อาจารย์เอกบุญท่รี กั มาก ๔๙
เพราะเขา้ ใจกองบรรณาธกิ ารวา่ คงตอ้ งเลือกคนในแวดวงที่ทางานใกลช้ ิดกบั อาจารยเ์ อก
ซึง่ ก็มีมากมาย และคงจะตอ้ งเลือกเรอ่ื งราวสาคญั ๆ ของนกั กฎหมายมหาชนมาบนั ทกึ
ในวันต่อมา คือ วันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ คุณรุ่งทิพย์ สร้อยทอง
โทรมาบอกวา่ กองบรรณาธิการอยากใหเ้ ขียนบทราลึกเพ่ืออาจารยเ์ อก ผู้เขียนอยาก
บอกว่า รู้สึกดีใจมาก ในที่สุด ก็ได้เขียนเรื่องของอาจารย์เอกท่ีรักแล้วล่ะ จึงบอก
คุณรุ่งทิพย์ว่า ขอเวลาคิดสักเดือน บทราลึกนั้นไม่ควรเกินสองหรือสามหนา้ ผู้เขียน
เข้าใจดีว่า บทราลึกในหนังสือท่ีออกในโอกาส ๖๐ ปีของใครคนหน่ึงควรมีมุม
ความคิดและความรู้สึกท่ีแนบแน่นระหว่างคนเขียนและคนที่ราลึกถึง สาหรับ
การเขยี นบทราลึกเพ่อื อาจารยเ์ อก ผเู้ ขียนคดิ ออกหลายเร่อื งหลายมุมทเี ดยี ว ในที่สุด
ก็ขอเลือกเร่ืองสาคัญของเราสองคน กล่าวคือ อาจารย์เอกและอาจารย์แหวว
ซ่ึงเก่ียวข้องกับประวัติศาสตร์วิชาการที่งดงามของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์
เรือ่ งแรก เปน็ เร่อื งของการสนทนาทางวิชาการในประเดน็ ความสมั พันธ์
ร ะห ว่ าง ก ฎ ห ม าย ป ก ค ร อ ง แล ะ ก ฎ ห ม าย ร ะ ห ว่ างป ร ะเท ศแ ผ น ก คดี บุ ค ค ล
ผ่านวิทยานิพนธ์ของ ดร.อารยา กิตติเวช เป็นเรื่องท่ีเริ่มต้นระหว่างผู้เขียนและ
อาจารย์เอกในราว พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่ง “คุณแก้ว” หรือ ดร.อารยา กิตติเวช เร่ิมต้น
ขอหารือเรื่องของสัญญาภาครฐั (State Contract) ในการค้าการลงทนุ ระหวา่ งประเทศ
เพ่ือท่ีจะเตรียมเสนอหัวข้อวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาเอกต่อคณะนิติศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เธอผู้นีส้ นใจเรอื่ งนเ้ี พราะเธอทาวิทยานพิ นธ์ด้านกฎหมาย
ระหวา่ งประเทศแผนกคดบี คุ คลกบั ผเู้ ขียน และเมอื่ จบ ก็ไปทางานการทา่ อากาศยาน
แห่งประเทศไทย จงึ ต้องการทางานเกีย่ วกบั สัญญาภาครัฐ ซง่ึ มลี ักษณะระหว่างประเทศ
และเม่ืออยากทาปรญิ ญาเอก เธอกอ็ ยากทาเรอ่ื งราวทเ่ี ปน็ ประโยชน์ต่องานท่ที าอยู่
เมื่อคุณแก้วเตรียมความคิดเพ่ือเสนอสอบหัวข้อวิทยานิพนธ์ในระดับ
ปริญญาเอก ผู้เขียนจึงต้องเริ่มต้นหารือใครสักคนอย่างจริงจังถึงเรื่องของสัญญา
ภาครฐั ในรปู แบบต่าง ๆ ผูเ้ ขียนเรียนกฎหมายระหว่างประเทศ จึงไมม่ ีความแมน่ ยา
ในกฎหมายปกครอง เวลาติดขดั ในความคดิ ท่ีจะเอาไปแนะนาคุณอารยา กต็ ้องวิง่ ไป
หาใครสักคนเพ่ือขอความรู้ ซ่ึงในที่สุด เพื่อนความคิดในช่วงเวลาน้ันมี ๒ คน
กล่าวคอื ศาสตราจารย์คมั ภรี ์ แก้วเจรญิ และ อาจารย์เอกน่นั เอง
โดยทั่วไป แม้ก่อน พ.ศ. ๒๕๔๔ ผู้เขียนก็มีพ้ืนที่ทางความคิดท่ีจะ
แลกเปลี่ยนกบั อาจารย์เอกอยตู่ ลอดเวลา แต่พอมาถงึ ความจาเปน็ ท่ีจะตอ้ งชัดเจนใน
ความสมั พันธ์ระหวา่ งกฎหมายปกครองและกฎหมายระหวา่ งประเทศแผนกคดีบุคคล
๕๐ ผลกึ ความคิด ชีวิตเอกบุญ
ผู้เขียนก็มีความจาเป็นต้องซักซ้อมความคิดกับอาจารย์เอกมากข้ึน ผู้เขียนยังเห็น
ภาพจาในสมองว่า เราคุยกันหลายหนกลางลานจอดรถ หรอื ริมระเบียงช้ัน ๔ และ
ในท่ีสุด อาจารย์เอกก็ต้องลงมาช่วยทาหน้าท่ีกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ให้ในราว
พ.ศ. ๒๕๔๘ วทิ ยานิพนธข์ องคุณแก้วเสร็จลงใน พ.ศ. ๒๕๕๐ ส่ิงทน่ี ่าประทับใจมาก
ก็คือ ความรู้สึกดีระหว่างเราสามคน กล่าวคือ ผู้เขียน อาจารย์เอก และคุณแก้ว
ดาเนินมาจนถึงปจั จุบัน รวมเป็นเวลากวา่ ๑๕ ปี และคงดาเนินต่อไปเรือ่ ย ๆ ละ่ มังนะ
อย่างนอ้ ย เราสองคนทราบดวี ่า ทุกปีใหม่ คุณแกว้ ก็จะมาสวัสดีปีใหม่กบั ผู้เขียนและ
อาจารยเ์ อก เวลาดังกล่าวจงึ เปน็ เวลาสขุ ใจของเราสามคน
เร่ืองที่สอง เป็นเรื่องของการสนทนาทางวิชาการเร่ืองความสัมพันธ์
ร ะห ว่ า ง ก ฎ ห ม า ย ป ก ค ร อ ง แ ล ะ ก ฎ ห ม า ย ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะเท ศแ ผ น ก คดี บุ ค ค ล
ผ่านงานวจิ ัยเพ่ือการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่คนไร้รัฐไร้สัญชาติ ดังท่ี
กล่าวแล้วว่า เมื่อผู้เขียนไม่แม่นยาในกฎหมายปกครอง แต่เมื่อต้องมาศึกษาเรื่อง
การรบั รองสถานะบุคคลตามกฎหมายใหแ้ ก่คนตกหล่นจากทะเบียนราษฎรหรอื คนถกู
บนั ทึกผดิ ในทะเบียนราษฎรจนไรร้ ฐั ไรส้ ัญชาติ ซ่ึงเป็นเร่ืองของกฎหมายการทะเบยี น
ราษฎรและกฎหมายสัญชาติ เมื่อเร่ืองท้ังสองเป็นกฎหมายปกครองอย่างแน่แท้
ผู้เขียนจึงต้องวงิ่ หาคนช่วยสร้างความแมน่ ยาในกฎหมายปกครองใหอ้ กี แล้ว และคนท่ี
ไดย้ ินคาบ่นของผู้เขียนบ่อยมาก กน็ ่าจะเปน็ อาจารยเ์ อก ผ้เู ขยี นร้สู ึกขอบใจอาจารย์
เอกเสมอมาท่ีท่านรบั ฟัง และพยายามแลกเปล่ียน ก็มีคนที่เขาขี้เกียจฟังผู้เขียนบ่น
เหมือนกัน ไม่ยอมแลกเปล่ียนด้วย แต่สาหรับอาจารย์เอกนั้น ผู้เขียนไม่เคยสัมผัส
ความข้ีเกียจฟัง เมื่อมานึกย้อนหลัง ผู้เขียนก็ออกเกรงใจ หลายมุมความคิดท่ีได้รับ
จากอาจารย์เอก ผู้เขียนก็มีโอกาสนาไปใช้ในการปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยการรับรอง
สถานะบุคคลตามกฎหมาย และทางานชว่ ยเหลอื ทางกฎหมายจนสาเรจ็
ในท้ายที่สุดของบทราลึกนี้ ผู้เขียนก็ขอกล่าวขอบคุณอาจารย์เอก ด้วยว่า
ท่านมีความเอ้ืออาทรต่อผู้เขียนอย่างมาก ผู้เขียนยังจาได้ในหลายเรื่อง เล็กบ้าง
ใหญ่บ้าง ตามแต่ธรรมชาติของงานท่ีทาให้ต้องคุยกันทากัน พี่แหววขอให้เอก
มีความสุข มีสุขภาพดี และประสบความสาเร็จในสิ่งที่อยากทาทุกอย่าง ขอบคุณ
ในนาใจดีท่ีมใี ห้พ่ีแหวว โดยเฉพาะการช่วยคิดเชื่อมกฎหมายปกครองและกฎหมาย
ระหว่างประเทศแผนกคดีบคุ คล ดงั ๒ เรือ่ งที่เอามาราลกึ ถึง
รองศาสตราจารย์ ดร.พันธทุ์ พิ ย์ กาญจนะจติ รา สายสุนทร
คณะนติ ิศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
เอกบุญเพื่อนผม ๕๑
เอกบุญเพือ่ นผม
อาจารย์เอกบุญเข้าเรียนท่ีคณะนติ ิศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เม่อื ปี
พ.ศ. ๒๕๒๑ รนุ่ เดียวกับผม ศาสตราจารย์ ดร. สรุ พล นติ ิไกรพจน์ และศาสตราจารย์
ดร. ศนันท์กรณ์ โสตถิพันธุ์ อาจารย์เอกบุญกับผมจะสนิทกันมากกว่าอีก ๒ คน
เพราะ ๒ คนนนั้ เป็นทีมชาติ เข้าใจว่าเข้าเรียนในห้องเรยี นทุกวชิ าและได้เกียรตินิยม
ลาดับต้น ๆ ของคณะ ส่วนผมกับอาจารย์เอกบุญก็เป็นนักเรียนนอก คืออยู่นอก
ห้องเรยี นตลอด ไม่เคยได้เข้าเรยี นในหอ้ งเรยี นเลย อาจารย์เอกบญุ ไปเลน่ กตี าร์สงั กัด
วงเพื่อชีวิต ส่วนผมก็ไปเตร็ดเตร่แถวตึกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ชีวติ การเรียนเลยลมุ่ ๆ ดอน ๆ ได้บ้างตกบา้ งตามอตั ภาพ
วิธีการเรียนของอาจารย์เอกบุญและผมทาให้เราได้ใกลช้ ิดกัน เมื่ออาจารย์
สอนในห้อง เราไม่เข้าเรียน เราก็ต้องใช้วิธีเรียนนอกห้อง สมัยนั้นมีนักเรียนนอก
จานวนมาก เมื่อใกลส้ อบ เราก็มักรวมกลมุ่ กันเชิญอาจารยท์ ่ีใจดี เชน่ ศาสตราจารย์
แสวง บุญเฉลิมวิภาส มาติวให้ ลดหล่ันลงมาหน่อยก็เชิญรุ่นพี่ เช่น ท่านสมชัย
วฒั นการณุ นิติศาสตร์รุ่น ๒๕๑๘ ที่ปัจจุบันเป็นตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครอง
สงู สุดมาช่วยติว แต่ทเ่ี รารบกวนมากหน่อยก็เห็นจะเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันที่ชื่อสุรพล
ที่เราชวนมาติวพวกเราอย่างสม่าเสมอ หลังจากติวเสร็จ ทบทวนกันเองท่ีบ้านแล้ว
กอ่ นวันสอบ พวกเรากม็ ักจะชวนกนั ไปค้างบา้ นเพื่อนคนใดคนหน่ึง เพือ่ ดูหนงั สือกันต่อ
กลางคืนก็ไม่หลบั ไม่นอน อ่านไปเรือ่ ย ๆ จนหมดแรง เช้าจงึ วง่ิ ไปสอบที่คณะ ทากัน
อย่างน้ีเกือบทุกวิชา
ปี ๒ เทอมแรกท่เี ราเข้าเรียนในคณะ อาจารยเ์ อกบุญกบั ผมจงึ ตกหลายวชิ า
มีอยู่วิชาหนึ่งที่คะแนนเราตา่ มาก ช่ือวิชากฎหมายแพ่ง : หลักท่ัวไป แต่เราเรียกว่า
กฎหมายแพ่ง : หลักท่ัวโลกที่สอนโดยศาสตราจารย์ ดร. ปรีดี เกษมทรัพย์ ครอบคลุม
ไปต้ังแต่กรกี โรมัน องั กฤษ เยอรมนั ฯลฯ เรา ๒ คนไม่ไดเ้ ข้าเรียนจึงไม่รู้จักชื่อเสยี ง
อะไรของอาจารย์ เม่ือเจอหน้ากัน เรา ๒ คนกเ็ ข้าข่ายกินดีหมีหัวใจเสือ ชวนกันไป
พบอาจารยป์ รดี ที ่ชี น้ั ๒ ตกึ คณะนติ ศิ าสตร์ฝงั่ ตดิ สนามฟุตบอลเพ่อื ขอแนวทางในการ
ตอบข้อสอบ จะได้ดูหนังสือเพื่อสอบซ่อมต่อไป อาจารย์ใจดีมากและให้พวกเรา
ซักถามได้อยู่นานทีเดียว คาถามหนึ่งท่ีเราถามและผมจาได้ดีคือ เราถามเร่ือง jus
strictum และ jus aequum วา่ สาคัญมัย้ ต้องดมู ัย้ อาจารยป์ รดี ที าทา่ ประหลาดใจ
แต่ก็ตอบพวกเราด้วยน้าเสียง ออื ๆ ทานองว่าสาคัญซิ แต่ที่พวกเราแปลกใจมากคือ
๕๒ ผลึกความคิด ชีวิตเอกบุญ
คาถามทอี่ าจารย์ปรีดถี ามกลับมา โดยอาจารย์ถามวา่ เราใช้ปากกายห่ี อ้ อะไรเขยี นตอบ
อาจารย์เอกบุญกับผมออกมาจากหอ้ งอาจารยป์ รีดีโดยไม่ได้อะไรมากนกั แต่กร็ ้สู ึกว่า
จะต้องไปอ่านหนังสือมากข้ึน หลายวันหลังจากนั้น เราสองคนไปถามเพื่อนคนอ่ืน
กไ็ ด้ความว่า ทเี่ ราไปถามน้ันเข้าลกั ษณะจุดไต้ตาตอเพราะเป็นเรื่องที่สาคัญมากและ
อาจารยป์ รีดีบอกในห้องเรียนวา่ ใหข้ ดี เสน้ ใตต้ รงทีเ่ ราถาม ๕๐๐ เส้นเลยทเี ดียว
เม่ืออาจารย์เอกบุญและผมจบปริญญาตรีที่คณะนิติศาสตร์แล้ว เราก็สอบ
เข้าเรยี นต่อปริญญาโทในสาขากฎหมายมหาชนที่คณะดว้ ย ผมเข้าเรียนก่อนอาจารย์
เอกบญุ ๒ ปี ตอนนน้ั เรียนกันไม่กีค่ น เช่น รุ่นผมมแี ค่ ๕ คน นอกจากผม ศาสตราจารย์
ดร. สุรพล นิติไกรพจน์ ศาสตราจารย์ ดร. สุนทร มณีสวัสดิ์ ท่านสุชาติ ศรีวรกร
(อธบิ ดศี าลปกครองกลาง) แล้ว ยังมีพีแ่ มวรุ่นพี่ผม ๑ ปีที่ผมจาช่อื จรงิ ไมไ่ ด้อีกคนหนึ่ง
พวกเราได้เป็นลูกศิษย์ของ ศาสตราจารย์ ดร. อมร จันทรสมบรู ณ์ และศาสตราจารย์
ดร.ชาญชัย แสวงศักดิ์ ในวิชากฎหมายปกครองช้ันสูง ศาสตราจารย์ไพโรจน์ ชัยนาม
วิชากฎหมายรัฐธรรมนูญช้นั สงู ศาสตราจารย์ ดร. ประชุม โฉมฉาย ในวชิ ากฎหมาย
การคลังชั้นสูง ศาสตราจารย์ ดร. ปรีดี เกษมทรัพย์ ในวิชานิติปรัชญา หลักสูตร
ปริญญาโทของคณะนิติศาสตร์ตอนนั้นเป็นหลกั สูตรเก่าจบยากมาก อาจารย์ปรีดีซ่ึง
เปน็ คนวางหลักสูตรต้องการเคี่ยวให้คนจบไดต้ ้องเกง่ และมคี วามรู้รอบดา้ นจริง ๆ เราจึง
ต้องเรยี นวิชาเพม่ิ ได้แกว่ ชิ าปรชั ญากับ ศาสตราจารย์กีรติ บญุ เจอื วชิ าเศรษฐศาสตร์กับ
รองศาสตราจารย์สุขุม อัตวาวุฒิชัย และวิชาประวัติความคิดและสถาบันกับ ดร.
ธาวติ สขุ พานชิ คนส่วนใหญ่จงึ มักไมจ่ บหรือจบแตต่ ้องใช้เวลา ๖-๗ ปี ผมกบั อาจารย์
เอกบญุ เพ่ือนผม ๕๓
สุรพลตอนนั้น เราเขา้ มาเปน็ อาจารย์ท่ีคณะนิตศิ าสตรแ์ ลว้ อาจารย์สุรพลเดินทางไป
ศึกษาต่อที่ประเทศฝร่งั เศสกอ่ นในปี พ.ศ. ๒๕๒๗ ผมตามไปทีหลงั อีกหน่ึงปี จึงทาให้
เราทั้งคู่ไมจ่ บปริญญาโทที่คณะ ต่างจากอาจารย์เอกบุญท่ีทางานท่ีสานักผังเมืองและ
ลุยสู้จนสามารถจบปริญญาโทที่คณะได้อย่างสง่าผ่าเผยและเต็มภาคภูมิในปี พ.ศ.
๒๕๓๕ แต่ก็เป็นการจบปริญญาโทหลังจากท่ีอาจารย์สุรพลและผมจบปริญญาเอก
กลับมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ จนผมมักพูดกบั คนท่ัวไปวา่ เรียนปริญญาโททคี่ ณะยากกว่า
เรยี นปรญิ ญาเอกทฝี่ รัง่ เศสเสียอกี
หลังจากจบปริญญาโทแล้ว อาจารย์เอกบุญได้เข้ามาเป็นอาจารย์ท่ีคณะ
สมทบกับอาจารย์สุรพลและผมในภาควิชากฎหมายมหาชนเดียวกัน ทางานได้แค่
ปสี องปี อาจารยเ์ อกบุญกบ็ นิ ไปหาความรู้เพ่ิมเติมที่ประเทศฝร่ังเศส ตอนบนิ ไปเรยี นต่อ
อาจารย์เอกบุญอายกุ ็ ๓๐ กว่า มีภรรยาและมีลูกสาวตัวเล็ก ๆ อยู่ถึง ๒ คน ผมคดิ ถงึ
ตวั เอง ตอนไปเรียนท่ีฝรั่งเศสผมอายุแค่ ๒๕ แต่ถึงขนาดน้ันก็รู้สกึ ล้ินแข็ง ออกเสียง
ภาษาฝรัง่ เศสซ่ึงไม่เคยเรียนเลยให้ชัดเจนก็ยากพอสมควรอยู่แล้ว คนอายุ ๓๐ กว่า ๆ
และไมไ่ ด้ตัวคนเดียวแบบผมจะทาอย่างไร นับว่าเปน็ ความกลา้ หาญชาญชยั อย่างยิ่ง
โดยอาจารยเ์ อกบุญเลือกจะเรียนปรญิ ญาเอกท่มี หาวทิ ยาลัย Toulouse ซ่ึงอยู่ทาง
ตอนใต้ของประเทศฝรงั่ เศส ต่างกับอาจารยส์ รุ พลที่เรียนท่ี Strasbourg ทอ่ี ยู่ทางทิศ
ตะวันออกติดชายแดนเยอรมันหรอื ผมที่เรียนท่ีปารสี
หลังจากที่ไม่ไดก้ ลับไปฝรงั่ เศสเสียนาน ปลายปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ผมขอรัฐบาล
ฝร่ังเศสไปอบรมที่ปารีสในหลักสูตร Decentralization et Deconcentration
ระยะส้ัน ๑ เดือน ท่ีสถาบัน Institut National d’Administration Publique
เรยี นจรงิ ๆ แค่ ๓ อาทิตย์ อาทิตยส์ ุดท้ายผมว่างและคิดถึงอาจารยเ์ อกบุญ ผมจงึ จับ
รถไฟจากปารีสน่ังไป Toulouse เพื่อพบอาจารย์เอกบุญ ผมพักในหอ้ งพักอาจารย์
เอกบุญประมาณ ๑ อาทิตย์ก่อนบินกลับเมืองไทย ที่น่ัน ผมใช้สิทธิความเป็นเพ่ือน
ถามไถ่เรื่องเม่อื ไหรจ่ ะกลบั บ้านไปหาลกู เมีย ถามความคืบหน้าของการทาวทิ ยาพนธ์
พอทราบว่ายังต้องใช้เวลาอีกพอสมควร ผมเลยต้องเล็กเชอร์ให้คน perfectionist
อย่างอาจารย์เอกบุญฟังว่า การทาวิทยานิพนธ์คือการค้นคว้าวิจัยเร่ืองใดเรื่องหนึ่ง
ภายในกาหนดเวลา ไม่ใช่การทา masterpiece ในชีวติ เรายังมีเวลาอีกนานทจี่ ะทา
อะไรท่ีย่ิงใหญ่ให้แก่สังคมและประเทศเมื่อกลับไปถึงคณะ คาพูดของผมดังกล่าว
ไม่แน่ใจว่ามีผลอย่างไรหรอื ไม่ แต่ผมก็ถือว่า เพ่ือนต้องพูดกับเพ่ือน พูดไม่พูดเปล่า
ผมยังถกทางวิชาการกับอาจารย์เอกบุญในเร่ืองที่อาจารย์เอกบุญจะต้องเขียนต่อ
ยังจาได้ว่าเราพูดถึงความคิดของ Hauriou, Eisenmann และปราชญ์นิติศาสตร์
๕๔ ผลึกความคิด ชีวติ เอกบุญ
ชาวฝรงั่ เศสอีกหลายคน ผมยังออกไปหาซ้ืออาหาร ซ้ือปลาเทราต์สีชมพูมาหลายตัว
เอามาทาปลาตม้ เค็มและทอดกรอบจิ้มกับพริกน้าปลา กินกัน ๒ คน อรอ่ ยมาก ๒-๓ ปี
หลังจากน้ัน อาจารย์เอกบุญท่ีเลือกทาวิทยานิพนธ์หัวข้อยากชื่อ หลักไม่สุจริต :
เปรียบเทียบกฎหมายฝรงั่ เศสกบั กฎหมายไทย (Le détournement de pouvoir :
étude comparative en droit français et en droit Thailandais) ก็จบ เป็ น
Docteur en Droit ดว้ ยเกียรตนิ ิยมดีเยยี่ มพรอ้ มคาชมเชยเป็นเอกฉันท์ของกรรมการ
ซึง่ เปน็ เกียรตินิยมสงู สุดของฝรัง่ เศส ระดับทน่ี อ้ ยคนนักจะได้
ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ เม่ืออาจารย์เอกบุญกลับมาถึงประเทศไทย เราสามคน
อาจารย์เอกบุญ อาจารย์สุรพลและผมก็รวมตัวกันโดยอัตโนมัติเป็น Three
Musketeers สอนดว้ ยกัน ดูแลวิทยานิพนธร์ ่วมกันทาวิจยั และทางานด้วยกนั วชิ าท่ี
สอนด้วยกันก็มีกฎหมายปกครอง ๒ ในระดับปริญญาตรี กฎหมายระเบียบบริหาร
ราชการแผ่นดิน ในระดับปริญญาโท ในสามคนดูเหมือนอาจารย์เอกบุญจะมือหนัก
ทีส่ ดุ จนขึ้นช่ือลอื ชา ไมป่ ลอ่ ยใครไปง่าย ๆ ให้จบออกไปเป็นปัญหาของสังคม ที่ดูแล
และสอบวิทยานิพนธ์ด้วยกันก็อย่างเช่น วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเรื่อง ระบบ
การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบผสมตามรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร
ไทยพทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ที่อาจารยส์ ุรพลเป็นประธานกรรมการ อาจารย์เอกบุญเป็น
กรรมการและผมเป็นทีป่ รกึ ษา สมัยอาจารย์สรุ พลเป็นคณบดี อาจารย์เอกบญุ ก็เป็น
รองคณบดีศูนย์รังสิต สมัยผมเป็นคณบดี ผมก็ขออาจารย์เอกบุญมาช่วยเป็น
รองคณบดีดแู ลด้านวิจยั และคณุ ภาพการศึกษา ผมเป็นอธิการบดกี ข็ ออาจารยเ์ อกบุญ
มาชว่ ยเปน็ รองอธิการบดีฝ่ายกฎหมาย ตอนผมตง้ั อาจารยเ์ อกบุญเป็นรองอธิการบดี
ก็มีเสียงนินทาบ้างว่าอธิการบดีตัง้ แตค่ นนิติศาสตร์ เพราะนอกจากอาจารย์เอกบุญแล้ว
ยังมีศาสตราจารย์ ดร. อุดม รัฐอมฤต และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปริญญา
เทวานฤมติ กุล อกี ด้วย ความจรงิ ผมก็ไมค่ อ่ ยสนใจเสยี งนินทามากนัก ปรกติทางาน
บริหารก็มีคนชอบคนไม่ชอบ คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเส่ือ รองอธิการบดี
ฝา่ ยกฎหมายไมต่ ง้ั คนนติ ิศาสตรจ์ ะให้ตงั้ ใคร ไม่ให้ตงั้ คนท่ีรู้จักท่ีมฝี ีไมล้ ายมือ แลว้ จะ
ให้ทาอย่างไร
อาจารย์เอกบญุ เปน็ คนมีฝไี มล้ ายมอื จรงิ ๆ เพราะนอกจากจะสอนวิชาบังคบั
ท่หี ลากหลาย เช่น กฎหมายปกครอง ๑ กฎหมายปกครอง ๒ กฎหมายรัฐธรรมนูญ
และกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดินแล้ว อาจารย์ยังสอนวิชาเลือกที่เป็น
ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอีกหลายวิชา เช่น กฎหมายปกครองเปรียบเทียบ
กฎหมายปกครองท้องถ่ิน กฎหมายศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง
เอกบญุ เพื่อนผม ๕๕
เปรียบเทียบ และกฎหมายเกี่ยวกับการผังเมืองและการควบคุมอาคาร แต่การสอน
หนังสืออย่างเดียวไม่ได้ทาให้คนเป็นอาจารย์เก่ง สอนนักศึกษาหรือทางานบริหาร
อย่างมคี ุณภาพได้ การมีประสบการณภ์ ายนอกก็สาคญั ซึ่งอาจารย์เอกบุญเพื่อนผม
ก็มีอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ ในฐานะ
กรรมาธิการวิสามญั กิจการสภาร่างรฐั ธรรมนูญและอนกุ รรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
กรอบที่ ๑ สภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ การเป็นกรรมการการกระจายอานาจ
ให้แกอ่ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น กรรมการบรหิ ารสถาบันเทคโนโลยีปอ้ งกันประเทศ
กรรมการท่ีปรึกษาด้านกฎหมายของรัฐบาล กรรมการพิจารณาร่างกฎหมาย
ของกระทรวงมหาดไทย กรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง สา นักงาน
คณะกรรมการกฤษฎกี า ฯลฯ ด้วยความรู้รอบด้านดังกล่าว หลายครงั้ ทีเดียวที่ผมขอ
ความรู้จากอาจารย์เอกบุญเพื่อนาไปใช้สอนหรือในการทางาน เช่น ตอนสอนวิชา
กฎหมายปกครอง ๒ ท่ีผมต้องสอนหัวข้อความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
ผมก็ตอ้ งไปถามอาจารย์เอกบุญวา่ ทาไมเวลาทเ่ี จ้าหนา้ ที่ทาละเมดิ ในการปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ี
เมอ่ื หน่วยงานถูกฟ้อง ถ้าเปน็ ศาลยตุ ิธรรมอายุความจงึ ๑๐ ปี ต่างจากศาลปกครองที่
แค่ปีเดยี ว หรือในหมวดวา่ ดว้ ยสิทธแิ ละเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ทาไมมาตรา ๓๗
ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ จึงตัดคาว่าการผังเมืองออก เป็นต้น หนักขึ้นหน่อย
ถ้าวนั ไหนผมทา power point ไม่ทนั ผมก็จะขอยมื power point อาจารย์เอกบุญ
ไปสอนนกั ศึกษาของผมดว้ ย
อาจารย์เอกบุญเป็นคนเก่งแต่ก็เป็นคนแปลก เป็นคน perfectionist ทา
อะไรต้องดีมากหรือดีเย่ียม ไม่ใช่ดีธรรมดา อาจารย์เอกบุญจึงไม่ขอตาแหน่งทาง
วชิ าการเป็นรองศาสตราจารย์หรอื ศาสตราจารย์อย่างที่คนอ่ืน ๆ เขาทากัน ท้งั ๆ ท่ี
มีฝีไม้ลายมือและได้รับการยอมรับในทางวิชาการเป็นอย่างสูง ตุลาคมนี้จึงต้อง
เกษียณอายุราชการ แต่เพื่อนผมคนน้กี ็คงไม่ได้เกษียณจริง ๆ หรอก คณะก็จะยังคง
ให้สอนตอ่ ไปจนกว่าจะหมดแรง หรอื ต่อให้เกษียณในงานจริง ๆ แตค่ วามเป็นเพ่ือน
ของเราก็จะไมม่ ีวันเกษยี ณอย่างแนน่ อน
ศาสตราจารย์ ดร.สมคิด เลศิ ไพฑรู ย์
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
๕๖ ผลกึ ความคิด ชวี ติ เอกบุญ
ท่านอาจารยเ์ อกบญุ ทีผ่ มรจู้ ัก
ท่านอาจารย์เอกบุญกับผมได้ร่วมงานกันในหลายฐานะ ผมได้ร่วมงานกับ
ท่านอาจารย์เอกบุญคร้ังแรกเม่ืออาจารย์ได้มาเป็นกรรมการพิจารณาร่างกฎหมาย
ของกระทรวงมหาดไทย ทาให้เราได้ประชุมร่วมกนั ทกุ สัปดาหม์ าจนถงึ ปจั จบุ ันน้ี และ
ต่อมาผมได้ขอให้ท่านอาจารย์เอกบุญได้มาช่วยงานทางวิชาการ มาเขียนเอกสาร
การสอนของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และเมื่อผมไปรับผิดชอบหลักสูตร
ปริญญาโท และปริญญาเอกของคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
(นิด้า) ผมก็ได้ขอให้ท่านอาจารย์เอกบุญไปช่วยทั้งสอน ทั้งเป็นกรรมการสอบ
วทิ ยานพิ นธ์ของนักศึกษา ท่านอาจารยเ์ อกบุญก็ยินดไี ปช่วยโดยไม่ได้เกี่ยงงอนอะไร
เลย แสดงวา่ ท่านอาจารย์เอกบุญพร้อมท่ีจะอุทศิ ตนเพ่ืองานวชิ าการ เปน็ วิทยาทาน
อยา่ งเตม็ ใจ แม้วันนที้ า่ นอาจารยเ์ อกบญุ กย็ งั ไดไ้ ปช่วยทคี่ ณะนิติศาสตรป์ รดี ีพนมยงค์
มหาวิทยาลยั ธุรกจิ บัณฑิตย์อยู่ นอกจากน้ัน เราก็ยังได้ร่วมงานกันในหน้าที่อืน่ ๆ อีก
เช่นได้ทาหน้าท่ีเป็นอนุกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติกาหนดแผนและขั้นตอน
การกระจายอานาจใหแ้ ก่องคก์ รปกครองทอ้ งถิ่นของคณะกรรมการการกระจายอานาจฯ
ในระหวา่ งรว่ มงานกันในหลายฐานะดังกล่าวมานัน้ ผมรู้สึกชื่นชมในความรู้
ความสามารถของท่านอาจารย์เอกบญุ และความเตม็ ใจท่ีจะทางานอยา่ งเตม็ ที่ ในการ
แสดงความเห็นต่าง ๆ ท่านอาจารย์เอกบุญได้แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา
ให้ความรู้อยา่ งเตม็ ที่ โดยเฉพาะอย่างย่ิงผมสังเกตว่า เม่อื มกี ฎหมายเกย่ี วกบั การผังเมือง
เข้ามาในการพิจารณาท่านอาจารย์เอกบุญจะให้ข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์ในการ
ปรบั ปรงุ แกไ้ ขอย่างมาก ซงึ่ ผมมาทราบในภายหลงั วา่ ทา่ นอาจารยเ์ อกบญุ ท่านเติบโต
มาจากสานักผังเมืองด้วยนั่นเอง นอกจากนั้นท่านยังเป็นผู้ที่อัธยาศัยไมตรีกับ
ผรู้ ่วมงานและแม้กระทงั่ ลกู ศษิ ยเ์ ปน็ อย่างดี
เมื่อได้ทราบว่าท่านอาจารย์เอกบุญจะมีอายุครบหกสิบปีในปีนี้ ผมแทบ
ไม่เช่ือ เพราะผมยังเห็นอาจารย์เอกบุญยังเป็นคนหนุ่มท่ีมีความรู้ความสามารถอยู่
ตลอดมา ก็หวังวา่ ทา่ นอาจารยเ์ อกบญุ จะยงั อุทศิ ตนเพือ่ เป็นประโยชน์แก่วงวิชาการ
นิตศิ าสตร์ของเราตอ่ ไป
ศาสตราจารย์ ดร.สนุ ทร มณสี วสั ด์ิ
ศาสตราจารยเ์ กยี รตคิ ณุ สาขาวชิ านติ ิศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธริ าช
กรรมการกฤษฎีกา
มอื หนึง่ ทางกฎหมายปกครอง ๕๗
มือหนึ่งทางกฎหมายปกครอง
การสอนกฎหมายให้ดีต้องรู้ท้ังทางทฤษฎีและปฏิบัติ คุณสมบัติดังกล่าว
มีอยู่อย่างเต็มเป่ียมในตัวของ ผศ.ดร.เอกบุญ วงศ์สวัสดิกุล ท่านเป็นลูกหม้อของ
คณะนติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ สาเรจ็ การศึกษาที่นีท่ ้ังในระดับปรญิ ญาตรี
และปริญญาโท และยงั จบเนตบิ ณั ฑติ หลังจากนนั้ จบปริญญาเอก สาขากฎหมายมหาชน
ท่มี หาวิทยาลยั Toulouse ประเทศฝรง่ั เศส ท่านเร่มิ ทางานทีส่ านักผังเมอื งระยะหน่ึง
แล้วจึงได้ตาแหน่งอาจารยข์ องคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านสอน
และเช่ยี วชาญทางกฎหมายปกครอง สอนทุกระดบั แทบทกุ หลักสตู รทเ่ี ปิดสอน
ท่านเร่ิมอาชีพเป็นฝ่ายปกครองมาก่อนที่สานักผังเมือง จึงเคยใช้อานาจ
ปกครองและเคยเห็นการใช้อานาจปกครองในชีวิตของการทางาน เม่ือท่านทางาน
ในตาแหนง่ อาจารยส์ อนกฎหมายปกครอง ทา่ นสามารถนาทฤษฎี หลกั กฎหมายและ
แนวปฏิบัติมาประสานกันอย่างแนบเนียน สอนให้นักศึกษาเข้าใจง่ายและลึกซึ้ง
นักศึกษาท่ีเคยเรียนกับท่านมักช่ืนชอบและประทับใจ เป็นความภูมิใจของ
คณะนติ ศิ าสตร์ที่เรามีอาจารย์ท่มี คี ุณภาพสูงเชน่ น้ี
นอกจากงานสอนแลว้ ท่านยงั ทาวจิ ยั และเขยี นบทความทางกฎหมายปกครอง
จานวนมาก ท้ังยังเป็นทป่ี รกึ ษาวิทยานิพนธใ์ ห้กบั นักศกึ ษาระดบั บณั ฑิตศึกษา เปน็ ท่ี
ประจักษ์ว่าท่านมีเวลาดูแลและให้คาปรึกษานักศึกษาอย่างเต็มท่ี ข้อเสนอในงาน
วทิ ยานพิ นธจ์ ึงมคี ุณคา่ อยา่ งยิง่ ในการพฒั นากฎหมายต่อไป
งา น บ ริ ห ารที่ ส า คั ญ คื อ กา รด า รงต า แ ห น่ ง ผู้ อ าน ว ย กา รบั ณ ฑิ ต ศึ กษ า
ท่านบริหารให้หลักสูตรดาเนินไปอย่างราบร่ืนทุกประการ นอกจากน้ียังเข้าร่วม
ทมี บรหิ ารกับอธิการบดอี ยู่หลายปีในหลาย ๆ ตาแหน่ง เม่ือมีประเด็นทางกฎหมาย
ทส่ี าคัญ มกั ตอ้ งขอความเห็นจากท่าน ผู้นาไปปฏิบัตมิ ักอุ่นใจและเช่ือม่ันว่าจะนาไป
แก้ปัญหาได้
โดยท่ีเพ่ือนร่วมรุ่นของท่านหลายคนทางานในตาแหน่งบริหารทั้งระดับ
คณบดีและอธิการบดี ท่านจงึ ถูกเชิญเขา้ รว่ มทีมบริหารตลอดเวลา เรามักจะไม่ค่อย
เห็นท่านในห้องทางานที่เปน็ ส่วนของอาจารย์ประจา แตม่ ักพบเห็นทา่ นในห้องของ
ผู้บรหิ าร ในท่ีประชมุ ผบู้ รหิ ารและห้องของเจ้าหน้าทใ่ี นเวลาท่ที า่ นสัง่ ราชการ เรามัก
เห็นรถของท่านจอดอยทู่ กุ วัน ไมก่ ท็ ่ที ่าพระจนั ทรห์ รือรงั สติ หากตอ้ งการพบท่านและ
หาท่ีไหนไมเ่ จอ มารอทรี่ ถได้ เวลาใดเวลาหนงึ่ ทา่ นก็จะมาใหเ้ ห็น
๕๘ ผลึกความคิด ชีวติ เอกบุญ
บุคลิกสุขุม เรียบ เงียบ และคุยสนุก มักมีอารมณ์ขันลึก ๆ ให้เพ่ือน ๆ
กลับไปหัวเราะที่บ้านเม่ือนึกออก ท่านดูแลครอบครัวและให้เวลากับครอบครัว
อย่างเต็มที่ แต่ท่านยังจัดแบ่งเวลามาร่วมงานกับคณะฯ และมหาวิทยาลัย
ในกจิ กรรมพิเศษตา่ ง ๆ โดยเฉพาะในชว่ งทท่ี ่านดารงตาแหนง่ ผู้อานวยการบัณฑิตศกึ ษา
ผมเห็นท่านบ่อยมากในงานต่าง ๆ ท้ังในงานสัมมนาประจาปีนอกสถานท่ีของ
คณะนิติศาสตร์
ในโอกาสท่ีท่านอายุครบ ๖๐ ปี ขอแสดงความยนิ ดี และดีใจท่ีเคยร่วมงาน
กบั ท่าน หวังวา่ ท่านจะสอนกฎหมายปกครองให้กบั มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตอ่ ไป
อกี นาน ตามโอกาสท่ีท่านจะทาได้ และยินดีต้อนรับเข้าสู่ชว่ งชีวิตอิสระที่ได้ทาอะไร
ตามท่ีชอบได้มากข้นึ
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.สุรศักด์ิ มณศี ร
กรรมการประจาคณะนิติศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์
พเ่ี อก...คนทีค่ นุ้ เคย ๕๙
พเ่ี อก...คนทค่ี ้นุ เคย
ผมไดพ้ บพ่เี อกอย่างเปน็ กจิ จะลกั ษณะ เป็นเรอ่ื งเปน็ ราวคร้ังแรกตอนท่ีพ่เี อก
เพ่ิงกลับมาจากฝรั่งเศส พ่ีเอกมาร่วมทีมงานบรหิ ารของทา่ นคณบดสี ุรพลในตาแหน่ง
รองคณบดศี ูนย์รังสิตยุคบุกเบิก จะเป็นด้วยบุคลิกความเป็นกันเอง ความไม่ถือเนื้อ
ถือตวั ไม่เบ่ง ไมก่ ร่าง ไม่เกก๊ หรอื แม้แตภ่ าษาทใ่ี ช้ ทาให้ผมรูส้ ึกคนุ้ เคยกับพเ่ี อกอย่าง
รวดเรว็ เหมอื นเราเคยรจู้ กั กันมานานแต่ก็ไมแ่ นใ่ จนัก จนต่อมาไดร้ ับทราบความเป็นมา
จากพ่ีเอกจึงพอจะนึกได้ว่าเราเคยพบปะทักทายตามประสาคนกิจกรรมใหม่
ข้างโรงยมิ ชุมนุมค่ายอาสาพัฒนากับชุมนุมถา่ ยภาพอยรู่ ่วมชัน้ เดยี วกัน มเี พยี งกาแพง
ห้องท่ีกั้นไว้ ยงิ่ พอรูว้ ่าพเ่ี ปน็ นักดนตรีอยูว่ งชวี ี ก็พอจะนึกเลา ๆ ได้ว่า ผมน่าจะพบเห็น
พ่ีเอกพร้อมกับวงชีวีบนเวทีต่าง ๆ ในงานกิจกรรมนักศึกษาอยู่บ่อยครั้ง เพราะผม
มีหน้าท่ีประจาท่ีจะต้องตามติดบันทึกภาพในทุกกิจกรรมนักศึกษาทุกเวทีถ้าไม่มี
เหตุปัจจัยอ่ืนทาให้ไปเก็บภาพไม่ได้ ท่ีสาคัญผมชอบฟังและดูดนตรี ดนตรีนับเป็น
ความฝันประการหนึ่งที่ไม่เคยเอ้ือมไปถึงของผม (เหมือนกับไก่ท่ีเป็นเพียงสัตว์
ในเทพนิยาย...) ผมชมชอบและฟังการซ้อมดนตรี การเล่นดนตรีสด ๆ แบบไมม่ ีพิธรี ตี อง
มันมีชีวิตชีวาน่าต่ืนเต้น ดังนั้น การได้มารู้จักคุ้นเคยกับอดีตนักดนตรีแห่งวงดนตรี
เพื่อชีวิตระดับมหาวิทยาลัย แล้วยังได้มาเป็นเพื่อนร่วมงาน นับเป็นส่ิงที่น่ายินดี
ไม่น้อยสาหรับตัวผมเอง พ่ีคงอาจจะไม่รู้ว่าในคณะก็มีแต่พี่เอกเท่านั้นแหละครับ
ที่ยอมคุยเรอ่ื งดนตรีกับผม (ถงึ จะไม่บอ่ ยนกั ก็ตาม) แต่ในท้ายที่สดุ ผมยังไม่เคยไดฟ้ ัง
พ่ีเค้าเล่นดนตรีใหฟ้ งั เลยทค่ี ณะ และผมกท็ ราบวา่ พี่เค้ากไ็ มไ่ ดเ้ ลน่ เปน็ ชิ้นเปน็ อันอีกเลย
มาเป็นเวลานานมากแลว้ จนเมอ่ื ไม่นานมาน้ี มีงานรวมพลบรรดาเด็กกิจกรรมรุ่นเก่า
จดั ทที่ ่าพระจนั ทร์ พ่เี อกเล่าใหฟ้ ังว่าเป็นคร้งั แรกท่ถี ูกลากไปขนึ้ เวทีไปเล่นดนตรีและ
ปฏิเสธไม่ได้ ผมเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ไปฟังพ่ีเค้าเล่นในวันน้ัน และที่เสียดาย
มากกว่าฟงั พเี่ คา้ เลน่ กค็ ือ ไมม่ โี อกาสได้เลน่ ดนตรรี ่วมกนั กับพเ่ี อก (ไมเ่ จียมตวั เลยนะ)
เชื่อว่าพีเ่ อกอาจจะไมเ่ คยคดิ เลยวา่ ผมอยากเล่นดนตรดี ว้ ย ถา้ เกษียณแล้วมีเวลาและ
อยากเลน่ ดนตรแี ต่ไม่มใี ครเล่นด้วย มาชวนผมนะครับ
นอกไปจากเรอื่ งของดนตรีแล้ว กฬี า รถยนต์ (ของบรรดาคณาจารย์คณะนิตฯิ )
การเมือง และเร่ืองอื่น ๆ อีกมากมายก็ล้วนเป็นหัวข้อท่ีพี่เอกคุยได้อย่างสนุกสนาน
และออกรสชาติ โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ เรอ่ื งการเมืองทมี่ ีประเดน็ เกยี่ วพนั ไปในทางกฎหมาย
พ่ีเอกเล่าเรื่องและใหค้ วามเหน็ ได้เปน็ กลาง (เข้าใจม้ัยครับ....มรี สชาติ แต่ไร้อารมณร์ ่วม)
๖๐ ผลกึ ความคดิ ชวี ิตเอกบุญ
อย่างไม่น่าเชื่อ ผมยังนึกในใจเลยว่าใครได้พี่เอกไปเป็นท่ีปรึกษาหรือไปเป็นหน่ึง
ในคณะกรรมการใด ๆ น่าจะไดป้ ระโยชน์เปน็ อยา่ งย่งิ
พเ่ี อกมีวัตรปฏิบัตทิ ่สี าคัญประการหน่ึงซึ่งผมคดิ วา่ เป็นเร่ืองสาคญั ที่หาไม่ได้
ง่าย ๆ ในมหาวิทยาลัย นั่นคือการมาทางานอย่างสม่าเสมอ ผมอยากเล่าให้ฟังว่า
กาลครั้งหน่ึงนานมาแล้วในช่วงหยดุ ภาคการศึกษา ผมไปคณะและก็ได้พบกับพี่เอก
ทล่ี านจอดรถ แกถามผมว่ามาทาอะไร ผมก็ตอบด้วยความสงสัยว่ากม็ าคณะ พ่ีเอกก็
หวั เราะและถามต่อว่าทาไมไม่หยุดอยู่บ้านบ้าง ผมก็หัวเราะบ้างเพราะเห็นชัด ๆ ว่า
พีเ่ อกกม็ าทีค่ ณะเหมือนกบั ผม จะมาถามกวน ๆ อะไรกนั คุยไปคยุ มาจงึ ไดร้ วู้ า่ อาจจะ
เป็นเพราะเราสองคนเคยทางานราชการท่หี น่วยงานอื่นมาช่ัวระยะเวลาหน่ึงน่าจะมี
ความเคยชินกับการมาที่ทางานในวันราชการ ยังไงก็ต้องมาคณะ ถ้าไม่ติดราชการ
ภายนอกที่หน่วยงานอ่ืนพ่ีเอกจะมาทางานทีค่ ณะเสมอ ๆ ไม่วา่ จะท่าพระจันทร์หรือ
รังสิต และพ่ีเอกถือปฏิบัติเช่นนี้มาตลอดจนทุกวันน้ี ใครอยากเจอพี่เอก ขอให้มา
ท่ีคณะรับรองไม่ผิดหวัง และการท่ีพี่เอกถือปฏิบัติเช่นน้ีก็เป็นเหตุประการหน่ึง
ใหบ้ รรดาอาจารย์รุน่ แรก ๆ ท่ีศูนยร์ ังสิตบางคนคงจะอดึ อัดกบั รองคณบดีศูนย์รังสิต
อย่างพี่เอกที่จะคอยเฝ้าดูแลสารทุกข์สุขดิบอย่างสม่าเสมอ (ฮา) แต่หลังจากเดือน
กันยายนน้ไี ปแลว้ พ่ีเอกจะยังมาคณะอกี หรอื ไม่ กต็ ้องตดิ ตามดกู นั ต่อไป
ตลอดเวลาท่ีได้รู้จัก ทางานรว่ มกบั พ่ีเอกทัง้ ที่คณะและทมี่ หาวิทยาลัย พี่เอก
เปน็ คนที่สอน ใหค้ วามรู้ คาแนะนาด้านการบรหิ ารงานและการทางานด้วยหลกั การ
ทางกฎหมาย (มหาชน) อยู่เสมอ ๆ บางครั้งก็ได้มีโอกาสน่ังฟังพ่ีเอกให้คาปรึกษา
การทาวิทยานิพนธ์แก่นักศึกษา หรือไม่ก็ถกปัญหาทางกฎหมายกับพี่ ๆ ทั้งหลาย
พบวา่ พเ่ี อกมีคาตอบให้กบั ทกุ คาถามได้อย่างชดั เจนเปน็ ระบบและนาเอาไปปรับใชไ้ ด้
มิได้เป็นแค่หลักการทางทฤษฎี จึงไม่น่าแปลกใจที่แม้พ่ีเอกจะไม่ใช่คนแสวงหา
ตาแหน่งบริหาร หรือหัวโขนอ่ืนใด แต่พ่ีเอกมักจะถูกเรียกตัวไปทางานในด้าน
กฎหมาย (มหาชน) อยู่ให้ได้ยินได้ฟังเสมอ ๆ ยิ่งในตอนท่ีพี่เอกดารงตาแหน่ง
รองอธิการบดีฝา่ ยกฎหมายและชวนให้ผมไปชว่ ยทางานพจิ ารณารา่ งกฎระเบยี บต่าง ๆ
ของมหาวทิ ยาลัย ช้ันเชงิ ลีลา ประสบการณ์ ความเก๋า และ mind map ของพี่เอก
ในเร่ืองกฎหมายและกฎหมายมหาชนประจักษ์แก่ผมอย่างมาก เสียดายนะครับ
เสียดายแทนมหาวิทยาลัยซ่ึงพี่เอกทาตาแหน่งน้ีอยู่เพียงวาระเดียว ผมเช่ือว่า
นักกฎหมายมหาชนทมี่ ีความรแู้ ละประสบการณ์ในงานบริหารราชการแผน่ ดนิ อยา่ ง
ส่ีสหายจากเมืองน้าหอม (ศ.ดร.สุรพลฯ ศ.ดร.สมคิดฯ ศ.ดร.อุดมฯ และพี่เอก)
มคี วามจาเปน็ และเปน็ ประโยชน์ตอ่ การบรหิ ารงานของมหาวิทยาลัยอย่างมากในยุค
ปัจจบุ นั ไมใ่ ช่ใคร ๆ กท็ าได้นะครบั ...ขอบอก
พเี่ อก...คนท่คี ุ้นเคย ๖๑
คราวหนึ่งพ่ีเอกได้แนะนาและสอนผมในเร่ืองท่ีผมจะไม่มีวนั ลืมและถือเป็น
บทเรยี นสาคญั ยิ่งในการทางานในมหาวิทยาลยั กล่าวคือในชว่ งหลงั ที่ผมกลบั ดูแลงาน
ดา้ นจดั การเรียนการสอนของคณะอีกวาระหนึง่ ผมพบวา่ มอี าจารย์ผู้ใหญ่บางท่านมี
ภาระงานสอนมากเกินไป มากจนผมรู้สึกเป็นห่วงไปท้ังสุขภาพผู้สอนและคุณภาพ
การเรียนการสอน จึงคิดทจี่ ะไปพูดคุยหารือกับอาจารยท์ า่ นน้ันเพ่อื ขอใหล้ ดงานสอน
ลงบ้าง ผมได้ไปหารอื พ่ีเอก พ่ีเอกให้คาแนะนาแก่ผมว่า คนที่ไมค่ ่อยสอน ไม่อยากสอน
หรือขี้เกียจสอน คุณไปบังคบั เค้าได้มั้ย แต่คนที่อยากจะสอน คุณกลับจะไปขอไม่ให้
เค้าสอน คิดให้ดีนะ ก็เข้าใจคาเตือนของพ่ีเอกอยู่ครบั แต่ก็รู้สึกว่าถ้าภาควิชาไม่ทา
อะไร ก็น่าจะต้องมีใครซักคนทาอะไรซักอย่างในเรื่องน้ี ไหน ๆ เค้าก็มอบหมายให้
ดแู ลงานจัดการเรยี นการสอน ผมจงึ ตัดสินใจลองไปถามไถ่เลยี บ ๆ เคียง ๆ ดู ปรากฏว่า
ใส่เกยี รถ์ อยหลงั แทบไมท่ ัน ถ้าเช่ือพเี่ อกแตแ่ รกคงไม่เจบ็ ตัวฟรี ๆ แบบน้ี
ผมอยากบอกพ่ีเอกวา่ ผมมีความเชื่อมาแต่เดมิ ว่าส่ิงทีเ่ หมอื นกัน คล้ายกัน
มกั จะมีแรงดึงดูดให้เข้ามาอยู่ใกล้กัน ความเชื่อน้ีได้รบั การยนื ยันอกี หลายตอ่ หลายครั้ง
จากประสบการณ์ทีผ่ ่านมาของชีวิต แน่นอนวา่ มนั ฟังดไู มเ่ ป็นวิทยาศาสตร์เอาซะเลย
แต่ก็นั่นแหละ หลาย ๆ ส่ิงบนโลกนี้วิทยาศาสตร์
ก็ให้คาตอบไม่ได้เหมือนกัน ผมเช่ือว่าเรามีหลายสิ่ง
หลายอย่างที่คล้ายกัน และคงส่งผลให้ผมรู้สึกว่า
แ ม้ เร าจ ะ ไม่ ได้ ส นิ ท ส น ม กั น ม า ก ม า ย อ ะ ไรนั ก ห น า
แต่ทุกครั้งท่ีพบปะพดู คยุ ไม่ว่าจะเมือ่ ย่สี ิบปีที่แลว้ หรือ
เม่อื เรว็ ๆ น้ี ผมร้สู ึกเหมอื นวา่ เคยพบเคยเจอ หรือเคย
สนิทสนมกันมาก่อน นั่นแหละครับ คือสิ่งท่ีผมอยาก
เรยี กวา่ อาจารยเ์ อกบุญ หรือพีเ่ อก...คนที่คุน้ เคย
ผมขอขอบคุณในความเมตตากรณุ า ความเป็นกนั เอง ความสนิทสนม และ
ความคุ้นเคย ที่มีให้แก่ผมตลอดเวลานับแต่ได้รู้จักร่วมงานกันมา ผมขออวยพรให้
พี่เอกมีความสุขมาก ๆ มีสุขภาพท่ีดี ปราศจากโรคภัยเบียดเบียน ได้ท่องเท่ียว
ได้พกั ผ่อนมากย่งิ ข้นึ และมชี ีวิตครอบครวั ทส่ี ุขสมบูรณ์ตลอดไป
ดว้ ยความเคารพรกั และนับถืออย่างสูง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรี วฒั น์ จันทโชติ
อาจารย์พเิ ศษคณะนิตศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
๖๒ ผลกึ ความคิด ชวี ิตเอกบญุ
ท่านอาจารยเ์ อกบญุ :
อาจารย์ผใู้ หญข่ องอาจารย์ผู้น้อย
ท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกบุญ วงศ์สวัสด์ิกุลเป็นอาจารย์ผู้ใหญ่ท่ีให้
ความเมตตาและความเป็นกันเองกับอาจารย์ผ้นู ้อยเสมอ ท่านมกั กล่าวว่าตวั ทา่ นนั้น
เปน็ “อาจารย์ผู้นอ้ ย” และท่านจะเรียกอาจารยผ์ ้นู อ้ ยวา่ “อาจารย์ผู้ใหญ่” ซึง่ ผมเอง
ก็ได้รับเกยี รตอิ ยา่ งสูงย่งิ จากท่านให้เปน็ “อาจารย์ผ้ใู หญ่” ไปด้วย แม้ในระยะแรกจะ
รสู้ ึกขัดเขินไม่น้อย แต่เมื่อท่านเรียกบ่อย ๆ ก็เลยยอมทา่ น จนกลายเป็น “อาจารย์
ผู้ใหญ่” ของท่านไปในที่สุด อย่างไรก็ตาม คาเรียกขานด้วยความเมตตาดังกล่าว
กไ็ ม่ได้ทาให้ผมร้สู ึกว่าตัวเองเป็นอาจารย์ผู้ใหญ่ของท่านขึ้นมาจริง ๆ หากแต่ยงั คงเป็น
อาจารย์ผู้น้อยรุ่นหลังที่ได้รับทั้งความรู้ คาแนะนา และความกรุณาจากท่านอาจารย์
เอกบุญในหลายโอกาส โดยเฉพาะในขณะที่ท่านยังดารงตาแหน่งรองอธิการบดี
ฝ่ายกฎหมาย
แม้ผมจะไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือกับท่านอาจารย์เอกบุญในห้องเรียน
แต่ก็มีหลายโอกาสท่ีได้รับความรู้จากท่านโดยผ่านบทสนทนา ณ โต๊ะทางานพิเศษ
ของท่านในห้องสานักงานเลขานุการคณะนิติศาสตร์ บทสนทนากบั ท่านเต็มไปด้วย
ความสนุกสนาน ทั้งเรือ่ งวชิ าการและเรอ่ื งทั่วไป และแสดงออกถึงความเป็นกนั เอง
ทง้ั ต่อผมและต่อผู้ร่วมงานท่านอ่ืนท่ปี รากฏตวั อยู่ในที่น้นั ดว้ ยและมักตกเปน็ เปา้ หมาย
ในบทสนทนาของเราสองคนเสมอ (คณุ รงุ่ ทพิ ย์ ผู้ทช่ี ว่ ยจัดหาขา้ วปลาอาหารมาเสริม
กาลงั ให้ทา่ นอาจารยเ์ อกบญุ )
ในโอกาสที่ท่านอาจารย์เอกบุญจะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายน
๒๕๖๓ นี้ ผมขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณท่านอาจารย์เอกบุญสาหรับความรู้ คาแนะนา
และความกรุณาที่ได้มอบให้ผม ผมหวังให้ท่านมสี ุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์เพ่ืออยู่เป็น
ขวัญกาลังใจแก่ครอบครัวและลูกศิษย์ และเป็นกาลังสาคัญให้กับวงการกฎหมาย
มหาชนของไทยตอ่ ไปจนกวา่ ทา่ นจะเบอ่ื ไปเอง ทา้ ยน้ี ผมขอเรยี นท่านอาจารยเ์ อกบญุ
อีกครั้งว่า ยานพาหนะรุ่นซี (C) ของท่านน้ัน ผมพร้อมรับไปใช้ต่อเมื่อถึงเวลาอัน
สมควรเพอ่ื วตั ถปุ ระสงคเ์ พยี งประการเดยี วคอื การปลกู พืชผักสวนครัว
รองศาสตราจารย์ ดร.นาถนิรนั ดร์ จนั ทรง์ าม
คณะนติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
“ความเป็นเอก” ของอาจารยเ์ อกบุญ วงศส์ วัสดิก์ ุล ๖๓
“ความเป็นเอก”
ของอาจารย์เอกบญุ วงศส์ วัสดิก์ ลุ
ในช้ันเรียนที่มีนักศึกษาจานวนมาก อาจารย์ผู้บรรยายคงไม่สามารถจดจา
ช่อื นักศึกษาของทุกคนได้หมด แต่นกั ศึกษาย่อมจะจาอาจารย์ผู้สอนของตนได้แม่น
นี้คือความจริงท่ีพบเมื่อผมมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือ หากย้อนกลับไปสมัยเป็น
นักศึกษาธรรมศาสตร์สมัยก่อน อาจารย์ท่ีนักศึกษาทุกคนต้องจาได้ คืออาจารย์
ท่ีปรึกษาของตน ทีต่ ้องไปขอลายเซ็นในใบจดทะเบียนเรียนท่ีเปน็ กระดาษ แต่สว่ นใหญ่
นักศึกษาก็มักจะฝากใบจดทะเบียนไว้ท่ีหน้าห้องพัก อาจารย์เอกบุญ วงศ์สวัสดิ์กุล
จึงเป็นอาจารย์ท่ีผมจาได้แม่นเพราะเป็นอาจารย์ท่ีปรึกษาของผมในชั้นปริญญาตรี
ท่ีเขา้ มาในรหัส ๓๖ แต่อาจารย์เอกบุญจะจาผมได้หรอื ไม่นั้นไม่แน่ใจ เพราะไมน่ าน
อาจารย์กไ็ ปศึกษาตอ่ ท่ปี ระเทศฝรงั่ เศส ในระหว่างเรยี นผมมักพบอาจารย์ในช่วงเวลาเยน็
ทม่ี ีโครงการอบรมประกาศนียบตั รกฎหมายมหาชน ๓ เดือน ซึ่งจะเปน็ ที่ชุมนุมของ
อาจารย์ในภาควชิ ากฎหมายมหาชนและวิทยากรผ้บู รรยาย
ผมได้มาพบอาจารย์อีกคร้ังเม่ืออาจารย์สาเร็จการศึกษาปริญญาเอกจาก
มหาวทิ ยาลยั สังคมศาสตรต์ ลู ูส ๑ (Université Toulouse ๑ – Sciences Sociales)
สาธารณรัฐฝรั่งเศส กลับมาสอนหนังสือที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
และผมเป็นนักศึกษาปริญญาโทสาขากฎหมายมหาชน ซ่ึงได้มีโอกาสเรียนหนังสือ
กับอาจารย์ ในช่วงเวลาน้ันการเรียนช้ันปริญญาโทจะมีนักศึกษาท่ีรับแต่ละช้ันปี
จานวนไมม่ ากนกั การเรียนบางวชิ าที่เปน็ วิชาเลือกสามารถน่ังเรียนแบบลอ้ มวงกนั ได้
อย่างใกล้ชิด บรรยากาศเช่นน้ีจึงเป็นความรู้สึกที่พิเศษและเป็นความทรงจาที่
ประทับใจ โดยเฉพาะอย่างย่ิง เพราะอาจารย์ผู้สอนคือผู้เขียนวิทยานิพนธ์ท่ีใครก็ตาม
ที่เลือกเรียนสาขากฎหมายมหาชนและสนใจในวิชากฎหมายปกครองจะต้องอ่าน
ไม่เพียงแตน่ ักศึกษาธรรมศาสตร์เท่าน้ัน แมใ้ นปัจจุบัน วทิ ยานิพนธ์ของอาจารย์ยังคง
ถกู อา้ งอิงอย่เู สมอ นน้ั คือ วทิ ยานพิ นธ์นิตศิ าสตรมหาบัณฑิต เรอ่ื ง การควบคุมอานาจ
ดลุ พินิจของฝ่ายปกครองโดยศาลไทย ท่อี าจารย์สาเรจ็ การศึกษาในปี พ.ศ. ๒๕๓๔
วิทยานิพนธ์เล่มน้ีจึงเป็นความเป็นเอกเรื่องแรกในความรู้สึกผมในฐานะ
ลูกศิษย์ที่นึกถึงอาจารย์ และสะท้อนภาพของความรู้ความสามารถทางวิชาการ
ด้านกฎหมายปกครองของอาจารย์เอกบุญ และคงมีวิทยานิพนธ์ด้านกฎหมาย
๖๔ บทราลกึ
ปกครองไม่กีเ่ ล่มท่ีถูกแนะนาให้นักศกึ ษาต้องอ่าน หากใครได้อ่านวิทยานพิ นธ์เล่มน้ี
ของอาจารย์ก็จะพบความเป็นเอกในการศึกษาค้นคว้ารวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์
แ ล ะ น า เส น อ ค ว า ม คิ ด ท่ี น่ า ส น ใจ ใ น เรื่ อ ง ข อ ง ก า ร ค ว บ คุ ม อ า น า จ ดุ ล พิ นิ จ ข อ ง
ฝา่ ยปกครองโดยศาลไทย ซงึ่ เปน็ สงิ่ ยนื ยันถึงความจาเปน็ ตอ้ งมศี าลปกครองในไทย
ในวันน้ีท่อี าจารย์เกษียณอายุราชการในฐานะอาจารย์ประจาศนู ย์กฎหมาย
มหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมคิดว่าเป็นความโชคดีของ
วงวิชาการกฎหมายปกครองไทย ทีเ่ ม่ือยอ้ นกลบั ไปหากอาจารย์ไม่เปล่ยี นเสน้ ทางจาก
นิติกร สานักผังเมือง มาสมัครสอบเป็นอาจารย์แล้ว วันนี้อาจเป็นเพียงวันเกษียณ
ของข้าราชการช้ันผู้ใหญ่คนหนึ่งเท่าน้ัน แต่วันนี้บรรดาบทความทางวิชาการและ
บทราลึกท่ีปรากฏอยู่ในหนังสือที่ระลึกเล่มนี้ คงบ่งบอกถึงเร่ืองราวของมิตรภาพ
ความผูกพัน และความเคารพรักของบรรดาเพ่ือนร่วมงาน ลูกศิษย์ลูกหาท่ีมีต่อ
อาจารย์เอกบุญอย่างมากมาย มีความเป็นครูที่ปรารถนาดีต่อลูกศิษย์และมี
ความสามารถย่ิงในการสอน
ความเป็นเอกในฐานะอาจารยป์ ระจาคณะนิตศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
เร่อื งท่ีสอง ท่ีผมอยากนาเสนอ คอื อาจารย์เอกบุญเปน็ อาจารยเ์ พียงไม่ก่คี นในคณะ
ทไ่ี ม่ได้เรียนจบปรญิ ญาตรีแล้วสมัครสอบเป็นอาจารย์ ทันทีหลงั จากได้ทุนแล้วก็จะ
เดนิ ทางไปศึกษาปริญญาโทและเอกท่ีตา่ งประเทศ แต่อาจารย์ได้ไปสอบเข้ารับราชการ
ในตาแหน่งนิติกร ท่สี านักผังเมอื ง กระทรวงมหาดไทยโดยรับราชการอยนู่ านถึง ๑๐ ปี
ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๒๖ – พ.ศ. ๒๕๓๗ โดยมีบทบาทความรับผิดชอบเฉพาะในการ
จัดทาร่างกฎกระทรวง ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองต่าง ๆ การศึกษาและจัดทา
ร่างพระราชบัญญั ติจัดรูปที่ดินเพ่ือการพัฒ นาเมือง การศึกษ าและจัดทา
ร่างพระราชบัญญัติเมืองใหม่ ผมก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าอาจารย์ยังรับราชการอยู่ท่ี
สานักผังเมือง ซ่ึงปัจจุบนั เป็นกรมโยธาธิการและผงั เมือง อาจารย์จะเตบิ โตกา้ วหน้า
และเกษียณอายุราชการในตาแหน่งใด แต่ด้วยความเป็นนักวิชาการและบุคลิก
เฉพาะตัวหลายประการท่ีมจี ุดยืนของตนเอง ผมก็เห็นว่าการที่อาจารย์เอกบญุ เลือก
เปลีย่ นเสน้ ทางจากนิติกรมาเป็นอาจารยม์ หาวิทยาลัย ซง่ึ สมัยก่อนมคี นจานวนนอ้ ยมาก
ท่ีเลือก นับเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องและทาให้คณะได้อาจารย์ท่ีดีและเก่งกาจ
ดา้ นวิชาการกฎหมายปกครองมาเปน็ กาลังสาคัญของคณะ เปน็ ท่ชี มุ นุมเหลา่ ผู้เย่ยี มยอด
ทางวชิ าการด้านกฎหมายมหาชนของประเทศไทย แต่เหนอื อน่ื ใดผมดใี จและขอบคุณ
ทที่ าให้ผมไดม้ โี อกาสเป็นลูกศิษยค์ นหนึง่
“ความเป็นเอก” ของอาจารยเ์ อกบุญ วงศ์สวสั ด์ิกุล ๖๕
ดงั น้ันอาจารย์จึงเปน็ อาจารย์ท่ีมปี ระสบการณใ์ นการทางานมาก่อน จึงเป็น
ความโดดเด่นที่ทาให้อาจารย์เข้าใจความเป็นจริงในทางปฏิบัติของการบังคับใช้
กฎหมายผังเมือง รู้ปญั หาที่เกดิ ขึน้ จริงเพราะอาจารย์ได้สัมผสั กบั การใช้งานกฎหมาย
ผังเมืองไทยท้ังกระบวนการ ฉะน้ันเอง ในความรู้สึกของผม อาจารย์เอกบุญ
จึงสามารถถ่ายทอดทุกเร่ืองราวของกฎหมายผังเมืองในประเทศไทยใหน้ ักศกึ ษาและ
ผู้คนท่ัวไปได้รับรู้และเข้าใจอย่างลึกซึ้ง อาจารย์เอกบุญจึงเป็นนักกฎหมายผังเมือง
เพียงไม่กี่คนในประเทศไทย โดยอาจารย์เป็นผู้รับผิดชอบสอนในวิชา น.๒๕๙
กฎ หม าย เก่ี ย วกับ ก ารผัง เมื อ งแ ละ ควบ คุ มอ าคารใน หลั กสู ต รนิ ติ ศาส ต ร บั ณ ฑิ ต
มาตั้งแตต่ ้นตอ่ เน่อื งมาถงึ ปจั จบุ นั ซ่งึ ไดม้ ีการปรบั ปรงุ รายวิชาตามหลกั สตู รใหมเ่ ม่ือปี
พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยเปลี่ยนช่ือเป็น วิชา น.๓๒๔ กฎหมายว่าด้วยการพัฒนาเมือง
ทข่ี ยายขอบเขตของการศึกษาในเร่ืองกฎหมายผงั เมืองและควบคมุ อาคารไปเช่อื มโยง
กับกฎหมายอื่นที่มีความสาคัญในการพัฒนาเมืองให้น่าอยู่และย่ังยืน โดยศึกษา
หลกั การและแนวคิดเก่ียวกบั การพฒั นาเมืองใหน้ า่ อยอู่ ย่างย่ังยนื บทบาทและอานาจ
หน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่เก่ียวข้องในการพัฒนาเมือง เช่น องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐ กฎหมายการจัดรูปที่ดินเพ่ือพัฒนาพ้ืนที่
และความสัมพันธร์ ะหว่างกฎหมายสาคัญทีต่ ้องใช้ในการพัฒนาเมือง เช่น กฎหมาย
สงิ่ แวดลอ้ ม กฎหมายการวางผังเมอื งและกฎหมายควบคมุ อาคาร เปน็ ต้น
สาหรบั ขอบเขตเนื้อหาวิชา น.๒๕๙ ทีอ่ าจารย์เอกบุญเป็นผู้รับผิดชอบสอน
ในวิชาน้ีจะครอบคลุมเน้ือหาในการศึกษาปัญหาท่ัวไปเกี่ยวกับการพัฒนาของเมือง
อันนาไปสู่ปัญหาการใช้ประโยชน์ท่ีดิน ทาให้ต้องมีการตรากฎหมายผังเมือง และ
กฎหมายควบคุมการก่อสร้างอาคาร เพื่อควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดิน (Land Use
Control) และควบคุมการกอ่ สรา้ งอาคาร (Construction Control) ซง่ึ เป็นมาตรการหน่งึ
ในทางปกครองท่ีจะกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอยา่ งมาก ควรท่ีจะได้
ศึกษาเป็นพิเศษจากกฎหมายปกครองทั่วไป โดยจะได้ศึกษาถึงความเป็นมาและ
ลักษณะสาคัญของกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองและกฎหมายว่าด้วยการควบคุม
อาคาร องค์กรทเ่ี กี่ยวขอ้ ง วธิ ีการและมาตรการบังคับทางผงั เมอื งและควบคมุ อาคาร
ตลอดจนศึกษาถึงความสัมพันธ์กับกฎหมายอ่ืน ๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ ง ซึ่งผมรู้สึกภาคภูมิใจ
อย่างมากท่ีมีโอกาสได้ร่วมสอนวิชาน้ีกับอาจารย์ และขอปวารณาตัวท่ีจะสืบทอด
ภารกิจในทางวชิ าการเพ่ือให้กฎหมายผังเมอื งไดท้ าหน้าท่ีในการพัฒนาประเทศเพ่ือ
แก้ไขปญั หาของสังคมไทย
๖๖ บทราลกึ
ท้งั น้เี ท่าที่ผมทราบและมีขอ้ มูล อาจารย์เอกบุญเป็นผทู้ ่ีเขียนหนงั สอื เก่ียวกับ
การอธิบายพระราชบัญญัติการผงั เมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ในประเทศไทยเป็นคนแรก ๆ
โดยใช้ชื่อหนังสือวา่ คาอธิบายความร้เู บื้องต้นเก่ียวกับกฎหมายผังเมือง ตีพิมพ์โดย
สานักพิมพ์นิติธรรม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งขาดตลาดไปนานจนกลายเป็นหนังสือ
หายากในที่สุด ปจั จบุ นั กฎหมายผังเมืองฉบับเก่าได้ถูกยกเลกิ ไปและมีการประกาศใช้
พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้ึนบังคับใช้แทน โดยก่อนหน้าน้ีหลายปี
ผมเคยสอบถามอาจารยว์ ่า หนังสือคาอธิบายกฎหมายผังเมอื ง เมื่อไหร่จะพิมพ์ใหม่อีก
อาจารย์ก็บอกว่ากาลังเขียนปรับปรุงแก้ไขอยู่ อย่างไรก็ตาม อาจารย์เองก็ได้เขียน
บทความเกี่ยวกับกฎหมายผังเมืองเผยแพร่เป็นระยะ ๆ ซึ่งแต่ละบทความล้วนมี
เนื้อหาทีน่ ่าสนใจทั้งส้นิ ผมเชือ่ ว่าหนงั สือคาอธบิ ายกฎหมายผังเมืองน้ีคงเป็นหนังสือ
กฎหมายทหี่ ลายคนรอคอยอา่ นอยู่
ผมเคยได้ยินอาจารย์เล่าว่าเวลาท่ีเขียนหนังสือ จะไม่เปิดดูหนังสือของ
คนอ่ืนที่เคยเขียนในเรื่องนั้นไว้ เพราะอยากให้งานเขียนที่ออกมาไม่ซ้ากับคนอ่ืน
เม่ือผมได้ยินท่ีอาจารย์กล่าว จึงเขา้ ใจถึงเหตุผลถึงความเปน็ เอกลักษณ์ของงานวิชาการ
ของอาจารย์ท่ีแตกต่างจากนักวชิ าการท่านอน่ื ด้วยสงิ่ น้อี าจารย์จงึ สามารถผลิตงานท่ี
โดดเด่นขึน้ มาได้ นอกจากน้ี เทา่ ที่ผมได้สังเกต อาจารย์ยงั เป็นครูผู้สอนท่ีทาเอกสาร
ประกอบคาบรรยายทเ่ี ป็นแผนภาพ และแผนผังในเรอื่ งกฎหมายปกครองท่ีเช่อื มโยง
อย่างเป็นระบบอยา่ งเขา้ ใจง่าย และเป็นคนทีใ่ ช้ไอแพดในการสอนหนงั สือเป็นคนแรก ๆ
ในคณะดว้ ยความคล่องแคลว่ เชี่ยวชาญในเทคโนโลยสี มยั ใหม่
สาหรับความเป็นเอกในเร่ืองท่ีสามของอาจารย์เอกบุญนอกเหนือจากงาน
ด้านวิชาการแลว้ บางคนอาจไม่รูว้ ่าอาจารย์เคยดารงตาแหนง่ งานดา้ นบริหารทั้งใน
ระดับคณะและมหาวทิ ยาลยั อกี หลายตาแหน่ง ได้แก่เป็นผชู้ ว่ ยคณบดฝี ่ายการนักศึกษา
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๓๗ - พ.ศ. ๒๕๓๘
หลังจากสาเร็จการศกึ ษาชน้ั ปริญญาเอกจากฝรง่ั เศส ได้เข้ามาชว่ ยงานคณะโดยดารง
ตาแหน่งเป็น รองคณบดีศูนย์รังสิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๔๕ - พ.ศ. ๒๕๔๗ ต่อมาได้เป็นผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการคลัง
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๔๙ - พ.ศ. ๒๕๕๐ ในสมัย
ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ เป็นอธิการบดี และตาแหน่งสาคัญสุดท้าย
ในงานด้านบรหิ าร อาจารยเ์ อกบุญไดด้ ารงตาแหนง่ เป็นรองอธิการบดีฝ่ายกฎหมาย
มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ในสมยั ท่ีศาสตราจารย์ ดร.สมคดิ เลศิ ไพฑูรย์ เป็นอธิการบดี
“ความเป็นเอก” ของอาจารยเ์ อกบุญ วงศ์สวัสด์กิ ลุ ๖๗
ไมเ่ พียงแตง่ านภายในคณะและมหาวิทยาลัยทีอ่ าจารย์ได้เขา้ ไปชว่ ยทางาน
บริหาร สาหรบั งานภายนอกมหาวิทยาลยั อาจารย์ก็ไดเ้ ข้าไปมีบทบาทสาคัญในงาน
วิชาการ หากย้อนกลับไปหลังจากอาจารย์สาเร็จการศึกษาจากประเทศฝรั่งเศส
ในช่วงเวลานั้นประเทศไทยกาลังยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาจารย์ได้เข้ามาเป็น
กรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญ และอนุกรรมาธิการยกร่าง
รัฐธรรมนูญ กรอบท่ี ๑ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ต่อมา
อาจารย์ได้รับการสรรหาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการการกระจาย
อานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีบทบาทสาคั ญในการขับเคล่ือน
การกระจายอานาจใหแ้ ก่องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ ในประเทศไทย สาหรบั ตาแหน่ง
กรรมการที่สาคัญทอี่ าจารย์ยงั ดารงตาแหนง่ อยูใ่ นปจั จุบันมสี องตาแหน่งทส่ี าคัญ คือ
กรรมการพิจารณารา่ งกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย และกรรมการผู้ทรงคณุ วุฒิ
ในคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติ
ราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ซ่งึ คณะกรรมการชดุ หลังนับเปน็ คณะกรรมการท่มี ี
บทบาทอย่างมากในการขับเคลื่อนกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองของไทย
ให้พัฒนาก้าวหน้ายิ่งขึ้น อาจารย์จึงเป็นท้ังนักวิชาการและผู้มีหน้าที่ตามกฎหมาย
ทห่ี าใครจะเปน็ ได้ยากในการทาหนา้ ที่ท้ังสองบทบาท ซึ่งอาจารยก์ ็สามารถทาได้เป็น
อย่างดียงิ่
นอกเหนือจากบทความวิชาการและหนังสือแล้ว อาจารย์เอกบุญยังมี
งานวิจัยนับสิบกว่าเล่ม ซ่ึงผมได้มีโอกาสร่วมในโครงการวิจัยกับอาจารย์ทาให้ได้มี
๖๘ บทราลึก
โอกาสศึกษาเรียนรู้ ตลอดจนประสบการณ์การทางานในการค้นคว้าและวิเคราะห์
ข้อมูลที่ต้องเรียนรู้จากปัญหาของการบังคับใช้กฎหมายนั้น ๆ ซึ่งถ้าดูจากงานวิจัย
เหล่านั้นก็มีความน่าสนใจในเรื่องราวที่เป็นการศึกษาถึงกฎหมายที่มีความสาคัญ
แต่อาจจะไม่ได้มีการพัฒนาหรือปรับปรุงแก้ไขมานาน เช่น โครงการศึกษาวิจัย
การปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญตั ิรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ของบา้ นเมือง พ.ศ. ๒๕๓๕ เสนอตอ่ กรมสง่ เสรมิ การปกครองทอ้ งถ่ิน (พ.ศ. ๒๕๕๒)
โครงการศึกษาวิจัยเพื่อยกร่างพระราชบัญญัติการส่งเสริมและรักษาคุณภาพ
ส่ิงแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เสนอต่อสถาบัน พระปกเกล้า
(พ.ศ. ๒๕๕๕) และโครงการศึกษาวิจัยเพ่ือปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติสหกรณ์
พ.ศ. ๒๕๔๒ เสนอต่อ กรมส่งเสริมสหกรณ์ (พ.ศ. ๒๕๕๖) เปน็ ต้น
ท้ายท่ีสุด ถ้าใครถามผมถึงความประทับใจของผมในตัวอาจารย์เอกบุญ
ผมต้องบอกว่ามีอยู่หลายประการไม่ว่าจะเป็นความมุ่งม่ัน การมีจุดยืนในหลักการ
ที่ม่ันคงทางวชิ าการ ความเป็นศลิ ปนิ ในงานเขียนของอาจารย์ ตลอดจนความเรียบง่าย
เสมอต้นเสมอปลายท่ีอาจารย์ไม่เคยเปล่ียนแปลง แม้ในปัจจุบัน อาจารย์ยังคง
ทาหน้าท่ีไปส่งภรรยาไปทางานท่ีกรมโยธาธิการและผังเมืองทุกเช้าก่อนมาทางาน
ทีค่ ณะ และตอนเยน็ ก็ไปรับกลับบา้ นพร้อมกัน นอกจากน้ีอาจารย์ยังทาหน้าท่ีไปรับ
ไปสง่ ลูก ๆ ตอนทีย่ ังเรยี นหนงั สอื โดยตลอด ดงั น้นั อาจารย์จึงเปน็ คนทม่ี กั ไม่ค่อยไปออก
งานสงั คมมากนัก แต่ผมก็ได้เหน็ ภาพประทับใจในวนั ท่ีอาจารย์แต่งชุดครุยปริญญาเอก
ฝร่งั เศสมาถ่ายรูปกับบตุ รีในงานวนั รับปริญญาทมี่ หาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ อาจารย์ดูมี
ความสุขและดีใจอย่างมาก ซ่ึงผมพอเข้าใจได้เพราะในช่วงที่อาจารย์ไปศึกษาต่อ
ที่ฝรั่งเศสหลายปีนั้น อาจารย์ไม่เพียงแค่จากเมืองไทยไป แต่อาจารย์ยังต้องจาก
ครอบครัวทั้งภรรยาและลูกสองคน ฝ่าฟันอุปสรรคมากมายในการศึกษาเพราะ
อาจารย์ไปเรียนต่อในช่วงท่ีเป็นผู้ใหญ่แล้ว อาจารย์เคยเล่าให้ฟังว่าตอนที่เรียน
ภาษาฝร่ังเศส ก็จะมปี ัญหาในการเรียนภาษาพอสมควร แต่ในที่สุดอาจารยก์ ็สาเร็จ
การศกึ ษาเปน็ Docteur en droit ชุดครยุ สแี ดงจึงสอ่ื ความหมายไดห้ ลายอยา่ งและมี
ความหมายกับอาจารยอ์ ย่างมาก ในสิ่งท่อี าจารย์ได้เสียสละ ฝา่ ฟันมงุ่ มน่ั ในการเล่าเรยี น
ดา้ นกฎหมายมหาชนจนสาเร็จการศึกษาสูงสุดในระดับช้ันปริญญาเอก ซึ่งอาจารย์
ก็ได้นาความรู้ที่รา่ เรยี นมานนั้ ถ่ายทอดให้แกล่ กู ศษิ ย์ท้ังในระดบั ปรญิ ญาตรี ปริญญาโท
และปริญญาเอกในประเทศไทย อาจารย์เอกบญุ เอง ถา้ นักศกึ ษาคนใดได้อาจารย์เป็น
ที่ปรกึ ษาวิทยานิพนธ์ นับเป็นเรื่องที่โชคดียิ่งกว่าถูกหวย เพราะอาจารย์เอกบุญมัก
ไม่รบั เปน็ ที่ปรึกษาวิทยานิพนธใ์ ครงา่ ย ๆ อาจารย์ชอบบอกนักศกึ ษาว่าให้ไปหาคนอ่ืน
“ความเป็นเอก” ของอาจารยเ์ อกบุญ วงศ์สวัสดก์ิ ุล ๖๙
นา่ จะดีกว่า เพราะอาจไมจ่ บถ้ามาอยู่ในท่ีปรึกษาของอาจารย์ เพราะอาจารยม์ ีความ
เข้มงวดในการดูแลคุณภาพของงาน และคงต้องถูกอาจารย์เอกบุญซักถามทดสอบ
ความรู้ในเรื่องท่ีจะทาอยู่มากพอสมควร เนื้อหาท้ังหมดท่ีผมได้เขียนในบทความนี้
คงทาให้ผู้อ่านได้เห็น “ความเป็นเอก” ของอาจารย์เอกบุญอยู่มากพอสมควร และ
คงเห็นตรงกับผมวา่ “อาจารยเ์ อก” ท่ีหลายคนเรียกชอ่ื เลน่ กันนัน้ มีเรอ่ื งราวหลายสง่ิ
ท่สี ะทอ้ นถงึ ความเป็นเอกทอี่ ยใู่ นตัวตนของอาจารยม์ าโดยตลอดน่ันเอง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ กิตติพงศ์ กมลธรรมวงศ์
คณะนติ ศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
๗๐ ผลกึ ความคดิ ชวี ติ เอกบุญ
ระลกึ ถงึ เอก
ด้วยความรักในดนตรี กับการมีส่วนร่วมในกิจกรรมนักศึกษาในสมัยนั้น
ทาให้ผมกับเอกได้รู้จักสนิทสนมกันต้ังแต่เทอม ๒ ของปี ๒๕๒๑ ผมเองเรียนอยู่
คณะศลิ ปศาสตร์แตก่ ไ็ ปฝงั ตัวอยทู่ อ่ี าคารกิจกรรมฯ กบั ทใี่ ตถ้ ุนคณะนติ ิฯ อย่เู ป็นประจา
จนร้จู ักกับเอก เอกเล่นดนตรีสังกัดชมรมค่ายอาสาพัฒนาชนบท ผมเลน่ ดนตรสี ังกัด
ชมรมสังคมพัฒน์ ก่อนรวมตวั กนั กับเพ่อื น ๆ อกี หลายคณะก่อตั้งวงสตริง อมธ. ขึน้ ใน
ปี ๒๕๒๒
เอกมีเสน่ห์ตอนเลน่ ดนตรี ด้วยนิ้วปอ้ ม ๆ เอกเลน่ กีตา้ ร์แบบ Fingerpicking
ได้อยา่ งละมุนละไม ทุกคร้ังท่ีข้นึ เลน่ บนเวที เอกจะชอบยนื อยูแ่ ถวหลัง ก้มหนา้ กม้ ตา
เล่นและรอ้ งไปแบบไม่ใส่ใจสภาพแวดลอ้ ม
แมว้ า่ บคุ ลิกลกั ษณะภายนอกในตอนน้นั เอกจะดูดุและหา้ ว ชอบพดู จาแบบ
ตรงไปตรงมาไมอ่ ้อมค้อม แตส่ าหรบั ผม เอกเป็นคนสุภาพ นุ่มนวล จรงิ ใจ ติดข้ีอาย
เลก็ ๆ ที่สาคญั เอกรักเพื่อน คิดยอ้ นไป ผมมภี าพประทบั ใจกับเอกอยู่สองเรอ่ื ง เร่อื งแรก
มันเป็นบ่ายวันหนึ่งในช่วงเรียนปีสาม เพื่อนที่เป็นกรรมการนักศึกษาคณะสังคม
สงเคราะห์ฯ ขอใหไ้ ปช่วยจดั การแสดงรับเพื่อนใหม่ของคณะ ขอแบบแปลก ๆ สนกุ ๆ
ไม่รู้จะเล่นอะไรนอกจากเล่นดนตรี เพื่อนคนหน่ึงท่ีนั่งอยู่ก็เลยเสนอว่า เอาอย่างนี้
ใหผ้ มกับเพื่อนทาเป็นเดนิ ข้ึนเวที ทาทา่ เหมอื นจะเตรียมการแสดงดนตรี แล้วอยู่ดี ๆ
ก็หาเรื่องมาทะเลาะกัน ทาท่าหาเร่ืองจะชกกันบนเวที ก่อนที่เพื่อนขึ้นไปห้ามไว้
ระลึกถึงเอก ๗๑
ให้คนดูตกใจก่อนท่ีจะเฉลยกับคนดูว่าอย่างนี้ละฝร่ังเขาเรียกศิลปะการแสดงแบบ
Happening ใช่หรือเปล่าก็ไม่รู้ ตอนน้ันเห็นพวกเด็กศิลปากรเขาชอบพูดกนั ทุกคน
ขากนั กลง้ิ ตกลงตามนัน้ พอเริม่ การแสดงแหมมันชา่ งดสู มจรงิ สมจัง กาลงั ทะเลาะกนั
อยา่ งเมามนั บนเวที คนดหู น้าเสียยังไมเ่ ทา่ กรรมการคณะกบั คนจัดยืนหนา้ ซีดทาหน้า
เหมือนจะรอ้ งไห้ แต่พอกาลงั จะเขา้ จุดไคลแมก็ ซ์ คุณเอกคนดีไม่รู้เรือ่ งรู้ราวอะไรกบั เขา
ก็มาแบบนอกสคริปต์จริง ๆ กระโจนผลักเพอื่ นค่แู สดงของผมกระเด็นพร้อมเงื้อหมัด
เข้าใส่ พูดเสียงดัง ใครทาไอป้ ๊อก (ชอ่ื ผม) กวา่ จะเคลียร์กันได้ว่าเป็นแค่การแสดงวนั น้ัน
เวทีแทบแตก คนดชู อบใจ ในขณะที่กรรมการนกั ศึกษาฯ นงั่ หน้าซีดคล้ายจะเป็นลม
สว่ นคณุ พเ่ี อกพ่อพระของผมเดินต้วมเต้ียมกลบั คณะนิติฯ ไปแบบไมพ่ ูดไม่จา
จากเรื่องแรกสู่เรือ่ งที่สอง การท่ผี มเห็นภาพของเอกใส่เส้ือยดื บางทีก็เส้อื นอน
นุง่ กางเกงยีนส์ดา ๆ คบี รองเทา้ แตะ เล่นดนตรี
ซ้อมดนตรีอยู่ตลอดช่วงเวลาที่เจอกัน จึงทาให้
ผมรู้สึกประหลาดใจและแทบไม่เช่ือสายตาเมื่อได้
เจอเขาอีกคร้ังกว่าสิบปีให้หลังจากท่ีเราต่างคน
ต่างแยกย้ายกันไปตามเส้นทางชีวิตของแต่ละคน
วนั น้ันที่พบกัน เอกหน้าตาดูสดใส ใส่สูท ผูกไท
ดูภูมิฐานมีสง่าราศี และแนะนาตัวเองใหม่
อกี ครั้งว่าเขาเปน็ อาจารย์ สอนหนงั สอื ยังจาได้ว่านบั จากนนั้ ก็ยังงง ๆ กับภาพเขาอยู่
ระยะหนึ่ง แตพ่ อถงึ จุดหน่ึง ภาพภายนอกของเอกไม่ว่าจะเปน็ ภาพใดก็จะดูเลือนไป
เม่ือได้เหน็ ถงึ ภาพภายในท่ีชดั เจนของเอกทีย่ งั คงเปน็ คนเสมอตน้ เสมอปลาย รักเพอ่ื น
และตลอดเวลาที่ได้รู้จักกัน เอกคือเพื่อนที่มแี ต่คาแนะนาที่ดี ในทุกครงั้ ทผ่ี มมปี ัญหา
และตอ้ งการคาปรกึ ษาแนะนาในเร่อื งตา่ ง ๆ จากเขา
Happy Retirement นะเอก มีความสุขมาก ๆ หวังว่าเราจะได้มาเล่นดนตรี
ดว้ ยกนั อกี สกั ครั้งนะครับ
ม.ล.พัชรภากร เทวกลุ (ป๊อก)
เลขาธกิ าร ก.พ.
๗๒ ผลกึ ความคดิ ชีวติ เอกบุญ
แด่
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกบญุ วงศส์ วสั ดิ์กุล
เน่ืองในโอกาสเกษียณอายุราชการของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกบุญ
วงศส์ วัสดิ์กุล ซึ่งปฏิบตั ิราชการมาจนถงึ อายุ ๖๐ ปี ท่านเปน็ ผู้มคี วามรู้ความสามารถ
ทางด้านวิชาการ และด้านบริหาร ท่านเคยปฏิบัติหน้าที่บริหาร ท้ังในส่วนของ
มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ และในส่วนของคณะนติ ศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
ท่านเคยเป็นผู้บริหารคณะฯ มาหลายสมัย เช่น รองคณบดีศูนย์รังสิต ผู้อานวยการ
บณั ฑิตศกึ ษา ทา่ นเป็นผูบ้ ังคับบัญชาที่ใหข้ ้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ดีแกเ่ จ้าหน้าท่ี
ในการปฏิบัติงานเป็นอย่างดี ท่านจะเป็นกันเองกับเจา้ หนา้ ท่ีทุกคนในคณะ สามารถ
พูดคุยแลกเปล่ียนความคิดเห็นกันได้ตลอดเวลา เม่ือเจ้าหน้าที่มีเรื่องปรึกษาหารือ
สามารถถามท่านได้ตลอดเวลา ทา่ นจะช้ีแนะให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ท่ีเกี่ยวขอ้ งเสมอมา
เพอื่ ใหง้ านของคณะนิตศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ สาเร็จลุล่วงไปไดด้ ้วยดี
ท่านเป็นผู้มีจิตใจดี คอยช่วยเหลือแก้ปัญหาให้แก่เจ้าหน้าท่ีท่ีไปขอ
ความช่วยเหลือ ทา่ นจะให้การสนบั สนุนคา่ ใช้จ่ายในการจัดเลย้ี งของเจา้ หนา้ ทเ่ี สมอมา
และทุกปี ถึงแม้ว่าท่านจะไม่ได้เป็นผู้บรหิ ารก็ตาม ท่านจะมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่
ทุกคน ใหค้ วามช่วยเหลือและแก้ปัญหาตา่ ง ๆ เสมอมา
ดิฉันขอแสดงความขอบพระคณุ ทา่ นเปน็ อย่างย่งิ ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ทข่ี องท่าน
ท้ังในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชา ซ่ึงท่านเป็นผู้ให้ความรู้ ชี้แนะส่ิงท่ีดี ที่ถูกต้องให้แก่
ผใู้ ตบ้ ังคบั บัญชาเป็นอย่างมาก ทา่ นจะชีแ้ นะการทางานอย่างเปน็ ระบบ ใหด้ าเนินการ
ตามกฎระเบียบราชการ ให้โอกาสทุกคนมีส่วนร่วมในการคดิ และตดั สนิ ใจ ทาให้ทกุ คน
ไดพ้ ัฒนาความรู้ความสามารถ ส่งผลสาเรจ็ แก่คณะนติ ศิ าสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เปน็ อยา่ งดีย่งิ
ในโอกาสนี้ ขออานาจคุณพระศรีรัตนตรัยและส่ิงศักด์ิสิทธ์ิที่ท่านเคารพนับถือ
โปรดประทานพรให้ท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพ
แขง็ แรงตลอดไป
นางสาวปราณี กุรุพนิ ฑารกั ษ์
เลขานุการคณะนิตศิ าสตร์
มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์
อาจารยผ์ ู้ให้ ๗๓
อาจารย์ผู้ให้
ผมได้เข้าเรียนระดับปรญิ ญาโท หลักสตู รศิลปศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวิชา
กฎหมายมหาชน ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่นท่ี ๑ การท่ีให้นักศึกษาที่ไม่จบ
กฎหมาย มีอาชีพท่ีแตกต่างกัน และการศึกษาระดับปริญญาตรีต่างคณะกัน มาทา
ความเขา้ ใจกฎหมายมหาชนในระดบั ปริญญาโทน้ัน คงเปน็ เรอ่ื งยากท่นี กั ศึกษาจะทา
ความเข้าใจ แตห่ น่งึ ในบรรดาอาจารยห์ ลาย ๆ ท่านทไ่ี ด้ใหค้ วามรู้ กค็ อื อาจารย์เอกบุญ
วงศ์สวัสด์ิกุล ตลอดระยะเวลาท่ีเรียน อาจารย์ได้ให้ความรู้ในวิชาต่าง ๆ ที่เก่ียวกับ
กฎหมายมหาชน อาจารย์มักจะให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นที่
ตั้งขึ้นมา แน่นอนครับ สาหรับคนทไ่ี ม่เคยเรียนกฎหมายยอ่ มมคี วามคิดที่ยังไมเ่ ป็นไป
ตามหลักนิตศิ าสตร์ อาจารย์ก็พยายามอธบิ ายหลักกฎหมาย แนวคิด พร้อมกับสรุป
ทาใหน้ ักศกึ ษาในหลักสตู รได้เข้าใกล้ คาวา่ “นักศึกษาวชิ ากฎหมายมหาชน” มากขึ้น
**อาจารยผ์ ู้ใหค้ วามรู*้ * เม่อื ถึงเวลาท่ีผมจะตอ้ งทาวิทยานิพนธ์ เนอื่ งจากหลกั สตู ร
ที่ผมศึกษาเป็นหลักสูตรใหม่ อาจารย์ที่สอนหลักสูตรน้ีก็มีไม่มากนัก แต่ผมก็ได้รับ
ความกรุณาจากอาจารย์เอกบุญเป็นกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ และเมื่อถึงวันสอบ
ปิดเล่ม วิทยานิพนธ์ท่ีผมทาก็มีข้อแก้ไข ต้องเพิ่มบ้าง ตัดบ้าง ตามคาแนะนาของ
อาจารย์เอกบญุ อาจารยไ์ ด้ให้โอกาสผมในการแก้ไขเพือ่ ใหว้ ิทยานพิ นธ์เสร็จสมบูรณ์
ซึ่งทาให้ผมได้ศึกษาจบหลักสูตรดังกล่าว และนาความรู้มาใช้ในการทางาน
ท่ีศาลปกครอง **อาจารย์ผู้ให้โอกาส** หลังจากเรียนจบแล้วผมก็ไม่ได้ไป
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มากนกั แตก่ ไ็ ดพ้ บกับอาจารย์เอกบญุ บ้างเม่ืออาจารยไ์ ด้มา
บรรยายที่ศาลปกครอง อาจารย์ยังจาชื่อผมได้โดยมักจะเรียกชื่อเล่นของผมและ
สอบถามสารทกุ ขส์ ุกดิบทุกครง้ั ทพี่ บกัน ซง่ึ ผมกไ็ มค่ ดิ ว่าทา่ นจะจาชอื่ นกั ศกึ ษาคนนีไ้ ด้
เพราะจบมานานแล้ว เพือ่ นผมทรี่ ู้จักบอกว่าอาจารย์เคยเล่าให้ฟังว่า อาจารย์เอกบุญ
พดู ถึงผมว่า ในการเสนอรายงานหน้าห้องเกยี่ วกับกระทรวงกลาโหม กลุ่มผมแต่งตัว
เปน็ ทหารออกไปรายงาน ก็คงจะแปลกในสายตาอาจารยท์ ่เี นอื้ หาไมแ่ น่นแตช่ ุดแน่น
มาก อาจารย์มักจะถามเพ่อื นผมถึงผมอยู่เสมอว่าเป็นอย่างไร และเม่อื พบกันทุกครั้ง
อาจารย์ยงั คงมอบรอยยม้ิ ให้ผมเสมอ **อาจารยผ์ ใู้ ห้ความเปน็ กันเอง**
๗๔ ผลึกความคดิ ชีวติ เอกบุญ
ในโอกาสที่อาจารย์เอกบุญมีอายุครบ ๖๐ ปี ผมและบรรดาลูกศิษย์
ทอี่ าจารย์เอกบุญเคยให้ความรู้ ให้โอกาส และให้ความเป็นกันเอง ขออานวยพรให้
อาจารย์เอกบุญมสี ุขภาพพลานามัยทแี่ ข็งแรง มพี ละกาลังในการทางานที่สาคัญของ
บา้ นเมอื งตลอดไป
นายพเิ ชษฐ์ ชื่นเลิศสกุล
พนกั งานคดปี กครอง สานกั งานศาลปกครอง
วา่ ด้วยการขยีค้ าถามของอาจารย์เอกบญุ ๗๕
วา่ ดว้ ยการขยี้คาถาม
ของอาจารยเ์ อกบญุ
ภาพจาแรกเกี่ยวกับอาจารย์เอกบุญ (พวกเราลูกศิษย์มักเรียกกนั ลับหลังว่า
“อาจารย์เอก”) ที่ปรากฏข้นึ ทันทใี นความคิดของผเู้ ขียน คอื อาจารยม์ ักจะใส่เสอื้ เชิ้ต
สขี าวยืนสอนหน้าชั้นเรียน มีบางคราวจะน่งั สอนบา้ ง แตท่ ่ีเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่น
ดเู หมือนจะเป็นการถือไมค์เดินไปมาแล้วขย้ีคาถามกับนักศึกษาในช้ันเรยี น การขย้ี
คาถามในที่น้ีก็หมายถึงการซักถามนักศึกษาในช่วั โมงบรรยายน่ันเอง เพียงแต่คาว่า
ซกั ถามนี้ย่อมประกอบด้วยคาว่า “ซัก” และคาว่า “ถาม” สาหรบั ท่านทไี่ ม่เคยเรียน
กับอาจารย์ หากจะนึกภาพตามก็ขอให้นึกถึงโฆษณาผงซักฟอกในสมัยก่อนที่เป็น
การซกั ผ้าดว้ ยมือแล้วขย้ี ๆ จนผา้ สะอาด การสอนของอาจารย์เอกก็เป็นเช่นนั้นแล
มีการซักและการถามตอบโต้กันไปมาระหวา่ งอาจารยก์ ับลกู ศษิ ย์เป็นเรอื่ งปกติธรรมดา
กระทั่งถึงจุดหน่ึงแล้วนักศึกษาก็จะเกิดปัญญากระจ่างข้ึนเองว่าต้องกลับไปค้นคว้า
เพมิ่ เตมิ เพื่อหาคาตอบมาให้ได้
ดว้ ยความท่ผี ู้เขียนประเมนิ ตนเองได้ว่าเป็นนกั ศึกษาผู้เกเร เกียจคร้าน และ
เหลวไหลคนหนึ่งในช้ันเรียนปริญญาโท สาขากฎหมายมหาชน แม้ทุกคร้ังในวิชา
บรรยายของอาจารย์เอกจะกระตืนรือร้น ตืน่ ตัว ไมง่ ่วงเหงาหาวนอน และต้องตั้งใจ
ฟงั มากหนอ่ ย เพราะกลวั คดิ ตามไม่ทันแล้วจะตอบคาถามของอาจารย์ไมไ่ ด้ หรอื บางที
กก็ ลัววา่ จะต้ังคาถามท่ีอาจารย์เพง่ิ ได้มีคาอธบิ ายเกย่ี วกับเรื่องนน้ั ไปแลว้ แต่ถึงอย่างนั้น
ก็ไม่เคยร้สู ึกว่าตนเองมีความพร้อมมากพอในการเรียนกับอาจารย์เสียที ไป ๆ มา ๆ
เร่ืองน้ีกลับกลายเป็นจุดท่ีมีผลกระทบต่อผู้เขียนโดยไม่รู้ตัว และมีคาพูดหน่ึงของ
อาจารย์ท่ีจาได้ขึ้นใจจนทกุ วันน้ี คือ “อ่านให้แตก” (แน่นอนว่าอาจารย์สอนไว้ยืดยาว
กว่านี้) ถ้อยคาเหล่านีเ้ ปน็ พลังงานคล่ืนเสียงท่ีว่ิงตรงแลว้ ฝังเข้าไปในเซลล์สมองของ
ผ้เู ขยี น ณ วนิ าทีนนั้ โดยทันที และไดส้ ง่ ผลตอ่ วธิ คี ดิ ของผเู้ ขียนให้รจู้ ักทจี่ ะลงแรงเพื่อ
เตรียมตวั ใหพ้ รอ้ มมากพอเมอ่ื จะต้องทาการงานใดกต็ าม
นอกเหนือจากการขยคี้ าถามในชัน้ เรยี นแลว้ ความเขม้ งวดของอาจารย์เอก
ก็ยังเป็นที่เลอ่ื งลือเล่าขานกันในหมลู่ ูกศษิ ย์อีกด้วย เรื่องนี้ผู้เขียนก็เห็นว่าจรงิ หากทา่ น
อยากพสิ ูจนก์ ็ลองไปหาอ่านผลงานวชิ าการของอาจารยน์ ับยอ้ นไปตง้ั แตส่ มัยท่อี าจารย์
ยงั เป็นนกั ศกึ ษาเลยก็ว่าได้ ส่วนท่ีพวกเขารา่ ลือกนั ดว้ ยว่าอาจารยเ์ ปน็ คนดุน้ัน ในเรอื่ งน้ี
๗๖ ผลกึ ความคดิ ชีวติ เอกบญุ
ผูเ้ ขียนกลับไมค่ ่อยเห็นด้วยเท่าไหร่นกั เพราะอาจารย์ใจดมี าก ๆ มคี วามเปน็ ครูมาก ๆ
และเป็นศลิ ปนิ มาก ๆ
นับได้ว่าเป็นบุญวาสนาท่ีมาพร้อมกับความโชคดีของผู้เขียนท่ีอาจารย์เอก
รับเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ชั้นปริญญาโท นึกย้อนกลับไปทีไรก็รู้สึก
ขอบพระคุณท่านทุกคร้ัง หากไม่ได้รับความกรุณาจากอาจารย์ผู้เขียนคงจบมาได้
อยา่ งทลุ ักทเุ ลเลยทเี ดยี ว
ในวาระท่ีอาจารย์จะเกษียณอายุราชการในปีน้ี ผู้เขียนซ่ึงเป็นลูกศิษย์ย่อม
ปรารถนาเพียงขอให้อาจารย์เอกมีสุขภาพกายแข็งแรง จิตใจปลอดโปร่งแจ่มใส
เพลิดเพลินกับการจิบกาแฟหอม ๆ ในสวนใต้รม่ ไม้ การอ่านตาราและการทางานท่ี
อาจารยน์ ิยมชมชอบ
นางสาวศิวณฐั ภรณ์ นันทะมา
นิติกรปฏิบตั ิการ สานกั งานเลขาธิการวฒุ สิ ภา
ผ้ชู ว่ ยเล่าขาน ถึง “อาจารยเ์ อกบุญ” ๗๗
ผูช้ ว่ ยเลา่ ขาน ถึง
“อาจารยเ์ อกบุญ”
“อาจารย์เอกบุญครบั ถ้าผมสอบ ป.โท ติด ผมขอเป็นผู้ช่วยอาจารย์นะครับ”
เป็นถอ้ ยคาที่ผมพูดกับผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกบุญ วงศส์ วัสดกิ์ ลุ ทีห่ นา้ สานักงาน
เลขานุการคณะ ชั้น ๒ ตึกคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๒ อันเป็นจุดเร่ิมต้นเส้นทางสายวิชาการของผม
นับแต่น้นั เปน็ ต้นมา
จริง ๆ แล้ว สมัยท่ีผมเรียนปริญญาตรีท่ีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์ ผมแทบไม่เคยได้รู้จกั หรอื ไดย้ นิ ช่ืออาจารย์เอกบุญมากอ่ นเลย มาได้ยิน
ช่อื อาจารย์ครง้ั แรกกต็ อนท่ีจะตอ้ งลงทะเบยี นเรียนในชั้นปีที่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ ในยุค
ที่ต้องลงทะเบียนเรียนผ่านระบบ Telebanking ของธนาคารกรุงไทย ที่เบอร์
อัตโนมัติ ๑๕๕๑ กด ๓ บริการการศึกษา กด ๒ ธรรมศาสตร์ ตอนปรึกษากันกับ
เพอ่ื นว่าวิชากฎหมายปกครอง ๑ จะลง Section ของอาจารยท์ ่านไหนดี เพอ่ื นกต็ อบ
มาว่า “ปกครอง ๑ ลงกบั อาจารย์เอกบุญดกี วา่ น่าจะง่ายกว่าอาจารยว์ รเจตน์เยอะ
กดให้ทันนะ” ยังคิดตอนนั้นว่าอาจารย์ท่านน้ีเป็นใครกัน ไม่ได้ยินช่ือท่านมาก่อน
เพราะส่วนใหญ่แล้วอาจารย์ในสาขากฎหมายมหาชนของคณะ เช่น ศาสตราจารย์
ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ศาสตราจารย์ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ ศาสตราจารย์ ดร.
วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ศาสตราจารย์ ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นที่รู้จัก
ในสังคมจากการให้ความเห็นทางกฎหมายรฐั ธรรมนูญหรือกฎหมายปกครองท้ังส้ิน
แต่กลับไม่เคยได้ยินชื่อของอาจารย์เอกบุญมาก่อนเลย แต่ผมก็ลง Section ของ
อาจารย์เอกบญุ ไม่ทนั จึงยงั ไม่ได้มโี อกาสได้เรยี นกับอาจารย์ในครัง้ น้นั
ผม ม าได้ มี โอ ก าส พู ด คุ ย กั บ อ าจ า รย์ เอ ก บุ ญ ค รั้ง แ รก ก็ ต อ น ท่ี ผ ม เป็ น
บรรณาธิการหนังสือรพีปี ๒๕๕๐ ตอนน้ันเราทาหนังสือรพีโดยมีหัวข้อหลัก
(Theme) ในเร่ืองเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ จึงต้องเชิญชวนอาจารย์สาขา
กฎหมายมหาชนเพ่อื รว่ มเขยี นบทความหลายทา่ น วันหนึ่งผมขน้ึ ไปทห่ี อ้ งพักอาจารย์
ชั้น ๔ ตกึ คณะนิตศิ าสตร์ ท่าพระจันทร์ พอดีอาจารย์เอกบุญเดินออกมาจากห้องพัก
เลยถือโอกาสเชิญอาจารย์ด้วย อาจารย์ก็ให้คาตอบกลับมาตามสไตล์ของอาจารยว์ ่า
“ผมดูก่อนละกัน แต่ผมไม่ค่อยมีเวลานะ ถ้ารีบก็ไม่ต้องเอาของผมดีกว่า คุณจะได้
๗๘ ผลึกความคดิ ชวี ติ เอกบุญ
ไม่ต้องทาหนังสือมาด้วย” ตอนนั้นก็รู้สึกว่าอาจารย์เอกบุญนี่พูดตรงดีจัง และผม
จงึ ไม่ไดร้ บกวนบทความจากอาจารย์เอกบุญเพ่อื ลงในหนังสอื รพใี นปนี ั้น
กว่าผมจะได้มีโอกาสได้เรียนและสัมผัสกับอาจารย์เอกบุญจริง ๆ ก็ตอน
เรียนวิชากฎหมายปกครองเปรียบเทียบในชั้นปีท่ี ๔ โดยวิชาน้ีเป็นวิชาเลือกที่มี
นักศึกษาลงทะเบียนเพียง ๖ คน อาจารย์เอกบุญจึงได้ใช้วิธีการบรรยายท่ีทาให้
บรรยากาศในห้องเรยี นสามารถท่ีจะพูดคุย ซกั ถาม และแลกเปลย่ี นความคิดเห็นกัน
ได้อย่างเตม็ ที่ เวลาท่ีมปี ระเด็นกฎหมายหรือการเมอื งท่ีเกดิ ขึน้ ในสงั คม อาจารยเ์ อกบุญ
ก็จะนาประเด็นเหล่าน้ันมาให้นกั ศึกษาคิดตามและถกแถลงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่าง
ออกรส จนบางคร้งั คุยเร่อื งอืน่ ทมี่ ิใช่เนื้อหาการสอนกนั จนหมดคาบเลยทีเดียว
การบรรยายของอาจารย์เอกบุญจะชัดเจน เป็นระบบ ทาให้เข้าใจเน้ือหาได้
งา่ ย และอาจารย์จะกระต้นุ ให้นกั ศกึ ษาคิดตามโดยการโยนคาถามมาให้นกั ศึกษาตอบ
อย่เู สมอ ซง่ึ บางคร้ังแมว้ ่านกั ศึกษาจะตอบคาถามถูกแลว้ แตอ่ าจารย์เอกบญุ ก็จะทัก
หรือถามตอ่ จนทาให้ผตู้ อบไขว้เขว จากน้นั อาจารยเ์ อกบญุ ก็จะกระเซา้ ว่า “ตอบแล้ว
กม็ น่ั ใจในคาตอบตวั เองหนอ่ ย ถ้าถกู ถามไปมาแลว้ คณุ ไขวเ้ ขวแบบนแ้ี ปลว่าความรู้คุณ
ยงั ไมแ่ นน่ พอ” นอกจากน้ีอาจารย์เอกบญุ จะทา PowerPoint ประกอบการบรรยาย
เองเสมอ และสามารถทาได้อย่างน่าสนใจและสามารถเชื่อมโยงกันในแต่ละสไลด์
ไดเ้ ป็นอย่างดี แตอ่ าจารย์เอกบญุ จะแจก PowerPoint เป็นเอกสารประกอบคาบรรยาย
เมือ่ บรรยายจบหัวข้อนน้ั แล้วเทา่ นั้น โดยอาจารยใ์ ห้เหตุผลว่า “ถา้ ผมแจกพวกคุณก่อน
พวกคณุ กไ็ มฟ่ ังผมบรรยายแล้วสิ”
จากการเรียนวิชากฎหมายปกครองเปรียบเทียบกับอาจารย์เอกบุญน้ีเอง
จึงทาให้ผมทีช่ อบในวชิ าในสาขากฎหมายมหาชน โดยเฉพาะกฎหมายปกครองอยู่แล้ว
ย่งิ สนุกและชอบสาขาวิชาดังกล่าวมากย่ิงขึ้น จึงมีความคิดท่ีจะศึกษาต่อในระดับที่
สูงขึ้น ผมจึงได้สมัครสอบปริญญาโทในสาขากฎหมายมหาชนท่ีคณะนิติศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และไดท้ ราบวา่ มีทุนนกั ศกึ ษาผูช้ ว่ ยอาจารย์ให้กบั นกั ศกึ ษา
ปริญญาโทเพ่ือช่วยเหลืองานวิชาการของอาจารย์ผู้บรรยายในระดับปรญิ ญาโทด้วย
เป็นโชคดีของผมท่ีคุ้นเคยกับรุ่นพ่ีท่ีเป็นผู้ช่วยของอาจารย์เอกบุญในตอนนั้นจึงได้
พูดคุยกัน พี่เค้าก็บอกว่าแกได้งานเป็นข้าราชการท่ีหน่ึงพอดี ถ้าสนใจมาเป็น
ผชู้ ่วยอาจารย์เอกบุญต่อจากพี่เลยก็ได้ ผมจงึ ได้เกริน่ ขอเป็นผชู้ ่วยกับอาจารยเ์ อกบุญ
ดังที่กล่าวไว้ต้ังแต่ต้น อาจารย์ก็ตอบว่ายินดีและให้ไปคุยกับพ่ีท่ีเป็นผู้ช่วยอาจารย์
มาก่อนให้เรียบร้อย เมื่อผมสามารถสอบเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทได้ ผมจึง
ได้มาเป็นผู้ชว่ ยของอาจารยเ์ อกบญุ นับแต่น้ัน
ผชู้ ่วยเลา่ ขาน ถึง “อาจารยเ์ อกบญุ ” ๗๙
ยังจาได้ว่างานแรกที่อาจารย์เอกบุญให้ผมทาในฐานะผู้ช่วยก็คือการหา
คาพิพากษาและคาวินิจฉัยของศาลยุติธรรมและศาลปกครองที่เก่ียวกับการควบคุม
ดุลพินิจของฝ่ายปกครองและให้สรุปประเด็นสาคัญมาให้อาจารย์ เพ่ือประกอบ
การบรรยายในวิชากฎหมายปกครองช้ันสูงที่อาจารย์สอนและผมได้เรียนอยู่ด้วย
ตอนน้ันผมก็ยังทาอะไรไม่คอ่ ยเป็นนัก พอดีว่าอาจารย์ให้เลขคดีที่เกี่ยวข้องในชัน้ เรียน
และมีพี่ที่เรียนด้วยกันแกขยันไปหามาแล้วทาสาเนาแจกกันทั้งชั้นเรียน ผมเห็นว่า
ครบถ้วนดีแล้ว จงึ ไดส้ ่งอาจารยเ์ อกบุญไปทง้ั อย่างน้นั เมือ่ อาจารย์รู้ภายหลงั กไ็ มไ่ ด้ดุ
อะไรนะครับ แต่ก็สอนผมว่า “คุณเป็นผู้ช่วยผมหาเอกสารให้ผมเอาไปสอน คุณจะ
เอาแคเ่ ท่าทม่ี คี นหามาไดม้ าให้ผมไดย้ งั ไง คุณตอ้ งหาให้ไดม้ ากกวา่ ท่คี นเรยี นเคา้ หามา
ไดส้ ิ ไมง่ ั้นเสียช่ือผมหมด” แม้วา่ อาจารย์จะพดู แบบทีเล่นทีจรงิ แต่ผมกร็ ้สู กึ ถึงความ
บกพรอ่ งของตวั เองและจดจาเปน็ วธิ ีการทางานต่อ ๆ มาใหอ้ าจารยเ์ สมอมา
สิง่ ท่อี าจารยเ์ อกบญุ สอนและฝึกผมในฐานะผู้ชว่ ยนัน้ มีหลายอย่าง แต่ทเ่ี น้น
เป็นพิเศษในชว่ งแรก ๆ คือการให้หาขอ้ มูลท่ตี อ้ งอา่ นและวิเคราะห์เพือ่ สรุปขอ้ มลู ตา่ ง ๆ
เหล่านั้นให้อาจารย์ ไม่ว่าจะเป็นคาพิพากษาและคาวินิจฉัยของศาลปกครองและ
ศาลยุติธรรม ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา และคาอธบิ ายของนักกฎหมาย
ท้ังหลาย ซึ่งสามารถฝึกได้ท้ังการอ่านเพื่อจับใจความสาคัญ การวิเคราะห์ แม้แต่
การเขียนงานทางวชิ าการ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเป็นพน้ื ฐานของการทางานวิชาการ
ท้ังสิ้น เมื่อผมได้ฝึกบ่อย ๆ เข้า จนมีทักษะมากย่ิงข้ึน อาจารย์เอกบุญจึงได้ให้ผม
ชว่ ยงานอ่ืน ๆ ของอาจารย์มากขนึ้ ดว้ ย
งานสาคัญงานแรกที่อาจารย์เอกบุญมอบหมายให้ผมทาคือการรวบรวม
บทความทางวิชาการเก่ียวกับการบังคับใช้กฎหมายย้อนหลัง ที่อาจารย์ได้รับ
มอบหมายมาจาก ศาสตราจารย์ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในขณะนั้นให้รวบรวมเพื่อจัดพิมพ์เป็นเอกสารเผยแพร่
ทางวิชาการของคณะ โดยในการรวบรวมในคร้ังน้ีอาจารย์เอกบุญย้ากับผมเสมอว่า
ต้องเอาบทความจากความเห็นของทุกฝ่ายมาให้ครบ หนังสือจะได้มีความรอบด้าน
และไม่เลือกข้างฝงั่ ใดฝ่งั หนึ่ง ในการจัดทาหนังสือเลม่ น้อี าจารย์เอกบุญใหโ้ อกาสผม
ได้ทาท้ังการเลือกบทความ การขอบทความ การเรียงบ ทความ การติดต่อ
ประสานงาน การพิสจู น์อกั ษร การออกแบบปก เรียกไดว้ ่าการทาหนังสือเล่มนี้ก็ทา
ให้ผมได้เรียนรู้ทกั ษะการทาหนังสือทั้งเล่ม และทักษะดังกลา่ วก็ยังตดิ ตวั ผมมาจนถึง
ปจั จุบัน
๘๐ ผลกึ ความคดิ ชีวติ เอกบุญ
อีกงานหนึ่งที่ผมคิดว่าไม่น่าจะมีผ้ชู ่วยของอาจารย์ในคณะท่านใดมีโอกาส
ได้ทากันมากนัก คือการท่ีอาจารย์เอกบุญให้ผมช่วยอ่านเล่มวิทยานิพนธ์ที่อาจารย์
เป็นกรรมการสอบ โดยให้ผมได้วิพากษ์วิจารณ์อย่างอิสระทั้งเรื่องเค้าโครงการ
นาเสนอ การใช้ภาษา หรือการให้เหตุผลในการวิเคราะห์ปัญหา และเขียนสรุปให้
อาจารย์พิจารณาเองอีกคร้ัง หากมีเวลาอาจารย์ก็จะพูดคุยแลกเปล่ียนกับผมใน
ประเด็นท่ีผมได้เสนออาจารย์มา ซึ่งเป็นประโยชน์กับผมมาก ๆ ในคราวท่ีผมต้อง
เขียนวทิ ยานิพนธ์ของตวั เอง เพราะเมอ่ื ไดเ้ หน็ ทง้ั ข้อดีและขอ้ เสียของวิทยานพิ นธ์ทไ่ี ด้
ผ่านตา ก็ได้นามาใช้ในการเขียนของตนเองด้วย แต่เวลาเขียนจริง ๆ แล้วก็ยังมี
ข้อบกพรอ่ งพอสมควรอยู่ดี ในเรื่องนี้ อาจารย์เอกบญุ ยังเคยกระเซ้าผมว่า “ดขู องคนอื่น
นเี่ ก่งเลยนะ เห็นหมดว่าดีไม่ดียงั ไงบ้าง ของตัวเองนี่ไมค่ ่อยเหน็ หรอก” ซึ่งก็เห็นจะจริง
อยา่ งท่อี าจารยว์ ่าครบั
เม่ือพูดถึงเรื่องวิทยานิพนธ์ นอกจากผมจะเป็นผู้ช่วยของอาจารย์เอกบุญ
แล้ว ผมยังเป็นนักศึกษาในท่ปี รึกษาวิทยานิพนธ์ของอาจารย์เอกบุญด้วย การเป็นที่
ปรึกษาของอาจารย์เอกบุญจะไม่เป็นที่ปรกึ ษาในแบบท่ีที่จบั มอื นักศึกษาเขียน หรือ
บอกแนวทางอะไรง่าย ๆ เพราะอาจารย์เอกบุญเห็นว่าหากใครมาเป็นนักศึกษา
ในท่ีปรึกษาของอาจารยแ์ ลว้ จะตอ้ งได้รับการ “ฝกึ ” จากอาจารย์ด้วย คอื ตอ้ งมเี วลา
ในการทางานด้วยกัน และต้องการให้นักศึกษาในที่ปรึกษาฝึกคิด ฝึกเขียน
ฝกึ วิเคราะหใ์ ห้ไดม้ ากทส่ี ุด อาจารย์เคยพูดกบั ผมว่าถา้ เป็นไปไดจ้ ะไมร่ บั เปน็ ทปี่ รึกษา
ให้กับนักศึกษาท่ีอยู่ปี ๔ ซ่ึงเป็นปีสุดท้ายของกรอบระยะเวลาการศึกษาปรญิ ญาโท
เลย เพราะจะไม่มีเวลาทจี่ ะไดฝ้ กึ กับอาจารยเ์ ทา่ ทค่ี วร
การฝึกการทาวิทยานิพนธ์ของอาจารย์เอกบุญน้ัน ขั้นแรกคือต้องไปอ่าน
ให้มากเสียก่อน อาจารย์เอกบุญมักจะบอกเสมอว่าต้องอ่านให้มากพอแลว้ ความคิด
มันถึงจะ “ตกผลึก” ได้ ข้ันต่อมาจะต้องทา “โครง” กล่าวคือโครงสร้างการเขียน
วทิ ยานพิ นธ์ทง้ั เลม่ ใหเ้ สรจ็ หรอื ให้ “นง่ิ ” เสียกอ่ นจงึ จะไปตอ่ ได้ เพราะหากโครงไม่น่ิง
แล้ว เนอื้ หาในการเขียนก็จะสะเปะสะปะไปดว้ ย และการทาโครงนั้นหัวขอ้ ใหญ่เล็ก
ตอ้ งสัมพันธ์กัน หัวข้อใหญ่ต้องสามารถกินความของเนื้อหาที่จะอยู่ในหัวข้อย่อย ๆ
ในหัวข้อใหญ่นั้นได้ทั้งหมด ในเร่ืองนี้ตอนที่ผมทาวิทยานิพนธ์กับอาจารย์เอกบุญ
ตอนทาโครงไปเสนออาจารย์ครั้งแรกก็คดิ วา่ ดูมาดีพอสมควรแล้ว แต่อาจารย์กลับตี
ได้เกือบทกุ จุดและต้องไปปรับมาใหมอ่ ีกหลายคร้งั การต้งั ช่ือหัวข้ออาจารย์เอกบุญ
กจ็ ะไม่บอกตรง ๆ วา่ ต้องปรับอย่างไร แตก่ ็จะบอกว่าตง้ั ช่ือหัวข้อแบบนี้มันไม่สอ่ื ถึง
ผชู้ ่วยเล่าขาน ถึง “อาจารยเ์ อกบญุ ” ๘๑
หวั ข้อย่อยหรอื เนื้อหาที่จะเขียน ผมก็ต้องกลับไปคิดหาคาท่ีเหมาะสมอยู่หลายครั้ง
จึงจะเข้าเปา้ ท่ีอาจารย์เอกบุญวางไว้
อีกเร่อื งหนึ่งท่ีอาจารย์เอกบญุ เนน้ มากในการเขยี นวิทยานิพนธค์ ือการใช้คา
หรือการใช้ภาษาท่ีต้องไม่เวิน่ เว้อ ฟุ่มเฟือย วกไปวนมา และการขึ้นต้นในแต่ละย่อหน้า
ก็จะขึน้ มาลอย ๆ ไม่ได้ จะต้องมีคาเชอื่ มให้อ่านแลว้ ไมส่ ะดดุ ดว้ ย เช่น อน่งึ อย่างไรก็ดี
อย่างไรกต็ าม นอกจากน้ี ยิ่งไปกวา่ น้ัน ซง่ึ ผมสามารถนาไปใชใ้ นการเขยี นงานวชิ าการ
ในภายหลังได้เปน็ อยา่ งดี
เม่ือผมจบปริญญาโทแล้ว ผมได้มีโอกาสเป็นผู้ช่วยวิจัยของศาสตราจารย์
ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ ดว้ ย แต่ก็ยงั ไดช้ ว่ ยงานใหญ่น้อยของอาจารย์เอกบุญอย่เู สมอ
นอกจากงานที่เคยไดท้ าในสมยั ที่เปน็ นกั ศกึ ษาผู้ชว่ ยอาจารย์ตอนเรียนปริญญาโทแลว้
อาจารย์เอกบุญยงั ได้ให้โอกาสผมในการช่วยเขียนความเห็นทางกฎหมายในประเด็น
ต่าง ๆ รวมถงึ การทาวิจยั ทางกฎหมาย กล่าวคอื แม้วา่ จะสน้ิ สดุ การเปน็ ผ้ชู ่วยอาจารย์
ในระบบของคณะไปแลว้ ผมก็ยงั เป็นผู้ชว่ ยของอาจารย์เอกบุญมาจนถึงปจั จบุ นั
ตั้งแต่ที่ผมได้มาเป็นผู้ช่วยของอาจารย์เอกบุญต้ังแต่ปี ๒๕๕๒ ภาพชินตา
ของบรรดาอาจารย์ เจ้าหน้าที่ หรือแมแ้ ตน่ ักศึกษาคณะนิติศาสตรท์ ่ที ่าพระจนั ทร์ คอื
การท่ีจะมีเด็กผู้ชายตัวใหญ่ ๆ คนนึงมาหาอาจารย์เอกบุญเสมอ แล้วก็มาชวน
อาจารยเ์ อกบุญคุยอะไรไม่รู้เยอะแยะ ทีละนาน ๆ เปน็ ชั่วโมง เวลาอาจารย์เอกบุญ
เดินไปไหนมาไหน ไปน่ังที่ไหน ก็จะตามไปด้วย ศาสตราจารย์ ดร.สุรศักดิ์
ลิขสิทธ์ิวัฒนกุล อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังเคยแซว
อาจารย์เอกบุญวา่ “นอี่ าจารยม์ ีบอดก้ี าร์ดส่วนตวั เดินคมุ ดว้ ยหรอ”
๘๒ ผลกึ ความคิด ชีวติ เอกบุญ
ผมชอบบรรยากาศในการน่ังคุยกับอาจารย์เอกบุญมากครับ เพราะความ
หลากหลายของบทสนทนาท่ีไดม้ ีโอกาสคยุ กับอาจารย์ บางคร้ังเหมือนได้นั่งฟงั เลกเชอร์
แบบตัวต่อตวั บางครั้งเหมือนการได้คุยเรอ่ื งการเมอื งกันในสภากาแฟ บางคร้งั เหมอื น
การได้ฟังแนวทางการดาเนินชีวิตทางวิชาการแบบ Life Coach บางครั้งก็เหมือน
แฟนฟุตบอลทีม Manchester United มาน่ังบ่นทีมรักของตัวเองกัน แต่การคุยกับ
อาจารย์เอกบุญทุกคร้ังผมก็จะได้รับความสนุกและความรู้กลับไปเสมอ เวลาท่ีผม
มามหาวิทยาลัยและไม่ได้มีภารกิจอะไรเร่งด่วน ผมจะเดินไปหาอาจารย์เอกบุญ
เพ่ือพูดคุยที่ห้องหรือท่ีนั่งของอาจารย์ ไม่ว่าจะเป็นห้องผู้อานวยการบัณฑิตศึกษา
คณะนิติศาสตร์ ห้องผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหาร ท่าพระจันทร์ ห้องรองอธิการบดี
ฝ่ายกฎหมาย โซฟาหน้าห้องคณบดีคณะนิติศาสตร์ หรือที่โต๊ะของพ่ีหมวย รุ่งทิพย์
ท่ีสานักงานเลขานุการคณะนิติศาสตร์ เพื่อเก็บเกี่ยวคาสอนและประสบการณ์ที่จะ
ไดร้ บั การถา่ ยทอดจากอาจารยเ์ อกบุญอยู่เสมอ หรือชว่ งท่ไี ดเ้ ดินไปเปน็ เพื่อนอาจารย์
ในการทาธุระตา่ ง ๆ ก็ยงั สามารถพดู คุยกับอาจารย์ในประเดน็ สน้ั ๆ ได้ เชน่ ในทุกวัน
พธุ ช่วงเวลาบ่ายสามกว่า ๆ แทบจะเปน็ กิจวัตรของผมไปแล้วท่จี ะต้องแวะเวยี นมาที่
คณะนิติศาสตร์ เพื่อรอเดินไปเป็นเพื่อนอาจารย์เอกบุญตอนอาจารย์เดินไปประชุม
คณะกรรมการวิธีปฏิบัตริ าชการทางปกครองทีส่ านักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
การได้พูดคุยกับอาจารย์เอกบุญอยู่เสมอ ทาให้ผมซึมซับและรับอิทธิพล
ทางความคิด โดยเฉพาะแนวคิดทางวิชาการจากอาจารย์เอกบญุ เป็นอย่างมาก เวลา
ไปเจอประเดน็ ทางกฎหมายรัฐธรรมนูญหรอื กฎหมายปกครอง ก็จะเร่มิ ต้นการวิเคราะห์
เร่ืองน้ัน ๆ จากหลักหรือฐานคิดท่ีเคยได้รับมาจากการพูดคุยกับอาจารย์เอกบุญ
อยเู่ สมอ มีหลายคร้ังท่พี อไดค้ ุยประเด็นทางกฎหมายกับพ่ี ๆ เพื่อน ๆ แล้วมีคนบอก
กับผมว่า “นี่พูดเหมือนที่อาจารย์เอกบุญเคยอธิบายเลยนะ สมกับที่เป็นผู้ช่วยแก
มานาน” ซงึ่ จรงิ ๆ แล้วไม่ใช่แค่เพียงแนวความคิดทางกฎหมายเทา่ นน้ั บางทีกซ็ ึมซบั
ไปถึงวิธีการพูดการอธิบาย รองศาสตราจารย์อานนท์ มาเม้า ยังเคยทักว่าผมพูด
ขึน้ ตน้ ประโยคเวลาแลกเปล่ียนความเห็นกันเหมือนกบั อาจารยเ์ อกบุญเลย
การเป็นผู้ช่วยของอาจารย์เอกบุญมากว่าสิบปี ทาให้ผมได้พัฒนาตัวเอง
ในเชิงวิชาการเป็นอย่างมาก จากผู้ช่วยท่ีทาอะไรไม่ค่อยเป็น ก็ค่อย ๆ พัฒนาข้ึน
ตามลาดับ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้ไปพร้อมกันคือคุณลักษณะของการเป็น
นักวิชาการท่ีดีของอาจารย์เอกบุญท่ีผมสามารถนามาเป็นแบบอย่างในการเดินบน
เสน้ ทางสายวิชาการได้เปน็ อยา่ งดี ดงั ตัวอย่างตอ่ ไปน้ี
ผชู้ ่วยเลา่ ขาน ถึง “อาจารย์เอกบุญ” ๘๓
การทางานวชิ าการ ต้อง “ตกผลกึ ” ในเร่ืองทท่ี าถงึ จะทาได้ดี คา ๆ นเ้ี ป็น
คาที่อาจารย์เอกบุญพูดอยู่บ่อย ๆ การตกผลึกของอาจารย์เอกบุญที่ว่านั้นต้องเกิด
จากการอ่านให้มากที่สดุ และต้องรอบดา้ น เพอ่ื นาสิ่งทอ่ี า่ นน้ันมาคิดวิเคราะหใ์ ห้ลกึ ซ้ึง
จนได้ข้อสรปุ ของตนเองในเร่ืองนั้น ๆ ซึ่งข้อสรปุ ดงั กล่าวอาจจะไม่เหมอื นคนอื่นกไ็ ด้
แต่ต้องแนใ่ จวา่ ได้อ่านมาเยอะ รอบดา้ น และคิดวิเคราะห์ได้ลกึ อย่างเพียงพอ และสงิ่ นี้
จะเปน็ หลักคิดของเราในการคิด วเิ คราะห์ และหาคาตอบตอ่ ข้อปัญหาทม่ี ีในเรื่องนั้น
อาจารย์เอกบุญเน้นกับผมอยู่เสมอว่าหากความคิดของคุณยงั ไม่ตกผลึกในเร่ืองท่ีทา
กจ็ ะทาใหค้ วามคิดแกวง่ ไปมาและอาจไม่สามารถตอบปญั หาในเร่ืองน้ันที่เกดิ ขึน้ หรือ
อาจมคี าตอบไปแบบผิดฝาผดิ ตวั ได้
นกั วชิ าการต้องมี “หลกั ” ของตนเองในการวิเคราะห์วิจารณ์เรื่องตา่ ง ๆ
คอื ไม่วา่ หลักท่ีใช้ในการวิเคราะห์วิจารณ์ในเรื่องใดเรื่องหน่ึงจะเหมือนหรือแตกต่าง
กับผ้อู ื่นหรือไม่นน้ั ไมส่ าคัญ แต่จะตอ้ งใชห้ ลักน้ันกับทุกเร่ืองที่มีลักษณะแบบเดยี วกัน
โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ในประเดน็ กฎหมายทเี่ กยี่ วขอ้ งกับการเมอื ง ไม่ใช่วา่ เหตกุ ารณห์ นึ่ง
ใชห้ ลกั หนึ่ง อีกเหตุการณ์หน่ึงหรอื หากเป็นกรณีของอีกฝ่ายหน่ึงกลับใช้อกี หลักหนึ่ง
เพ่อื ใหไ้ ดค้ าตอบทต่ี ้องการ อาจารย์เอกบญุ เรยี กการทาแบบนวี้ ่าไม่มีหลัก กลายเป็น
เลือกหยบิ หลักการมาอธบิ ายอยา่ งตามอาเภอใจ
นักวิชาการตอ้ งพยายามรักษา “ความเปน็ กลาง” ของตนเองให้มากทีส่ ุด
อาจารย์เอกบุญเป็นนักวิชาการคนหน่ึงที่พยายามวางตัวให้เป็นกลางท างความคิด
ความเห็น หรือทางการเมืองให้มากที่สุด อาจารย์เอกบุญบอกเสมอว่าถ้าไม่จาเป็น
จะไม่เข้าไปทางานที่เก่ียวข้องกับฝ่ายการเมืองโดยตรง หากจาเป็นก็มักจะขอช่วย
อยู่เบื้องหลังมากกว่า เพราะหากเข้าไปช่วยงานหรือเป็นท่ีปรึกษาให้กับฝ่ายใดแล้ว
ก็จะทาให้เสียความเป็นกลางไป ไม่วา่ ในความเป็นจรงิ โดยส่วนตวั เราอาจจะยึดหลัก
กฎหมายในการทางานและไม่ได้เอนเอียงไปเข้ากับฝ่ายนั้น แตเ่ มือ่ ได้เข้าไปช่วยงาน
ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแลว้ ภาพท่ผี ้อู ื่นมองเข้ามายอ่ มเหน็ วา่ เราเปน็ ฝา่ ยเดียวกับฝั่งท่เี ราเข้า
ไปช่วยงานดว้ ยอยดู่ ี การใหค้ วามเห็นของเรากจ็ ะมนี ้าหนักน้อยลงไปดว้ ย
“Perfectionist” ให้ใช้กับตัวเอง กับคนอ่ืนต้องผ่อนปรน อาจารยเ์ อกบุญ
มกั จะได้รบั การขนานนามเสมอว่าเป็น “Perfectionist” คือต้องสมบรู ณ์แบบในทุกสิ่ง
ท่อี าจารยท์ า จรงิ ๆ แล้วกม็ สี ว่ นจรงิ อยคู่ รบั แตจ่ ะเฉพาะเพียงเร่ืองทีอ่ าจารยเ์ อกบญุ
ต้องลงมือทาเองเท่านั้น เช่น การเขยี นงานทางวิชาการ อาจารย์เอกบุญจะพิถีพิถัน
ในการเขียนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นข้อเขียนสั้น ๆ หรือการเขียนหนังสือสักเล่ม
กเ็ ปน็ เช่นเดียวกัน แต่เวลาท่อี าจารยเ์ อกบุญมอบหมายใหผ้ มเอง ผชู้ ว่ ยคนอน่ื ๆ หรือ
๘๔ ผลกึ ความคิด ชีวติ เอกบญุ
พ่ี ๆ เจา้ หน้าทใ่ี ห้ดาเนินการเร่ืองใดให้ ก็จะให้อิสระในการทางาน และหากปรากฏ
ขอ้ ผดิ พลาดหรอื ไม่สมบูรณ์อยู่บ้าง อาจารย์เอกบุญก็มักจะไมไ่ ด้ว่าอะไร เพียงแต่จะ
บอกสอนว่าขอ้ บกพร่องของเราอยู่ตรงไหนเพอื่ จะได้นาไปปรับปรุง แต่ก็จะมีเร่ืองท่ี
อาจารย์ไมป่ ล่อยบ้างเหมือนกัน เช่น ความถูกต้องของเอกสารที่ต้องครบถ้วน หรือ
การใช้ถ้อยคาในหนังสือราชการหรืองานเขียนต่าง ๆ ซึ่งน่าจะเรียกว่าเป็น “ความ
ละเอียดถี่ถว้ น” ของอาจารยเ์ อกบุญเสยี มากกวา่
การช่วยงานครูบาอาจารย์ ให้คิดว่าเป็นการได้ฝึก อาจารย์เอกบุญ
มกั สอนผมเสมอว่าการทผี่ มไดช้ ่วยงานอาจารยท์ า่ นต่าง ๆ ไมว่ ่าจะเป็นอาจารยส์ มคิด
เลิศไพฑูรย์ อาจารย์สมยศ เช้ือไทย หรือตัวอาจารย์เอกบุญเอง ต้องถือว่าตัวเองมี
โอกาสได้ฝกึ ทา ฝึกคดิ ฝกึ เขยี น พัฒนาตวั เอง เพราะในความเปน็ จรงิ งานทีใ่ หช้ ่วยน้นั
อาจารย์เค้าทาของเค้าเองได้อยู่แล้ว ไม่จาเป็นต้องให้เราช่วยก็ได้ หลาย ๆ งาน
อาจารย์เค้าก็ต้องไปดูหรือทาเองอีกรอบอยู่ดี แต่ท่ีให้ผมได้ทาก็เพื่อจะให้ผมได้ฝึก
ในเรื่องนั้นนั่นเอง
ทง้ั หมดน้ีเป็นเพียงตัวอย่างคุณลักษณะ แนวความคิด และคาบอกคาสอน
ที่ผมได้รับมาจากอาจารย์เอกบุญ ที่ผมคิดว่าสามารถนามาใช้เป็นแนวทางในการ
เดินทางบนเส้นทางสายวิชาการของผมได้เปน็ อย่างดี ถอื เป็นโชคดขี องผมที่มแี มแ่ บบ
ในการเป็นนกั วิชาการท่ดี ีใหศ้ ึกษาตลอดระยะเวลาท่ผี า่ นมา
ในชีวิตทางวชิ าการของผม มี “ครู” ๒ ท่าน ที่คอยสั่งสอน สนับสนุน และ
ช่วยเหลือผมเสมอมา ทา่ นหนงึ่ คอื ศาสตราจารย์ ดร.สมคิด เลิศไพฑรู ย์ ผู้เป็น “ครู”
ทใี่ หโ้ อกาสผมในการไดท้ างานหลาย ๆ อย่าง และสนบั สนนุ ผมมาเสมอตง้ั แต่วันแรก
ท่ีได้เป็นผู้ชว่ ยวิจัยของอาจารย์จนมาถึงจดุ ที่ผมยนื อยู่ในทกุ วันน้ไี ด้ อีกท่านหนึ่งก็คง
จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เอกบุญ วงศ์สวัสดิ์กุล ผู้เป็น
“ครู” ที่ใหโ้ อกาสผมเป็นผชู้ ่วยของอาจารย์ และไดถ้ ่ายทอดวิชาความรู้ รวมถึงเทคนิค
ในการทางานวิชาการอย่างมากมายให้แก่ผม จะว่าไปแล้ว หากผมไม่ได้เป็นผู้ช่วย
ของอาจารยเ์ อกบุญต้งั แตว่ นั นน้ั ผมก็อาจไม่ไดม้ โี อกาสทางานวิชาการหลาย ๆ อย่าง
ไม่ได้มีโอกาสเป็นผู้ช่วยวิจัยของอาจารย์สมคิด และมเี สน้ ทางชวี ิตไปในอีกแบบหน่ึง
ไปแล้วกเ็ ป็นได้
ผมขอขอบคุณอาจารย์เอกบุญมากนะครับ สาหรับทุกคาสอน ทุกการฝึก
และทุกประสบการณท์ อ่ี าจารยไ์ ดม้ อบให้ การได้มีช่วงเวลาช่วงหน่งึ ของชีวิตได้ใกล้ชดิ
และเรียนรู้จากอาจารย์ถือเป็นชว่ งเวลาทีม่ ีค่าสาหรบั ผมมาก ในโอกาสทอ่ี าจารย์เอกบุญ
จะเกษียณอายุราชการในปีนี้ ผู้ช่วยอย่างผมก็ขอให้อาจารย์มีสุขภาพท่ีสมบูรณ์
ผูช้ ่วยเล่าขาน ถงึ “อาจารย์เอกบญุ ” ๘๕
แขง็ แรง มจี ิตใจผ่องใส มกี าแฟหอม ๆ ด่มื มีเวลาอา่ นและเขยี นตารบั ตารา สดุ ทา้ ยนี้
ผมอยากจะขออะไรจากอาจารยเ์ อกบญุ สกั อยา่ งหนึง่ ครับว่า
“หากอาจารย์ไม่วา่ อะไร ผมขอเปน็ ผู้ช่วยของอาจารย์
ตอ่ ไปเรือ่ ย ๆ ละกนั นะครบั ”
นายบญุ ญภทั ร์ ชูเกยี รติ (ทัวร์)
ผ้อู านวยการศูนยต์ อ่ ตา้ นการทจุ รติ คอรร์ ัปชน่ั แหง่ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
สานักงานสญั ญาธรรมศักดเ์ิ พือ่ ประชาธปิ ไตย
๘๖ ผลึกความคิด ชีวิตเอกบุญ
เอกบุญญาคารวาจารย์
“ปาเจราจริยา โหนฺติ คณุ ุตฺตรานุสาสกา”
แด่ครอู าจารยผ์ ูท้ รงคณุ อันประเสริฐยงิ่ เปน็ ผู้พรา่ สอนสรรพศลิ ปวทิ ยาการทง้ั ปวง
ท่ามกลางกระแสความเปล่ียนแปลงพลวัตของสังคมโลกและสังคมไทย
ที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางเป็นประวัติการณ์ของโลกใบน้ี เป็นสภาวการณ์ท่ี
มวลมนุษ ยชาติต้องเผชิญกับมหันตภัยร้ายแรงของโลกที่ครานี้เหล่าศัตรู
ตัวฉกาจฉกรรจ์มไิ ด้ปรากฏตวั ในรูปแสดงของคนหรอื สัตว์ หากแต่เปน็ สงิ่ ทไ่ี ม่สามารถ
มองเห็นด้วยนัยน์ตาเปล่าได้ เหตุร้ายแรงดังกลา่ วเร่ิมมีเค้าลางมาตั้งแต่ช่วงปลายปี
พุทธศักราช ๒๕๖๒ (คริสต์ศักราช ๒๐๑๙) จนกระท่ังทวีความรุนแรงมากขึ้น
ตามล่าดับจนถงึ ปัจจบุ ัน ปีพุทธศักราช ๒๕๖๓ (คริสต์ศักราช ๒๐๒๐) เหตมุ หันตภัย
ดงั กล่าวปรากฏในรูปของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus Diseases
2019 : COVID-19) ท่ีมกี ารแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกลา่ วอย่างกว้างขวางและ
รวดเร็วจนน่าสะพรึงกลัว โดยเริ่มตงั้ แต่กล่มุ ประเทศในเขตทวปี เอเชยี ลุกลามไปจนถึง
ทวปี ยุโรปและทวีปอเมริกา มียอดผปู้ ว่ ยตดิ เชื้อหลายล้านรายและยอดผูเ้ สียชีวติ กเ็ ป็น
สถิติท่ีน่าหดหู่สังเวชมากยิ่งกว่าเหตุสงครามโลกด้วยซ้่า ส่าหรับในประเทศไทยน้ัน
กไ็ ด้รับผลกระทบอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ทั้งจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวตา่ งชาติ
ในกลุ่มประเทศเส่ียงท่ีเดินทางเข้ามาในประเทศไทย หรือกลุ่มคนไทยท่ีเดินทาง
ไปท่างานหรือท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศเส่ียง หากแต่วิกฤตการณ์ในคร้ังน้ีก็ทุเลา
เบาบางลงตามล่าดับอันเกิดจากความร่วมมือของทกุ ภาคส่วนในสังคมไทย ไม่ว่าจะ
ในระดับนโยบาย (คณะรัฐบาล) หรือระดบั ปฏิบัติการ ท้ังภาควิชาการ ภาควิชาชีพ
ภาคประชาสังคม ภาคส่ือสารมวลชน ภาครัฐ ภาคเอกชน และที่ส่าคัญที่สุดคือ
ภาคประชาชน ท่ีต่างร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติตามมาตรการและค่าแนะน่าของ
ทางราชการและผู้เช่ียวชาญด้านการสาธารณสุข ในเหตุการณ์ครั้งนี้ทุกคนทุกฝ่าย
ต่างซาบซึ้งใจและประทับใจในความเสียสละ ความอดทน ความรับผิดชอบในการ
ปฏิบัติหน้าท่ีตามจรรยาแห่งวิชาชีพของเหล่าคณะแพทย์ พยาบาล และบุคลากร
ทางการแพทย์ทกุ ทา่ นทตี่ ่างทุ่มเทและมงุ่ มั่นท่ีจะรกั ษาผูป้ ่วยและพชิ ิตโรคร้ายใหห้ มด
ส้ินไปให้จงได้ ผลสืบเน่ืองจากวิกฤตการณ์ดังกล่าวท่าให้สังคมไทยได้เรียนรู้และ
ตระหนกั ในหน้าที่ ความมีวินัย ความรบั ผิดชอบส่านึกส่วนตนทตี่ อ้ งผูกพนั ร่วมกันต่อ
เอกบุญญาคารวาจารย์ ๘๗
สว่ นรวมในอันที่จะสรรค์สร้างครอบครวั และสังคมที่ปลอดภัยและปราศจากโรคร้าย
ท้ังปวงภายใต้การปฏิบัติตนตามมาตรการทางการสาธารณสุขและฐานวิถีชีวิตใหม่
(New Normal) ประเทศไทยเราจึงไดร้ ับคา่ ชน่ื ชมจากนานาอารยประเทศวา่ มีระบบ
การบริหารจดั การสถานการณ์วกิ ฤติดังกลา่ วได้อย่างมีประสทิ ธิภาพและประสิทธิผล
อีกท้ังมีมาตรการรองรับกลุ่มประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว
เกอื บครอบคลมุ ในทกุ มิติ
จากข้อความคิดและข้อเท็จจรงิ ทไี่ ด้พรรณนาในขา้ งต้นน้ี สะท้อนให้เห็นถึง
บทบาทและความส่าคัญของทกุ ส่วนทุกฝ่ายท่ตี ้องกลมเกลยี วประสานร่วมมือร่วมใจกัน
เพื่อพยุงความเป็นเอกภาพของสงั คมในอนั ทจี่ ะฝ่าฟันและรอดพน้ ภยันตรายทเ่ี ผชิญ
ในคร้งั นี้ให้จงได้ ในส่วนนี้จะขอมุง่ เน้นไปที่กลุ่มบุคคลกล่มุ หน่ึงทมี่ ีหน้าที่ต่อส่วนรวม
ในอันท่ีจะยังประโยชน์แก่สาธารณะในยามวิกฤติฉกุ เฉินไม่น้อยไปกวา่ กลุ่มบุคคลอื่น
ที่จะกลา่ วถึงในสว่ นน้ีก็คอื กลุม่ บคุ ลากรในภาควชิ าการ (นักวิชาการ) กล่มุ บุคคลกลมุ่ น้ี
ล้วนแลว้ แต่ประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาต่าง ๆ ที่เตรยี มพร้อมจะระดม
สรรพกา่ ลงั ท้งั ปวงในอนั ท่จี ะวเิ คราะหส์ ังเคราะหแ์ ละประมวลผลใหเ้ ป็นยตุ ิจนตกผลึก
เป็นข้อมูลที่ส่าคัญในอันที่ผู้มีหน้าท่ีและอ่านาจในระดับนโยบายจะหยิบยกน่าไปใช้
ประกอบการตัดสินใจในการวางมาตรการต่าง ๆ เพื่อความรอบคอบและรัดกุม
ในผลลัพธ์ที่จะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางในระดับมหภาค ภายใต้เง่ือนไขท่ีว่า
กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ของประเทศจะต้องได้รับผลดีมากกว่าผลเสีย และต้องมี
มาตรการเยียวยาหรือรองรับกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบด้วย หน่ึงในนักวิชาการ
ที่ข้าพเจ้าสัมผัสได้ถึงอุดมการณ์และจิตวิญญาณของความเป็นครู ครูผู้มีแต่ค่าว่าให้
ครูผู้มีแต่ความเมตตากรุณาต่อลูกศิษย์เสมอมา ในท่ีน้ีข้าพเจ้าก่าลังกล่าวถึง
“ทา่ นอาจารย์เอก” ของบรรดาลูกศิษย์นิตโิ ดมทุกคน “ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกบุญ
วงศ์สวัสด์ิกุล” อาจารย์ประจ่าคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จาก
ข้าราชการหนุ่มนิติกร ส่านักผังเมือง (ปัจจุบันคือ กรมโยธาธิการและผังเมือง
กระทรวงมหาดไทย) ผันตัวเองในชีวิตของนักปฏิบัติกว่า ๑๐ ปี ก้าวเข้าสู่เส้นทาง
นักวิชาการดา้ นกฎหมายในคณะนติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านอาจารย์
เอกบุญเป็นผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายแขนงโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านกฎหมายม หาชน
จึงไดร้ บั การมอบหมายจากคณะใหร้ ับผดิ ชอบในการสอนการบรรยายหลายวชิ าทั้งใน
ระดับปริญญาบัณฑิตและระดับบัณฑิตศึกษา อาทิ วิชากฎหมายรัฐธรรมนูญ วิชา
กฎหมายปกครอง วิชากฎหมายปกครองเปรียบเทียบ วิชากฎหมายปกครองท้องถิ่น
วิชากฎหมายศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองเปรียบเทียบ วิชากฎหมาย
๘๘ ผลกึ ความคดิ ชีวิตเอกบุญ
การผังเมืองและการควบคุมอาคาร และวชิ ากฎหมายการบริหารราชการแผน่ ดนิ เป็นต้น
โดยตลอดระยะเวลาท่ีขา้ พเจา้ ได้เป็นนักศกึ ษาทั้งในระดบั ปรญิ ญาตรีและปรญิ ญาโท
ท่ีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้มีโอกาสเข้าร่วมท่างานและ
ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของคณะนิตศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ สมาคมนิตศิ าสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมูลนิธินิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าให้
ข้าพเจ้าได้มีโอกาสใกล้ชิดกับท่านอาจารย์เอกบุญท้ังในฐานะลูกศิษย์และผู้ได้รับ
ค่าปรกึ ษาแนะน่าต่าง ๆ ด้วยดีเสมอมา บางท่านอาจจะมีความรู้สึกวา่ ท่านอาจารย์
เอกบญุ ทา่ ทางเปน็ คนดุ แตถ่ า้ ท่านไดม้ ีโอกาสเข้าไปพูดคุยสนทนาโอภาปราศรัยหรือ
ได้รว่ มทา่ งานกบั ท่านอาจารยแ์ ลว้ ความรูส้ กึ ข้างตน้ ดงั กลา่ วกจ็ ะกลบั กลายเปลี่ยนแปลง
เป็นว่าท่านอาจารยม์ ีความรักความเมตตาต่อลกู ศิษย์อย่างมาก อาจจะเป็นมากกว่า
ค่าว่าครดู ว้ ยซ้า่ ไป กล่าวคือ ทา่ นอาจารยเ์ อกบญุ จะเป็นทัง้ พ่อ เป็นท้งั พ่ชี าย และเป็น
ท้ังเพ่ือน (กัลยาณมิตร) ที่มีแต่ค่าว่ารักใคร่เอ็นดูและเมตตากรุณาต่อทุกคนท่ีเดิน
เข้าไปหาทา่ น ไม่ว่าบุคคลคนนนั้ จะเดนิ เข้าไปหาท่านอาจารย์ด้วยความสุข ก็จะกลับ
ออกมาด้วยความสุขท่ีมากลน้ ทวีคูณ ในทางกลับกันหากบุคคลคนน้ันเดินเข้าไปหา
ท่านอาจารย์ดว้ ยความทุกข์ บุคคลคนนั้นก็จะกลับออกมาด้วยใบหน้าที่เปือ้ นรอยย้ิม
และเปีย่ มความสขุ ท่ที ่านอาจารยจ์ ะส่งมอบให้ ท่าใหค้ วามรสู้ ึกเศร้าโศกนั้นพลนั มลาย
หายไปด้วยค่าปลอบ ค่าแนะน่า ค่าคิดค่าสอนดี ๆ ท่ีท่านอาจารย์จะส่งพลังและ
กา่ ลังใจออกมาให้ลกู ศษิ ยท์ ุกคนทห่ี วังพง่ึ พิงรม่ ไมใ้ หญน่ ้ไี ดร้ ่มเยน็
จากความรคู้ วามสามารถระดบั นิตศิ าสตรดุษฎีบณั ฑิต (สาขากฎหมายมหาชน)
จากร้วั มหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลกของประเทศฝรั่งเศส (Université Toulouse 1
Capitole) อีกทัง้ ประสบการณท์ ่ีมากลน้ และบุคลกิ ภาพเฉพาะตนอันเป็นเอกลักษณ์
ของท่านอาจารย์เอกบุญได้ขจรขจายกิตติศัพท์ไปท่ัวส่านักแดนโดม จนได้รับความ
ไว้วางใจให้รับผิดชอบงานบรหิ ารนอกเหนือจากงานสอนงานบรรยายปกติจากท่าน
คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตามล่าดับดังนี้ กล่าวคือ ท่าน
อาจารย์เอกบุญได้รับการแต่งต้ังให้ด่ารงต่าแหน่ง ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายการนักศึกษา
ระหว่างปี ๒๕๓๗-๒๕๓๘ ต่าแหนง่ รองคณบดีศนู ย์รงั สติ ระหว่างปี ๒๕๔๕-๒๕๔๗
ต่าแหน่ง รองคณบดีฝ่ายวจิ ัยและคุณภาพการศึกษา ระหว่างปี ๒๕๕๐-๒๕๕๓ และ
ต่าแหน่ง ผู้อ่านวยการบัณฑิตศึกษา ระหว่างปี ๒๕๕๓-๒๕๕๖ จากผลงานที่เป็น
ทป่ี ระจักษ์ท้ังในสายตาของผู้บริหารคณะนิติศาสตร์และประชาคมนิติโดม ส่งผลให้
ท่านอาจารย์เอกบุญได้รับความไว้วางใจจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ในอันท่ีจะไดร้ บั ผิดชอบในภารกิจการบรหิ ารงานในระดับท่สี งู ข้นึ กล่าวคือ ไดร้ ับการ
เอกบุญญาคารวาจารย์ ๘๙
แต่งตั้งให้ด่ารงต่าแหน่งเป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทั้งในต่าแหน่ง
ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารท่าพระจันทร์ ในปี ๒๕๕๗ และต่าแหน่งกรรมการ
สภามหาวิทยาลัยและรองอธิการบดีฝ่ายกฎหมาย ระหว่างปี ๒๕๕๘-๒๕๖๐ และ
ในปัจจุบันท่านอาจารย์เอกบุญได้รับแต่งต้ังจากผบู้ ริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ใหด้ า่ รงตา่ แหน่ง ผอู้ ่านวยการศนู ยป์ ระชาธปิ ไตยและพลเมือง สา่ นกั งานสญั ญาธรรมศกั ดิ์
เพื่อประชาธิปไตย ตั้งแต่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ จนถึงปัจจุบัน ด้วยกิตติประวัติ
อันอุโฆษถึงความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชนของท่าน ท่านอาจารย์เอกบุญ
จงึ ได้รับความไว้วางใจจากฝ่ายนิตบิ ัญญัติ ฝา่ ยบรหิ าร และฝ่ายปกครองของภาครัฐ
ในการได้รับแต่งต้ังเป็นท่ีปรึกษา กรรมการ และอนุกรรมการด้านกฎหมายในชุด
คณะกรรมการผู้ทรงคณุ วุฒิระดับประเทศในคณะต่าง ๆ มากมาย อาทิ กรรมการท่ี
ปรึกษากฎหมายของรัฐบาล กรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญ
กรรมการการกระจายอ่านาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน กรรมการบริหาร
สถาบนั เทคโนโลยปี ้องกันประเทศ (องคก์ ารมหาชน) กรรมการพจิ ารณารา่ งกฎหมาย
ของกระทรวงมหาดไทย กรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ส่านักงาน
คณะกรรมการกฤษฎีกา อนุกรรมาธิการยกร่างรฐั ธรรมนูญ อนุกรรมการข้าราชการ
พลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา อนุกรรมการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ
เพือ่ การท่องเท่ยี วอยา่ งยัง่ ยืน (องค์การมหาชน) และอนุกรรมการสถาบนั เทคโนโลยี
นิวเคลียรแ์ ห่งชาติ (องคก์ ารมหาชน) เป็นต้น
ดว้ ยบุคลิกภาพและอุปนิสัยความน่ารักและความมีเสน่ห์ของท่านอาจารย์
เอกบุญทที่ ่าให้บรรดาผบู้ ริหารมหาวทิ ยาลัย คณาจารย์ เจา้ หนา้ ที่ บุคลากร ลูกศษิ ย์
และคนรอบข้างทา่ นอาจารย์รสู้ กึ ดีและตอ้ งอมยมิ้ ตลอดเวลากค็ อื ความไมถ่ อื ยศศกั ดิ์
ความเปน็ กันเอง ความเป็นผู้ใหญใ่ จดีทีม่ ีเมตตากรุณาต่อผูใ้ ต้บังคับบัญชาและเพื่อน
ร่วมงานเสมอ ซึ่งข้าพเจ้าถือว่าเป็นอีกคุณธรรมประการหน่ึงในการครองตน ครองคน
และครองงานของท่านอาจารย์เอกบุญที่น่าสมควรได้รับการสรรเสริญและช่ืนชม
นอกเหนือจากการท่ีท่านอาจารย์เอกบุญจะเปี่ยมล้นด้วยความรู้ความสามารถและ
ประสบการณ์ท้ังในทางวิชาการและการบริหารองค์กรแล้ว หากข้าพเจ้าจะกล่าว
ในภาพรวมของการเป็นลูกศิษย์ท่านอาจารย์ท่านนี้ สุภาพบุรุษผู้เต็มเป่ียมไปด้วย
ความเมตตากรุณาต่อศิษย์ท้ังหลาย คุณธรรมประการหน่ึงท่ีสามารถประมวลจาก
สรรพกิจท่ีท่านอาจารย์เอกบุญได้ประพฤติปฏิบัติบ่าเพ็ญมาโดยตลอด คุณธรรมที่
แสดงบ่งช้ีชัดให้เห็นในความเป็นตัวตนเชิงปัจเจก ความเป็นอัตลักษณ์ของท่าน
อาจารย์ก็คือ “กัลยาณมิตรธรรม ๗” (คณุ ธรรม ๗ ประการของผู้ทีเ่ ปน็ มติ รท่ดี ี) ตาม
๙๐ ผลกึ ความคิด ชวี ติ เอกบุญ
พระพุทธพจน์บัญญัติของสมเด็จพระบรมศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดังปรากฏ
ในหนังสือพระสตู รและอรรถกถาแปล ขุททกนิกาย อุทาน เล่มที่ ๔๔ ของมหามกุฏ
ราชวิทยาลยั ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ ความว่า
๑. ปิโย (ผู้เปน็ ทรี่ ักหรอื นา่ รกั ) หมายความวา่ เป็นผู้ทรี่ จู้ ักเอาใจใสใ่ นตวั บุคคล
และสุขทกุ ข์ของเขา เขา้ ถงึ จติ ใจใหค้ วามรสู้ กึ สนิทสนมเป็นกันเอง ชวนให้อยากเข้าไป
ปรกึ ษาไต่ถาม
๒. ครุ (ผนู้ ่าเคารพ) หมายความว่า เป็นผมู้ ีความหนกั แนน่ ถือหลกั การเป็น
สา่ คัญ เป็นผู้เที่ยงตรง ไม่มีอคติ ไม่มีความล่าเอียง ซึ่งเป็นแกนกลางของการรกั ษา
ดุลยภาพและความสามัคคี มีความประพฤติสมควรแก่ฐานะ ท่าให้เกิดความรู้สึก
อบอุ่นปลอดภัยและเป็นทพ่ี ง่ึ ได้
๓. ภาวนีโย (ผู้นา่ เจริญใจ) หมายความว่า เป็นผู้ที่น่ายกยอ่ งเป็นแบบอยา่ ง
ได้ ท่าใหผ้ ทู้ ่รี ว่ มอยู่ร่วมไป คอื คนทง้ั หลายในประชาคมนน้ั มีความภาคภูมใิ จ พอนึกถึง
ก็มีความมั่นใจและภาคภูมิใจในตัวครูบาอาจารย์ว่าเป็นผู้มีสติปัญญา ความรู้
ความสามารถ รู้จริง เก่งจริง และมีคุณธรรมความดีงามอย่างแท้จริง น่าเอาเป็น
แบบอย่าง
๔. วัตตา (ผู้รู้จักพูด) หมายความว่า เป็นผู้รู้จักพูดให้ได้ผล รู้ว่าใน
สถานการณ์ใด และกับใคร ควรพูดอะไร อย่างไร เปน็ ต้น คือ พูดให้เขาเข้าใจ พดู ให้
เขาไดร้ บั ประโยชน์ และพดู ให้เขาชว่ ยกนั สร้างสรรคป์ ระโยชน์
๕. วจนักขโม (ผู้รู้จักฟัง) หมายความว่า เป็นผู้ไม่ใช่เอาแต่พูดอย่างเดียว
โดยไม่ยอมรับฟังผู้ใด เพราะการรจู้ กั รบั ฟังเป็นส่วนหนง่ึ ของการท่ีจะสือ่ สารให้ได้ผล
แมว้ ่าเขาพูดมาจะไม่ถกู ใจอะไรก็ต้องทนได้ ทั้งน้ี กเ็ พอื่ ให้การงานและประโยชน์ที่จะ
ตงั้ ใจท่านั้นส่าเร็จลงได้
๖. คมั ภีรัญจะกะถงั กตั ตา (ผรู้ ูจ้ ักแถลง) หมายความว่า เปน็ ผู้ท่ีสามารถท่า
ให้เรื่องราวต่าง ๆ ท่ีลกึ ซ้ึงเรื่องท่ีลึกที่ยาก ก็ท่าให้ตื้นให้ง่ายได้ และสามารถแนะน่า
อรรถาธิบายข้อมูลความรู้ต่าง ๆ ทั้งที่ต้ืนและท่ีลึกซึ้งให้ผู้อื่นได้เข้าใจและสามารถ
น่าไปปฏิบัติให้เหน็ ผลดีจริงได้ และ
๗. โน จัฏฐาเน นิโยชะเย (ผู้ไม่ชักน่าในอฐานะ) หมายความว่า เป็นผู้ท่ี
ไม่ชักจงู ผ้อู น่ื ไปในทางเสื่อมหรอื ไปในทางทีเ่ หลวไหลไรส้ าระ หรือที่เปน็ โทษเปน็ ความ
ทกุ ข์เดือดรอ้ น
ท้ายท่ีสุดน้ี เน่ืองในศุภวาระเจริญอายุวัฒนมงคล ๕ รอบนักษัตร ๖๐ ปี
กะรัตทองของ “ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกบุญ วงศ์สวัสด์ิกุล” อาจารย์ประจ่า
เอกบุญญาคารวาจารย์ ๙๑
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอธิษฐานขออาราธนา
คุณพระศรีรัตนตรัย พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระพุทธธรรมทิฐิศาสดา
พระพุทธโลกนิติธรรมเทสก์ พระพุทธนิติธรรมศาสดา พระสยามเทวาธิราช และ
สรรพสิ่งศกั ดสิ์ ิทธ์ิในสากลโลก ตลอดจนพระบรมเดชานภุ าพแห่งสมเดจ็ พระบูรพมหา
กษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร พระบารมแี ห่งพระบาทสมเด็จพระวชริ เกลา้ เจา้ อยหู่ ัว สมเด็จพระนางเจ้า
สิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินี จงโปรดดลบันดาลพระราชทานพรอันประเสริฐให้แก่ท่าน
“ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกบุญ วงศ์สวัสดิ์กุล และครอบครัว” จงเพ็ญพร้อมด้วย
จตรุ พธิ พรชัย มพี ลานามยั สมบรู ณ์แขง็ แรงปราศจากโรคาพยาธภิ ัยและอุปัทวันตราย
ทัง้ ปวง มอี ายยุ ง่ิ ยนื นาน ผองทรุ ชนคนพาลจงประลาตร้างห่างไกล คิดประสงค์จา่ นง
หมายสงิ่ ใดจงสัมฤทธผิ ลดังความมงุ่ มาดปรารถนาทุกประการ และยังคงเป็นพ่อพิมพ์
ของชาติเป็นเบ้าหลอมเป็นต้นแบบของอนุชนส่านักนิติโดมในการสรรค์สร้าง
เหล่าทรพั ยากรมนุษยเ์ พ่ือออกไปรับใช้สังคมและประเทศชาติด้วยพ้ืนฐานแห่งคณุ ธรรม
จริยธรรมและนิติธรรมสบื ไป สุดท้ายน้ีข้าพเจ้าขอกราบมุทิตาคารวะกตเวทิตาคณุ และ
นอ้ มรา่ ลึกอาจาริยบูชาพระคุณครู “ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกบุญ วงศ์สวัสดกิ์ ุล”
ปูชนียาจารย์ผู้ประสิทธ์ปิ ระสาทสรรพวิชาความรแู้ กข่ ้าพเจ้าและเหล่าศษิ ย์สา่ นกั นติ ิโดม
ทั้งหลายเนื่องในโอกาสมงคลยิ่งดว้ ยบทกลอนบทนี้
๖ ทศวรรษ เอกบุคคลผูด้ ลจิต
สรรค์สรา้ งศษิ ย์ด้วยวชิ ชามหาศาล
บ่มความคดิ ความตระหนักในการงาน
เพอ่ื สบื สานต่อเทียนธรรมใหน้ า่ ไทย
๖ ทศวรรษ เอกอาจารย์ขบั ขานศาสตร์
ใหโ้ อภาสงามพศิ ษิ ฐ์โสภติ สมัย
งานกฎหมายมหาชนผอ่ งอา่ ไพ
สว่างไสวในวงงานวิชาการ
๖ ทศวรรษ เอกบุรษุ อาชาไนย
งานบริหารมหาวิทยาลัยเลิศประสาน
งานทป่ี รึกษารฐั กจิ สมั ฤทธิการ
ชนช่ืนบานธรรมศาสตรแ์ ดนเสรี
๙๒ ผลึกความคดิ ชวี ติ เอกบุญ
๖ ทศวรรษ เอกบญุ อดุลญาณ
วราจารยน์ ิติโดมประโลมศรี
ศิษย์นอ้ มกราบมุทติ าปูชนีย์
ขอมอบกลอนบทน้ีบูชาครู
(สมเกยี รติ คงสวัสด์ิ : ประพนั ธ)์
“ปญญฺ าวุฑฺฒกิ เร เต เต ทนิ ฺโนวาเท นมามหิ ํ”
ขา้ พเจ้าขอนอบน้อมบคุ คลเหลา่ น้ัน ผ้ใู ห้โอวาทผทู้ า่ ให้ปญั ญาเจรญิ
ข้าพเจา้ ขอกราบไหวค้ รูอาจารย์เหลา่ นน้ั ดว้ ยความเคารพอย่างยง่ิ
นายสมเกยี รติ คงสวัสด์ิ
นิติกรช่านาญการ สา่ นักงานการตรวจเงินแผ่นดนิ
นิติกรช่านาญการ ส่านักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่ ฝ่ายเลขานุการประธาน
กรรมการตรวจเงินแผน่ ดนิ , ผู้ช่วยเลขาธิการสมาคมนิตศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์, กรรมการและ
ผู้ช่วยเลขานุการกองทุนศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ มูลนิธินิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,
กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการชมรมนักศึกษากฎหมายรางวัลสัญญา ธรรมศักดิ์, อดีตที่ปรึกษา
คณะกรรมาธิการสามัญประจ่าวุฒิสภา และอดีตเลขานุการประธานคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมาย
ประธานวุฒิสภา, นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับสอง), นิติศาสตรมหาบัณฑิต (กฎหมายมหาชน)
มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์, ประกาศนียบัตรผ้นู า่ ยุคใหมใ่ นระบอบประชาธปิ ไตย สถาบันพระปกเกล้า และ
นักศึกษากฎหมายดเี ดน่ รางวัลสญั ญา ธรรมศักดิ์ ประจ่าปี ๒๕๕๔
อาจารยเ์ อกบุญของพวกเรา ๙๓
อาจารย์เอกบญุ ของพวกเรา
ท่านอาจารย์เอกบุญ สมัยที่ดารงตาแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายกฎหมาย
ซึ่งท่านไม่ได้กากับดูแลสานักงานสภามหาวิทยาลัยโดยตรง แต่พวกเราก็ได้พบปะ
กับท่านเป็นประจาผ่านการประชุมสภามหาวิทยาลัย การประชุมคณะกรรมการ
บริหารมหาวิทยาลัย และตามงานพิธีการต่าง ๆ ภายนอกท่านเป็นผู้ท่ีมีบุคลิก
ดูน่าเกรงขาม สุขุมนุ่มลึก แต่เม่ือได้ทาความรู้จักกันมากขึ้นผ่านการทางานร่วมกัน
สิ่งที่พบเห็นจากบุคลิกภายนอกก็ยังคงอยู่ แต่พวกเราได้พบเห็นมุมอ่ืน ๆ ของท่าน
มากขึ้น ท่านเป็นคนอารมณ์ดี มีจิตใจเมตตา และใส่ใจผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่เสมอ
คอยใหค้ าปรกึ ษาหรอื ใหค้ วามร้ใู นเรอื่ งเกี่ยวกับกฎหมาย เม่ือสานกั งานสภามหาวทิ ยาลยั
มขี อ้ ตดิ ขัดหรือตอ้ งการความชัดเจนในเร่ืองใด ๆ เกีย่ วกับประเด็นทางกฎหมายก็มักจะ
ได้รับความเมตตาและความรจู้ ากท่านอาจารย์เอกบุญเสมอ พวกเรารู้สึกมีความสุข
และเป็นเกียรตทิ ี่ชว่ งเวลาหนึ่งไดม้ ีโอกาสร่วมงานและไดร้ ับความรู้จากทา่ น “ป๋าเอก
ของพวกเรา”
ในโอกาสที่ท่านจะมีอายคุ รบรอบ ๖๐ ปี พวกเราสานักงานสภามหาวิทยาลัย
ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย อานวยอวยชัยให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง เป็นท่ีรัก
ของพวกเราและชาวธรรมศาสตรต์ ลอดไป
นางสาววรรณพรรณ นาคสังข์
ผู้อานวยการสานกั งานสภามหาวทิ ยาลยั
๙๔ ผลึกความคิด ชีวิตเอกบุญ
ผ้บู งั คบั บญั ชา
ของนิติกรตัวนอ้ ย ๆ
ผู้เขียนในฐานะท่ีปฏิบัติงานเป็นนิติกรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ซ่ึงก่อนท่ีผู้เขียนจะได้มีโอกาสพบกับผู้บังคับบัญชาท่านนี้ ในฐานะรองอธิการบดี
ฝ่ายกฎหมายท่ีมีนามช่ือว่า “ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกบุญ วงศ์สวัสดิ์กุล” นั้น
ขอเกรน่ิ ก่อนวา่ ผู้เขียนเข้ามาปฏบิ ัติหน้าที่ ณ กองนติ กิ าร มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์
เมอ่ื ครั้งที่ศาสตราจารย์ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ เป็นอธิการบดมี หาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
(สมยั ที่ ๑) ซง่ึ มีศาสตราจารย์ ดร.อุดม รฐั อมฤต เปน็ ผู้บังคับบัญชาของกองนติ ิการ
ผู้เขียนได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนิติกรเรื่อยมา จนเข้าสู่ยุคสมัยที่ศาสตราจารย์
ดร.สมคิด ดารงตาแหน่งอธิการบดี (สมยั ท่ี ๒) ในขณะนั้นยังไม่ทราบวา่ อาจารย์ทา่ นใด
จะมาเป็นผู้บังคับบัญชาของกองนิติการในฐานะรองอธิการบดีฝ่ายกฎหมาย “แต่ก็มี
เสยี งลอื เสียงเลา่ อ้างอนั ใดพเี่ อย” วา่ จะเปน็ ท่านนนั้ ทา่ นน้ี แต่ท้ายท่สี ดุ ในวนั ท่ตี ้องมี
การแต่งตั้งรองอธิการบดีฝ่ายกฎหมาย ปรากฏตามคาสั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ที่ ๒๖๓๔/๒๕๕๗ ลงวนั ท่ี ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๗ ก็ปรากฏช่ือ “ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์
ดร.เอกบุญ วงศ์สวัสด์ิกุล” เป็นรองอธิการบดีฝ่ายกฎหมาย ซ่ึงต่อไปนี้ผู้เขียนขอ
กลา่ วถึงเรียกนามวา่ “อาจารย์เอกบุญ” ตอนแรกทเ่ี ห็นคาส่ังดังกล่าวเกดิ คาถามขึ้น
ในใจว่า “ใครนะ ไม่เห็นเคยได้ยินช่ือเลย” อาจเป็นเพราะว่าในขณะน้ันผู้เขียน
เข้าปฏิบัติงานที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาไม่นาน กระทั่งเข้ามาจนถึงวันที่
รองอธกิ ารบดีฝ่ายกฎหมายมาพบปะบุคลากรของกองนิตกิ ารครง้ั แรก ณ ห้องประชมุ
ช้นั ๖ อาคารอเนกประสงค์ ๑ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจนั ทร์ เม่ือถึงเวลา
พบกนั ผูเ้ ขยี นจาไดว้ ่าคาแรกท่ีอาจารย์เอกบญุ ได้กล่าว คอื “อาจารย์สมคดิ บังคับให้
ผมมาเป็นรองฯ ของพวกคุณ” ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเร่ิมต้นท่ีเร่ิมมีความคุ้นเคยกับ
อาจารย์เอกบญุ ในฐานะผูบ้ งั คบั บัญชา
ผู้เขียนรับผิดชอบหน้าท่ีในงานวินัยและสอบสวนของมหาวิทยาลัย ได้มี
โอกาสใกลช้ ิด ปรกึ ษา หารือ ขอคาแนะนา และแสดงความคิดเหน็ ต่าง ๆ ทเี่ ก่ยี วข้อง
กับการทางานกับอาจารย์เอกบุญ ผู้เขียนเห็นว่า อาจารย์เอกบุญจะให้ความเป็น
กนั เอง รับฟงั ความคิดเหน็ ในการประชมุ หรือสอนงานมกั จะให้หลกั การของกฎหมาย
ท่ีเกี่ยวข้องแก่ผู้ปฏิบัติงานเสมอ รวมทั้งจะชี้ประเด็นปัญหาทั้งในแง่ของข้อเท็จจริง
ผ้บู ังคับบัญชา ของนิตกิ รตวั น้อย ๆ ๙๕
และข้อกฎหมายโดยอธิบายประเดน็ ปัญหาและเกดิ ความเขา้ ใจแกผ่ ู้เขียนไดเ้ ป็นอย่างดี
ผู้เขียนจาได้วา่ ได้เสนอความเห็นเกีย่ วกบั การต้งั คณะกรรมการสอบสวนวนิ ัยเรื่องหนึง่
ได้นาเสนอให้อาจารย์เอกบุญพิจารณาลงนาม ก็ทราบดีว่าอาจจะต้องมีการแก้ไข
ปรากฏว่าอาจารย์เอกบญุ ได้ใหค้ าแนะนาและวธิ กี ารเขยี นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
ใหต้ อนน้ันผู้เขียนรบั รไู้ ด้ว่าอาจารย์เอกบุญแนะนาอยู่บนหลักการพน้ื ฐานของกฎหมาย
นอกจากนี้ ระหว่างการดารงตาแหน่งรองอธิการบดีฯ ผู้เขียนยังได้มีโอกาสรับฟัง
การบรรยายในโอกาสพเิ ศษด้านหลกั กฎหมายปกครองจากอาจารยเ์ อกบุญ ซงึ่ นับว่า
มีคุณค่าและสามารถนาไปปรับใช้ปฏิบัติได้เป็นอย่างดีด้วย และอาจารย์เอกบุญยัง
เป็นท่ีรู้กันดีของคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาว่าอาจารย์เอกบุญจะมีความ
ละเอยี ดในการตรวจงานอยา่ งยิ่ง ผูเ้ ขียนเองก็เคยไดย้ ินจากรนุ่ พ่ที ่านหนง่ึ ที่เคยจดั ทา
วทิ ยานิพนธ์กับอาจารย์เอกบุญได้เล่าให้ฟังถึงวิธีการตรวจงานของอาจารย์เอกบุญ
วา่ มีลักษณะอยา่ งไรตอนนั้นยังไม่เห็นภาพ แต่ปัจจุบันผู้เขียนได้เห็นภาพแล้ววา่ เป็น
อยา่ งไร
อาจารย์เอกบุญยังมีสายตาท่ีดีและยาวไกล วันหนึ่งผู้เขียนกาลังเดินอยู่
บริเวณตกึ โดมฝั่งสนามฟุตบอล ตรงนั้นจะมเี สาต้นของตึกซึ่งมีขนาดใหญ่ประมาณส่ตี ้น
เมอื่ ผเู้ ขยี นเดนิ มาถึงบริเวณเสาตกึ โดมไดเ้ หน็ อาจารยเ์ อกบุญเดนิ มาจากทางคณะนิตฯิ
จาได้ว่าห่างกันประมาณ ๔๐๐ – ๕๐๐ เมตร ผู้เขียนได้หยุดเดินบังเอิญหยุดตรง
เสาตึกโดมพอดี อาจารย์เอกบุญซึ่งกาลังเดินมาพูดว่า “คุณไม่ต้องหลบ เห็นแล้ว”
พร้อมคาพูดแบบขาขันและเป็นกันเอง ซ่ึงเหล่าน้ีเป็นเพียงส่วนหน่ึงของเรื่องราว
ตลอดระยะเวลากว่าสามปีท่ีอาจารยเ์ อกบุญเป็นผู้บังคับบัญชาของนิติกรตัวน้อย ๆ
ซงึ่ ยังคงอยใู่ นความทรงจาตลอดไป
ในโอกาสท่ีอาจารย์เอกบุญมีอายุครบ ๕ รอบน้ี ผู้เขียนขออานาจแห่งคุณ
พระศรีรัตนตรัย พระแก้วมรกต ส่ิงศักด์ิสิทธิ์ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ
ท่ีอาจารย์เอกบุญนับถือ ดลบันดาลให้อาจารย์เอกบุญมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง
ประสบแตค่ วามสขุ เปน็ รม่ โพธ์ิรม่ ไทรใหแ้ ก่แวดวงนกั กฎหมายทางมหาชนตลอดไป
นายสวา่ งพงษ์ อิงคประภากุล
นติ ิกรปฏบิ ตั กิ าร งานวินัยและสอบสวน
กองนติ กิ าร มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
๙๖ ผลกึ ความคดิ ชวี ติ เอกบญุ
อาจารยเ์ อกผู้เสียสละ
ผู้เขียนจาไม่ได้แน่ชัดว่าได้พบกับอาจารย์เอก หรือลุงเอกคร้ังแรกเม่ือใด
แต่จาได้เลา ๆ ว่า ตอนนั้นผู้เขียนยังทางานอยู่ห้องงานวิจัยคณะนิติศาสตร์
ธรรมศาสตร์และอาจารย์เอกกลับมาเยยี่ มบา้ นครง้ั แรกหลงั จากไปเรยี นต่อทีป่ ระเทศ
ฝรั่งเศส และได้พบอาจารย์เอกอีกคร้ังเม่ือสาเร็จการศึกษาช้ันปริญญาเอกจาก
ประเทศฝร่ังเศสแล้ว ในขณะน้ันผู้เขียนมีโอกาสร่วมงานกันหลังจากที่อาจารย์เอก
รับตาแหน่งผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการคลัง (ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์
เป็นอธิการบดี) และในช่วงที่ ศาสตราจารย์ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ เป็นอธิการบดี
อาจารย์เอกกร็ ับตาแหน่งรองอธิการบดฝี ่ายกฎหมาย จะวา่ ไปอาจารย์เอกมักจะเป็น
ผู้ท่ีคอยสนับสนุนเพื่อน ๆ อย่างอาจารย์สุรพล และอาจารย์สมคิดอยู่เสมอ
เกอื บทกุ เรือ่ ง เช่น การเป็นผเู้ สยี สละในการใหเ้ พื่อน ๆ ไดเ้ ลอื กวนั บรรยายก่อนเสมอ
หรอื แมก้ ระทง่ั การบรรยายพิเศษทีห่ นว่ ยงานภายนอกเชญิ มา หากไม่เหลือบา่ กวา่ แรง
อาจารย์เอกก็มักจะเป็นผู้ที่ถูกเลือกให้ไปบรรยายในยามที่เพื่อนไม่ว่าง นับได้ว่า
อาจารย์เอกนั้นเป็นเพ่ือนแทท้ ่ีคอยสนับสนนุ ทั้งงานบริหารและงานสอนของเพ่ือน ๆ
อย่างแท้จริง ไม่เคยปริปากบ่นอาจารย์สุรพลและอาจารย์สมคิดให้คนอ่ืนฟังเลย
นอกจากคนกันเอง
บคุ ลิกของอาจารย์เอกก็มีลักษณะเด่นและเฉพาะมาก ดูเป็นคนเข้าถึงยาก
เงยี บ ๆ ขรึม ๆ ไมพ่ ูดมาก ไม่กระโตกกระตาก และมคี วามเปน็ ส่วนตัวสูงมาก (อินดี้
มาก) แต่สาหรับผู้เขียนแล้วอาจารย์เอกก็ยังมีความใจดีมีเมตตาสามารถพูดคุย
ปรกึ ษาหารอื กับอาจารยเ์ อกอยา่ งสนิทใจไดเ้ กอื บทุกเรือ่ ง ไม่ว่าจะเปน็ เร่อื งงาน เรอ่ื ง
อาจารยเ์ อกผเู้ สยี สละ ๙๗
วชิ าการ เร่ืองการเมือง เร่ืองตลกเฮฮา แม้กระท่ังเรือ่ งส่วนตัว ซ่ึงผู้เขียนมักจะได้รับ
คาแนะนาดี ๆ ให้กลับมาคิด กลับมาทบทวนและแก้ไขปัญหาอยู่เสมอ ๆ ท่ีสาคัญ
อาจารย์เอกเป็นคนทันสมยั สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ ไดค้ ล่องแคล่ว
ผู้เขยี นมักจะไดค้ วามรู้เปน็ วิทยาทานในเรือ่ งนจ้ี ากอาจารยเ์ อกอยเู่ นอื ง ๆ
ชว่ งกอ่ นหน้าทจ่ี ะถึงวาระที่อาจารยเ์ อกจะเกษยี ณอายรุ าชการ ๖๐ ปี ในปีนี้
น้ัน ผู้เขียนเฝ้าเพียรถามอาจารย์เอกเสมอว่า เมื่อไหร่จะขอตาแหน่งวิชาการเป็น
รองศาสตราจารย์เพ่อื เตรียมต่ออายุราชการทีก่ าลังจะมาถึง ผู้เขยี นรบั อาสาทีจ่ ะชว่ ย
พิมพ์และรวบรวมผลงานต่าง ๆ ซึ่งอาจารย์เอกมีผลงานเพียงพอที่จะขอตาแหน่ง
ทางวิชาการดังกล่าว แต่ก็ไม่ประสบความสาเร็จ อาจารย์เอกคงพอใจที่จะเกษียณ
อายุราชการแบบสบาย ๆ
ทา้ ยที่สุดน้ี ผู้เขยี นขออานาจส่งิ ศกั ดส์ิ ิทธ์ทิ ี่อาจารย์เอกนับถือ ดลบนั ดาลให้
อาจารยเ์ อกมีความสขุ กาย สบายใจ สขุ ภาพแข็งแรง ไมม่ โี รคภัยเบยี ดเบยี น และได้ใช้
เวลาหลังจากน้ีอา่ นหนังสือ เขยี นงานให้สาเร็จสมดังท่ตี งั้ ใจไวท้ ุกประการ
นางทัศนยี ์ ศลิ ปนรเศรษฐ์ (หนงึ่ )
หัวหน้างานวจิ ยั และระดมทนุ
คณะนติ ศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
๙๘ ผลกึ ความคิด ชีวิตเอกบญุ
รำลึก “ลุงเอก”
การเขียนราลึกถึงใครคนหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ สาหรับคนที่ไม่ใช่นักเขียน
ไม่รู้ว่าจะเขียนอย่างไร แต่รู้ว่ารู้สึกอย่างไร มีความทรงจาดี ๆ อะไร น่เี ปน็ การเขียน
ครัง้ แรก ท่เี ขียนจากความทรงจาและความรสู้ กึ ไม่เน้นรปู แบบและการเรียบเรียง
“ลุงเอก” เป็นคาเรียกที่เรา ๆ เรียกขานอาจารย์ท่านหนง่ึ ดว้ ยความเคารพ
นบั ถือ เมื่อปี ๒๕๔๑ ไดเ้ ร่มิ เขา้ มาทางานที่คณะนติ ศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์
จะไดย้ ินชื่อ “อาจารย์เอกบุญ วงศ์สวัสดกิ์ ลุ ” รแู้ คว่ ่าเป็นอาจารย์ประจาคณะนิตศิ าสตร์
กาลังศกึ ษาตอ่ ระดับปริญญาเอก ณ ประเทศฝร่ังเศส (ศึกษาเต็มเวลา) และก็รวู้ า่ เป็น
อาจารย์สาขากฎหมายมหาชน ซึ่งช่วงน้ันเป็นสาขายอดนิยมมาก รู้แค่น้ันจริงๆ
นอกน้ันไม่รอู้ ะไรอีกเลย
จนวนั หน่ึง ไดเ้ หน็ อาจารย์ ดร. ผู้ชายคนหนึ่ง ไมอ่ ้วน ไม่ดา ล่า ๆ กลบั มา
รายงานตัวปฏิบัตงิ านหลงั จากสาเรจ็ การศึกษาระดบั ปรญิ ญาเอกจากประเทศฝรั่งเศส
แล้ว ซึ่งตอนนั้นจะต้องประสานงานกับอาจารย์ท่านนั้นเกี่ยวกับวิชาท่ีจะสอน ในตอน
น้นั ซ่ึงเป็นการเจออาจารย์ครั้งแรกให้ความรู้สึกว่า “ดุจัง” (ไม่เห็นรอยยิ้มบนใบหน้า
เลย) แตเ่ ม่ือทางานด้วยกันมาสกั พักหนึ่งก็ถึงบางอ้อ “ใจดีอ่ะ” เร่ิมรู้สึกว่าสนิทใจใน
การพูดคยุ ซักถามและขอความช่วยเหลอื เมอื่ เร่ิมรจู้ ักคนุ้ เคยแล้วกเ็ พิม่ ความสนิทกับ
ทา่ นมากข้ึนด้วยการเรยี กขานทา่ นแบบนา่ รัก ๆ วา่ “ลุงเอก”
ถา้ จะใหพ้ ูดถึง “ลุงเอก” กม็ เี รื่องให้พดู เยอะแยะมากมาย “ลงุ เอก” เปน็ ครู
ท่ีสอนให้มองเรื่องต่ำง ๆ หลำย ๆ มุม บางคร้ังเรามองเรื่องนั้นในมุมเดียวก็จะรู้สึกว่า
มนั ไม่ใช่ แลว้ ก็จะตาหนไิ วก้ อ่ น แต่พอไดฟ้ งั “ลุงเอก” พดู ในอกี มมุ นงึ เราก็ได้แตบ่ อก
วา่ “เออจริง” ทาไมเรามคี วามคดิ แคบแบบนั้นนะ สอนให้คิด อธบิ ายให้เห็นเหตแุ ละ
ผลของเรื่องน้ัน ๆ สอนร่ำงหนังสือ สอนเทคนิคการร่างหนังสือ ควรข้ึนต้นอยา่ งไร
เนอื้ หาเขียนแบบไหน และลงท้ายอยา่ งไร สอนกำรใชช้ วี ติ โดยเป็นตวั อย่างให้เราได้
เหน็ วา่ ผูช้ ายท่ีมคี วามรบั ผดิ ชอบในการดูแลครอบครวั เปน็ อย่างไร เคยถามอาจารยว์ ่า
ไม่เบ่ือเหรอที่ต้องขับรถรับส่งภรรยาและลูก ๆ จนเราแซวกนั เล่น ๆ ว่าอาจารย์เป็น
คนขับรถ “TAXI” อาจารย์ไม่เคยแสดงใหเ้ ห็นถึงความอึดอัดหรือลาบากใจในการทา
สิ่งน้ันเลย และประโยคหนึ่งท่ีจาได้แม่นคือ อาจารย์บอกว่าตอนท่ีอาจารย์ไปเรียน
(เต็มเวลา) อาจารย์ไม่ไดด้ แู ลพวกเขา และอนื่ ๆ อกี มากมายทีอ่ ยใู่ นความทรงจา