คำนำ
การจัดการเรียนการสอนด้านอาชีวศึกษา มุ่งเน้นให้ผู้เรียนคิดเป็น ทาเป็น แก้ปัญหาเป็น
ซ่ึงสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้กาหนดนโยบายปรับวิธีเรียน เปล่ียนวิธีสอน และปฏิรูป
วธิ สี อบ เพอื่ ให้ผู้เรยี นสายอาชีวศึกษาสามารถนาเอาความรู้ในสาขาวิชาตา่ งๆทีตนเองศึกษาอยู่ มาบรู ณา
การสรา้ งเปน็ ชิน้ งาน หรอื ทาเปน็ โครงการทก่ี ่อให้เกดิ ประโยชนต์ ่อผู้เรยี น สถานศึกษา ชุมชนและสงั คม
แบบฝึกทักษะการทาโครงการวิชาชีพเพื่อพัฒนาผู้เรียน วิชาโครงการ 1 รหัสวิชา 3101-8502
จัดทาขึ้นเพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนด้านอาชีวศึกษามีความรู้และมีทักษะในการทาโครงงาน วิชาชีพด้วย
กระบวนการวจิ ยั แบบฝกึ ทักษะนป้ี ระกอบด้วยแบบฝึกท้ังหมด 9 ชุดประกอบดว้ ย
ชดุ ที่ 1 แนวคิดเบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดทาโครงการวชิ าชพี ดว้ ยกระบวนการวิจยั
ชดุ ท่ี 2 การคดิ และเลือกหวั ขอ้ โครงการวิชาชพี
ชดุ ที่ 3 การเขยี นโครงการวจิ ยั
ชดุ ที่ 4 การสร้างสือ่ นาเสนอผลงาน
ชดุ ที่ 5 การเตรียมขอ้ มลู เพือ่ ดาเนนิ การวิจยั
ชุดที่ 6 การสรา้ งเคร่อื งมอื วจิ ัยเพ่อื เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
ชุดที่ 7 การวิเคราะหแ์ ละสรปุ ผลการวจิ ยั
ชุดที่ 8 การเขยี นและจดั ทารปู เล่มรายงานวจิ ัย
ชุดที่ 9 การนาเสนอผลการวจิ ัย
ชุดฝึกทั้ง 9 ชุดจะช่วยให้ผู้เรียนได้มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับขั้นตอนในการทาโครงงาน
วิชาชีพ วางแผนการจัดทาโครงงานวิชาชีพ เขียนโครงการวิชาชีพ จัดทาโครงงานวิชาชีพ และนาเสนอ
โครงงานวิชาชีพ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้โครงงานวิชาชีพท่ีผู้เรียนจัดทามีคุณภาพมากขึ้น
กวา่ เดมิ
กิจกรรมในแต่ละกิจกรรมจะใช้หลักการของการมีส่วนร่วมซ่ึงทาให้ผู้เรียนจะเกิดการเรียนรู้
สามารถปรับตัวให้เข้ากบั คนอ่ืนได้ และยอมรับความคิดเห็นของผู้อ่ืน รวมทั้งผู้เรียนสามารถนาความรู้ที่
ได้จาการปฏิบตั ิไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวันได้
ธวชั ไชย ลิ้มสุวรรณ
ผูจ้ ดั ทา
แบบฝกึ ทกั ษะการทาโครงงานวชิ าชีพเพื่อพัฒนาผู้เรียนวิชาโครงการ 1 รหสั วิชา 3101-8502
สำรบัญ หนา้
คาคาช้ีแจงการใช้แบบฝกึ ชุดที่ 6 1
หวั ขอ้ เรอ่ื ง 2
สาระสาคญั 2
จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม 2
แบบทดสอบกอ่ นเรยี นชุดที่ 6 3
ใบเน้อื หา ชุดที่ 6 เร่ือง การสรา้ งเครอ่ื งมือวจิ ัยเพ่ือเก็บรวบรวมขอ้ มลู 5
5
ความสาคัญของเคร่อื งมอื วิจัย 6
ประเภทของเคร่ืองมือวจิ ยั 9
การสรา้ งเคร่ืองมือวิจัย 10
การหาคณุ ภาพเครื่องมือวิจัย 14
แบบฝึกทักษะท่ี 6 15
แบบทดสอบหลังเรยี น ชดุ ที่ 6 17
บรรณานกุ รม 18
ภาคผนวก 19
แบบเฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี น 20
แบบประเมนิ สาหรับแบบฝึกทักษะที่ 6
แบบฝึกทกั ษะการทาโครงงานวชิ าชพี เพอ่ื พฒั นาผเู้ รยี นวชิ าโครงการ 1 รหัสวิชา 3101-8502
6 การสรา้ งเครอ่ื งมอื วจิ ยั เพือ่ เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู 1
คำชแ้ี จงกำรใชแ้ บบฝึกชดุ ที่ 6
แบบฝึกทักษะการทาโครงการวชิ าชีพ วิชาโครงการ 1 รหัสวิชา 3101-8502 ชดุ ท่ี 6 เร่ือง การ
สร้างเคร่ืองมือเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล ท่ีผู้เรียนกาลังศึกษาอยู่ในขณะน้ีมีจุดมุ่งหมายเพ่ือให้ผู้เรียนได้ฝึก
ปฏิบัติกิจกรรมโครงการวิชาชีพ โดยการลงมือปฏิบัติด้วยตนเองในรูปของกระบวนการกลุ่ม และมีครู
คอยให้คาแนะนาในขณะทาแบบฝึกทักษะการทาโครงการวิชาชีพ ผู้เรียนสามารถปรึกษากับเพ่ือนใน
กลุ่ม หรือสอบถามข้อสงสัยจากครู การทาแบบฝึกทักษะการทาโครงการวิชาชีพแต่ละชุด ให้ผู้เรียน
ปฏิบัตติ ามขนั้ ตอนดงั น้ี
1. ผเู้ รียนแต่ละคนทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เม่อื เสรจ็ แล้วส่งใหค้ รตู รวจและบนั ทึกผลคะแนน
2. ผเู้ รียนแบ่งกลมุ่ ๆละ 3-4 คน
3. ผู้เรียนอ่านรายละเอียดของกิจกรรม คาชี้แจงของแต่ละกิจกรรมอย่างละเอียดก่อนลงมือ
ปฏิบตั ทิ ุกครงั้
4. ผเู้ รยี นปฏิบตั ติ ามคาชี้แจงของแตล่ ะกิจกรรม
5. เมื่อเสร็จแต่ละกิจกรรมแล้วร่วมกับเพื่อน ครู เฉลยและอภปิ รายเก่ียวกับคาตอบในแบบฝึก
ทุกครั้ง
6. ผู้เรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน เม่ือทาเสร็จแล้วส่งให้ครูตรวจ บันทึกคะแนนท่ีได้และ
เปรียบเทยี บความกา้ วหนา้ ในการเรียนรู้
7. ผเู้ รียนร่วมกับเพอ่ื น ครู เฉลยคาตอบของแบบทดสอบหลงั เรียน
8. เวลาท่ใี ชใ้ นการศึกษาแบบฝกึ ทกั ษะชุดท่ี 6 จานวน 2 ช่ัวโมง
กาหนดการจัดการเรยี นร้แู บบฝึกทักษะ ชดุ ท่ี 6
ครัง้ ที่ เนือ้ หา/กิจกรรม เวลา (ชั่วโมง )
12 ทดสอบกอ่ นเรยี นชุดที่ 6 2
ใบเนอ้ื หาที่ 6 การสร้างเคร่อื งมือเพอ่ื เก็บรวบรวมขอ้ มูล
แบบฝกึ ทักษะที่ 6 การสร้างเครอื่ งมอื เพอ่ื เก็บรวบรวมข้อมลู
ทดสอบหลงั เรียนชุดท่ี 6
แบบฝึกทักษะการทาโครงการสาหรับการจดั การเรียนการสอนวิชาโครงการ 1 รหสั วิชา 3101-8502
6 การสรา้ งเครอ่ื งมอื วจิ ยั เพือ่ เก็บรวบรวมขอ้ มลู 2
ชุดที่ 6 กำรสรำ้ งเครือ่ งมอื วิจยั เพื่อเกบ็ รวบรวมข้อมูล
พ
หัวข้อเรื่อง
1. ชนดิ ของเครื่องมือวิจัยเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล
2. การสร้างและหาคุณภาพเคร่อื งมือวจิ ยั เพ่ือเกบ็ รวบรวมข้อมลู
สำระสำคญั
การวิจัยคอื การค้นคว้าหาความรใู้ หม่อย่างเป็นระบบโดยใช้ ระเบียบวิธีท่ียอมรับในศาสตร์นั้นๆ
อันประกอบด้วย ปัญหาวิจัย วัตถุประสงค์ในการวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และ
การแปลผลการวิเคราะห์ ในการรวบรวมข้อมูลมักอาศัยเคร่ืองมือหรือเทคนิคอย่างใดอย่างหน่ึงหรือ
หลายอยา่ งเข้ามาช่วย เชน่ การสัมภาษณ์ การตอบแบบสอบถาม การทดสอบ เป็นต้น แต่ท้ังนี้จะตอ้ งให้
เหมาะสมกับบริบทของเรื่องท่ีจะศึกษา นอกจากนี้จะต้องมีวิธีการเก็บที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และประหยัด
ไม่สิ้นเปลอื งท้ังเวลา และคา่ ใช้จา่ ย
จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
1. บอกชนิดของเคร่ืองมือวิจัยเพื่อเกบ็ รวบรวมข้อมลู ได้
2. อธิบายรายละเอยี ดและการนาไปใช้งานของเครอื่ งมือวิจัยเพือ่ เก็บรวบรวมข้อมลู แตล่ ะ
ชนิดได้
3. สรา้ งเครื่องมือวจิ ัยเพื่อเก็บรวบรวมขอ้ มลู ได้
4. อธิบายการหาคุณภาพของเครอ่ื งมือวิจัยเพ่ือเกบ็ รวบรวมข้อมลู ได้
แบบฝึกทกั ษะการทาโครงการสาหรับการจดั การเรยี นการสอนวิชาโครงการ 1 รหสั วชิ า 3101-8502
6 การสร้างเคร่ืองมือวจิ ัยเพอ่ื เก็บรวบรวมขอ้ มลู 3
แบบทดสอบก่อนเรียน ชุดที่ 6
กำรสรำ้ งเครอื่ งมือวิจัยเพ่ือเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
คำช้ีแจง
1. แบบทดสอบเร่ืองการสร้างเคร่ืองมือวิจัยเพ่ือเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบทดสอบปรนัย
ชนิดเลอื กตอบ 4 ตวั เลอื ก จานวน 8 ข้อ ขอ้ ละ 1 คะแนน 10 นาที
2. แต่ละข้อมีคาตอบท่ีถูกที่สุดเพียงคาตอบเดียว แล้วกาเคร่ืองหมายกากบาท (X) ลงใน
ชอ่ ง ในกระดาษคาตอบ
1. เครอ่ื งมือหรือเทคนิคที่นักวจิ ัยใช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมลู หรือวัดตัวแปรทตี่ ้องการศกึ ษา
เรยี กชอื่ วา่ อะไร
ก. วิธกี ารเก็บรวบรวมข้อมลู
ข. เคร่ืองมือวจิ ัย
ค. แบบสารวจ
ง. แบบสอบถาม
2. หากผู้วิจัยต้องการทราบความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างควรเลือกใช้เครื่องมือวิจัยชนิดใดเก็บ
รวบรวมขอ้ มลู
ก. แบบสรปุ ผลการวจิ ยั
ข. แบบบนั ทึกขอ้ มูล
ค. แบบสงั เกต
ง. แบบสอบถาม
3. การเลอื กใช้เครอ่ื งมอื เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู แต่ละชนดิ พจิ ารณาจากข้อใด
ก. ตวั แปรท่ีศึกษา
ข. ความยากงา่ ยของข้อมูล
ค. การแปลผลของข้อมลู
ง. ความถนัดของผูว้ ิจยั
4. มาตราสว่ นประเมนิ ค่า หรือ Rating scale จะปรากฏอยูใ่ นเครือ่ งมือวจิ ยั ชนดิ ใด
ก. แบบสมั ภาษณ์
ข. แบบบนั ทึกข้อมลู
ค. แบบสงั เกต
ง. แบบสอบถาม
แบบฝกึ ทกั ษะการทาโครงการสาหรับการจดั การเรียนการสอนวิชาโครงการ 1 รหสั วชิ า 3101-8502
6 การสรา้ งเครอ่ื งมือวิจยั เพ่อื เกบ็ รวบรวมขอ้ มูล 4
5. หากผู้วจิ ัยตอ้ งการทราบการทางานของสิ่งประดษิ ฐ์ควรเลือกใช้เคร่ืองมือวิจัยชนดิ ใดเก็บ
รวบรวมขอ้ มลู
ก. แบบสมั ภาษณ์
ข. แบบบนั ทกึ ข้อมลู
ค. แบบสังเกต
ง. แบบสอบถาม
6. ขน้ั ตอนแรกในการสรา้ งเคร่ืองมอื วจิ ยั ไดแ้ ก่ข้อใด
ก. กาหนดเน้ือหาทจ่ี ะวัด
ข. กาหนดขอ้ คาถาม
ค. ศึกษาคณุ ลักษณะทจ่ี ะวดั
ง. จัดทาแบบร่างเครื่องมือ
7. ค่าความเชือ่ ม่ัน (Reliability) ของเครอ่ื งมอื วิจยั หมายถงึ ข้อใด
ก. เครอื่ งมือทสี่ ร้างขึ้นใหผ้ ลการวดั ท่แี นน่ อนคงทจ่ี ะวัดกีค่ รั้งผลจะไดเ้ หมือนเดิม
ข. เครอ่ื งมือท่สี ร้างขนึ้ วัดไดต้ ามวตั ถปุ ระสงค์การวจิ ัย
ค. เครอื่ งมือทส่ี ร้างข้ึนทาใหผ้ ู้ตอบมีความสนั่ ใจ
ง. ถกู ทกุ ข้อ
8. ความเที่ยงตรง (Validity) ของเครือ่ งมือวิจยั หมายถึงข้อใด
ก. เครอื่ งมือท่สี รา้ งขึน้ ให้ผลการวดั ที่แนน่ อนคงท่จี ะวัดกีค่ รั้งผลจะไดเ้ หมือนเดิม
ข. เครอ่ื งมือทสี่ ร้างขึ้นวัดได้ตามวตั ถุประสงค์การวจิ ยั
ค. เคร่อื งมือทส่ี รา้ งข้นึ ทาใหผ้ ตู้ อบมีความสน่ั ใจ
ง. ถูกทกุ ข้อ
แบบฝกึ ทักษะการทาโครงการสาหรับการจดั การเรยี นการสอนวิชาโครงการ 1 รหสั วิชา 3101-8502
6 การสร้างเครื่องมือวจิ ยั เพ่อื เกบ็ รวบรวมขอ้ มูล 5
ใบเนือ้ หำ
ชดุ ท่ี 6 เร่ือง กำรสรำ้ งเครอื่ งมอื วจิ ัยเพื่อเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
เคร่ืองมือวิจัยเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล หรือเครื่องมือวิจัย หมายถึง เคร่ืองมือหรือเทคนิคที่
นักวิจัยใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลหรือวัดตัวแปรที่ต้องการศึกษา เน่ืองจากการวิจัยเป็นกระบวนการ
ศึกษาตัวแปร ดังนั้นงานวิจัยทุกรูปแบบจึงจาเป็นต้องมีเครื่องมือท่ีใช้เก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัย ซ่ึง
เคร่ืองมือเหล่านี้ได้แก่ แบบทดสอบ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต แบบบันทึกข้อมูล ฯลฯ
งานวิจัยช้นิ หนึ่งอาจใช้เครอื่ งมือในการรวบรวมข้อมูลชนิดเดียวหรือหลายชนิดก็ได้ ท้ังน้ีข้ึนกับตัวแปรท่ี
ศกึ ษาและวธิ ีการเกบ็
ในการที่จะรู้ค่าหรือลักษณะของตัวแปรต้องดาเนินการวัด โดยเฉพาะในการเรียนรายวิชา
โครงการที่ใช้กระบวนการวิจัยเป็นฐาน ผู้เรียนจะต้องสร้างส่ิงประดิษฐ์ แล้วต้องนาไปทดสอบเพื่อหาค่า
ประสิทธิภาพ ซ่ึงค่าประสิทธิภาพก็ถือว่าเป็นตัวแปรตัวหน่ึง ดังนั้นการวัดค่าตัวแปรสามารถทาได้หลาย
วิธี เช่น ในการทดลองต่าง ๆ อาจใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดตัวแปรท่ีเรียกว่าอุณหภูมิ หรือความร้อนแล้ว
บันทึกไว้ หรืออาจใช้นาฬิกาเพ่ือวัดตัวแปรช่วงเวลา ค่าของหน่วยวัดอาจเป็นนาทีหรือวินาที ตามความ
เหมาะสมแล้วบันทึกไว้ กรณีที่จะวัดตัวแปรพฤติกรรมอาจต้องใช้วิธีการสังเกต หรือวัดความคดิ เหน็ อาจ
สัมภาษณ์หรือสอบถาม เป็นต้น วิธีการวัดตัวแปรมีส่วนสาคัญต่อความถูกต้อ งหรือน่าเชื่อถือ
ขณะเดียวกันเครือ่ งมอื หรอื อปุ กรณ์ท่ีใช้วัดค่าหรือลักษณะตัวแปรก็เป็นส่วนสาคญั ทมี่ ีผลต่อความถูกตอ้ ง
และการยอมรับค่าหรือลักษณะของตัวแปรที่วัดได้ เช่น ตลับเมตรท่ีใช้วัดความยาว เป็นเครื่องมือที่
เหมาะสมในการวัดความยาว แต่ถ้าเป็นตลับเมตรที่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ความน่าเชื่อถือ อาจ
น้อยหรือตา่ กว่าการวัดทีใ่ ช้ตลับเมตรทีไ่ ด้รบั การรบั รองมาตรฐานความยาว เป็นตน้ ดังนน้ั เครอื่ งมอื วจิ ัย
จึงเปรียบเสมือนอุปกรณ์หรือเครื่องมือท่ีต้องได้มาตรฐาน จึงสามารถนาไปวัดค่าต่างๆได้อย่างแม่นยา
ดงั น้นั เคร่ืองมือวิจยั จึงมีความสาคญั ตอ่ งานวิจยั เพื่อใหไ้ ดค้ าตอบตามวัตถุประสงค์ของงานวจิ ัย นั้นๆ
1. ควำมสำคัญของเครอื่ งมอื วิจยั
1.1 เคร่ืองมอื วจิ ัยทใ่ี ช้ในการเก็บขอ้ มลู จะเป็นส่วนประกอบสาคญั ของการวดั การประเมินตัว
แปรในการวิจยั ตัวแปรเนื่องจากตวั แปรบางตวั ไม่สามารถวดั โดยตรงจงึ ต้องอาศัยเคร่ืองมือในการวจิ ัย
1.2 มีส่วนสาคัญทาให้การรวบรวมข้อมูลกระชับตรงประเด็นตามวัตถุประสงค์ มีความ
ต่อเน่ืองเป็นขัน้ ตอน ชว่ ยลดความผดิ พลาด
1.3 เครอ่ื งมอื วิจยั ทวี่ างรูปแบบท่ีดจี ะมีส่วนช่วยให้การจัดเตรียมข้อมูลการวจิ ัยเพื่อวิเคราะห์
งา่ ยข้ึน
แบบฝกึ ทักษะการทาโครงการสาหรบั การจดั การเรียนการสอนวิชาโครงการ 1 รหสั วชิ า 3101-8502
6 การสร้างเครอ่ื งมอื วิจัยเพอื่ เก็บรวบรวมข้อมลู 6
ดังน้ันเพ่ือให้งานวิจัยมีคุณภาพ ผลการวิจัยได้รับความน่าเชื่อถือ นักวิจัยจะต้องมีการสร้าง
เคร่ืองมือวิจัยท่ีมีคุณภาพตรงตามส่ิงที่ต้องการวัด เพ่ือให้ปราศจากความคลาดเคล่ือนหรือมีความ
คลาดเคล่อื นนอ้ ยทสี่ ดุ
2. ประเภทของเครอ่ื งมอื วจิ ยั
ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเพอ่ื การวจิ ัยนั้น จะใช้เครอื่ งมือชนิดใดยอ่ มขนึ้ อยูก่ ับลกั ษณะของเร่ือง
ท่ีจะวิจัยว่าเป็นเรื่องแบบใด ต้องการข้อมูลชนิดใด เนื่องจากเคร่ืองมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลมี
หลายชนิด แต่ละชนิดก็เหมาะกับข้อมูลแต่ละลักษณะ ผู้วิจัยจึงจาเป็นต้องศึกษาลักษณะ วิธีการสร้าง
และการนาไปใชข้ องเครอื่ งมือแตล่ ะชนิด เพือ่ สามารถเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม
เคร่ืองมือวิจัยท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลมีอยู่หลายชนิด เช่น แบบสอบถาม แบบทดสอบ
แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต แบบบันทึกข้อมูล เป็นต้น สาหรับการวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมและ
สิ่งประดิษฐ์ของผู้เรียนวิชาโครงการ ส่วนใหญ่จะใช้ แบบสอบถาม เพื่อสอบถามความพึงพอใจของผู้ใช้
แบบสมั ภาษณ์ เพ่ือสอบถามความคิดเห็นผูเ้ กีย่ วข้อง แบบสังเกตหรือแบบบันทึกขอ้ มลู เพือ่ เก็บรวบรวม
ข้อมูลที่ได้จากการทดลอง เป็นต้น ดังนั้นโดยเบื้องต้นจะกล่าวถึงลักษณะ วิธีการสร้างและการหา
คุณภาพของเครอ่ื งมอื พอสังเขป ดงั นี้
2.1 แบบสอบถำม (Questionnaire)
แบบสอบถามเป็นเครื่องมือที่ใช้รวบรวมข้อมูล ประกอบด้วยชุดของข้อคาถามที่ต้องการให้
กลุ่มตัวอย่างตอบ โดยกาเคร่ืองหมายหรือเขียนตอบ นิยมถามเกี่ยวกับข้อเท็จจริง ความคิดเห็น
ความรู้สึก หรอื ความสนใจต่างๆ ส่วนใหญ่สร้างข้ึนเพ่ือใช้เก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่มีจานวน
มาก ซ่ึงมีข้อดี คือ ประหยัดเวลาและงบประมาณ ผู้ตอบมีอิสระในการตอบ และมีข้อจากัด คือ ผู้ตอบ
ไมใ่ หค้ วามร่วมมอื ไมจ่ ริงใจในการตอบ
โครงสร้างของแบบทดสอบ แบบทดสอบโดยทั่วไปจะมีโครงสร้างหรือส่วนประกอบ
3 ส่วน ดงั น้ี
ส่วนท่ี 1 คาช้ีแจงในการตอบ จะระบุถึงจุดประสงค์ในการให้ตอบแบบสอบถาม หรือ
จุดม่งุ หมายของการทาวิจยั อธิบายลักษณะของแบบสอบถาม วิธกี ารตอบแบบสอบถามพรอ้ มตวั อยา่ ง
สว่ นท่ี 2 สภาพส่วนตวั ของผู้ตอบ แบบสอบถามจะใหต้ อบเก่ยี วกับรายละเอยี ดส่วนตัว เชน่ ชือ่ -
สกลุ เพศ อายุ ระดับการศกึ ษา อาชพี ฯลฯ
ส่วนท่ี 3 ขอ้ คาถามเกยี่ วกบั ข้อเท็จจริงและข้อคดิ เห็น เป็นส่วนสดุ ท้ายและสว่ นทสี่ าคัญท่ีสดุ ซ่ึง
จะช่วยให้ขอ้ มลู รายระเอยี ดเกยี่ วกบั เรอื่ งทีต่ ้องการศึกษา
แบบสอบถามทใี่ ชม้ ีหลายลกั ษณะดังนี้
2.1.1 แบบสอบถามชนิดเลือกตอบ
2.1.2 แบบประมาณค่า
2.1.3 แบบสอบถามชนิดปลายเปิด
แบบฝกึ ทักษะการทาโครงการสาหรับการจดั การเรียนการสอนวิชาโครงการ 1 รหสั วิชา 3101-8502
6 การสร้างเครอ่ื งมอื วิจยั เพ่อื เกบ็ รวบรวมขอ้ มูล 7
2.1.1 แบบสอบถามชนดิ เลือกตอบ
มกั ใช้เพอ่ื ตอ้ งการให้เลอื กคาตอบเพียงคาตอบเดยี วหรอื หลายคาตอบ เช่น
เพศ ( ) ชาย ( ) หญงิ
การศกึ ษา ( ) ต่ากว่าปริญญาตรี ( ) ปรญิ ญาตรี ( ) สงู กวา่ ปรญิ ญาตรี
2.1.2 แบบสอบถามแบบประมาณคา่
เป็นแบบสอบถามท่ีกาหนดให้ผู้ตอบเลือกตอบตามระดับความคิดเห็นที่แตกต่างกันโดย
ตอบเป็นคาตอบเพียงคาตอบเดียว มักใช้วัดเจตคติ ความคิดเห็น หรือความเช่ือของผู้ตอบ ซึ่งมีระดับ
แตกต่างกัน เรียกว่า มาตราสว่ นประเมินคา่ หรือ Rating scale อาจเป็น 3 ระดับ หรือ 5 ระดับเปน็ ต้น
ตัวอย่างเชน่
แบบสอบถำมควำมพงึ พอใจ
ผูใ้ ชข้ ำต้ังนริ ภยั
คำช้แี จง
1. แบบสอบถามชุดนี้จัดทาขึ้นเพ่ือสอบถามความพงึ พอใจของผูใ้ ช้ขาต้ังนริ ภยั
2. ให้ทาเคร่อื งหมายถูก ( ) ลงในชอ่ งทตี่ รงกบั ความคิดเห็นของท่านเพียงข้อละ 1 ชอ่ ง
รายการประเมนิ มากทส่ี ดุ ระดบั ควำมคดิ เหน็ น้อยที่สุด
(5) (1)
1.ดำ้ นโครงสร้ำงท่วั ไป มาก ปานกลาง นอ้ ย
1.1 ขนาดมีความเหมาะสม (4) (3) (2)
1.2 ความสวยงาม
1.3 ความแขง็ แรงทนทาน
2.1.3 แบบสอบถามชนดิ ปลายเปิด
เป็นแบบสอบถามท่ีมีรูปแบบของคาถามในลักษณะท่ีถามอย่างกว้าง ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้
ผ้ตู อบได้ตามเสรี มกั ใช้เม่ือตอ้ งการข้อมลู หรือความคดิ เห็นอย่างกว้าง ๆ เช่น
ตอนท่ี 3
ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ เก่ยี วกบั รูปแบบของขาตั้งนริ ภยั สาหรับรถจกั รยานยนต์
............................................................................................................................. .............
..........................................................................................................................................
แบบฝึกทักษะการทาโครงการสาหรบั การจดั การเรียนการสอนวิชาโครงการ 1 รหสั วชิ า 3101-8502
6 การสรา้ งเครื่องมือวจิ ยั เพอื่ เกบ็ รวบรวมข้อมลู 8
2.2 แบบสัมภำษณ์ (Interview)
การสัมภาษณ์ เป็นการรวบรวมข้อมูลโดยมีการส่ือสารกันระหว่างผู้ถามกับผู้ให้ข้อมูล ต้อง
อาศัยการโต้ตอบด้วยวาจาเป็นหลัก ซึ่งการสัมภาษณ์จะมีข้อดี คือ มีลักษณะยืดหยุ่นได้มากกว่า
แบบสอบถาม สามารถดัดแปลง แก้ไขข้อคาถามจนกว่าผู้ตอบจะเข้าใจคาถาม สาหรับข้อจากัด คือผู้
สัมภาษณ์จะต้องมีประสบการณ์และความรอบรู้ อีกทัง้ ตอ้ งใชเ้ วลา แรงงานและเงินจานวนมาก การแบ่ง
การสัมภาษณส์ ามารถแบ่งตามวิธกี ารสัมภาษณไ์ ด้ 2 ประเภทคอื
2.2.1 การสัมภาษณ์ชนิดมีโครงสร้างแน่นอน มีลักษณะคล้ายคลึงกับแบบสอบถามแบบ
เลือกตอบ ประกอบด้วยข้อคาถาม และคาตอบเอาไว้ให้ผู้ตอบเลือกหลายคาตอบ ผู้เก็บรวบรวมข้อมูล
จะสัมภาษณ์ตามเน้ือหาในแบบสัมภาษณ์ เท่านั้นโดยอ่านคาถามทีละข้อ แล้วให้ผู้ตอบเลือกคาตอบท่ีได้
เตรียมไว้
2.2.2 การสัมภาษณ์ชนิดไม่มีโครงสร้างแน่นอน มักประกอบด้วยแนวคาถามกว้าง ๆ และ
มีลักษณะยืดหยนุ่ เพ่อื ให้ผใู้ ห้ขอ้ มลู สามารถใหข้ อ้ คดิ ในแนวลกึ คล้ายแบบสอบถามชนิดปลายเปดิ
2.3 แบบบันทึกข้อมูล
แบบบันทึกข้อมลู เป็นเครอ่ื งมือท่ีใชใ้ นการเก็บรวบรวมข้อมูลทไี่ ด้จากการทดลอง การทางาน
ของส่ิงประดิษฐ์เพอ่ื นามาสรปุ ผลว่าสง่ิ ประดิษฐท์ ี่สร้างสามารถทางานได้ตามข้อกาหนดหรือสมมติฐานที่
วางไว้หรือไม่ อาจใช้การดู การฟัง หรือการใช้ประสาทสัมผัสอ่ืน ๆ หรือใช้เครื่องมือประกอบ เช่น
เครือ่ งช่ังน้าหนัก นาฬิกาจบั เวลาเป็นต้น ข้อมูลทีบ่ นั ทกึ เป็นขอ้ มลู เชงิ ปรมิ าณ ส่วนใหญน่ ามาสรปุ เพอื่ หา
ประสิทธิภาพของส่ิงประดิษฐ์ท่ีสร้างข้ึน ตัวอย่างการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบบันทึกข้อมูลเพื่อ
ทดสอบการทางานของขาตง้ั นิรภัยรถจกั รยนตท์ ี่เกยี ร์ 1 ตอ้ งกดคนั เกียร์ไปดา้ นหน้า
แบบบันทึกข้อมูลกำรทดลองกำรดีดตวั ของขำต้ังนิรภัย
ครัง้ ท่ี กดคนั เกียรไ์ ปหน้า กดคนั เกยี รไ์ ปหลัง หมายเหตุ
1 ดีดขึ้น ไม่ดดี ขึ้น
2 ดดี ขึ้น ไมด่ ดี ขึน้
3 ดีดข้นึ ไม่ดีดขน้ึ
4 ดดี ขึ้น ไม่ดีดขึ้น
5 ดีดขน้ึ ไมด่ ีดขน้ึ
เฉลี่ย 100% 100%
แบบฝกึ ทกั ษะการทาโครงการสาหรับการจดั การเรยี นการสอนวิชาโครงการ 1 รหัสวิชา 3101-8502
6 การสรา้ งเครือ่ งมือวจิ ัยเพื่อเกบ็ รวบรวมข้อมูล 9
3. กำรสรำ้ งเครือ่ งมอื วิจัย
โครงสร้างของเครือ่ งมือวิจัยโดยเฉพาะแบบสอบถามหรอื การสัมภาษณ์โดยเฉพาะการสมั ภาษณ์
แบบมีโครงสร้าง จะมีส่วนประกอบทค่ี ลา้ ยกนั คอื ประกอบไปดว้ ย 3 ส่วนสาคัญ ดังน้ี
3.1 หนังสือนาหรือคาชี้แจง โดยมากมักจะอยู่ส่วนแรกของแบบสอบถาม อาจมีจดหมายนาอยู่
ดา้ นหน้าพร้อมคาขอบคุณ โดยคาชี้แจงมกั จะระบุถงึ จุดประสงคท์ ่ีให้ตอบแบบสอบถาม การนาคาตอบท่ี
ได้ไปใช้ประโยชน์ คาอธิบายลักษณะของแบบสอบถาม วิธีการตอบแบบสอบถามพร้อมตัวอย่าง พร้อม
ท้ังจบลงด้วยชื่อและที่อยู่ของผู้วิจัย หรืออาจเพ่ิมข้อความที่ระบุว่าผู้วิจัยจะไม่นาข้อมูลไปเปิดเผย ส่วน
แรกน้ีอาจจะไมม่ ีในการสมั ภาษณเ์ นือ่ งจากผสู้ ัมภาษณส์ ามารถชแ้ี จงดว้ ยวาจาได้
3.2 คาถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัว คาตอบที่ได้จะเป็นข้อเท็จจริงของผู้ตอบแบบสอบถาม เช่น
คาถามเก่ียวกับเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ เป็นต้น การที่จะถามข้อมูลส่วนตัวอะไรบ้างน้ันข้ึนอยู่
กบั กรอบแนวความคดิ ในการวิจัย โดยดูว่าตัวแปรที่สนใจจะศึกษานั้นมีอะไรบ้างท่ีเก่ียวกับข้อมูลสว่ นตัว
เพอื่ ทจ่ี ะถามเฉพาะข้อมลู สว่ นตวั ที่จาเปน็ ในการวจิ ยั เร่ืองน้นั ๆ เทา่ น้ัน
3.3 คาถามเก่ียวกับคุณลักษณะหรือประเด็นที่จะวัด เช่น พฤติกรรม ปรากฏการณ์หรือความ
คิดเห็นของผู้ตอบในเรื่องน้ันๆ เป็นชุดคาถามท่ีให้ผู้ตอบบอกถึงพฤติกรรม หรือปรากฏการณ์ หรือให้
แสดงความคดิ เห็นในด้านตา่ งๆ
ในการสรา้ งเครอื่ งมือวจิ ัยจะประกอบไปดว้ ยข้นั ตอนสาคญั ดงั น้ี
ข้นั ท่ี 1 ศกึ ษาคณุ ลกั ษณะที่จะวัด
ผู้วิจัยจะต้องทราบว่าคุณลักษณะหรือประเด็นท่ีจะวัดให้มีอะไรบ้าง โดยอาจดูได้จาก
วัตถุประสงค์ของการวิจัย กรอบแนวความคิดหรือสมมติฐานการวิจัย จากนั้นจึงศึกษาคุณลักษณะหรือ
ประเด็นท่ีจะวัดดังกล่าวให้เข้าใจอย่างละเอียดทั้งเชิงทฤษฎีและนิยามเชิงปฏิบัติการ ซ่ึงอาจได้จาก
เอกสาร ตาราหรอื ผลการวจิ ยั ตา่ งๆ ท่มี ีลักษณะเดยี วกันหรือใกลเ้ คียงกัน
ข้ันท่ี 2 กาหนดประเภทของขอ้ คาถาม
ผวู้ จิ ัยจะต้องพิจารณาประเภทของข้อคาถามทจ่ี ะวดั คณุ ลักษณะท่ีตอ้ งการ ซึ่งขอ้ คาถามใน
แบบสอบถามอาจแบง่ ไดเ้ ปน็ 2 ประเภท คอื
1. คาถามปลายปิด (Close Ended Question) เป็นคาถามท่ีผู้วิจัยมีแนวคาตอบไว้ให้
ผตู้ อบเลอื กตอบจากคาตอบท่ีกาหนดไว้เทา่ น้ัน คาตอบท่ีผู้วิจยั กาหนดไว้ลว่ งหนา้ มักไดม้ าจากการศกึ ษา
ผลการวิจยั ทเี่ ก่ยี วข้อง หรอื จากแนวความคดิ ของผูว้ ิจยั เอง และจากข้อมลู อื่นๆ
2. คาถามปลายเปิด (Open Ended Question) เป็นคาถามท่ีเปิดโอกาสให้ผู้ตอบ
สามารถตอบได้อย่างเต็มท่ี คาถามปลายเปิดจะนิยมใช้กันมากในกรณีที่ผู้วิจัยไม่สามารถคาดเดาได้
ลว่ งหน้าว่าคาตอบจะเป็นอยา่ งไร
ขนั้ ท่ี 3 การร่างแบบสอบถาม
เมื่อผู้วิจัยทราบถึงคุณลักษณะหรือประเด็นที่จะวัด และกาหนดประเภทของข้อคาถามท่ี
จะมีอยู่ในแบบสอบถามเรียบร้อยแล้ว ผู้วิจัยจึงลงมือเขียนข้อคาถามให้ครอบคลุมทุกคุณลักษณะหรือ
แบบฝกึ ทักษะการทาโครงการสาหรบั การจดั การเรยี นการสอนวิชาโครงการ 1 รหสั วิชา 3101-8502
6 การสรา้ งเครื่องมือวิจยั เพือ่ เกบ็ รวบรวมข้อมลู 10
ประเด็นท่ีจะวัด โดยเขียนตามโครงสร้างของแบบสอบถามท่ีได้กล่าวไว้แล้ว และจะต้องสอดคล้องกับ
วัตถุประสงค์ของงานวิจัยท่ีจะทา ควรใช้ข้อคาถามไม่ควรยาวจนเกินไป ควรใช้ข้อความส้ัน กะทัดรัด
ภาษาทใ่ี ช้ในข้อความต้องชดั เจน เข้าใจง่าย เป็นต้น
ขน้ั ท่ี 4 การปรบั ปรงุ แบบสอบถาม
หลังจากที่สร้างแบบสอบถามเสร็จแล้ว ผู้วิจัยควรนาแบบสอบถามน้ันมาพิจารณาทบทวน
อีกคร้ังเพื่อหาข้อบกพร่องท่ีควรปรับปรุงแก้ไข และควรให้ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจแบบสอบถามนั้นด้วย
เพอื่ ทจ่ี ะได้นาขอ้ เสนอแนะและข้อวพิ ากษ์วิจารณ์ของผเู้ ชีย่ วชาญมาปรบั ปรุงแก้ไขใหด้ ยี ่ิงขึน้
4. กำรหำคณุ ภำพเคร่อื งมอื วิจัย
เม่ือผู้วิจัยได้ปรับปรุงเครื่องมือวิจัยแล้วก่อนนาไปใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยควรนาเครื่องมือ
วิจัยไปทดลองใช้เพื่อวิเคราะห์คุณภาพ โดยเฉพาะเคร่ืองมือวิจัยท่ีเป็นแบบสอบถามควรนาไปทดลองใช้
กับกลุม่ ตัวอยา่ งเล็กๆ เพื่อนาผลมาตรวจสอบคุณภาพของแบบสอบถาม ซึ่งการวิเคราะห์หรอื ตรวจสอบ
คณุ ภาพของแบบสอบถามทาได้หลายวธิ ี แตท่ ่สี าคัญมี 2 วธิ ี ไดแ้ ก่
4.1 ความเทย่ี งตรง (Validity) หมายถงึ เคร่ืองมือที่สามารถวัดได้ในสิง่ ท่ตี อ้ งการวดั โดย
แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท แต่ในเบ้ืองต้นถ้าผู้วิจัยซึ่งสร้างนวัตกรรมหรือส่ิงประดิษฐ์ในวิชาโครงการ
แล้วต้องการสอบถามความพึงพอใจของผู้ใช้ ก็ตรวจสอบเฉพาะความเที่ยงตรงตามเนื้อหา (Content
Validity) ก็เพียงพอ ซึ่งความเท่ียงตรงตามเน้ือหา คือ การท่ีแบบสอบถามมีความครอบคลุม
วัตถุประสงค์หรือพฤติกรรมที่ต้องการวัดหรือไม่ ค่าสถิติที่ใช้ในการหาคุณภาพ คือ ค่าความสอดคล้อง
ระหว่างข้อคาถามกับวัตถุประสงค์ หรือเน้ือหา(IOC: Index of item Objective Congruence) หรือ
ดัชนคี วามเหมาะสม โดยให้ผู้เชย่ี วชาญ 3 คนขน้ึ ไป ประเมนิ เนอ้ื หาของข้อถามเปน็ รายขอ้
4.2 ความเช่ือม่ัน (Reliability) หมายถึง เคร่ืองมือที่มีความคงเส้นคงวา น่ันคือ เครื่องมือท่ี
สร้างขึ้นให้ผลการวัดที่แน่นอนคงท่ีจะวัดกี่ครั้งผลจะได้เหมือนเดิม สถิติที่ใช้ในการหาค่าความเช่ือมั่นมี
หลายวิธีแต่นิยมใช้กันคือ ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของ คอนบาร์ช (Conbach’s Alpha Coefficient: α
coefficient) ซึง่ จะใชส้ าหรับขอ้ มลู ที่มีการแบง่ ระดับการวดั แบบประมาณค่า (Likert Scale)
หลังจากผู้วิจัยแก้ไขข้อบกพร่องท่ีได้จากผลการวิเคราะห์คุณภาพของแบบสอบถาม และ
ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของถ้อยคาหรือสานวน เพื่อให้แบบสอบถามมีความสมบูรณ์และมีคุณภาพผู้ตอบ
อ่านเข้าใจได้ตรงประเด็นที่ผู้วิจัยต้องการ จึงจัดพิมพ์แบบสอบถามเพ่ือนาไปใช้จริงในการเก็บรวบรวม
ข้อมลู กับกลมุ่ เป้าหมาย
แบบฝึกทกั ษะการทาโครงการสาหรบั การจดั การเรยี นการสอนวิชาโครงการ 1 รหัสวชิ า 3101-8502
6 การสร้างเครอื่ งมือวิจัยเพ่อื เกบ็ รวบรวมขอ้ มูล 11
ตวั อย่างเครอื่ งมอื วิจยั ชนิด แบบสอบถาม
ส่วนท่ี 1 คำชแ้ี จง
แบบสอบถำมควำมพึงพอใจของผูใ้ ชข้ ำตงั้ นริ ภัยสำหรับรถจกั รยำนยนต์
คำชี้แจง แบบสอบถามชุดน้ีสาหรับสอบถามความพึงพอใจของผู้ใช้ขาต้ังนิรภัยสาหรับ
รถจกั รยานยนต์ จาแนกเป็น 3 ตอน ดงั นี้
ตอนท่ี 1 สอบถามสถานภาพของผตู้ อบแบบสอบถาม
ตอนที่ 2 สอบถามความพงึ พอใจของของผู้ใชข้ าต้ังนริ ภัยสาหรับรถจักรยานยนต์
ตอนท่ี 3 สอบถามความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
ตอนท่ี 1 สอบถามสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบตรวจสอบรายการ
(Check list) ใหท้ าเครือ่ งหมาย () ในชอ่ งที่ตรงกับสถานภาพของท่าน
ตอนที่ 2 สอบถามความพึงพอใจของของผู้ใช้ขาตั้งนิรภัยสาหรับรถจักรยานยนต์ ที่สร้างขึ้น
ประกอบด้วยข้อคาถามจานวน 11 ข้อ กรุณาทาเครื่องหมายกากบาท () ลงในช่องทางขวามือที่ตรง
กับความคดิ เห็นตามข้อคาถามดา้ นซ้ายมอื โดยมีระดบั คะแนนดงั น้ี
ความพงึ พอใจมากที่สดุ มีค่าเทา่ กับ 5
ความพึงพอใจมาก มีคา่ เท่ากับ 4
ความพงึ พอใจปานกลาง มคี ่าเทา่ กบั 3
ความพงึ พอใจนอ้ ย มีคา่ เท่ากบั 2
ความพึงพอใจนอ้ ยที่สดุ มคี า่ เท่ากับ 1
ตัวอยา่ ง
ขอ้ ที่ ข้อคาถามความคิดเห็น 54321
0 รถจักรยานยนตแ์ บบเกยี รอ์ ัตโนมตั ิขบั ข่ีได้งา่ ย
จากตัวอย่าง หมายความว่า รถจักรยานยนต์แบบเกียร์อัตโนมัติขับข่ีได้ง่าย มีความพึงพอใจ
เท่ากับ 5 แต่ถ้ารถจักรยานยนต์แบบเกียร์อัตโนมัติขับข่ีได้ง่าย ความพึงพอใจระดับดีถึงน้อยที่สุด
ตามลาดับ ก็ให้ขดี เครือ่ งหมายในชอ่ งทางขวามอื ให้ตรงกับความคิดเห็นของท่าน
แบบฝกึ ทกั ษะการทาโครงการสาหรับการจดั การเรยี นการสอนวิชาโครงการ 1 รหสั วชิ า 3101-8502
6 การสรา้ งเคร่อื งมือวิจยั เพื่อเกบ็ รวบรวมข้อมูล 12
ส่วนท่ี 2 คำถำมเกย่ี วกบั ขอ้ มลู ของผตู้ อบแบบสอบถำม
ตอนท่ี 1 สอบถามสถานภาพของผูต้ อบแบบสอบถาม
ให้ทาเคร่อื งหมาย () ในช่องทีต่ รงกับสถานภาพของทา่ น
เพศ ( ) ชาย ( ) หญิง
วุฒกิ ารศึกษา ( ) ตา่ กวา่ ปรญิ ญาตรี ( ) ปริญญาตรี ( ) สงู กวา่ ปริญญาตรี
อายุ ( ) ต่ากวา่ 30 ปี ( ) 30-40 ปี ( ) มากกว่า 40 ปี
ส่วนท่ี 3 คำถำมเกย่ี วกบั คุณลกั ษณะหรอื ประเดน็ ทจ่ี ะวดั
ตอนท่ี 2 สอบถามความพงึ พอใจของของผู้ใชข้ าต้งั นิรภยั สาหรับรถจกั รยานยนต์
รายการประเมนิ ระดับความคดิ เหน็
5 4 3 21
1.ด้ำนโครงสรำ้ งท่ัวไป
1.1 ขนาดมีความเหมาะสม
1.2 ความสวยงาม
1.3 ความแขง็ แรงทนทาน
2.ด้ำนกำรออกแบบ
2.1 กลไกการทางานมีความเหมาะสม
2.2 การตดิ ต้ังอุปกรณม์ ีความเหมาะสม
2.3 การเลอื กใชว้ สั ดมุ ีความเหมาะสม
3.ด้ำนกำรใช้งำน
3.1 ใชง้ านได้ง่าย
3.2 ดแู ลรักษาได้ง่าย
3.3 ใชง้ านไดต้ ามวัตถปุ ระสงค์
3.4 มคี วามปลอดภยั ในการใชง้ าน
3.5 คุม้ คา่ ตอ่ การลงทนุ
ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะเพิม่ เติม
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………….
แบบฝกึ ทกั ษะการทาโครงการสาหรับการจดั การเรยี นการสอนวิชาโครงการ 1 รหสั วชิ า 3101-8502
6 การสร้างเครื่องมือวิจัยเพื่อเก็บรวบรวมขอ้ มลู 13
ตวั อย่างเครือ่ งมือวิจยั ชนิด แบบบนั ทึกข้อมลู
แบบบันทกึ ข้อมูล
กำรศึกษำประสิทธิภำพกำรดีดตวั ของขำตั้งนิรภยั เม่ือกดคันเกยี ร์รถในลักษณะต่ำงๆ
คร้งั ที่ การดีดตัวของขาตงั้ เมอ่ื กดคันเกยี รไ์ ปขา้ งหนา้ การดดี ตวั ของขาต้ังเมื่อกดคนั เกยี ร์ไปข้างหลัง
ขาตั้งลอยอย่เู หนอื พืน้ ขาตง้ั จอดติดกับพืน้ ขาต้งั ลอยอยูเ่ หนือพื้น ขาตง้ั จอดติดกับพ้นื
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
%
แบบฝกึ ทกั ษะการทาโครงการสาหรับการจดั การเรยี นการสอนวิชาโครงการ 1 รหสั วิชา 3101-8502
6 การสรา้ งเครอ่ื งมอื วิจัยเพื่อเก็บรวบรวมขอ้ มลู 14
แบบฝกึ ทักษะท่ี 6
คำสัง่ ให้นักศึกษาสร้างเครื่องมือวิจัย เพอ่ื เก็บรวบรวมข้อมูลท่ีสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และสมมติฐาน
ท่ีกาหนดไว้และนาเสนอหนา้ ช้ันเรยี นเพอ่ื วพิ ากษ์และให้ข้อเสนอแนะ
วัตถปุ ระสงค์ของกำรวิจัย
1. เพ่ือสรา้ งเครื่องลา้ งและอัดจาระบีตลบั ลูกปืนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
2. เพอ่ื หาอตั ราสว่ นผสมของน้ายาชวี ภาพทีเ่ หมาะสมต่อการล้างจาระบีตลบั ลูกปนื
3. เพอื่ หาประสทิ ธภิ าพเครื่องล้างและอัดจาระบีตลบั ลกู ปนื อนุรักษส์ ิง่ แวดล้อม
4. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผูใ้ ช้ท่ีมตี ่อเครื่องล้างและอัดจาระบีตลบั ลูกปืนอนุรักษ์
สง่ิ แวดลอ้ ม
สมมติฐำนของกำรวจิ ยั
1. อตั ราส่วนผสมของน้าและนา้ ยาชวี ภาพ 10:1 เหมาะสมในการล้างจาระบลี ูกปนื
2. เคร่ืองล้างและอัดจาระบีตลับลูกปืนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสามารถล้างและอัดจาระบีตลับ
ลกู ปืนดว้ ยระบบ Manual และระบบ Auto ไดใ้ นเวลาไม่เกิน 2 นาทตี ่อ 1 ตลบั
แบบฝึกทักษะการทาโครงการสาหรบั การจดั การเรียนการสอนวิชาโครงการ 1 รหัสวชิ า 3101-8502
6 การสรา้ งเคร่ืองมอื วิจยั เพือ่ เก็บรวบรวมข้อมลู 15
แบบทดสอบหลังเรยี น ชุดท่ี 6
กำรจดั เตรยี มขอ้ มลู เพ่ือดำเนนิ กำรวิจยั
คำชแ้ี จง
1. แบบทดสอบเรื่องการจัดเตรียมข้อมูลเพื่อดาเนินการวิจัย เป็นแบบทดสอบปรนัยชนิด
เลือกตอบ 4 ตัวเลือก จานวน 8 ขอ้ ขอ้ ละ 1 คะแนน 10 นาที
2. แต่ละข้อมีคาตอบท่ีถูกท่ีสุดเพียงคาตอบเดียว แล้วกาเคร่ืองหมายกากบาท (X) ลงใน
ชอ่ ง ในกระดาษคาตอบ
1. หากผ้วู ิจยั ต้องการทราบการทางานของสงิ่ ประดิษฐ์ควรเลอื กใช้เครอื่ งมือวิจยั ชนดิ ใดเก็บ
รวบรวมขอ้ มูล
ก. แบบสัมภาษณ์
ข. แบบบันทกึ ข้อมูล
ค. แบบสังเกต
ง. แบบสอบถาม
2. การเลือกใชเ้ คร่อื งมือเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู แต่ละชนิดพจิ ารณาจากข้อใด
ก. ตวั แปรทีศ่ กึ ษา
ข. ความยากงา่ ยของข้อมูล
ค. การแปลผลของขอ้ มลู
ง. ความถนดั ของผูว้ จิ ยั
3. มาตราส่วนประเมนิ คา่ หรอื Rating scale จะปรากฏอยู่ในเครื่องมือวจิ ัยชนดิ ใด
ก. แบบสัมภาษณ์
ข. แบบบันทึกข้อมูล
ค. แบบสังเกต
ง. แบบสอบถาม
4. เครื่องมอื หรือเทคนิคทนี่ ักวิจัยใช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมูลหรือวดั ตวั แปรที่ต้องการศกึ ษา
เรียกชอ่ื ว่าอะไร
ก. วธิ กี ารเก็บรวบรวมข้อมูล
ข. เครอื่ งมือวิจัย
ค. แบบสารวจ
ง. แบบสอบถาม
แบบฝึกทกั ษะการทาโครงการสาหรบั การจดั การเรยี นการสอนวิชาโครงการ 1 รหัสวชิ า 3101-8502
6 การสร้างเครือ่ งมอื วจิ ัยเพอื่ เก็บรวบรวมข้อมูล 16
5. ข้ันตอนแรกในการสรา้ งเครือ่ งมอื วิจยั ได้แก่ข้อใด
ก. กาหนดเนื้อหาทีจ่ ะวดั
ข. กาหนดขอ้ คาถาม
ค. ศึกษาคุณลกั ษณะท่จี ะวัด
ง. จดั ทาแบบรา่ งเคร่ืองมือ
6. คา่ ความเชื่อม่ัน (Reliability) ของเคร่ืองมือวิจยั หมายถงึ ข้อใด
ก. เครอ่ื งมือทสี่ รา้ งข้ึนใหผ้ ลการวดั ท่ีแน่นอนคงที่จะวดั กค่ี รั้งผลจะไดเ้ หมือนเดิม
ข. เครอ่ื งมือที่สรา้ งข้นึ วัดได้ตามวัตถปุ ระสงคก์ ารวจิ ยั
ค. เครือ่ งมือท่สี รา้ งขึ้นทาใหผ้ ตู้ อบมีความสนั่ ใจ
ง. ถูกทุกขอ้
7. ความเที่ยงตรง (Validity) ของเครื่องมอื วิจยั หมายถึงข้อใด
ก. เครือ่ งมือท่ีสรา้ งข้นึ ให้ผลการวัดที่แนน่ อนคงทจี่ ะวดั ก่คี ร้ังผลจะได้เหมือนเดิม
ข. เครือ่ งมือทีส่ รา้ งขึน้ วดั ได้ตามวัตถปุ ระสงค์การวิจยั
ค. เครอื่ งมือทสี่ ร้างขึ้นทาให้ผตู้ อบมีความสน่ั ใจ
ง. ถูกทกุ ข้อ
8. หากผูว้ จิ ัยต้องการทราบความคิดเหน็ ของกลมุ่ ตัวอยา่ งควรเลือกใชเ้ ครื่องมือวิจยั ชนดิ ใดเก็บ
รวบรวมขอ้ มูล
ก. แบบสรปุ ผลการวิจยั
ข. แบบบนั ทึกข้อมูล
ค. แบบสงั เกต
ง. แบบสอบถาม
แบบฝึกทักษะการทาโครงการสาหรบั การจดั การเรยี นการสอนวิชาโครงการ 1 รหัสวชิ า 3101-8502
6 การสรา้ งเครอ่ื งมือวิจัยเพอ่ื เก็บรวบรวมข้อมูล 17
บรรณำนกุ รม
ยพุ า วีระไวทยะ และปรียา นพคุณ. สอนวิทยำศำสตรแ์ บบมืออำชีพ. กรงุ เทพมหานคร :
มลู นิธสิ ดศรีสฤษด์ิวงศ์, 2544.
ลดั ดาวลั ย์ เพชรโรจน์ และอจั ฉรา ชานิประศาสน.์ ระเบยี บวธิ กี ำรวจิ ัย. กรุงเทพมหานคร : พมิ พ์
ดกี ารพมิ พ์จากัด, 2547.
วรรณทพิ า รอดแรงคา้ . กำรสอนวิทยำศำสตร์ท่เี ป็นทักษะกระบวนกำร. กรุงเทพมหานคร : สถาบัน
พฒั นาคุณภาพวิชาการ, 2540.
วรรณทิพา รอดแรงค้า และพิมพนั ธ์ เดชะคุปต.์ กำรพฒั นำกำรคดิ ของครดู ว้ ยกจิ กรรมทกั ษะ
กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์. พมิ พ์ครงั้ ที่ 2. กรุงเทพมหานคร : บรษิ ทั เดอะมาสเตอรก์ รุ๊ป
แมนเนเจอรจ์ ากัด, 2542.
วิมลศรี สุวรรณรัตน์ และมาฆะ ทิพยศริ .ิ โครงงำนวทิ ยำศำสตร์. กรงุ เทพมหานคร : สถาบนั พฒั นา
คณุ ภาพวิชาการ, 2542.
นายศุภชัย สาราญ และคณะ. โครงงำนวิทยำศำสตรข์ ำต้ังนริ ภัย. สุราษฎรธ์ านี : วิทยาลัยเทคนคิ
สุราษฎรธ์ าน,ี 2551.
สมจติ ร รตั นฤทัย. คู่มือกำรนิเทศเชงิ ปฏิบัตกิ ำรกำรสอนโครงงำนวิทยำศำสตรต์ ำมแนวคดิ
Constructivism. หนว่ ยศกึ ษานิเทศก์, กรมอาชวี ศกึ ษา, ม.ป.ป.
สวุ ิทย์ มูลคา และอรทัย มลู คา. 20 วิธกี ำรจัดกำรเรียนรู้. พมิ พ์ครง้ั ที่ 3. กรงุ เทพมหานคร :
หา้ งหุ้นสว่ นจากดั ภาพพิมพ์, 2545.
แบบฝึกทกั ษะการทาโครงการสาหรบั การจดั การเรยี นการสอนวิชาโครงการ 1 รหสั วชิ า 3101-8502
6 การสรา้ งเครื่องมือวจิ ยั เพอื่ เก็บรวบรวมขอ้ มูล 18
ภำคผนวก
แบบฝึกทกั ษะการทาโครงการสาหรบั การจดั การเรียนการสอนวิชาโครงการ 1 รหสั วชิ า 3101-8502
6 การสร้างเครอื่ งมือวิจัยเพื่อเก็บรวบรวมขอ้ มลู 19
แบบเฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน
กอ่ นเรยี น หลังเรียน
ข้อท่ี คาตอบ ข้อที่ คาตอบ
1ข 1ข
2ง 2ก
3ก 3ง
4ง 4ข
5ข 5ค
6ค 6ก
7ก 7ข
8ข 8ง
แบบฝกึ ทกั ษะการทาโครงการสาหรับการจดั การเรียนการสอนวิชาโครงการ 1 รหัสวิชา 3101-8502
6 การสรา้ งเครื่องมอื วิจยั เพ่ือเกบ็ รวบรวมข้อมลู 20
แบบประเมิน
สำหรบั แบบฝกึ ทักษะที่ 6
คำชแี้ จง คะแนนเตม็ 10 คะแนน
เกณฑ์การให้คะแนนพิจารณาจาก
1. ทกุ คนในกลมุ่ มีส่วนรว่ มในการทากจิ กรรม
2. มีการบันทึกข้อมลู ครบตามแบบฟอร์มที่กาหนด
3. เครือ่ งมอื ทสี่ ร้างตรงกบั วตั ถุประสงค์การวจิ ยั
4. รายละเอยี ดขอ้ มลู แต่ละขอ้ มีความถกู ตอ้ ง
5. สง่ งานภายในเวลาทก่ี าหนด
กลุ่มที.่ ..........สมาชิกในกลุ่ม 1………………………………………………..2………………………………………………
3…………………………….…………………..4……………………………………………….
คะแนน เกณฑ์การพิจารณา ผลการประเมิน หมายเหตุ
9 - 10 มีครบสมบูรณ์ทง้ั 5 รายการ
7 - 8 มคี รบสมบรู ณ์ 4 รายการ
5 - 6 มคี รบสมบรู ณ์ 3 รายการ
3 - 4 มีครบสมบรู ณ์ 2 รายการ
1 - 2 มีครบสมบูรณ์ 1 รายการ
0 ไม่จัดทา ไม่มีงานสง่
สรุป คะแนนท่ีได.้ .........................คะแนน ลงช่ือผู้ประเมิน.............................................................
แบบฝึกทกั ษะการทาโครงการสาหรับการจดั การเรียนการสอนวิชาโครงการ 1 รหสั วิชา 3101-8502
6 การสร้างเครอื่ งมอื วิจัยเพ่อื เก็บรวบรวมขอ้ มลู 21
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมแต่ละแบบฝกึ
เกณฑ์การให้คะแนนพฤตกิ รรมคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 12 คะแนน
ชื่อ......................................................................ห้อง......................กลมุ่ ท่.ี ................
รายการประเมนิ เกณฑ์การให้คะแนน
1. ความมมี นุษยส์ ัมพนั ธ์ 3 = มีครบทง้ั 3 รายการ
2 = มี 2 รายการ
ก. ใหค้ วามรว่ มมอื ในการทางาน 1 = มี 1 รายการ
ข. แสดงความคิดเหน็ 0 = ไมม่ ีทุกรายการ
ค. ยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของคนอืน่
2. ความรบั ผิดชอบ 3 = มีครบทง้ั 3 รายการ
ก. ทางานตามท่ีไดร้ บั มอบหมาย 2 = มี 2 รายการ
ข. เก็บรักษาวสั ดุ อปุ กรณ์เป็นระเบยี บ 1 = มี 1 รายการ
ค. ทางานเสรจ็ ตามทกี่ าหนดและสง่ งานตรงเวลา 0 = ไม่มีทุกรายการ
3. ความสนใจใฝ่รู้ 3 = มีครบทง้ั 3 รายการ
ก. มีความกระตอื รือร้น คลอ่ งแคลว่ ในการทา 2 = มี 2 รายการ
กจิ กรรม 1 = มี 1 รายการ
ข. สนใจศกึ ษาเนื้อหาใบความรู้ที่แจกให้ 0 = ไม่มที กุ รายการ
ค. ซักถามข้อสงสยั ตา่ งๆ
4. ความคิดสรา้ งสรรค์ 3 = มีครบทง้ั 3 รายการ
ก. อภิปรายผลการทดลองอยา่ งสรา้ งสรรค์ 2 = มี 2 รายการ
ข. แสดงความคดิ เห็นท่ีเปน็ ประโยชน์ 1 = มี 1 รายการ
ค. มวี ธิ ีการในการแก้ปญั หาที่เกิดขึน้ ขณะทา 0 = ไมม่ ีทุกรายการ
กจิ กรรม
แบบฝึกทักษะการทาโครงการสาหรับการจดั การเรียนการสอนวิชาโครงการ 1 รหัสวชิ า 3101-8502