มาตรการป้องกันด้วย 3 ป. ป้องกัน ปลูกฝัง ปราบปราม แผนเผชิญเหตุ รองรับความปลอดภัยในสถานศึกษา ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนอนุบาลดำรงราชานุสรณ์
ก คำนำ เอกสารมาตรการรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษา เล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็น แนวทางในการดูแลความปลอดภัยนักเรียนทุกคนในโรงเรียนบ้านใหม่สหสัมพันธ์ด้านการป้องกันและแก้ไข อุบัติเหตุ อุบัติภัยและปัญหาทางสังคม ด้านสุขภาพอนามัยของนักเรียน ด้านสัตว์มีพิษ ด้านบุคคลจากภายนอก สถานศึกษา ขอขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านที่มีส่วนสนับสนุนให้คู่มือเล่มนี้มีความสมบูรณ์ เพื่อให้ สถานศึกษาได้นำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ โรงเรียนอนุบาลดำรงราชานุสรณ์
ข สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข 1. ภัยที่เกิดจากการใช้ความรุนแรงของมนุษย์ 1.1 การล่วงละเมิดทางเพศ 1 1 1.2 การทะเลาะวิวาท 2 1.3 การกลั่นแกล้งรังแก 2 1.4 การชุมนุมประท้วงและการจลาจล 3 1.5 การก่อวินาศกรรม 3 1.6 การระเบิด 4 1.7 สารเคมีและวัตถุอันตราย 5 1.8 การล่อลวง ลักพาตัว 5 1.9 ความปลอดภัยจากบุคคลภายนอกเข้ามาในสถานศึกษา 6 2. ภัยที่เกิดจากอุบัติเหตุ 2.1 ภัยธรรมชาติ 6 6 2.2 ภัยจากอาคารเรียน สิ่งก่อสร้าง 8 2.3 ภัยจากยานพาหนะ 8 2.4 ภัยจากการจัดกิจกรรม 9 2.5 ภัยจากเครื่องมืออุปกรณ์ 9 3. ภัยที่เกิดจากการถูกละเมิดสิทธิ์ 3.1 การถูกปล่อยปละ ละเลย ทอดทิ้ง 10 10 3.2 การคุกคามทางเพศ 11 3.3 การไม่ได้รับความเป้นธรรมจากสังคม 4. ภัยที่เกิดจากผลกระทบทางสุขภาวะทางกายและจิตใจ 11 12 4.1 ภาวะจิตเวช 12 4.2 ติดเกม 13 4.3 ยาเสพติด 13 4.4 โรคระบาดในมนุษย์ 14 4.5 ภัยไซเบอร์ 16 4.6 การพนัน 17 4.7 มลภาวะเป็นพิษ 17 4.8 โรคระบาดในสัตว์ 19 4.9 ภาวะทุพโภชนาการ มาตรการ 3ป. รายชื่อผู้ที่สามารถให้การคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนด้านความปลอดภัย และผู้ประสานงาน 20 25 26
1 แผนเผชิญเหตุเพื่อความปลอดภัยสถานศึกษา ตามมาตรการป้องกันภัย 4 กลุ่มภัย ตามหลัก 3 ป โรงเรียนอนุบาลดำรงราชานุสรณ์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 แนวทางการปฏิบัติขอบข่ายความปลอดภัยของโรงเรียน ขอบข่ายความปลอดภัยสถานศึกษาจำแนกเป็น 4 กลุ่มภัย โดยมีการดำเนินงานความปลอดภัย สถานศึกษาตามมาตรการ 3 ป. ได้แก่ การป้องกัน การปลูกฝัง และการปราบปราม ซึ่งในแต่ละมาตรการมีแนว ปฏิบัติตามรายละเอียด ดังนี้ 1. ภัยที่เกิดจากการใช้ความรุนแรงของมนุษย์ 1.1 การล่วงละเมิดทางเพศ แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) สำรวจนักเรียนกลุ่มเสี่ยงและพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยง 2) เฝ้าระวัง สังเกตพฤติกรรมนักเรียน และพัฒนาพื้นที่เสี่ยงให้ปลอดภัย 3) สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังทั้งในสถานศึกษาและชุมชน 4) จัดระบบการสื่อสารเพื่อรับส่งข้อมูลด้านพฤติกรรมนักเรียนทั้งในสถานศึกษาและชุมชน การปลูกฝัง 1) จัดกิจกรรมส่งเสริมความตระหนักรู้และเห็นคุณค่าในตนเอง 2) จัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต 3) ฝึกทักษะการปฏิเสธ และการเอาตัวรอดในสถานการณ์ต่าง ๆ การปราบปราม 1) เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ช่องทางในการขอความช่วยเหลือ 2) แต่งตั้งคณะทำงานให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน ที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันเหตุการณ์ 3) แต่งตั้งคณะทำงานด้านกฎหมายเพื่อให้ความช่วยเหลือ ประสานภาคีเครือข่ายเพื่อการส่งต่อที่เหมาะสม
2 1.2 การทะเลาะวิวาท แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) จัดทำระเบียบในการประพฤติปฏิบัติตนในสถานศึกษา 2) ประชุมชี้แจงทำความเข้าในการปฏิบัติตนตามระเบียบ 3) เฝ้าระวัง สังเกตพฤติกรรมทั้งในระดับชั้นเรียน สถานศึกษา และชุมชน 4) สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังในสถานศึกษาและชุมชน 5) จัดระบบติดต่อสื่อสารเพื่อติดตามพฤติกรรมนักเรียนอย่างต่อเนื่อง การปลูกฝัง 1) ให้ความรู้เรื่องการอยู่ร่วมกันในสังคม และผลกระทบที่เกิดจากการทะเลาะวิวาท 2) จัดกิจกรรมส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคม 3) จัดเวทีกิจกรรมให้นักเรียนได้แสดงออกตามความสามารถอย่างเหมาะสม การปราบปราม 1) แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อระงับเหตุทั้งในสถานศึกษาและชุมชน 2) ประสานเครือข่ายการมีส่วนร่วมเพื่อร่วมแก้ปัญหา 3) ดำเนินการตามระเบียบ กฎหมาย โดยเน้นการไกล่เกลี่ยประนีประนอม ตามมาตรการจากเบา ไปหาหนัก 1.3 การกลั่นแกล้งรังแก แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) สำรวจนักเรียนกลุ่มเสี่ยงทั้งกลุ่มผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ 2) จัดทำระเบียบข้อตกลงร่วมกัน ทั้งในระดับชั้นเรียนและระดับสถานศึกษา 3) สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังทั้งในสถานศึกษาและชุมชนจัดระบบการสื่อสารเพื่อติดตามพฤติกรรม นักเรียน การปลูกฝัง 1) ให้ความรู้ความเข้าใจหลักในการอยู่ร่วมกันในสังคม 2) จัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ทำร่วมกันอย่างต่อเนื่อง 3) จัดเวทีให้นักเรียนได้แสดงออกตามความสามารถอย่างเหมาะสม
3 การปราบปราม 1) แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อระงับเหตุ ทั้งในระดับชั้นเรียน สถานศึกษา และชุมชน 2) ดำเนินการเอาโทษตามระเบียบข้อตกลง โดยเน้นการไกล่เกลี่ยประนีประนอม ตามมาตรการ จากเบาไปหาหนัก 3) ติดตาม เยี่ยมเยือน ให้กำลังใจผู้ถูกกระทำ และสร้างความเข้าใจกับผู้กระทำ 1.4 การชุมนุมประท้วงและการจลาจล แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) สำรวจนักเรียนกลุ่มเสี่ยง 2) เฝ้าระวัง สังเกตพฤติกรรมนักเรียน และพัฒนาพื้นที่เสี่ยงให้ปลอดภัย 3) สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังทั้งในสถานศึกษาและในชุมชน 4) จัดระบบการสื่อสารเพื่อรับส่งข้อมูลด้านพฤติกรรมนักเรียนทั้งในสถานศึกษาและชุมชน การปลูกฝัง 1) สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบ กฎหมาย สิทธิและหน้าที่พลเมือง 2) สร้างองค์ความรู้ความเข้าใจถึงผลกระทบที่เกิดจากการชุมนุมประท้วงและการจลาจล 3) จัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์อย่างสม่ำเสมอ 4) จัดกิจกรรมสร้างทัศนคติที่ถูกต้องร่วมกับผู้ปกครอง ชุมชน ในโอกาสที่เหมาะสม การปราบปราม 1) แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อระงับเหตุทั้งในสถานศึกษาและชุมชน 2) ประสานเครือข่ายการมีส่วนร่วมเพื่อร่วมแก้ปัญหา 3) ดำเนินการตามระเบียบ กฎหมาย โดยเน้นการไกล่เกลี่ยประนีประนอม ตามมาตรการจากเบา ไปหาหนัก 1.5 การก่อวินาศกรรม แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) สำรวจนักเรียนกลุ่มเสี่ยง 2) เฝ้าระวัง สังเกตพฤติกรรมนักเรียน 3) สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังทั้งในสถานศึกษาและในชุมชน 4) จัดระบบการสื่อสารเพื่อรับส่งข้อมูลด้านพฤติกรรมนักเรียนทั้งในสถานศึกษาและชุมชน
4 การปลูกฝัง 1) สร้างความรู้ความเข้าใจถึงผลกระทบที่เกิดจากการก่อวินาศกรรม 2) จัดกิจกรรมสร้างทัศนคติที่ถูกต้องร่วมกับผู้ปกครอง ชุมชน ในโอกาสที่เหมาะสม 3) จัดเวทีให้นักเรียนได้แสดงออกตามความสามารถอย่างเหมาะสม การปราบปราม 1) แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อระงับเหตุทั้งในสถานศึกษาและชุมชน 2) ประสานเครือข่ายการมีส่วนร่วม เพื่อร่วมแก้ปัญหา 3) ดำเนินการตามระเบียบ กฎหมาย โดยเน้นการไกล่เกลี่ยประนีประนอม ตามมาตรการจากเบา ไปหาหนัก 1.6 การระเบิด แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) สำรวจนักเรียนกลุ่มเสี่ยง 2) สำรวจข้อมูลแหล่งที่มาของวัตถุประกอบระเบิด 3) สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังทั้งในสถานศึกษาและชุมชน 4) จัดระบบติดต่อสื่อสารเพื่อติดตามพฤติกรรมนักเรียน การปลูกฝัง 1) สร้างความรู้ความเข้าใจถึงผลกระทบที่เกิดจากการใช้ระเบิด 2) จัดกิจกรรมสร้างทัศนคติที่ถูกต้องร่วมกับผู้ปกครอง ชุมชน ในโอกาสที่เหมาะสม 3) จัดเวทีให้นักเรียนได้แสดงออกออกตามความสามารถอย่างเหมาะสม การปราบปราม 1) แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อระงับเหตุทั้งในสถานศึกษาและชุมชน 2) ประสานเครือข่ายการมีส่วนร่วม เพื่อร่วมแก้ปัญหา 3) ดำเนินการตามระเบียบ กฎหมาย โดยเน้นการไกล่เกลี่ยประนีประนอม ตามมาตรการจากเบา ไปหาหนัก
5 1.7 สารเคมีและวัตถุอันตราย แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) จัดทำมาตรการและแนวปฏิบัติในการดำเนินการ ลด ละ เลิก การใช้สารเคมีและวัตถุอันตราย 2) จัดสถานที่ในการจัดเก็บสารเคมีและวัตถุอันตรายให้มิดชิด 3) สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังการใช้สารเคมีและวัตถุอันตรายทั้งในสถานศึกษาและชุมชน การปลูกฝัง 1) สร้างความรู้ความเข้าใจถึงผลกระทบที่เกิดจาการใช้สารเคมีและวัตถุอันตราย 2) จัดกิจกรรมส่งเสริมการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการดำเนินชีวิต 3) จัดกิจกรรมให้นักเรียนได้เรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในสถานที่จริงในพื้นที่ การปราบปราม 1) ติดต่อประสานงานเครือข่ายการมีส่วนร่วมเพื่อร่วมแก้ปัญหา 2) ดำเนินการตามมาตรการและข้อตกลงที่กำหนดร่วมกัน 1.8 การล่อลวง ลักพาตัว แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังทั้งในสถานศึกษาและชุมชน 2) จัดระบบการติดต่อสื่อสารเพื่อรับส่งข้อมูลพฤติกรรมนักเรียน ผู้ใกล้ชิด และบุคคลภายนอก 3) จัดทำข้อมูลช่องทางขอความช่วยเหลือเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนและชุมชน การปลูกฝัง 1) การจัดกิจกรรมส่งเสริมความตระหนักรู้และเห็นคุณค่าในตนเอง 2) จัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตอย่างรอบด้าน 3) ฝึกทักษะการปฏิเสธ และการเอาตัวรอดในสถานการณ์ต่าง ๆ การปราบปราม 1) แต่งตั้งคณะทำงานให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน ที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันเหตุการณ์ 2) แต่งตั้งคณะทำงานด้านกฎหมายเพื่อให้ความช่วยเหลือ 3) ประสานภาคีเครือข่ายเพื่อร่วมแก้ปัญหา
6 1.9 ความปลอดภัยจากบุคคลภายนอกเข้ามาในสถานศึกษา แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) สร้างเครือข่ายสอดส่องเฝ้าระวังบุคคลภายนอกที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย ไม่ปลอดภัยทั้งใน สถานศึกษานักเรียน ครู 2) จัดระบบการติดต่อสื่อสารเพื่อรับส่งข้อมูลพฤติกรรมบุคคลภายนอกที่น่าสงสัยเข้ามาใน สถานศึกษา และให้เครือข่ายเฝ้าระวังติดต่อสื่อสารแจ้งครูประจำชั้นอย่างเร่งด่วน 3) จัดทำข้อมูลช่องทางขอความช่วยเหลือเผยแพร่ทางโทรศัพท์ โซเซียลมีเดีย เป็นต้น ประชาสัมพันธ์ในโรงเรียน 4) ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบสอดส่องดูแลว่ามีบุคคลภายนอกเข้ามาในสถานศึกษา 5) ติดป้ายประกาศไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยราชการเข้ามาใน สถานศึกษาโดยไม่ได้รับอนุญาต หากมีธุระจำเป็นกรุณาติดต่อบุคคลากรภายในก่อนทุกครั้ง 6) ห้ามพกพาอาวุธ ยาเสพติดเข้ามาในสถานศึกษา การปลูกฝัง 1) การจัดกิจกรรมส่งเสริมความตระหนักรู้และเห็นคุณค่าในตนเอง 2) จัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตจากภัยอันตรายจากบุคคล 3) ฝึกทักษะการสังเกต และการเฝ้าระวังจากบุคคลภายนอกในสถานการณ์ต่าง ๆ การปราบปราม 1) แต่งตั้งคณะทำงานให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน ที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันเหตุการณ์ 2) ประสานงานด้านกฎหมายเพื่อให้ความช่วยเหลือ 3) ประสานภาคีเครือข่ายเพื่อร่วมแก้ปัญหา 2. ภัยที่เกิดจากอุบัติเหตุ 2.1 ภัยธรรมชาติ แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) สำรวจข้อมูลความเสี่ยงที่เกิดจากภัยธรรมชาติ 2) จัดทำแผนป้องกันภัยทางธรรมชาติ 3) จัดตรียมวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือในการป้องกันภัยธรรมชาติ
7 4) ซักซ้อมการเผชิญเหตุภัยธรรมชาติ การปลูกฝัง 1) สร้างความรู้ความเข้าใจถึงปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากธรรมชาติรูปแบบต่าง ๆ 2) จัดกิจกรรมฝึกทักษะการเผชิญปัญหาภัยธรรมชาติ 3) จัดกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การปราบปราม 1) แต่งตั้งคณะทำงานให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน ที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันเหตุการณ์ 2) ติดต่อสื่อสารเครือข่ายการมีส่วนร่วม เพื่อร่วมให้ความช่วยเหลือและแก้ปัญหา 3) ประสานงานหน่วยงาน องค์กร เพื่อให้ความช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูจิตใจ 2.2.1 ภัยจากพายุฤดูร้อน แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) ติดตามการแจ้งเตือนภัย สำรวจข้อมูลความเสี่ยงที่เกิดจากภัยธรรมชาติ 2) จัดเวรยามทั้งกลางวันและกลางคืนในช่วงปิดภาคเรียน 3) แจ้งเตือนการดูแลสุขภาพแก่นักเรียน 4) ตัดแต่งต้นไม้ภายในโรงเรียนและตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าในสถานศึกษา การปลูกฝัง 1) สร้างความรู้ความเข้าใจถึงปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากธรรมชาติรูปแบบต่าง ๆ 2) จัดกิจกรรมฝึกทักษะการเผชิญปัญหาภัยธรรมชาติ 3) จัดกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การปราบปราม 1) แต่งตั้งคณะทำงานให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน ที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันเหตุการณ์ 2) ติดต่อสื่อสารเครือข่ายการมีส่วนร่วม เพื่อร่วมให้ความช่วยเหลือและแก้ปัญหา 3) ประสานงานหน่วยงาน องค์กร เพื่อให้ความช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูจิตใจ 2.2.2 ภัยหนาว แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) ติดตามการแจ้งเตือนภัย สำรวจข้อมูลความเสี่ยงที่เกิดจากภัยธรรมชาติ 2) จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจ ให้มีคณะกรรมการร่วมปฏิบัติงาน 3) ประสานความร่วมมือเครือข่ายในพื้นที่
8 4) ติดตามสถานการณ์ให้การช่วยเหลือ การป้องกัน 1) สร้างความรู้ความเข้าใจถึงปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากธรรมชาติรูปแบบต่าง ๆ 2) จัดกิจกรรมฝึกทักษะการเผชิญปัญหาภัยธรรมชาติ 3) จัดกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การปราบปราม 1) แต่งตั้งคณะทำงานให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน ที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันเหตุการณ์ 2) ติดต่อสื่อสารเครือข่ายการมีส่วนร่วม เพื่อร่วมให้ความช่วยเหลือและแก้ปัญหา 3) ประสานงานหน่วยงาน องค์กร เพื่อให้ความช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูจิตใจ 2.2 ภัยจากอาคารเรียน สิ่งก่อสร้าง แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) สำรวจสภาพของอาคารเรียน อาคารประกอบ และสิ่งก่อสร้าง 2) ติดป้ายสัญลักษณ์ในอาคาร หรือพื้นที่ที่ไม่แข็งแรงและมีความเสี่ยง 3) ประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนหลีกเลี่ยงการเข้าพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง การปลูกฝัง 1) สร้างความรู้ความเข้าใจถึงหลักการสร้างความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต 2) ฝึกทักษะการสังเกตและหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง 3) จัดกิจกรรมฝึกทักษะการเอาตัวรอดเมื่อประสบภัยจากอาคารเรียน และสิ่งก่อสร้าง การปราบปราม 1) สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมและดำเนินการช่วยเหลือและแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ 2) ประสานงานหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เพื่อให้ความช่วยเหลือ 2.3 ภัยจากยานพาหนะ แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) สำรวจข้อมูลยานพาหนะในสถานศึกษา 2) จัดระบบสัญจรในสถานศึกษาสำหรับยานพาหนะประเภทต่าง ๆ และสำหรับการเดินเท้า 3) จัดทำแผนให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากยานพาหนะ 4) จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เพื่อการช่วยเหลือ
9 5) ส่งเสริมสนับสนุนการทำประกันภัย ประกันอุบัติเหตุ การปลูกฝัง 1) จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องการใช้รถใช้ถนนและเครื่องหมายจราจร 2) จัดกิจกรรมฝึกทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องตันเมื่อประสบภัยจากยานพาหนะ 3) จัดกิจกรรมส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกในการปฏิบัติตามกฎจราจร การปราบปราม 1) แต่งตั้งคณะทำงานให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน ที่สามารถให้ความช่วยเหลือไต้ทันเหตุการณ์ 2) ติตต่อสื่อสารเครือข่ายการมีส่วนร่วม เพื่อร่วมให้ความช่วยเหลือและแก้ปัญหา 3) ประสานงานหน่วยงานองค์กร เพื่อให้ความช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นจิตใจ 2.4 ภัยจากการจัดกิจกรรม แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) แต่งตั้งคณะทำงานประเมินความเสี่ยงในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ 2) จัดแยกกิจกรรมตามระดับความเสี่ยง 3) เสนอแนะแนวทางในการป้องกันความเสี่ยงในกิจกรรมต่าง ๆ การปลูกฝัง 1) สร้างความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ให้ปลอดภัย 2) ฝึกทักษะการเลือกปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับตนเอง 3) จัดกิจกรรมฝึกทักษะการให้ความช่วยเหลือเมื่อประสบภัยจากการปฏิบัติกิจกรรม การปราบปราม 1) แต่งตั้งคณะทำงานให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน ที่สามารถให้ความช่วยเหลือไต้ทันเหตุการณ์ 2) ติดต่อสื่อสารเครือข่ายการมีส่วนร่วม เพื่อร่วมให้ความช่วยเหลือและแก้ปัญหา 3) ดำเนินการส่งต่อเพื่อการช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพ 2.5 ภัยจากเครื่องมือ อุปกรณ์ แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) สำรวจข้อมูลเครื่องมือ อุปกรณ์ จัดแยกส่วนที่ชำรุดและส่วนที่ใช้งานได้ 2) จัดทำคู่มือการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ให้ปลอดภัย 3) ดำเนินการซ่อมแซม บำรุงรักษาและการจัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ์ ให้เป็นระบบ
10 การปลูกฝัง 1) จัดกิจกรรมสร้างความรู้ความเข้าใจ หลักการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ ให้ปลอดภัย 2) ฝึกทักษะการใช้ การบำรุงรักษา การจัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ์ 3) จัดกิจกรรมสร้างจิตสำนึกในคุณค่าของเครื่องมือ อุปกรณ์ การปราบปราม 1) แต่งตั้งคณะทำงานให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน ที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันเหตุการณ์ 2) ประสานเครือข่ายความร่วมมือเพื่อให้ความช่วยเหลือ 3) ดำเนินการส่งต่อเพื่อการช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพ 3. ภัยที่เกิดจากการถูกละเมิดสิทธิ์ 3.1 การถูกปล่อยปละ ละเลย ทอดทิ้ง แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังทั้งในสถานศึกษาและชุมชน 2) จัดระบบการติดต่อสื่อสารเพื่อรับส่งข้อมูลพฤติกรรมนักเรียน และผู้ใกล้ชิด 3) จัดทำข้อมูลช่องทางขอความช่วยเหลือเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนและชุมชน การปลูกฝัง 1) จัดกิจกรรมส่งเสริมความตระหนักรู้และเห็นคุณค่าในตนเอง 2) จัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตอย่างรอบด้าน 3) ฝึกทักษะการปฏิเสธการเอาตัวรอด และการขอความช่วยเหลือ การปราบปราม 1) แต่งตั้งคณะทำงานให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน ที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันเหตุการณ์ 2) แต่งตั้งคณะทำงานให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย 3) ประสานภาคีเครือข่ายเพื่อร่วมแก้ปัญหา 4) ติดตามเยี่ยมเยือนให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอ
11 3.2 การคุกคามทางเพศ แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) สำรวจนักเรียนกลุ่มเสี่ยงและพื้นที่เป็นจุดเสี่ยง 2) ฝ้าระวัง สังเกตพฤติกรรมนักเรียน และพัฒนาพื้นที่เสี่ยงให้ปลอดภัย 3) สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังทั้งในสถานศึกษาและในชุมชน 4) จัดระบบการสื่อสารเพื่อรับส่งข้อมูลด้านพฤติกรรมนักเรียนทั้งในสถานศึกษาและชุมชน การปลูกฝัง 1) จัดกิจกรรมส่งเสริมความตระหนักรู้และเห็นคุณค่าในตนเอง 2) จัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตรอบด้าน 3) ฝึกทักษะการปฏิเสธ การเอาตัวรอดในสถานการณ์ต่าง ๆ การปราบปราม 1) เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ช่องทางในการขอความช่วยเหลือ 2) แต่งตั้งคณะทำงานให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน ที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันเหตุการณ์ 3) แต่งตั้งคณะทำงานให้ความช่วยเหลือต้านกฎหมาย 4) ประสานภาคีเครือข่ายเพื่อการส่งต่อที่เหมาะสม 5) สร้างขวัญกำลังใจโดยการติดตามเยี่ยมเยือนอย่างสม่ำเสมอ 3.3 การไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสังคม แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) สำรวจข้อมูลนักเรียนรายคน 2) วิเคราะห์สภาพปัญหาความต้องการ ความขาดแคลน ของนักเรียนรายคน 3) จัดทำแผนให้ความช่วยเหลือนักเรียนที่ตามความขาดแคลน 4) สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วม เพื่อประสานความช่วยเหลือ การปลูกฝัง 1) สร้างความรู้ความเข้าใจถึงสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบต่อสังคม 2) บริการให้คำปรึกษาสำหรับนักเรียนกลุ่มเสี่ยง 3) จัดกิจกรรมส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกในความเสมอภาค เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน
12 การปราบปราม 1) แต่งตั้งคณะทำงานให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน ที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันเหตุการณ์ 2) ประสานภาคีเครือข่ายเพื่อร่วมแก้ปัญหา 3) ติดตามเยี่ยมเยือนให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอ 4. ภัยที่เกิดจากผลกระทบทางสุขภาวะทางกายและจิตใจ (Unhealthiness) 4. ภัยที่เกิดจากผลกระทบทางสุขภาวะทางกายและจิตใจ 4.1 ภาวะจิตเวช แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) สำรวจข้อมูลนักเรียนกลุ่มเสี่ยง 2) ติดต่อประสานเครือข่ายการมีส่วนร่วมเพื่อประเมินภาวะจิต 3) จัดหลักสูตรการเรียนการสอนพิเศษรายคน 4) สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังทั้งในสถานศึกษาและชุมชน 5) จัดระบบติดต่อสื่อสารเพื่อรับส่งข้อมูลพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง การปลูกฝัง 1) จัดกิจกรรมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันของนักเรียน 2) จัดเวทีให้นักเรียนได้แสดงออกตามความสามารถ 3) จัดกิจกรรมส่งเสริมการตระหนักรู้และเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น การปราบปราม 1) แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อระงับเหตุทั้งในสถานศึกษาและชุมชน 2) ประสานเครือข่ายการมีส่วนร่วม เพื่อร่วมแก้ปัญหา 3) ดำเนินการตามระเบียบ กฎหมาย โดยเน้นการไกล่เกลี่ยประนีประนอม ตามมาตรการจากเบา ไปหาหนัก 4) ประสานการส่งต่อเพื่อให้ความช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพ
13 4.2 ติดเกม แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) สำรวจข้อมูลนักเรียนกลุ่มเสี่ยง 2) สำรวจข้อมูลพื้นที่แหล่งให้บริการร้านเกม 3) กำหนดข้อตกลงเพื่อปฏิบัติร่วมกัน 4) สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังทั้งในสถานศึกษาและชุมชน 5) จัดระบบติดต่อสื่อสารเพื่อรับส่งข้อมูลพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง การปลูกฝัง 1) สร้างความรู้ความเข้าใจถึงผลกระทบที่เกิดจากการติดเกม 2) จัดกิจกรรมส่งเสริมการการคิด วิเคราะห์ และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ 3) จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่สนองต่อความสนใจของนักเรียนอย่างหลากหลาย การปราบปราม 1) แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อระงับเหตุทั้งในสถานศึกษาและชุมชน 2) ประสานเครือข่ายการมีส่วนร่วม เพื่อร่วมแก้ปัญหา 3) ดำเนินการเอาผิดตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ร่วมกัน 4) ติดตามเยี่ยมเยือนเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ 4.3 ยาเสพติด แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) สำรวจข้อมูลนักเรียนกลุ่มเสี่ยง 2) วิเคราะห์นักเรียนรายบุคคล 3) กำหนดข้อตกลงเพื่อปฏิบัติร่วมกัน 4) สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังทั้งในสถานศึกษาและชุมชน 5) จัดระบบติดต่อสื่อสารเพื่อรับส่งข้อมูลพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง การปลูกฝัง 1) สร้างความรู้ความเข้าใจถึงโทษภัย และผลกระทบของการติดยาเสพติด 2) จัดกิจกรรมต่อต้านยาเสพติดในวันสำคัญต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ 3) จัดกิจกรรมส่งเสริมการการคิด วิเคราะห์ และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
14 4) จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่สนองต่อความสนใจของนักเรียนอย่างหลากหลาย การปราบปราม 1) แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อระงับเหตุทั้งในสถานศึกษาและชุมชน 2) ประสานเครือข่ายการมีส่วนร่วม เพื่อร่วมแก้ปัญหา 3) ดำเนินการตามระเบียบ กฎหมาย โดยเน้นการไกล่เกลี่ยประนีประนอม ตามมาตรการจากเบา ไปหาหนัก 4) ประสานการส่งต่อเพื่อให้ความช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพ 4.4 โรคระบาดในมนุษย์ แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) สำรวจข้อมูลด้านสุขภาพของนักเรียนรายคนและบุคคลใกล้ชิด 2) จัดทำแผนในการป้องกันโรคระบาตในมนุษย์ 3) บริการวัสดุ อุปกรณ์ในการป้องกันโรคระบาดในมนุษย์ 4) สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังทั้งในสถานศึกษาและชุมชน 5) จัดระบบติดต่อสื่อสารเพื่อติดตามข้อมูลด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง การปลูกฝัง 1) สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคระบาดในมนุษย์ 2) จัดกิจกรรมฝึกทักษะการปฏิบัติตน เพื่อความปลอดภัยจากโรคระบาตในมนุษย์ 3) จัดกิจกรรมสร้างจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม การปราบปราม 1) แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อระงับเหตุทั้งในสถานศึกษาและชุมชน 2) ประสานเครือข่ายการมีส่วนร่วม เพื่อร่วมแก้ปัญหา 3) ดำเนินการตามมาตรการที่กฎหมายกำหนด 4) ประสานการส่งต่อเพื่อให้ความช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพ 4.1.1 การติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid 19) การเตรียมสถานศึกษาก่อนเปิดภาคเรียน 1) ตรวจสอบห้องสุขา โรงอาหาร ให้มีอ่างล้างมือให้มีเพียงพออยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน รวมถึง สบู่ล้างมือที่เพียงพอ
15 2) จัดเตรียมอุปกรณ์ล้างมือ เช่น เจลแอลกอฮอล์ไว้บริเวณทางเข้าห้องเรียน และอาคารต่าง ๆ ที่ มีการใช้งานร่วมกัน 3) กำหนดจุดตรวจคัดกรองอาการป่ายบริเวณทางเข้าสถานศึกษา อาคารเรียน หอพัก พร้อม อุปกรณ์ เช่น เครื่องวัดอุณหภูมิ 4) จัดสถานที่เพื่อเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล เช่น การเข้าแถว การจัดที่นั่งเรียน การจัดที่นั่ง รับประทานอาหารตามมาตรการเว้นระยะห่าง 5) ทำสัญลักษณ์เพื่อเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล เช่น จัดคัดกรองก่อนเข้าโรงเรียน จุด รับประทานอาหารกลางวัน จุดล้างมือ เป็นต้น 6) จัดตารางเหลื่อมเวลาพักรับประทานอาหารกลางวัน 7) กำหนดให้มีเจ้าที่ที่รับผิดชอบการป้องกันควบคุมโรคของสถานศึกษาเพื่อคอยติดต่อ ประสานงานกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เมื่อพบผู้ป่วย หรือผู้ต้องสงสัยกิจกรรมการเฝ้าระวังและป้องกันโรค เมื่อเปิดการเรียนการสอน 1) ให้มีการตรวจสอบการลาป่วยของนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน หากพบว่าผู้ป่วยมาก ผิดปกติให้รายงานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ทราบ 2) ให้มีการคัดกรองนักเรียน ครู และเจ้าหน้าที่บริเวณทางเข้าสถานศึกษาทุกวัน หากพบผู้ที่มี อาการป่วยให้หยุดเรียน หรือทำงาน และพาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที 3) หากพบว่ามีผู้ที่มีไข้จำนวนมากผิดปกติให้โรงเรียนแจ้งไปยังหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ 4) กรณีใช้ห้องพยาบาล ให้มีการบันทึกรายชื่อและอาการของนักเรียนที่ป่วย 5) แจ้งผู้ปกครองที่บุตรหลานมีอาการเจ็บป่วย เช่น มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก เหนื่อยหอบ หรือกลับ จากพื้นที่เสี่ยง และอยู่ในช่วงกักกัน ให้หยุดเรียน รวมทั้งขอความร่วมมือกรณีที่มีคนในครอบครัว ป่วยด้วยโรคติด เชื้อไวรัสโคโรนา(Covid-19) หรือกลับจากพื้นที่เสี่ยงและอยู่ในช่วงกักกันให้ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขอย่างเคร่งครัด 6) หากมีรถรับ-ส่งนักเรียน ให้ประสานคนขับรถรับส่ง สังเกตอาการนักเรียนก่อนอนุญาตให้ขึ้นรถ โดยให้นักเรียนสวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัยทุกคนระหว่างนั่งในรถ เปิดประตูหน้าต่างรถเมื่อหยุดรับ นักเรียนในแต่ละจุด เพื่อให้มีอากาศถ่ายเทบ่อย ๆ และทำความสะอาดรถโดยเฉพาะที่ราวจับประตำที่วางแขน และเบาะนั่งทุกวัน 7) เปิดประตูหน้าต่างของห้องเรียน เพื่อให้มีการถ่ายเทอากาศ งดการเรียนในห้องแอร์ที่ไม่จำเป็น 8) ตรวจตราผู้ประกอบอาหารของโรงเรียนให้ปฏิบัติตามสุขอนามัยในการประกอบอาหาร สวม หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย หมวกคลุมผม Face shield ถุงมือขณะประกอบอาหาร และเสิร์ฟอาหารทุกครั้ง เน้นเมนูที่ปรุงสุกใหม่และร้อน มีภาชนะปิดมิดชิด
16 การทำความสะอาด 1) ทำความสะอาดพื้นและพื้นผิวสัมผัสต่าง ๆ ทุกวันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะพื้นผิวที่มี หลายคนสัมผัส เช่น ราวบันได โต๊ะอาหาร อุปกรณ์กีฬา ที่จับประตู หน้าต่าง เครื่องช่วยสอน อุปกรณ์การเรียน เป็นต้น 2) ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาซักผ้าขาวผสมในอัตราส่วน 1 ส่วนต่อน้ำสะอาด 20 ส่วน สำหรับเช็ด พื้นผิวหรือแอลกอฮอล์ 70 % สำหรับการฆ่าเชื้อโรคของอุปกรณ์ต่าง ๆ 3) การทำความสะอาดห้องสุขา ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ หรือน้ำยาซักผ้าขาวผสมในอัตราส่วน 1 ส่วน ต่อน้ำสะอาด 10 ส่วน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง 4) กำจัดขยะอย่างถูกวิธีทุกวัน โดยการผูกปากถุงให้มิดชิด เน้นย้ำนักการภารโรงที่เก็บขยะใส่ หน้ากากอนามัย face shield และถุงมือยาง กิจกรรมเมื่อพบผู้ป่วยยืนยัน 1) แยกผู้ป่วยยืนยันไปห้อง School Isolation 2) ทำความสะอาดสถานที่ที่ผู้ป่วยนั่งเรียน หรือใช้เป็นประจำ เช่น ห้องสุขา ที่รับประทานอาหาร 3) คัดกรองนักเรียนและบุคลากรทุกคนบริเวณทางเข้าโรงเรียนอย่างเคร่งครัด หากพบอาการไข้ หรืออาการทางเดินหายใจให้นำส่งโรงพยาบาล 4) ผู้สัมผัสกลุ่มเสี่ยงสูง (high risk) ให้แยกตัวอยู่บ้านเป็นเวลา 7 วัน โดยประสานเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข 4.5 ภัยไซเบอร์ แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) สำรวจข้อมูลการใช้งานระบบไซเบอร์ของนักเรียนรายคน 2) กำหนดข้อตกลงเพื่อปฏิบัติร่วมกัน 3) สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังทั้งในสถานศึกษาและชุมชน 4) จัดระบบติดต่อสื่อสารเพื่อรับส่งข้อมูลพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง การปลูกฝัง 1) สร้างความรู้ความเข้าใจถึงผลกระทบที่เกิดจากการใช้งานระบบไซเบอร์โดยขาดวิจารณญาณ 2) จัดกิจกรรมส่งเสริมการการคิด วิเคราะห์ และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ 3) จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่สนองต่อความสนใจของนักเรียนอย่างหลากหลาย
17 การปราบปราม 1) แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อระงับเหตุทั้งในสถานศึกษาและชุมชน 2) ประสานเครือข่ายการมีส่วนร่วม เพื่อร่วมแก้ปัญหา 3) ดำเนินการเอาผิดตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ร่วมกัน 4) ติดตามเยี่ยมเยือนเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ 4.6 การพนัน แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) สำรวจข้อมูลนักเรียนกลุ่มเสี่ยง 2) สำรวจพื้นที่ที่เป็นแหล่งการพนัน 3) กำหนดข้อตกลงเพื่อปฏิบัติร่วมกัน 4) สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังทั้งในสถานศึกษาและชุมชน 5) จัดระบบติดต่อสื่อสารเพื่อรับส่งข้อมูลพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง การปลูกฝัง 1) สร้างความรู้ความเข้าใจถึงผลกระทบที่เกิดจากการพนั้น 2) จัดกิจกรรมส่งเสริมกรการคิด วิเคราะห์ และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ 3) จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่สนองต่อความสนใจของนักเรียนอย่างหลากหลาย การปราบปราม 1) แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อระงับเหตุทั้งในสถานศึกษาและชุมชน 2) ประสานเครือข่ายการมีส่วนร่วม เพื่อร่วมแก้ปัญหา 3) ดำเนินการเอาผิดตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ร่วมกัน 4) ติดตามเยี่ยมเยือนเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ 4.7 มลภาวะเป็นพิษ แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) สำรวจข้อมูลพื้นที่ที่เกิดมลภาวะเป็นพิษในสถานศึกษาและชุมชน 2) จัดทำป้ายสัญลักษณ์แสดงพื้นที่มลภาวะเป็นพิษ 3) จัดทำแผนในการแก้ปัญหามลภาวะเป็นพิษร่วมกัน 4) กำหนข้อตกลงในการปฏิบัติร่วมกัน
18 การปลูกฝัง 1) สร้างความรู้ความเข้าใจถึงสาเหตุและผลกระทบที่เกิดจากมลภาวะเป็นพิษ 2) จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการแก้ปัญหาและการลดมลภาวะเป็นพิษ 3) จัดกิจกรรมส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกในการลดมลพิษร่วมกับชุมชน การปราบปราม 1) แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อระงับเหตุทั้งในสถานศึกษาและชุมชน 2) ประสานเครือข่ายการมีส่วนร่วม เพื่อร่วมแก้ปัญหา 3) ดำเนินการเอาผิดตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ร่วมกัน 4) ติดตามเยี่ยมเยือนเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ 4.7.1 ฝุ่น PM 2.5 1) สถานศึกษาติดตามสถานการณ์และตรวจสอบคุณภาพอากาศประเทศไทยทางเว็บไซต์ air๔ thai.pcd.go.th หรือแอปพลิเคชัน air๔thai ของกรมควบคุมมลพิษเป็นประจำทุกวัน หากพบว่าคุณภาพอากาศ อยู่ในเกณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพให้พิจารณาเปิด-ปิดสถานศึกษา ตามระเบียกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปี การศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ. 2549 และระเบียบกระทรวงศึกษาว่าด้วยการเปิดและปิดสถานศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 2) สถานศึกษา เตรียมความพร้อมในการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ดังนี้ สถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ (สีเหลือง) -ให้จัดกิจกรรมทำความสะอาดห้องเรียนและอาคารเรียนอย่างสม่ำเสมอ -ให้ลดการทำกิจกรรมนอกอาคาร -นักเรียนที่ป่วนด้วยโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบทางเดินหายใจ หอบหืด ให้พิจารณาลดการเรียน สถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์เกินมาตรฐานเริ่มมีผลกระทบต่อ สุขภาพ (สีส้ม) ให้ดำเนินการดังนี้ 1) ให้นักเรียน ผู้บริหาร ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาต้องสวมหน้ากากอนามัยที่ ป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ได้ในกรณีที่สถานศึกษามีหน้ากากอนามัยไม่เพียงพอให้ประสานกับศูนย์ อำนวยการช่วยเหลือสถานศึกษาประสบภัยพิบัติ กระทรวงศึกษาธิการ จังหวัด เพื่อขอรับการสนับสนุน
19 -ควรเรียนในชั้นเรียน สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ อาจได้รับการพิจารณายกเลิกตาม ความเหมาะสม -นักเรียนที่ป่วยด้วยโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบ หืด ควรให้อยู่ภายในอาคารในห้องปลอดฝุ่น และต้องได้รับการดูแลจากครูอย่างใกล้ชิด สถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์เกินมาตรฐานเริ่มมีผลกระทบต่อ สุขภาพ(สีแดง) ให้ดำเนินการดังนี้ -นักเรียนทุกคนควรอยู่ในอาคาร หรือห้องเรียน และปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด -ลดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง -นักเรียนกลุ่มเสี่ยง ควรอยู่ภายในอาคาร หรือห้องเรียนที่มีประตูและหน้าต่างปิดสนิท หรือห้องปลอดฝุ่น ที่มีเครื่องปรับอากาศ/เครื่องฟอกอากาศ และต้องได้รับการดูแลจากครูอย่างใกล้ชิด -พิจารณาเปิด-ปิด สถานศึกษา ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการเปิดและปิด สถานศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๙ และระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘ 3) สถานศึกษา ประชาสัมพันธ์สื่อองค์ความรู้และนวัตกรรมเกี่ยวกับแนวทางการป้องกัน และแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมทั้งทางสื่อออนไลน์/เว็บไซต์ เพื่อสร้างการ รับรู้ให้เกิดความเข้าใจ และนำไปป้องกันและแก้ไขปัญหา รวมทั้งดูแลสุขภาพได้อย่างถูกต้อง 4.8 โรคระบาดในสัตว์ แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) สำรวจข้อมูลสัตว์เลี้ยงของนักเรียนรายคน 2) จัดทำแผนในการป้องกันโรคระบาดในสัตว์ 3) บริการวัสดุ อุปกรณ์ในการป้องกันโรคระบาดในสัตว์ 4) สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังทั้งในสถานศึกษาและชุมชน 5) จัดระบบติดต่อสื่อสารเพื่อติดตามข้อมูลสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง การปลูกฝัง 1) สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคระบาดในสัตว์ 2) จัดกิจกรรมฝึกทักษะการปฏิบัติตน เพื่อความปลอดภัยจากโรคระบาดในสัตว์
20 3) จัดกิจกรรมสร้างจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม การปราบปราม 1) แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อระงับเหตุทั้งในสถานศึกษาและชุมชน 2) ประสานเครือข่ายการมีส่วนร่วม เพื่อร่วมแก้ปัญหา 3) ดำเนินการตามมาตรการที่กฎหมายกำหนด 4) ประสานการส่งต่อเพื่อให้ความช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพ 4.9 ภาวะทุพโภชนาการ แนวทางการปฏิบัติ การป้องกัน 1) การสำรวจและจัดกลุ่มนักเรียนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มที่มีภาวะทุพโภชนาการ 2) เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ครอบครัว ชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 3) จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ด้านโภชนาการแก่ผู้ปกครอง 4) จัดทำฐานข้อมูลเพื่อตรวจสอบพัฒนาการและความก้าวหน้าในการลดภาวะทุพโภชนาการ 5) จัดหาอุปกรณ์กีฬาให้เพียงพอ 6) การตูแลอาหารกลางวัน อาหารเสริม และอาหารว่างที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ การปลูกฝัง 1) จัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านโภชนาการแก่นักเรียน 2) จัดกิจกรรมออกกำลังกาย และวิธีการรักษาสุขภาพให้กับนักเรียน 3) การบูรณาการความรู้ด้านโภชนาการในการจัดการเรียนการสอน การปราบปราม 1) การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ช่องทางในการขอความช่วยเหลือ 2) แต่งตั้งคณะทำงานให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน ที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันเหตุการณ์ 3) แต่งตั้งคณะทำงานกองทุนอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนที่มีปัญหาด้านเศรษฐกิจ 4) ประสานภาคีเครือข่ายเพื่อการส่งต่อที่เหมาะสม
21 โรงเรียนอนุบาลดำรงราชานุสรณ์ได้จัดทำแผนเผชิญเหตุตามมาตรการป้องกัน ภัย 4 กลุ่มภัย ตามหลัก 3 ป ของสถานศึกษา ดังนี้ 1. ภัยที่เกิดจากการใช้ความรุนแรงของมนุษย์ (Violence) ขอบข่ายความปลอดภัย ของสถานศึกษา นักเรียน ครู สถานศึกษา 1. ภัยที่เกิดจากการใช้ ความรุนแรงของมนุษย์ (Violence) 1.1 การล่วงละเมิด ทางเพศ 1.2 การทะเลาะวิวาท 1.3 การกลั่นแกล้งรังแก 1.4 การชุมนุมประท้วง และการจลาจล 1.5 การก่อวินาศกรรม 1.6 การระเบิด 1.7 สารเคมีและวัตถุ อันตราย 1.8 การล่อลวง ลักพาตัว - ใช้สติ ควบคุม อารมณ์ - แจ้งครูประจำ ชั้น/ ครูที่ปรึกษา หรือครู ในโรงเรียน - นำเสนอข้อมูล ที่ เกิดขึ้นจริง - แยกกักตัวผู้เสียหาย / ผู้ประสบภัย - ครูใช้ระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียนพร้อม รวบรวมข้อมูลเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจริงตาม สถานการณ์ - รายงานเหตุการณ์ต่อ ผู้บังคับบัญชาหน่วยงาน ต้นสังกัด และแจ้ง ผู้ปกครอง - ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากระบบเตือนภัย เช่น กล้องวงจรปิด - มีบุคลากร เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ที่พร้อม รับสถานการณ์และมีจุดรวมพล - คณะทำงานเคลื่อนที่เร็ว(Roving Team) เข้าระงับเหตุให้ทันเหตุการณ์ - เครือข่ายการมีส่วนร่วมให้ความช่วยเหลือ ได้ทัน เหตุการณ์ เช่น สถานพยาบาลหรืหน่วยกู้ภัย - ส่งต่อผู้ประสบเหตุเพื่อให้ได้รับการ ช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพให้ได้รับการ ช่วยเหลือ รักษา ฟื้นฟูเยียวยาเบื้องต้น - วิเคราะห์แนวโน้มการเกิด ภัยซ้ำโดยทบทวนมาตรการ 3 ป
22 2. ภัยที่เกิดจากอุบัติเหตุ (Accident) ขอบข่ายความปลอดภัย ของสถานศึกษา นักเรียน ครู สถานศึกษา 2.ภัยที่เกิดจากอุบัติเหตุ (Accident) 2.1 ภัยธรรมชาติ 2.2 ภัยจากอาคารเรียน สิ่งก่อสร้าง 2.3 ภัยจากยานพาหนะ 2.4 ภัยจากการจัดกิจกรรม 2.5 ภัยจากเครื่องมือ อุปกรณ์ - ใช้สติ ควบคุม อารมณ์ - แจ้งครูประจำชั้น/ ครูที่ปรึกษา หรือครู ในโรงเรียน - นำเสนอข้อมูลที่ เกิดขึ้นจริง - ครูนำนักเรียนออก จากพื้นที่เสี่ยงภัยไปยัง จุดรวมพลหรือสถานที่ ปลอดภัยอื่น - ครูดูแลนักเรียน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เป็นการเบื้องต้น เช่น ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ให้กำลังใจ - ครูรวบรวมข้อมูล เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ตามสถานการณ์ - รายงานเหตุการณ์ต่อ ผู้บังคับบัญชาหน่วยงาน ต้นสังกัด และแจ้ง ผู้ปกครอง - ตรวจสอบข้อเท็จจริงจาก ระบบเตือนภัย เช่น กล้อง วงจรปิด - มีบุคลากร เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ที่พร้อมรับสถานการณ์ และมีจุดรวมพล - คณะทำงานเคลื่อนที่เร็ว (Roving Team) เข้าระงับ เหตุให้ทันเหตุการณ์ - เครือข่ายการมีส่วนร่วมให้ ความช่วยเหลือได้ทันเหตุการณ์ เช่น สถานพยาบาลหรือ หน่วยกู้ภัย - ส่งต่อผู้ประสบเหตุเพื่อให้ ได้รับการช่วยเหลือที่มี ประสิทธิภาพให้ได้รับการ ช่วยเหลือ รักษา ฟื้นฟู เยียวยาเบื้องต้น - วิเคราะห์แนวโน้มการเกิด ภัยซ้ำโดยทบทวนมาตรการ 3 ป
23 3. ภัยที่เกิดจากการละเมิดสิทธิ(Right) ขอบข่ายความปลอดภัย ของสถานศึกษา นักเรียน ครู สถานศึกษา 3. ภัยที่เกิดจากการละเมิด สิทธิ (Right) 3.1 การถูกปล่อยปละ ละเลย ทอดทิ้ง 3.2 การคุกคามทางเพศ 3.3 การไม่ได้รับความเป็น ธรรมจากสังคม - ใช้สติ ควบคุม อารมณ์ - แจ้งครูประจำชั้น/ ครูที่ปรึกษา หรือครู ในโรงเรียน - นำเสนอข้อมูลที่ เกิดขึ้นจริง - แยกตัวผู้เสียหาย/ ผู้ประสบภัยออกมา เพื่อ หาข้อเท็จจริง สาเหตุของ ปัญหา - ครูดูแลนักเรียน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เป็นการเบื้องต้น เช่น ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ให้กำลังใจ - ครูรวบรวมข้อมูล เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ตามสถานการณ์ - รายงานเหตุการณ์ต่อ ผู้บังคับบัญชาหน่วยงาน ต้นสังกัด และแจ้ง ผู้ปกครอง - คณะกรรมการระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียนระดับ สถานศึกษาพร้อมช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟูและให้คำปรึกษา โดยการมีส่วนร่วมของเครือข่าย ต่าง ๆ - คณะทำงานเคลื่อนที่เร็ว (Roving Team) เข้าระงับเหตุ ให้ทันเหตุการณ์ - หน่วยงานที่รับผิดชอบ ในพื้น ที่ตั้งของสถานศึกษา ให้การ ช่วยเหลือเยียวยา ฟื้นฟู จิตใจ อย่างรวดเร็ว ทันท่วงที - สร้างขวัญกำลังใจ โดยการ ติดตามเยี่ยมเยือนอย่าง สม่ำเสมอ คณะกรรมการ ดำเนินการด้านกฎหมาย ให้ผู้ ประสบเหตุได้รับความเป็นธรรม - วิเคราะห์แนวโน้มการเกิดภัย ซ้ำโดยทบทวน มาตรการ 3 ป
24 4. ภัยที่เกิดจากผลกระทบทางสุขภาวะทางกายและจิตใจ ขอบข่ายความปลอดภัย ของสถานศึกษา นักเรียน ครู สถานศึกษา 4. ภัยที่เกิดจาก ผลกระทบทางสุขภาวะ ทางกายและจิตใจ (Unhealthiness) 4.1 ภาวะจิตเวช 4.2 ติดเกม 4.3 ยาเสพติด 4.4 โรคระบาดในมนุษย์ 4.5 ภัยไซเบอร์ 4.6 การพนัน 4.7 มลภาวะเป็นพิษ 4.8 โรคระบาดในสัตว์ 4.9 ภาวะทุพโภชนาการ - ใช้สติ ควบคุมอารมณ์ - แจ้งครูประจำชั้น/ครู ที่ปรึกษา หรือครูใน โรงเรียน - นำเสนอข้อมูลที่ เกิดขึ้นจริง - แยกตัวผู้เสียหาย / ผู้ประสบภัยออกมา เพื่อหาข้อเท็จจริง สาเหตุของปัญหา - ครูดูแลนักเรียนทั้ง ด้านร่างกายและจิตใจ เป็นการเบื้องต้น เช่น ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ให้กำลังใจ เป็นต้น - ครูรวบรวมข้อมูล เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ตามสถานการณ์ - รายงานเหตุการณ์ต่อ ผู้บังคับบัญชา หน่วยงานต้นสังกัด และแจ้งผู้ปกครอง - คณะกรรมการระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียนระดับ สถานศึกษาพร้อมช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟูและให้คำปรึกษา โดยการมีส่วนร่วมของเครือข่าย ต่างๆ - คณะทำงานเคลื่อนที่เร็ว (Roving Team) เข้าระงับเหตุ ทันเหตุการณ์ - หน่วยงานในพื้นที่ตั้งของ สถานศึกษาให้การช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟูจิตใจอย่างรวดเร็ว ทันท่วงที - เครือข่ายการมีส่วนร่วมให้ ความช่วยเหลือให้ทันเหตุการณ์ - สร้างขวัญกำลังใจ โดยการ ติดตามเยี่ยมเยือนอย่าง สม่ำเสมอ - คณะกรรมการดำเนินการด้าน กฎหมายให้ผู้ประสบเหตุได้รับ ความเป็นธรรม - วิเคราะห์แนวโน้มการเกิดภัย ซ้ำโดยทบทวน มาตรการ 3 ป
25 มาตรการ 3 ป การป้องกัน หมายถึง การดำเนินการเพื่อไม่ให้เกิด ปัญหา อุปสรรค หรือความไม่ปลอดภัย ต่อนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยการสร้าง มาตรการป้องกันจากปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นทั้งใน และนอกสถานศึกษา การปลูกฝัง หมายถึง การดำเนินการเกี่ยวกับการ เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ จิตสำนึก และ เจตคติที่ดี และการสร้างเสริมประสบการณ์เพื่อให้ เกิดทักษะในการป้องกันภัยให้แก่นักเรียน ครู และ บุคลากรทางการศึกษา การปราบปราม หมายถึง การดำเนินการ จัดการแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟู และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
26 รายชื่อผู้ที่สามารถให้การคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนด้านความปลอดภัย และผู้ประสานงาน กรณีเกิดเหตุตามมาตรการรักษาความปลอดภัย โรงเรียนอนุบาลดำรงราชานุสรณ์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 เบอร์โทรศัพท์ ที่ ชื่อ-สกุล/หน่วยงาน ตำแหน่ง เบอร์โทรศัพท์ ที่ทำงาน มือถือ 1 นายสมยศ ภูสิงห์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลดำรงราชานุสรณ์ - 063-4961444 2 นางสาววราพร จันทาทอง รองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลดำรงราชานุสรณ์ - 085-7714554 3 นางสาวภิญญุพัชญ์ โพธิ รองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลดำรงราชานุสรณ์ - 095-8591526 4 ว่าที่ร้อยตรีหญิงสุกัลยา วงษ์แก้ว รองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลดำรงราชานุสรณ์ - 093-3246129 5 นางสาวเยาวลักษณ์ ซื่อสัตย์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลดำรงราชานุสรณ์ - 082-7818987 6 นายพรชัย วงศ์งาม นายอำเภอกันทรลักษ์ 045-661422 081-8674512 7 นางศิริพร โสรัจจ์ ละการชั่ว ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดกันทรลักษ์ 045-810667 - 8 นายสุเทพ เยี่ยมศิริ อัยการจังหวัดกันทรลักษ์ 045-810672 - 9 นายลิขิต เพ็งประสิทธิพงษ์ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ศรีสะเกษ เขต 4 045-810561 081-3915953 10 นายกรีฑา แก้วเทศ ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ 045-810656 020-0711907 11 นายกิจจา ศรีเสริม ผอ.สนง.บังคับคดี จ.ศรีสะเกษ สาขากันทรลักษ์ 045-663364 - 12 นายสงวนศักดิ์ ชโลธร นายกเทศมนตรีเมืองกันทรลักษ์ 045-661381 081-8775577 13 นางสาวนัยนา แหล่งหล้า ท้องถิ่นอำเภอกันทรลักษ์ 045-662922 081-8798898 14 นายธีรศักดิ์ แย้มศรี สาธารณสุขอำเภอกันทรลักษ์ 045-661451 - 15 นางประณีวรรณ ซาซุม พัฒนาการอำเภอกันทรลักษ์ 045-661825 - 16 นายถวัลย์ สามทอง เกษตรอำเภอกันทรลักษ์ 045-661878 086-8690733 17 พ.ท.สมาน ผาสุขนิตย์ สัสดีอำเภอกันทรลักษ์ - 081-4700724 18 นายคมสันติ์ ศรีพรมรี จพง.ที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ สาขากันทรลักษ์ 045-661570 089-8198944 19 นางชนาพร วงชัยวรรณ์ สรรพากรพื้นที่ สาขากันทรลักษ์ 045-635338 - 20 นพ.ลักษณะเลิศ วรรณภาสนี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกันทรลักษ์ 045-635758 081-8787956 21 นายชนะชาติ เต็งศิริ ผอ.ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอกันทรลักษ์ - 081-8786197 22 พ.อ.ภคพล มีทิพย์ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 23 045-661443 - 23 พ.ต.ต.ทวี คำแพง ผบ.กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน 224 045-661490 093-7477025 24 พ.ต.อ.นรินทร์ บุพตา ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรกันทรลักษ์ 045-661423 098-9519351
27 ที่ ชื่อ-สกุล ตำแหน่ง เบอร์โทรศัพท์ ที่ทำงาน มือถือ 25 นางสาวทักษิณา ชมจันทร์ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคกันทรลักษ์ 045-8110501 - 26 นายคณิตพันธ์ จามรธัญญวาท ผอ.โรงเรียนกันทรลักษ์วิทยา 045-661617-8 087-4554552 27 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขากันทรลักษ์ 045-635811 - 28 การประปาส่วนภูมิภาค สาขากันทรลักษ์ 081-0663332 - 29 นายนิคม วงศ์ก่อ หน.สนง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ศก. สาขา กล. 045-661215-6 098-2583375 30 นางสาวปุณยนุช บุญเย็น หน.ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดศรีสะเกษ หน่วยบริการกันทรลักษ์ 087-1161086 - 31 กู้ชีพเทศบาลกันทรลักษ์ - 088-1261731 088-0779739 32 หน่วยกู้ชีพกู้ภัย หลักเมืองกันทรลักษ์ - - 098-8851669 33 ชมรมกู้ชีพกู้ภัยกันทรลักษ์ จุดน้ำอ้อม - 085-6821571 097-3272247 34 หน่วยดับเพลิงอำเภอกันทรลักษ์ - 045-826555 - 35 นางสมพร ประสาร หัวหน้ากลุ่มงานบริหารวิชาการ รร.อ.ดร. - 087-2506942 36 น.ส.วราภรณ์ สุราวุธ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารแผนงานและงบประมาณ รร.อ.ดร. - 081-9675915 37 นางรัชฎาพร ทองคำวัน หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานบุคคล รร.อ.ดร. - 081-7259845 38 นางสาวศิริพร ทัพใจหาญ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารทั่วไป รร.อ.ดร. - 080-5847222 39 น.ส.นฤมล ศรีจันทร์ เลขานุการกลุ่มงานบริหารทั่วไป รร.อ.ดร. 085-7707046