ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 2567 เอกสารวิชาการ ปีที่พิมพ์ พ.ศ. 2567 จัดพิมพ์โดย โรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
ประกาศโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง เรื่อง การใช้ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 2567 …………………………......................................................... ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีนโยบายให้สถานศึกษาจัดท ำ ธรรมนูญโรงเรียนเพื่อรวบรวมระเบียบ ข้อกำหนด รวมทั้งแนวปฏิบัติของสถานศึกษาไว้ให้เป็น เครื่องมือในการสร้างความเข้าใจกับบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม กับระเบียบปฏิบัติ วัฒนธรรมประเพณีและขนบธรรมเนียมอันดีงามของสถานศึกษาแต่ละแห่งเป็น สำคัญ ในการนี้ โรงเรียนได้ดำเนินการจัดทำธรรมนูญโรงเรียน ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์และนโยบาย ดังกล่าวแล้ว โรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง ตามมติการประชุมครั้งที่ 3/2567 เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2567 ให้โรงเรียนประกาศใช้ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 2567 ตั้งแต่ ปีการศึกษา 2567 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 (นางเยาวนา พันธุ์แก้ว) ผู้อำนวยการโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง
ก ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 2567 คำนำ “ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง” ฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อให้โรงเรียนใช้เป็นคู่มือและ แนวทางในการบริหารจัดการภารกิจของโรงเรียนให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ เพื่อให้โรงเรียนมีความเจริญ ก้าวหน้าและมั่นคงต่อไปในอนาคต “ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง” ประกอบด้วยการรวบรวมประวัติการจัดตั้ง โรงเรียนรวมทั้งความมุ่งหมาย หลักเกณฑ์ ระเบียบและแนวทางในการบริหารจัดการโรงเรียนให้ สอดคล้องกับบริบทของชุมชนและท้องถิ่น โรงเรียนมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนานักเรียนให้เป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม มีความรู้ความสามารถ มีระเบียบวินัย รู้จักการเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อ ส่วนรวม มีความกตัญญูกตเวที จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นพลเมืองที่ดีของ สังคมทั้งในปัจจุบันและอนาคต พร้อมช่วยกันพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองมั่นคงต่อไป จึงจัดทำ “ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง”ฉบับนี้ขึ้น เพื่อใช้เป็นคู่มือและแนวทางการบริหารจัดการ ภารกิจของโรงเรียนให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ อนึ่งธรรมนูญโรงเรียนนี้ได้จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกซึ่งอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมได้ในอนาคต เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับบริบทของสังคม ประเทศชาติและประโยชน์ของโรงเรียนเป็นสำคัญ โรงเรียนขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการร่างธรรมนูญโรงเรียนนี้ให้สำเร็จตาม ความมุ่งหมาย เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์และความเจริญรุ่งเรืองของโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง สืบไป โรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง
ข ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 2567 สารบัญ หน้า คำนำ ก สารบัญ ข ข้อมูลทั่วไปโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง 1 หมวดที่ 1 บททั่วไป 7 หมวดที่ 2 นโยบายโรงเรียน 7 หมวดที่ 3 รูปแบบการจัดการศึกษา 8 หมวดที่ 4 ครู และบุคลากรทางการศึกษา 10 หมวดที่ 5 นักเรียน 13 หมวดที่ 6 คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 23 หมวดที่ 7 วัฒนธรรมโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง 24 หมวดที่ 8 การประกาศใช้ธรรมนูญโรงเรียน 25
๑ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ ข้อมูลทั่วไปโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง สภาพทั่วไปของโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง โรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งอยู่เลขที่ 53 หมู่ที่ 12 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปรษณีย์ 50360 เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 2 ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีผู้บริหารสถานศึกษาจำนวน 2 คน โดยมี นางเยาวนา พันธุ์แก้วดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา และ นางศรัญญา วงษ์มาพันธ์ ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา ประวัติโดยย่อของโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง โรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง เริ่มเปิดทำการสอน เมื่อปีพุทธศักราช 2517 ตามโครงการ พระราชดำริในโครงการหลวง ของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงบ้านขุนวาง โดยให้ครูจากกรม ประชาสงเคราะห์ชาวเขาและศูนย์พัฒนาชาวเขาจังหวัดเชียงใหม่ มาทำการสอน ได้สร้างอาคารไม้แบบ ป.1 ก. โดยงบสนับสนุนโครงการร่วมไทยกับสหประชาชาติ และต่อมาได้โอนมาสังกัดองค์การบริหาร จังหวัดเชียงใหม่ นายสิริชัย สวิทนิ เป็นครูใหญ่คนแรก และนายแดง แซ่ย่าง เป็นผู้ใหญ่บ้าน โรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง ตั้งอยู่บนที่ราบเชิงเขาดอยอินทนนท์ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เป็นเขตพื้นที่สูงและกันดาร อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,390 เมตร ซึ่งได้ขออนุญาตใช้ประโยชน์ใน พื้นที่จากกรมป่าไม้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีพื้นที่ตามทะเบียนที่ราชพัสดุ จำนวน 8 ไร่ รับขึ้นทะเบียน เป็นแปลงหมายเลขที่ ชม.1625 ห่างจากที่ว่าการอำเภอแม่วาง 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางจาก ที่ว่าการอำเภอแม่วาง ถึงโรงเรียนเป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที และอยู่ห่างจากสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4 ระยะทาง 80 กิโลเมตร เป็นเส้นทางของทางหลวง ชนบท หมายเลข 1038 และอีกเส้นทางจาก กม.1 - 31 ถนนจอมทอง–ดอยอินทนนท์ ผ่านสถานี เกษตรหลวงอินทนนท์–บ้านขุนกลาง ระยะทาง 15 กม.รวม 45 กม. การจัดการศึกษา ปัจจุบันโรงเรียนเปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 2 – ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีข้าราชการครู ประจำการ 13 คน พนักงานราชการ 1 คน ครูอัตราจ้างขั้นวิกฤต 1 คน ครูพี่เลี้ยงเด็กพิการ 1 คน พี่ เลี้ยงเด็กปฐมวัย 1 คน เจ้าหน้าที่ธุรการ 1 คน ผู้บริหาร 2 คน มีนักเรียนทั้งหมด 407 คน แบ่งเป็น นักเรียนชาย 222 คน นักเรียนหญิง 185 คน โดยมี นางเยาวนา พันธุ์แก้ว ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา และ นางศรัญญา วงษ์มาพันธ์ ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา
๒ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ ภูมิศาสตร์ของโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง ที่ตั้ง ตั้งอยู่เลขที่ 53 หมู่ที่ 12 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปรษณีย์ 50360 ห่างจากอำเภอแม่วาง ประมาณ 60 กิโลเมตร การคมนาคม มีความยากลำบากในบางช่วงของเส้นทางตามถนนลาดยาง เนื่องจากถนนมี ความแคบ คดเคี้ยวและลาดชัน ระหว่างโรงเรียนกับเขตบริการของโรงเรียน ประชากร ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 80 ศาสนาคริสต์ ร้อยละ 10 ผีบรรพบุรุษ ร้อยละ 10 มีประเพณี/ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป คือ ประเพณีปีใหม่ม้ง ใช้ภาษาถิ่นเป็นภาษา หลัก ผู้ปกครองส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 อาชีพหลัก คือ เกษตรกรรม พืชไร่ พืชสวน ผลไม้เมืองหนาว ดอกไม้เมืองหนาว และรับจ้าง ฐานะทางเศรษฐกิจ/รายได้โดยเฉลี่ยต่อครอบครัวต่อปี 36,000 บาท จำนวนคนเฉลี่ยต่อครอบครัว 3 ถึง 5 คน ขนาดของพื้นที่ มีพื้นที่ตามทะเบียนที่ราชพัสดุ จำนวน 8 ไร่ ปัจจุบันมีพื้นที่โดยรวม 11 ไร่ 1 งาน 98 ตารางวา คำขวัญของโรงเรียน เป็นคนดี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม รักษ์ท้องถิ่น ปรัชญาของโรงเรียน ความเจริญด้วยปัญญา ยอดกว่าความเจริญทั้งปวง อัตลักษณ์ของโรงเรียน ประพฤติดี มีมารยาท เอกลักษณ์ของโรงเรียน โรงเรียนแห่งคนดี คุณธรรมอัตลักษณ์ ความซื่อสัตย์ ความพอเพียง ความกตัญญู ความรับผิดชอบ ความมีจิตอาสา สีของโรงเรียน สีม่วง – ขาว สีม่วง หมายถึง ความสงบ เยือกเย็น อ่อนโยน ความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกัน สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์ ความร่าเริงแจ่มใส คุณธรรม จริยธรรม อักษรย่อ ข.ว. หมายถึง ชื่อย่อของโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง วิสัยทัศน์ของโรงเรียน โรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง จัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม มุ่งให้ผู้เรียนเป็นคนดี มีคุณธรรม รักษ์ท้องถิ่น น้อมนำ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยวิถีแห่งความปลอดภัย พันธกิจ 1. พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา 2. พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรม จริยธรรม ดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข มีสุขภาพกาย และจิตใจที่ดี
๓ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ 3. ปลูกฝังผู้เรียนให้รักความเป็นไทย สืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ดำเนินชีวิตตามหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 4. ส่งเสริมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นคนดี มีความรู้ มีศักยภาพในการ ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง 5. พัฒนาโรงเรียนให้มีระบบบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลและมีความปลอดภัยทุก รูปแบบ 6. พัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยการมีส่วนร่วมจากชุมชน ภาคีเครือข่าย และทุกภาคส่วน เป้าประสงค์ 1. ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา มีสมรรถนะและทักษะตามหลักสูตรสถานศึกษา 2. ผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีคุณธรรม จริยธรรม ดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข มี สุขภาพกายและจิตใจที่ดี 3. ผู้เรียนได้รับการปลูกฝังให้รักความเป็นไทย ร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น และ ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 4. ครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นคนดี มีความรู้ ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อม รับการเปลี่ยนแปลง และสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ 5. โรงเรียนมีระบบบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลและมีความปลอดภัย 6. โรงเรียนเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยการมีส่วนร่วมจากชุมชน ภาคีเครือข่ายและทุกภาค ส่วนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา กลยุทธ์ กลยุทธ์ด้านที่ 1 จัดการศึกษาให้นักเรียนมีความรู้ สมรรถนะ ทักษะตามหลักสูตร ตาม มาตรฐานการศึกษา กลยุทธ์ด้านที่ 2 พัฒนานักเรียนให้มีคุณธรรม จริยธรรม ดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างมี ความสุข มีสุขภาพกายและจิตใจที่ดี กลยุทธ์ด้านที่ 3 ปลูกฝังให้นักเรียนรักความเป็นไทย สืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น และดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กลยุทธ์ด้านที่ 4 พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นคนดี มีความรู้ ปฏิบัติงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ กลยุทธ์ด้านที่ 5 พัฒนาระบบบริหารจัดการตามหลักธรรมมาภิบาลให้มีความเข้มแข็ง มี ประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยโรงเรียน ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล กลยุทธ์ด้านที่ 6 เสริมสร้างโรงเรียนให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยการมีส่วนร่วมจาก ชุมชน ภาคีเครือข่ายและทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา
๔ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ นโยบายของโรงเรียน นโยบายข้อที่ 1 จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดีมีความรู้ อยู่อย่างมีความสุข ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นโยบายข้อที่ 2 ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ แบบ Active Learning นโยบายข้อที่ 3 พัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะ และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 นโยบายข้อที่ 4 ส่งเสริมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ นโยบายข้อที่ 5 ปรับปรุงและพัฒนาระบบบริหารจัดการโรงเรียนแบบมีส่วนร่วม (PLC) ตามหลักธรรมาภิบาล นโยบายข้อที่ 6 พัฒนาโรงเรียนน่าดู น่าอยู่ น่าเรียน มีความปลอดภัย นโยบายข้อที่ 7 ส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น วัตถุประสงค์เฉพาะของสถานศึกษา โรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง ดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษาภายใต้นโยบายเพื่อการ ยกระดับมาตรฐานคุณภาพโรงเรียนประถมศึกษา และมีเป้าประสงค์ในการดำเนินงาน คือ “ก้าวไป ข้างหน้า เพื่อพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ” โดยเดินตามเส้นทางสู่ความสำเร็จ คือนโยบาย ๔ ประกัน ได้แก่ การประกันโอกาสทางการศึกษา การประกันคุณภาพการศึกษา การประกันประสิทธิภาพทางการศึกษา และการประกันความปลอดภัย อาศัยการบริหารจัดการที่แบ่งงานเป็น ๔ ฝ่าย ประกอบด้วย การบริหารงานวิชาการ การบริหารงานงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารงานทั่วไป การประกันประสิทธิภาพทางการศึกษา - โรงเรียนได้ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการและใช้แผนเป็นแนวทางการดำเนินงานจัด การศึกษา ตามภารกิจที่รับผิดชอบ โดยใช้ข้อมูลสารสนเทศที่เป็นจริงและเป็นปัจจุบัน เป็นพื้นฐานใน การวางแผน - โรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง บริหารจัดการตามแผนพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาขั้น พื้นฐาน - ได้จัดให้นักเรียนได้เรียนคอมพิวเตอร์เบื้องต้น และสืบค้นข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต - การบริหารงานบุคลากรในปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการตามสัดส่วน ครู : นักเรียน ดังนี้อัตราครูต่อนักเรียนทุกระดับเท่ากับ 1 : 24 - การบริหารงบประมาณสนองนโยบายกระจายอำนาจ ดังนี้ 1. การจัดสรรงบประมาณ โดยได้กระจายอำนาจการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุครุภัณฑ์ของ โรงเรียน ได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยตนเอง 2. ได้ติดต่อคณะทำงานดำเนินการติดตามและตรวจสอบ ให้คำแนะนำช่วยเหลือด้าน การบริหารงบประมาณ จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4 3. การจัดการนิเทศติดตามผล ได้ดำเนินการจัดแผนนิเทศร้อยเปอร์เซ็นต์ ในระดับ โรงเรียน โดยแบ่งความรับผิดชอบให้ครูวิชาการโรงเรียนและคณะกรรมการนิเทศเป็นผู้ร่วมการนิเทศ
๕ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ ด้านการประกันโอกาสทางการศึกษา 1. เด็กวัยการศึกษาภาคบังคับได้เข้าเรียนและเรียนจนจบหลักสูตรทุกคน โดยเฉพาะเด็กด้อย โอกาส 2. นักเรียนที่เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้เรียนต่อร้อยเปอร์เซ็นต์ 3. นักเรียนยากจน ขาดแคลนได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษา เครื่องเขียน แบบเรียนและ เครื่องแบบนักเรียนเพื่อให้มีความพร้อมทางการเรียน ด้านการประกันคุณภาพการศึกษา 1. พัฒนาผู้เรียนและโรงเรียนโดยความร่วมมือจากทุกฝ่าย (SBM : School Based Management) 2. ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ให้สูงขึ้น 3. ผู้เรียนได้รับการพัฒนาสู่ประชาคมอาเซียน 4. การส่งเสริม พัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ 5. การส่งเสริม พัฒนาสุขภาพอนามัยผู้เรียน ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา 6. การสนับสนุนงบประมาณ สื่อเทคโนโลยีทางการศึกษา ด้านการประกันความปลอดภัย 1. จัดและปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้มีความปลอดภัย ร่มรื่น สวยงาม เอื้อประโยชน์ด้าน แหล่งเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพชีวิต 2. ประสานความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ชุมชน วัด และผู้ปกครองในการสร้างความ ปลอดภัยแก่นักเรียนทั้งในและนอกโรงเรียน 3. ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และงานระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 4. ผู้เรียนทุกคนปลอดจากอบายมุขทั้งปวง
๖ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ แผนผังแสดงที่ตั้งสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินที่ราชพัสดุ โรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง ที่ตั้ง เลขที่ 53 หมู่ที่ 12 บ้านขุนวาง ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ อาคารเรียนตามแผนผัง 1. อาคารเรียน 1 (ห้อง ป.1/1 , ห้อง ป.2/1 , ห้อง ป.1/2) 2. อาคารเรียน 2 (ห้องธุรการ , ห้อง ผอ. , ห้อง ป.5/2 , ห้องประชุม) 3. อาคารเรียน 3 (ห้องสมุด , ห้อง ป.5/1 , ห้อง ป.3/1 , ห้อง ป.2/2 , ห้อง ป.3/2 , ห้อง ป.4/2 , ห้อง ป.6 , ห้อง ป.4/1) 4. อาคารเรียนอนุบาล 5. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.แม่วิน 6. โรงอาหาร
๗ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ หมวดที่ 1 บททั่วไป มาตรา 1 นิยามศัพท์ 1. “โรงเรียน” หมายถึง โรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ๒. “ครู” หมายถึง ครู และบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติการสอนของโรงเรียนหลวงพัฒนา บ้านขุนวาง ๓. “นักเรียน” หมายถึง นักเรียนปัจจุบันของโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง ๔. “คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน” หมายถึง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ของโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง ๕. “ธรรมนูญโรงเรียน”หมายถึง เอกสารหลักฐาน เป็นข้อกำหนดที่กำหนดขึ้นของโรงเรียน หลวงพัฒนาบ้านขุนวาง โดยความเห็นชอบคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนหลวงพัฒนา บ้านขุนวาง โดยมีบุคคลที่เป็นผู้แทนของทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นคณะกรรมการดำเนินการจัดทำ ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียน ครู คณะกรรมการสถานศึกษา เครือข่ายผู้ปกครอง ศิษย์เก่า นักเรียน และ ผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมาย เพื่อให้โรงเรียนนำไปใช้เป็นกรอบในการบริหารภารกิจให้เกิดประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผลเป็นไปตามจุดประสงค์ของโรงเรียน ๖. ธรรมนูญโรงเรียนให้มีผลตั้งแต่วันที่โรงเรียนประกาศใช้เป็นต้นไป มาตรา ๒ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช ๒๕๖7 มีเจตนาเพื่อรวบรวมระเบียบ ข้อบังคับ นโยบาย หรือแนวปฏิบัติที่เป็นวัฒนธรรมขององค์กร หากมีมาตราใดหรือข้อความใดขัดกับ ข้อกฎหมายที่ทางราชการกำหนด ให้ถือปฏิบัติตามข้อกฎหมายนั้นๆ เป็นสำคัญ หมวดที่ 2 นโยบายโรงเรียน มาตรา 3 วัตถุประสงค์ของโรงเรียน 1. เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เป็นเลิศทางวิชาการคู่คุณธรรมและความเป็นพลโลก ตามมาตรฐานระดับสากล 2. เพื่อส่งเสริม สนับสนุนระบบการเรียนรู้ด้วยนวัตกรรมที่หลากหลาย และพัฒนาครูให้มี ความสามารถจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 3. เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพตามหลักธรรมาภิบาล สร้างภาคีเครือข่าย และพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ร่วมมือกับสถาบันและองค์กรต่างๆ ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา
๘ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ มาตรา 4 โรงเรียนกำหนดเป้าหมายให้นักเรียนได้รับการพัฒนาศักยภาพทางด้านความรู้ ความสามารถอย่างสูงสุดตามความต้องการของผู้เรียน ดังต่อไปนี้ ๑. ผู้เรียนเป็นคนดี มีความเสียสละ ซื่อสัตย์ ประหยัด และมีวินัย ๒. ผู้เรียนมีสุขภาพที่ดี ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ มีสุขภาวะการเจริญเติบโตตามวัยและมี สุขภาพจิตดี ๓. ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาสื่อความหมายได้เหมาะสมตามวัย ๔. ผู้เรียนสามารถนำทักษะการคิดคำนวณไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ ๕. ผู้เรียนสามารถใช้สื่อเทคโนโลยีในการศึกษาค้นคว้าหาความรู้และประสบการณ์ ๖. โรงเรียนมีสภาพแวดล้อมที่ดี เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้และประสบการณ์ของผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนมีความสุขและอยากมาโรงเรียนทุกวัน ๗. บุคลากรทุกคนมีความสามารถในการพัฒนางาน พัฒนากระบวนการเรียนการสอนโดยเน้น ผู้เรียนเป็นสำคัญ มาตรา ๕ โรงเรียนกำหนดแนวทางเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ทั้งด้านผู้เรียน ด้านกระบวนการ บริหารและการจัดการ และด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อความ เป็นเลิศและมาตรฐานสากลโดยมีกลยุทธ์ ดังนี้ กลยุทธ์ด้านที่ 1 จัดการศึกษาให้นักเรียนมีความรู้ สมรรถนะ ทักษะตามหลักสูตร ตาม มาตรฐานการศึกษา กลยุทธ์ด้านที่ 2 พัฒนานักเรียนให้มีคุณธรรม จริยธรรม ดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างมี ความสุข มีสุขภาพกายและจิตใจที่ดี กลยุทธ์ด้านที่ 3 ปลูกฝังให้นักเรียนรักความเป็นไทย สืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น และดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กลยุทธ์ด้านที่ 4 พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นคนดี มีความรู้ ปฏิบัติงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ กลยุทธ์ด้านที่ 5 พัฒนาระบบบริหารจัดการตามหลักธรรมมาภิบาลให้มีความเข้มแข็ง มี ประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยโรงเรียน ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล กลยุทธ์ด้านที่ 6 เสริมสร้างโรงเรียนให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยการมีส่วนร่วมจาก ชุมชน ภาคีเครือข่ายและทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา หมวดที่ 3 รูปแบบการจัดการศึกษา มาตรา 6 โรงเรียนมีรูปแบบการจัดการศึกษาเพื่อมุ่งพัฒนานักเรียนให้มีความรู้ความสามารถ ทั้งทางด้านวิชาการ ศิลปะ ดนตรี กีฬา มีความกล้าหาญ เสียสละ กตัญญู มีคุณธรรมจริยธรรม มีความรักสามัคคี และมีคุณลักษณะตามความมุ่งหมายที่โรงเรียนกำหนด
๙ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ มาตรา 7 โรงเรียนจัดการจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 2 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 การจัดแผนการเรียนในแต่ละระดับชั้น เป็นไปตามหลักสูตรสถานศึกษา จำนวนนักเรียนต่อห้องเป็นไป ตามกฎกระทรวงศึกษาธิการ มาตรา 8 หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนจัดการบริหารหลักสูตรและการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้นักเรียน มีความรู้ความสามารถในทุกแขนงวิชาเป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดการศึกษาของโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนได้รับการพัฒนาศักยภาพทั้งทางด้านความรู้ ความสามารถ และทักษะทางสังคม เต็มตามศักยภาพ โดยหลักสูตรสถานศึกษา มีองค์ประกอบดังนี้ 1. หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. หลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมให้เป็นไปตามเป้าหมายของโรงเรียนกำหนด 3. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ประกอบด้วย 3.1 กิจกรรมลูกเสือ 3.2 กิจกรรมชุมนุม/ชมรม 3.3 กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 3.4 กิจกรรมแนะแนว มาตรา 9 โรงเรียนต้องให้การสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดย การพัฒนาและนำระบบเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการสื่อสารมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาระบบ บริหารจัดการ และระบบการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ทันยุคสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด มาตรา 10 โรงเรียนต้องมีการวิจัยหลักสูตรหรือวิเคราะห์หลักสูตร อย่างน้อยปีละ 1 เรื่อง เพื่อนำ ผลการวิจัยหรือผลการวิเคราะห์มาปรับปรุง พัฒนาคุณภาพของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง มาตรา 11 โรงเรียนต้องมีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อเป็นเครื่องมือในการกำกับติดตามและ ช่วยเหลือนักเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรา 12 โรงเรียนต้องมีระบบรักษาความปลอดภัย สำหรับนักเรียน ครู และบุคลากร และจัด สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอน
๑๐ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ หมวดที่ 4 ครู และบุคลากรทางการศึกษา มาตรา 13 คุณสมบัติของผู้บริหารโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง 1. มีความยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2. มีความรอบรู้มีความแม่นยำในกฎระเบียบของทางราชการ 3. มีความสามารถในการตัดสินใจได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว และกล้าตัดสินใจ ปฏิบัติตาม นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ 4. มีความเป็นประชาธิปไตย ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา มีบุคลิกภาพ และมนุษยธรรมที่ดีต่อผู้ร่วมงาน และมีความจริงใจต่อผู้ร่วมงาน 5. มีความสุจริตโปร่งใส และเที่ยงธรรม รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม มีความเสียสละ 6. มีความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการสถานศึกษา มีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ วางแผนพัฒนาโรงเรียน สร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ มาตรา 14 ผู้อำนวยการโรงเรียนมีบทบาทหน้าที่ ดังต่อไปนี้ ๑. วางแผนการจัดการศึกษาและปฏิบัติงานของโรงเรียนให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับของทางราชการ ๒. กำหนดวิธีดำเนินงานและติดตามผลด้านวิชาการ งบประมาณ บุคลากร และบริหารทั่วไป ๓. จัดทำและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ควบคุมการเรียนการสอน การวัดผลการศึกษาให้ เป็นไปตามหลักสูตร ๔. ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบดำเนินงานเกี่ยวกับงานที่ได้รับมอบหมายต่างๆ ที่กำหนด เป็นอำนาจหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ ๕. ควบคุมดูแล ปกครอง จัดระบบงานโรงเรียน จัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงาน ขอบข่าย ภาระงาน มอบหมายงานให้เหมาะสมกับความสามารถของบุคลากร ๖. ติดตามให้คำปรึกษา แก้ปัญหา และนิเทศครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้สามารถปฏิบัติ ตามหน้าที่ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน ๗. ดูแลสวัสดิภาพความเป็นอยู่ของครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ส่งเสริมและ สนับสนุนให้มีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ๘. ส่งเสริมและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองและชุมชน ๙. เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการต่างๆ ตามที่ได้รับการแต่งตั้ง ๑๐. จัดให้มีการวิเคราะห์ วิจัย ประเมินผลและรวบรวมข้อมูล จัดทำรายงานประจำปีของ สถานศึกษา จัดทำสถิติต่างๆ เป็นสารสนเทศที่สำคัญ โดยนำเทคนิคและวิธีการใหม่ๆ มาใช้เพื่อ ปรับปรุงการเรียนการสอนและพัฒนาโรงเรียนให้ได้มาตรฐานเป็นที่นิยม
๑๑ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ ๑๑. ประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อประโยชน์ของโรงเรียนและ ชุมชน ๑๒. ดำเนินการตามความเห็นชอบและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ของโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง ๑๓. ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย มาตรา 15 รองผู้อำนวยการโรงเรียนมีบทบาทหน้าที่ ดังต่อไปนี้ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียน ในงานต่อไปนี้ ๑. ในการวางแผนการจัดการศึกษาและปฏิบัติงานของโรงเรียนให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับของทางราชการ ๒. กำหนดวิธีดำเนินงานและติดตามผลด้านวิชาการ งบประมาณ บุคลากร และบริหารทั่วไป ๓. จัดทำและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ควบคุมการเรียนการสอน การวัดผลการศึกษาให้ เป็นไปตามหลักสูตร ๔. ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบดำเนินงานเกี่ยวกับงานที่ได้รับมอบหมายต่างๆ ที่กำหนด เป็นอำนาจหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ ๕. ควบคุมดูแล ปกครอง จัดระบบงานโรงเรียน จัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงาน ขอบข่าย ภาระงาน มอบหมายงานให้เหมาะสมกับความสามารถของบุคลากร ๖. ติดตามให้คำปรึกษา แก้ปัญหา และนิเทศครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้สามารถปฏิบัติ ตามหน้าที่ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน ๗. ดูแลสวัสดิภาพความเป็นอยู่ของครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ส่งเสริมและ สนับสนุนให้มีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ๘. ส่งเสริมและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองและชุมชน ๙. เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการต่างๆ ตามที่ได้รับการแต่งตั้ง ๑๐. จัดให้มีการวิเคราะห์ วิจัย ประเมินผลและรวบรวมข้อมูล จัดทำรายงานประจำปีของ สถานศึกษา จัดทำสถิติต่างๆ เป็นสารสนเทศที่สำคัญ โดยนำเทคนิคและวิธีการใหม่ๆ มาใช้เพื่อ ปรับปรุงการเรียนการสอนและพัฒนาโรงเรียนให้ได้มาตรฐานเป็นที่นิยม ๑๑. ประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อประโยชน์ของโรงเรียนและ ชุมชน ๑๒. ดำเนินการตามความเห็นชอบและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ของโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง ๑๓. ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย มาตรา 16 คุณสมบัติของครูและบุคลากรทางการศึกษา 1. มุ่งมั่นพัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ ทักษะและนิสัยที่ถูกต้องดีงามแก่นักเรียน 2. ปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพครูเสมอ
๑๒ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ 3. มีจิตวิญญาณของความเป็นครูที่ดี ให้บริการด้วยความจริงใจและเสมอภาค 4. มีความรู้ความสามารถ มีความเสียสละอุทิศตนเป็นประโยชน์แก่นักเรียนด้วยความเต็มใจ 5. มีจิตใจช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดมั่นในคุณธรรมและ เสริมสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ 6. ปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการเรียนการสอนแก่นักเรียน และมีหน้าที่ในการอบรมบ่มนิสัย นักเรียนให้นักเรียนเป็นคนดี มีคุณธรรม 7. ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียนทั้งทางกาย วาจา ใจ 8. ไม่แสวงหาผลประโยชน์ใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อมจากโรงเรียน ผู้ปกครองและนักเรียน มาตรา 17 ครูมีบทบาทหน้าที่ ดังต่อไปนี้ 1. ศึกษาหาความรู้วิธีการสอน วิธีประเมินผล การใช้สื่อการเรียนการสอน หนังสือเรียนและ คู่มือการเรียนการสอนตามหลักสูตร 2. ปฏิบัติงานในหน้าที่ให้ได้ผลตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. ประพฤติปฏิบัติตนตามระเบียบวินัยของทางราชการอย่างเคร่งครัด 4. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนและอบรมบ่มนิสัยนักเรียนอย่างเต็มความสามารถ 5. พัฒนาและปรับปรุงการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง 6. ส่งเสริมและเผยแพร่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข 7. ปลูกฝังวัฒนธรรม ค่านิยมและเอกลักษณ์ไทย 8. ส่งเสริมความสามัคคีในหมู่ครู นักเรียน และผู้ที่เกี่ยวข้อง มาตรา 18 บทบาทและหน้าที่ของผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง ผู้ปกครองนักเรียนมีความเข้าใจในระบบการจัดการศึกษาของโรงเรียนและยินยอมปฏิบัติ ตามระเบียบของโรงเรียนทุกประการ ได้แก่ 1. ให้ความร่วมมือ ส่งเสริม และสนับสนุนกิจกรรมของโรงเรียน ๒. ศึกษาและเข้าใจวัฒนธรรม กฎระเบียบ ของโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง ๓. ดูแล เอาใจใส่ กำชับติดตามบุตร หลาน หรือนักเรียนในความอุปการะให้ปฏิบัติตาม ธรรมนูญของโรงเรียน ๔. มีความพร้อมในการสนับสนุนค่าเล่าเรียนของนักเรียนและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามความ เหมาะสม มาตรา 19 โรงเรียนควรจัดหาเจ้าหน้าที่และบุคลากรเพื่อปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดการ เรียนการสอนโดยตรง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการการบริการและสนับสนุนการเรียน การสอนให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังตำแหน่งงานและคุณสมบัติขั้นต้น ดังนี้
๑๓ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ เจ้าหน้าที่ธุรการ คุณสมบัติ 1. สามารถจัดทำแบบฟอร์มการลงเวลาการปฏิบัติงาน การลา การขออนุญาตออกนอก โรงเรียนของครูและบุคลากร สรุปรายงานการปฏิบัติงาน การลาในแต่ละวัน พร้อมทั้งติดตามให้เป็นไป ตามระเบียบ และจัดทำสารสนเทศอย่างเป็นระบบ 2. สามารถจัดทำและเก็บรักษาทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากร รวมทั้งการแก้ไข เปลี่ยนแปลงข้อมูลในทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรให้เป็นปัจจุบัน 3. สามารถรับ – ส่ง และลงทะเบียนหนังสือราชการให้ถูกต้องตามระเบียบงานสารบรรณ 4. สามารถร่าง – พิมพ์ โต้ตอบหนังสือราชการ ให้ถูกต้องตามระเบียบงานสารบรรณ และ ทันเวลา 5. สามารถประสานงานผู้ที่เกี่ยวข้องในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือราชการ เพื่อให้การ ดำเนินงานทันกำหนดเวลา 6. สามารถจัดทำแบบฟอร์มในการติดต่อทางราชการต่างๆ เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับความ สะดวกในการติดต่อราชการกับทางโรงเรียน 7. สามารถปฏิบัติงานอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย มาตรา 20 โรงเรียนต้องจัดให้มีการพัฒนาครูและบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติ หน้าที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างน้อย ๑ รายการต่อปี ดังนี้ ๑. การศึกษาดูงาน ๒. การสัมมนาทางวิชาการ ๓. การอบรมเชิงปฏิบัติการในเรื่องที่จำเป็นต่อครูทุกคน ๔. การจัดทำวิจัยในชั้นเรียนหรือผลงานทางวิชาการ หมวดที่ 5 นักเรียน มาตรา 21 คุณสมบัติพื้นฐานของผู้ที่จะสมัครเข้าเรียนโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง 1. มีความประพฤติเรียบร้อย มีระเบียบวินัย อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี 2. ผู้ปกครองมีความพร้อม เพื่อส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้นักเรียนตลอดเวลาที่ ศึกษาอยู่ในโรงเรียน 3. ผู้ปกครองมีความพร้อมในการร่วมดูแลความประพฤติของนักเรียนกับทางโรงเรียนตลอด เวลาที่กำลังศึกษา มาตรา ๒2 โรงเรียนต้องจัดให้มีสภานักเรียน ซึ่งได้มาโดยการได้รับเลือกมาจากนักเรียนภายใน โรงเรียน เพื่อเป็นผู้แทนของนักเรียน เป็นสื่อกลางเพื่อความเป็นประชาธิปไตย รักษาสิทธิและหน้าที่
๑๔ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ ของนักเรียนโดยไม่ขัดกับระเบียบและนโยบายของโรงเรียน กำหนดแผนการปฏิบัติกิจกรรมเชิง สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน สังคมและประเทศชาติโดยต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ ๑. เป็นผู้ที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย และจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2. เป็นนักเรียนโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวางอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 3. ผู้สมัครจะต้องลงสมัครตามระเบียบสภานักเรียนโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง และเป็น ผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 - 5 ในขณะที่มีการเลือกตั้ง 4. ได้รับความยินยอมจากคุณครูประจำชั้น/ครูที่ปรึกษาและผู้ปกครองให้เข้าสมัครรับเลือกตั้ง ประธานสภาและสมาชิกสภานักเรียน 5. เป็นผู้มีคุณธรรมและมีความเป็นกลางในการดำเนินนโยบาย 6. เป็นผู้ที่รักและภาคภูมิใจในเกียรติของโรงเรียน มาตรา 23 นักเรียนต้องได้รับการพัฒนาจากทางโรงเรียนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อให้มีคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ดังนี้ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ มาตรา ๒4 นักเรียนต้องแต่งกายให้ถูกต้องตามระเบียบการแต่งกายและทรงผมของโรงเรียน ดังนี้ 1. นักเรียนชาย (ชั้นอนุบาล 2 - ๓) 1.1 เสื้อ เสื้อเชิ้ตคอตั้งแขนสั้นสีขาว มีกระเป๋าด้านซ้าย ปักตราสัญลักษณ์ของโรงเรียนติด ใส่เอี้ยมโรงเรียนสีม่วง ปล่อยชายเสื้อ 1.2 กางเกง กางเกงขาสั้นกรมท่า เอวยางยืดมีตะขอเกี่ยวแบบซิป (ใช้ตามแบบที่โรงเรียน กำหนด) 1.3 รองเท้า รองเท้าหนังหุ้มส้นสีดำ มีกระดุมด้านข้าง 1.4 ถุงเท้า ถุงเท้าสั้นสีขาวหรือสีขาวพื้นดำ ไม่มีลวดลาย 1.5 ผม ไว้ผมสั้นเกรียนทั้ง 3 ด้าน หรือรองหวีเบอร์ 1 หรือรองทรงสูง ด้านหน้าและ กลางศีรษะให้เป็นไปตามความเหมาะสม
๑๕ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ 2. นักเรียนหญิง (ชั้นอนุบาล 2 - ๓) 2.1 เสื้อ เสื้อเชิ้ตคอบัวแขนสั้นสีขาว ไม่บางเกินไป มีกระเป๋าด้านซ้าย ปักตราสัญลักษณ์ ของโรงเรียน ใส่เอี้ยมโรงเรียนสีม่วง (ตัดเป็นชุดติดกับกระโปรง) 2.2 กระโปรง กระโปรงสีกรมท่า คลุมเข่า มีจีบหน้า-หลัง 2.3 รองเท้า รองเท้าหนังสีดำหุ้มส้น 2.4 ถุงเท้า ถุงเท้าสั้นสีขาวหรือสีขาวพื้นดำ ไม่มีลวดลาย (อนุโลมให้ตามบริบทพื้นที่และ ฤดูกาล) 2.5 ทรงผม ไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวให้เป็นไปตามความเหมาะสม และถัก เปียสองข้างให้เรียบร้อย หมายเหตุ : ชุดพละ ชุดผ้าไทย(ชมพู) และชุดพื้นเมือง ชาย - หญิง ให้ใช้ตามที่โรงเรียน กำหนด 3. นักเรียนชาย ระดับชั้น ป.๑ - ป.3 3.1 เสื้อ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว มีกระเป๋าด้านซ้าย อกเสื้อด้านขวา ปักอักษรย่อ ข.ว. ด้วย ไหมสีน้ำเงิน ขนาดอักษร 1.5 ซม. ใต้อักษรย่อ ข.ว. ปักเลขประจำตัวนักเรียนเป็นเลขไทยด้วยไหมสี น้ำเงิน ขนาด 1.5 ซม. ที่อกเสื้อด้านซ้าย เหนือขอบกระเป๋าเสื้อ ปักชื่อ – สกุล ด้วยไหมสีน้ำเงิน ใช้ อักษรตามแบบ ราชการ ขนาด 1 ซม. ปักจุดสีน้ำเงินตามระดับชั้น ขนาด 0.5 ซม. ให้อยู่กึ่งกลาง เหนือ ชื่อ – สกุล 3.2 กางเกง ผ้าสีกากี ขาสั้นเหนือลูกสะบ้าประมาณ 5 ซม. ความกว้างของขากางเกงเมื่อ ยืนตรง อยู่ห่างจากขา 8-12 ซม. ตามส่วนของขนาดขา ปลายขากางเกงพับเข้าด้านในประมาณ 5 ซม. ผ่าหน้า ติดซิป มีจีบข้างละ 2 จีบ มีหูสำหรับร้อยเข็มขัด มีกระเป๋าตามแนวตะเข็บ 2 กระเป๋า ไม่มีกระเป๋าหลัง เวลาสวมให้สอดชายเสื้อไว้ในกางเกงให้เห็นเข็มขัดทุกด้าน ขอบเอวกางเกงต้องอยู่ใต้ ระดับสะดือ ๓.๓ เข็มขัด เป็นหนังสีน้ำตาล ขนาดกว้างประมาณ 4 ซม. ไม่มีลวดลายหัวเข็มขัดเป็น โลหะทองเหลืองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีปลอกหนังขนาด 1.5 ซม. สำหรับสอดปลายเข็มขัด หรือใช้เข็มขัด ลูกเสือ 3.๔ รองเท้า รองเท้าผ้าใบหุ้มส้นสีน้ำตาล ไม่มีลวดลาย มีเชือกผูกสีน้ำตาล 3.๕ ถุงเท้า ถุงเท้าสีน้ำตาล สีเดียวกับรองเท้า 3.6 ทรงผม ไว้ผมสั้นเกรียนทั้ง 3 ด้าน (ทรงนักเรียน) ความยาวผมด้านหน้าไม่เกิน 2 เซนติเมตร 4. นักเรียนหญิง ระดับชั้น ป.๑ - ป.3 4.1 เสื้อ เสื้อสีขาวแขนสั้น ปลายแขนตรง ปกแบบคอบัว ติดกระดุม ปักชื่อ - สกุล และ เลขประจำตัวเหมือนนักเรียนชาย 4.2 กระโปรง กระโปรงสีกรมท่า คลุมเข่า ไม่มีลวดลาย ด้านหน้าและด้านหลังเป็นจีบ ข้าง ละ 3 จีบหันจีบออกด้านข้าง 4.3 รองเท้า รองเท้าหนังสีดำหุ้มส้น หัวมนมีสายรัดไม่มีลวดลาย สูงไม่เกิน 3 ซม.
๑๖ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ 4.4 ถุงเท้า ถุงเท้าสีขาว พับแค่ข้อเท้า หรือถุงเท้าสั้นสีขาวพื้นดำ ไม่มีลวดลาย 4.5 ทรงผม ไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้กรณีผมสั้น ไว้ผมบ๊อบสั้นธรรมดา ให้เก็บผม ด้านหน้า ความยาวผมวัดจากติ่งหูไม่เกิน 1 เซนติเมตร ไม่ซอยผม กรณีผมยาว เก็บผมด้านหน้าให้ เรียบร้อย ให้ถักเปียคู่สองข้างผูกโบว์สีน้ำเงิน (กิ๊บติดผมให้ใช้สีดำ) การปักเสื้อนักเรียน - อกเสื้อด้านขวา ปักอักษรย่อ ข.ว ด้วยด้ายสีน้ำเงิน ตัวอักษรสูง 1.5 ซม. ปักเลข ประจำตัวด้วยตัวเลขไทยใต้อักษรย่อ ข.ว. - อกด้านซ้ายปักชื่อ - สกุล ตัวอักษรสูงประมาณ 1 ซม. อยู่แนวเดียวกันกับเลขประจำตัว 5. นักเรียนชาย ระดับชั้น ป.4 - ป.6 5.1 เสื้อ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว มีกระเป๋าด้านซ้าย ปักอักษรย่อ ข.ว ด้วยด้ายสีน้ำเงิน ตัวอักษรสูง 1.5 ซม. ปักเลขประจำตัวด้วยตัวเลขไทยใต้อักษรย่อ ข.ว. ที่อกด้าน ซ้าย ปักชื่อ – สกุล ตัวอักษรสูง ประมาณ ๑ ซม. อยู่ในแนวเดียวกันกับเลขประจำตัว 5.2 กางเกง กางเกงขาสั้นสีกากี มีจีบด้านหน้าข้างละ 2 จีบ มีกระเป๋าแบบล้วง ๒ ข้าง กระเป๋าด้านหลังไม่มี 5.3 รองเท้า รองเท้าผ้าใบสีน้ำตาล ชนิดไม่หุ้มข้อ 5.4 ถุงเท้า ถุงเท้าสีน้ำตาล สีเดียวกับรองเท้า 5.5 เข็มขัด เข็มขัดสายสีน้ำตาล หัวเข็มขัดเป็นโลหะสีทอง สี่เหลี่ยม กรณีลูกเสือสำรองจะ ใช้เข็มขัดลูกเสือ 5.6 ทรงผม ไว้ผมสั้นเกรียนทั้ง 3 ด้าน (ทรงนักเรียน) ความยาวผมด้านหน้าไม่เกิน ๔ เซนติเมตร 6. นักเรียนหญิง ระดับชั้น ป.4 - ป.6 6.1 เสื้อ เสื้อสีขาวแขนสั้น จีบปลายแขน ปกคอทหารเรือ ผ่าอกลึกพอสมควร ติดกระดุม หรือซิบตอนล่างด้านขวามีกระเป๋า ๑ กระเป๋า ปักอักษรย่อ ข.ว ด้วยด้ายสีน้ำเงิน ตัวอักษรสูง 1.5 ซม. ปักเลขประจำตัวด้วยตัวเลขไทยใต้อักษรย่อ ข.ว. ที่อกด้าน ซ้าย ปักชื่อ – สกุล ตัวอักษรสูง ประมาณ ๑ ซม. อยู่ในแนวเดียวกันกับเลขประจำตัว 6.2 กระโปรง กระโปรงสีกรมท่า คลุมเข่า ไม่มีลวดลาย ด้านหน้าและด้านหลังเป็นจีบ ข้าง ละ 3 จีบหันจีบออกด้านข้าง 6.3 รองเท้า รองเท้าหนังสีดำหุ้มส้น หัวมนมีสายรัดไม่มีลวดลาย สูงไม่เกิน 3 ซม. (รองเท้าผ้าใบสีดำ กรณีเรียนวิชาพลศึกษา หรือทำกิจกรรมตามที่โรงเรียนกำหนด) 6.4 ถุงเท้า ถุงเท้าสีขาว พับแค่ข้อเท้า หรือถุงเท้าสั้นสีขาวพื้นดำ ไม่มีลวดลาย 6.5 ทรงผม ไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้กรณีผมสั้น ไว้ผมบ๊อบสั้นธรรมดา ให้เก็บผม ด้านหน้า ความยาวผมวัดจากติ่งหูไม่เกิน 1 เซนติเมตร ไม่ซอยผม กรณีผมยาว เก็บผมด้านหน้าให้ เรียบร้อย ให้ถักเปียคู่สองข้างผูกโบว์สีน้ำเงิน (กิ๊บติดผมให้ใช้สีดำ)
๑๗ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ การปักเสื้อนักเรียน - อกเสื้อด้านขวา ปักอักษรย่อ ข.ว. ด้วยด้ายสีน้ำเงิน ตัวอักษรสูง 1.5 ซม. ปักเลข ประจำตัวด้วยตัวเลขไทยใต้อักษรย่อ ข.ว. - อกด้านซ้ายปักชื่อ - สกุล ตัวอักษรสูงประมาณ 1 ซม. อยู่แนวเดียวกันกับเลขประจำตัว 7. เครื่องแบบชุดพลศึกษา ใช้ตามแบบที่โรงเรียนกำหนดเท่านั้น (รุ่นใดก็ได้) 8. เครื่องแบบเนตรนารี ใช้ตามแบบที่โรงเรียนกำหนดเท่านั้น (รุ่นใดก็ได้) 9. ชุดผ้าไทย (ชมพู)และชุดพื้นเมือง ใช้ตามแบบที่โรงเรียนกำหนดเท่านั้น (ชุดประจำเผ่า) 10. การตกแต่งใบหน้า ห้ามใช้เครื่องสำอางทุกชนิด ตกแต่งบริเวณใบหน้าหรือส่วนอื่นใด ของร่างกายที่ไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียน(เว้นเสียแต่ครีมป้องกันริมฝีปากแห้งหรือครีมกันผิวแตก จากอากาศ) 11. เครื่องประดับและของมีค่า โรงเรียนไม่ประสงค์ให้นักเรียนใช้สิ่งของมีค่าหรือสิ่งที่ไม่จำเป็น เช่น สร้อยคอ แหวน กำไล สร้อยข้อมือ ต่างหูเพราะนอกจากเก็บรักษายากแล้ว ยังเป็นการฟุ่มเฟือยไม่เหมาะสมกับสภาพของ นักเรียน โรงเรียนอนุโลมให้ใช้เฉพาะสิ่งต่อไปนี้ คือ นาฬิกาข้อมือ ใช้สายแบบสุภาพ ถ้าสิ่งของมีค่าหรือ เครื่องประดับเหล่านี้มีการสูญหาย โรงเรียนจะไม่รับผิดชอบ ถ้าตรวจพบจะเก็บไว้ให้และเชิญผู้ปกครอง มารับคืนไป มาตรา ๒5 มาตรการการยกเว้นหรือผ่อนผันการแต่งกายของนักเรียน ดังนี้ 1. ชุดลูกเสือ-เนตรนารี โรงเรียนมีมาตรการยกเว้นหรือผ่อนผันการแต่งกายชุดลูกเสือ-เนตรนารีตาม กฎกระทรวงว่าด้วยเครื่องแบบลูกเสือ ฉบับที่ 4 พ.ศ.2529 (สำหรับนักเรียนในกลุ่มยากจนพิเศษ) โดยอนุโลมให้แต่งกายด้วยเครื่องแบบนักเรียนและผ้าผูกคอ พร้อมเครื่องหมายลูกเสือ 2. ชุดพละ โรงเรียนมีมาตรการผ่อนผันการแต่งกายชุดพละ สำหรับนักเรียนทุกคน โดยอนุโลมให้ แต่งกายด้วยเสื้อพละตามแบบของโรงเรียน แต่กางเกงอนุโลมให้ใช้กางเกงวอร์มที่มีสีดำหรือสีกรม ไม่มี ลวดลายได้ มาตรา ๒6 นักเรียนต้องปฏิบัติตนระหว่างเป็นนักเรียนของโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง ตามแนว ปฏิบัติตนของนักเรียนโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง ดังนี้ 1. แนวปฏิบัติว่าด้วยแนวปฏิบัติตนทั่วไปของนักเรียน (๑) ต้องยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และระบอบประชาธิปไตยของไทย (๒) ต้องเป็นผู้ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ต่อการเรียน (๓) ต้องปฏิบัติตนตามกฎระเบียบ ข้อบังคับของโรงเรียนอย่างเคร่งครัด (๔) ต้องรักษาศักดิ์ศรี เกียรติยศชื่อเสียงของโรงเรียนและตนเอง (๕) ต้องเคารพและมีความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ ครู ผู้มีพระคุณ และโรงเรียน
๑๘ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ (๖) ต้องมีความสามัคคีกลมเกลียว ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน (๗) ต้องมีบุคลิกภาพสะอาด สุภาพเรียบร้อย สมกับเป็นผู้ที่มีวัฒนธรรมอันดีงาม (๘) ต้องเป็นผู้อนุรักษ์ไว้ซึ่งประเพณีอันดีงาม และธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม (๙) ต้องมีความเสียสละต่อส่วนรวม ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว (๑๐) ต้องไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งเสพติดและอบายมุขทั้งปวง 2. การแสดงความเคารพ การแสดงความเคารพเป็นการแสดงออกของผู้ที่ได้รับการศึกษาอบรม และเป็นผู้มีวัฒนธรรม ดังนั้นนักเรียนจึงควรปฏิบัติดังนี้ (๑) การทำความเคารพในห้องเรียน เมื่อมีผู้ควรเคารพเข้ามาในห้องเรียนให้หัวหน้าห้องเป็นผู้บอกทำความเคารพโดยให้ใช้คำบอก “นักเรียน” เพื่อให้ทุกคนหยุดทำงานที่กำลังทำอยู่นั้นทันที นั่งตัวตรง แล้วบอกคำว่า “ทำความเคารพ” ให้นักเรียนยืนตรงแล้วไหว้ เมื่อได้รับคำสั่งจากผู้รับความเคารพ ให้นั่ง จึงนั่งลง นักเรียนพูดคุยกับครูให้ยืนตรง การไปพบครูที่โต๊ะให้นั่งคุกเข่ายืน เมื่อกลับมาที่โต๊ะเรียนให้ใช้ วิธีไหว้ (๒) การทำความเคารพนอกห้องเรียน นักเรียนต้องแสดงความเคารพต่อครูทุกคนทั้งภายในโรงเรียนและนอกโรงเรียน โดยการไหว้ เมื่อนักเรียนนั่งหรือยืนอยู่ ครูผ่านมาในระยะใกล้พอสมควรให้แสดงความเคารพด้วยการยืน ตรงแล้วไหว้ เมื่อเดินสวนทางกับครู ให้หยุดหันหน้าไปทางครู ยืนตรงแล้วไหว้เมื่อครูเดินผ่านไปแล้วจึงเดิน ต่อไป เมื่อครูยืนหรือนั่งอยู่กับที่ นักเรียนจะเดินผ่านให้หยุดยืนตรงแล้วไหว้แล้วจึงเดินผ่านไป โดยก้ม ตัวเล็กน้อย เมื่อเดินตามหลังครู ไม่ควรเดินแซงขึ้นหน้า หากจำเป็นให้ขออนุญาตก่อน แล้วจึงเดินไป ทางขวา เมื่อนักเรียนเข้าไปพบครู ให้ยืนตรงระยะห่างพอสมควรแล้วจึงไหว้ หากครูนั่ง ให้คุกเข่า เมื่อ จะกลับให้ทำความเคารพอีกครั้ง หากนักเรียนพบครูคนเดียวกันมากกว่าหนึ่งครั้งในวันนั้นเมื่อเดินสวนกัน นักเรียนต้องหยุดหัน หน้าไปทางครูแล้วยืนตรง หรือหากนักเรียนจะเดินผ่านครูซึ่ง อยู่กับที่ ให้เดินผ่านโดยก้มตัวเล็กน้อย เมื่อมีผู้มาตรวจเยี่ยมโรงเรียนให้นักเรียนปฏิบัติเช่นเดียวกับที่ปฏิบัติต่อครู ลูกเสือ-เนตรนารี ให้แสดงความเคารพตามระเบียบของลูกเสือเนตรนารี เมื่อพบครูภายนอกโรงเรียน ควรทำความเคารพด้วยการไหว้และกล่าวคำว่า “สวัสดี” นักเรียนไม่ต้องทำความเคารพในโอกาสต่อไปนี้ฃ - เมื่อได้รับอนุญาต - เมื่อขับขี่ยานพาหนะหรืออยู่ในที่คับขัน การแสดงความเคารพต้องให้เหมาะสมแก่ เวลา สถานที่ และบุคคล
๑๙ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ 3. การรักษาระเบียบภายในโรงเรียน (๑) การเดินในบริเวณโรงเรียน เช่น ทางเท้า ถนน ขึ้นลงบันไดให้เดินชิดขวา เป็นการฝึกเดิน ตามกฎจราจร (๒) นักเรียนรุ่นน้องต้องเคารพเชื่อฟังรุ่นพี่ นักเรียนรุ่นพี่ต้องมีความเมตตา ความรัก ความเอื้อ อาทร และเป็นตัวอย่างที่ดีต่อน้อง (๓) เมื่อนักเรียนมาถึงโรงเรียนตอนเช้าให้นำกระเป๋าและอุปกรณ์ต่างๆ ขึ้นไปเก็บบนห้องเรียน และจัดเตรียมส่งงานตามที่ครูสั่งให้เรียบร้อย (๔) กิริยามารยาทต้องสุภาพเรียบร้อย การพูดไม่พูดหยาบคาย ไม่ส่งเสียงดัง ต้องพูดด้วยวาจา ที่ไพเราะและสุภาพอยู่เสมอ (๕) ไม่อนุญาตให้นำวัตถุของมีคม พลุ ประทัด และของเล่นอันตราย เข้ามาภายในโรงเรียน (๖) ไม่นำอาหาร และเครื่องดื่ม มารับประทานในห้องเรียน (๗) ห้ามสวมแต่ถุงเท้าหรือเท้าเปล่าลงมาเดินนอกบริเวณอาคารหรือทำธุระในห้องน้ำ - ห้อง ส้วม บริเวณโรงเรียน (8) ไม่ว่ากรณีใดๆ ไม่เปิดน้ำ ไฟ และพัดลมทิ้งไว้ (9) ให้นักเรียนเข้าห้องเรียนตามที่ครูประจำชั้นหรือประจำวิชากำหนด (10) ไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์สื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์ เข้ามาในโรงเรียน นอกจากจะได้รับอนุญาต และให้ฝากไว้ที่ครูประจำชั้น 4. การรับประทานอาหาร นักเรียนทุกคนต้องรับประทานอาหารกลางวันที่ทางโรงเรียนจัดให้และหรือยกเว้นเป็นราย กรณี เช่น ผู้นับถือศาสนาอิสลาม ผู้มีโรคประจำตัวที่ต้องควบคุมอาหาร (๑) ให้นักเรียนทุกชั้นรับประทานอาหารที่โรงอาหาร (2) ให้นักเรียนเข้าแถวให้เป็นระเบียบเพื่อรับอาหาร และกล่าวคำบูชาข้าวพร้อมกันก่อน รับประทานอาหาร (3) ขณะรับประทานอาหาร ไม่คุยกัน ไม่ส่งเสียงดัง ไม่เคาะช้อน-ส้อม ไม่ทำอาหารหก เลอะเทอะ (4) รับประทานอาหารให้เรียบร้อยไม่มูมมาม (5) รับประทานอาหารให้หมดถาด เมื่อไม่อิ่ม ให้ขอรับอาหารเพิ่มจากผู้ดูแลและรับประทาน อาหารให้หมดถาด (6) เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ให้นำถาดไปเทเศษอาหารออกและนำไปใส่อ่างน้ำตาม จุดที่กำหนดให้ 5. การรักษาความสะอาดในโรงเรียน (๑) นักเรียนต้องช่วยกันรักษาความสะอาดบริเวณต่างๆ ในโรงเรียน โดยไม่ทิ้งเศษกระดาษ เศษวัสดุต่างๆ หรือบ้วนน้ำลาย ให้สกปรกพื้นห้อง ระเบียง กันสาด ทางเดิน สนามหรือบริเวณทั่วๆ ไป ในโรงเรียน
๒๐ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ (๒) นักเรียนต้องทิ้งขยะในถังขยะที่โรงเรียนจัดไว้ให้ และเมื่อพบเศษกระดาษ หรือ เศษวัสดุ ตามบริเวณต่างๆ ควรช่วยกันเก็บไปทิ้งในถังขยะ (๓) นักเรียนต้องรักษาความสะอาดของโต๊ะ เก้าอี้ ม้านั่ง ฝาผนังรวมทั้งวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ ใน ห้องเรียน โดยไม่ขีดเขียนวาดรูป หรือทำให้สกปรกเลอะเทอะ (๔) เมื่อนักเรียนเข้าห้องน้ำ หลังจากธุระเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ราดน้ำให้สะอาด ทั้งโถส้วม และบริเวณพื้นห้องน้ำ (๕) คณะกรรมการสภานักเรียนจะประเมินผลการรักษาความสะอาดบริเวณกลุ่มสีต่างๆ ทุก วัน และให้มีการปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น 6. การมาเรียนของนักเรียน นักเรียนเข้าแถวเวลา ๐8.0๐ น. เลิกเรียนเวลา ๑6.0๐ น. (เวลา 07.30 น. เริ่มทำกิจกรรม เขตพื้นที่รับผิดชอบแต่ละชั้น และเวลา ๑๕.๓0 น. ทำความสะอาดห้องเรียน เข้าแถวเพื่อสวดมนต์ ไหว้ พระ ร้องเพลงสรรเสริพระบารมี ฯลฯ) นักเรียนทุกคนควรไปโรงเรียนก่อนเวลาโรงเรียนเข้า ๑๕ นาที ทั้งนี้เพราะนักเรียนจะได้มีเวลาปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ และทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จก่อน โรงเรียนเข้า เช่น การทำความสะอาดห้องเรียน การทำความสะอาดบริเวณเขตสีที่รับผิดชอบ และการ ปฏิบัติกิจกรรมพิเศษ เป็นต้น 7. การมารับ-มาส่งนักเรียน (๑) นักเรียนที่ผู้ปกครองหรือรถโดยสารประจำ มาส่ง - รับ ต้องให้ผู้ปกครองหรือรถเดือนจอด รับ - ส่ง บริเวณที่โรงเรียนกำหนดให้ ทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้รับ - ส่ง ตามอาคารเรียน (๒) เมื่อมาถึงโรงเรียนแล้วไม่อนุญาตให้นักเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียน (๓) นักเรียนที่นำรถจักรยานมาโรงเรียน ให้นักเรียนลงจากรถจักรยานที่หน้าประตูโรงเรียน ยืน ตรงโค้งคำนับครู แล้วจูงรถจักรยานไปเก็บไว้ในบริเวณที่โรงเรียนจัดไว้ให้ (4) ประตูโรงเรียน จะเปิด 2 ช่วงเวลา ได้แก่เวลา 07.00 น. - ๐8.๐๐ น. และเวลา 15.3๐ น. - 17.0๐ น. (5) การมารับนักเรียนกลับบ้านไม่เกินเวลา ๑๗.๐๐ น. ซึ่งในขณะที่นักเรียนคอยผู้ปกครองมา รับ ทางโรงเรียนได้จัดให้มีครูเวรรักษาการณ์ดูแลความปลอดภัยให้กับนักเรียน 8. การขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน จะอนุญาตให้ออกได้ในกรณีที่จำเป็นอย่างยิ่งเท่านั้น และจะต้องมีผู้ปกครองมารับ โดยขอ อนุญาตจากครูประจำชั้น และครูเวรรักษาการณ์ก่อน จึงจะออกนอกบริเวณโรงเรียนได้
๒๑ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ 9. การออกนอกห้องเรียน ให้นักเรียนขออนุญาตต่อครูผู้สอน ขณะที่มีความจำเป็นจะออกนอกห้อง หรือ ขออนุญาต หัวหน้าชั้น (กรณีที่ไม่มีครูอยู่ในห้อง) ลาออกนอกห้องเรียนครั้งละไม่เกิน ๒ คน เมื่อกลับมาแล้ว คน ต่อไปจึงจะออกไปได้ 10. การลาหยุดเรียน นักเรียนจะหยุดเรียนด้วยเหตุใดก็ตาม จะต้องมีจดหมายของนักเรียนหรือผู้ปกครองแจ้งให้ทาง โรงเรียนทราบ แจ้งให้ครูประจำชั้นทราบทางโทรศัพท์หรือกลุ่มไลน์ประจำชั้น 11. มาตรการป้องกันและคุ้มครองความปลอดภัย (1) ห้ามนักเรียนต่างเพศกันอยู่ในห้องตามลำพังสองต่อสองในห้องที่ปิดมิดชิด (2) ถ้านักเรียนมาถึงโรงเรียนเช้ามืดหรือก่อนเวลา ๐๗.๐๐ น.ห้ามขึ้นบนห้องเรียนเพียงลำพัง คนเดียว ต้องรอเพื่อนร่วมห้องเรียนอย่างน้อย ๕-๗ คนมาพร้อมกันก่อนหรือจนกว่าจะมีครูประจำชั้น หรือครูเวรมาปฏิบัติหน้าที่ประจำวัน (3) หลังเลิกเรียนตอนเย็น ครูประจำชั้นจะต้องดูแลการปิดห้องเรียนโดยไม่มีนักเรียนตกค้าง หรือทำงานอยู่ในห้องตามลำพังคนเดียวโดยเด็ดขาด (4) ห้ามนำสิ่งเสพติด สิ่งมึนเมาหรือสื่อลามกอนาจารมาโรงเรียนโดยเด็ดขาด (5) ห้ามใส่เครื่องประดับอาภรณ์ที่มีค่า เช่น แหวน สร้อยคอ สร้อยข้อมือ โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ มาโรงเรียน (6) เมื่อนักเรียนมาถึงโรงเรียนแล้ว ห้ามออกนอกบริเวณโรงเรียนเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก ครูประจำชั้น หรือครูเวรประจำวัน (7) ผู้ปกครองนักเรียนจะต้องมาส่ง - มารับเด็กนักเรียนตามเวลาที่โรงเรียนกำหนด โดยตอน เช้าจะต้องมาส่งก่อนเวลา ๐๗.๔๕ น. และตอนเย็นมารับกลับในเวลาไม่เกิน ๑๗.๐๐ น. และควรมาส่ง มารับด้วยตนเอง หรือผู้ได้รับมอบหมายหรือรถรับส่งประจำ 12. ลักษณะความประพฤติที่ไม่เหมาะสม (1) ลักษณะความประพฤติไม่เหมาะสมชั้นเบา หมายถึง การกระทำที่ไม่เหมาะสมเล็กน้อย เช่น - มาโรงเรียนสายโดยไม่มีเหตุสมควร - ไม่ส่งงานตามเวลาที่กำหนด - เข้าเรียนช้าเกินกว่า ๑๐ นาที - ผมยาวเกินกำหนด (กรณีนักเรียนชาย) ไม่ถักเปียผม (กรณีนักเรียนหญิงไว้ผมยาว) - ใช้เครื่องสำอาง,ใส่เครื่องประดับของมีค่า เช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน ต่างหู - มั่วสุมก่อความรําคาญ - ขาดเรียนไม่ทราบสาเหตุ
๒๒ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ - ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งครูในเรื่องการเรียน - พูดจาไม่สุภาพ มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม - ไม่รักษาความสะอาดของตนเอง และสถานที่ (2) ลักษณะความประพฤติไม่เหมาะสมขั้นกลาง หมายถึง การกระทำที่ทำให้เกิดความ เสียหายแก่ส่วนร่วมแต่ไม่ร้ายแรง หรือกระทำความผิดที่อาจเป็นเหตุให้เกิดความผิดระดับร้ายแรง ต่อไปได้ เช่น - ประพฤติตนไม่สุภาพเรียบร้อย - แต่งกายฝ่าฝืนระเบียบโดยเจตนา - ชอบเที่ยวเตร่ หลังเลิกเรียน วันหยุดเรียน - หนีโรงเรียน หรือออกนอกโรงเรียนโดยไม่ขออนุญาต - แสดงกิริยาวาจาไม่สมควรต่อครู หรือผู้อื่นๆที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน (3) ลักษณะความประพฤติไม่เหมาะสมร้ายแรง หมายถึง การกระทำที่นำความเสื่อมเสียมา สู่โรงเรียนและส่วนรวมอย่างร้ายแรง กระทบกระเทือนต่อระเบียบวินัยอันดีของส่วนรวม เช่น - ลักทรัพย์ - ทำร้ายร่างกาย - เล่นการพนัน - พกอาวุธมาโรงเรียน - ทำลายทรัพย์สินส่วนรวมโดยเจตนา - เที่ยวเตร่ในเวลากลางคืน - มีหนังสือรูปภาพและสื่อลามกอนาจาร - คบเพื่อนต่างเพศเกินขอบเขต กระทำอนาจารทางเพศ - เสพสุรา เครื่องดองของเมา หรือยาเสพติด - แสดงกิริยา วาจา ลบหลู่ดูหมิ่น ครูอาจารย์ อย่างร้ายแรง - แสดงตนเป็นนักเรียนอันธพาล - ขัดคำสั่งของโรงเรียนเกี่ยวกับระเบียบวินัย - กระทำการใดๆ ที่ก่อให้แตกความสามัคคีกับหมู่คณะ มาตรา ๒7 การลงโทษนักเรียนให้เป็นไปตามระเบียบโรงเรียนซึ่งเป็นไปตามระเบียบกระทรวง ศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๔ มี ๕ สถานดังนี้ ๑. ว่ากล่าวตักเตือน ๒. ทำทัณฑ์บน ๓. ตัดคะแนนความประพฤติเป็นไปตามระเบียบที่กำหนด ๔. ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ๕. กรณีเป็นความผิดที่ร้ายแรงที่อาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อผู้อื่นโดยส่วนรวม โรงเรียนจะพิจารณาแก้ไขปัญหาของนักเรียนตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนกำหนด
๒๓ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ หมวดที่ 6 คณะกรรมการสถานศึกษาศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรา 28 คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีองค์ประกอบดังนี้ ๑. ประธานกรรมการ (มาจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ) ๒. กรรมการที่เป็นผู้แทนผู้ปกครอง ๓. กรรมการที่เป็นผู้แทนครู ๔. กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรชุมชน ๕ กรรมการที่เป็นตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๖. กรรมการที่เป็นผู้แทนศิษย์เก่า ๗. กรรมการที่เป็นผู้แทนพระภิกษุสงฆ์หรือผู้แทนองค์กรศาสนาในพื้นที่ ๘. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ๙. ผู้อำนวยการสถานศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการ มาตรา 29 คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีบทบาทหน้าที่ ดังต่อไปนี้ ๑. ให้ความเห็นชอบหลักสูตรสถานศึกษาและให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาหลักสูตร สถานศึกษาให้สอดคล้องกับ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานและความต้องการของผู้เรียน ชุมชนและท้องถิ่น ๒. ให้ข้อเสนอแนะและส่งเสริมสนับสนุนในการจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม กระบวนการ เรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ฯลฯ เพื่อการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการจัดการ สถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง ๓. ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสถานศึกษาต่อผู้บริหารสถานศึกษา ๔. ให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการประจำปีและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดตั้ง การใช้ งบประมาณของสถานศึกษา ๕. ให้ความเห็นชอบ และเสนอแนะในการออกระเบียบข้อบังคับ ประกาศและแนวปฏิบัติ เกี่ยวกับการบริหารการเงินและการจัดหารายได้จากทรัพย์สินของสถานศึกษาหรือปฏิบัติหน้าเกี่ยวกับ เรื่องนี้ตามที่กฎหมาย ระเบียบประกาศ ฯลฯ กำหนด ๖. ให้ความเห็นชอบ ข้อเสนอแนะและให้คำปรึกษาในการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาของ สถานศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน เขตพื้นที่การศึกษา ชุมชนและท้องถิ่น ๗. ให้ความเห็นชอบ เสนอแนะและให้คำปรึกษา สนับสนุนเกี่ยวกับการระดมทรัพยากรเพื่อ การศึกษาที่มีคุณภาพรวมทั้งปกครองดูแลบำรุงรักษา และหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของและจัด สถานศึกษาตามที่กฎหมาย ระเบียบ ประกาศ ฯลฯ กำหนด ๘. ปฏิบัติหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษาตามที่กฎหมาย ระเบียบ ประกาศ กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ๙. ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานต้นสังกัด
๒๔ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ หมวดที่ ๗ วัฒนธรรมโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง มาตรา 30 โรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวางเป็นโรงเรียนประถมศึกษาประจำอำเภอแม่วาง มีรูปแบบ การบริหารเป็นองค์คณะ เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความสามารถทั้งด้านวิชาการ กีฬา ศิลปะ ดนตรี มี ความเป็นสุภาพชน มีคุณธรรมจริยธรรม มีความรักสามัคคีและเสียสละในหมู่คณะ กตัญญู กตเวทีต่อ ชาติศาสนา พระมหากษัตริย์พร้อมรับใช้ชาติบ้านเมืองโดยผ่านกิจกรรม ดังต่อไปนี้ 1. กิจกรรมวันสำคัญของชาติศาสนา และพระมหากษัตริย์ ได้แก่ 1.1 วันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (วันที่ 28 กรกฎาคม) 1.2 วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระบรมราชินี (3 มิถุนายน) ๑.3 วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถ บพิตร (วันที่ ๑๓ ตุลาคม) ๑.4 วันปิยมหาราช (วันที่ ๒๓ ตุลาคม) 1.5 วันมหาธีรราชเจ้า (วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน) 1.6 วันพ่อแห่งชาติ (วันที่ ๕ ธันวาคม) 1.7 วันแม่แห่งชาติ (12 สิงหาคม) 1.8 วันสำคัญทางพุทธศาสนา วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา และวัน เข้าพรรษา 2. วันสำคัญของโรงเรียน ได้แก่ 2.1 วันไหว้ครู 2.2 วันแข่งขันกีฬาสี 2.3 วันสำคัญตามกิจกรรมของกลุ่มสาระการเรียนรู้ 3. กิจกรรมสืบสานประเพณีลอยกระทง
๒๕ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗ หมวดที่ 8 การประกาศใช้ธรรมนูญโรงเรียน มาตรา 31 ให้โรงเรียนจัดพิมพ์ต้นฉบับธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง อย่างน้อย จำนวน 3 ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน เพื่อเป็นเอกสารหลักฐานแห่งธรรมนูญโรงเรียนนี้ รวมถึงหากมีการแก้ไข เพิ่มเติมธรรมนูญโรงเรียนนี้ในภายหลัง ให้จัดพิมพ์ข้อความการแก้ไขเพิ่มเติมธรรมนูญโรงเรียนขึ้นใหม่ ต่างหาก หรือการแก้ไขเพิ่มเติมข้อความจากธรรมนูญฉบับเดิมแล้วจัดพิมพ์ขึ้นใหม่ทั้งฉบับ โดยให้ กำหนดว่าเป็น ฉบับพุทธศักราช ๒๕๖7 เป็นฉบับแก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช.......... และเป็นลิขสิทธิ์ของ ทางโรงเรียน มาตรา ๓2 ให้โรงเรียนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกาศใช้ ธรรมนูญโรงเรียน รวมถึงหากมีการแก้ไขเพิ่มเติมธรรมนูญโรงเรียนซึ่งอาจมีขึ้นในภายหลัง โดยให้มีผล ตั้งแต่วันที่ประกาศใช้เป็นธรรมนูญโรงเรียน และให้โรงเรียนประกาศเป็นที่ทราบโดยทั่วกัน
๒๖ ธรรมนูญโรงเรียนหลวงพัฒนาบ้านขุนวาง พุทธศักราช 256๗