The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือผู้เล่าเรื่องธรณี ท้องทะเลดึกดำบรรพ์บ้านโภชน์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by fossildmr, 2021-09-03 07:18:51

คู่มือผู้เล่าเรื่องธรณี ท้องทะเลดึกดำบรรพ์บ้านโภชน์

คู่มือผู้เล่าเรื่องธรณี ท้องทะเลดึกดำบรรพ์บ้านโภชน์

คู่มือผเู้ ล่าเร่ืองธรณี
ทอ้ งทะเลดกึ ด�ำบรรพ์บ้านโภชน์

อธิบดกี รมทรัพยากรธรณี นายสมหมาย เตชวาล

รองอธบิ ดีกรมทรัพยากรธรณ ี นายนวิ ตั ิ มณขี ัติย์

รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณ ี นายมนตรี เหลืองอิงคะสุต

ผอู้ ำ� นวยการกองค้มุ ครองซากดกึ ด�ำบรรพ์ นายอานนท์ นนทโส

ผู้อ�ำนวยการส่วนมาตรฐานและข้อมูลซากดกึ ด�ำบรรพ์ นางสาวดวงฤทัย แสแสงสีรงุ้

เขยี นเรอ่ื ง นายอดลุ ยว์ ิทย์ กาวีระ

สนับสนุนข้อมลู นายวิกิจ เพ็ญภาค

รศ.ดร. ฐาสิิณีีย์์ เจริญิ ฐิิติิรัตั น์์

นายวีีระยุุทธ อยู่่�เสดีียง

นางสาวพรรณิภา แซ่เทียน


พิิมพ์์ครั้ง�้ ที่่� 1 จำำ�นวน 400 เล่่ม เดืือน กัันยายน 2564
พิิมพ์์ครั้้�งที่่� 2 จำำ�นวน 1,000 เล่่ม เดืือน กัันยายน 2564
จััดพิิมพ์์โดย กองคุุ้�มครองซากดึึกดำำ�บรรพ์์ กรมทรััพยากรธรณีี
75/10 ถนนพระรามที่่� 6 แขวงทุ่่�งพญาไท เขตราชเทวีี กรุุงเทพฯ 10400
โทรศััพท์์ 0 2621 9845, 0 2621 9640

ขอ้ มูลทางบรรณานุกรม
กรมทรพั ยากรธรณี, 2564.
คู่มอื ผ้เู ล่าเรือ่ งธรณี ทอ้ งทะเลดกึ ดำ� บรรพ์บา้ นโภชน์, 38 หนา้
1. ซากดึกดำ� บรรพ์ 2. ทอ้ งทะเลดึกดำ� บรรพ์ 3. ยคุ เพอร์เมียน

พิิมพ์์ที่่� ทููทวินิ พริ้้น� ติ้้�ง
10/122 หมทู่ ี่ 8 ต.ส�ำโรงเหนอื อ.เมืองสมทุ รปราการ จ.สมทุ รปราการ 10270
โทรศัพท์ 0 2185 9953 และ 09 6996 5447
E-mail : [email protected]

ปกหน้า : ซากดึกดำ� บรรพ์แบรคโิ อพอด
ปกหลงั : ซากดึกด�ำบรรพ์หอยฝาเดยี ว ฝงั อยู่ในปะการงั

ทอ้ งทะเลเพอรเ์ มยี นแหง่ บ้านโภชน์

แหล่งซากดึกด�ำบรรพ์ ในพื้ นที่ต�ำบลบ้านโภชน์ อำ� เภอ
หนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ถูกค้นพบมานานกว่า 60 ปีแล้ว
พบซากดกึ ดำ� บรรพ์ทห่ี ลากหลายชนดิ อยใู่ นชนั้ หนิ ปนู ยคุ เพอรเ์ มยี น
อายรุ าว 299 - 252 ลา้ นปกี อ่ น ทัง้ ปะการัง แบรคิโอพอด ฟองน้� ำ
ไบรโอซวั ไครนอยด์ เม่นทะเล ฟวิ ซลู นิ ดิ นอติลอยด์ แอมโมนอยด์
หอยสองฝา หอยฝาเดยี ว และสโตรมาโตไลต์ และมีหลายชนดิ ที่เปน็
ซากดึกดำ� บรรพ์ที่พบในบ้านโภชน์เป็นแหง่ แรก

ความหลากหลายทางชีวภาพของซากดึกด�ำบรรพ์ในพ้ืนที่
แหง่ น้ี ทำ� ใหพ้ น้ื ทตี่ ำ� บลบา้ นโภชนเ์ ปน็ แหลง่ ซากดกึ ดำ� บรรพย์ คุ เพอรเ์ มยี น
ทส่ี ำ� คญั แหง่ หนงึ่ ในประเทศไทย และมซี ากดกึ ดำ� บรรพ์อกี หลายชนดิ ที่
รอการค้นพบ และส�ำรวจศึกษาวิจยั

คู่มือผู้เล่าเร่ืองธรณี “ท้องทะเลดึกด�ำบรรพ์ บ้านโภชน์”
ไดร้ วบรวมขอ้ มูลทัง้ ดา้ นธรณีวทิ ยาและบรรพชีวนิ วิทยา ในรปู แบบ
ทสี่ ามารถเขา้ ใจไดง้ ่าย ให้เจา้ หน้าทีใ่ นทอ้ งถิ่น มคั คเุ ทศกท์ ้องถน่ิ
รวมถงึ นกั ทอ่ งเทย่ี ว และผสู้ นใจไดศ้ ึกษาเรยี นรู้ สามารถเขา้ ใจและ
นำ� องค์ความรไู้ ปเผยแพรต่ อ่ ได้

(นายสมหมาย เตชวาล)
อธบิ ดีกรมทรัพยากรธรณี

ค่มู ือผ้เู ล่าเรือ่ งธรณี “ท้องทะเลดึกดำ� บรรพ์บา้ นโภชน”์

สารบัญ

หวั ขอ้ หนา้
ธรณีวทิ ยาและบรรพชวี ินวิทยา 1
มาตราธรณกี าล 3
ธรณวี ทิ ยาจังหวดั เพชรบรู ณ์ 5
ซากดกึ ดำ� บรรพ์คืออะไร? 9
แหล่งซากดกึ ดำ� บรรพ์บา้ นโภชน์ 11
ซากดึกึ ดำำ�บรรพ์์สายพัันธุ์์�แห่่งบ้า้ นโภชน์ ์ 17
ชีีวิิตดึึกดำำ�บรรพ์์แห่่งท้้องทะเลบ้้านโภชน์์ 21
แหล่ง่ ซากดึึกดำำ�บรรพ์์ยุุคเพอร์์เมีียน 36
ที่่�สำำ�คัญั ของประเทศไทย
บรรณานุุกรม 37

คมู่ อื ผเู้ ล่าเรื่องธรณี “ท้องทะเลดึกดำ� บรรพ์บ้านโภชน”์

ธรณวี ทิ ยา คอื อะไร ?

ธรณีวิทยา (Geology) คือ วิทยาศาสตรแ์ ขนงหนึง่ ซ่ึงเก่ียวขอ้ งกบั
ประวัตขิ องโลก สสารทีเ่ ป็นองค์ประกอบของโลก และสิ่งมชี ีวิตบนพื้นโลก
โดยอาศัยข้อมูลจากหนิ แร่ ธาตตุ ่าง ๆ ทงั้ ด้านกายภาพ เคมี รวมทัง้ ชวี ภาพ
ทีป่ รากฎอยูภ่ ายในโลก ทัง้ บนผิวโลก และใตพ้ ื้นโลก
นักธรณวี ิทยา (Geologist) คือ ผสู้ �ำรวจ ศึกษาวิจัย เพ่ือใหเ้ กิด
ความรู้ความเขา้ ใจในทกุ สรรพสิ่งลกึ ลงไปภายในโลก และถ่ายทอดความร ู้
ใหก้ บั บุคคลในสายงานอื่นๆ เพื่อการพัฒนาชีวติ ความเป็นอยขู่ องมนษุ ย์ให ้
ดีขึ้นอย่างสมดุลกับธรรมชาติ โดยการศึกษาข้อมูลและหลักฐานที่ได้จาก
การส�ำรวจอย่างมีระบบ
นักธรณีวิทยาจะบูรณาการความรู้ทางธรณีวิทยากับข้อมูลที่มีอยู่
และถ่ายทอดเป็นความรู้ให้กับผู้อ่ืนน�ำไปใช้ประโยชน์ โดยทั่วไปงานทาง
ธรณีวิทยามกั จะอยูใ่ นขัน้ ตอนแรกๆ ของโครงการตา่ งๆ หลังจากนัน้ จะคอย
ควบคุม ใหค้ ำ� แนะนำ� และประเมินผลกับผรู้ ่วมงานจนเสรจ็ สิ้นโครงการ

ภาพแสดงการปฏบิ ัติงานของนกั ธรณีวทิ ยา
หนา้ 1 ค่มู ือผเู้ ลา่ เรื่องธรณี “ทอ้ งทะเลดกึ ดำ� บรรพ์บ้านโภชน์”

บรรพชวี ินวทิ ยา คอื อะไร ?

บรรพชวี นิ วทิ ยา (Paleontology) คอื วชิ าทศ่ี ึกษาสิ่งมชี วี ติ ในอดตี
โ ดยอ า ศั ย ข้ อมู ล จ าก ซาก ดึก ด�ำบรรพ์ ที่ห ลง เหลือ อ ยู่ รวมทั้ง สา ย
ววิ ัฒนาการของสิ่งมชี ีวติ ความสัมพันธ์ระหวา่ งสิ่งมชี วี ติ ในอดตี กบั ปจั จุบัน
ส่ิงมชี วี ติ ในอดีตกบั สภาพแวดล้อม และการเทยี บสัมพันธ์ เพ่ือก�ำหนดล�ำดับ
เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ได้เกิดข้ึนในประวัติความเป็นมาของโลก จัดเป็นวิชา
ธ ร ณี วิ ท ย า แ ข น ง ห นึ่ ง ที่ อ า ศั ย วิ ช า ชี ว วิ ท ย า ใ น ปั จ จุ บั น ม า ใ ช้ ใ น ก า ร ศึ ก ษ า
เปรียบเทยี บซากดกึ ด�ำบรรพ์ เพื่อเขา้ ใจสภาพแวดล้อมและสิ่งมีชวี ติ ในอดีต
มากขน้ึ

นักบรรพชวี ินวทิ ยา (Paleontologist) คือ ผูศ้ ึกษาเก่ยี วกบั
ซากดกึ ดำ� บรรพ์ ศึกษาลกั ษณะรูปรา่ ง ลักษณะความเป็นอยู่ และวิวฒั นาการ
ของส่ิงมชี วี ติ ผา่ นขอ้ มลู ทัง้ ซากและรอ่ ยรอยสัตว์ต่างๆ ทีป่ รากฎในชนั้ หนิ

ภาพแสดงการปฏิบตั งิ านของนักบรรพชีวนิ วิทยา
คู่มือผเู้ ล่าเรือ่ งธรณี “ทอ้ งทะเลดกึ ด�ำบรรพ์บา้ นโภชน”์ หนา้ 2

มาตราธรณกี าล
(Geologic Time Scale)

“การลำ� ดับอายทุ างธรณวี ทิ ยา โดยเร่มิ ตัง้ แตโ่ ลกกำ� เนดิ
ขึน้ มาเม่ือประมาณ 4,600 ล้านปีมาแลว้

ระหวา่ งนัน้ มีการเปลีย่ นแปลงใหญ่และยอ่ ยทัง้ ในเร่อื ง
การเปลีย่ นแปลงทางโครงสรา้ งของโลกและส่ิงมีชวี ิต
เพ่ื อความสะดวกนักวทิ ยาศาสตรจ์ ึงไดแ้ บง่ ธรณกี าล
ออกเป็นบรมยคุ (eon) มหายคุ (era) ยุค (period)

สมยั (epoch) ช่วงอายุ (age) และรนุ่ (chrone)
ตามลำ� ดับ”

หน้า 3 คู่มือผู้เลา่ เรื่องธรณี “ทอ้ งทะเลดกึ ด�ำบรรพ์บา้ นโภชน์”

คู่มอื ผเู้ ลา่ เรือ่ งธรณี “ทอ้ งทะเลดึกดำ� บรรพ์บา้ นโภชน์” หน้า 4

แผนที่แสดง
ภมู ิประเทศของ
จังหวดั เพชรบรู ณ์

หนา้ 5 คู่มอื ผ้เู ลา่ เรื่องธรณี “ท้องทะเลดกึ ดำ� บรรพ์บ้านโภชน์”

ธรณีวทิ ยาจังหวดั เพชรบูรณ์

จงั หวดั เพชรบรู ณ์ ประกอบดว้ ย เทอื กเขาเพชรบรู ณ์ เปน็ รปู เกอื กมา้
รอบพ้ืนที่ด้านเหนือเป็นแนวลงไปทัง้ สองข้างทิศตะวันออกและทิศตะวันตก
ครอบคลมุ พ้ืนทกี่ วา่ รอ้ ยละ 40 ของพ้ืนทจี่ งั หวดั ทงั้ หมด รองรบั ดว้ ยหนิ
ตะกอนทม่ี ีอายุตัง้ แต่ยคุ คาร์บอนเิ ฟอรสั (350 ลา้ นปีกอ่ น) หนิ อัคนตี ัง้ แต่
ยคุ เพอร์โมไทรแอสสิก ( 250 ลา้ นปกี ่อน) และกลางแอง่ ปกคลมุ ดว้ ยตะกอน
ยคุ นโี อจีนถงึ ควอเทอรน์ ารี (ประมาณ 15 ล้านปถี ึงปัจจบุ นั )

หลักฐานทางธรณีวิทยาหลายอย่างบ่งบอกว่าเดิมพื้นที่จังหวัด
เพชรบูรณ์เคยเป็นทะเลมาก่อน ตัง้ แต่มหายุคพาลีโอโซอิก ได้แก่ กลุ่มหิน
ท่ีสะสมตัวในทะเล เช่น หินปูน หินดินดาน และกลุ่มซากดึกด�ำบรรพ์ในทะเล
ก่อนท่ีจะยกตัวข้ึนเป็นภูเขาในช่วงมหายุคมีโสโซอิก เนื่องจากการชนกัน
ของแผ่นอนุทวีปอินโดจีน (Indochina - ฝ่ ังตะวันออกของประเทศ)
และไซบูมาสุ (Sibumasu - ฝ่ ังตะวันตกของประเทศ) ท�ำใ้ห้เกิดหินที่
สะสมตัวบนแผ่นดิน เช่น หินทราย หินทรายแป้ง และพบซากดึกด�ำบรรพ์ที่
อาศัยบนบกอย่างที่รู้จักกันดี คือ ไดโนเสาร์ จากนัน้ การชนกันของแผ่น
เปลือกโลกอินเดียกับยูเรเชียในช่วงยุคนีโอจีน ทำ� ใหเ้ กดิ แอง่ สะสมตะกอน
ยุคนีโอจีนหลายแห่งในประเทศไทย รวมทั้ง “แอ่งเพชรบูรณ์” ด้วย

วิวัฒนาการการเกิดแอง่ เพชรบรู ณ์

คูม่ ือผู้เล่าเรือ่ งธรณี “ทอ้ งทะเลดกึ ดำ� บรรพ์บา้ นโภชน์” หนา้ 6

แผนทธี่ รณวี ทิ ยา จ.เลย
จงั หวดั เพชรบูรณ์ จ.ขอนแก่น

จ.พิษณโุ ลก จ.ชัยภูมิ

จ.พิจติ ร

จ.นครสวรรค์

จ.ลพบรุ ี

หน้า 7 คมู่ อื ผเู้ ลา่ เรือ่ งธรณี “ท้องทะเลดึกด�ำบรรพ์บา้ นโภชน”์

�คำอธิบายแผนที่ธร ีณ ิวทยาจังห ัวดเพชรบูร ์ณ

คู่มอื ผเู้ ลา่ เรือ่ งธรณี “ทอ้ งทะเลดึกดำ� บรรพ์บา้ นโภชน์” หน้า 8

มาเรียนรกู้ นั กอ่ นวา่

ซากดกึ ดำ� บรรพ์ คือ อะไร ?

ซากดึกด�ำบรรพ์ หรอื ภาษาอังกฤษ เรียกวา่ ฟอสซิล (fossil)
มีความหมายตามพจนานุกรมราชบัณฑติ ยสถานวา่ “ซากหรือร่องรอยของ
บรรพชีวนิ (ancient life) ท่ีประทบั อยู่ในหิน บางแห่งเปน็ รอยพิมพ์
บางแห่งเปน็ ซากทมี่ ีซากเดิมปรากฎอยู่ รอยตีนสัตว์ มลู สัตว์ ถา่ นหิน
ไม้กลายเปน็ หนิ รวมอย่ใู นหมซู่ ากดกึ ด�ำบรรพ์นีเ้ หมือนกนั
ซากดกึ ดำ� บรรพ์ชนดิ ใดทีส่ ามารถบ่งบอกอายุของหนิ ได้ เรยี กวา่
ซากดึกดำ� บรรพ์ ดัชนี (index fossil)”
หากกล่าวใหเ้ ข้าใจงา่ ย ซากดกึ ดำ� บรรพ์ คอื ซากหรือรอ่ งรอยของ
ส่ิ ง มี ชี วิ ต ใ น อ ดี ต ที่ เ ก็ บ รั ก ษ า ไ ว้ ใ น ช้ั น หิ น ที่ เ กิ ด ขึ้ น เ อ ง ต า ม ธ ร ร ม ช า ติ
เป็นหลกั ฐานของส่งิ มีชีวติ ในอดีต ทง้ั นี้ ไมร่ วมถึงซากหรือร่องรอยท่เี กิด
จากการกระท�ำมนษุ ย์

การเกดิ ซากดกึ ด�ำบรรพ์ (Fossilization)

หน้า 9 คมู่ อื ผู้เล่าเรื่องธรณี “ทอ้ งทะเลดกึ ดำ� บรรพ์บา้ นโภชน”์

ลักษณะของซากดกึ ด�ำบรรพ์

ซากดึกด�ำบรรพ์ทีพ่ บในชัน้ หิน สามารถพบได้ 2 ลกั ษณะ คือ ซาก
ดึกดำ� บรรพ์ที่เป็นตวั (ฺBody fossils) และ ซากดึกด�ำบรรพ์ที่เป็นรอ่ งรอย
(Trace fossils)

ซากดึกด�ำบรรพ์ที่เป็นตัว (Bฺ ody fossils)

ส่วนต่าง ๆ ของส่ิงมีชีวิตท่ีหลงเหลอื อยู่ถกู เกบ็ รกั ษาไว้ในชัน้ หนิ เชน่ กระดกู ฟนั
เปลือก หนงั ขน ใบ ล�ำตน้ หรอื โครงรา่ งอื่นๆ สามารถแบ่งตามขนาดได้ 2 กลุม่ คอื

ซากดกึ ดำ� บรรพ์มหภาค และซากดึกดำ� บรรพ์จลุ ภาค

ซากดกึ ด�ำบรรพ์มหภาค (Macrofossils) ซากดึกดำ� บรรพ์จลุ ภาค (Microfossils)
คอื ซากดึกด�ำบรรพ์ที่มขี นาดใหญ่ คอื ซากดึกดำ� บรรพ์ทีม่ ขี นาดไมเ่ กนิ 1 มม.

สามารถศึกษาได้ด้วยตาเปลา่ ตอ้ งอาศัยกล้องจลุ ทรรศนใ์ นการศึกษา

เปลอื กหอย กระดูกไดโนเสาร์

ฟอแรมินิเฟอรา เรดิโอลาเรยี

ฟนั ฉลามน้� ำจืด

ไมก้ ลายเปน็ หิน รอยพิมพ์ใบไม้ โคโนดอนต์

ซากดกึ ด�ำบรรพ์ที่เปน็ รอ่ งรอย (Trace fossils)

รอ่ งรอยทเ่ี กดิ จากกจิ กรรมของสง่ิ มชี วี ติ ในอดตี เกบ็ รกั ษาไวใ้ นชนั้ หนิ ใน เชน่ รอยตนี

รอยทางเดิน รอยชอนไช มูล รังไข่ แสดงใหเ้ หน็ พฤตกิ รรมของสิ่งมชี วี ิตในอดตี

รอยตนี ไดโนเสาร์ มลู ปลาดึกด�ำบรรพ์ รอยชอนไชสัตวด์ ึกด�ำบรรพ์

คู่มือผเู้ ล่าเรื่องธรณี “ท้องทะเลดึกด�ำบรรพ์บา้ นโภชน”์ หนา้ 10

แหลง่ ซากดกึ ด�ำบรรพ์บ้านโภชน์

ลกั ษณะภูมปิ ระเทศบรเิ วณด้านตะวันตกของต�ำบลบา้ นโภชนเ์ ปน็ แบบคาสต์ (Karst topography)
ซ่ึงเกดิ การละลายและยบุ ตัวของชนั้ หินปนู ทำ� ให้มีลักษณะเป็นเนินตะปุ่มตะป่ ำ� สลบั กับเขาสูง
แผนที่ธรณวี ทิ ยาบรเิ วณด้านตะวันตก
ของตำ� บลบ้านโภชน์

ค�ำอธิบายแผนที่ธรณีวทิ ยา

Qa ตะกอนน้� ำพา

Qt ตะกอนตะพักลุ่มน้� ำ bs หินบะซอลต์
Ptf หมวดหินตากฟา้ หนิ ปนู สีเทา an หินแอนดีไซต์
rh หนิ ไรโอไลต์
มหี นิ เชิรต์ และหินดินดานสลับ

พ้ืนที่เขาด้านตะวันตกของตำ� บลบา้ นโภชน์
เปน็ เขาท่มี ีหินปูนเปน็ ส่วนใหญ่ จัดอยู่ใน
หมวดหินตากฟา้ และเป็นส่วนหนึ่งของกลมุ่
หนิ สระบุรี ซึง่ กระจายตัวตามแนวขอบดา้ น
ตะวนั ตกของท่ีราบสูงโคราข

หนา้ 11 คู่มือผเู้ ล่าเรื่องธรณี “ท้องทะเลดึกด�ำบรรพ์บ้านโภชน”์

แหลง่ ซากดกึ ดำ� บรรพ์บ้านโภชน์

แหล่งซากดึกด�ำบรรพ์บ้านโภชน์ ตงั้ อยูท่ างด้านทศิ ตะวันตกของ
ตำ� บลบ้านโภชน์ อ�ำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ มรี ายงานการส�ำรวจ
ครงั้ แรกเมือ่ ปี พ.ศ. 2504 โดย นายภุมวาร โกมลารชุน นกั ธรณวี ทิ ยา
กรมราชโลหกิจและภมู ิวทิ ยา (ปัจจุบัน คอื กรมทรพั ยากรธรณี) ไดส้ �ำรวจ
แหลง่ ถ่านหินบรเิ วณดา้ นทศิ เหนือของเขาหนิ กลิ้ง (ปัจจุบนั อยใู่ นเขตตำ� บล
บวั วฒั นา) พบซากดกึ ดำ� บรรพ์หลากหลายชนดิ ไดแ้ ก่ ฟวิ ซลู นิ ดิ แบรคโิ อพอด
หอยสองฝา หอยฝาเดียว และพวกใบไม้ ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2507 มกี ารส�ำรวจ
ภายใต้ความรว่ มมอื ดา้ นบรรพชวี นิ วทิ ยาไทย-ญปี่ นุ่ โดย ดร. ชอู จิ ิ ยานากดิ ะ
(Juichi Yanagida) ได้รายงานการค้นพบซากดึกด�ำบรรพ์แบรคิโอพอด
(brachiopods) บริเวณพ้ืนท่ีเดียวกัน ประกอบไปด้วยแบรคิโอพอด
จำ� นวน 7 ชนิด และมชี นดิ ท่คี น้ พบในแหล่งบ้านโภชนเ์ ป็นแห่งแรก จำ� นวน
3 ชนิ ด คื อ ม าร์จินิเ ฟ อรา บ้าน โภช น์เอ นซิส ( Margin ifera
banphotensis) ออร์โธเททินา เพชรบูรณ์เอนซิส (Orthotetina
phetchabunensis) และ ออร์โธทิเคีย ชวนะเพทติ (Orthotichia
javanapheti) มอี ายอุ ยใู่ นชว่ งยคุ เพอรเ์ มยี น (299 - 252 ล้านปีก่อน)
นับแต่นัน้ มาได้มีการส�ำรวจเพ่ิมข้ึนจนถึงปัจจุบันจึงได้พบซากดึกด�ำบรรพ์ท่ี
หลากหลายมากข้นึ กระจายตัวบนพื้นท่กี ว่า 50 ตารางกโิ ลเมตร

พ้ืนที่แหล่งซากดึกด�ำบรรพ์บ้านโภชน์ ประกอบไปด้วยหนิ ปูนสีเทา
ชัน้ หนา มหี นิ เชริ ต์ และหนิ ดนิ ดานแทรกสลบั แสดงภมู ปิ ระเทศแบบคาสต์
(Karst topography) จัดอยู่ในหมวดหินตากฟ้า (Tak Fa Formation)
ซึ่งตั้งช่ือโดยนายนิกร นครศรี มชี นั้ หนิ แบบฉบบั หรอื ชนั้ หนิ ตน้ แบบ อยทู่ ี่
อำ� เภอตากฟา้ ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดนครสวรรค์ จัดเป็น
ส่วนหนึ่งของกลุ่มหินสระบุรี กระจายตัวตามแนวขอบด้านตะวันตกของ
ทรี่ าบสงู โคราช ในพื้นทเ่ี ขาบา้ นโภชนม์ กี ารคน้ พบซากดกึ ดำ� บรรพ์ทหี่ ลากหลาย
โดยเฉพาะซากดกึ ดำ� บรรพ์สตั วไ์ มม่ กี ระดกู สนั หลงั ทอี่ าศยั อยใู่ นทะเล บง่ บอกว่า
เดิมพื้นทแ่ี ห่งนน้ี นั้ เคยเป็นทะเลมาก่อน เชน่ ปะการงั (corals) แบรคิโอพอด
(brachiopods) ไบรโอซัว (bryozoans) ฟองน้� ำ (sponges) ไครนอยด์
(crinoids) เมน่ ทะเล (echinoids) ฟวิ ซลู นิ ดิ (fusulinids) นอตลิ อยด์
(nautiloids) แอมโมนอยด์์ (ammonoids) หอยสองฝา (bivalves) หอยฝาเดียี ว
(gastropods) ไทรโลไบต์์ (trilobites) และสโตรมาโตไลต์์ (stromatolites)
ซึ่่�งถืือว่่ามีีความหลากหลายทางชีีวภาพของซากดึึกดำำ�บรรพ์์ สูู ง แ ห่่ ง ห นึ่่� ง
ในประเทศไทย

คู่มือผูเ้ ลา่ เรื่องธรณี “ทอ้ งทะเลดึกด�ำบรรพ์บา้ นโภชน์” หนา้ 12

หนา้ 13 ค่มู อื ผู้เลา่ เรื่องธรณี “ทอ้ งทะเลดกึ ดำ� บรรพ์บา้ นโภชน”์

คู่มือผ้เู ลา่ เรือ่ งธรณี “ท้องทะเลดึกด�ำบรรพ์บ้านโภชน์” หน้า 14

แหล่่งซัับแห้้ง

ฟองน้ำำ��
สโตรมาโตไลต์์

รอยชอนไช
แบรคิโิ อพอด

ฟิวิ ซููลินิ ิดิ
พลับั พลึึงทะเล

เม่่นทะเล
ปะการััง

แหล่ง่ ซัับน้้อย

แบรคิิโอพอด
ไบรโอซััว

หอยฝาเดีียว
ฟิวิ ซูลู ิินิิด

หน้า้ 15 คู่่�มืือผู้้�เล่่าเรื่่�องธรณีี “ท้อ้ งทะเลดึกึ ดำำ�บรรพ์์บ้้านโภชน์”์

แหล่ง่ ซัับตาเบาะ

ปะการังั
ไบรโอซััว
แบรคิิโอพอด
ฟองน้ำำ��
ฟิวิ ซูลู ิินิิด

แหล่ง่ เขาล้อ้ ม

ปะการังั
แบรคิโิ อพอด

ฟองน้ำำ��
หอยฝาเดีียว

ไบรโอซัวั
ฟิวิ ซูลู ินิ ิดิ
พลัับพลึงึ ทะเล

คู่่�มือื ผู้้�เล่า่ เรื่่�องธรณีี “ท้อ้ งทะเลดึกึ ดำำ�บรรพ์์บ้า้ นโภชน์”์ หน้้า 16

ฝาใหญ่ (pedicle valve) เป ืลอกหรือฝา ้ดานท่ี ีมขนาดให ่ญกว่า ีมรูเ ิปด �สำห ัรบให้กล้ามเนื้อ ่ึซง �ทำห ้นา ีท่ยึดเกาะยื่นออกมา ซากดึกด�ำบรรพ์สายพันธุแ์ หง่ บ้านโภชน์
ฝาเล็ก (brachial valve) เป ืลอกหรือฝาด้าน ีท่มีขนาดเล็กกว่า ไ ่มมีรูเ ิปดใ ้หกล้ามเนื้อ ี่ทท�ำห ้นา ีท่ �สำห ัรบยึดเกาะยื่นออกมา
การส�ำรวจศึกษาวิจัยซากดึกด�ำบรรพ์ในพื้นท่ีแหล่งบ้านโภชน์
มีการค้นพบซากดึกด�ำบรรพ์อย่างต่อเนื่อง เป็นระยะเวลากว่า 60 ปี
คาดวา่ มจี ำ� นวนมากกวา่ 100 สายพันธ์ุ กระจายตวั บนพื้นทก่ี วา่ 50 ตาราง
กิโลเมตร และมีซากดึกด�ำบรรพ์สายพันธ์ุท่ีค้นพบในแหล่งบ้านโภชน์
เป็นแหง่ แรก ประกอบไปดว้ ย 2 กลมุ่ คอื แบรคโิ อพอด (brachiopods)
จำ� นวน 5 สปชี สี ์ และไบรโอซัว (bryozoans) จำ� นวน 5 สปีชสี ์

แบรคิโอพอดสายพันธแุ์ หง่ บ้านโภชน์

มารจ์ นิ ิเฟอรา บา้ นโภชนเ์ อนซสิ *

(Marginifera banphotensis Yanagida, 1964)

ท่ีมาของช่ือ
ตงั้ ชือ่ ตามแหล่งที่พบ คอื ต �ำบลบ้านโภชน์ อำ� เภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์
ลักษณะเดน่
มขี นาดประมาณ 1-2 ซม. มเี ปลอื กรปู รา่ งกง่ึ กลม มีเส้นหับเผยตรง มฝี าใหญน่ ูน และฝาเล็กเวา้
จะงอยโคง้ ง้มุ มลี ายแบบหยาบ 15 - 17 เส้น ลายแตล่ ะแถวมหี นาม 5-6 หนาม

ออร์โธเททินา เพชรบูรณเ์ อนซิส*

(Orthotetina phetchabunensis)
Yanagida, 1964)
ท่ีมาของช่ือ
ตงั้ ช่อื ตามแหล่งที่พบ คอื จังหวัดเพชรบรู ณ์
ลกั ษณะเด่น
มขี นาดประมาณ 2 ซม. มเี ปลอื กรปู รา่ งกงึ่ กลม ถึง
กึง่ รูปไข่ มีจะงอยเหยียดยาว มีฝาใหญน่ ูน และฝา
เล็กคอ่ นข้างราบ มีลายแบบละเอยี ด

หน้า้ 17 คู่มือผเู้ ล่าเรือ่ งธรณี “ทอ้ งทะเลดึกดำ� บรรพ์บา้ นโภชน์”

แบรคโิ อพอดสายพันธแุ์ ห่งบ้านโภชน์

ออรโ์ ธทิเคยี ชวนะเพทต*ิ

(Orthotichia javanapheti Yanagida, 1964)

ท่มี าของช่อื
ตงั้ ช่ือเพื่อเปน็ เกยี รตแิ ก่ น ายชมุ เจษฎ์ จรัลชวนะเพท
อดีตรองอธิบดี กรมทรพั ยากรธรณี
ลักษณะเดน่
มีขนาดประมาณ 2 ซม. เปลือกทงั้ สองมีความยาวและ
ความกวา้ งเกอื บเทา่ กัน มฝี านนู ทัง้ สองฝา แตฝ่ าเลก็ มี
ความโคง้ นนู มากกว่า มีจะงอยโคง้ งุ้มเลก็ น้อย มีลาย
แบบละเอยี ด บริเวณดา้ นหนา้ มเี ส้นเจริญเติบโตและ
มีร่องตรงกลาง

โนโตธรี สิ ซาคากามิ เฮย์ดีเนลลา แกรนติ ัหบเผย (hinge line) แนวเ ้สนบริเวณบาน ัพบระหว่างสองฝา
(Notothyris sakagami) (Haydenella granti) เ ้สนเจ ิรญเ ิตบโต (growth line) ลายเ ้สนที่แสดงการเจริญเติบโต ปรากฎตามแนวความก ้วางของเป ืลอก

(Yanagida & Nakornsri, 1999) (Yanagida & Nakornsri, 1999)

ท่ีมาของช่ือ ท่ีมาของช่อื
ตงั้ ชอ่ื เพื่อเปน็ เกยี รตแิ ก่ Dr. Sumio Sakagami ตงั้ ชื่อเพ่ือเป็นเกยี รตแิ ก่ Dr. Richard E. Grant
ผูเ้ ชยี่ วชาญด้านซากดกึ ด�ำบรรพ์ไบรโอซวั ผเู้ ชยี่ วชาญดา้ นซากดกึ ดำ� บรรพ์แบรคิโอพอด
ชาวญี่ปนุ่ ชาวอเมริกนั
ลักษณะเดน่ ลกั ษณะเดน่
มขี นาดประมาณ 1 ซม. มรี ปู รา่ งก่ึงรูปไข่ มีฝา มขี นาดประมาณ 2-3 ซม. มีรปู ร่างครึง่ วงกลม
นนู ทงั้ สองฝา แต่มฝี าหนง่ึ ที่โค้งนนู มากกวา่ มี มฝี าใหญ่โค้งนนู และฝาเล็กเวา้ เลก็ นอ้ ย มีลาย
จะงอยโคง้ ง้มุ มลี ายหยกั ขนาดใหญ่ส่วนปลาย แบบละเอยี ด มีเส้นหบั เผยและปกี บนเปลือก
เปลือก เหยยี ดตรง และมจี ะงอยโคง้ งมุ้

*หมายเหตุ : แหลง่ ซากดึกดำ� บรรพ์ทีค่ ้นพบครัง้ แรกในปี พ.ศ. 2507 เคยเป็นพื้นทีท่ ี่อยใู่ นเขตการปกครองของ
ต�ำบลบ้านโภชน์ ภายหลงั ตัง้ แตป่ ี พ.ศ. 2528 ไดม้ กี ารแบง่ เขตการปกครองใหม่ ปัจจบุ ันแหลง่ ซากดกึ ด�ำบรรพ์
ท่คี น้ พบครงั้ แรกนัน้ อยใู่ นเขตการปกครองของตำ� บลบวั วฒั นา

คูม่ ือผู้เลา่ เรื่องธรณี “ทอ้ งทะเลดกึ ดำ� บรรพ์บ้านโภชน์” หน้้า 18

ไบรโอซวั สายพันธ์แุ ห่งบ้านโภชน์

ตัวไบรโอซัว (zooid) ตัวของไบรโอ ัซวแ ่ตละตัว เกาะรวมกันเ ็ปนก ุ่ลม ้กอนรูปร่างต่าง ๆ ดิสครเิ ทลลา เพชรบรู ณเ์ อนซิส ซูโดบาโตสโตเมลลา มลั ติไดอะแฟรกมา
เปลือกไบรโอซัว (zooarium) เป ืลอก ี่ท ่หอหุ้ม ัตวไบรโอ ัซวแต่ละตัว ่ึซงเกาะ ัตว ักนเ ็ปนก ุล่ม ้กอน (Dyscritella phetchabunensis)
(Pseudobatostomella multidiaphragma)
(Sakagami, 1975) (รูปบน) (Sakagami, 1975) (รูปล่าง)

ท่มี าของช่อื ท่มี าของช่อื
ตงั้ ชอื่ ตามแหลง่ ทีพ่ บ คือ จ ังหวัดเพชรบูรณ์ ตัง้ ชือ่ ตามลกั ษณะเปน็ แผ่นซอ้ นกนั
ลักษณะเด่น ลกั ษณะเดน่
มีลกั ษณะเปน็ กิ่งก้าน ชอ่ งแตล่ ะตัวตรง เรียว มีลกั ษณะเป็นกง่ิ กา้ น มชี ่องเรยี ว เปน็ แทง่
มีหน้าตัดคลา้ ยไข่ ขอบไมส่ ม่�ำเสมอ แต่ละรูมี ยาว แต่ละชอ่ งมีขนาด 1 - 2 มม. มีไดอะแฟรม
ขนาด 2 มม. ลกั ษณะโค้งชว่ งต้น และเหยยี ด ถเ่ี ปน็ แผน่ ซ้อน ๆ กนั มแี ฉกระหวา่ งแตล่ ะกิง่
ตรงช่วงปลาย กา้ นทำ� มมุ ประมาณ 60 องศา

หน้า้ 19 คมู่ อื ผ้เู ล่าเรื่องธรณี “ทอ้ งทะเลดกึ ดำ� บรรพ์บ้านโภชน”์

ไบรโอซัวสายพันธุ์แหง่ บา้ นโภชน์

ฟิสทลู ิพอรา สยามเอนซสิ ฟิสทูลิพอรา ซาวาตะไอ

(Fistulipora siamensis) (Fistulipora sawatai)

(Sakagami, 1999) (Sakagami, 1999)

ท่ีมาของช่อื ท่มี าของช่ือ

ตัง้ ชอ่ื ตาม “สยาม” ชื่อเดิมของประเทศไทย ตัง้ ชื่อเพ่ือเปน็ เกยี รติแก่ Dr. Hideho Sawata

ลกั ษณะเด่น นักธรณวี ิทยาชาวญ่ีปุ่น ไดอะแฟรม (diaphragm) แ ่ผนกั้นตามขวางภายในเป ืลอกของไบรโอ ัซวแ ่ตละ ัตว

มีลักษณะเปน็ กิ่งก้าน และเจริญเตบิ โตโดยการเกาะ ลักษณะเดน่

ซากอ่นื ๆ เช่น เปลือกแบรคิโอพอด ช่องแตล่ ะตัวหนา มีลักษณะเป็นกง่ิ ก้าน มีชอ่ งแต่ละตัวเปน็

ประมาณ 2.5 มม. รูปรา่ งกึ่งกลม มไี ดอะแฟรมหลาย ทอ่ ยาว แตล่ ะช่องมีขนาดเฉลย่ี 0.2-0.3 มม.

แผน่ ลกั ษณะตรงถึงเว้าเลก็ น้อย มีรโู พรงอยู่เต็มคนั่ มีช่องตวั ยาว และโค้งบริเวณปลาย ท�ำมุม

ระหว่างเปลอื ก มีชอ่ งตวั ยาว และโค้งบริเวณปลาย 90 องศา จากผิวดา้ นนอก มไี ดอะแฟรม

2 แผ่น มีรูโพรงขนาดเลก็ อยเู่ ต็มระหว่าง

เปลอื ก

รอมโบคลาเดยี นครศรี
(Rhombocladia nakornsri)

(Sakagami, 1999)

ท่มี าของช่อื
ตัง้ ชอ่ื เพื่อเป็นเกียรติแกน่ ายนกิ ร นครศรี
นักธรณีวิทยา อดีตข้าราชการกรม
ทรัพยากรธรณี
ลกั ษณะเดน่
มีลกั ษณะเปน็ กิง่ กา้ น มชี อ่ งแตล่ ะตวั คล้าย
ส่ีเหลย่ี มขนมเปียกปูน ทอ่ เกอื บตรง ขนาด
ประมาณ 2 มม. มลี กั ษณะแตกเป็นแขนง
แต่ละท่อท�ำมุมจากฐาน 30 องศา และโค้ง
บริเวณปลาย

คูม่ อื ผูเ้ ล่าเรือ่ งธรณี “ทอ้ งทะเลดกึ ด�ำบรรพ์บา้ นโภชน์” หน้้า 20

ชวี ติ ดึกด�ำบรรพ์
แหง่ ท้องทะเลบ้านโภชน์

“ในพ้ืนทแ่ี หล่งซากดึกดำ� บรรพ์บา้ นโภชน์มกี ารคน้ พบ
ซากดึกด�ำบรรพ์ยุคเพอร์เมียนท่ีหลากหลาย โดยเฉพาะ
ซากดึกด�ำบรรพ์สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังทีอ่ าศัยอยใู่ นทะเล
บ่งบอกว่าเดมิ พื้นทีแ่ ห่งนีน้ ัน้ เคยเป็นทะเลมากอ่ น เช่น ปะการงั
(corals) แบรคิโิ อพอด (brachiopods) ไบรโอซััว (bryozoans)
ฟองน้ำำ�� (sponges) ไครนอยด์์ (crinoids) เม่่นทะเล (echinoids)
ฟิวิ ซููลินิ ิิด (fusulinids) นอติลิ อยด์์ (nautiloids) แอมโมนอยด์์
(ammonoids) หอยสองฝา (bivalves) หอยฝาเดียี ว (gastropods)
ไทรโลไบต์์ (trilobites) และสโตรมาโตไลต์์ (stromatolites)
ซึ่่�งถืือว่า่ มีคี วามหลากหลายทางชีีวภาพของซากดึึกดำำ�บรรพ์์

สููงแห่ง่ หนึ่่�งในประเทศไทย”

ภาพแสดงสภาพแวดล้อมในทะเลช่วงยคุ เพอร์เมียนของประเทศไทย (299 - 252 ล้านปีก่อน)
หน้้า 21 คู่มือผเู้ ลา่ เรือ่ งธรณี “ทอ้ งทะเลดกึ ดำ� บรรพ์บา้ นโภชน์”

ปะการงั (Corals)

ปะการัง (corals) เปน็ สัตวท์ ะเลทม่ี โี ครงรา่ งแข็งห้มุ ตวั เปน็ แคลเซียมคาร์บอเนต

มีทัง้ ที่อยู่รวมกันเปน็ กลมุ่ และเปน็ ตวั เดีย่ ว ๆ แตล่ ะตัวจะเรยี กวา่ โพลิป (polyps) เปน็ ตัว

สร้างโครงร่างแข็ง มีรปู ทรงหลากหลาย ทัง้ เป็นแผ่น เป็นก้อน หรอื กง่ิ กา้ น โดยมกี ารสรา้ ง
โครงสร้างหินปูนแผ่ขยายไปเรื่อย ๆ กลายเป็นแนวปะการัง ซึง่ จะเจรญิ เตบิ โตและมอี ยู่
เฉพาะน่านน้� ำเขตอบอุ่นเท่านนั้ มักพบซากดึกด�ำบรรพ์ปะการงั ในหนิ ปนู

อนกุ รมวธิ าน : ไฟลมั ไนดาเรีย (Phylum Cnidaria)
ชัน้ แอนโธซวั (Class Anthozoa)
ช่วงเวลาที่พบ : ยคุ แคมเบรียน (542 ล้านปกี ่อน) - ปจั จบุ นั

โครงสร้างทวั่ ไปของปะการงั
A: ปะการงั กลุม่ B: ปะการงั เดีย่ ว C: ปะการังทม่ี ีชวี ติ
(ภาพจาก The Wisconsin Geological and Natural History Survey (WGNHS))

ปะการังกลุม่ แทบูลาตา (Tabulata)

ปะการังเขาสัตว์ หรอื รโู กซา (Rugosa)

ปะการัง วงศ์ ฟาโวไซทิเด (Favositidae) ซากดึกด�ำบรรพ์ปะการงั รูปร่างตา่ ง ๆ
(ภาพจากThe Illinois State Geological Survey.)

คูม่ ือผูเ้ ล่าเรือ่ งธรณี “ท้องทะเลดกึ ด�ำบรรพ์บ้านโภชน”์ หน้า้ 22

แบรคโิ อพอด (Brachiopods)

แบรคิโอพอด (brachiopods) หรือบางครงั้ เรียกหอยตะเกยี ง (lamp shells)
เนื่องจากบางชนิดมีลักษณะคล้ายตะเกียงโบราณ เป็นสัตว์ทะเลกลุ่มหนึ่ง ถงึ แมจ้ ะมี
ลักษณะคล้ายหอยสองฝา แตแ่ ตกต่างกันตรงท่เี ปลือกทัง้ คู่ไม่เท่าหรอื ไม่เหมอื นกัน แตล่ ะ
กาบจะมลี ักษณะสมมาตรในแนวซา้ ย – ขวาของกาบเดียวกนั ด�ำรงชีวติ ด้วยการยดึ เกาะกบั
พื้นทะเลโดยอาศัยอวัยวะท่ีมีลักษณะเป็นกล้ามเนื้อเย่ือยื่นออกไป มักพบซากดึกด�ำบรรพ์
แบรคโิ อพอดในหนิ ปูน และหนิ ดนิ ดาน

อนกุ รมวธิ าน : ไฟลมั แบรคิโอโพดา (Phylum Brachiopoda)
ชว่ งเวลาที่พบ : ยุคแคมเบรียน (542 ล้านปกี ่อน) - ปจั จุบนั

โครงสร้างทวั่ ไปของแบรคโิ อพอด ซากดกึ ดำ� บรรพ์แบรคิโอพอดรูปร่างต่าง ๆ
(ภาพจาก British Wildlife Wiki) (ภาพจาก The Illinois State Geological Survey.)

วงศ์ ลที โตนอิ ิเด (Lyttoniidae)

วงศ์ มเี กลลิเด (Meekaellidae) สกุล มารจ์ นิ ิเฟอรา (Marginifera sp.)

ความแตกตา่ งระหวา่ งแบรคิโอพอดและหอยสองฝา
(ภาพบน) แบรคิโอพอด มสี มมาตรซ้าย-ขวาในกาบเดียวกัน
และแต่ละกาบมีลักษณะตา่ งกนั
(ภาพล่าง) หอยสองฝา มีสมมาตรซา้ ย-ขวาระหว่างกาบ
และทงั้ สองกาบมลี ักษณะเหมอื นกนั
(ภาพจาก the Kentucky Geological Survey)

หน้า้ 23 คมู่ อื ผ้เู ลา่ เรื่องธรณี “ทอ้ งทะเลดึกด�ำบรรพ์บา้ นโภชน”์

ไบรโอซวั (Bryozoans)

ไบรโอซัว (ฺbryozoans) หรือที่รู้จักกันในชื่อ สัตว์มอสส์ (moss animals)
หรือ เสื่อทะเล (sea mats) เป็นสัตว์น้� ำ ส่วนใหญ่อาศัยอยใู่ นทะเลตามแหลง่ น้� ำใสสะอาด
อยู่รวมกนั เป็นกลุ่มโดยการสรา้ งโครงร่างแขง็ (zooarium) มีรปู ร่างทีห่ ลากหลาย เช่น
รปู เปน็ กอ้ น รปู พัด รปู กงิ่ กา้ นสาขา และรปู ขดมว้ นเปน็ เกลยี ว มชี อ่ งเปดิ เปน็ รเู ลก็ ๆ จำ� นวน
มาก เป็นท่ีอยู่ของตัว (zooid) โดยหน่ึงช่องจะมีหนึ่งตัว มักพบซากดกึ ดำ� บรรพ์ไบรโอซัว
ในหินปนู และหินดินดาน

อนกุ รมวธิ าน : ไฟลัม ไบรโอซวั (Phylum Bryozoa)
ชว่ งเวลาที่พบ : ยคุ ออรโ์ ดวิเชยี น (485 ลา้ นปกี อ่ น) - ปจั จุบนั

โครงสรา้ งภายในของไบรโอซวั (ภฺ าพจาก University of Iowa) สกลุ เฟเนสเทลลา (Fenestella sp.)

สกลุ รอมโบพอรา (Rhombopora sp.)

ซากดกึ ดำ� บรรพ์ไบรโอซัวรูปรา่ งตา่ ง ๆ สกุล เฟเนสเทลลา (Fenestella sp.) และ โพลีพอรา (Polypora sp.)
(ภาพจาก The Illinois State Geological Survey)

ค่มู อื ผูเ้ ลา่ เรือ่ งธรณี “ทอ้ งทะเลดกึ ดำ� บรรพ์บา้ นโภชน”์ หน้้า 24

ฟิวซูลินดิ (Fusulinids)

ฟวิ ซูลินิด (fusulinids) เปน็ ส่ิงมีชวี ิตท่อี าศัยในทะเลทส่ี ูญพันธุไ์ ปแลว้ ไมใ่ ช่ทงั้ พืช
และสัตว์ มีโครงร่างแขง็ สรา้ งจากแคลเซียมคาร์บอเนต ขนาดเฉลีย่ 1 ซม. อาจยาวได้ถงึ
2 ซม. พบได้ทัว่ ไปในหินปนู โดยเฉพาะหนิ ปนู ยุคเพอรเ์ มยี น มรี ูปทรงกลมถึงรี คล้ายเมด็
ขา้ วสาร จงึ มกั เรียกว่า “ขา้ วสารหนิ ” หรอื “คตขา้ วสาร” เปน็ ซากดกึ ดำ� บรรพ์ดชั นที สี่ �ำคญั ใน
ชว่ งยคุ คารบ์ อนเิ ฟอรสั ตอนปลายถึงเพอรเ์ มยี น (ประมาณ 323 - 252 ล้านปกี ่อน) สามารถ
พบซากดกึ ดำ� บรรพ์ฟวิ ซลู นิ ดิ ไดใ้ นหนิ ปนู

อนกุ รมวิธาน : ไฟลัม ฟอแรมินเิ ฟอรา (Phylum Foraminifera)
อันดับ ฟวิ ซูลนิ ดิ า (Order Fusulinida)
ชว่ งเวลาที่พบ : ยคุ คาร์บอนิเฟอรัสตอนปลาย - เพอร์เมียน (323 - 252 ล้านปกี ่อน)

โครงสร้างทวั่ ไปของฟวิ ซลู ินิด ลกั ษณะของฟวิ ซลู ินดิ ภายใต้กลอ้ งจลุ ทรรศน์
(ภาพจาก Kansas Geological Survey) (ภาพจาก Shi & Macleod, 2016)

หน้า้ 25 คมู่ อื ผเู้ ล่าเรือ่ งธรณี “ท้องทะเลดกึ ด�ำบรรพ์บา้ นโภชน”์

ฟองนำ�้ (Sponges)

ฟองน้� ำ (sponges) เป็นสัตวน์ ้� ำทส่ี ่วนใหญ่อาศัยในทะเล มีร่างกายเตม็ ไปด้วยรู
และช่องทางส�ำหรบั ใหน้ ้� ำไหลเวยี นเข้าไป ลกั ษณะคล้ายฟองน้� ำ มีโครงรา่ งแข็งท่ีเป็นซิลกิ า
หรือแคลเซยี มคาร์บอเนต มีรปู ทรงเป็นพุ่มกลมและบางชนิดแตกกิ่งก้านคล้ายต้นไม้ อาศัย
ในน้� ำสะอาด และสงบนิง่ สามารถพบซากดึกด�ำบรรพ์ฟองน้� ำได้ในหนิ ปนู
ฟองน้� ำถือเป็นสัตว์กลุ่มแรกที่แยกสายวิวัฒนาการออกจากบรรพบุรุษร่วม
ของสัตว์ทุกชนิด และถอื เปน็ สัตว์ที่ยังคงหลงเหลอื ลกู หลานอยูบ่ นโลกนี้มาอย่างยาวนาน
กวา่ 600 ลา้ นปี

อนกุ รมวิธาน : ไฟลมั พอรเิ ฟอรา (Phylum Porifera)

ช่วงเวลาที่พบ : มหายคุ พรแี คมเบรยี นตอนปลาย (635 ล้านปกี อ่ น) - ปจั จุบนั

โครงสรา้ งภายในของฟองน้� ำ ตัวอยา่ งฟองน้� ำรูปรา่ งต่าง ๆ
(ภาพจาก Kennedy et al., 2016) (ฺภาพจาก Biosciences)

ค่มู อื ผูเ้ ลา่ เรื่องธรณี “ท้องทะเลดกึ ดำ� บรรพ์บา้ นโภชน”์ หน้้า 26

ไครนอยด์ (Crinoids)

ไครนอยด์ (crinoids) ท่รี จู้ ักกนั ในช่ือ พลับพลึงทะเล (sea lilies) เป็นสัตว์ทะเล
ในกลมุ่ เอไคโนเดิรม์ (echinoderms) หรอื สัตวท์ ี่มสี มมาตร 5 แฉก มรี ปู รา่ งคล้ายกบั ตน้ ไม้
มสี ่วนรากส�ำหรบั ยดึ เกาะพื้นทะเล และมกี า้ นลกั ษณะเปน็ ขอ้ ๆ คลา้ ยนอ็ ต ตอ่ กนั เปน็ แถวยาว
และมีส่วนบนเป็นช่อคล้ายกับดอกพลับพลึง แต่ละช่อจะมีแขนงคล้ายขนนก มักพบ
ซากดึกด�ำบรรพ์ไครนอยด์ในหินปูน และมักพบเฉพาะส่วนก้าน เน่ืองจากเป็นส่วนท่ี
แข็งแรง และมีจ�ำนวนมากกวา่ ส่วนอื่น ๆ

อนุกรมวิธาน : ไฟลมั เอไคโนเดอร์มาตา (Phylum Echinodermata)
ชนั้ ไครนอยเดีย (Class Crinoidea)

ชว่ งเวลาที่พบ : ยุคออร์โดวเิ ชยี นตอนกลาง (470 ลา้ นปีกอ่ น) - ปจั จุบนั

โครงสรา้ งของไครนอยด์
(ฺภาพจาก Fossils-Facts-And-Finds)

ซากดึกดำ� บรรพ์ไครนอยดร์ ปู ร่างต่าง ๆ
(ภาพจาก The Illinois State Geological Survey)

หน้า้ 27 คมู่ อื ผู้เล่าเรือ่ งธรณี “ท้องทะเลดึกดำ� บรรพ์บา้ นโภชน”์

เอไคนอยด์ (Echinoid)

เอไคนอยด์ (echinoids) หรือที่รู้จักกนั ในช่อื เม่นทะเล (sea urchins) เป็นสัตว์
ทะเลในกลมุ่ เอไคโนเดริ ์ม (echinoiderms) หรือสัตว์ท่มี ีสมมาตร 5 แฉก มีรูปร่างทรงกลม
หรือทรงรี และมกั มหี นาม ดำ� รงชีวิตอย่ตู ามพื้นทะเล หรอื เกาะตามโขดหนิ ในทะเล มักพบ
ซากดึกดำ� บรรพ์เอไคนอยด์ในหินปูน และมกั พบเฉพาะส่วนหนาม เนอ่ื งจากเป็นส่วนทีแ่ ข็ง
กวา่ ส่วนอน่ื และมจี ำ� นวนมาก

อนกุ รมวธิ าน : ไฟลัม เอไคโนเดอรม์ าตา (Phylum Echinodermata)
ชนั้ ไครนอยเดยี (Class Crinoidea)
ชว่ งเวลาที่พบ : ยคุ ออรโ์ ดวิเชยี น (485 ลา้ นปกี อ่ น) - ปัจจบุ นั

โครงสร้างของเม่นทะเล ตวั อย่างซากดกึ ด�ำบรรพ์ทีส่ มบรู ณข์ องเม่นทะเล
(ภฺ าพจาก University of Cambridge) (ภฺ าพจาก Mediastorehouse)

คมู่ ือผเู้ ลา่ เรื่องธรณี “ท้องทะเลดกึ ด�ำบรรพ์บ้านโภชน”์ หน้้า 28

นอตลิ อยด์ (Nautiloids)

นอติลอยด์ (nautiloids) เป็นสัตวท์ ะเลกลมุ่ เดยี วกบั หอยงวงชา้ ง (Nautilus)
และพวกหมกึ ในปจั จบุ นั มเี ปลอื กแขง็ เหมอื นหอย แตม่ หี วั และหนวดคลา้ ยกบั หมกึ เปลอื ก
ของนอตลิ อยดย์ คุ แรก ๆ มลี ักษณะทรงกรวยตรง ภายหลงั มีวิวฒั นาการเปลือกเปน็ รปู ขด
ภายในเปลอื กมีผนังกัน้ แบ่งช่อง เป็นห้อง ๆ และมีท่อตรงกลางส�ำหรับเป็นทางเขา้ ออกของ
น้� ำและอากาศ ใช้ส�ำหรับชว่ ยในการลอยและจมเมอ่ื อย่ใู ต้น้� ำ ซง่ึ เปน็ หลักการเดียวกบั อับเฉา
ทอี่ ยใู่ นเรอื มักพบซากดกึ ด�ำบรรพ์นอติลอยด์ในหนิ ปนู

อนกุ รมวิธาน : ไฟลัม มอลลัสกา (Phylum Mollusca)
ชัน้ เซฟาโลโพดา (Class Cephalopoda)
ชัน้ ย่อย นอตลิ อยเดีย (Subclass Nautiloidea)
ยคุ แคมเบรยี นตอนปลาย (495 ล้านปีก่อน) - ปัจจุบนั
ชว่ งเวลาที่พบ :

โครงสร้างของนอตลิ อยดย์ ุคแรก ๆ
(ภฺ าพดดั แปลงจาก Woostergeologists)

โครงสร้างของหอยงวงช้าง
(ภฺ าพดัดแปลงจาก Marinebio)

หอยงวงช้างมกุ (Nautilus pompilius) หนึง่ ในนอตลิ อยด ์
ทย่ี ังมชี ีวติ อยใู่ นปัจจุบัน (ภฺ าพจาก Animal Diversity Web)

หน้้า 29 คู่มือผ้เู ลา่ เรือ่ งธรณี “ท้องทะเลดกึ ดำ� บรรพ์บา้ นโภชน์”

แอมโมนอยด์ (Ammonoids)

แอมโมนอยด์ (ammonoids) เปน็ สัตว์ทะเลจดั อยู่กลุม่ เดียวกบั พวกนอตลิ อยด ์
และหมกึ เปน็ พวกทมี่ ีววิ ัฒนาการข้ึนมาภายหลังจากนอติลอยด์ แตส่ ูญพันธ ไุ์ ปหมดแลว้
พรอ้ มกบั ไดโนเสาร์ เมอื่ 66 ลา้ นปกี อ่ น มเี ปลอื กแขง็ เหมอื นหอย แตม่ หี วั และหนวดคลา้ ยกบั หมกึ
เปลอื กมักมีรูปขดเป็นเกลียว ภายในเปลือกมผี นังกัน้ แบง่ ชอ่ ง มีลวดลายบนเปลือกท ี่
ซับซอ้ นกว่านอติลอยด์ และมีทอ่ อยูช่ ดิ ไปทางดา้ นขา้ งเปลือก ส�ำหรบั เปน็ ทางเข้าออกของ
น้� ำและอากาศ ใชส้ �ำหรับว่ายน้� ำ มกั พบซากดกึ ดำ� บรรพ์แอมโมนอยด์ในหนิ ปนู
ซากดึกด�ำบรรพ์ของแอมโมนอยด์ในชว่ งมหายคุ มีโสโซอกิ มกั จะรจู้ ักทวั่ ไปในชื่อ
แอมโมไนต์ (ammonites) มกั มรี ูปรา่ งท่แี ปลกประหลาดหลายรูปรา่ ง เช่น ขดเปน็ ทรงเจดีย์
ขดคลา้ ยคลปิ หนบี กระดาษ

อนกุ รมวิธาน : ไฟลัม มอลลัสกา (Phylum Mollusca)
ชัน้ เซฟาโลโพดา (Class Cephalopoda)
ชัน้ ย่อย แอมโมนอยเดยี (Subclass Ammonoidea)
ยคุ ดโี วเนียน - ครีเทเชยี ส (410 - 66 ล้านปีก่อน)
ช่วงเวลาที่พบ :

ลกั ษณะของแอมโมไนต์รปู รา่ งต่าง ๆ (ภฺ าพจาก Tonmo)

โครงสร้างของแอมโมนอยด์เมอ่ื เทียบกับนอติลอยด์
(ภฺ าพดัดแปลงจาก Pamela J. W. Gore)

คู่มอื ผู้เลา่ เรื่องธรณี “ทอ้ งทะเลดกึ ด�ำบรรพ์บ้านโภชน์” หน้้า 30

หอยสองฝา (Bivalves)

หอยสองฝา (bivalves/pelecypods) เปน็ กลมุ่ สัตวน์ ้� ำทอี่ าศัยอยทู่ งั้ ในแหลง่ น้� ำจดื
น้� ำกรอ่ ย และในทะเล ทรี่ จู้ กั กนั ดี เชน่ หอยแครง หอยลาย มเี ปลอื กสองฝาประกบเขา้ ดว้ ยกนั
ส่วนใหญ่มีขนาดเท่ากัน แต่มีด้านซา้ ยและขวาของฝาเดยี วกนั ไมส่ มมาตรกนั ส่วนใหญด่ ำ� รง
ชวี ติ อยตู่ ามพื้นทอ้ งน้� ำและอยกู่ บั ที่ เช่น ใต้พื้นตะกอน ในซากไม้ผุ หรือเกาะตามโขดหนิ
ซากดึกด�ำบรรพ์ของหอยสองฝา มกั พบในหนิ ทราย หินทรายแป้ง หนิ ดินดาน และหินปนู

อนกุ รมวิธาน : ไฟลัม มอลลัสกา (Phylum Mollusca)
ชนั้ ไบวาลเวีย (Bivalvia) หรอื พีลไี ซโพดา (Pelecypoda)
ช่วงเวลาที่พบ : ยุคแคมเบรียน (525 ลา้ นปกี อ่ น) - ปัจจบุ ัน

โครงสรา้ งของเปลอื กหอยสองฝา
(ภฺ าพดดั แปลงจาก Cesari & Pellizzato, 1990)

ซากดึกดำ� บรรพ์หอยสองฝาในพื้นท่ีต�ำบลบ้านโภชนพ์ บจำ� นวนไม่มาก และมขี นาดเลก็ ซากดกึ ด�ำบรรพ์หอยสองฝารปู รา่ งต่าง ๆ
(ภาพจาก The Illinois State Geological Survey)

หน้้า 31 คูม่ ือผ้เู ลา่ เรื่องธรณี “ทอ้ งทะเลดกึ ด�ำบรรพ์บ้านโภชน์”

หอยฝาเดยี ว (Gastropods)

หอยฝาเดียว (gastropods) เปน็ กล่มุ หอยท่มี ีจ�ำนวนมากท่สี ุดในโลก และพบได้
เกือบทกุ สภาพแวดล้อม ทัง้ บนบกและในน้� ำ ทร่ี จู้ กั กันดี เชน่ หอยทาก หอยเจดยี ์ หอยโข่ง

ลกั ษณะมเี ปลอื กหอ่ หมุ้ เพียง ชนิ้ เดยี ว ภายในเปน็ ชอ่ งกลวง มแี ผน่ ปดิ (operculum) หนง่ึ ชน้ิ
ส�ำหรับปิดชอ่ งเปลอื กไว้ เปลือกมีรูปรา่ งขดเป็นเกลยี วเวยี นเปน็ วงรอบแกนกลาง มักพบ

ซากดกึ ดำ� บรรพ์ในหินปูน หนิ ดนิ ดาน และหินทรายแปง้

อนกุ รมวธิ าน : ไฟลมั มอลลัสกา (Phylum Mollusca)
ชัน้ แกสโตรโพดา (Gastropoda)
ชว่ งเวลาที่พบ : ยคุ แคมเบรียน (500 ลา้ นปีกอ่ น) - ปจั จบุ นั

โครงสรา้ งของเปลือกหอยฝาเดียว
(ภฺ าพจาก Zollikofer et al., 2009)

ซากดึกด�ำบรรพ์หอยฝาเดยี วรูปร่างต่าง ๆ
(ภาพจาก The Illinois State Geological Survey)

คู่มอื ผ้เู ล่าเรื่องธรณี “ท้องทะเลดกึ ดำ� บรรพ์บา้ นโภชน”์ หน้า้ 32

ไทรโลไบต์ (Trilobites)

ไทรโลไบต์ (trilobites) เปน็ สัตว์ทะเลในกลุม่ สัตวม์ ขี ้อปล้อง หรือ อาร์โธรพอด
(Arthropods) ทสี่ ญู พนั ธไ์ุ ปแลว้ เปน็ ซากดกึ ดำ� บรรพ์ดชั นที ส่ี �ำคญั ในชว่ งมหายุคพาลีโอโซอิก
โดยพบเปน็ จำ� นวนมากในช่วงตอนต้นและคอ่ ย ๆ ลดจำ� นวนจนสูญพันธเุ์ มื่อสิ้นสุดมหายุค
พาลโี อโซอกิ โดยทวั่ ไปมรี า่ งกายแบง่ เปน็ 3 สว่ นทงั้ ในแนวยาวและแนวขวาง มสี ว่ นหวั (cephalon)
ส่วนลำ� ตวั (thorax) และส่วนหาง (Pygidium) มขี นาดตงั้ แตเ่ ลก็ ไมก่ มี่ ลิ ลเิ มตร ไปจนถงึ ใหญ่
กวา่ 80 เซนตเิ มตร
ไทรโลไบตส์ ่วนใหญอ่ าศัยอยตู่ ามพื้นทอ้ งทะเล ดำ� รงชวี ติ โดยการเปน็ นกั ลา่ หรอื กนิ
ซากสิ่งมชี วี ติ ตามพื้นทอ้ งน้� ำ พบซากดกึ ดำ� บรรพ์ไดใ้ นหนิ ดนิ ดาน หนิ ทรายแปง้ และหนิ ปนู
ชว่ งเวลาที่พบ : ยุคแคมเบรยี น - เพอร์เมียน (521 - 252 ล้านปกี ่อน)

โครงสร้างทวั่ ไปของไทรโลไบต์ (ภาพจาก Scienceandsf)

ซากดึกด�ำบรรพ์ไทรโลไบตร์ ูปรา่ งต่าง ๆ
(ภาพจาก The Illinois State Geological Survey)

ซากดึกดำ� บรรพ์ไทรโลไบตใ์ นพื้นทบ่ี า้ นโภชนพ์ บเปน็ จ�ำนวน
นอ้ ยมาก เนอ่ื งจากยคุ เพอร์เมียนเปน็ ชว่ งเวลาสุดทา้ ยก่อน
ท่ีไทรโลไบต์จะสูญพันธ์ไุ ปหมด
หน้้า 33 คู่มอื ผเู้ ลา่ เรือ่ งธรณี “ทอ้ งทะเลดึกดำ� บรรพ์บ้านโภชน”์

สโตรมาโตไลต์ (Stromatolites)

สโตรมาโตไลต์ (stromatolites) เป็นชัน้ ตะกอนทเ่ี กิดจากการสะสมตวั ของกลุ่ม
สิ่งมีชีวิตเซลลเ์ ดยี วขนาดเลก็ ท่เี รียกว่า ไซยาโนแบคทีเรีย (cyanobacteria) หรอื เดิมรูจ้ ัก
กนั ในชอ่ื สาหร่ายสีเขียวแกมน้� ำเงนิ (blue - green algae) ดำ� รงชีวิตโดยการสรา้ ง
สารประกอบที่มีคุณสมบัติในการเช่ือมประสานเม็ดตะกอนท่ีอยู่รอบ ๆ ทำ� ให้เกิดเปน็ ชนั้
จุลินทรีย์ (microbial mats) พอกเป็นชัน้ ๆ ต่อเนอ่ื งกนั เปน็ ชัน้ หนาตงั้ แตไ่ ม่กี่เซนตเิ มตรไป
จนถงึ หลายเมตร
ซากดกึ ดำ� บรรพ์สโตรมาโตไลต์ที่เกา่ แกท่ ีส่ ุดในโลกมีอายรุ าว 3,500 ลา้ นปีก่อน
พบทปี่ ระเทศออสเตรเลีย ซึ่งถอื เป็นหลกั ฐานของสิ่งมชี วี ติ กล่มุ แรก ๆ ทเ่ี ร่ิมปรากฎข้นึ มา
บนโลก และยงั คงมปี รากฎอยจู่ นถึงในปัจจุบันตามแหล่งทะเลระดบั ตื้นหลายแห่งทวั่ โลก
ชว่ งเวลาที่พบ : มหายคุ พรีแคมเบรยี นตอนต้น (3,500 ล้านปีกอ่ น) - ปัจจบุ นั

การเกิดสโตรมาโตไลต์ (Stromatolite) ที่เกดิ จากไซยาโนแบคทีเรีย สร้างชัน้ ตะกอนสะสมจนเกิดชัน้ หนา
(ภาพจาก Department of Mines, Industry Regulation and Safety: Australia)

สโตรมาโตไลต์ทีย่ ังมชี ีวิตอยู่ในปจั จุบัน ประเทศออสเตรเลีย
(ภาพจาก Britannica)

คู่มอื ผ้เู ลา่ เรื่องธรณี “ทอ้ งทะเลดึกดำ� บรรพ์บา้ นโภชน์” หน้า้ 34

หน้า้ 35 ค่มู อื ผู้เลา่ เรื่องธรณี “ทอ้ งทะเลดกึ ดำ� บรรพ์บา้ นโภชน”์

คมู่ อื ผู้เล่าเรื่องธรณี “ทอ้ งทะเลดกึ ด�ำบรรพ์บ้านโภชน์” หน้้า 36

บรรณานุกรม

กรมทรัพยากรธรณี, 2552. การจ�ำแนกเขตเพื่อการจัดการ The Research Group (Yanagida, J. ed.), 1988.
ดา้ นธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี จังหวัด Biostratigraphic study of Paleozoic and
เพชรบูรณ์. กรงุ เทพฯ: 126 หน้า. Mesozoic Groups in Central and Northern
กรมทรัพยากรธรณ,ี 2552. แผนท่ธี รณวี ทิ ยาจังหวดั Thailand —An Interim Report —.
เพชรบรู ณ์, กรมทรัพยากรธรณ,ี กรงุ เทพฯ. Geological Survey Division, Department of Mineral
กรมทรพั ยากรธรณี, 2563. 129 ปี กรมทรพั ยากรธรณ.ี Resources, Bangkok: 1-47, pls. 1-33.
กรมทรพั ยากรธรณ,ี กรุงเทพฯ: 175 หน้า. Zollikofer, C., Bucher, H., Goudemand, N., 2009.
เฉิดฉัน โพธไิ ชยา, 2551. แบรคโิ อพอดในประเทศไทย Three-dimensional morphometric
(A Review of Brachiopods in Thailand). ontogeny of mollusc shells by micro-
ส�ำนกั วิจัยซากดกึ ดำ� บรรพ์และพิพิธภัณฑธ์ รณีวิทยา computed tomography and geometric
กรมทรพั ยากรธรณี. กรงุ เทพฯ: 95 หนา้ . analysis. Palaeontologia Electronica,
เทศบาลต�ำบลบา้ นโภชน,์ 2562. ซากดกึ ด�ำบรรพ์ ท้องทะเล 12(3): 13 p.
ดึกดำ� บรรพ์บ้านโภชน.์ เพชรบูรณ์: 22 หนา้ .
นิกร นครศรี, 2519. แผนท่ธี รณวี ทิ ยาระวางอ�ำเภอบา้ นหม่ี เว็บไซต์
(ND 47-4) มาตราส่วน 1:250,000. https://web.facebook.com/อทุ ยานธรณีเพชรบูรณ์
กองธรณีวิทยา กรมทรพั ยากรธรณี, กรงุ เทพฯ. Phetchabun-Geopark
นิกร นครศร,ี 2524. ธรณวี ิทยาและแหล่งแรร่ ะวางอ�ำเภอ https://isgs.illinois.edu/outreach/geology-resources
บ้านหมี่ (ND 47-4). รายงานการส�ำรวจ https://britishwildlife.fandom.com/wiki/Category:Brachi-
ธรณวี ทิ ยา ฉบับท่ี 3, กองธรณวี ิทยา กรมทรพั ยากรธรณ.ี opods
กรงุ เทพฯ: 45 หน้า. https://www.uky.edu/KGS/fossils/fossil-brachs.php
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตัง้ และเปลย่ี นแปลงต�ำบล https://nmita.rsmas.miami.edu/lab5c.htm
ในท้องที่อำ� เภอวงั โป่ง อ�ำเภอชนแดน อำ� เภอ http://www.kgs.ku.edu/Publications/ancient/f06_fusu-
วเิ ชยี รบุรี อ�ำเภอหล่มสัก และอำ� เภอหนองไผ่ lin.html
จงั หวดั เพชรบูรณ์ (2528, พฤศจิกายน, 5). https://hosho.ees.hokudai.ac.jp/tsuyu/top/dct/fossil.
ราชกจิ จนเุ บกษา. เล่ม 102 ตอนที่ 162 html
หน้า 5390-5402. https://www.bioscience.com.pk/topics/zoology/
ราชบณั ฑิตยสถาน, 2558. พจนานกุ รมศัพท์ธรณวี ทิ ยา. item/269-classification -of-phylum-porifera
พิมพ์ครัง้ ท่ี 2, กรงุ เทพฯ. 890 หนา้ . https://www.fossils-facts-and-finds.com/crinoid.html
Cesari, P., Pellizzato, M. 1990. Biology of Tapes https://www.mediastorehouse.com/uig/earth-sciences/
Philippinarum, p 21-46. fossils/echinoids-hemicidaris-preserved-speci-
In: Tapes Philippinarum: Biologia e men-9488635.html
Sperimentazione. Regione Veneto, https://isgs.illinois.edu/outreach/geology-resources/
Ente di Sviluppo Agricolo, Venice: 299 pp. crinoids
Kennedy, J., Marchesi, J.R., Dobson, A.D.W., 2007. https://wserv3.esc.cam.ac.uk/p1acollections/items/
Metagenomic approaches to exploit the show/136
biotechnological potential of the https://woostergeologists.scotblogs.wooster.
microbial consortia of marine sponges. edu/2015/10/16/woosters-
Appl Microbiol Biotechnol, 75: 11–20. fossils-of-the-week-an-upside-down-nautiloid-from-
Yanagida, J., 1964. Permian Brachiopods from Central the-devonian-
Thailand. Mem. Fac. Sci., Kyushu Univ., of-wisconsin/
15(1): 1-22, pls 1-3. https://www.marinebio.org/species/chambered-nauti-
Yanagida, J., Nakornsri, N., 1999. Permian Brachio luses/nautilus-
pods from the Khao Hin Kling Area near pompilius/
Phetchabun, North-ceatral Thailand. Bull. https://higheredbcs.wiley.com/legacy/college/
Kitakyushu Mus. Nas. Hist., 18: 105-136, levin/0471697435/
pls. 26-32. chap_tut/chaps/chapter14-04.html
Sakagami, S., 1975. Permian Bryozoa from Khao Hin https://tonmo.com/articles/ammonites-a-general-over-
Kling, near Phetchabun, North-Central view.34/
Thailand. Contr. Geol. Palaeont. S.E. Asia, CLXIII. Geol. https://isgs.illinois.edu/outreach/geology-resources/
Palaeont. S.E. Asia, 16: 33-43, pls. 4, 5. pelecypods
Sakagami, S., 1999. Permian Bryozoans from Some https://isgs.illinois.edu/outreach/geology-resources/
Localities in the Khao Hin Kling Area gastropods
Near Phetchabun, North-central https://scienceandsf.com/index.php/tag/trilobite-anat-
Thailand. Bull. Kitakyushu Mus. Nat. Hist., omy/
18: 77-103, pls. 18-25. https://isgs.illinois.edu/outreach/geology-resources/
Shi, Y., Macleod, N., 2016. Identification of life-history trilobites
stages in fusulinid foraminifera. Marine https://hosho.ees.hokudai.ac.jp/tsuyu/top/dct/fossil.
Micropaleontology, 122: 87-98. html
http://www.dmp.wa.gov.au/Stromatolites-and-other-ev-

idence-1666.aspx

หน้้า 37 คู่มอื ผเู้ ลา่ เรือ่ งธรณี “ท้องทะเลดึกดำ� บรรพ์บา้ นโภชน”์

พบส่ิงที่เช่อื ไดว้ า่ เป็นซากดึกด�ำบรรพ์
ตอ้ งท�ำอยา่ งไร?

สแกน QR Code
เพ่ือดูขนั้ ตอนการแจง้ ฯ

ติดต่อกรมทรัพยากรธรณี
โทรศัพท์ 0 2621 9845, 0 2621 9640

www.dmr.go.th
Facebook : กรมทรพั ยากรธรณี


Click to View FlipBook Version