2558). เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารเพื่อ
การจดั การสารสนเทศ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .

เบญจรตั น์ สที องสุก. (2559). การวิเคราะหแ์ ละสงั เคราะหเ์ นื้อหาสารสนเทศ 1.
พมิ พค์ รงั้ ท่ี 4. นครปฐม: คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั
ราชภฏั นครปฐม. .

พรพรรณ จนั ทรแ์ ดง. (2557). ห้องสมดุ ยคุ ใหม่. กรงุ เทพฯ: ซเี อด็ ยเู คชนั่ .
พวา พนั ธุเ์ มฆา. (2540). ห้องสมุดโรงเรยี น ทฤษฏีและปฏิบตั ิ. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2.
กรุงเทพฯ: ภาควชิ า บรรณารกั ษศาสตร์ คณะมนุษยศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทร์

วโิ รฒประสานมติ ร.
วาณี ฐาปนวงศศ์ านต.ิ (2541). ห้องสมุดและการศึกษาค้นคว้า. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2.

กรงุ เทพฯ: โอเดยี นสโตร.์
สกุ ญั ญา กุลนิต.ิ (2549). ห้องสมดุ และสารนิ เทศเพ่ือการศึกษาค้นคว้า. กรุงเทพฯ:

โอเดยี นสโตร.์

41

กระดำษคำตอบ

แบบทดสอบเอกสารประกอบการเรียน:การเรยี นร้โู ดยใช้ห้องสมุดเป็น
ฐานการเรียน รายวิชาการใช้ห้องสมดุ 2 กิจกรรมลดเวลาเรยี นเพิ่มเวลารู้

สาหรบั นักเรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปี ที่ 1 โรงเรียนเฉลิมขวญั สตรี
สงั กดั สานักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษามธั ยมศึกษาพิษณุโลก อตุ รดิตถ์ เล่มท่ี 5

การเขียนอ้างอิงและบรรณานุกรม

ข้อ ก ข ค ง
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

42

แบบบนั ทึกคะแนน

แบบทดสอบก่อนเรียนเอกสารประกอบการเรียน:การเรียนรโู้ ดยใช้
ห้องสมุดเป็นฐานการเรียน รายวิชาการใช้ห้องสมดุ 2 กิจกรรมลดเวลาเรียน
เพิ่มเวลารู้ สาหรบั นักเรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1 โรงเรียนเฉลิมขวญั สตรี

สงั กดั สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามธั ยมศึกษาพิษณุโลก อตุ รดิตถ์
เล่มที่ 5 การเขียนอ้างอิงและบรรณานุกรม

เดก็ ชาย/เดก็ หญิง...................................................................เลขที่......

แบบทดสอบ คะแนนเตม็ คะแนนท่ีได้ หมายเหตุ
ก่อนเรียน 10
หลงั เรียน 10

แบบทดสอบ คะแนนเตม็ คะแนนที่ได้ หมายเหตุ
ใบงานที่ 1 10
ใบงานท่ี 2 10
ใบงานที่ 3 10
ใบงานที่ 4 10


Click to View FlipBook Version