ตวั อย่าง แผนการดาเนนิ งานและจัดกิจกรรมสรา้ งความรอบรู้ กลุ่มพัฒนาอนามยั ส
ทักษะและวัตถปุ ระสงค์ ขอบเขตเนอ้ื หา กิจกรรมระดบั บุคคล
การค้นหาข้อมูล วชิ าการ
1.เพ่ือใหก้ ลุ่มเปา้ หมาย ข้อมลู วิชาการสุขาภบิ าล สุขาภบิ าลอาหารและนา้ ที่ -
ถกู ต้อง ค
สามารถคน้ หาข้อมูล อาหารและนา้ -
(
วชิ าการสขุ าภิบาลอาหารได้ -
อย่างรวดเรว็ และมีที่
ปรกึ ษา
2.เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมี กฎกระทรวง. สุขลักษณะ ความเขา้ ใจในรายละเอยี ด -
ความรู้และความเข้าใจที่ ของสถานที่จาหน่าย และท่มี าของ
ถูกต้องในประเมินและให้ อาหาร. พ.ศ. 2561 กฎกระทรวง. สุขลกั ษณะ
คาแนะนาในการจัดการ ของสถานทจี่ าหน่าย
ด้านสุขาภิบาลอาหาร ตาม อาหาร. พ.ศ. 2561
กฎกระทรวง. สุขลักษณะ ได้อย่างถูกต้อง
ของสถานที่จ าหน่าย
อาหาร. พ.ศ. 2561 ไดอ้ ยา่ ง
ถูกตอ้ ง
50
สิ่งแวดล้อม ศนู ย์อนามยั ท่ี 4 สระบรุ ี
กลวธิ ี สอื่ พฒั นาทกั ษะ วิธีการประเมินผล ปจั จยั เชิงระบบ
-การบรรยายและฝึก
ค้นหาขอ้ มลู สาคญั 1.แอพพลิเคชน่ั ไลน์ -แบบตรวจสอบ ทักษะการเข้าถึง
-การกระตุน้ ให้คดิ
(Active Thinking) 2.คมู่ ือ รายการ ข้อมูลท่ี
-การวิเคราะห์ขอ้ มูล
3.คลิปวดี ีโอ (Checklists) น่าเชอ่ื ถือ
- บรรยาย/สาธิต
- ฝกึ ปฏิบัติ 4.แบบประเมิน ฯลฯ - การสาธิต
ยอ้ นกลับ
-การนาเสนอ
ขอ้ มลู ท่คี ้นหาได้
- โปรแกรม power - แบบตรวจสอบ ความรแู้ ละความ
point รายการ เขา้ ใจทีถ่ กู ตอ้ ง
- โทรศพั ท์ (Checklists) ในประเมนิ และ
- ใบงาน , - การสาธติ ใหค้ าแนะนา
กระดาษสร้างแบบ , ย้อนกลบั
อปุ กรณเ์ ครื่องเขียน - การแปลผล
ขอ้ มลู และอธิบาย
ข้อมลู ทีค่ ้นหาได้
ตวั อย่าง แผนการดาเนินงานและจัดกิจกรรมสร้างความรอบรู้ กลุ่มแมแ่ ละเด็ก ศนู ย
ทักษะและวัตถุประสงค์ ขอบเขตเนื้อหา กิจกรรม -
ระดบั บุคคล
V1 แหลง่ ข้อมูลเกี่ยวกบั -
(เข้าถึง) การปฏบิ ัตติ ติ ัวในการ 1.ฝึกค้นหาข้อมูลท่ี ใ
1.เพ่ือพฒั นา ดูแลตนเองการการ ทันสมยั แ
ความสามารถและทักษะ ป้องกันการคลอดก่อน 2.กลนั่ กรองข้อมูล -
ในการคน้ หากลัน่ กรอง กาหนด 3.ตรวจสอบข้อมูล ก
ข้อมูลความรู้ในการดแู ล -ความรู้ ความรู้ ที่ถูกต้องจาก ส
ตนเองเพ่ือป้องกนั การ -ช่องทางการคน้ หา แหล่งท่ีเช่อื ถือได้ สมเหตุ -
คลอดก่อนกาหนด -วธิ ีการคน้ หาความรู้ สมผล จ
-การไตรต่ รองข้อมูลท่ี -
ถูกต้อง เช่อื ถือได้
51
ย์อนามยั ที่ 4 สระบุรี
กลวิธี สื่อพฒั นาทกั ษะ วธิ กี ารประเมนิ ผล ปัจจัยเชงิ ระบบ
-Fotonovete 1.สอ่ื ออนไลน์ ประเมนิ การ 1.ความรู้
รูปแบบตา่ ง ๆ
technique เวปไซด์ สงั เกตการณ์มี และระบบ
เชอ่ื มต่อ
-สร้างแรงจูงใจ โดย -กรมอนามัย สว่ นรว่ ม/ความ อินเตอร์เน็ต
2.สื่อการฝึก
ใช้หลกั BA (ชมเปน็ -ศนู ยอ์ นามัยที่ 4 สนใจในการรว่ ม ทักษะการ
เข้าถงึ ข้อมลู
แนะเปน็ ) 2.สอื่ ออฟไลน์ สื่อ กจิ กรรม
-ใช้คาถามเพื่อสร้าง โปสเตอร์ แผ่นพบั
ก า ร เ ร ี ย น ร ู ้ แ ล ะ -8 ขอ้ ท่ีคุณแม่ต้อง
สรา้ งแรงจูงใจ รเู้ พอื่ ป้องกันการ
-กระตุ้นให้คิดและมี คลอดก่อนกาหนด
จุดหมายเดยี วกนั -คุณแม่ควรพบหมอ
-Show me ทนั ทเี มื่อมีอาการ
ตอ่ ไปนี้อย่างใด
อย่างหนึ่งต่อไปน้ี
เพอื่ ป้องกันการ
คลอดก่อนกาหนด
ตัวอย่าง แผนการดาเนินงานและจดั กิจกรรมสร้างความรอบรู้ กลุ่มแม่และเด็ก ศูนย
ทักษะและวตั ถุประสงค์ ขอบเขตเนอื้ หา กจิ กรรม
ระดับบคุ คล
V1 แหล่งข้อมูลเกีย่ วกับ
(เขา้ ถึง) การปฏบิ ัติติตวั ในการ -F
1.เพ่ือพฒั นาความสามารถ ดูแลส่งเสริมพัฒนาการ
และทกั ษะในการค้นหา เด็กปฐมวยั ของ 1.ฝกึ คน้ หาขอ้ มลู ท่ีทันสมยั t
กลั่นกรองข้อมูลความรู้ใน ผู้ปกครองหรอื ผู้เลีย้ งดู
การดแู ลส่งเสริมพัฒนาการ เดก็ ปฐมวัย 2.กล่ันกรองขอ้ มลู -ส
เดก็ ปฐมวยั ของผปู้ กครอง -ความรู้
หรอื ผเู้ ลย้ี งดเู ดก็ ปฐมวัย -ช่องทางการคน้ หา 3.ตรวจสอบข้อมลู ความรู้ ห
-วิธีการค้นหาความรู้
-การไตรต่ รองขอ้ มูลที่ ทีถ่ กู ต้องจากแหลง่ ท่ี แ
ถูกตอ้ ง เชือ่ ถอื ได้
เช่อื ถอื ได้ สมเหตุ สมผล -ใ
ก
แ
-ก
จ
-S
52
ย์อนามยั ท่ี 4 สระบุรี
กลวิธี สอ่ื พฒั นาทักษะ วธิ กี ารประเมนิ ผล ปัจจยั เชงิ ระบบ
Fotonovete 1.สอ่ื ออนไลน์ ประเมนิ การ 1.ความรู้
สังเกตการณ์มีส่วน รปู แบบตา่ ง ๆ
technique เวปไซด์ รว่ ม/ความสนใจใน และระบบ
การร่วมกจิ กรรม เช่ือมต่อ
สรา้ งแรงจูงใจ โดยใช้ -กรมอนามัย
อินเตอร์เน็ต
หลัก BA (ชมเปน็ -ศนู ยอ์ นามยั ที่ 4 2.สอ่ื การฝกึ
ทกั ษะการเข้าถึง
แนะเป็น) 2.ส่อื ออฟไลน์ สอื่ ข้อมูล
ใช้คาถามเพื่อสร้าง โปสเตอร์
การเรียนรู้และสร้าง เลีย้ งลูกใหฉ้ ลาดพ่อ
แรงจงู ใจ แมต่ ้องไม่พลาด
กระตุ้นให้คิดและมี ส่งเสรมิ พฒั นาการ
จุดหมายเดยี วกนั
Show me
53
5 การประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพ
เครือ่ งมอื ประเมินความรอบรู้ดา้ นสขุ ภาพท่ีถูกพัฒนาขึ้นมวี ตั ถุประสงคก์ ารใช้งานทีแ่ ตกต่างกัน
สามารถจาแนกได้ 2 ประเภท คือ (1) แบบประเมนิ ระดับบุคคล และ (2)แบบประเมินระดับประเทศ
มีรายละเอยี ด ดังน้ีสำ(สสส.,2563)
1) แบบประเมินระดับบุคคล
1.1) The Rapid Estimate of Adult Literacy in Medicine (REALM) เปน็ แบบวัดท่ี
พัฒนาขึ้นเพื่อใช้วินิจฉัยและระบุตัวผู้ป่วยที่มีระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพต่า (Davis, Crouch, Wills &
Abdehou, 1991) ใช้ประเมินทักษะการอ่านและความเข้าใจเกี่ยวกับศัพท์ทางการแพทย์ โดยการคัดเลือก
คาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ การรักษา สื่อการสอนด้านสุขศึกษาฉลากยาต่างๆ โดยคาศัพท์เหล่านั้นเป็น
คาศัพท์ที่ผู้ ป่วยจาเป็นต้องทราบเพื่อใช้ในการรักษาและการปฏิบัติตัวเพื่อรักษาสุขภาพของตนเอง โดยมี
ตวั ชวี้ ดั 2 ดา้ น คือ ทกั ษะการอ่าน (การจดคาหรือเขา้ ใจในการอ่านและการคิดคานวณ) และทกั ษะอ่ืนที่จาเป็น
เช่น ความรู้ทางวัฒนธรรมและความคิด การฟัง การคดิ คานวณ การพูด การเขยี นและการอา่ น
1.2) Medical Achievement Reading Test (MART) เปน็ แบบทดสอบการอา่ นศัพทท์ างการ
แพทย์(Hanson-Drivers, 1997 cited in Mancuso JM.,2009) มีความคล้ายคลึงกับ REALM ตรงที่เป็นการ
ประเมินการอ่านศัพท์ทางการแพทย์ แบบวัดน้ีให้ความสาคัญกับสาเหตุของการที่ไม่สามารถอ่านได้ เช่น คาที่
ใช้ในทางการแพทย์ หรือคาที่เกี่ยวข้องที่เห็นในใบสั่งยา/แผ่นพับ การศึกษาของผู้ป่วย ตัวอักษรที่พิมพ์ด้วย
ตัวอกั ษรขนาดเลก็ และการพิมพ์บนกระดาษท่ีมันวาว ทาให้อา่ นได้ยากซ่ึงเปน็ ผลทา ให้ผ้ปู ่วยต้องคาดเดา
ในคาท่ีไมส่ ามารถอ่านได้
1.3) Test of Functional Health Literacy in Adults (TOFHLA) คือ แบบวัดทใ่ี ชว้ ัดความเข้าใจใน
การอ่าน ความเข้าใจข้อมูลข่าวสารและความเข้าใจเกี่ยวกับการคานวณ (Sharif & Blank, 2009) เป็นแบบ
วัดที่ถูกนามาใช้วัดความรอบรู้ด้านสุขภาพในเด็กและเยาวชนรวมไปถึงผู้ใหญ่ แบบวัดนี้มีทั้งหมด 67 ข้อ เป็น
การวัดความสามารถในการอ่านและความเข้าใจตัวเลข 17 ข้อ วัดความเข้าใจการอ่านที่ใช้ในการวัดความ
สามารถของผปู้ ว่ ยเก่ียวกบั การดูแลสขุ ภาพ 50 ขอ้
1.4) Functional Communication and Critical Health Literacy Scales (FCCHL) แบบประเมนิ
ระดับ ความรอบรู้ด้านสุขภาพขั้นพื้นฐาน การสื่อสารและการ มีวิจารณญาณ ใช้วัดระดับความรอบรู้ด้าน
สขุ ภาพของ ผปู้ ่วยโรคเบาหวานตามแนวคิดิของ Nutbeam (Ishikawa, Takeuchi & Yano, 2008) แบบวัดนี้
แบ่งความรอบรู้ด้านสุขภาพเป็น 3 ระดับ คือ ขั้นพื้นฐาน ในขอบเขตท่ี ผู้ป่วยมีประสบการณ์ในการอ่าน
คาแนะนา หรอื แผน่ พับ จากโรงพยาบาลและสถานพยาบาลทั่วไป ข้นั การมี ปฏิสัมพันธ์ เปน็ ขอ้ คาถามเก่ียวกับ
54
การสื่อสารข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานตั้งแต่ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัย โรค ขั้นวิพากษ์เป็นข้อคาถาม
เกย่ี วกบั การท่ีผู้ป่วย วเิ คราะหแ์ ละใช้ขอ้ มลู ในการตดั สนิ ใจเพอ่ื การดูแล สุขภาพตนเอง
2) แบบประเมินระดับประเทศ
The European Health Literacy Survey: HLS-EU การประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพของ
ประชาชนในกลุ่มประเทศูยุโรปศึกษาใน 8 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรีย บัลแกเรีย เยอรมันนี กรีซ ไอร์แลนด์
เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ และสเปน ดาเนินการระหว่างปี ค.ศ. 2009-2012 นิยามท่ีใช้กาหนดองค์ประกอบใน
การประเมินคือ “การรู้หนังสือ ความรู้ท่ีจาาเป็น แรงจูงใจ และสมรรถนะในการเข้าถึง เข้าใจ ประเมิน และ
ประยุกต์ใช้ข้อมูลสุขภาพของบุคคล สาหรับการตัดสินใจเร่ืองสุขภาพในชีวิติประจาาวัน ท้ังการดูแลสุขภาพ
ป้องกันโรค และส่งเสริมสุขภาพ หรือปรับปรุงคุณภาพชีวิต ” (Sorensen et al., 2012; Pelikanetal.,
2014) ประเดน็ การประเมนิ จาแนกเป็น 3 มิติ คอื
(1) ด้านการดูแลสุขภาพ (Health Care)
(2) การป้องกนั โรค (Diseases Prevention)
(3) การส่งเสิรมสุขภาพ (health promotion)
ประกอบดว้ ย (1) เข้าถงึ ข้อมูล(finding health information: FHI) (2) เข้าใจ
(Understanding Health Information: UHI) (3) ประเมินและตดั สินใจ (Judging Health
Information: JHI) และ (4) นาไปใช้ (applying health information: AHI)
ขน้ั ตอนการออกแบบและพฒั นาเครอ่ื งมอื การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้
ขั้นที่ 1 กาหนดจดุ มุ่งหมายของการใช้เคร่อื งมือวดั และประเมินผล
ขั้นท่ี 2 กาหนดขอบเขตและออกแบบแผนการวัดและประเมนิ ผล
ข้ันท่ี 3 กาหนดรายละเอยี ดเคร่ืองมือ
ขั้นท่ี 4 สร้างเครื่องมือ
ขนั้ ที่ 5 การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวดั และประเมิน ผลการเรยี นรู้
55
หลักการพ้ืนฐานเก่ียวกับการประเมนิ
1. ข้อมลู สุขภาพเป็นปจั จัยกาหนดสุขภาพท่ีสาคัญของประชาชนทุกกลุ่มวัยในยคุ สังคมข้อมลู
ขา่ วสารและเทคโนโลยดี ิจทิ ลั
2. ลกั ษณะของข้อมลู สขุ ภาพ สาหรบั บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนกลุ่มเปา้ หมายมีความ
แตกต่างกัน
3. ความรู้เป็นเพยี งส่วนหน่ึงของความรอบรู้ด้านสขุ ภาพ ความรอบรู้ดา้ นสุขภาพ เน้นการพฒั นา
ความสามารถและทักษะ
5. องคป์ ระกอบสาคัญของความรอบรู้ดา้ นสุขภาพ ท่ีต้องพฒั นา ประกอบดว้ ย เข้าถงึ เข้าใจ
ไตถ่ าม ตัดสนิ ใจ และนาไปใช้
6. ความแตกต่างระหวา่ งความสามารถ-ทกั ษะ จาเปน็ ต้องจาแนกกลุ่มเป้าหมายใหร้ ู้ระดับความ
แตกต่าง เพอ่ื ใชจ้ ดั กลุม่ เป้าหมายในการสร้างเสริมความรอบรู้ดา้ นสขุ ภาพ
7. โครงการอบรมสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสขุ ภาพจะต้องกาาหนดวตั ถุประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
และเน้นทคี่ วามสามารถและทักษะของบุคคล การประเมนิ ความรอบรู้ดา้ นสุขภาพ ต้องออกแบบการวัดทักษะ
สาคญั ท่ีนาไปสู่การเปล่ียนแปลงพฤติกรรมเป้าหมาย มากกวา่ วดั ความรู้
56
บทท่ี 3
สรปุ ผลการเรยี นรู้ และข้อเสนอแนะ
การศกึ ษาแนวคดิ การค้นคว้าทางเอกสารวิชาการประกอบกับการศึกษาข้อมูลภาคสนาม จากการชับ
เคล่ือนการดาเนนิ งานของแต่ละกลุม่ วยั และงานอนามยั ส่งิ แวดลอ้ มนามาวิเคราะห์และสังเคราะห์ความรู้เรื่อง
แนวทางการสร้างกระบวนการเรยี นรู้เพอ่ื สรา้ งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพสรปุ ได้ดงั นี้
1.สรุปขอ้ มูลสภาวะสุขภาพของกล่มุ วยั รวมถึงผลการวิเคราะห(์ GAP) ของกลมุ่ วัยและงานอนามัยสง่ิ แวดล้อม
นาไปส่กู ารขับเคลอ่ื นสรา้ งหลกั สตู รความรอบรู้ทกุ กลุ่มวยั และงานอนามัยส่ิงแวดลอ้ ม
กลุม่ วัย ทมี่ าและความสาคัญ GAP
1 บคุ ลากรสาธารณสขุ ขาดทักษะการ
กลุ่มพัฒนาอนามัย กลุม่ แม่ สอ่ื สารเพ่ือสร้างความรู/้ ความเขา้ ใจในเรื่อง
โรงเรียนพอ่ แม่ / ความเชี่ยวชาญในงานฝาก
แมแ่ ละเด็ก 1.หญิงต้ังครรภ์ฝากครรภค์ รัง้ แรก ≤ 12 ครรภ์คุณภาพ และการหมุนเวียนของแพทย์
ในโรงพยาบาลชุมชน มที กั ษะความแมนยา
สัปดาห์ ในปี 2561-2563 (56.31, 67.19, น้อยกวา่ จงึ ต้องอาศยั แพทยเ์ ฉพาะทางจาก
โรงพยาบาลจงั หวัดมาเปน็ พีเ่ ลย้ี งในเรื่อง
70.14) ตลอดรวมไปถงึ การดูแลก่อนคลอด การวดั ความยาวปากมดลูก
3. การกากบั ติดตามและการเยีย่ มเสริมพลัง
ครบ 5 คร้งั ในปี 2561-2563 (44.72, ในพ้ืนที่ ไม่สามารถดาเนนิ การได้ตามแผนท่ี
วางไว้ เน่อื งจากผลกระทบจากสถานการณ์
56.47,61.77) ตามเกณฑ์ ยังไม่เป็นไปตาม COVID-19
4. ขาดการการบูรณาการการดาเนนิ งาน
เปา้ หมาย สง่ ผลใหก้ ารได้รับบริการทาง ขบั เคล่อื นการดาเนินงานเฝ้าระวงั และ
สง่ เสริมสขุ ภาพหญงิ ตั้งครรภเ์ พอ่ื ป้องกัน
การแพทยอ์ าทเิ ชน่ การไดร้ ับสุขศกึ ษา การคอดก่อนกาหนด ร่วมกบั การประชุม
MCH Board จังหวดั เน้นให้มกี ารบริหาร
เก่ียวกับการป้องกันการคลอดกอ่ นกาหนด จดั การยาในโรงพยาบาลชุมชน หรือ
โรงพยาบาลเครือขา่ ยตามมาตรฐาน เพื่อให้
การได้รบั โรงเรยี นพอ่ แม่ระหว่างฝากครรภ์ เข้าถงึ ยาอยา่ งรวดเร็วและลดการแออดั รอ
คอย ในการรอรบั ยาจากโรงพยาบาลแมข่ ่าย
การแนะนาใหห้ ญิงตง้ั ครรภ์เข้ารบั การตรวจ
และบริการทางทนั ตกรรม การวดั ความยาว
ปากมดลูก หรือการไดร้ บั ฮอร์โมนโปรเจส
เตอโรนในระยะเวลาทีเ่ หมาะสม
57
กลุ่มวัย ท่มี าและความสาคัญ GAP
กลุม่ พัฒนาอนามัย กล่มุ เดก็ กอ่ นวยั เรียน 1. ขาดการประสานงานในการตดิ ตามเด็กที่
ดีในชุมชน เช่น อสม ไม่มปี ระสิทธภิ าพ
แมแ่ ละเด็ก 1. สถานการณ์ร้อยละของเดก็ 6-14 ปี สูงดี 2. การตรวจจบั พัฒนาการสงสยั ล่าชา้
สมส่วน เขตสุขภาพที่ 4 เท่ากับ ร้อยละ 2.1 ขาดทกั ษะในการตรวจคัดกรอง
กลุ่มวยั เรยี น วัยรุ่น 60.47 เป็นล า ดับที่ 11 ซึ่งต ่ากว่า พฒั นาการท่ถี ูกตอ้ ง
ระดับประเทศ เท่ากบั ร้อยละ 65.17 2.2 ขาดทกั ษะในการตดั สินผลการคัดกรอง
2.การต้งั ครรภไ์ มพ่ ึงประสงค์ ในวัยรุ่น พฒั นาการ
3.ความรอบรูส้ ขุ ภาพระดบั ต่ากวา่ เกณฑ์ 2.3 เจา้ หนา้ ท่ไี ม่ได้รับการพัฒนาศักยภาพ
(ร้อยละ 75) ในการตรวจDSPM
2.4 การมีทศั นคติที่ไม่ถกู ต้องของเจ้าหน้าท่ี
เกี่ยวกับการตรวจจับพฒั นาการสงสยั ลา่ ช้า
3. ผู้ดูแลเดก็ ไม่เหน็ ความสาคัญของการ
กลับมาตรวจซ้า
3.2 ผดู้ แู ลเด็กไม่ทราบถึงความสาคัญใน
การนาเดก็ กลับมาตรวจซา้
3.3 ขาดการประสานงานในการติดตามเด็ก
ท่ีดใี นชมุ ชน เช่น อสม ไม่มีประสิทธภิ าพ
3.4 การมีทศั นคติที่ไม่ถกู ต้องของเจ้าหน้าที่
เกยี่ วกบั การติดตามเด็กมาตรวจซา้
4. ขาดการส่งเสรมิ และเฝา้ ระวงั พฒั นาการ
เดก็ ทถ่ี ูกต้องของผู้ดแู ลเด็ก
1.การสอื่ สารให้ผู้ของโรงเรยี นเห็น
ความสาคัญของการดูแลสุขภาพนกั เรียนท่ี
จะส่งผลต่อระดบั การเรียนของนักเรียน
2.หลกั สตู รการเรียนการสอนทเ่ี นน้ แต่วิชา
หลัก ไมม่ ีวิชาทีเ่ กีย่ วขอ้ งกบั สุขภาพ
3.เดก็ นักเรียนไม่มีความเขา้ ใจเกย่ี วกกับการ
ดแู ลสขุ ภาพตนเอง ขาดความตระหนักใน
การปฏิบัติในการดูแลสขุ ภาพ
58
กลุ่มวัย ที่มาและความสาคัญ GAP
วัยทางาน
ผสู้ ูงอายุ 1.พฤตกิ รรมท่ีพงึ ประสงค์ (ปี 2562)ในเขต 1.การสือ่ สารให้ผู้บรหิ ารเห็นความสาคัญ
อนามัยสงิ่ แวดล้อม สขุ ภาพที่ 4 พบวา่ พฤติกรรมการบริโภค ของการดูแลสขุ ภาพพนักงานที่จะสง่ ผลต่อ
ผกั 5 ทพั พ/ี วัน คดิ เป็น22.35% การเติม การผลติ ของโรงงานหรือสถานประกอบการ
เค็ม คิดเปน็ 70.04% การดื่มหวานคดิ เปน็ 2.กลุม่ วัยทางาน ไม่มีความเข้าใจเก่ียวกกับ
42.83% การมีกิจกรรมทางกายคิดเปน็ การดแู ลสุขภาพตนเอง ขาดความตระหนกั
76.09% การมีพฤติกรรมเนือยน่ิง คดิ เปน็ ในการปฏิบัตใิ นการดูแลสุขภาพ
40.50% และยังพบว่า อตั ราปว่ ยดว้ ยโรค
ความดันโลหิตสูงปี 62 คดิ เป็น30.44%
1.ผสู้ ูงอายไุ ดร้ ับการคดั กรองตาม 1.บุคลากรสาธารณสุขขาดความเชยี่ วชาญ
ความสามารถในการทากจิ วตั รประจาวัน ในการดาเนนิ งานป้องกันภาวะพลดั ตกหก
(Barthel Activities of Daily Living : ล้มในผูส้ งู อายุ
ADL) จานวน 553,523 คน (ร้อยละ 69.3) 2.ขาดการมีสว่ นรว่ มของภาคเี ครอื ข่าย และ
พบผู้สงู อายุกลุ่มตดิ สงั คม (ADL 12-20 คือ องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน
กลุ่มทช่ี ่วยเหลือตวั เองไดท้ ้ังหมด) ร้อยละ
96.8 ผู้สงู อายกุ ลุ่มตดิ บ้าน (ADL 5-11 คือ
กลมุ่ ทชี่ ่วยเหลือตวั เองไดบ้ างสว่ น) ร้อยละ
2.4 ผู้สูงอายกุ ลุม่ ตดิ เตยี ง (ADL 0-4 )คือ
กลุ่มทชี่ ว่ ยเหลือตัวเองไม่ไดเ้ ลย) รอ้ ยละ 0.8
2. ผูส้ งู อายุมีพฤตกิ รรมทพี่ ึงประสงค์ ร้อย
ละ 13
1.สถิติผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วง เขตสุขภาพที่ 1.บุคลากรดา้ นสาธารณสุขมีจากดั ทั้งใน
4 สระบรุ ี ปี พ.ศ. 2561- 2563 พบว่า อัตรา ส่วนของสถานบริการดา้ นสาธารณสขุ และ
ป่วยที่พบมากที่สุดได้แก่ จังหวัด นครนายก องค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่
อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยาโดยพบว่า 2.การระบาดของโรคทีเ่ กิดจากอาหารและ
ใ น ป ี 2563 ม ี อ ั ต ร า ป ่ ว ย 11,103.70 , น้าเปน็ สื่อ เช่น อจุ จาระร่วง รวม โรค
11,049.41 และ 9,958.85 ตามลาดบั ระบาดใหม่ ท่ีมีไทม์ไลน เกิดจากสถานท่ี
2.การสุ่มเฝ้าระวังการปนเปื้อนโคลิฟอร์ม จาหน่ายอาหาร เช่น โควิด-19
แบคทีเรีย (อ11.) ในตลาดสดจานวน 149 3.ขาดบุคลากรทีจ่ ะใหค้ าแนะนาในการ
แห่งพบว่า ไม่พบการปนเปื้อนเพียง 63 ตดิ ตามประเมนิ ในทุกสถานท่ีสะสม หรือ
ตวั อย่างหรอื คิดเปน็ รอ้ ยละ 24.80 จาหน่ายอาหารแนวการแก้ไขปญั หา
59
2. สรปุ การพฒั นา หลกั สตู รความรอบรู้ทุกกลุ่มวัยและงานอนามยั สิ่งแวดล้อม
กลุ่มวัย ชอ่ื หลักสูตร กลุม่ เป้าหมาย ผลลพั ธ์
แมแ่ ละเด็ก ทใี่ ช้หลักสูตร
1.ความรอบรู้ดา้ นสุขภาพ เฝา้ บคุ ลากรโรงพยาบาล หญงิ ตัง้ ครรภ์
วัยเรียน วยั รุ่น ระวงั การคลอดก่อนกาหนด มคี วามรอบรู้ อตั ราการคลอดกอ่ น
วัยทางาน หญิงต้ังครรภ์ กาหนด
2.สง่ เสริมพฒั นาเด็กปฐมวัย บคุ ลากรโรงพยาบาล เดก็ ปฐมวัยมี
ผสู้ งู อายุ มีความรอบรู้ พัฒนาการด้านภาษา
อนามยั สงิ่ แวดล้อม โรงเรียนรอบรดู้ ้านสขุ ภาพ ท่ดี ีข้นึ
ผู้บริหารโรงเรียน 1.นโยบาย
คนวัยทางาน หุ่นดี สขุ ภาพดี ครู 2.สวล.
มีความรอบรู้ 3.พฤตกิ รรมนกั เรียน
กลุ่มวยั ทางานในสถาน 1.สขุ ภาพดีไม่เปน็
หลักสูตรสร้างเสรมิ ความรอบ ประกอบการ เช่น โรงงาน กลุ่มเส่ียง
รู้ด้านการป้องกันพลดั ตกหก 2.กลุ่มเสี่ยงไมป่ ว่ ย
ล้มในผ้สู งู อาย บคุ ลากรสาธารณสขุ , อสม, 3.กล่มุ ปว่ ยไม่มี
การสขุ าภิบาลอาหารสาหรับผู้ CG, แกนนา ชมรมผู้สงู อายุ ภาวะแทรกซ้อน
แนะนาดา้ นความปลอดภัย 1.ลดอตั ราการพลัด
ดา้ นอาหาร บุคลากรดา้ นสาธารณสุข ตกหกลม้ ในผู้สงู อายุ
ตาม กฎกระทรวงสขุ ลักษณะ ในหน่วยงานดา้ น
ของสถานที่จาหน่ายอาหาร. สาธารณสขุ และองค์กร 1.ลดอัตราการเกดิ
พ.ศ. 2561 ปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน การปนเปอื้ นใน
อาสาสมคั รสาธารณสุข อาหาร
60
3.สรปุ ผลการดาเนินงานและการเรียนร้จู ากการพฒั นาหลักสตู รความรอบร้ดู ้านสขุ ภาพ
1.กลุ่มแมแ่ ละเด็ก
61
4.หลกั สตู รสร้างเสริมความรอบรูด้ า้ นการป้องกนั พลดั ตกหกล้มในผสู้ ูงอายุสาหรับแกนนา(ครู ก.)
พืน้ ที่การเรียนรู้การขับเคลื่อนการดาเนนิ งานสรา้ งความรอบรูด้ ้านสขุ ภาพ
1. เจ้าหนา้ ทีส่ ง่ เสริมสุขภาพผู้สูงอายุในเขตสุขภาพท่ี 4 (ดาเนินการสาเร็จแลว้ )
2. ผ้สู งู อายุในตาบลท่าเรือ (อยใู่ นระหวา่ งดาเนนิ การ)
สงิ่ ทไ่ี ด้เรียนรจู้ ากการดาเนินงานการสรา้ งความรอบรู้ดา้ นสุขภาพ
1. การเข้าใจเชิงลึกทแ่ี ท้จรงิ เกีย่ วกับกระบวนการสร้างความรอบรู้ เปน็ ส่งิ ที่สาคญั โดยเฉพาะ
อย่างย่งิ ในบทบาทของเจ้าหน้าท่ีศูนยอ์ นามยั ท่ตี ้องไปกระตนุ้ การดาเนินการสง่ เสรมิ สุขภาพให้แก่ประชาชนท่วั
ท้ังเขตสขุ ภาพท่ี 4 เจ้าหน้าที่ควรมีความเขา้ รู้และความเข้าใจเรอ่ื งความรอบรู้อย่างถูกต้อง ถูกหลกั วชิ าการ
เพ่อื สามารถอธบิ ายและแนะนาใหแ้ ก่เจา้ หน้าท่อี ื่นๆและประชาชนเข้าใจได้อยา่ งดี (ต้องเข้าใจหัวใจหลักของHL
เพ่ือให้ประยุกต์ใชก้ บั เรื่องอ่ืนๆใหเ้ หมาะต่อบรบิ ทได้)
2. การเตรียมตวั และการซักซ้อมร่วมกนั กับทีมเป็นส่งิ สาคัญ เพ่อื ให้เตรียมความเข้าใจให้ตรงกนั
ขั้นตอนตรงกนั เพ่ือทาใหง้ ่ายต่อการเข้าใจของผูท้ ี่ได้รับการถา่ ยทอด
3. ทักษะส่อื สาร และกระบวนกรเป็นสงิ่ สาคัญในการถา่ ยทอดความรอบรสู้ ผู่ อู้ ่นื
4. สือ่ เป็นสิ่งสาคญั ตอ้ งวางแผนให้เหมาะสมตอ่ บรบิ ทและกลุ่มเปา้ หมาย
5. การศกึ ษาปญั หาทแ่ี ทจ้ ริง ลงลกึ ถงึ รากสาเหตุปญั หา และต้องวเิ คราะหบ์ รบิ ทและ
กลุ่มเปา้ หมาย เป็นสงิ่ ทสี่ าคัญก่อนการเริม่ ออกแบบหลักสตู รเพอ่ื แก้ปัญหา
6. การมีส่วนร่วมของผู้เก่ยี วข้องมีส่วนสาคัญต่อการออกแบบกิจกรรม
❖ ปญั หาและอุปสรรคในการขบั เคลอื่ นการดาเนนิ งาน
1. สถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโควดิ -19 ทาใหก้ ารลงพื้นที่ หรือการกระทาต่อบุคคลแบบface to
face และการรวมตัวทาไม่ได้ ต้องชะลอ
2. ความเข้าใจเร่ืองความรอบรู้ด้านสขุ ภาพของเจ้าหนา้ ที่ยงั ไมต่ รงกัน ดังนนั้ จงึ ต้องใช้เวลาในการ
พูดคยุ และศึกษาทาความเข้าใจกระบวนการHL
62
5.กลมุ่ อนามัยสิ่งแวดล้อม
หลักสูตร การสุขาภบิ าลอาหาร สาหรับผ้แู นะนาความปลอดภัยดา้ นอาหารตาม กฎกระทรวง.
สุขลักษณะของสถานทจ่ี าหน่ายอาหาร. พ.ศ. 2561 ผลลพั ธเ์ ชงิ คุณภาพผลการดาเนนิ งานความรอบรู้ของงาน
อนามยั สง่ิ แวดล้อม พบว่า อาสาสมัครสาธารณสขุ มคี วามเข้าใจในการจัดการสุขาภิบาลอาหารและผลกระทบที่
เกดิ กบั สขุ ภาพ และแนวทางการป้องกนั ท่สี ามารถทาได้
สงิ่ ทีไ่ ด้เรียนรู้จากการดาเนนิ งาน
1.ความพรอ้ มของสถานท่ี อุปกรณท์ ใี่ ชใ้ นการสอน เช่น โปรเจกเตอร์ เครอื่ งเสยี งในการอบรม
ทาให้ทากิจกรรมการเรียนรู้ราบร่นื ตามแผนท่วี างไว้
2.สัญญาณอินเตอรเ์ น็ตไม่เสถียรทาให้ใชใ้ นการคน้ หาข้อมูลไม่ได้
3.การใช้โทรศัพทใ์ นการค้นหาขอ้ มลู ในกลุ่ม อสม.ที่มี อายุมาก ยังไม่มพี ร้อมในการใช้ ท้ัง
โทรศัพท์ และระบบอินเตอรเ์ นต็
4.การเตรียมกลุ่มเปา้ หมายและเลือกเวลาที่เหมาะสม ทาใหก้ ลุ่มเป้าหมายสามารถรว่ มทา
กิจกรรมได้ตลอดหลักสตู ร
5.การใช้ตัวอย่างจากพื้นทอ่ี นื่ ช่วยใหเ้ ข้าใจมากขน้ึ และการสนบั สนุนชดุ ตรวจและองค์
ความร้ใู นการใช้ เทคนคิ การใชช้ ดุ ตรวจทถี่ ูกต้อง รวมถึงการแปรผลและการให้คาแนะนาทถ่ี ูกต้อง
6.การทาบตั รประจาตวั ผ้ผู า่ นหลักสูตร หรอื ผใู้ หค้ าแนะนา โดยกรมอนามัยจะช่วยสร้างความ
เชอื่ ม่ันใหก้ ับผู้อบรมมากยิง่ ขึ้น
7.การใช้ข้อมลู ใน TSC รว่ มกบั มาตรการการให้คาแนะนาจะชว่ ยให้รองรบั สถานการณก์ าร
ระบาดของโรคโควิด-19 รว่ มด้วย
8.การจดั เวทีถอดบทเรียน และแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ ทงั้ ในรูปแบบออนไลน์ และ ออนไซค์
ในอนาคตจะช่วยใหเ้ หน็ ภาพการดาเนนิ งานทีช่ ัดเจนมากยิ่งข้ึน
63
เอกสารอ้างองิ
กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ . (2563). คูม่ อื การ
สร้างเสรมิ ความรอบรดู้ า้ นเอชไอวแี ละโรคตดิ ต่อทางเพศสมั พันธ์ (HIV & STIs Literacy).
(พิมพค์ ร้งั ท่ี 1). นนทบรุ ี: กล่มุ สื่อสารและสนบั สนุนวิชาการ.
กลุ ธิดา พานิชกุล และอติพร สาราญบัว. (2556). การประยกุ ต์ใชโ้ มเดลการปรบั เปล่ยี นพฤตกิ รรม
(Transtheoretical Model) เพ่ือส่งเสริมพฤติกรรมการออกกาลังกาย. วารสารวิทยาลัยบคุ ลากร
ด้านสาธารณสุขบรมราชชนนี นครราชสมี า, 19, 66-76.
กองสุขศกึ ษา กรมสนบั สนนุ บริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสขุ .(2560) การประเมนิ และการสรา้ งเสรมิ
ความรอบรู้ด้านสขุ ภาพ. [อินเทอรเ์ นต็ ]. [เข้าถึงเม่ือ 17 กรกฎาคม 2564].
แหล่งทมี่ า: http//www.hed.go.th.
กองสุขศึกษา กรมสนบั สนุนบรกิ ารสขุ ภาพ กระทรวงสาธารณสุข.(2554) ความฉลาดทางสุขภาพ.
กรงุ เทพมหานคร:นิวธรรมดาการพมิ พ์ (ประเทศไทย)
ขวัญเมือง แก้วดาเกิง, นฤมล ตรีเพชรศรอี ุไร.(2554) ความฉลาดทางสุขภาพ. กองสขุ ศึกษา กรมสนบั สนุน
บรกิ ารสขุ ภาพ กระทรวงสาธารณสุข. กรุงเทพมหานคร: สามเจรญิ พาณชิ ย์
ขวญั เมอื ง แกว้ ดาเกงิ , ดวงเนตร ธรรมกุล. การเสริมสร้างความรอบรดู้ ้านสุขภาพในประชากรผสู้ งู วยั .
วารสารวิจัยทางวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ 2558;9(2):1-8.
ขวญั เมือง แก้วดาเกิง.(2560) เจาะลกึ Health Literacy. ในเอกสารการประชุมวชิ าการสุขศึกษาแห่งชาติ
ครง้ั ท่ี 18 เรื่อง การพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพยุค 4.0. ภาควิชาสขุ ศกึ ษาและพฤติกรรมศาสตร์
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหิดล. กรุงเทพมหานคร: หน้า 8-23.
คณะกรรมการอานวยการจัดทาแผนพฒั นาสขุ ภาพแหง่ ชาติ ฉบับท่ี 12 กระทรวงสาธารณสุข. (รา่ ง)
ขวญั เมอื ง แก้วดาเกิง. (2564). ความรอบรู้ดา้ นสุขภาพ: กระบวนการ ปฏิบตั ิการ เครอ่ื งมือประเมนิ .
(พิมพค์ รั้งท่ี 1). กรุงเทพฯ: ไอดี ออล ดิจติ อล พริน้ ท.์
ขวัญเมอื ง แก้วดาเกงิ . (พฤษภาคม 2564). Health Literacy. เอกสารประกอบการอบรมเร่ือง ความรอบรู้
ดา้ นสขุ ภาพ, กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลัยมหิดล.
64
จนิ างค์กรู โรจนนันต.์ (2560) แนวทางการพัฒนาประเทศไทยสู่ Thailand 4.0. ในเอกสารการประชุม
วิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามยั สิง่ แวดล้อมแหง่ ชาติ ครง้ั ที่ 10 เร่อื ง คนไทยรอบรู้สุขภาพ
มงุ่ สู่ประเทศไทย 4.0. กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ . นนทบุร:ี กระทรวงสาธารณสุข;
.บญุ ใจ ศรสี ถิตนรากรู .(2560) กลยุทธก์ ารจดั การระบบบริการสขุ ภาพในยคุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน.
ปทุมธาน:ี โรงพมิ พ์มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์;
เบญจมาศ สุขศรีเพ็ง. (2556). PRECEDE PROCEED MODEL [ออนไลน]์ . เข้าถงึ ไดจ้ าก
https://www.gotoknow.org/posts/115416
รัตนะ บวั สนธ์. (2551). ปรัชญาวิจัย (Philosophy of Research). กรงุ เทพฯ. สานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลัย.
วชิระ เพ็งจันทร์.(2560) ความรอบรู้ดา้ นสขุ ภาพ. ในเอกสารการประชุมเชิงปฏิบตั ิการพฒั นาศักยภาพ
บคุ ลากรกรมอนามัย เรื่อง ความรอบรสู้ ขุ ภาพมุ่งสปู่ ระเทศไทย, กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสขุ .
นนทบุร:ี กระทรวงสาธารณสุข;.
วิชยั เอกพลากร. (2557)รายงานการสารวจสขุ ภาพประชาชนไทย โดยการตรวจร่างกายครัง้ ที่ 5 พ.ศ.
2557.นนทบุร:ี สถาบนั วิจยั ระบบสาธารณสขุ ; สานักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คม
แห่งชาติ. ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง.กรงุ เทพมหานคร:
สมเกียรติ ศรประสิทธ์ิ. 16 กรกฎาคม 2555. การวนิ ิจฉยั ชมุ ชน [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงได้จาก
https://www.slideshare.net/sambushi/ss-23116316
สรุ ีย์ ธรรมมิกบวร. การรอบรสู้ ขุ ภาพเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ: การวิเคราะห์แนวคดิ . วารสารคณะ
พยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น 2551;31(2):53-8
สรุ ีย์พนั ธ์ุ วรพงศธร.(2558). PRECEDE – PROCEED Model [ออนไลน]์ . เข้าถึงไดจ้ าก
http://hepa.or.th/assets/file/conference/1%20PRECEDE%E2%80%93PROCEED%20Mod
el%20%E0%B8%9C%E0%B8%A8.%E0%B8%94%E0%B8%A3.%E0%B8%AA%E0%B8%B
8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0
%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%20%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%
B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%98%E0%B8%A3.pdf
65
สิรนิ นั ท์ ชเู ชดิ , นภาพร วาณิชยก์ ลุ , สุพร ดนัยดษุ ฎีกลุ , ชัยวุฒิ ยศดาสุโรดม. ความสมั พันธ์ระหว่าง
ความแตกฉานทางสุขภาพ ความรนุ แรงของโรค ความรบั ผดิ ชอบของผู้ป่วย และการรบั รู้การดแู ล
แบบบคุ คลเปน็ ศนู ยก์ ลางกบั คณุ ภาพชวี ติ ของผู้ป่วยภายหลงั ผ่าตดั ทาาทางเบ่ียงหลอดเลอื ดหัวใจ.
J Nurs Sci 2016;34(2)Suppl1:94-106.
แสงเดือน กิ่งแกว้ , นุสรา ประเสริฐศรี. ความสมั พนั ธ์ระหว่างความฉลาดทางสุขภาพและพฤตกิ รรมสขุ ภาพ
ของผู้สงู อายุทีเ่ ปน็ โรคเร้อื รงั หลายโรค. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสขุ 2558;25(3):43
อภญิ ญา อนิ ทรรตั น์.(2557) ความฉลาดทางสุขภาพของผปู้ ระกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ. วารสารพยาบาล
ทหารบก;15(3):174-8.
Coleman C, Kurtz-Rossi S, McKinney J, Pleasant A, Rootman I, Shohet L. (2012)The Calgary
Charter on Health Literacy: Rational and core principles for development of health
literacy. [Internet]. [cited 2017 July 5]. Availble from: http://www.centreforliteracy.
qc.ca/ sites/default/files/ CFL_ Calgary _Charter_2011.pdf.
Hersh L, Salzman B, Synderman D. (2015). Health literacy in primary care practice. Am
Fam Physician;92(2):118-24
Mancuso JM. (2008). Health Literacy: A concept/ dimensional analysis. Nurse Health Sci;
10(3):248-55.
Manganello JA. (2008) Health Literacy and adolescents: a framework and agenda for
future
research. Health Educ Res;23(5):840-7.
Nilnate W, Hengprapro S, Hanvoravongchai P. (2016) Level of health literacy in Thai elders,
Bangkok,Thailand. J Health Res;30(5):315-21.
Nutbeam D. (2000) Health Literacy as a public health goal: a challenge for
contemporary health education and communication strategies into the 21st century.
Health Promotion International;15(3):259-67.
66
Sorensen K, Van den Broucke S, Fullam J, Doyle G, Pelikan J, Slonska Z, et al. (2012) Health
literacy and public health: A systematic review and integration of definitions and
models.BMC Public Health;12(80):1-13.
World Health Organization. (2009). Concepts and Examples in the Eastern Mediterranean
Region.Individual Empowerment Conference Working Document. 7th Global
Conference on HealthPromotion. Kenya: Nairobi;.
World Health Organization. (1998). Health Promotion Glossary. Geneva: WHO; p.1-10.