การควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้ า (M otor Control)
2104 - 2009 การควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้ า (2 - 3 - 3)
คําอธิบายรายวชิ า
ศึกษาและปฏิบตั ิเก่ียวกบั การควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้ า สัญลกั ษณ์ตามมาตรฐาน IEC
DIN ANSI การเลือกขนาดของสาย อุปกรณ์ป้ องกนั คอนแทคเตอร์ หลกั การเริ่มเดินและควบคุม
ความเร็วมอเตอร์ไฟฟ้ ากระแสตรง มอเตอร์ไฟฟ้ ากระแสสลบั 1 เฟส 3 เฟส การตอ่ วงจรควบคุมการ
เร่ิมเดิน การควบคุมความเร็ว การควบคุมแบบเรียงลาดบั การกลบั ทิศทางการหมุนดว้ ยวิธีตา่ ง ๆ และ
การลดกระแสขณะเริ่มเดิน
บทที่ 1 ความรู้เบ้ืองตน้ ในการควบคุมมอเตอร์
ความหมายและจุดมุ่งหมายของการควบคุมมอเตอร์
ความหมายของการควบคุมมอเตอร์
การควบคมุ มอเตอร์ หมายถงึ การบงั คบั ควบคมุ ให้มอเตอร์ทางานตามวตั ถปุ ระสงค์
หรือตามความต้องการของผ้อู อกแบบควบคมุ เชน่ การสตาร์ทมอเตอร์ การกลบั ทางหมนุ การควบคมุ
ความเร็ว เป็นต้น
จุดมุ่งหมายของการควบคุมมอเตอร์
1. การเริ่มเดนิ และหยดุ เดนิ มอเตอร์ เป็นจดุ มงุ่ หมายเบอื ้ งต้นในการควบคมุ มอเตอร์ การ
เริ่มเดนิ และการหยดุ เดนิ มอเตอร์นนั้ อาจจะเป็นเร่ืองง่าย แตท่ ่ีแท้จริงแล้วมีความยงุ่ ยากอยไู่ มน่ ้อย
เนื่องจากลกั ษณะของงานที่มีความแตกตา่ งกนั ออกไป ดงั นนั้ การเริ่มเดนิ และการหยดุ มอเตอร์จงึ มี
หลายลกั ษณะเพ่ือตอบสนองให้ตรงกบั งานที่ทา เชน่ การเริ่มเดนิ แบบเร็วหรือแบบช้า การเร่ิมเดนิ แบบ
โหลดน้อยหรือเริ่มเดนิ แบบโหลดมาก การหยดุ เดนิ แบบทนั ทีหรือหยดุ เดนิ แบบช้าๆ
2. การหมนุ กลบั ทิศทาง การควบคมุ มอเตอร์ที่สาคญั อีกอยา่ งหนง่ึ คือ การทาให้มอเตอร์หมนุ กลบั
ทิศทางได้อาจจะโดยอตั โนมตั ิ หรือใช้ผ้คู วบคมุ ได้
3. การหมนุ ของมอเตอร์ การควบคมุ มอเตอร์หมนุ ให้ปกตติ ลอดเวลาการทางานมีจดุ มงุ่ หมายเพ่ือให้
เกิดความปลอดภยั แก่มอเตอร์ เครื่องจกั รกล โรงงาน และที่สาคญั ที่สดุ คือ ผ้ใู ช้งาน
4. การควบคมุ ความเร็วรอบ การควบคมุ ความเร็วรอบเป็ นอีกเหตผุ ลหนงึ่ ในการควบคมุ มอเตอร์ โดย
การควบคมุ ความเร็วรอบของมอเตอร์นนั้ สามารถทาได้หลายแบบด้วยกนั เชน่ การควบคมุ ความเร็ว
รอบให้คงท่ี การควบคมุ ความเร็วรอบที่ตา่ งกนั หรือการควบคมุ เร็วรอบที่สามารถปรับได้ตามต้องการ
5. การป้ องกนั อนั ตรายที่จะเกิดแกผ่ ้ใู ช้งาน ในการตดิ ตงั้ วงจรควบคมุ มอเตอร์นนั้ ก็จะต้องมีการ
วางแผนป้ องกนั อนั ตรายที่จะเกิดแก่ผ้ใู ช้งาน หรือผ้ทู ี่อยบู่ ริเวณใกล้เคียงด้วย โดยการป้ องกนั อนั ตราย
ที่ดีท่ีสดุ ก็คอื การอบรมแกพ่ นกั งานที่ปฏิบตั หิ น้าที่ ให้คานึงถึงความปลอดภยั เป็นอนั อบั แรกในการ
ทางานอยเู่ สมอ
6. การป้ องกนั ความเสียหายจากอบุ ตั เิ หตุ การออกแบบวงจรการควบคมุ มอเตอร์ท่ีดีควรจะมีการ
ป้ องกนั ความเสียหายให้กบั มอเตอร์ เครื่องจกั รท่ีมอเตอร์ตดิ ตงั้ อยใู่ นโรงงาน หรือความเสียหายตอ่
ชิน้ สว่ นที่กาลงั อยใู่ นสายการผลติ ในขณะนนั้ ไว้ด้วย การป้ องกนั มอเตอร์จากความเสียหายนนั้ มี
ด้วยกนั หลายลกั ษณะ เชน่ การป้ องกนั โหลดเกินขนาด การป้ องกนั การกลบั เฟส หรือการป้ องกนั
ความเร็วมอเตอร์เกินขีดจากดั
ประเภทของการควบคุมมอเตอร์
การควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้ า สามารถแบ่งตามลกั ษณะของการควบคุมได้เป็ น 3 ประเภท คือ
1. การควบคุมดว้ ยมือ (Manual control)
การควบคุมดว้ ยมือ เป็นการสัง่ งานใหอ้ ุปกรณ์ควบคุมทางานโดยใชผ้ ปู้ ฏิบตั ิงานควบคุมระบบ
กลไกทางกลทางานซ่ึงการสง่ั งานใหร้ ะบบกลไกทางานน้ีโดยส่วนมากจะใชค้ นเป็ นผสู้ ่งั งานแทบ
ท้งั สิ้น ซ่ึงมอเตอร์จะถูกควบคุมจากการสั่งงานดว้ ยมือโดยการควบคุมผา่ นอุปกรณ์ตา่ งๆ เช่น ทอ็ กเกิ้ล
สวทิ ช์ เซฟต้ีสวทิ ช์ ดรัมสวชิ ท์ ตวั ควบคุมแบบหนา้ จาน
ภาพที่ 1 แสดงการควบคุมมอเตอร์ดว้ ยมือ ผา่ นเบรคเกอร์
2. การควบคุมก่ึงอตั โนมตั ิ (Semi Automatic control)
โดยการใชส้ วทิ ช์กดป่ ุม ที่สามารถควบคุมระยะไกลได้ ซ่ึงมกั จะตอ่ ร่วมกบั สวทิ ชแ์ มเ่ หล็ก ท่ีใช้
จ่ายกระแสจานวนมากๆ ใหก้ บั มอเตอร์แทนสวทิ ชธ์ รรมดาซ่ึงสวทิ ช์แม่เหลก็ น้ีอาศยั ผลการทางานของ
แม่เหล็กไฟฟ้ า วงจรควบคุมมอเตอร์ก่ึงอตั โนมตั ิน้ีตอ้ งอาศยั คนคอยกดสวทิ ช์จ่ายไฟใหก้ บั สวทิ ช์
แม่เหลก็ สวทิ ชแ์ มเ่ หล็กจะดูดใหห้ นา้ สมั ผสั แตะกนั และจ่ายไฟใหก้ บั มอเตอร์ และถา้ ตอ้ งการหยดุ
มอเตอร์กจ็ ะตอ้ งอาศยั คนคอยกดสวทิ ช์ป่ ุมกดอีกเช่นเดิม จึงเรียกการควบคุมแบบน้ีวา่ การควบคุม
ก่ึงอตั โนมตั ิ
ภาพท่ี 2 แสดงสวติ ซ์แมเ่ หลก็ หรือแมกเนติก คอนแทกเตอร์ท่ีใชใ้ นการการควบคุมก่ึงอตั โนมตั ิ
3. ก า ร ค ว บ คุ ม อั ต โ น มั ติ (Automatic control)
การควบคุมแบบน้ีจะอาศยั อุปกรณ์ช้ีนา คอยตรวจจบั การเปล่ียนแปลงของสิ่งต่างๆ เช่น สวิทช์
ลูกลอยทาหนา้ ที่ตรวจวดั ระดบั น้าในถงั และส่ังใหม้ อเตอร์หยดุ เมื่อน้าเตม็ ถงั สวทิ ช์ความดนั ทาหนา้ ที่
ตรวจจบั ความดนั ลมเพ่ือสั่งให้ปั๊มลมทางาน เทอร์โมสตทั ทาหน้าที่ตดั ต่อวงจรไฟฟ้ าตามอุณหภูมิสูง
หรือต่า เป็ นตน้ วงจรการควบคุมมอเตอร์แบบน้ีเพียงแต่ใชค้ นกดป่ ุมเริ่มเดินมอเตอร์ในคร้ังแรกเท่าน้นั
ต่อไปวงจรก็จะทางานเองโดยอตั โนมตั ิตลอดเวลา ดว้ ยอุปกรณ์ตรวจจบั อตั โนมตั ิที่ไดอ้ อกแบบติดต้งั
เ พิ่ ม เ ติ ม จ า ก ว ง จ ร ค ว บ คุ ม แ บ บ ก่ึ ง อัต โ น มัติ ใ น ก า ร ค ว บ คุ ม ต า ม แ บ บ ที่ 2 น่ั น เ อ ง
ภาพท่ี 3 แสดงการควบคุมอตั โนมตั ิ ผา่ นนาฬิกาต้งั เวลา
ข้อดขี ้อเสียของการควบคุมมอเตอร์ด้วยคอนแทคเตอร์
ข้อดีของการใช้ ระบบควบคุมมอเตอร์ ด้วยคอนแทคเตอร์
1. เป็นมาตรฐานของโรงงานอุตสาหกรรมท่ีส่วนใหญต่ อ้ งมี เพราะเหมาะสมกบั งานควบคุมท่ีไม่
ตอ้ งการความสลบั ซบั ซอ้ นของการควบคุมมากนกั
2. เป็นที่เช่ือถือและไวใ้ จมานาน เพราะใชก้ บั การควบคุมที่ไมย่ งุ่ ยาก
3. ผใู้ ชค้ ่อนขา้ งคุน้ เคยกบั การควบคุมดว้ ยระบบรีเลย์ เพราะระบบน้ีเป็น มาตรฐานพ้ืนฐานที่
จาเป็นตอ้ งเรียนรู้
4. ใหค้ วามปลอดภยั สาหรับผคู้ วบคุมสูง
5. ใหค้ วามสะดวกในการควบคุม
6. ประหยดั เม่ือเทียบกบั การควบคุมดว้ ยมือ
ข้อเสียของการใช้ระบบควบคุมมอเตอร์ด้วยคอนแทคเตอร์
1. สิ้นเปลืองเน้ือท่ีในการติดต้งั มาก เพราะขนาดของอุปกรณ์ท่ีใชม้ ีขนาดใหญ่ และมีลกั ษณะการ
ควบคุมแบบ On –Off ดงั น้นั ในการออกแบบระบบควบคุม จึงตอ้ งใชอ้ ุปกรณ์เป็นจานวนมาก
2. เสียค่าใชจ้ ่ายในการติดต้งั และเดินสายวงจรการควบคุมเป็นจานวนมาก
3. อายกุ ารใชง้ านมีขีดจากดั เพราะอุปกรณ์ตอ้ งการส่วนที่เคลื่อนไหวตลอดการทางาน
4. เวลาเกิดจุดบกพร่อง การตรวจสอบและแกไ้ ขทาไดย้ งุ่ ยาก
5. ยากตอ่ การเปลี่ยนแปลงและแกไ้ ข ซ่ึงเมื่อมีการเพิม่ เติมระบบใหข้ ยายใหญ่ข้ึนอาจตอ้ งมีการร้ือ
วงจรและทาข้ึนใหม่
บทที่ 2 อุปกรณ์ในการควบคุมมอเตอร์และสญั ลกั ษณ์
ลกั ษณ์แสดงส่วนประกอบต่างๆ
สัญลกั ษณ์แสดงส่วนประกอบต่างๆ ท่ีใชใ้ นงานควบคุมมอเตอร์ โดยส่วนประกอบตา่ งๆ
จะรวมกนั เป็ นอุปกรณ์ตา่ งๆ ที่ใชใ้ นงานควบคุมมอเตอร์ ในท่ีน้ีจะใชส้ ัญลกั ษณ์ในการควบคุมมอเตอร์
ไฟฟ้ า ของ DIN (Deutsches Institute Fur Normung) ซ่ึงเป็นมาตรฐานการออกแบบของประเทศ
เยอรมนั
1. หนา้ สมั ผสั (Contect)
คือส่วนของอุปกรณ์ท่ีทาหนา้ ที่เป็นสวิตซ์ตดั และต่อวงจร โดยหนา้ สมั ผสั ของอุปกรณ์
ตา่ งๆ ในการควบคุมมอเตอร์ จะเขียนอยลู่ กั ษณะของอุปกรณ์ขณะไมไ่ ดท้ างาน โดยหนา้ สัมผสั จะมี 2
ลกั ษณะ คือ
- คอนแทคปกติปิ ด (Normally Close : NC)
- คอนแทคปกติเปิ ด (Normally Open : NO)
สัญลกั ษณ์ตวั อกั ษรในงานควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้ า
ในงานควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้ า เน่ืองจากสัญลกั ษณ์บางตวั เป็นสัญลกั ษณ์ที่มีอยใู่ นอุปกรณ์
ควบคุมหลายตวั เน่ืองจากมีส่วนประกอบที่เหมือนกนั อยู่ เพ่อื ใหผ้ อู้ า่ นแบบวงจรทราบวา่ เป็นชิ้นส่วน
ของอุปกรณ์ตวั ใดในวงจรน้นั จึงจาเป็ นตอ้ ง ใส่ตวั อกั ษรรวมถึงตวั เลข กากบั ที่สญั ลกั ษณ์อีกทีหน่ึง ซ่ึง
จะทาใหผ้ อู้ า่ นแบบเขา้ ใจความหมายน้นั ไดถ้ ูกตอ้ ง ดงั น้ี
สัญลกั ษณ์ ความหมาย
K1 เป็ นอุปกรณ์ของแมกเนติกส์คอนแทคเตอร์
K2A เป็ นอุปกรณ์ของคอนแทคช่วย
K3T เป็นอุปกรณ์ของไทมเ์ มอร์
อุปกรณ์ตวั ท่ีเท่าไรของวงจร ( จะอยหู่ ลงั K )
1, 2, 3,… ฟิ วส์ของวงจรกาลงั (จะมี 3 ตวั )
F1 ฟิ วส์ของวงจรควบคุม (จะมี 1 ตวั )
F2 โอเวอร์โหลด
เป็นอุปกรณ์ของสวติ ซ์แบบต่างๆ (จะตามดว้ ยตวั เลข
F3, F4 หมายถึงตวั ที่)
หลอดสญั ญาณ (จะตามดว้ ยตวั เลข หมายถึงตวั ที่)
S
H
สัญลกั ษณ์อุปกรณ์ต่างๆ
อุปกรณ์ตา่ งๆ ที่ใชใ้ นการควบคุมมอเตอร์ อุปกรณ์ตวั น้นั อาจจะประกอบข้ึนจากส่วนต่างๆ
หลายส่วนรวมเขา้ ดว้ ยกนั ดงั น้นั สัญลกั ษณ์ท่ีใชแ้ ทนกจ็ ะประกอบข้ึนมาดว้ ยชิ้นส่วนตา่ งๆ ที่เราได้
เรียนรู้มาแลว้
ในการเขียนแบบเพื่อการควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้ าตอ้ งเขียนสัญลกั ษณ์ท่ีใชแ้ ทนของจริงดงั น้นั จึง
ตอ้ ง
ศึกษาสญั ลกั ษณ์และความหมายในการควบคุมในบทน้ีเป็ นสญั ลกั ษณ์ของ DIN
DIN = Detaches Institute Fur Normung หมายถึง มาตรฐานการออกแบบของประเทศ
เยอรมนั
อุปกรณ์และสญั ลกั ษณ์ ท่ีใชใ้ นงานควบคุมมอเตอร์ มีดงั น้ี
1. แมกเนติกส์คอนแทคเตอร์ (Magnetic Contactor)
2. โอเวอร์โหลด ( Overload )
3. คอนแทคช่วย (Auxiliary Contact)
4. หลอดสญั ญาณ (Pilot Lamp)
5. สวติ ซ์ป่ ุมกด (Push Button Switch)
6. ลิมิทสวติ ซ์ (Limit Switch)
บทที่ 3 วงจรควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้ า
แบบวงจรทใ่ี ช้ในการควบคุมมอเตอร์
แบบวงจรท่ีใชใ้ นงานควบคุมมอเตอร์ แบ่งออกไดเ้ ป็น 4 แบบดว้ ยกนั ดงั น้ี
1. แบบวงจรสายเดยี ว (One Line Diagram)
2. แบบวงจรแสดงการทางาน (Schematic Diagram) 3. แบบวงจรงานจริง (Working Diagram)
4. แบบวงจรประกอบการตดิ ต้งั (Constructional Wiring Diagram)
แบบวงจรสายเดยี ว (One Line Diagram)
แบบวงจรสายเดียวในวงจรควบคุมมอเตอร์ จะเขียนในวงจรกาลงั ซ่ึงโดยปกติจะมี 3
เส้น สาหรับระบบไฟฟ้ า 3 เฟส แต่จะเขียนเพยี งสายเดียวเท่าน้นั เนื่องจากในระบบไฟฟ้ ากาลงั จะไมม่ ี
ความยงุ ยากของการต่อนน่ั เอง ซ่ึงผทู้ ี่มีความรู้จะสามารถต่อไดถ้ ูกตอ้ ง โดยไม่จาเป็ นตอ้ งเขียนใหค้ รบ
ท้งั 3 สาย
ภาพแสดงวงจรแบบสายเดียว ในวงจรควบคุมมอเตอร์
แบบวงจรแสดงการทาํ งาน (Schamatic Diagram)
วงจรแสดงการทาํ งานสามารถแบ่งตามลกั ษณะของวงจรได้เป็ น 2 แบบ ดว้ ยกนั คือ
1. วงจรกาลงั (Power Circuit)
2. วงจรควบคุม( Control Circuit)
วงจรกาํ ลงั (Power Circuit)
แบบวงจรน้ีคือส่วนของระบบไฟฟ้ าที่จ่ายใหก้ บั มอเตอร์นน่ั เอง จะเขียนรายละเอียดของวงจร
กาลงั เทา่ น้นั โดยเริ่มจากแหล่งจ่ายกาลงั ผา่ น Main Fuse (F1) Main Contactor (K1) Overload Relay
(F3) และต่อเขา้ มายงั มอเตอร์ ตามภาพดา้ นล่าง
ภาพที่ 1 แสดงวงจรกาลงั
วงจรควบคุม (Control Circuit)
แบบน้ีไดจ้ ากการจบั ตน้ และปลายของวงจรควบคุมในแบบงานจริงจบั ยดื ออกมาเป็นเส้นตรง
สายแยกต่างๆ จะเขียนในแนวดิ่งและแนวระนาบเท่าน้นั ส่วนประกอบของอุปกรณ์จะนามาเขียน
เฉพาะส่วนท่ีใชใ้ นวงจรควบคุมเทา่ น้นั คอนแทครีเลยห์ รือคอนแทคเตอร์ สามารถเขียนแยกกนั อยใู่ น
ส่วนต่างๆ ของวงจรได้ โดยจะเขียนกากบั ดว้ ยอกั ษรและตวั เลขไหร้ ู้วา่ เป็นของคอนแทคเตอร์ของ
อุปกรณ์ตวั ใด
ภาพที่ 2 แสดงวงจรควบคุม
จากภาพท่ี 2 ในการต่อวงจรควบคุม จะเห็นวา่ วงจรจะมีการต่ออยู่ 2 แถว
ในการต่อวงจรใหท้ าการต่อเป็นแถวใหค้ รบถว้ นตามลาดบั แลว้ จึงเร่ิมต่อวงจรในแถวตอ่ ไป
จนครบ เพื่อป้ องกนั การต่อวงจรไม่ครบตามวงจร
จากวงจร จึงต่อวงจรตามลาดบั ดงั น้ี
แถวท่ี 1
1. ต่อสายจาก L 1 เข้า ฟิ วส์ควบคุม F2
2. ต่อสายออกจาก F2 เข้า คอนแทคปกติปิ ด ของสวติ ซ์ป่ ุมกด S1
3. ต่อสายออกจาก คอนแทคปกติปิ ด ของสวิตซ์ป่ ุมกด S1 เข้า คอนแทคปกติเปิ ด ของสวติ ซ์
ป่ ุมกด S2
4. ต่อสายออกจาก คอนแทคปกติเปิ ด ของสวติ ซ์ป่ ุมกด S2 เข้า คอยล์ ของแมกเนติกคอนแทค
เตอร์ K1
5. ต่อสายออกจาก คอยลข์ องแมกเนติกคอนแทคเตอร์ K1 เข้า สายนิวตรอลของแหล่งจ่าย จบ
แถวที่ 1
แถวท่ี 2
1. ต่อสายจากจุดออก ของคอนแทคปกติปิ ด สวติ ซ์ป่ ุมกด S1 หรือ จุดเขา้ ของคอนแทคปกติ
เปิ ดสวติ ซ์ป่ ุมกด S2 (ระหวา่ ง คอนแทคปกติปิ ด ของสวิตซ์ป่ ุมกด S1 และ คอนแทคปกติเปิ ด ของ
สวติ ซ์ป่ ุมกด S2) เข้า คอนแทคช่วยแบบปกติเปิ ดของแมกเนติกคอนแทคเตอร์ K1
2. ต่อสายออกจาก คอนแทคช่วยแบบปกติเปิ ดของแมกเนติกคอนแทคเตอร์ K1 เข้า จุดออก
ของสวิตซ์ป่ ุมกด S2 หรือ จุดเขา้ ของคอยล์ของแมกเนติกคอนแทคเตอร์ K1 (ระหว่างคอนแทคช่วย
แบบปกติเปิ ดของแมกเนติกคอนแทคเตอร์ K1 และ จุดเขา้ ของคอยลข์ องแมกเนติกคอนแทคเตอร์ K1)
จบแถวที่ 2
วงจรแสดงแบบงานจริง (Working Diagram)
แบบชนิดน้ีจะเขียนคลา้ ยกบั ลกั ษณะงานจริงคือส่วนประกอบของอุปกรณ์ต่างๆ จะเขียนเป็น
ชิ้นเดียวไมแ่ ยกออกจากกนั และสายตา่ งๆ จะต่อ กนั ที่จุดเขา้ สายของอุปกรณ์เท่าน้นั ซ่ึงเหมือนกบั
ลกั ษณะของงานจริง
วงจรประกอบการติดต้งั (Constructional Wiring Diagram)
ในระบบควบคุมจะประกอบไปดว้ ยแผงควบคุมตสู้ วติ ช์บอร์ด และโหลดที่ตอ้ งการ
ควบคุมซ่ึงมกั จะแยกกนั อยใู่ นตา่ งท่ีกนั ในส่วนต่างๆเหล่าน้ีจะเขียนแสดงรายละเอียดดว้ ยวงจรงานจริง
และจะประกอบเขา้ ดว้ ยกนั ท่ีแผงต่อสาย โดยใชว้ งจรสายเดียว สายท่ีออกจากจุดต่อสายแต่ละอนั จะมี
โคด๊ กากบั ไวใ้ หร้ ู้วา่ สายน้นั จะไปตอ่ เขา้ จุดใด
บทที่ 5 การต่อใชง้ านมอเตอร์ไฟฟ้ ากระแสสลบั
การต่อใช้งานมอเตอร์ 3 เฟส
มอเตอร์ไฟฟ้ า 3 เฟส มีส่วนประกอบทางไฟฟ้ า คือขดลวดทองแดง จานวน 3 ชุด คือชุด A,
B และ C ซ่ึงขดลวดท้งั 3 ขด จะวางห่างกนั ทามุม 120 องศา ทางไฟฟ้ า
โดย ขดลวดชุด A จะใชต้ วั อกั ษร U แทนตน้ ขดลวด และ X แทน ปลายขดลวด
ขดลวดชุด B จะใชต้ วั อกั ษร V แทนตน้ ขดลวด และ Y แทน ปลายขดลวด
ขดลวดชุด C จะใชต้ วั อกั ษร W แทนตน้ ขดลวด และ Z แทน ปลายขดลวด
หรือ ขดลวดชุด A จะใชต้ วั อกั ษร U1 แทนตน้ ขดลวด และ U2 แทน ปลายขดลวด
ขดลวดชุด B จะใชต้ วั อกั ษร V1 แทนตน้ ขดลวด และ V2 แทน ปลายขดลวด
ขดลวดชุด C จะใชต้ วั อกั ษร W1 แทนตน้ ขดลวด และ W2 แทน ปลายขดลวด
การต่อใช้งานมอเตอร์ 3 เฟส สามารถต่อใช้งานได้ 2 แบบ คือ
1. ต่อแบบสตาร์ ( Star )
การต่อมอเตอร์แบบสตาร์ สามารถต่อไดโ้ ดยการ ตอ่ สายไฟแตล่ ะเส้น ของระบบ 3 เฟส
เขา้ ที่ตน้ ของขดลวดแตล่ ะชุด และนาปลายของขดลวดท้งั 3 ขดมารวมกนั
หรือสามารถตอ่ ไดโ้ ดยการ ตอ่ สายไฟแตล่ ะเส้น ของระบบ 3 เฟส เขา้ ท่ีปลายของขดลวด
แตล่ ะชุด และนาตน้ ของขดลวดท้งั 3 ขดมารวมกนั กไ็ ด้
แตห่ ากจะรวมตน้ กต็ อ้ งเป็นตน้ ของขดลวดท้งั หมด ถา้ จะรวมปลายก็ตอ้ งเป็นปลายของ
ขดลวดท้งั หมด
ภาพการต่อมอเตอร์ 3 เฟสแบบสตาร์รวมตน้ ของขดลวด และจา่ ยแรงดนั เขา้ ปลายขดลวดดา้ นบน
2. ต่อแบบเดลต้า ( Delta )
การต่อมอเตอร์ 3 เฟส แบบเดลตา้ น้นั ก่อนที่จะต่อจะตอ้ งดูคุณสมบตั ิของมอเตอร์
และระบบไฟฟ้ าใหถ้ ูกตอ้ งก่อนจะทาการต่อได้ เพราะหากคุณสมบตั ิของมอเตอร์ไม่รองรับกบั ระบบ
ไฟฟ้ าท่ีจ่าย จะทาใหข้ ดลวดของมอเตอร์ไหมไ้ ด้
การพิจารณาวา่ จะตอ้ งต่อมอเตอร์แบบสตาร์หรือเดลตา้ เราจะตอ้ งทราบวา่ ระบบไฟฟ้ าของ
เราเป็ นระบบใด และมอเตอร์ไฟฟ้ าของเรามีคุณสมบตั ิรองรับแรงดนั เท่าใด โดยสามารถดูไดจ้ ากแผน่
ป้ ายของมอเตอร์
การกลบั ทางหมุนมอเตอร์ 3 เฟส
มอเตอร์ 3 เฟส สามารถกลบั ทางหมุนไดโ้ ดย การกลบั เฟสของสายไฟท่ีจ่ายใหก้ บั
มอเตอร์ จานวน 2 สาย โดยสามารถท่ีจะกลบั เฟสของสายคูใ่ ดกไ็ ด้ ที่จ่ายใหก้ บั มอเตอร์
ภาพท่ี 1 แสดงการกลบั ทางหมุนของมอเตอร์ 3 เฟส
การกลบั ทางหมุนมอเตอร์ 3 เฟส สามารถทาํ ได้ 2 วธิ ีคอื
1. การกลบั ทางหมุนโดยใชส้ วติ ช์เช่น ดรัมสวติ ช์ (Drum Switch) หรือโรตารี่แคม
สวติ ช์ (Rotary Camp SWitch)
การกลบั ทางหมุนโดยใชส้ วติ ช์ เช่น โรตาร่ีแคมสวติ ช์จะเป็นสวติ ช์หมุน 3 ตาแหน่ง คือ I – O - II
(Clockwise-Counter Cockwise) หรือ F – O - R (Forward-Stop-Reverse) หรือ L- O – R (Left-Stop-
Right)
ภาพท่ี 2 แสดงดรัมสวิตซ์ที่ใชใ้ นการควบคุมการกลบั ทางหมุนของมอเตอร์ 3 เฟส
2. โดยการใชแ้ มคเนติกคอนแทคเตอร์
การใชแ้ มคเนติกคอนแทคเตอร์ จะใชแ้ มคเนติกคอนแทคเตอร์เพิ่มข้ึนอีก 1 ตวั โดยตวั ท่ี 2 จะสลบั
สายเฟสใหแ้ ตกตา่ งจากแมคเนติกตวั แรก เพื่อจา่ ยใหก้ บั มอเตอร์ และออกแบบอยา่ งไรกไ็ ดต้ ามตอ้ งการ
ใหว้ งจรควบคุมควบคุมใหแ้ มคเนติกทางานเพยี งตวั ใดตวั หน่ึงเท่าน้นั หา้ มแมคเนติกทางานพร้อมกนั
เด็ดขาด เพราะจะทาใหเ้ กิดไฟช๊อตที่เฟสทนั ที
ภาพท่ี 3 แสดงวงจรกลบั ทางหมุนมอเตอร์ 3 เฟส โดยการใชแ้ มคเนติกคอนแทคเตอร์
แบบกลบั ทางหมุนหลงั จากหยดุ (Reversing after stop)
วธิ ีเช็คการลงกราวน์ของอปุ กรณ์ไฟฟ้ า
อุปกรณ์ไฟฟ้ าทุกชนิด จะมีฉนวนไฟฟ้ าห่อหุม้ ส่วนต่างๆ ท่ีกระแสไฟฟ้ าไหลผา่ น
เช่น ลวดทองแดงที่ใชพ้ นั มอเตอร์ แผน่ ความร้อนของหมอ้ หุงขา้ วไฟฟ้ า เพื่อไมใ่ หก้ ระแสไฟฟ้ าไหล
ผา่ นอุปกรณ์น้นั ออกมายงั ส่วนท่ีเป็นโครงของอุปกรณ์น้นั ได้ แต่เม่ือเราใชอ้ ุปกรณ์น้นั เป็นเวลานาน
หลายปี ฉนวนส่วนที่ห่อหุม้ ป้ องกนั ไวอ้ าจจะเส่ือมคุณภาพลง จนทาใหก้ ระแสไฟฟ้ าสามารถไหลผา่ น
ฉนวนมายงั โครงส่วนที่เป็นโลหะของอุปกรณ์ไฟฟ้ าน้นั ได้ และหากร่างกายของผใู้ ชแ้ ตะส่วนท่ี
กระแสไฟฟ้ ารั่ว และสามารถไหลผา่ นลงไปสู่พ้นื ดิน ก็จะทาใหค้ รบวงจรไฟฟ้ า ผใู้ ชไ้ ฟฟ้ ากจ็ ะถูก
ไฟฟ้ าช๊อต หรือท่ีเราเรียกวา่ ไฟฟ้ าดูด
ภาพแสดงไฟฟ้ ารั่วลงกราวด์
วธิ ีการท่ีจะทาใหเ้ ราทราบวา่ อุปกรณ์ไฟฟ้ าของเราชิ้นใด ท่ีฉนวนเกิดการเสื่อมหรือไม่
น้นั เราสามารถตรวจสอบไดห้ ลายวธิ ี เช่น
1. การตรวจสอบโดยใชม้ ลั ติมิเตอร์ ซ่ึงมีวธิ ีการดงั น้ี
- ปรับมลั ติมิเตอร์ไปท่ี ฟังชน่ั การวดั ค่าความตา้ นทาน โดยใหป้ รับไปที่ตาแหน่ง
สูงสุดท่ีมิเตอร์วดั ได้ คือ ตาแหน่ง x 10,000 หรือ x 10K
- นาสายมิเตอร์มาแตะกนั และทาการปรับป่ ุม 0 ohm ปรับใหเ้ ขม็ ช้ีท่ีเลข 0
- นาสายมิเตอร์เส้นหน่ึงของมิเตอร์ แตะทโ่ี ครงทเ่ี ป็ นโลหะของอุปกรณ์ท่ีเราจะ
ทาการตรวจเช็ค และสายมิเตอร์อีกเส้น แตะทสี่ ายไฟทจ่ี ่ายไฟให้กบั อุปกรณ์น้นั เส้นใดเส้นหน่ึง (กรณี
อุปกรณ์มีสวติ ซ์ควบคุม ใหเ้ ปิ ดสวติ วด์ ว้ ย)
- สงั เกตเขม็ มิเตอร์กระดิกหรือไม่ หากเขม็ มิเตอร์ไม่กระดิก แสดงวา่ ฉนวนยงั มี
คุณภาพ ถา้ เขม็ มลั ติมิเตอร์ท่ีเราใชท้ าการวดั กระดิกข้ึนมา แสดงวา่ ฉนวนไฟฟ้ าของอุปกรณ์น้นั เริ่มมี
การเส่ือมสภาพแลว้ ยง่ิ กระดิกข้ึนมามากเทา่ ไร ยงิ่ แสดงวา่ เส่ือมมากข้ึน อนั ตรายก็จะมากข้ึนตามไป
ดว้ ย (ขอ้ ควรระวงั ในการวดั หา้ มใชม้ ือจบั ที่ปลายสายวดั ท้งั สองของมิเตอร์ เพราะจะทาใหเ้ ขม็ กระดิก
เน่ืองจากค่าความตา้ นทานของตวั ผวู้ ดั )
- จากน้นั ใหเ้ ล่ือนสายท่ีแตะสายไฟ ไปทาการเช็คท่ีสายไฟอีกเส้นหน่ึง ส่วนสาย
ที่แตะที่โครงโลหะ ต่อไวท้ ่ีเดิม
- สงั เกตเขม็ มิเตอร์เหมือนกบั การวดั คร้ังแรก
ภาพแสดงการเช็คกราวนห์ มอ้ หุงขา้ ว (ภาพจาก https://pantip.com/topic/32535162)
บทที่ 6 วงจรควบคุมมอเตอร์แบบตา่ ง ๆ
วงจรสตาร์ทมอเตอร์โดยตรง (Direct start)
วงจรเริ่มเดินมอเตอร์โดยตรง หมายถึง วงจรท่ีมีการต่อแหล่งจา่ ยไฟฟ้ ากาลงั เขา้ สู่ตวั มอเตอร์
เพื่อเร่ิมเดิน (start) มอเตอร์โดยตรง โดยไม่ผา่ นอุปกรณ์หรือวธิ ีการลดแรงดนั ใด ๆ ก่อนถึงตวั มอเตอร์
วงจรน้ีเป็นการควบคุมมอเตอร์แบบก่ึงอตั โนมตั ิ
ใชก้ บั การควบคุมมอเตอร์ขนาดเลก็ ท่ีกินกระแสไม่มาก
ดูการทางานของวงจร
วดิ ีโอสาธิตการต่อมอเตอร์แบบสตาร์ทตรง
การต่อวงจรจากอุปกรณ์จริง
อปุ กรณ์ทใี่ ช้
F1 = ฟิ วส์หลกั (Main fuse)
F2 = ฟิ วส์วงจรควบคุม (Control fuse)
K1 = คอนแทกเตอร์หลกั (Main contactor)
S1 = สวติ ชป์ ่ ุมกด OFF
F3 = โอเวอร์โหลดรีเลย์ (Overload relay)
S2 = สวติ ชป์ ่ ุมกด ON
M1= มอเตอร์สามเฟสแบบเหนี่ยวนา (Three phase induction motor)
ลกั ษณะการทาํ งานของวงจร
1. เริ่มตน้ ทางานดว้ ยการกดสวติ ช์ป่ ุมกด S2 ทาใหก้ ระแสไฟฟ้ าไหลผา่ นแมกเนติกคอนแทก
เตอร์ K1 ครบวงจรที่นิวตรอล ทาให้ K1 ทางาน และหนา้ สัมผสั หลกั (Main contact) จา่ ยไฟฟ้ ากาลงั
เขา้ สู่มอเตอร์ ทาใหม้ อเตอร์เร่ิมหมุน หลอดไฟแสดงสถานะ H1 จะติด โดยไฟจะจ่ายผา่ น
ทาง หนา้ สัมผสั ช่วยของคอนแทกเตอร์ (K1) ในแถวที่ 3 แสดงใหร้ ู้วา่ วงจรทางานปกติ
2. แมกเนติกคอนแทกเตอร์ ทางานไปตลอดเวลาถึงแมว้ า่ จะปล่อยมือออกจากสวติ ช์
ป่ ุมกด S2 ทาใหม้ อเตอร์หมุนอยตู่ ลอด เน่ืองจากหนา้ สัมผสั ช่วยของคอนแทกเตอร์ (K1) ในแถวท่ี 2
หรือ (self holding contact หรือ maintaining contact) ทาหนา้ ท่ีจ่ายไฟเขา้ ไปสู่คอลย์ ของแมกเนติกคอน
แทกเตอร์แทน
3. ถา้ ตอ้ งการหยดุ วงจรทาไดโ้ ดยการกดสวิตช์ป่ ุมกด S1 (Push button OFF)
4. เม่ือเกิดโหลดเกินหรือโอเวอร์โหลด (Overload) ข้ึน โอเวอร์โหลดรีเลย์ (F3) จะทาการตดั
วงจร กระแสไฟฟ้ าจะไหลผา่ นมายงั H2 ทาให้ H2 สวา่ ง แสดงใหร้ ู้วา่ โอเวอร์โหลดทาการตดั วงจร ให้
ทาการตรวจสอบหาสาเหตุของการตดั วงจร และสามารถกลบั มาเริ่มตน้ ทางานใหมไ่ ดอ้ ีกคร้ังหลงั จาก
ตรวจสอบวงจรเรียบร้อย ดว้ ยการกดป่ ุมรีเซ็ท (RESET) ท่ีโอเวอร์โหลดรีเลย์
5. เมื่อเกิดการลดั วงจรข้ึนท่ีวงจรกาลงั ฟิ วส์ (F1) ทาหนา้ ที่ตดั วงจรกาลงั หรือถา้ เกิดการ
ลดั วงจรข้ึนท่ีวงจรควบคุม ฟิ วส์ (F2) ทาหนา้ ที่ตดั วงจรควบคุมออกไป ทาใหม้ อเตอร์หยดุ หมุน
วงจรกลบั ทางหมุนมอเตอร์โดยตรง (Direct reversing)
วธิ ีการกลบั ทางหมุนมอเตอร์สามเฟสทาไดโ้ ดยการสลบั สายเมนคู่ใดคูห่ น่ึงที่ต่อเขา้ กบั
มอเตอร์ ส่วนอีกเส้นหน่ึงต่อไวเ้ หมือนเดิม
ลกั ษณะการกลบั ทางหมุนแบบกลบั ทางหมุนโดยตรง หมายถึง วงจรสามารถทาการกลบั ทาง
หมุนมอเตอร์ไดท้ นั ทีตลอดเวลาท่ีมอเตอร์ทาการหมุนอยู่ โดยการกดสวิตช์ S2 หรือ S3
และเม่ือตอ้ งการหยดุ มอเตอร์กส็ ามารถทาไดโ้ ดยการกดสวติ ช์ S1 (OFF)
วงจรกาลงั วงจรควบคุม
คลิ๊กดูการทางานของวงจร
ลกั ษณะการทาํ งานของวงจร
1) คอนแทกเตอร์ K1 ทาหนา้ ท่ีตอ่ ใหม้ อเตอร์หมุนขวา และคอนแทกเตอร์ K2 ทาหนา้ ที่ต่อ
ใหม้ อเตอร์หมุนซา้ ย
2) เร่ิมเดินมอเตอร์ใหห้ มุนซา้ ยหรือขวาก่อนก็ไดโ้ ดยการกดสวติ ช์ S2 หรือ S3 และสามารถ
ทาการกลบั ทางหมุนไดต้ ลอดเวลาโดยไม่จาเป็นตอ้ งทาใหม้ อเตอร์หยดุ หมุนก่อน
3) เม่ือตอ้ งการหยุดมอเตอร์ใหท้ าการกดป่ ุมสวติ ช์ S1
4) ถา้ กดสวติ ชป์ ่ ุมกด S2 และ S3 พร้อมกนั จะไมม่ ีคอนแทกเตอร์ตวั ใดทางาน และคอนแทก
เตอร์ K1 และ K2 ไมส่ ามารถทางานพร้อมกนั ได้ เนื่องจากมี interlock contact K1 และ K2 ต่อไวก้ ่อน
เขา้ คอลย์ แมเ่ หล็กของ K1 และ K2 เพอ่ื เป็นการป้ องกนั การลดั วงจร
5) เมื่อเกิดการโอเวอร์โหลดข้ึน โอเวอร์โหลดรีเลย์ F3 แบบมีรีเซ็ทดว้ ยมือ จะทาหนา้ ที่ตดั
วงจรควบคุมออกไป
วงจรกลบั ทางหมุนหลงั จากหยดุ มอเตอร์ (Reversing after stop)
ลกั ษณะการกลบั ทางหมุนหลงั จากหยดุ มอเตอร์ หมายถึง วงจรจะกลบั ทางหมุนมอเตอร์ได้
เมื่อทาการหยดุ มอเตอร์ก่อนเทา่ น้นั
การเริ่มเดินมอเตอร์จะเร่ิมเดินใหห้ มุนขวาหรือซา้ ยก่อนกไ็ ด้ โดยการกดสวติ ช์ S2 หรือ S3
และเมื่อตอ้ งการหยดุ มอเตอร์ก็สามารถทาไดโ้ ดยการกดสวิตช์ S1 (OFF)
วงจรกาลงั วงจรควบคุม
ดูการทางานของวงจร
ลกั ษณะการทาํ งานของวงจร
1) คอนแทกเตอร์ K1 ทาหนา้ ท่ีต่อใหม้ อเตอร์หมุนขวา และคอนแทกเตอร์ K2 ทาหนา้ ท่ี
ตอ่ ใหม้ อเตอร์หมุนซา้ ย
2) เร่ิมเดินมอเตอร์ใหห้ มุนซา้ ยหรือขวาก่อนก็ไดโ้ ดยการกดสวิตช์ S2 หรือ S3 ในขณะที่
มอเตอร์กาลงั หมุนอยไู่ มส่ ามารถทาการกลบั ทางหมุนได้ จะตอ้ งทาใหม้ อเตอร์หยดุ หมุนเสียก่อนโดย
การกดสวติ ช์ S1
3) ถา้ กดสวติ ชป์ ่ ุมกด S2 และ S3 พร้อมกนั จะไมม่ ีคอนแทกเตอร์ตวั ใดทางาน และคอน
แทกเตอร์ K1 และ K2 ไม่สามารถทางานพร้อมกนั ได้ เนื่องจากมี interlock contact K1 และ K2 ต่อไว้
ก่อนเขา้ คอยลแ์ ม่เหล็กของ K1 และ K2 เพื่อเป็นการป้ องกนั การลดั วงจร
4) เม่ือเกิดการโอเวอร์โหลดข้ึน โอเวอร์โหลดรีเลย์ F3 แบบมีรีเซ็ทดว้ ยมือ จะทาหนา้ ท่ีตดั
วงจรควบคุมออกไป
อุปกรณ์ทใ่ี ช้ในการต่อวงจร
1.ฟิ วส์กาลงั หรือเบรกเกอร์ 3 เฟส ( F1 ) จานวน 1 ชุด
จานวน 2 ตวั
2. แมกเนติกคอนแทกเตอร์ ( K1,K2 ) จานวน 1 ตวั
จานวน 1 ตวั
3. โอเวอร์โหลด ( F3 ) จานวน 1 ตวั
จานวน 3 ตวั
4. มอเตอร์ 3 เฟส (M) จานวน 3 หลอด
5. ฟิ วส์ควบคุม หรือเบรกเกอร์ 3 เฟส ( F2 )
6. สวติ ซ์ป่ ุมกด ( S1, S2, S3 )
7. หลอดสัญญาณ ( H1, H2, H3 )
วงจรกลบั ทางหมุนแบบจ๊อกกงิ้ (Reversing by Jogging )
ลกั ษณะการกลบั ทางหมุนแบบจ๊อกกิ้ง หมายถึง การกลบั ทางหมุนมอเตอร์โดยการกดสวติ ช์
ป่ ุม
กดคา้ งไว้ เมื่อปล่อยมือออกจากสวติ ชป์ ่ ุมกดมอเตอร์กจ็ ะหยดุ หมุน
การเริ่มเดินมอเตอร์จะตอ้ ง กดสวติ ซ์ S1 ก่อนเป็นอนั ดบั แรก กระแสจึงจะผา่ น S1 มาได้
พร้อมที่จะควบคุมใหม้ อเตอร์เริ่มทางานได้ เป็นลาดบั ถดั ไป
การเริ่มเดินมอเตอร์จะเร่ิมเดินใหห้ มุนขวาหรือซา้ ยก่อนกไ็ ด้ โดยการกดสวติ ช์ S2 หรือ S3
ซ่ึงเป็นสวติ วแ์ บบกดติดปล่อยดบั ดงั น้นั มอเตอร์จะทางานเฉพาะตอนกดป่ ุมสวติ ซ์คา้ งไวเ้ ท่าน้นั หาก
ปล่อยสวติ ซ์มอเตอร์จะหยดุ ทนั ที
และเม่ือไมต่ อ้ งการใหว้ งจรทางานกท็ าการปลดสวติ ช์ S1 ออกซ่ึง S1 เป็นสวติ ช์แบบมีลอ็ ค
ในตวั เอง หรือสวติ ซ์แบบกดติดกดดบั
ดูการทางานของวงจร
ลกั ษณะการทาํ งานของวงจร
1) คอนแทกเตอร์ K1 ทาหนา้ ที่ตอ่ ใหม้ อเตอร์หมุนขวา และคอนแทกเตอร์ K2 ทาหนา้ ท่ีต่อ
ใหม้ อเตอร์หมุนซา้ ย
2) ก่อนที่จะเริมเดินมอเตอร์ จะตอ้ งกดสวติ ซ์ S1 ซ่ึงเป็นสวติ ซ์แบบซีแล็คเตอร์สวติ ซ์ ใหอ้ ยู่
ในตาแหน่งเปิ ด (ON) ก่อน
3) จากน้นั จึงเร่ิมเดินมอเตอร์ให้หมุนซา้ ยหรือขวาก่อนกไ็ ดโ้ ดยการกด
สวติ ช์ S2 หรือ S3 และจะตอ้ งกดสวติ ชต์ ลอดเวลาที่ตอ้ งการใหม้ อเตอร์หมุนถา้ ปล่อยมือออกจากสวติ ช์
ป่ ุมกดมอเตอร์จะหยดุ หมุน
4) ถา้ กดสวติ ชป์ ่ ุมกด S2 และ S3 พร้อมกนั จะไมม่ ีคอนแทกเตอร์ตวั ใดทางาน และคอน
แทกเตอร์ K1 และ K2 ไมส่ ามารถทางานพร้อมกนั ได้
5) เม่ือเกิดการโอเวอร์โหลดข้ึน โอเวอร์โหลดรีเลย์ F3 แบบมีรีเซ็ทดว้ ยมือ จะทา
หนา้ ท่ีตดั วงจรควบคุมออกไป
6) เมื่อไม่ตอ้ งการเดินมอเตอร์ให้ กดสวติ ซ์ S1 กลบั มาอยทู่ ่ีตาแหน่งปิ ด (OFF) เสมอ
วงจรต้งั เวลาสตาร์ทมอเตอร์หลงั จากกดสวติ ซ์
แบบท่ี 1
วงจรกาลงั
วงจรควบคุม การเริ่มสตาร์ทมอเตอร์หลงั จากกดป่ ุมสตาร์ท
การทาํ งานของวงจร
1. จากวงจรควบคุมกระแสจะผา่ นอุปกรณ์ต่างๆ มาจนถึง S2 แต่ไม่สามารถผา่ น
ไปไดเ้ นืองจาก S2 เปิ ดอยู่
2. เม่ือตอ้ งการสตาร์ทมอเตอร์ ใหก้ ด S2 กระแสก็จะไหลผา่ นลงมาได้ จนครบ
วงจรที่ N ทาใหไ้ ทมเ์ มอร์ K2T และ คอนแทคช่วย K3A ทางาน
- ทาใหค้ อนแทคปกติเปิ ดของคอนแทคช่วย K3A ในแถวท่ี 2 ต่อวงจรทา
ใหก้ ระแสไหลผา่ นไดแ้ มจ้ ะปล่อย S2 ทาใหว้ งจรทางานไดต้ ่อไป
- ทาใหไ้ ทมม์ อร์ K2T เร่ิมนบั เวลาตามท่ีเราต้งั ไวใ้ หต้ วั มอเตอร์ทางาน
3. เมื่อถึงเวลา ไทมเ์ มอร์ก็จะทางาน ทาให้ คอนแทคปกติเปิ ด K2T ของตวั ไทม์
เมอร์ ในแถวที่ 1 ปิ ด ต่อวงจร ทาใหก้ ระแสไฟฟ้ าไหลผา่ นคอยล์ K1
- ทาให้ เมนคอนแทคของ K1 ท่ีตอ่ ควบคุมมอเตอร์ต่อวงจรใหก้ ระแสไฟฟ้ า
ไหลผา่ นมายงั มอเตอร์ ทาให้มอเตอร์เร่ิมหมุน
4. หากเราตอ้ งการใหม้ อเตอร์หยดุ หมุน สามารถทาได้ โดยการกด S1 ตดั วงจร
ไม่ใหก้ ระแสไหลไดค้ รบวงจร ตดั การทางานของวงจรควบคุม
แบบที่ 2
วงจรกาํ ลงั
วงจรควบคุม การเร่ิมสตาร์ทมอเตอร์หลงั จากกดป่ ุมสตาร์ท
การทาํ งานของวงจร
1. จากวงจรควบคุมกระแสจะผา่ นอุปกรณ์ต่างๆ มาจนถึง S2 แตไ่ มส่ ามารถผา่ น
ไปไดเ้ นืองจาก S2 เปิ ดอยู่
2. เมื่อตอ้ งการสตาร์ทมอเตอร์ ใหก้ ด S2 กระแสก็จะไหลผา่ นลงมาได้ จนครบ
วงจรที่ N ทาให้ คอนแทคช่วย K1A และ ไทมเ์ มอร์ K2Tทางาน
- ทาใหค้ อนแทคปกติเปิ ดของคอนแทคช่วย K1A ในแถวท่ี 2 ตอ่ วงจรทา
ใหก้ ระแสไหลผา่ นไดแ้ มจ้ ะปล่อย S2 ทาใหว้ งจรทางานไดต้ ่อไป
- ทาใหไ้ ทมม์ อร์ K2T เริ่มนบั เวลาตามท่ีเราต้งั ไวใ้ หต้ วั มอเตอร์ทางาน
3. เม่ือถึงเวลา ไทมเ์ มอร์กจ็ ะทางาน ทาให้ คอนแทคปกติเปิ ด K2T ของตวั ไทม์
เมอร์ ในแถวที่ 3 ปิ ด ต่อวงจร ทาใหก้ ระแสไฟฟ้ าไหลผา่ นคอยล์ K3
- ทาให้ เมนคอนแทคของ K3 ท่ีต่อควบคุมมอเตอร์ต่อวงจรใหก้ ระแสไฟฟ้ า
ไหลผา่ นมายงั มอเตอร์ ทาใหม้ อเตอร์เริ่มหมุน
4. หากเราตอ้ งการใหม้ อเตอร์หยดุ หมุน สามารถทาได้ โดยการกด S1 ตดั วงจร
ไม่ใหก้ ระแสไหลไดค้ รบวงจร ตดั การทางานของวงจรควบคุม
วงจรควบคุมเวลาหยดุ มอเตอร์
วงจรกาลงั
วงจรควบคุมเวลาหยดุ มอเตอร์
การทางานของวงจร
1. จากวงจรควบคุมกระแสจะผา่ นอุปกรณ์ตา่ งๆ มาจนถึง S2 แตไ่ ม่สามารถผา่ นไป
ไดเ้ นืองจาก S2 เปิ ดอยู่
2. เม่ือตอ้ งการสตาร์ทมอเตอร์ ใหก้ ด S2 กระแสกจ็ ะไหลผา่ นลงมาได้ จนครบวงจร
ที่ N ทาให้ K1 และ K2T ทางาน
- ทาใหม้ อเตอร์ที่ต่ออยกู่ บั K1 เริ่มทางาน
- K2T คือตวั ไทมเ์ มอร์ เร่ิมนบั เวลาตามท่ีเราต้งั ไวใ้ หต้ วั มอเตอร์หยดุ การทางาน
3. เมื่อถึงเวลา ไทมเ์ มอร์ก็จะทางาน ทาให้ คอนแทคปกติปิ ดของตวั ไทมเ์ มอร์ ในแถว
ที่ 1 เปิ ด ตดั วงจร ทาใหก้ ระแสไฟฟ้ าหยดุ ไหล K1 และ K2T กจ็ ะหยดุ การทางาน ทาใหม้ อเตอร์
หยดุ หมุน
4. หากเราตอ้ งการใหม้ อเตอร์หยดุ หมุนก่อนเวลาที่ต้งั ไว้ กส็ ามารถทาได้ โดยการกด
S1 ตดั วงจรไม่ใหก้ ระแสไดค้ รบวงจรกไ็ ด้
การวดั ค่ากระแสไฟฟ้ าในวงจรควบคุม
ในตคู้ วบคุมวงจรหากเราตอ้ งการต่อแอมป์ มิเตอร์ เพื่อทาการวดั คา่ กระแสไฟฟ้ า เพื่อ
ประโยชน์ในการตรวจสอบความผดิ ปกติของโหลด เราสามารถตอ่ แอมป์ มิเตอร์ติดต้งั ไวก้ บั ตู้ โดยมี
อุปกรณ์เพ่มิ เติมจากแอป์ มิเตอร์เพอื่ ความสะดวกในการวดั ค่า ดงั น้ี
1. Current Transformer ( CT )
2. ซเี ลคเตอร์ แอมป์ ( Ammeter Selector Switch )
การวดั ค่าแรงดันไฟฟ้ าในวงจรควบคุม
ในตูค้ วบคุมวงจรหากเราตอ้ งการต่อโวลตม์ ิเตอร์ เพอื่ ทาการวดั คา่ แรงดนั ไฟฟ้ า ระบบ 3
เฟสเพอื่ ประโยชน์ในการตรวจสอบความผดิ ปกติของแรงดนั ไฟฟ้ าที่จ่ายใหก้ บั โหลด เราสามารถต่อ
โวลตม์ ิเตอร์ติดต้งั ไวก้ บั ตู้ โดยมีอุปกรณ์เพ่ิมเติมจากโวลตม์ ิเตอร์เพื่อความสะดวกในการวดั คา่ ดงั น้ี
1. Potential Transformer ( PT )
2. ซเี ลคเตอร์ โวลต์ ( Voltmeter Selector Switch )