แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาวทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ 1
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 การรกั ษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชวี ภาพ 2
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 การรกั ษาดลุ ยภาพของร่างกายมนุษย์
บนั ทกึ ข้อความ
สว่ นราชการ กลมุ่ สาระวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรยี นประชามงคล ต.สมเดจ็ เจริญ อ.หนองปรอื จ.กาญจนบุรี
ท่ี ........../ 2564 วันที่ เดือน กันยายน พ.ศ. 2564
เรื่อง ขออนุมตั ิใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยท่ี 1 เรื่อง การรกั ษาดุลยภาพของร่างกายมนษุ ย์
เรยี น ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นประชามงคล
ตามท่ีข้าพเจ้า นายวีรภัฏศาสตรา ชมภู ตำแหน่งครูผู้ช่วย กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานสอนในระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 4/3 - 4/8 รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ
รหัสวิชา ว 31107 จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต ในภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564
ข้าพเจ้าจึงได้วิเคราะห์ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด คำอธิบายรายวิชา โครงสร้างรายวิชา
เพ่ือจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ ซึ่งสอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนประชามงคล ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ปรับปรุง พ.ศ. 2560) โดยจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่
เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ดังนั้นจึงขออนุมัติใช้แผนการจัดการเรียนรู้ดังกล่าว เพ่ือใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียน
การสอนให้เกิดประสทิ ธภิ าพสงู สุด และเพอ่ื พัฒนาคุณภาพผเู้ รียนให้บรรลเุ ปา้ หมายของหลักสูตรฯ ต่อไป
จงึ เรยี นมาเพอื่ โปรดพจิ ารณาอนุมัติ
ความเหน็ ของหัวหน้ากลุ่มงานบริหารวิชาการ ลงช่ือ
.................................................................................... (นายวรี ภฏั ศาสตรา ชมภู)
.................................................................................... ตำแหน่ง ครูผชู้ ว่ ย
ความเห็นของรองผ้อู ำนวยการบริหารงานวชิ าการ
....................................................................................
....................................................................................
ลงชื่อ ลงช่อื
(นายวรวิทย์ กติ ตชิ ัย) (นางสาวณริ นิ ทร์ญา ธรรมวชั ราพฒั น์)
รองผู้อำนวยการกลุม่ งานบริหารวชิ าการ
หวั หน้ากลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ
ความเหน็ ของผู้อำนวยการโรงเรียน
............................................................................................................................. .........................................................
...................................................... ................................................................................................................ ...............
ลงชอื่
(นางอรณิชชา คชนา)
ผอู้ ำนวยโรงเรียนประชามงคล
แผนการจดั การเรียนรูร้ ายวชิ าวิทยาศาสตรช์ ีวภาพ 3
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนษุ ย์
แผนการจัดการเรยี นรู้
รายวชิ าพน้ื ฐาน รหสั วชิ า ว31107 วชิ าวิทยาศาสตรช์ ีวภาพ
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 การรกั ษาดุลยภาพของรา่ งกายมนษุ ย์
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564
นายวรี ภัฏศาสตรา ชมภู
ตำแหน่ง ครผู ้ชู ่วย
โรงเรยี นประชามงคล
โครงการหว้ ยองคตอันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ
สำนักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษามัธยมศกึ ษากาญจนบรุ ี
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
แผนการจดั การเรยี นร้รู ายวิชาวิทยาศาสตร์ชวี ภาพ ก
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 การรักษาดุลยภาพของรา่ งกายมนษุ ย์
คำนำ
แผนการจดั การเรียนรู้หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 เรื่อง การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์ เป็นส่วนหน่ึงของ
แผนการจัดการเรียนรู้ท้ังหมด 3 หน่วยกาเรียนรู้ในรายวิชาพ้ืนฐาน รหัสวิชา ว31107 วิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ
ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 ซึ่งในแต่ละแผนการจัดการเรียนรปู้ ระกอบไปด้วยมาตรฐาน
การเรียนรู้ ตัวชี้วัด จุดประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ รายละเอียดวิธีการวัดและประเมินผล
และภาระงาน
ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างย่ิงว่าแผนการจัดการเรียนรู้นี้ จักสามารถนำไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่าง
เหมาะสม และครอบคลุมตามหลักสตู รต่อไป
วีรภัฏศาสตรา ชมภู
กันยายน 2564
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ข
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 การรักษาดุลยภาพของรา่ งกายมนษุ ย์
เร่ือง
คำนำ สารบญั
สารบัญ
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 หน้า
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2 ก
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 ข
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 4 1
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 5 8
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 14
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 7 20
ภาคผนวก 29
35
47
53
แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าวิทยาศาสตร์ชีวภาพ 1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การรกั ษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์
แผนการจัดการเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564
รหสั วิชา ว31107 ชอื่ รายวชิ า วิทยาศาสตร์ชีวภาพ
หนว่ ยการเรยี นรู้ ที่ 1 การรกั ษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์ จำนวน 14 ชั่วโมง
แผนการเรียนรู้ที่ 1 เรอ่ื ง โครงสรา้ งและการทำงานของไตมนุษย์ เวลา 2 ชว่ั โมง
มาตรฐาน
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจาก
เซลล์ความสมั พันธ์ของโครงสร้าง และหน้าท่ีของระบบตา่ ง ๆ ของสัตว์และมนษุ ย์ทที่ ำงานสมั พันธ์กนั ความสัมพันธ์
ของโครงสร้าง และหนา้ ทข่ี องอวัยวะต่าง ๆ ของพชื ที่ทำงานสัมพันธก์ ัน รวมทั้ง นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
1. สาระสำคญั
การรักษาดุลยภาพของน้ำและสารในเลือด เกิดจากการทำงานของไต ซ่ึงเป็นอวัยวะในระบบขับถ่ายท่ีมี
ความสำคัญในการกำจัดของเสียท่ีมี ไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ รวมทั้งน้ำและสารท่ีมีปริมาณเกินความต้องการ
ของรา่ งกาย
2. ตัวชี้วัด / ผลการเรยี นรู้
ว 1.2 ม.4/2. อธบิ ายการควบคมุ ดุลยภาพของนำ้ และสารต่าง ๆ ในเลือดโดยการทำงานของไต
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายโครงสร้างและสว่ นประกอบของไตได้ (K)
2. เขยี นแผนภาพการทำงานของหนว่ ยไตได้ (P)
3. ความมุ่งมนั่ ความอดทนจากการสบื ค้นข้อมลู (A)
4. สาระการเรียนรู้
- โครงสรา้ งและส่วนประกอบของไต
- การทำงานของหนว่ ยไต
- การประยกุ ต์ใช้ความรู้
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
- ความสามารถในการคิด
6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
- ใฝ่เรยี นรู้
- มงุ่ ม่ันในการทำงาน
- มีจติ สาธารณะ
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวชิ าวิทยาศาสตร์ชีวภาพ 2
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 1 การรกั ษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์
7. กระบวนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ใชร้ ปู แบบการจดั การเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es)
ขน้ั ที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engagement)
1) นักเรียนศึกษารูปนักกีฬาวิ่งแข่งที่มีเหง่ือออกมากหรือภาพผู้ใช้แรงงานท่ีมีเหง่ือมากจากการทำงาน
และนกั เรียนรว่ มกันตอบคำถามตอ่ ไปนี้
– นักเรียนคิดว่าบุคคลในภาพมีวิธีในการทดแทนน้ำท่ีสูญเสียไปกับเหง่ือได้ด้วยวิธีใด
(แนวคำตอบ : ดม่ื น้ำเพื่อทดแทนนำ้ ท่ีเสยี ไป)
– ถ้าบุคคลในภาพไม่ได้ดื่มน้ำหลังเล่นกีฬาหรือใช้แรงงาน นักเรียนคิดว่าปัสสาวะของคนเหล่าน้ี
จะมลี ักษณะใด (แนวคำตอบ : มีสเี ขม้ กวา่ ปกติ)
2) นักเรียนทำกิจกรรมทบทวนความรู้ก่อนเรยี น หนงั สือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
วิทยาศาสตร์ชีวภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4 เล่ม 1 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 22 จำนวน 2 ข้อ
โดยการเติมเครือ่ งหมาย ✓ หรอื ดังตอ่ ไปนี้
- อวัยวะทีท่ ำหน้าที่ทำหน้าท่ีกำจัดของเสียทีเ่ กิดจากกระบวนการเมแทบอลซิ ึมในร่างกายคือไต
- สารที่กรองผ่านโกลเมอรูลัสได้ คือ เซลล์เม็ดเลือดขาว น้ำ กูลโคส และไอออนตา่ งๆ
ขนั้ ท่ี 2 ข้ันสำรวจและค้นหา (Exploration)
3) นักเรียนร่วมกันศึกษาคลิปวีดีโอ Animation เก่ียวกับโครงสร้างของไต และการทำงานของไต
โดยการสแกน QR - code
4) นักเรียนตอบคำถามในใบกิจกรรมที่ 1 เรอ่ื งแผนภาพการทำงานของไต
ขัน้ ท่ี 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation)
5) นกั เรียนร่วมกันตอบคำถามดังต่อไปนี้
- ไตมีลักษณะอย่างไร (แนวคำตอบ : คล้ายเม็ดถ่ัวแดง มี 2 ข้าง อยู่บริเวณด้านหลังช่องท้องติดกับ
กระดูกสนั หลงั )
- ไตมีหนา้ ท่อี ะไร (แนวคำตอบ : กำจดั ของเสีย และสารอ่ืน ๆ ทีร่ ่างกายไม่ต้องการออกจากเลอื ด)
- หลอดเลือดทนี่ ำเลอื ดเข้าสู่ไตคอื หลอดเลอื ดชนิดใด (แนวคำตอบ : รนี ัล อารเ์ ทอรี)
- หลอดเลือดท่ีนำเลอื ดทีก่ รองเสร็จ ออกจากไตคอื หลอดเลือดชนิดใด (แนวคำตอบ : รีนลั เวน)
- เน้ือไตทีม่ ีสีต่างกันอย่างชัดเจน คืออะไร (แนวคำตอบ : เนื้อไตชั้นนอก/รนี ัล คอร์เทก) มสี ีน้ำตาลปน
แดง เปน็ บรเิ วณที่มหี ลอดเลอื ดมาหล่อเลี้ยงมาก และเนอื้ ไตชัน้ ใน/รีนัล เมดัลลา อยู่รอบกรวยไตสีซีด
รูปรา่ งคลา้ ยสามเหลีย่ ม)
- บริเวณท่ีต่อจากเนื้อไตชั้นในคืออะไรทำหน้าท่ีอย่างไร (แนวคำตอบ : กรวยไต ทำหน้าท่ีรับยูเรีย น้ำ
บางส่วนและสารอ่ืน ๆ ท่ีร่างกายไม่ต้องการ ส่งต่อไปยังท่อไต และกระเพาะปัสสาวะเพื่อกำจัดออก
จากร่างกาย)
แผนการจดั การเรยี นร้รู ายวิชาวิทยาศาสตรช์ วี ภาพ 3
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 การรกั ษาดลุ ยภาพของรา่ งกายมนษุ ย์
ขัน้ ท่ี 4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)
6) นักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างของไต การทำงานของไตโดยอ่านเนื้อหา
และสังเกตภาพ 2.2 หนา้ 25 และ ภาพ 2.3 หน้า 26 ในหนงั สอื เรยี นหน้า 19 และตอบคำถามระหวา่ ง
เรียนดังน้ี
- เพราะเหตุใดจึงสามารถตรวจสารเสพติดได้โดยการตรวจปัสสาวะ (แนวคำตอบ เพราะสาร
บางอย่างไตไม่สามารถดูดกลับได้ เชน่ ยาบ้า กัญชา เพราะฉะน้นั จึงทำให้สารพวกนี้ปะปนออกมา
พร้อมกับปสั สาวะ
- เพราะเหตุใดผู้ป่วยโรคไตถึงต้องฟอกไต โดยใช้เครื่องไตเทียม (แนวคำตอบ เพราะไตทำหน้าท่ีใน
การกรอง ขับของเสีย เม่ือไตทำงานผิดปกติจะทำให้ของเสียเกิดการะสมในเลือดอย่างรวดเร็ว
จนไมส่ ามารถรักษาดลุ ยภาพของร่างกายและทำให้เสยี ชวี ิตได้)
ขน้ั ที่ 5 ขั้นประเมนิ (Evaluation)
7) ครูและนักเรียนอภิปรายเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า กระบวนการทำงานของไตแบ่งออกเป็น 3 ข้ันตอน คือ
การหลงั่ การกรอง และการดูดกลับ ซ่งึ เกิดข้ึนต่อเน่ืองตลอดเวลา ซึ่งไตแบ่งออกเป็น 2 ชั้น คือ เนื้อไต
ช้ันนอก และเน้ือไตช้ันใน มีหน่วยไตท่ีทำหน้าที่กรองของเสียที่เรียกว่า โกลเมอรูรัส และมีท่อรวม
ภายในหน่วยไต ทำหน้าที่รวบรวมสารละละลายที่ผ่านจากการกรองที่เรียกว่า ปัสสาวะ โดยสารท่ีมี
โมเลกุลใหญ่จะไม่สามารถผ่านออกมาจากตัวกรองได้ และจะมีการดูดกลับสารที่มีประโยชน์ท่ีร่างกาย
สามารถนำไปใชไ้ ด้ เช่น กรดอมิโน กลู โคส ไอออนตา่ งๆ กลบั เขา้ สูร่ ่างกายบริเวณทอ่ หน่วยไต
8) ครูตรวจสอบการส่งแบบบันทึกการค้นควา้ ของนักเรียนและใหค้ ะแนนประเมนิ ตามเกณฑ์การประเมิน
8. สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
1. Animation ไตกับการกำจัดของเสียและการรักษาสมดุลภาพของนำ้ และแรธ่ าตุ
2. ใบกจิ กรรมที่ 1 แผนภาพการทำงานของไต แบบทดสอบ
3. หนังสือเรยี นรายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 เล่ม 1
4. แบบทดสอบหลังเรียน Google form
9. การวัดและประเมนิ ผล ใบกิจกรรม
สง่ิ ที่ต้องการวดั วิธีการวดั ผล เครอื่ งมือวัดผล เกณฑก์ ารประเมิน
1. วดั ความรู้ - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลังเรียน - ได้ระดับคุณภาพดีขน้ึ ไป
หลังเรยี น Google Google form ถือวา่ ผา่ นการประเมิน
- อธิบายโครงสรา้ งและ form ดา้ นความรู้
ส่วนประกอบของไตได้ - ตรวจใบกิจกรรม - ใบกจิ กรรม - ไดร้ ะดบั คุณภาพดีขนึ้ ไป
2. วดั ทักษะกระบวนการ เรือ่ งแผนภาพของไต เรือ่ ง แผนภาพของไต ถอื ว่าผา่ นการประเมนิ
- เตมิ คำในแผนภาพสรุป ดา้ นทักษะ
การทำงานของหนว่ ยไตได้ - สงั เกตความมงุ่ มนั่ -แบบประเมนิ คุณลักษณะ - ไดร้ ะดับคุณภาพดีข้นึ ไป
3. วัดเจตคติ อดทนในการสบื คน้ อันพง่ึ ประสงค์ ถือวา่ ผา่ นการประเมนิ
- ความมุ่งมน่ั ความอดทน ข้อมลู ของนักเรียน ด้านเจตคติ
จากการสืบค้นข้อมลู
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ 4
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 1 การรกั ษาดุลยภาพของรา่ งกายมนษุ ย์
10. ความคดิ เหน็ (ผู้บรหิ าร / หรือผูท้ ่ไี ด้รบั มอบหมาย)
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรียนรูข้ อง นายวีรภฏั ศาสตรา ชมภู แล้วมคี วามคดิ เห็นดังน้ี
10.1 เป็นแผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี
ดีมาก ดี
พอใช้ ต้องปรบั ปรงุ
10.2 การจัดกิจกรรมการเรียนรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
ที่เน้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญ ใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ทย่ี งั ไมเ่ น้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
10.3 เป็นแผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี
นำไปใช้ได้สอนได้
ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้
10.4 ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ
.........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............
.........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............
ลงชอื่ .................................................
(นางขนษิ ฐา นวมพันธ์ุ)
หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วนั ที่ ......... เดือน ...................... พ.ศ.............
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตรช์ วี ภาพ 5
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 1 การรกั ษาดุลยภาพของรา่ งกายมนุษย์
11. บันทกึ ผลหลังสอน
11.1. สรุปผลการเรียนการสอน
1) นกั เรยี นจำนวน............................คน
ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ............... คน คดิ เปน็ ร้อยละ ...................
ไมผ่ า่ นจุดประสงค์ .......................... คน คดิ เป็นร้อยละ .................................
2) นักเรียนทีม่ ีความสามารถพเิ ศษ/นกั เรยี นพิการ ได้แก่
1. .................................................................. 2. ...........................................................................
3) ผลการจดั การเรยี นรดู้ า้ นความรู้ความเขา้ ใจ (K)
......................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................... .................................................
............................................................................................................................................. ........................................
.................................................................................................................................................................... ..................
...................................................................................................................... ................................................................
4) ผลการจดั การเรยี นรดู้ ้านทักษะกระบวนการ (P)
............................................................................................................................. .........................................................
............................................................................................................................................................. .........................
.......................................................................................................... ...........................................................................
............................................................................................................................. .........................................................
..................................................................................................................................... .................................................
5) ผลการจดั การเรียนรู้ด้านคณุ ลักษณะของสาระการเรยี นรู้ คุณธรรมจรยิ ธรรม (A)
............................................................................................................................. .........................................................
....................................................................... ..................................................................................................... ..........
............................................................................................................................................. ........................................
............................................................................................................................. .........................................................
.................................................................................................................................................................. ....................
11.2. ปญั หา / อุปสรรค และขอ้ เสนอแนะ
............................................................................................................................. .........................................................
........................................................................................................................................................................ ..............
..................................................................................................................... ................................................................
ลงช่อื ................................................................
(นายวีรภฏั ศาสตรา ชมภู)
ครูผสู้ อน
วันที่ ......... เดือน ...................... พ.ศ.............
ชื่อ-นามสกลุ ..................................แ..ผ...น..ก...า..ร..จ..ดั..ก...า..ร..เ.ร..ีย..น...ร..ูร้ .าชยั้นว.ิช..า..ว..ิท...ย..าเศลาขสทตี่.ร..์ช...ีว..ภ..าพ 6
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 การรักษาดลุ ยภาพของรา่ งกายมนุษย์
ใบกิจกรรม เรอื่ ง แผนภาพการทำงานของไต
คำชีแ้ จง จงนำข้อความที่กำหนดใหเ้ ติมลงในช่องว่างของแผนผังสรุป การทำงานและการกำจัดของเสียของไต
หลอดเลือดเวน หัวใจ หลอดเลือดอารเ์ ทอรี
ไต
ท่อไต
หน่วยไต
ท่อปัสสาวะ
หลอดเลอื ดนำเลอื ดออก หลอดเลือดนำเลือดเขา้
ทอ่ หน่วยไต
โกลเมอรูลัส กรอง โบว์แมนแคปซูล
ยูเรยี ไอออน นำ้
คงอยู่ กรอง
กลโู คส กรดอมิโน
ไอออน น้ำ ดูดกลบั เขา้ สู่
มี
กลโู คส กรดอมิโน
ยูเรีย ไอออน นำ้ เข้าสู่
กลูโคส กรดอมโิ น
ยเู รยี ไอออน น้ำ
เซลล์เมด็ เลอื ด
โปรตีน
เข้าสู่
กระเพาะปสั สาวะ
เขา้ สู่
ขบั เป็น
ปสั สาวะ
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวชิ าวิทยาศาสตร์ชวี ภาพ 7
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนษุ ย์
ใบกจิ กรรมที่ 1 เร่อื ง แผนภาพการทำงานของไต เฉลย
คำชีแ้ จง จงนำข้อความที่กำหนดให้เติมลงในชอ่ งว่างของแผนผงั สรปุ การทำงานและการกำจดั ของเสียของไต
หวั ใจ
หลอดเลอื ดเวน หลอดเลอื ดอาร์เทอรี
ท่อไต ไต
ท่อปสั สาวะ หน่วยไต
ท่อหนว่ ยไต หลอดเลือดนำเลอื ดออก หลอดเลอื ดนำเลอื ดเขา้
ยูเรีย ไอออน นำ้ โกลเมอรลู ัส กรอง โบว์แมนแคปซูล
กลโู คส กรดอมโิ น คงอยู่ กรอง
ไอออน น้ำ
กลโู คส กรดอมิโน กลูโคส กรดอมโิ น
กลโู คส กรดอมิโน ยูเรีย ไอออน นำ้ ยูเรยี ไอออน น้ำ
ยเู รีย ไอออน นำ้ เซลลเ์ ม็ดเลอื ด
เข้าสู่
กลูโคส กรดอมโิ น โปรตีน
ยเู รีย ไอออน น้ำ ท่อหนว่ ยไต
เซลล์เม็ดเลอื ด ดูดกลบั
มี
โปรตีน กลโู คส กรดอมโิ น
ไอออน นำ้ ยเู รยี ไอออน นำ้
เขา้ สู่
ท่อไต
เขา้ สู่
กระเพาะปสั สาวะ
เขา้ สู่
ทอ่ ปสั สาวะ
ขับเปน็
ปสั สาวะ
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวิชาวทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ 8
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การรกั ษาดุลยภาพของรา่ งกายมนษุ ย์
แผนการจดั การเรยี นรู้
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564
รหัสวิชา ว31107 ชอื่ รายวชิ า วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ
หน่วยการเรียนรู้ ท่ี 1 การรกั ษาดุลยภาพของรา่ งกายมนุษย์ จำนวน 14 ช่ัวโมง
แผนการเรยี นรู้ ที่ 2 เร่ือง การรกั ษาดลุ ยภาพของน้ำและแร่ธาตใุ นรา่ งกาย เวลา 2 ชว่ั โมง
มาตรฐาน
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจาก
เซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสรา้ ง และหนา้ ที่ของระบบตา่ ง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กนั ความสัมพันธ์
ของโครงสรา้ ง และหน้าท่ีของอวยั วะต่าง ๆ ของพชื ทที่ ำงานสัมพนั ธก์ นั รวมทงั้ นำความร้ไู ปใช้ประโยชน์
1. สาระสำคญั
การรักษาดุลยภาพของน้ำและสารในเลือด เกิดจากการทำงานของไต ซ่ึงเป็นอวัยวะในระบบขับถ่ายที่มี
ความสำคัญในการกำจัดของเสียที่มี ไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ รวมท้ังน้ำและสารท่ีมีปริมาณเกินความต้องการ
ของรา่ งกาย
2. ตัวชี้วดั / ผลการเรยี นรู้
ว 1.2 ม.4/2. อธิบายการควบคมุ ดุลยภาพของน้ำและสารต่าง ๆ ในเลอื ดโดยการทำงานของไต
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายการรักษาสมดุลของน้ำและสารต่าง ๆ ในเลอื ดโดยการควบคมุ ของสมองสว่ นไฮโพทาลามัสได้ (K)
2. การจัดกระทำ และการสอ่ื ความหมายข้อมูล (P)
3. เห็นความสำคญั ของไต (A)
4. สาระการเรยี นรู้
- การรกั ษาสมดุลของน้ำและสารต่าง ๆ ในเลือดโดยการควบคุมของสมองสว่ นไฮโพทาลามสั
- กลไกรักษาสมดุลยภาพของน้ำและแร่ธาตใุ นรา่ งกาย
- ความสำคญั ของไต
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
- ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
- ใฝเ่ รยี นรู้
- มุ่งม่นั ในการทำงาน
- มีจติ สาธารณะ
แผนการจดั การเรยี นรูร้ ายวชิ าวิทยาศาสตรช์ ีวภาพ 9
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 1 การรักษาดลุ ยภาพของร่างกายมนษุ ย์
7. กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
ใช้รปู แบบการจัดการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es)
ข้นั ที่ 1 กระตุน้ ความสนใจ (Engagement)
9) นักเรียนตอบคำถาม Big Question เพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียนว่า ทำไมเราจึงจำเป็นต้อง
ดื่มน้ำ แล้วให้นักเรียนร่วมกันระดมความคิดการตอบคำถาม (แนวตอบ ในร่างกายของมนุษย์มีน้ำเป็น
องค์ประกอบถึง 65-70% ซึ่งน้ำมีส่วนช่วยในการปรับอุณหภูมิของร่างกาย ลำเลียงแก๊ส สารอาหาร
และของเสียท่ีผ่านเข้า-ออกจากเซลล์ แต่ร่างกายจะสูญเสียน้ำไปจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ เราจึงต้อง
ด่มื นำ้ ไปทำแทนน้ำทส่ี ญู เสียไป)
10) นักเรียนและครูพูดคุยกันว่า ในกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์จะมีของเสียเกิดข้ึน จึงต้องมีการขับของเสีย
ออกจากร่างกาย และถามคำถาม Prior Knowledge เพื่อทบทวนความรู้เดิมกับนักเรียนว่า ร่างกาย
ของมนุษย์กำจัดของเสียในรูปแบบใดบ้าง (แนวตอบ ร่างกายมนุษย์กำจัดของเสียออกจากร่างกาย
ทงั้ ทางเหงอื่ ปสั สาวะ อุจจาระ และการหายใจ)
11) นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใด ปัสสาวะของนักเรียนมักมีสีเข้มในวันที่นักเรียนกลั้นปัสสาวะไว้นาน ๆ
(แนวการตอบ เน่ืองจากว่าร่างกายมีการดึงน้ำออกจากปัสสาวะมาก เพราะร่างกายรู้สึกขาดน้ำ จึงทำ
ให้นำ้ ท่ีเปน็ ส่วนประกอบในปสั สาวะมปี รมิ าณนอ้ ยลง จึงทำให้ปสั สาวะมีสีเข้มและปรมิ าณที่น้อยลง)
ขั้นท่ี 2 ขัน้ สำรวจและค้นหา (Exploration)
12) นักเรียนศึกษาวีดิทัศน์และตอบคำถามเกี่ยวกับ เร่ืองการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารในร่างกาย
จาก https://edpuzzle.com/ โดยการสแกน QR - code
ขน้ั ที่ 3 ขนั้ อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)
13) นักเรยี นร่วมกนั ตอบคำถามดังตอ่ ไปน้ี
- ความต้องการน้ำ และการสูญเสียน้ำของร่างกายมนุษย์ในแต่ละวัน แล้วถามนักเรียนว่า ร่างกาย
ได้รบั นำ้ และสูญเสยี น้ำในแตล่ ะในรูปแบบใดบา้ ง และปรมิ าณเทา่ ไร
(แนวตอบ แต่ละวันร่างกายจะได้รับน้ำจากอาหาร เครื่องดื่ม ประมาณ 2.5 ลิตร แต่ร่างกายจะ
สญู เสียนำ้ ออกจากรา่ งกายทางเหงื่อ การหายใจ ปสั สาวะ และอุจจาระประมาณ 2.5 ลติ ร เชน่ กัน)
- ถา้ ปริมาณน้ำท่ีรับเข้าสูร่ ่างกายและปริมาณน้ำที่ถูกขับออกจากร่างกายไม่สมดุลกัน จะมีผลอย่างไร
แล้วใหน้ กั เรียนรว่ มกันระดมความคิดการตอบคำถาม
(แนวตอบ มีผลต่อการเปล่ียนแปลงความเข้มข้นของเลือด และความดันเลือด รวมถึงการทำงาน
ของอวัยวะและระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ผู้ที่มีอาการท้องเสียอย่างรุนแรงจะสูญเสียน้ำออก
จากร่างกายปริมาณมาก จึงทำให้มีอาการตัวซีด มือเท้าเย็น หมดแรง เป็นตะคริว และอาจถึงกับ
ช็อกได้ เป็นต้น)
แผนการจดั การเรียนรรู้ ายวิชาวิทยาศาสตรช์ วี ภาพ 10
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 การรักษาดลุ ยภาพของร่างกายมนษุ ย์
- ถ้าสมชายดม่ื แต่น้ำอดั ลม น้ำชา หรอื กาแฟ สมชายจะมีอาการเช่นเดยี วกบั ในเรอ่ื งน้หี รอื ไมเ่ พราะ
เหตใุ ด (แนวการตอบ นา่ จะมีอาการเหมอื นกัน เพราะในนำ้ อดั ลมบางชนิด น้ำชา หรือกาแฟมสี าร
คาเฟอีนเปน็ องคป์ ระกอบอยดู่ ว้ ย)
- ทำอย่างไรร่างกายของสมชายจึงจะสามารถปรับสมดุลระหว่างสภาพแวดล้อมภายในและภายนอก
ได้ดีขึ้น (แนวการตอบ ควรดื่มน้ำมากๆ ทดแทนน้ำท่ีเสียไป และควรรับประทานอาหารท่ีมีแร่ธาตุ
เพ่ือชดเชยแร่ธาตุที่เสียไปกับน้ำ)
- กรณีที่ปริมาณโซเดียมต่ำจะเกิดการควบคุมอย่างไร (แนวการตอบ ใช้ฮอร์โมน Aldosterone ที่
สรา้ งจากต่อมมวกไต ไปกระตนุ้ ให้ท่อหน่วยไตและท่อรวมดดู โซเดียมและน้ำกลบั สูก่ ระแสเลือด)
- การท่ีร่างกายมีปริมาณโซเดียมมาก จะส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง (แนวการตอบ ทำให้เสี่ยงต่อการ
เกดิ โรคความดนั โลหิตสูง ซึง่ จะมผี ลตอ่ การทำงานของไต ทำให้การกรองผดิ ปกติ แขนขาบวม)
ข้นั ท่ี 4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)
14) นักเรียนศึกษาเพ่ิมเติมเพ่ือทำความเข้าใจเกี่ยวกับการรักษาดุลยภาพของของเหลสในร่างกาย และทำ
กิจกรรมท่ี 2.1 หน้า 32 ในหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และตอบคำถาม
ดังตอ่ ไปนี้
- ถ้าไตไม่ทำงานจะมผี ลต่อการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารในรา่ งกายอยา่ งไร (แนวคำตอบ :เซลล์
ภายในร่างกายก็จะมีของเสียสะสมอยู่ ส่งผลต่อการรับ–ส่งสารภายในเซลล์ ทำให้การทำงานของ
เซลล์ผิดปกติไป เปน็ อันตรายต่อชวี ิตได้)
- กรณีผู้ป่วยโรคไต ซ่ึงไตไม่สามารถทำงานได้ จะตรวจพบสารชนิดใดปนมากับปัสสาวะบ้าง เพราะ
เหตุใด (แนวตอบ กรณีของผู้ป่วยโรคไต จะพบสารบางชนิดปนออกมากับปัสสาวะ เช่น กลูโคส
กรดอะมิโน เนื่องจากหนว่ ยไตไมส่ ามารถดูดกลับสารที่มปี ระโยชนเ์ หล่านไี้ ด้ หรอื อาจพบเซลล์เม็ด
เลอื ดแดง และโปรตีน ซึ่งปกตจิ ะไมผ่ า่ นการกรองของโกลเมอรูลัส)
ขนั้ ท่ี 5 ขนั้ ประเมิน (Evaluation)
15) นักเรียนรว่ มกนั ตอบคำถามเพอ่ื ประเมินความเข้าใจ ดงั ตอ่ ไปนี้
- ไตมีการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารในร่างกายร่วมกับอวัยวะใด และทำงานสัมพันธ์กันใน
ลักษณะใด
- ถา้ ไตมคี วามผดิ ปกตใิ นการทำงานจะส่งผลต่อร่างกายในลกั ษณะใดบา้ ง
- ในระหว่างหรอื หลงั จากเลน่ กฬี าหรอื อกกำลังกายเรามักหายใจถี่เพราะเหตุใด
16) นักเรียนทำผังสรุป เร่ือง การรักษาดุลยภาพของน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย ซ่ึงมีเน้ือหาประกอบด้วย
โครงสรา้ งของหน่วยไต การกรองของเสยี ของหนว่ ยไต และกลไกการรักษาสมดลุ นำ้ และสารตา่ ง ๆ
17) นกั เรียนสืบค้นขอ้ มลู เรอ่ื ง โรคทเ่ี กดิ จากการทำงานผิดปกตขิ องไต แล้วจดั ทำเป็นโปสเตอร์
18) ครูตรวจสอบการส่งแบบบันทึกการค้นควา้ ของนักเรยี นและให้คะแนนประเมินตามเกณฑ์การประเมนิ
8. สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้ แบบทดสอบ
1. วีดีทัศนแ์ ละตอบคำถามเกี่ยวกบั เร่ืองการรักษาดลุ ยภาพของนำ้ และสารในรา่ งกาย
2. หนังสอื เรยี นรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 เล่ม 1
3. แบบทดสอบหลังเรยี น Google form
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาวทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ 11
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 การรกั ษาดลุ ยภาพของรา่ งกายมนุษย์
9. การวดั และประเมินผล
สงิ่ ท่ีต้องการวัด วิธกี ารวัดผล เคร่ืองมือวดั ผล เกณฑก์ ารประเมิน
- ได้ระดับคุณภาพดีขนึ้ ไป
1. วัดความรู้ - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลงั เรียน ถอื ว่าผ่านการประเมิน
ดา้ นความรู้
- อธิบายการรักษาสมดุลของ หลงั เรียน Google Google form
- ได้ระดบั คุณภาพดีขน้ึ ไป
น้ำและสารต่าง ๆ ในเลือดโดย form ถอื วา่ ผ่านการประเมนิ
ดา้ นทักษะ
ก า ร ค ว บ คุ ม ข อ ง ส ม อ ง ส่ ว น
- ได้ระดับคุณภาพดีขน้ึ ไป
ไฮโพทาลามสั ได้ (K) ถอื วา่ ผา่ นการประเมนิ
ดา้ นเจตคติ
2. วัดทกั ษะกระบวนการ - ตรวจผงั สรุป เรอ่ื ง -แบบประเมินชนิ้ งาน
- การจัดกระทำ และการส่ือ การรักษาดุลยภาพ
ความหมายขอ้ มูล (P) ของนำ้ และแร่ธาตุใน
ร่างกาย
3. วดั เจตคติ - ตรวจโปสเตอร์
- เหน็ ความสำคญั ของไต (A) เรอื่ งโรคที่เกิดจากการ - แบบประเมินชิน้ งาน
ทำงานผดิ ปกติของไต
*แผนผังความคดิ ใหน้ ักเรยี นสรุปการเรยี นรู้ เรอื่ ง การรักษาดลุ ยภาพของนำ้ และแรธ่ าตุในร่างกาย ลงในกระดาษสมุด หรือกระดาษเอส่ี พรอ้ มทัง้ ตกแต่งให้
สวยงาม
แผนการจดั การเรียนรรู้ ายวชิ าวิทยาศาสตร์ชีวภาพ 12
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์
10. ความคิดเห็น (ผู้บรหิ าร / หรือผทู้ ี่ได้รับมอบหมาย)
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรียนรขู้ อง นายวรี ภัฏศาสตรา ชมภู แล้วมีความคิดเห็นดังนี้
10.1 เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดมี าก ดี
พอใช้ ต้องปรบั ปรงุ
10.2 การจดั กจิ กรรมการเรยี นรไู้ ดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
ทีเ่ นน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญ ใชใ้ นการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ที่ยงั ไม่เน้นผูเ้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
10.3 เป็นแผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี
นำไปใชไ้ ดส้ อนได้
ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้
10.4 ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ
.........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............
.........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............
ลงชือ่ .................................................
(นางขนษิ ฐา นวมพนั ธุ์)
หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วนั ที่ ......... เดอื น ...................... พ.ศ.............
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาวทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ 13
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การรกั ษาดลุ ยภาพของรา่ งกายมนษุ ย์
11. บนั ทกึ ผลหลังสอน
11.1. สรปุ ผลการเรียนการสอน
1) นักเรยี นจำนวน............................คน
ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ............... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ...................
ไม่ผ่านจดุ ประสงค์ .......................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ .................................
2) นักเรยี นทมี่ คี วามสามารถพิเศษ/นกั เรียนพกิ าร ได้แก่
1. .................................................................. 2. ...........................................................................
3) ผลการจดั การเรยี นรูด้ ้านความรคู้ วามเข้าใจ (K)
.......................................................... .......................................................................................................... ..................
.................................................................................................................................... ..................................................
............................................................................................................................................. ........................................
..................................................................................................................................................... .................................
.................................................................................................. .......................................................................... ..........
4) ผลการจดั การเรยี นรู้ด้านทักษะกระบวนการ (P)
............................................................................................................................. .........................................................
............................................................................................................................................................. .........................
.......................................................................................................... ...........................................................................
............................................................................................................................. .........................................................
..................................................................................................................................... .................................................
5) ผลการจดั การเรียนรู้ดา้ นคณุ ลกั ษณะของสาระการเรียนรู้ คุณธรรมจริยธรรม (A)
............................................................................................................................. .........................................................
....................................................................... ..................................................................................................... ..........
............................................................................................................................................. ........................................
............................................................................................................................. .........................................................
.................................................................................................................................................................. ....................
11.2. ปญั หา / อปุ สรรค และขอ้ เสนอแนะ
............................................................................................................................. .........................................................
........................................................................................................................................................................ ..............
..................................................................................................................... ................................................................
ลงช่ือ ................................................................
(นายวรี ภฏั ศาสตรา ชมภู)
ครูผู้สอน
วันท่ี ......... เดอื น ...................... พ.ศ............
แผนการจดั การเรยี นร้รู ายวิชาวทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ 14
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 การรกั ษาดุลยภาพของรา่ งกายมนุษย์
แผนการจัดการเรียนรู้
กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564
รหสั วชิ า ว31107 ชื่อรายวชิ า วิทยาศาสตร์ชีวภาพ
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 การรกั ษาดลุ ยภาพของร่างกายมนุษย์ จำนวน 14 ช่ัวโมง
แผนการเรยี นรู้ท่ี 3 เร่ือง การรักษาดุลยภาพของกรด-เบสในรา่ งกายมนุษย์ เวลา 2 ช่วั โมง
มาตรฐาน
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของส่ิงมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจาก
เซลล์ความสัมพนั ธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบตา่ ง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ทที่ ำงานสัมพันธ์กัน ความสมั พันธ์
ของโครงสรา้ ง และหนา้ ทีข่ องอวยั วะตา่ ง ๆ ของพืชที่ทำงานสมั พนั ธก์ ัน รวมทงั้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
1. สาระสำคญั
ร่างกายมีกลไกในการรักษาดุลยภาพของดกรด-เบสในร่างกายโดยการทำงานของปอดและไต ซึ่งปอดทำ
หน้าท่ีขับ CO2 จากการหายใจออกเพื่อลดระดับ H+ จากกระบวนการเมแทบอลิซึมต่าง ๆ ของร่างกาย สว่ นไตเมื่อ
เลือดมีความเป็นกรดสูงจะขับสารที่มีส่วนประกอบของไฮโดรเจนไอออนและขับแอมโมเนียมไอออน (NH4+) ออก
จากเลือด ดูดกลับสารบางชนิด เช่น โซเดียมไอออน (Na+) และไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน (HCO3-) แต่เม่ือเลือด
มคี วามเป็นเบสสงู (pH สงู ) กจ็ ะเกดิ กระบวนการทีต่ รงกนั ขา้ ม
2. ตัวช้ีวดั / ผลการเรยี นรู้
ว1.2 ม.4/3 อธบิ ายการควบคุมดุลยภาพของกรด-เบสของเลอื ดโดยการทำงานของไตและปอด
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายการรกั ษาดุลยภาพของกรด-เบสในร่างกายโดยการทำงานของไตและปอด (K)
2. เปรียบเทียบการทำงานควบคมุ ดลุ ยภาพของกรด-เบสของไตและปอดได้ (P)
3. สนใจใฝร่ ู้ในการศกึ ษา (A)
4. สาระการเรยี นรู้
- การควบคมุ ดลุ ยภาพของกรด-เบสของเลอื ดโดยการทำงานของไตและปอด
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
- ความสามารถในการคดิ
6. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
- ใฝเ่ รียนรู้
- มงุ่ ม่ันในการทำงาน
- มจี ิตสาธารณะ
แผนการจดั การเรียนร้รู ายวชิ าวิทยาศาสตร์ชวี ภาพ 15
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การรกั ษาดลุ ยภาพของรา่ งกายมนษุ ย์
7. กระบวนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ใช้รูปแบบการจดั การเรยี นการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es)
ข้ันทบทวนความรเู้ ดิม
1. นักเรียนทบทวนเนื้อหาที่เรียนจากคาบก่อนหน้า โดยการดูภาพบนสไลด์และตอบคำถามเพ่ือ
ตรวจสอบความเข้าใจ ซ่ึงเนื้อหาจากคาบก่อนหน้า คือเน้ือหาเรื่องการรักษาสมดุลน้ำและแร่ธาตุใน
รา่ งกาย แนวคำถามมีดังตอ่ ไปนี้
- คำถาม: คาบที่แล้วเราเรียนเรื่องอะไรกัน ครูอยากทราบว่าสมองส่วนใดท่ีสร้างฮอร์โมนควบคุมการ
ดูดกลับน้ำท่ีท่อหน่วยไต? และฮอร์โมนดังกล่าวมีช่ือว่าอย่างไร ? (แนวคำตอบ: สมองส่วนไฮโพทา
ลามัส สร้างฮอรโ์ มน ADH และลำเลยี งมาไว้ทต่ี ่อมใตส้ มองส่วนหลงั )
ขั้นที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement)
19) นักเรียนทำกิจกรรม “ทดสอบการกล้นั หายใจ” และลองจับเวลาดูว่าตนเองสามารถกลั้นหายใจได้นาน
หรอื ไม่ และแชรเ์ วลาท่ตี นเองกลน้ั หายใจไดใ้ ห้เพื่อนและครูไดร้ รู้ ่วมกนั
20) นักเรียนจะสังเกตเห็นว่า ไม่มีเพื่อนคนไหนที่กล้ันหายใจได้เป็นเวลานาน นักเรียนคิดว่าเป็นเพราะ
สาเหตุใด ? (แนวคำตอบ : เป็นเพราะการกลั้นหายใจนาน ๆ จะทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกาย
เสยี สมดลุ เน่อื งจากมีแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์อยูใ่ นเลือดมากเกินไป)
ข้นั ที่ 2 ขั้นสำรวจและคน้ หา (Exploration)
21) นักเรียนทำกิจกรรม “หาคำตอบร่วมกัน” โดยครูจะสุ่มจับฉลากคำถามข้ึนมา เพื่อเป็นแนวทางให้
นักเรียนได้ค้นหาคำตอบจากการศึกษาดูคลิปวีดีโอ เร่ือง การรักษาดุลยภาพของกรดเบสของเลือด
โดยช่องทาง QR-code ซง่ึ คำถามประกอบไปดว้ ย
- ความเป็นกรด–เบสในร่างกายข้นึ อยู่กับสารใด
- ความเปน็ กรด–เบสในร่างกายส่งผลต่อการทำงานของสง่ิ ใดในรา่ งกาย
- การขาดอากาศหายใจมีผลตอ่ ความเปน็ กรด–เบสในร่างกายหรอื ไม่ เพราะอะไร
- กลไกการกำจัดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในเลอื ด
- การทำงานของหน่วยไตในสภาวะทีเ่ ลอื ดเปน็ กรด
- การรักษาดลุ ยภาพของกรด-เบสของเลือดโดยปอด
ขัน้ ท่ี 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation)
22) นกั เรียนรว่ มกนั ตอบคำถามดังต่อไปน้ี
- เมื่อเราออกกำลังกายอยา่ งหนัก รา่ งกายจึงมีอัตราการหายใจที่มากขึ้น (แนวตอบ เมื่อเราออกกำลัง
กายอย่างหนัก จึงมีการหายใจระดับเซลลเ์ พ่ิมมากขึ้น ทำให้เกิด CO2 มากข้ึน และจะรวมตัวกับน้ำ
ในเซลล์เม็ดเลือดแดงเกิดเป็นกรดคาร์บอนิก (H2CO3) ที่จะแตกตัวให้ไฮโดรเจนไอออน (H+) กับ
ไฮโดรเจนคารบ์ อเนตไอออน (HCO3-) สง่ ผลทำให้เลอื ดมคี วามเป็นกรดสงู ขึน้ ร่างกายจงึ ต้องหายใจ
ออกเพื่อกำจัด CO2 มีผลทำให้ H+ ในเลือดลดลง จงึ ทำใหค้ วามเป็นกรดของเลือดลดลง)
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวิชาวิทยาศาสตร์ชวี ภาพ 16
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 การรกั ษาดุลยภาพของร่างกายมนษุ ย์
- การออกกำลังกาย ร่างกายต้องมีการเผาผลาญสารอาหารทำให้ได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา
แล้วแกส๊ นั้นจะส่งผลต่อร่างกายของมนุษย์อย่างไร (แนวคำตอบ : จะทำให้ค่าความเป็นกรดในเลือด
สูงข้ึน สง่ ผลให้ร่างกายตอ้ งมกี ารรกั ษาสมดลุ ของกรด – เบสใหค้ งท)ี่
- ร่างกายมีวิธีการไล่แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ออกมาจากร่ายกายได้อย่างไร เพื่อปรับให้ร่างกายสมดุล
(แนวคำตอบ : สมองจงึ ส่งั การให้เราหายใจถ่ขี ้ึนเพ่ือไล่แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ออกมา)
- หากเลือดอยู่ในสภาวะเป็นเบส ปอดจะมีกลไกการควบคุมเพ่ือรักษาดุลยภาพของเลือดอย่างไร
(แนวคำตอบ: อตั ราการหายใจจะลดลงเพ่อื เพิม่ ปรมิ าณไฮโดรเจนไอออนใหส้ ูงขน้ึ )
ขนั้ ท่ี 4 ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration)
23) นักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเพ่ือทำความเข้าใจเก่ียวกับการควบคุมดุลยภาพของกรด-เบสของเลือดโดยการ
ทำงานของปอด ไต โดยอ่านเนื้อหาหน้า 36 และสังเกตภาพ 2.9 พร้อมศึกษาเพิ่มเติม หน้า 37 และ
ตอบคำถามระหว่างเรียนดังน้ี
- ปัจจัยในการรับประทานอาหารส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงความเป็นกรด-เบสของเลือดหรือไม่
อย่างไร (แนวคำตอบ หากรับประทานอาหารท่ีมีความเป็นกรด หรือ เบสมาก จะทำให้เลือดแปร
ผันไปตามความเข้มข้นของกรด-เบสในอาหาร เช่น การด่ืมน้ำอัดลม เน่ืองจากน้ำอัดลมคือ
น้ำหวานทถี่ ูกอัดด้วยแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ เม่ือทำปฏิกิรยิ ากับน้ำจะไดส้ ารประกอบ H2CO3 ซ่ึง
ทำใหเ้ ลือดเปน็ กรด)
- น้ำปูนใสมีคุณสมบัติเป็นกรดหรือเบส และมีประโยชน์ต่อการทำกล้วยบวดชีอย่างไร (แนวคำตอบ
มีคุณสมบตั ิเปน็ เบส และนำไปใชป้ ระโยชน์คือ เพอื่ ป้องกนั ไมใ่ หก้ ลว้ ยดำและชว่ ยให้กล้วยกรอบ)
ขนั้ ท่ี 5 ขน้ั ประเมิน (Evaluation)
24) นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจ โดยทำกิจกรรมหน้า 38 ตอบคำถาม 2 ข้อในหนังสือเรียนรายวิชา
พ้ืนฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ ม.4 เล่มท่ี 1 ลงในสมดุ ดงั ต่อไปนี้
- ถา้ เลือดมีภาวะเป็นเบส ทอ่ หน่วยไตจะมกี ารหลง่ั และดูดกลับสารตา่ งๆ อยา่ งไร
- ถ้าไตไม่สามารถทำงานไดจ้ ะมผี ลอย่างไรต่อร่างกาย
25) ครูตรวจสอบการสง่ แบบบนั ทึกการค้นคว้าของนักเรียนและใหค้ ะแนนประเมนิ ตามเกณฑ์การประเมิน
8. ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้ แบบทดสอบ
1. คลิปวีดีโอ เรื่อง การรักษาดลุ ยภาพของกรดเบสของเลือด
2. หนงั สือเรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 เล่ม 1
3. แบบทดสอบหลังเรยี น Google form
แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ 17
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 1 การรกั ษาดุลยภาพของรา่ งกายมนุษย์
9. การวดั และประเมนิ ผล
สิง่ ทตี่ ้องการวดั วธิ กี ารวดั ผล เคร่อื งมือวัดผล เกณฑก์ ารประเมิน
1. วดั ความรู้ - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลังเรยี น - ได้ระดบั คุณภาพดีขน้ึ ไป
หลงั เรยี น Google Google form ถอื ว่าผ่านการประเมนิ
- อธิบายการรกั ษาดลุ ยภาพ form ด้านความรู้
ของกรด-เบสในร่างกายโดยการ - แผนภาพเปรียบเทียบ
ทำงานของไตและปอด (K) - ตรวจแผนภาพ การทำงานควบคุมดุลย - ได้ระดับคุณภาพดีข้ึนไป
2. วัดทกั ษะกระบวนการ สรุปการ ภาพของกรด-เบสของไต ถอื วา่ ผ่านการประเมิน
- เปรยี บเทียบการทำงานควบคมุ เปรยี บเทียบการ และปอดได้ ดา้ นทกั ษะ
ดุลยภาพของกรด-เบสของไต ทำงานควบคุมดุลย
และปอดได้ (P) ภาพของกรด-เบส - แบบประเมินคุณลักษณะ - ได้ระดับคุณภาพดีขนึ้ ไป
ของไตและปอดได้ อนั พง่ึ ประสงค์ ถอื วา่ ผ่านการประเมิน
3. วดั เจตคติ - สงั เกตความมุ่งม่ัน ด้านเจตคติ
- สนใจใฝ่เรยี นรกู้ ารศกึ ษา (A) อดทนในการสบื คน้
ขอ้ มูลของนักเรียน
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ 18
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์
10. ความคดิ เห็น (ผู้บริหาร / หรือผู้ทีไ่ ด้รับมอบหมาย)
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรูข้ อง นายวรี ภัฏศาสตรา ชมภู แลว้ มคี วามคดิ เห็นดังน้ี
10.1 เปน็ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่
ดมี าก ดี
พอใช้ ต้องปรบั ปรุง
10.2 การจัดกิจกรรมการเรยี นร้ไู ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
ท่เี นน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคญั ใช้ในการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ท่ียังไมเ่ น้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป
10.3 เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
นำไปใชไ้ ด้สอนได้
ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้
10.4 ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
............................................................................................................................. ............
.........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............
............................................................................................................................. ............
ลงช่อื .................................................
(นางขนิษฐา นวมพนั ธ์ุ)
หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วันท่ี ......... เดือน ...................... พ.ศ.............
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ 19
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 การรกั ษาดลุ ยภาพของร่างกายมนษุ ย์
11. บันทึกผลหลังสอน
11.1. สรุปผลการเรียนการสอน
1) นกั เรยี นจำนวน............................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ............... คน คดิ เป็นร้อยละ ...................
ไม่ผ่านจดุ ประสงค์ .......................... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ .................................
2) นกั เรียนทม่ี ีความสามารถพิเศษ/นักเรยี นพิการ ไดแ้ ก่
1. .................................................................. 2. ...........................................................................
3) ผลการจัดการเรียนรดู้ า้ นความรคู้ วามเข้าใจ (K)
......................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................... .................................................
............................................................................................................................................. ........................................
.................................................................................................................................................................... ..................
.................................................................................................................... ..................................................................
4) ผลการจัดการเรยี นรู้ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
............................................................................................................................. .........................................................
............................................................................................................................................................. .........................
.......................................................................................................... ...........................................................................
............................................................................................................................. .........................................................
..................................................................................................................................... .................................................
5) ผลการจดั การเรียนรดู้ า้ นคณุ ลกั ษณะของสาระการเรยี นรู้ คุณธรรมจรยิ ธรรม (A)
............................................................................................................................. .........................................................
....................................................................... ..................................................................................................... ..........
............................................................................................................................................. ........................................
............................................................................................................................. .........................................................
.................................................................................................................................................................. ....................
11.2. ปญั หา / อุปสรรค และข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .........................................................
........................................................................................................................................................................ ..............
..................................................................................................................... ................................................................
ลงชือ่ ................................................................
(นายวีรภฏั ศาสตรา ชมภู)
ครูผสู้ อน
วันท่ี ......... เดือน ...................... พ.ศ.............
แผนการจดั การเรยี นรูร้ ายวิชาวทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ 20
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การรกั ษาดุลยภาพของรา่ งกายมนษุ ย์
แผนการจดั การเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564
รหสั วชิ า ว31107 ช่ือรายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 การรกั ษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์ จำนวน 14 ชว่ั โมง
แผนการเรยี นรทู้ ่ี 4 เร่อื ง การรกั ษาดลุ ยภาพของอณุ หภูมใิ นรา่ งกายมนุษย์ เวลา 2 ช่ัวโมง
มาตรฐาน
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของส่ิงมีชีวิต หน่วยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจาก
เซลล์ความสมั พนั ธ์ของโครงสรา้ ง และหน้าที่ของระบบตา่ ง ๆ ของสัตวแ์ ละมนษุ ย์ทีท่ ำงานสมั พันธ์กัน ความสมั พันธ์
ของโครงสรา้ ง และหนา้ ท่ขี องอวัยวะต่าง ๆ ของพชื ที่ทำงานสมั พันธ์กนั รวมทง้ั นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
1. สาระสำคัญ
ร่างกายมีกลไกในการรักษาดลุ ยภาพของอณุ หภมู ิในร่างกาย โดยมีศนู ย์ควบคุมอยู่ท่ีสมองสว่ นไฮโพทาลามัส
ที่ทำหน้าท่ีส่งสัญญาณไปกระตุ้นหรือยับย้ังกระบวนการเมแทบอลิซึมต่าง ๆ ซ่ึงหากอุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นกว่า
ชว่ งปกติ ร่างกายจะตอบสนองโดยการลดอตั ราเมแทบอลิซึม เพ่ิมการขยายตัวของหลอดเลือด ต่อมเหงอ่ื สร้างเหงื่อ
เพิ่มขึ้น เพิ่มการระเหยและการพาความรอ้ นออกจากร่างกาย แต่หากอุณหภูมิของร่างกายต่ำกว่าช่วงปกติ ร่างกาย
จะตอบสนองโดยการเพิ่มอัตราเมแทบอลิซึม ลดการขยายตัวของหลอดเลือด ต่อมเหงื่อสร้างเหงื่อน้อยลงหรือไม่
สร้างเหงื่อ ขนลุกเกิดอาการหนาวสัน่ ลดการระเหยและการพาความร้อนออกจากร่างกาย
2. ตัวชว้ี ดั / ผลการเรียนรู้
ว 1.2 ม.4/4 อธิบายการควบคุมดุลยภาพของอุณหภูมิภายในร่างกายโดยระบบหมุนเวียนเลือด ผิวหนัง
และกล้ามเน้ือโครงร่าง
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิในร่างกายโดยการทำงานของระบบหมุนเวียนเลอื ด ผิวหนัง
และกลา้ มเนอ้ื โครงรา่ งได้ (K)
2. เปรียบเทียบกลไกการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิในร่างกายเม่ืออุณหภูมิภายนอกสูงกว่า/ต่ำกว่า
อุณหภูมขิ องรา่ งกายได้ (K)
3. การจัดกระทำ และการสอ่ื ความหมายขอ้ มลู (P)
4. สนใจใฝ่รู้ในการศกึ ษา (A)
4. สาระการเรยี นรู้
- การรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิในร่างกายโดยการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือด ผิวหนัง แล ะ
กลา้ มเนอ้ื โครงรา่ ง
- กลไกการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิในร่างกายเมื่ออุณหภูมิภายนอกสูงกว่า/ต่ำกว่าอุณหภูมิของ
รา่ งกาย
แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ 21
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การรกั ษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
- ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
- ใฝ่เรยี นรู้
- มุ่งมั่นในการทำงาน
7. กระบวนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ใชร้ ูปแบบการจดั การเรียนการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es)
ขัน้ ทบทวนความรเู้ ดิม
1. นักเรียนทบทวนเน้ือหาทเ่ี รยี นจากคาบกอ่ นหนา้ ในหวั ขอ้ เรื่อง การรักษาดลุ ยภาพของกรด-เบสของเลอื ด
โดยการดูคำถามจากบน Power point จากน้นั นักเรียนจบั ฉลากเลขที่ และตอบคำถามเพื่อตรวจสอบ
ความเขา้ ใจ แนวคำถามมีดงั ต่อไปนี้
- คำถาม : คาบท่ีแล้วเราเรียนเรื่องอะไรกัน คำถามมีอยู่ว่า สมองส่วนได้ควบคุมการหายใจของ
มนษุ ย?์ (แนวคำตอบ : สมองส่วนที่มชี อื่ วา่ เมดลั ลา ออบลองกาตา)
- คำถาม : เหตุใดเราถึงไม่สามารถกลั้นหายใจนาน ๆ ได้ ? (แนวคำตอบ : เพราะการกลนั้ หายใจจะ
ทำให้ร่างกายไม่สามารถขับCO2 ออกมาได้ ซึ่งการมี CO2 สะสมอยู่ในเลือด จะส่งผลให้ค่าความ
เป็นกรดในเลือดสูงขึ้น ค่าความเป็นกรดท่ีสูงข้ึนจะกระตุ้นให้สมองส่วนไฮโพทาลัสส่ังการ และ
รา่ งกายจะมีการตอบสนองโดยการพยายามหายใจออกเพ่ือขับ CO2 ออกมา ทำให้ค่าความเป็น
กรดในเลอื ดลดลง)
ข้ันที่ 1 กระตุน้ ความสนใจ (Engagement)
26) นักเรยี นทำกิจกรรม “บทบาทสมมตุ ิ” โดยตัวแทนนักเรยี นที่มาแสดงบทบาทสมมตจิ ะมี 2 คน นักเรียน
คนแรกจะแสดงบทบาทสมมติ โดยการแสดงท่าทางของอาการหนาวสั่น และต้องใส่เส้ือกันหนาว
สว่ นนักเรียนคนท่ีสอง จะแสดงบทบาทสมมติ โดยการแสดงอาการพัดคลายรอ้ น นักเรียนท่ีไม่ได้แสดง
บทบาทสมมติ จะต้องสงั เกตลกั ษณะของเพ่ือน และตอบคำถามต่อไปน้ี
- คำถาม : สิ่งที่เพ่ือนทั้งสองคนแสดงให้ดูคือท่าทางของอะไรบ้าง (แนวคำตอบ : ท่าทางของ
อาการหนาวสั่นและอาการร้อน)
- คำถาม : นักเรียนคิดว่าเหตุใดร่างกายเราถึงรู้ว่าตอนน้ีสภาพอากาศหนาวและเราต้องใส่เสื้อ
กันหนาว (แนวคำตอบ : เพราะร่างกายของเรามีสมองที่ค่อยส่ังการเพ่ือควบคุมและรักษา
อุณหภมู ิในร่างกายใหค้ งท่ี)
- หากนักเรียนเดินทางไปเที่ยวในประเทศท่ีมีหิมะตก ร่างกายของนักเรียนจะมีการปรับตัว
อย่างไร (คำถาม Engage)
แผนการจดั การเรียนร้รู ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ 22
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 การรกั ษาดลุ ยภาพของร่างกายมนษุ ย์
ขั้นท่ี 2 ข้นั สำรวจและค้นหา (Exploration)
27) นักเรียนทำกิจกรรม “สุ่มดวง” ครูจะมีคำถามเพ่ือเป็นแนวทางให้นักเรียนได้ค้นหาคำตอบจาก
การศึกษาดูคลิปวีดีโอ เร่ือง การรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิของร่างกาย โดยช่องทาง QR-code
ซึ่งคำถามนั้นจะซ่อนอยู่ภายใต้หมายเลข แล้วให้นักเรียนสุ่มดวงเพ่ือเลือกคำถามน้ัน โดยคำถาม
ประกอบไปดว้ ยดงั น้ี
1 อุณหภูมมิ ีผลต่อการทำงานของเอนไซมอ์ ยา่ งไร
2 เมือ่ อากาศร้อนร่างกายจะมีการปรับเพ่ือรักษาดลุ ยภาพอย่างไร
3 เมอื่ อากาศเย็นร่างกายจะมกี ารปรับเพ่ือรักษาดลุ ยภาพอยา่ งไร
4 ผิวหนงั ชว่ ยในการรักษาดลุ ยภาพของรา่ งกายได้อย่างไร
5 เพราะเหตุใดกลา้ มเน้อื โครงร่างจึงมีการหดตัวและเกิดการสั่น
6 หากไดร้ บั เช้ือโรคหรือสิ่งแปลกปลอมจะทำใหอ้ ุณหภูมริ า่ งกาย
เปล่ยี นแปลงหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
ข้นั ท่ี 3 ขน้ั อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
28) นักเรียนรว่ มกันตอบคำถามดังต่อไปนี้
- เพราะเหตุใด เม่ือเราป่วยและมีอาการไข้ข้ึนสูง ร่างกายจึงมีเหงื่อออกมากกว่าปกติ
(แนวตอบ เมื่อเราป่วยและมีอาการไข้ขึ้นสูง ร่างกายจะมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ ทำให้ต้องปรับตัว
เพ่ือให้อุณหภูมิลดลง โดยต่อมเหงื่อจะหล่ังเหง่ือเพิ่มมากข้ึนเพื่อเพ่ิมการระเหยและพาความร้อน
ออกจากร่างกาย)
- หากนกั เรยี นเดินทางไปเทยี่ วในประเทศทม่ี ีหิมะตก รา่ งกายของนกั เรยี นจะมีการปรับตัวอยา่ งไร
(แนวตอบ หากนักเรียนเดินทางไปเที่ยวในประเทศที่มีหิมะตก แสดงว่าอุณหภูมิภายนอกร่างกาย
ต่ำกว่าอุณหภูมิภายในร่างกาย ร่างกายจะมีการตอบสนองโดยเพ่ิมอัตราเมแทบอลิซึม
ลดการขยายตัวของหลอดเลือด ต่อมเหง่ือสร้างเหง่ือน้อยลงหรือไม่สร้างเหง่ือ ขนลุกเกิดอาการ
หนาวส่นั ลดการระเหยและการพาความรอ้ นออกจากร่างกาย)
- ผวิ หนังช่วยในการรักษาดลุ ยภาพของรา่ งกายได้อยา่ งไร (แนวคำตอบ บริเวณใตช้ ั้นผิวหนงั จะต่อม
ท่ีทำหนา้ ทผ่ี ลิตเหงื่อ ซ่ึงการขับเหงอ่ื จะเป็นการชว่ ยระบายความร้อนจากร่างกาย และยงั เป็นการ
ขบั ถา่ ยของเสียดว้ ย เช่น ยเู รีย)
- เพราะเหตุใดกล้ามเน้ือโครงร่างจึงมีการหดตัวและเกิดการส่ัน (แนวคำตอบ การส่ันและหดตัวเป็น
จงั หวะของกลา้ มเน้อื จะเปน็ การเพิ่มพลงั งานจลนใ์ หก้ ับร่างกาย ทำใหช้ ว่ ยเพิ่มความรอ้ น)
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวิชาวทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ 23
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์
- หากได้รับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมจะทำให้อุณหภูมิร่างกายเปล่ียนแปลงหรือไม่ เพราะเหตุใด
(แนวคำตอบ เกิดการเปลีย่ นแปลงอุณหภูมิของรา่ ยกายสูงข้ึน ซ่ึงเป็นผลมาจากสมองส่วนไฮโพทา-
ลามัสกำหนดให้อุณหภูมิของร่ายกายสูงกว่าปกติ จะทำให้ร่างกายรู้สึกหนาวส่ัน เพราะอุณหภูมิ
เดิมของร่างกายนั้นต่ำกว่าอุณหภูมิที่ปรับข้ึนมาใหม่ การท่ีอุณหภูมิสูงข้ึนนี้จะเป็นการช่วยยับยั้ง
การเจรญิ เตบิ โตของเชอ้ื โรค จุลินทรีย์บางชนิดได้
ขนั้ ท่ี 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration)
29) นักเรียนศึกษาเพ่ิมเติมเพื่อทำความเข้าใจเก่ียวกับการควบคุมดุลยภาพอุณหภูมิ โดยอ่านเนื้อหาหน้า
42-43 และสงั เกตภาพ 2.13
30) นักเรียนและครูร่วมศึกษากรณีการจำศีลของกบไม้ออลัสกา และร่วมกันตอบคำถามดังต่อไปนี้
(http://club.sanook.com/75727)
- กบไม้อาลัสกา มีการปรับตัวในการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิเหมือนหรือต่างกับมนุษย์อย่างไร
(แนวคำตอบ ต่าง เนื่องจากในมนุษย์จะเป็นการกำหนดอุณหภูมิให้สูงข้ึน โดยการส่ังการของสมอง
ส่วนไฮโพทาลามัส และอาศัยกลไกของอวัยวะ โครงสร้างอ่ืนร่วมด้วย เช่น กล้ามเนื้อโครงร่าง
กล้ามเนื้อมีการหดและส่ันเป็นจังหวะ และ ต่อมเหง่ือไม่สร้างเหง่ือ หลอดเลือดหดตัว แต่ในกบไม้
อาลัสกา ร่างของมันจะอยู่ในสภาพแชแ่ ขง็ ไม่หายใจ หัวใจหยดุ เต้น กระบวนการตา่ งๆ ในร่างกาย
อย่าง เช่น กิจกรรมการย่อยอาหารและการขบั ถ่ายของเสียยุติลงโดยสิ้นเชิง สภาพเหมือนตายแล้ว
นอกจากนั้นยังมีสารที่เรียกว่า “ครายโอโปรเทคแทนท์” คือสารท่ีป้องกันการเกิดการจับตัวเป็น
นำ้ แข็งโดยลดจุดเยือกแข็งให้ต่ำลง ชว่ ยใหม้ นั สามารถอยรู่ อดได้)
ขน้ั ท่ี 5 ขัน้ ประเมิน (Evaluation)
31) นักเรยี นเล่นกิจกรรมเกม ยกสยาม เพื่อทบทวนบทเรียนท้ังหมดท่ีเริ่มเรียนมา โดยวธิ ีเล่นเกม ยกสยาม
มีดังน้ี
- นักเรียนแต่ละคนจะได้รับแผนปา้ ยคำตอบเป็นอกั ษร ก ข ค ง
- นกั เรียนทกุ คนจะอา่ นข้อคำถามบน Power point พรอ้ มกนั
- จากนนั้ ใหน้ กั เรียนเลอื กคำตอบทค่ี ิดวา่ ถกู ต้องทีส่ ุด โดยคำตอบอาจเป็นข้อ ก ข ค ง ก็ได้
- จากนัน้ นกั เรยี นจะยกคำตอบของตัวเองขึน้ และฟังเฉลยจากคณุ ครู
- คนท่ีตอบผิดจะต้องออกจากเกมไปและนง่ั รอเพื่อนเล่นเกมจนเหลอื ผู้เล่น 2 คนสดุ ทา้ ย
- นกั เรียน 2 คนสุดท้ายจะแข่งกนั และหาผชู้ นะ ผชู้ นะจะได้รับของรางวลั จากครู
32) ในระหวา่ งการเลน่ เกม นักเรยี นตอ้ งคดิ แยกแยะถงึ ผลประโยชน์ส่วนตนและสว่ นรวม ชว่ ยเหลือ ชว่ ยกัน
คดิ หาคำตอบภายในกลุ่ม และต้องมคี วามละอายตอ่ การทุจริตในการเลน่ โดยท่ีไม่ลอก หรือหันไปมอง
คำตอบของกลมุ่ อืน่ ต้องมีความซอ่ื สัตย์
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชวี ภาพ 24
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 การรักษาดลุ ยภาพของร่างกายมนุษย์
8. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
1. คลิปวีดีโอ และใบกิจกรรมที่ 4 เรื่อง การรักษาดุลยภาพของอณุ หภูมิในร่างกาย
2. หนังสือเรยี นรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 4 เล่ม 1
3. แบบทดสอบหลังเรียน Google form
4. ใบกิจกรรมในแอปพลเิ คชัน Live worksheets
9. การวัดและประเมนิ ผล
ส่ิงทีต่ ้องการวดั วธิ กี ารวดั ผล เครอื่ งมือวดั ผล เกณฑก์ ารประเมิน
- แบบทดสอบหลังเรยี น - ได้ระดบั คุณภาพดีขน้ึ ไป
1. วดั ความรู้ - ตรวจแบบทดสอบ Google form ถือว่าผ่านการประเมนิ
- แบบประเมนิ ใบ ดา้ นความรู้
- อธิบายการรักษาดุลยภาพ หลังเรียน Google กจิ กรรม
ของอณุ หภูมใิ นร่างกายโดยการ form
ทำงานของระบบหมนุ เวยี นเลือด - ตรวจใบกจิ กรรม
ผิวหนงั และกลา้ มเน้ือโครงร่างได้
(K)
- เปรยี บเทยี บกลไก การรักษา แบบทดสอบ
ดุลยภาพของอุณหภูมใิ นร่างกาย
เมื่ออณุ หภมู ภิ ายนอกสูงกว่า/ตำ่
กว่าอณุ หภมู ิของร่างกายได้ (K) ใบงานท่ี 1 (เหตุการณ์)
2. วัดทักษะกระบวนการ ใบงานที่ 2 (กลไก) - ไดร้ ะดบั คุณภาพดีข้ึนไป
- การจดั กระทำ และการสื่อ ถอื วา่ ผา่ นการประเมนิ
ความหมายข้อมลู (P) - ตรวจแผนภาพสรปุ - แผนภาพสรปุ ดา้ นทักษะ
การรกั ษาดุลยภาพของ การรกั ษาดุลยภาพ
3. วัดเจตคติ อณุ หภูมิในร่างกาย ของอณุ หภมู ิใน - ไดร้ ะดับคุณภาพดีขนึ้ ไป
- ใฝ่เรียนรู้ (A) มนุษย์ รา่ งกายมนุษย์ ถือวา่ ผา่ นการประเมิน
- สงั เกตความมุง่ ม่ัน - แบบประเมนิ ดา้ นเจตคติ
อดทนในการสืบคน้ คณุ ลกั ษณะ
ขอ้ มูลของนักเรียน อันพึ่งประสงค์
*ให้นักเรียนเขยี นสรปุ ความร/ู้ เนือ้ หาเรอ่ื ง การรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิในรา่ งกายมนุษย์ ในรูปของแผนผงั ความคิดและตกแต่งใหส้ วยงาม
แผนการจดั การเรียนรูร้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ 25
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 การรักษาดลุ ยภาพของรา่ งกายมนุษย์
10. ความคดิ เห็น (ผู้บริหาร / หรือผูท้ ีไ่ ดร้ บั มอบหมาย)
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ของ นายวรี ภัฏศาสตรา ชมภู แลว้ มคี วามคดิ เหน็ ดังนี้
10.1 เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ที่
ดีมาก ดี
พอใช้ ตอ้ งปรับปรุง
10.2 การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
ที่เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคญั ใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ท่ียังไม่เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป
10.3 เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
นำไปใช้ไดส้ อนได้
ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้
10.4 ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ
............................................................................................................................. ............
................................................................................................ .........................................
............................................................................................................................. ............
.........................................................................................................................................
ลงชือ่ .................................................
(นางขนิษฐา นวมพนั ธุ์)
หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วันท่ี ......... เดือน ...................... พ.ศ.............
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ 26
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 การรกั ษาดลุ ยภาพของร่างกายมนษุ ย์
11. บันทึกผลหลังสอน
11.1. สรุปผลการเรียนการสอน
1) นกั เรยี นจำนวน............................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ............... คน คดิ เป็นร้อยละ ...................
ไม่ผ่านจดุ ประสงค์ .......................... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ .................................
2) นกั เรียนทม่ี ีความสามารถพิเศษ/นักเรยี นพิการ ไดแ้ ก่
1. .................................................................. 2. ...........................................................................
3) ผลการจัดการเรียนรดู้ า้ นความรคู้ วามเข้าใจ (K)
......................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................... .................................................
............................................................................................................................................. ........................................
.................................................................................................................................................................... ..................
.................................................................................................................... ..................................................................
4) ผลการจัดการเรยี นรู้ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
............................................................................................................................. .........................................................
............................................................................................................................................................. .........................
.......................................................................................................... ...........................................................................
............................................................................................................................. .........................................................
..................................................................................................................................... .................................................
5) ผลการจดั การเรียนรดู้ า้ นคณุ ลกั ษณะของสาระการเรยี นรู้ คุณธรรมจรยิ ธรรม (A)
............................................................................................................................. .........................................................
....................................................................... ..................................................................................................... ..........
............................................................................................................................................. ........................................
............................................................................................................................. .........................................................
.................................................................................................................................................................. ....................
11.2. ปญั หา / อุปสรรค และข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .........................................................
........................................................................................................................................................................ ..............
..................................................................................................................... ................................................................
ลงชือ่ ................................................................
(นายวีรภฏั ศาสตรา ชมภู)
ครูผสู้ อน
วันท่ี ......... เดือน ...................... พ.ศ.............
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ 27
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 การรกั ษาดุลยภาพของรา่ งกายมนษุ ย์
ใบกิจกรรมท่ี 2
เรอื่ ง กลไกการรกั ษาดุลยภาพของอณุ หภูมใิ นรา่ งกาย
คำชี้แจง ให้นกั เรยี นเขียนแผนภาพกลไกการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิในรา่ งกายตามสถานการณ์ทกี่ ำหนดให้
สถานการณ์
อภิชาตนงั่ สอบวชิ าคณติ ศาสตรท์ โี่ รงเรียน ซง่ึ คณะกรรมการคมุ สอบไดเ้ ปดิ เครื่องปรับอากาศที่
อุณหภูมิ 23 องศา ทำให้อภิชาตตอ้ งสนั่ ขาตลอดเวลา เหง่ือทม่ี ือกไ็ มม่ ี
1. จากเหตกุ ารณ์จงเขยี นแผนภาพการรกั ษาดลุ ยภาพของอุณหภมู ขิ องอภชิ าต
สถานการณ์
พาทเี ป็นเด็กท่ีเวลารบั ประทานอาหารไมค่ ่อยชอบล้างมือ วันหนง่ึ พาทีไปกนิ ขา้ วกับ
เพ่อื นสนิทและไดส้ ่งั ยำวนุ้ เสน้ ยำหมูยอ พอเวลาผ่านไปถึงตอนเยน็
พาทีรสู้ ึกปวดท้อง ท้องเสีย ตัวของพาทีเริม่ มีอุณหภูมิสูงข้นึ
2. จากเหตุการณจ์ งเขยี นแผนภาพสาเหตุการเปลยี่ นแปลงอุณหภูมิร่างกายของพาที
แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าวิทยาศาสตร์ชวี ภาพ 28
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 1 การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์
ใบกจิ กรรมท่ี 2 เฉลย
เรอ่ื ง กลไกการรกั ษาดลุ ยภาพของอณุ หภูมใิ นรา่ งกาย
คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนเขยี นแผนภาพกลไกการรักษาดลุ ยภาพของอุณหภมู ิในร่างกายตามสถานการณ์ทกี่ ำหนดให้
สถานการณ์
อภชิ าตนง่ั สอบวิชาคณติ ศาสตร์ที่โรงเรยี น ซึง่ คณะกรรมการคุมสอบได้เปดิ เคร่อื งปรบั อากาศท่ี
อณุ หภมู ิ 23 องศา ทำให้อภิชาตตอ้ งส่นั ขาตลอดเวลา เหง่ือที่มือกไ็ ม่มี
1. จากเหตกุ ารณจ์ งเขียนแผนภาพการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิของอภิชาต
อากาศเย็น อุณหภมู ิร่างกายตำ่ Hypothalamus ทำให้
อณุ หภมู ริ ่างกายปกติ อณุ หภมู ิรา่ งกายเพิ่มขึ้น เหงอ่ื ไม่ออก
เส้นขนต้งั ชนั ขน้ึ
เพมิ่ แมทาบอลิซมึ
หลอดเลือดหดตัว
ร่างกายสน่ั
สถานการณ์
พาทเี ปน็ เด็กที่เวลารับประทานอาหารไม่ค่อยชอบลา้ งมือ วันหน่ึงพาทีไปกนิ ข้าวกบั
เพอ่ื นสนทิ และไดส้ ัง่ ยำว้นุ เสน้ ยำหมูยอ พอเวลาผา่ นไปถึงตอนเย็น
พาทรี สู้ ึกปวดท้อง ท้องเสีย ตัวของพาทีเรม่ิ มอี ุณหภมู สิ งู ข้นึ
2. จากเหตกุ ารณจ์ งเขียนแผนภาพสาเหตกุ ารเปล่ยี นแปลงอุณหภูมิร่างกายของพาที
ส่ิงแปลกปลอม/เชอ้ื โรค ร่างกาย Hypothalamus ทำให้
ร่างกายหนาวสัน่ อุณหภูมเิ พ่มิ ข้ึน
เพราะอณุ หภูมิของ ช่วยยบั ย้ังการ
ร่างกายในขณะนั้นต่ำ เจริญเติบโตของเช้ือโรค
กวา่ อุณหภมู ิท่ีกำหนด
ข้ึนมาใหม่
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ 29
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 การรกั ษาดลุ ยภาพของร่างกายมนษุ ย์
แผนการจัดการเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564
รหสั วิชา ว31107 ชือ่ รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 1 การรกั ษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์ จำนวน 14 ช่ัวโมง
แผนการเรยี นรูท้ ่ี 5 เรอ่ื ง โครงสรา้ งของระบบภมู ิคุม้ กนั เวลา 2 ชัว่ โมง
มาตรฐาน
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของส่ิงมีชีวิต หน่วยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจาก
เซลล์ความสมั พนั ธ์ของโครงสรา้ ง และหนา้ ที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนษุ ย์ทีท่ ำงานสัมพันธ์กัน ความสมั พันธ์
ของโครงสร้าง และหน้าทีข่ องอวยั วะต่าง ๆ ของพืชท่ที ำงานสัมพนั ธก์ นั รวมทั้ง นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
1. สาระสำคัญ
เม่ือร่างกายของเราได้รับเช้ือโรคหรือส่ิงแปลกปลอมจะทำให้ร่างกายของเราไม่สามารถรักษาดุลยภาพได้
ร่างกายจะมีกลไกการต่อต้าน หรือทำลายโดยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ซ่ึงแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ กลไก
การต่อตา้ นหรอื ทำลายส่ิงแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะ โดยเป็นการป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่เน้ือเยอื่ ในรา่ งกาย หรือ
กำจัดสง่ิ แปลกปลอมทเี่ ข้าสูร่ า่ งกายโดยกระบวนการต่าง ๆ
2. ตวั ช้ีวัด / ผลการเรยี นรู้
ว 1.2 ม.4/5 อธิบายและเขยี นแผนผงั เก่ียวกับ การตอบสนองของร่างกายแบบไม่จำเพาะ และแบบจำเพาะ
ตอ่ ส่งิ แปลกปลอมของรา่ งกาย
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
5. อธิบายโครงสร้างของระบบภมู คิ ุ้มกันและเปรยี บเทียบเม็ดเลือดขาวแต่ละชนดิ ได้ (K)
6. อธิบายความสำคัญของระบบภูมคิ มุ้ กันได้ (K)
7. การจัดกระทำ และการสอ่ื ความหมายขอ้ มลู (P)
8. มงุ่ มั่นในการทำงาน (A)
4. สาระการเรียนรู้
- โครงสร้างของระบบภูมิคุม้ กนั
- ชนิดเม็ดเลือดขาว
- ความสำคัญของระบบภมู ิค้มุ กนั
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
- ความสามารถในการส่ือสาร
6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
- ใฝ่เรียนรู้
- จิตสาธารณะ
แผนการจดั การเรยี นรูร้ ายวิชาวทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ 30
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 การรกั ษาดุลยภาพของรา่ งกายมนุษย์
7. กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ใช้รูปแบบการจดั การเรยี นการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es)
ขัน้ ทบทวนความรเู้ ดมิ
2. นักเรียนทบทวนเน้ือหาทเ่ี รียนจากคาบก่อนหนา้ ในหวั ขอ้ เรื่อง การรักษาดลุ ยภาพอุณหภูมิของร่างกาย
โดยการดูคำถามจากบน Power point จากน้ันนักเรียนจบั ฉลากเลขท่ี และตอบคำถามเพื่อตรวจสอบ
ความเข้าใจ แนวคำถามมีดงั ต่อไปนี้
- หากนักเรียนเดินทางไปเท่ียวในประเทศที่มีหิมะตก ร่างกายของนักเรียนจะมีการปรับตัวอย่างไร
(แนวตอบ หากนักเรียนเดินทางไปเที่ยวในประเทศท่ีมีหิมะตก แสดงว่าอุณหภูมิภายนอกร่างกาย
ต่ำกว่าอุณหภูมิภายในร่างกาย ร่างกายจะมีการตอบสนองโดยเพ่ิมอัตราเมแทบอลิซึม
ลดการขยายตัวของหลอดเลือด ต่อมเหง่ือสร้างเหงื่อน้อยลงหรือไม่สร้างเหง่ือ ขนลุกเกิดอาการ
หนาวสน่ั ลดการระเหยและการพาความร้อนออกจากร่างกาย)
- ผวิ หนังช่วยในการรกั ษาดุลยภาพของรา่ งกายได้อย่างไร (แนวคำตอบ บรเิ วณใตช้ ้นั ผวิ หนงั จะต่อม
ท่ีทำหนา้ ที่ผลิตเหงื่อ ซ่ึงการขับเหงือ่ จะเป็นการชว่ ยระบายความรอ้ นจากร่างกาย และยังเปน็ การ
ขับถ่ายของเสยี ดว้ ย เชน่ ยเู รยี )
ขน้ั ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ (Engagement)
33) นักเรียนทำกิจกรรมศึกษาข่าวเก่ียวกับโควิด เรื่อง หมอระบบภูมิคุ้มกัน ติดโควิด อ้ึงฉีดซิโนแวคภูมิ
ลด 30% แคผ่ า่ น 2 เดือน และนกั เรียนรว่ มกนั ตอบคำถามดังต่อไปน้ี
- คำถาม : นกั เรียนได้ข้อมลู อะไรเกีย่ วกบั ขา่ งบา้ ง (แนวคำตอบ : ขนึ้ อยกู่ บั คำตอบของนกั เรยี น)
- คำถาม : เพราะเหตุใดตอ้ งมีการฉดี วัคซีน เพ่ือปอ้ งกนั โรคโควิด (แนวคำตอบ : เพราะวัคซีนจะช่วย
เสรมิ สรา้ งภูมิคมุ้ กนั ใหก้ ับตัวเรา เพ่อื ท่จี ะสามารถตอ่ ส้กู บั เชื้อโควิดได)้
- นักเรียนรู้หรือไม่ว่า ภูมิคุ้มกันคืออะไร (แนวคำตอบ เป็นระบบท่ีคอยปกป้องร่างกายของส่ิงมีชีวิต
จากสงิ่ แปลกปลอม)
- นักเรียนทราบหรือไม่ว่า โครงสร้างของระบบภูมิคุ้มกันนั้นประกอบด้วยอวัยวะใดบ้าง
และทำหนา้ ทเี่ พื่อป้องกันตวั เราจากเชอ้ื โรค/ส่ิงแปลกปลอมไดอ้ ย่างไร (คำถาม Engage)
ขน้ั ที่ 2 ขั้นสำรวจและคน้ หา (Exploration)
34) นักเรียน ท ำกิจกรรม “อ่าน เพ่ิ มพู น ” เร่ือง ระบ บ ภู มิคุ้มกัน จาก คลังความ รู้ SciMath
(https://www.scimath.org/article-biology/item/11611-2020-06-05-09-38-52)
35) นักเรียนดวู ดี ทิ ศั น์ เร่ือง [IMMUNE THE SERIES] ตอนท่ี 1 : รู้จักระบบภูมคิ ้มุ กนั
https://www.youtube.com/watch?v=bDz6yP3pUgM
36) นักเรียนทำการจดบันทกึ เส้นทางศึกษาความรู้ตามหวั ข้อท่ีครูได้กำหนดใหด้ ังต่อไปนี้
- ความหมายของระบบภูมิคุ้มกัน
- อวยั วะและเน้ือเยอ่ื ทเี่ ก่ยี วขอ้ งกับระบบภมู ิคุ้มกัน
- หนา้ ทข่ี องอวัยวะและเนอ้ื เย่อื ท่เี กย่ี วข้องกบั ระบบภูมคิ ุ้มกัน
แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าวทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ 31
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การรักษาดลุ ยภาพของรา่ งกายมนุษย์
ขัน้ ที่ 3 ข้นั อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation)
37) นักเรยี นร่วมกนั ตอบคำถามดังตอ่ ไปน้ี
- ร่างกายของเรามีกลไกตอ่ ตา้ นเช้ือโรคและส่งิ แปลกปลอมเหลา่ นี้อย่างไร (แนวตอบ ร่างกายมีกลไก
ต่อต้านเช้ือโรคและสิ่งแปลกปลอมท่ีเข้าสู่ร่างกายที่หลากหลาย ท้ังการป้องกันจากสิ่งกีดขวาง
ภายนอกร่างกาย เช่น ผิวหนัง เป็นต้น การป้องกันจากสารเคมีที่ร่างกายสร้างขึ้น เช่น เอนไซม์
น้ำย่อย เป็นต้น และการป้องกันของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดต่าง ๆ ซึ่งการป้องกันเหล่าน้ีจะถูก
แบ่งออกเป็น 2 ระบบ คอื ระบบภูมคิ ุม้ กนั แบบไม่จำเพาะ และระบบภูมคิ ุ้มกนั แบบจำเพาะ)
- เม็ดเลือดขาวแบ่งไดอ้ อกเปน็ กี่ประเภท อะไรบ้าง ( แนวคำตอบ 2 ประเภท คือ ลิมโฟไซต์ และฟา
โกไซต์)
- อวัยวะท่ีทำหน้าท่ีดกั จบั และทำลายสิง่ แปลกปลอมมีอะไรบา้ ง (แนวคำตอบ ม้าม ตอ่ มนำ้ เหลอื ง)
- เมื่อเรารับประทานอาหารด่านแรกท่ีจะทำการดักจับและทำลายสิ่งแปลกปลอมคืออะไร
(แนวการตอบ ต่อมทอนซลิ )
- เม็ ดเลือดขาวที่ ท ำห น้ าท่ี ท ำลายส่ิงแป ลกป ลอมถูกสร้างมาจากส่วน ใด ใน ร่างกาย
(แนวการตอบ ไขกระดูด)
- ตอน เด็ กมี ต่อม น้ี และมีขน าด ให ญ่ ให ญ่ พ อโต มาต่ อมน้ี มี ขน าดเล็กและฝ่อห ายไป
(แนวการตอบ ตอ่ มไทมัส)
- เมด็ เลอื ดขาวชนดิ ใดทอี่ าศัยอยใู่ นหลอดเลือดและหลอดนำ้ เหลือง (แนวการตอบ ลิมโฟไซต์)
ข้ันท่ี 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration)
38) นักเรียนศกึ ษาเพ่มิ เตมิ เพ่ือทำความเข้าใจเก่ยี วกบั โครงสร้างระบบภมู ิคุ้มกนั โดยอ่านเนื้อหาหนา้ 44-45
และสงั เกตภาพ 2.15
39) นกั เรียนรว่ มกันตอบคำถามดงั ต่อไปน้ี
- ผู้ป่วยบางคนมีความผิดปกติที่ต่อมทอนซิล เช่น มีการตัดต่อมทอนซิลทิ้ง นักเรียนคิดว่าการท่ีช่อง
ปากไม่มีต่อมทอนซลิ จะเกดิ ผลกระทบต่อร่างกายในการดักจับ/กำจดั เช้ือโรค หรือ
ไหม อยา่ งไร (ข้ึนอยู่กบั ความคดิ เห็นของนกั เรียน และแนวการตอบ มีผล เน่อื งจากต่อมทอนซิล
เป็นด่านแรกท่ีค่อยดักจับเช้ือโรคที่ปะปนกับอาหารขณะท่ีเรานำเข้าปากเพ่ือรับประทาน หาก
ต่อมทอนซิลถูกตัด เชอื้ โรคจะสามารถเขา้ ส่รู า่ งกายไดม้ ากข้นึ )
- เชื้อโรคท่ปี ะปนมากับอากาศ เมื่อนักเรียนหายใจเข้า-ออก เพ่ือนำออกซเิ จนเข้าสู่ร่างกาย นักเรียน
คิดว่าร่างกายจะมีวิธีการดักจับเพื่อป้องกัน ทำลายเช้ือโรคน้ันอย่างไร (แนวการตอบ เน่ืองจาก
บริเวณจมูกจะมีขนขนาดเล็กที่คอยโบกพัดฝุ่น มีเมือกท่ีคอยดักจับฝุ่นละอ่อง และมีเนื้อเย่ือ
นำ้ เหลืองท่ีผนงั ทางเดนิ หายใจ จะช่วยในการดัดจบั /ทำลายเชื้อโรค)
แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ 32
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์
ขั้นที่ 5 ข้นั ประเมิน (Evaluation)
40) นักเรยี นเล่นกิจกรรมเกม ยกสยาม เพื่อทบทวนบทเรียนทั้งหมดท่ีเริ่มเรียนมา โดยวิธีเล่นเกม ยกสยาม
มดี ังน้ี
- นกั เรยี นแต่ละคนจะได้รับแผนป้ายคำตอบเปน็ อกั ษร ก ข ค ง
- นกั เรียนทกุ คนจะอา่ นข้อคำถามบน Power point พร้อมกนั
- จากนน้ั ให้นักเรียนเลือกคำตอบท่ีคดิ วา่ ถกู ตอ้ งท่สี ดุ โดยคำตอบอาจเป็นข้อ ก ข ค ง ก็ได้
- จากนน้ั นักเรยี นจะยกคำตอบของตวั เองขน้ึ และฟังเฉลยจากคณุ ครู
- คนทตี่ อบผดิ จะตอ้ งออกจากเกมไปและนั่งรอเพื่อนเล่นเกมจนเหลือผู้เลน่ 2 คนสุดท้าย
- นักเรยี น 2 คนสุดท้ายจะแข่งกันและหาผชู้ นะ ผชู้ นะจะไดร้ บั ของรางวัลจากครู
41) ในระหวา่ งการเล่นเกม นักเรยี นต้องคิดแยกแยะถงึ ผลประโยชนส์ ว่ นตนและส่วนรวม ช่วยเหลอื ช่วยกัน
คดิ หาคำตอบภายในกลุ่ม และต้องมีความละอายตอ่ การทุจริตในการเลน่ โดยท่ีไม่ลอก หรือหันไปมอง
คำตอบของกลมุ่ อ่ืน ต้องมคี วามซอ่ื สัตย์
8. สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
1. “อ่านเพมิ่ พนู ” เร่อื ง ระบบภูมิคุ้มกนั จาก คลังความรู้ SciMath
2. วดี ทิ ัศน์ เรื่อง [IMMUNE THE SERIES] ตอนท่ี 1 : รูจ้ กั ระบบภมู คิ มุ้ กัน
3. หนงั สอื เรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 4 เล่ม 1
4. แบบทดสอบหลงั เรียน Google form
9. การวดั และประเมินผล
สิ่งที่ต้องการวัด วิธีการวัดผล เครือ่ งมอื วัดผล เกณฑ์การประเมนิ
- แบบทดสอบหลงั เรียน - ไดร้ ะดบั คุณภาพดีข้ึนไป
1. วดั ความรู้ - ตรวจแบบทดสอบ Google form ถือวา่ ผ่านการประเมิน
ดา้ นความรู้
- อธบิ ายโครงสรา้ งของระบบ หลังเรียน Google
ภูมิคุ้มกันและเปรียบเทียบเม็ด form
เลือดขาวแตล่ ะชนดิ ได้ (K) แบบทดสอบ
- อธิบ ายค วาม สำคั ญ ขอ ง
ระบบภมู ิคุม้ กันได้ (K)
2. วัดทักษะกระบวนการ - ตรวจแผนภาพ - ใบงาน เรื่อง อวัยวะ - ได้ระดับคุณภาพดีขน้ึ ไป
ในระบบภมู คิ ุ้มกัน ถอื วา่ ผา่ นการประเมิน
- การจดั กระทำ และการสื่อ อวยั วะและเนื้อเย่ือท่ี ดา้ นทักษะ
ความหมายข้อมูล (P) เกี่ยวขอ้ งกบั ระบบ
ภมู ิค้มุ กนั พรอ้ มระบุ
หนา้ ทขี่ องอวยั วะนั้น ใบงาน
3. วดั เจตคติ - สงั เกตความมงุ่ มั่น - แบบประเมิน - ได้ระดบั คุณภาพดีข้ึนไป
คุณลักษณะ ถือว่าผ่านการประเมิน
- ใฝ่เรียนรู้ (A) อดทนในการสืบคน้ อนั พ่ึงประสงค์ ด้านเจตคติ
ข้อมลู ของนักเรยี น
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าวิทยาศาสตร์ชีวภาพ 33
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 1 การรกั ษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์
10. ความคดิ เห็น (ผู้บรหิ าร / หรือผูท้ ไี่ ดร้ บั มอบหมาย)
ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ของ นายวรี ภฏั ศาสตรา ชมภู แลว้ มคี วามคดิ เห็นดังนี้
10.1 เป็นแผนการจดั การเรียนร้ทู ี่
ดีมาก ดี
พอใช้ ต้องปรบั ปรงุ
10.2 การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
ที่เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคญั ใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ท่ียังไม่เน้นผเู้ รียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป
10.3 เป็นแผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่
นำไปใช้ได้สอนได้
ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้
10.4 ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ
............................................................................................................................. ............
............................................................................................................................. ............
..................................................................................................... ....................................
............................................................................................................................. ............
ลงชือ่ .................................................
(นางขนษิ ฐา นวมพนั ธ์ุ)
หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วันท่ี ......... เดอื น ...................... พ.ศ.............
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ 34
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 การรกั ษาดลุ ยภาพของร่างกายมนษุ ย์
11. บันทึกผลหลังสอน
11.1. สรุปผลการเรียนการสอน
1) นกั เรยี นจำนวน............................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ............... คน คดิ เป็นร้อยละ ...................
ไม่ผ่านจดุ ประสงค์ .......................... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ .................................
2) นกั เรียนทม่ี ีความสามารถพิเศษ/นักเรยี นพิการ ไดแ้ ก่
1. .................................................................. 2. ...........................................................................
3) ผลการจัดการเรียนรดู้ า้ นความรคู้ วามเข้าใจ (K)
......................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................... .................................................
............................................................................................................................................. ........................................
.................................................................................................................................................................... ..................
.................................................................................................................... ..................................................................
4) ผลการจัดการเรยี นรู้ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
............................................................................................................................. .........................................................
............................................................................................................................................................. .........................
.......................................................................................................... ...........................................................................
............................................................................................................................. .........................................................
..................................................................................................................................... .................................................
5) ผลการจดั การเรียนรดู้ า้ นคณุ ลกั ษณะของสาระการเรยี นรู้ คุณธรรมจรยิ ธรรม (A)
............................................................................................................................. .........................................................
....................................................................... ..................................................................................................... ..........
............................................................................................................................................. ........................................
............................................................................................................................. .........................................................
.................................................................................................................................................................. ....................
11.2. ปญั หา / อุปสรรค และข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .........................................................
........................................................................................................................................................................ ..............
..................................................................................................................... ................................................................
ลงชือ่ ................................................................
(นายวีรภฏั ศาสตรา ชมภู)
ครูผสู้ อน
วันท่ี ......... เดือน ...................... พ.ศ.............
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวชิ าวิทยาศาสตร์ชีวภาพ 35
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนษุ ย์
แผนการจดั การเรยี นรู้
กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564
รหสั วิชา ว31107 ชอ่ื รายวชิ า วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 การรักษาดุลยภาพของรา่ งกายมนุษย์ จำนวน 14 ชั่วโมง
แผนการเรยี นรู้ที่ 6 เรือ่ ง การต่อตา้ นสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะและแบบจำเพาะ เวลา 2 ช่ัวโมง
มาตรฐาน
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของส่ิงมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของส่ิงมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจาก
เซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหนา้ ท่ีของระบบตา่ ง ๆ ของสัตวแ์ ละมนษุ ย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสมั พันธ์
ของโครงสรา้ ง และหนา้ ท่ขี องอวยั วะต่าง ๆ ของพชื ทท่ี ำงานสมั พนั ธ์กัน รวมทัง้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
1. สาระสำคัญ
เมื่อร่างกายของเราได้รับเช้ือโรคหรือสิ่งแปลกปลอมจะทำให้ร่างกายของเราไม่สามารถรักษาดุลยภาพได้
ร่างกายจะมีกลไกการต่อต้าน หรือทำลายโดยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ กลไก
การตอ่ ต้านหรอื ทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะ โดยเป็นการปอ้ งกันไมใ่ ห้เช้ือโรคเข้าสู่เน้ือเย่ือในรา่ งกาย หรือ
กำจัดส่งิ แปลกปลอมที่เข้าสรู่ ่างกายโดยกระบวนการตา่ ง ๆ
2. ตัวช้ีวัด / ผลการเรียนรู้
ว 1.2 ม.4/5 อธิบายและเขยี นแผนผงั เกีย่ วกบั การตอบสนองของรา่ งกายแบบไม่จำเพาะ และแบบจำเพาะ
ต่อส่งิ แปลกปลอมของร่างกาย
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
9. อธิบายการทำงานของระบบภูมิค้มุ กันแบบไม่จำเพาะและแบบจำเพาะได้ (K)
10. บอกความแตกต่างของระบบภูมิคุ้มกนั แบบไม่จำเพาะและแบบจำเพาะได้ (K)
11. การจัดกระทำ และการสอ่ื ความหมายข้อมูล (P)
12. การลงความเหน็ จากข้อมูล (P)
13. มุ่งมน่ั ในการทำงาน (A)
4. สาระการเรียนรู้
- การทำงานของระบบภูมคิ ุ้มกนั แบบไม่จำเพาะและแบบจำเพาะ
- ความแตกต่างของระบบภูมคิ ุ้มกนั แบบไมจ่ ำเพาะและแบบจำเพาะ
- การทำงานของเม็ดเลอื ดขาวชนิดตา่ งๆ ที่รว่ มกบั ระบบภมู คิ ้มุ กัน
5. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
- ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
- มีวนิ ัย
แผนการจดั การเรยี นรูร้ ายวชิ าวิทยาศาสตรช์ ีวภาพ 36
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 1 การรักษาดุลยภาพของรา่ งกายมนษุ ย์
7. กระบวนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
ใชร้ ูปแบบการจัดการเรยี นการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es)
ขั้นทบทวนความรเู้ ดมิ
3. นกั เรยี นทบทวนเน้ือหาทเ่ี รียนจากคาบก่อนหนา้ ในหวั ขอ้ เร่ือง การรักษาดลุ ยภาพอุณหภมู ิของร่างกาย
โดยการดคู ำถามจากบน Power point จากนน้ั นักเรียนจบั ฉลากเลขท่ี และตอบคำถามเพ่อื ตรวจสอบ
ความเข้าใจ แนวคำถามมีดงั ต่อไปนี้
- เชื้อโรคทีป่ ะปนมากับอากาศ เม่ือนักเรยี นหายใจเข้า-ออก เพ่ือนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย นักเรียน
คิดว่าร่างกายจะมีวิธีการดักจับเพ่ือป้องกัน ทำลายเชื้อโรคนั้นอย่างไร (แนวการตอบ เนื่องจาก
บริเวณจมูกจะมีขนขนาดเล็กท่ีคอยโบกพัดฝุ่น มีเมือกที่คอยดักจับฝุ่นละอ่อง และมีเนื้อเย่ือ
นำ้ เหลอื งทผ่ี นังทางเดินหายใจ จะชว่ ยในการดัดจับ/ทำลายเช้อื โรค)
ขนั้ ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ (Engagement)
1) นกั เรยี นสังเกตรูปภาพและตอบคำถามดงั ต่อไปน้ี
- นักเรียนนักเรียนเคยเข้าไปในบริเวณทม่ี ีฝุ่นมาก ๆ หรือไม่ นักเรยี นมีปฏิกิริยาของร่างกายอย่างไร
เมอื่ เขา้ ไปในบริเวณนน้ั (แนวคำตอบ : เกดิ อาการจาม หลายครง้ั และนำ้ มูกไหล)
- เพราะเหตุใดร่างกายนักเรียนจึงเกิดอาการเช่นน้ัน (แนวคำตอบ : ร่างกายพยายามกำจัดส่ิง
แปลกปลอมทีเ่ ข้าไปในรา่ งกายออก)
- ถ้าเช้ือโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในแผลของเราแล้ว ร่างกายของเราจะมีวิธีการกำจัดเชื้อโรค
และสิ่งแปลกปลอมนัน้ อย่างไร (คำถาม Engage)
ขั้นท่ี 2 ขน้ั สำรวจและคน้ หา (Exploration)
42) นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ ออกเป็น 4 - 5 กลุ่ม ๆ ละ 5 คน (แบ่งกลุ่มตามเลขที่ เนอ่ื งจากเรียนผ่านระบบออนไลน์)
- กลมุ่ ท่ี 1 ศกึ ษา QR-Code ท่ี 1 เร่อื ง ภมู ิคมุ้ กันและระบบหายใจ
- กลุ่มท่ี 2 ศึกษา QR-Code ท่ี 2 เรื่อง ผิวหนังและรูขมุ ขน
- กลุ่มที่ 4 ศึกษา QR-Code ท่ี 3 เร่ือง เซลลเ์ ม็ดเลือดขาวและชนดิ ของเซลลเ์ มด็ เลือดขาว
- กล่มุ ท่ี 5 ศึกษา QR-Code ที่ 4 เร่อื ง ระบบนำ้ เหลือง
2) นกั เรียนศึกษาวดี ที ศั น์เพิม่ เตมิ (1) [IMMUNE THE SERIES] ตอนที่ 2 : Innate Immunity
(2) [IMMUNE THE SERIES] ตอนที่ 3 : Adaptive Immunity
43) นักเรียนทำการจดบนั ทึกเสน้ ทางศกึ ษาความรตู้ ามหัวข้อท่ีครูได้กำหนดให้ดังต่อไปน้ี
- การทำงานของระบบภูมิคุ้มกนั
- หนา้ ท่ีอวัยวะและระบบที่เกีย่ วข้องกบั ระบบภมู ิคมุ้ กนั
- กลไกการป้องกนั และกำจัดส่ิงแปลกปลอมของภูมิคุ้มกนั แบบจำเพาะและไมจ่ ำเพาะ
แผนการจดั การเรียนรรู้ ายวิชาวทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ 37
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 การรกั ษาดุลยภาพของรา่ งกายมนษุ ย์
ขัน้ ท่ี 3 ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)
44) นักเรียนร่วมกันตอบคำถามดังต่อไปน้ี โดยทำกจิ กรรม “สุ่ม” จากบัตรเลขทรี่ ูปไอศกรีม
- นักเรียนตอบคำถาม Prior Knowledge เพ่ืออธิบายและลงข้อสรุปว่า เชื้อโรคและส่ิงแปลกปลอม
สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางใดบ้าง (แนวตอบ เชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมสามารถเข้าสู่ร่างกาย
ไดห้ ลายทาง ท้ังทางผิวหนงั ระบบหายใจ ระบบย่อยอาหาร ระบบหมุนเวยี นโลหติ )
- เมื่อร่างกายเกิดบาดแผล เชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ในส่ิงแวดล้อมจะเข้าสู่ร่างกาย เรียก
เช้ือโรคและสง่ิ แปลกปลอมเหลา่ นว้ี า่ อะไร (แนวการตอบ แอนตเิ จน)
- ร่างกายของเรามีกลไกต่อตา้ นเชื้อโรคและสง่ิ แปลกปลอมเหลา่ น้ีอย่างไร (แนวตอบ ร่างกายมีกลไก
ต่อต้านเช้ือโรคและสิ่งแปลกปลอมท่ีเข้าสู่ร่างกายท่ีหลากหลาย ท้ังการป้องกันจากส่ิงกีดขวาง
ภายนอกร่างกาย เช่น ผิวหนัง เป็นต้น การป้องกันจากสารเคมีท่ีร่างกายสร้างขึ้น เช่น เอนไซม์
น้ำย่อย เป็นต้น และการป้องกันของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดต่าง ๆ ซึ่งการป้องกันเหล่านี้จะถูก
แบ่งออกเป็น 2 ระบบ คือ ระบบภูมิคุม้ กันแบบไม่จำเพาะ และระบบภมู ิคุม้ กันแบบจำเพาะ)
- กลไกลภูมิค้มุ กันแบบไม่จำเพาะมีหลักการอย่างไร (แนวคำตอบ : ส่ิงแปลกปลอมเข้ามาในร่างกาย
และจะโดนกำจัดออกโดยปราการด่านแรกแต่ประสทิ ธิภาพค่อนขา้ งตำ่ เชน่ การจาม การแพ)้
- กลไกภูมิคุ้มกันใดบ้างท่ีมีสารเคมีเป็นส่วนเกี่ยวข้อง (แนวคำตอบ : การขับสารบริเวณต่อม
ต่าง ๆ ในร่างกาย)
- การจับกินเช้ือโรคแบบฟาโกไซโตซิสสอดคล้องกบการลำเลียงสารอย่างไร (แนวคำตอบ :
เปน็ การลำเลยี งสารเขา้ เซลลโ์ ดยไม่ผ่านเยื่อหมุ้ เซลล์)
- เซลล์ทีและเซลล์บีมีการกำจัดเช้ือโรคแตกต่างกันลักษณะใด (แนวคำตอบ : เซลล์ทีจะทำลายเชื้อ
โรคโดยตรงในขณะท่ีเซลลบ์ ีจะผลติ แอนตบิ อดีเพื่อใช้ทำลายเชื้อโรค)
- ร่างกายสามารถจดจำแอนติเจนที่เคยเข้าสู่ร่างกายได้เพราะอะไร (แนวคำตอบ : เพราะเซลล์
เมมเมอรที ี่สรา้ งข้นึ จากเซลล์ทแี ละเซลล์บีจะทำหนา้ ท่ีจดจำเชื้อโรคชนิดที่เคยเขา้ สรู่ ่างกายไว)้
- โรคบางชนิดเมื่อเป็นแล้วสามารถกลับมาเป็นอีกได้เพราะเหตุใด (แนวคำตอบ : เพราะเชื้อโรคน้ัน
อาจเกิดจากเช้ือโรคต่างสายพันธุ์กัน ทำให้ร่างกายไม่มีเซลล์จดจำของเช้ือโรคนั้น ทำให้ร่างกาย
เจบ็ ปว่ ยได้อีก)
- หากเช้ือโรคผ่านด่านแรกของการป้องกันแบบไม่จำเพาะแล้วเดินทางไปยังกระเพาะอาหาร ดังน้ัน
กระเพาะอาหารจะมีวธิ กี ารกำจัดเช้ือโรคน้นั อย่างไร (แนวคำตอบ หลั่งกรดไฮโดรคลอรกิ )
- เม่ือร่างกายเกิดบาดแผลจนทำให้แผลอักเสบ การอักเสบของบาดแผลเกิดข้ึนได้อย่างไร
(แนวคำตอบ บริเวณท่ีเกิดบาดแผลจะเกิดการหล่ังกระตุ้นให้หลอดเลือดฝอยบริเวณนี้ขยายตัว
เพ่ือนำเลือดและเซลล์เม็ดเลอื ดขาวมาสะสมมากขึ้น ทำให้มกี ารบวมแดง อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น
และเจ็บปวด เพอื่ เปน็ กลไกในการป้องกนั บาดแผลจากเชื้อโรค)
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวิชาวทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ 38
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 1 การรกั ษาดลุ ยภาพของร่างกายมนุษย์
ข้นั ท่ี 4 ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration)
45) นักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเพ่ือทำความเข้าใจเก่ียวกับกระบวนการอักเสบทีซึ่งเกี่ยวกับกลไกการป้องกัน
ตนเองของรา่ งกายจากส่งิ แปลกปลอม โดยอา่ นเนอ้ื หาหน้า 47-48 และสงั เกตภาพ 2.17
46) นกั เรียนรว่ มกันตอบคำถามดงั ต่อไปน้ี
- นักเรียนท่เี ริ่มเขา้ วยั หนุ่มสาวจะเกิดการเปล่ียนแปลงด้านร่างกายหลายด้าน และสิ่งทเ่ี ราหลีกเล่ียง
ไม่ได้คือ “สิว” นักเรียนคิดว่าการเกิดสิวอักเสบเก่ียวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันหรือไม่ อย่างไร
(แนวคำตอบ เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน เน่ืองจากสิวอักเสบเป็นกระบวนการกำจัดเช้ือ
แบคทเี รยี ท่ีเป็นสาเหตุทำให้เกิดสวิ ดงั น้ันเมด็ เลือดขาวจะมารวมตวั บริเวณท่ีเปน็ สิว และทำการ
กนิ เชอ้ื แบคทเี รียที่เรยี กว่า P.acnes ดว้ ยวิธีฟาโกไซโตซิส และเช้อื โรคท่ตี ายจะรวมตัวเปน็ หนอง
และถกู กำจัดออกทางบาดแผล)
- นกั เรียนคิดว่าโรคเอดส์ซงึ่ เป็นโรคเกดิ จากการตดิ เชื้อไวรัสท่เี ราเรียกว่า HIV มีส่วนทำลายภมู ิคุ้มกัน
ของผู้ป่วยท่ีเป็นโรคน้ีอย่างไร (แนวคำตอบ ผู้ป่วยที่เป็นโรคเอดส์ท่ีติดเชื้อไวรัส HIV โดยเชื้อ
ไวรัสน้ีจะไปทำลายระบบภูมิคุ้มกันท่ีเรียกว่า T-cell ซ่ึงเป็นภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะ ท่ีมีบทบาท
สำคญั ต่อการกำกัดเช้ือโรค คือ กระตุ้นเซลล์บี เปลี่ยนเป็นเซลลจ์ ดจำ กระตุ้น CD4 cell ซึ่งเมื่อ
เซลลท์ ีถูกทำลายเซลล์ตา่ ง ๆ ในระบบภูมิคุ้มกันจะทำงานไม่ได้ ทำใหร้ ่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกัน
บกพรอ่ ง และเสยี ชีวติ เพราะโรคแทรกซอ้ น)
ข้นั ที่ 5 ขน้ั ประเมนิ (Evaluation)
47) นกั เรียนเล่นกิจกรรมเกม ยกสยาม เพื่อทบทวนบทเรียนท้ังหมดที่เร่ิมเรียนมา โดยวิธีเล่นเกม ยกสยาม
มดี ังน้ี
- นกั เรียนแต่ละคนจะไดร้ ับแผนปา้ ยคำตอบเปน็ อักษร ก ข ค ง
- นักเรียนทกุ คนจะอา่ นข้อคำถามบน Power point พร้อมกนั
- จากนน้ั ใหน้ ักเรยี นเลือกคำตอบทคี่ ดิ วา่ ถกู ต้องทสี่ ุด โดยคำตอบอาจเป็นข้อ ก ข ค ง กไ็ ด้
- จากนนั้ นักเรียนจะยกคำตอบของตัวเองขนึ้ และฟงั เฉลยจากคณุ ครู
- คนทต่ี อบผดิ จะต้องออกจากเกมไปและนัง่ รอเพ่ือนเล่นเกมจนเหลอื ผเู้ ล่น 2 คนสดุ ท้าย
- นกั เรียน 2 คนสดุ ทา้ ยจะแข่งกนั และหาผ้ชู นะ ผู้ชนะจะได้รับของรางวลั จากครู
48) ในระหว่างการเลน่ เกม นกั เรยี นต้องคดิ แยกแยะถงึ ผลประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวม ช่วยเหลอื ชว่ ยกัน
คดิ หาคำตอบภายในกลุ่ม และต้องมีความละอายต่อการทุจริตในการเลน่ โดยที่ไม่ลอก หรือหันไปมอง
คำตอบของกลมุ่ อน่ื ต้องมีความซอื่ สตั ย์
8. สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
1. สอ่ื การเรยี นร้ดู ว้ ยตนเองผ่านการสแกน QR-code
2. วีดทิ ัศน์ เร่ือง (1) [IMMUNE THE SERIES] ตอนท่ี 2 : Innate Immunity
(2) [IMMUNE THE SERIES] ตอนท่ี 3 : Adaptive Immunity
3. หนังสอื เรยี นรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4 เล่ม 1
4. แบบทดสอบหลังเรยี น Google form
5. ใบงานที่ 1 และ 2 ในรปู แบบของ Google form และ แบบ Paper
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวิชาวทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ 39
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การรักษาดุลยภาพของรา่ งกายมนุษย์
9. การวัดและประเมินผล
สงิ่ ที่ต้องการวัด วธิ ีการวดั ผล เครือ่ งมอื วัดผล เกณฑ์การประเมิน
- แบบทดสอบหลงั เรยี น - ไดร้ ะดบั คุณภาพดีขน้ึ ไป
1. วัดความรู้ - ตรวจแบบทดสอบ Google form ถอื วา่ ผา่ นการประเมนิ
ด้านความรู้
- อ ธิบ าย ก ารท ำงาน ข อ ง หลังเรยี น Google
ระบบภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะ form
และแบบจำเพาะได้ (K)
- บอกความแตกต่างของระบบ แบบทดสอบ
ภู มิ คุ้ ม กั น แ บ บ ไม่ จ ำ เพ า ะ แ ล ะ
แบบจำเพาะได้ (K)
2. วัดทักษะกระบวนการ - ตรวจใบงานที่ 1 - แบบประเมินใบงาน - ไดร้ ะดับคุณภาพดีข้ึนไป
ถอื วา่ ผา่ นการประเมิน
- การจัดกระทำ และการสื่อ และ 2 ใบงานที่ 1 ดา้ นทักษะ
ความหมายข้อมลู (P)
- การลงความเห็นจากข้อมลู
(อวัยวะภมู ิคุม้ กัน)
ใบงานท่ี 2
3. วดั เจตคติ - สังเกตความมุ่งมั่นใน (เซลล์เม็ดเลอื ดขาว) - ไดร้ ะดับคุณภาพดีขนึ้ ไป
- มุ่งม่นั ในการทำงาน (A) การทำงาน การเรยี นรู้ ถือวา่ ผา่ นการประเมิน
และการสง่ งาน - แบบประเมนิ ด้านเจตคติ
คุณลักษณะ
อันพึง่ ประสงค์
แผนการจดั การเรียนรรู้ ายวิชาวทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ 40
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 1 การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์
10. ความคดิ เห็น (ผู้บรหิ าร / หรือผูท้ ่ไี ด้รับมอบหมาย)
ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรูข้ อง นายวีรภัฏศาสตรา ชมภู แลว้ มคี วามคดิ เห็นดังน้ี
10.1 เป็นแผนการจดั การเรียนรูท้ ี่
ดีมาก ดี
พอใช้ ต้องปรับปรุง
10.2 การจดั กจิ กรรมการเรยี นรูไ้ ดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
ที่เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคญั ใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ท่ียังไม่เน้นผู้เรียนเปน็ สำคญั ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป
10.3 เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
นำไปใช้ได้สอนได้
ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้
10.4 ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ
........................................................................................................ .................................
............................................................................................................................. ............
.........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............
ลงชื่อ.................................................
(นางขนิษฐา นวมพันธ์ุ)
หวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วันที่ ......... เดอื น ...................... พ.ศ.............
แผนการจดั การเรยี นรูร้ ายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ 41
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์
11. บันทกึ ผลหลังสอน
11.1. สรปุ ผลการเรยี นการสอน
1) นักเรียนจำนวน............................คน
ผ่านจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ............... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ...................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์ .......................... คน คิดเปน็ ร้อยละ .................................
2) นกั เรียนทม่ี คี วามสามารถพเิ ศษ/นักเรยี นพิการ ไดแ้ ก่
1. .................................................................. 2. ...........................................................................
3) ผลการจัดการเรียนร้ดู า้ นความรคู้ วามเข้าใจ (K)
....................................................................................................................... ...............................................................
..................................................................................................................................... .................................................
............................................................................................................................................. ........................................
......................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................... .................................................
4) ผลการจดั การเรียนรูด้ า้ นทักษะกระบวนการ (P)
............................................................................................................................. .........................................................
..................................................................................................................................... .................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .........................................................
..................................................................................................................................... .................................................
5) ผลการจัดการเรยี นรูด้ ้านคณุ ลักษณะของสาระการเรยี นรู้ คุณธรรมจรยิ ธรรม (A)
............................................................................................................................. .........................................................
......................................................................................................................................................................... .............
...................................................................................................................... ...............................................................
............................................................................................................................. .........................................................
....................................................................................................................................... ...............................................
11.2. ปญั หา / อุปสรรค และขอ้ เสนอแนะ
.................................................................................................................................................................... ..................
........................................................................................................................ ..............................................................
............................................................................................................................................. ........................................
ลงช่อื ................................................................
(นายวีรภฏั ศาสตรา ชมภู)
ครูผู้สอน
วันท่ี ......... เดือน ...................... พ.ศ.............
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าวิทยาศาสตร์ชวี ภาพ 42
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 การรกั ษาดุลยภาพของรา่ งกายมนุษย์
ส่ือการเรียนรู้ QR-Code
สำหรับนกั เรยี นเขา้ ไปศกึ ษาด้วยตนเอง
ระบบน้ำเหลอื ง
ระบบภูมิคมุ้ กัน และ ระบบหายใจ
[IMMUNE THE SERIES] Adaptive Immunity
เม็ดเลือดขาว
ระบบผิวหนงั
[IMMUNE THE SERIES] Innate Immunity
แผนการจดั การเรียนรรู้ ายวชิ าวิทยาศาสตร์ชวี ภาพ 43
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การรกั ษาดลุ ยภาพของรา่ งกายมนษุ ย์
ชอื่ -นามสกลุ ...............................................................ช้ัน..........เลขท่ี.....
ใบงาน
เรื่อง เซลลเ์ มด็ เลือดขาวกลมุ่ ฟาโกไซต์
คำช้ีแจง : จงระบุชนดิ และอธิบายลกั ษณะสำคัญของเซลล์เมด็ เลอื ดขาวกลุ่มฟาโกไซตแ์ ต่ละชนิด พร้อมอธบิ าย
กลไกการทำงานในการทำลายเช้ือโรคและส่ิงแปลกปลอม
อีโอซิโนฟลิ เบโซฟลิ โมโนไซต์ นวิ โทรฟลิ
1. เซลล์เม็ดเลอื ดขาวชนดิ .....................................................................................
ลักษณะสำคัญ/หนา้ ท.่ี ....................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
2. เซลลเ์ มด็ เลอื ดขาวชนดิ .....................................................................................
ลักษณะสำคัญ/หนา้ ท.่ี ....................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
3. เซลลเ์ มด็ เลือดขาวชนิด.....................................................................................
ลกั ษณะสำคัญ/หน้าท.ี่ ....................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
4. เซลล์เมด็ เลือดขาวชนิด.....................................................................................
ลกั ษณะสำคญั /หนา้ ท.่ี ....................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
5. การทำงานของเซลล์เม็ดเลอื ดขาวกล่มุ ฟาโกไซต์
......................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................. .....
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
แผนการจดั การเรียนร้รู ายวชิ าวิทยาศาสตร์ชวี ภาพ 44
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 การรักษาดลุ ยภาพของร่างกายมนุษย์
ใบงาน เฉลย
เรอ่ื ง เซลล์เมด็ เลือดขาวกลุ่มฟาโกไซต์
คำชแ้ี จง : จงระบุชนิด อธิบายลักษณะสำคัญของเซลลเ์ ม็ดเลือดขาวกลุ่มฟาโกไซต์แต่ละชนดิ และอธิบายกลไก
การทำงานของเซลลเ์ มด็ เลอื ดขาวกลุ่มฟาโกไซต์
1. เซลลเ์ มด็ เลอื ดขาวชนิด.............อ...โี .อ..ซ...ิโ.น...ฟ...ลิ ........................................................
ลกั ษณะสำคญั ...........น..ิว...เ.ค..ล...ีย..ส...ม..ี..2...พ...ู..ส..า..ม...า..ร..ถ..ห...ล..่ั.ง.ส...า..ร..ป...้อ..ง..ก...ัน..ก...า..ร..แ..พ...้พ...ิษ......
...ท...ำ..ห..น...้า..ท...ีท่ ..ำ..ล...า..ย..พ...ย..า..ธ..ทิ...ีเ.ข..า้..ส..ูร่..่า..ง..ก...า..ย................................................................
...........................................................................................................................
2. เซลลเ์ มด็ เลือดขาวชนิด..............โ.ม...โ.น...ไ.ซ...ต..์.........................................................
ลกั ษณะสำคญั .............เ.ป...็น..เ..ซ..ล..ล...์เ.ม...็ด..เ.ล...ือ..ด...ข..า..ว..ท...่ีม..ีข...น..า..ด...ใ.ห...ญ...่ท...ี่ส..ุด....น...ิว..เ.ค..ล...ีย..ส......
....ม..ีร..ปู...ร..่า..ง..ค..ล..า้..ย...เ.ก..ือ...ก..ม..้า....ท...ำ..ห..น...้า..ท..ี่ท...ำ..ล..า..ย...ส..ิง่..แ..ป...ล..ก..ป...ล..อ...ม..ท...่ีม..ขี...น..า..ด...ใ.ห...ญ...่ ............
...........................................................................................................................
3. เซลลเ์ มด็ เลือดขาวชนดิ ............เ.บ...โ.ซ...ฟ..ลิ...............................................................
ลกั ษณะสำคัญ........น...ิว..เ.ค...ล..ีย..ส...ม..ีร..ูป...ร..่า..ง..บ...ิด..เ.บ...้ีย..ว....ส..า..ม...า..ร..ถ..ห...ล..่ัง..ส...า..ร..ฮ..ิส..ต...า..ม..ีน...ท..ี่....
...ท...ำ..ใ..ห..้เ..ก..ิด...อ..า..ก...า..ร..แ..พ...้ห...ร..ือ..อ...ัก..เ..ส..บ....แ...ล..ะ...ห..ล...่ัง..ส..า..ร..เ..ฮ..ป...า..ร..ิน...ท..่ีท...ำ..ห...น...้า..ท..ี่ป...้อ...ง.ก...ัน......
...ไ..ม..ใ่..ห..เ้..ล..อื..ด...แ..ข..็ง..ต...วั ..............................................................................................
4. เซลล์เมด็ เลอื ดขาวชนดิ ............น..วิ..โ..ท..ร..ฟ...ลิ............................................................
ลักษณะสำคญั ..........น...ิว...เ.ค...ล..ี.ย..ส...ม..ี.ห...ล..า...ย..พ...ู..ท...ำ..ห...น...้า..ท...่ีท...ำ...ล..า..ย...เ..ช..้ือ...โ.ร...ค..แ...ล...ะ.....
...ส..ิ่.ง..แ..ป...ล...ก...ป...ล..อ...ม....แ...ล..ะ...เ.ม...ื่อ...ก..ิ.น..ส...ิ่ง..แ...ป...ล..ก...ป...ล...อ..ม...แ...ล..้ว...จ..ะ...เ.ป...ล...ี่ย..น...เ..ป..็.น...เ.ซ..ล...ล..์....
...แ..ม...โ.ค...ร..ฟ..า..จ.........................................................................................................
5. การทำงานของเซลลเ์ มด็ เลอื ดขาวกลมุ่ ฟาโกไซต์
...............เ..ม..่ือ...ร..่า..ง.ก...า..ย..เ..ก..ิด..บ...า..ด...แ..ผ..ล....ร..่า..ง..ก...า..ย..จ..ะ..ห...ล...่ัง.ส...า..ร..ฮ..ีส...ต..า..ม...ีน....ซ..่ึง..ก..ร...ะ..ต..ุ้น...ใ.ห...้เ..ก..ิด..อ...า..ก..า..ร..อ...ัก..เ..ส..บ....แ..ล..ะ...ท..ำ....
..ใ.ห...ห้ ..ล...อ..ด..เ..ล..ือ..ด...บ..ร..ิเ..ว..ณ...น...้ัน..ข...ย..า..ย..ต...วั ..ม..า..ก...ข..ึ้น....ม..ีเ..ล..อื..ด...ม..า..ห...ล..่อ...เ.ล..ี้ย...ง.ม...า..ก..ข...ึ้น....ซ..่ึง..จ..ะ..เ..พ..ม่ิ...ก..า..ร..ซ...ึม..ผ..่า..น...ข..อ...ง.เ..ซ..ล...ล..์เ.ม...็ด...
..เ.ล..ือ...ด..ข...า..ว..แ...ล..ะ...เ.ข..้า..ท...ำ..ล...า..ย....โ..ด..ย...ก..า..ร..โ..อ...บ..ล...้อ..ม...แ...ล..ะ..ก...ิน...เ.ช..ื้.อ..โ..ร..ค..แ...ล..ะ...ส..่ิง..แ...ป...ล..ก...ป...ล..อ...ม..ด...้ว..ย...ว..ิธ..ีฟ...า..โ..ก...ไ.ซ...โ.ท...ซ...ิส...
..เ.พ..ื่อ...ไ.ม...่ใ.ห...เ้ .ช..ื้อ...โ.ร..ค...แ..ล..ะ...ส..ิ่ง..แ..ป...ล..ก..ป...ล..อ...ม..แ...พ..ร..ก่...ร..ะ..จ..า..ย..ไ..ป...ย..ัง..บ..ร..เิ..ว..ณ...อ..นื่..................................................................
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาวิทยาศาสตรช์ วี ภาพ 45
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 การรักษาดลุ ยภาพของร่างกายมนุษย์
ใบงานท่ี 2
เรอื่ ง การทำงานของเซลลบ์ ีและเซลลท์ ี
คำช้ีแจง : จงอธิบายหนา้ ที่ และการทำงานของเซลล์เม็ดเลอื ดขาวลิมโฟไซต์ชนิดเซลลบ์ ีและเซลล์ทใี หถ้ ูกต้อง
1. เซลลเ์ มด็ เลือดขาวลมิ โฟไซตช์ นิดเซลลบ์ ี 2. เซลลเ์ มด็ เลือดขาวลมิ โฟไซตช์ นดิ เซลล์ที
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
3. การทำงานของเซลล์เมด็ เลอื ดขาวลมิ โฟไซตช์ นิดเซลลบ์ แี ละเซลล์ที
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................... ......
...............................................................................................................................................................................