สาธิตขั้นตอนกา รทำ เครื่องหอมไทย
ดินสอพอง นํ้าลอยดอกไม้ นํ้าอบ นํ้าปรุง เครื่องหอมไทย
ดินสอพอง ดินสอพอง ถือเป็นสมุนไพรที่อยู่คู่เมืองไทยมาช้านาน จัดอยู่ในสมุนไพร จำ พวกแร่ธาตุหรือเรียกว่าเครื่องยาธาตุวัตถุ แต่ถ้าสืบค้นไปก็จะพบว่าดินสอพอง เป็นยาสมุนไพรตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ดินสอพองเป็นยาสมุนไพร ที่เก่าแก่ รักษาโรคให้กับผู้คนในสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้บันทึกไว้ว่า “ชาวสยามอาบน้ำ วันละ ๓ ครั้งและอาบน้ำ บ่อย ๆ และถือเป็นความ สุภาพเรียบร้อยว่าจะมิไปเยี่ยมผู้ใดในรายการที่สำ คัญ ๆ โดยมิได้อาบน้ำ ชำ ระ ร่างกายให้สะอาดหมดจด”
ดินสองพอง วัสวั ดุและอุปกรณ์ ๑. ดินมาร์ล ๒. กระบวย ๓. ถาด ๔. ผ้า ผ้ ขาวบาง ๕. ไม้พาย ๖. ถุงบีบ ๗. น้ำ ๘. หม้อต้ม ต้ ๙. กะละมัง ๑๐. สารส้ม
เทดินสอพองใส่ในภาชนะเเล้ว ล้ใส่น้ำ ใช้มือคนให้ดินสอพองเหลว นำ สารส้มมาเเกว่งในน้ำ ให้สารส้มอยู่ใยู่ นน้ำ ๕-๑๐ นาที หลังจากนั้นปล่อยให้ดินสอพองนอนก้น นำ น้ำ ที่ใสเททิ้งโดยประมาณ ขั้น ขั้ ตอนการทำ ดินสอพอง ขั้น ขั้ ตอนที่ ๑ ขั้น ขั้ ตอนที่ ๒ นำ น้ำ ที่ไที่ ด้ม ด้ ากรองกับ กั ผ้า ผ้ ขาวบางจับมุมผ้า ผ้ ขาวบางหมุนให้น้ำ ออก (ล้า ล้ งเเกว่งสารส้ม ๕ ครั้ง รั้) ขั้น ขั้ ตอนที่ ๓
ขั้น ขั้ ตอนที่ ๔ ขั้น ขั้ ตอนที่ ๕ ขั้น ขั้ ตอนที่ ๖ เติมน้ำ ใส่ประมาณ ๒ ลิตร เเล้วเเกว่งด้วยสารส้ม (ทำ วน ๒-๓ ครั้ง) นำ ดินสอพองตั้ง ตั้ไฟ คนดินสอพองตลอดเวลา คนเรื่อย ๆ จนกว่า ว่ น้ำ จะเดือ ดื ด (ใช้เวลา ๒๐ นาที สำ หรับการต้ม ต้) ใ ช้ ก ร ะ ช อ น ตั ก เ ศษฝุ่นที่ล อ ย ขึ้ น ม า
นำ เเป้ง ใส่ใ น ถุ งบีบเเ ล้ ว นำ ไปบีบใส่ถ าดที่ว า ง ไ ว้ นำ ไปตา ก เเดด ๒-๓ วั น ขั้น ขั้ ตอนที่ ๗ ขั้น ขั้ ตอนที่ ๘ ขั้น ขั้ ตอนที่ ๙ นำ ดินสอพองพัก ให้เย็นเเละตกตะกอน เทน้ำ ในหม้อทิ้งเเละคนดินสอพองให้เป็นเนื้อเดียวกัน
นํ้าลอยดอกไม้ น้ำ ลอยดอกไม้ หรือน้ำ อบดอกไม้สด ไว้สำ หรับรดน้ำ ขอพรจากผู้ใหญ่ โดยนำ ดอกไม้ ที่มี กลิ่น ลิ่ หอม ดอกไม้ที่นิยมและหาง่ายเช่น ดอกมะลิ ดอกกุหลาบ ดอกดาวเรือง และที่ขาด ไม่ได้คือ ดอกคำ ฝอยที่ชาวล้านนาจะผสมลงไปเพื่อความเป็นสิริมงคล และยังมีดอกไม้กลิ่น ลิ่ หอมอีกหลายชนิดที่สามารถทำ ได้เช่นกัน เช่น ดอกจำ ปี จำ ปา พิกุล สายหยุด ชำ มะนาด เป็นต้น หรืออาจจะเพิ่ม พิ่ หัวน้ำ หอม พิมเสน ดินสอพอง เพื่อความหอมที่มากขึ้น ขึ้ กลิ่น ลิ่ หอม จากน้ำ ลอยดอกไม้จะมีความหอมระเหยออกมาจากดอกไม้สด ช่วยให้คลายเครียด แก้วิงเวียนได้อีกด้วย
นํ้าลอยดอกไม้ วัสวั ดุและอุปกรณ์ ๑. ดอกมะลิ 1/2 ถ้ว ถ้ ยตวง ๒. ดอกกุห กุ ลาบ 1/2 ถ้ว ถ้ ยตวง ๓. น้ำ เปล่า ล่ 3 ถ้ว ถ้ ยตวง ๔. ชามใบใหญ่ (หรือภาชนะที่มี ที่มีฝาปิด ปิสนิทไม่มีรู) ๕. ฟิล์ ฟิ ม ล์ ถนอมอาหาร
นำ ดอกกุห กุ ลาบที่เ ที่ ตรียมไว้มาเด็ด ด็ กลีบ ลีโดยค่อย ๆ เด็ด ด็ ทีล ที ะกลีบ ลี จนหมด นำ ดอกมะลิแ ลิ ละดอกดาวเรืองใส่ในถ้วย ที่เ ที่ ตรียมไว้ และเทน้ำ เปล่า ล่ ลงในชามใบใหญ่ นำ กลีบ ลี ดอกกุห กุ ลาบที่เ ที่ ด็ด ด็ เตรียมไว้แ ว้ ละดอกมะลิม ลิ าลอยน้ำ โดยให้หยิบดอกมะลิ เบา ๆ ทีล ที ะดอก เพื่อไม่ให้ดอกมะลิช้ำลิช้ำ ขั้น ขั้ ตอนการทำ นํ้าลอยดอกไม้ ขั้น ขั้ ตอนที่ ๑ ขั้น ขั้ ตอนที่ ๒
นำ ดอกดาวเรืองใส่ลงไปในชามใบใหญ่ เมื่อนำ ดอกไม้ลอยในน้ำ หมดแล้ว ล้ให้นำ ฟิล์ ฟิ ม ล์ ถนอมอาหาร มาปิด ปิปากชามใบใหญ่ใญ่ ห้ทั่ว ทั่ป้องกัน กัไม่ให้กลิ่น ลิ่ หอมของ ดอกไม้ระเหยออกมา แล้ว ล้ ทิ้ง ทิ้ไว้ปว้ ระมาณ ๗ ชั่วโมง ขั้น ขั้ ตอนที่ ๓ ขั้น ขั้ ตอนที่ ๔
นํ้าปรุง น้ำ ปรุง เป็นเครื่องหอมไทยที่ได้รับความนิยมอย่างมากในวังหลวง และเป็นที่นิยมชมชอบของ สาวชาววังเป็นอย่างมาก นับเป็นภูมิปัญญาของคนไทยในอดีตที่รู้จักสรรหาวัตถุดิบจากธรรมชาติรอบตัว นำ มาคิดค้นกรรมวิธีในการผลิตเครื่องหอมด้วยตนเอง จึงได้เกิดเป็น น้ำ ปรุง หรือน้ำ หอมไทย ไว้สำ หรับ ใช้เอง "น้ำ ปรุง" จึงจัดเป็นเครื่องหอมไทยแท้ ที่มีต้นกำ เนิดมาจากวังหลวง อีกทั้งมากประโยชน์เพราะ นอกเหนือจากการใช้ประพรมร่างกายให้หอม แต่สำ หรับการใช้งานในวังหลวง พนักงานพระสุคนธ์ ผู้รับผิดชอบดูแลเครื่องหอมและดูแลเจ้านายฝ่ายในยังนำ ไปใช้ในการอบพระภูษา ผสมในน้ำ สำ หรับ สรงทำ น้ำ พระพุทธมนต์ อบร่ำ เครื่องนอนพระบรรทมให้หอมตลอดเวลา
๑. เอทิลแอลกอฮอล์ ๗๐-๙๐ % ๒. น้ำ ดอกไม้สด ๓. น้ำ มันหอมกลิ่น ลิ่ ลำ เจียก ๔. น้ำ มันหอมกลิ่น ลิ่ กุหลาบ ๕. น้ำ มันหอมกลิ่น ลิ่ มะลิ ๖. น้ำ มันหอมกลิ่น ลิ่ ไฮซิน ๗. น้ำ มันจันทน์หอม ๘. น้ำ มันชะมด ๙. พิมเสน ๑๐. ผิวมะกรูด ๑๑. ใบเนียม ๑๒. เตยหอม ๑๓. ขวดปากแคบจำ นวน ๓ ใบ ๑๔. ขวดผสม ๑ ใบ ๑๕. หลอดดูดแก้ว ก้ ๑๖. ช้อนตวง ๑๗. ถ้ว ถ้ ยตวง ๑๘. กระชอน ๑๙. ผ้า ผ้ ขาวบาง นํ้าปรุง วัสวั ดุและอุปกรณ์
ขั้น ขั้ ตอนการทำ นํ้าปรุง ขั้น ขั้ ตอนที่ ๑ ขั้น ขั้ ตอนที่ ๒ ขั้น ขั้ ตอนที่ ๓ แบ่งแอลกอฮอล์อ ล์ อกเป็น ป็ ๑/๒ ถ้ว ถ้ ย จำ นวน ๓ ขวด แ ช่ ใ บ เ นี ย ม ใ น แ อ ล ก อ ฮ อ ล์ ข ว ด ที่ ๑ หั่นใบเตยหยาบ ๆ แช่ในแอลกอฮอล์ขวดที่ ๒ หั่น หั่ ผิวมะกรูดหยาบ ๆ เเละพิมเสน แช่ในแอลกอฮอล์ข ล์ วดที่ ๓ พักขวดแอลกอฮอล์ทั้ ล์ ง ทั้ ๓ ขวดไว้ปว้ ระมาณ ๗ วัน วั กรองเอากากใบเนียม ใบเตย ผิวมะกรูดออก ผสมหัวน้ำ มันหอมทุกชนิดเข้า ข้ ด้วยกัน เขย่าให้รวมเป็นเนื้อเดียวกัน ใ ส่ ล ง ใ น น้ำ ส่ ว นผส ม ข ว ดที่ ๓ เ ข ย่ าให้เ ข้ า กั น
ขั้น ขั้ ตอนที่ ๔ ขั้น ขั้ ตอนที่ ๕ หยดน้ำ ลอยดอกไม้สม้ ด ลงในส่วนผสม ให้ห ห้ ยดครั้ง รั้ ละประมาณ ๑/๔ ช้อนชา ให้ม ห้ องดูถ้าน้ำ ปรุงใส ให้ห ห้ ยดต่อ ต่ ไปจนหมด(ถ้าขุ่น ขุ่ ให้ห ห้ ยุดเติม ติ) นำ ไปบรรจุขวด พักไว้ปิดฝาให้สนิท น้ำ ปรุงเมื่อเก็บไว้นาน จะเปลี่ย ลี่ นจากสีเขียวเป็น สีเหลือ ลื งอมน้ำ ตาลอ่อน ๆ สามารถเติมสีเขียวสำ หรับผสมอาหาร ลงไปประมาณ ๑-๒ หยด พักไว้จนส่วนผสมตกตะกอน ใช้หลอดดูดแก้ว ดูดเอาน้ำ ปรุงส่วนที่ใที่ส ใส่ในบรรจุภัณฑ์ที่เ ที่ ตรียมไว้
นํ้าอบ น้ำ อบไทย ถือเป็นเครื่องหอมที่คนไทยใช้กันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย สอดแทรกอยู่ในวิถีชีวิตและ ประเพณีวัฒนธรรมของคนไทยมาอย่างยาวนาน เนื่องจากสังคมไทยได้รับอิทธิพลจากศาสนาพุทธและ พราหมณ์ ทำ ให้มีการนำ น้ำ อบมาใช้เป็นเครื่องหอมในประเพณีต่าง ๆ เช่น พิธีสรงน้ำ พระ พิธีโกนผมไฟ พิธีแต่งงาน พิธีรดน้ำ ดำ หัว ผู้สูงอายุในวันสงกรานต์ เป็นต้น แต่เดิมคนไทยมักใช้ดอกไม้ ผิวไม้ เปลือกผลไม้ตามธรรมชาติที่มีกลิ่น ลิ่ หอมมาแช่ในน้ำ ปรุงและน้ำ อบสำ หรับอาบ เช่น ดอกมะลิ ดอกแก้ว ผิวมะกรูด จันทน์เทศ ฯลฯ โดยถือเป็นเครื่องหอมประทินผิวไปในตัว นอกจากให้กลิ่นหอมแล้ว ยังให้ความรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีอากาศร้อนเกือบตลอดทั้งปี
๑. ใบเตยหอมหั่น หั่ เป็น ป็ ท่อ ท่ น ๒. กำ ยาน ๓. เถาชะลูด ๓. น้ำ ตาลทรายขาว ๔. น้ำ ตาลทรายแดง ๕. ขี้ผึ้ ขี้ผึ้ ง ผึ้ แข็ง ข็ ขูดละเอียด ๖. พิมเสนอย่า ย่ งดี ๘. ผิวมะกรูดขูดฝอย นํ้าอบ วัสวั ดุและอุปกรณ์ ๙. น้ำ มันชะมด ๑๐. แก่น ก่ จันทน์เทศ ๑๑. แป้งร่ำ ๑๒. หัวน้ำ มันหอมกลิ่น ลิ่ ลำ เจียก ๑๓. หัวน้ำ มันหอมกลิ่น ลิ่ มะลิ ๑๔. หัวน้ำ มันหอมกลิ่น ลิ่ไฮซิน ๑๕. หัวน้ำ มันหอมกลิ่น ลิ่ กุห กุ ลาบ ๑๖. หัวน้ำ มันหอมกลิ่น ลิ่ รวงผึ้ง ผึ้
ขั้น ขั้ ตอนการทำ นํ้าอบ ขั้น ขั้ ตอนที่ ๑ ขั้น ขั้ ตอนที่ ๒ นำ ดอกไม้ขึ้น ขึ้ วางในโถอบควันเทีย ที น อบประมาณ ๒-๓ ครั้ง รั้ (การอบควันเทีย ที น คือ คื อบควันเทีย ที นพอหมดควัน วั ๒-๓ ครั้ง รั้) กรองด้ว ด้ ยผ้า ผ้ ขาวบาง บดพิมเสนให้ละเอียด ผสมน้ำ มันชะมดลงไปพร้อมกับแป้งร่ำ
ขั้น ขั้ ตอนที่ ๓ ขั้น ขั้ ตอนที่ ๔ หยดน้ำ มันหอมทุกอย่าง ครั้ง รั้ ละประมาณ ๑ หยดเล็ก ล็ ๆ คนให้เข้ากันดีแล้วตักใส่น้ำ อบทีละน้อยคนให้ละลาย ใส่ลงในขวด ลองทาดูถ้า ถ้ กลิ่น ลิ่ น้ำ มันหอมและพิมเสนอ่อนไปให้เติมตามชอบ (เวลาเติมต้อ ต้ งใช้น้ำ มันบดกับ กั แป้งร่ำ ให้เข้า ข้ กัน กั ก่อ ก่ นห้ามหยดเฉพาะน้ำ มันหอม เพราะจะทำ ให้น้ำ มันหอมลอยตัว ตั ขึ้น ขึ้ ) เนื้อแป้งมากจะได้แ ด้ป้งน้ำ ใช้ลูบทาตัว ตัได้