The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เรื่อง ความหมายของจิตวิทยา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nisarat chanpo, 2023-07-15 23:44:57

เรื่อง ความหมายของจิตวิทยา

เรื่อง ความหมายของจิตวิทยา

เรื่อง ความหมายของจิตวิทยา จัดท าโดย นางสาวนิสารัตน์ จารย์โพธิ์ รหัส 6492110011 เสนอ อาจารย์วิราณีสุขทรัพย์ รายวิชา การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ส าหรับเด็กปฐมวัย คณะศึกษาศาสตร์ วิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


จิตวิทยา (psychology) จิตวิทยา คือ ศาสตร์ที่ว่าด้วยการศึกษาเกี่ยวกับจิตใจ (กระบวนการของจิต), กระบวนความคิด, และพฤติกรรม ของมนุษย์ด้วย กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เนื้อหาที่นักจิตวิทยาศึกษาเช่น การรับรู้ (กระบวนการรับข้อมูลของมนุษย์), อารมณ์, บุคลิกภาพ, พฤติกรรม, และ รูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล จิตวิทยายังมีความหมายรวมไปถึง การประยุกต์ใช้ความรู้กับกิจกรรมในด้านต่าง ๆ ของมนุษย์ที่เกิดขึ้นใน ชีวิตประจ าวัน (เช่นกิจกรรมที่เกิดขึ้นในครอบครัว) และยังรวมถึงการใช้ ความรู้ทางจิตวิทยาส าหรับการรักษาปัญหาสุขภาพจิต


จิตวิทยา ความจริงยังมีผู้เข้าใจผิดอยู่มาก บางคนคิดว่าเป็น วิชาที่รู้จิตใจคนหรือเป็นวิชาที่เกี่ยวกับไสยศาสตร์บางคนยังเข้าใจ เลยเถิดไปว่าเป็นวิชาหมอดูท านายโชคชะตาราศีของคนทั่วไป ความ เข้าใจนี้เกิดขึ้นเพราะในสมัยโบราณการศึกษาวิชานี้หนักไปทางไสย ศาสตร์อยู่ไม่น้อย แต่การศึกษาในปัจจุบันช่วยแก้ความเข้าใจผิด ดังกล่าว เพราะแท้จริงนั้นจิตวิทยาเป็นวิทยาศาสตร์แขนงหนึ่ง และ คนมักเกิดความเข้าใจผิดว่า จิตวิทยามิใช่เป็นการศึกษาถึงเรื่องราว ของวิทยาศาสตร์ ดังนั้นเราจะพิจารณาความหมายของวิทยาศาสตร์ที่ แท้จริงดังต่อไปนี้


กู๊ด ( Good. 1959 ) ให้ความหมายว่า จิตวิทยาเป็นวิชาที่ศึกษา เกี่ยวกับการปรับตัวของอินทรีย์หรือสิ่งมีชีวิตให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม ฮิลการ์ด (Hilgard .1959) ให้ความหมายว่า จิตวิทยา หมายถึง ศาสตร์ที่ศึกษา ถึงพฤติกรรมของมนุษย์และสัตว์ มอร์แกน (Morgan. 1979) กล่าวว่า จิตวิทยาเป็นศาสตร์ที่ศึกษา ถึงพฤติกรรมของคน และสัตว์รวมทั้งการน าความรู้ด้านนี้มาใช้ ศึกษาปัญหาของมนุษย์ด้วย มอร์รีส (Morris. 1990) กล่าวว่า จิตวิทยาเป็นศาสตร์เกี่ยวกับ พฤติกรรมและกระบวนการทางจิต แอทคินสันและคณะ ( Atkinson. Et al. 1990) กล่าวถึง


มอร์รีส (Morris. 1990) กล่าวว่า จิตวิทยาเป็นศาสตร์เกี่ยวกับ พฤติกรรมและกระบวนการทางจิต แอทคินสันและคณะ ( Atkinson. Et al. 1990) กล่าวถึง ความหมายของ จิตวิทยาว่า จิตวิทยาเป็นการศึกษาด้วยวิธีการ ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับพฤติกรรมและกระบวนการทางจิต


สรุปได้ว่าจิตวิทยาให้ความส าคัญกับบทบาทหน้าที่ของจิตใจ ซึ่งมี ผลต่อพฤติกรรมของมนุษย์รวมไปถึงความรู้สึกนึกคิดและประสบการณ์ รอบตัวมนุษย์ ซึ่งเป็นการดึงกระบวนการทางจิตใจไปรวมกับการศึกษา พฤติกรรม จิตวิทยาจึงเป็นการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมและกระบวนการ ทางจิตใจของมนุษย์ในลักษณะเป็นศาสตร์ที่สามารถศึกษาทดลองหรือ พิสูจน์ได้ จิตวิทยาถือว่าการกระท าทุกอย่างต้องมีสาเหตุ เมื่อตั้งกฎเกณฑ์ อะไรขึ้นมาก็จะต้องพิสูจน์ได้ว่ามีแหล่งมาจากที่ใด เหตุกับผลจะต้อง สัมพันธ์กัน ความนึกคิด กิริยา ท่าทาง และพฤติกรรมจะต้องมีสาเหตุ เกี่ยวเนื่องกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งสอดคล้องกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ถือ ว่า พฤติกรรมทุกอย่างจะต้องมีสาเหตุหรือเกิดขึ้นโดยมีสมมติฐาน


จิตวิทยามีมากมายหลายสาขา แบ่งได้ ดังนี้ 1. จิตวิทยาทั่วไป (General Psychology) เป็นการศึกษาเกี่ยวกับพื้นฐานความรู้ทั่วไป ทางจิตวิทยาเกี่ยวกับทฤษฎี และกฏเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ได้จากการวิเคราะห์ด้วยการทดลอง พฤติกรรมขั้นมูลฐานต่าง ๆ ของ 2. จิตวิทยาการทดลอง (Experimental Psychology) ศึกษาขบวนการพื้นฐานเกี่ยวกับ คนและสัตว์โดยวิธีทดลอง 3. จิตวิทยาสังคม (Social Psychology) เป็นสาขาจิตวิทยาที่เน้นการศึกษาเกี่ยวกับ บุคคลในสังคมซึ่งเป็นจิตวิทยา ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของกลุ่มชนแต่ละกลุ่ม การติดต่อสังสรรค์ กันในชุมชน การอยู่ร่วมกัน ทัศนคติและการแลกเปลี่ยน ทัศนคติของแต่ละกลุ่ม การขัดแย้งกัน ทางด้านเชื้อชาติและผิวพรรณพร้อมทั้งหาวิธีการ หลักเกณฑ์ส าหรับใช้ควบคุมและก าหนด พฤติกรรมเหล่านั้น


4. สรีรจิตวิทยา (Physiological Psychology) เป็นวิชาจิตวิทยาซึ่งเกี่ยวข้องกับ สภาพทางจิตใจ การท างานประสานกันของระบบอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ซึ่งมี ความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของมนุษย์โดยมุ่งพิจารณาเกี่ยวกับสภาพ ความผิดปกติ ทางด้านจิตใจ 5. จิตวิทยาพัฒนาการ ( Development Psychology) เป็นจิตวิทยาที่เกี่ยวข้อง กับพัฒนาการของมนุษย์ ศึกษาการ พัฒนาการด้านต่าง ๆ ของมนุษย์ ตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิ จนกระทั่งถึงวัยต่าง ๆ โดยเน้นเกี่ยวกับเรื่องของ ความคิด สติปัญญา อารมณ์ และภาษา 6. จิตวิทยาเปรียบเทียบ (Comparative Psychology) เป็นจิตวิทยาซึ่งว่าด้วย เรื่องความเหมือนและความแตกต่าง ในพฤติกรรมของอินทรีย์ทั้งหลาย ศึกษาเกี่ยวกับ วิวัฒนาการทางพฤติกรรม การเรียนรู้แบบคลาสสิก และการรับรู้แบบใช้ เครื่องมือทดลอง ความสามารถในการแยกความแตกต่าง การเรียนรู้และการรับรู้


7. จิตวิทยาภาษาศาสตร์ ( Psycholinguistics) เป็นจิตวิทยาที่รวมวิธีทางจิตวิทยา และทางภาษาศาสตร์เข้าด้วยกัน เพื่อใช้ในการศึกษาเกี่ยวกับการแสดงออกของภาษาทางด้าน จิตวิทยา ความเคยชินทางภาษา วิธีการใช้ภาษาในทางด้านจิต วิทยาและการติดต่อสื่อสารกัน 8. จิตวิทยาความแตกต่างและการประเมินผลทางจิตวิทยา ( Differential Psychology and Psychological Test and Measurment) เป็นจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับ ทฤษฎีการทดสอบการใช้สเกลการวิเคราะห์แฟคเตอร์ต่าง ๆ โดยเฉพาะทางด้าน การศึกษา การค้นคว้าเกี่ยวกับการพัฒนาการของมนุษย์และครอบครัว การศึกษาถึงความแตกต่างของแต่ ละบุคคลในแง่ต่าง ๆ


9. จิตวิทยาประยุกต์ ( Applied Psychology) เป็นจิตวิทยาที่ว่าด้วยการน าเอา หลักจิตวิทยามาประยุกต์กับวิธีการ ศึกษา การพัฒนาการอุตสาหกรรม ความเป็นอยู่ ในครอบครัว 10. จิตวิทยาอุตสาหกรรม ( Industrial Psychology) เป็นจิตวิทยาซึ่งเกี่ยวข้องกับ การค้นคว้าวิธีและผลซึ่งมี ประสิทธิภาพต่อการทางาน การพัฒนาความคิดในงานที่ ต้องการความช านาญสูง ผลของสิ่งแวดล้อมต่องาน แรงจูงใจใน การท างาน การ ประเมินผลการทางาน 11. จิตวิทยาการศึกษา ( Educational Psychology) เป็นจิตวิทยาที่กล่าวถึง การศึกษาพฤติกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับสถานการณ์การเรียนการสอน โดยเน้นถึง พฤติกรรมการเรียนรู้การพัฒนาความสามารถของผู้เรียน ลักษณะธรรมชาติ ของ ผู้เรียน สิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อการเรียนรู้ ตลอดจนวิธีการน าความรู้ความเข้าใจที่ เกิดขึ้นไปประยุกต์ใช้ในการปรับปรุง การเรียนการสอนให้ได้ผลดีมีประสิทธิภาพ


12. จิตวิทยาอปกติ(Abnomal Psychology) เป็นการศึกษาถึงลักษณะและสาเหตุ ตลอดจนการป้องกันความผิดปกติ ต่างๆ ทางจิตใจ ทางกาย และทางความประพฤติของ มนุษย์ 13. จิตวิทยาคลินิก ( Clinical Psychology) เป็นการศึกษาเกี่ยวกับความผิดปกติทาง พฤติกรรมของมนุษย์ ศึกษา มนุษย์เป็นรายบุคคล โดยศึกษาประวัติโดยละเอียด หรืออาศัย วิธีการต่าง ๆ ทางจิตวิทยาศึกษาสมมุติฐานของความผิดปกติ และวิธีรักษา เพื่อให้ผู้ไม่ปกติ กลับคืนสู่สภาพปกติ การศึกษาวิธีการรักษา แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1) จิตแพทย์ (Psyciatric) 2) จิตวิทยาการให้ค าปรึกษา (Counseling Psychology)


ความส าคัญของจิตวิทยา อาจพิจารณาเป็นข้อๆ ได้ดังนี้ 1. เพื่อให้นักศึกษาได้เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ ตลอดจนพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์ สังคมและเชาว์ปัญญา 2. เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจพฤติกรรมต่างๆ ของตนเองและผู้อื่น 3. เพื่อให้นักศึกษาสามารถน าความรู้ทางจิตวิทยาไปใช้แก้ปัญหาของตนเอง 4. เพื่อให้นักศึกษาสามารถน าความรู้ทางจิตวิทยาไปใช้ในการปรับตัว เข้ากับสังคมได้อย่าง มีความสุขและไม่ท าให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน 5. เพื่อให้มีความตระหนักถึงความส าคัญของจิตวิทยาและการน าจิตวิทยาไปใช้และ สามารถประยุกต์ใช้ในการด ารงชีวิต การประกอบอาชีพและการท างานต่างๆ ได้อย่างเป็น สุข


อ้างอิง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สลักจิต ตรีรณโอภาส


Thank You


Click to View FlipBook Version