The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mohtoy2516, 2021-07-25 04:31:23

หลักสูตร ความรอบรู้ด้านสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

ร่างหลักสูตรกระบวนการกลาง (ขั้น1-3)

Keywords: รอบรู้,HL,หลักสูตร

5 การประเมินความรอบรูด้ า้ นสขุ ภาพ

เครื่องมอื ประเมนิ ความรอบรู้ดา้ นสุขภาพท่ีถกู พฒั นาขึ้นมวี ตั ถุประสงค์การใชง้ านที่แตกต่างกัน
สามารถจาแนกได้ 2 ประเภท คอื (1) แบบประเมนิ ระดับบุคคล และ (2)แบบประเมนิ ระดบั ประเทศ
มรี ายละเอียด ดงั นี้สำ(สสส.,2563)

1) แบบประเมนิ ระดับบุคคล
1.1) The Rapid Estimate of Adult Literacy in Medicine (REALM) เปน็ แบบวดั ที่

พัฒนาขึ้นเพื่อใช้วินิจฉัยและระบุตัวผู้ป่วยที่มีระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพต่า (Davis, Crouch, Wills &
Abdehou, 1991) ใช้ประเมินทักษะการอ่านและความเข้าใจเกี่ยวกับศัพท์ทางการแพทย์ โดยการคัดเลือก
คาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ การรักษา สื่อการสอนด้านสุขศึกษาฉลากยาต่างๆ โดยคาศัพท์เหล่านั้นเป็น
คาศัพท์ที่ผู้ ป่วยจาเป็นต้องทราบเพื่อใช้ในการรักษาและการปฏิบัติตัวเพื่อรักษาสุขภาพของตนเอง โดยมี
ตวั ช้ีวดั 2 ดา้ น คือ ทักษะการอ่าน (การจดคาหรือเขา้ ใจในการอ่านและการคิดคานวณ) และทักษะอื่นท่ีจาเป็น
เช่น ความรู้ทางวฒั นธรรมและความคดิ การฟงั การคิดคานวณ การพดู การเขียนและการอ่าน

1.2) Medical Achievement Reading Test (MART) เป็นแบบทดสอบการอา่ นศพั ทท์ างการ
แพทย์(Hanson-Drivers, 1997 cited in Mancuso JM.,2009) มีความคล้ายคลึงกับ REALM ตรงที่เป็นการ
ประเมินการอ่านศัพท์ทางการแพทย์ แบบวัดน้ีให้ความสาคัญกับสาเหตุของการที่ไม่สามารถอ่านได้ เช่น คาที่
ใช้ในทางการแพทย์ หรือคาที่เกี่ยวข้องที่เห็นในใบสั่งยา/แผ่นพับ การศึกษาของผู้ป่วย ตัวอักษรที่พิมพ์ด้วย
ตัวอกั ษรขนาดเลก็ และการพมิ พ์บนกระดาษท่ีมันวาว ทาใหอ้ ่านได้ยากซ่ึงเป็นผลทา ให้ผู้ป่วยตอ้ งคาดเดา
ในคาท่ีไมส่ ามารถอ่านได้

1.3) Test of Functional Health Literacy in Adults (TOFHLA) คอื แบบวดั ท่ใี ช้วดั ความเขา้ ใจใน
การอ่าน ความเข้าใจข้อมูลข่าวสารและความเข้าใจเกี่ยวกับการคานวณ (Sharif & Blank, 2009) เป็นแบบ
วัดที่ถูกนามาใช้วัดความรอบรู้ด้านสุขภาพในเด็กและเยาวชนรวมไปถึงผู้ใหญ่ แบบวัดนี้มีทั้งหมด 67 ข้อ เป็น
การวัดความสามารถในการอ่านและความเข้าใจตัวเลข 17 ข้อ วัดความเข้าใจการอ่านที่ใช้ในการวัดความ
สามารถของผปู้ ว่ ยเกี่ยวกบั การดูแลสุขภาพ 50 ข้อ

1.4) Functional Communication and Critical Health Literacy Scales (FCCHL) แบบประเมิน
ระดับ ความรอบรู้ด้านสุขภาพขั้นพื้นฐาน การสื่อสารและการ มีวิจารณญาณ ใช้วัดระดับความรอบรู้ด้าน
สุขภาพของ ผปู้ ่วยโรคเบาหวานตามแนวคดิ ิของ Nutbeam (Ishikawa, Takeuchi & Yano, 2008) แบบวัดนี้
แบ่งความรอบรู้ด้านสุขภาพเป็น 3 ระดับ คือ ขั้นพื้นฐาน ในขอบเขตท่ี ผู้ป่วยมีประสบการณ์ในการอ่าน
คาแนะนา หรือแผน่ พบั จากโรงพยาบาลและสถานพยาบาลท่ัวไป ขัน้ การมี ปฏิสมั พนั ธ์ เป็นขอ้ คาถามเกี่ยวกับ

การสื่อสารข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานตั้งแต่ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัย โรค ขั้นวิพากษ์เป็นข้อคาถาม
เกี่ยวกับการทผี่ ู้ปว่ ย วิเคราะห์และใชข้ ้อมูลในการตดั สนิ ใจเพือ่ การดูแล สขุ ภาพตนเอง

2) แบบประเมินระดบั ประเทศ

The European Health Literacy Survey: HLS-EU การประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพของ
ประชาชนในกลุ่มประเทศูยุโรปศึกษาใน 8 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรีย บัลแกเรีย เยอรมันนี กรีซ ไอร์แลนด์
เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ และสเปน ดาเนินการระหว่างปี ค.ศ. 2009-2012 นิยามที่ใช้กาหนดองค์ประกอบใน
การประเมินคือ “การรู้หนังสือ ความรู้ที่จาาเป็น แรงจูงใจ และสมรรถนะในการเข้าถึง เข้าใจ ประเมิน และ
ประยุกต์ใช้ข้อมูลสุขภาพของบุคคล สาหรับการตัดสินใจเรื่องสุขภาพในชีวิติประจาาวัน ทั้งการดูแลสุขภาพ
ป้องกันโรค และส่งเสริมสุขภาพ หรือปรับปรุงคุณภาพชีวิต ” (Sorensen et al., 2012; Pelikanetal.,
2014) ประเด็นการประเมินจาแนกเปน็ 3 มติ ิ คอื

(1) ด้านการดูแลสุขภาพ (Health Care)

(2) การป้องกันโรค (Diseases Prevention)

(3) การส่งเสิรมสุขภาพ (health promotion)

ประกอบด้วย (1) เข้าถงึ ข้อมูล(finding health information: FHI) (2) เข้าใจ
(Understanding Health Information: UHI) (3) ประเมินและตดั สินใจ (Judging Health
Information: JHI) และ (4) นาไปใช้ (applying health information: AHI)

ข้ันตอนการออกแบบและพัฒนาเครื่องมือ การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

ขนั้ ท่ี 1 กาหนดจดุ มุ่งหมายของการใชเ้ ครื่องมือวัดและประเมินผล
ขั้นท่ี 2 กาหนดขอบเขตและออกแบบแผนการวัดและประเมนิ ผล
ขน้ั ท่ี 3 กาหนดรายละเอยี ดเคร่อื งมือ
ข้นั ที่ 4 สร้างเคร่ืองมือ
ขน้ั ที่ 5 การตรวจสอบคุณภาพของเคร่ืองมือวัดและประเมิน ผลการเรยี นรู้

หลักการพ้ืนฐานเกี่ยวกบั การประเมนิ
1. ข้อมลู สุขภาพเป็นปจั จัยกาหนดสุขภาพท่ีสาคัญของประชาชนทุกกลุ่มวยั ในยุคสังคมข้อมลู

ข่าวสารและเทคโนโลยดี ิจิทัล
2. ลกั ษณะของข้อมลู สุขภาพ สาหรบั บคุ ลากรทางการแพทย์ และประชาชนกลุ่มเป้าหมายมคี วาม

แตกตา่ งกนั
3. ความรู้เป็นเพยี งส่วนหนึ่งของความรอบรู้ดา้ นสุขภาพ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ เน้นการพัฒนา

ความสามารถและทักษะ
5. องคป์ ระกอบสาคัญของความรอบรู้ด้านสุขภาพ ทต่ี ้องพฒั นา ประกอบด้วย เข้าถงึ เข้าใจ

ไตถ่ าม ตัดสินใจ และนาไปใช้
6. ความแตกตา่ งระหว่างความสามารถ-ทกั ษะ จาเปน็ ต้องจาแนกกลุ่มเป้าหมายใหร้ ู้ระดับความ

แตกตา่ ง เพอ่ื ใช้จัดกลุ่มเป้าหมายในการสรา้ งเสริมความรอบรู้ดา้ นสุขภาพ
7. โครงการอบรมสรา้ งเสรมิ ความรอบรู้ด้านสุขภาพจะต้องกาาหนดวัตถปุ ระสงคเ์ ชิงพฤติกรรม

และเน้นทคี่ วามสามารถและทกั ษะของบคุ คล การประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพ ต้องออกแบบการวัดทักษะ
สาคญั ท่ีนาไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเป้าหมาย มากกว่าวัดความรู้

การศกึ ษาแนวคดิ การค้นคว้าทางเอกสารวิชาการประกอบกบั การศึกษาข้อมูลภาคสนาม จากการชับ
เคลื่อนการดาเนนิ งานของแต่ละกลุ่มวัย และงานอนามัยส่ิงแวดลอ้ มนามาวเิ คราะหแ์ ละสังเคราะห์ความรู้เรื่อง
แนวทางการสร้างกระบวนการเรียนรู้เพอ่ื สรา้ งเสรมิ ความรอบรู้ด้านสขุ ภาพสรปุ ไดด้ งั น้ี

แนวทางการสรา้ งเสรมิ ความรอบรู้ด้านสขุ ภาพตามกลุ่มเป้าหมาย
1.กลุ่มแมแ่ ละเดก็
2.กล่มุ วยั เรยี น วัยรนุ่
3.กล่มุ วัยทางาน
4.กลุ่มวยั ผู้สงู อายุ
5.กลมุ่ อนามยั สิง่ แวดล้อม

1.ความสามารถเขา้ ถงึ ข้อมูล (accessibility) ผู้สูงอายเป็นกลุ่มทมี่ เี วลาวา่ ง และสามารถสืบค้น
เลน่ Internet ได้ แต่ทาอยา่ งไรใหม้ ฐี านข้อมลู มีเนื้อหาท่ีทา ใหผ้ ู้สูงอายุเข้าใจ และเข้าถึงมากขึ้น แต่ในการ
จดั การตนเอง(self-management) ขน้ึ อยู่กบั ปัจจยั ส่วนบุคคล
2.ความสามารถเข้าถงึ ข้อมูล (accessibility) กลุ่มวยั รุ่น ทาอย่างไรใหน้ ่าสนใจสนกุ งา่ ย อาจเป็นลกั ษณะ
ของเกมส์ แต่ในการจดั การตนเอง(self-management) ขึน้ อยูก่ ับปจั จยั ส่วนบคุ คล

กลุม่ อนามยั ส่ิงแวดล้อม

หลกั สูตร การสขุ าภบิ าลอาหาร สาหรับผู้แนะนาความปลอดภัยด้านอาหารตาม กฎกระทรวง.
สุขลกั ษณะของสถานที่จาหน่ายอาหาร. พ.ศ. 2561 ผลลพั ธ์เชงิ คณุ ภาพผลการดาเนนิ งานความรอบรู้ของงาน
อนามยั สงิ่ แวดล้อม พบว่า อาสาสมคั รสาธารณสขุ มคี วามเขา้ ใจในการจัดการสขุ าภิบาลอาหารและผลกระทบท่ี
เกดิ กับสขุ ภาพ และแนวทางการป้องกันที่สามารถทาได้

สิง่ ที่ได้เรยี นรจู้ ากการดาเนินงาน
1.ความพรอ้ มของสถานที่ อปุ กรณท์ ่ใี ช้ในการสอน เช่น โปรเจกเตอร์ เคร่อื งเสยี งในการอบรม

ทาให้ทากิจกรรมการเรียนรู้ราบรืน่ ตามแผนที่วางไว้
2.สญั ญาณอินเตอรเ์ นต็ ไมเ่ สถียรทาใหใ้ ชใ้ นการคน้ หาข้อมลู ไมไ่ ด้
3.การใช้โทรศัพทใ์ นการคน้ หาข้อมลู ในกล่มุ อสม.ท่ีมี อายุมาก ยงั ไม่มีพร้อมในการใช้ ท้งั

โทรศัพท์ และระบบอินเตอรเ์ นต็
4.การเตรียมกลมุ่ เป้าหมายและเลือกเวลาท่ีเหมาะสม ทาให้กลุ่มเปา้ หมายสามารถรว่ มทา

กิจกรรมไดต้ ลอดหลักสตู ร
5.การใชต้ ัวอยา่ งจากพ้นื ทอ่ี น่ื ช่วยใหเ้ ข้าใจมากขน้ึ และการสนบั สนนุ ชดุ ตรวจและองค์

ความรใู้ นการใช้ เทคนิคการใชช้ ุดตรวจที่ถกู ตอ้ ง รวมถึงการแปรผลและการให้คาแนะนาท่ถี ูกต้อง
6.การทาบตั รประจาตัวผผู้ า่ นหลกั สตู ร หรอื ผูใ้ ห้คาแนะนา โดยกรมอนามัยจะชว่ ยสร้างความ

เช่ือมนั่ ใหก้ บั ผู้อบรมมากยิ่งข้ึน
7.การใชข้ อ้ มลู ใน TSC ร่วมกับมาตรการการให้คาแนะนาจะชว่ ยให้รองรบั สถานการณ์การ

ระบาดของโรคโควดิ -19 ร่วมดว้ ย
8.การจัดเวทีถอดบทเรียน และแลกเปลยี่ นเรียนรู้ ทงั้ ในรปู แบบออนไลน์ และ ออนไซค์

ในอนาคตจะชว่ ยให้เหน็ ภาพการดาเนินงานท่ีชดั เจนมากย่ิงข้นึ

ภาคผนวก

เอกสารอา้ งองิ

กองโรคเอดสแ์ ละโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสัมพนั ธ์ กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสุข. (2563). ค่มู อื การ
สรา้ งเสรมิ ความรอบรูด้ า้ นเอชไอวีและโรคตดิ ต่อทางเพศสัมพนั ธ์ (HIV & STIs Literacy).
(พมิ พค์ รั้งท่ี 1). นนทบรุ ี: กลุม่ ส่ือสารและสนบั สนนุ วิชาการ.

กลุ ธดิ า พานชิ กลุ และอติพร สาราญบวั . (2556). การประยกุ ตใ์ ช้โมเดลการปรบั เปล่ียนพฤติกรรม
(Transtheoretical Model) เพ่ือส่งเสริมพฤติกรรมการออกกาลังกาย. วารสารวิทยาลยั บุคลากร
ดา้ นสาธารณสขุ บรมราชชนนี นครราชสีมา, 19, 66-76.

กองสุขศึกษา กรมสนบั สนนุ บริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข.(2560) การประเมินและการสรา้ งเสรมิ
ความรอบรูด้ า้ นสุขภาพ. [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเม่ือ 17 กรกฎาคม 2564].
แหล่งท่มี า: http//www.hed.go.th.

กองสขุ ศกึ ษา กรมสนับสนนุ บรกิ ารสุขภาพ กระทรวงสาธารณสขุ .(2554) ความฉลาดทางสขุ ภาพ.
กรงุ เทพมหานคร:นวิ ธรรมดาการพิมพ์ (ประเทศไทย)

ขวญั เมือง แกว้ ดาเกิง, นฤมล ตรเี พชรศรอี ุไร.(2554) ความฉลาดทางสุขภาพ. กองสุขศึกษา กรมสนับสนุน
บรกิ ารสขุ ภาพ กระทรวงสาธารณสขุ . กรุงเทพมหานคร: สามเจรญิ พาณชิ ย์;

ขวัญเมอื ง แกว้ ดาเกงิ , ดวงเนตร ธรรมกุล. การเสรมิ สรา้ งความรอบร้ดู ้านสุขภาพในประชากรผู้สงู วัย.
วารสารวิจยั ทางวิทยาศาสตร์สขุ ภาพ 2558;9(2):1-8.

ขวัญเมือง แกว้ ดาเกิง.(2560) เจาะลกึ Health Literacy. ในเอกสารการประชมุ วชิ าการสขุ ศกึ ษาแห่งชาติ
ครงั้ ที่ 18 เรื่อง การพฒั นาพฤตกิ รรมสขุ ภาพยุค 4.0. ภาควชิ าสขุ ศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหิดล. กรุงเทพมหานคร: หนา้ 8-23.
คณะกรรมการอานวยการจัดทาแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 กระทรวงสาธารณสขุ . (ร่าง)

ขวัญเมือง แกว้ ดาเกงิ . (2564). ความรอบรู้ด้านสุขภาพ: กระบวนการ ปฏบิ ตั ิการ เคร่ืองมือประเมิน. (พิมพ์ครั้ง
ที่ 1). กรุงเทพฯ: ไอดี ออล ดจิ ิตอล พริ้นท์.

ขวญั เมอื ง แก้วดาเกิง. (พฤษภาคม 2564). Health Literacy. เอกสารประกอบการอบรมเร่ือง ความรอบรู้
ด้านสุขภาพ, กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล.

แผนพัฒนาสขุ ภาพแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 พ.ศ. 2560-2564. [อินเทอร์เน็ต]. [เขา้ ถึงเมื่อ 17 กรกฎาคม
2564]. แหล่งท่ีมา: http://wops.moph.go.th/ops/oic/data/20161115144754_1_แผน12.2559.pdf
จินางค์กูร โรจนนนั ต์.(2560) แนวทางการพฒั นาประเทศไทยสู่ Thailand 4.0. ในเอกสารการประชุมวชิ าการ

ส่งเสริมสขุ ภาพและอนามัยสงิ่ แวดล้อมแหง่ ชาติ ครั้งที่ 10 เรือ่ ง คนไทยรอบรสู้ ุขภาพ
มุ่งส่ปู ระเทศไทย 4.0. กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ . นนทบรุ ี: กระทรวงสาธารณสขุ ;

. บญุ ใจ ศรสี ถติ นรากูร. กลยุทธ์การจัดการระบบบรกิ ารสุขภาพในยคุ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน.
ปทมุ ธานี: โรงพิมพ์มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์; 2560.

รตั นะ บวั สนธ์. (2551). ปรัชญาวจิ ัย (Philosophy of Research). กรุงเทพฯ. สานักพิมพ์แหง่
จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
.

วชิระ เพ็งจนั ทร์. ความรอบรู้ดา้ นสขุ ภาพ. ในเอกสารการประชุมเชงิ ปฏิบตั กิ ารพัฒนาศักยภาพ
บุคลากรกรมอนามัย เรอ่ื ง ความรอบรู้สุขภาพมงุ่ สู่ประเทศไทย, กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ .
นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2560.

วิชัย เอกพลากร. รายงานการสาารวจสุขภาพประชาชนไทย โดยการตรวจรา่ งกายคร้งั ที่ 5 พ.ศ. 2557.
นนทบุรี: สถาบันวิจยั ระบบสาธารณสขุ ; 2557
4. สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง.
กรุงเทพมหานคร: 21 เซน็ จรู ี; 2550.

20. สิรนิ นั ท์ ชเู ชิด, นภาพร วาณชิ ยก์ ลุ , สพุ ร ดนัยดษุ ฎีกุล, ชัยวุฒิ ยศดาสโุ รดม. ความสมั พันธร์ ะหว่าง
ความแตกฉานทางสขุ ภาพ ความรนุ แรงของโรค ความรับผดิ ชอบของผปู้ ว่ ย และการรับรู้การดูแล
แบบบุคคลเปน็ ศนู ยก์ ลางกบั คุณภาพชีวติ ของผู้ป่วยภายหลงั ผา่ ตดั ทาาทางเบ่ยี งหลอดเลือดหัวใจ.
J Nurs Sci 2016;34(2)Suppl1:94-106.
21. แสงเดือน กิง่ แก้ว, นสุ รา ประเสริฐศร.ี ความสัมพนั ธร์ ะหว่างความฉลาดทางสขุ ภาพและพฤตกิ รรมสุขภาพ
ของผู้สูงอายุที่เป็นโรคเร้ือรังหลายโรค. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข 2558;25(3):43-54.
24. อภิญญำ อนิ ทรรัตน์. ควำมฉลำดทำงสขุ ภำพของผ้ปู ระกอบวิชำชพี ด้ำนสขุ ภำพ. วำรสำรพยำบำล
ทหำรบก 2557;15(3):174-8.
25. สรุ ีย์ ธรรมมกิ บวร. กำรรอบรู้สขุ ภำพเพอื่ กำรสง่ เสริมสขุ ภำพ: กำรวิเครำะห์แนวคิด. วำรสำรคณะ
พยำบำลศำสตร์ มหำวิทยำลยั ขอนแกน่ 2551;31(2):53-8

เบญจมาศ สขุ ศรเี พ็ง. 6 กนั ยายน 2556. PRECEDE PROCEED MODEL [ออนไลน]์ . เข้าถึงได้จาก
https://www.gotoknow.org/posts/115416

สมเกียรติ ศรประสิทธิ์. 16 กรกฎาคม 2555. การวินจิ ฉยั ชุมชน [ออนไลน]์ . เขา้ ถงึ ได้จาก
https://www.slideshare.net/sambushi/ss-23116316

สุรีย์พนั ธ์ุ วรพงศธร. 16 พฤษภาคม 2558. PRECEDE – PROCEED Model [ออนไลน์]. เข้าถึงไดจ้ าก
http://hepa.or.th/assets/file/conference/1%20PRECEDE%E2%80%93PROCEED%20Mod
el%20%E0%B8%9C%E0%B8%A8.%E0%B8%94%E0%B8%A3.%E0%B8%AA%E0%B8%B
8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0
%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%20%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%
B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%98%E0%B8%A3.pdf

2. Mancuso JM. Health Literacy: A concept/ dimensional analysis. Nurs Health Sci 2008;
10(3):248-55.
3. Ontario Health Promotion E-Bulletin: Health literacy and health promotion. [Internet].
[cited 2017 July 5]. Availble from: http://www.ohpe.ca/node/175.

22. Coleman C, Kurtz-Rossi S, McKinney J, Pleasant A, Rootman I, Shohet L. The Calgary
Charter on Health Literacy: Rational and core principles for development of health
literacy 2012. [Internet]. [cited 2017 July 5]. Availble from: http://www.centreforliteracy.
qc.ca/ sites/default/files/ CFL_ Calgary _Charter_2011.pdf.
23. Hersh L, Salzman B, Synderman D. Health literacy in primary care practice. Am Fam Physician
2015;92(2):118-24.
18. Manganello JA. Health Literacy and adolescents: a framework and agenda for future
research. Health Educ Res 2008;23(5):840-7.
19. Nilnate W, Hengprapro S, Hanvoravongchai P. Level of health literacy in Thai elders, Bangkok,Thailand.
J Health Res 2016;30(5):315-21.

16. Nutbeam D. Health Literacy as a public health goal: a challenge for contemporary health
education and communication strategies into the 21st century. Health Promotion International
2000;15(3):259-67.

4. Sorensen K, Van den Broucke S, Fullam J, Doyle G, Pelikan J, Slonska Z, et al. Health
literacy and public health: A systematic review and integration of definitions and models.
BMC Public Health 2012;12(80):1-13.

12. World Health Organization. Concepts and Examples in the Eastern Mediterranean Region.

Individual Empowerment Conference Working Document. 7th Global Conference on Health

Promotion. Kenya: Nairobi; 2009.

6. World Health Organization. Health Promotion Glossary. Geneva: WHO; 1998. p.1-10.


Click to View FlipBook Version