The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ลำพูน

ลำพูน

ลำพูน

นาย ลภสั กร ไชยมิ่ง 4/9 20
ส่ง

ครู สุวารี ยภ่ี ู่

จงั หวดั ลาพนู เดิมช่ือเมืองหริภุญไชย เป็นเมืองโบราณ มีอายปุ ระมาณ 1,343 ปี ตามพงศาวดารโยนกเล่าสืบ
ต่อกนั ถึงการสร้างเมืองหริภุญไชย โดยฤาษีวาสุเทพ เป็นผเู้ กณฑพ์ วกเมง็ คบุตร หรือ ชนเช้ือชาติมอญมา
สร้างเมืองน้ีข้ึน ในพ้ืนท่ีระหวา่ งแมน่ ้าสองสาย คือ แม่น้ากวง และแม่น้าปิ ง เม่ือมาสร้างเสร็จไดส้ ่งทูตไป
เชิญ ราชธิดากษตั ริยเ์ มืองละโวพ้ ระนาม “จามเทวี” มาเป็นปฐมกษตั ริยป์ กครองเมืองหริภุญไชย สืบราชวงศ์
กษตั ริย์ ต่อมาหลายพระองค์ จนกระทงั่ ถึงสมยั พระยายบี าจึงไดเ้ สียการปกครองใหแ้ ก่พอ่ ขนุ เมง็ รายมหาราช
ผรู้ วบรวม แวน่ แควน้ ทางเหนือเขา้ เป็นอาณาจกั รลา้ นนา เมืองลาพนู ถึงแมว้ า่ จะตกอยภู่ ายใตก้ ารปกครอง
ของอาณาจกั รลา้ นนา แตก่ ็ไดเ้ ป็นผถู้ ่ายทอดมรดกทางศิลปและวฒั นธรรมใหแ้ ก่ผทู้ ี่เขา้ มาปกครอง ดงั
ปรากฏหลกั ฐานทวั่ ไปในเวยี งกมุ กาม เชียงใหม่และเชียงราย เมืองลาพนู จึงยงั คงความสาคญั ในทางศิลปะ
และวฒั นธรรมของอาณาจกั รลา้ นนา จนกระทงั่ สมยั สมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราช เมืองลาพนู จึงไดเ้ ขา้ มา

อยใู่ นราชอาณาจกั รไทย มีผคู้ รองนครสืบต่อกนั มาจนถึงสมยั กรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาภายหลงั การ
เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เม่ือเจา้ ผคู้ รองนครองคส์ ุดทา้ ย คือ พลตรีเจา้ จกั รคา ขจรศกั ด์ิ ถึงแก่
พิราลยั เมืองลาพนู จึงเปล่ียนเป็นจงั หวดั มีผวู้ า่ ราชการจงั หวดั เป็นผปู้ กครอง สืบมาจนกระทงั่ ถึงปัจจุบนั

วดั พระธาตุหริภุญชยั

วดั พระธาตุหริภุญไชยวรมหาวหิ าร เป็ นปูชนียสถานสาคญั ในภาคเหนือส่ิงศกั ด์ิสิทธ์ิที่อยคู่ ูเ่ มืองลาพนู มา
อยา่ งยาวนานต้งั อดีตนบั เวลามากกวา่ พนั ปี ต้งั อยใู่ จกลางเมืองลาพนู ห่างจากศาลากลางจงั หวดั ประมาณ
150 เมตร นอกจากน้ียงั เป็นองคพ์ ระธาตุประจาปี เกิดของคนเกิดปี ระกา พระธาตุหริภุญไชยเป็นเจดียแ์ บบ
ลา้ นนาไทยแทๆ้ ท่ีลงตวั สวยงาม ภายในบรรจุพระเกศบรมธาตุบรรจุในโกศทองคา ก่อนที่จะเขา้ ไปใน

บริเวณวดั ตอ้ งผา่ นซุม้ ประตูก่ออิฐถือปูนประดบั ลวดลาย วจิ ิตรพิสดาร เป็ นฝีมือโบราณสมยั ศรีวชิ ยั
ประกอบดว้ ยซุม้ ยอดเป็นช้นั ๆ เบ้ืองหนา้ ซุม้ ประตมู ีสิงห์ใหญค่ ูห่ น่ึงยนื เป็นสง่า ภายในวดั ยงั มีโบราณ
สถานที่สาคญั อีกหลายอยา่ ง ไหเ้ ราไดก้ ราบไหวบ้ ชู า อาที วหิ ารพระเจา้ ทนั ใจ,วหิ ารพระเจา้ องคแ์ ดง,รอย

พระพุทธบาทส่ีดวง,วหิ ารพระนอน

พระพทุ ธบาทพระธาตุอินทร์แขวน

ต้งั อยทู่ ่ีบา้ นน้าพุ ต.ป่ าสัก อ.เมือง จ.ลาพนู พระธาตุอินทร์แขวนจาลอง แห่งจงั หวดั ลาพนู ซ่ึงตงั อยบู่ นยอด
เขามีช่ือวา่ ดอยถ้าหิน สาหรับท่ีมาของการสร้างองคพ์ ระธาตุอินทร์แขวนมากจากท่ีวา่ ชาวบา้ นเห็นกอ้ น
หินใหญ่ 2 กอ้ นริมเผาที่ต้งั ซอ้ นกนั ดูแลว้ เหมือนใกลจ้ ะตกจากผามีคนเคยไปผลกั และเอาไมค้ านไปงดั ถึง 10
คน แต่กห็ ินกอ้ นที่อยขู่ า้ งบนกไ็ มร่ ่วงลงมา จึงปล่อยกอ้ นหินใหญ่ 2 กอ้ นเอาไวเ้ หมือนเดิม ต่อมาครูบาชยั ยะ
วงศาพฒั นา เกจิช่ือดงั แห่งวดั พระพุทธบาทหว้ ยตม้ อ.ล้ี จ ท่านนง่ั ทางในนิมิตเห็นหินกอ้ นน้ี จึงใหล้ ูกศิษย์
ออกตามหา ใชเ้ วลาอยนู่ านพอสมควรกวา่ จะเจอ ซ่ึงดอยแห่งน้ีมีความสาคญั คือ บนลานใกลๆ้ กบั กอ้ นหิน
ใหญม่ ีรอยหินที่เช่ือกนั วา่ เป็ นรอยพระพทุ ธบาทประทบั อยู่ จากน้นั จึงมีการสร้าง องคพ์ ระธาตุข้ึนบนกอ้ น
หิน ลูกดา้ นบน โดยจาลองลกั ษณะของพระธาตุอินทร์แขวนที่พมา่ และไดส้ ร้างองคพ์ ระธาตุไวบ้ นกอ้ นหิน

ดงั กล่าว

วดั จามเทวี

ต้งั อยบู่ นถนนจามเทวี ตาบลในเมือง อาเภอเมือง เป็นวดั เก่าแก่ท่ีสาคญั มา ต้งั แตส่ มยั ลา้ นนาไทย ที่มี
ความสาคญั ท้งั ทางดา้ นประวตั ิศาสตร์ และโบราณคดีตามหลกั ฐานที่ไดพ้ บศิลาจารึกเช่ือวา่ พระราชโอรส
ของพระนางจามเทวปี ฐมกษตั ริย์ แห่งนครหริภุญชยั โปรดใหส้ ร้างวดั น้ีข้ึนเพ่ือถวายพระเพลิง และสร้าง
เจดียเ์ หลี่ยมมียอดหุม้ ดว้ ยทองทองเรียกชื่อวา่ สุวรรณจงั โกฏิ หรือพระเจดียจ์ ามเทวี เป็ นเจดียส์ ่ีเหล่ียมแบบ
พทุ ธคยาในประเทศอินเดีย แต่ละดา้ นมีพระพทุ ธรูปยนื ปางประทานพรอยเู่ ป็นช้นั ๆพรศิลปกรรมของลพบุรี
มีพระพุทธรูป ยนื ปาง ประทานพรอยใู่ นซุม้ พระท้งั ส่ีดา้ นดา้ นละ 15 องค์ รวม 60 องค์ ภายในพระเจดีย์

บรรจุอฐั ิของพระนางจามเทวี ถือเป็นแบบสถาปัตยกรรมที่มีความสาคญั ในศิลปกรรมหริภุญชยั

พิพธิ ภณั ฑช์ ุมชนเมืองลาพนู

พิพิธภณั ฑช์ ุมชนเมือง ต้งั อยใู่ นเมืองลาพนู ดา้ นหลงั พพิ ิธภณั ฑส์ ถานแห่งชาติหริภุญชยั โดยใชพ้ ้นื ท่ีของคุม้
เจา้ ราชสัมพนั ธ์วงษ์ ลาพนู ซ่ึงเป็นอาคารเก่าแก่อายกุ วา่ 100 ปี เป็นพิพิธภณั ฑบ์ อกเล่าประวตั ิความเป็นมาอนั

ยาวนานของเมืองลาพนู เมืองท่ีมีความศรัทธา ทางพระพุทธศาสนาที่รุ่งเรืองจากอดีตจนถึงปัจจุบนั ร่วม
เรียนรู้เมืองลาพนู ผา่ นภาพถ่าย ท้งั บุคคล เหตุการณ์ และสถานท่ีตา่ ง ๆ ซ่ึงที่นี่ถือเป็นพิพธิ ภณั ฑร์ ่วมสมยั ที่มี
ชีวติ โดยมีการจดั แสดงภาพ เมืองลาพนู สิ่งของเคร่ืองใชแ้ ละวถิ ีชีวติ ของ ชาวเมืองลาพนู ในอดีตไดอ้ ยา่ ง

งดงามเขา้ ใจง่าย

วดั สนั ป่ ายางหลวง

วดั สนั ป่ ายางหลวง ต้งั อยใู่ นหมู่บา้ นสนั ป่ ายางหลวงตาบลในเมือง อาเภอเมือง เป็นวดั ท่ีติด 1 ใน 5 วดั ที่สวย
ท่ีสุด ในประเทศไทย ภายในวดั สนั ป่ ายางหลวงมีการแกะสลกั ลวดลายปูนป้ันไวอ้ ยา่ งวจิ ิตรงดงาม

โดยเฉพาะวหิ ารพระโขงเขียว มีการแกะสลกั ละลายปนู ป้ันท่ีสร้างไวใ้ นพระวหิ ารอยา่ งละเอียดและวจิ ิตร
สวยงามยง่ิ แมก้ ระทงั่ มุมหนา้ จว่ั เชิงเพดานหลงั คาดา้ นหนา้ ดา้ นขา้ ง และ ดา้ นหลงั รวมท้งั เสาพระวหิ ารก็จะ
มีลายแกะสลกั ลงรักปิ ดทองไว้ แมถ้ ึงบา้ นประตู-หนา้ ต่าง ทุกบาน วหิ ารพระโขงเขียว เป็นที่ประดิษฐาน

พระหยกเขียวซ่ึงนามาจากแม่น้าโขง

ก่ชู า้ ง ก่มู า้

ก่ชู า้ ง ก่มู า้ เป็นโบราณสถานท่ีต้งั อยคู่ ูก่ นั เป็ นสถานท่ีศกั ด์ิสิทธ์ิคูบ่ า้ นคูเ่ มืองอีกแห่งหน่ึงท่ีชาวลาพนู ใหค้ วาม
เคารพนบั ถือ เม่ือตอ้ งการ สมหวงั ในสิ่งใด ก็มกั จะมา ขอพรกนั ที่นี่ เรียกไดว้ า่ เป็ นท้งั โบราณสถานท่ีมี
ความสาคญั เชิงประวตั ิศาสตร์ และโบราณคดี ตลอดจนเป็ น ที่ยดึ เหน่ียวจิตใจ ของคนในชุมชน ดว้ ยความ

เชื่อวา่ เป็นสุสานชา้ งศึก – มา้ ศึก คู่บารมีของพระนางจามเทวี ชาวลาพนู ใหค้ วามเคารพนบั ถือก่ชู า้ งมาก มี
การสร้างศาลเจา้ พอ่ ก่ชู า้ งไวใ้ นทางทิศตะวนั ออกใกลก้ บั องคเ์ จดียด์ า้ นหนา้ ศาลเจา้ พอ่ ก่ชู า้ ง มีรูปป้ันจาลอง
ของป่ ูก่างาเขียว เพ่ือใหป้ ระชาชนทวั่ ไปไดม้ าสกั การะ เชื่อกนั วา่ หากไดล้ อดทอ้ งพระยาชา้ งเชือกน้ี จะเป็น

สิริมงคลแก่ชีวติ ประสบความสาเร็จในสิ่งท่ีปรารถนา

อนุสาวรียพ์ ระนางจามเทวี

อนุสาวรียพ์ ระนางจามเทวี ต้งั อยตู่ าบลในเมือง บริเวณสวนสาธารณะหนองดอก ห่างจากศาลากลางจงั หวดั
ประมาณ 1 กิโลเมตร สร้างข้ึนเพอื่ เป็นอนุสรณ์แด่พระนางจามเทวี ซ่ึงเป็นองคป์ ฐมกษตั ริยแ์ ห่งนครหริภุญ
ไชย พระนางเป็นปราชญท์ ี่มีคุณธรรม ความสามารถและกลา้ หาญ ไดน้ าพุทธศาสนาศิลปวฒั นธรรมมา
เผยแพร่ในดินแดนแถบน้ีจนมีความรุ่งเรืองสืบมาจนถึงปัจจุบนั สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฏราช

กมุ ารไดเ้ สด็จมาทรงเปิ ดอนุสาวรียเ์ มื่อวนั ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2525

วดั มหาวนั

วดั มหาวนั วนาราม ต้งั อยใู่ กลค้ ูเมือง ดา้ นทิศตะวนั ตก ถ.จามเทวี ในเขตเมืองลาพนู ความสาคญั คือวดั แห่งน้ี
เคยเป็นพระอารามหลวง ของพระนางจามเทวี สิ่งที่น่าชมคือ พระพุทธสิกขิ หรือพระศิลาดา ซ่ึงพระนางจาม
เทวอี ญั เชิญมา จากเมืองละโว้ ชาวเมืองเรียกพระพุทธรูปองคน์ ้ีวา่ พระรอดหลวง หรือพระรอดลาพนู ซ่ึงมี

ความสาคญั และเป็นแบบพิมพใ์ น การจาลองทาพระเครื่อง ที่ลือชื่อคือ พระรอดมหาวนั พระรอดไดข้ ดุ
คน้ พบท่ีวดั มหาวนั เพียงแห่งเดียวเทา่ น้นั เน้ือดินเผาละเอียด หนกั นุ่มมาก องคพ์ ระประทบั นงั่ ขดั เพช็ รปาง
มารวชิ ยั ประกอบดว้ ยพ้ืนผนงั ใบโพธ์ิท้งั สองดา้ น มีศิลปะโดยรวมแบบทวาราวดี – ศรีวชิ ยั เป็นรูปแบบ

เฉพาะของสกุล ช่วงสมยั หริภุญไชย

วดั พระยนื

วดั พระยนื ต้งั อยตู่ าบลเวยี งยอง อาเภอเมือง จงั หวดั ลาพนู อีกหน่ึงวดั เก่าแก่ของลาพนู มีโบราณสถานท่ี
สาคญั คือ พระเจดียพ์ ระยืนเป็นศิลปกรรมพมา่ ทรงมณฑป มีพระพุทธรูปยนื ท้งั ส่ีทิศ เคร่ืองบน

ประกอบดว้ ยเจดียห์ า้ ยอด โดยมีเจดียท์ รงระฆงั และเจดียท์ รงกลมขนาดเล็กเป็นประธาน คลา้ ยกบั อานนั ท
เจดียท์ ่ีเมืองพุกาม และพระเจดียว์ ดั ป่ าสัก จงั หวดั เชียงราย เป็นเจดียท์ ่ีมีความสวยงามมาก

การเดินทาง
วดั พระยนื อยตู่ รงขา้ มกบั ที่วา่ การอาเภอเมืองลาพนู จงั หวดั ลาพนู เดินทางโดยตรงเขา้ เมืองลาพนู ทางแยก
ดอยติ (แยกจาก หมายเลข 11 เขา้ หมายเลข 114) ประมาณ 4 กิโลเมตร มีทางแยกเล้ียวขวาเขา้ ไปที่ทาการ

อาเภอเมือง อีกประมาณ 500 เมตร วดั พระยนื จะอยู่ ทางขวามือ

แก่งกอ้

ก่งกอ้ มีทศั นียภาพที่สวยงาม เป็นท่ีนิยมในหมู่นกั ท่องเท่ียว แก่งกอ้ ยงั เป็นจุด คร่ึงทางของการสญั จรทางน้า
ระหวา่ งเข่ือนภูมิพล จงั หวดั ตากและ อา่ งเกบ็ น้าดอยเต่า จงั หวดั เชียงใหม่ ปัจจุบนั แก่งกอ้ กลายเป็นศูนยก์ ลาง
การท่องเที่ยวทางน้าของอุทยานแห่งชาติ -แมป่ ิ ง ซ่ึงรองรับการทากิจกรรม ทางน้าตา่ ง ๆ เช่น การนง่ั เรือชม

ทิวทศั น์สองฝากฝ่ังแม่น้าปิ ง การลากเรือนแพไปตามลาน้า เล่นน้า ตกปลา ปี นหนา้ ผาริมน้าปิ ง และยงั
สามารถ เดินทางไปทอ่ งเท่ียวใน จุดท่องเที่ยวอื่น ๆ ในแมน่ ้าปิ งไดอ้ ีก เช่น โรงเรียนเรือนแพ อุม้ ปาด ถ้าชา้ ง

ร้อง

ชมทิวทศั น์แม่ปิ งและพระอาทิตยต์ กที่จุดชมวิวดอยกระตึก

จุดชมววิ อยบู่ นดอยกระตึก ต้งั อยฝู่ ั่งตรงขา้ มหน่วยพิทกั ษฯ์ แก่งกอ้ ตอ้ งนงั่ เรือขา้ มไประยะทาง 1 กม.
สามารถสอบถามเรือกบั ทางอุทยานได้ ค่าเรือ คนละ 20 บาท หลงั จากน้นั ตอ้ งเดินข้ึนดอยชนั ระยะทาง
ประมาณ 400-500 ม. ควรใส่รองเทา้ ผา้ ใบ ถุงเทา้ ป้ องกนั กางเกงขายาว เตรียมพร้อมมา ใหเ้ รียบร้อย
เน่ืองจากเส้นทางรกมีกิ่งไมแ้ หง้ อาจโดนตน้ ขาได้ จากจุดชมววิ ดอยกระตึก สามารถมองเห็นแม่น้าปิ งไหลมา
จากดา้ นเหนือ และเวงิ้ ทะเลสาบ สลบั เทือกเขาและป่ าเตง็ รัง นอกจากน้ียงั เป็นจุดชมพระอาทิตยข์ ้ึนและตกท่ี

สวยงาม

น้าตกกอ้ หลวง

อยหู่ ่างจากท่ีทาการอุทยานแห่งชาติประมาณ 22 กิโลเมตร รถยนตส์ ามารถเขา้ ไปถึง เป็นน้าตกท่ีมีช่ือเสียง
เป็นท่ีรู้จกั อยา่ งดีของชาวจงั หวดั ลาพนู และจงั หวดั ใกลเ้ คียง น้าตกกอ้ หลวงเป็ นน้าตกหินปนู ที่เกิดจากลาน้า
ในหว้ ยแม่กอ้ ไหลผา่ นหินดินดานเทาดาและหินทรายของหนา้ ผาท่ีมีความสูงตา่ ง ระดบั กนั ลดหลน่ั กนั ลงมา
มีท้งั หมด 7 ช้นั เนื่องจากบริเวณดงั กล่าวมีหินปนู และมีน้าไหลตลอดปี จึงทาใหบ้ ริเวณน้าตกมีหินงอกหิน

ยอ้ ยมากมาย และมีความสวยงามตามธรรมชาติ บริเวณน้าตกยงั มีแอง่ น้าขนาดใหญ่ท่ีสะอาดไมม่ ีสิ่งใด
รบกวน ทาใหม้ ีปลาชนิดตา่ งๆ อาศยั อยมู่ ากมาย

น้าตกตาดสะตอ

อยใู่ นเส้นทางเดียวกบั น้าตกกอ้ หลวงท่ีไหลขนานมากบั ทางเดินเทา้ และไหลตกลงมาจากผาหิน สูงประมาณ
15 ม. ลงมายงั แอง่ น้าสีมรกต บริเวณ หนา้ ผาซ่ึงเป็ นหินปนู ออ่ นสีน้าตาล สายน้าไดช้ ะเอาหินปูนมาสะสมทา

ใหเ้ กิดลานหินงอกออกมาคลา้ ยหินยอ้ ยดูแปลกตา แต่ไมส่ ามารถลงไปเล่นน้าได้ เป็นเพียงจุดชมน้าตก
เทา่ น้นั

ชุมชนพระบาทหว้ ยตม้

ชุมชนพระบาทหว้ ยตม้ อยใู่ นความดูแลศนู ยพ์ ฒั นาโครงการหลวงพระบาทหว้ ยตม้ ชุมชนท่ีมีความแตกตา่ ง
ชดั เจนในเร่ืองของประเพณี วฒั นธรรม ความสวยงามของวดั วาอารามและวถิ ีชีวติ สามารถสัมผสั ไดท้ ่ี
ชุมชนพระบาทหว้ ยตม้ มาเท่ียวชุมชนพระบาทหว้ ยตม้ สามารถเลือกพกั ผอ่ นแบบคา้ งคืนนอนโฮมสเตย์
ร่วมกบั คนในชุมชน หรือเลือกเที่ยวแบบไปเชา้ เยน็ กลบั นกั ทอ่ งเที่ยวจะไดซ้ ึมซบั วถิ ีชีวติ ของชาวปกา

เกอะญอท่ีผกู พนั กบั พุทธศาสนา ยงั รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีและภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ินไวอ้ ยา่ งเหนียวแน่น
เช่น การทอผา้ โบราณแบบกี่เอว ใชว้ สั ดุธรรมชาติในทอ้ งถิ่นยอ้ มสี มีลวดลายโบราณ เช่น เส้ือ กางเกง ผา้ ถุง
กระเป๋ าสะพาย การทาเครื่องเงินท่ีใชว้ ตั ถุดิบจากเงินแท้ เช่น สร้อยคอ กาไล แหวน ขา้ วของเครื่องใช้ มีเป็ น
เอกลกั ษณ์ลวดลายที่อ่อนชอ้ ยงดงามดดั แปลงจากธรรมชาติ เช่น รูปปลา ผเี ส้ือ ลายดอกไม้ สะทอ้ นถึงภมู ิ
ปัญญาในดา้ นจิตใจความเช่ือของชนเผา่ รวมท้งั การทาเครื่องประดบั จากกะลามะพร้าว เคร่ืองจกั สาน จน

กลายเป็นผลิตภณั ฑโ์ อทอปท่ีไดร้ ับการยอมรับ สร้างช่ือเสียงใหก้ บั ชุมชนจนถึงปัจจุบนั

พระมหาธาตุเจดียศ์ รีเวยี งชยั

เจดียส์ ีทองเหลืองอร่าม โดดเด่นแตไ่ กล เป็นสิ่งศกั ด์ิสิทธ์ิที่ชาวอาเภอล้ีใหค้ วามเคารพนบั ถือ จาลองมาจาก
พระมหาธาตุเจดียช์ เวดากอง ประเทศพม่า จึงมีอีกชื่อวา่ ชเวดากองเมืองไทย เป็นพระเจดียท์ ี่ออกแบบและ
ริเริ่มโดย ครูบาวงศแ์ ละคณะศิษยานุศิษยไ์ ดร้ ่วมกนั สร้างข้ึน เพอ่ื นอ้ มเกลา้ นอ้ มถวายเป็ นพระราชกศุ ลแด่
พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ เพ่อื เฉลิมพระเกียรติเน่ืองในในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบตั ิครบ 60 ปี

วดั พระพุทธบาทผาหนาม

ปูชนียสถานท่ีสาคญั แห่งหน่ึงของอาเภอล้ีแลว้ ยงั เป็ น จุดชมววิ ของเมืองล้ีที่สามารถมองเห็นพระอาทิตยข์ ้ึน
เคลา้ สายหมอกบางในยามเชา้ ไดอ้ ยา่ งงดงาม เป็นวดั ที่เจริญรุ่งเรื่องดว้ ยศรัทธาและส่ิงก่อสร้างมากมาย
เพ่ือใหพ้ ทุ ธศาสนิกชนไดย้ ดึ เหนี่ยวทางจิตใจ โดยเฉพาะรูปป้ันปนู ขนาดใหญ่ของครูบาอภิชยั ขาวปี ใน

เครื่องนุ่งห่มแบบชีปะขาวอยเู่ ชิงดอยผาหนาม ในวนั ท่ี 13 -17 เดือนเมษายน ของทุกปี จะมีงานนมสั การสรง
น้าเป็นประจา โดยจะมีประชาชนทวั่ ทุกสารทิศหลง่ั ไหลกนั มาทาบุญเป็ นจานวนมาก

วดั พระบาทหว้ ยตม้

วดั ที่ใหญท่ ี่สุดของอาเภอล้ี ระหวา่ งทางที่เขา้ มาในบริเวณวดั มีหมู่บา้ นของชาวปกาเกอะญออาศยั อยเู่ ป็ น
จานวนมาก เป็ นวดั ประจาหมูบ่ า้ นที่เคารพศรัทธาของชาวบา้ นหว้ ยตม้ ภายในวดั มีวหิ ารท่ีบรรจุร่างของครู
บาวงศ์ ซ่ึงไมเ่ น่าไมเ่ ป่ื อยไวใ้ นโรงแกว้ มีรอยพระพทุ ธบาทท่ีเช่ือวา่ องคพ์ ระสมั มาสมั พุทธเจา้ เสดจ็ มา ณ

ท่ีน่ี ครูบาวงศจ์ ึงไดส้ ร้างรอยพระบาทจาลองครอบของจริงไว้

วดั พระพระธาตุหา้ ดวง

วดั น้ีเป็ นท่ีต้งั ของเจดีย์ 5 องค์ ตามตานานกล่าววา่ พระนางจามเทวี กษตั ริยค์ รองเมืองหริภุญไชย ไดท้ ราบ
ขา่ วจากราษฎรเมืองล้ีวา่ มีดวงแกว้ 5 ดวง ปรากฏเห็นอยบู่ ่อยคร้ัง จึงไดเ้ สด็จมาดูดว้ ยพระองคเ์ อง ได้
สอบถามความเป็ นมา

ทราบวา่ คือ พระเมโตธาตุ (น้าไคลมือ) พระพทุ ธเจา้ ที่เคยลา้ งพระหตั ถแ์ ละน้ากไ็ หลผา่ นปลายนิ้วท้งั 5 ลง
พ้ืนดิน พระนางจึงเกิดศรัทธาสร้างพระธาตุเจดียค์ รอบกองดินท้งั 5 กองไว้ ภายในวดั มีพระอุโบสถและ
สิ่งก่อสร้างที่สวยงามและน่าสนใจหลายแห่ง โดยเฉพาะอุโบสถสีทองซ่ึงต้งั อยดู่ า้ นหนา้ ทางเขา้ วดั มีบนั ได

พญานาคยาวไปถึงตวั อุโบสถ ภายในอุโบสถมีองคพ์ ระพุทธรูปสีทองงดงามมาก

วดั พระธาตุดวงเดียว

อีกหน่ึงวดั เก่าแก่ที่งดงามในอาเภอล้ี ตามตานานเล่าวา่ พระนางจามรี ผสู้ ร้างเมืองล้ีไดร้ วบรวมไพร่พล
อพยพมาจากเมืองหลวงพระบาง ไดพ้ บกบั ชา้ งมงคลจึงไดอ้ ธิษฐาน และเดินทางล่องมาตามแม่น้าปิ งจนถึง
แม่น้าล้ี ไดพ้ บสถานท่ีเหมาะสาหรับต้งั บา้ นเรือนเป็นหินใหญ่คลา้ ยไขน่ กยงู ชา้ งมงคลก็ลม้ ลงที่จุดน้นั พระ

นางจามรีจึงเผาซากชา้ งและสร้างเจดียค์ รอบไว้ เรียกวา่ เจดียด์ วงเดียว

ทะเลสาบแมป่ ิ ง

สถานท่ีแรกเราขอยกใหเ้ ป็นไฮไลตข์ องทริปลาพนู เลย คือการล่องเรือผา่ นทะเลสาบแมป่ ิ ง เพ่ือไปดูโรงเรียน
กลางน้า โรงเรียนท่ีเป็ นสถานท่ีถ่ายทาหนงั คิดถึงวทิ ยา หลายคนคิดกนั ไปวา่ สวยขนาดน้ีตอ้ งถ่ายท่ีทะเลสาบ

เช่ียวหลาน จ.สุราษฏธ์ านี แต่ตอนหลงั ก็มีเฉลยออกมาแลว้ วา่ ถ่ายที่ อ.ล้ี จงั หวดั ลาพนู การล่องเรือผา่ น
ทะเลสาบน้าปิ ง สองขา้ งทางเป็นภูเขาสูงสลบั ซบั ซอ้ น ตอนพระอาทิตยใ์ กลต้ กน่ีแบบสุดดดดดดดดดดดด ดี

มากแบบดีอะ ดี ดี ดี เราวา่ ฟิ ลล่ิงนี่เทียบกบั ตอนเราไป อินเล ที่พมา่ ไดเ้ ลย


























Click to View FlipBook Version