ประวตั จิ งั หวดั นครพนม
จงั หวดั นครพนม เป็นจงั หวดั เลก็ ๆ ริมฝั่งแมน่ ํา้ โขง ในดนิ แดนที่ราบสงู อดีตเป็ นศนู ย์กลางของ อาณาจกั ร
ศรีโคตรบรู ณ์อนั รุ่งเรือง แรกทีเดยี วตวั เมืองตงั้ อยทู่ างฝ่ังซ้าย ของลํานํา้ โขง (ฝั่งลาว) บริเวณทางใต้ปากเซ
บงั้ ไฟ ตรงข้ามกบั อําเภอพระธาตพุ นมในปัจจบุ นั ตามอรุ ังคนิทานหรือตํานาน พระธาตพุ นม (พิสดาร) ของ
พระธรรมราชานวุ ตั รอดตี เจ้าอาวาสวดั พระธาตพุ นม ได้เรียบเรียงไว้ ตอนหนง่ึ วา่ สมยั พทุ ธกาลพระพทุ ธเจ้า
ได้เสดจ็ มาโปรดสตั ว์ท่ีแคว้นศรีโคตรบรู ณ์ มีพทุ ธทํานายว่า เมื่อพระองค์ปรินิพพานไปแล้วเมืองศรีโคตร
บรู ณ์จกั ย้ายไปตงั้ ที่ "ป่ าไม้รวก" มีนามวา่ "เมืองมรุกขนคร" ซงึ่ สนั นิษฐานกนั วา่ หมายถงึ เมืองท่ีอย่ใู นดงไม้
รวก ตามสภาพภมู ปิ ระเทศที่สร้าง บ้านแปงเมืองนนั้ เอง
จงั หวดั นครพนม ตงั้ อยใู่ นภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีประวตั สิ ืบทอดยาวนาน เชื่อวา่ เดมิ
ศนู ย์กลางของ "อาณาจกั รศรีโคตรบรู " ท่ีรุ่งเรืองในอดีต ในชว่ งต้นพทุ ธศตวรรษท่ี12 เป็ นอาณาจกั รอสิ ระ
ไมข่ นึ ้ กบั ใคร ประมาณพทุ ธศตวรรษท่ี 16 อาณาจกั รศรีโคตรบรู ณ์ ได้เส่ือมอํานาจลง ตกอยภู่ ายใต้การ
ปกครองของอาณาจกั รขอม ตอ่ มาราวพทุ ธศตวรรษที่ 18 ชื่อของ "ศรีโคตรบรู " ได้กลายมาเป็นเมืองใน
อาณาจกั รล้านช้าง มีฐานะเป็นเมืองลกู หลวง โดยพระเจ้ากรุงศรีสตั นาคนหตุ ล้านช้าง ทรงสร้างเมืองที่ปาก
ห้วยหินบรู (ปากห้วยบรรจบลํา นํา้ โขงฝ่ังซ้ายตรงข้ามอําเภอทา่ อเุ ทน เหนือเมืองนครพนม) และได้สืบทอด
ราชสมบตั ติ อ่ อีกหลายพระองค์
ภายหลงั ย้ายเมืองมาตงั้ ท่ีป่ าไม้รวก ห้วยศรีมงั ริมแมน่ ํา้ โขงฝ่ังซ้าย (คือเมืองเก่าใต้เมืองทา่ แขกใน
ปัจจบุ นั ) ถึงปี พทุ ธศกั ราช 2297 มี พระนครานรุ ักษ์ครองเมืองศรีโคตรบรู มีความเห็นวา่ เมืองมิได้ตงั้ อยทู่ ่ี
ปากห้วยแล้ว จงึ ได้เปลี่ยนนามเมืองใหมว่ า่ "เมืองมรุกขนคร" เพราะถือว่าสร้างขนึ ้ ในดงไม้รวก นามเมืองศรี
โคตรบรู จงึ เปล่ียนไปตงั้ แตค่ รัง้ นนั้
ชว่ งประมาณพทุ ธศกั ราช 2309 สมยั พระบรมราชาก่แู ก้ว หลงั จากชนะศกึ กบั พระนครานรุ ักษ์ (คาํ
สงิ ห์) เจ้าราชบตุ รเขยผ้ไู ปสวามิภกั ดติ์ อ่ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชท่ี 2 (เจ้าองคห์ ล่อ) แหง่ นครเวียงจนั ทน์
พระองคไ์ ด้ย้ายเมืองข้ามฝั่งแมน่ ํา้ โขงมาที่ปากบงั ฮวก (ฝั่งประเทศไทยปัจจบุ นั คือบริเวณวดั มรุกขนคร
ตําบลดอนนางหงส์ อําเภอธาตพุ นม จงั หวดั นครพนม) และตอ่ มาในปี พทุ ธศกั ราช 2321 พระเจ้ากรุง
ธนบรุ ีทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเดจ็ เจ้าพระยามหากษัตริย์ศกึ และเจ้าพระยาสรุ สงิ หนาท ยกทพั
มาตเี อาหวั เมืองทางแถบแม่นํา้ โขง รวมไปจนถึง นครเวียงจนั ทน์ เมืองมรุกขนครจงึ ได้ขนึ ้ กบั กรุงธนบรุ ีใน
สมยั นี ้แตย่ งั คงปกครองตนเองอยู่ หลงั จากนนั้ ราวปี พทุ ธศกั ราช 2322 สมยั พระบรมราชา (พรหมา) ได้
ย้ายเมืองจากปากบงั ฮวก มาอยทู่ ี่บ้านหนองจนั ทร์ (หา่ งจากตวั เมืองนครพนมไปทางทิศใต้ 4 กิโลเมตร) ตงั้
ช่ือเมืองใหมว่ า่ "นครบรุ ีราชธานี"
ตอ่ มาในปี พทุ ธศกั ราช 2329 พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้ าจฬุ าโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรด
เกล้าฯ ให้เปลี่ยนนามเมืองเสียใหมว่ า่ "เมืองนครพนม" ขนึ ้ ตรงตอ่ กรุงรัตนโกสินทร์ การท่ีพระราชทานนาม
วา่ "เมืองนครพนม" สนั นษิ ฐานได้วา่ อาจจะเน่ืองด้วยเดมิ เมืองนีเ้ป็นเมือง ลกู หลวงมาก่อน เป็นเมืองท่ีมี
ความสําคญั ทางประวตั ิศาสตร์ จงึ ให้ใช้คาํ วา่ "นคร" หรืออีกนยั หนงึ่ คําวา่ "นคร" นี ้อาจรักษาชื่อเมืองเดมิ ไว้
คอื "เมืองนครบรุ ีราชธานี" ส่วนคําวา่ "พนม" อาจจะเนื่องด้วยจงั หวดั นีม้ ีองคพ์ ระธาตพุ นมประดษิ ฐานอยู่
หรืออาจจะเน่ืองจากเดมิ มีอาณาเขต ไกลไปถงึ ดนิ แดนฝ่ังซ้ายของแมน่ ํา้ โขง คือบริเวณเมืองทา่ แขก ซงึ่
ภเู ขาสลบั ซบั ซ้อนมากกมาย ไปจนถงึ ดนิ แดนของประเทศเวียดนาม จงึ ใช้คาํ วา่ "พนม" แปลวา่ "ภเู ขา"
นครพนม จงั หวดั แหง่ ภาคอีสานตดิ ริมนํา้ โขง และขนึ ้ ชื่อวา่ เป็ นจงั หวดั ที่มีช่ือเสียงทงั้ ด้านประวตั ศิ าสตร์
ความเป็ นมาท่ียาวนานและทรัพยากรธรรมชาตทิ ี่สมบรู ณ์ มีประเพณีและงานเทศกาลไหล ซงึ่ เป็นที่รู้จกั ไป
ทวั่ โลก รวมถงึ ยงั มีแหลง่ ท่องเที่ยวอนั ซีนอีกมากมาย ท่ีนกั ทอ่ งเที่ยวต้องไม่พลาดมาเยือน วนั นีเ้ราเลยจะพา
เพื่อน ๆ ไปทําความรู้จกั กบั จงั หวดั นครพนมให้มากขนึ ้ เพ่ือเพื่อน ๆ จะได้ไมพ่ ลาดของดแี ละของเดด็ ท่ีอยใู่ น
จงั หวดั แหง่ แม้สกั ตารางนวิ ้ เดยี ว
1. พระธาตพุ นม
พระธาตปุ ระจําของผ้ทู ่ีเกิดวนั อาทิตย์ ภายในองค์พระธาตบุ รรจพุ ระอรุ ังคธาตขุ องพระสมั มาสมั พทุ ธ
เจ้า งดงามด้วยสถาปัตยกรรมที่มีแหลง่ ที่มาเดยี วกนั กบั ปราสาทขอม ไมเ่ พียงแตพ่ ระธาตพุ นมจะเป็นศนู ย์
รวมจิตใจของชาวนครพนมเทา่ นนั้ แตย่ งั เป็ นที่เคารพของชาวไทยภาคอ่ืน ๆ และชาวลาวอีกด้วย มีความ
เช่ือท่ีเลา่ ขานกนั ตอ่ ๆ มาวา่ ถ้าใครได้นมสั การพระธาตคุ รบ 7 ครัง้ จะถือวา่ เป็น "ลกู พระธาต"ุ อนั เป็นสริ ิ
มงคลแก่ชีวิต
ทงั้ นีท้ กุ ปี จะมีการจดั งานนมสั การพระธาตพุ นม ถือเอาวนั ขนึ ้ 10 คํา่ เดอื น 3 เป็นวนั แรกของงาน
ไปสนิ ้ สดุ เอาวนั แรม 1 ค่ํา เดือน 3 ซงึ่ จะมีพทุ ธศาสนกิ ชนเข้าไปบชู าพระธาตเุ ป็นจํานวนมาก
2พระธาตเุ รญ
อีกหนง่ึ ปชู นียสถานท่ีสําคญั ของจงั หวดั นครพนม ตงั้ อยทู่ ่ีบ้านเรณนู คร ตาํ บลเรณู อําเภอเรณนู คร องคพ์ ระ
ธาตจุ ําลองมาจากองค์พระธาตพุ นมองคเ์ ดมิ แตม่ ีขนาดเลก็ กวา่ สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2461 โดย พระอปุ ัชฌาย์
อินภมู ิโย สงู 35 เมตร กว้าง 8.37 เมตร มีซุ้มประตู 4 ด้าน ภายในเป็ นโพรงบรรจพุ ระไตรปิฎก พระพทุ ธรูป
ทองคํา พระพทุ ธรูปเงิน ของมีคา่ และเคร่ืองกกธุ ภณั ฑ์ของพระยาและเจ้าเมือง นอกจากนีภ้ ายในวดั ยงั เป็น
ที่ประดษิ ฐานของ "พระองค์แสน" หรือ "หลวงพอ่ องค์แสน"ซึ่งเป็นพระพทุ ธรูปคบู่ ้านคเู่ มืองท่ีประชาชน
เคารพนบั ถือมาก และเม่ือถงึ วนั สงกรานต์ของทกุ ๆ ปี จะมีพิธีอญั เชญิ พระองค์แสนแหไ่ ปรอบเมือง เพ่ือให้
ประชาชนได้สกั การบชู าและสรงนํา้ ด้วย
3. พระธาตทุ า่ อเุ ทน
พระธาตทุ ี่เป็ นที่เลื่องชื่อและอยคู่ กู่ บั จงั หวดั นครพนมมาช้านาน มีสถาปัตยกรรมท่ีโดดเดน่ สวยงาม ด้วยก่อ
อฐิ ถือปนู รูปทรงส่ีเหล่ียม จําลองมาจากพระธาตพุ นมแตม่ ีขนาดเล็กและสงู กวา่ ภายในบรรจพุ ระบรม
สารีริกธาตแุ ละพระอรหนั ตธาตุ ซง่ึ อญั เชิญมาจากยา่ งก้งุ รวมทงั้ พระพทุ ธรูปและของมีคา่ ตา่ ง ๆ ที่ผ้มู ีจิต
ศรัทธาบรรจถุ วายไว้ พระธาตอุ งค์นีเ้ป็นปชู นียสถานสําคญั ย่งิ องคห์ นง่ึ และจะมีงานนมสั การพระธาตใุ นวนั
ขนึ ้ 13 คํา่ ถงึ แรม 1 คา่ํ เดือน 4 ของทกุ ปี พระธาตทุ า่ อเุ ทนถือเป็นพระธาตปุ ระจําวนั เกิดของผ้ทู ่ีเกิดวนั
ศกุ ร์ เช่ือกนั วา่ ผ้ทู ี่ไปนมสั การพระธาตแุ หง่ นีจ้ ะได้รับอานิสงส์ให้ชีวิตมีความรุ่งโรจน์เปรียบเสมือนพระ
อาทิตย์ขนึ ้ ยามรุ่งอรุณ
4. อทุ ยานแหง่ ชาตภิ ลู งั กา
อทุ ยานแหง่ ชาตทิ ี่ครอบคลมุ พืน้ ที่ของตาํ บลไผล่ ้อม อําเภอบ้านแพง จงั หวดั นครพนม และอําเภอเซ
กา จงั หวดั หนองคาย เป็นอทุ ยานที่คงความสมบรู ณ์ทงั้ ผืนป่ าและสตั ว์ป่ านานาชนิด เป็ นต้นกําเนดิ ของ
นํา้ ตกและลําธารน้อยใหญ่หลายสาย ยงิ่ ถ้าได้ลองมาในช่วงของฤดกู าลท่องเท่ียวระหว่างเดอื นพฤษภาคม-
ตลุ าคม คณุ จะได้เหน็ กล้วยไม้ป่ าและรองเท้านารีที่บานสะพร่ัง ท่ีชชู อ่ เรียกร้องความสนใจจากนกั ทอ่ งเท่ียว
ภายในอทุ ยานมีที่ท่องเท่ียวนา่ สนใจมากมาย ได้แก่ "นํา้ ตกตาดขาม" นํา้ ตก 4 ชนั้ มีลานหนิ ไว้
สําหรับนง่ั เลน่ พกั ผ่อน "ยอดภลู งั กา" จดุ ชมวิวพระอาทิตย์ขนึ ้ และตกดนิ ท่ีสวยงาม รวมถึงมีเส้นทางศกึ ษา
ธรรมชาตแิ ละสตั ว์ป่ านานาชนดิ ทางอทุ ยานยงั มีพืน้ ท่ีให้นกั ทอ่ งเท่ียวได้กางเตน็ ท์ โดยนกั ทอ่ งเท่ียวจําเป็น
ท่ีจะต้องติดตอ่ ประสานงานกบั เจ้าหน้าที่ทางอทุ ยานให้เรียบร้อยเสียกอ่ น
5 . เขื่อนหน้าเมืองนครพนม
แหลง่ พกั ผอ่ นหยอ่ นใจที่ตงั้ อยใู่ นเขตเทศบาลเมือง นกั ท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมกบั ววิ ทิวทศั น์ที่สวยงาม
ของแมน่ ํา้ โขง อนั เป็นแมน่ ํา้ สายสําคญั ที่ไหลผา่ นตวั เมือง หลายคนตา่ งเข้ามาจบั จองพืน้ ที่เพ่ือรอชมภาพ
ความสวยงามของดวงอาทิตย์ที่กําลงั โผลพ่ ้นทิวเขาเหนือลํานํา้ โขง นอกจากจะเป็นสถานท่ีสําหรับพกั ผอ่ น
หยอ่ นใจแล้ว ยงั เป็ นท่ีสําหรับจดั งานประเพณีตา่ ง ๆ ของชาวจงั หวดั นครพนม เชน่ งานประเพณีไหลเรือไฟ
งานประเพณี
6. สวนสาธารณะและหาดทรายทองศรีโคตรบรู
สถานท่ีท่องเท่ียวท่ีมีลกั ษณะเป็นหาดทรายนํา้ จืดสวยงามมากแหง่ หนง่ึ ในภาคอีสาน โดยจะปรากฏ
ให้เหน็ ในชว่ งฤดแู ล้งเทา่ นนั้ (อยใู่ นระหวา่ งเดือนกมุ ภาพนั ธ์-พฤษภาคมของทกุ ปี ) อย่ตู รงข้ามกบั ที่ทําการ
แขวงทา่ มว่ ง ประเทศลาว เราจะเห็นนกั ท่องเที่ยวทงั้ ชาวไทยและตา่ งประเทศ รวมถงึ ชาวนครพนมเอง
ออกมาเดนิ เลน่ ที่สวนสาธารณะและหาดทรายทองศรีโคตรบรู เป็นจํานวนมาก โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ ผ้คู นที่
ตา่ งมารอเก็บภาพดวงอาทิตย์ขนึ ้ ในชว่ งเช้า ที่ทําให้ใครตอ่ ใครตา่ งประทบั ใจจนลืมไมล่ งเลยทีเดยี ว
7. พพิ ธิ ภณั ฑ์จวนผ้วู า่ ราชการจงั หวดั นครพนม
โดดเดน่ ด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามแบบตะวนั ตก ซง่ึ ได้รับอทิ ธิพลรูปแบบการก่อสร้างจากฝร่ังเศส
เป็นตกึ 2 ชนั้ เหนือประตหู น้าตา่ งเป็นลายปนู ปัน้ สร้างด้วยอฐิ ดนิ เผาสมยั โบราณ ปัจจบุ นั ปรับปรุงให้เป็น
พพิ ธิ ภณั ฑ์ และกลายเป็นแหลง่ ทอ่ งเท่ียวทางประวตั ิศาสตร์ที่สําคญั ของจงั หวดั นครพนม
ภายในจดั แสดงนทิ รรศการท่ีบอกเลา่ เร่ืองราวในอดีตของเมืองนครพนม การเล่าที่มาของบคุ คลที่
เคยอาศยั อยู่ และประวตั ขิ องผ้วู า่ ราชการจงั หวดั ที่สร้างอาคารแหง่ นี ้ตลอดจนหลากหลายเร่ืองราวของ
ศลิ ปวฒั นธรรม รวมถงึ วิถีการใช้ชีวิตร่วมกนั ระหวา่ งคนไทย ลาว และเวียดนาม เหลา่ นีเ้ป็นภาพความทรง
จําในอดีตท่ีสวยงามที่พิพิธภณั ฑ์แหง่ นีร้ ักษาไว้ได้อยา่ งสมบรู ณ์
8. วดั นกั บญุ อนั นา หนองแสง
โบสถ์คริสต์ที่มีความเก่าแกแ่ ละสวยงามแหง่ หนงึ่ ในจงั หวดั นครพนม ตงั้ อย่บู ริเวณริมเข่ือนแมน่ ํา้ โขง
โดดเดน่ ด้วยสถาปัตยกรรมของอาคารที่สวยงามแปลกตา สร้างขนึ ้ เม่ือปี ค.ศ. 1926 โดยบาทหลวงเอดวั ร์
นําลาภ อธิการโบสถ์ ซง่ึ แตก่ ่อนด้านข้างของตวั อาคารเป็ นโบสถ์ประกอบพธิ ีทางศาสนา แตไ่ ด้ถกู ฝรั่งเศส
ทงิ ้ ระเบดิ ถลม่ ในสมยั กรณีพิพาทอินโดจีน ทําให้เกิดความเสียหาย
ตอ่ มาจงึ ทําการสร้างโบสถ์ขนึ ้ ใหมเ่ พื่อใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชาวคริสต์ ซงึ่ เม่ือถึงชว่ ง
เทศกาลสําคญั ชาวคริสตแ์ ตล่ ะชมุ ชนในจงั หวดั นครพนมจะประดษิ ฐ์ดาวรูปแบบตา่ ง ๆ แล้วแหม่ ารวมกนั ไว้
ที่น่ี วดั นกั บญุ อนั นา หนองแสง ถือเป็นมรดกทางวฒั นธรรมท่ีเก่าแก่และมีความสําคญั ทางประวตั ศิ าสตร์
ควรอนรุ ักษ์ไว้ให้ลกู หลานสืบไป
9. ถนนคนเดินนครพนม
แหลง่ ช้อปปิง้ และอาหารอร่อยริมแมน่ ํา้ โขง เมื่อเดนิ เข้ามาในตลาดจะสมั ผสั ได้ถึงบรรยากาศเมือง
นครพนมในอดีต มีร้านอาหารเก๋ ๆ ที่แวดล้อมด้วยตกึ ไม้โบราณ มีเพลงเพราะ ๆ อาหารพืน้ เมืองอร่อย ๆ
เชน่ ข้าวจ่ี อาหารเวียดนาม เป็นต้น เดนิ ชมสินค้าพืน้ เมืองนา่ รัก ๆ
นอกจากมีสินค้าให้เลือกมากมายหลากหลาย ท่ีน่ียงั มีพืน้ ที่เล็ก ๆ อยา่ ง "ลานคนเมือง นครพนม"
เป็นมมุ ไว้เช็กอนิ ถ่ายรูปเป็นที่ระลกึ สําหรับการเที่ยวนครพนมอีกด้วย รับรองว่าถ้าใครได้ลองมาเดนิ เลน่
ทอดนอ่ ง คณุ จะได้ปลดปลอ่ ยความชิลได้อยา่ งเตม็ ท่ี ยง่ิ ถ้าได้มาในชว่ งหน้าหนาว อากาศเย็น ๆ ยงิ่ ทําให้
ท่ีน่ีมีเสนห่ ์มากยิ่งขนึ ้ โดยตลาดแหง่ นีจ้ ะเปิ ดทกุ วนั ศกุ ร์-อาทติ ย์ ตงั้ แตเ่ วลา 17.30-21.30 น. ดู
รายละเอียดเพ่มิ เตมิ ได้ท่ี เฟซบ๊กุ ถนนคนเดนิ นครพนม
10. บ้านนาจอก (บ้านลงุ โฮ)
สถานท่ีทอ่ งเท่ียวทางประวตั ศิ าสตร์ ซงึ่ ครัง้ หนง่ึ สถานที่แหง่ นี ้"โฮจิมนิ ห์" อดีตประธานาธิบดี
สาธารณรัฐสงั คมนยิ มเวียดนาม ได้เข้ามาอาศยั เพื่อกอบก้เู อกราชของเวียดนาม และใช้บ้านพกั แหง่ นี ้
สําหรับตดิ ตอ่ ประสานงานวางแผน และเคล่ือนไหวในการตอ่ ส้เู พ่ือปลดปล่อยชาติ ตวั บ้านเป็ นบ้านสวน
แบบโบราณ ชนั้ เดียว มีเพียงเตยี งไม้ ชนั้ วางของ โต๊ะ เก้าอีย้ าว มีเสือ้ ผ้าวางบนชนั้ ห้องกลางมีโต๊ะ เก้าอี ้
ยาว มีประวตั ทิ า่ นโฮจมิ ินห์ มีรูปปัน้ ครึ่งตวั มีข้อมลู เร่ืองราว เก่ียวข้องกบั ประวตั ิท่ีสําคญั ของท่าน
ปัจจบุ นั ชาวตา่ งชาตโิ ดยเฉพาะชาวเวียดนามมีความสนใจเข้ามาทอ่ งเท่ียวที่นี่มากขนึ ้ ทกุ ปี เน่ืองจาก
มีความสําคญั ตอ่ หน้าประวตั ิศาสตร์และการเมืองของชาวเวียดนามทกุ คน
11. หาดแห่
เกาะกลางแมน่ ํา้ โขง อยใู่ นบริเวณบ้านนํา้ ก่ําใต้ อําเภอธาตพุ นม แวดล้อมไปด้วยววิ ทิวทศั น์ท่ี
สวยงามของสองฝั่งบ้านเรือนริมฝั่งโขง ในอดีตพืน้ ท่ีบริเวณดงั กลา่ วเคยเกิดเป็ นข้อกรณีพิพาท วา่ เกาะ
ดงั กลา่ วเป็นพืน้ ที่ของไทยหรือลาวกนั แน่ แตใ่ นท่ีสดุ ด้วยความร่วมมือร่วมใจของคนในหมบู่ ้าน ตอ่ ส้เู พ่ือ
รักษาสิทธิของตวั เอง เวลาตอ่ มาผืนดินกลางแหลง่ นํา้ นีก้ ลายเป็นแหลง่ ทอ่ งเท่ียวท่ีสําคญั อีกแหง่ หนงึ่ ของ
ไทย โดยในชว่ งฤดแู ล้งจะมีนกั ทอ่ งเท่ียวนยิ มมาเลน่ นํา้ และพกั ผอ่ นท่ีน่ีกนั เป็นจํานวนมาก และมี
ร้านอาหารที่ปรุงอาหารจากปลานํา้ โขงสด ๆ และยงั เป็นสถานท่ีจดั งานสงกรานตข์ องชาวบ้านท่ีน่ีเป็น
ประจําทกุ ปี
2. อโุ มงค์นาคราช
อีกหนง่ึ แลนด์มาร์กท่ีสําคญั ของเส้นทางจกั รยานริมแมน่ ํา้ โขง จะอยชู่ ว่ งหลงั ท่ีทําการหนว่ ยเรือรักษา
ความสงบเรียบร้อยตามลําแมน่ ํา้ โขง มีระยะทางประมาณ 307 เมตร มีลกั ษณะเป็ นอโุ มงค์เหล็ก มีผนงั
กนั้ ปลอดภยั สามารถชมทศั นียภาพที่สวยงามของลํานํา้ โขงได้กว้างไกลและสามารถข่ีจกั รยานสวนกนั ได้
สําหรับเส้นทางจกั รยานริมแมน่ ํา้ โขง จงั หวดั นครพนม เป็นโครงการท่ีสร้างขนึ ้ ตลอดแนวริมแมน่ ํา้ โขง
ตงั้ แตบ่ ริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3 (นครพนม-คํามว่ น) ไปจนถึงบริเวณวดั พระธาตพุ นม
วรมหาวิหาร ซงึ่ จะผา่ นแหลง่ ทอ่ งเท่ียวสําคญั ของจงั หวดั นครพนมอยา่ งพญาศรีสตั ตนาคราช รวมระยะทาง
ทงั้ หมดประมาณ 70 กวา่ กิโลเมตร
. ลานหนิ ผาเป้ า
ลานหนิ ผาเป้ า หรือที่ชาวบ้านเรียกกนั วา่ "ผาเป้ าภผู าแดง" จดุ ชมวิวบนเทือกเขาภพู านน้อย ตัง้ อยใู่ น
เขตอทุ ยานแหง่ ชาตภิ ผู ายล อําเภอนาแก มีลกั ษณะเป็นหน้าผาลานหนิ บริเวณกว้าง จดุ ชมววิ แหง่ นีเ้พ่ิงจะ
ถกู ค้นพบได้ไมน่ าน ความสวยงาม ณ บริเวณจดุ ชมวิวลานหนิ ผาเป้ า นนั่ คือเม่ือนกั ท่องเท่ียวทอดสายตาไป
เบอื ้ งหน้า จะมองเห็นเทือกเขาภพู านและวิวธรรมชาตขิ องป่ าเขาอนั กว้างใหญ่ มองเหน็ อา่ งเก็บนํา้ ห้วย
น้อย ห้วยโท และห้วยยาง รวมทงั้ ทะเลสาบหนองหานอยไู่ กล ๆ นอกจากนีแ้ ล้วยงั มีการสํารวจพบถํา้ หินอีก
หลายจดุ ซง่ึ นกั ทอ่ งเท่ียวสามารถเข้าเที่ยวชมและถา่ ยรูปได้
นกั ทอ่ งเท่ียวคนไหนสนใจอยากชื่นชมธรรมชาติ ณ ลานหนิ ผาเป้ า สามารถตดิ ตอ่ สอบถามได้ท่ี
สถานีควบคมุ ไฟป่ าอทุ ยานแหง่ ชาตภิ ผู ายล เพ่ืออํานวยความสะดวกในการนําท่องเท่ียว โทรศพั ท์ 089
896 348-8
14. องคพ์ ญาศรีสตั ตนาคราช
แลนด์มาร์กยอดนิยมท่ีใครไปเยือนนครพนมต้องไปสกั การะรูปปัน้ พญานาคขดหาง มี 7 เศยี ร พน่ นํา้
ได้ หลอ่ ด้วยทองเหลือง ขนาดความกว้างรวมหาง 4.49 เมตร สงู 10.90 เมตร มีความสงู จากฐาน
16.29 เมตร เศียรพญานาคหนั ไปทางทศิ เหนือ หางชีไ้ ปทางแมน่ ํา้ โขง ทกุ วนั ในเวลาพลบค่ําจะมีการเปิ ด
ไฟประดบั รอบองคพ์ ญาศรีสตั ตนาคราช และบริเวณใกล้กนั คือ ลานพนมนาคา เป็นลานคอนกรีตกว้างโลง่
เหมาะกบั การชมทศั นียภาพของแมน่ ํา้ โขง
5. อนสุ รณ์สถานประธานโฮจิมินห์
แหลง่ ท่องเท่ียวเชงิ ประวตั ศิ าสตร์และความสมั พนั ธ์อนั ดรี ะหวา่ งไทยกบั เวียดนาม ภายในบริเวณ
อนสุ รณ์สถานได้จดั สร้างอาคารสถาปัตยกรรมเวียดนามและไทยได้อย่างลงตวั มีรูปเหมือนของทา่ น
ประธานาธิบดโี ฮจิมินห์ ให้ได้เคารพสกั การะเมื่อมาถึง มีอาคารพพิ ธิ ภณั ฑ์ท่ีรวบรวมภาพและเร่ืองราวทาง
ประวตั ิศาสตร์ ความเป็นมาของเส้นทางการตอ่ ส้กู อบก้ชู าตขิ องอดีตประธานาธิบดโี ฮจมิ ินห์ รวมถงึ การ
กอ่ สร้างหนุ่ ขีผ้ งึ ้ จําลองสภาพความเป็ นอยู่ วถิ ีชีวติ ของอดีตประธานาธิบดโี ฮจมิ นิ ห์ท่ีเคยพํานกั ในพืน้ ที่บ้าน
นาจอกเม่่ือในอดีต
หรือใครอยากสวมชดุ อา๋ วหยา่ ยถ่ายรูปเป็นที่ระลกึ ก็มีให้บริการ นอกจากนีย้ งั มีอาคารจดั แสดงและ
จําหนา่ ยสินค้าที่ระลกึ เชน่ ชดุ อา๋ วหยา่ ย หมวกเวียดนาม ชาบ้านนาจอก กาแฟเวียดนาม เสือ้ ยืดที่ระลกึ
ของที่ระลกึ ตา่ ง ๆ จากเวียดนาม ฯลฯ
วดั โอกาสศรีบวั บาน ตงั้ อยรู่ ิมฝ่ังโขงเขตเทศบาลเมืองนครพนม เป็นวดั คบู่ ้านคเู่ มืองมาแตโ่ บราณ บริเวณ
กลางวดั จะมีหอประดษิ ฐานพระตวิ ้ กบั พระเทียมอยคู่ กู่ นั พระตวิ ้ จะประทบั อย่ดู ้านขวาของพระเทียม พระ
ตวิ ้ เป็นพระพทุ ธรูปปางเพชรมารวิชยั ทําด้วยไม้ตวิ ้ บทุ องคาํ ขนาดหน้าตกั กว้าง 30 เซนตเิ มตร สงู 60
เซนตเิ มตร สร้างโดยเจ้าผ้คู รองนครศรีโคตรบรู เมื่อ พ.ศ. 1328 สว่ น พระเทียม มีลกั ษณะและขนาด
เดยี วกบั พระตวิ ้ สร้างในสมยั พระเจ้าขตั ยิ วงศา และมีการสมโภชให้พระตวิ ้ พระเทียม เป็นพระคบู่ ้านคเู่ มือง
สืบมา
วดั ศรีเทพประดษิ ฐาราม ตงั้ อยใู่ นเขตอําเภอเมือง ถนนศรีเทพ เยือ้ งโรงเรียนชมุ ชนเทศบาล 3 สร้างขนึ ้ เม่ือ
พ.ศ. 2402 ภายในโบสถ์มีจิตรกรรมฝาผนงั รูปพทุ ธประวตั ทิ ่ีสวยงาม และยงั เป็นที่ประดษิ ฐาน
พระพทุ ธรูปสําคญั คือ พระแสง ตามตํานานเลา่ วา่ สร้างขึน้ พร้อมกบั พระสกุ และหลวงพอ่ พระใส (วดั โพธิ์ชยั
จงั หวดั หนองคาย) ข้าง ๆ โบสถ์มีเจดยี ์บรรจอุ ฐั ิของหลวงป่ จู นั ทร์ (พระเทพสิทธาจารย์) พระเกจอิ าจารย์ที่
ชาวนครพนมเคารพนบั ถือ ส่วนรูปปัน้ นนั้ จะอยใู่ นตกึ เทพสิทธาราม และท่ีนา่ ชมอีกอยา่ งหนงึ่ คอื อาคารท่ี
สร้างขนึ ้ ใน พ.ศ. 2464 ซง่ึ ได้รับรางวลั อนรุ ักษ์ศลิ ปสถาปัตยกรรมในด้านปชู นียสถานและวดั วาอาราม
จากสมาคมสถาปนิกสยามฯ
วดั มหาธาตุ ตงั้ อยใู่ นเขตเทศบาลเมือง ริมถนนสนุ ทรวจิ ิตร เลียบเข่ือนหน้าเมืองนครพนม วดั มหาธาตสุ ร้าง
ในปี พ.ศ. 1150 โดยพระยามหาอํามาตย์ (ป้ อม) แมท่ พั ใหญ่ที่มาจากเวียงจนั ทน์ มีพระธาตนุ ครลกั ษณะ
เป็นรูปส่ีเหล่ียมจตั รุ ัสกว้างประมาณ 5.85 เมตร สงู ประมาณ 24 เมตร เป็นปชู นียสถานสําคญั และยงั มี
โบสถ์เก่าแก่สวยงามมา
วดั นกั บญุ อนั นา หนองแสง ตงั้ อย่บู นถนนสนุ ทรวิจิตร เลียบเข่ือนหน้าเมืองนครพนม สร้างขนึ ้ เม่ือ ค.ศ.
1926 โดยคณุ พอ่ เอทวั ร์ นําลาภ อธิการโบสถ์ วดั นกั บญุ อนั นาหนองแสงนีเ้ป็ นสญั ลกั ษณ์ของเมือง
นานาชาตทิ ี่มีคนหลายเชือ้ ชาตอิ าศยั อยสู่ ถาปัตยกรรมที่สวยงามแปลกตา ในชว่ งก่อนวนั คริสต์มาส ชาว
คริสตแ์ ตล่ ะชมุ ชนจะประดษิ ฐ์ดาวรูปแบบตา่ ง ๆ แล้วแห่มารวมกนั ไว้ท่ีน่ี
วดั โพธิ์ศรี ตงั้ อยรู่ ิมถนนสนุ ทรวจิ ติ ร เลียบริมแมน่ ํา้ โขง ภายในกฎุ ิเจ้าอาวาสเป็ นท่ีประดษิ ฐานพระทอง ซง่ึ
เป็นพระพทุ ธรูปทองสําริด ปางมารวชิ ยั และเป็ นพระพทุ ธรูปโบราณสกลุ ชา่ งล้านช้าง ตรงกบั สมยั อยธุ ยา
ตอนต้น ในอดตี เคยทําพธิ ีสรงนํา้ พระทองในวนั สงกรานต์ แตม่ กั จะเกิดพายแุ ละฝนตกหนกั ทกุ ครัง้ ภายหลงั
จงึ เปล่ียนเป็นพระพทุ ธรูปองคอ์ ื่นแทน ปัจจบุ นั ทกุ วนั เพญ็ เดอื นหกจะนิมนต์มาตงั้ ไว้ท่ีหน้าโบสถ์ให้ชาวบ้าน
มาสรงนํา้ และในวนั ออกพรรษาชาวบ้านห้อมจะมาทอดปราสาทผงึ ้ ท่ีวดั นีท้ กุ ปี
พิพธิ ภณั ฑ์จวนผ้วู า่ ราชการจงั หวดั นครพนม ตงั้ อย่บู นถนนสนุ ทรวิจิตร ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม
ลกั ษณะของอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวนั ตกที่มีความสวยงาม เน่ืองจากการก่อสร้างได้รับอทิ ธิพล
จากฝรั่งเศส ชว่ งสมยั สงครามอินโด แม้จะมีอายทุ ี่เกา่ แก่มากแล้ว แตย่ งั คงรักษาสภาพและความสวยงาม
ตา่ งๆ ไว้ได้อยา่ งดี ปัจจบุ นั ได้ปรับปรุงเป็ นพิพิธภณั ฑ์ที่เลา่ เรื่องราวความเป็นมาของเมืองนครพนมได้อยา่ ง
นา่ สนใจ
สวนหลวง ร.9 จงั หวดั นครพนม ตงั้ อยใู่ นเขตเทศบาลเมืองนครพนมทางด้านทิศเหนือ สร้างขนึ ้ เพ่ือถวาย
เป็นพระราชสกั การะ เนื่องในวโรกาสเฉลมิ พระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เป็ นสวนสาธารณะท่ีสร้างขนึ ้ เพ่ือ
เป็นสถานท่ีพกั ผอ่ นหยอ่ นใจของประชาชน
เขื่อนหน้าเมืองนครพนม เป็ นสถานท่ีพกั ผอ่ นของชาวเมืองนครพนม และเป็นจดุ ชมทิวทศั น์ พระอาทิตย์ขึน้
และตกท่ีสวยงามริมแมน่ ํา้ โขง บริเวณเขื่อนหน้าเมืองนครพนมนีอ้ ยตู่ รงข้ามกบั เมืองท่าแขก แขวงคํามว่ น
ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
หาดทรายทองศรีโคตรบรู เป็ นหาดทรายนํา้ จืดท่ีสวยงามมากแหง่ หนง่ึ ในภาคอีสาน ในฤดแู ล้ง (ราวเดอื น
กมุ ภาพนั ธ์-พฤษภาคม) หาดทรายจะย่ืนออกไปกลางลํานํา้ โขง หาดทรายนีจ้ ะอยตู่ รงข้ามกบั ที่ทําการแขวง
คํามว่ น ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เหมาะสําหรับเป็นท่ีพกั ผ่อนหยอ่ นใจและชมความ
งามของธรรมชาติ
หมบู่ ้านมิตรภาพไทย - เวียดนาม หรือ บ้านนาจอก (บ้านทา่ นโฮจิมินห์) เป็นหม่บู ้านเก่าแกท่ ี่อดีต
ประธานาธิบดีสาธารณรัฐสงั คมนยิ มเวียดนาม นายโฮจิมินห์ได้เคยเข้ามาพงึ่ พระบรมโพธิสมภาร
พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั แหง่ ราชอาณาจกั รไทย เพื่อกอบก้เู อกราชของวียดนาม ระหวา่ งปี พ.ศ.
2467–2474 ผ้สู นใจเข้าชมสามารถติดตอ่ สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 4252 2430 ท่ี
หมบู่ ้านนีจ้ ะปลกู ต้นไม้รอบบ้านอย่างร่มรื่น เชน่ ต้นหมาก พลู กล้วย และชา นอกจากนีบ้ ริเวณริมถนนยงั มี
ร้านก๋วยเตี๋ยวและอาหารเวียดนามขายอีกด้วย การเดนิ ทาง ตามทางหลวงหมายเลข 22 เส้นนครพนม-
สกลนคร บริเวณกิโลเมตรที่ 2
อทุ ยานแหง่ ชาตภิ ลู งั กา อทุ ยานแหง่ ชาตภิ ลู งั กาครอบคลมุ พืน้ ที่ของตําบลไผล้อม อําเภอบ้านแพง จงั หวดั
นครพนม และอําเภอเซกา จงั หวดั หนองคาย มีเนือ้ ที่ประมาณ 31,250 ไร่ มีลกั ษณะเป็นภเู ขาทบั ซ้อนกนั
3 ลกู สลบั ด้วยเทือกเขาขนาดเลก็ สลบั ซบั ซ้อนทอดยาวตามแนวลํานํา้ โขง สภาพโดยทวั่ ไปเป็นป่ าดงดบิ
แล้ง ป่ าเบญจพรรณและป่ าเตง็ รังที่สมบรู ณ์มีสตั ว์ป่ าชกุ ชมุ เป็นต้นกําเนิดของนํา้ ตก และลําธารใหญ่น้อย
หลายสาย ชว่ งฤดทู อ่ งเท่ียวระหวา่ งเดอื นพฤษภาคม-ตลุ าคม เป็นช่วงที่มีดอกไม้ กล้วยไม้ป่ าและรองเท้า
นารีบานสะพร่ัง บนยอดภลู งั กา
สถานที่นา่ สนใจภายในเขตอทุ ยานฯ ได้แก่
นํา้ ตกตาดขาม เป็นนํา้ ตกท่ีไหลเป็นชนั้ ๆ จํานวน 4 ชนั้ เฉพาะชนั้ สดุ ท้ายจะมีแอง่ นํา้ ขงั ตลอดปี สภาพ
โดยรอบร่มร่ืน และมีลานหนิ เลก็ ๆ เหมาะสําหรับพกั ผ่อน
นํา้ ตกตาดโพธ์ิ มีกําเนดิ จากเทือกเขาภลู งั กา นํา้ ตกมีลกั ษณะสวยงามไมน่ ้อยกวา่ นํา้ ตกตาดขาม เป็นนํา้ ตก
ท่ีไหลเป็นชนั้ จํานวน 4 ชนั้ แตล่ ะชนั้ สงู ไมน่ ้อยกวา่ 10 เมตร ชนั้ ท่ี 2 สงู ถึง 30 เมตร การเดนิ ทาง ใช้
เส้นทางหลวงหมายเลข 212 จากนครพนมแล้วเลีย้ วซ้ายบริเวณกิโลเมตรท่ี 214 เข้าไปประมาณ 3
กิโลเมตร หา่ งจากนํา้ ตกตาดขาม ประมาณ 4 กิโลเมตร ทางอทุ ยานฯ มี เส้นทางศกึ ษาธรรมชาติ ภลู งั กา 3
เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางแรก เส้นทางสายนํา้ ตกตาดโพธ์ิ-ถํา้ ยา ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลา
เดนิ ทางประมาณ 1.30 ชว่ั โมง เส้นทางท่ีสอง เส้นทางสายนํา้ ตกตาดโพธิ์-ผางอย ระยะทาง 1.8
กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดนิ ทางประมาณ 1.30-2.00 ชว่ั โมง จดุ เดน่ ของเส้นนีค้ ือ บนผางอย สามารถชม
วิวของพืน้ ท่ีอําเภอบ้านแพง และสายนํา้ โขงได้ และ เส้นทางที่สาม เส้นนํา้ ตกตาดโพธิ์-เจดยี ์กองข้าวศรีบญุ
เนาว์ ใช้ระยะเวลา 2 วนั 1 คนื เส้นนีน้ กั ท่องเท่ียวควรเตรียมเตน็ ท์และเคร่ืองนอนมาด้วย สว่ นอาหาร
สามารถท่ีจะตกลงกบั เจ้าหน้าที่นําทางเพ่ือท่ีจะเตรียมอาหารไว้ให้ จดุ เดน่ ของเส้นนีค้ ือจะได้ชมดอกไม้ป่ า
กล้วยไม้ป่ า ผีเสือ้ และนกหลายชนิด บนยอดภลู งั กายงั มี เจดีย์กองข้าวศรีบญุ เนาว์ มีลกั ษณะเป็นลานหนิ
คล้ายกองข้าวนํามากองไว้ ซึ่งเป็นจดุ สงู สดุ ของภลู งั กาและเป็นการพิชิตยอดภลู งั กาอีกด้วย และยงั เป็นจดุ
ชมววิ พระอาทิตย์ขนึ ้ และพระอาทติ ย์ตกท่ีสวยงาม (สําหรับนกั ท่องเที่ยวที่ขนึ ้ ยอดภลู งั กาต้องตดิ ตอ่
เจ้าหน้าที่นําทาง และลกู หาบ ที่ที่ทําการอทุ ยานฯ ลว่ งหน้าอยา่ งน้อย 7 วนั )
สถานท่ีพกั อทุ ยานฯ ภลู งั กา มีเตน็ ท์ไว้สําหรับนกั ทอ่ งเที่ยว พกั ได้ 2-6 คน และมีสถานท่ีกางเตน็ ท์ไว้
สําหรับนกั ทอ่ งเท่ียวท่ีนําเตน็ ท์มาเอง สอบถามข้อมลู เพม่ิ เตมิ ได้ที่ โทร. 08 1965 7853
การเดนิ ทาง รถยนต์ จากตวั เมืองนครพนมใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 212 เส้นนครพนม-บ้านแพง
ระยะทางประมาณ 105 กิโลเมตร และเลีย้ วซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 220 หา่ งจากตวั อําเภอบ้านแพง
ประมาณ 6 กิโลเมตร รถโดยสารประจําทาง มีรถออกจากสถานีขนสง่ หมอชติ 2 ถนนกําแพงเพชร สาย
กรุงเทพฯ-บ้านแพง มาลงที่ตวั อําเภอบ้านแพงแล้วนงั่ รถมอเตอร์ไซตร์ ับจ้างมาที่อทุ ยานฯ ภลู งั กา
เรณนู คร เรณนู ครเป็นถ่ินที่อยขู่ องชาวผ้ไู ทย ซง่ึ ยงั คงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถ่ินไว้เป็นอยา่ งดี
อาทิ ธรรมเนียมการต้อนรับด้วยการบายศรีสขู่ วญั การเลีย้ งอาหารแบบพาแลง การชวนดดู อุ (ชวนกนั ไปดม่ื
เหล้าหมกั ท่ีอยใู่ นไห) การฟ้ อนรําผ้ไู ทย นอกจากนีย้ งั มีร้านจําหนา่ ยสินค้าพืน้ เมืองและของที่ระลกึ ตา่ ง ๆ ไว้
บริการนกั ท่องเท่ียวและประชาชนจากจงั หวดั ใกล้เคยี งอีกมากมาย โดยเฉพาะบริเวณวดั พระธาตเุ รณู และ
ตลาดอําเภอเรณนู คร การฟ้ อนผ้ไู ทยนบั เป็นการแสดงศลิ ปะและวฒั นธรรมแบบพืน้ เมืองอยา่ งหนง่ึ ของชาว
ผ้ไู ทยที่ได้รับการถ่ายทอดกนั มาเป็นเวลาช้านาน จากบรรพบรุ ุษของชาวเผา่ ผ้ไู ทย ในสมยั ก่อนเรียกการ
ฟ้ อนรําแบบนีว้ ่า “ฟ้ อนละครไทย” เป็นการแสดงออกให้เหน็ ถึงความสามคั คใี นหมคู่ ณะเดียวกนั โดยการ
จบั กลมุ่ เลน่ ฟ้ อนรํากนั อยา่ งสนกุ สนานในงานเทศกาลเดือนห้าและเดอื นหก ซง่ึ จะมีประเพณีบญุ บงั้ ไฟและ
มีการเฉลิมฉลองเพ่ือนมสั การองคพ์ ระธาตเุ รณู ในการฟ้ อนรําสมยั ก่อนนนั้ เป็นการฟ้ อนรําตามความถนดั
และความสามารถ ความชํานาญของแตล่ ะบคุ คล ไมไ่ ด้เน้นความเป็นระเบียบหรือความพร้อมเพรียงกนั
แตเ่ น้นลีลาทา่ ฟ้ อนรําตา่ ง ๆ ท่ีแสดงออกมา สว่ นมากเป็นผ้ชู ายล้วน ๆ จบั กลมุ่ ฟ้ อนรํากนั เพ่ืออวดสาว ๆ
ปัจจบุ นั เป็ นการฟ้ อนรําของหญิงชายคกู่ นั โดยยึดการรําแบบดงั้ เดมิ เป็นหลกั นบั เป็นศลิ ปะที่สวยงาม
ละเอียดออ่ นหาดไู ด้ยากยิง่ ในปัจจบุ นั การเดนิ ทาง อยหู่ า่ งจากพระธาตพุ นม 15 กิโลเมตร และหา่ งจากตวั
จงั หวดั นครพนมไปทางใต้ 51 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 212 ถงึ ประมาณกิโลเมตรท่ี 44
เลีย้ วขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 2031 อีกประมาณ 7 กิโลเมตร ทางลาดยางตลอด
พระธาตเุ รณู ประดษิ ฐานอย่วู ดั ธาตเุ รณู ณ บ้านเรณนู คร องคพ์ ระธาตจุ ําลองมาจากองคพ์ ระธาตพุ นมองค์
เดมิ แตม่ ีขนาดเล็กกวา่ สร้างเม่ือปี พ.ศ. 2461 โดยพระอปุ ัชฌาย์อินภมู โิ ย สงู 35 เมตร กว้าง 8.37
เมตร มีซุ้มประตู 4 ด้าน ภายในเป็นโพรงบรรจพุ ระไตรปิ ฎก พระพทุ ธรูปทองคํา พระพทุ ธรูปเงิน ของมีคา่
และเคร่ืองกกธุ ภณั ฑ์ของพระยาและเจ้าเมือง นอกจากนีภ้ ายในโบสถ์ยงั ประดษิ ฐานพระองค์แสน ซงึ่ เป็ น
พระพทุ ธรูปทองคาํ ศลิ ปะแบบลาว ปางสมาธิ พระคบู่ ้านของอําเภอเรณนู คร มีพทุ ธลกั ษณะสวยงามมาก
การเดนิ ทาง จากสถานีขนสง่ มีรถสองแถวประจําทางไปพระธาตเุ รณนู คร อตั ราคา่ โดยสารคนละประมาณ
พระธาตศุ รีคณุ ห่างจากอําเภอธาตพุ นมตามเส้นทางหลวงหมายเลข 212 ประมาณ 7 กิโลเมตร แล้ว
เลีย้ วขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 223 ประมาณ 20 กิโลเมตร ถึงอําเภอนาแก และเลีย้ วซ้ายถึงวดั
พระธาตศุ รีคณุ เป็นที่ประดษิ ฐานพระธาตศุ รีคณุ ซง่ึ เป็ นปชู นียสถานคบู่ ้านคเู่ มืองของชาวอําเภอนาแก
ลกั ษณะสว่ นบนของพระธาตคุ ล้ายพระธาตพุ นม ตา่ งกนั ตรงท่ีชนั้ ท่ี 1 มี 2 ตอน เป็นรูปส่ีเหลี่ยม ประดบั
ลวดลายปนู ปัน้ และชนั้ ที่ 2 สนั้ กวา่ พระธาตพุ นม
วดั ภถู ํา้ พระ อยหู่ า่ งจากบ้านนาแกน้อยไปประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นท่ีประดษิ ฐานเจดีย์ปราสาททอง บรรจุ
พระบรมสารีริกธาตขุ องพระพทุ ธเจ้า และพระอรหนั ต์ เดิมเป็นวดั ที่พระอาจารย์มนั่ ภูริทตั ตะเถระ ใช้เป็ นที่
ปฏิบตั ธิ ุดงคก์ รรมฐาน
ดานสาวคอย ตงั้ อยบู่ ริเวณวดั ภพู านอดุ มธรรม บนเทือกเขาภพู าน หา่ งจากอําเภอนาแกประมาณ 6
กิโลเมตร (เข้าทางเดียวกบั มหาวทิ ยาลยั รามคําแหง นครพนม) การเดินทางขนึ ้ ไปควรใช้รถขบั เคลื่อนส่ีล้อ
เพราะทางขนึ ้ ขรุขระเป็นหลมุ เป็นบอ่ พืน้ ที่สว่ นใหญ่ของดานสาวคอย (คําวา่ ดาน ในภาษาอีสานหมายถงึ
ลาน) เป็นลานหินเรียบ มีต้นไม้เบญจพรรณขนึ ้ ประปราย เมื่อขนึ ้ ถงึ ลานหินนีแ้ ล้วสามารถมองเห็นยอดพระ
ธาตพุ นม ความเป็นมาของสถานท่ีแหง่ นีเ้น่ืองมาจากหน่มุ สาวชาวบ้านสมยั ก่อนเวลาจะไปหาของป่ าจะนดั
หมายมาคอยกนั ที่ลานหนิ นีเ้ป็นประจํา หรือมาเท่ียวชมความงามโดยฝ่ ายสาวจะมาเป็นผ้คู อย จงึ ได้ชื่อวา่
“ดานสาวคอย”
วดั พระธาตมุ หาชยั ประดิษฐานอย่บู ้านมหาชยั ตําบลมหาชยั องค์พระธาตสุ งู 37 เมตร เป็ นปชู นียสถานที่
สําคญั ย่งิ แหง่ หนง่ึ เพราะเป็ นท่ีบรรจพุ ระบรมสารีริกธาตแุ ละพระอรหนั ตส์ ารีริกธาตุ ภายในพระอโุ บสถ
นอกจากพระประธานคอื พระพทุ ธไชยสิทธิ์แล้วยงั มีพระพทุ ธรูปปางห้ามญาตสิ ลกั จากไม้ต้นสะเดาหวานท่ี
ใหญ่ที่สดุ ในประเทศไทย และภาพเขียนบนฝาผนงั อโุ บสถแสดงพทุ ธประวตั ิ มีลวดลายศลิ ปกรรมท่ีงดงาม
มากในภาคอีสาน พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชนิ ีนาถ ได้เสดจ็ พระราช
ดาํ เนินทรงประกอบพิธีบรรจพุ ระบรมสารีริกธาตไุ ว้ท่ีพระธาตมุ หาชยั เมื่อวนั ท่ี 25 พฤษภาคม พ.ศ.
2518 ตรงกบั วนั ขนึ ้ 15 ค่ํา เดือน 6 ซง่ึ เป็นวนั วิสาขบชู า และท่ีวดั นีย้ งั เคยเป็นท่ีจําพรรษาของพระสนุ ทร
ธรรมากร (หลวงป่ คู ําพนั ธ์ โฆสปัญโญ) พระเกจิอาจารย์สายวปิ ัสสนาท่ีสําคญั องค์หนง่ึ ซงึ่ เป็นที่เคารพนบั
ถือของชาวนครพนมและชาวอีสานทวั่ ไป การเดนิ ทาง หา่ งจากตวั จงั หวดั ประมาณ 39 กิโลเมตร ตาม
เส้นทางสายนครพนม-สกลนคร ทางหลวงหมายเลข 22 (กิโลเมตรท่ี 201-202 เลีย้ วซ้ายเข้าวดั อีก 2
กิโลเมตร
• อําเภอนาหว้า
งานนมสั การพระธาตพุ นม กําหนดจดั ขนึ ้ ในวนั ขนึ ้ 10 คํ่าถงึ วนั แรม 1 คํา่ เดอื น 3 ของทกุ ปี ซงึ่
ถือเป็นงานประเพณีท่ียงิ่ ใหญ่และสําคญั ยงิ่ ของชาว นครพนมและจงั หวดั ใกล้เคยี ง
ประเพณีการไหลเรือไฟ จดั ขนึ ้ ในวนั ออกพรรษาของทกุ ปี คือ ขนึ ้ 15 คํ่า เดือน 11 การไหลเรือไฟ
ถือเป็นการบชู าเทพเจ้า ในวนั ที่พระพทุ ธเจ้า เสดจ็ มาจากเทวโลก วนั นีเ้รียกวา่ “วนั พระเจ้าเปิดโลก” การ
ไหลเรือไฟคอื การสกั การบชู าอยา่ งหนง่ึ เดมิ เรือไฟทําด้วยทอ่ นกล้วย หรือไม้ไผต่ อ่ เป็นลําเรือ ภายในบรรจุ
ขนมข้าวต้มมดั หรือสงิ่ ของท่ีต้องการบริจาค ข้างนอกเรือมีดอกไม้ธูปเทียน ตะเกียง และขีไ้ ต้ สําหรับจดุ ให้
ประเพณีแสกเต้นสาก เป็นประเพณีของชนเผา่ แสก ที่อาศยั อยใู่ นหมบู่ ้านอาจสามารถ อําเภอเมือง
หา่ งจากตวั เมืองประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นการเต้นบวงสรวงเจ้าท่ี เต้นกนั เป็ นประจําทกุ ปี ในเดือน 3 ขนึ ้
2 คํ่า
การฟ้ อนผ้ไู ทย เป็นการแสดงออกให้เห็นถงึ ความสามคั คีในหมคู่ ณะเดียวกนั โดยจะฟ้ อนในงาน
เทศกาลเดอื น 5 และเดือน 6 สมยั ก่อนจะฟ้ อนกนั ตามความถนดั และความสามารถแตล่ ะบคุ คล ไมไ่ ด้
เน้นความเป็นระเบียบหรือความพร้อมเพรียง แตเ่ น้นลีลาการฟ้ อนรําของชายหญิงคกู่ นั ยดึ การรําแบบ
ดงั้ เดมิ เป็นหลกั นบั เป็นศลิ ปะ ที่สวยงามหาชมได้ยากในปัจจบุ นั นอกจากนีช้ าวผ้ไู ทยยงั มีการต้อนรับด้วย
การบายศรี สขู่ วญั การเลีย้ งอาหารแบบพาแลง การชวนดดู อุ
โซท่ งั่ บงั้ เป็นประเพณีของชาวโซ่ (โส้) เป็นชนเผา่ หนง่ึ คลํา้ กวา่ ชาวอีสานทว่ั ไป มีภาษาเป็นของ
ตนเอง การเต้นโซท่ ง่ั บงั้ เป็นการรําในงานศพเพื่อสง่ วิญญาณผ้ตู ายให้ไปสขุ สบายในชาตหิ น้า การรํามีทงั้
ชายและหญิง โดยสว่ นใหญ่มีอยทู่ ี่อําเภอโพนสวรรค์
การแขง่ เรือ (สว่ งเฮือ) เป็นประเพณีท่ีปฏิบตั สิ ืบทอดกนั มาช้านาน โดยจดั ขนึ ้ ระหวา่ งงานบญุ ออก
พรรษามีความมงุ่ หมายให้ชาวบ้านได้สนกุ สนานร่วมกนั ก่อให้เกิดความสามคั คีความเสียสละ และเป็นการ
เชื่อมความสมั พนั ธ์ระหวา่ งประชาชนชาวลาวและชาวไทย จดั ขนึ ้ ในลํานํา้ โขง บริเวณหน้าเขื่อนนครพนม มี
ระยะทางแขง่ ขนั 3 กิโลเมตร ในร่องนํา้ ที่ไหลเช่ียวยากลําบากมากในการแขง่ ขนั ดงั นนั้ จงึ อาจกลา่ วได้วา่ ผู้
ชนะคอื ผ้เู กง่ ที่สดุ ในแถบลมุ่ นํา้ โขง