The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

3204-2109 การพัฒนาระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by watittu Thummajong, 2020-06-02 07:45:47

3204-2109 การพัฒนาระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

3204-2109 การพัฒนาระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

เอกสารประกอบการเรียน
วิชา การพัฒนาระบบพาณชิ ยอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์

(E-Commerce System Development)
รหสั วชิ า 3204-2109

สารบัญ 1
CHAPTER 1 แนะนาการพาณชิ ยอ์ ิเล็กทรอนกิ ส์ 8
CHAPTER 2 เทคโนโลยอี นิ เตอร์เน็ต (Internet Technology) 19
CHAPTER 3 การพัฒนาเวบ็ แอบพลิเคชนั (Web Application Development) 24
CHAPTER 4 แนะนาการค้าปลีกอิเลก็ ทรอนกิ ส์ (E-Retailing) 28
CHAPTER 5 การตลาดอิเล็กทรอนกิ ส์ (Electronic Marketing) 38
CHAPTER 6 B2B และ E-Government 45
CHAPTER 7 การชาระเงนิ ออนไลน์ (e-Payment) 59
CHAPTER 8 กฎหมายธรุ กจิ พาณิชย์อิเลก็ ทรอนกิ ส์ (Electronic Commerce Law)

CHAPTER 1
แนะนำการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Introduction to Electronic Commerce)

วัตถุประสงค์
1. เพื่อทราบถึงความเป็นมาของการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
2. เพื่อทราบถึงประเภทของการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

1

บทนำ การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การใช้เทคโนโลยีเป็นสื่อกลาง
สำหรับแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง อันได้แก่ ตัว
! ในปัจจุบันการแข่งขันทางธุรกิจมีมาก ธุรกิจต่างๆ จำเป็นต้อง บุคคล องค์กร หรือตัวบุคคลกับองค์กร ทั้งนี้ เพื่อช่วยสนับสนุนและ
พัฒนาและปรับปรุงกระบวนการขายและภาพลักษณ์บริษัทให้ทันสมัย อำนวยความสะดวกในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ทั้งภายในและ
อยู่ตลอดเวลา โดยการนำเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่างๆ เข้ามาใช้ใน ภายนอกองค์กร
กิจการ เพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อการดำเนินธุรกิจ  ซึ่ง
ปัจจุบันเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต  ( I n t e r n e t )  ซึ่งเป็นเครือข่าย *** ดังนั้น การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นส่วนหนึ่งของธุรกรรม
คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกันทั่วทุกมุมโลกและสามารถเข้าถึง อิเล็กทรอนิกส์
ได้รวดเร็ว ทุกเวลาส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตที่เป็นที่นิยม
และได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐบาลและเอกชน ในการนำมาใช้
พัฒนาและปรับปรุงกระบวนการขายของกิจการ คือ อีคอมเมิร์ซ
( E - C o m m e r c e )  หรือเรียกเป็นภาษาไทยว่า  “ พาณิชย์
อิเล็กทรอนิกส์”  เป็นการจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการ
พาณิชย์ โดยการขายสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ (Website)ง ซึ่งการนำ
เทคโนโลยีนี้มาใช้จะก่อให้เกิด การลดต้นทุน ลดเวลาหรือค่าใช้จ่าย
ในการเดินทาง เพิ่มช่องทางการตลาดและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ

ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (E-Business) ความเป็นมาของ E-Commerce

ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การดำเนินธุรกิจที่มีขอบเขตกว้างกว่า E-Commerce เกิดจากแนวคิดในการโอนเงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์
การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กล่าวคือ ไม่ใช่แค่เพียงการซื้อขายสินค้า (Electronic Fund Transfers : EFT)
และบริการ แต่ยังรวมถึงการบริการลูกค้า การทำงานร่วมกับบริษัทคู่ค้า
การควบคุมการดำเนินงาน การเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และการ ข้อจำกัดของ EFT คือ เหมาะสำหรับนำไปใช้ในองค์กรธุรกิจขนาด
ทำธุรกรรมอื่น ภายในองค์กรโดยใช้อินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีอื่น ใหญ่หรือสถาบันการเงินเท่านั้น
(Turban and King, 2008)

การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)

2

ต่อมามีการพัฒนารูปแบบ EFT จนกลายเป็น “ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูล Business-to-Business (B2B)
อิเล็กทรอนิกส์” (Electronic Data Interchange: EDI)
กระแสอินเตอร์เน็ตทำให้มีการปรับรูปแบบ EDI ให้เหมาะสมกับการ ! คือการค้าระหว่างผู้ค้ากับลูกค้าเช่นกัน แต่ในที่นี้ลูกค้าจะเป็นใน
ดำเนินธุรกิจบนอินเตอร์เน็ต นั่นคือ “การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” รูปแบบของผู้ประกอบการ ในที่นี้จะครอบคลุมถึงเรื่อง การขายส่ง การ
นั่นเอง ทำการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบห่วงโซ่การ
ผลิต (Supply Chain Management) เป็นต้น ซึ่งจะมีความซับซ้อนใน
คุณลักษณะสำคัญของ E-Commerce ระดับต่างๆกันไปเป็นการทำธุรกรรมระหว่างองค์กรธุรกิจ (บริษัท ผู้ผลิต
• การมีอยู่ทุกแห่งหน (Ubiquity) และตัวแทนจำหน่าย) กับองค์กรธุรกิจด้วยกันเอง เช่น การจัดซื้อ (Pur-
• สามารถเข้าถึงไปได้ทั่วโลก (Global Reach) chasing) การจัดจ้าง (Procurement) และการจัดการตัวแทนจำหน่าย
• ใช้มาตรฐานเดียวกัน (Universal Standard) (supplier Management) เป็นต้น
• ความสมบูรณ์ของข้อมูล (Richness)
• การโต้ตอบ (Interactive) เช่น www.ats.or.th, www.customs.go.th และ www.iata.org
• ความหนาแน่นของสารสนเทศ (Information Density)
• การปรับแต่ง และสร้างความเป็นส่วนตัว (Personalization/ Cus- Business-to-Consumer (B2C)

tomization) ! คือการค้าระหว่างผู้ค้าโดยตรงถึงลูกค้าซึ่งก็คือผู้บริโภค เช่น การ
ขายหนังสือ ขายวีดีโอ ขายซีดีเพลงเป็นต้น เป็นการทำธุรกรรมระหว่าง
ประเภทของ E-Commerce องค์กรธุรกิจกับผู้บริโภคทั่วไป เป็นการค้าแบบปลีก (Retail) เรียกอีก
! ในการทำการค้านั้นต้องประกอบด้วยอย่างน้อย 2 ฝ่ายก็คือผู้ซื้อ อย่างว่า E-Retailing เช่น www.amazon.com และ
และผู้ขาย ซึ่งผู้ซื้อและผู้ขายนั้น ก็มีหลายๆรูปแบบ ทำให้เราสามารถ www.ktpbook.com
จัดประเภทของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ออกเป็นประเภทหลักๆ ดังนี้
Consumer-to-Consumer (C2C)

! ในเรื่องการติดต่อระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภคนั้น มีหลายรูป
แบบและวัตถุประสงค์ เช่นเพื่อการติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร ใน
กลุ่มคนที่มีการบริโภคเหมือนกัน หรืออาจจะทำการแลกเปลี่ยนสินค้า
กันเอง ขายของมือสองเป็นต้น เป็นการทำธุรกรรมโดยตรงระหว่างผู้
บริโภคกับผู้บริโภค เช่นการขายสินค้ามือสอง การรับสมัครการ อาจใช้
วิธีการประมูล (Auction) ผ่านทางเว็บไซต์ เช่น
www.thaisecondhand.com, http://auction.sanook.com,
www.jobthai.com

3

Business to Government – B2G   2.  การติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลกับระบบคอมพิวเตอร์  และระหว่าง
ระบบคอมพิวเตอร์กับบุคคล คือการใช้งานระบบอัตโนมัติในการติดต่อ
" ผู้ประกอบการ กับ ภาครัฐ คือ  การประกอบธุรกิจระหว่างภาค" สื่อสารนั่นเอง เช่น ตู้  ATM  ระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ ระบบ  FAX
เอกชนกับภาครัฐที่ใช้กันมากก็คือเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ Back  ระบบส่งอีเมล์อัตโนมัติ เป็นต้น  ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้
กับลูกค้าเป็นสำคัญ
ที่เรียกว่า e-Government Procurement ในประเทศที่มีความก้าวหน้า
ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แล้วรัฐบาลจะทำการซื้อ/จัดจ้างผ่านระบบ 3.  การติดต่อระหว่างระบบคอมพิวเตอร์ด้วยกันเอง  เป็นรูปแบบที่มี
อิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนใหญ่เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย  เช่นการประกาศจัด ความซับซ้อนมากขึ้นในการติดต่อทางธุรกิจ  โดยการให้ระบบ
จ้างของภาครัฐในเว็บไซต์  www.mahadthai.com  การใช้งานระบบอี คอมพิวเตอร์ของทั้งสองฝ่ายทำการติดต่อสื่อสาร  แลกเปลี่ยนข้อมูล
ดีไอในพีธีการศุลกากรของกรมศุลกากร www.customs.go.th โดยอัตโนมัติ ตามข้อกำหนดที่ได้ทำการตกลงร่วมกันไว้ อาทิ  อีดี
ไอ ระบบการจัดการห่วงโซ่การผลิต เป็นต้น
Government to Consumer -G2C 
ที่มา :
" ภาครัฐ กับ ประชาชนในที่นี้คงไม่ใช่วัตถุประสงค์เพื่อการค้า  แต่ http://www.jobpub.com/articles/showarticle.asp?id=2158
จะเป็นเรื่องการบริการของภาครัฐผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปัจจุบันใน
ประเทศไทยเองก็มีให้บริการแล้วหลายหน่วยงาน  เช่นการคำนวณและ แรงผลักดันให้มีการพัฒนา E-Commerce
เสียภาษีผ่านอินเทอร์เน็ต ,  การให้บริการข้อมูลประชาชนผ่าน
อินเทอร์เน็ต เป็นต้น  เช่นข้อมูลการติดต่อการทำทะเบียนต่างๆของ แรงผลักดันให้มีการพัฒนา E-Commerce
กระทรวงมหาดไทย  ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบว่าต้องใช้หลัก
ฐานอะไรบ้างในการทำเรื่องนั้นๆและสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม 1. การปฏิวัติสู่ยุคดิจิตอล
บางอย่างจากบนเว็บไซต์ได้ด้วย
• เศรษฐกิจแบบดิจิตอล
! จากการที่แบ่งประเภทของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ออกเป็น
ประเภทตามข้างบนนั้น  ดังนั้นทำให้สามารถจัดประเภทของช่อง " " หมายถึง การทำเศรษฐกิจที่มีพื้นฐานจากการนำเทคโนโลยี
ทางการติดต่อสื่อสารระหว่างสองฝ่าย ออกได้เป็น 3 ช่องทางคือ ดิจิตอลมาใช้งานทำให้องค์กรและประชาชนทั่วไปสามารถติดต่อ
สื่อสาร ประสานงาน และค้นหาข้อมูลเพื่อการเนินงานทางธุรกิจได้
1.  การติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล ในที่นี้บุคคลจะหมายถึงทั้งองค์กร สะดวกขึ้น
บริษัท  และตัวบุคคล  การติดต่อนั้นทำผ่านได้ทั้ง รูปแบบของโทรศัพท์
โทรสาร และอีเมล์ 2. สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ

4

หมายถึง ปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กร ซึ่งแบ่ง แบบจำลองทางธุรกิจของ E-Commerce
ออกเป็น 3 ประการ แบบจำลองทางธุรกิจ (Business Model) หมายถึง

2.1 แรงผลักดันทางการตลาดและสภาพเศรษฐกิจ • วิธีการดำเนินธุรกิจที่ช่วยสร้างรายได้
• อันจะทำให้บริษัทสามารถดำรงอยู่ต่อไปได้
" เช่น ความรุนแรงของการแข่งขันในตลาด การรวมกลุ่มทางการ • ยังรวมถึงกิจกรรมที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ
ค้า อำนาจต่อรองของลูกค้า
ด้วย
2.2 แรงผลักดันทางสังคม *** แบบจำลองธุรกิจเป็นส่วนหนึ่งใน “แผนธุรกิจ”
แผนธุรกิจ : เป็นคู่มือที่อธิบายการดำเนิงานของบริษัทในด้านต่างๆ
" เช่น กฎหมายหรือนโยบายของรัฐที่ส่งผลต่อธุรกิจ ความรับผิด เช่น เป้าหมายขององค์กร สินค้าที่จำหน่าย กลุ่มลูกค้า จุดอ่อน จุดแข็ง
ชอบต่อสังคม จรรยาบรรณทางธุรกิจ ตลอดจนเสถียรภาพทางการเมือง โอกาส และ อุปสรรค เป็นต้น
ของประเทศนั้น แบบจำลองทางธุรกิจของ E-Commerce
1. การตลาดขายตรงออนไลน์
2.3 แรงผลักดันทางเทคโนโลยี 2. การประมูลออนไลน์
3. ระบบการยื่นประมูลอิเล็กทรอนิกส์
" เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ 4. การตลาดออนไลน์โดยใช้ตัวแทนเพื่อโฆษณาสินค้า
เทคโนโลยีที่มีอยู่ล้าสมัยเร็วกว่าายุการใช้งานจริง ปริมาณสารสนเทศ 5. การรวมกลุ่มกันซื้อ
ที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนการผลิตด้านค่าแรงงานที่เพิ่มขึ้น 6. การสั่งทำสินค้าและบริการ
7. การสมัครสมาชิก
8. การกำหนดราคาที่ต้องการด้วยตนเอง

5

9. บล็อกและชุมชนเพื่อการติดต่อสื่อสาร • มีส่วนร่วมในการเจรจาต่อรอง หรือประมูลซื้อขายสินค้า

ข้อดีของการพัฒนา E-Commerce รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าได้ตลอดเวลาผ่าน e-mail หรือการชม
1. ด้านองค์กรธุรกิจ (ผู้ประกอบการ) เว็บไซต์"

• เพิ่มช่องทางการขาย เข้าถึงลูกค้าได้ทุกมุมโลก 3. ด้านสังคม
• ประหยัดต้นทุนในการดำเนินงาน เช่น การจ้างพนักงาน เช่าสถาน
• ประชาชนสามารรับรู้ข่าวสารผ่านทางเทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอด
ที่ และพ่อค้าคนกลาง เวลาทำให้เกิดการเรียนรู้ และสร้างทักษะความชำนาญได้มากขึ้น
• เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้โดยตรงและมีประสิทธิภาพ
• จัดการสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่จำเป็นต้องเก็บ • สนับสนุนการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจโดยรวม ทำให้มีการเจริญ
เติบโต มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป
สินค้าไว้ในคลังมากนัก
• องค์กรขนาดเล็กสามารถดำเนินธุรกิจแข่งขันกับองค์กรขนาดใหญ่ • ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณะต่างๆได้อย่างรวดเร็ว
มากยิ่งขึ้น เช่น ด้านการศึกษา สุขภาพ และบริการของภาครัฐ
ได้ ต่างๆ
• บริการหลังการขายสะดวก ผ่านเครื่องมือ เช่น web board ห้อง
ข้อเสียของการพัฒนา E-Commerce
สนทนา หรือ อีเมล์
2. ด้านผู้บริโภค 1. มาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และระดับความน่าเชื่อถือต่อ
E-Commerce ยังไม่มีความแนนอน
• สั่งซื้อสินค้าได้จากทุกที่ ทุกเวลา
• ซื้อสินค้าได้ในราคารต่ำกว่า เนื่องจากผู้ประกอบการมีต้นทุนการ 2. ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้า เนื่องจากไม่
สามารถเห็น หรือจับต้องได้
ดำเนินงานลดลง
• สามารถเปรียบเทียบสินค้าจากเว็บไซต์ต่างๆได้ 3. E-Commerce ยังเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่บางองค์กรอาจยังลังเล และ
• ประหยัดเวลาในการเดินทางไปเลือกซื้อสินค้า ไม่กล้านำมาใช้งาน

4. การประยุกต์ใช้ E-Commerce ร่วมกับแอปพลิเคชัน และ ฐานข้อมูล
มีความซับซ้อน ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนา

5. ต้นทุนในการสร้างและพัฒนาเว็บไซต์ค่อนข้างสูง

6

คำถามท้ายบท
1. จงอธิบายความแตกต่างระหว่างธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (E-

Business)กับการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)
2. จงบอกประเภทการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) พร้อมทั้ง

อธิบาย
3. จงอธิบายแบบจำลอง การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)
4. จงบอกข้อดีและข้อเสียของการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)

7

CHAPTER 2

เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต (Internet Technology)

วัตถุประสงค์
1.! สามารถอธิบายคำศัพท์ในเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตได้
2.! สามารถอธิบายบริการพื้นฐานบนอินเตอร์เน็ตได้

8

อินเตอร์เน็ต (INTERNET) อินเตอร์เน็ตมากมาย ระบบจึงเติบโตขึ้นโดยไม่มีขีดจำกัด จนกระทั่ง
ปัจจุบันนี้เริ่มเกิดปัญหาช่องทางการสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ตติดขัดบ้าง
" อินเตอร์เน็ตคือตัวอย่างหนึ่งของทางด่วนสารสนเทศที่เกิดขึ้นใน แล้ว เช่น จดหมายอินเตอร์เน็ตที่เคยส่งได้ทันที ก็ต้องรอเป็นชั่วโมง
ปัจจุบัน และเป็นทางด่วนที่ได้รับความนิยมสูงสุด เนื่องจากเป็นที่ เพราะไม่มีช่องทางการสื่อสารเพียงพอ เป็นต้น
ยอมรับกันโดยทั่วไปถึงศักยภาพในการเติบโตเป็นชุมชนขนาดใหญ่
ของอินเตอร์เน็ต โดยปัจจุบันนี้อินเตอร์เน็ตมีการเชื่อมต่อระบบ ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต ในเอเซีย ปี 2555
คอมพิวเตอร์นับล้านระบบและมีผู้ใช้หลายสิบล้านคน ซึ่งเทียบ
ประชากรอินเตอร์เน็ตในปัจจุบันได้กับประชากรของประเทศไทยทั้ง
ประเทศ และที่สำคัญก็คือรายได้เฉลี่ยของประชากรอินเตอร์เน็ต จะสูง
กว่ารายได้เฉลี่ยของประชากรประเทศใด ๆ ในโลก

อินเตอร์เน็ตเป็นเครือข่ายซึ่งเป็นที่รวมของเครือข่ายย่อย ๆ หรือกล่าว
ได้ว่าเป็น เครือข่ายของเครือข่าย (Network of Network)  ซึ่งสื่อสาร
กันได้โดยใช้โปรโตคอลแบบทีซีพี/ไอพี ( T C P / I P )  ซึ่งทำให้
คอมพิวเตอร์ต่างชนิดกันเมื่อนำมาใช้ในเครือข่ายแล้วสามารถแลก
เปลี่ยนข้อมูลกันได้

อินเตอร์เน็ตเริ่มใช้งานในปีค.ศ.1969  ภายใต้ชื่อเรียกว่า  อาร์พา ที่มา http://www.it24hrs.com/2012/internet-use-in-asia-up-14-in-2012/
เน็ต  (ARPANET  หรือ  Advanced Research Projects Agency
Network)  ซึ่งเป็นเครือข่ายทดลองตั้งขึ้นเชื่อมระหว่างศูนย์ปฏิบัติการ
วิจัยของทหาร ในสังกัดกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกา (Depart-
ment of Defense  หรือ  DOD)  กับศูนย์ปฏิบัติการวิจัยของ
มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ระบบอาร์พาเน็ตเป็นเครือข่ายที่ประสบความ
สำเร็จอย่างมาก ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากมหาวิทยาลัย
วิทยาลัย หน่วยงานของรัฐและเอกชนต่าง ๆ มากมาย สิ่งที่น่าสนใจของ
ระบบอินเตอร์เน็ตคือการถูกออกแบบมาให้ไม่ต้องมีศูนย์กลางของการ
ติดต่อ ซึ่งการไม่มีศูนย์กลางควบคุมนี้ ทำให้มีผู้เข้ามาร่วมใช้

9

ประเภทของแอพพลิเคชั่นการสื่อสารที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด สำหรับผู้ที่ การประยุกต์ใช้งานอินเตอร์เน็ต
ใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือ ในปี 2556
อินทราเน็ต (Intranet)
ที่มา http://blog.eduzones.com/rangsit/112829
! เป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายลักษณะเดียวกับระบบอินเตอร์เน็ตแต่
ต่างกันที่อินทราเน็ตเป็นระบบปิดจำกัดขอบเขตกลุ่มผู้ใช้งาน ที่ได้รับ
อนุญาตเท่านั้น ไฟว์วอลล์ (Firewell) จะคอยทำหน้าที่ตรวจสอบและ
ป้องกันผู้ไม่พึงประสงค์ให้เข้ามาภายในระบบได้

ประโยชน์ของอินทราเน็ต

1. ประโยชน์ของการนำอินทราเน็ตมาใช้ในองค์กรต่าง ๆ คือ

2.  ลดต้นทุนในการบริหารข่าวสารข้อมูล เนื่องจากการจัดเก็บข่าวสาร
ต่าง ๆ ภายในองค์กร สามารถจัดเก็บอยู่ในรูปอิเล็กทรอนิกส์อย่าง
ง่ายดาย ด้วยการใช้ภาษา และใช้บราวเซอร์ในการอ่านเอกสาร ทำให้
ลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการจัดพิมพ์เอกสารกระดาษ

3.  ช่วยให้ได้รับข่าวสารที่ใหม่ล่าสุดเสมอ เนื่องจากการจัดเก็บข่าวสาร
แบบอิเล็กทรอนิกส์ไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยากเหมือนการพิมพ์ลงกระดาษ
และไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทำให้บุคลากรในองค์กรสามารถรับ
ข่าวสารใหม่ล่าสุดได้เสมอ

4. ช่วยในการติดต่อสื่อสารกันได้อย่างฉับไว ไม่ว่าบุคลากรจะอยู่ห่าง
กันคนละชั้น คนละตึก หรือคนละจังหวัด ด้วยการใช้เทคโนโลยี
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีการคุยติดต่อผ่านแป้นพิมพ์ หรือแม้
กระทั่งเทคโนโลยีประชุมทางไกล เป็นการช่วยลดการสูญเสียเวลาของ
บุคลากร ตลอดจนช่วยให้ทีมงานมีการประสานงานกันดีขึ้น

10

5.  เสียค่าใช้จ่ายต่ำ การติดตั้งอินทราเน็ตจะเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการ ของผู้จัดจำหน่ายหรือของลูกค้า เป็นต้น โดยการเชื่อมต่อเครือข่ายอาจ
ติดตั้ง ซอฟต์แวร์การทำงานแบบกลุ่ม (Workgroup software)  ทั่วไป เป็นได้ทั้ง การเชื่อมต่อโดยตรง (Direct Link)  ระหว่าง  2  จุด หรือการ
มาก  เนื่อจากการใช้เทคโนโลยีแบบเปิดของอินเตอร์เน็ต ทำให้ เชื่อมต่อแบบเครือข่ายเสมือน ( V i r t u a l N e t-
สามารถใช้ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ในอินเตอร์เน็ตซึ่งมีราคาไม่สูงนัก หรือใน work)  ระหว่างระบบเครือข่ายอินทราเน็ต จำนวนหลาย ๆ เครือข่าย
งานบางส่วนอาจไม่เสียค่าใช้จ่ายเลย เนื่องจากมีแชร์แวร์และฟรีแวร์อยู่ ผ่านอินเตอร์เน็ตก็ได้ อาศัยกลไกการทำงานของ TCP/IP ผ่านเครือ
มากมายในอินเตอร์เน็ต นอกจากนี้ หากองค์กรมีระบบเครือขาย ข่ายอินเตอร์เน็ต เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งภายในและภายนอกองค์กร
ภายในอยู่แล้ว การติดตั้งระบบอินทราเน็ตเพิ่มเติมจะเสียค่าใช้จ่ายต่ำ
มาก เนื่องจากสามารถใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วได้ทันทีตาม " ระบบเครือข่ายแบบเอ็กซ์ทราเน็ต  โดยปกติแล้วจะอนุญาตให้ใช้
คุณสมบัติ การใช้งานข้ามระบบ (cross  plat from)  ที่แตกต่างกันได้ งานเฉพาะสมาชิกขององค์กรหรือผู้ที่ได้รับสิทธิในการใช้งานเท่านั้น
ของอินเตอร์เน็ต โดยผู้ใช้จากภายนอกที่เชื่อมต่อเข้ามาผ่านเครือข่ายเอ็กซ์ทราเน็ตอาจ
ถูกแบ่งเป็นประเภท ๆ เช่น ผู้ดูแลระบบ สมาชิก คู่ค้า หรือผู้สนใจทั่ว ๆ
6.  เป็นระบบที่ใช้เทคโนโลยีเปิด ทำให้องค์กรไม่ผูกติดอยู่กับผู้ค้าราย ไป เป็นต้น ซึ่งผู้ใช้แต่ละกลุ่มจะได้รับสิทธิในการเข้าใช้งานเครือข่ายที่
ใดรายหนึ่ง จึงช่วยลดความเสี่ยงต่าง ๆ เช่น ผู้ค้าเลิกกิจการ ผู้ค้าเลิก แตกต่างกันไป
การผลิตและสนับสนุน หรือผู้ค้าขึ้นราคา เป็นต้น รวมทั้งช่วยให้
สามารถหาซอฟต์แวร์ใหม่ ที่จะมาช่วยในการทำงานได้อย่างรวดเร็ว " เครือข่ายเอ็กซ์ทราเน็ตเป็นเทคโนโลยีเครือข่ายที่กำลังได้รับ
โดยไม่ต้องพึ่งอยู่กับผู้ผลิตเพียงรายเดียว ความสนใจอย่างมาก เนื่องจากแนวโน้มการใช้งานเครือข่าย
อินเตอร์เน็ตที่เริ่มมีการนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์มากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น การ
7 .  เตรียมความพร้อมขององค์กรที่จะเชื่อมเข้าสู่อินเตอร์เน็ตได้ทันที เปิดร้านค้าบนอินเตอร์เน็ต หรือการเปิดบริการข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ
รวมทั้งเป็นการเตรียมความรู้ของบุคลากรเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ตด้วย เป็นต้น ซึ่งบริการเหล่านี้จะต้องมีการเชื่อมต่อกับบุคคลและเครือข่าย
ภายนอกองค์กรจำนวนมาก จึงต้องมีระบบการจัดการการเชื่อมต่อ
เอ็กซ์ทราเน็ต (Extranet) เครือข่ายภายนอกที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่ดี

" หรือเครือข่ายภายนอกองค์กร เป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายที่เกิด โปรโตคอล (Protocol)
จากการผนวกรวมเครือข่ายอินทราเน็ตตั้งแต่ 2 วงขึ้นไปเข้า ก็คือระบบ
เครือข่ายซึ่งเชื่อมเครือข่ายภายในองค์กร (INTERNET)  เข้ากับระบบ ! หมายถึง ระเบียบวิธีการหรือมาตรฐานที่กำหนดขึ้นเพื่อให้การ
คอมพิวเตอร์ที่อยู่ภายนอกองค์กร เช่น ระบบคอมพิวเตอร์ของสาขา ติดต่อสื่อสารและการรับ-ส่งข้อมูลเป็นไปอย่างถูกต้อง มีการกำหนด

11

มาตรฐานโปรโตคอลเพื่อลดปัญหาการติดต่อสื่อสารที่เกิดจากการเข้า แบบจำลอง TCP/IP เปรียบเทียบกับระดับชั้นของ OSI

กันไม่ได้ของระบบ อันเนื่องมาจากต่างผลิตภัณฑ์กัน ทำให้บริษัทผู้ผลิต
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ใช้บรรทัดฐานเดียวกัน คือ มาตรฐาน OSI (Open
System Interconnection) หน่วยงานที่กำหนดมาตรฐานสากลนี้ คือ
ISO (International Standard Organization: ISO)

โปรโตคอล TCP/IP IP Address (Internet Protocol Address)
! หมายเลขประจำตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ละเครื่องจะมีหมายเลข
เป็นกลุ่มของโปรโตคอลที่ประกอบกันเพื่อให้สามารถทำงานบนระบบ ไม่ซ้ำกัน หมายเลข IP หนึ่งชุด มีขนาด 32 บิต และ แบ่งตัวเลขออกเป็น
เครือข่ายได้ ได้แก่ 4 ส่วน คั่นด้วยจุด (.) เช่น 192.168.1.1

• Internet Protocol (IP) DNS (Domain Name System)
• Address Resolution Protocol (ARP) ! DNS คือ ระบบชื่อโดเมน เรียกแทนหมายเลข IP เนื่องจากการ
• Transport Control Protocol (TCP) จดจำชื่อ ทำได้ง่ายกว่าการจำหมายเลข
• Simple Mail Transfer Protocol (SMTP) ชื่อเครื่องผู้ให้บริการ . ชื่อเครือข่ายท้องถิ่น . [ชื่อโดเมนระดับรอง] . ชื่อ
โดเมนระดับบนสุด
สามารถส่งผ่านข้อมูลต่างระบบปฏิบัติการได้ ช่วยค้นหาเส้นทางเพื่อส่ง
ข้อมูลได้เองโดยอัตโนมัติ หากในระหว่างทางเกิดข้อขัดข้องบนเส้น
ทางส่งผ่านข้อมูล โปรโตคอลนี้สามารถค้นหาเส้นทางอื่นที่สามารถส่ง
ผ่านข้อมูลไปจนถึงปลายทางแทนได้

12

1. ชื่อโดเมนระดับบนสุด 2. ชื่อโดเมนระดับรอง แสดงประเภทขององค์กรในประเทศนั้น เช่น
ของประเทศไทย ดังตาราง
1.1 ชื่อโดเมนขององค์กร (ในประเทศสหรัฐอเมริกา) แสดงว่าเว็บไซต์
นั้นเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใด

ชื่อโดเมน ความหมาย ชื่อโดเมน ความหมาย
com กลุ่มองค์กรเอกชน ac
edu กลุ่มสถาบันการศึกษา co กลุ่มสถาบันการศึกษา
gov กลุ่มองค์กรของรัฐทั่วไป go กลุ่มองค์กรทางการค้า
mil กลุ่มองค์กรทางทหาร or
net กลุ่มองค์กรบริหารเครือข่าย หน่วยงานราชการ
mi กลุ่มองค์กรอื่นๆ เช่น
org กลุ่มองค์กรไม่แสวงหากำไร
รัฐวิสาหกิจ
หน่วยงานทางทหาร

1.2 ชื่อโดเมนรหัสประเทศ (ยกเว้นสหรัฐอเมริกาที่ไม่มีชื่อย่อ) แสดงว่า 3. ชื่อเครือข่ายท้องถิ่น
เว็บไซต์นั้นจดทะเบียนทำการในประเทศใด เป็นชื่อเครือข่ายของผู้ให้บริการ ตั้งเป็นชื่อใดก็ได้ เช่น ชื่อบริษัท

ชื่อโดเมน ความหมาย 4. ชื่อเครื่องผู้ให้บริการ
uk ประเทศอังกฤษ หากนำมาใช้บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตมักใช้ชื่อว่า “WWW”
ca ประเทศแคนนาดา
fr ประเทศฝรั่งเศส
jp ประเทศญี่ปุ่น
th
ประเทศไทย

13

บริการพื้นฐานบนอินเตอร์เน็ต SP (Internet Service Provider)
คือผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต
เช่น A-Net Internet, Apricot, Asia Net, C.S. Internet,
Samart Cyber Service, 3BB, TT&T, TOT, AIS, True Online

E-mail เทคโนโลยีด้านเวิลด์ไวด์เว็บ WWW
ค้นหาข้อมูล - Search Engine เช่น Google, Bing, Yahoo, Ask,
Wikipedia, Answers ! การทำงานของบริการ WWW นี้จะมีลักษณะเช่นเดียวกันกับ
โอนย้ายไฟล์ข้อมูล เช่น FTP, Filezilla, SmartFTP บริการอื่นๆ ของอินเทอร์เน็ต คือ อยู่ในรูปแบบไคลเอ็นต์-เซิร์ฟเวอร์
(client - server) โดยมีโปรแกรมเว็บไคลเอ็นต์ (web client) ทำหน้าที่
Instant Messaging เช่น MSN, Line, Viber, Skype, Tango, Voxer, เป็นผู้ร้องขอบริการ และมีโปรแกรมเว็บเซิร์ฟเวอร์ (web server) ทำ
ChatON หน้าที่เป็นผู้ให้บริการ โปรแกรมเว็บไคลเอ็นต์ก็คือโปรแกรมเว็บ
ห้องสนทนา (Chat Room) บราวเซอร์ (web browser) นั่นเอง " สำ ห รั บ โ ป ร แ ก ร ม เ ว็ บ

โทรศัพท์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต : VoIP (Voice over IP)
Newsgroup / Web board

14

เซิร์ฟเวอร์นั้นจะถูกติดตั้งไว้ในเครื่องของผู้ให้บริการเว็บไซต์ การิดต่อ URL (Uniform Resource Locator)
ระหว่างโปรแกรมเว็บบราวเซอร์กับโปรแกรมเว็บเซิร์ฟเวอร์จะกระทำ
ผ่านโปรโตคอล HTTP (Hypertext Transfer Protocol) เป็นบริการที่ ! คือตำแหน่งอ้างอิงเว็บเพจในระบบอินเทอร์เน็ต เป็นรูปแบบการ
ใช้เผยแพร่ข้อมูลผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยใช้โปรโตคอล ระบุที่อยู่ของเว็บไซต์ เช่น http://www.pantip.com ซึ่งชื่อ URL นี้
HTTP ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างฝั่งเซิร์ฟเวอร์ และฝั่งไคลเอนต์ จะกำหนดไว้ในช่อง URL Address ของโปรแกรมเว็บบราวเซอร์
มีการแสดงผลแบบ “ไฮเปอร์เท็กซ์” และ “ไฮเปอร์มีเดีย”
Web Browser
Web Page
! โปรแกรมที่ฝั่งไคลเอนต์ใช้สำหรับเยี่ยมชม และโต้ตอบกับ
! เว็บเพจ คือ เอกสารที่ใช้ในการเผยแพร่ข้อมูล ซึ่งประกอบด้วย เว็บเพจที่ส่งมาจากเว็บเซิร์ฟเวอร์ โดยเว็บบราวเซอร์จะแปลภาษา
ข้อมูลแบบสื่อประสม เช่น ข้อความ,ภาพ,ภาพเคลื่อนไหว,เสียง เป็นต้น H T M L ที่ใช้สำหรับสร้างเว็บเพจแล้วนำมาแสดงผลลัพธ์เป็นหน้า
โดยการนำเสนอผ่านทางระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีความแตก เว็บเพจที่มีความสวยงาม
ต่างกันไปตามวัตถุประสงค์การใช้งาน
Web Server
Web Site
! คือ เครื่องผู้ใช้บริการเว็บไซต์บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ไปยัง
! คือ กลุ่มของเว็บเพจหลาย ๆ หน้า โดยมีโฮมเพจเป็นเว็บเพจหน้า เครื่องไคลเอนต์ตามที่เครื่องไคลเอนต์ร้องขอ อาจติดตั้งโปรแกรม
แรก  ที่มีความสวยงาม เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เข้าชมเว็บไซต์ และ สำหรับบริการอื่นๆ เสริม ได้แก่ ฐานข้อมูล เช่น Microsoft Access,
เว็บไซต์หมายถึง แหล่งข่าวสาร  ข้อมูลของบุคคล  องค์กร  หรือหน่วย SQL Server, Oracle ภาษาสำหรับประมวลผล เช่น HTML, PHP,
งานต่างๆ บนระบบอินเทอร์เน็ต ASP เป็นต้น

Home Page Content identifier  

! คือ  เว็บเพจหน้าแรกของเว็บไซต์ จะมีความสวยงามเป็นพิเศษ " คือ ส่วนที่แจ้งให้เบราว์เซอร์ทราบว่าต้องจัดการข้อมูลที่พบ
เพื่อดึงดูดความสนใจ ของผู้เข้าชมเว็บไซต์  และมีจุด  เชื่อมโยงไปยัง อย่างไร สำหรับบริการ WWW จะใช้ โปรโตรคอลมาตรฐานชื่อ HTTP
เว็บเพจหน้าต่าง ๆ (HyperText Transfer Protocol) ส่วน FTP เป็นอีกโปรโตคอลเกี่ยว
กับ การโอนย้ายไฟล์ข้อมูล

15

Host name โปรแกรมบราวเซอร์ (Browser)

! คือ ส่วนที่ระบุชื่อเว็บไซต์ ส่วนใหญ่มักถูกเรียกว่าโดเมนเนม ในระยะเริ่มต้นนั้นโปรแกรมบราวเซอร์ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ดู
แต่ละเว็บไซต์จะมีโดเมนเนมไม่ซ้ำกัน  ส่วนระบุตำแหน่ง  คือ ระบุที่เก็บ เอกสารของเครือข่ายเวิลด์ไวด์เว็บเป็นหลัก จึงทำให้ผู้ใช้จำนวนมาก
เว็บไซต์ในเครื่อง เข้าใจว่าโปรแกรมบราวเซอร์กับโปรแกรมเรียกใช้บริการของเว็บเป็น
สิ่งเดียวกัน แต่ในปัจจุบันโปรแกรมบราวเซอร์ได้ขยายขีดความ
หลักการทำงานของเว็บบราวเซอร์และเว็บเซิร์ฟเวอร์ สามารถมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสามารถใช้เรียกบริการต่าง ๆ บน
อินเตอร์เน็ตได้แทบทุกชนิด โดยการระบุชื่อโปรโตคอลของบริการต่าง
เว็บเซิร์ฟเวอร์ (Web Server)  ๆ นำหน้าตำแหน่งที่อยู่ (Address  หรือชื่อโดเมนของเครื่องบวกกับชื่อ
ไฟล์บริการของบริการ) ที่ต้องการ เช่น
" คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องบริการเว็บเพจแก่ผู้
ร้องขอด้วยโปรแกรมประเภทเว็บบราวเซอร์ (Web Browser) ที่ร้องขอ  
ข้อมูลผ่านโปรโตคอลเฮชทีทีพี (HTTP = Hyper Text Transfer Pro-
tocol) เครื่องบริการจะส่งข้อมูลให้ผู้ร้องขอในรูปของข้อความ ภาพ http://www.netscape.com
โปรโตคอล http ที่อยู่คือเครื่อง www ณ netscape.com

เสียง หรือสื่อผสม เครื่องบริการเว็บเพจมักเปิดบริการพอร์ท 80 (HTTP โปรโตคอลhttp ที่อยู่คือเครื่อง www ณ cnn.com แฟ้ม welcome.htm

Port) ให้ผู้ร้องขอได้เชื่อมต่อและนำข้อมูลไปใช้ เช่น โปรแกรมอินเทอร์ http://www.cnn.com/ โปรโตคอลgopher ที่อยู่คือเครื่อง gopher ณ tc.cum.edu

เน็ตเอ็กโพเลอร์ (Internet Explorer) หรือฟายฟร็อก (FireFox Web
Browser) การเชื่อมต่อเริ่มด้วยการระบุที่อยู่เว็บเพจที่ร้องขอ (Web Ad- welcome.htm gopher:// โปรโตคอลftp ที่อยู่คือเครื่อง ftp ณ nectec.or.th และราก /pub/pc
dress หรือ URL = Uniform Resource Locator) เช่น gopher.tc.umn.edu

http://www.google.com หรือ http://www.thaiall.com เป็นต้น ftp://ftp.nectec.or.th/pub/pc
โปรโตคอลfile ที่อยู่คือฮาร์ดดิสก์ c:\WINDOWS แฟ้ม Modem.txt
โปรแกรมที่นิยมใช้เป็นเครื่องบริการเว็บ คือ อาปาเช่ (Apache Web
Server) หรือไมโครซอฟท์ไอไอเอส (Microsoft IIS = Internet Infor- file://C:/WINDOWS/
mation Server) ส่วนบริการที่นิยมติดตั้งเพิ่ม เพื่อเสริมความสามารถ
ของเครื่องบริการ เช่น ตัวแปลภาษาสคริปต์ ระบบฐานข้อมูล ระบบ Modem.txt    
จัดการผู้ใช้ และระบบจัดการเนื้อหา เป็นต้น
             ข้อความก่อนหน้าเครื่องหมาย :// จะเป็นชนิดของโปรโตคอล
และข้อความด้านหลังจะเป็นทีอยู่ของบริการนั้น ๆ  (หากไม่ได้ระบุชื่อ
แฟ้มไว้ด้านหลังชื่อเครื่องโดยใช้ / คั่น จะเป็นการใช้ชื่อแฟ้ม เริ่มต้น
โดยปริยาย (default)  ของเครื่องนั้น) การระบุโปรโตคอลพร้อมที่อยู่
เช่นนี้เรียกว่า URL (Uniform Resource Locator) ซึ่งความหมายก็คือ
การใช้รูปแบบเดียวในการหาทรัพยากรต่าง ๆ นั้นเอง นอกจากนี้ ใน
ตัวอย่างสุดท้ายจะเห็นได้ว่าโปรแกรมบราวเซอร์สามารถใช้ในการเปิด
แ ฟ้ ม ที่ อ ยู่ ใ น ฮ า ร์ ด ดิ ส ก์ ข อ ง ผู้ ใ ช้ ไ ด้ เ ส มื อ น กั บ เ ป็ น ริ ก า ร ห นึ่ ง ใ น
อินเตอร์เน็ต นั่นคือโปรแกรมบราวเซอร์มีแนวโน้มที่ชัดเจนว่ากำลัง
พยายามทำตัวเป็น เปลือก (shell)  ที่ครอบอยู่เหนือระบบปฏิบัติการอีก

16
































































Click to View FlipBook Version