Transaction Broker • อนุญาตให้ผู้ถือบัตร ATM สร้างเลขบัญชี เสมือนเพื่อทำธุรกรรม
พาณิชย์อีเล็กทรอนิกส์ได้
• ปัจจุบันมี Visa Electron ที่อำนวยความสะดวก ในการชำระเงินผ่าน
ระบบ e-Commerce ได้ทั่วโลก
• CVV2 หลังบัตรเครดิต กรอกลงไปในเว็บไซต์
• บัตร VISA Electron
• บัตร MasterCard Electronic
e-Commerce Payment Verified by VISA
แนวทางการแก้ไขปัญหาการชำระเงินออนไลน์ในปัจจุบัน • เป็นระบบชำระเงินชนิดใหม่ที่คิดค้นโดย VISA เพื่อลดความเสี่ยงจาก
การทำธุรกรรมทางการเงินบนอินเตอร์เนต
ความพยายามของธนาคาร
• การตรวจสอบที่อยู่ที่แท้จริง (AVS)
• การพัฒนาระบบการชำระเงิน ePay โดยใช้บัตรสมาร์ทการ์ดทำ
ธุรกรรมผ่านเครือข่ายอินเตอร์เนตของ บริษัท PCC เป็นธุรกรรมคล้าย
ATM pool ที่สนับสนุนการโอนเงินระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายต่างธนาคารได้
แต่ด้านผู้ขายหรือร้านค้าจะต้องลงทุนในเครื่องอ่านบัตรสมาร์ทการ์ด
53
• ผู้ถือบัตรเครดิตจะต้องทำการขอรหัสลับจากธนาคารผู้ออกบัตรก่อนชำระ ระบบโอนเงิน EDI (Financial EDI ; FEDI)
ค่าสินค้าในเว็บไซต์ที่มี Verified by VISA เมื่อถึงขั้นตอนการชำระเงินจะ
มีหน้าจอให้กรอกข้อมูลรหัสลับในหน้าดังกล่าว ผู้ซื้อจะปลอดภัยจากการ • เป็นมาตรฐานรูปแบบข้อมูลทางการค้าที่ได้รับความนิยมมาก เช่น การส่ง
ที่ร้านค้านี้ได้รับการระบุตัวตนที่แท้จริง และมั่นใจได้ว่าจะไม่ถูกนำข้อมูล ใบเสนอราคา คำสั่งซื้อหรือใบส่งของ เอกสารนำเข้าสินค้า ส่งออกสินค้า
ไปใช้ในทางมิชอบ ซึ่งมักทำกันในองค์กรขนาดใหญ่ เช่น กรมศุลกากร แต่ต้องมีการพัฒนา
องค์กรกลางในการเชื่อมต่อเครือข่ายที่เรียกว่า VAN (Value Added
• ร้านค้าก็มั่นใจเพราะมีการยืนยันตัวผู้ซื้อชัดเจน เพราะหากเกิดการปฏิเสธ Network) ซึ่งภายใต้ข้อตกลงของกลุ่มประเทศ APEC จะต้องพัฒนา
การชำระเงิน ธนาคารที่ออกบัตร Visa จะเป็นผู้รับผิดชอบการชำระเงินนั้น EDI ให้เสร็จสิ้นภายใน 2548 – 2553
• ด้วยระบบการชำระเงินที่ดี จะทำให้การซื้อขายสินค้าบนระบบพาณิชย์อี • การชำระเงิน EDI เป็นระบบปิด เป็นเครือข่ายเฉพาะองค์กร (VPN) โดย
เล็กทรอนิกส์เป็นไปได้ นับเป็นการเปิดโอกาสแก่ผู้ประกอบการไทยที่จะ ผู้ให้บริการ (Service Provider) บริการเชื่อมต่อระบบชำระเงิน (Pay-
ใช้ช่องทางนี้พัฒนาการค้าต่างประเทศได้มากขึ้นด้วย ment Gateway) จึงมีความปลอดภัยสูงกว่าอินเตอร์เนต เพราะใช้ระบบ
PKI (Public Key Infrastructure) ซึ่งเป็นเทคนิคทาง Cryptographic
ธนาคารอินเตอร์เนต (Internet Banking) ทั้งนี้ผู้โอนเงินและผู้รับโอนจะต้องมี CA รับรองทั้งคู่ก่อน ผู้ให้บริการจึง
จะสามารถสร้างรหัสกุญแจลับให้ได้ จากนั้นจึงจะดำเนินการส่งข้อความ
• เป็นการเพิ่มความสะดวกในการชำระเงินแก่ลูกค้าผ่านเครือข่ายอินเตอร์ ข่าวสารในการโอนเงินผ่านเครือข่ายส่วนบุคคลด้วยระบบ e-Mail
เนตและไม่ต้องใช่สมุดคู่ฝาก เช่น การดูยอดเงินในบัญชี การโอน ธรรมดา (Simple Mail Transfer Protocol ; SMTP)
ระหว่างบัญชีออมทรัพย์กับกระแสรายวัน การชำระค่าสาธารณูปโภคผ่าน
เครือข่ายอินเตอร์เนตด้วยระบบหักบัญชีด้วยตนเอง Cryptography Technology
ระบบหักบัญชีอัตโนมัติ (Direct Debit/Direct Credit) " ระบบรหัสกุญแจลับ เป็นระบบการเข้ารหัส / ถอดรหัส (Encryption
/ Decryption) หรือเทคโนโลยี Cryptography ที่สร้างความเป็นส่วนตัว
• ระบบ Direct Debit คือระบบที่เจ้าของบัญชีจะอนุญาตให้ธนาคารหักเงิน และความปลอดภัยในการใช้เครือข่ายอินเตอร์เนต โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน
ออกจากบัญชีเพื่อชำระค่าบริการตามที่ระบุไว้ล่วงหน้าได้ เช่นการชำระค่า การชำระเงิน (e-Payment)
สาธารณูปโภค จากหลายๆ บัญชี (Many to One)
• ระบบ Direct Credit คือระบบที่เจ้าของบัญชีอนุญาตให้ธนาคารหักเงิน
ออกจากบัญชีของตนเข้าสู่หลายๆบัญชีได้ เช่น การโอนเงินเข้าบัญชีเงิน
เดือนพนักงาน (One to Many)
54
ทฤษฎีการเข้ารหัสลับ (Cryptography) มี 2 ลักษณะ คือ E.Turban Electronic Commerce 2002. New Jersey , Prentice Hall.
• Symmetric encryption หรือ Private key encryption Withman & Mattord Principle of Information Security Massachusetts,Thomson.
• Asymmetric encryption หรือ Public key encryption
Private Key encryption Digital Signature
" Symmetric encryption หรือ Private key encryption คือการเข้า " คือการใช้เทคนิค PKI กุญแจสาธารณะ โดยมี CA หรือผู้ดูแล
รหัสและถอดรหัสด้วยกุญแจดอกเดียวกัน โดยต่างฝ่ายต่างมีไว้กันคนละ 1 เว็บไซต์ เป็นผู้สร้างรหัสหรือกุญแจให้ 2 ดอก คือ Private Key และ Public
ชุด ลักษณะของกุญแจถอดรหัสเป็นโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อถอดข้อความ Key
ที่ไม่สามารถอ่านได้ในระบบอินเตอร์เนต เรียกว่า Cipher Text โดยจัดส่ง • Private key จะติดตั้งอยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ส่งข้อมูล
กุญแจถอดรหัสไปทาง Private Courier • Public key จะติดตั้งอยู่ที่ Host หรือเครื่องผู้ให้บริการ หรือ CAs
เอกสารหรือลายมือชื่อจะถูกย่อยด้วยสมการคณิตศาสตร์ Hash Function
E.Turban Electronic Commerce 2002. New Jersey , Prentice Hall. เรียกว่า Hashed Message
Withman & Mattord Principle of Information Security Massachusetts,Thomson.
E.Turban Electronic Commerce 2002. New Jersey , Prentice Hall.
Public Key Infrastructure ; PKI Withman & Mattord Principle of Information Security Massachusetts,Thomson.
" Asymmetric encryption หรือ Public key encryption (ระบบรหัส
กุญแจคู่แบบอสมมาตร) คือการเข้ารหัสและถอดรหัสด้วยกุญแจคนละดอก
กัน กุญแจดอกแรก คือ กุญแจรหัสลับ(Private key) ส่วนอีกดอกหนึ่ง
เรียกว่ากุญแจสาธารณะ (Public key) ซึ่งสามารถมอบให้ผู้มีอำนาจผู้ใดผู้
หนึ่งทำการถอดรหัสได้ เรียกว่า PKI โดยมี CA เป็นผู้สร้างกุญแจนี้ให้
เรียกว่าระบบรหัสกุญแจคู่แบบอสมมาตร นิยมใช้ในการชำระเงินแบบ EDI
55
ระบบโอนเงินรายย่อย (Online Retail Fund Transfer) • การส่งโทรเลขด้วยเครือข่ายไปรษณีย์ (Message-switching Center)
เป็นโทรเลขรูปแบบไฟล์อีเล็กทรอนิกส์ที่สามารถใช้ขึ้นเงินแทนธนาณัติ
" ORFT พัฒนาโดยสมาคมธนาคารไทย สามารถโอนเงินผ่านเครื่อง
ATM ได้ ภายใต้ข้อจำกัดการโอน คือ ครั้งละไม่เกิน 20,000 บาท และวันละ (Pay at Post) อีกมิติหนึ่งของการชำระเงินค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ที่
ไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งมีความปลอดภัยเพราะใช้ผู้ให้บริการเครือข่ายส่วน สามารถรับชำระเงินผ่านที่ทำการไปรษณีย์ได้ ภายใต้ชื่อบริการ
บุคคล คือ บ. PCC โดยมีธนาคารกรุงเทพฯ เป็นธนาคารกลางในการรับ “Pay@Post” โดยรับชำระเงินให้กับลูกค้าของไปรษณีย์ซึ่งจะต้องเปิดบัญชี
ชำระเงินส่วนต่างระหว่าง กับ ธ.กรุงไทย
บัตรเดบิต (Debit Card)" ระบบโอนเงินระหว่างประเทศ SWIFT
" เป็นส่วนผสมระหว่างบัตร ATM กับบัตรเครดิต ต่างกันที่บัตรเดบิต (Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication ;
ต้องมีเงินสดในธนาคารก่อนจึงจะใช้ชำระค่าสินค้าได้ ปัจจุบันวงการ SWIFT)
พาณิชย์อีเล็กทรอนิกส์ยอมรับการใช้บัตรเดบิตมากขึ้น เพราะปลอดภัย แต่
ร้านค้าต้องมีระบบการรับชำระเงินจากทุกๆธนาคารด้วย จึงทำให้มีต้นทุน " เป็นคำสั่งโอนเงินผ่านเครือข่ายสากลที่เรียกว่า SWIFT ซึ่งเกิดจาก
การดำเนินงานค่อนข้างสูง การรวมตัวกันของกลุ่มสถาบันการเงินเพื่อสร้างเครือข่ายการรับส่งข้อมูล
ทางการเงิน
ระบบโอนเงินผ่านที่ทำการไปรษณีย์
" โดยปกติธนาคารพาณิชย์ไทย มักเปิดบัญชีกับธนาคารในต่าง
" ที่ทำการไปรษณีย์มีอยู่มากกว่า 1200 แห่งทั่วประเทศ บวกกับที่ทำการ ประเทศอยู่แล้ว เรียกว่า VOSTRO ส่วนใหญ่ VOSTRO คือ ธนาคารซิตี้
ไปรษณีย์รับอนุญาตอีกกว่า 900 แห่ง จึงสามารถให้บริการรับชำระเงินได้ แบงก์ใน NewYork เพราะกว้างขวาง ครอบคลุมทั่วโลก
อย่างกว้างขวาง
ระบบโอนเงินระหว่างประเทศ Western Union
• วิธีการธนาณัติ เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมเพราะขึ้นเงินได้ทุกสาขา
ไปรษณีย์ ซึ่งมีความน่าเชื่อถือเทียบเท่ากับเช็ค ผู้ที่ถูกระบุชื่อในธนาณัติ " เป็นระบบโอนเงินระหว่างประเทศอีกระบบแต่ดำเนินงานโดยบริษัท
เท่านั้นจึงจะขึ้นเงินได้ และใม่สามารถเปลี่ยนมือได้จึงเสมือนหนึ่งเป็นเช็ค Western Union Financial Services ในสหรัฐอเมริกา โดยปัจจุบันมีสาขา
ขีดคร่อมเข้าบัญชี ของ Western Union ไม่ต่ำกว่า 117,00 แห่งทั่วโลก
" วิธีการ คือ ผู้ที่ประสงค์จะชำระเงินค่าสินค้าหรือโอนเงินจากต่าง
ประเทศเข้าประเทศไทยหรือซื้อสินค้าจากต่างประเทศ เพียงนำเงินสดพร้อม
56
ค่าธรรมเนียมโอนเงิน ไปที่สาขาของ Western Union กรอกแบบฟอร์มและ
ระบุผู้รับเงินปลายทาง Western Union ในประเทศปลายทางจะทำการ
ติดต่อผู้รับเงินให้ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีธนาคาร วงการพนันทางอี
เล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่นิยมใช้ช่องทางนี้ในการชำระเงินหรือเรียกเก็บเงิน
ระบบการชำระเงินอื่นๆ
Counter Service Co.,Ltd.
" มีบริการตามร้าน 7-11 สามารถรับชำระเงินบัตรเครดิตของธนาคาร
ต่างๆ ชำระค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ตลอดจนชำระค่าบริการมือถือ แบบจด
ทะเบียน
Mobile Payment (M-Pay) การส่งสินค้า
รูปแบบการส่งสินค้าในประเทศ
" ASIA M-Pay นวัตกรรมใหม่ในการชำระเงินผ่านมือถือ ของธนาคาร • พนักงานส่งสินค้า (messenger)"
เอเชีย นับเป็นธนาคารแรกที่สามารถรับชำระเงินผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ • ไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS)
เคลื่อนที่ได้ • พัสดุไปรษณีย์ลงทะเบียน
• พัสดุเก็บเงินปลายทาง (พ.ง.ก.)
57
• มารับสินค้าที่จุดรับสินค้า คำถามท้ายบท
รูปแบบการส่งสินค้าต่างประเทศ
• ผู้ให้บริการส่งสินค้า Courier 1. จงอธิบายองค์ประกอบบของระบบการชำระเงินออนไลน์
2. ระบบชำระเงินอีเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย 14 ระบบ (e-Payment)
อะไรบ้าง พร้อมทั้งอธิบาย
• ไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS)
• พัสดุไปรษณีย์ลงทะเบียน
กรณีศึกษา : แฮกเกอร์เจาะทวิตเตอร์ “นายกฯปู-ยิ่งลักษณ์”
แฮกเกอร์โจรกรรมข้อมูลอีเมล์และทวิตเตอร์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี ผ่าน @PouYingluck และเขียนข้อความโจมตีนายก
รัฐมนตรีต่างๆนานาจนต้องปิดทวิตเตอร์ เป็นผลมาจากการแกะรอยการแฮก
เข้าอีเมล์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อตรวจสอบข้อมูลได้จึงเชิญตัว ผู้ต้องหามาส
อบสวนจนยอมรับสารภาพ นิสิตสถาปัตย์มหาวิทยาลัยชื่อดัง เปิดปากรับ
สารภาพทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์และสำนึกผิดแล้ว การกระทำครั้งนี้
เป็นการกระทำเพียงคนเดียว ด้วยการเป็นผู้โพสต์ข้อความทั้งหมดในทวิต
เตอร์ เบื้องต้นมีโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์
พ.ศ.2550 มาตรา 7 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้ง
จำและปรับ
58
CHAPTER 8
กฏหมายธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์(Electronic Commerce Law)
วัตถุประสงค์
1.! เพื่อทราบถึงเนื้อหาของ พ.ร.บ. ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
2.! เพื่อทราบถึงเนื้อหาของกฏหมายคุ้มครองผู้บริโภคทางธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
59
บทนำ สมัยสามัญครั้งที่ 85 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1996 ซึ่งมีวัตถุประสงค์
สำคัญเพื่อเสนอกรอบทางกฏหมายที่ยองรับผลทางกฏหมายของการติดต่อ
" ปัจจุบันนี้คงต้องยอมรับว่าธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ( E - สื่อสารด้วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Data Massage) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
Commerce) เข้ามามีบทบาทต่อการประกอบธุรกิจของ เราๆ ท่านๆ เป็น ประเภทต่างๆ เช่น อินเตอร์เน็ต อีดีไอ(EDI) โทรศัพท์ โทรสาร ฯลฯ เพื่อให้
อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจแบบ B to B (Business to Business) B to C ประเทศสมาชิกนำไปหรับหรุงกฏหมายในประเทศตามความเหมาะสม และ
(Business to Consumer) C to C (Consumer to Consumer ) โดย มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน “พาณิชน์อิเล็กทรอนิกส์” ดังนั้น กฏหมาย
เฉพาะ ธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลาง (SME) ซึ่งจะสังเกตเห็นได้ว่า ต้นแบบ (Model Law) เป็นข้อเสนอแนะทางกฏหมายที่มีลักษณะกว้าง เพื่อ
จำ น ว น เ ว็ บ ไ ซ ต์ ที่ ทำ ก า ร ค้ า ข า ย บ น อิ น เ ท อ ร์ เ น็ ต ใ น ปั จ จุ บั น ทั่ ว โ ล ก นี้ มี ให้แต่ละประเทศสามารถกำหนดรายละเอียดของกฎเกณฑ์ของตน ซึ่งยังไม่
มากกว่า 1 ล้าน เว็บไซต์ปัญหาที่ค้างคาใจเวบมาสเตอร์ผู้ประกอบการทั่วไป ใช่กฏหมายระหว่างประเทศ
หรือผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตและกำลังคิดจะทำธุรกิจ E-Commerce อย่างไรไม่ให้
ผิดกฎหมาย " การริเริ่มในประเทศ โดยคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้กระทรวงยุติธรรม
รับผิดชอบดำเนินการในเรื่องกฏหมายว่าด้วยการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
" เรื่องกฏหมายทางการค้า เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ประกอบการที่จะทำ และให้ความเห็นชอบในการจัดทำ โครงการพัฒนากฏหมายเทคโนโลยี
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพราะในการทำธุรกิจต่างๆจะต้องมีการเตรียมตัวให้ สารสนเทศ ที่ดำเนินการโดยคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ
พร้อม เพื่อช่วยให้การดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ขัดต่อข้อ และเห็นชอบให้คณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ เป็น
กฏหมาย และยังเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการรักษาผลประโยชน์ของธุรกิจด้วย ศู น ย์ ก ล า ง ก า ร ดำ เ นิ น ก า ร แ ล ะ ป ร ะ ส า น ง า น ร ะ ห ว่ า ง ห น่ ว ย ง า น ต่ า ง ๆ ที่
เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2541 ประกอบไปด้วยกฏหมาย 6 ฉบับได้แก่
" พระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติว่า
ด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์ และวิธี 1. กฏหมายเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (เดิมเรียกว่า กฏหมายแลก
การในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ พ.ศ.2549 มีผลบังคับใช้ เปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์)
วันที่ 10 มกราคม 2550 ในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 124 ตอนที่
4ก 2. กฏหมายเกี่ยวกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
กฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คืออะไร 3. กฏหมายเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศให้ทั่วถึงและ
เท่าเทียมกัน
" การริเริ่มพัฒนากรอบทางกฏหมายในระดับระหว่างประเทศ คณะกร
รมาธิการกฏหมายการค้าระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ (United Na- 4. กฏหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองขอ้มูลส่วนบุคคล
tions Commission on International Trade Law- UNCITRAL) ได้ให้
ความเห็นชอบต่อ “Model Law Electronic Commerce” ในการประชุม 5. กฏหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์
6. กฏหมายเกี่ยวกับการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์
60
" ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2542 ได้พิจารณารวมร่าง พ.ร.บ. การ เทคโนโลยีเพื่อติดตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลง
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และพ.ร.บ. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เพราะมี และพัฒนาศักยภาพตลอดเวลาให้มีมาตรฐานน่าเชื่อถือ ตลอดจนเสนอ
เนื้อหาสำคัญบางส่วนที่คล้ายกัน จึงได้รวมร่างกฏหมายทั้ง 2 ฉบับ ให้มีชื่อ แนะแนวทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่เกี่ยวข้อง อันจะเป็นการส่งเสริมการ
ว่า ร่าง พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และร่าง พ.ร.บ.ลายมือชื่อ ใช้ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ด้วย
อิเล็กทรอนิกส์ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2543 เมื่อร่างกฏหมายดังกล่าวผ่าน การมีกฎหมายรองรับในลักษณะที่เป็นเอกรูป และสอดคล้องกับมาตรฐานที่
ความเห็นชอบของรัฐสภาจึงประกาศเป็นกฏหมายชื่อว่า “พระราชบัญญัติว่า นานาประเทศยอมรับ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544” เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2544 และมี
ผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2545 สาระสำคัญ
สาระสำคัญของพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2.1 คำนิยามศัพท์ที่สำคัญ (มาตรา 4)
2544
" “ธุรกรรม” หมายความว่า การกระทำใดๆ ที่เกี่ยวกับกิจกรรมในทาง
หลักการและเหตุผล แพ่งและพาณิชย์ หรือในการดำเนินงานของรัฐตามที่กำหนดในหมวด 4
" โดยที่การทำธุรกรรมในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการใน " “อิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่าการประยุกต์ใช้วิธีการทางอิเล็กตรอน
การติดต่อสื่อสารที่อาศัยการพัฒนาการเทคโนโลยีทางอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมี ไฟฟ้า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือวิธีอื่นใดในลักษณะคล้ายกัน และให้
ความสะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่เนื่องจากการทำธุรกรรมทาง หมายความรวมถึงการประยุกต์ใช้วิธีการทางแสง วิธีการทางแม่เหล็ก หรือ
อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวมีความแตกต่างจากวิธีการทำธุรกรรมซึ่งมีกฎหมาย อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้วิธีต่างๆ เช่นว่านั้น
รองรับอยู่ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก อันส่งผลให้ต้องมีการรองรับสถานะทาง
กฎหมายของข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ให้เสมอกับการทำเป็นหนังสือ หรือ " “ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า ธุรกรรมที่กระทำขึ้นโดย
หลักฐานเป็นหนังสือ การรับรองวิธีการส่งและรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ การ ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน
ใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนการรับฟังพยานหลักฐานที่เป็นข้อมูล
อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นการส่งเสริมการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้น่า " “ข้อความ” หมายความว่า เรื่องราว หรือข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะปรากฏ
เชื่อถือ และมีผลในทางกฎหมายเช่นเดียวกับการทำธุรกรรมโดยวิธีการ ในรูปแบบของตัวอักษร ตัวเลข เสียง ภาพ หรือรูปแบบอื่นใดที่สื่อความ
ทั่วไปที่เคยปฏิบัติอยู่เดิมควรกำหนดให้มีคณะกรรมการธุรกรรมทาง หมายได้โดยสภาพของสิ่งนั้นเองหรือโดยผ่านวิธีการใดๆ
อิเล็กทรอนิกส์ทำหน้าที่วางนโยบายกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อส่งเสริมการทำ
ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ติดตามดูแลการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับธุรกรรม " “ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า ข้อความที่ได้สร้าง ส่ง รับ เก็บ
ทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งมีหน้าที่ในการส่งเสริมการพัฒนาการทาง รักษา หรือประมวลผลด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น วิธีการแลกเปลี่ยน
ข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โทรเลข โทรพิมพ์ หรือ
โทรสาร
61
" ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า อักษร อักขระ ตัวเลข เสียง " “ใบรับรอง” หมายความว่า ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือการบันทึกอื่นใด
หรือสัญลักษณ์อื่นใดที่สร้างขึ้นให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งนำมาใช้ ซึ่งยืนยันความเชื่อมโยงระหว่างเจ้าของลายมือชื่อกับข้อมูลสำหรับใช้สร้าง
ประกอบกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับ ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระบุตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของ
ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น และเพื่อ " “เจ้าของลายมือชื่อ” หมายความว่า ผู้ซึ่งถือข้อมูลสำหรับใช้สร้าง
แสดงว่าบุคคลดังกล่าวยอมรับข้อความในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์และสร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้นในนาม
ตนเองหรือแทนบุคคลอื่น
" “ระบบข้อมูล” หมายความว่า กระบวนการประมวลผลด้วยเครื่องมือ
อิเล็กทรอนิกส์สำหรับสร้าง ส่ง รับ เก็บรักษา หรือประมวลผลข้อมูล " “คู่กรณีที่เกี่ยวข้อง” หมายความว่า ผู้ซึ่งอาจกระทำการใดๆ โดยขึ้น
อิเล็กทรอนิกส์ อยู่กับใบรับรองหรือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
" “การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า การส่งหรือ " “หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการ
รับข้อความด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์โดยใช้ ที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วน
มาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา และ
ให้หมายความรวมถึงนิติบุคคล คณะบุคคล หรือบุคคล ซึ่งมีอำนาจหน้าที่
" “ ผู้ส่งข้อมูล ” หมายความว่าบุคคลซึ่งเป็นผู้ส่งหรือสร้างข้อมูล ดำเนินงานของรัฐไม่ว่าในการใดๆ
อิเล็กทรอนิกส์ก่อนจะมีการเก็บรักษาข้อมูลเพื่อส่งไปตามวิธีการที่ผู้นั้น
กำหนด โดยบุคคลนั้นอาจจะส่งหรือสร้างข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วยตนเอง " “ คณะกรรมการ ” หมายความว่า คณะกรรมการธุรกรรมทาง
หรือมีการส่งหรือสร้างข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในนามหรือแทนบุคคลนั้นก็ได้ อิเล็กทรอนิกส์
ทั้งนี้ ไม่รวมถึงบุคคลที่เป็นสื่อกลางสำหรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น
" 1.2" ใช้บังคับกับธุรกรรมทางแพ่งและพาณิชย์ที่ดำเนินการโดยใช้
" “ผู้รับข้อมูล” หมายความว่า บุคคลซึ่งผู้ส่งข้อมูลประสงค์จะส่งข้อมูล ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และให้ใช้บังคับแก่ธุรกรรมในการดำเนินงานของรัฐ
อิเล็กทรอนิกส์ให้ และได้รับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น ทั้งนี้ ไม่รวมถึงบุคคลที่ เช่น คำขอ การอนุญาต การจดทะเบียน คำสั่งทางปกครอง การชำระเงิน
เป็นสื่อกลางสำหรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น การประกาศหรือการดำเนินการใดๆ ตามกฎหมายกับหน่วยงานของรัฐหรือ
โดยหน่วยงานของรัฐ ถ้าได้กระทำในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามหลัก
" “บุคคลที่เป็นสื่อกลาง” หมายความว่า บุคคลซึ่งกระทำการในนามผู้ เกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ให้นำพระราชบัญญัตินี้มา
อื่นในการส่ง รับ หรือเก็บรักษาข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อันใดอันหนึ่งโดยเฉพาะ ใช้บังคับและให้ถือว่ามีผลโดยชอบด้วยกฎหมายเช่นเดียวกับการดำเนิน
รวมถึงให้บริการอื่นที่เกี่ยวกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น การตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายในเรื่องนั้นกำหนด ทั้งนี้ ในพระ
ราชกฤษฎีกาอาจกำหนดให้บุคคลที่เกี่ยวข้องต้องกระทำหรืองดเว้นกระทำ
การใดๆ หรือให้หน่วยงานของรัฐออกระเบียบเพื่อกำหนดรายละเอียดใน
62
บางกรณีด้วยก็ได้ ซึ่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวอาจกำหนดให้ผู้ประกอบ เสร็จสมบูรณ์ และสามารถแสดงข้อความนั้นในภายหลังได้ให้ถือว่าได้มี
ธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องแจ้งให้ทราบ ต้องขึ้น การนำเสนอหรือเก็บรักษาเป็นเอกสารต้นฉบับตามกฎหมายแล้วโดย
ทะเบียน หรือต้องได้รับใบอนุญาต แล้วแต่กรณี ก่อนประกอบกิจการก็ได้ พิจารณาถึงความครบถ้วนและไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดของข้อความ เว้นแต่
เว้นแต่ธุรกรรมที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดมิให้นำพระราชบัญญัตินี้ทั้งหมด การรับรองหรือบันทึกเพิ่มเติม หรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้
หรือแต่บางส่วนมาใช้บังคับ และไม่มีผลกระทบกระเทือนถึงกฎหมายหรือ ตามปกติในการติดต่อสื่อสาร การเก็บรักษา หรือการแสดงข้อความซึ่งไม่มี
กฎใดที่กำหนดขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค (มาตรา 3, 35) ผลต่อความถูกต้องของข้อความนั้น รวมทั้งพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ที่
เกี่ยวข้องทั้งปวง รวมทั้งวัตถุประสงค์ของการสร้างข้อความนั้น
หมวด 1 ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (มาตรา 7-25)
" 3. กรณีที่กฎหมายกำหนดให้เก็บรักษาเอกสารหรือข้อความใด ถ้าได้
" 1.ห้ามมิให้ปฏิเสธความมีผลผูกพันและการบังคับใช้ทางกฎหมายของ เก็บรักษาในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าได้มี
ข้อความใด คำเสนอคำสนอง หรือปฏิเสธการรับฟังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็น การเก็บรักษาเอกสารหรือข้อความตามที่กฎหมายต้องการแล้ว
พยานหลักฐานในกระบวนการพิจารณาตามกฎหมาย เพียงเพราะเหตุที่
ข้อความนั้นอยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่กฎหมายกำหนด " " (1) ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นสามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้
ให้การใดต้องทำเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดง โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง
ถ้าได้มีการจัดทำข้อความขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงและ
นำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ให้ถือว่าข้อความนั้นได้ทำ " " (2) ได้เก็บรักษาข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นให้อยู่ในรูปแบบที่เป็น
เป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดงแล้ว กรณีที่บุคคล อยู่ในขณะที่สร้าง ส่ง หรือได้รับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น หรืออยู่ในรูปแบบที่
พึงลงลายมือชื่อในหนังสือ ให้ถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีการลงลายมือ สามารถแสดงข้อความที่สร้าง ส่ง หรือได้รับให้ปรากฏอย่างถูกต้องได้ และ
ชื่อแล้ว ถ้าได้ใช้วิธีการที่สามารถระบุตัวเจ้าของลายมือชื่อ และสามารถ
แสดงได้ว่าเจ้าของลายมือชื่อรับรองข้อความในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นว่า " " (3) ได้เก็บรักษาข้อความส่วนที่ระบุถึงแหล่งกำเนิด ต้นทาง และ
เป็นของตน และวิธีการดังกล่าวเป็นวิธีการที่เชื่อถือได้โดยเหมาะสมกับ ปลายทางของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนวันและเวลาที่ส่งหรือได้รับ
วัตถุประสงค์ของการสร้างหรือส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยคำนึงถึง ข้อความดังกล่าว ถ้ามี
พฤติการณ์แวดล้อมหรือข้อตกลงของคู่กรณี
ทั้งนี้ ไม่ให้ใช้บังคับกับข้อความที่ใช้เพียงเพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งหรือรับ
" 2 . กรณีที่กฎหมายกำหนดให้นำเสนอหรือเก็บรักษาข้อความใดใน ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
สภาพที่เป็นมาแต่เดิมอย่างเอกสารต้นฉบับ ถ้าได้นำเสนอหรือเก็บรักษาใน
รูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้ใช้วิธีการที่ " 4 . บุคคลใดเป็นผู้ส่งข้อมูลไม่ว่าจะเป็นการส่งโดยวิธีใด ให้ถือว่า
เชื่อถือได้ในการรักษาความถูกต้องของข้อความตั้งแต่การสร้างข้อความ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นของผู้นั้น
ทั้งนี้ในระหว่างผู้ส่งข้อมูลและผู้รับข้อมูล ให้ถือว่าเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
ของผู้ส่งข้อมูล หากข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นได้ส่งโดยบุคคลผู้มีอำนาจ
63
กระทำการแทนผู้ส่งข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น หรือระบบข้อมูลที่ อิเล็กทรอนิกส์นั้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ซ้ำ หากผู้รับข้อมูลได้ใช้ความ
ผู้ส่งข้อมูลหรือบุคคลผู้มีอำนาจกระทำการแทนผู้ส่งข้อมูลได้กำหนดไว้ล่วง ระมัดระวังตามสมควรหรือดำเนินการตามวิธีการที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนแล้ว
หน้าให้สามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติ
" 8.ในกรณีที่ต้องมีการตอบแจ้งการรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าผู้ส่ง
" 5.ผู้รับข้อมูลชอบที่จะถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นของผู้ส่งข้อมูลและ ข้ อ มู ล ไ ด้ ร้ อ ง ข อ ห รื อ ต ก ล ง กั บ ผู้ รั บ ข้ อ มู ล ไ ว้ ก่ อ น ห รื อ ข ณ ะ ที่ ส่ ง ข้ อ มู ล
ชอบที่จะดำเนินการไปตามข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นได้ ถ้าผู้รับข้อมูลได้ตรวจ อิเล็กทรอนิกส์หรือปรากฏในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
สอบโดยสมควรตามวิธีการที่ได้ตกลงกับผู้ส่งข้อมูลว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ดังต่อไปนี้
เป็นของผู้ส่งข้อมูล หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้รับข้อมูลได้รับนั้นเกิดจาก
การกระทำของบุคคลซึ่งใช้วิธีการที่ผู้ส่งข้อมูลใช้ในการแสดงว่าข้อมูล " (1) ในกรณีที่ผู้ส่งข้อมูลมิได้ตกลงให้ตอบแจ้งการรับข้อมูล
อิเล็กทรอนิกส์นั้นเป็นของผู้ส่งข้อมูล ซึ่งบุคคลนั้นได้ล่วงรู้โดยอาศัยความ อิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบหรือวิธีการใดโดยเฉพาะ การตอบแจ้งการรับอาจ
สัมพันธ์ระหว่างบุคคลนั้นกับผู้ส่งข้อมูลหรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนผู้ส่ง ทำได้ด้วยการติดต่อสื่อสารจากผู้รับข้อมูล ไม่ว่าโดยระบบข้อมูลที่ทำงาน
ข้อมูล เว้นแต่ในขณะนั้นผู้รับข้อมูลได้รับแจ้งจากผู้ส่งข้อมูลว่าข้อมูล โดยอัตโนมัติหรือโดยวิธีอื่นใด หรือด้วยการกระทำใดๆ ของผู้รับข้อมูลซึ่ง
อิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้รับข้อมูลได้รับนั้นมิใช่ของผู้ส่งข้อมูล และในขณะเดียวกัน เพียงพอจะแสดงต่อผู้ส่งข้อมูลว่าผู้รับข้อมูลได้รับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น
ผู้รับข้อมูลมีเวลาพอสมควรที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ได้รับแจ้งนั้น แล้ว
หรือเมื่อผู้รับข้อมูลได้รู้หรือควรจะได้รู้ว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นไม่ใช่ของผู้
ส่งข้อมูล หากผู้รับข้อมูลได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควร หรือดำเนินการ " (2) ในกรณีที่ผู้ส่งข้อมูลกำหนดเงื่อนไขว่าจะถือว่ามีการส่งข้อมูล
ตามวิธีการที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนแล้ว อิเล็กทรอนิกส์ต่อเมื่อได้รับการตอบแจ้งการรับจากผู้รับข้อมูล ให้ถือว่ายัง
ไม่มีการส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จนกว่าผู้ส่งข้อมูลจะได้รับการตอบแจ้งการ
" 6.ในระหว่างผู้ส่งข้อมูลและผู้รับข้อมูล ผู้รับข้อมูลมีสิทธิถือว่าข้อมูล รับแล้ว
อิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับนั้นถูกต้องตามเจตนาของผู้ส่งข้อมูลและสามารถ
ดำเนินการไปตามข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นได้ เว้นแต่ผู้รับข้อมูลได้รู้หรือควร " (3) ในกรณีที่ผู้ส่งข้อมูลมิได้กำหนดเงื่อนไขตามความใน (2) และ
จะได้รู้ว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับนั้นมีข้อผิดพลาดอันเกิดจากการส่ง ผู้ส่งข้อมูลมิได้รับการตอบแจ้งการรับนั้นภายในเวลาที่กำหนดหรือตกลงกัน
หากผู้รับข้อมูลได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรหรือดำเนินการตามวิธีการ หรือภายในระยะเวลาอันสมควรในกรณีที่มิได้กำหนดหรือตกลงเวลาไว้
ที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนแล้ว
" " (ก) ผู้ส่งข้อมูลอาจส่งคำบอกกล่าวไปยังผู้รับข้อมูลว่าตนยัง
" 7 .ผู้รับข้อมูลชอบที่จะถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับแต่ละชุดเป็น มิได้รับการตอบแจ้งการรับและกำหนดระยะเวลาอันสมควรให้ผู้รับข้อมูล
ข้อมูลที่แยกจากกัน และสามารถดำเนินการไปตามข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ตอบแจ้งการรับ และ
แต่ละชุดนั้นได้ เว้นแต่ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ชุดนั้นจะซ้ำกับข้อมูล
อิเล็กทรอนิกส์อีกชุดหนึ่ง และผู้รับข้อมูลได้รู้หรือควรจะได้รู้ว่าข้อมูล " " (ข) หากผู้ส่งข้อมูลมิได้รับการตอบแจ้งการรับภายในระยะเวลา
ตาม (ก) เมื่อผู้ส่งข้อมูลบอกกล่าวแก่ผู้รับข้อมูลแล้ว ผู้ส่งข้อมูลชอบที่จะ
64
ถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นมิได้มีการส่งเลยหรือผู้ส่งข้อมูลอาจใช้สิทธิอื่น ที่ทำการงานที่เกี่ยวข้องมากที่สุดกับธุรกรรมนั้นเป็นที่ทำการงานเพื่อ
ใดที่ผู้ส่งข้อมูลมีอยู่ได้ ประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง แต่ถ้าไม่สามารถกำหนดได้ว่าธุรกรรมนั้นเกี่ยวข้อง
กับที่ทำการงานแห่งใดมากที่สุด ให้ถือเอาสำนักงานใหญ่เป็นสถานที่ที่ได้
" 9 . กรณีที่ผู้ส่งข้อมูลได้รับการตอบแจ้งการรับจากผู้รับข้อมูล ให้ รับหรือส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น ในกรณีที่ไม่ปรากฏที่ทำการงานของผู้ส่ง
สันนิษฐานว่าผู้รับข้อมูลได้รับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ข้อ ข้อมูลหรือผู้รับข้อมูล ให้ถือเอาถิ่นที่อยู่ปกติเป็นสถานที่ที่ส่งหรือได้รับข้อมูล
สันนิษฐานดังกล่าวมิให้ถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้รับข้อมูลได้รับนั้นถูก อิเล็กทรอนิกส์ แต่ไม่ให้ใช้บังคับกับการส่งและการรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
ต้องตรงกันกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ส่งข้อมูลได้ส่งมา โดยวิธีการทางโทรเลขและโทรพิมพ์ หรือวิธีการสื่อสารอื่นตามที่กำหนดใน
พระราชกฤษฎีกา
" 10. กรณีที่ปรากฏในการตอบแจ้งการรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นเอง
ว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้รับข้อมูลได้รับเป็นไปตามข้อกำหนดทางเทคนิคที่ " 1 3 . ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ใดที่ได้กระทำตามวิธีการแบบ
ผู้ส่งข้อมูลและผู้รับข้อมูลได้ตกลงหรือระบุไว้ในมาตรฐานซึ่งใช้บังคับอยู่ ให้ ปลอดภัยที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ให้สันนิษฐานว่าเป็นวิธีการที่เชื่อถือ
สันนิษฐานว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งไปนั้นได้เป็นไปตามข้อกำหนดทาง ได้
เทคนิคทั้งหมดแล้ว
หมวด 2 ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (มาตรา 26-31)
" 1 1 . การส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้ถือว่าได้มีการส่งเมื่อข้อมูล
อิเล็กทรอนิกส์นั้นได้เข้าสู่ระบบข้อมูลที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้ส่ง " 1. ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นลายมือ
ข้อมูล และการรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้ถือว่ามีผลนับแต่เวลาที่ข้อมูล ชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้
อิเล็กทรอนิกส์นั้นได้เข้าสู่ระบบข้อมูลของผู้รับข้อมูล หากผู้รับข้อมูลได้
กำหนดระบบข้อมูลที่ประสงค์จะใช้ในการรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ไว้โดย " (1) ข้อมูลสำหรับใช้สร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้นได้เชื่อมโยง
เ ฉ พ า ะ ใ ห้ ถื อ ว่ า ก า ร รั บ ข้ อ มู ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส์ มี ผ ล นั บ แ ต่ เ ว ล า ที่ ข้ อ มู ล ไปยังเจ้าของลายมือชื่อโดยไม่เชื่อมโยงไปยังบุคคลอื่นภายใต้สภาพที่นำ
อิเล็กทรอนิกส์นั้นได้เข้าสู่ระบบข้อมูลที่ผู้รับข้อมูลได้กำหนดไว้นั้น แต่ถ้า มาใช้
ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวได้ส่งไปยังระบบข้อมูลอื่นของผู้รับข้อมูลซึ่ง
มิใช่ระบบข้อมูลที่ผู้รับข้อมูลกำหนดไว้ ให้ถือว่าการรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ " (2) ในขณะสร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้น ข้อมูลสำหรับใช้สร้าง
มีผลนับแต่เวลาที่ได้เรียกข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จากระบบข้อมูลนั้น และให้ใช้ ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์อยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าของลายมือชื่อโดย
บังคับแม้ระบบข้อมูลของผู้รับข้อมูลตั้งอยู่ในสถานที่อีกแห่งหนึ่งต่างหาก ไม่มีการควบคุมของบุคคลอื่น
จากสถานที่ที่ถือว่าผู้รับข้อมูลได้รับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
" (3) การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกิดแก่ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ นับแต่
" 12. การส่งหรือการรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ให้ถือว่าได้ส่ง ณ ที่ทำการ เวลาที่ได้สร้างขึ้นสามารถจะตรวจพบได้ และ
งานของผู้ส่งข้อมูล หรือได้รับ ณ ที่ทำการงานของผู้รับข้อมูล แล้วแต่กรณี
ในกรณีที่ผู้ส่งข้อมูลหรือผู้รับข้อมูลมีที่ทำการงานหลายแห่ง ให้ถือเอา
65
" (4) ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ " 3 . กรณีมีการให้บริการออกใบรับรองเพื่อสนับสนุนลายมือชื่อ
เป็นไปเพื่อรับรองความครบถ้วนและไม่มีการเปลี่ยนแปลงของข้อความ การ อิเล็กทรอนิกส์ให้มีผลทางกฎหมายเสมือนหนึ่งลงลายมือชื่อ ผู้ให้บริการ
เปลี่ยนแปลงใดแก่ข้อความนั้นสามารถตรวจพบได้นับแต่เวลาที่ลงลายมือ ออกใบรับรองต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้
ชื่ออิเล็กทรอนิกส์
" (1) ปฏิบัติตามแนวนโยบายและแนวปฏิบัติที่ตนได้แสดงไว้
ทั้งนี้ ไม่เป็นการจำกัดว่าไม่มีวิธีการอื่นใดที่แสดงได้ว่าเป็นลายมือชื่อ
อิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ หรือการแสดงพยานหลักฐานใดเกี่ยวกับความไม่ " (2) ใช้ความระมัดระวังตามสมควรให้แน่ใจในความถูกต้องและ
น่าเชื่อถือของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ความสมบูรณ์ของการแสดงสาระสำคัญทั้งหมดที่ตนได้กระทำเกี่ยวกับ
ใบรับรองนั้นตลอดอายุใบรับรอง หรือตามที่มีการกำหนดในใบรับรอง
" 2. กรณีมีการใช้ข้อมูลสำหรับใช้สร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อ
สร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่จะมีผลตามกฎหมาย เจ้าของลายมือชื่อต้อง " (3) จัดให้มีวิธีการในการเข้าถึงโดยสมควร ให้คู่กรณีที่เกี่ยวข้อง
ดำเนินการดังต่อไปนี้ สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงในการแสดงสาระสำคัญทั้งหมดจากใบรับรอง
ได้ ในเรื่องดังต่อไปนี้
" (1) ใช้ความระมัดระวังตามสมควรเพื่อมิให้มีการใช้ข้อมูลสำหรับ
ใช้สร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต " " (ก) การระบุผู้ให้บริการออกใบรับรอง
" (2) แจ้งให้บุคคลที่คาดหมายได้โดยมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะกระทำ " " (ข) เจ้าของลายมือชื่อซึ่งระบุในใบรับรองได้ควบคุมข้อมูล
การใดโดยขึ้นอยู่กับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือให้บริการเกี่ยวกับลายมือ สำหรับใช้สร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ในขณะมีการออกใบรับรอง
ชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทราบโดยมิชักช้า เมื่อเจ้าของลายมือชื่อรู้หรือควรได้รู้ว่า
ข้อมูลสำหรับใช้สร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้นสูญหาย ถูกทำลาย ถูก " " (ค) ข้อมูลสำหรับใช้สร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์มีผลใช้ได้
แก้ไข ถูกเปิดเผยโดยมิชอบ หรือถูกล่วงรู้โดยไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ในขณะหรือก่อนที่มีการออกใบรับรอง
หรือรู้จากสภาพการณ์ที่ปรากฏว่ากรณีมีความเสี่ยงมากพอที่ข้อมูลสำหรับ
ใช้สร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ สูญหาย ถูกทำลาย ถูกแก้ไข ถูกเปิดเผย " (4) จัดให้มีวิธีการเข้าถึงโดยสมควร ให้คู่กรณีที่เกี่ยวข้องสามารถ
โดยมิชอบ หรือถูกล่วงรู้โดยไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ตรวจสอบกรณีดังต่อไปนี้จากใบรับรองหรือจากวิธีอื่น
" (3) ในกรณีมีการออกใบรับรองสนับสนุนการใช้ลายมือชื่อ " " (ก) วิธีการที่ใช้ในการระบุตัวเจ้าของลายมือชื่อ
อิเล็กทรอนิกส์ จะต้องใช้ความระมัดระวังตามสมควรให้แน่ใจในความถูก
ต้องและสมบูรณ์ของการแสดงสาระสำคัญทั้งหมด ซึ่งกระทำโดยเจ้าของ " " (ข) ข้อจำกัดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์และคุณค่าที่มีการนำข้อมูล
ลายมือชื่อเกี่ยวกับใบรับรองนั้นตลอดอายุใบรับรอง หรือตามที่มีการ สำหรับใช้สร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือใบรับรอง
กำหนดในใบรับรอง
" " (ค) ข้อมูลสำหรับใช้สร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์มีผลสมบูรณ์
ใช้ได้และไม่สูญหาย ถูกทำลาย ถูกแก้ไข ถูกเปิดเผยโดยมิชอบ หรือถูกล่วง
รู้โดยไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์
66
" " (ง) ข้อจำกัดเกี่ยวกับขอบเขตความรับผิดที่ผู้ให้บริการออก ใบรับรองดังกล่าวได้ใช้ระบบที่เชื่อถือได้ไม่น้อยกว่าระบบที่เชื่อถือได้ตามพ
ใบรับรองได้ระบุไว้ ระราชบัญญัตินี้ และลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างหรือใช้ในต่างประเทศ
ให้ถือว่ามีผลตามกฎหมายในประเทศ เช่นเดียวกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
" " (จ) การมีวิธีการให้เจ้าของลายมือชื่อส่งคำบอกกล่าว ที่สร้างหรือใช้ในประเทศ หากการสร้างหรือใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ดัง
กล่าวได้ใช้ระบบที่เชื่อถือได้ไม่น้อยกว่าระบบที่เชื่อถือได้ตามพระราช
" " (ฉ) การมีบริการเกี่ยวกับการเพิกถอนใบรับรองที่ทันการ บัญญัตินี้ ทั้งนี้ในการพิจารณาว่าใบรับรองหรือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ใด
มีความเชื่อถือได้ตามวรรคสองหรือวรรคสาม ให้คำนึงถึงมาตรฐานระหว่าง
" (5) ในกรณีที่มีบริการให้เจ้าของลายมือชื่อส่งคำบอกกล่าวเมื่อ ประเทศและปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย
บริการนั้นต้องมีวิธีการที่ให้เจ้าของลายมือชื่อสามารถแจ้งได้ตามหลัก
เกณฑ์ที่กำหนด และบริการนั้นต้องสามารถเพิกถอนใบรับรองได้ทันการ หมวด 3 ธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (มาตรา 32-34)
" (6) ใช้ระบบ วิธีการ และบุคลากรที่เชื่อถือได้ในการให้บริการโดย " 1 . บุคคลย่อมมีสิทธิประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทาง
ให้คำนึงถึงสถานภาพทางการเงิน บุคลากร และสินทรัพย์ที่มีอยู่ คุณภาพ อิเล็กทรอนิกส์แต่ในกรณีที่จำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงทางการเงินและการ
ของระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ วิธีการออกใบรับรอง การขอใบรับรอง พาณิชย์ หรือเพื่อประโยชน์ในการเสริมสร้างความเชื่อถือและยอมรับใน
และการเก็บรักษาข้อมูลการให้บริการนั้น การจัดให้มีข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ ระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือเพื่อป้องกันความเสียหายต่อสาธารณชนให้
เจ้าของลายมือชื่อ ที่ระบุในใบรับรองและผู้ที่อาจคาดหมายได้ว่าจะเป็นคู่ มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดให้การประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับ
กรณีที่เกี่ยวข้อง ความสม่ำเสมอและขอบเขตในการตรวจสอบโดยผู้ตรวจ ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ใดเป็นกิจการที่ต้องแจ้งให้ทราบ ต้องขึ้นทะเบียน
สอบอิสระ องค์กรที่ให้การรับรองหรือให้บริการออกใบรับรองเกี่ยวกับการ หรือต้องได้รับใบอนุญาตก่อนก็ได้ โดยการกำหนดให้กรณีใดต้องแจ้งให้
ปฏิบัติหรือการมีอยู่ของสิ่งที่กล่าวข้างต้น หรือกรณีใดๆ ที่คณะกรรมการ ทราบ ต้องขึ้นทะเบียน หรือต้องได้รับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้กำหนด
ประกาศกำหนด โดยพิจารณาจากความเหมาะสมในการป้องกันความเสียหายตามระดับ
ความรุนแรงของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจนั้น ซึ่งในการ
" 4. คู่กรณีที่เกี่ยวข้องต้องตามสมควรในการตรวจสอบความน่าเชื่อถือ นี้ จะกำหนดให้หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งแห่งใดเป็นผู้รับผิดชอบในการ
ของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์มีใบรับรอง ควบคุมดูแลในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวก็ได้
ต้องมีการดำเนินการตรวจสอบความสมบูรณ์ของใบรับรอง การพักใช้ หรือ
การเพิกถอนใบรับรอง และปฏิบัติตามข้อจำกัดใดๆ ที่เกี่ยวกับใบรับรอง " 2. กรณีมีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้การประกอบธุรกิจบริการเกี่ยว
กับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ใดเป็นกิจการที่ต้องแจ้งให้ทราบ หรือต้องขึ้น
" 5. ใบรับรองหรือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ให้ถือว่ามีผลทางกฎหมาย ทะเบียน ให้ผู้ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจดังกล่าวต้องแจ้งหรือขึ้นทะเบียนต่อ
โดยไม่ต้องคำนึงถึง สถานที่ออกใบรับรองหรือสถานที่สร้างหรือใช้ลายมือ
ชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสถานที่ทำการงานของ ผู้ออกใบรับรองหรือเจ้าของ
ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ กรณีใบรับรองที่ออกในต่างประเทศให้มีผลตาม
กฎหมายในประเทศเช่นเดียวกับใบรับรองที่ออกในประเทศ หากการออก
67
พนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาก่อนเริ่มประกอบธุรกิจ คณะกรรมการหรือกระทำความผิดซ้ำอีก ให้คณะกรรมการมีอำนาจออกคำ
นั้น โดย สั่งห้าม มิให้ผู้นั้นประกอบธุรกิจตามที่ได้แจ้งหรือขึ้นทะเบียนอีกต่อไป
" หลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งหรือขึ้นทะเบียนให้เป็นไปตามที่กำหนดใน " 3. ในกรณีที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้การประกอบธุรกิจบริการ
เกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์กรณีใดเป็นกิจการที่ต้องได้รับใบ
พระราชกฤษฎีกา และเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่กำหนดในพระราช อนุญาต ให้ผู้ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจดังกล่าวยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อ
พนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ซึ่งคุณสมบัติของผู้
กฤษฎีกาได้รับแจ้งหรือรับขึ้นทะเบียนให้ออกใบรับแจ้งหรือใบรับขึ้น ขอรับใบอนุญาต หลักเกณฑ์และวิธีการขออนุญาต การออกใบอนุญาต การ
ต่ออายุใบอนุญาต การคืนใบอนุญาต และการสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบ
ทะเบียนเพื่อเป็นหลักฐานการแจ้งหรือการขึ้นทะเบียนในวันที่ได้รับแจ้งหรือ อนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา หากผู้ได้รับ
ใบอนุญาตฝ่าฝืนหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจ
รับขึ้นทะเบียน และให้ผู้แจ้งหรือผู้ขึ้นทะเบียนประกอบธุรกิจนั้นได้ตั้งแต่วันที่ บริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้คณะกรรมการพิจารณามีคำ
สั่งลงโทษปรับทางปกครองไม่เกินสองล้านบาท โดยคำนึงถึงความร้ายแรง
ได้รับแจ้งหรือรับขึ้นทะเบียน แต่ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่กำหนดในพระ แห่งพฤติกรรมที่กระทำผิด และในกรณีที่เห็นสมควรคณะกรรมการอาจมีคำ
สั่งให้ผู้นั้นดำเนินการใดๆ เพื่อแก้ไขให้ถูกต้องหรือเหมาะสมได้ หรือออกคำ
ราชกฤษฎีกาตรวจพบในภายหลังว่าการแจ้งหรือขึ้นทะเบียนไม่ถูกต้องหรือ สั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้
ไม่ครบถ้วน ให้มีอำนาจสั่งผู้แจ้งหรือผู้ขึ้นทะเบียนแก้ไขให้ถูกต้องหรือครบ หมวด 4 ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ (มาตรา 35)
ถ้วนภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งดังกล่าว ซึ่งในการประกอบธุรกิจ ผู้ " คำขอ การอนุญาต การจดทะเบียน คำสั่งทางปกครอง การชำระเงิน
การประกาศหรือการดำเนินการใดๆ ตามกฎหมายกับหน่วยงานของรัฐหรือ
แ จ้ ง ห รื อ ผู้ ขึ้ น ท ะ เ บี ย น ต้ อ ง ป ฏิ บั ติ ต า ม ห ลั ก เ ก ณ ฑ์ ที่ กำ ห น ด ใ น พ ร ะ ร า ช โดยหน่วยงานของรัฐ ถ้าได้กระทำในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามหลัก
เกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ให้นำพระราชบัญญัตินี้มา
กฤษฎีกาและตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด หากผู้แจ้งหรือผู้ขึ้น ใช้บังคับและให้ถือว่ามีผลโดยชอบด้วยกฎหมายเช่นเดียวกับการดำเนิน
การตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายในเรื่องนั้นกำหนด ทั้งนี้ ในพระ
ทะเบียน ไม่แก้ไขการแจ้งหรือขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องหรือครบถ้วน หรือ ราชกฤษฎีกาอาจกำหนดให้บุคคลที่เกี่ยวข้องต้องกระทำหรืองดเว้นกระทำ
การใดๆ หรือให้หน่วยงานของรัฐออกระเบียบเพื่อกำหนดรายละเอียดใน
ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจ ให้คณะกรรมการ บางกรณีด้วยก็ได้
พิจารณามีคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองไม่เกินหนึ่งล้านบาท โดยคำนึงถึง
ความร้ายแรงแห่งพฤติกรรมที่กระทำผิด และในกรณีที่เห็นสมควรคณะ
กรรมการอาจมีคำสั่งให้ผู้นั้นดำเนินการใดๆ เพื่อแก้ไขให้ถูกต้องหรือเหมาะ
สมได้ ซึ่งหลักเกณฑ์ในการพิจารณาลงโทษปรับทางปกครองให้เป็นไปตาม
ที่คณะกรรมการกำหนด และถ้าผู้ถูกลงโทษปรับทางปกครองไม่ยอมชำระ
ค่าปรับทางปกครอง ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการบังคับทางปกครองตาม
กฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับโดยอนุโลม และ
ในกรณีไม่มีเจ้าหน้าที่ดำเนินการบังคับตามคำสั่ง ให้คณะกรรมการมีอำนาจ
ฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อบังคับชำระค่าปรับ ในการนี้ ถ้าศาลปกครอง
เห็นว่าคำสั่งให้ชำระค่าปรับนั้นชอบด้วยกฎหมายก็ให้ศาลปกครองมีอำนาจ
พิจารณาพิพากษาและบังคับให้มีการยึดหรืออายัดทรัพย์สินขายทอดตลาด
เพื่อชำระค่าปรับได้ ทั้งนี้กรณีผู้กระทำผิดไม่ดำเนินการแก้ไขตามคำสั่งของ
68
หมวด 5 คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (มาตรา 36-43) " (4) ออกระเบียบหรือประกาศเกี่ยวกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อ
ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามพระ
" 1. กำหนดให้มีคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบด้วย ราชบัญญัตินี้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร*เป็นประธาน
กรรมการ และกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ได้รับ " (5) ปฏิบัติการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ หรือ
การสรรหาอีกจำนวนสิบสองคน โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในด้าน กฎหมายอื่น
การเงิน การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ นิติศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์
วิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมศาสตร์ และสังคมศาสตร์ ด้านละสองคน ทั้งนี้ " 3. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งสามปี กรรมการซึ่ง
ผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งของแต่ละด้านต้องมาจากภาคเอกชน และให้ผู้อำนวย พ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน
การศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงาน นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจาก
พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ ตำแหน่ง เมื่อตาย ลาออก คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะมีความประพฤติเสื่อม
และให้เลขานุการแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการอีกไม่เกินสองคน " ห ลั ก เ ก ณ ฑ์ เสีย บกพร่อง หรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ เป็นคนไร้
และวิธีการสรรหาและการเสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อ ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ หรือได้รับโทษจำคุกโดยต้อง
พิจารณาแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีประกาศ คำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำ
กำหนด โดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
" 2. ให้คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นเจ้าพนักงานตาม " 4 . กรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งให้ถือว่าคณะ
ประมวลกฎหมายอาญาในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ มีอำนาจ กรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ และให้ดำเนินการแต่งตั้ง
หน้าที่ดังต่อไปนี้ กรรมการใหม่แทนภายในหกสิบวันนับแต่วันที่กรรมการพ้นจากตำแหน่ง
และให้กรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่
" (1) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อวางนโยบายการส่งเสริมและ ของผู้ซึ่งตนแทน
พัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่
เกี่ยวข้อง " 5. การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่ง
หนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่
" (2) ติดตามดูแลการประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทาง มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคน
อิเล็กทรอนิกส์ หนึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ในการวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือ
เสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนน
" (3) เสนอแนะหรือให้คำปรึกษาต่อรัฐมนตรีเพื่อการตราพระราช เสียงเท่ากันให้ประธานออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
กฤษฎีกาตามพระราชบัญญัตินี้
69
" 6. คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือ คำถามท้ายบท
ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดแทนคณะกรรมการก็ได้ โดยให้ศูนย์
เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนา 1. จงอธิบายความหมายของกฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานธุรการของ
คณะกรรมการ 2. กฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มี 6 ฉบับ อะไรบ้าง พร้อมทั้งอธิบายพอ
สรุปในแต่ละฉบับ
หมวด 6 บทกำหนดโทษ (มาตรา 44-46)
1." ผู้ใดประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่
แจ้งหรือขึ้นทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
หรือฝ่าฝืนคำสั่งห้ามการประกอบธุรกิจของคณะกรรมการมีโทษจำคุกไม่เกิน
หนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2." ผู้ใดประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่
ได้รับใบอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือ
ทั้งจำทั้งปรับ
3." บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่กระทำโดยนิติบุคคล ผู้
จัดการหรือผู้แทนนิติบุคคลหรือผู้ซึ่งมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของ
นิติบุคคลต้องรับผิดในความผิดนั้นด้วย เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าตนมิได้รู้เห็นหรือ
มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดนั้น
ผู้รักษาการตามกฎหมายและวันบังคับใช้
" ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา 6) และให้
ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุ
เบกษา เป็นต้นไป (มาตรา 2) ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม
0118 ตอนที่ 112 หน้า 26 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2544
70