คานา
รายงานกีฬาเเบดมินตนั ฉบบั น้ี เป็ นส่วนหน่ึงของวิชาพลศึกษา ปัจจุบนั กีฬาเเบดมินตนั เป็นที่แพร่หลาย
และไดร้ ับความสนใจเนื่องจากกีฬาแชร์บอลน้นั เล่นไดง้ ่ายเหมาะกบั การสร้างความสามคั คี ซ่ึงใน
รายงานฉบบั น้ีประกอบดว้ ย ประวตั ิ กติกา อปุ กรณ์ และรายละเอยี อ่นื ๆ เก่ียวกบั กีฬาแบดมินตดั นท้งั สิ้น
จดั ทาโดย
นางสาวจริ ัชญา สมบูรณ์
2
สารบัญ
เรื่อง หน้า
ความรู้ทวั่ ไปเก่ียวกบั เเบดมินตนั 4
ทกั ษะการเล่นเเบดมินตนั 9
ประโยชน์ของการเล่นเเบดมินตนั 11
3
ความรู้ทั่วไปเกยี่ วกับเเบดมินตัน
ประวตั แิ บดมนิ ตนั
แบดมินตนั (Badminton) เป็นกีฬาทไ่ี ดร้ ับการวิจารณ์เป็ นอยา่ งมาก เพราะไมม่ ีหลกั ฐานทแี่ น่ชดั ถึงท่มี าของกีฬาประเภทน้ี คงมแี ต่
หลกั ฐานบางอยา่ งทีท่ าให้ทราบวา่ กีฬาแบดมนิ ตนั มเี ล่นกนั ในยโุ รป โดยเฉพาะในประเทศองั กฤษ ตอนปลายศตวรรษท่ี 17 และจาก
ภาพสีน้ามนั หลายภาพไดย้ นื ยนั วา่ กีฬาแบดมนิ ตนั เล่นกนั อยา่ งแพร่หลายในพระราชวงศข์ องราชสานกั ต่าง ๆ ในทวีปยโุ รป แมว้ ่าจะ
เรียกกนั ภายใตช้ ื่ออื่นก็ตาม
โดยกีฬาแบดมินตนั ไดร้ ับการบนั ทึกแบบเป็นลายลกั ษณอ์ กั ษรในปี พ.ศ. 2413 ซ่ึงพบวา่ มีการเล่นกีฬาลกู ขนไก่เกิดข้ึนที่เมืองปู
นา (Poona) ในประเทศอินเดีย เป็นเมอื งเล็ก ๆ ห่างจากเมืองบอมเบยป์ ระมาณ 50 ไมล์ โดยไดร้ วมการเล่นสองอยา่ งเขา้ ดว้ ยกนั คือ การ
เล่นปนู าของประเทศอินเดีย และการเล่นไมต้ ีกบั ลูกขนไก่ (Battledore Shuttle Cock) ของยโุ รป
ในระยะแรก การเล่นแบดมนิ ตนั จะเล่นกนั เพยี งแต่ในหมูน่ ายทหารของกองทพั และสมาชิกชนช้นั สูงของอินเดียเท่าน้นั
จนกระทงั่ มนี ายทหารองั กฤษท่ีไปประจาการอยทู่ เ่ี มอื งปูนา นาการเล่นตีลูกขนไก่น้ีกลบั ไปองั กฤษ และเล่นกนั อยา่ งกวา้ งขวาง ณ
คฤหาสน์แบดมนิ ตนั (Badminton House) ของดยคุ แห่งบวิ ฟอร์ด ที่กลอสเตอร์เชียร์ ดงั น้นั ในปี พ.ศ. 2416 เกมกีฬาตีลูกขนไก่เลยถูก
เรียกว่า แบดมนิ ตนั ตามชื่อคฤหาสนข์ องดยคุ แห่งบิวฟอร์ดต้งั แต่น้นั เป็นตน้ มา
ประวตั คิ วามเป็ นมาเเบดมนิ ตนั ในประเทศไทย
การเล่นแบดมินตนั ไดเ้ ขา้ มาสู่ประเทศไทยในราวปี พ.ศ. 2456 โดยเร่ิมเล่นกีฬาแบดมินตนั แบบมี ตาข่าย
โดยพระยานิพทั ยกลุ พงษ์ ไดส้ ร้างสนามข้ึนทบ่ี า้ น ซ่ึงต้งั อยรู่ ิมคลองสมเดจ็ เจา้ พระยาธนบุรี แลว้ นิยม
เล่นกนั อยา่ งแพร่หลายออกไป ส่วนมากเล่นกนั ตามบา้ นผดู้ ีมีตระกูล วงั เจา้ นาย และในราชสานกั การ
เล่นแบดมินตนั คร้ังน้นั นิยมเล่นขา้ งละ 3 คน ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2462 สโมสรกลาโหมไดเ้ ป็นผจู้ ดั
แข่งขนั แบดมินตนั ทวั่ ไปข้ึนเป็นคร้ังแรก โดยจดั การแข่งขนั 3 ประเภทไดแ้ ก่ ประเภทเด่ียว ประเภทคู่
และประเภทสามคน ปรากฏว่าทีมแบดมินตนั บางขวางนนทบรุ ี (โรงเรียนราชวทิ ยาลยั บางขวาง
นนทบุรี) ชนะเลิศทุกประเภท นอกจากน้ี มีนกั กีฬาแบดมินตนั ฝี มือดีเดินทางไปแข่งขนั ยงั ประเทศ
ใกลเ้ คียงอยบู่ อ่ ยๆ
ในปี พ.ศ. 2494 พระยาจินดารักษไ์ ดก้ ่อต้งั สมาคมช่ือว่า “สมาคมแบดมินตนั แห่งประเทศไทย”
เม่ือแรกต้งั มีอยู่ 7 สโมสร คือ สโมสรสมานมิตร สโมสรบางกอก สโมสรนิวบอย สโมสรยนู ิต้ี สโมสร
ส.ธรรมภกั ดี สโมสรสิงห์อุดม และสโมสรศิริบาเพญ็ บุญ ซ่ึงในปัจจุบนั น้ีเหลือเป็นสโมสรสมาชิกของ
สมาคมอยเู่ พยี ง 2 สโมสร คือ สโมสรนิวบอย และสโมสรยนู ิต้ีเท่าน้นั และในปี เดียวกนั สมาคม
4
แบดมินตนั แห่งประเทศไทยกไ็ ดส้ มคั รเขา้ เป็นสมาชิกของสหพนั ธ์แบดมินตนั นานาชาติดว้ ย สมาคม
แบดมินตนั แห่งประเทศไทยมีนกั กีฬาแบดมินตนั ท่มี ีฝี มือดีอยมู่ าก ซ่ึงไดส้ ร้างชื่อเสียงใหก้ บั ประเทศ
ไทยจากการลงแข่งขนั ใน รายการต่าง ๆ ของโลกเป็นอยา่ งมาก ท้งั โธมสั คพั อเู บอร์คพั และการแข่งขนั
ออลองิ แลนด์ โดยวงการแบดมินตนั ของไทยยกยอ่ ง นายประวตั ิ ปัตตพงศ์ (หลวงธรรมนูญวฒุ ิกร) เป็น
บิดาแห่งวงการแบดมินตนั ของประเทศไทย
อปุ กรณ์ในการเล่น
1. สนามและอปุ กรณ์สนาม
1.1 สนามจะเป็นรูปส่ีเหลี่ยมผนื ผา้ ประกอบดว้ ยเสน้ กวา้ งขนาด 40 มิลลิเมตร
1.2 เสน้ ทกุ เส้นตอ้ งเด่นชดั และควรทาดว้ ยสีขาวหรือสีเหลือง
1.3 เสน้ ทกุ เสน้ เป็นส่วนประกอบของพ้ืนท่ีซ่ึงกาหนดไว้
1.4 เสาตาข่ายจะตอ้ งสูง 1.55 เมตรจากพ้นื สนาม และต้งั ตรงเมือ่ ขึงตาข่ายให้ตึงตามท่ไี ดก้ าหนดไวใ้ นกติกา ขอ้ 1.10 โดยที่จะตอ้ งไม่มี
ส่วนหน่ึงส่วนใดของเสายน่ื เขา้ มาในสนาม (เฉพาะรายการทร่ี ับรองโดย IBF จะตอ้ งใชร้ ะเบยี บน้ี จนกระทงั่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ทกุ
รายการทีแ่ ข่งขนั จะตอ้ งยดึ ตามระเบียบน้ี)
1.5 เสาตาข่ายจะตอ้ งต้งั อยบู่ นเส้นเขตขา้ งของประเภทคู่ ตามทไ่ี ดแ้ สดงไวใ้ นภาพผงั ก. โดยไมต่ อ้ งคานึงวา่ จะเป็นประเภทเดี่ยวหรือ
เล่นคู่
2
1.6 ตาข่ายจะตอ้ งถกั ดว้ ยเส้นดา้ ยสีเขม้ และมขี นาดตากวา้ งไม่นอ้ ยกว่า 15 มลิ ลิเมตร และไมเ่ กิน 20 มิลลิเมตร
1.7 ตาข่ายตอ้ งมคี วามกวา้ ง 760 มิลลิเมตร และความยาวอยา่ งนอ้ ย 6.1 เมตร
1.8 ขอบบนของตาข่ายตอ้ งมแี ถบผา้ สีขาวพบั สอง ขนาดกวา้ ง 75 มิลลิเมตร ทบั บนเชือกหรือลวดทีร่ ้อยตลอดแถบผา้ ขาว
1.9 เชือกหรือลวดตอ้ งมขี นาดพอทีจ่ ะขึงให้ตึงเตม็ ทก่ี บั หัวเสา
1.10 สุดขอบบนตาข่ายตอ้ งสูงจากพ้ืนทตี่ รงก่ึงกลางสนาม 1.524 เมตร และ 1.55 เมตร เหนือเส้นเขตขา้ งของประเภทคู่
1.11 ตอ้ งไม่มชี ่องว่างระหวา่ งสุดปลายตาข่ายกบั เสา ถา้ จาเป็นตอ้ งผกู ร้อยปลายตาข่ายท้งั หมดกบั เสา
2. ลกู ขนไก่
5
2.1 ลูกขนไก่อาจทาจากวสั ดุธรรมชาติ หรือวสั ดสุ ังเคราะห์ ไม่ว่าลูกน้นั จะทาจากวสั ดุชนิดใดกต็ าม ลกั ษณะวถิ ีวงิ่ ทวั่ ไป จะตอ้ ง
เหมอื นกบั ลูกซ่ึงทาจากขนธรรมชาติ ฐานเป็นหัวไมก้ ๊อก หุม้ ดว้ ยหนงั บาง
2.2 ลูกขนไก่ตอ้ งมีขน 16 อนั ปักอยบู่ นฐาน
2.3 วดั จากปลายขนถึงปลายสุดของฐาน โดยความยาวของขนในแต่ละลูกจะเทา่ กนั หมด ระหวา่ ง 62 มิลลิเมตร ถึง 70 มิลลเิ มตร
2.4 ปลายขนแผเ่ ป็นรูปวงกลม มเี สน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางระหวา่ ง 58 มิลลิเมตร ถึง 68 มิลลิเมตร
2.5 ขนตอ้ งมดั ให้แน่นดว้ ยเสน้ ดา้ ย หรือวสั ดุอื่นท่ีเหมาะสม
2.6 ฐานของลูกตอ้ งมเี ส้นผา่ ศนู ยก์ ลาง 25 มลิ ลิเมตร ถึง 28 มลิ ลิเมตร และส่วนล่างมนกลม
2.7 ลูกขนไก่จะมนี ้าหนกั ต้งั แต่ 4.74 ถึง 5.50 กรัม
2.8 ลูกขนไก่ท่ีไม่ใชข้ นธรรมชาติ
2.8.1 ใชว้ สั ดุสงั เคราะห์แทนขนธรรมชาติ
2.8.2 ฐานลูก ดงั ทไี่ ดก้ าหนดไวใ้ นกติกาขอ้ 2.6
2.8.3 ขนาดและน้าหนกั ของลูกตอ้ งเป็นไปตามท่ไี ดก้ าหนดไวใ้ นกติกาขอ้ 2.3, 2.4 และ 2.7 อยา่ งไรก็ตาม ความแตกต่างของ
ความถ่วงจาเพาะ และคุณสมบตั ิของวสั ดุสงั เคราะห์โดยการเปรียบเทียบกบั ขนธรรมชาติ ยอมให้มคี วามแตกต่างไดถ้ ึง 10%
3
2.9 เนื่องจากมไิ ดก้ าหนดความแตกต่างในเรื่องลกั ษณะทว่ั ไป ความเร็วและวิถีว่ิงของลูกอาจมกี ารเปลี่ยนแปลงคุณลกั ษณะดงั กล่าว
ขา้ งตน้ ไดโ้ ดยการอนุมตั ิจากองคก์ รแห่งชาติท่ีเก่ียวขอ้ งในที่ซ่ึงสภาพความกดอากาศสูงหรือสภาพดินฟ้าอากาศ เป็นเหตุใหล้ ูกขนไก่
ตามมาตรฐานทีก่ าหนดไวไ้ มเ่ หมาะสม
กติกาการเล่นแบดมนิ ตัน
1. การออกนอกเสน้ มกี ารกาหนดเสน้ ออกแต่งต่างกนั ในกรณีเล่นเดี่ยวและเล่นคู่
2. การเสิร์ฟลูก ตามกติกา ที่ถูกตอ้ ง คอื
1. หวั ไมข้ ณะสมั ผสั ลูกตอ้ งต่ากวา่ ขอ้ มอื อยา่ งเห็นไดช้ ดั
2. หัวไมข้ ณะสัมผสั ลูกตอ้ งต่ากวา่ เอวอยา่ งเห็นไดช้ ดั
6
3. ผเู้ ล่นตอ้ งไม่ถ่วงเวลา หรือเสริฟชา้ หรือเสริฟ 2 จงั หวะ การเสริฟ ตอ้ งเสริฟไปดว้ ยจงั หวะเดียว
4. ขณะเสิร์ฟ ส่วนใดส่วนหน่ึงของเทา้ ท้งั 2 ขา้ งตอ้ งสมั ผสั พ้ืนตลอดเวลา
5. การเสิร์ฟลูกที่ถูกตอ้ ง ตอ้ งให้แร็กเกต็ สัมผสั กบั หวั ลูกกอ่ น หากโดนขนก่อนถือว่าผิดกติกา
3. ขณะตีลูกโตก้ นั ห้ามนาส่วนหน่ึงส่วนใดของร่างกายหรือไมแ้ บดไปสมั ผสั กบั เน็ท
4. ห้ามตีลูกทีฝ่ ั่งตรงขา้ มโตก้ ลบั มาในขณะทีล่ ูกยงั ไม่ขา้ มเน็ทมายงั แดนเรา(Over net)
การนับคะเเนน
สหพนั ธ์ แบดมนิ ตนั นานาชาติ ( IBF) ไดก้ าหนดให้ ทดลองใชร้ ะบบการนบั คะแนนการแข่งขนั กีฬาแบดมนิ ตนั ใหม่ ในระบบ 3 x 21
คะแนน ต้งั แต่ วนั ที่ 1 มกราคม 2549 เป็นตน้ ไป
รายละเอยี ดของกตกิ าการนบั คะแนนมดี ังนี้
1. แมทชห์ น่ึงตอ้ งชนะใหไ้ ดม้ ากที่สุดใน 3 เกม
2. ทกุ ประเภทของการแข่งขนั ฝ่ ายทีไ่ ด้ 21 คะแนนก่อนเป็นฝ่ ายชนะในเกมน้นั ยกเวน้ เมื่อได้ 20 คะแนนเทา่ กนั ตอ้ งนบั ต่อให้มี
คะแนนห่างกนั 2 คะแนน ฝ่ายใดไดค้ ะแนนนา 2 คะแนนก่อนเป็นผชู้ นะ แต่ไม่เกิน 30 คะแนน หมายความวา่ หากการเล่นดาเนินมา
จนถึง 29 คะแนนเทา่ กนั ฝ่ายใดได้ 30 คะแนนก่อน เป็นผชู้ นะ
3. ฝ่ายชนะเป็นฝ่ายส่งลูกต่อในเกมต่อไป
4
4. ฝ่ายชนะการเส่ียงสิทธ์ิเป็นฝ่ ายส่งลูกไดก้ ่อน หากฝ่ ายตรงขา้ มทาลูก “เสีย” หรือลกู ไมไ่ ดอ้ ยใู่ นการเล่น ผเู้ ลือกส่งลูกก่อนจะได้
คะแนนนา 1-0 และไดส้ ่งลูกต่อ แต่หากผสู้ ่งลูกทาลูก “เสีย” หรือลูกไม่อยใู่ นการเล่น ฝ่ายตรงขา้ มจะไดค้ ะแนนตามมาทนั ทเี ป็น 1-1
และฝ่ายตรงขา้ มจะไดส้ ิทธ์ิส่งลูกแทน ดาเนินเช่นน้ีต่อไปจนจบเกม
5. ประเภทคู่ให้ส่งลูกฝ่ายละ 1 คร้ัง ตามคะแนนทไี่ ด้ ขณะที่เปลี่ยนฝ่ ายส่งลูก หากคะแนนเป็นจานวนคี่ ผอู้ ยคู่ อร์ดดา้ นซา้ ยเป็นผสู้ ่ง
ลูก หากคะแนนเป็นจานวนคู่ผอู้ ยคู่ อร์ดดา้ นขวาเป็นฝ่ายส่งลูก
หมายเหตุ ศึกษากติกาโดยละเอียดไดท้ ีเ่ วบ็ ไซต์ สมาคมแบดมนิ ตนั แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถมั ภ์
การดวิ ส์
7
หาก ผเู้ ล่นท้งั สองฝ่ ายทาคะแนนไดเ้ ทา่ กนั ในคะแนนที่ 20 จะมีการเล่นต่อ จนกวา่ วา่ จะมีคะแนนมากกวา่ ฝ่ายตรงขา้ ม 2 คะแนน แต่ถา้
ยงั ไม่สามารถทาคะแนนห่างกนั 2 แตม้ ได้ จะเล่นต่อไปเรื่อยๆ แต่ เมื่อแตม้ ได้ 29 เท่ากนั ใครท่ที าไดแ้ ตม้ 30 ก่อนจะเป็นฝ่ายชนะ
8
ทักษะการเล่นแบดมนิ ตนั
การจับลกู เเบดมนิ ตัน
เม่ือรู้ถึงวธิ ีการจบั ไมแ้ ลว้ ต่อไปก็ตอ้ งรู้ถึงการจบั ลูกขนไก่ซ่ึงเป็นอุปกรณ์ประกอบการเล่นกีฬาแบดมินตนั การจบั ลูกขนไก่มี
ความสาคญั อยา่ งมากในการเสิร์ฟลูก
การจบั ลูกขนไก่ท่ีนิยมกนั ม3ี วธิ ีคือ
1. จบั ทหี่ วั ไมค้ อร์กของลูก โดยใชน้ ิ้วหวั แมม่ ือ น้ิวช้ี และน้ิวกลางจบั ลูก
2. จบั ทปี่ ลายขนไก่ดา้ นในของลูกโดยใชน้ ้ิวหัวแมม่ ือกบั นิ้วช้ี
3. จบั โดยการวางลูกอยบู่ นฝ่ามอื
การส่งลกู
การส่งลกู เป็นวิธีการของการเริ่มเล่นในการเล่นหรือฝึ กทกั ษะแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเริ่มฝึ กตีลูกแบบต่าง ๆ ตลอดจนเริ่มการแข่งขัน
การส่งลูกจะส่งได้ทัง้ ลูกหน้ามือและหลงั มอื ซึ่งวิธีการส่งมดี ังนี้
การส่งลูกหนา้ มอื
1. ผ้ทู จ่ี ะส่งลูกจะยนื ห่างจากเส้นกลางสนามและเส้นส่งลกู สั้นประมาณ 2-3 นิว้ (ในกรณีเล่นประเภทคู่) และยืนห่าง
เส้นส่งลูกส้ันประมาณ 2-3 ฟตุ (ในกรณีเล่นประเภทคู่)
2. ยนื ให้เท้าช้ายอย่ขู ้างหน้าสาหรับผ้ทู ถ่ี นัดมือขวา ย่อเข่าเลก็ น้อย เท้าทง้ั สองข้างจะไม่ยกพ้นพืน้ สนามเวลาส่ งลกู
3. ใช้มือซ้ายจับลูกขนไก่ งอแขนพอประมาณ มือขวาเงือ้ ไม้ระดับเอวพร้อมทจี่ ะส่งลกู
4. ตามองเป้าหมายท่จี ะส่งลูก ปลอยลกู พร้อมกับตวัดแขนมาข้างหน้าเมื่อไม้สัมผสั กับลกู ให้กระดกข้อมอื ช่วยส่งลกู
ไปยงั ทิศทางท่ตี ้องการ
การส่งลกู หลงั มือ
1. ผ้ทู จี่ ะส่งลกู จะยืนห่างจากเส้นกลางสนามและเส้นส่งลกู สั้นประมาณ 2-3 นิว้
2. ยนื ให้เท้าขวาอย่ขู ้างหน้าสาหรับผ้ทู ่ีถนัดมือขวา ย่อเข่าเลก็ น้อย เท้าทงั้ สองข้างจะไม่ยกพ้นพืน้ สนามเวลาส่งลูก
3. ใช้มือซ้ายจับลกู ขนไก่ บริเวณปลายขนไก่ทางด้านซ้ายของลาตัวหลงั มือด้านขวาอย่ดู ้าน หน้า งอแขนพอประมาณ
มือขวาเงือ้ ไม้ระดับเอวพร้อมท่จี ะส่งลูก
4. ตามองเป้าหมายทจ่ี ะส่งลกู ปลอยลกู พร้อมกบั ตวดั แขนมาข้างหน้าเม่ือไม้สัมผสั กบั ลกู ให้กระดกข้อมือช่าย
การตบ เร่ืองสนกุ ของแบดมนิ ตัน
สาหรับผ้ทู ีเ่ ร่ิมต้นหัดเล่นแบดมินตัน ส่วนใหญ่มกั จะติดใจกบั การตบลกู ความสนุกของแบดมินตนั กอ็ ย่ทู กี่ ารตบนี่แหล่ะ นักแบด
สมคั รเล่นจึงมกั เลือกใช้ไม้ทเี่ น้นตบเป็นหลกั หลายคนทม่ี กี าลงั แขนดี กม็ กั จะตบทาคะแนนได้บ่อย ๆ จนในที่สุดกเ็ ลือกการตบไม่ยงั้
9
เป็ นกลยุทธหลกั
แต่การตบโดยไม่คิดกไ็ ม่ใช่เรื่องทถ่ี กู เสมอไป การตบลกู กม็ หี ลักการของการตบลกู เช่นกนั หลกั การแรกกค็ ือต้องมที ่วงท่าในการตบที่
ถูกต้อง ท่วงท่าทีถ่ กู ต้องจะช่วยเพ่ิมแรงตบให้มากยิ่งขึน้ หลักการทีส่ องกค็ ือ ต้องมกี าลงั กายเพียงพอที่จะตบได้ติด ๆ กัน การตบให้
ตายในไม้เดยี วเป็นเร่ืองท่ยี ากมาก เรามกั จะต้องตบไม้สองและสามกว่าจะทาแต้มได้ ส่วนหลกั การสุดท้ายคือ ต้องใช้สมองในการตบ
การตบโดยไม่คิดถือเป็นเร่ืองคอขาดบาดตายมาก แต่ถ้าเราคิดซักหน่อยว่า ควรจะตบเวลาไหน? ตบให้ลกู ตกตรงไหนด?ี แล้วทิศทาง
ไหนจะดที สี่ ุด? รับรองว่าลกู ตบของเราจะมปี ระสิทธิภาพมากย่งิ ขึน้
แบดมนิ ตันเป็นกีฬาท่เี ราต้องแข่งความเร็ว, พลงั กายและความคิดกับคู่แข่งขัน ง้ันการตบกไ็ ม่ใช่เรื่องสาคัญนะสิ? กไ็ ม่ใช่ซะทเี ดียว
การตบกส็ าคัญ แต่สมมตุ ิว่าถ้าคุณเลือกได้ว่าจะทาแต้มจากการตบ หรือว่าจะทาแต้มด้วยการแตะหยอดเบา ๆ คุณจะเลือกแบบไหน
ล่ะ? แน่นอน กต็ ้องเลือกแตะหยอดสิ เพราะมนั เหนื่อยน้อยกว่านี่
10
ประโยชน์ของการเล่นเเบบมินตนั
ร่างกายเเขง็ เเรง
กีฬาเเบดมินตนั ตอ้ งใชก้ ารเคลื่อนไหวร่างกายหลากหลายรูปแบบ การตีเเบดสามารถเผาผลาญไขมนั
ประมาณ 450-550 เเคลอรี่ต่อชวั่ โมง เเละการเล่นเป็นประจาสามารถช่วยลดน้าหนกั ไดถ้ ึง 4 กก. ภายใน
เดือนเดียว นอกจากน้ี กลา้ มเน้ือทกุ ส่วนจะถูกใชเ้ วลาที่เราเล่นเเบดมินตนั จึงช่วยเผาผลาญไขมนั ไดม้ าก
กว่าเดิม
เพม่ิ ความกระชับของกล้ามเนื้อ
การเล่นเเบดมินตนั สร้างเเละกระชบั กลา้ มเน้ือตน้ ขา สะโพก น่อง เเละกลา้ มเน้ือขาดา้ นหลงั รวมท้งั้ ยงั
บริหารกลา้ มเน้ือแกนกลาง เเขน เเละแผน่ หลงั
เพม่ิ ความยืดหยุ่น
ยงิ่ เคล่ือนไหวมาก ร่างกายยง่ิ ยดื หยนุ่ จากการเหว่ยี งเเละเอ้ือม นอกจากจะช่วยเพ่มิ ความยดื หยนุ่ เเลว้ ผู้
เล่นยงั สามารถเพ่ิมมวลเเละความอดึ ทนของกลา้ มเน้ืออีกดว้ ย
เพม่ิ ความคล่องตัว
การเคลื่อนไหวของร่างกายจะลดลงเม่ืออายเุ พิ่มข้ึน เเต่การเล่นเเบดมินตนั เป็ นประจาช่วยรักษาร่างกาย
ของคุณใหก้ ระตือรือร้นอยเู่ สมอ จึงสามารถป้องกนั ปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ท่เี กี่ยวขอ้ งกบั การเคลื่อนไหว
การเคลื่อนไหวในสนามแบดอยา่ งสมา่ เสมอช่วยหล่อลื่นขอ้ ต่อ ป้องกนั การเกิดโรคขอ้ อกั เสบ เเละโรค
ร้ายอน่ื ๆ ทม่ี ีอาการคลา้ ยกนั
ลดความเส่ียงโรคเบาหวาน
การเล่นเเบดมินตนั สามารถลดโอกาสการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ไดถ้ ึง 58% ซ่ึงเป็นตวั เลขทส่ี ูงกว่า
การใชย้ า ลดการผลิตน้าตาลโดยรวมของตบั รวมท้งั ลดความเส่ียงเป็นโรคเบาหวานของร่างกาย
โดยรวมแลว้ ผทู้ เ่ี ล่นเเบดมินตนั เป็นประจาน้นั เสี่ยงเป็ นเบาหวานนอ้ ยกวา่ คนทวั่ ไป
11
ดตี ่อสุขภาพโดยรวม
นอกเหนือจากโรคเบาหวานเเลว้ กีฬาเเบดมินตนั ยงั ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดปัญหาสุขภาพอนื่ ๆ เช่น
ความดนั สูงเเละโรคอว้ น ช่วยลดระดบั ไขมนั ไตรกลีเซอไรด์ พร้อมเพ่มิ คอเลสเตอรอล “ชนิดดี” จึง
สามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหวั ใจไดอ้ กี ดว้ ย
แก้เครียด
การเล่นเเบดมินตนั ไม่เพียงมอบประโยชนเ์ เก่ร่างกายเทา่ น้นั เเต่ยงั ดีต่อสุขภาพจิตอกี ดว้ ย เเบดมินตนั
ช่วยบรรเทาความตึงเครียดเเละความกงั วลของร่างกาย พร้อมผอ่ นคลายจิตใจ ผทู้ ต่ี ีเเบดเป็นประจามกั มี
อารมณ์ผอ่ นคลาย จิตใจสงบ เเละมีสมาธิจดจ่อกบั เรื่องต่าง ๆ ในชีวติ ไดด้ ีกวา่ คนทวั่ ไปผม
12
13