อา นกอ นสอบจา เทคนคิ การทํา
Reading
Comprehension
ภาษาอังกฤษในการสอบ
เทคนิคการทาํ Reading Comprehension (ความเขาใจในการอา น)
เทคนคิ การอา นเร็วมี 2 แบบ
1. Skimming
การอานแบบ Skimming คอื การอา นครา ว ๆ
ปาดตาใหหมดรวดเดยี ว เพื่อรูวาบทความ
เก่ยี วกับอะไร? อาจจะอา นประโยค 1-2
ประโยคแลว ขา มไปอานประโยค 2-3
ประโยคสดุ ทา ย อีกวิธีคอื ถามีหลาย ๆ ยอ
หนาใหอานประโยคแรกและสุดทายของแต
ละยอหนา วิธีนี้ชว ยเราเขาใจบทความ
ทง้ั หมดคราว ๆ โดยไมต อ งอา นทุกบรรทดั
ท่สี ําคัญวิธนี ตี้ อ งฝกบอย ๆ ถึงทําไดแ บบชิว
2. Scanning
การอา นแบบ Scanning คอื การหาขอ มลู เฉพาะ เชน
วันท่ี เดอื น ป หรอื สถานที่ ประเทศ คน อาชพี
และอื่น ๆ ข้นั ตอนการสแกน
1. อา นคาํ ถามกอน และคอ ย ๆ อานเนือ้ เรื่อง
2. พยายามตดั Choice (ตวั เลอื ก)
3. หา Keyword คาํ สําคัญหรอื คําทค่ี ลายกนั ของโจทย
กับบทความ
ความแตกตางของ 2 วิธีนี้ คือ
1. Skimming การอา นแบบเหน็ ภาพรวมคราว ๆ อานผา น ๆ เพ่อื รู
วา บทความเกี่ยวกบั อะไร หรือหาใจความสําคญั ของบทความ
2. Scanning การอา นเพอ่ื หาคาํ ตอบเปน จุด ๆ หรอื หาขอ มูลเฉพาะ
จุด
เทคนิคการหา Main Idea (ใจความสาํ คญั )
Main Idea คอื ใจความสาํ คัญของเรอ่ื ง ครอบคลมุ เนื้อหาทัง้ เรอ่ื ง ไมกวา งเกนิ ไปหรือวา เนอื้ หา
แคบเกินไป : Main Idea จะมที ุก ๆ ยอหนาเพอื่ บอกวา ยอหนา นัน้ กาํ ลงั พูดเรือ่ งอะไร โดยสวนใหญ Main
Idea จะเปน ประโยค Main Idea มี 2 ชนิด
1. state main idea บอกตรง ๆ ในตอนตนหรอื ตอนกลางหรือทา ยบทความ
2. Implied main idea บอกเปน นยั ๆ อันน้ียาก ตองตีความเอาเอง
เราจะงงไปดว ยกนั
Main Idea ชอบอยตู รงไหน ?
1. อยตู นเรอ่ื งประโยคแรก-3 ประโยคตอ มา Main idea
Onet ม.3 ป 2559
Fast food is known for being convenient. But when it comes to nutrition,
It is not considered to be the best choice. MC Donald’s says they want to change that
Gat ขอ สอบจรงิ ป 53
Dog can suffer from anorexia, a condition that can occur in both normal and
abnormal pets. Symtoms are evident when the owner places food in front of dog and the
animal does not walk away.
(ยอหนาแรกพดู ถงึ หมาไมส บาย/ทกุ ขจากโรคอะเนอเรคเซยี (โรคไมอยากอาหาร)เกิดขน้ึ ทัง้ หมา
ปกตแิ ละผิดปกติ เวลาเจาของใหก ไ็ มส นใจหรอื เดนิ หนีเลย)
2. อยูทา ยเรื่อง และ 3. อยกู ลางเรื่อง
Most people arefree to enjoy themselves in the evenings and on weekends.
Some spend their time watching TV, listening to the radio; others participate in sports.
There’re various ways to spend one’s free time
Finding Topic (การหาหวั ขอ เรอื่ ง)
Topic คือ หวั ขอเร่อื งในแตละยอหนา มกั เปน
1. Person บุคคล 2. Place สถานท่ี 3. Activity กจิ กรรม วธิ กี ารหาคอื เวลาอานเราตองถามตัวเองดว ยมี
สตวิ า บทความเกี่ยวกับอะไร เชน คนคอื ใคร? สถานทท่ี ่ีไหน? เหตกุ ารณอะไร? ไมตองสนใจรายละเอียดมาก ส่ิงท่ี
ผูเ ขียนพูดซา้ํ หรือพูดทวนบอย ๆ น้ันแหละ Topic การทีเ่ ราหา Topic ไดจ ะนาํ ไปสู Main Idea ไดด วย
ดังน้นั ควรอานแบบ Skimming จากนั้นหา Topic แลวคอยหา Main Idea เดออออออ
TIPS! สงั เกตุจากศัพทใน เทคนิคการหานาํ้ เสยี งของผูแตง ส่งิ สําคัญตองรูศพั ทใ น Choice
เรือ่ งถา เขาโอเคศัพทจ ะ
ออกแนวดี ( good,fine) คาํ ศัพทท ่มี กั จะออกสอบเก่ียวกับ Tone มีดงั น้ี
แตถาไมช อบ ศัพทจะออก
แนวลบ 1. Humorous อารมณข ัน
2. Sarcastic เหนบ็ แนมกดั จกิ
3. Indifferent เฉย ๆ ละเลย
4. ridiculous นาหวั เราะเยาะ
5. Positive ชืนชอบ เปนบวก
6. Negative ไมชอบ เปนลบ
7. Serious จรงิ จงั
8. Informative ใหข อ มลู
9. Factual เขยี นตามความจริง
เทคนคิ การหาขอสรปุ Conclusion
บทสรปุ คอื = ประโยคที่พดู ครอบคลมุ ประเด็นทั้งหมด จดุ เดนคอื “พูดยํา้ + ครบ + ครอบคลมุ ”
ลกั ษณะของบทสรปุ
1. กลาวซํ้า Introduction แตใ ชศัพทคนละคาํ ลักษณะสรปุ ขอ
2. สรุปแบบแนะแนวผอู า น ใหไ ปทํา .ตอไป 1-4สามารถเอามา
3. สรุปแบบคาดคะเนเหตุการณทีจ่ ะเกิดข้ึนตอไป ผสมกันได เชน
4. สรปุ แบบแสดงความคิดเห็นตวั เองลงไป สรปุ แบบเดา+
แนะนาํ
คาํ ทมี่ ักจะเจอเมอื่ บทความกําลงั จะสรปุ มกั จะมคี ําเชอื่ มพวกนี้
1. In short(สนั้ ๆคือ) 2. In brief(สรปุ คือ) 3. In conclusion(สรุป)
4. In summary(สรปุ ) 5. To conclude(สรปุ ) 6. To sum up(สรุป)
7. Lastly(ทา ยสุด) 8. Finally(ทา ยสุด)
เทคนิคการเดาศัพท (Context Clues)
5 วิธีการเดาศพั ทจากบริบท Context Clue
Definition การใหคาํ นยิ าม
Restatement การกลา วซํา้ คือ การท่เี ราไมรูศัพท ไมเ ขา ใจ
Example การยกตัวอยาง บทความเลยแตเราสามารถเดา
Compare & contrast การเปรยี บเทยี บ ศัพท+ เดาความหมายจาก
Cause & effect เหตแุ ละผล สิง่ แวดลอมและบรบิ ทรอบๆได
ดว ยวิธดี งั น้ี
1. Definition การใหคํานยิ าม มกั จะเจอคําตอไปน้ี know as = รูจ กั ใน
means / called = เรยี กวา refer to = อางถงึ
can be defined as = คาํ นยิ าม
described as = อธบิ ายเปน
2. Restatement การกลาวซ้าํ เมอ่ื บทความยังไมช ัดดา นเนอื้ หา หรอื กลัววา ผูอา นจะตีความหมายผิด เขาจะ
กลา วยํา้ ๆ ซ้ําๆ บางคร้ังจะศัพทเดมิ เลย หรอื Synonym ศพั ทท ค่ี วามหมายเดยี วกันมาเขียนแทนเราตอ งความจาก
คําบอกใบดังนี้ 1. Or หรือ 2. That is นั้นก็คือ 3. In other word กลาวอีกนยั นึงคือ
หรือเราอาจะเดาศัพทไ ดจ าก Punctuation(เคร่อื งหมายวรรคตอน) เชน ( , ) ( : ) ( - ) ( )
3. Example การยกตวั อยาง การเดาศพั ทจากการยกตัวอยางมักจะเจอคาํ such as
4. Compare & contrast การเปรียบเทียบ เรามักจะเจอคําเหลา น้ี
similarily ในทํานองเดียวกัน like/dlike เหมอื นกนั กับ
moreover ย่ิงไปกวา น้ัน likesise คลายกัน,and และ
In addition นอกเหนือจากนี้
เม่ือเทียบตาง ๆ หรอื ขัดแยง On the other hand / however / Never the less though /
Although / even though / In spite of (แมวา,แต,ในทางตรงกนั ขา ม)
5. Cause & effect เหตแุ ละผล เราจะเจอคาํ ตอ นี้
Because Since
By reason of Due to
Consequently Therefore