The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สื่อการเรียนการสอนไพทอน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

สื่อการเรียนการสอนไพทอน

สื่อการเรียนการสอนไพทอน

สื่อสื่ การเรียรี น ภาษาไพทอน


ไฟล์ PY เป็นไฟล์โปรแกรมหรือสคริปต์ที่เขียนด้วย Python ซึ่งเป็นภาษาโปรแกรมเชิงวัตถุ สามารถสร้างและ แก้ไขได้ด้วย text editor แต่ต้องใช้ Python interpreter ในการรัน ไฟล์ PY มักจะใช้สำ หรับการ เขียนโปรแกรมเว็บเซิร์ฟเวอร์และระบบคอมพิวเตอร์การ บริหารอื่น ๆ Python เป็นภาษาการเขียนโปรแกรมที่ใช้อย่างแพร่ หลายในเว็บแอปพลิเคชัน การพัฒนาซอฟต์แวร์ วิทยาศาสตร์ข้อมูล และแมชชีนเลิร์นนิง (ML) นักพัฒนา ใช้ Python เนื่องจากมีประสิทธิภาพ เรียนรู้ง่าย และ สามารถทำ งานบนแพลตฟอร์มต่างๆ ได้มากมาย ทั้งนี้ ซอฟต์แวร์ python ดียั ดี ง ยัไง? เริ่มต้นการฝึกอบรมเกี่ยวกับแมชชีนเลิร์นนิงด้วยเนื้อหาที่จัดทำ ขึ้นโดยผู้ เชี่ยวชาญของ AWS อ่านข่าวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์แมชชีนเลิร์นนิงล่าสุดจาก AWS สร้าง ติดตั้ง และใช้งานแอพพลิเคชั่นแมชชีนเลิร์นนิงในคลาวด์โดยไม่เสียค่า ใช้จ่าย สร้างสรรค์นวัตกรรมได้เร็วยิ่งขึ้นด้วยชุดบริการ AI และ ML ที่ครอบคลุมที่สุด


ภาษาโปรแกรม Python คือ คื อะไร ? โลกในยุคดิจิทัล (Digital age) ได้มีความก้าวหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วแบบ ก้าวกระโดด ทำ ให้มีบทบาทสำ คัญในการพัฒนาขับเคลื่อนธุรกิจ และอำ นวยความสะดวกในชีวิต ประจำ วัน เช่น การทำ ธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารแบบออนไลน์ การใช้ระบบสั่งการคอมพิวเตอร์ ด้วยเสียง การตรวจสุขภาพเบื้องต้นด้วยแอปพลิเคชันบนมือถือ และระบบ Google Search ที่ สามารถรู้ว่าคุณกำ ลังค้นหาข้อมูลอะไรก่อนที่เราจะพิมพ์จบประโยค เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีนวัต กรรมเทคโนโลยีที่มีความล้ำ หน้าต่าง ๆ โดยเฉพาะงานทางด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เช่น บริษัท DeepMind ได้พัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ Alpha Go ที่สามารถแข่งขัน เอาชนะเกมหมากล้อมเหนือแชมป์โลกได้ และยังมีระบบคอมพิวเตอร์ล่าสุดที่ชื่อว่า AlphaStar ที่ สามารถเอาชนะทีมมนุษย์ในเกม StarCraft II ได้ รวมถึงรถยนต์ไร้คนขับที่สามารถเดินทางบน ถนนได้จริง และหุ่นยนต์คอมพิวเตอร์ที่จะสามารถทำ งานทดแทนมนุษย์ได้ในอนาคต แม้ว่าคอมพิวเตอร์จะสามารถทำ งานได้หลายอย่างและมีประสิทธิภาพที่สูงมาก อย่างไรก็ตามมัน ไม่ได้มีความสามารถหรือความฉลาดได้ด้วยตัวของมันเองแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ทำ ให้คอมพิวเตอร์ สามารถทำ งานต่าง ๆ ได้ก็คือสิ่งที่เรียกว่า “โปรแกรม” ที่คอยทำ งานอยู่เบื้องหลัง ซึ่งเป็นชุดคำ สั่ง ที่มีการกำ หนดขั้นตอนที่ชัดเจนเพื่อสั่งงานให้คอมพิวเตอร์ทำ งานตามที่เราต้องการ ไม่ว่าจะ เป็นการจัดการกับข้อมูลที่นำ เข้ามาในระบบ การตัดสินใจสำ หรับเงื่อนไขต่าง ๆ การประมวลผล ข้อมูล การสื่อสารกับระบบภายในและภายนอก การจัดการความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และการแสดง ผลในรูปแบบต่าง ๆ เป็นต้น แม้ว่าในงานทางด้านปัญญาประดิษฐ์ ระบบคอมพิวเตอร์จะสามารถ ตัดสินใจเองจนสามารถแข่งขันเกมเอาชนะเหนือมนุษย์ได้ แต่ยังมีความจำ เป็นที่จะต้องเขียน โปรแกรมในการสร้างโมเดลเพื่อสอนให้คอมพิวเตอร์สามารถเรียนรู้จากข้อมูลเองได้ ดังนั้นหากเรา ต้องการให้คอมพิวเตอร์ทำ งานใดก็ตาม จะต้องอาศัยการเขียนโปรแกรมเพื่อสั่งงานคอมพิวเตอร์ ให้ทำ งานตอบสนองความต้องการของเราได้


พื้นฐานการเขียนไพทอน โปรแกรมที่มีประสิทธิภาพนั้นเกิดขึ้น จากการพัฒนาด้วยทักษะการเขียน โปรแกรมและการวิเคราะห์ระบบอย่าง รอบด้านทั้งนี้ทักษะการเขียนโปรแกรมที่ ดีจะต้องเกิดจากการมีพื้นฐานการเขียน โปรแกรมและเข้าใจบริบทของภาษา โปรแกรมแต่ละภาษาในภาษาไพ ทอนก็ เช่นเดียวกันผู้เขียนโปรแกรมควรมีพื้น ฐานการเขียนโปรแกรมด้วยภาษาไพ ทอนอย่างถ่องแท้เสียก่อนก่อนที่จะ พัฒนาโปรแกรมไพทอนซับซ้อนต่อไป ค่าและชนิดของข้อมูลข้อมูลจัดเป็นสิ่งพื้นฐานที่สุดที่สามารถนำ ไปประมวลผลได้ส่วน ประกอบของข้อมูลเช่นชนิดของข้อมูลค่าของข้อมูลขอบเขตของข้อมูลชนิดของข้อมูลเช่น ตัวเลขข้อความหรือสตริง (string) ตัวอย่างของข้อมูลเช่น 16 หรือ "Hello ค่าของข้อมูล (value) แบ่งออกได้เป็นหลายชนิด (data type) หรือหลายคลาส (Class) เช่น 16 เป็นชนิดจำ นวนเต็ม (Integer) และ Hello” เป็นสตริงในไพทอนมี ฟังก์ชัน type) ที่จะสามารถบอกคลาส ของค่าข้อมูลได้ ค่าและชนิดของข้อมูล


>>> type ("Hello") <class 'str'> >>> type (16) <class 'int'> >>> type (3.98) <class 'float'> การตรวจสอบคลาสของข้อมูลด้วยฟังก์ชัน type) ในโหมดยิ้มมีเดียท ชนิดของข้อมูลและตัวแปร ในไพทอนผู้เขียนโปรแกรมสามารถสร้างตัวแปร (Variable) ขึ้นมาเพื่ออ้างอิงหรือไปยังค่าของข้อมูล เพื่อใช้งานภายหลังได้ในขณะใดขณะหนึ่งตัวแปร สามารถไปยังค่าของข้อมูลได้เพียงค่าเดียวโดยผู้ เขียนโปรแกรมสามารถใช้คำ สั่งกำ หนดค่า (assignment statement) เพื่อใช้ในการกำ หนด ให้ตัวไปยังค่าที่ต้องการเช่น ตัวแปร กำ หนดตัวแปร C = 16 หรือ msg = "hello world" สังเกตว่าในคำ สั่งกำ หนดค่าจะมีองค์ประกอบของคำ สั่งคือมีชื่อตัวแปรอยู่ทางซ้ายของเครื่องหมาย กำ หนดค่า (เครื่องหมายเท่ากับ) และนิพจน์ที่ ต้องการกำ หนดให้กับตัวแปรอยู่ทางขวา การตั้งชื่อตัวแปรมีหลักการดังนี้ 1. ใช้อักขระภาษาอังกฤษ) หรือตัวเลขและ (underscore) 2. ตัวแรกจะต้องเป็นอักขระหรือเท่านั้น 3. ห้ามใช้คำ สงวน (Reserved Words) 4. ตัวพิมพ์เล็กและตัวพิมพ์ใหม่มี ความหมายต่างกัน visual studio code


สตริง การกำ หนดข้อความในไพทอนผู้เขียนโปรแกรมสามารถเลือกใช้เครื่องหมาย อัญประกาศเดี่ยว (" ') หรือเครื่องหมายอัญประกาศคู่ (" "ได้ตามความเหมาะสม เช่น "Nattapon " ถ้ามีความจำ เป็นต้องกำ หนดข้อความที่ต้องมีเครื่องหมาย " เป็นส่วนหนึ่ง ของข้อความสามารถเลือกใช้เครื่องหมาย ' เป็นเครื่องหมายกำ หนดข้อความแทนเช่น 'Hello "Nattapon Buaurai" ' และสามารถใช้เครื่องหมาย (backglash) เพื่อระบุ ความหมายพิเศษของ อักขระที่ไม่สามารถพิมพ์ได้เช่น ใช้ในการกำ หนดข้อความมี หลายบรรทัดนอกจากนี้ยังสามารถใช้เครื่องหมาย " หรือ ' ติดกันจำ นวน 3 ตัวในการ กำ หนดข้อความได้ ทำ ให้สะดวกในการกำ หนดข้อความที่ต้องมีทั้งเครื่องหมาย " หรือ ' ข้อความที่ต้องมีอักขระกอยู่ภายใน n และ ชื่อตัวแปรที่กำ หนดขึ้นต้องไม่ซ้ำ กับคำ หลัก (keyword) ไพทอนใช้เป็นคำ สั่งเนื่องจากทอนจะไม่สามารถแยกได้ ว่าโคเป็นค่าที่ผู้เขียนโปรแกรมต้องการให้เป็นตัวแปรหรือ คำ ใดต้องการให้เป็นคำ สั่งคำ หลักในไพทอน ชนิดของข้อมูลและตัวแปร


syntax พื้นฐานของภาษา Python Input/Output การรับรัค่าในภาษา Python จะใช้คำช้ คำสั่งสั่ input( ) ส่วส่นการปริ๊นริ๊ค่า ออกมาจะใช้คำช้ คำสั่งสั่ print( ) ซึ่งซึ่ในจุดนี้สำ นี้ สำหรับรั python2 และ python3 จะเขียขีนต่างกันพอสมควรเลย #python2 num = input ("input the number: ") name = raw_input ("input your name: ") #python3 x = input() #always get String inline block Comment มีสองแบบคือ Variable ตัวแปรในภาษา Python เป็น ป็ แบบ dynamic-type คือสามารถ เป็น ป็ value ได้ทุด้กทุชนิดนิ โดยไม่ต้ม่ ต้องกำ หนดประเภทของชนิดนิ ข้อข้มูล (ไม่เม่หมือมืนพวกภาษา C, Java ที่ต้องกำ หนดตัวแปรเช่นช่ int x สำ หรับรัเก็บจำ นวนเต็มโดยเฉพาะ) int - จำ นวนเต็ม เช่นช่ 1, 200, 1024 float - ทศนิยนิม เช่นช่ 12.34, 3.1416 str - ตัวอักษรและอักขระ ในภาษานี้ไนี้ ม่ไม่ด้แด้ยกเป็น ป็ char เป็น ป็ นับนัรวมๆ เป็น ป็ ตัวอักษรทั้งทั้หมดเลย เช่นช่ "Tamemo.com" หรือรื "This is a book" (ใช้ไช้ด้ทั้ด้ ทั้งทั้แบบ "..." double-quote และแบบ '...' single-quote) bool - ค่าความจริงริซึ่งซึ่มีแมีค่ 2 ค่าเท่านั้นนั้คือ True / False Data Structure เป็น ป็ ชนิดนิตัวแปรแบบ data struct ในภาษา Python ประกอบด้วด้ย list เป็น ป็ ตัวแปรที่เก็บได้หด้ลายค่าในตัวเดียดีว เทียบเท่ากับ array ใน ภาษาอื่น แต่ไม่จำม่จำกัดความยาว สามารถเพิ่มพิ่สมาชิกชิหรือรืลบทิ้ง ออกไปได้เด้รื่อรื่ยๆ index ของ list ใช้แช้บบ zero-base หรือรืเริ่มริ่ ต้นค่าแรกใน list จะเริ่มริ่ต้นที่ตำ แหน่งน่ 0 แบบภาษา C คำ สั่งสั่เริ่มริ่สำ หรับรัการจัดจัการข้อข้มูลใน list อื่นๆ เช่นช่ len( ), .append( ), .insert( ), .pop( ) แบบนี้


string format คล้ายๆ กับ printf ในภาษา C คือเราสามารถ string format ใน Python ได้เด้ช่นช่กันโดนใช้ % ในการระบุตัวแปรตามหลัง %d: แสดงค่าจำ นวนเต็ม %f: แสดงค่าจุดทศนิยนิม %s: แสดงผล string String ประโยคใน Python จะใช้ไช้ด้ทั้ด้ ทั้งทั้ " (double quote) และ ' (single quote) ซึ่งซึ่ใช้ตัช้ ตัวไหนก็ได้ มีค่มี ค่าเท่ากันเลย ... แต่มีตัมี ตัว พิเพิศษเรียรีกว่าว่ triple quote เขียขีนแบบนี้ """ (มันมัคือการเขียขีน double quote ต่อกัน 3 ตัว) ซึ่งซึ่วิธีวิกธีารใช้ """ จะต่างกับ " และ ' คือเราสามารถเขียขีน newline (ขึ้นขึ้บรรทัดใหม่)ม่ ได้ด้ด้วด้ย name = "Momo" website = 'TAMEMO.com' content = " " " this is a book . not a pen " " " x = 123 " x value is %d " % x # x value is 123 x = 1 y = 2 " %d + %d = %d " % (x, y, x+y) #1 + 2 = 3 name = " Momo " " welcome, %s " % name pi = 3.1416 " PI is %.2f " % pi Control Flow #PI is 3.14 ตัวควบคุมคุการทำ งานของโปรแกรม ส่วส่นนี้จ นี้ ะคล้ายๆ กับภาษา อื่นๆ คือมี if-else while for ให้ให้ช้ (แต่ไม่มีม่ มีdo..while นะ) if เอาไว้เว้ช็กช็ว่าว่ถ้า condition เป็นป็จริงริจะทำ งาน statement ในคำ สั่งสั่ if แบบนี้ if x > 10 : print("x more than ten") else เป็นป็ส่วส่นเสริมริของ if เอาไว้เว้ช็กช็ ในกรณี condition เป็นป็ False จะลงไปทำ statement ใน else แทน ... แน่นน่อนว่าว่ ใช้กช้ารแบ่งบ่ block ด้วด้ย indent เหมือมืน เดิมดิแบบนี้ if x > 10 : print("x more than ten") else : print("not more than ten")


while อันนี้เ นี้ป็นป็ loop แบบเบสิกสิมากๆ เลย วิธีวิกธีารใช้จช้ะคล้ายๆ if เป็นป็จะวนทำ ซ้ำ ไป จนกว่าว่ condition จะเป็นป็ False i = 1 while i < 5 : print(i) i += 1 #1 2 3 4 for ปกติแล้วถ้าใครเคยเขียขีนโปรแกรมในภาษาอื่นๆ มาก่อน การเขียขีน loop ประเภท for จะออกมาหน้าน้ตาประมาณนี้ การแบ่งบ่ block ของ while ก็ เหมือมืนกับ if ละนะ คือต้องใช้ indent ในการบอกว่าว่ส่วส่นใหญ่ยัญ่งยั เป็นป็ statement ของ while อยู่ i data = [10, 20, 30, 40] for x in data: print( x ) # 10 20 30 40 pass ในภาษาอื่นๆ เราสร้าร้ง block ได้ด้ด้วด้ยการใช้พช้วก { } แต่พอ Python ใช้ indent ช้ แทน บางครั้งรั้มันมัก็จะมีปัมี ปัญหา เช่นช่ if ( x > 10){ //do nothing~ } else { print("not more than ten") } คือเกิดกรณีที่ณี ที่ ภายใน block ไม่มีม่ มี statement อะไรเลย ถ้าเอาไปเขียขีน เป็นป็ Python ก็จะออกมาแบบนี้ Function การประกาศใช้ฟัช้งฟัก์ชันชั ใน Python จะทำ ผ่าผ่นคีย์เย์วิร์วิดร์ def และส่วส่น body ของ ฟังฟัก์ชันชัจะต้องแบ่งบ่ด้วด้ย code block แบบ indent เช่นช่กัน def say_hello(name): print("hello, " + name) say_hello("Momo") #hello, Momo def plus(a, b): return a + b print(plus(10, 20)) #30 ซึ่งซึ่การใช้ function ช้นั้นนั้ ไม่จำม่จำเป็นป็ต้อง ระบุ return-type ลงไป คือถ้าอยาก จะ return อะไรก็รีเรีทิร์นร์ ได้เด้ลย นอกจากนี้ยั นี้ งยัสามารถรับรั parameter แบบภาษาทั่วทั่ ไปได้เช่นช่กัน


E-Book สื่อการเรีย รี นภาษาไพทอน เสนอ นางสาวศิวนารถ ชื่นตา จัดทำ โดย นางสาวพิชชานันท์ ประมาณทรัพย์ 5/7 37 ภาคเรีย รี นที่ 2 ปีการศึกษา2565 งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิช วิ า ว32284 เทคโนโลยีรรวมสมัย โรงเรีย รี นเทพลีลา สำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานะคร เขต2


Click to View FlipBook Version