The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การติดตั้งไฟฟ้าในอาคาร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by watittu Thummajong, 2020-12-18 02:46:30

การติดตั้งไฟฟ้าในอาคาร

การติดตั้งไฟฟ้าในอาคาร

2104-2005 การติดตงั้ ไฟฟ้ าในอาคาร
คาอธิบายรายวิชา

ศกึ ษาและปฏบิ ตั วิ ธิ กี ารป้องกนั อบุ ตั ภิ ยั เกย่ี วกบั การปฏบิ ตั งิ านทางไฟฟ้า ระบบ
การจา่ ยกาลงั ไฟฟ้า ชนิดและการใชง้ านของสายไฟฟ้า การตอ่ สายไฟฟ้าแบบตา่ ง ๆ การเดนิ
สายไฟฟ้าแสงสวา่ งและไฟฟ้ากาลงั เครอ่ื งมอื และอปุ กรณ์ทางไฟฟ้าแบบต่าง ๆ การตดิ ตงั้
อปุ กรณ์ป้องกนั ทางไฟฟ้า การตดิ ตงั้ อุปกรณ์ป้องกนั การเดนิ สายไฟฟ้าดว้ ยวธิ กี ารตา่ ง ๆ
การตรวจสอบและแกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ งของระบบและอุปกรณ์ป้องกนั
หน่วยการเรียน
หน่วยท่ี 1 วงจรไฟฟ้ าแสงสว่างและไฟฟ้ ากาลงั
ลอดธรรมดา (Incandescent Lamp)

หลอดอนิ แคนเดสเซนตเ์ ป็นหลอดทไ่ี มป่ ระหยดั พลงั งาน การใชห้ ลอด
ประเภทน้ีใชเ้ ฉพาะในพน้ื ทท่ี ต่ี อ้ งการวตั ถุประสงคท์ างดา้ นความสวยงาม แสงสี หรอื กรณที ่ี
ตอ้ งการเน้นโดยทห่ี ลอดอ่นื ทาไมไ่ ด้ สามารถหรไ่ี ฟไดโ้ ดยงา่ ย ราคาถกู และจดุ ตดิ ทนั ที มี

อณุ หภมู สิ ปี ระมาณ 2500 - 2700 องศาเคลวนิ แต่ใหด้ ชั นีความถกู ตอ้ ง ของสถี งึ 97
% หากจาเป็นตอ้ งใชห้ ลอดประเภทน้ี หลอดฮาโลเจนเป็นหลอดทป่ี ระหยดั ทส่ี ุดในตระกูล
น้ี แต่กย็ งั ถอื วา่ เป็นหลอดไมป่ ระหยดั พลงั งานเม่อื เทยี บกบั หลอดชนิดอน่ื ๆ

กรณที จ่ี าเป็นตอ้ งใชห้ ลอดอนิ แคนเดสเซนตเ์ ราสามารถยดื อายกุ ารใชง้ านของ
หลอดไดโ้ ดยใชส้ วติ ชห์ รไ่ี ฟ สาหรบั หลอดฮาโลเจน การหรไ่ี ฟอาจทาใหอ้ ายกุ ารใชง้ าน
สนั้ หากหลกี เลย่ี งได้ ไมค่ วรใชห้ ลอดอนิ แคนเดสเซนตห์ รอื หลอดฮาโลเจนในการใหแ้ สง
สวา่ งมากนกั เน่ืองจากคา่ ประสทิ ธภิ าพผล (ลเู มนตอ่ วตั ต)์ ต่า ซง่ึ ทาใหส้ น้ิ เปลอื งพลงั งาน
มาก

หลอดธรรมดา จะมอี ยู่ 2 แบบ คอื
1. แบบขวั้ เกลยี ว
2. แบบขวั้ เขย้ี ว
ในปจั จุบนั ทใ่ี ชก้ นั อยจู่ ะเป็นแบบขวั้ เกลยี วเป็นสว่ นใหญ่

ส่วนประกอบของหลอดธรรมดา

หลกั การทางาน
เมอ่ื จา่ ยกระแสไฟฟ้าใหก้ บั หลอด กระแสไฟฟ้าจะไหลผา่ นหลอด ทาใหไ้ ส้
หลอดซง่ึ ทาจากโลหะทงั สเตนเกดิ การเผาไหม้ ทาใหเ้ กดิ ความรอ้ นจนสามารถเปลง่ แสง
ขน้ึ มาทาใหเ้ กดิ แสงสวา่ ง ดงั นนั้ พลงั งานทใ่ี ชก้ บั หลอดชนิดน้ีจงึ สญู เสยี ไปกบั ความรอ้ น
ประมาณ 90 % เหลอื เป็นพลงั งานแสง ประมาณ 10 % หลอดชนิดน้ีจงึ ไมป่ ระหยดั ไฟ

ข้อดีของหลอดธรรมดา
1. ใหแ้ สงสวา่ งเป็นธรรมชาติ
2. ตดิ ทนั ทที เ่ี ปิด ไมต่ อ้ งรอสตารท์
3. ราคาถกู
4. ตดิ ตงั้ และตรวจซอ่ มงา่ ย
5. หรแ่ี สงไดง้ า่ ย

6. ไมต่ อ้ งใชบ้ าลาสต์
7. มขี นาดเลก็ และเบา

เมน/วตั ต์ ข้อเสียของหลอดธรรมดา
1. ไมป่ ระหยดั พลงั งาน โดยหลอดธรรมดา จะมปี ระสทิ ธภิ าพ ประมาณ 10 ลู

2. อายกุ ารใชง้ านสนั้ ประมาณ 1,000 ชวั่ โมง
3. เลอื กอุณหภมู สิ ไี มไ่ ด้
4. หลอดเส่อื มเรว็

การใช้งานหลอดธรรมดา

เหมาะกบั การใหแ้ สงสวา่ งโดยทวั่ ไป โดยเฉพาะบรเิ วณทต่ี อ้ งการความรสู้ กึ แบบ
อบอนุ่ การใชแ้ สงเน้นบรรยากาศ เชน่ บา้ น โรงแรม รา้ นอาหาร เป็นตน้

หลอดฟลอู อเรสเซนต์ (Fluorescent)
คอื หลอดไฟชนิดหน่ึง ทางานโดยการเรอื งแสง นิยมใชใ้ นบา้ นและอาคารทวั่ ไป

ส่วนประกอบของหลอดฟลอู อเรสเซนต์

1. ตวั หลอด ทาดว้ ยหลอดแกว้ ลกั ษณะกลมยาว มขี วั้ หลอดอยทู่ ป่ี ลายดา้ นละ
ขวั้ ดา้ นในหลอดฉาบดว้ ยฟอสเฟอร์ หรอื สารเรอื งแสง ภายในบรรจกุ ๊าซเฉ่ือย เชน่ อารก์ อน
และไอปรอท

หลอดฟลอู อเรสเซนตท์ ใ่ี ชโ้ ดยทวั่ ไปจะมลี กั ษณะกลมยาว 18, 36 วตั ต์ และเป็น
วงกลม ขนาด 32 วตั ต์

ภาพท่ี 1 แสดงลกั ษณะของหลอดฟลอู อเรสเซนต์

2. บาลาส ทาจากขดลวดพนั บนแกนเหลก็ จะทาหน้าทต่ี ามลาดบั ในวงจรเป็น
2 ขนั้ ตอน คอื

- เพมิ่ แรงดนั ตอนสตารท์ เพอ่ื ดนั ใหอ้ เิ ลก็ ตรอนไหลขา้ มขวั้ หลอดจากขวั้
หน่ึงไปยงั อกี ขวั้ หน่ึงได้

- และเมอ่ื หลอดตดิ แลว้ จะทาหน้าทเ่ี หมอื นความตา้ นทานเพอ่ื จากดั กระแส
ใหไ้ หลตามขนาดวตั ตข์ องหลอด ดงั นนั้ การใชบ้ าลาสจะตอ้ งเลอื กใชข้ นาดเดยี วกบั หลอดไฟ
หากใชข้ นาดของบาลาสวตั ตน์ ้อยกวา่ หลอดจะทาใหห้ ลอดไมต่ ดิ หรอื ตดิ แต่สวา่ งไมเ่ ตม็ ท่ี แต่
หากใชข้ นาดของบาลาสวตั ตม์ ากกวา่ หลอด จะทาใหก้ ระแสไหลเกนิ ความตอ้ งการของหลอด
ทาใหห้ ลอดขาดได้

ภาพท่ี 2 แสดงบาลาส ใชป้ ระกอบหลอดฟลอู อเรสเซนต์

3. สตารท์ เตอร์ ทาหน้าทอ่ี นุ่ ไสห้ ลอด เพอ่ื ใหอ้ เิ ลก็ ตรอนเกดิ การแตกตวั ไดด้ ี
ภายในของสตารท์ เตอรจ์ ะมลี กั ษณะเหมอื นหลอดนีออน ภายในจะมแี ผน่

โลหะ 2 แผน่ วางอยหู่ า่ งกนั
แผน่ โลหะแผน่ หน่ึงของสตารท์ เตอรจ์ ะทาจากแผน่ ไบเมททอล
นอกจากน้ีสตารท์ เตอรบ์ างตวั อาจมตี วั เกบ็ ประจุต่อครอ่ มเอาไว้ เพอ่ื

ป้องกนั คลน่ื ความถร่ี บกวนขณะทางาน

ภาพท่ี 3 แสดงสตารท์ เตอร์ ใชป้ ระกอบหลอดฟลูออเรสเซนต์
หลกั การทางานของหลอดฟลอู อเรสเซนต์

ภาพท่ี 4 แสดงวงจรการต่อหลอดฟลอู อเรสเซนต์
1. เมอ่ื เราจา่ ยแรงดนั ไฟฟ้าใหก้ บั วงจร จะมกี ระแสไหลจากสายไฟเขา้ สบู่ าลาส
จากบาลาสเขาสขู่ วั้ หลอด และไหลผา่ นขวั้ หลอดเขา้ สสู่ ตารท์ เตอร์ และสน้ิ สดุ ทส่ี ตารท์ เตอร์

ไมส่ ามารถไหลผา่ นไปได้ จงึ ทาใหเ้ กดิ แรงดนั ตกครอ่ มทส่ี ตารท์ เตอร์ เทา่ กบั แรงดนั ทจ่ี า่ ย คอื
220 V

2. เม่อื เกดิ แรงดนั ตกคร่อมท่สี ตาร์ทเตอร์ 220 V จะทาให้สตาร์ทเตอร์เกิดการ
เรอื งแสงขน้ึ มา เหมอื นการทางานของหลอดนีออน เม่อื เกดิ แสงกจ็ ะเกดิ ความรอ้ นตามมา ทา
ให้แผ่นไบเมททอลท่ีอยู่ภายในเกิดการงอตัวไปแตะแผ่นโลหะอีกแผ่น ทาให้แสงท่ี
สตารท์ เตอรห์ ายไป และกระแสไฟฟ้าจะไหลผา่ นสตารท์ เตอรเ์ ขา้ ส่ขู วั้ หลอดอกี ดา้ นหน่ึงและ
ไหลผ่านออกไปครบวงจรท่สี ายนิวตรอล (ขนั้ ตอนน้ีเราจะสงั เกตเห็นว่าเม่ือเปิดสวิทซ์
สตารท์ เตอรจ์ ะสวา่ ง สกั ครแู่ ละดบั )

3. เมอ่ื กระแสไหลไดค้ รบวงจรไสห้ ลอดของหลอดฟลอู อเรสเซนตท์ งั้ สองดา้ นจะตดิ
สวา่ ง เหมอื นกบั มหี ลอดไฟ 2 หลอด ทาใหไ้ สห้ ลอดอนุ่ และรอ้ นขน้ึ ชว่ งน้ีเราเรยี กวา่ ชว่ งอนุ่
ไสห้ ลอด จะทาใหอ้ เิ ลก็ ตรอนทไ่ี สห้ ลอดแตกตวั ไดด้ ี ขณะทอ่ี นุ่ ไสห้ ลอดอยู่ แผน่ ไบเมททอลท่ี
สตารท์ เตอรก์ จ็ ะคอ่ ยๆ เยน็ ตวั ลงและยดื ตวั กลบั ตาแหน่งเดมิ ทาใหว้ งจรเปิดกระแสไฟฟ้าจะ
หยดุ ไหล มผี ลทาใหบ้ าลาสเหน่ียวนาแรงดนั ไฟฟ้าสงู ขน้ึ จนสามารถไปผลกั ใหอ้ เิ ลก็ ตรอนวงิ่
จากขวั้ หลอดหลอดดา้ นทจ่ี า่ ยไฟเขา้ ไปยงั ขวั้ หลอดอกี ดา้ นหน่ึงได้ ทาใหค้ รบวงจรอกี ครงั้
หน่ึง (ขนั้ ตอนน้ีเราจะสงั เกตเหน็ ขวั้ หลอดสวา่ งทงั้ สองดา้ นและดบั ในเวลาต่อมา จากนนั้
หลอดจะเกดิ การเรอื งแสงขน้ึ และสวา่ ง หรอื ไฟตดิ นนั่ เอง)

สาเหตุทห่ี ลอดฟลูออเรสเซนต์เรอื งแสงได้ เป็นเพราะอเิ ลก็ ตรอนทว่ี งิ่ ขา้ มจากขวั้
หลอดดา้ นหน่ึงไปยงั ขวั้ หลอดอกี ดา้ นหน่ึงนัน้ จะไปชนกบั ไอปรอททบ่ี รรจุอย่ภู ายในหลอด
ทาใหเ้ กดิ รงั สอี ลั ต้าไวโอเลต รงั สอี ลั ต้าไวโอเลตท่เี กิดไปกระทบกบั สารเรอื งแสงท่ฉี าบอยู่
ดา้ นในของหลอดทาปฏกิ ริ ยิ ากนั เกดิ การเรอื งแสงขน้ึ มา

จากกระบวนการตามขนั้ ตอนท่ี 1 - 3 หากยงั ไม่สามารถทาใหห้ ลอดฟลูออเรส
เซนต์ติดได้ ก็จะไปเร่ิมกระบวนการใหม่ตามลาดับต่อไปเร่ือยๆ จนกว่าหลอดจะ
ตดิ (ขอ้ สงั เกตเม่อื เราเปิดหลอดฟลอู อเรสเซนต์ สตารท์ เตอรก์ ระพรบิ ครงั้ เดยี วและหลอดตดิ
เลย หรอื กระพรบิ หลายครงั้ กวา่ หลอดจะตดิ )

4. เม่อื หลอดฟลอู อเรสเซนตต์ ดิ แลว้ จะมแี รงดนั ตกครอ่ มทบ่ี าลาสประมาณ 170
V และตกครอ่ มทห่ี ลอดและสตารท์ เตอร์ ประมาณ 120 V ทาใหส้ ตารท์ เตอรไ์ มส่ ามารถ

ทางานไดอ้ กี ต่อไป เพราะสตารท์ เตอรถ์ ูกออกแบบใหท้ างานได้ เม่อื มแี รงดนั ตกครอ่ ม
ประมาณ 180 V ขน้ึ ไป ดงั นนั้ ในการใชง้ านปกตหิ ากแรงดนั ไฟฟ้าตกมากกวา่ 180 V จะทา
ใหห้ ลอดฟลอู อเรสเซนตไ์ มส่ ามารถทางานได้ หรอื กรณีสตารท์ เตอรท์ างานผดิ ปกติ คอื ขณะ
หลอดตดิ อยสู่ ตารท์ เตอรท์ างานอกี กจ็ ะทาใหห้ ลอดดบั และตดิ อกี ไปเรอ่ื ยๆ กลายเป็นหลอด
กระพรบิ

ข้อแนะนาในการใช้หลอดฟลอู อเรสเซนต์

1. หลอดแบบ Preheat ไมเ่ หมาะสาหรบั ใชก้ บั หอ้ งทม่ี เี พดานสงู เกนิ กวา่ 5 -
7 เมตร เพราะตอ้ งใชห้ ลอดจานวนมาก การทอ่ี ายหุ ลอดไมม่ ากนกั ทาใหต้ อ้ งเปลย่ี นหลอด
บอ่ ย เปลอื งคา่ ใชจ้ า่ ยในการบารุงรกั ษา

2. ถา้ จาเป็นตอ้ งใชห้ ลอดฟลอู อเรสเซนตใ์ นพน้ื ทท่ี ม่ี คี วามสงู เกนิ กวา่ 7 เมตร ใหใ้ ช้
หลอดแบบ Rapid start จะเหมาะกวา่ เพราะมอี ายกุ ารใชง้ านนานถงึ 20,000 ชวั่ โมงและไมม่ ี
ปญั หาเรอ่ื ง starter

3. ควรเลอื กสขี องหลอดฟลอู อเรสเซนตใ์ หเ้ หมาะสมกบั งานเชน่ daylight , warm
white , cool white เป็นตน้

4. งานทต่ี อ้ งการความสอ่ งสวา่ งสงู กวา่ 500 ลกั ซค์ วรใชห้ ลอด daylight
5. งานทต่ี อ้ งการความสอ่ งสวา่ ง 300 - 500 ลกั ซค์ วรใชห้ ลอด cool white
6. งานทต่ี อ้ งการความสอ่ งสวา่ งต่ากวา่ 300 ลกั ซค์ วรใชห้ ลอด warm white
7. การเลอื กใชส้ ขี องหลอดอาจพจิ ารณาพน้ื ทใ่ี ชส้ อยประกอบกนั โดยพน้ื ทท่ี อ่ี ยู่
ตดิ กนั ควรใชห้ ลอดทม่ี โี ทนสใี กลเ้ คยี งกนั
8. หลอดฟลอู อเรสเซนตเ์ ป็นหลอดทม่ี ฮี ารม์ อนิก ซง่ึ มากหรอื น้อยขน้ึ อยกู่ บั การ
เลอื กใชบ้ ลั ลาสต์

หน่วยที่ 2การตรวจซ่อมและแก้ไขระบบไฟฟ้ า

แก้ปัญหาเต้ารบั มีไฟทงั้ 2 รู

สรุป ปญั หาของวงจรไฟฟ้าทเ่ี ราใชไ้ ขควงเชค็ ไฟทดสอบวงจร โดยเชค็ ทจ่ี ดุ ไฟ
เขา้ และไฟออก ปรากฎว่าไขควงเชค็ ไฟมไี ฟสวา่ งทงั้ 2 จุด หรอื เชค็ ทเ่ี ตา้ รบั แลว้ ไขควงสวา่ ง
ทงั้ 2 รู

แสดงวา่ ระบบของวงจรนนั้ มปี ญั หาทส่ี ายนิวตรอล คอื ทจ่ี ดุ ตอ่ สายนิวตรอล
อาจจะหลดุ หรอื ไมแ่ น่น

ถา้ หากใชไ้ ขควงเทสไฟทดสอบ ถา้ สายนิวตรอลหลุด หลอดไฟไขควงเทสจะ
สวา่ งเทา่ กนั ถา้ สายนิวตรอลไมแ่ น่น สงั เกตหลอดไฟไขควงเทสจะสวา่ งไมเ่ ทา่ กนั (รสู ายไฟ
จะสวา่ งกวา่ รสู ายนิวตรอล)

หากเราใชโ้ วลตม์ เิ ตอรว์ ดั คา่ ถา้ สายนิวตรอลหลดุ จะวดั คา่ แรงดนั ได้ 0 V ถา้
สายนิวตรอลหลวมหรอื ไมแ่ น่น จะวดั คา่ แรงดนั ได้ แตไ่ มถ่ งึ 220 V เชน่ อาจจะได้ 100 V

วธิ ตี รวจหาจดุ ทส่ี ายนิวตรอลหลวมหรอื หลุด ใหส้ งั เกตจากอุปกรณ์ไฟฟ้าทใ่ี ช้
ไมไ่ ด้

หากใชไ้ มไ่ ดท้ งั้ บา้ น ใหต้ รวจสอบสายนิวตรอลทร่ี ะบบไฟเมนของบา้ น หากสาย
นิวตรอลแน่นดี ไมห่ ลดุ ใหด้ ูเบรกเกอรค์ วบคมุ อาจจะเสยี (ถา้ เสยี ทเ่ี บรกเกอร์ ใชไ้ ขควงจท้ี ่ี
สายนิวตรอลดา้ นบนเบรกเกอรจ์ ะไมม่ ไี ฟ แต่จท้ี ส่ี ายนิวตรอดา้ นลา่ งเบรกเกอรจ์ ะมไี ฟ)

หากอุปกรณ์ไฟฟ้าใชไ้ มไ่ ดเ้ ป็นบางสว่ น ใหต้ รวจสอบทจ่ี ุดต่อสายนิวตรอลของวงจรจุด
นนั้


Click to View FlipBook Version