ก โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง แอลกอฮอล์แข็ง เสนอ ครูพัชริทร์ แสนสุข จัดท าโดย นาย ณฐักิตต ์ิสวสัด ์ิมงคล ม. 6/6 เลขที่ 4 นาย ณัฐภัทร ค าปล้อง ม.6/6 เลขที่ 19 นาย พาทิศ หนูด า ม.6/6 เลขที่ 20 นาย ชัยปรัชญ์ กุลสอนนาน ม.6/6 เลขที่ 23 น.ส. พลอยณิศา สร้อยสังวาลย์ ม.6/6 เลขที่29 น.ส. นภัสสร จักสาน ม.6/6 เลขที่ 31 โครงงานน ้ ี เป็ นส่วนหน่ึ งของรายวิชาเคม ี(ว33222) โรงเร ี ยนสุรศกัด ์ิมนตร ี ภาคเรียนที่2 ปี การศึกษา 2565
ข ชื่อโครงงาน แอลกอฮอล์แข็ง ประเภทโครงงาน ประเภททดลอง ผู้จัดท า นาย ณัฐกิตติ์ สวัสดิ์มงคล ม. 6/6 เลขที่ 4 นาย ณัฐภัทร ค าปล้อง ม.6/6 เลขที่ 19 นาย พาทิศ หนูด า ม.6/6 เลขที่ 20 นาย ชัยปรัชญ์ กุลสอนนาน ม.6/6 เลขที่ 23 น.ส. พลอยณิศา สร้อยสังวาลย์ ม.6/6 เลขที่29 น.ส. นภัสสร จักสาน ม.6/6 เลขที่ 31 ระดับชั้น มัธยมศึกษาปี ที่ 6/6 อาจารย์ที่ปรึกษา ครูพิชรินทร์ แสนสุข บทคัดย่อ ในปัจจุบนัเราทุกคนลว้นหาสิ่งใหม่ๆเพื่อยน่เวลาในการทา กิจวตัประจา วนัของตวัเองท้งัน้นัเราจึง หาสิ่งที่ใชแ้ทนการจุดถ่านให้ติดง่ายข้ึนหรือการใชแ้อลกอฮอลลแ์ขง็แทนการใชแ้ก๊สเพื่อใชหุ้งขา้วหรือ ประกอบหัตถกรรม ทางเราจึงทา การทดลองทา แอลกอฮอลลแ์ขง็ข้ึนมา
ค ค าน า รายงานน้ีเป็นโครงงานที่ผูจ้ดัทา ไดช้่วยกนัคิดหาวิธีเเกป้ ัญหาดว้ยการทา โครงงาน แอลกอฮอลล์ เเละไดล้งมือปฏิบตัิเมื่อพบป ญหาไดช้่วยกนัคิดเเละเเกไ้ขปัญหาการทา โครงงานน้ีจึงเป็นกาารไดร้ับความรู้ จากการปฏิบัติจริง เป็ นการฝึ กการเเก้ปัญหาด้วยตนเองจากข้อมูลที่มีอยู่
ง สารบัญ เรื่อง หน้า บทคัดย่อ ก ค าน า ข บทที่ 1 บทน า 1 1.1 ที่มาและความส าคัญของโครงงาน 1 1.2วัตถุประสงค์ 1 1.3 ขอบเขตการด าเนินงาน 1 1.4ระยะเวลาด าเนินการ 1 1.5 สถานที่ด าเนินการ 1 1.6ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1 1.7 นิยามศัพท์เฉพาะ 2 บทที่2 เอกสารและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 3 1. เอกสารที่เกี่ยวข้อง 1.1 ขอ้มูลทวั่ ไปของแอลกอฮอล์ 3 1.2ขอ้มูลทวั่ ไปของแอลกอฮอล์ 4 1.3ขอ้มูลทวั่ ไปของสบู่ 5 1.4ขอ้มูลทวั่ ไปของกลีซอรีน 6 2.งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 7 บทที่3วิธีด าเนินการศึกษาค้นคว้า 9 1.วัสดุอุปกรณ์และสารเคมี 9 2.วิธีการด าเนินงาน 9 3.ผลการทดลอง 10 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 11 บทที่ 5 สรุปผล ประโยชน์และข้อแสนอแนะ 12 อ้างอิง 13 ภาคผนวก 14
1 บทที่ 1 บทน า 1. ที่มาและความส าคัญของโครงงาน ในปัจจุบันด้วยเศรษฐกิจทางสังคมของไทยท าให้การเงินเฟ้อ ส่งผลให้ราคาสินค้าต่าง ๆ ในท้องตลาดมี ราคาที่สูงและคนทวั่ ไปเขา้ถึงไดย้ากการทา แอลกอฮอลแ์ข็งที่สามารถประกอบอาหารเล็ก ๆ หรือ การต้งั แคมป์ที่สา คญัยงัสามรถนา มาจุดเพื่อรับประทานหมูกระทะ เพราะวยัรุ่นสมยัน้ีจะกินสังสรรค์ร่วมกับเพื่อนๆ สิ่งแรกที่นึกถึงกบัก็คือ หมูกระทะ แมจ้ะมีหมูกระทะที่เป็ นร้านอยุ่มากมาย แต่ก็เป็ นเพราะเศรษฐกิจ ท าให้ ราคาหมูแพงข้ึนมากกวา่สินคา้อื่น ๆ เพราะฉะน้นัการเลือกที่จะทา กินเองเป็นความคิดที่ดีกวา่จะไปนงั่กินที่ ร้าน แต่ยังติดปัญหาที่ว่าต้องใชก้ระทะไฟฟ้า หรือไม่ก็เตาแก๊สในการทา อยดู่ ีซ่ึงราคาก็ไม่ถูกกวา่ดงัน้นัคณะ ผจู้กัทา จึงคิดที่จะทา แอลกอฮอลแ์ขง็ซ่ึงเป็นเช้ือเพลิงในการจุดไฟ ประกอบการทา อาหาร เช่น การปิ้งยา่ง แบบหมูกระทะ หรือ แคมป์ปิ้งตอ้งการความเลก็และ สะดวกสบาย เพื่อลดค่าใชจ้่ายในแต่ละคร้ังได้ใน เศรษฐกิจตอนน้ีหรือสามารถนา เขา้ไปเดินป่าดว้ยไดเ้พราะทา ไดง้่าย 2.วัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษาวิธีท าแอลกอฮอล์แข็ง 2.เพื่อเปรียบเทียบแอลกอฮอล์แข็งที่ท าเองกับแอลกอฮอล์ตามท้องตลาด 3.ขอบเขตการด าเนินงาน 1.แอลกอฮอล์แข็งท ามาจากแอลกอฮอล์และกลีเซอรีน 2.มีส่วนประกอบของ แอลกอฮอล์ กลีเซอรีน 4.ระยะเวลาด าเนินการ เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2565 – มกราคม พ.ศ.2566 5.สถานที่ด าเนินการ โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี 54 ถนน วิภาวดีรังสิต แขวง ดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400 6.ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1.ได้รับความรู้จากกระบวนการท าแอลกอฮอล์แข็ง 2.ไดร้ับความรู้เกี่ยวกบัเน้ือหาโครงงานมาทา กอ้นแอลกอฮอลแ์ขง็ใชไ้ดจ้ริง
2 3.ได้น าแอลกอฮอล์แข็งมาใช้งานได้จริง 7.นิยามศัพท์เฉพาะ 1. สบู่หมายถึงผลิตภณัฑท์ ี่ใชใ้นการขจดัสิ่งสกปรก 2. กลีเซอรอล หมายถึง เป็ นสารประกอบอินทรีย์ที่มีสูตรเคมีคือ C3H8O3 ลักษณะเป็ นของเหลว หนืดไม่มีสีไม่มีกลิ่น รสหวาน 3. แอลกอฮอล์ หมายถึง คือสารประกอบอินทรีย์ ที่มีหมู่ไฮดรอกซิล (-OH) ต่อกับอะตอมคาร์บอน ของหมู่แอลคิลหรือหมู่ที่แทนแอลคิล สูตรทวั่ ไปของแอลกอฮอลแ์บบอะลิฟาติกไฮโดรคาร์บอน (สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่เป็ นสายตรง) คือ CnH2n+1OH
3 บทที่2 เอกสารและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง การศึกษาในคร้ังน้ีผศู้ึกษาเอกสารและทฤษฎีที่เกี่ยวขอ้งโดยแบ่งเน้ือหาของเอกสารงานวิจยั ออกเป็นหวัขอ้ต่าง ๆ ดงัน้ี 1.เอกสารที่เกี่ยวข้อง 1.1ขอ้มูลทวั่ ไปของแอลกอฮอล์ 1.2ขอ้มูลทวั่ ไปของแอลกอฮอล์ 1.3ขอ้มูลทวั่ ไปของสบู่ 1.4ขอ้มูลทวั่ ไปของกลีซอรีน 2.งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1.เอกสารที่เกี่ยวข้อง 1.1 ข้อมูลทั่วไปของแอลกอฮอล์ สารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ไฮดรอกซิล (HYDROXYL (-OH)) เป็ นองค์ประกอบสารประกอบที่พบ มากในธรรมชาติ ในโรงงานและในครัวเรือนและเป็ นสารที่มีประโยชน์ สูตรเคมี + C3H8O3 แอลกอฮอลเ์ป็นสารละลายที่นิยมใชเ้ป็นยาใชภ้ายนอกในการฆ่าเช้ือจุลชีพบนผิวหนงัอีกท้งัใน ปัจจุบันมีการใช้แอลกอฮอล์เจลในการท าความสะอาดมือกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งเป็ นวิธีที่สะดวกและสามารถ ทา ความสะอาดมือไดโ้ดยไม่ตอ้งใชน้ ้า วตัถุประสงค:์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการฆ่าเช้ือของแอลกอฮอล์เจล เปรียบเทียบกับสารละลายแอลกอฮอล์ 70% ชนิดต่าง ๆ ที่ผลิตโดยโรงงานเภสัชกรรมทหาร วิธีการศึกษา: ทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าเช้ือแบคทีเรีย Staphylococcus aureus, Escherichia coli, Bacillus subtilis, Pseudomonas aeruginosa และเช้ือรา Candida albicans ด้วยวิธี Disc diffusion method ผลการศึกษา: Inhibition zone เฉลี่ยของแอลกอฮอล์เจล Professional Alcohol Cleanser® มีค่าเท่ากับ 11.50 0.00, 11.33 0.58, 10.04 0.53 และ 11.23 0.40 mm ในการฆ่าเช้ือแบคทีเรียS. aureus, E. coli, B. subtilis และ P. aeruginosa ตามล าดับ และมีค่าเท่ากับ 9.67 0.29 mm ในการฆ่าเช้ือรา C. albicans จากการวิเคราะห์ทางสถิติโดยใช้
4 โปรแกรม ANOVA พบว่าประสิทธิภาพการฆ่าเช้ือแบคทีเรียของแอลกอฮอลเ์จล Professional Alcohol Cleanser® เปรียบเทียบกับสารละลายแอลกอฮอล์ Ethanol 70%®, DPF Alcohol 70%® และ Mild Professional Alcohol Cleanser® ที่ระดบัความเชื่อมนั่95% มีค่าไม่แตกต่างกนัอยา่งมีนยัสา คญัและพบวา่ ประสิทธิภาพในการฆ่าเช้ือS. aureus สูงที่สุด แต่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเช้ือรา C. albicans ต ่าที่สุด สรุป: ผลิตภณัฑจ์ากแอลกอฮอลเ์จลและสารละลายแอลกอฮอล์70%มีประสิทธิภาพการฆ่าเช้ือแบคทีเรียสายพนัธุ์ มาตรฐานไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ แต่แอลกอฮอล์เจล Professional Alcohol Cleanser® มี ประสิทธิภาพในการฆ่าเช้ือรา C. albicans ต่า ที่สุดจากผลิตภณัฑท์ ้งหมดั การศึกษาคร้ังน้ีมีวตัถุประสงคเ์พื่อศึกษาองคป์ระกอบทางพฤกษเคมีและฤทธ์ิในการตา้นอนุมูล อิสระของครามใหญ่ (Indigofera suffruticosa Mill.) ที่สกัดด้วย 95%, 50% แอลกอฮอล์และน้า คราม โดย ศึกษาองค์ประกอบทางพฤกษเคมีในใบคราม ได้ท าการตรวจวัดปริมาณสารประกอบฟี นอลิกรวม ปริมาณฟ ลาโวนอยด์รวม และปริมาณคลอโรฟิ ล ส าหรับฤทธิ์ ในการต้านอนุมูลอิสระท าการศึกษาด้วยวิธี DPPH assay, ABTS assay และ FRAP assay จากการศึกษาคร้ังน้ีพบว่า สารสกดัใบครามที่สกดัดว้ย 95% แอลกอฮอล์ มี ปริมาณสารประกอบฟี นอลิกรวม และปริมาณคลอโรฟิ ลมากที่สุด (30.37± 0.09 µg GAE/ g DW และ 0.14 ± 0.00 mg/g ตามล าดับ) เมื่อเทียบกับสารสกัดใบครามที่สกัดด้วย 50% แอลกอฮอล์และน้า คราม สา หรับ การศึกษาฤทธิ์ ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH assay ABTS assay และ FRAP assay พบว่า สารสกัดใบคราม ที่สกัดด้วย 95% แอลกอฮอล์ มีฤทธิ์ ในการต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าสารสกัดใบครามที่สกัดด้วย 50% แอลกอฮอล์และน้า คราม โดยวิธีDPPH assay และ ABTS assay มีค่า IC50 เท่ากับ 26.14 ± 0.29 µg/mL และ 19.88 ± 0.93 µg/mL ตามล าดับ และวิธี FRAP assay มีค่าการต้านอนุมูลอิสระ เท่ากับ 239.73 ± 0.17 mg FeSO4 equivalent/g extract จากการศึกษาความสัมพันธ์ขององค์ประกอบทางพฤกษเคมีในใบคราม และวิธี ทดสอบฤทธิ์ การต้านอนุมูลอิสระ พบว่า การตรวจวัดปริมาณสารประกอบฟี นอลิกรวม มีความสัมพันธ์กับ ฤทธิ์ การต้านอนุมูลอิสระมากที่สุด 1.2 ข้อมูลทั่วไปของแอลกอฮอล์แข็ง เศษถ่านของโรงไฟฟ้าชีวมวลชุมชนทองแสนขัน ซึ่งมีลักษณะเป็ นเศษถ่านก้อนเล็ก ๆ เมื่อน ามาท า การติดไฟและทา ใหเ้กิดการเผาไหมต้่อเนื่องในเตาหุงตม้ระดบัครัวเรือนน้นั ไม่สามารถทา ได้ ในการวิจยัน้ี จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อท าการพัฒนาเศษถ่านของโรงไฟฟ้าชีวมวลชุมชนทองแสนขนั ใหเ้กิดการเพิ่มการติด ไฟและการเผาไหม้ โดยใช้กระบวนการบดและอัดเศษถ่านให้เป็ นก้อนถ่านอัดแท่งรูปทรงกระบอก และ มุ่งเน้นการพัฒนาด้วยการผสมแอลกอฮอล์แข็งในกระบวนการผลิตก้อนถ่านอัดแท่ง ที่ค่าร้อยละ 2.16 4.48 7.04 และ 10.00 โดยน้า หนกัเปรียบเทียบกบัการผลิตกอ้นถ่านอดัแท่งแบบที่มีการชุบเคลือบแอลกอฮอลแ์ขง็ และแบบไม่ผสมแอลกอฮอล์แข็ง ผลการศึกษาพบว่าการผสมด้วยแอลกอฮอล์แข็งและแบบที่มีการชุบเคลือบ แอลกอฮอลแ์ขง็ ใหผ้ลดีกว่าแบบไม่ผสมแอลกอฮอลแ์ข็ง ท้งัระยะเวลาในการติดไฟและการเผาไหมก้อ้น ถ่านเพื่อใหถ้ ่านแดงทวั่ท้งักอ้น ส่วนพลงังานความร้อนที่เกิดข้ึนจากปฏิกิริยาการเผาไหมข้องกอ้นถ่านอดั แท่ง น้า หนกั 200 กรัม เมื่อใชเ้ป็นเช้ือเพลิงในเตาหุงตม้ระดบัครัวเรือน พบวา่ถ่านอดัแท่งสูตรที่ 2 ซึ่งผสม
5 แอลกอฮอล์แข็ง ร้อยละ 2.16 โดยน้า หนกั ใหค้ ่าพลงังานความร้อนสูงสุด เท่ากับ 303,000 แคลอรี่ และท าให้ อุณหภูมิของน้า ในหมอ้ตม้มีค่าสูงสุด (87 องศาเซลเซียส) ในระยะเวลาการเผาไหม้ 20 นาที ส่วนระยะเวลา การเผาไหม้ก้อนถ่านอัดแท่งจนมอดดับนาน 96 นาที ถ่านอัดแท่งสูตรที่ 2 จึงมีความเหมาะสมมากที่สุดใน การนา ไปใชเ้ป็นเช้ือเพลิงชีวมวลในเตาหุงต้มระดับครัวเรือน 1.3 ข้อมูลทั่วไปของสบู่ สบู่ (SOAP) คือสารเคมีที่เกิดจากการทาปฏิกิริยากันระหว่างโซเดียมไฮดรอกไซด์ (ด่าง,โซดาไฟ) และน้า มนัที่มาจากสัตวห์รือพืช ปฏิกิริยาที่เกิดข้ึนน้ีเรียกวา่สปองซิฟิเคชนั่(Saponfication) คุณสมบัติของ สบู่หรือผลที่ไดจ้ากการ สปองซิฟิเคชนั่น้ีจะสามารถละลายไดท้ ้งัในน้า และไขมัน และสามารถเก็บไขมันไว้ ได้จึงมีประสิทธิภาพในการท าความสะอาดได้เป็ นอย่างดี (Saponfication: ออนไลน์) สูตรเคมี โดยค าวา่"สบู่" ในภาษาไทย เพ้ียนมาจากคา ว่า "soap" ในภาษาอังกฤษ ซึ่งมาจากค าว่า "sapon" ซึ่ง หมายถึง สบู่ ในภาษาละติน (วิกิเดีย สาราณุกรมเสรี: ออนไลน์) ในทางเคมีสบู่คือเกลือของกรดไขมัน สบู่ใน บ้านเรือนใช้ชะล้าง อาบและใช้ในการท าความสะอาดบ้าน โดยสบู่ท าหน้าที่เป็ นสารลดแรงตึงผิว และ น้า มันอิมัลซิไฟเออร์เพื่อใหส้บู่ไหลไปกบัน้า ได้ในอุตสาหกรรม สบู่ยงัใชก้บัการปั่นผา้และเป็น ส่วนประกอบส าคัญของสารหล่อลื่นบางชนิด สบู่ส าหรับการชะลา้งไดม้าจากน้า มันพืชหรือสัตว์ และไขมัน ที่มีค่าเบสสูง เช่น โซดาไฟ หรือโพแทสเซียมไฮดรอกไซดใ์นสารละลายในน้า ไขมนัและน้า มันเป็ น ส่วนประกอบของไตรกลีเซอไรด์ กล่าวคือ โมเลกุลของกรดไขมันสามโมเลกุลติดกับโมเลกุลของกลีเซ อรอลหนึ่งโมเลกุลสารประกอบอัลคาไลน์ที่มักถูกเรียกว่า ไล (lye) ชักน าให้เกิดกระบวนการการเปลี่ยนเป็ น สบู่ (saponification) ในปฏิกิริยาน้ีไขมนัไตรกลีเซอไรดจ์ะสลายดว้ยน้า (hydrolyze) กลายเป็ นกรดไขมัน อิสระและกรดไขมันอิสระจะรวมกับอัลคาไลจนเกิดเป็ นสบู่หยาบ หรือส่วนผสมของเกลือสบู่ ไขมันหรืออัล คาไล ที่เกินมา น้า และกลีเซอรอลอิสระ (กลีเซอรีน) ผลพลอยได้คือกลีเซอรีนสามารถคงอยู่ในรูปผลิตภัณฑ์ สบู่ ท าหน้าที่เป็ นสารที่ท าให้อ่อนโยน หรือถูกแยกออกเพื่อน าไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น สิ่งที่เกิดข้ึนน้ี
6 เรียกว่า ปฎิกิริยา Saponification หรือการเกิดสบู่ เป็ นผลที่มาจาก Ester (ไขมัน) และ base(ด่าง) รวมกัน ได้ เป็นสบู่ข้ึนมา 1.4 ข้อมูลทั่วไปของกลซีอรีน กลีเซอรีนบริสุทธิ์ (Purified Glycerine) มีลกัษณะเป็นของเหลว ใส ไม่มีสีไม่มีกลิ่น มีรสหวาน สามารถละลายไดด้ีในแอลกอฮอลแ์ละน้า แต่ไม่ละลายในไขมนัเนื่องจากกลีเซอรีนมีคุณสมบตัิทางเคมีที่ หลากหลาย จึงสามารถน าไปใช้เป็ น สารต้งัตน้ ในการสังเคราะห์สารเคมีอื่น ๆ ได้มักนิยม ใช้มากใน อุตสาหกรรมอาหารยา เครื่องส าอาง สบู่ เป็ นต้น โดยกลีเซอรีนบริสุทธิ์ เกิดจากการน ากลีเซอรีนดิบ (Raw Glycerine) ที่ได้จากกระบวนการผลิตไบโอ ดีเซลมาผา่นกระบวนการกลนั่กลีเซอรีน (Glycerine Refining Process) จนได้เป็ นกลีเซอรีนบริสุทธิ์ (Purified Glycerine) และเป็ นผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งของบริษัทฯ ส าหรับใช้เป็ นส่วนผสมในสินค้าหลากหลายประเภท เช่น เครื่องส าอาง สินค้าเวชภัณฑ์ ตลอดจนสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน เช่น ยาสีฟัน เป็ นต้น กลีเซอรีน เป็นของเหลวที่ไม่มีสีไม่มีกลิ่น มีความหนืด และ มีรสหวาน โดยปกติมาจากน้า มนัของ พืช ซ่ึงโดยทวั่ ไป คือ น้า มนัมะพร้าว และน้า มนั ปาลม์กลีเซอรีนสามารถละลายไดด้ีในแอลกอฮอลแ์ละน้า แต่ไม่ละลายในไขมันเนื่องจากกลีเซอรีนมีคุณสมบัติทางเคมีที่หลากหลายจึงสามารถน าไปใช้เป็นสารต้งัตน้ ในการสังเคราะห์สารเคมีอื่นๆได้ ดว้ยคุณสมบตัิที่สามารถละลายในแอลกอฮอลแ์ละน้า ไดน้ี่จึงนา ไปใชป้ระโยชน์อยา่งกวา้งขวาง ซ่ึงกลี เซอรีนบริสุทธิ์ สามารถน าไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายรูปแบบ เช่น ใช้เป็ นส่วนผสมหรือ เป็ นตัวช่วยใน กระบวนการผลิตเครื่องส าอาง ผลิตภณัฑใ์นห้องน้า และสุขอนามยัส่วนบุคคลอาหารยาสีฟัน ยาสระผม และ นิยมใช้มากในอุตสาหกรรมสบู่ เพราะกลีเซอรีนเป็ นส่วนช่วยหล่อลื่นเหมือน มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ เพื่อปกป้อง ผิวไม่ใหแ้หง้และดูดซบัความช้ืนเมื่อสัมผสักบัอากาศซ่ึงจะทา ใหรู้้สึกวา่ผิวมีความชุ่มช้ืน อ่อนโยนต่อผิว ขจดัความสกปรกที่ฝังแน่น ไม่ทา ใหอุ้ดตนัรูขมุขน รวมท้งัปลอดภยัต่อผิวหนงั การที่กลีเซอรีนเป็ นสารที่ไม่มีพิษ ในทุกๆ รูปแบบของการประยกุตใ์ช้ไม่วา่จะใชเ้ป็นสารต้งัตน้ หรือสารเติม แต่ง ท าให้กลีเซอรีนได้รับความสนใจและ น าไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ด้วยการท ายาเหน็บ ทวาร ใช้เป็ นยาระบาย และยังสามารถใช้เป็ นยาเฉพาะที่ส าหรับปัญหาทางผิวหนังหลายชนิด รวมถึง โรง ผิวหนัง ผื่น แผลไฟลวก แผลกดทับ และบาดแผลจากของมีคม กลีเซอรีนถูกใช้เพื่อรักษาโรคเหงือกได้ด้วย เนื่องจากกลีเซอรีนสามารถฆ่าเช้ือแบคทีเรียที่เกี่ยวขอ้งได้ช่วยบรรเทาผิวเบิร์นจากการฟอกไต หรือการให้คี โมของผู้ป่ วยมะเร็ง เพราะผิวจะแห้งมากๆ กลีโชลิด จึงช่วยเบาเทาผิวเบิร์น หรือผิวแห้งมากได้เป็ นอย่างดี
7 2.งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง รัศมี สิทธิขันแก้ว, กรวิทย์ พุ่มพวง, ศักดิ์ดา แสงสุวรรณ ,สกุลชาติ ขุนเพ็ชร, นฤมล สีพลไกรและ ประเทืองโมราราย วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยนเรศวร99 หมู่ 9 ต าบล ท่าโพธิ์ อ าเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก 65000 ศึกษาวิจัยเรื่องการผลิตแอลกอฮอล์แข็งปัจจุบันชีวมวลสามารถนามาใช้เป็ นพลังงานได้หลาย รูปแบบ เช่น นาไม้หรือวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร มาใชเ้ป็นเช้ือเพลิงโดยตรงสาหรับการเผาไหมเ้พื่อให้ ความร้อนในระดับครัวเรือน หรือโรงงานอุตสาหกรรม [1-3] ชีวมวลที่ไดก้ล่าวมาน้นัยงัสามารถนามาใช้ เป็นวตัถุดิบต้งัตน้ ในการกระบวนการผลิตถ่านโดยนามาเผาในเตาเผาถ่านโดยใชก้ระบวนการเผาในสภาวะ ไร้ออกซิเจน หรือการเผาแบบอับอากาศ) [4-6] หรือไดจ้ากกระบวนการแก๊สซิฟิเคชนั่(Gasification) ของ โรงไฟฟ้าชีวมวลที่มีใชเ้ตาผลิตแก๊สเช้ือเพลิงแบบไหลลง(Downdraft Gasifier) จากวัตถุดิบชีวมวล จากการ ที่โรงไฟฟ้าชีวมวลชุมชนทองแสนขัน อ าเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากการน า ไมก้ระถินยกัษส์ ับท่อน ไปเป็นเช้ือเพลิงในเตาผลิตแก๊สเช้ือเพลิงแบบไหลลง ซ่ึงในกระบวนการผลิตไฟฟ้า น้นัจะเกิดเศษถ่านซ่ึงมีลกัษณะเป็นกอ้นเลก็ๆ ขนาดเส้นผา่ศูนยก์ลาง1-5 เซนติเมตร (cm) รวมท้งัเกิดผงถ่าน เกิดข้ึนเมื่อนา เศษถ่านและผงถ่านที่ถูกท าการบดละเอียดไปท าการทดสอบค่าพลังงานความร้อนของถ่าน ดังกล่าว โดยใช้เครื่องบอมบ์แคลอริมิเตอร์ จะมีค่าเฉลี่ยของค่าพลังงานความร้อนเท่ากับ ค่าความร้อนของ เศษถ่านของโรงไฟฟ้าชีวมวลชุมชนทองแสนขัน6,593 กิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัม (k Cal/kg) ซึ่งเศษถ่านและ ผงถ่านที่เกิดข้นึมีปริมาณประมาณร้อยละ5โดยน้า หนกัของวตัถุดิบเริ่มตน้ซ่ึงเมื่อเทียบเป็นปริมาณสะสม ในการด าเนินการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าชีวมวลชุมชนทองแสนขันในแต่ละเดือนก็จะพบว่ามีปริมาณเศษ ถ่านและผงถ่าน เกิดข้ึนปริมาณมากเศษถ่านและผงถ่านเหล่าน้ีสามารถที่จะนา มาจา หน่ายเพื่อสร้างรายไดเ้พิ่มใหก้บั ทางโรงไฟฟ้า แต่ก็มีราคาต่อหน่ึงหน่วยกิโลกรัมที่ต่า เนื่องจากไม่ไดร้ับความนิยมนา ไปใชเ้ป็นเช้ือเพลิงใน เตาหุงตม้ระดบัครัวเรือน อีกท้งัลกัษณะทางกายภาพของเศษถ่านและผงถ่านที่มีขนาดเลก็มาก ๆ รวมท้งัเป็น ผงละเอียดจะท าให้ไม่มีช่องว่างของอากาศที่ไหลผา่นภายในเตาหุงตม้ระดบัครัวเรือนซ่ึงก่อใหเ้กิดการ ขดัขวางการลุกไหมแ้ละเผาไหมใ้นเตาหุงตม้ระดบัครัวเรือน จากประเด็นปัญหาที่เกิดข้ึน จึงนา มาสู่หวัขอ้ใน การทา วิจยัโดยในการศึกษาวิจยัคร้ังน้ีจะทา การปรับปรุงลกัษณะทางกายภาพของถ่านในลกัษณะของการ เพิ่มความหนาแน่นของถ่านโดยจะท าการอัดแท่งเศษถ่านและผงถ่านที่ได้จากโรงไฟฟ้าชีวมวลชุมชนทอง แสนขนัและนา มาสู่การพฒันากระบวนการผลิตกอ้นถ่านอดัแท่ง เพื่อเพิ่มการติดไฟและการเผาไหมข้อง กอ้นถ่านอดัแท่ง โดยจะเนน้ ไปที่การนา สารที่มีความสามารถในการติดไฟไดง้่าย ไดแ้ก่แอลกอฮอลแ์ขง็มา ใช้ในกระบวนการผลิตก้อนถ่านอัดแท่งเนื่องจากแอลกอฮอล์แข็งถูกผลิตและน ามาใชเ้ป็นเช้ือเพลิงที่ให้ ความร้อนแก่อาหาร ซ่ึงเป็นที่นิยมใชใ้นร้านอาหาร ซ่ึงแอลกอฮอลแ์ขง็สามารถผลิตมาจากแอลกอฮอล์
8 (ปริมาณที่ใช้ในการผลิตประมาณร้อยละ 95) โซดาไฟ และกรดสเตียริค จากการค้นคว้า และทบทวนงานวิจัย ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตถ่านอัดแท่งจากชีวมวลต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น ซังข้าวโพด กะลามะพร้าว เปลือกมะขาม หญ้าแฝก ใบยูคาลิปตัสและใบยางพารา เปลือกหมาก เปลือกทุเรียน[4-6, 9-13] โดย ท าการคน้ควา้เปรียบเทียบวสัดุหรือสารเคมีที่ใส่ลงไปผสมในผงถ่าน ก่อนทา การผสม และท าการอัดแท่ง ก้อนถ่านในรูปทรงต่าง ๆ จะพบว่ายังไม่มีการน าแอลกอฮอล์แข็งผสมลงไปในผงถ่าน รวมถึงไม่มี การชุบเคลือบถ่านอดัแท่งดว้ยแอลกอฮอลแ์ขง็เพื่อเนน้ ไปที่การเพิ่มการติดไฟและการเผาไหมข้องถ่านอดั แท่งจะมีเพียงแต่การใส่แป้งมันส าปะหลังหรือกาวจากแป้งมันส าปะหลังลงไปในผงถ่านเพื่อใช้เป็ นตัว ประสานระหวา่งผงถ่านและน้า และทา ใหผ้งถ่านสามารถอดัข้ึนรูปเป็นกอ้น และยงัคงรูปไดภ้ายหลงัการอดั แท่ง [4-6, 9-13]โดยในบทความวิจยัน้ีคณะผวู้ิจยัไดท้า การศึกษาการใช้แอลกอฮอล์แข็งผสมที่มีต่อการติดไฟ และการเผาไหม้ของก้อนถ่านอัดแท่งซึ่งถูกผลิตจากเศษถ่านเหลือทิ้งของโรงไฟฟ้าชีวมวลชุมชนทองแสน ขัน เพื่อที่จะน ากระบวนการ รวมถึงสูตรส่วนผสมแบบต่าง ๆ ที่ใช้ในกระบวนการผลิตก้อนถ่านอัดแท่ง ดังกล่าว ไปถ่ายทอดให้กับ ผปู้ระกอบการโรงไฟฟ้าชีวมวลชุมชนทองแสนขนัรวมถึงประชาชนในพ้ืนที่ ใกล้เคียงโรงไฟฟ้าอ าเภอทองแสนขนัจงัหวดัอุตรดิตถ์หรือประชาชนทวั่ ไป เพื่อก่อใหเ้กิดการเพิ่มมูลค่าของ เศษถ่านจากกระบวนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าชีวมวล เพื่อใชเ้ป็นเช้ือเพลิงสา หรับการเผาไหมใ้นเตาเผาที่ ใช้ในภาคครัวเรือน หรือภาคธุรกิจในอนาคต
9 บทที่3 วิธีด าเนินการศึกษาค้นคว้า ในการทา โครงงานคร้ังน้ีเป็นการศึกษาจากการทดลองการทา แอลกอฮอลแ์ขง็ผศู้ึกษาไดศ้ึกษา ขอ้มูลการทา งานใหเ้ป็นไปตามวตัถุประสงคแ์ละตามข้นัตอน ดงัต่อไปน้ี 1.วัสดุอุปกรณ์และสารเคมี 1.1แอลกอฮอล์ 99% 1.2 สบู่ 1.3 ตาชงั่ 1.4 ที่ขูด 1.5 ช้อน 1.6 ชามแสตนเลส 1.7 ชามแสตนเลส ขนาดเล็ก 1.8กาน้า ร้อน 1.9 ภาชนะที่เอาไว้ใส่แอลกอฮอล์แข็ง 2.วิธีการด าเนินงาน 1.เริ่มจากชูดสบู่ใส่ชามแสตนเลส ใหอ้อกมาชิ้นเลก็ๆ ปริมาตร 15กรัม 2.ท าการตวงแอลกอฮอล์ปริมาตร 50 มิลลิลิตร 3.ตม้น้า ใหเ้ดือด 4.เทน้า ร้องลงชามที่เตรียมไวใ้ห้อุณหภูมิไม่เกินอุณหภูมิ 60 องศา ให้อยู่ประมาณ 55-60 องศา 5.ท าการละลายสบู่และแอลกอฮอล์คนเข้าดว้ยกนั โดยใส่ชามสแตนเลสขนาดเลก็ที่ลอยอยบู่นน้า ตม้ 6.คนจะละลายเข้ากัน 7.น าไปใส่ภาชนะแล้วรอจนแห้ง ประมาณ 10 นาที 8.น าไปทดลองการติดไฟ
10 3.ผลการทดลอง จากหัวข้อที่ 2 วิธีการด าเนินงาน หลังจากรอให้สบู่และแอลกอฮอล์ที่ใส่ในพิมแห้งแล้ว จะได้มาเป็ น แอลกอฮอล์แข็งที่สามารถจุดไฟได้
11 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การศึกษาค้นหว้าเรื่อง แอลกอฮอลล์แข็ง ผลการทดลองและอภิปรายผลการทดลอง ตารางบันทึกผลการทดลอง ปฏิกิริยาการเผาไหม้ เวลา/นาที ผลการทดลอง การจุดกับเตาถ่าน 5 นาที • น าก้อนแอลกอฮอลล์ปริมาณ 12 กรัม • ไปจุดไฟพร้อมกับถ่านหินก้อนประมาณ 15 ก้อน • ใชเ้วลาในการติดไฟท้งัหมดไป 5 นาที นา น้า ไปต้งัใหเ้ดือด 26 นาที • ใชน้ ้า 600 มิลลิตรในการตม้ • ไฟค่อยๆ เพิ่มอุณหภูมิข้ึน • น้า เดือดถึง 100องศา ระยะเวลาในการเผาไหม้ 1 ชม. 45 นาที • จุดไว้ในที่ที่มีลมโชรก • 20-40 นาทีแรกไฟแรง • เมื่อเขา้1 ชม.ไฟเริ่มอ่อนและหมดไป การจุดไฟกับตัวแอลกอฮอลล์ แข็ง 8 นาที • น าแอลกอฮอลล์แข็งไปจุดกับไฟ • เกิดไฟที่มีความร้อนสูงนานถึง 8 นาที ตารางที่ 4.1 ตารางผลการทดลอง ผลจากการทดลอง การจุดกับเตาถ่านในเวลา 5 นาทีในการท าให้ถ่านติดไฟเช่นเดียวกันกับ แอลกอฮอลล์แข็งในตลาดที่ มีขนาดเดียวกนัเมื่อนา แอลกอฮอลลแ์ขง็จุดไฟแลว้นา ไปตม้น้า 600 มิลลิลิตรใหเ้ดือดถึง 100องศา ใชน้าที ประมาณ 26 นาที และระยะเวลาในการเผาไหมร้ะยะเวลา 1 ชวั่โมง 45 นาทีหลงัจากการจุด 20-40 นาทีแรง ไฟมีแรงมากแต่เมื่อเขา้1 ชวั่โมงใหห้ลงัไฟเริ่มลดลงจาก20-40 แรกอย่างชัดเจน จากการทดลองแอลกอ ฮอลล์แข็งที่ท าเองกับตามตลาดแล้ว ผลออกมามีประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกัน
12 บทที่ 5 สรุปผล ประโยชน์ และข้อแสนอแนะ โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง แอลกอฮอล์แข็ง มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาวิธีท าแอลกอฮอล์แข็งที่ สามารถน าว่าใช้ได้จริง สะดวกสบายต่อการใช้งานและวิธีการท า ราคาถูกกว่าในท้องตลาด สามารถลด ค่าใช้จ่ายได้ และพกพาสะดวก ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงงาน 1.ได้เรียนรู้จากการทดลองจริง 2.สามารถน าไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้ 3.ท าให้สะดวกต่อการเดินทางและใช้งาน 4.รู้จักการท างานรวมกัน 5.นา สิ่งรอบตวัมาทา ใหเ้กิดประโยชน์เพิ่มข้ึน 6.ใชท้ดแทนเช้ือเพลิงในการปรุงอาหารได้ 7.น าไปสร้างเป็ นอาชีพเสริมระหว่างเรียน ปัญหาในการด าเนินงาน 1.การระวังเปลวไฟที่อาจโดนแอลกอฮอล์โดยตรง 2.การวัดอันตราส่วนแต่ละขนาดของภาชนะให้พอดี 3.การนัดสมาชิกในกลุ่มมาท าการทดลอง พร้อมกัน การแก้ไขปัญหา 1.ช่วยกันสอดส่องเวลาทดลองว่ามีตรงไหนอันตรายบ้าง 2.ใชต้าชงั่ที่สามารถวดัไดอ้ย่างแม่นยา 3.หาเวลาที่สมาชิกทุกคน ว่างเวลาเดียวกันและท าที่โรงเรียน ข้อเสนอแนะ 1.สามารถนา สบู่กลิ่นอะไรก็ไดม้าทา สีอะไรก็ไดม้าทา เพราะเวลาที่แอลกอฮอลแ์ขง็ตวัก็ยงัมีกลิ่น สบู่อ่อน ๆ ใหเ้ราไดก้ลิ่น 2.ภาชนะที่ใช้ใส่แอลกอฮอล์แข็ง สามารถใช้ขนาดเท่าใดก็ได้ เลือกได้ตามประสงค์ในการใช้ แต่ เวลาผสมเพียงแต่เพิ่มอตัราส่วนใหพ้อดีกบัภาชนะที่ม
13 อ้างอิง การทดลองแอลกอฮอล์. (2552). สารเคมีอันตราย (ออนไลน์). สืบค้นจาก : https://pws.npru.ac.th/arunrat/data/files/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0% B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87%20alcohol.pdf?fbclid=IwAR1jpiI-U8rSoIZX9aT9XA7L0cvpLUdsRDASNNbxlDmgNFETAxkNm5Jius [1 กุมภาพันธ์ 2566] เอกสารและงานวิจัย. (2543). เพื่อการศึกษาในห้องเรียน (ออนไลน์). สืบค้นจาก : http://cmruir.cmru.ac.th/bitstream/123456789/1852/5/C2_374418.pdf [1กุมภาพันธ์ 2566]
14 ภาคผนวก