The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ศศินา ชํานิธุระการ, 2023-07-09 13:35:09

หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

เศรษฐกิกิ กิกิ จพอเพีพีพีพียง


สำหรับผลของการพัฒนาในด้านบวก ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของอัตราการเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจ ความเจริญทางวัตถุ และสาธารณูปโภคต่างๆ ระบบสื่อสารที่ทันสมัย หรือการขยาย ปริมาณและกระจายการศึกษาอย่างทั่วถึงมากขึ้น แต่กระบวนการเปลี่ยนแปลงของสังคมได้เกิด ผลติดลบด้วย เช่น การขยายตัวของรัฐเข้าไปในชนบท ได้ส่งผลให้ชนบทเกิดความอ่อนแอใน หลายด้าน ทั้งการต้องพึ่งพิงตลาดและพ่อค้าคนกลางในการสั่งสินค้าทุน ความเสื่อมโทรมของ ทรัพยากรธรรมชาติ ระบบความสัมพันธ์แบบเครือญาติ และการรวมกลุ่มกันตามประเพณีเพื่อการ จัดการทรัพยากร ภูมิความรู้ที่เคยใช้แก้ปัญหาและสั่งสมปรับเปลี่ยนกันมาถูกลืมเลือนและเริ่ม สูญหายไปสิ่งสำ คัญ ก็คือ ความพอเพียงในการดำ รงชีวิต ซึ่งเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่ทำ ให้คนไทย สามารถพึ่งตนเอง และดำ เนินชีวิตไปได้อย่างมีศักดิ์ศรีภายใต้อำ นาจและความมีอิสระในการ กำ หนดชะตาชีวิตของตนเอง ความสามารถในการควบคุมและจัดการเพื่อให้ตนเองได้รับการ สนองตอบต่อความต้องการต่างๆรวมทั้งความสามารถในการจัดการปัญหาได้ด้วยตนเองซึ่ง ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นศักยภาพพื้นฐานที่คนไทยและสังคมไทยเคยมีอยู่แต่เดิมต้องถูกกระทบ กระเทือนซึ่งวิกฤตเศรษฐกิจจากปัญหาฟองสบู่และปัญหาความอ่อนแอของชนบท รวมทั้งปัญหา อื่นๆ ที่เกิดขึ้น ล้วนแต่เป็นข้อพิสูจน์และยืนยันปรากฎการณ์นี้ได้เป็นอย่างดี จุดเริ่มต้นแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ผลจากการใช้แนวทางการพัฒนาประเทศไปสู่ความทันสมัยได้ก่อให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงแก่สังคมไทยอย่างมากในทุกด้านอีกทั้งกระบวนการของความเปลี่ยนแปลง มีความสลับซับซ้อน ที่มา : https://sufficienteconomydrawing.blogspot.com/2016/10/wat-rup-nai-luang-setthakit-phophiang.html


เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำ รงอยู่และปฏิบัติตนของ ประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งใน การพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำ เนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนา เศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอ ประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำ เป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี พอสมควร ต่อการกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในภายนอก ทั้งนี้ จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งใน การนำ วิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำ เนินการ ทุกขั้นตอน และ ขณะเดียวกัน จะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำ นึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์ สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำ เนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มี สติ ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และ วัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระ ราชดำ ริชี้แนะแนวทาง การดำ เนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า ๒๕ ปี ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำ แนวทางการแก้ไข เพื่อให้รอดพ้น และสามารถดำ รงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และ ความ เปลี่ยนแปลงต่างๆ เศรษฐกิจพอเพียง ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง


เศรษฐกิจพอเพียง ความพอประมาณ หมายถึง ความ พอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกิน ไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ใน ระดับพอประมาณ ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอ เพียงนั้นจะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่ เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำ นึงถึงผลที่คาด ว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำ นั้นๆ อย่างรอบคอบ ภูมิคุ้มกัน หมายถึง การเตรียมตัวให้ พร้อมรับผลกระทบและการ เปลี่ยนแปลงด้านต่างๆที่จะเกิดขึ้น โดยคำ นึงถึงความเป็นไปได้ของ สถานการณ์ต่างๆที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ในอนาคต เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการ ต่างๆที่เกี่ยวข้องรอบด้าน ความ รอบคอบที่จะนำ ความรู้เหล่านั้น มาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อ ประกอบการวางแผนและความ ระมัดระวังในการปฏิบัติ เงื่อนไขคุณธรรมที่จะต้องเสริม สร้างประกอบด้วยมีความ ตระหนักใน คุณธรรมมีความ ซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำ เนินชีวิต ๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข ที่มา : https://www.kasetorganic.com/knowledge/sufficiency-economy


พระราชดำ รัสที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง “...เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาของเศรษฐกิจ การที่ ต้องใช้รถไถต้องไปซื้อ เราต้องใช้ต้องหาเงินมา สำ หรับซื้อน้ำ มันสำ หรับรถไถ เวลารถไถเก่าเรา ต้องยิ่งซ่อมแซม แต่เวลาใช้นั้นเราก็ต้องป้อน น้ำ มันให้เป็นอาหาร เสร็จแล้วมันคายควัน ควัน เราสูดเข้าไปแล้วก็ปวดหัว ส่วนควายเวลาเรา ใช้เราก็ต้องป้อนอาหาร ต้องให้หญ้าให้อาหาร มันกิน แต่ว่ามันคายออกมา ที่มันคายออกมาก็ เป็นปุ๋ย แล้วก็ใช้ได้สำ หรับให้ที่ดินของเราไม่ เสีย...” พระราชดำ รัสเนื่องในพระราชพิธีพืชมงคลจรด พระนังคัลแรกนาขวัญ ณ ศาลาดุสิดาลัย วันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๒๙ “...เราไม่เป็นประเทศร่ำ รวย เรามีพอสมควร พออยู่ได้ แต่ไม่เป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่าง มาก เราไม่อยากจะเป็นประเทศก้าวหน้าอย่าง มาก เพราะถ้าเราเป็นประเทศก้าวหน้าอย่าง มากก็จะมีแต่ถอยกลับประเทศเหล่านั้นที่เป็น ประเทศอุตสาหกรรมก้าวหน้า จะมีแต่ถอย หลังและถอยหลังอย่างน่ากลัว แต่ถ้าเรามีการ บริหารแบบเรียกว่าแบบคนจน แบบที่ไม่ติด กับตำ รามากเกินไป ทำ อย่างมีสามัคคีนี่แหละ คือเมตตากัน จะอยู่ได้ตลอดไป...” พระราช ดำ รัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๔ “...ตามปกติคนเราชอบดูสถานการณ์ในทางดี ที่ เขาเรียกว่าเล็งผลเลิศ ก็เห็นว่าประเทศไทย เรานี่ ก้าวหน้าดี การเงินการอุตสาหกรรมการค้าดี มี กำ ไร อีกทางหนึ่งก็ต้องบอกว่าเรากำ ลังเสื่อมลง ไปส่วนใหญ่ ทฤษฎีว่า ถ้ามีเงินเท่านั้นๆ มีการกู้ เท่านั้นๆ หมายความว่าเศรษฐกิจก้าวหน้า แล้วก็ ประเทศก็เจริญมีหวังว่าจะเป็นมหาอำ นาจ ขอโทษเลยต้องเตือนเขาว่า จริงตัวเลขดี แต่ว่า ถ้าเราไม่ระมัดระวังในความต้องการพื้นฐานของ ประชาชนนั้นไม่มีทาง...” พระราชดำ รัสเนื่องใน โอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดา ลัย วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๖ “...เดี๋ยวนี้ประเทศไทยก็ยังอยู่ดีพอสมควร ใช้ คำ ว่า พอสมควร เพราะเดี๋ยวมีคนเห็นว่ามี คนจน คนเดือดร้อน จำ นวนมากพอสมควร แต่ใช้คำ ว่า พอสมควรนี้ หมายความว่าตา มอัตตภาพ...” พระราชดำ รัสเนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๙ ที่มา : https://pin.it/2qwdxxD


“...ที่เป็นห่วงนั้น เพราะแม้ในเวลา ๒ ปี ที่เป็นปี กาญจนาภิเษกก็ได้เห็นสิ่งที่ทำ ให้เห็นได้ว่า ประชาชนยังมีความเดือดร้อนมาก และมีสิ่งที่ควร จะแก้ไขและดำ เนินการต่อไปทุกด้าน มีภัยจาก ธรรมชาติกระหน่ำ ภัยธรรมชาตินี้เราคงสามารถ ที่จะบรรเทาได้หรือแก้ไขได้ เพียงแต่ว่าต้องใช้ เวลาพอใช้ มีภัยที่มาจากจิตใจของคน ซึ่งก็แก้ไข ได้เหมือนกัน แต่ว่ายากกว่าภัยธรรมชาติ ธรรมชาตินั้นเป็นสิ่งนอกกายเรา แต่นิสัยใจคอ ของคนเป็นสิ่งที่อยู่ข้างใน อันนี้ก็เป็นข้อหนึ่งที่ อยากให้จัดการให้มีความเรียบร้อย แต่ก็ไม่หมด หวัง...” พระราชดำ รัส เนื่องในโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๙ “...การจะเป็นเสือนั้นไม่สำ คัญ สำ คัญอยู่ที่เรา มีเศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกิน นั้น หมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอ เพียงกับตนเอง ความพอเพียงนี้ไม่ได้ หมายความว่าทุกครอบครัวจะต้องผลิต อาหารของตัวเอง จะต้องทอผ้าใส่เอง อย่าง นั้นมันเกินไป แต่ว่าในหมู่บ้านหรือในอำ เภอ จะต้องมีความพอเพียงพอสมควร บางสิ่งบาง อย่างผลิตได้มากกว่าความต้องการก็ขายได้ แต่ขายในที่ไม่ห่างไกลเท่าไร ไม่ต้องเสียค่า ขนส่งมากนัก...”พระราชดำ รัส เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๙. “...เมื่อปี ๒๕๑๗ วันนั้นได้พูดถึงว่า เราควร ปฏิบัติให้พอมีพอกิน พอมีพอกินนี้ก็แปลว่า เศรษฐกิจพอเพียงนั่นเอง ถ้าแต่ละคนมีพอมีพอ กิน ก็ใช้ได้ ยิ่งถ้าทั้งประเทศพอมีพอกินก็ยิ่งดี และประเทศไทยเวลานั้นก็เริ่มจะเป็นไม่พอมีพอ กิน บางคนก็มีมาก บางคนก็ไม่มีเลย...” พระราชดำ รัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑ “...พอเพียง มีความหมายกว้างขวางยิ่งกว่านี้ อีก คือคำ ว่าพอ ก็พอเพียงนี้ก็พอแค่นั้นเอง คน เราถ้าพอในความต้องการก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าประเทศใดมีความคิดอันนี้ มีความคิดว่าทำ อะไรต้องพอเพียง หมายความว่าพอประมาณ ซื่อตรง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข พอเพียงนี้อาจจะมี มีมากอาจจะมีของหรูหรา ก็ได้ แต่ว่าต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น...” พระราชดำ รัส เนื่องในโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑


“...ไฟดับถ้ามีความจำ เป็น หากมีเศรษฐกิจพอ เพียงแบบไม่เต็มที่ เรามีเครื่องปั่นไฟก็ใช้ปั่นไฟ หรือถ้าขั้นโบราณกว่า มืดก็จุดเทียน คือมีทางที่ จะแก้ปัญหาเสมอ ฉะนั้นเศรษฐกิจพอเพียงก็มี เป็นขั้นๆ แต่จะบอกว่าเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ให้พอเพียงเฉพาะตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์นี่เป็นสิ่ง ทำ ไม่ได้ จะต้องมีการแลกเปลี่ยน ต้องมีการช่วย กัน ถ้ามีการช่วยกัน แลกเปลี่ยนกัน ก็ไม่ใช่พอ เพียงแล้ว แต่ว่าพอเพียงในทฤษฎีในหลวงนี้ คือ ให้สามารถที่จะดำ เนินงานได้...” พระราชดำ รัส เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๒ “...โครงการต่างๆ หรือเศรษฐกิจที่ใหญ่ ต้องมี ความสอดคล้องกันดีที่ไม่ใช่เหมือนทฤษฎีใหม่ ที่ใช้ที่ดินเพียง ๑๕ ไร่ และสามารถที่จะปลูก ข้าวพอกิน กิจการนี้ใหญ่กว่า แต่ก็เป็น เศรษฐกิจพอเพียงเหมือนกัน คนไม่เข้าใจว่ากิจ การใหญ่ๆ เหมือนสร้างเขื่อนป่าสักก็เป็น เศรษฐกิจพอเพียงเหมือนกัน เขานึกว่าเป็น เศรษฐกิจสมัยใหม่ เป็นเศรษฐกิจที่ห่างไกลจาก เศรษฐกิจพอเพียง แต่ที่จริงแล้ว เป็นเศรษฐกิจ พอเพียงเหมือนกัน...” พระราชดำ รัส เนื่องใน โอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๒ “...ฉันพูดเศรษฐกิจพอเพียงความหมายคือ ทำ อะไรให้เหมาะสมกับฐานะของตัวเอง คือทำ จากรายได้ ๒๐๐-๓๐๐ บาท ขึ้นไปเป็นสองหมื่น สามหมื่นบาท คนชอบเอาคำ พูดของฉัน เศรษฐกิจพอเพียงไปพูดกันเลอะเทอะ เศรษฐกิจ พอเพียง คือทำ เป็น Self-Sufficiency มันไม่ใช่ความหมายไม่ใช่แบบที่ฉันคิด ที่ฉันคิดคือเป็น Self-Sufficiency of Economy เช่น ถ้าเขาต้องการดูทีวี ก็ควรให้เขามีดู ไม่ใช่ไปจำ กัดเขาไม่ให้ซื้อทีวีดู เขาต้องการดูเพื่อความ สนุกสนาน ในหมู่บ้านไกลๆ ที่ฉันไป เขามีทีวีดูแต่ใช้แบตเตอรี่ เขาไม่มีไฟฟ้า แต่ถ้า Sufficiency นั้น มีทีวีเขา ฟุ่มเฟือย เปรียบเสมือนคนไม่มีสตางค์ไปตัดสูทใส่ และยังใส่เนคไทเวอร์ซาเช่ อันนี้ก็เกินไป...” พระตำ หนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล ๑๗ มกราคม ๒๕๔๔ ที่มา : https://pin.it/2qwdxxD


ประเทศไทยกับเศรษฐกิจพอเพียง ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ สามารถนำ ไปสู่เป้าหมายของการสร้างความมั่นคงในทางเศรษฐกิจได้ เช่น โดยพื้นฐานแล้ว ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เศรษฐกิจของประเทศจึงควรเน้นที่เศรษฐกิจ การเกษตร เน้นความมั่นคงทางอาหาร เป็นการสร้างความมั่นคงให้เป็นระบบเศรษฐกิจในระดับหนึ่ง จึงเป็นระบบเศรษฐกิจที่ช่วยลดความเสี่ยง หรือความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้ เศรษฐกิจพอเพียง สามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกระดับ ทุกสาขา ทุกภาคของเศรษฐกิจ ไม่จำ เป็นจะ ต้องจำ กัดเฉพาะแต่ภาคการเกษตร หรือภาคชนบท แม้แต่ภาคการเงิน ภาคอสังหาริมทรัพย์ และ การค้าการลงทุนระหว่างประเทศ โดยมีหลักการที่คล้ายคลึงกันคือ เน้นการเลือกปฏิบัติอย่างพอ ประมาณ มีเหตุมีผล และสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ตนเองและสังคม ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ มุ่งเน้นให้ผู้ผลิต หรือผู้บริโภค พยายามเริ่มต้นผลิต หรือบริโภคภายใต้ ขอบเขต ข้อจำ กัดของรายได้ หรือทรัพยากรที่มีอยู่ไปก่อน ซึ่งก็คือ หลักในการลดการพึ่งพา เพิ่ม ขีดความสามารถในการควบคุมการผลิตได้ด้วยตนเอง และลดภาวะการเสี่ยงจากการไม่สามารถ ควบคุมระบบตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เศรษฐกิจพอเพียงมิใช่หมายความถึง การกระเบียดกระเสียนจนเกินสมควร หากแต่อาจฟุ่มเฟือย ได้เป็นครั้งคราวตามอัตภาพ แต่คนส่วนใหญ่ของประเทศ มักใช้จ่ายเกินตัว เกินฐานะที่หามาได้ ที่มา : http://roadsafefund.dlt.go.th/ ที่มา : https://www.raimaneethip.com/?p=186


ทฤษฎีใหม่ ทฤษฎีใหม่ คือ ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงที่เด่นชัด ที่สุด ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำ รินี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือ เกษตรกรที่มักประสบปัญหาทั้งภัยธรรมชาติและปัจจัยภาย นอกที่มีผลกระทบต่อการทำ การ เกษตร ให้สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤต โดยเฉพาะการขาดแคลนน้ำ ได้โดยไม่เดือดร้อน และยากลำ บากนัก ความเสี่ยงที่เกษตรกร มักพบเป็นประจำ ประกอบด้วย ๑. ความเสี่ยงด้านราคาสินค้าเกษตร ๒. ความเสี่ยงในราคาและการพึ่งพาปัจจัยการผลิตสมัยใหม่ จากต่างประเทศ ๓. ความเสี่ยงด้านน้ำ ฝนทิ้งช่วง ฝนแล้ง ๔. ภัยธรรมชาติอื่นๆ และโรคระบาด ๕. ความเสี่ยงด้านแบบแผนการผลิต - ความเสี่ยงด้านโรคและศัตรูพืช - ความเสี่ยงด้านการขาดแคลนแรงงาน - ความเสี่ยงด้านหนี้สินและการสูญเสียที่ดิน ทฤษฎีใหม่ จึงเป็นแนวทางหรือหลักการในการบริหารการจัดการที่ดินและน้ำ เพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด


ตัวอย่างพืชที่ควรปลูกและสัตว์ที่ควรเลี้ยง ไม้ผลและผักยืนต้น : มะม่วง มะพร้าว มะขาม ขนุน ละมุด ส้ม กล้วย น้อยหน่า มะละกอ กะท้อน แคบ้าน มะรุม สะเดา ขี้เหล็ก กระถิน ฯลฯ ผักล้มลุกและดอกไม้ : มันเทศ เผือก ถั่วฝักยาว มะเขือ มะลิ ดาวเรือง บานไม่รู้โรย กุหลาบ รัก และซ่อนกลิ่น เป็นต้น เห็ด : เห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง เห็ดเป๋าฮื้อ เป็นต้น สมุนไพรและเครื่องเทศ : หมาก พลู พริกไท บุก บัวบก มะเกลือ ชุมเห็ด หญ้าแฝก และพืชผักบาง ชนิด เช่น กะเพรา โหระพา สะระแหน่ แมงลัก และ ตะไคร้ เป็นต้น ไม้ใช้สอยและเชื้อเพลิง : ไผ่ มะพร้าว ตาล กระถิน ณรงค์ มะขามเทศ สะแก ทองหลาง จามจุรี กระถิน สะเดา ขี้เหล็ก ประดู่ ชิงชัน และยางนา เป็นต้น พืชไร่ : ข้าวโพด ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ถั่วพุ่ม ถั่วมะ แฮะ อ้อย มันสำ ปะหลัง ละหุ่ง นุ่น เป็นต้น พืชไร่ หลายชนิดอาจเก็บเกี่ยวเมื่อผลผลิตยังสดอยู่ และ จำ หน่ายเป็นพืชประเภทผักได้ และมีราคาดีกว่าเก็บ เมื่อแก่ ได้แก่ ข้าวโพด ถัวเหลือง ถั่วลิสง ถั่วพุ่ม ถั่ว มะแฮะ อ้อย และมันสำ ปะหลัง พืชบำ รุงดินและพืชคลุมดิน : ถั่วมะแฮะ ถั่วฮามา ต้า โสนแอฟริกัน โสนพื้นเมือง ปอเทือง ถั่วพร้า ขี้ เหล็ก กระถิน รวมทั้งถั่วเขียวและถั่วพุ่ม เป็นต้น และเมื่อเก็บเกี่ยวแล้วไถกลบลงไปเพื่อบำ รุงดินได้ หมายเหตุ : พืชหลายชนิดใช้ทำ ประโยชน์ได้มากกว่าหนึ่งชนิด และการเลือกปลูกพืชควรเน้นพืชยืนต้นด้วย เพราะการดูแลรักษาในระยะหลังจะลดน้อยลง มีผลผลิตทยอยออกตลอดปี ควรเลือกพืชยืนต้นชนิดต่างๆ กัน ให้ความร่มเย็นและชุ่มชื้นกับที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม และควรเลือกต้นไม้ให้สอดคล้องกับสภาพของ พื้นที่ เช่น ไม่ควรปลูกยูคาลิปตัสบริเวณขอบสระ ควรเป็นไม้ผลแทน เป็นต้น สัตว์เลี้ยงอื่นๆ ได้แก่ สัตว์น้ำ : ปลาไน ปลานิล ปลาตะเพียนขาว ปลาดุก เพื่อเป็นอาหารเสริมประเภทโปรตีน และยังสามารถ นำ ไปจำ หน่ายเป็นรายได้เสริมได้อีกด้วย ในบางพื้นที่ สามารถเลี้ยงกบได้ สุกร หรือ ไก่ เลี้ยงบนขอบสระน้ำ ทั้งนี้ มูลสุกรและ ไก่สามารถนำ มาเป็นอาหารปลา บางแห่งอาจเลี้ยง เป็ดได้


ประโยชน์ของทฤษฎีใหม่ ๑. ให้ประชาชนพออยู่พอกินสมควรแก่อัตภาพในระดับที่ประหยัด ไม่ อดอยาก และเลี้ยงตนเองได้ตามหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ๒. ในหน้าแล้งมีน้ำ น้อย ก็สามารถเอาน้ำ ที่เก็บไว้ในสระมาปลูกพืชผัก ต่างๆ ที่ใช้น้ำ น้อยได้ โดยไม่ต้องเบียดเบียนชลประทาน ๓. ในปีที่ฝนตกตามฤดูกาลโดยมีน้ำ ดีตลอดปี ทฤษฎีใหม่นี้สามารถ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้โดยไม่เดือดร้อนในเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ๔. ในกรณีที่เกิดอุทกภัย เกษตรกรสามารถที่จะฟื้นตัวและช่วยตัว เองได้ในระดับหนึ่ง โดยทางราชการไม่ต้องช่วยเหลือมากนัก ซึ่ง เป็นการประหยัดงบประมาณด้วย


ทฤษฎีใหม่ที่สมบูรณ์ ทฤษฎีใหม่ที่ดำ เนินการโดยอาศัยแหล่งน้ำ ธรรมชาติ น้ำ ฝน จะอยู่ในลักษณะ “หมิ่นเหม่” เพราะหากปีใดฝนน้อย น้ำ อาจจะไม่เพียงพอ ฉะนั้น การที่จะทำ ให้ทฤษฎีใหม่สมบูรณ์ได้นั้น จำ เป็น ต้องมีสระเก็บกักน้ำ ที่มีประสิทธิภาพและเต็มความสามารถ โดยการมีแหล่งน้ำ ขนาดใหญ่ที่สามารถ เพิ่มเติมน้ำ ในสระเก็บกักน้ำ ให้เต็มอยู่ เสมอ ดังเช่น กรณีของการทดลองที่โครงการพัฒนาพื้นที่ บริเวณวัดมงคลชัยพัฒนาอันเนื่องมาจาก พระราชดำ ริ จังหวัดสระบุรี ระบบทฤษฎีใหม่ที่สมบูรณ์ อ่างใหญ่ เติมอ่างเล็ก อ่างเล็ก เติมสระน้ำ จากภาพ วงกลมเล็ก คือสระน้ำ ที่เกษตรกรขุดขึ้นตามทฤษฎีใหม่ เมื่อเกิดช่วงขาดแคลนน้ำ ในฤดู แล้ง เกษตรกรสามารถสูบน้ำ มาใช้ประโยชน์ได้ และหากน้ำ ในสระน้ำ ไม่เพียงพอก็ขอรับน้ำ จาก อ่างห้วยหินขาว (อ่างเล็ก) ซึ่งได้ทำ ระบบส่งน้ำ เชื่อมต่อทางท่อลงมายังสระน้ำ ที่ได้ขุดไว้ในแต่ละ แปลง ซึ่งจะช่วยให้สามารถมีน้ำ ใช้ตลอดปี กรณีที่เกษตรกรใช้น้ำ กันมาก อ่างห้วยหินขาว (อ่างเล็ก) ก็อาจมีปริมาณน้ำ ไม่เพียงพอ ก็สามารถ ใช้วิธีการผันน้ำ จากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ (อ่างใหญ่) ต่อลงมายังอ่างเก็บน้ำ ห้วยหินขาว (อ่างเล็ก) ก็ จะช่วยให้มีปริมาณน้ำ มาเติมในสระของเกษตรกรพอตลอดทั้งปีโดยไม่ต้องเสี่ยง ระบบการจัดการทรัพยากรน้ำ ตามแนวพระราชดำ ริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สามารถทำ ให้ การใช้น้ำ มีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด จากระบบส่งท่อเปิดผ่านไปตามแปลงไร่นาต่างๆ ถึง ๓-๕ เท่า เพราะยามหน้าฝน นอกจากจะมีน้ำ ในอ่างเก็บน้ำ แล้ว ยังมีน้ำ ในสระของราษฎรเก็บไว้พร้อมกัน ด้วย ทำ ให้มีปริมาณน้ำ เพิ่มอย่างมหาศาล น้ำ ในอ่างที่ต่อมาสู่สระจะทำ หน้าที่เป็นแหล่งน้ำ สำ รอง คอยเติมเท่านั้นเอง ที่มา : https://www.chaipat.or.th/publication/publish-document/


การดำ เนินชีวิตตามแนวพระราชดำ ริพอเพียง ๑. ยึดความประหยัด ตัดทอนค่าใช้ จ่ายในทุกด้าน ลดละความฟุ่มเฟือย ในการใช้ชีวิต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเข้าใจถึงสภาพสังคมไทย ดังนั้น ได้ พระราชทานแนวพระราชดำ ริ หรือพระบรมราโชวาทในด้านต่างๆ จะ ทรงคำ นึงถึงวิถีชีวิต สภาพสังคมของประชาชนด้วย เพื่อไม่ให้เกิด ความขัดแย้งทางความคิด ที่อาจนำ ไปสู่ความขัดแย้งในทางปฏิบัติได้ ๒. ยึดถือการประกอบอาชีพด้วย ความถูกต้อง ซื่อสัตย์สุจริต ๔. ไม่หยุดนิ่งที่จะหาทางให้ชีวิต หลุดพ้นจากความทุกข์ยาก ด้วย การขวนขวายใฝ่หาความรู้ให้มีราย ได้เพิ่มพูนขึ้น จนถึงขั้นพอเพียงเป็น เป้าหมายสำ คัญ ๓. ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์ และแข่งขันกันในทางการค้าแบบ ต่อสู้กันอย่างรุนแรง ๕. ปฏิบัติตนในแนวทางที่ดี ลดละ สิ่งชั่ว ประพฤติตนตามหลักศาสนา


บุคคลที่นำ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไป ประยุกต์ใช้จนประสบความสำ เร็จ ( นายสมพงษ์ พรผล ) จังหวัดพังงา ประเทศไทย ที่มา : นายสมพงษ์ พรผล ได้ก่อร่างสร้างตัว โดยยึดอาชีพทำ นาสวนยางพารา ไม้ผลและ พืชหมุนเวียน พืชผักสวนครัว เลี้ยงปลา เป็ด เป็นอาหารลดรายจ่ายในครัวเรือน และนำ ผลผลิตที่เหลือไปขายในตลาดชุมชน มุ่งมั่นส่ง ลูกทุกคนได้เรียนหนังสือจนจบปริญญา (ตรี โท) และมีงานที่ดีในสังคมถึง ๕ คน ปัจจุบันมีฐานะมั่นคง เป็นครอบครัวที่อบอุ่น เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ครอบครัวอื่นในชุมชน โดยในอดีตเคยบวชเรียนมาตั้งแต่เด็กจน กระทั่งได้รับการบรรพชาเป็นพระเมื่อลา สิกขาบทและแต่งงานแล้วจึงนำ ธรรมมาปรับ ใช้ในการดำ เนินชีวิตตลอดมา ความพอประมาณ สร้างฐานะในครอบครัวจนมีความมั่นคง โดย ใช้หลักในการทำ งานว่าจะต้องขยันหมั่น เพียร อดทน ให้มีรายได้อย่างน้อยก็พอเลี้ยง ตัวเองและครอบครัวได้ มีการทำ บัญชีครัว เรือน ความมีเหตุผล เป็นผู้ที่มีความคิดอย่างเป็นระบบและมีการ วางแผนในทุกเรื่อง เช่น ด้านลงทุนในการ ประกอบอาชีพ โดยจะจัดสรรเงินไว้ล่วงหน้า ในด้านรายจ่ายในการลงทุน และเงินรายรับที่ หักค่าใช้จ่ายแล้วคงเหลือเป็นเงินออมต่อปี ภูมิคุ้มกัน - เป็นผู้นำ ชุมชนรวม กลุ่มเกษตรกรทำ สวนยางท่าอยู่ ขึ้นจนปัจจุบันสามารถผลิตยางแผ่นคุณภาพดี ชั้น ๑ เป็นที่ต้องการของตลาด - เป็นผู้นำ ในการจัดตั้ง ธนาคารหมู่บ้าน เพื่อระดม เงินทุน เป็นการอำ นวยความสะดวกให้เกษตรกรฝาก เงินภายหลังจากขายยางพารา เป็นการฝึกการออม เงินให้คนในชุมชน -เป็นผู้นำ ทางความคิดในการทำ ผลิตภัณฑ์จากเศษ ยางพารา ใบยางพารา เช่น ตุ๊กตา เต่า อุปกรณ์ ทางการแพทย์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรใน ชุมชนสร้างอาชีพเสริมในชุมชน ความรู้ - มีการพัฒนาแสวงหาความรู้ เข้าร่วมประชุม อบรม สัมนาต่างๆ อ่านหนังสือ ดูวีดิทัศน์ เมื่อได้ แนวทางและศึกษาวิธีการจน เข้าใจ มีการเก็บ ข้อมูลเป็นแฟ้มเอกสาร - สามารถขยายผลถ่ายทอดความรู้ ให้ผู้อื่นได้ดี โดยรับเป็นวิทยากรบรรยายให้แก่ นักเรียน / นักศึกษา / ผู้ที่สนใจศึกษา ที่มา : http://tsdf.nida.ac.th/th/sep-best-practices/ระดับบุคคล/10521-นายสมพงษ์-พรผล


“ก่อร่างสร้างตัวโดยยึดอาชีพทำ นา สวนยางพารา ไม้ผล และพืชหมุนเวียนพืชผักสวนครัว เลี้ยงปลา เป็ด เป็นอาหาร ลดรายจ่ายในครัวเรือน และนำ ผลผลิตที่เหลือไปขายในตลาดชุมชน” คุณธรรม - เปิดร้านค้าสวัสดิการให้สมาชิกเกษตรกร ในการจำ หน่ายวัสดุอุปกรณ์การเกษตรใน ราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด และมีการทำ บัญชี เพื่อความโปร่งใส ยุติธรรม - รู้จักแบ่งปันและช่วยเหลือสังคม เช่นให้ ทุนการศึกษาแก่เด็กทุกปี อุทิศตนช่วย เหลืองานด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อ ชุมชน โดยไม่รับผลตอบแทนใด ๆ ผลสำ เร็จจากการประยุกต์ใช้ มีครอบครัวที่อบอุ่น สร้างฐานะจาก ความยากจน ปัจจุบันมีฐานะมั่นคง และ ประสบความสำ เร็จในการเลี้ยงดูลูกจน จบปริญญาตรี โท และประกอบอาชีพที่ ดีในสังคม และช่วยเหลือสังคมตาม แนวทางการประพฤติปฏิบัติตนของบิดา เป็นผู้เสียสละ รักคนในชุมชน ด้วยจิตใจแห่ง การให้อย่างแท้จริง เช่น เสียสละให้พื้นที่ทำ กินจัดตั้ง โรงงานผลิตยางแผ่นคุณภาพดี ชั้น ๑ เป็นผู้นำ ในการจัดตั้ง ธนาคารหมู่บ้าน เพื่อ ระดมเงินทุน และเป็นการอำ นวยความ สะดวกให้เกษตรกรฝากเงินภายหลังจากขาย ยางพารา เป็นการฝึกการออมเงินให้คนใน ชุมชน เป็นผู้นำ ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ให้เกิด ประโยชน์แก่ชุมชน ในการจัดตั้งกลุ่มทำ ผลิตภัณฑ์จากเศษยางพาราให้เกิดมูลค่า เพิ่ม เช่น ตุ๊กตายาง อุปกรณ์ทางการ แพทย์ ฯลฯ เป็นสินค้า OTOP ของ จังหวัดพังงา เป็นคนดี บุคคลต้นแบบของชุมชนในการ ประพฤติปฏิบัติตัวตามแนวของปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงโดยนำ หลักธรรมของ มัชฌิมาปฏิปทา(ทางสายกลาง) มาปรับใช้ ในการดำ เนินชีวิตและครอบครัว -มีความเสียสละให้จัดตั้งโรงงานผลิตยางแผ่น คุณภาพดี ชั้น ๑ ของชุมชน ในพื้นที่ทำ กินของตนเอง เพื่อให้สมาชิกกลุ่มเกษตรกรนำ น้ำ ยาง มาทำ รวมกันพร้อมเปิดตลาดประมูลยางพารา ทำ ให้ เกษตรกรได้ราคาสูง - จัดตั้ง ศูนย์เรียนรู้ของชุมชนในพื้นที่ทำ กินของ ตนเองเพื่อ เป็นแหล่งถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการ เกษตรของชุมชนและรับเป็นวิทยากรบรรยาย ให้การ อบรมสำ หรับผู้ที่สนใจ


การนำ หลักเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกย์ใช้ในชีวิตประจำ วันนั้น ขั้นแรก ต้องยึด หลัก "พึ่งตนเอง" คือ พยายามพึ่งตนเองให้ได้ก่อน ในแต่ละโรงเรียนต้องมีการบริหาร จัดการอย่างพอดี ประหยัดไม่ฟุ่มเฟือย นักเรียนแต่ละคนควรรู้จักข้อมูลตนเอง เช่น ข้อมูล รายรับ-รายจ่ายของตนเอง สามารถรักษาระดับการใช้จ่ายของตนและรู้จักดึงศักยภาพใน ตัวเองในเรื่องของปัจจัยสี่ให้ได้ในระดับหนึ่ง การพัฒนาตนเองให้สามารถ "อยู่ได้อย่างพอเพียง" คือ ดำ เนินชีวิตโดยยึดหลักทาง สายกลางให้อยู่ได้อย่างสมดุล คือ มีความสุขที่แท้ ไม่ให้รู้สึกขาดแคลนจนต้องเบียดเบียน ตนเอง หรือดำ เนินชีวิตอย่างเกินพอดี จนต้องเบียดเบียนผู้อื่น หรือเบียดเบียนสิ่งแวดล้อม โดยมี ด้านเศรษฐกิจ ไม่ใช้จ่ายเกินตัว คิดและวางแผนอย่างรอบคอบ เช่น ทำ บัญชีรายรับราย จ่ายเพื่อที่จะจัดการการใช้จ่ายเงินได้อย่างเป็นระบบ ด้านจิตใจ มีจิตใจเข้มแข็ง มีจิตสํานึกที่ดี เอื้ออาทร เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่า ประโยชน์ส่วนตัว ด้านสังคมและวัฒนธรรม ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน รู้รักสามัคคี รักษาเอกลักษณ์ ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมจภ. ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รู้จักใช้และจัดการอย่างฉลาดและรอบคอบ ฟื้นฟู ทรัพยากรเพื่อให้เกิดความยั่งยืนและคงอยู่ เช่น การใช้น้ำ อย่างประหยัด ปิดไฟเมื่อไม่ใช้ งาน ด้านเทคโนโลยี รู้จักใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการและสภาพ แวดล้อม พัฒนาเทคโนโลยี การน้อมนําปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำ วันจะส่งผล ให้การพัฒนาโรงเรียนก้าวหน้าไปอย่างสมดุล มั่นคงและย่ังยืน พร้อมรับต่อการเปล่ียน แปลงในทุกด้านทั้งด้านชีวิต เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยี อัน จะนําไปสู่ “ความอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันในสังคมไทย” การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไป ประยุกต์ในชีวิตประจำ วันใน โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล นาย ธฤตวัน ธัญธาดาพันธ์ เลขที่ 4


ในปัจจุบันการใช้ทรัพยากรต่างๆภายในโรงเรียนย่อมมีค่าใช้จ่าย ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย ที่นักเรียนต้องจ่าย เช่น ค่าอาหารการกินที่เป็นปัจจัยสี่ แต่เป็นค่าน้ำ ค่าไฟรวมถึงค่าการว่า จ้างและค่าบริการต่างๆที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียน ที่โรงเรียนต้องเป็นคนจัดสรรค์งบประมาณ ที่ได้มาจากรัฐบาลและนำ มาใช้จ่ายค่าต่างๆเหล่านี้ ซึ่งบุคคลที่เป็นคน กำ หนดราคาที่ต้อง จ่ายหาใช่ผู้บริหาร แต่เป็นนักเรียน คุณครู และบุคลากรภายในโรงเรียนที่ร่วมกันใช้งาน ทรัพยากรต่างหาก หากอ้างอิงตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่เน้นไปที่การใช้ทรัพยากรอย่างมี ประสิทธิภาพและไม่ สิ้นเปลือง ก็จะได้แนวคิดที่คำ นึงถึงการใช้งานโดยเท่าที่จำ เป็น การเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและไม่สิ้นเปลือง เช่น การประหยัดน้ำ การประหยัดพลังงานไฟฟ้า และการใช้วัสดุอุปกรณ์ให้เหมาะสมในโรงเรียน ครู บุคลากร สามารถสอนนักเรียนเกี่ยวกับการประหยัดทรัพยากรและสร้างความมั่นคงให้กับสิ่งแวดล้อม โดยการใช้เหตุผลในการตัดสินใจเลือกใช้ทรัพยากรในทางที่ดีที่สุดเศรษฐกิจพอเพียงให้ ความสำ คัญกับการพัฒนาทักษะและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งสามารถส่งเสริมการเรียนรู้ที่ สร้างความเข้าใจในเรื่องทางเศรษฐศาสตร์ การบริหารการเงิน และการวางแผนการเงินให้ กับนักเรียน ครู บุคลากร เพื่อให้พวกเขามีความพร้อมที่จะเป็นผู้เห็นการณ์การเปลี่ยนแปลง เรื่องค่าใช้จ่าย ให้เป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบในการเงินและการดำ เนินชีวิตให้มีความสุขใน อนาคต อีกทั้งนี้ เศรษฐกิจพอเพียงส่งเสริมให้เราใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ จะเห็นได้ว่าการนำ เศรษฐกิจพอเพียงนั้นมาใช้จะทำ ให้เกิดประโยชน์ทั้งภาพบุคคล และภาพรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการจัดสรรใช้ทรัพยากร การบริหารเงิน และการใช้ ทรัพยากรท้องถิ่น ทั้งนี้ยังสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความที่ กล่าวมาข้างต้นจึงสรุปได้ว่า หลักการเศรษฐกิจพอเพียงเป็นทางเลือกปรัชญาที่มีคุณค่าและ ควรศึกษาเพื่อนำ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต การบริหารทรัพยากร นายธิติวุฒิ วั่นซ้วน เลขที่ ๕


หลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหลักคิด หลักยึด ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ห่วง 2 เงื่อนไข คือ มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ความพอประมาณ ความมีเหตุผล เงื่อนไขความรู้ เงื่อนไข คุณธรรม และเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเป็นกรอบแนวคิด ซึ่งมุ่งให้ทุกคนสามารถพึ่งพาตัวเองได้ รวมถึงการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น จนเกิดความยั่งยืนหากนำ ไปใช้ในชีวิตประจำ วันในโรงเรียน วิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยสตูลจะเป็นอย่างไรกัน โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยสตูลของเรานั้นเต็มไปด้วยธรรมชาติที่อุดม สมบูรณ์ ทั้งภูเขาน้อยใหญ่ ต้นไม้ต่างๆ และที่สำ คัญโรงเรียนของเรามีการเลี้ยงปลาซึ่งถือว่า เป็นการทำ การเกษตรที่นำ เอาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ โดยโรงเรียนสามารถ เลี้ยงได้ตามเงินทุนของโรงเรียนที่มีอยู่ ซึ่งสอดคล้องกับหลักความพอประมาณ ตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเมื่อเลี้ยงไปแล้ว โรงเรียนสามารถพัฒนาการเลี้ยง โดย ประยุกต์ใช้เศษอาหารในโรงอาหารของโรงเรียนเพื่อนำ มาใช้เป็นอาหารปลาแทนได้ ซึ่ง สอดคล้องกับหลักความมีเหตุผลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ถ้าหากโรงเรียนของ เรานำ ปลาในสระมาขายได้ โรงเรียนก็จะมีกำ ไร สามารถนำ เงินนั้นมาพัฒนาโรงเรียนได้อย่าง มีคุณภาพเพื่อที่นักเรียนจะได้มีความสุข ซึ่งสอดคล้องกับหลักการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ตาม หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เมื่อโรงเรียนเลี้ยงแล้วก็จะได้รับความรู้ในการเลี้ยงปลา ซึ่งนำ พัฒนา ปรับปรุง ประยุกต์ใช้ในการเลี้ยงในครั้งต่อไปได้ เพื่อลดต้นทุนการผลิต และให้ ได้กำ ไรมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเงื่อนไขความรู้ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ใน การเลี้ยงปลาแล้วโรงเรียนสามารถทำ เป็นโครงการดีๆในโรงเรียนได้ แต่จำ เป็นต้องมีความ ขยัน อดทน ใช้สติปัญญาแก้ไขปัญหาในการเลี้ยง ซึ่งสอดคล้องกับเงื่อนไขคุณธรรม ตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การเลี้ยงปลาเป็นการเพิ่มรายได้ทำ ให้เศรษฐกิจของโรงเรียนดีขึ้น และเป็นการรักษาสิ่ง แวดล้อมโรงเรียนของเราอีกด้วยเพราะตอนนี้ปลาในสระนั้นเยอะจนมากเกินไปจนทำ ให้น้ำ เสีย ซึ่งถ้าโรงเรียนทำ ตามที่หนูคิดไว้มันจะทำ ให้สังคมในโรงเรียนมีคุณภาพมากขึ้นแล้วความ สุขของนักเรียนจะตามมา นางสาวศิรินทรา หมัดสธรรม เลขที่ ๑๕ เลี้ยงปลา


หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำ ไปปรับใช้ได้กับประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ ระดับครอบครัว ระดับชุมชน ถึงระดับรัฐ มุ่งให้ทุกคนสามารถพึ่งพาตัวเองได้ เป็นแนวทางการ แก้ไขเพื่อให้รอดพ้นและสามารถดำ รงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน เช่นเดียวกันกับการใช้ชีวิตอยู่ใน โรงเรียนประจำ ทุกคนต้องพึ่งพาตนเองได้ และ ต้องบริหารจัดการ เงิน เวลา การเรียน ด้วยตนเอง ในทุกๆวันเราใช้เวลาไปกับการเรียนมากที่สุด เราต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการ วางแผนและจัดการกับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น เช่น ในช่วงใกล้ สอบ ก็จะมีการบ้านในแต่ละวิชา มีการสอนชด อีกทั้งยังต้องแบ่งเวลาเพื่ออ่านหนังสือสอบ ไหนจะ มีกิจกรรมให้ทำ มากมาย ดังนั้นเราจึงต้องบริหารจัดการและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เรา ดำ เนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญา และความรอบคอบในการทำ สิ่งต่างๆ การใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรฯ คือ การที่เราต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น เราจะต้อง ยึดถือคุณธรรม มีความซื้อสัตย์สุจริต มีความเท่าเทียมกัน รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ช่วยเหลือ แบ่งปันกัน และทำ สิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เมื่อเราต้องอยู่ร่วมกัน ทุกคน จำ เป็นจะต้องช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากรต่างๆ เช่น ช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดในห้องนอน ห้องน้ำ ห้องเรียน หรือ การใช้โต๊ะใช้เก้าอี้ไม่ว่าจะเป็นในห้องเรียน โรงอาหาร หอพัก อย่าขีดเขียน หรือทำ ให้เกิดความเสียหาย เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ การใช้อาคารหรือสถานที่ต่างๆก็ต้อง ช่วยกันดูแลบำ รุง รักษา และฟื้นฟู เพื่อให้ใช้ได้นานมากยิ่งขึ้น ถ้าพูดถึงเรื่องการประหยัด ปฏิเสธ ไม่ได้เลยว่าการอยู่ในโรงเรียนประจำ มีค่าใช้จ่ายที่เยอะ เนื่องจากในแต่ละวันเราต้อง จ่ายค่าอาหาร 3 มื้อ ค่าน้ำ ค่าขนม ค่าของใช้ส่วนตัวหรือค่าจิปาถะต่างๆ ในทุกๆเดือนทางโรงเรียนจะมีเงินเดือน ให้ ดังนั้นเราจะต้องบริหารจัดการ การเงิน ให้พอใช้ใน 1 เดือน เช่น การซื้อข้าวในแต่ละมื้อก็ควร ซื้อให้พอกิน อะไรที่ไม่จำ เป็นก็ควรประหยัด สิ่งที่เรามีอยู่แล้วก็ใช้จนว่าจะหมด ไม่ควรซื้อสิ่งของที่ เราอยากได้ทั้งหมด ถ้าเราบริหารจัดการ การเงินดี ก็จะส่งผลดีต่อตัวเราเอง ในวันนี้และภายภาค หน้า จากพระราชดำ รัสของในหลวงรัชการที่ 9 ที่ว่า “แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้จำ กัดแค่ การเกษตร” ให้เราได้ฉุกคิดว่าการใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนล้วนมีปัญหาที่เกิดขึ้นเสมอ หากเรานำ แนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ตั้งแต่ตอนนี้ชีวิตของเราจะมีจุดหมายมีการวางแผน ปัญหา ต่างๆที่เจอเราก็สามารถแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกทั้งโรงเรียนของเราก็จะเต็มไปด้วย ธรรมชาติที่หลากหลาย มีความอุดมสมบูรณ์ มีทรัพยากรให้ใช้ ถ้าเราช่วยกันดูแลรักษา ทรัพยากร เหล่านั้นก็จะคงอยู่ชั่วลูกชั่วหลานสืบไป. วิถีชีวิตตามแนวปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงในรั้ว จภ. นางสาวศศินา ชำ นิธุระการ เลขที่ ๒๐


ชีวิตที่พอเพียงในการทำ งานการศึกษา จึงต้องยึดความพอเพียง ประกอบด้วย ความมี เหตุผล ความพอประมาณ และระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ยึดเป็นศูนย์กลางการพัฒนาการเรียน รู้ มีกระบวนการพัฒนาที่ยึดคุณธรรม ความเพียร ความรอบรู้ ความซื่อสัตย์สุจริตให้เข้าสู่จิต ใต้สำ นึกเเละสิ่งสำ คัญที่ต้องมีในตัวบุคคล ได้เเก่ ความมีเหตุผล คือ การคิด ฟังปฏิบัติ การ ทำ งานต้องใช้หลักความรู้ในการทำ งาน วางแผนงานต้องระมัดระวัง ต้องใช้หลักวิชาการช่วย สนับสนุนอย่าใช้ความรู้สึกและอารมณ์ในการทำ งาน ทุกคนมีศักยภาพในการทำ งาน การ พัฒนาตัวเองต้องเกิดขึ้นจากภายในตัวเองของแต่ละคน จึงต้องแสดงศักยภาพออกมาให้ได้ การมีเหตุผลของการใช้ชีวิตในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล ซึ่งเป็น สิ่งที่มีความสำ คัญเป็นอย่างมาก เพราะการใช้ชีวิตในโรงเรียนนี้ต้องมีความเข้าใจในหลายๆ ด้านไม่ใช่เเค่ด้านการเรียนการศึกษาเพียงด้านเดียวเราจะต้องมีการเรียนรู้นอกห้องเรียน ซึ่ง การเรียนรู้นอกห้องเรียนมันมักจะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้เพราะมันจะอยู่ในการใช้ชีวิตประจำ วัน อย่างการมีเหตุผลก่อนที่จะคิดหรือทำ อะไรต้องมีเหตุผลว่าทำ ไมถึงต้องทำ มัน จะต้องเริ่มอย่าง ไรเเล้วพอทำ ไปผลที่เกิดขึ้นมันจะเป็นอย่างไร ส่วนในด้านของการเรียนการมีเหตุผลมันเป็นสิ่ง ที่ควรมีเพราะมันจะสามารถช่วยตอบปัญหาได้ทุกๆอย่าง เช่น การทำ โครงงาน ซึ่งการทำ โครง งานของโรงเรียนวิทยาศาสตร์ เป็นเรื่องปกติที่นักเรียนทุกคนต้องทำ การทำ โครงงานก็เป็นสิ่ง หนึ่งที่สอดคล้องกับการมีเหตุผลเพราะการที่จะทำ โครงงานอะไรเเต่ละชิ้นเราจะต้องศึกษามา เป็นอย่างดีเเละต้องให้เหตุผลว่าทำ ไมถึงจะทำ โครงงานนี้ ทำ ไปเเล้วมันเกิดผลประโยชน์ อย่างไรบ้าง เเล้วสามารถนำ ไปต่อยอดเป็นอะไรได้อีกบ้าง ซึ่งจะเห็นได้ว่าการมีเหตุผลเป็นสิ่งที่สำ คัญเป็นอย่างมากเเละควรมีติดตัวไว้เพราะมันจะ ช่วยตอบปัญหาที่เจอได้ในเเต่ละวัน เเละมันจะเเสดงถึงการมีศักยภาพในการทำ งานต่างๆที่ได้ รับมอบหมาย ที่สำ คัญยังเเสดงถึงความพร้อมในการเติบโตของเราว่าพร้อมที่จะเติบโตไปเป็น ผู้ใหญ่หรือใช้ชีวิตในเเบบที่ต้องใช้ได้หรือยัง ท้ายที่สุดเเล้วคนเราจะต้องเป็นคนที่มีเหตุผล รองรับ มิฉะนั้นจะไม่สามารถตอบคำ ถามที่มันอยู่ในใจได้อย่างดีที่สุด การมีเหตุผล นางสาว ศิริประภา ศรีสองคอน เลขที่ ๒๑


“ความพอประมาณ” คือ ความพอดีที่ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป การไม่เบียดเบียนตนเอง เเละผู้อื่น เรียบง่าย ประหยัด การทำ อะไรที่พอเหมาะพอควร สมดุลกับอัตภาพ ศักยภาพของตน และสภาวะแวดล้อม ตามความสามารถของแต่ละคน พอประมาณกับภูมิสังคม สิ่งแวดล้อม สถานการณ์ การทำ งานทุกอย่างต้องเรียบง่าย ประหยัด อย่าทำ งานให้ยุ่ง ทำ ให้ง่ายต่อการเข้าใจ มี กำ หนดการทำ งานตามลำ ดับขั้นตอน และมีการปฏิบัติชัดเจน เช่น ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภ รณราช-วิทยาลัยสตูล เป็นโรงเรียนที่นักเรียนต้องอยู่หอ 100% เเละนักเรียนทุกคนได้รับเงินเดือน เดือนละ 3,400 บาทซึ่งเเน่นอนว่านักเรียนต้องบริหารกับค่าใช้จ่ายของตนให้เหมาะสม เนื่องจาก บางครัวเรือนผู้ปกครองก็ไม่ได้ให้ตังค์นักเรียนเพิ่มเป็นจำ นวนมากขึ้นอยู่กับรายได้ของผู้ปกครอง ในเเต่ละเดือนเเละการอบรมเลี้ยงดูเรื่องการใช้ง่ายเงิน นักเรียนต้องควบคุมตนเองให้ได้เนื่องจากอยู่ กับเพื่อนที่หลากหลาย และเพื่อนๆก็มีฐานะที่เเตกต่างกัน เช่น อานนท์ซื้อของกินจำ นวนมาก เนื่องจากอานนท์หิว เลยสั่งอาหารมาจำ นวนหนึ่ง เเต่เมื่ออานนท์ได้รับประทานไปสักพักก็รู้สึกอิ่ม จนทำ ให้อานนท์รับประทานอาหารไม่หมด เเละเกิดเศษอาหารเป็นจำ นวนมาก ดังนั้นอานนท์ควร ซื้อข้าวก่อนเพื่อที่จะให้อิ่มท้องเเละมีประโยชน์กับร่างกายมากที่สุดอีกทั้งจะช่วยในเรื่องของการลด เศษอาหาร ต่อมาในโรงเรียนเเห่งนี้มีของเหลือใช้จำ นวนมาก เช่น หลอด ขวดน้ำ และ ไม้เสียบลูก ชิ้น ซึ่งเราสามารถนำ ของเหลือใช้ในส่วนนี้มาทำ เป็นประโยชน์ได้โดยให้ทางสภานักเรียนของ โรงเรียนจัดกิจกรรมโดยให้นักเรียนนำ สิ่งของเหล่านั้นมาประยุกต์ทำ เป็นสิ่งต่างๆที่มีประโยชน์ เช่น นำ ขวดน้ำ มาทำ เครื่องรดน้ำ ต้นไม้อย่างง่าย เป็นต้น เเละเมื่อกลุ่มไหนมีความคิดที่ดีกว่าก็จะได้รับ รางวัล เเละสุดท้ายจะพูดถึงการกำ หนดการทำ งานตามลำ ดับขั้นตอน เนื่องจากที่โรงเรียนมีปฏิทิน โรงเรียนประจำ เดือน ประจำ ปีอยู่เเล้วในเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่น่ายกย่อง เนื่องจากนักเรียนเเละคุณครูทุก คนได้รับรู้กันอย่างทั่วถึง จึงช่วยในการปฏิบัติตนไปตามเเผน จึงทำ ให้ไม่ซับซ้อนกับการใช้ชีวิตเเละ สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ความพอประมาณ เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำ รงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำ เนินไปในทางสายกลางโดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ รวมไปถึงความประหยัด เเละการอดออม การใช้ชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงในเรื่องของความพอประมาณเป็นเรื่องที่น่าทำ เป็น อย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการซื้ออาหารที่มีความพอดีเนื่องจากจะไม่ทำ ให้เกิดเศษอาหาร เเล้วยังคงทำ ให้เราสามารถประหยัดตังค์ได้อีกด้วย เพราะหากเราซื้อมาเเล้วรับประทานไม่หมดก็ ต้องทิ้งไปเเละสิ้นเปลืองทรัพย์ เเละการนำ ของเหลือใช้มาประยุกต์ก็จะเป็นการลดจำ นวนขยะ เเละ ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าบางชนิด เช่น เครื่องรดน้ำ ต้นไม้ สามารถนำ มาใช้ในโรงเรียนได้จริง นางสาวอรทัย วุ่นดี เลขที่๒๒


มูลนิธิชัยพัฒนา. เกร็ดความรู้เศรษฐกิจพอเพียง. (ออนไลน์). เข้าถึงข้อมูลได้จาก : https://www.chaipat.or.th/publication/publishdocument/sufficiency-economy.html?. ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๖ บรรณานุกรม นายสมพงศ์ พรผล. เกษตรกรที่นำ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมา ปรับใช้แล้วประสบความสำ เร็จ. (ออนไลน์). เข้าถึงข้อมูลจาก : http://tsdf.nida.ac.th/th/sep-best-practices/. ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๖


Click to View FlipBook Version