การเขยี นแบบไฟฟา้ ด้วยคอมพวิ เตอร์
หลักและวิธกี ารในการเขียนแบบของแต่ละบุคคล อาจแตกตา่ งกนั ตามความถนัด และการฝึกฝน
วธิ ีการในเว็บไซต์น้อี าจจะไมไ่ ด้ดีทส่ี ุด แตเ่ ปน็ วิธกี ารท่ีได้จากการศึกษาดว้ ยตนเองจากสอ่ื ต่าง ๆ และนามา
ประยุกตใ์ ช้ อาจแตกต่างออกไปตามความเข้าใจ ขอให้ทา่ นเลือกเอาวิธกี ารทท่ี ่านเข้าใจ ขึ้นอยูก่ บั การเรยี นรู้
และฝกึ ฝนจนชานาญ ของแต่ละบคุ คล
คาอธบิ ายรายวชิ าตามหลกั สูตร ปวส.2563
ศกึ ษาและปฏิบตั ิเกีย่ วกบั การเขยี นแบบแปลนพ้ืนงานทางดา้ นโยธา เขยี นแบบงานทางไฟฟ้าและ
สือ่ สาร การอ่านแบบต่าง ๆ การใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูปในการเขยี นแบบไฟฟ้าและสื่อสาร ที่สอดคล้องกบั งาน
ทางด้านโยธา องค์ประกอบของแบบระบบไฟฟ้า การใช้งาน External Reference การ Plot โดย
ใช้ Layout การใช้ Visual LISP ในงานเขียนแบบ
หน่วยที่ 1 ความรู้เบ้ืองตน้ ในการเขยี นแบบไฟฟา้
ประเภทของแบบไฟฟ้า
แบบไฟฟา้ แบ่งออกเปน็ 4 ประเภท คอื
1. แบบงานจรงิ (Pictorial)
หมายถงึ แบบทีม่ ีลกั ษณะเหมือนงานจรงิ แสดงใหเ้ หน็ ตามลักษณะภายนอกของการติดตง้ั ไฟฟา้
ทกุ ประการ แบบที่เขยี นเป็นรูปแบบลกั ษณะเหมอื นอุปกรณ์จรงิ ทต่ี ิดตง้ั ตามลักษณะภายนอกที่ตามองเห็นทุก
ประการ ทง้ั อุปกรณแ์ ละจดุ ที่ตดิ ต้งั ดังภาพด้านล่าง
ทม่ี า : http://montri.rmutl.ac.th/old/download/document.pdf
2. แบบไดอะแกรมแผนผัง ( Schematic diagram)
หมายถงึ แบบท่ีมีลักษณะทเี่ นน้ การแสดงใหเ้ ห็นถงึ วงจรภายในของงาน ว่าต่อกันอย่างไร แสดง
ทางเดนิ ของกระแสไฟฟ้าไปตามอปุ กรณ์ต่าง ๆ ทตี่ ่อกันอยู่ในแบบนั้น โดยมีจดุ ประสงค์ให้เหน็ หรอื ทราบการ
ต่อวงจรภายในของระบบนน้ั ๆ ให้ผทู้ ่ีไม่ทราบไดร้ ู้ เพื่อต่อหรอื ซ่อมแซมวงจรได้ถูกต้องตามทผี่ ูอ้ อกแบบได้
ออกแบบไว้ ดังภาพด้านล่าง
ภาพท่ี 2 แสดงวงจรไดอะแกรมแผนผัง ของวงจรไฟฟ้า (Schematic diagram)
3. แบบไดอะแกรมเส้นเดยี ว (One line diagram)
หมายถงึ แบบท่ีมีลักษณะคลา้ ยแบบงานจรงิ แต่จะเขียนเส้นเพยี งเสน้ เดยี วแทนสายไฟ มี
จดุ ประสงคเ์ พ่อื ใหท้ ราบตาแหนง่ ทตี่ อ้ งการตดิ ต้ังอปุ กรณ์เท่านน้ั ส่วนอุปกรณ์จะเขียนแทนดว้ ยสัญลักษณ์ ดงั
ภาพด้านล่าง
ภาพท่ี 3 แสดงแบบวงจรไฟฟ้า แบบไดอะแกรมเส้นเดยี ว ของวงจรไฟฟ้า ตามภาพที่ 1
4. แบบไดอะแกรมวงจรไฟฟ้า (Wiring diagram)
หมายถึงแบบท่มี ีลกั ษณะรวมจุดประสงคท์ ั้งหมดของแบบทางไฟฟา้ ทั้งตาแหนง่ ท่ีตดิ ตั้ง และการ
ตอ่ วงจรของวงจรไฟฟ้า แต่จะแทนอปุ กรณข์ องจริงด้วยสญั ลกั ษณท์ างไฟฟ้า ดงั ภาพด้านล่าง
ภาพท่ี 4 แสดงแบบวงจรไฟฟ้า แบบวงจรไฟฟา้ (Wiring Diagram)
สว่ นประกอบของแบบติดต้งั ไฟฟ้า
แบบติดตัง้ ระบบไฟฟ้ามสี ่วนประกอบ ดงั น้ี
1. แบบแปลนอาคารท่ีตดิ ตัง้ พร้อมสญั ลักษณ์ทางไฟฟา้ ที่จะติดต้งั ตามจุดตา่ ง ๆ ภายในแบบแปลน
ภาพท่ี 1 แสดงแบบแปลนติดตัง้ ไฟฟา้ ภายในอาคาร
2. แบบแสดงความหมายของสญั ลักษณ์ทเ่ี ขียนในแบบแปลนทง้ั หมด
ภาพที่ 2 แสดงสญั ลักษณ์ทเ่ี ขียนในแบบ และความหมายของสญั ลกั ษณ์
3. รายละเอยี ดของอุปกรณ์ทก่ี าหนดใหป้ ฏิบัติในการตดิ ตง้ั ที่ต้องการ เชน่ ยหี่ ้ออปุ กรณ์ตา่ งๆ ระยะ
การติดตัง้ อุปกรณ์ เปน็ ต้น ดังตวั อยา่ ง
รายละเอียดประกอบแบบ
1. เตา้ รบั ใชย้ ีห่ อ้ B-ticino
2. หลอดฟลูออเรสเซนต์ ใชย้ ่ีหอ้ Philip หรือ Toshiba
3. สายไฟใชย้ ่ีห้อ Thai Yazaki หรอื Bangkok Cable
4. เต้ารบั ตดิ สูงจากพื้น 30 เซนติเมตร
4. ไดอะแกรมตา่ งๆ ของอุปกรณ์ควบคุม
ภาพท่ี 3 แสดงไดอะแกรมเส้นเดยี ว ของแผงควบคุมไฟฟา้
5. ตารางโหลด
ภาพที่ 4 แสดงตารางโหลดจากการคานวณค่าต่างๆ ทใ่ี ช้ในการติดตั้งระบบควบคุม
ตารางโหลด เป็นตารางที่เขียนข้นึ มาเพ่ือบอกใหผ้ ู้ติดตง้ั ติดตั้งไฟฟ้าอย่างไร เช่น รูปแบบการ
ตดิ ต้งั ตีคลปิ หรอื เดินด้วยท่อ แผงควบคุมใช้อะไร ตวั ปอ้ งกันขนาดเท่าไร มีกตี่ วั แตล่ ะตัวควบคมุ อะไรบา้ ง
โหลดทีใ่ ช้แตล่ ะตวั มีขนาดเทา่ ไร ใช้สายขนาดเทา่ ไร ซ่งึ ค่าแตล่ ะคา่ เป็นค่าที่ไดม้ าจากการคานวณตามมาตรฐาน
การติดตง้ั ไฟฟ้า ดังนั้นผทู้ ่ีจะสามารถเขยี นตารางโหลดได้ จะตอ้ งศกึ ษากฎและมาตรฐานในการตดิ ต้ังไฟฟา้
การคดิ คานวณค่าต่างๆ ตามหลกั และวธิ กี ารที่ถูกต้อง เพ่ือความปลอดภยั ในการใชไ้ ฟฟา้
ท้ังหมดที่กล่าวมา หากเปน็ งานขนาดเล็กๆ อาจมีไม่ครบทุกรายการได้ ตามความสาคญั และจาเป็น
และความต้องการของการออกแบบ แต่ 2 รายการที่ขาดไม่ได้ คือรายการท่ี 1 และ 2 แบบแปลนการตดิ ตั้ง
และ ความหมายของสญั ลักษณ์ เพราะผู้เขยี นแบบแต่ละท่าน อาจใหค้ วามหมายของสัญลกั ษณ์แตกตา่ งกนั ได้
หากไม่แสดงความหมายอาจทาให้ความหมายผิดเพยี้ นไปจากความต้องการของผู้ออกแบบได้
ส่วนรายการอน่ื ๆ หากไม่มใี นแบบ ผ้ตู ดิ ตง้ั จะต้องติดตั้งให้ไดต้ ามมาตรฐานท่ีกาหนดในการติดตงั้
ระบบไฟฟ้าเพ่ือความปลอดภัยของผู้ใช้
หนว่ ยท่ี 2 โปรแกรมเขยี นแบบไฟฟา้
- โปรแกรม AutoCAD 2016
การติดต้งั โปรแกรม AutoCAD 2018
1. เปดิ ตัวโปรแกรมหาไฟล์ Setup.exe และ ดบั เบิ้ลคล๊กิ ทไ่ี ฟล์ เพ่ือเริ่มทาการติดตงั้
2. คลก๊ิ Run เพื่อตดิ ตงั้ โปรแกรม
3. คลก๊ิ Install
4. คลกิ๊ เช็คบ็อค ที่ I Accept และคล๊ิก Next
5. คล๊กิ Install
6. ระบบจะเรม่ิ ทาการตดิ ต้งั โปรแกรม ให้รอประมาณ 15 นาที
7. เมอื่ โปรแกรมตดิ ต้ังเรยี บรอ้ ย ให้ คล๊ิก Finish
8. เปิดโปรแกรมใชง้ าน โดยปกตโิ ปรแกรมจะติดตั้ง ShortCut ไว้ท่หี นา้ Desktop
9. เม่ือเปิดโปรแกรมแลว้ เราตอ้ งทาการ Activate โปรแกรมก่อนการใช้งาน โดยโปรแกรมจะแสดง
หนา้ ตา่ ง Let’s Get Started ให้ คลิ๊กท่ี Enter a Serial Number
10. คลก๊ิ I Agree
11. จะปรากฏหน้าต่าง โชวใ์ ห้ทราบว่าโปรแกรมสามารถใช้ได้ 30 วนั ให้คลิก๊ ที่ Activate
12. จะปรากฏหน้าต่าง Activation Options ใหใ้ ส่หมายเลข Serial Number เป็น 111-
11111111 หรอื 222-22222222 สว่ น Product Key ใหใ้ ส่ 001j1 และคลิก๊ Next
13. เสร็จแลว้ ใหป้ ดิ และเปิดโปรแกรมอีกครงั้ หนงึ่ จะปรากฏหนา้ ต่าง Activation Options แสดง
ขอ้ มลู หมายเลขต่างๆ ของโปรแกรม ให้เราคัดลอกหมายเลข Request code ของโปรแกรมไว้ เพ่ือใช้
ขอ activation code สาหรับใช้ activate โปรแกรม
14. โดยใหเ้ ปดิ โปรแกรมสาหรบั Activate (Run as asministrator)
15. เมื่อโปรแกรมเปิดขึน้ มา ใหค้ ลิ๊กที่ Patch กอ่ น
จากนน้ั นา Request code ท่ีคดั ลอกมาจากข้นั ตอนที่ 13 ลงในชอ่ ง Request และคลิก
Generate
จะปรากฎ code ท่จี ะใช้ Activate โปรแกรมขนึ้ มา
16. ใหเ้ ชค็ บ็อคท่ี I have an activation code from Autodesk จะปรากฏชอ่ งใหเ้ รา
นา activation code มาใสล่ งไป และคลิ๊ก Next ( Code จะมแี ค่ ช่องท่ี 15 จานวน 1 ตัว)
หาก Activate สาเร็จ โปรแกรมจะแสดง License Active คล๊กิ Finish และใชโ้ ปรแกรมได้
การตดิ ต้งั AutoCAD Classic ใน Version 2016, 2017, 2019
ในโปรแกรม AutoCAD 2016 จะไม่มี Workspaces มาให้ สาหรบั ผู้ทีเ่ คยใชใ้ นเวอรช์ ั่น 2014 ลง
ไป ถ้าเคยชินกบั การใชเ้ มนูตา่ งๆ ในรปู แบบ AutoCAD Classis กส็ ามารถนาไฟลม์ าติดตั้งลงในโปรแกรม เพือ่
ใช้งานในรูปแบบ AutoCAD Classis ได้ดังนี้
1. เปดิ โปรแกรม AutoCAD 2016
2. เปดิ ไฟล์งานเดมิ หรือไฟล์งานใหม่
3. คล๊กิ เมนู Manage > User Interface จะปรากฎหน้าตา่ ง Customize User Interface
4. คลกิ๊ เลือก Transfer และ ไอคอนเลือกเปิดไฟล์ Classic.Cuix (ดาวนโ์ หลดไฟล์ได้
ที่นี่ หรือ สารอง เปดิ แลว้ คลิ๊กท่ี Download ตัวแรกเลย) หรอื ช่อื ไฟลอ์ าจเปน็ ช่อื อืน่ กไ็ ด้นะครบั แลว้ แต่
เจา้ ของไฟลจ์ ะตงั้ มา
5. เมือ่ เจอแล้ว คลิ๊กเลอื กทไี่ ฟล์ แล้ว คลก๊ิ Open
6. เสร็จแล้วจะปรากฎ AutuCAD Classic ขึ้นมา ให้คล๊ิกขวาที่ AutuCAD Classic แลว้ คลกิ๊ Copy
7. ต่อจากนั้นให้มาที่เมนู Customize คล๊กิ ขวาที่ Workspaces แล้วคลกิ๊ Paste
8. จะปรากฎ AutuCAD Classic ใน Workspaces ให้คลิ๊ก Apply ก่อนแลว้ ก็ OK
9. กลบั มาท่ีไฟลง์ าน เลือกไอคอ่ น Workspace Switching ซงึ่ จะอยู่ดา้ นลา่ งขวามอื ของโปรแกรม ใหค้ ล๊ิก
เลอื กไปที่ AutoCAD Classis
10. กจ็ ะไดร้ ูปแบบ AutoCAD Classis มาใชต้ ามที่ถนัดครับ
อย่าลืมไปติดต้ังใช้กันนะครบั สาหรบั คนเคยใชแ้ บบเก่
การติดต้ัง AutoCAD Classis ใน Version 2017, 2019
ในโปรแกรม AutoCAD 2017 จะไม่มี Workspaces รปู แบบ AutoCAD Classic มาให้ สาหรบั ผู้
ทเี่ คยใชใ้ นเวอรช์ น่ั 2014 ลงไป ถ้าเคยชินกับการใช้เมนตู า่ งๆ ในรูปแบบ AutoCAD Classic ก็สามารถทา
การปรับแตง่ เพอ่ื เรยี กใชง้ านในรูปแบบ AutoCAD Classic ได้ดงั นี้
1. เปดิ โปรแกรม AutoCAD 2017
2. เปิดไฟล์งานเดมิ หรอื ไฟล์งานใหม่ ซ่ึงรูปแบบจะเป็นแบบ Drafting & Annotation
3. ให้เลอื่ นเมา้ ท์ไปที่ Home หรือแถบเมนูไหนก็ได้ และคลก๊ิ เม้าท์ขวา จะปรากฎหนา้ ต่างขน้ึ มา ให้
คล๊กิ ที่ Close เพอ่ื ปดิ เมนทู ัง้ หมดของ Workspace นี้ หรอื ใครไม่อยากปดิ ก็ข้ามข้นั ตอนน้ีไปทาขน้ั ตอนที่ 5 ได้
ครับ
4. แถบเคร่ืองมือทั้งหมดจะถูกปิดเหลือเพียงแถบเครื่องมือด่วน ดา้ นบน
5. จากนั้นใหค้ ลิ๊กที่แถบเครอ่ื งมือดว่ น ทตี่ าแหน่งหลงั สุด จะปรากฎหน้าตา่ ง Customize Quick
Access Toolbar ให้คล๊ิกที่ Show Menu Bar
6. จะปรากฎเมนบู าร์ ในรูปแบบ AutoCAD Classic ขนึ้ มา จากนน้ั ให้ทาการปรบั แต่งตอ่ ไปเพือ่
เรยี กเคร่ืองมือที่ใชป้ ระจาข้ึนมาไวบ้ นแผน่ งาน เช่น เคร่ืองมอื Draws, Modify, Dimension, Layers,
Standard, Styles, Workspaces หรอื เมนูอ่ืนๆ ทีต่ ้องการ ดังนี้
ใชเ้ มา้ คล๊กิ ที่เมนู Tools > Toolbars > AutoCAD > Draw (เคร่ืองมือต่างๆ ที่ตอ้ งการ)
7. จะปรากฎเคร่ืองมือที่เราเลือกขน้ึ มา และให้ทาตามขอ้ 6 เพื่อเรยี กเครื่องมือมาไว้ตามต้องการ หรือ
ใช้เมา้ ท์วางบนเครื่องมือทเี่ รยี กมาแล้ว และคล๊กิ ขวา กจ็ ะปรากฎรายการเครื่องมือใหเ้ ลือกเพ่มิ ทันที
8. เม่ือปรบั แตง่ ไดต้ ามความตอ้ งการแล้ว ก็ให้ทาการบันทึกรูปแบบไวใ้ ช้ในโอกาสตอ่ ไป ดังนี้
ใชเ้ มา้ คล๊ิกทีเ่ มนู Tools > Workspace > Save Current As...
9. จะปรากฎหนา้ ตา่ ง Save Workspace ขึน้ มา ใหเ้ ราเตมิ ชอ่ื ของรปู แบบ คอื AutoCAD Classic ลง
ในช่อง Name และคลิ๊ก Save เพอ่ื ทาการบนั ทึกรูปแบบเก็บไว้
10. การเรยี กใช้รูปแบบโปรแกรมในครั้งตอ่ ไป กส็ ามารถเรยี กมาใชโ้ ดยการเปลย่ี นที่ Workspace อยู่
มมุ ล่างด้านขวามือของโปรแกรม
สาหรบั ผทู้ เี่ คยอ่านบทความ การติดต้งั AutoCAD Classis ใน Version 2016 ก็สามารถใช้
วิธีการเดยี วกันกับ Version 2017 ได้เชน่ เดียวกันครับ
หน่วยท่ี 3 การเขยี นแบบแปลนอาคารด้วย AutoCAD 2016
การสรา้ งไฟล์ต้นแบบ AutoCAD
ในการใชง้ าน AutoCAD ในการเขยี นแบบหากตอ้ งใชง้ านไฟล์เดมิ ๆ ในการทางานบอ่ ยๆ เราก็
สามารถสรา้ งไฟลต์ น้ แบบเกบ็ เอาไว้ และสามารถนามาใชไ้ ด้โดยเราไมต่ อ้ งทาการต้งั ค่าท่เี หมือนเดมิ อีก ทาให้
ลดขั้นตอนในการทางานที่เหมอื นเดิมได้ การตั้งคา่ ทจ่ี าเปน็ มดี งั นี้
1. เปดิ โปรแกรม AutoCAD 2016
2. คล๊กิ Start Drawing
3. โปรแกรมจะเปิดแผน่ งานเปลา่ ขึน้ มา
4. เราจะต้องทาการตั้งคา่ ใหม่ท่ีจาเปน็ ดังนี้
4.1 คั้งค่าหน้ากระดาษ มีวิธีการดงั นี้
- คลิก๊ ขวา ที่ Model ตรงมุมดา่ นล่างซา้ ยของงาน
- โปรแกรมจะเปดิ หน้าตา่ งออกมาให้เราต้ังค่า คล๊ิก Modify...
- ตง้ั ค่าต่างๆ ตามภาพ ซงึ่ จะเปน็ การต้งั ค่ากระดาษ เปน็ ขนาด A4 แนวนอน ขนาดของ
ภาพที่เขยี นเป็น 1 หน่วย เทา่ กับ 1 มลิ ลเิ มตร
- เรยี บรอ้ ยแลว้ กด OK และ Close
4.2 การตัง้ ค่า ขนาดของหน่วยในโปรแกรม มีวิธกี ารดงั นี้
- พมิ พ์ Units กด Enter จะปรากฎหน้าตา่ ง Drawing Units ขนึ้ มา
- ตง้ั ค่าตามภาพ และคลิ๊ก OK
4.3 การต้ังค่า Snap มีวิธกี ารดงั นี้
- คลิ๊กขวา บนไอคอน Display drawing grid จะปรากฎ Grid Settings... ใหค้ ลิก๊
เลือก
- จะปรากฎหนา้ ต่าง Drafting Settings ท่เี มนู Snap and Grid ให้ต้ังต่าตามรูป
- ต่อไปเลือกเมนู Object Snap คลิก๊ เลอื ก Select All และคลิก๊ OK
5. ทาการบันทกึ ไฟล์เก็บไว้ เม่ือต้องการใชเ้ พยี งแค่เปดิ ขึน้ มา ก็สามารถใช้ไดท้ นั ที
การใชค้ ียล์ ัด
หมายถึงการใชค้ าสง่ั ใน Command Line โดยการพิมพค์ าส่ัง เปน็ ตวั อักษรภาษาองั กฤษ ตาม
คาสง่ั ต่างๆ แต่ไม่จาเป็นต้องพิมพ์ตัวอักษรท้ังหมด เพราะขณะท่เี ราเริ่มพิมพ์ โปรแกรมจะเรียกคาสั่งต่างๆ
ขึน้ มา ตามตวั อกั ษรทีเ่ ราเริ่มพมิ พ์
โดยหากเราพิมพต์ ัวอักษรใดลงไป คาส่ังทขี่ ึ้นต้นด้วยตัวอกั ษรนัน้ ท้งั หมด จะปรากฎข้นึ มาให้
เราเลอื กใช้ ตามลาดับ หากไม่ใชค่ าสั่งตวั แรก ก็ให้เราพิมพ์อักษรตัวที่ 2 ลงไป หากคาส่ังน้ันขน้ึ มาเป็นคาส่ัง
แรก เราก็สามารถ กดแป้น Enter เพื่อเรียกใช้คาสัง่ นั้นได้เลย โดยไม่จาเปน็ ตอ้ งพมิ พค์ าสัง่ ใหค้ รบ
ซ่ึงหากเราใช้จนชานาญเราก็จะสามารถรไู้ ด้วา่ คาสัง่ ใด เราตอ้ งพิมพ์ตวั อักษรอะไร แล้ว
กด Enter เรยี กใชค้ าส่งั น้นั ได้ทนั ที เราเรียกวา่ การใช้คยี ์ลัด นั่นเอง
ผทู้ ่ใี ชเ้ ปน็ ประจากจ็ ะสามารถเรียกใช้คาส่ังไดร้ วดเรว็ กว่าการคลิ๊กท่ี ไอค่อนคาสั่ง เนื่องจาก ไอ
คอ่ นคาสั่งบางคาส่ัง เราตอ้ งคลิก๊ เลือกหลายข้ันตอน
เชน่ คาสง่ั คยี ์ลัด rec > Enter
เขยี นรปู สีเ่ หลีย่ ม (Rectangle) คียล์ ดั l > Enter
เขยี นเสน้ (Line) คยี ์ลดั m > Enter
ยา้ ยวัตถุ (Move)
คาส่ังเบือ้ งต้นในโปรแกรม AutoCAD
กอ่ นท่เี ราจะเริ่มเขียนแบบ จาเปน็ ที่จะต้องเรียนรคู้ าส่ังตา่ งๆ ของโปรแกรม เพ่ือทจ่ี ะไดท้ ราบ
คุณสมบตั ิของคาสั่ง และวธิ กี ารใช้งานคาสัง่ ต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง
การใช้คาส่งั ในการเขยี นแบบด้วยโปรแกรม AutoCAD สามารถเรียกใช้คาสั่งได้ 2 วิธี คือ
- การเรียกใชค้ าสั่งโดยการคล๊ิกรปู Icon คาส่ังของโปรแกรม ซึง่ จะอยตู่ ามเมนตู า่ งๆ ของ
โปรแกรม
- การเรียกใชค้ าสงั่ แบบ Command Line คือการพิมพ์คาศพั ทข์ องคาสง่ั ต่างๆ ด้วยคยี ์บอร์ด ก็
จะปรากฎคาส่งั ข้นึ มา แต่เราไมจ่ าเป็นตอ้ งพิมพ์ให้ครบทกุ ตัวอักษร เพียงคาสัง่ นน้ั ปรากฎข้นึ มาเปน็ ลาดับแรก
เรากส็ ามารถ กด Enter เพอื่ เรียกคาสัง่ นัน้ ใชไ้ ด้ทนั ที หรือท่ีเราเรยี กวา่ การใชค้ ีย์ลัด นน่ั เอง
ซึ่งคาสง่ั ที่ใชก้ ็จะเปน็ คาสง่ั หรอื คาศัพทภ์ าษาองั กฤษท่ีเราใชก้ ันอยู่ทั่วไปในโปรแกรม
คอมพิวเตอร์ทั่วๆไป อยแู่ ลว้
การใช้คาสงั่ ตา่ งๆ ในการเขยี นแบบไฟฟา้ ดว้ ย AutoCAD
- คาสง่ั ในเมนู Home กล่มุ คาส่งั Draw
1. คาสั่งที่ใชใ้ นการเขยี นเสน้ ตรงเส้นเดียว (Line)
2. การใช้คาสัง่ เขียนเสน้ ประจากเส้นตรง (Linetype)
3. คาสง่ั ทีใ่ ช้ในการเขยี นเส้นตรงหลายเส้นติดตอ่ กนั (Polyline)
4. คาสัง่ ใช้เขียนเส้นโคง้ ( Spline )
5. คาสั่งทใี่ ช้ในการเขียนรูปส่ีเหล่ยี ม (Rectangle)
6. คาส่ังที่ใชใ้ นการเขียนรูปเหลี่ยมนอกเหนือจากสีเ่ หล่ียม (Polygon)
7. คาสง่ั ทใ่ี ชใ้ นการเขียนรปู วงกลม (Circle)
8. คาส่งั ทใ่ี ช้ในการเขียนส่วนโคง้ แบบ 3 จุด (Arc , 3-Point)
- คาสงั่ ในเมนู Home กลุม่ คาสั่ง Modify
1. คาส่งั ทใ่ี ชใ้ นการยอ่ /ขยายวัตถุ (Scale)
2. คาสง่ั ทใ่ี ชใ้ นการกลบั ด้านวตั ถุ (Mirror)
3. คาสง่ั ที่ใช้ในการหมนุ วัตถุ (Rotate)
4. คาสั่งคัดลอกวัตถุ (Copy)
5. คาสง่ั ยา้ ยวัตถุ (Move)
6. คาส่ังเขยี นวัตถขุ นานกบั วตั ถเุ ดิม (Offset)
7. คาสัง่ ตัดวัตถสุ ว่ นเกนิ (Trim)
8. การเขยี นส่วนโคง้ ด้วยคาส่ัง Fillet
การเขียนเสา, ผนงั
ในการเขียนแบบแปลนบา้ น ต้องเริ่มต้นดว้ ยการเขยี นตาแหนง่ ของเสาเปน็ ลาดบั แรก โดย
หลังจากเราไดป้ รบั แตง่ ค่าตา่ ง ๆ ของโปรแกรม AutoCAD เรยี บร้อยแลว้ ก็เรม่ิ ต้นวางตาแหนง่ ของเสาดังนี้
1. ใช้คาสัง่ Layer สร้างเลเยอร์สาหรับเขยี นเสา
2. คล๊กิ new เพอ่ื สรา้ ง เลเยอร์ใหม่
3. เปล่ียนชือ่ เป็น เสา และค่าอน่ื ๆ ตามต้องการ และปิด
4. ท่ี Layers เปลีย่ นมาเปน็ เลเยอร์ เสา เพ่ือใช้เขียนเสาตอ่ ไป
5. ใชค้ าสั่ง Rectangle เขียนเสาดว้ ยขนาดตามต้องการ ในทน่ี ีเ้ ราจะใชห้ นว่ ยของแบบแปลน
บ้านเปน็ เซนติเมตร ในการเขียนขนาดต่าง ๆ เท่ากบั 1 หนว่ ยของแบบ ถ้าเสามขี นาด 20 x 20 ซม.
โดยเขียนสเ่ี หลย่ี ม ขนาด 20 x 20 ดงั น้ี
( ในทนี่ ้ีแสดงวา่ แบบทเ่ี ขียนน้ี เขยี นด้วยมาตราส่วน 1 : 10 หากท่านต้องการ เขียนให้อยใู่ น
มาตราส่วน 1 : 1 ทา่ นตอ้ งใช้ขนาด เป็นมลิ ลเิ มตร คือต้องใช้ 10 คูณขนาดในแบบนี้ เช่น ขนาดเสาทา่ นต้อง
เขยี นเป็น 200 x 200 )
คลิ๊กไอค่อน Rectangle > คลิ๊กวางในช้ินงาน > พมิ พ์ 20 > พมิ พเ์ ครื่องหมาย , > พิมพ์ 20
> กด Enter กจ็ ะได้ เสา 1 เสา
6. ใช้คาส่งั Copy เพอื่ คดั ลอกเสาไปยังตาแหนง่ ตา่ งๆ ตามระยะของแบบแปลน
โดยมวี ิธีการดงั น้ี
คล๊กิ ท่ีภาพเสา > คลิก๊ ไอคอ่ น Copy > คลก๊ิ จดุ สแน็ปกลางเสา > ลากไปยังตาแหน่งต่าง ๆ >
คล๊กิ วาง (ถา้ เสาอยู่หา่ งกนั 4 เมตร เราจะใช้ตัวเลขเป็นตวั กาหนดระยะหา่ ง ซง่ึ ในที่นี้เราคิดเป็นเซนตเิ มตร ต่อ
หนงึ่ หน่วย ดงั น้นั หลังจากเราคลกิ๊ ทีจ่ ุดสแน็ปและลากออกมาให้เราพิมพ์ 400 > กด Enter > 800 > กด
Enter เมื่อถึงเสาสุดทา้ ยให้กด Enter อกี ครัง้ จบการคดั ลอก)
7. ใชค้ าสง่ั Copy เพอ่ื คัดลอกเสาไปยงั ตาแหน่งต่างๆ ตามระยะของแบบแปลนจนครบตาม
แบบ
ก็จะไดเ้ สาเปน็ หลกั ในการสรา้ งประตู เป็นลาดับถัดไป
การสร้างเสา ด้วยคาส่งั Array
การสรา้ งเสา ด้วยคาส่ัง Array เป็นอกี วิธีการหนึ่ง ในการเขียนแบบบา้ น
การเรียกใชค้ าสัง่ Array
- คลก๊ิ ไอค่อน
- ใช้ คาสั่งใน Command Line พิมพ์ Array กด Enter (คยี ์ลัด กด ar > Enter)
วธิ กี ารสรา้ ง
1. สร้างเสาดว้ ยคาสงั่ เขยี นรูปสี่เหลี่ยม (Rectangle) ข้นึ มาจานวน 1 เสา ตามขนาดเสาของบา้ น
2. ใชเ้ มาท์ คล๊กิ ท่ีรูปเสาท่สี รา้ งข้นึ มา จากนน้ั เลื่อนเมาท์ ไปคล๊ิกท่ีคาสัง่ Array
3. จะปรากฎตามภาพ ให้เราปรับขนาด จานวนเสา และระยะหา่ งของเสาตามตอ้ งการ
โดยการใส่ตัวเลขลงในตารางด้านบนของโปรแกรม
Columns หมายถงึ จานวนเสาจากดา้ นล่างขึ้นบน
Rows หมายถงึ จานวนเสาเสาจากด้ายซ้ายไปขวา
Between หมายถงึ ระยะหา่ งของเสา
นอกจากการเขียนเสา เราอาจใชค้ าสัง่ Array ในการเขียนสญั ลักษณต์ า่ งๆ ท่มี ีขนาดเทา่ กนั และ
มีระยะในการติดต้ังเท่ากันได้ เช่น การตดิ ตัง้ หลอดที่มีขนาด และระยะในการติดต้ังเท่ากัน เป็นตน้
การสร้างประตู
การสร้างประตู ทาไดโ้ ดย
สรา้ งเลเยอร์ประตู
เปดิ เลเยอร์ประตูเพ่ือเร่ิมเขียนประตู ดังนี้ ( ขนาดในแบบน้ใี ช้มาตราส่วน 1 : 10 )
1. ใช้คาสั่ง Rectangle เพื่อสร้างกรอบประตู โดยคลิ๊กไอค่อน Rectangle และคล๊กิ สแนป็ ท่มี ุมเสา
ท่จี ะสร้างประตู และพมิ พ์เลข 5 > , > 10 > Enter จะได้กรอบประตดู ้านติดกบั เสา
2. ใชค้ าสง่ั Copy เพอ่ื คดั ลอกกรอบประตอู ีกดา้ นตามความกวา้ งของประตู เช่นประตูกวา้ ง 90
เซนตเิ มตร
ให้ คลก๊ิ กรอบประตู > คล๊กิ Copy > คลิก๊ สแน็ปท่ีมมุ ประตู > ลากออกมา > พมิ พ์ 90 > Enter ก็จะได้
กรอบประตูอีกดา้ น กว้าง 90 เซนตเิ มตร
3. ใช้คาสงั่ Rectangle เพ่อื สร้างบานประตู โดยคล๊ิกไอค่อน Rectangle และคลิก๊ สแนป็ ท่กี ลาง
กรอบประตดู ้านทจ่ี ะติดบานประตู และพมิ พ์เลข 4 > , > 90 > Enter จะได้บานประตูดา้ นติดกับกรอบประตู
4. ใชค้ าสัง่ Arc (ตาแหน่ง 3-Point) เพ่ือเขยี นเส้นโคง้ แสดงระยะปดิ เปิดประตู
โดยเร่มิ จาก คล๊ิกไอค่อน Arc > คลิก๊ มุมบานประตู 1 > คลก๊ิ ระหวา่ งกลางเส้นโคง้ 2 > คล๊ิกก
รอบประตู 3 ตามภาพ กจ็ ะไดเ้ สน้ โค้งระยะปิดเปิดประตู ( หากมุมในตาแหน่ง 2 ไมล่ งมาเหมอื นในภาพ ใหก้ ด
F8)
หรือใชค้ าสง่ั Arc (ตาแหนง่ Center, Start, End) เพือ่ เขยี นเส้นโคง้ แสดงระยะปดิ เปดิ ประตู
นาเมาท์ไป คลิ๊กทีต่ าแหนง่ กรอบประตูด้านติดกบั ประตู จากน้ันเลอ่ื นไปคลิ๊กท่ีกรอบประตอู ีกด้าน
และสุดทา้ ยเลื่อนไปคลกิ บนบานประตู กจ็ ะไดเ้ สน้ ที่มีสว่ นโค้งของวงกลมสวยงามมากกว่าวิธแี รก
หมายเหตุ สว่ นโค้งจะวนไปทางด้านซา้ ยมือ หรือทวนเขม็ นาฬิกา
5. ทาการกรฟุ สว่ นประกอบทงั้ หมดเขา้ ด้วยกนั โดยคลก๊ิ ด้านบนแลว้ ลากเม้าทล์ งมาคลุมสว่ นทเ่ี ปน็
ประตูทัง้ หมด แลว้ คลก๊ิ เมา้ ทอ์ ีกครง้ั จากนัน้ คลิ๊กไอคอ่ น Group วัตถทุ ้ัง 4 สว่ นกจ็ ะประกอบเป็นประตูชน้ิ
เดียวกัน
6. จากนนั้ ก็ทาการคัดลอกไปวางในตาแหน่งต่าง ๆ ของแบบแปลนบา้ นจนครบ และใชค้ าสง่ั
Rotage เพ่อื หมนุ คาส่งั Mirror เพ่ือกลบั ดา้ น ของประตูตามแบบแปลน
การเขยี นประตอู ย่างละเอียด
หากท่านต้องการเขยี นประตแู บบละเอยี ด กรอบของประตูให้ใช้คาสัง่ Polyline ในการเขยี น
กรอบของประตูอย่างละเอยี ด
ภาพท่ี 1 แสดงการใช้คาสง่ั Polyline ในเมนู
หรอื ใชค้ าสัง่ ใน Command Line โดยพมิ พ์ po จะปรากฎคาส่ังขึ้นมา ใหเ้ ราเลื่อนเมา้ ท์ไปคลิ๊ก
เลอื ก POLYLINE (PLINE)
ภาพท่ี 2 แสดงการเรียกใช้คาสัง่ Polyline ใน Command Line
จากนน้ั ใหเ้ ขียนประตู ดังน้ี (ตวั อยา่ งต่อไปนี้เปน็ การเขยี นเท่าขนาดของจริง มีหนว่ ยเปน็ มลิ ลิเมตร)
1. เขยี นกรอบประตูดา้ นหนึง่ ตามลาดบั ดังนี้
- คลิ๊กเม้าท์ทจ่ี ุดเรม่ิ เขยี น
- ลากเมา้ ท์ไปทางขวามือ ในแนวนอน พิมพ์เลข 50 กด Enter
- ลากเมา้ ท์ขนึ้ บน ในแนวตงั้ ฉาก พิมพ์เลข 65 กด Enter
- ลากเม้าท์ไปทางซา้ ยมือ ในแนวนอน พมิ พ์เลข 10 กด Enter
- ลากเมา้ ท์ขึน้ บน ในแนวตงั้ ฉาก พิมพเ์ ลข 35 กด Enter
- ลากเมา้ ท์ไปทางซ้ายมือ ในแนวนอน พิมพ์เลข 40 กด Enter
- ลากเม้าท์ลงล่าง ในแนวตง้ั ฉาก พิมพ์เลข 100 กด Enter และ Enter เสร็จสน้ิ การเขยี น
(เพ่ือให้ไม่มีปัญหากบั มุม ให้กด F8 เพ่ือทาการล็อคมุม ให้เปน็ แนวต้ังและแนวระนาบ)
ภาพที่ 3 แสดงขนั้ ตอนการเขียนกรอบประตู ดว้ ยคาสัง่ Polyline
2. จะได้กรอบของประตูด้านหนึ่ง
ภาพที่ 4 แสดงกรอบประตูแบบละเอยี ด
3. จากนั้นทาการคัดลอกกรอบประตูไปวางอีกด้าน โดยใช้คาสง่ั Copy ดังน้ี
- คลิก๊ เมา้ ท์ที่กรอบประตูท่ีจะคัดลอก
- คล๊กิ เม้าท์ท่ีไอคอ่ น คาสง่ั Copy หรอื พิมพ์ Co และ Enter
- นาเม้าทก์ ลับมาท่ีกรอบประตูท่จี ะคัดลอก เพ่ือทาการ Snap จุดอ้างอิง ในท่ีนใ้ี ช้ตาแหน่ง
กงึ่ กลางด้านล่าง และคลิก๊ เมา้ ท์
- จากนนั้ ลากเม้าทอ์ อกไปทางขวามือ พิมพ์ระยะห่างที่ต้องการ ในท่นี ้ใี ชร้ ะยะ 900 มิลลิเมตร
เมอ่ื พมิ พเ์ รยี บรอ้ ยแลว้ ให้ กด Enter
ภาพที่ 5 แสดงขั้นตอนการคัดลอกกรอบประตูไปไว้อีกด้าน
4. จะไดก้ รอบประตอู ีกดา้ นหน่ึง วางห่างกัน 900 มลิ ลิเมตร
ภาพที่ 6 แสดงกรอบประตูท่ไี ดท้ ั้ง 2 ดา้ น
5. แต่จะเห็นวา่ กรอบอกี ดา้ นท่ีเราคัดลอกไปมรี ่องประตไู ปทางเดยี วกัน ให้ทาการกลับด้านมาอยฝู่ ง่ั
ตรงขา้ ม ดว้ ยคาสง่ั Mirror
ภาพท่ี 7 แสดงการใชค้ าสงั่ Mirror ด้วยไอค่อน และ Command Line
โดยทาไดด้ งั นี้
- คลิก๊ เมา้ ทท์ ี่กรอบประตูท่ีจะกลบั ด้าน
- คลก๊ิ เม้าท์ท่ีไอค่อน คาสงั่ Mirror หรือพิมพ์ Mi และ Enter
- นาเมา้ ท์กลับมาทกี่ รอบประตูท่จี ะกลบั ดา้ น เพอ่ื ทาการ Snap จุดอา้ งอิง ในที่นี้ใชต้ าแหนง่
กึ่งกลางด้านล่าง และคล๊ิกเม้าท์
- จากนนั้ เล่ือนเม้าท์ข้นึ ดา้ นบน เมื่อเหน็ รปู กลับด้านใหค้ ลิ๊กเมา้ ท์
- จะปรากฎขอ้ ความขน้ึ มาถามเราว่าให้ลบวตั ถุอันเดิมท้งิ หรือไม่ ให้เราเล่อื นเมา้ ท์มาคลิ๊กที่ Yes
กจ็ ะได้กรอบประตกู ลบั ด้านถูกต้อง
ภาพท่ี 8 แสดงข้ันตอนการกลับด้านของกรอบประตู ดว้ ยคาสง่ั Mirror
ภาพที่ 9 แสดงกรอบประตู 2 ด้าน ที่ถูกต้อง
6. เมอ่ื เราได้กรอบประตถู ูกต้องแลว้ ให้เขยี นบานประตตู อ่ ไป ดงั น้ี
- คล๊กิ เม้าท์ท่ีไอค่อน คาสั่ง Rectangle หรือพมิ พ์ Rec และ Enter
- นาเมา้ ท์กลบั มาทก่ี รอบประตทู ี่จะตดิ ต้ังบานประตู เพื่อทาการ Snap จุดอา้ งอิง ในท่นี ้ใี ช้
ตาแหน่งบนด้านขวา และคลิ๊กเม้าท์
- จากน้ันพิมพ์ขนาดของประตู คือ 35 > , > 870 และกด Enter กจ็ ะได้บานประตู
ภาพที่ 10 แสดงการใช้คาสัง่
ภาพที่ 10 แสดงการเขยี นบานประตู ที่กรอบประตู
7. จากนัน้ สร้างรัศมีการปิดเปิดประตู ดงั น้ี
- ใชค้ าสั่ง Line เขียนเส้นตรงต้งั ฉาก 2 เส้น ระหวา่ ง ขอบบานประตู กับ กรอบประตูอีกดา้ น
ภาพที่ 11 แสดงการเขียนเสน้ ตรง เพื่อสรา้ งรัศมปี ิดเปิดประตู
8. จากนน้ั ใช้คาส่งั Fillet เพ่ือทาใหเ้ ส้นตรง 2 เสน้ ทเ่ี ราสร้างขึ้นมากลายเป็นเสน้ โคง้ รศั มตี ามทีเ่ รา
ตอ้ งการ ดังนี้
- พมิ พ์ com และ Enter (จะไดค้ าส่ัง เรียก Command Line ขึน้ มาใช้งาน ) หากมี Command
Line อยู่แล้วขา้ มขน้ั ตอนนี้ไป
- พิมพ์ Fil และ Enter ( เรียกคาสั่ง Fillet )
- นาเม้าท์ไปคล๊ิกที่ Radius
ภาพที่ 12 แสดงการกาหนดรัศมสี ่วนโคง้ ของคาสง่ั Fillet
- พมิ พ์ตัวเลขรัศมีท่ีต้องการ ในทนี่ ใ้ี ช้ 820 และกด Enter (ถ้าเราใช้รัศมียาวเกินไป จะไม่สามารถ
สรา้ งส่วนโค้งได้)
- จากนั้นนาเมา้ ท์ไปคล๊ิกทีเ่ สน้ ทั้งสอง
ภาพท่ี 13 แสดงการทาส่วนโค้งด้วยคาสง่ั Fillet
ภาพท่ี 14 แสดงประตู ท่ีประกอบจากวัตถตุ า่ งๆ ประกอบกัน
9. จากนนั้ ทาการกรุ๊ฟส่วนประกอบของวตั ถุทง้ั หมดเป็นช้ินเดียวกนั ด้วยคาสัง่ Group
- คลก๊ิ เม้าทค์ ลุมส่วนประกอบทั้งหมด (คลิก๊ ดา้ นบนซา้ ย ลากลงมามุมขวาให้เงาคลมุ ส่วนประกอบ
ทงั้ หมด แลว้ คล๊กิ เม้าท์อีกคร้งั หนึ่ง)
- คล๊กิ เม้าขวา เลอื กเลอื กคาสง่ั Group
10. หากต้องการเก็บไว้ใช้โดยไม่ต้องสรา้ งใหม่ ให้ทาการเซฟเป็นบล็อคประตู
หมายเหตุ ระยะในตัวอยา่ งนี้ ใชข้ นาดเปน็ มลิ ลิเมตร
การสรา้ งประตบู านคู่
1. ให้ดาเนนิ การตามบทความการสรา้ งประตบู านเดียว
- เมอ่ื เราสรา้ งวตั ถุต่างๆ ประกอบเปน็ ประตูบานเดียวเรยี บร้อยแล้ว ยงั ไม่ตอ้ งกรฟุ๊ เป็นวัตถชุ น้ิ
เดยี วกนั
- ใหค้ ล๊ิกเลอื กกรอบประตูด้านไม่มีบานประตู และลบออกไป โดยกดปมุ่ Delete
ภาพท่ี 1 แสดงการเลอื กกรอบประตู ด้านไม่ติดบานประตู และลบทงิ้
- จากนน้ั จงึ ทาการกรุ๊ฟเป็นชน้ิ เดยี วกันใหเ้ รียบร้อย
2. ใชเ้ มา้ ท์เลือกประตทู ่ีได้ทาการกรุ๊ฟเรียบรอ้ ยแล้ว
ภาพที่ 2 แสดงการเลือกวัตถุทจ่ี ะทาการกลบั ด้าน
3. เลอื กคาส่ัง Mirror
4. นาเมา้ ท์กลับมาท่ี ประตูเพ่ือเลอื กจดุ กลบั หรอื จุดอยกู่ ับทขี่ องวตั ถุที่กลบั โดยเลือกที่ จดุ ปิดประตู
สุด และคลิ๊กเม้าท์
ภาพที่ 3 แสดงการนาเมา้ ท์กลบั มาคลก๊ิ ทจี่ ุดกลบั
5. ลากเมา้ ทข์ ้ึนบน ดูภาพว่ากลบั ตามจดุ ที่เราต้องการก็ให้คล๊กิ เม้าท์ โปรแกรมจะถามเราวา่ ใหล้ บวตั ถุ
เดมิ หรอื ไม่ ใหเ้ ราคล๊ิก No เพื่อเก็บวัตถุเดิมเอาไวด้ ้วย
ภาพที่ 4 แสดงการกลับดา้ นของประตจู ากบานเดียว เป็น 2 บาน
6. ก็จะไดป้ ระตจู ากบานเดียวเปน็ 2 บานเปดิ ตามตอ้ งการ
ภาพที่ 5 แสดงประตบู านคู่
7. เรียบรอ้ ยแลว้ ใหท้ าการกรุ๊ฟเป็นชิ้นเดยี วกัน และสร้างเปน็ บล็อคเกบ็ ไวใ้ ชง้ านในโอกาสต่อไป
การสรา้ งผนังหรือกาแพง
( ขนาดในแบบนี้ ใช้มาตราส่วน 1 : 10 )
เมื่อเราสร้างประตเู รียบรอ้ ยแล้ว ก็ให้ทาการสร้างกาแพง โดยใหท้ าการสร้างเลเยอร์ใหมข่ ้นึ มา ต้ัง
ชือ่ วา่ กาแพง หรอื Wall และปรับค่าตา่ ง ๆ ตามต้องการและปดิ และเรมิ่ ต้นการสร้างกาแพงดงั นี้
1. ปรบั คา่ Layer ไปท่ี เลเยอรก์ าแพง
2. ใช้คาสั่ง Rectangle สรา้ งกาแพง มขี นาดกวา้ ง 10 ยาวจากเสาถงึ เสา หรอื เสาถงึ ประตู ตาม
ลกั ษณะของบา้ น
3. ให้ทาจนครบทุกดา้ นท่มี ีกาแพงจนครบ กจ็ ะเข้าสขู่ น้ั ตอนต่อไป คือการทาหนา้ ตา่ งของบา้ น
การสร้างหน้าต่าง
หรือท่านอาจจะใชค้ าส่งั เขยี นเสน้ (Line) ในการเขยี นส่วนทีเ่ ป็นผนังก็ได้ ดังนี้
( ขนาดในแบบนี้ ใช้มาตราส่วน 1 : 1 ) หมายถึงขนาดในแบบ 1 หนว่ ย จะเทา่ กับของจริง 1
มิลลเิ มตร
เมื่อเราสรา้ งแบบ จนถึงขึ้นตอนการสร้างส่วนท่ีเป็นผนัง ใหเ้ ราดาเนนิ การดังนี้
แสดงแบบที่พร้อมจะเขียนผนงั
1. คลก๊ิ เม้าทท์ ่ีคาสั่ง Line หรือ พิมพ์ L และ Enter (ใช้เขยี นเส้น)
2. นาเมา้ ท์ไปคลิ๊กทจี่ ุดเรมิ่ ต้นของจดุ ทีจ่ ะเขียนเส้น แล้วลากไปถงึ จุดส้นิ สุดแลว้ คลิก๊ เม้าท์อีกครั้ง
หนง่ึ จากนั้น กด Enter จะได้เส้นตรง
3. ให้ใช้เมา้ ท์คลกิ เลอื กเสน้ ท่เี ขียนไว้
3. จากนั้นคลิก๊ เมา้ ท์ท่ีคาส่ัง Offset หรือ พิมพ์ O และ Enter (ใช้เขยี นเสน้ คขู่ นาน)
ภาพ แสดงการใช้คาสั่ง Offset เขียนเส้นค่ขู นาน
4. นาเม้าท์มาคล๊กิ ทีเ่ ส้นหลกั จากน้นั ลากขน้ึ ไปด้านบน และพมิ พ์ระยะห่างของเส้น หรือความหนา
ของกาแพง ในทน่ี ี้ใช้ 100 มิลลิเมตร ใหพ้ มิ พ์ 100 และกด Enter จะปรากฎเสน้ ขนานกับเส้นหลกั ห่างกัน
100 หน่วย ตามทีเ่ รากาหนดไว้
5. จากน้ันใหเ้ ราคลกิ๊ เมา้ ท์ จะปรากฎเสน้ ขนานขึ้นมามคี วามห่างตามท่เี ราตั้งค่าไว้ ก็จะได้เป็นผนงั
หรอื กาแพงของบ้าน
การสรา้ งบล็อคแบบยดื ได้
เราสามารถทจี่ ะสรา้ งบลอ็ คใหย้ ืดหรือหดได้ เพ่ือความรวดเร็วในการเขยี นแบบ ซ่ึงในทน่ี จ้ี ะ
ยกตวั อย่าง การสร้างผนงั แบบยดื หดได้ ซึ่งมวี ธิ ีการสร้างได้ ดงั นี้ ( สร้างหนว่ ยการเขยี นแบบเปน็ เซ็นตเิ มตร)
1. เขยี นเส้น สรา้ งผนัง 4 เส้น
เส้นที่ 1 ยาว 20 หนว่ ย (ใช้คาสั่ง line)
เส้นท่ี 2 ยาว 20 หนว่ ย ห่างจาก เส้นที่ 1 1.5 หนว่ ย (ใชค้ าสั่ง Offset)
เส้นท่ี 3 ยาว 20 หนว่ ย ห่างจาก เส้นที่ 2 7 หน่วย (ใช้คาสงั่ Offset)
เสน้ ที่ 4 ยาว 20 หน่วย หา่ งจาก เสน้ ที่ 3 1.5 หน่วย (ใช้คาสั่ง Offset)
2. เขยี นเสน้ ปิด หวั ท้ายเส้นทั้ง 4
3. สร้างลาย ของอิฐ ที่ช่องกลาง ดว้ ยคาส่ัง Hatch
4. สร้างบล็อค ดว้ ยคาส่ัง Block ( พมิ พ์ B แล้ว กด Enter )
จะปรากฎคาส่ัง Block Definition
ให้พิมพช์ ื่อบล็อคในช่อง Name และใช้เม้าทค์ ลก๊ิ ที่ Pick point
5. กลบั มาท่งี าน ให้คลิ๊กเลือกจดุ Endpoint ทีม่ ุมลา่ งซ้ายของบล็อค
6. จะกลบั มาท่ีคาสงั่ Block Definition ใหใ้ ช้เมา้ ทค์ ลิก๊ ที่ Select objects เพื่อเลือกบล็อค
7. กลบั มาทง่ี าน ให้ใชเ้ มา้ ท์ ลากคลุมงานท้ังหมด