The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

m.6 powerpointแม่เหล็กและไฟฟ้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ppt แม่เหล็กและไฟฟ้า

m.6 powerpointแม่เหล็กและไฟฟ้า

สนามแม่เหล็ก แรงแม่เหล็ก โมเมนต์ของแรงคู่ ควบกระท าต่อขดลวด กระแสไฟฟ้า เหนี่ยวน าและอีเอ็ม เอฟเหนี่ยวน า ไฟฟ้ากระแสสลับ 1 2 3 4 5


สนามแม่เหล็ก 1 แม่เหล็ก (magnet) เป็นวัตถุที่ดึงดูดกับสารแม่เหล็กได้ แท่งแม่เหล็กที่ หมุนได้อย่างอิสระในแนวราบจะวางตัวในแนวเหนือ – ใต้เสมอ โดยปลายที่ชี้ไป ทางทิศเหนือเรียกว่า ขั้วเหนือ (north pole) สัญลักษณ์N และปลายที่ชี้ไป ทางทิศใต้เรียกว่า ขั้วใต้ (south pole) สัญลักษณ์S S


สนามแม่เหล็ก 1 แรงระหว่างขั้วแม่เหล็ก เมื่อน าขั้วแม่เหล็กของแท่งแม่เหล็กสองแท่งมาวางไว้ใกล้กัน ขั้วชนิดเดียวกันจะผลักกัน ขั้วต่างชนิดกันจะดูดกัน S S S S S S N N N N N റF റF റF റF റF റF ก.น าขั้วใต้ของแท่งแม่เหล็ก มาวางไว้ใกล้กัน ก.น าขั้วเหนือของแท่งแม่เหล็ก มาวางไว้ใกล้กัน ก.น าขั้วใต้และขั้วเหนือของแท่ง แม่เหล็กมาวางไว้ใกล้กัน


สนามแม่เหล็ก 1 สนามแม่เหล็ก (magnetic field) คือ บริเวณที่แรงแม่เหล็กกระท าต่อสารแม่เหล็ก (magnetig substance) ก. การเรียงตัวของผงเหล็กรอบ แท่งแม่เหล็ก S N ข. สนามแม่เหล็กของแท่ง แม่เหล็ก


สนามแม่เหล็ก 1 เส้นสนามแม่เหล็ก (magnetic field lines) คือ เส้นแทนสนามแม่เหล็ก แสดงการเรียงตัวของผงเหล็ก เส้นสนามแม่เหล็กมีทิศออกจากขั้วเหนือเข้าสู่ขั้วใต้ ข. เส้นสนามแม่เหล็กมีทิศออกจากขั้ว เหนือเข้าสู่ขั้วใต้ของแท่งแม่เหล็ก S N ก.การเรียงตัวของเข็มทิศตามแนวเส้นแม่เหล็ก


สนามแม่เหล็ก 1 ❖ เส้นสนามแม่เหล็กที่เกิดจากแท่งแม่เหล็กสองแท่งเมื่อวางขั้วต่างกันเข้าหากัน S N S N


สนามแม่เหล็ก 1 ❖ เส้นสนามแม่เหล็กที่เกิดจากแท่งแม่เหล็กสองแท่งเมื่อวางขั้วเหมือนกันเข้าหากัน จุดสะเทิน


สนามแม่เหล็ก 1 ฟลักซ์แม่เหล็ก (magnetic flux) คือ จ านวนเส้นแม่เหล็กที่ผ่านพื้นที่ที่พิจารณา ❖ จ านวนเส้นสนามแม่เหล็กที่ผ่านหนึ่ง หน่วยพื้นที่บริเวณใกล้ขั้วแม่เหล็ก ❖ จ านวนเส้นสนามแม่เหล็กที่ผ่านหนึ่งหน่วย พื้นที่บริเวณห่างออกจากขั้วแม่เหล็ก


สนามแม่เหล็ก 1 ความหนาแน่นของฟลักซ์แม่เหล็ก (magnetic flux density) คือ อัตราส่วนระหว่างฟลักซ์แม่เหล็กต่อพื้นที่ตั้งฉากกับสนามแม่เหล็ก เส้นสนามแม่เหล็ก เขียนแทนด้วยสมการ y x Z ❖ ฟลักซ์แม่เหล็กที่เกิดจากเส้น สนามแม่เหล็กตั้งฉากกับพื้นที่ B = ∅ A โดย B คือ ขนาดสนามแม่เหล็ก (เวเบอร์ต่อตารางเมตร หรือ เทสลา) ∅ คือ ฟลักซ์แม่เหล็ก (เวเบอร์ A คือ พื้นที่ที่ตั้งฉากกับสนามแม่เหล็ก (ตารางเมตร)


สนามแม่เหล็ก 1 ตัวอย่างขนาดสนามแม่เหล็กจากแหล่งต่าง ๆ แหล่ง ขนาดสนามแม่เหล็ก (T) แม่เหล็กโลก 2 ×10−5 - 6 ×10−5 แม่เหล็กติดตู้เย็น 5 ×10−3 - 10 ×10−3 แม่เหล็กนีโอไดเมียม 1.0 – 1.4 แม่เหล็กเครื่องเอ็มอาร์ไอ 0.5 – 3.0 แม่เหล็กตัวน ายวดยิ่ง 2 - 32


สนามแม่เหล็ก 1 สนามแม่เหล็กจากกระแสไฟฟ้าผ่านเส้นลวดตัวน า ❖ รูป เออร์สเตด ฮั น ส์ ค ริ สเ ตี ย น เ อ อ ร์สเ ต ด (Hans C.Oersted) นักวิทยาศาสตร์ชาวเดนมาร์ก พบ ค ว า ม สั ม พั น ธ ์ ร ะ ห ว ่ า ง ก ร ะ แ ส ไ ฟ ฟ ้ า กั บ สนามแม่เหล็ก เขาพบว่าลวดตัวน าที่มีกระแสไฟฟ้า ผ่านจะมีสนามแม่เหล็กเกิดขึ้นรอบลวดตัวน านั้น


สนามแม่เหล็ก 1 สนามแม่เหล็กจากกระแสไฟฟ้าผ่านเส้นลวดตัวน า ❑ กรณีกระแสไฟฟ้าผ่านลวดตัวน าเส้นตรง จะเกิดจากสนามแม่เหล็กรอบลวดตัวน า โดยทิศทางของสนามแม่เหล็กหาได้โดย ใช้นิ้วหัวแม่มือของมือขวาชี้ไปตามทิศทาง ของกระแสไฟฟ้า จากนั้นก ามือขวารอบ ลวดตัวน าเส้นตรง ทิศทางการวนของนิ้ว ทั้งสี่จะแสดงทิศทางของสนามแม่เหล็ก I 6V S റB ❖ การหาทิศทางสนามแม่เหล็กรอบเส้นลวด ที่มีกระแสไฟฟ้าผ่านโยใช้มือขวา


สนามแม่เหล็ก 1 สนามแม่เหล็กจากกระแสไฟฟ้าผ่านเส้นลวดตัวน า ❑ กรณีกระแสไฟฟ้าผ่านลวดตัวน าทรงกลม สนามแม่เหล็กที่ผ่านระนาบขดลวด ตัวน ามีทิศตั้งฉากกับระนาบขดลวดตัวน า ❖ สนามแม่เหล็กรอบลวดตัวน าทรงกลมเมื่อมีกระแสไฟฟ้าผ่าน I I I റB റB S 6V I I


6V สนามแม่เหล็ก 1 สนามแม่เหล็กจากกระแสไฟฟ้าผ่านเส้นลวดตัวน า การหาทิศทางของสนามแม่เหล็กโดย ก ามือขวาบนระนาบขดลวดตัวน า โดยให้นิ้วทั้ง สี่วนตามทิศทางของกระแสไฟฟ้าในลวดตัวน าวงกลม นิ้วหัวแม่มือจะชี้ไปตาม ทิศทางของสนามแม่เหล็กที่ผ่านพื้นขดลวด ❖ การหาทิศทางสนามแม่เหล็กภายในขดลวดตัวน าทรงกลมโดยใช้มือขวา റB S 6V I I I S ลวดตัวน าทรงกลม I


6V สนามแม่เหล็ก 1 สนามแม่เหล็กจากกระแสไฟฟ้าผ่านเส้นลวดตัวน า ❖ การหาทิศทางของสนามแม่เหล็กของลวดตัวน าวงกลมที่มีกระแสไฟฟ้าผ่านอีกวิธีหนึ่ง റB I S ลวดตัวน าทรงกลม


สนามแม่เหล็ก 1 สนามแม่เหล็กจากกระแสไฟฟ้าผ่านเส้นลวดตัวน า ❑ กรณีกระแสไฟฟ้าผ่านโซเลนอยด์ สนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นคล้ายสนามแม่เหล็ก จากแท่งแม่เหล็ก ❖ เส้นสนามแม่เหล็กของโซเลนอยด์เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน I റB S 6V โซเลนอยด์


สนามแม่เหล็ก 1 สนามแม่เหล็กจากกระแสไฟฟ้าผ่านเส้นลวดตัวน า การหาทิศทางของสนามแม่เหล็กโดยใช้มือขวาวนนิ้วทั้งสี่ไปตามทิศทางของ กระแสไฟฟ้าที่ผ่านโซเลนอยด์นิ้วหัวแม่มือจะชี้ทิศทางของสนามแม่เหล็ก ❖ การหาทิศทางสนามแม่เหล็กของโซเลนอยด์โดยใช้มือขวา S 6V I I റB


สนามแม่เหล็ก 1 สนามแม่เหล็กจากกระแสไฟฟ้าผ่านเส้นลวดตัวน า การเขียนทิศทางของสนามแม่เหล็กสามารถเขียนโดยใช้สัญลักษณ์ X แสดง สนามแม่เหล็กที่ชี้เข้าตั้งฉากกับกระดาษ และใช้สัญลักษณ์ แสดงสนามแม่เหล็ก ที่ชี้ออกตั้งฉากกับกระดาษ ❖ สนามแม่เหล็กชี้เข้าตั้งฉากกับกระดาษ റB ❖ สนามแม่เหล็กชี้ออกตั้งฉากกับกระดาษ റB


2 แรงแม่เหล็ก แรงแม่เหล็กกระท าต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า ➢ ทิศทางของแรงแม่เหล็ก แรงแม่เหล็ก (magnetic force) เกิดขึ้นเมื่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า เคลื่อนที่ในทิศทางตั้งฉากกับสนามแม่เหล็ก จะมีแรงเนื่องจากสนามแม่เหล็ก กระท าต่ออนุภาคนั้น റB v v റB റF റF v റB ❖ การหาทิศทางของแรงกระท าต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ในสนามแม่เหล็ก


2 แรงแม่เหล็ก แรงแม่เหล็กกระท าต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า ➢ ขนาดของแรงแม่เหล็ก റB v ❖ แรงแม่เหล็กกระท าต่ออนุภาค อนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า q เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว v ในทิศทางตั้งฉาก กับสนามแม่เหล็ก റ B จะมีแรงแม่เหล็ก റ F กระท าต่ออนุภาคมีขนาดดังสมการ റF F = qvB โดย q คือ ขนาดของประจุไฟฟ้า มีหน่วย คูลอมบ์(C) v คือ ขนาดความเร็ว มีหน่วย เมตรต่อวินาที(m/s) B คือ ขนาดสนามแม่เหล็ก มีหน่วย เทสลา(T) F คือ ขนาดของแรง มีหน่วย นิวตัน(N)


2 แรงแม่เหล็ก แรงแม่เหล็กกระท าต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า ❖ อนุภาคมีประจุไฟฟ้าด้วยความเร็ว v ท ามุม θ กับสนามแม่เหล็ก B ถ้าอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า q เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว v ในทิศทางท ามุม θ กับสนามแม่เหล็ก റ B จะมีแรงแม่เหล็ก റ F กระท าต่ออนุภาคมีขนาดดังสมการ F = qvB sinθ โดย q คือ ขนาดของประจุไฟฟ้า มีหน่วย คูลอมบ์(C) v คือ ขนาดความเร็ว มีหน่วย เมตรต่อวินาที(m/s) B คือ ขนาดสนามแม่เหล็ก มีหน่วย เทสลา(T) F คือ ขนาดของแรง มีหน่วย นิวตัน(N)


2 แรงแม่เหล็ก แรงแม่เหล็กกระท าต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า อนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าอยู่นิ่ง ในสนามแม่เหล็ก หรือเคลื่อนที่ในแนวขนาน กับทิศทางของสนามแม่เหล็กจะไม่มีแรงแม่เหล็กกระท ากับอนุภาคนั้น റF = 0 v = 0 m/s റB ก. อนุภาคอยู่นิ่งในสนามแม่เหล็ก v റB റF = 0 v റB റF = 0 ข. อนุภาคเคลื่อนที่ในแนวขนาน ทิศทางเดียวกับสนามแม่เหล็ก ค. อนุภาคเคลื่อนที่ในแนวขนาน ทิศทางตรงข้ามกับสนามแม่เหล็ก


2 แรงแม่เหล็ก ➢ การเคลื่อนที่ของอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าในสนามแม่เหล็ก อ นุภา คที ่มี ป ร ะจุ ไฟฟ้า q ม วล m เคลื่อนที่อยู่ในสนามแม่เหล็ก റ B ด้วยความเร็ว v มีทิศทางตั้งฉากกับสนามแม่เหล็ก แรงแม่เหล็ก റ F ท าให้อนุภาคที่มีไฟฟ้าเคลื่อนที่เป็นวงกลมที่มี รัศมีการเคลื่อนที่ โดยทิศทางการเคลื่อนที่แบบ วงกลมของอนุภาคที ่มีประจุไฟฟ้าลบจะมีทิศ ทางตรงข้ามกับอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าบวก ❖ อนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าบวกเคลื่อนที่ แบบวงกลมในสนามแม่เหล็ก แรงแม่เหล็กกระท าต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า


2 แรงแม่เหล็ก ➢ การเคลื่อนที่ของอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าในสนามแม่เหล็ก รัศมีการเคลื่อนที่แบบวงกลม (r) ของอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าได้ดังนี้ ❖ อนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าบวกเคลื่อนที่ แบบวงกลมในสนามแม่เหล็ก r = mv qB เมื่อ r คือ รัศมีการเคลื่อนที่แบบวงกลม ของอนุภาคมวล m ที่มีประจุไฟฟ้า


2 แรงแม่เหล็ก ลวดตัวน าเส้นตรงมีกระแสไฟฟ้าผ่าน I วางตั้งฉากกับสนามแม่เหล็ก റ B โดยมีความยาว ของลวดตัวน าที่อยู่ในสนามแม่เหล็ก L จะมีแรง แม่เหล็กมีขนาดดังสมการ ❖ ทิศทางของกระแสไฟฟ้า สนามแม่เหล็กและ แรงกระท าต่อลวดตัวน า แรงแม่เหล็กกระท าต่อลวดตัวน าที่มีกระแสไฟฟ้าผ่าน റF റB I F = ILB โดย F คือ ขนาดของแรงแม่เหล็กที่กระท าต่อลวดตัวน า มีหน่วยนิวตัน (N) I คือ กระแสไฟฟ้าที่ผ่านลวดตัวน า มีหน่วยแอมแปร์ (A) L คือ ความยาวของลวดตัวน าที่อยู่ในสนามแม่เหล็ก มีหน่วยเมตร (m) B คือ ขนาดสนามแม่เหล็ก มีหน่วยเทสลา (T)


2 แรงแม่เหล็ก เมื่อลวดตัวน าเส้นตรงวางในทิศท ามุม θ กับสนามแม่เหล็ก จะมีขนาดของ แรงแม่เหล็ก โดย θ คือ มุมระหว่างกระแสไฟฟ้าที่ผ่านลวดตัวน ากับสนามแม่เหล็ก แรงระหว่างลวดตัวน าที่มีกระแสไฟฟ้า F = ILB sinθ


2 แรงแม่เหล็ก ลวดตัวน าสองตัวที่วางขนานกันและมีกระแสไฟฟ้าผ่าน จะเกิดแรงระหว่างลวด ตัวน าทั้งสอง โดยจะเป็นแรงดึงดูด เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านลวดตัวน าทั้งสองในทิศทาง เดียวกันและจะเป็นแรงผลัก เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านลวดตัวน าทั้งสองในทิศทางตรงกัน ข้าม ❖ แรงแม่เหล็กที่กระท าลวดตัวน าทั้งสอง เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านลวดตัวน าในทิศทางตรงกันข้ามกัน แรงแม่เหล็กกระท าต่อลวดตัวน าที่มีกระแสไฟฟ้าผ่าน c റF B ab d a b I cd I ab റB ab a c d b I cd I ab റF B cd റB cd


3 โมเมนต์ของแรงคู่ควบกระท าต่อขดลวด ขดลวดตัวน าสี่เหลี ่ยมมุมฉาก (PQRS) วางให้ระนาบขดลวดขนาน กับสนามแม่เหล็ก ( റ B) สม ่าเสมอมี ความยาวด้าน PS = QR = l 1 และ ความยาวด้าน PQ = RS = l2 เมื่อให้ กระแสไฟฟ้า (I) ผ่านขดลวด P→Q→R→S ทิศทางที่กระแสผ่าน ขดลวดตัวน าดังรุป ❖ ทิศทางที่กระแสไฟฟ้าผ่านขดลวดตัวน า โมเมนต์ของแรงคู่ควบ l 1 Q R P S l2 റB S N S N I I


3 โมเมนต์ของแรงคู่ควบกระท าต่อขดลวด ❖ ทิศทางที่ของแรงกระท าต่อขดลวดตัวน า ขณะระนาบขดลวดขนานกับสนามแม่เหล็ก โมเมนต์ของแรงคู่ควบ ขดลวดตัวน า N รอบพื้นที่ A ที่มี กระแสไฟฟ้าผ่าน Iขณะวางให้ระนาบขดลวด ขนานกับสนามแม่เหล็ก B จะเกิดโมเมนต์ของ แรงคู่ควบกระท าต่อขดลวดมีขนาดมากที่สุด ดังสมการ M = NIAB โดย M คือ โมเมนต์ของแรงคู่ควบ


ขณะที่ระนาบขดลวดท ามุม θ กับ สนามแม่เหล็ก റ B โมเมนต์ของแรงคู่ควบ กระท าต่อขดลวดจะมีขนาดดังสมการ 3 โมเมนต์ของแรงคู่ควบกระท าต่อขดลวด โมเมนต์ของแรงคู่ควบ M = NIAB cosθ โดย θ คือ มุมระหว่างระนาบขดลวดกับสนามแม่เหล็ก ❖ ทิศทางของแรงกระท าต่อขดลวดตัวน า ขณะระนาบขดลวดขนานกับสนามแม่เหล็ก


3 โมเมนต์ของแรงคู่ควบกระท าต่อขดลวด เ ป ็ น อุ ป ก ร ณ์ วั ด ทา ง ไ ฟ ฟ ้ า ประกอบด้วยขดลวดทองแดงเคลือบ ฉนวน พันหลายรอบบนกรอบรูปสี่เหลี่ยม ที่ติดเข็มชี้และแกนหมุนได้คล่องท าให้ ขดลวดหมุนรอบทรงกระบอกเหล็กอ่อนที่ ตรึงอยู่กับที่ โดยปลายของแกนหมุนติด กับสปริงก้นหอย แกลแวนอมิเตอร์ (galvanometer) เข็มชี้ แม่เหล็กถาวร ทรงกระบอก เหล็กอ่อน ❖ ส่วนประกอบภายในแกลแวนอมิเตอร์ สปริงก้นหอย ขดลวดทองแดง เคลือบฉนวน สปริงก้นหอย


3 โมเมนต์ของแรงคู่ควบกระท าต่อขดลวด หลักการท างานของแกลแวนอมิเตอร์ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าผ่านขดลวด จะ เกิดโมเมนต์ของแรงคู่ควบ ท าให้ขดลวดหมุนพร้อมกับเข็มชี้เบนไป จนกระทั่ง โมเมนต์ของคู่ควบที่กระท ากับขดลวดเท่ากับโมเมนต์ของแรงบิดกลับของสปริง ก้นหอย ขดลวดก็จะหยุดหมุนและเข็มชี้ก็จะหยุดนิ่ง มุมที่เข็มชี้เบนไปขึ้นกับ กระแสไฟฟ้าที่ผ่านขดลวด แกลแวนอมิเตอร์ (galvanometer)


3 โมเมนต์ของแรงคู่ควบกระท าต่อขดลวด เป็นอุปกรณ์เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล ประกอบด้วยขดลวดทองแดงเคลือบ ฉนวน พันเป็นรูปสี่เหลี่ยมติดกับแกนหมุนได้คล่องในสนามแม่เหล็กและส่วนที่ท าหน้าที่เปลี่ยน ทิศทางของกระแสไฟฟ้าในขดลวด คือ คอมมิวเทเตอร์วงแหวนผ่าซีก (split-ring commutator) และแปรงสัมผัส (contact brush) มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง (galvanometer)


4 กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวน าและอีเอ็มเอฟ เมื ่อฟลักซ์แม ่เหล็กที ่ผ ่านพื้นที ่หน้าตัดขดลวดตัวน า เปลี่ยนแปลง จะท าให้เกิดกระแสไฟฟ้าในขดลวด เรียกกระแสไฟฟ้า นี้ว่า กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวน า (induced electric current) และเรียก การท าให้เกิดกระแสไฟฟ้าในลวดตัวน าด้วยสนามแม่เหล็กว่า การ เหนี่ยวน าแม่เหล็กไฟฟ้า (electromagnetic induction) กฎการเหนี่ยวน าของงฟาราเดย์


4 กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวน าและอีเอ็มเอฟ กฎการเหนี่ยวน าของงฟาราเดย์ ฟาราเดย์ทดลองและเสนอกฏการณ์เหนี่ยวน าของฟาราเดย์(Faraday’s law of induction) สรุปได้ว่า เมื่อมีฟลักซ์แม่เหล็กที่ตัดขดลวดตัวน ามีการ เปลี่ยนแปลงท าให้เกิดอีเอ็มเอฟเหนี่ยวน า (induced electromotive force) ซึ่งมีค่าขึ้นกับอัตราการเปลี่ยนแปลงของฟลักซ์แม่เหล็กที่ตัดขดลวดตัวน า ส่วน ทิศทางของกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวน าเป็นไปตามกฎของเลนซ์(Lenz’s law) กระแสเหนี่ยวน าในขดลวดจะปรากฏในทิศทางที่สร้างสนามแม่เหล็ก ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงของค่าฟลักซ์แม่เหล็กที่ผ่านวงปิดนั้น เช่น ถ้าฟ ลักซ์แม่เหล็กมีค่าเพิ่มขึ้น วงลวดจะสร้างสนามแม่เหล็กต้าน และกระแส เหนี่ยวน าขดลวดก็จะไหลในทิศทางที่ท าให้เกิดสนามแม่เหล็กต้าน กฏของเลนซ์


4 กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวน าและอีเอ็มเอฟ กฎการเหนี่ยวน าของงฟาราเดย์ เมื่อน ากฎการเหนี่ยวน าของฟาราเดย์และกฎของเลนส์ มาเขียนสมการอีเอ็ม เอฟเหนี่ยวน าได้ดังนี้ ε = - ∆∅ B ∆t โดย ε เป็นอีเอ็มเอฟเหนี่ยวน า ∆∅ B ∆t เป็นอัตราการเปลี่ยนแปลงของฟลักซ์แม่เหล็กที่ตัดขดลวดตัวน าเทียบกับเวลา เครื่องหมาย - เป็นไปตามกฎ ข อ ง เ ล น ซ ์ อี เ อ็ ม เ อ ฟ เหนี่ยวน าที่เกิดขึ้น มีทิศต้าน การเปลี่ยนแปลงของฟลักซ์ แม่เหล็กที่มาเหนี่ยวน า


4 กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวน าและอีเอ็มเอฟ การเกิดอีเอ็มเอฟเหนี่ยวน าและกระแสเหนี่ยวน าในขดลวดเมื่อฟลักซ์แม่เหล็กลดลง ขดลวด S N เคลื่อนที่ออก S N เคลื่อนที่ออก I ind สนามแม่เหล็กของฟลักซ์ แม่เหล็กใหม่ ❖ ขั้วเหนือเม่เหล็กเริ่มเคลื่อนที่จากใกล้ขดลวด ❖ ขั้วเหนือเม่เหล็กก าลังเคลื่อนที่ไกลขดลวด


4 กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวน าและอีเอ็มเอฟ การเกิดอีเอ็มเอฟเหนี่ยวน าและกระแสเหนี่ยวน าในขดลวดเมื่อฟลักซ์แม่เหล็กเพิ่มขึ้น ขดลวด S N เคลื่อนที่เข้า S N เคลื่อนที่เข้า I ind สนามแม่เหล็กของฟลักซ์ แม่เหล็กใหม่ ❖ ขั้วเหนือเม่เหล็กเริ่มเคลื่อนที่จากไกลขดลวด ❖ ขั้วเหนือเม่เหล็กก าลังเคลื่อนที่ใกล้ขดลวด


4 กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวน าและอีเอ็มเอฟ เป็นอุปกรณ์เปลี่ยนพลังงานกลเป็นพลังงานไฟฟ้า สร้างจาก พื้นฐานการหมุนขดลวดในสนามแม่เหล็กท าให้ฟลักซ์แม่เหล็กที่ตัด ขดลวดตัวน ามีการเปลี่ยนแปลง จึงท าให้เกิดอีเอ็มเอฟเหนี่ยวน าเกิดขึ้น ในขดลวด โดยกระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้นมี 2 ชนิดคือ กระแสตรง (Direct Cerrent:DC) และกระแสสลับ (Alternating Current:AC) เครื่องก าเนิดไฟฟ้า


4 กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวน าและอีเอ็มเอฟ เครื่องก าเนิดกระแสไฟฟ้าสลับ เมื่อหมุนขดลวด ท าให้ฟลักซ์แม่เหล็กที่ผ่าน ขดลวดมีการเปลี่ยนแปลง เกิดอีเอ็มเอฟเหนี่ยวน าในขดลวด และเกิดกระแสไฟฟ้า เหนี่ยวน าเมื่อต่อแปรงกับอุปกรณ์ภายนอก โดยใช้วงแหวนแยกสัมผัสกับแปลงสัมผัส เครื่องก าเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ เ ค รื ่ อ ง ก าเ นิด ไ ฟฟ้า ก ร ะ แ ส ส ลั บ ใ น วงจ รไฟฟ้าแทนด้วย สัญลักษณ์


4 กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวน าและอีเอ็มเอฟ เครื่องก าเนิดกระแสไฟฟ้าตรง เมื่อหมุนขดลวด ท าให้ฟลักซ์แม่เหล็ก ที่ผ่านขดลวดมีการเปลี่ยนแปลง เกิด อีเอ็มเอฟเหนี่ยวน าในขดลวด และเกิด กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวน าเมื่อต่อแปรงกับ อุปกรณ์ภายนอก โดยใช้วงแหวนผ่าซีก สัมผัสกับแปลงสัมผัส เครื่องก าเนิดไฟฟ้ากระแสตรง


4 กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวน าและอีเอ็มเอฟ ➢ แบลลัสต์แบบขดลวดของหลอดฟูออเรสเซนต์ การประยุกต์ใช้หลักการอีเอ็มเอฟเหนี่ยวน า แบลลัสต์เป็นอุปกรณ์ส าคัญในวงจรหลอดฟลูออเรสเซนต์ประกอบด้วยขดลวด พันอยู่รอบแกนเหล็ก ต่อในวงจรฟูออเรสเซนต์ ไส้หลอด สตาร์ทเตอร์ หลอดฟลูออเรสเซนต์ แหล่งจ่ายไฟฟ้า กระแสสลับ แบลลัสต์


4 กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวน าและอีเอ็มเอฟ ➢ มอเตอร์ไฟฟ้าเหนี่ยวน า (induction motors) การประยุกต์ใช้หลักการอีเอ็มเอฟเหนี่ยวน า เป็นอุปกรณ์ใช้หลักการเหนี่ยวน า แม่เหล็กไฟฟ้า ประกอบด้วยส่วนที่หมุน ได้ เรียก โรเตอร์ติดกับแกนเหล็กหมุน ได้คล ่อง และส ่วนที ่อยู ่กับที ่ ได้แก่ โค รงมอเตอ ร์ ชุดขดลวด เ รียกว ่า สเตเตอร์ โรเตอร์ สเตเตอร์ แกนเหล็ก ขดลวด


4 กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวน าและอีเอ็มเอฟ ➢ กีตาร์ไฟฟ้า การประยุกต์ใช้หลักการอีเอ็มเอฟเหนี่ยวน า กีตาร์ไฟฟ้ามีส่วนประกอบที่ส าคัญท าหน้าที่ เ ป ลี ่ ย น ก า ร สั ่ น ข อ ง ส า ย กี ต า ร ์ เ ป ็ น สัญญาณไฟฟ้าของเสียง คือ ป ิ ๊ กอัพ (pickup) ภายในปิ ๊กอัพจะมีโซเลนอยด์ที่พัน อยู่บนแท่งแม่เหล็กตรงกับต าแหน่งของสาย กีตาร์ โดยแท ่งแม ่เหล็กในขดลวดจะ เหนี่ยวน าสายกีตาร์ที่อยู่ใกล้ให้เป็นแม่เหล็ก สายกีตาร์ไฟฟ้า แม่เหล็ก N S N S โซเลนอยด์ ปิ๊กอัพ


4 กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวน าและอีเอ็มเอฟ ➢ เตาแม่เหล็กไฟฟ้าเหนี่ยวน า การประยุกต์ใช้หลักการอีเอ็มเอฟเหนี่ยวน า เ ตา แ ม ่เ ห ล็ ก ไฟฟ้าเ ห นี ่ ย ว น า ท า งา น โ ด ย ใ ห้ กระแสไฟฟ้าสลับผ่านขดลวดที่อยู่ภายในเตา ท าให้ เกิดสนามแม่เหล็กที่เปลี่ยนแปลงตามเวลา ส่งผลให้ เกิดการเหนี่ยวน าแม่เหล็กไฟฟ้าขึ้นภายในภาชนะโลหะ เกิดกระแสไฟฟ้าวน (eddy current) กลับไป-มาที่ ก้นภาชนะ ตามความถี่ของกระแสไฟฟ้าที่ให้กับขดลวด ภายในเตา ท าให้ภาชนะโลหะเกิดความร้อน


5 ไฟฟ้ากระแสสลับ ค่าอาร์เอ็มเอสของความต่างศักย์และกระแสไฟฟ้าของไฟฟ้ากระแสสลับ เมื่อน าเครื่องก าเนิดไฟฟ้ากระแสสลับไปต่อกับตัวต้านทาน จะมีกระแสไฟฟ้า i ผ่านตัวต้านทานและความต่างศักย์ V ระหว่างปลายตัวต้านทานหาไห้จากสมการ ❖ วงจรตัวต้านทานต่อกับแหล่งก าเนิด ไฟฟ้ากระแสสลับ i = I0 sin (ωt) เมื่อ I0และ V0 เป็นกระแสไฟฟ้าสูงสุด และความต่างศักย์สูงสุด v = V0 sin (ωt)


5 ไฟฟ้ากระแสสลับ ค่าอาร์เอ็มเอสของความต่างศักย์และกระแสไฟฟ้าของไฟฟ้ากระแสสลับ กระแสไฟฟ้าและความต่างศักย์ของไฟฟ้ากระแสสลับ มีการเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลา จึงวัดหรือระบุเป็นค่าคงตัวโดย ใช้ค่ายังผลหรือค่ามิเตอร์ ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ย แบบรากที่สองของก าลังสองเฉลี่ย หาได้จากสมการ Irms = I 0 2 เมื่อ Irms เป็นค่าอาร์เอ็มเอสของกระแสไฟฟ้า Vrms เป็นค่าอาร์เอ็มเอสของความต่างศักย์ Vrms = V0 2


5 ไฟฟ้ากระแสสลับ การผลิตและส่งไฟฟ้ากระแสสลับ การผลิดกระแสไฟฟ้ากระแสสลับโดยเครื่อง ก าเนิดไฟฟ้าเป็นการเปลี ่ยนพลังงานกลเป็น พลังงานไฟฟ้า ด้วยการท าให้ฟลักซ์แม่เหล็กที่ตัด ผ่านขดลวดมีการเปลี่ยนแปลง เพื่อท าให้เกิดไฟฟ้า กระแสสลับ เช่น เครื่องก าเนิดไฟฟ้ากระแสไฟฟ้า สลับของจักรยานบางรุ่น ❖ ส่วนประกอบเครื่องก าเนิดไฟฟ้าของจักรยาน ปลายสัมผัสช่วย หมุนแท่งแม่เหล็ก แท่งแม่เหล็ก ขดลวด


5 ไฟฟ้ากระแสสลับ การผลิตและส่งไฟฟ้ากระแสสลับ เ ค รื ่ อ ง ก าเ นิ ด ไ ฟ ฟ้า ก ร ะ แ ส ส ลั บ 3 เ ฟ ส ประกอบด้วยขดลวดตัวน า 3 ชุด โดยแต่ละชุดวาง ท ามุม 120 องศจาก ซึ่งกันและกัน เมื่อหมุนแท่ง แม่เหล็ก ฟลักซ์แม่เหล็กจะตัดผ่านขดลวดแต่ละ ชุด จะได้ไฟฟ้ากระแสสลับจากขดลวดแต่ละชุดมี เฟสต่างกัน 120 องศา มีประสิทธิภาพในการผลิต และการส่งพลังงานไฟฟ้ามากกว่าเครื่องก าเนิด ไฟฟ้า 1 เฟส ❖ แผนภาพเครื่องก าเนิดไฟฟ้า 3 เฟส 3.2 2.2 1.1 สายนิวทรัล 1.2 แนวแกนขดลวด 3.1 2.1 N S


Click to View FlipBook Version