The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kwanjit, 2020-03-05 03:17:39

ชุดที่ 6 เครือข่ายคอมพิวเตอร์

เล่ม-6-Edit-240618

1

1

คำชแี้ จงสำหรับนักเรยี น

นักเรยี นตอ้ งรถู้ ึงบทบาทของนกั เรยี น ดงั นี้
1. หัวหน้ากล่มุ มีหน้าทด่ี ังนี้
1.1 เป็นผู้นําในการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม เพื่อให้ทุกคนทําตามคําชี้แจงในการประกอบ

กจิ กรรมใหเ้ ป็นไปตามขั้นตอน
1.2 ควบคุมดูแลการทำงาน หรือการประกอบกิจกรรมภายในกลุ่มให้เป็นระเบียบ

เรยี บรอ้ ย ไมส่ ง่ เสียงดงั รบกวนกล่มุ อน่ื
1.3 เปน็ ตวั แทนกลมุ่ ออกไปอภิปรายหนา้ ช้นั เรียนหรอื สรปุ งานกลุม่

2. เลขานกุ าร มีหนา้ ทีด่ งั น้ี
2.1 เปน็ ผู้แจกแบบฝกึ กิจกรรมต่างๆ ให้กับเพือ่ นในกลุ่ม
2.2 เปน็ ผู้อา่ นเฉลยแตล่ ะกิจกรรมให้เพ่อื นฟงั เพื่อตรวจคําตอบ
2.3 เป็นผู้รวบรวมแบบฝึกกิจกรรมต่างๆ เมื่อหมดเวลา และประสานงานกับกลุ่มอื่น

เพ่อื ส่งสลบั แบบฝกึ กิจกรรมกนั ตรวจ หรอื สง่ ครูตรวจ
3. สมาชกิ กล่มุ มหี นา้ ที่ ดังน้ี
3.1 ปฏิบัตกิ ิจกรรมดว้ ยความต้งั ใจ และใหท้ นั ตามกําหนดเวลา โดยไม่ชวนเพื่อนคุยหรือ

เลน่ กัน
3.2 ศกึ ษาใบความรู้ เนื้อหา กจิ กรรม และปรกึ ษาหารอื กนั ภายในกลุม่
3.3 ร่วมอภปิ รายและสรปุ ผลจากการปฏบิ ัติกิจกรรมกลมุ่
3.4 ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มทุกขั้นตอน และเป็นตัวแทนหัวหน้าหรือ

เลขานุการกลุ่มในกรณที ่ีไม่มาหรอื มเี หตุอื่นทีจ่ าํ เป็น
3.5 ชว่ ยเก็บวสั ดอุ ปุ กรณ์ ส่อื การสอนตา่ งๆ ของกล่มุ ตนเองใส่ซองให้เรยี บร้อย

2

แผนภมู ิลำดบั ขั้นการเรียนรู้

ผเู้ รียน
ศกึ ษามาตรฐานการเรยี นรู้

ตวั ชี้วดั
ศึกษาสาระสำคญั
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ทดสอบกอ่ นเรียน
ปฏิบัตกิ จิ กรรมตามลำดับขน้ั ตอน
ทดสอบหลงั เรียน

ผา่ น ไม่ผา่ น

3

สาระสำคญั

สาระที่ 3 เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร
เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นส่วนหนึ่งที่ทําให้การดํารงชวี ิตของเราในทุกวันนี้มีความสะดวกสบาย

ขึ้น การมีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ สารสนเทศต่างๆ หรือการพัฒนาระบบเทคโนโลยี
สมัยใหม่และการสื่อสาร จะทําให้เรารู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงไปของโลกปัจจุบันและนำมาปรับใช้
ใหเ้ กิดประโยชนก์ ับชีวติ ประจำวันของเราได้

สาระการเรียนรู้แกนกลาง
เครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์จะสอ่ื สารและรบั สง่ ข้อมูลกันไดต้ ้องใช้โพรโทคอลชนดิ เดียวกัน

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ง 3.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้น
ข้อมูล การเรียนรู้ การสื่อสาร การแก้ปัญหา การทำงาน และอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล
มีคณุ ธรรม

ตัวช้ีวัด
ง 3.1 ม. 4-6/3 อธิบายระบบสือ่ สารข้อมูลสำหรบั เครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์

จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายความแตกต่างของเครือขา่ ยคอมพิวเตอรแ์ ตล่ ะประเภท
2. อธิบายลกั ษณะของเครอื ข่ายตามบทบาทของเคร่ืองคอมพิวเตอรใ์ นการส่อื สาร

4

ใบความรู้ เรือ่ ง เครือข่ายคอมพิวเตอร์
 เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network)

เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network) เป็นการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์
ต่อพ่วงเข้าด้วยกันเพื่อให้สามารถใช้ข้อมูลทรัพยากรร่วมกันได้ เช่น สามารถใช้เครื่องพิมพ์ร่วมกัน
สามารถใช้ฮาร์ดดิสก์ร่วมกัน แบ่งปันการใช้อุปกรณ์อื่นๆ ที่มีราคาแพงหรือไม่สามารถจัดหาให้ทุกคน
ได้ แม้กระทง่ั สามารถใชโ้ ปรแกรมรว่ มกนั ไดเ้ ปน็ การลดต้นทุนขององค์กร

เครือข่ายคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งออกเป็นประเภทตามพื้นที่ที่ครอบคลุมการใช้งาน
ของเครอื ข่าย ดงั นี้

1. เครือข่ายส่วนบุคคล หรือแพน (Personal Area Network: PAN) เป็นเครือข่ายที่ใช้
สว่ นบุคคล เชน่ การเชือ่ มตอ่ คอมพวิ เตอร์กับโทรศัพท์มือถือ การเชอื่ มตอ่ พีดเี อกับเคร่ืองคอมพิวเตอร์
ซึง่ การเชื่อมตอ่ แบบน้ีจะอย่ใู นระยะใกล้ และมีการเช่ือมตอ่ แบบไร้สาย

 ตัวอย่างการเช่อื มตอ่ เครอื ขา่ ยสว่ นบคุ คล
ทม่ี ารปู ภาพ: https://png.pngtree.com

2. เครือข่ายเฉพาะที่ หรือแลน (Local Area Network: LAN) เป็นเครือข่ายที่ใช้ในการ
เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน เช่น ภายในบ้าน
ภายในสำนกั งาน และภายในอาคาร สำหรบั การใช้งานภายในบ้านนั้นอาจเรียกเครือข่ายประเภทน้ีว่า
เครอื ข่ายทพ่ี กั อาศัย (Home Network) ซึ่งอาจใช้การเชื่อมต่อแบบใช้สายหรอื ไรส้ าย

5

 ตวั อยา่ งการเช่ือมตอ่ เครอื ข่ายเฉพาะท่ี

ท่มี ารปู ภาพ: http://pluspng.com

3. เครือข่ายนครหลวง หรือแมน (Metropolitan Area Network: MAN) เป็นเครือข่าย
ที่ใช้เชื่อมโยงแลนที่อยู่ห่างไกลออกไป เช่น การเชื่อมต่อเครือข่ายระหว่างสำนักงานที่อาจอยู่คนละอาคาร
และมีระยะทางไกลกัน การเชื่อมต่อเครือข่ายชนิดนี้อาจใช้สายไฟเบอร์ออปติกหรือบางครั้งอาจใช้
ไมโครเวฟเชื่อมต่อ เครือข่ายแบบนี้ใช้ในสถานศึกษามีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเครือข่ายแคมปัส
(Campus Area Network: CAN)

อาคารโรงงาน อาคารสำนักงาน1

อาคารสำนักงาน2

 ตวั อย่างการเชอ่ื มตอ่ เครือขา่ ยนครหลวง
ทีม่ ารปู ภาพ: https://www.abptech.com

6

4. เครือข่ายบริเวณกว้าง หรือแวน (Wide Area Network: WAN) เป็นเครือข่ายที่ใช้
ในการเชื่อมโยงกับเครือข่ายอื่นที่อยู่ไกลกันมาก เช่น เครือข่ายระหว่างจังหวัด หรือระหว่างภาค
รวมไปถงึ เครอื ขายระหวา่ งประเทศ

 ตัวอยา่ งการเชือ่ มต่อเครือขา่ ยวงกวา้ ง

ที่มารปู ภาพ: https://msatechnosoft.in

 ลกั ษณะของเครอื ข่าย
ในการใช้งานเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพ่อื ใช้ทรพั ยากรรว่ มกันสามารถแบ่งลักษณะของเครือข่าย

ตามบทบาทของเคร่ืองคอมพิวเตอร์ในการสื่อสารได้ดังนี้
1. เครือข่ายแบบรับ-ให้บริการหรือไคลเอนท์/เซิร์ฟเวอร์ (Client-Server Network) จะมี

เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นเครื่องให้บริการต่างๆ เช่น บริการเว็บ และบริการฐานข้อมูล การให้บริการ
ขึ้นอยู่กับการร้องขอบริการจากเครื่องรับบริการ เช่น การเปิดเว็บเพจ เครื่องรับบริการจะร้องขอ
บริการไปที่เครื่องบริการเว็บ จากนั้นเครื่องให้บริการเว็บจะตอบรับและส่งข้อมูลกลับมาให้เครื่องรับ
บริการ ขอ้ ดีของระบบนี้คอื สามารถให้บรกิ ารแกเ่ ครื่องรบั บรกิ ารได้เป็นจำนวนมาก ข้อดอ้ ยคือระบบน้ี
มีค่าใชจ้ ่ายในการติดต้ังและการบำรงุ รักษาค่อนขา้ งสูง

ตัวอย่างการให้บริการ เช่น Google ให้บริการทั้ง Mail Server รวมถึงบริการฝากไฟล์ข้อมูล
อย่าง Google Drive ก็จัดเป็นเครือขา่ ยแบบรบั -ใหบ้ ริการเชน่ เดียวกนั

 ตวั อยา่ งเครอื ข่ายแบบรบั -ให้บรกิ าร  บรกิ าร Google Drive
ทมี่ ารปู ภาพ: https://www.safaribooksonline.com

7

2. เครือข่ายระดับเดียวกัน (Peer-to-Peer Network: P2P Network) เครื่องคอมพิวเตอร์
สามารถเป็นได้ทั้งเครื่องให้บริการและเครื่องรับบริการในขณะเดียวกัน การใช้งานส่วนใหญ่มักใช้
ในการแบ่งปันข้อมูล เช่น เพลง ภาพยนตร์ โปรแกรม และเกม เครือข่ายแบบนีเ้ ริ่มแพร่หลายมากขึ้น
ในผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตการใช้งานจะมีซอฟต์แวร์เฉพาะ เช่น โปรแกรม eDonkey, BitTorrent
และ LimeWire ข้อดีของระบบแบบนี้คือง่ายต่อการใช้งาน และราคาไม่แพง ข้อด้อยคือไม่มี
การควบคุมเรื่องความปลอดภัย จึงอาจพบว่าถูกนำไปใช้ประโยชน์ในทางไม่ถูกต้อง เช่น การแบ่งปัน
เพลง ภาพยนตร์ และโปรแกรมทม่ี ลี ิขสิทธิซ์ ่งึ เป็นการกระทำผิดกฎหมาย

 ตวั อยา่ งเครือข่ายระดับเดียวกัน
ท่ีมารูปภาพ: https://www.digitalcitizen.life

 รูปรา่ งเครือข่าย
การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์รบั ส่งข้อมูลทีป่ ระกอบกันเปน็ เครือข่ายที่มีการเชื่อมโยง

ถึงกันในรูปแบบต่างๆ ตามลักษณะทางกายภาพที่เรียกว่ารูปร่างเครือข่าย (Network Topology)
โดยท่วั ไปรูปรา่ งเครอื ข่ายสามารถแบ่งออกตามลักษณะของการเช่ือมต่อได้ 4 รูปแบบคอื

1. เครือข่ายแบบบัส (Bus Topology) เป็นรูปแบบที่มีโครงสร้างไม่ยุ่งยาก สถานีทุกสถานี
ในเครือข่ายจะเชื่อมต่อเข้ากับสายสื่อสารหลักเพียงสายเดียวที่เรียกว่า บัส (Bus) การจัดส่งข้อมูล
ลงบนบสั จึงไปถึงทุกสถานไี ด้ ซง่ึ การจัดสง่ วิธนี ้ีต้องกำหนดวธิ ีการที่จะไมใ่ หท้ ุกสถานสี ่งข้อมูลพร้อมกัน
เพราะจะทำให้เกิดการชนกัน (Collison) ของข้อมูล โดยวิธีการที่ใช้อาจเป็นการแบ่งช่วงเวลาหรือ
ใหแ้ ตล่ ะสถานีใช้คล่ืนความถใ่ี นการสง่ สญั ญาณท่ีแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามเครือข่ายแบบบัส ไม่ได้รับ
ความนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบัสเพียงจุดเดียวก็จะส่งผลให้ทุกอุปก รณ์
ไม่สามารถส่ือสารถึงกนั ได้เลย

8

 ตวั อย่างการเชื่อมต่อ
เครอื ขา่ ยแบบบสั

ที่มารปู ภาพ: http://www.itdigitserve.com
2. เครือข่ายแบบวงแหวน (Ring Topology) เป็นการเชื่อมแต่ละสถานีเข้าด้วยกันแบบ
วงแหวน สัญญาณข้อมูลจะส่งอยู่ในวงแหวนไปในทิศทางเดียวกันจนถึงผู้รับ หากข้อมูลที่ส่งเป็นของ
สถานีใด สถานนี น้ั ก็รบั ไว้ ถา้ ไมใ่ ช่ก็ส่งต่อไป ซึ่งระบบเครือข่ายแบบวงแหวนน้ี สามารถรองรับจำนวน
สถานีได้เป็นจำนวนมาก ขอ้ ด้อยของเครือข่ายแบบวงแหวน คอื สถานจี ะต้องรอจนถึงรอบของตนเอง
ก่อนท่ีจะสามารถส่งข้อมลู ได้

 ตวั อย่างการเชอื่ มต่อ
เครอื ขา่ ยแบบวงแหวน

ทมี่ ารปู ภาพ: http://www.itdigitserve.com
3. เครือข่ายแบบดาว (Star Topology) เป็นการเชื่อมต่อสถานีในเครือข่าย โดยทุกสถานี
จะต่อเข้ากับหน่วยสลับสายกลาง เช่น ฮับ (Hub) หรือสวิตซ์ (Switch) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง
ของการเชื่อมต่อระหว่างสถานตี ่างๆ ที่ต้องการติดตอ่ กัน ข้อดีของการเชือ่ มต่อแบบดาว คือ ถ้าสถานี
ใดเสีย หรือสายเช่ือมต่อระหว่างฮับ/สวติ ซ์กับสถานีใดชำรุด ก็จะไม่กระทบกับการเชื่อมต่อของสถานี
อืน่ ดังนั้นการเชอ่ื มต่อแบบนี้จงึ เปน็ ทน่ี ิยมใชก้ นั ในปัจจบุ นั

9

 ตัวอยา่ งการเช่อื มต่อ
เครือข่ายแบบดาว

ทมี่ ารูปภาพ: http://www.itdigitserve.com
4. เครอื ข่ายแบบเมช (Mesh Topology) เป็นรปู แบบของการเช่ือมต่อทม่ี ีความนิยมมาก
และมปี ระสทิ ธภิ าพสงู เนื่องจากถา้ มีเส้นทางของการเชื่อมต่อคู่ใดคู่หนงึ่ ขาดจากกนั การติดต่อสอื่ สาร
ระหว่างคูน่ ้นั ยงั สามารถติดต่อไดโ้ ดยอุปกรณจ์ ัดเสน้ ทาง (Router) จะทำการเช่ือมต่อเสน้ ทางใหม่
ไปยังจดุ หมายปลายทางอัตโนมตั ิ การเช่อื มตอ่ แบบน้มี ักนยิ มสร้างบนเครือข่ายแบบไร้สาย

 ตวั อย่างการเชอ่ื มต่อ
เครอื ขา่ ยแบบเมช

ทม่ี ารปู ภาพ: http://www.goldenrural.org

6

6. เครือข่ายใดเปน็ เครอื ข่ายคอมพิวเตอรท์ ่ีเช่ือมต่อกับโทรศัพทม์ อื ถือ เนน้ การเชอ่ื มต่อระยะใกล้
ก. เครือข่ายเฉพาะท่ี (LAN)
ข. เครอื ข่ายวงกว้าง (WAN)
ค. เครอื ข่ายสว่ นบคุ คล (PAN)
ง. เครื่องขา่ ยนครหลวง (MAN)

7. เครือข่ายที่เช่ือมโยงกับเครือข่ายอนื่ ทอ่ี ยู่ไกลจากกนั มาก เชน่ เครอื ขา่ ยระหว่างภาค หรอื ระหวา่ งประเทศ
ก. เครือข่ายเฉพาะที่ (LAN)
ข. เครือข่ายวงกวา้ ง (WAN)
ค. เครือขา่ ยส่วนบคุ คล (PAN)
ง. เครื่องข่ายนครหลวง (MAN)

8. เครือข่ายท่มี ีประสิทธิภาพสงู ในการติดต่อสือ่ สาร แมว้ ่าจะมีเสน้ ทางการเช่อื มต่อคู่ใดคู่หนง่ึ ขาดจากกัน
ก. เครอื ข่ายแบบบัส
ข. เครอื ข่ายแบบเมช
ค. เครือขา่ ยแบบดาว
ง. เครือขา่ ยแบบวงแหวน

9. เป็นการเชือ่ มตอ่ เครอื ข่ายที่สถานนี น้ั ๆ จะต้องรอจนถึงรอบของตนเองก่อนที่จะสามารถสง่ ข้อมลู ได้
ก. เครือข่ายแบบบสั
ข. เครือข่ายแบบเมช
ค. เครอื ข่ายแบบดาว
ง. เครอื ขา่ ยแบบวงแหวน

10. บริการ Google Drive จดั เป็นการใช้งานลักษณะเครอื ข่ายแบบใด
ก. เครอื ขา่ ยระดับบนสุด
ข. เครอื ขา่ ยระดบั เดยี วกนั
ค. เครือขา่ ยแบบรวมบริการ
ง. เครือขา่ ยแบบรบั -ใหบ้ รกิ าร

7

ขนั้ ที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)

ที่มารูปภาพ: http://www.nrc-intelligentsystems.com

คำถามกระตุ้นความคดิ

เคร่อื งคอมพิวเตอรข์ องนักเรยี นในหอ้ งเรยี นสามารถแลกเปลี่ยนขอ้ มลู กนั ได้เพราะเหตุใด
เครื่องคอมพวิ เตอร์ทบี่ า้ นของนกั เรียนสามารถใชง้ านอนิ เทอรเ์ นต็
และสามารถสนทนากบั ผ้อู ื่นได้เพราะเหตุใด

8

ขัน้ ท่ี 2 สำรวจค้นหา (Explore)

ใบความรู้ เร่อื ง เครือข่ายคอมพิวเตอร์
 เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network)

เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network) เป็นการเช่ือมต่อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์
ต่อพ่วงเข้าด้วยกันเพื่อให้สามารถใช้ข้อมูลทรัพยากรร่วมกันได้ เช่น สามารถใช้เคร่ืองพิมพ์ร่วมกัน
สามารถใช้ฮาร์ดดิสกร์ ่วมกัน แบ่งปันการใช้อุปกรณ์อื่นๆ ที่มีราคาแพงหรอื ไม่สามารถจัดหาให้ทุกคน
ได้ แมก้ ระทงั่ สามารถใชโ้ ปรแกรมรว่ มกันได้เป็นการลดตน้ ทนุ ขององคก์ ร

เครือข่ายคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งออกเป็นประเภทตามพื้นที่ที่ครอบคลุมการใช้งาน
ของเครอื ข่าย ดงั น้ี

1. เครือข่ายส่วนบุคคล หรือแพน (Personal Area Network: PAN) เป็นเครือข่ายท่ีใช้
ส่วนบคุ คล เช่น การเช่อื มต่อคอมพวิ เตอร์กับโทรศพั ท์มือถอื การเชื่อมตอ่ พดี ีเอกับเคร่ืองคอมพวิ เตอร์
ซึ่งการเชอ่ื มตอ่ แบบนีจ้ ะอยู่ในระยะใกล้ และมกี ารเชอื่ มตอ่ แบบไร้สาย

 ตัวอยา่ งการเชอ่ื มตอ่ เครอื ข่ายส่วนบุคคล
ที่มารูปภาพ: https://png.pngtree.com

2. เครือข่ายเฉพาะที่ หรือแลน (Local Area Network: LAN) เป็นเครือข่ายที่ใช้ในการ
เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ในพื้นท่ีเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน เช่น ภายในบ้าน
ภายในสานักงาน และภายในอาคาร สาหรบั การใช้งานภายในบ้านนั้นอาจเรยี กเครือข่ายประเภทน้ีว่า
เครอื ขา่ ยท่ีพักอาศยั (Home Network) ซง่ึ อาจใช้การเชอ่ื มต่อแบบใช้สายหรือไรส้ าย

9

 ตวั อย่างการเชือ่ มตอ่ เครือข่ายเฉพาะที่

ทีม่ ารปู ภาพ: http://pluspng.com

3. เครือข่ายนครหลวง หรือแมน (Metropolitan Area Network: MAN) เป็นเครือข่าย
ท่ีใช้เชื่อมโยงแลนที่อยู่ห่างไกลออกไป เช่น การเช่ือมต่อเครือข่ายระหว่างสานักงานท่ีอาจอยู่คนละอาคาร
และมีระยะทางไกลกัน การเช่ือมต่อเครือข่ายชนิดน้ีอาจใช้สายไฟเบอร์ออปติกหรือบางครั้งอาจใช้
ไมโครเวฟเช่ือมต่อ เครือข่ายแบบนี้ใช้ในสถานศึกษามีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเครือข่ายแคมปัส
(Campus Area Network: CAN)

อาคารโรงงาน อาคารสํานกั งาน1

อาคารสาํ นกั งาน2

 ตวั อย่างการเช่ือมตอ่ เครือขา่ ยนครหลวง
ท่ีมารูปภาพ: https://www.abptech.com

10

4. เครือข่ายบริเวณกว้าง หรือแวน (Wide Area Network: WAN) เป็นเครือข่ายท่ี
ใช้ในการเชื่อมโยงกับเครือข่ายอ่ืนที่อยู่ไกลกันมาก เช่น เครือข่ายระหว่างจังหวัด หรือระหว่างภาค
รวมไปถงึ เครือขายระหวา่ งประเทศ

 ตวั อย่างการเช่ือมตอ่ เครือข่ายวงกวา้ ง

ที่มารูปภาพ: https://msatechnosoft.in

 ลกั ษณะของเครือขา่ ย
ในการใชง้ านเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ เพอื่ ใชท้ รพั ยากรร่วมกันสามารถแบ่งลักษณะของเครอื ขา่ ย

ตามบทบาทของเครือ่ งคอมพวิ เตอร์ในการสื่อสารไดด้ งั นี้
1. เครือข่ายแบบรับ-ให้บริการหรือไคลเอนท์/เซิร์ฟเวอร์ (Client-Server Network) จะมี

เครอ่ื งคอมพิวเตอร์ทเี่ ป็นเครือ่ งให้บริการต่างๆ เช่น บรกิ ารเวบ็ และบริการฐานข้อมูล การให้บริการ
ข้ึนอยู่กับการร้องขอบริการจากเครื่องรับบริการ เช่น การเปิดเว็บเพจ เคร่ืองรับบริการจะร้องขอ
บริการไปท่ีเครื่องบรกิ ารเว็บ จากนั้นเคร่ืองให้บริการเวบ็ จะตอบรับและส่งข้อมูลกลับมาให้เครื่องรับ
บริการ ข้อดีของระบบนค้ี อื สามารถใหบ้ ริการแกเ่ ครอ่ื งรบั บริการได้เปน็ จานวนมาก ขอ้ ดอ้ ยคอื ระบบน้ี
มคี า่ ใช้จา่ ยในการติดต้งั และการบารุงรกั ษาคอ่ นข้างสงู

ตัวอย่างการให้บริการ เช่น Google ให้บริการท้ัง Mail Server รวมถึงบริการฝากไฟล์ข้อมูล
อยา่ ง Google Drive ก็จัดเป็นเครอื ขา่ ยแบบรบั -ใหบ้ ริการเชน่ เดียวกนั

 ตัวอยา่ งเครอื ข่ายแบบรบั -ใหบ้ ริการ  บริการ Google Drive
ที่มารูปภาพ: https://www.safaribooksonline.com

11

2. เครือข่ายระดับเดียวกัน (Peer-to-Peer Network: P2P Network) เคร่ืองคอมพิวเตอร์
สามารถเป็นได้ทั้งเครื่องให้บริการและเครื่องรับบริการในขณะเดียวกัน การใช้งานส่วนใหญ่มักใช้
ในการแบ่งปันขอ้ มลู เช่น เพลง ภาพยนตร์ โปรแกรม และเกม เครอื ขา่ ยแบบน้เี ริ่มแพรห่ ลายมากขึ้น
ในผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตการใช้งานจะมีซอฟต์แวร์เฉพาะ เช่น โปรแกรม eDonkey, BitTorrent
และ LimeWire ข้อดีของระบบแบบน้ีคือง่ายต่อการใช้งาน และราคาไม่แพง ข้อด้อยคือไม่มี
การควบคุมเร่ืองความปลอดภัย จึงอาจพบว่าถูกนาไปใช้ประโยชนใ์ นทางไม่ถูกตอ้ ง เช่น การแบ่งปัน
เพลง ภาพยนตร์ และโปรแกรมทีม่ ีลขิ สิทธิซ์ งึ่ เป็นการกระทาผดิ กฎหมาย

 ตวั อย่างเครอื ข่ายระดบั เดยี วกนั
ทม่ี ารปู ภาพ: https://www.digitalcitizen.life

 รูปรา่ งเครือข่าย
การเชือ่ มตอ่ คอมพิวเตอร์หรอื อุปกรณ์รับสง่ ข้อมูลท่ีประกอบกันเป็นเครือข่ายท่ีมกี ารเชื่อมโยง

ถึงกันในรูปแบบต่างๆ ตามลักษณะทางกายภาพท่ีเรียกว่ารูปร่างเครือข่าย (Network Topology)
โดยทวั่ ไปรูปร่างเครอื ขา่ ยสามารถแบง่ ออกตามลักษณะของการเชอื่ มต่อได้ 4 รูปแบบคือ

1. เครือข่ายแบบบัส (Bus Topology) เป็นรูปแบบท่ีมีโครงสร้างไม่ยุ่งยาก สถานีทุกสถานี
ในเครือข่ายจะเช่ือมต่อเข้ากับสายส่ือสารหลักเพียงสายเดียวที่เรียกว่า บัส (Bus) การจัดส่งข้อมูล
ลงบนบัสจึงไปถงึ ทุกสถานไี ด้ ซึ่งการจัดสง่ วิธีนตี้ ้องกาหนดวธิ ีการที่จะไม่ใหท้ กุ สถานีส่งขอ้ มูลพรอ้ มกัน
เพราะจะทาให้เกิดการชนกัน (Collison) ของข้อมูล โดยวิธีการที่ใช้อาจเป็นการแบ่งช่วงเวลาหรือ
ใหแ้ ตล่ ะสถานีใช้คล่ืนความถ่ีในการสง่ สัญญาณที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามเครือข่ายแบบบัส ไม่ได้รับ
ความนิยมในปัจจุบัน เน่ืองจากความเสียหายท่ีเกิดขึ้นกับบัสเพียงจุดเดียวก็จะส่งผลให้ทุกอุปกรณ์
ไมส่ ามารถส่อื สารถงึ กันไดเ้ ลย

12

 ตวั อยา่ งการเชอ่ื มตอ่
เครอื ขา่ ยแบบบัส

ทีม่ ารูปภาพ: http://www.itdigitserve.com
2. เครือข่ายแบบวงแหวน (Ring Topology) เป็นการเชื่อมแต่ละสถานีเข้าด้วยกันแบบ
วงแหวน สัญญาณข้อมูลจะส่งอยู่ในวงแหวนไปในทิศทางเดียวกันจนถึงผู้รับ หากข้อมูลที่ส่งเป็นของ
สถานใี ด สถานนี ้ันก็รับไว้ ถา้ ไม่ใช่ก็ส่งต่อไป ซงึ่ ระบบเครือข่ายแบบวงแหวนน้ี สามารถรองรับจานวน
สถานีไดเ้ ปน็ จานวนมาก ข้อดอ้ ยของเครือขา่ ยแบบวงแหวน คือ สถานีจะต้องรอจนถึงรอบของตนเอง
ก่อนที่จะสามารถสง่ ข้อมลู ได้

 ตวั อยา่ งการเชื่อมต่อ
เครือขา่ ยแบบวงแหวน

ทมี่ ารูปภาพ: http://www.itdigitserve.com
3. เครือข่ายแบบดาว (Star Topology) เป็นการเช่ือมต่อสถานีในเครือข่าย โดยทุกสถานี
จะต่อเข้ากับหน่วยสลับสายกลาง เช่น ฮับ (Hub) หรือสวิตซ์ (Switch) ซ่ึงทาหน้าที่เป็นศูนย์กลาง
ของการเช่ือมตอ่ ระหว่างสถานีต่างๆ ที่ต้องการติดต่อกัน ข้อดีของการเช่ือมต่อแบบดาว คือ ถ้าสถานี
ใดเสยี หรอื สายเชื่อมต่อระหว่างฮบั /สวติ ซก์ ับสถานีใดชารุด ก็จะไม่กระทบกับการเช่อื มต่อของสถานี
อนื่ ดงั นนั้ การเชือ่ มตอ่ แบบน้ีจึงเปน็ ทีน่ ยิ มใชก้ ันในปจั จุบนั

13

 ตัวอยา่ งการเช่อื มต่อ
เครือขา่ ยแบบดาว

ทม่ี ารูปภาพ: http://www.itdigitserve.com
4. เครือข่ายแบบเมช (Mesh Topology) เป็นรปู แบบของการเช่อื มต่อทม่ี ีความนยิ มมาก
และมปี ระสิทธภิ าพสูงเนอื่ งจากถา้ มีเสน้ ทางของการเช่ือมตอ่ คู่ใดคู่หน่ึงขาดจากกัน การตดิ ต่อสอื่ สาร
ระหวา่ งคูน่ น้ั ยงั สามารถติดตอ่ ไดโ้ ดยอปุ กรณ์จดั เส้นทาง (Router) จะทาการเชื่อมตอ่ เสน้ ทางใหม่
ไปยงั จุดหมายปลายทางอัตโนมตั ิ การเช่อื มต่อแบบน้ีมักนิยมสรา้ งบนเครือข่ายแบบไรส้ าย

 ตัวอยา่ งการเชื่อมต่อ
เครือข่ายแบบเมช

ท่มี ารูปภาพ: http://www.goldenrural.org

14

ข้ันที่ 3 อธิบายความรู้ (ExplaIn)

แบบฝกึ กิจกรรมที่ 1
คาํ ช้แี จง : ให้นักเรียนในกลุ่มร่วมกันอภิปรายหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ

ข้อคาถามดังต่อไปน้ี โดยตอบคาถามผ่านลิงค์ใน Google Form
ที่ http://gg.gg/jq0x7 หรอื สแกน QR Code (20 นาที)

1. ให้นักเรียนบอกประเภทของระบบเครือข่ายมกี ี่ประเภท ไดแ้ ก่อะไรบ้าง
______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
_______________________________________________________

2. ให้นกั เรียนอธิบายลักษณะของเครอื ขา่ ยแบบรับ-ใหบ้ รกิ าร (Client-Server Network)
______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
_______________________________________________________

3. ใหน้ กั เรียนอธิบายลกั ษณะของเครอื ข่ายระดับเดียวกัน (Peer-to-Peer Network)
______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
_______________________________________________________

15

4. ใหน้ กั เรยี นบอกรูปร่างของระบบเครือขา่ ยมีกี่รปู ร่าง ไดแ้ ก่อะไรบา้ ง
______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
_______________________________________________________

5. ให้นักเรียนอธิบายว่าเครือข่ายในห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์จัดเป็นเครื่อข่ายรูปแบบใด
และมีรปู รา่ งเครือขา่ ยอยา่ งไร

______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
_______________________________________________________

16

เฉลย

แบบฝึกกิจกรรมท่ี 1
คาํ ชีแ้ จง : ให้นักเรียนในกลุ่มร่วมกันอภิปรายหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อคาถามดังต่อไปน้ี

ดังต่อไปน้ี โดยตอบคาถามผ่านลิงค์ใน Google Form ท่ี http://gg.gg/jq0x7 หรือสแกน
QR Code (20 นาท)ี

1. ให้นกั เรียนบอกประเภทของระบบเครอื ข่ายมกี ่ีประเภท ได้แก่อะไรบา้ ง
แนวการตอบ มี 4 ประเภท ไดแ้ ก่
1. เครอื ขา่ ยส่วนบคุ คล หรือแพน (Personal Area Network: PAN)
2. เครือข่ายเฉพาะที่ หรอื แลน (Local Area Network: LAN)
3. เครือขา่ ยนครหลวง หรือแมน (Metropolitan Area Network: MAN)
4. เครือข่ายวงกว้าง หรอื แวน (Wide Area Network: WAN)

2. ให้นกั เรยี นอธิบายลักษณะของเครือขา่ ยแบบรับ-ใหบ้ ริการ (Client-Server Network)
แนวการตอบ
เป็นบริการที่เคร่อื งคอมพิวเตอร์ที่เป็นเคร่ืองให้บริการต่างๆ เช่น บริการเว็บ และบริการ
ฐานข้อมูล การให้บริการขึ้นกับการร้องขอบริการจากเครื่องรับบริการ เช่น การเปิดเว็บ
เพจ เคร่ืองรับบริการจะรอ้ งขอบริการไปท่ีเครื่องบริการเว็บ จากน้ันเคร่ืองให้บริการเว็บจะตอบ
รับและสง่ ข้อมูลกลับมาใหเ้ ครอ่ื งรับบรกิ าร

3. ให้นักเรยี นอธบิ ายลักษณะของเครอื ข่ายระดับเดียวกนั (Peer-to-Peer Network)
แนวการตอบ
เคร่ืองคอมพวิ เตอรส์ ามารถเป็นไดท้ ั้งเครอ่ื งให้บรกิ ารและเครื่องรับบริการในขณะเดียวกัน
การใช้งานส่วนใหญ่มักใช้ในการแบ่งปันข้อมูล เช่น เพลง ภาพยนตร์ โปรแกรม และเกม
เครอื ขา่ ยแบบน้ีเร่ิมแพร่หลายมากขึน้ ในผูใ้ ชง้ านอินเทอรเ์ นต็ การใชง้ านจะมซี อฟตแ์ วร์เฉพาะ เช่น
โปรแกรม eDonkey, BitTorrent และ LimeWire

17

4. ใหน้ กั เรยี นบอกรูปร่างของระบบเครอื ขา่ ยมกี ี่รปู ร่าง ไดแ้ กอ่ ะไรบา้ ง
แนวการตอบ มี 4 รปู รา่ ง ได้แก่
1. เครือข่ายแบบบัส (bus topology)
2. เครอื ขา่ ยแบบวงแหวน (ring topology)
3. เครอื ขา่ ยแบบดาว (star topology)
4. เครือขา่ ยแบบเมช (mesh topology)

5. ให้นักเรียนอธิบายว่าเครือข่ายในห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์จัดเป็นเครื่อข่ายรูปแบบใด
และมีรูปร่างเครอื ขา่ ยอยา่ งไร

แนวการตอบ
จัดเป็นเครือข่ายเฉพาะท่ี (LAN) เนื่องจากเป็นเครือข่ายที่ใช้ในการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์

และอุปกรณ์ต่างๆ ท่ีอยู่ในพ้ืนที่เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน และมีรูปร่างเครือข่ายแบบดาว (Star
Topology) เนื่องจากเป็นการเชื่อมต่อสถานีในเครือข่าย โดยทุกสถานีจะต่อเข้ากับหน่วยสลับ
สายกลาง เชน่ ฮับ (Hub) หรอื สวิตซ์ (Switch)

ไม่เปน็ ไปตามแนวการตอบนีใ้ หอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครูผู้สอน

18

ขัน้ ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Expand)

แบบฝึกกจิ กรรมที่ 2
คําชี้แจง : ตอนที่ 1 ให้นักเรียนทากิจกรรมต่อไปนี้ โดยตอบคาถามผ่านลิงค์ใน

Google Form ที่ http://gg.gg/jq0xi หรือสแกน QR Code (10 นาท)ี
1. จากภาพทก่ี าหนดใหต้ ่อไปนี้ให้นักเรียนนาขอ้ ความเตมิ ลงไปใหถ้ กู ตอ้ ง

เครอื ขา่ ยบรเิ วณกวา้ งหรือแวน เครือข่ายเฉพาะทีห่ รอื แลน เครือข่ายนครหลวงหรอื แมน
สายยทู พี ี สายไฟเบอรอ์ อปติก คล่นื ไมโครเวฟ ดาวเทียมส่ือสาร คลน่ื วทิ ยุ

3

2
1

1.1 หมายเลข 1 เป็นเครอื ขา่ ย_____________________________ซ่ึงใช้สื่อกลางในการสื่อสารคือ
_________________________________________________________________________
1.2 หมายเลข 2 เป็นเครือขา่ ย_____________________________ซง่ึ ใชส้ ือ่ กลางในการส่อื สารคือ
_________________________________________________________________________
1.3 หมายเลข 3 เปน็ เครอื ขา่ ย_____________________________ซง่ึ ใชส้ อ่ื กลางในการส่อื สารคือ
_________________________________________________________________________

19

2. จากภาพเป็นลกั ษณะเครอื ข่ายรูปแบบใด มขี อ้ ดี ข้อเสียอย่างไร

ลกั ษณะเครอื ขา่ ย__________________ ลกั ษณะเครือข่าย__________________
ข้อดี____________________________ ข้อด_ี ___________________________
_______________________________ _______________________________
_______________________________ _______________________________
_______________________________ _______________________________
ขอ้ เสีย__________________________ ข้อเสีย__________________________
_______________________________ _______________________________
_______________________________ _______________________________
_______________________________ _______________________________

20

คาํ ชีแ้ จง : ตอนท่ี 2 จากภาพที่กาหนดให้ต่อไปน้ี ให้นักเรียนบอกช่ือและข้อดี
ข้อเสียของรูปร่างเครือข่าย โดยตอบคาถามผ่านลิงค์ใน Google
Form ท่ี http://gg.gg/jq0xs หรอื สแกน QR Code (10 นาที)

รปู ร่างเครือข่าย___________________ รูปรา่ งเครือข่าย___________________
ขอ้ ดี____________________________ ข้อด_ี ___________________________
_______________________________ _______________________________
_______________________________ _______________________________
ข้อเสยี __________________________ ข้อเสยี __________________________
_______________________________ _______________________________
_______________________________ _______________________________

รปู รา่ งเครือขา่ ย___________________ รูปร่างเครอื ขา่ ย___________________
ข้อดี____________________________ ขอ้ ด_ี ___________________________
_______________________________ _______________________________
_______________________________ _______________________________
ข้อเสีย__________________________ ข้อเสีย__________________________
_______________________________ _______________________________
_______________________________ _______________________________

21

เฉลย

แบบฝึกกจิ กรรมที่ 2
คาํ ชี้แจง : ตอนที่ 1 ให้นักเรียนทากิจกรรมต่อไปน้ี โดยตอบคาถามผ่านลิงค์ใน Google Form

ท่ี http://gg.gg/jq0xi หรือสแกน QR Code (10 นาที)
1. จากภาพท่กี าหนดใหต้ ่อไปนี้ให้นกั เรยี นนาขอ้ ความเติมลงไปใหถ้ กู ต้อง

เครอื ขา่ ยบริเวณกว้างหรอื แวน เครือขา่ ยเฉพาะทีห่ รอื แลน เครือขา่ ยนครหลวงหรอื แมน
สายยทู ีพี สายไฟเบอรอ์ อปตกิ คล่นื ไมโครเวฟ ดาวเทียมสอ่ื สาร คล่ืนวทิ ยุ

3

2
1

1.1 หมายเลข 1 เปน็ เครือข่าย เฉพาะที่หรอื แลน ซึ่งใช้ส่ือกลางในการสื่อสารคือ
สายยูทีพี คล่ืนวิทยุ ซึ่งใช้ส่ือกลางในการส่ือสารคือ
1.2 หมายเลข 2 เปน็ เครอื ขา่ ย นครหลวงหรอื แมน ซึ่งใช้ส่ือกลางในการส่ือสารคือ
คลน่ื ไมโครเวฟ
1.3 หมายเลข 3 เปน็ เครอื ข่าย บรเิ วณกว้างหรือแวน
สายไฟเบอร์ออปติก คลน่ื ไมโครเวฟ ดาวเทยี มสื่อสาร

22

2. จากภาพเป็นลักษณะเครอื ขา่ ยรูปแบบใด มขี ้อดี ขอ้ เสยี อย่างไร

ลักษณะเครอื ขา่ ย แบบรบั -ให้บรกิ าร . ลักษณะเครอื ข่าย ระดบั เดียวกนั .

ข้อดี สามารถให้บริการแก่เครื่องรับ ข้อดี ง่ายต่อการใช้งาน ราคาไมแ่ พง .
บริการได้เปน็ จาํ นวนมาก
ขอ้ เสีย ไม่มีการควบคุมเรื่องความปลอดภัย
ข้อเสีย มีคา่ ใชจ้ ่ายในการติดตั้งและ อาจถกู นําไปใชป้ ระโยชน์ในทางไม่ถูกต้อง
บาํ รุงรกั ษาค่อนข้างสูง

23

คาํ ชี้แจง : ตอนท่ี 2 จากภาพที่กาหนดให้ต่อไปนี้ ให้นักเรียนบอกช่ือและข้อดีข้อเสียของรูปร่างเครือข่าย
โดยตอบคาถามผ่านลิงค์ใน Google Form ที่ http://gg.gg/jq0xs หรือสแกน QR
Code (10 นาท)ี

รูปร่างเครอื ข่าย แบบวงแหวน รปู รา่ งเครือข่าย แบบบสั
ข้อดี สามารถรองรับสถานีในเครือข่ายได้ ขอ้ ดี ใชส้ ายสัญญาณในการเชื่อต่อนอ้ ย
จํานวนมาก ประหยดั คา่ ใชจ้ า่ ย
ขอ้ เสีย สถานจี ะตอ้ งรอจนถึงรอบของ ข้อเสยี ถา้ มคี วามเสียหายเกิดขนึ้ เพียงจดุ
ตนเองถงึ จะสามารถส่งขอ้ มูลได้ เดยี วก็จะสง่ ผลให้อุปกรณไ์ มส่ ามารถ
สอื่ สารกันได้

รปู รา่ งเครือขา่ ย แบบดาว รปู ร่างเครอื ขา่ ย แบบเมช
ข้อดี ถ้าสถานีใดเสีย หรือสายเช่ือมต่อ ข้อดี ถ้ามีการเชื่อมต่อคู่ใดคู่หนึ่งขาดออก
ชํารุด ก็ไม่กระทบกับการเชื่อมต่อของ จากกัน การติ ดต่อ สื่ อ ส ารนั้น ยั งค ง
สถานอี ืน่ สามารถสอ่ื สารไดโ้ ดยอุปกรณ์จัดเสน้ ทาง
ขอ้ เสยี ตอ้ งใชส้ ายสัญญาณจาํ นวนมากใน ขอ้ เสยี บางพนื้ ทส่ี ญั ญาณท่ีใชส้ ่งอาจจะ
การติดต้งั ถา้ ฮับหรอื สวติ ซ์ชํารุดระบบ ไปไม่ถึง
เครือข่ายก็ใช้งานไมไ่ ด้

24

ข้นั ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)

แบบทดสอบหลังเรยี น

คาํ ชีแ้ จง : แบบทดสอบน้ีเป็นแบบปรนัย จานวน 10 ข้อ (10 คะแนน) ให้นักเรียนเลือก
คาตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงคาตอบเดียว โดยทาผ่านลิงค์ใน Google
Form ท่ี http://gg.gg/jq0y6 หรอื สแกน QR Code

1. เปน็ การเชอ่ื มต่อเครอื ขา่ ยท่ีสถานนี น้ั ๆ จะต้องรอจนถึงรอบของตนเองก่อนทีจ่ ะสามารถส่งข้อมลู ได้
ก. เครือข่ายแบบบัส
ข. เครอื ข่ายแบบเมช
ค. เครือข่ายแบบดาว
ง. เครอื ข่ายแบบวงแหวน

2. เป็นรูปแบบทีม่ ีโครงสร้างไม่ยงุ่ ยาก ทุกสถานีในเครือขา่ ยจะเชอ่ื มต่อเข้ากับสายสือ่ สารหลักเพียงสายเดียว
ก. เครือขา่ ยแบบบสั
ข. เครือขา่ ยแบบเมช
ค. เครอื ขา่ ยแบบดาว
ง. เครอื ข่ายแบบวงแหวน

3. เครอื ข่ายคอมพิวเตอร์รูปแบบใดที่ใช้เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์และอุปกรณต์ ่างๆ ที่อยู่ในบรเิ วณเดียวกัน
ก. เครือข่ายเฉพาะท่ี (LAN)
ข. เครือขา่ ยวงกว้าง (WAN)
ค. เครือข่ายสว่ นบุคคล (PAN)
ง. เครอ่ื งขา่ ยนครหลวง (MAN)

4. เครือข่ายที่มีประสิทธภิ าพสูงในการตดิ ตอ่ ส่อื สาร แม้ว่าจะมเี ส้นทางการเชอ่ื มต่อคใู่ ดคหู่ นึ่งขาดจากกัน
ก. เครอื ข่ายแบบบสั
ข. เครอื ขา่ ยแบบเมช
ค. เครอื ขา่ ยแบบดาว
ง. เครือขา่ ยแบบวงแหวน

25

5. เครอื ข่ายใดเปน็ เครือข่ายคอมพวิ เตอรท์ ีเ่ ช่อื มตอ่ กับโทรศพั ท์มอื ถือ เน้นการเช่ือมต่อระยะใกล้
ก. เครือขา่ ยเฉพาะท่ี (LAN)
ข. เครอื ขา่ ยวงกว้าง (WAN)
ค. เครือข่ายส่วนบคุ คล (PAN)
ง. เคร่ืองขา่ ยนครหลวง (MAN)

6. เป็นการเชอื่ มตอ่ สถานใี นเครือข่าย โดยทกุ สถานีเชอื่ มต่อเข้ากับหน่วยสลับสายกลาง เชน่ ฮบั หรอื สวิตซ์
ก. เครือขา่ ยแบบบสั
ข. เครอื ข่ายแบบเมช
ค. เครอื ข่ายแบบดาว
ง. เครือข่ายแบบวงแหวน

7. บริการ Google Drive จัดเป็นการใช้งานลักษณะเครอื ขา่ ยแบบใด
ก. เครือข่ายระดับบนสดุ
ข. เครือขา่ ยระดับเดียวกัน
ค. เครือขา่ ยแบบรวมบรกิ าร
ง. เครือข่ายแบบรบั -ใหบ้ ริการ

8. เครอื ข่ายทีเ่ ชื่อมโยงกับเครือข่ายอน่ื ทีอ่ ยไู่ กลจากกันมาก เช่น เครือข่ายระหวา่ งภาค หรือระหว่างประเทศ
ก. เครือข่ายเฉพาะท่ี (LAN)
ข. เครือข่ายวงกวา้ ง (WAN)
ค. เครอื ขา่ ยส่วนบคุ คล (PAN)
ง. เครื่องข่ายนครหลวง (MAN)

9. เครอื ขา่ ยท่เี ช่อื มโยงแต่ละเครือขา่ ยที่หา่ งไกลกนั เชน่ เครอื ข่ายระหวา่ งสานกั งานท่ีอยู่คนละอาคาร
ก. เครอื ขา่ ยเฉพาะที่ (LAN)
ข. เครอื ข่ายวงกว้าง (WAN)
ค. เครอื ข่ายสว่ นบุคคล (PAN)
ง. เครื่องขา่ ยนครหลวง (MAN)

10. ขอ้ ใดกล่าวไมถ่ ูกตอ้ งเก่ยี วกบั เครอื ขา่ ยแบบรับ-ใหบ้ รกิ าร (Client-Server Network)
ก. มีระบบควบคมุ ความปลอดภยั ของขอ้ มูลเป็นอย่างดี ป้องกันการโจรกรรมขอ้ มลู
ข. เคร่ืองคอมพวิ เตอรใ์ นเครอื ขา่ ยสามารถเปน็ ได้ท้งั เคร่ืองใหบ้ ริการและรับบรกิ ารในขณะเดียวกัน
ค. เปน็ ระบบเครอื ข่ายท่ีมคี ่าใช้จา่ ยในการติดตั้งและบารุงรักษาคอ่ นข้างสูง แตม่ ีประสทิ ธิภาพที่ดีเยย่ี ม
ง. เครอ่ื งคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายสามารถให้บริการได้อยา่ งเดยี ว และเคร่อื งลูกขา่ ยมหี น้าท่ีรับ
บริการเทา่ น้ัน

26

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น

ข้อ เฉลย ขอ้ เฉลย
1ก 1ง
2ง 2ก
3ข 3ก
4ก 4ข
5ค 5ค
6ค 6ค
7ข 7ง
8ข 8ข
9ง 9ง
10 ง 10 ข

27

บรรณานกุ รม

กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551.
กรุงเทพฯ: โรงพมิ พช์ มุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย จากดั .

กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงาน
อาชพี และเทคโนโลยี. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย จากดั .

ปรัชญานันท์ นิลสุข และคณะ. (2553). หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสอื่ สาร. กรุงเทพฯ: สานักพิมพ์ บรษิ ัทพฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ จากัด.

พิมลพรรณ ประเสริฐวงษ์ และคณะ. (2551). เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร. กรุงเทพฯ:
บริษทั อักษรเจรญิ ทศั น์ จากดั .

สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย.ี (2557). หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี
สารสนเทศและการสอ่ื สาร. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพร้าว.

28


Click to View FlipBook Version