The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wiko896883, 2021-11-29 03:49:11

ขนมไทยโบราณ

Traditional Thai desserts

ขนมไทยโบราณ

เสนอ
คณุ ครูชตุ มิ า ลมิ่ ศลิ า

จดั ทำโดย

เด็กชายฐานะพัฒน์ รตั นบันดาล ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๓/๓ เลขท่ี ๓

เด็กชายณภทั ร ผลพิ ัฒน์ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓/๓ เลขท่ี ๕

เดก็ ชายธนกฤต ราชปาลวงศ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๓/๓ เลขที่ ๗

เด็กชายปิยวัฒน์ ซอ่ื สตั ย์ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓/๓ เลขที่ ๑๑

เดก็ หญงิ ฐติ ิวรดา พรหมแกว้ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓/๓ เลขท่ี ๒๓

เดก็ หญิงพชรพร แสงฉาย ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ ๓/๓ เลขที่ ๓๐

เด็กหญิงสวุ ภทั ร ครฑุ ไชยยนั ต์ ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๓/๓ เลขท่ี ๔๑

รายงานนเ้ี ป็นส่วนหนึง่ ของรายวชิ า ภาษาไทย ๖
รหัสวชิ า I ท ๒๓๑๐๒

ภาคเรียนท่ี ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔
โรงเรียนพชิ ยั รัตนาคาร



รายงาน

เรื่อง ขนมไทยโบราณ

เสนอ
คุณครูชตุ มิ า ลมิ่ ศิลา

เดก็ ชายฐานะพฒั น์ รตั นบันดาล จดั ทำโดย
เด็กชายณภทั ร ผลิพัฒน์ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓/๓ เลขท่ี ๓
เดก็ ชายธนกฤต ราชปาลวงศ์ ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ ๓/๓ เลขท่ี ๕
เด็กชายปิยวฒั น์ ซอื่ สตั ย์ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓/๓ เลขท่ี ๗
เดก็ หญงิ ฐติ วิ รดา พรหมแกว้ ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓/๓ เลขท่ี ๑๑
เด็กหญงิ พชรพร แสงฉาย ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓/๓ เลขท่ี ๒๓
เดก็ หญิงสวุ ภัทร ครุฑไชยยันต์ ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓/๓ เลขที่ ๓๐
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓/๓ เลขที่ ๔๑

รายงานนีเ้ ป็นส่วนหน่งึ ของรายวิชา ภาษาไทย ๖
รหสั วิชา I ๒๓๑๐๒

ภาคเรียนท่ี ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔
โรงเรยี นพิชยั รตั นาคาร



คำนำ

รายงานเล่มน้ีจดั ทาข้ึนเพอื่ เป็นส่วนหน่ึงของวชิ าภาษาไทย ๖ รหสั ๒๓๑๐๒ ช้นั
มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๓ เพื่อใหไ้ ดศ้ ึกษาหาความรู้ในเรื่องขนมไทยโบราณและไดศ้ ึกษาอยา่ งเขา้ ใจเพอ่ื
เป็นประโยชนก์ บั การเรียนต่อไป ซ่ึงประกอบดว้ ยความเป็นมาประวตั ิผแู้ ต่ง ลกั ษณะคาประพนั ธ์
เรื่องยอ่ เน้ือเร่ือง คาศพั ท์ บทวเิ คราะห์ (คุณคา่ ดา้ นเน้ือหา คุณคา่ ดา้ นวรรณศิลป์ คุณคา่ ดา้ น
สังคมและสะทอ้ นวถิ ีไทย) ขอ้ คิดที่สามารถนาไปใชใ้ นชีวิตประจา

รายงานเล่มน้ีสาเร็จลุล่วงไดด้ ว้ ยความกรุณาและความอนุเคราะห์จากครูผสู้ อนและทุกๆ
ทา่ นที่กรุณาสละเวลาอนั มีคา่ ใหค้ าปรึกษาและขอ้ เสนอแนะต่างๆต้งั แต่เริ่มตน้ จนสาเร็จเรียบร้อย
ผจู้ ดั ทาขอบพระคุณเป็นอยา่ งสูง

ขอกราบขอบพระคุณบิดาและมารดาผใู้ หก้ าเนิดและเป็นครูคนแรกที่คอยอบรมส่ังสอน
ช้ีแนะแนวทางในการดาเนินชีวิตและเป็นกาลงั ใจย่งิ ใหญแ่ ก่ผจู้ ดั ทามาโดยตลอดมา
ขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสน้ี

ผจู้ ดั ทาหวงั วา่ รายงานเล่มน้ีจะเป็นประโยชน์กบั ผอู้ า่ นหรือนกั เรียนนกั ศึกษาที่กาลงั หา
ขอ้ มลู เร่ืองน้ีอยหู่ ากมีขอ้ แนะนาหรือขอ้ ผิดพลาดประการใดผจู้ ดั ทาขอนอ้ มรับสอนไวแ้ ละขอ
อภยั มา ณ ท่ีน้ีดว้ ย

คณะผจู้ ดั ทา
๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

สำรบญั ข

เรื่อง หนา้
คานา ก
สารบญั ข
ความหมายของขนมไทยโบราณ ๑
ความเป็ นมาของขนมไทยโบราณ ๒
ขนมทองพลุ ๓
ขนมหมอ้ ตาล ๖
ขนมทองชมพูนุช ๘
ขนมกง ๑๐
ขนมสัมปันนี ๑๓
ขนมยมิ้ เสน่ห์ ๑๖
บรรณานุกรม

สำรบญั ภำพ ค

ภำพ หนา้
ภาพขนมไทยโบราณ ๑
ภาพขนมทองพลุ ๔
ภาพขนมหมอ้ ตาล ๖
ภาพขนมชมพูนุช ๘
ภาพขนมกง ๑๐
ภาพขนมสัมปันนี ๑๓
ภาพขนมยมิ้ เสน่ห์ ๑๖



ความหมายของขนมไทยโบราณ

ขนมหวาน คือเป็นอาหารที่ทานหลงั ม้ืออาหารหลกั ขณะท่ีพจนานุกรมเคมบริดจน์ ิยาม
วา่ เป็น อาหารรสหวานที่ทานหลงั ม้ืออาหารหลกั คาวา่ "ขนมหวาน" ครอบคลุมถึงอาหารที่มี
ส่วนประกอบหลกั เป็นน้าตาลและคาร์โบไฮเดรต ไปจนถึงเครื่องด่ืม ของหวานในแตล่ ะประเทศ

มีความแตกตา่ งกนั

ขนมไทย คือของวา่ งหรืออาหารรองทอ้ ง
ของชาวไทย จดั อยใู่ นประเภทอาหารคาวอาหาร
หวาน ซ่ึงมีใหเ้ ลือกหลากรูปแบบนานาชนิด จุด
กาเนิดของขนมไทยคือการรวมตวั ของ
วฒั นธรรมนานาชาติ ในต้งั แตส่ มยั โบราณจน
เกิดเป็นขนมไทยข้ึน จนในยคุ ปัจจุบนั ก็ยงั มีขอ้
พพิ ากษเ์ ร่ืองขนมไทย จริงๆแลว้ เป็นแนวคิด
ของคนไทยรึเปล่า แตถ่ า้ หากดูใชเ้ จนแลว้ ดว้ ย
ความรวมตวั ผสมผสานความเป็นชาติต่างๆ ใน
สากลโลกแลว้ นนั่ แหละคือความเป็นไทยท่ีชดั เจนที่สุด

ขนมไทยโบราณ คือขนมไทยเป็นขนมหวานมีมาต้งั แต่สมยั โบราณถือเป็นทางศาสนา
หรือการประกอบพธิ ีกรรมต่างๆ แตท่ ี่เห็นมีหลายชนิดกินทกุ วนั หลงั คิดถึงหวานหรือกินเป็นของ
ก็เลยลว้ น แต่คิดประดิดประเดิดข้ึนแลว้ นรวมถึงขนมหวานจากต่างชาติที่เขา้ มาโดยผา่ นทาง
ความเป็นไปไดท้ ี่เราจะไดร้ ับ มีส่วนประกอบของสามเมด็ คือแป้งน้าตาลมะพร้าวโดยการทา
ขนมไทยใหก้ บั แบรนด์ที่มีลกั ษณะนิสัยของคนไทยในเร่ืองความอดทน งความหมายอนั ลึกซ้ึง
ไวใ้ นชื่อ ของขนมไทยแตล่ ะชนิดดว้ ยเช่น



ความเป็ นมาของขนมไทยโบราณ

ขนมไทย เป็นของหวานท่ีทาและรับประทานกนั ในอาณาจกั รไทย มีเอกลกั ษณ์ดา้ น
วฒั นธรรมประจาชาติไทยคือ มีความละเอียดอ่อนประณีตใน
การเลือกสรรวตั ถดุ ิบ วธิ ีการทา

ที่พิถีพถิ นั รสชาติอร่อยหอมหวาน สีสนั สวยงาม รูปลกั ษณ์
ชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวิธีการรับประทานที่ปราณีต
บรรจงของขนมแตล่ ะชนิด ซ่ึงยงั แตกตา่ งกนั ไปตามลกั ษณะ
ของขนม ชนิดน้นั ๆ

หลกั ฐานเก่าแก่ที่สุดท่ีแสดงถึงความสมั พนั ธ์ระหวา่ งขนมไทยกบั คนไทยก็คือวรรณคดี
มรดกสุโขทยั เรื่องไตรภูมิพระร่วง ซ่ึงกล่าวถึงขนมตม้ ที่เป็นขนมไทยชนิดหน่ึงไว้ คาวา่ ขนม มี
ใชม้ าหลายร้อยปี ยากจะสันนิฐานแน่นอนได้ เช่นเดียวกบั ไมม่ ีหลกั ฐานยนื ยนั แน่นอนวา่ "ขนม
ไทย" เกิดข้ึนมาต้งั แตส่ มยั ใดเป็นคร้ังแรก แต่ตามประวตั ิศาสตร์ไทยมีหลกั ฐานตอนหน่ึงวา่ มี
การจารึกช่ือขนมในแท่งศิลาจารึก เป็นการจารึกแบบลายแทงสมยั โบราณ ขนมท่ีปรากฏคือ "ไข่
กบ นกปลอ่ ย บวั ลอย อา้ ยต้ือ" ถามผใู้ หญ่ดูถึงไดร้ ู้วา่ ไข่กบ หมายถึง เมด็ แมงลกั นกปลอ่ ย
หมายถึง ลอดช่อง บวั ลอย หมายถึง ขา้ วตอก อา้ ยต้ือ หมายถึง ขา้ วเหนียว ขนมท้งั ส่ีใชน้ ้า
กระสายอยา่ งเดียวกนั คือ "น้ากะทิ" โดยใชถ้ ว้ ยใส่ขนม ซ่ึงเราเรียกการเล้ียงขนม 4 อยา่ งน้ี
วา่ "ประเพณี 4 ถว้ ย"

ขนมไทยเริ่มแพร่หลายมากข้ึนในสมยั อยธุ ยา ดงั ปรากฏขอ้ ความในจดหมายเหตุหลาย
ฉบบั บางฉบบั กลา่ วถึง "ยา่ นป่ าขนม" หรือตลาดขนม บางฉบบั กล่าวถึง "บา้ นหมอ้ " ที่มีการป้ัน
หมอ้ และรวมไปถึงกระทะ ขนมเบ้ือง เตาและรังขนมครก แสดงใหเ้ ห็นวา่ ขนมครกและขนม
เบ้ืองน้นั คงจะแพร่หลายมากจนถึงขนาดมีการป้ันเตาและกระทะขาย บางฉบบั กล่าวถึงขนม
ชะมด ขนมกงเกวียนหรือขนมกง ขนมครก ขนมเบ้ือง ขนมลอดช่อง



ประวตั ขิ นมทองพลุ

เป็นหน่ึงในขนมท่ีมีการคิดคน้ และดดั แปลงมาจากขนมเอแคลร์ของฝรั่งเศส ดว้ ยการ
นามาป้ันเป็นกอ้ นกลม และเปลี่ยนกลวิธีจากการอบมาเป็นการทอด ซ่ึงเป็นวิธีที่ง่ายและเร็วกวา่
อีกท้งั ยงั เป็นวธิ ีที่คนไทยสมยั โบราณสามารถทากนั ไดง้ า่ ย โดยลกั ษณะท่ีดีของขนมทองพลุ คือ
ทอดจนเป็นสีเหลืองทอง ดา้ นในเป็นโพรง มีผิวเรียบ และทรงขนมเป็นกอ้ นคลา้ ยหยดน้า เมื่อ
ทอดเสร็จจึงนามากินกบั น้าเช่ือม น้าแดง น้าผ้ึง หรือนมขน้ หวานก็ไดเ้ ช่นกนั แตถ่ า้ ใหก้ ินแบบ
ชาววงั สมยั ก่อน คนที่จะไดล้ ิ้มรสความอร่อยของขนมทองพลุน้นั จะมีเพยี งแค่ขา้ ราชการช้นั สูง
หรือผทู้ ี่อยใู่ นระดบั ของผทู้ ่ีมีฐานะร่ารวย เช่น เศรษฐีชาวจีน เท่าน้นั แตเ่ มื่อเวลาผา่ นไปกไ็ ดเ้ ร่ิม
มีการดดั แปลงขนมทองพลุใหก้ ลายเป็นขนมยดั ไส้ ดว้ ยความท่ีเวลาทอดขนมแลว้ ดา้ นในมกั จะ
เป็นโพรงกวา้ ง ๆ จึงทาใหส้ ามารถใส่ไสล้ งไปได้ โดยไส้ท่ีถูกปรุงแต่งเสริมเขา้ ไปจะเป็นไส้ที่มี
รสเคม็ เพื่อใหแ้ ตกตา่ งไปจากเดิมนนั่ กค็ ือ ทองพลุไส้ไก่

ส่วนผสม
1. แป้งอเนกประสงค์ 2 ถว้ ยตวง
2. น้าเปลา่ 1 ถว้ ยตวง
3. เนยจืด ½ ถว้ ย
4. เกลือป่ น ½ ชอ้ นชา
5. ไขไ่ ก่ 3 ฟอง
6. ทเุ รียนสุก 2 พู
7.กะทิ 350 มิลลิลิตร
8. แป้งขา้ วโพด 1 ชอ้ นโตะ๊
9. น้าตาลทราย 80 กรัม



10. ไขแ่ ดง 1 ฟอง
11. เกลือป่ น ¼ ชอ้ นชา
12. กล่ินวนิลา ¼ ชอ้ นชา

อปุ กรณ์
1. หมอ้
2. กระทะ
3. ตะแกรง
4. ตะกร้อตีไข่

วิธีทาขนมทองพลุ
1. ต้งั หมอ้ ใส่น้าเปลา่ เนย และเกลือลงไป ต้งั ไฟใหน้ ้าเดือดและเนยละลาย
2. ร่อนแป้งอเนกประสงคล์ งไป คนใหแ้ ป้งสุกเขา้ กนั และร่อนออกจากหมอ้ ยกออกพกั ไวใ้ หพ้ อ
เยน็ ลง
3. เมื่อแป้งเริ่มเยน็ ตอกไขใ่ ส่ลงไปทีละฟอง สลบั กบั คนผสมใหแ้ ป้งกบั ไข่เขา้ กนั
4. ป้ันแป้งที่ผสมดีแลว้ เป็นกอ้ นกลม แลว้ นาลงทอดในน้ามนั ท่วม จนสีเหลืงทอง แลว้ ตกั ข้ึนพกั
ไว้
5. ต้งั หมอ้ อีกใบใส่ทุเรียนสุกแกะเมด็ กะทิ
น้าตาลทราย แป้งขา้ วโพด ไข่แดง เกลือป่ น และ
กล่ินวนิลาลงไป เปิ ดไฟออ่ น คนใหท้ ุกอยา่ งเขา้
กนั



6. คนตลอดเวลา จนส่วนผสมเริ่มเซตตวั เป็นคสั ตาร์ด ยกออกจากเตา พกั ไวใ้ หเ้ ยน็ แลว้ ตกั ใส่ถงุ
บีบ

7. ผา่ แป้งท่ีทอดไว้ แลว้ บีบไสล้ งไป ปิ ดประกบกนั



ประวตั ิขนมหม้อตาล

เป็นขนมไทยโบราณอีกชนิดหน่ึง ท่ีในสมยั น้ีน้นั หารับประทานไดย้ ากมากเลยทีเดียว
ขนมหมอ้ ตาลน้นั สาหรับคนไทยในสมยั ก่อนน้นั นิยมใชใ้ นพิธีมงคลสมรส เพราะคนไทยใน
สมยั ก่อนนน่ั จะเรียกขนมหมอ้ ตาลวา่ ขนมหมอ้ เงิน หมอ้ ทอง หากนามาใชใ้ นพธิ ีแต่งงงาน
สาหรับคนจีนในสมยั ก่อนน้นั แมค้ นจีนจะนิยมรับประทานอาหารโต๊ะจีนหรืออาหารจีน ตา่ งก็
ชื่นชอบในความสวยงามน่ารักของขนม
หมอ้ ตาลอีกดว้ ย ซ่ึงใในปัจจุบนั น้ีแทบจะ
หารับประทานไดอ้ ยากมากเลยทีเดียว
เพราะเน่ืองจากกรรมวิธีกรรมวธิ ีในการ
ทาขนมหมอ้ ตาลน้นั ค่อนขา้ งยงุ่ ยากและ
สลบั ซบั ซอ้ นน้นั เอง

ส่วนผสม

1.แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถว้ ย

2.น้ามนั พชื 3 ชอ้ นโต๊ะ

3.ไขไ่ ก่ (ใชแ้ ต่ไขแ่ ดง ) 2 ฟอง

4.เกลือ 1/2 ชอ้ นชา

5.น้า 4 ชอ้ นโตะ๊

เคร่ืองปรุงน้าตาลสาหรับหยอดใส่ในแป้ง

1.น้าตาลไอซิ่ง 1 ถว้ ย

2.สีผสมอาหารหลายๆ สี ๆ ละ 1 – 2 หยด

3.น้าเยน็ 2 ชอ้ นโต๊ะ



อุปกรณ์ททีใ่ ช้
1.ผา้ ขาวบาง
2.แมพ่ มิ พ์
3.ถาดใส่ขนม
4.หมอ้

วธิ ีทาขนมหม้อตาล

1.นวดแป้งกบั น้ามนั พืช ไขแ่ ดง เกลือ และน้าเขา้ ดว้ ยกนั ถา้ แป้งแหง้ ไปใหเ้ ติมน้าไดอ้ ีก นวดจน
ล่อน และมีลกั ษณะป้ันได้ ใชผ้ า้ ขาวบางที่เปี ยกหมาดๆ คลุมแป้งไวไ้ มใ่ หแ้ หง้

2.แบง่ แป้งออกเป็นช้ินเล็กๆ ใหพ้ อใส่พมิ พไ์ ด้ กดลงในพมิ พใ์ หเ้ ป็นรูปหมอ้ แต่งขอบและทาท่ี
จบั หูห้ิวใหส้ วยงาม นาไปอบไฟ 350 องศาฟาเรนไฮด์ พอน้าสุกนาออกมาเรียงใส่ถาดพกั ไว้

3.ใส่น้าตาลไอซ่ิงในชามผสม หยดสีไปตามตอ้ งการ คอ่ ยๆ เติมน้าเยน็ ทีละ 1 ชอ้ นโตะ๊ คนจน
น้าตาลมีลกั ษณะขน้ นาข้นึ ต้งั ไฟเคี่ยวพอเป็นยางมะตูมปิ ดไฟยกลงพกั ไวส้ ักครู่พออนุ่ และยงั ไม่
ทนั จะแขง็ ตวั ใชช้ อ้ นชาเลก็ ๆ ตกั หยดลงในหมอ้ ตาล ทิ้งไวจ้ นน้าตาลแขง็ ตวั จึงเก็บขนมใส่ใน
ภาชนะท่ีมีฝาปิ ดมิดชิด



ประวตั ิขนมทองชมพนู ุช

ทองชมพนู ุชจดั อยใู่ นขนมมงคลโบราณ ทองชมพนู ุชมีรสชาติ และสีขนมคลา้ ย
ทองเอก แตต่ ่างจากทองเอก ในเร่ืองของส่วนผสมแป้งคนละชนิดกนั และไม่ติดทองคาเปลว
แท้ มีสีเหลืองโปร่ง สุขสวา่ ง ตามความหมายของช่ือทองชมพนู ุช

ส่วนผสม

1.แป้งขา้ วเจา้ 60 กรัม
2.แป้งขา้ วเหนียว 15 กรัม
3.น้าตาลทราย 85 กรัม
4.เกลือ 1/4 ชอ้ นชา
5.กะทิ 115 กรัม
6.ไขแ่ ดง (ไข่ไก่) 2 ฟอง
7.สีผสมอาหารสีชมพู

อุปกรณ์
1.ตะแกรง
2.กระทะ
3.แมพ่ มิ พ์



วธิ ีทาขนมทองชมพูนุช
1.ต้งั ไฟอ่อน คนกะทิกบั น้าตาลทราย ใส่สีและกลิ่นตอนน้ีเลยคะ่ คน จนขน้ ปิ ดไฟยกลงทิง้ ให้
อุน่

2.เทไข่ขาวลงไปผสม คนจนเขา้ กนั ดี ต้งั ไฟอ่อนๆ กวนจนป้ันได้
3.ทยอยเติมแป้งลงไปและคนจนเขา้ กนั

4.กรองส่วนผสมจนเน้ือเนียนดี
5.ติดไฟอีกคร้ัง กวนไฟออ่ นจนขนม สุกขน้ ร่อนจากกระทะ ตกั ข้ึนพกั ใหเ้ ยน็
6.อดั ขนมลงพมิ พท์ องเอก หรือพมิ อ่ืนๆมีเช่นพิมพไ์ หวพ้ ระจนั ทร์ ติดยอดขนมดว้ ยทองคาเปลว
หรือผงทอง น้าตาลลูกปัดแตง่ เคก้ ตามชอบ
7.ผ่ึงขนมจนเยน็ และแหง้ ก็ทานได้ จะอบควนั เทียนเพ่ิมอีก ประมาณ 2 ชวั่ โมง

๑๐

ประวตั ขิ นมกง

ขนมกงเป็นขนมโบราณ มีมาต้งั แตค่ ร้ังกรุงศรีอยธุ ยาตอนตน้ จากการใหก้ ารขนุ หลวงหาวดั
ประดู่ทรงธรรม ในเอกสารหอหลวงสมยั อยธุ ยา ยา่ นป่ าขนม ชาวบา้ นน้นั ทาขนมขายและนง่ั ร้าน
ขายขนมชะมด กงเกวยี นภิมถว่ั สาปนี ขนมกงเกวียนกค็ ือขนมกงนน่ั เอง รูปร่างก็เป็นลอ้ เกวยี น
สมชื่อสาหรับคนไทย ขนมกงดูจะแพร่หลายมากเป็นพิเศษในจงั หวดั ภาคกลาง โดยเพราะอยา่ ง
ยง่ิ แถบจงั หวดั อยธุ ยา อ่างทอง สุพรรณบุรี สิงหบ์ รุ ี ฯลฯ เป็นที่รู้กนั ดีวา่ ขนมกงเป็น ขนมมงคล ท่ี
นิยมใชใ้ นพธิ ีแตง่ งานในฐานะขนมขนั หมาก นอกจากขนมกงวงเลก็ ที่ทากินกนั ตามปกติแลว้ ยงั
มีขนมกงขนาดใหญ่ ที่ทาข้ึน ในโอกาสพเิ ศษอยา่ งงานแตง่ นอกจากขนาดท่ีใหญแ่ ลว้ บางที่จะ
ประดิษฐโ์ ดยการเอาตอกมาเสียบสี่มมุ ของตวั กง รวบปลายตอกแลว้ มดั ยอดดว้ ยตอกใหเ้ หมือน
ทรงกระโจม นาแป้งท่ีใชช้ ุบตวั กงมาสลดั ในกระทะใหเ้ ป็นแพฝอย ๆ นาแพแป้งท่ีลกั ษณะ
เหมือนแหน้ีมาคลุมตวั

กระโจมดงั กล่าว เพมิ่ ความสวยงามไปอีกแบบ จากน้นั กจ็ ะนาใส่สาแหรกหาบไปในพิธีแห่
ขนั หมาก ขนมกงจะขาดไมไ่ ดใ้ นงานหม้นั งานแต่ง จนคนไทยสมยั ก่อน ถึงกบั มีสานวนพูด
สพั ยอกวา่ “เมื่อไรจะไดก้ ินขนมกงเสียที”ซ่ึงหมายความวา่ เม่ือไรจะแต่งงานน้นั เอง

ขนมกงเป็นขนมมงคล ดว้ ยความเช่ือ
วา่ จะทาใหค้ ู่บ่าวสาวมีใจคอหนกั
แน่นและครองรักกนั ตลอดไป
เหมือนกงลอ้ ของเกวียนท่ีหมุนไป
เร่ือย ๆ สมยั ก่อน ในงานหม้นั งาน
แตง่ จะใชข้ นมกงควบคูก่ บั ขนมสาม
เกลอแต่ปัจจุบนั ขนมสามเกลอเสื่อม
ความนิยมไปมากแลว้ คงเหลือแตข่ นมกงท่ีคนไทยภาคกลางยงั นิยมใชเ้ ป็นขนมแต่งงานกนั
แพร่หลาย ดงั น้นั แถวอยธุ ยา อา่ งทอง สุพรรณบุรีสระบุรี จึงมีแมค่ า้ ทาขนมกงขายตามส่ัง

๑๑

ส่วนผสม
1. ถวั่ เขียวเราะเปลือกคว่ั ใหห้ อมบดละเอียด 240 กรัม
2. งาขาวควั่ บบุ พอแตก 50 กรัม
3. กะทิ 300 กรัม
4. น้าตาลทราย 160 กรัม
5. น้าตาลป๊ี บ 60 กรัม
6. แป้งขา้ วเหนียว 1/4 ถว้ ย
7. น้ามนั พชื สาหรับทอด

ส่วนผสมของแป้ง สาหรับชุบขนมกง
1. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 100 กรัม
2. ไขแ่ ดง 1 ฟอง
3. น้าเปล่า 250 กรัม
4. เกลือป่ นละเอียด 2 กรัม
5. น้ามนั พชื สาหรับผสมแป้ง 25 กรัม

๑๒

วธิ ีทาขนมกง

1. นาถว่ั เขียวเราะเปลือกคว่ั ในกระทะ โดยใชไ้ ฟกลางคว่ั จนถวั่ กรอบแลว้ นามาบดใหล้ ะเอียด

2. นาภาชนะสาหรับผสมกะทิ น้าตาลทราย น้าตาลปี๊ บ ยกข้ึนต้งั ไฟคนใหน้ ้าตาลละลายและรอ
จนกวา่ กะทิเดือดหลงั จากน้นั ใส่ถว่ั เขียว งาขาวคว่ั กวนตอ่ ใหเ้ ขา้ กนั จนเหนียวปั่นได้ พกั ไวใ้ ห้
เยน็

3. ป้ันส่วนผสมเป็นเสน้ กลมยาว ประมาณ 3-4 นิ้ว จบั ปลายขนมชนกนั ใหเ้ ป็ นรูปวงกลม แลว้
ป้ันเป็นเส้นยาว คลึงใหก้ ลม ตดั ใหม้ ีขนาดเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางพอดีกบั วงกลม วางพาดไขวก้ นั เป็น
รูปกากบาท

วิธีทาแป้งสาหรับชุบขนมกง

1. ผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์ เกลือป่ น น้ามนั พชื คอ่ ยๆ เติมน้าเปล่า นวดให้แป้งจบั ตวั เป็น
กอ้ น

2. เติมไขแ่ ดงผสมใหเ้ ขา้ กนั เติมน้าเปล่าท่ีเหลือ ละลายใหเ้ ป็นเน้ือเดียวกนั

3. นาขนมกงที่ป้ันไว้ ชุบลงในน้าแป้งแลว้ นาไปทอดในน้ามนั พชื ที่ร้อน โดยใชไ้ ฟปานกลาง
ทอดจนสุกเป็นสีเหลืองทองตกั ข้ึนพกั ใหส้ ะเดด็ น้ามนั หรือซบั ดว้ ยกระดาษสาหรับซบั น้ามนั

๑๓

ประวัตขิ นมสัมปันนี

ขนมสมั ปันนี เป็นท่ีรู้โดยทวั่ กนั วา่ ในสมยั พระนารายณ์มหาราชน้นั มีหญิงชาวโปรตุเกส
ผหู้ น่ึงท่ีมีบทบาทในเรื่องของ การทาขนมไทยเป็นอยา่ งมาก นน่ั กค็ ือ ทา้ วทองกีบมา้ ภรรยาของ
เจา้ พระยาวิชเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) ท่ีไดร้ ับการยกยอ่ ง ใหเ้ ป็ นราชินีแห่งขนมไทย
ท่านไดส้ ร้างสรรคผ์ ลงานมากมายทิ้งไวใ้ หแ้ ก่ชนรุ่นหลงั ซ่ึงหน่ึงในน้นั กม็ ีเมนูขนมไทยโบราณ
นามวา่ ขนมสมั ปันนีรวมอยดู่ ว้ ย ขนมสมั ปันนี หรือ ขนมสมั ปะนี เป็นขนมท่ีทาจาก แป้งมนั คว่ั
แลว้ นวดผสมกบั น้ากะทิและน้าตาลทราย เน้ือขนมจะจะละลายในปากมีรสหวานและหอมกล่ิน
ควนั เทียนอบขนมกรอบนอกนุ่มในรูปร่างคลา้ ยดอกไมม้ ีสีสันสวยงาม ปัจจุบนั มี ขนมสัมปันนีมี
2 แบบ คือแบบแหง้ และแบบเปี ยกแบบแหง้ จะใชแ้ ป้งมนั สาปะหลงั นาไปคว่ั ใหส้ ุกก่อนนามาทา
ขนม ส่วนแบบเปี ยก จะใชแ้ ป้งขา้ วเจา้ ท่ีไมต่ อ้ งควั่ ขนมสมั ปันนีถือไดว้ า่ เป็นขนมท่ีมีประวตั ิอนั
ยาวนานและ เป็นขนมมงคลนิยมใชใ้ นพิธีแตง่ งาน ตน้ กาเนิดมาพร้อมกบั ขนมตระกูลทอง
ท้งั หลาย ไม่วา่ จะเป็น ทองหยบิ ทองหยอด ฝอยทอง ต้งั แต่สมยั อยธุ ยา ในรัชสมยั ของ สมเดจ็
พระนารายณ์ มหาราช ในปี 2662 หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ของตน้ กาเนิดขนมสัมปันนี ได้
ปรากฏในบนั ทึกของ อเลก็ ซานเดอร์ แฮมิลตนั ชาวตะวนั ตกอีกผหู้ น่ึงที่บนั ทึกการเดินทาง
เก่ียวกบั เร่ืองของ ทา้ วทองกีบมา้ จะเห็นไดจ้ ากในขอ้ ความน้ี วา่ มีชื่อของ ขนมสมั ปันนี อยดู่ ว้ ย
นอกจากน้ี ขนมสัมปันนี ยงั มีความหมายวา่ “อนั เป็นที่รัก” อีกดว้ ย เพราะผทู้ ่ีทานเขา้ ไป จะรู้สึก
ถึงกล่ินหอม และ ความหวาน ท่ีละลาย อยา่ งชา้ ๆภายในปาก แสดงถึงความคิดรัก ความคิดถึง
และ ห่วงใย สมยั ก่อน ฝ่ายผหู้ ญิง จะทาอาไวใ้ หแ้ ก่ฝ่ ายชาย ยามที่ตอ้ งออกไปรบเพอ่ื ปกป้อง
บา้ นเมือง เอาไวก้ ินระหว่างทาง ใหห้ ายคิดถึง

๑๔

ส่ วนผสม

1.แป้งมนั สาปะหลงั 5 ถว้ ย
2.เทียนสาหรับอบขนม
3.น้าตาลทราย 2 ถว้ ย
4.กะทิสด 3 ถว้ ย
5.สีผสมอาหารสีเขียวและแดง
6.แป้งนวล (สาหรับโรยขนม)
7.พิมพด์ อกไม้

อุปกรณ์
1.กระทะ
2.ตะแกรง

วธิ ีทาขนมสัมปันนี

1. นาแป้งมนั ไปคว่ั ในกระทะดว้ ยไฟออ่ นจนแป้งสุก โดยสงั เกตจากแป้งจะล่ืน ไมต่ ิดกระทะ
2. ใส่แป้งลงในหมอ้ ท่ีมีฝาปิ ด แหวกแป้งเป็นช่องตรงกลาง จุดเทียนสาหรับอบ ดบั ไฟใหเ้ หลือ
แตค่ วนั แลว้ ใส่ถว้ ยเลก็ ๆ นาไปวางไวต้ รงกลางแป้ง ปิ ดฝา อบควนั เทียน 3 รอบ รอบละ 15-20
นาที
3. ใส่น้าตาลทรายลงในกระทะทองเหลืองแลว้ กรองกะทิใส่ตามลงไป นาข้ึนต้งั ไฟกลางคนเบา
ๆ จนน้าตาลทรายละลาย หมน่ั ปาดขอบกระทะดว้ ย แตไ่ มต่ อ้ งคนบ่อยมาก รอจนเดือดจากน้นั
ลดเป็นไฟออ่ น เค่ียวต่อจนเร่ิมเป็นยางมะตูม ยกลงจากเตา ใชพ้ ายคนจนน้าเช่ือมขนุ่ คลา้ ยนมขน้
พกั ทิง้ ไวจ้ นอ่นุ

๑๕

4. แบง่ น้าเชื่อมเป็น 2 ถว้ ย แลว้ หยดสีผสมอาหารลงไปคนผสมใหเ้ ขา้ กนั จากน้นั แบง่ แป้งเป็น 2
ส่วน ใส่ลงไปในน้าเช่ือมแลว้ คนใหส้ ่วนผสมจบั กนั เป็นกอ้ นแลว้ ใชม้ ือนวดตอ่ จนเนียน

5. โรยแป้งนวลบาง ๆ ลงในพิมพ์ ป้ันส่วนผสมเป็นกอ้ นกลมแลว้ ใส่ลงไปในพิมพ์ กดจนแน่น
เคาะออกจากพิมพ์ จดั เสิร์ฟ

๑๖

ประวตั ขิ นมยมิ้ เสน่ห์

ขนมหวั เราะ หรือขนมยมิ้ เสน่ห์ มีลกั ษณะขนมเป็นลกู กลมๆ เวลาทอดหนา้ ขนมจะตอ้ ง
แตกออกคลา้ ยรอยยมิ้ เน้ือขนมที่ไดม้ ีความกรอบนอกนุ่มใน ฟู นุ่ม ร่วน ในปัจจุบนั น้ีขนม
หวั เราะ หารับประทานยาก ท้งั ๆ ที่ส่วนผสมมีไม่มาก ข้นั ตอนการทาก็ไมย่ งุ่ ยาก แถมคนทาตอ้ ง
คอยลนุ้ วา่ ขนมหวั เราะ หนา้ จะแตกสมชื่อขนมหรือไม่ คนทาก็จะมีความสุขชอบใจไปดว้ ย
รับประทานคูก่ บั ชาหรือกาแฟกอ็ ร่อย เรามาลองทากนั เลยค่ะ

ส่วนผสม

1.แปง้ สาลีอเนกประสงค์ 300 กรมั

2.แปง้ ขา้ วโพด 25 กรมั

3.ผงฟู 1 ชอ้ นชา

4.เบกกิง้ โซดา 1/2 ชอ้ นชา

5.ไข่ไก่ 2 ฟอง

๑๗

6.นา้ ตาลทราย 125 กรมั
7.เกลือป่น 1/2 ชอ้ นชา
8.กลน่ิ วานิลลา 1/2 ชอ้ นชา
9.เนยละลาย 35 กรมั
10.งาขาว
11.นา้ มนั พืช (สาหรบั ทอด)

อปุ กรณ์
1.ตะแกรง

วธิ กี ารทาขนมยิม้ เสน่ห์
1.ผสมแปง้ สาลอี เนกประสงค์ แปง้ ขา้ วโพด ผงฟู และเบกกิง้ โซดา คนใหเ้ ขา้ กนั แลว้
นาไปรอ่ น ทาหลมุ ตรงกลาง เตรยี มไว้
2. ใสไ่ ข่ไก่ลงไปในชามผสม ตามดว้ ยนา้ ตาลทราย เกลือป่น กล่นิ วานลิ ลา และเนย
ละลาย แลว้ ตีจนเขา้ กนั
3. เทลงไปในชามสว่ นผสมแปง้ คนสว่ นผสมใหเ้ ขา้ กนั แลว้ นวดจนแปง้ เขา้ กนั จากนนั้
พกั แปง้ ไว้ 30 นาที
4.พอพกั แปง้ ครบเวลาแลว้ นามาปั้นเป็นลกู กลม ๆ
5.จากนนั้ นาไปจมุ่ นา้ แลว้ คลกุ กบั งาขาว
6.กรดี ใหเ้ ป็นรูปกากบาท เวลาทอดขนมจะไดแ้ ตกเป็นแฉกออกมาเทา่ ๆ กนั

7.ทอดดว้ ยไฟกลางไปทางออ่ น พอหนา้ ขนมแตกสกุ เหลืองดแี ลว้ ก็ตกั ออกมาพกั บนตะแกรงให้
สะเดด็ นา้ มนั

บรรณานุกรม

ขนมกง. (ม.ป.ป.). เขา้ ถึงไดจ้ าก : https://www.maeban.co.th/.
(วนั ที่คน้ ขอ้ มลู : ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔).

ขนมทองชมพูนุช. (ม.ป.ป.). เขา้ ถึงไดจ้ าก : https://cooking.kapook.com/.
(วนั ที่คน้ ขอ้ มูล: ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔).

ขนมทองโปร่ง. (ม.ป.ป.). เขา้ ถึงไดจ้ าก : https://www.thaifoodcookbook.net/.
(วนั ที่คน้ ขอ้ มลู : ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔).

ขนมยมิ้ เสน่ห.์ (ม.ป.ป.). เขา้ ถึงไดจ้ าก : https://www.maeban.co.th/.
(วนั ที่คน้ ขอ้ มลู : ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔).

ขนมสมั ปันนี. (ม.ป.ป.). เขา้ ถึงไดจ้ าก : https://knowledge6886.blogspot.com/.
(วนั ท่ีคน้ ขอ้ มูล: ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔).

ขนมหมอ้ ตาล. (ม.ป.ป.). เขา้ ถึงไดจ้ าก : https://www.tvpoolonline.com/.
(วนั ท่ีคน้ ขอ้ มูล: ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔).

ความเป็นมาของขนมไทยโบราณ. (ม.ป.ป.). เขา้ ถึงไดจ้ าก : https://emmietr31.wordpress.com.
(วนั ท่ีคน้ ขอ้ มลู : ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔).

ความหมายของขนมไทยโบราณ. (ม.ป.ป.). เขา้ ถึงไดจ้ าก:

.https://sites.google.com/site/0926kanomthai/dessert_ofthailandhtml

(วนั ที่คน้ ขอ้ มูล: ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔).




Click to View FlipBook Version