The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by arpornaom123, 2022-08-06 05:07:45

ระบบสืบพันธุ์

ระบบสืบพันธุ์

การสืบพันธุ์และ
การเจริญเติบโต

Reproductive
& Development

การสืบพันธุ์

Reproductive

type of reproduction

1.Sexual reproduction 2.Asexual reproduction

มีความหลากหลาย ก่อให้เกิด ไม่มีการปฏิสนธิ ไม่เกิดความหลากหลาย
ความแปรผันทางพันธุกรรม ไม่แปรผัน พบในสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ


Binary fission แบ่งออกเป็น 2 ส่วนเท่ากัน พบใน อะมีบา พารามีเซียม ยูกลีนา
1.fertilization เซลล์สืบพันธุ์มารวมกัน Sporulation เป็นการสร้างถุงสปอร์ พบในพืช และพวกเห็ดรา
(egg+sperm) จนได้เป็น zygote Budding การแตกหน่อ โดยทำการสร้างเนื้อเยื่อบริเวณด้านข้างลำตัวออกมา
(มี 2 แบบ คือภายนอกและภายใน) จนกลายเป็นหน่อ พบใน ไฮดรา แมงกะพรุน ฟองน้ำ
2.conjugation การถ่ายโอนสารพันธุกรรม Regeneration การงอกใหม่ จนได้สิ่งมีชีวิตเพิ่มขึ้น พบในดาวทะเล พลานาเรีย
เกิดในพวก bacteria สาหร่าย พารามีเซียม Fragmentation การหักออกเป็นส่วน พบในพยาธิตัวตืด
Parthenogenesis การเจริญของไข่ที่ไม่ได้รับการผสม และไข่เจริญมาจะเป็น
ตัวผู้ พบในพวกผึ้ง มด ต่อ แตน

type of reproduction

Asexual Sexual Transverse Binary Fission
reproduction reproduction Longitudinal Binary Fission
Asymmetry Binary Fission

Human Reproductive System MALE

ระบบสืบพันธุ์เพศชาย

1.ถุงอัณฑะ (Scrotum)

-ควบคุมอุณหภูมิของอัณฑะให้ต่ำกว่าอุณหภูมิร่างกายประมาณ
2-5 องศาเซลเซียส

2.หลอดสร้างอสุจิ (Seminiferous Tubules)

-เป็นท่อสร้างอสุจิและฮอร์โมนเพศชาย

3.หลอดเก็บอสุจิ (Epididymis)

-พักอสุจิเอาไว้ เพื่อเติมอาหารและเพิ่มความแข็งแรงให้อสุจิ
-กระตุ้น sperm ให้เคลื่อนที่

4.ท่อนำอสุจิ (Vas deferens)

-ลำเลียงตัวอสุจิไปเก็บที่ต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ

Human Reproductive System MALE

5.ต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ (Seminal vesicle) อวัยวะสืบพันธุ์เพศชาย

-สร้างอาหารเลี้ยงอสุจิ
-สร้างสารที่เป็นของเหลวสีเหลืองอ่อน คือ seminal fluid ประกอบมา
จาก Fructose / Vitamin C / Globulin protein / Amino acid

6.ต่อมลูกหมาก (Prostate gland)

-สร้างของเหลวคล้ายเมือก มีคุณสมบัติเป็นเบสอ่อน ช่วยปรับค่า pH ใน
ช่องคลอดเพศหญิง

7.ต่อมคาวเปอร์ (Cowper’s gland)

-ขนาดเท่าเม็ดถั่ว
-สร้างน้ำหล่อลื่นและกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ

8.องคชาติ (Penis)

-ทางผ่านของน้ำปัสสาวะและส่งน้ำอสุจิเข้าสู่อวัยวะเพศหญิง

Human Reproductive System MALE

Human Reproductive System MALE

การสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศชาย (Spermatogenesis)

กระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศชายเกิดขึ้นในหลอดสร้าง OMG! *
อสุจิในอัณฑะ โดยจะมีเซลล์ spermatogonium

(2n) อยู่เป็นจำนวนมากและมีการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสเพื่อ
เพิ่มจำนวนตลอดระยะเวลาที่อยู่ในครรภ์ จากนั้นเมื่อเข้าสู่

วัยรุ่น เซลล์ spermatogonium บางส่วนจะพัฒนาเป็นเซลล์ที่มี
ขนาดใหญ่ขึ้น เรียกว่า primary spermatocyte (2n) เมื่อ

ได้รับ testosterone มากระตุ้น เซลล์ primary spermatocyte
จะเกิดการแบ่งเซลล์ในระยะ meiosis l กลายเป็น

secondary spermatocyte (n) จำนวน 2 เซลล์ ก่อนจะแบ่งต่อ
ในระยะ meiosis ll กลายเป็น spermatid (n) จำนวน 4

เซลล์ ดังภาพ ซึ่งกระบวนการสร้างเซลล์อสุจินี้จะเกิดขึ้นโดยมี
เซลล์พี่เลี้ยง sertoli cell ที่อยู่ภายในหลอดสร้างอสุจิ

ช่วยในการนำสารอาหารและแก๊สต่างๆ มาให้กับเซลล์ต่างๆ

Human Reproductive System MALE

การสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศชาย (Spermatogenesis)

WOW

หลังจากนั้น spermatid จะเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงรูป


ร่างของเซลล์จากเซลล์ธรรมดาให้กลายเป็นเซลล์

อสุจิที่สมบูรณ์ (spermatozoa ) โดยส่วนหัวของเซลล์อสุจิมีการ
สร้าง acrosome สำหรับบรรจุเอนไซม์ในการย่อยสาร
ห่อหุ้มเซลล์ไข่ของเพศหญิง มีการพัฒนาส่วนหางที่เป็น

flagellum ขึ้น และมีการสลัดส่วนของไซโทพลาซึมบางบริเวณ
ทิ้งไป ซึ่งไซโทพลาซึมส่วนเกินนี้จะถูกกำจัดด้วยกระบวนการ

phagocytosis ด้วย sertoli cell ต่อไป กระบวนการ
เปลี่ยนแปลงรูปว่างของเซลล์จาก spermatid เป็นเซลล์อสุจิที่

! สมบูรณ์นี้ เรียกว่า spermiogenesis

Human Reproductive System MALE

ฮอร์โมนกับระบบสืบพันธุ์เพศชาย

FSH LH ANDRO
GENT
มี target คือ มี target คือ
sertoli cel! ซึ่งอยู่ Leydig cell ซึ่งอยู่ คือฮอร์โมนเพศ
ในหลอดสร้างอสุจิ ระหว่างหลอดสร้าง ชาย เช่น
อสุจิ (บางครั้งจึง
กระตุ้นให้ testosterone
spermatogonia เรียกว่า ICSH - ควบคุม male
ขยายขนาดเป็น interstitial secondary
characteristics
primary cell stimulating
spermatocyte hormone) กระตุ้น คือ
ความเป็นชาย
และเกิด ให้สร้างฮอร์โมน ต่างๆ ทั้งเสียง รูป
spermatogenesis เพศชาย ร่าง กล้ามเนื้อ ขน
ลักษณะนิสัย ฯลฯ
(androgens) เช่น
testosterone

feMALE Human Reproductive System

ระบบสืบพันธุ์เพศหญิง

1.รังไข่ (Ovary)

เป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดในระบบสืบพันธุ์เพศหญิง มีอยู่ 2 ข้างในช่องท้องน้อย
ยึดติดกับมดลูกโดยเอ็น ส่วนด้านนอกยึดติดกับลำตัว รังไข่ทำหน้าที่ 2 อย่าง
1.1 ผลิตไข่ (Ovum) จะผลิตไข่ประมาณ 400 ใบ ไข่ใบที่สุกเต็มที่แล้วจะหลุด
ออกมาจากรังไข่ เรียกว่า การตกไข่ (Ovulation) โดยปกติไข่จะสุกเดือนละ 1
ใบ จากรังไข่แต่ละข้างสลับกันทุกเดือน
1.2 สร้างฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งมีอยู่หลายชนิด ที่สำคัญ ได้แก่
- อีสโทรเจน (Estrogen) ทำหน้าที่เกี่ยวกับมดลูก ช่องคลอด ต่อมน้ำนม และ
ควบคุมการเกิดลักษณะต่างๆของเพศหญิง
- โพรเจสเทอโรน (Progesterone) เป็นฮอร์โมนที่ทำงานร่วมกับอีสโทรเจน
ในการควบคุมเกี่ยวกับการเจริญของมดลูก การเปลี่ยนแปลงเยื่อบุมดลูกเพื่อ
เตรียมรับไข่ที่ผสมแล้ว

feMALE Human Reproductive System

ระบบสืบพันธุ์เพศหญิง

2. ท่อนำไข่หรือปีกมดลูก (Oviduct)

-เชื่อมต่อระหว่างรังไข่ทั้งสองข้างกับมดลูก
-เป็นทางผ่านของไข่ที่ออกจากรังไข่เข้าสู่มดลูก โดยมีปลายข้างหนึ่งเปิดอยู่ใกล้กับรังไข่ เรียกว่า
ปากแตร (Funnel) บุด้วยเซลล์ขนสั้นๆทำหน้าที่ พัดโบกไข่ที่ตกมาจากรังไข่ให้เข้าไปในท่อนำไข่

3. มดลูก (Uterus)

-มีขนาดกว้าง 2 นิ้ว ยาว 3 นิ้ว และหนา 1 นิ้ว
-เป็นบริเวณที่ embryo มาฝังตัว ที่ผนังมดลูกชั้นใน (endometrium)
-ถ้าไม่มีการ fertilization กัน endometrium จะลอกออกมาเป็นประจำเดือน

4. ช่องคลอด (Vagina)

-เป็นทางผ่านของตัวอสุจิเข้าสู่มดลูก เป็นทางออกของทารก
เมื่อครบกำหนดคลอด และยังเป็นช่องให้ประจำเดือนออกมา

5. ปากมดลูก (Cervix)

-ส่วนของอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิงที่ต่อจากมดลูกในช่องท้อง

feMALE Human Reproductive System

การสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศหญิง (Oogenesis)

การสร้างไข่ (oogenesis) เกิดขึ้นที่รังไข่ เมื่อเด็กหญิงเกิดมาจะมี
primary oocyte ซึ่งแบ่ง meiosis I ค้างไว้ที่ระยะ prophase I อยู่
จำนวนมาก ขณะที่โตขึ้น primary oocyte ก็จะฝอไปเรื่อยๆ จนเมื่อ
กลายเป็นสาว FSH จะทำให้ primary oocyte แบ่ง meiosis I จน
จบได้ secondary oocyte ค้างในระยะ metaphase II กับ first
polar body เรียกว่าไข่สุก แล้ว LH จะกระตุ้นให้ไข่ ที่สุกแล้วตกไข่
ถ้าไข่นั้นได้รับการผสมกับ อสุจิ secondary oocyte ก็จะ meiosis II
ต่อจนเสร็จ จนได้เซลล์ไข่ (egg cell, ovum) กับ secondary polar
body จะเห็นว่าจาก 1 primary oocyte จะ meiosis ได้เชลล์ไข่

เพียง 1 เชลล์ เท่านั้น กระบวนการนี้จะเริ่มเมื่อเป็นสาว จนกว่า
primary oocyte ที่มีมาตั้งแต่ เกิดจะหมดเกลี้ยง เชลล์ไข่ที่ได้จะมี
cytoplasm มากและเคลื่อนที่ไม่ได้ ซึ่งต่างกับอสุจิ และยังเป็นเซลล์

ที่มีขนาด ใหญ่ที่สุดของมนุษย์ สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า

feMALE Human Reproductive System

การสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศหญิง (Oogenesis)

primary oocyte ที่มีมากมายในรังไข่นั้น จะมีเซลล์ฟอลลิเคิล (follicular cell) มาล้อม เรียก primary follicle
เมื่อ FSH หลั่งออกมากระตุ้นให้ pimary oocyte แบ่ง meiosis จะทำให้ follicle โตและสร้าง estrogen

ไปด้วย เมื่อ follicle โตสุด (Gaafian follicle) LH จะกระตุ้นให้ secondary oocyte ในระยะ metaphase ll
ภายใน Graaian follice ตกเข้ามาในท่อนำไข่ เรียก ไข่ตก (ovulation) ส่วน follicular cell ที่เหลือ

จะกลายเป็นเนื้อเยื่อเหลืองเรียก corpus luteum คอยสร้าง progesterone และ estrogen นิดหน่อยและถ้า
ไม่มีการตั้งครรภ์ จะฝ่อเป็นสีขาวเรียก corpus albicans ซึ่งไม่สร้างอะไร

FSH FSH LH

primary follicle growing follicle Graafian follicle corpus luteum + 2* oocyte

ovulation

estrogen estrogen progesterone + estrogen

feMALE Human Reproductive System

มะเร็งปากมดลูก

เป็นมะเร็งที่พบในผู้หญิงจำนวนมาก ซึ่งมะเร็งชนิดนี้เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง
คือ human papilloma virus หรือ HPV ในปัจจุบันมีการพัฒนาวัคซีนขึ้น เพื่อลดการติด

เชื้อ HPV และช่วยลดการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ในที่สุด

feMALE Human Reproductive System

ฮอร์โมนกับระบบสืบพันธุ์เพศหญิง

FSH 1.FSH กระตุ้น meiosis ของ primary oocyte และการเจริญของ folicle เพื่อสร้าง estrogen
2.LH กระตุ้นการตกไข่ และการสร้าง corpus luteum เพื่อสร้าง progesterone และ estrogen เล็กน้อย
LH ทั้ง FSH และ LH รวมเรียก Gn (gonadotropin) ซึ่งหลั่งออกมาจากต่อมใต้สมองส่วนหน้าเมื่อถูกกระตุ้น
TPERROOGNEES โดย GnRH จาก hypothalamus ในระยะเป็นหนุ่มสาว
3.progesterone สร้างจาก corpus Iuteum (หลังไข่ตก - คุมโดย LH, ตั้งครรภ์ช่วงแรก - คุมโดย HCG)
E S TROGEN และรก (ตั้งครรภ์ช่วงหลัง) ทำให้ผนังมดลูกหนาเหมาะกับการดั้งครรภ์ ตามปกติยับหยั่งการหลั่ง
O X LH แต่ถ้ามีมากในช่วงครึ่งหลังของรอบเดือนจะยับยั้งทั้ง FSH และ LH
C YT O 4.estrogen สร้างจาก follicle (ก่อนไข่ตก -คุมโดย FSH), corpus luteum (หลังไข่ตก - คุมโดย
IN ตั้งครรภ์ช่วงแรก - คุมโดย HCG) และรก (ตั้งครรภ์ช่วงหลัง) ทำให้ผนังมดลูกหนา ซ่อมแซมผนัง
มดลูก ควบคุม female secondary characteristics คือความเป็นหญิงต่างๆ ทั้งสรีระรูปร่าง ขน ลักษณะ
นิสัย ตามปกติยับยั้ง FSH แต่ถ้ามีมากช่วงหนึ่งวันก่อนไข่ตก จะกระตุ้น LH ให้สูงขึ้นมาก
5.oxytocin จะบีบชั้นกล้ามเนื้อเรียบผนังมดลูกขณะคลอดลูก และกล้ามเนื้อเรียบรอบท่อน้ำนมขณะ
ให้นมลูก, progesterone กับ estrogen เกี่ยวข้องกับการเจริญของเต้านมและต่อมน้ำนม ส่วน
prolactin ช่วยสร้างน้ำนม

ประจำเดือน เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของ
ระดับฮอร์โมนเพศหญิง
(Menstrual cycle) สัมพันธ์กับการตกไข่
เกิดประมาณเดือนละครั้ง จึงถูก
คือ เลือดและเนื้อเยื่อต่างๆ ที่หลุดลอกออกจาก เรียกว่า ประจำเดือน
เยื่อบุโพรงมดลูกหรือเยื่อบุมดลูก



ประจำเดือน (Menstrual cycle)

เกิดขึ้นภายใต้การควบคุมของระบบต่อมไร้ท่อ โดยในแต่ละรอบเดือนใช้เวลาประมาณ 28 วัน ดังนี้

1. รังไข่ (Ovary) : ปกติการที่ไข่สุกและออกจาก

รังไข่เข้าสู่ท่อนำไข่ในช่วงกึ่งกลางของรอบเดือน ถ้า
นับวันแรกที่มีประจำเดือนเป็นวันที่ 1 การตกไข่จะ
เกิดขึ้นประมาณ วันที่ 14 ครั้งละ 1 ฟอง/รอบเดือน

ประจำเดือน (Menstrual cycle)

2.ผนังมดลูก (Endometrium) : ช่วงต้นของรอบเดือนจะบางแล้วจะค่อยๆหนาขึ้นตอนที่มีการ
ตกไข่ หากไม่มีการฝังตัวของตัวอ่อน จะสลายไป เป็นประจำเดือน

ประจำเดือน (Menstrual cycle)

3.ระดับฮอร์โมน : มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องในแต่ละช่วงเวลา คือ ก่อน
การตกไข่ ขณะตกไข่ และหลังตกไข่ โดยฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ FSH

(Follicle Stimulating Hormone), LH (Lutinizing Hormone), เอสโตรเจน (Estrogen)

โปรเจสเตอโรน
(Progeterone)

ประจำเดือน (Menstrual cycle)

การปฏิสนธิ

Fertilization

1.sperm วิ่งมาเจาะเซลล์ไข่
2.เกิดการ block ไม่ให้
sperm ตัวอื่นเข้ามา
Fast Block = ก่อนเข้า
Slow Block = หลังเข้า
3.เกิดการรวมตัวกันของ
nucleus
sperm + egg = zygote

การปฏิสนธิ

Fertilization

เป็นแฟลเจลลัม ลำตัว หัว เป็นถุงที่มีเอนไซม์สำหรับ
ช่วยในการเคลื่อนที่ ย่อยเยื่อหุ้มเซลล์ไข่

หาง อะโครโซม

ไมโทรคอนเดรีย นิวเคลียส

สเปิร์ม

ช่วยสร้างพลังงาน มีชุดของโครโมโซม
ในการเคลื่อนที่ไปสู่เซลล์ไข่ 1 ชุด

การเจริญเติบโต

Development

ประกอบดัวย 4 กระบวนการคือ การแบ่งเซลล์(Cell division) การขยายขนาดของเซลล์
(Cell growth) การเปลี่ยนแปลงหน้าที่เฉพาะอย่าง (Cell differentiation) และการรวมกลุ่ม

ของเซลล์เพื่อสร้างเนื้อเยื่อและอวัยวะ (Morphogenesis)

ระยะที่1 : การปฏิสนธิ (Fertilization)

• เซลล์ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิ (Sperm + Egg) แล้วเรียกว่า zygote
• จากนั้น zygote จะเริ่มแบ่งเซลล์จนเข้าสู่ระยะ embryo

ระยะที่2 : การคลีเวจ (Cleavage)

• เป็นระยะที่ตัว zygote มีการเพิ่มจำนวนของเซลล์ โดยการแบ่งเซลล์ แบบ mitosis จะได้เซลล์ขนาดเล็กลง
จำนวนมาก (แต่ขนาดของembryo โดยรวมยังเท่าเดิม) = ไม่มีการขยายขนาดของเซลล์
• เซลล์หลายๆเซลล์ที่เกิดขึ้น เรียกว่า morula
• ระยะcleavage แตกต่างกันตามปริมาณของไข่แดง

- แบ่งทั้งไซโกต = holoblastic > พบในพวกที่มีไข่แดงน้อย Ex. เม่นทะเล
(แบ่งขนาดเท่ากันตลอดทุกเซลล์) สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ (แบ่งขนาดไม่เท่ากันในแต่ละเซลล์)

- แบ่งบางส่วนของไซโกต = meroblastic > พบในพวกที่มีไข่แดงมาก Ex. แมลง ไก่

การแบ่งการเจริญตามลักษณะของไข่ ตามการกระจายตัว
ของไข่แดง
การแบ่งการเจริญ
ตามลักษณะของไข่

Alecithal egg > ไม่มีไข่แดงหรือไข่แดงน้อย พบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วย Isolecithal egg > ไข่แดงกระจายตัวแบบสม่ำเสมอ พบใน
นมที่ออกลูกเป็นตัว ดาวทะเล เม่นทะเล สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ออกลูกเป็นตัว
Microlecithal egg > มีไข่แดงนิดหน่อยพบในพวกechinoderm เช่น Mesolecithal egg > ไข่แดงไปกองอยู่ด้านเดียว พบใน
เม่นทะเล ดาวทะเล สัตว์ครึ่งน้ำครึ่งบก
Mesolecithal egg > มีไข่แดงปานกลาง พบในพวกสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ Telolecithal egg > ไข่แดงเยอะมากเป็นบางบริเวณ พบ
เช่น กบ ในสัตว์ปีก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ
Polylecithal egg > มีไข่แดงเยอะมาก พบในพวกสัตว์เลื้อยคลาน Centrolecithal egg > ไข่แดงอยู่ตรงกลางเซลล์รอบ
สัตว์ปีก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ออกลูกเป็นไข่(ตุ่นปากเป็ด) cytoplasm พบในไข่ของพวกแมลง

ระยะที่3 : บลาสทูเลชัน (Blastulation)

• มีการจัดเรียงตัวเป็นชั้นอยู่นอกรอบ และมีช่องว่างบรรจุของเหลวไว้
ภายใน เรียก blastocoel
•ในมนุษย์เรียก embryo ในระยะนี้ว่า blastocyst มีการฝังตัวของ
embryo ที่ผนังมดลูก (Endometrium)
• มีเซลล์ 2 กลุ่ม คือ Trophoblast อยู่รอบนอก เจริญไปเป็นรก (placenta)

Inner cell mass รวมตัวกันข้างใน เจริญไปเป็นอวัยวะต่างๆ

ระยะที่4 : แกสตรูเลชัน (Gastrulation)

• เป็นขั้นตอนที่มีการจัดเรียงตัวเป็น ชั้นเนื้อเยื่อ (Germ layer) 3 ชั้น
• Germ layer 3 ชั้น แบ่งเป็น Ectoderm , Mesoderm , Endoderm
• มีช่องเพิ่มขึ้นมาอีกช่องจาก blastula เรียกว่า grastocoel
(เจริญไปเป็นทางเดินอาหารโดยที่รูเปิดของช่อง gastocoel เรียกว่า
blastopore เกิดเป็นปากหรือตูดก็ได้)
ถ้าเจริญไปเป็นปาก = Protostomia
ถ้าเจริญไปเป็นตูด = Deuterostomia

ระยะที่5 : การเจริญพัฒนาไปเป็นส่วนต่างๆ การเจริญของแต่ละชั้นเจริญไปเป็นอะไรบ้าง
(Organogenesis)
Ecdoterm ชั้น epidermis(ผิวหนัง) เซลล์ชั้นเนื้อเยื่อบุผิว
• เป็นขั้นตอนที่แต่ละชั้นเนื้อเยื่อจะเจริญไปเป็นอวัยวะต่างๆ (ปาก & ทวารหนัก) ระบบประสาท เซลล์ที่รับความรู้สึก
• ระบบประสาท (Nervous system) พัฒนาเป็นระบบแรก (ผิวหนัง) กระจกตา เลนส์ตา ปาก
• สัตว์กลุ่ม amniotes (สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ปีก และสัตว์ Mesoderm ระบบหมุนเวียน ระบบขับถ่าย เยื่อบุช่องต่างๆ
เลี้ยงลูก ด้วยน้ำนม) จะมีการสร้างโครงสร้างพิเศษเพื่อที่จะ ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
ห่อหุ้มตัวอ่อน (Extraembryonic membrane) Endoderm เซลล์เยื่อบุผิวทางเดินอาหาร ระบบหายใจ ตับและ
ตับอ่อน ต่อมไทมัส ต่อมไทรอยด์ ต่อมพาราไทรอยด์ ท่อและ
กระเพาะปัสสาวะ

Extraembryonic membrane

เป็นเยื่อหุ้ม embryo ประกอบไปด้วย 4 ส่วนที่แตกต่างกันตามชนิดของสัตว์

คือ Chorion , Amnion , Yolk sac และAllantois




Chorion

Yolk sac Embryo เยื่อหุ้มชั้นนอกสุด ทำหน้าที่แลกเปลี่ยน
แก๊ส(Gas exchange) อยู่ใกล้เปลือกไข่
เก็บอาหารเสี้ยงตัวอื่น(ไข่) มีปริมาณ มากสุด ในคนรวมเป็นส่วนหนึ่งของรก
มากที่สุด สร้างเม็ดเลือดแดงในช่วงแรก

Amnion

อยู่ล้อมรอบ embryo ป้องกันการ
กระทบกระเทือนจากภายนอก
ลดการสูญเสียน้ำ

Allantois

gas exchange เก็บของเสียได้
(uric acid) เป็นส่วนหนึ่งของสาย
สะดือ(คน)





ปัจจัยที่จำเป็น
สำหรับการมีชีวิตอยู่
ของทารกในครรภ์

1.รก (Placenta)

เชื่อมระหว่างเอ็มบริโอกับผนังมดลูก
มีเส้นเลือดมาเลี้ยงมากมาย
ติดต่อระหว่างแม่ลูกเพื่อรับอาหาร แลก
เปลี่ยนแก๊ส และขับของเสีย

2.สายสะดือ (Umbilical Cord)

เชื่อมระหว่างทารกกับรก

3.ถุงน้ำคล่ำ (Amnion)

หุ้มเอ็มบริโอ
บรรจุน้ำคล่ำป้องกันการกระทบกระเทือน
อาหารและอากาศ
ผ่านทางรก และสายสะดือ

คว
ามผิดปกติ
ของการตั้งครรภ์

1.ฝาแฝด

เกิดจากการแบ่งเซลล์ของไข่ที่ได้รับการผสมแล้วผิดปกติ

การสุกของไข่ผิดปกติ แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ

1. ฝาแฝดเทียม 2.ฝาแฝดแท้
(Fraternal Twins) (Indentical Twins)
เกิดจากแม่ตกไข่มากกว่า เกิดจากไข่ใบเดียวผสมแล้ว
หนึ่งฟอง ลูกที่เกิดมา แบ่งเป็นหลายคน ลูกเกิดมา
ลักษณะทางพันธุกรรมไม่ เหมือนกัน อาจใช้รกแยกหรือ
เหมือนกัน ใช้รกแยกกัน ร่วมกันก็ได้ อาจเป็นแฝดสยาม

2.การแท้ง

การตั้งครรภ์ไม่สามารถดำเนินต่อ วิชา
ทำให้เด็กออกมาก่อนกำหนดภายใน วิทยาศาสตร์
20 สัปดาห์ของการการตั้งครรภ์
พบว่าร้อยละ 10-25 ของการตั้ง ไซเพรส ทีชชิง อะคาเดมี
ครรภ์มีการแท้งโดยที่ไม่รู้ตัว
การแท้งส่วนใหญ่จะเกิดในช่วง
13 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์

วิธีการรักษาภาวะมีบุตรยาก

วิชา1.GIFT (gamete intra f
ollopian transfer)

นำเซลล์ไข่และอสุจิที่คัดเลือกไว้ และยัง

วิทยาศาสตร์ไม่ได้ปฏิสนธิกัน ย้ายเข้าไปใส่ในท่อนำไข่
ของฝ่ายหญิง 1 หรือ 2 ข้าง

ทำโดยการผ่าตัดกล้อง คาดหวังให้ปฏิสนธิ

กันเอง ไซเพรส ทีชชิง อะคาเดมี

วิธีการรักษาภาวะมีบุตรยาก

วิชา2.ZIFT ( zygote intra f
ollopian transfer)
คล้ายกับการทำกิฟท์ร่วมกับการทำเด็กหลอดแก้ว
เจาะไข่และนำมาปฏิสนธิกับอสุจิภายนอกร่างกาย

วิทยาศาสตร์แล้วเลี้ยงตัวอ่อน อีก 1-2 วัน ให้เจริญเติบโตเป็นไซ
โกตแต่ยังไม่เป็นเอมบริโอ

ทำการนำไซโกตใส่กลับเข้าไปในท่อนำไข่โดยการ

เจาะผ่านทางหน้าท้อง 1ข้าง ขไ้ซอดเีพคืรอส ทีชชิง อะคาเดมี
ฝ่ายหญิงต้องมีท่อนำไข่ปกติอย่างน้อย

สามารถแน่ใจได้ว่า ไข่และอสุจิมีการปฏิสนธิกันแล้ว

วิธีการรักษาภาวะมีบุตรยาก

3.IVE-ET

วิชา( in vitro fertilization - embryonic transfer)

เป็นการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย โดยการนำเซลล์ไข่

วิทยาศาสตร์ของฝ่ายหญิงและตัวอสุจิของฝ่ายชายมาผสมกันใน

จานทดลองภายในห้องปฏิบัติการเลี้ยงตัวอ่อน เมื่อ

เกิดการปฏิสนธิ และมีการแบ่งเซลล์เป็นตัวอ่อนจน

เจริญเติบโตเป็นเอมบริโอ แพทย์จะทำการย้ายกลับไซเพรส ทีชชิง อะคาเดมี

เข้าสู่โพรงมดลูกของฝ่ายหญิงเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์

สมาชิก

นายก้องภพ วรวุฒิเกษม นายไชยสรรพ์ รินทะ นายธรรมนาถ ทัศนา นางสาวญาราภรณ์ อินทะวาส นางสาววรินรำไพ มะกล่ำทอง

วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ | ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1

ครูผู้สอน

ครูอาภรณ์ ศิริคณินทร์


Click to View FlipBook Version