การฝกึ ปฏิบตั ิงานสิ่งพมิ พต์ อ่ เน่ือง
สตรีรตั น์ แก้วโรจน์
รายงานฉบบั นี้เปน็ ส่วนหนึ่งของการศกึ ษาวิชา การจัดการสิง่ พมิ พ์ตอ่ เน่อื ง 1632205
มหาวิทยาลัยราชภัฏสรุ นิ ทร์
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2562
การฝึกปฏบิ ตั ิงานสงิ่ พิมพต์ ่อเน่ือง
สตรีรตั น์ แกว้ โรจน์
61191030130
รายงานฉบบั นี้เปน็ ส่วนหนงึ่ ของการศกึ ษาวิชา การจดั การส่ิงพิมพ์ต่อเน่อื ง 1632205
มหาวิทยาลยั ราชภฏั สรุ ินทร์
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2562
คานา
รายงานฉบับน้ีเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา การจัดการส่ิงพิมพ์ต่อเน่ือง รหัสวิชา 1632205
รวบรวมข้นึ เพื่อส่งเสรมิ ใหน้ กั ศกึ ษามที กั ษะการฝึกประสบการณ์วชิ าการจัดการส่ิงพมิ พ์ตอ่ เน่ือง รหัสวชิ า
1632205 โดยรายงานฉบับน้ีประกอบด้วยเน้ือหาที่ศึกษามีท้ังหมด 3 บท ได้แก่ บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไป
เก่ียวกับสานักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ บทท่ี 2 การจัดการ
สิ่งพิมพ์ต่อเน่ือง และบทที่ 3 งานที่เกี่ยวข้องกับงานเทคนิคห้องสมุด เพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวผู้เรียนทา
ให้เกิดความรู้ทักษะ และกระบวนการ ปฏิบัติงานของเครือข่ายห้องสมุดและศูนย์สารสนเทศขอขอบคุณ
อาจารย์สุภาสินี วิเชียร ที่ไดใ้ ห้ความรู้ เกยี่ วกับรายวชิ าการจดั การทรัพยากรสารสนเทศ
สตรีรตั น์ แก้วโรจน์
16 มนี าคม 2563
สารบัญ
หนา้
คานา..................................................................................................... ........................................ ก
สารบัญ……………………………………………………………..................................................................... ข
สารบัญภาพ…………………………………………………………………………………………………………………... ค
บทที่ 1 ข้อมูลท่วั ไป....................................................................................................................... 1
ความเปน็ มาของสานักวิทยบริการและเทคโนโลยสี ารสนเทศ…………………………………… 1
ขอ้ มลู ทัว่ ไป...................................................................................................................... 2
ข้อมลู ติดตอ่ ……………………………………………………………………………………………………….. 2
เวลาเปดิ ทาการ………………………………………………………………………………………………..... 2
การบริการและพน้ื ท่ีใหบ้ รกิ าร......................................................................................... 3
โครงสรา้ งองค์กร............................................................................................................. 5
ขอบเขตงาน................................................................................................................... . 6
สรปุ ............................................................................................................................. .... 6
7
บทที่ 2 การจดั การส่ิงพิมพต์ ่อเนอ่ื ง.............................................................................................. 7
หนงั สือพมิ พ.์ ................................................................................................................ ... 8
นติ ยสาร.......................................................................................................................... 9
วารสาร..................................................................................................................... ....... 9
จุลสาร....................................................................................................................... ...... 10
กฤตภาค........................................................................................................................ .. 10
สรปุ ......................................................................................................................... ........ 11
11
บทที่ 3 งานที่เก่ียวข้องกบั งานเทคนิคห้องสมดุ ............................................................................. 11
ความหมายของงานเทคนิคห้องสมดุ ................................................................................ 13
ขอบเขตของงานเทคนิคห้องสมดุ ..................................................................................... 15
งานเตรยี มและบริการวารสาร......................................................................................... 16
การทากฤตภาค.............................................................................................................. . 17
การทาดรรชนีวารสาร.................................................................................................... .. 19
งานซอ่ มบารุงทรัพยากรสารสนเทศ................................................................................. 20
สรปุ ............................................................................................................................. ....
บรรณานกุ รม................................................................................................................................
สารบญั ภาพ
ภาพท่ี หนา้
1. โครงสร้างการบริหารงานสานักวิทยบรกิ ารและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สรุ ินทร์............... 5
บทท่ี 1
ขอ้ มูลทั่วไป
1. ความเปน็ มาของสานักวิทยบรกิ ารและเทคโนโลยีสารสนเทศ
สานักวทิ ยบริการและเทคโนโลยสี ารสนเทศ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั สรุ นิ ทร์ (2562) ไดก้ ลา่ ววา่
สานักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เดิมเรียกว่าห้องสมุด
วิทยาลัยครูสุรินทร์ เริ่มก่อตั้งครั้งแรกเม่ือเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2519 ท่ีบ้านพักอธิการบุญจิตต์ชูทรง
เดช ซอยแปฺะตี๋ ถนนธนสาร ตาบลในเมือง อาเภอเมือง จงั หวัดสุรินทร์ โดยมีอาจารย์บรรณารักษ์ 1
คน คือ นายสุรพล ฤกษ์สาเร็จ ต่อมาเมื่อเปิดภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2519 เม่ือวันที่ 10
มิถุนายน พ.ศ. 2519 ย้ายไปท่ีอาคารไม้ของวิทยาลัยเกษตรกรรม วิทยาเขตสุรินทร์ (ปัจจุบัน
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์) เนื่องจากวิทยาลัยครูสุรินทร์ยังไม่มีอาคาร
เรยี นอาศัยอาคารเรียนเกษตรกรรมเรียน ตอ่ มา พ.ศ. 2025 ได้ย้ายมาทอี่ าคารเรียนชั่วคราวใกล้หอพัก
นักศึกษาอาคารเรียนโปรแกรมวิชาดนตรีและนาฏศิลป์ พ.ศ. 2523 ย้ายมาอยู่ท่ีอาคารเรียน 2 และ
ย้ายไปที่อาคารหอสมุดเป็นอาคารเอกเทศ ปัจจุบันคืออาคารองค์การนักศึกษาและสานักกิจนักศึกษา พ.ศ.
2538 ยา้ ยอาคารหอสมุดมาที่ 27 สานกั วิทยบริการ ปจั จบุ นั อย่ตู รงข้ามอาคาร 1 มที ้ังหมด 4 ช้ัน
ช่วงปี 2547– 2554 สานักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มีหน่วยงานในสังกัดได้แก่
สานักงานผู้อานวยการงานวิทยบริการ งานเทคโนโลยีสารสนเทศ ศูนย์วิเทศสัมพันธ์ ศูนย์ภาษา ศูนย์
ประเทศเพ่ือนบ้านศึกษา จากนั้น ปี 2555 ศูนย์วิเทศสัมพันธ์ย้ายไปสังกัดสานักงานอธิการ ศูนย์ภาษา
ศนู ยป์ ระเทศเพ่ือนบา้ นศกึ ษาสังกดั สถาบนั เอเชยี ศึกษา
ปี 2559 ศนู ย์ภาษา ย้ายจากสังกัดสถาบนั เอเชยี ศึกษามาสงั กดั สานักวิทยบริการและเทคโน
โลยีสารสนเทศ ตามมตคิ ณะกรรมการปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีสภามหาวิทยาลยั ราชภัฏสรุ ินทร์ ในวาระการประ
ชุม ครั้งที่ 6/2559 ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2559
สานักวทิ ยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มีบทบาทและภารกจิ หลักในการสนบั สนนุ การ
จดั การศกึ ษาของมหาวิทยาลยั ราชภัฎสรุ ินทร์ ภายใต้การบริหารงานภายในซ่งึ ประกอบดว้ ยดงั น้ี 4
งาน งานสานักงานผู้อานวยการฯ งานเทคโนโลยีสารสนเทศ งานห้องสมุด และงานศูนย์ภาษา เพื่อให้
การบริหารงานของผู้บริหารสานักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถดาเนินงานให้เป็นไป
ด้วยความเรียบร้อย อีกทั้ง เพ่ือเป็นการสร้างความรู้เข้าใจในเชิงบริหารอย่างครอบคลุมทั้งองค์กรพันธกิจและ
ขอบข่ายการบริหารจดั การองค์กรได้อย่างมีประสิทธภิ าพและส่งผลดีต่อสานักวิทยบรกิ ารและเทคโนโลยี
สารสนเทศ
2
2. ขอ้ มลู ทวั่ ไป
สานักวทิ ยบรกิ ารและเทคโนโลยสี ารสนเทศมหาวิทยาลัยราชภฏั สุรินทร์ (2562) ได้กล่าวว่า
2.1 ปรชั ญา (Philosophy) แหลง่ บริการวิชาการ ผสานเทคโนโลยี ภาษาทวภี มู ิปัญญาพัฒนา
ทอ้ งถน่ิ สสู่ ากล
2.2 วิสัยทศั น์ (Vision) ม่งุ พัฒนาเทคโนโลยี สรา้ งทักษะภาษาและบริการสารสนเทศเพื่อสนบั
สนนุ การเรยี นการสอน การวิจัย การบรกิ ารวชิ าการส่ชู มุ ชน และการทานุบารงุ ศลิ ปวัฒนธรรม
2.3 พันธกจิ (Mission)
2.3.1 พฒั นาเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร เพือ่ สนับสนนุ การบรหิ าร การเรยี น
การสอนการวิจยั การบรกิ ารวิชาการสู่ชมุ ชน และการทานุบารุงศลิ ปวฒั นธรรม
2.3.2 พฒั นาทักษะด้านภาษาแก่นักศึกษาและบุคลากรสูม่ าตรฐานสากลเพ่ือสนบั สนุน
การเรยี น การสอน การวิจยั บริการวิชาการสู่ชมุ ชนและการทานุบารุงศลิ ปวฒั นธรรม
2.3.3 จัดหา พฒั นา และบรกิ ารทรัพยากรสารสนเทศเพอื่ สนับสนุนการเรยี นการสอน
การวจิ ยั การบรกิ ารวชิ าการสู่ชมุ ชนและการทานุบารุงศิลปวฒั นธรรม
2.3.4 สร้างเครือข่ายความร่วมมือตามพันธกิจของสานักวิทยบริการและเทคโนโลยี
สารสนเทศ และมหาวิทยาลยั
3. ข้อมลู ติดตอ่
สานกั วทิ ยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศมหาวทิ ยาลัยราชภฏั สรุ นิ ทร์
ที่อยู่ 186 หมู่ 1 ถนนสุรินทร์ – ปราสาท ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สรุ ินทร์ รหสั ไปรษณีย์ 32000
โทรศัพท์ 044– 521 – 388, 044 – 710057
Fax 044 – 521 – 388 ต่อ 116
4. เวลาเปิดทาการ
เปดิ ภาคเรยี น
จันทร์-ศุกร์ เวลา08.00-16.30 น.
เสาร์-อาทติ ย์ เวลา08.00-16.30 น.
ปดิ บรกิ ารตามวนั หยุดของมหาวิทยาลยั และวนั หยุดนักขัตฤกษ์
3
5. การบรกิ ารและพ้ืนทีใ่ ห้บรกิ าร
การบรกิ ารและพืน้ ที่ใหบ้ รกิ ารภายในสานกั วทิ ยบริการสารสนเทศและเทคโนโลยี มหาวทิ ยา
ลยั ราชภฏั สรุ นิ ทร์ มีดังน้ี
ชนั้ ท่ี 1
1. ตรวจทางเขา้ – ออก
2. บรกิ ารยมื – คืน ทรัพยากรสารสนเทศ
3. บรกิ ารสมัครสมาชกิ ห้องสมดุ
4. มุมหอประวัติและจดหมายเหตมุ หาวทิ ยาลยั ราชภัฏสรุ นิ ทร์
5. บริการวารสาร
6. บริการหนังสอื พิมพ์
7. มมุ หนงั สอื ภาพสาหรับเด็กและเยาวชน
8. บริการยืมหนงั สอื ระหวา่ งหอ้ งสมดุ สถาบนั อดุ มศกึ ษาไทย
9. บรกิ ารให้คาปรกึ ษาแกอ่ าจารยใ์ นการเขยี นผลงานทางวชิ าการ
10. สานักงานผู้อานวยการ
11. บรกิ ารเครอ่ื งคอมพิวเตอร์เพอ่ื การสบื ค้น OPAC
12. บรกิ ารหนงั สือ Delivery
13. บรกิ ารขอเลข ISBN, ISSN
14. บริการตอบคาถามและช่วยการค้นคว้า
ชั้นที่ 2
1. หนงั สือภาษาไทยหมวด 000 – 400
2. หนังสอื ภาษาต่างประเทศหมวด 000 - 900
3. บริการสารสนเทศท้องถิ่นจังหวดั สุรินทร์
4. บริการตอบคาถามและชว่ ยการคน้ คว้า
4
ชั้นที่ 3
1. บริการงานวจิ ยั และวทิ ยานิพนธ์
2. บริการหนงั สืออ้างอิง
3. บรกิ ารหนังสอื หมวด 500 – 900
4. บรกิ ารหนงั สอื ทว่ั ไป
5. นทิ รรศการผา้ ไหมสุรนิ ทร์
6. บริการตอบคาถามและชว่ ยการคน้ คว้า
ชั้นท่ี 4
1. บรกิ ารโสตทศั นวสั ดุ
2. บรกิ ารอนิ เทอร์เนต็
3. บรกิ ารซีดรี อม
4. บริการหนังสอื นวนิยาย
5. บรกิ ารหอ้ งโสตทัศนวสั ดุ
6. บริการห้องประชมุ
7. บรกิ ารตอบคาถามและชว่ ยการคน้ ควา้
5
6. โครงสร้างองค์กร
สานกั วทิ ยบริการและเทคโนโลยสี ารสนเทศ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สุรินทร์ (2562) ไดก้ ล่าวว่า
ภาพท่ี 1 โครงสรา้ งการบริหารงานสานักวทิ ยบรกิ ารและเทคโนโลยสี ารสนเทศ มหาวิทยาลยั ราชภัฏสรุ ินทร์
6
7. ขอบเขตงาน
สานักวทิ ยบรกิ ารและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสุรินทร์ (2562) ได้กลา่ วว่า
ขอบเขตงานของสานักวทิ ยบริการและเทคโนโลยสี ารสนเทศ 4 งานมดี ังนี้
7.1 งานบรหิ ารท่วั ไป
7.1.1 ธุรการและสารบรรณ
7.1.2 การเงนิ และงบประมาณ
7.1.3 การพสั ดุ
7.1.4 การวเิ คราะหน์ โยบายและแผน
7.1.5 การประกันคุณภาพการศกึ ษา
7.1.6 อาคารและสถานที่
7.1.7 บริหารงานบคุ คล
7.1.8 การประชุมและเลขานุการ
7.2 งานวทิ ยบริการ
7.2.1 การพฒั นาทรัพยากรสารสนเทศ
7.2.2 การบริการและสง่ เสรมิ การรู้สารสนเทศ
7.2.3 การวิเคราะหร์ ะบบและจดั การฐานขอ้ มลู
7.3 งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
7.3.1 การบรหิ ารสานกั งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
7.3.2 การพฒั นาระบบเครือข่ายและเทคโนโลยี
7.3.3 การพัฒนาระบบสารสนเทศและสื่อดจิ ิทลั
7.3.4 การฝกึ อบรมและบริการวชิ าการ
7.4 งานศนู ย์ภาษา
7.4.1 การบรหิ ารงานสานักงานศูนย์ภาษา
7.4.2 การพัฒนาทักษะดา้ นภาษาและเครอื ขา่ ย
7.4.3 การบรกิ ารวิชาการดา้ นภาษา
สรปุ
แหล่งบริการสารสนเทศ คือ หน่วยงานท่ีทาหน้าที่จัดหา จัดเก็บ และให้บริการสารสนเทศ
อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ตรงกับความตอ้ งการของผใู้ ช้ บุคลากรของศนู ยป์ ระกอบด้วยนกั เอกสารสนเทศ
นกั วิจัย บรรณารกั ษ์ นักบรรณานุกรม เทคโนโลยีสารสนเทศไดก้ ่อให้เกดิ การเปล่ยี นแปลงทางด้านต่างๆ
ของสังคมอย่างกวา้ งขวาง ความก้าวหน้าของมนษุ ย์เกิดจากการถ่ายทอดและเรยี นรู้ ดังนั้นแหล่งบริการ
ส า ร ส น เท ศ จึ ง มี ค ว า ม ส า คั ญ แ ล ะ เป็ น สิ่ ง ที่ จ ะ ข า ด เสี ย ไม่ ได้ ใน สั ง ค ม ส า ร ส น เท ศ
บทท่ี 2
การจัดการสงิ่ พิมพ์ตอ่ เน่ือง
สง่ิ พมิ พ์ตอ่ เน่ือง คอื สิ่งพิมพ์ท่มี ีลกั ษณะเปน็ ฉบบั ขนาดกลาง มกี ารพมิ พ์ออกเผยแพร่อย่างต่อ
เนอื่ ง โดยออกแบบให้มีการระบฉุ บบั ตามลาดบั วนั เดือน ปี และมกี ารกาหนดออกอยา่ งไม่สิ้นสุดส่งิ
พิมพ์ตอ่ เนอ่ื งจะหมายความรวมถงึ วารสาร หนังสือพมิ พ์ หนังสือรายปี (รายงาน รายงานประจาปีและ
อน่ื ๆ) วารสารวิชาการ บนั ทกึ รายงานการประชมุ รายการตา่ งๆ รวมถงึ เอกสารชดุ ต่างๆ
1. หนังสอื พมิ พ์
หนังสือพิมพ์ คือ ส่ือสิ่งพิมพ์รายงานข่าว และข่าวสาร เพื่อให้ความรู้ ความบันเทิงและ
เสนอขอ้ เขียนเชงิ วิพากษ์ วิจารณ์เสนอขอ้ คิดเห็นตา่ งๆ ในรูปของบทนา หรอื บทบรรณาธกิ าร บทความ
ตลอดจนคอลมั น์ เพือ่ ใหแ้ ง่มมุ ความคดิ และการเตือนภัย แก่ผอู้ า่ นซ่งึ เป็นประชาชนท่วั ไปเป็นสาคญั
1.1 ประเภทของหนงั สือพิมพ์
การจาแนกหนังสือพมิ พน์ น้ั สามารถจาแนกไดใ้ นหลายลกั ษณะ อาจจาแนกได้ตามลกั ษณะเน้อื
หา การแบ่งประเภทของหนังสอื พิมพ์ท่ยี ึดถอื กนั มาแตเ่ ดิม โดยไดแ้ นวคดิ มาจากชาติตะวันตก กล่าวคือ
ลกั ษณะของหนงั สือพมิ พท์ ่ีมเี น้ือหาหนักแน่น ข่าวสารเจาะลกึ และบทความแสดงความคิดเหน็ กอ่ ให้
เกดิ มมุ มองหลากหลาย เรียกว่าหนงั สอื พมิ พค์ ณุ ภาพ กับหนงั สอื พมิ พ์ประเภทข่าวต่นื เตน้ มลี ักษณะเน้ือ
หาแบบชาวบา้ น เน้ือหาดา้ นการเมืองภายในประเทศและต่างประเทศมีความผิวเผิน เป็นหนังสือพิมพ์ที่
มีปริมาณการจาหน่ายสูง เรียกวา่ หนังสอื พิมพ์ประเภทประชานยิ ม
การแบ่งแยกประเภทของหนงั สือพิมพแ์ นวใหม่ทต่ี รงกับความเป็นจริง ในวิชาชีพหนังสือพิมพ์
ของไทย คือ การแบง่ เป็น 3 ประเภท ไดแ้ ก่ หนังสือพิมพป์ ระเภทข่าวทั่วไป หนังสือพมิ พป์ ระเภทข่าว
ธุรกิจ และหนงั สอื พมิ พ์เฉพาะกลุ่ม
1.1.1 หนังสือพิมพ์ประเภทข่าวท่ัวไป เช่น หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ข่าวสด หนังสือพิมพ์แนวหน้า และหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ซึ่งเน้นนาเสนอข่าวสารทั่วๆไป
มเี น้อื หาท่หี ลากหลาย
1.1.2 หนังสือพิมพ์ประเภทข่าวธุรกิจ จะเน้นนาเสนอข่าวสารด้านเศรษฐกิจและการเมือง
เป็นหลกั เช่น หนงั สอื พมิ พ์ธรุ กจิ หนังสอื พิมพผ์ จู้ ัดการรายวัน หนังสือพิมพ์ประชาชาตธิ รุ กิจ เป็นต้น
1.1.3 หนังสือพิมพ์ประเภทเฉพาะกลุ่ม หนังสือพิมพ์แนวนี้จะมุ่งเน้นนาเสนอเนื้อหาเฉพาะ
ดา้ นใดด้านหน่งึ มีกลุ่มผู้อ่านเป้าหมายจาเพาะเจาะจง เช่น หนังสือพิมพ์แนวข่าวกีฬา เช่น หนังสือพิมพ์
สตารซ์ อ็ กเกอร์ หนงั สือพมิ พ์สปอร์ตพูล หนังสอื พิมพ์คิก ออฟ และหนังสือพิมพ์กอล์ฟ ไดเจส เปน็ ตน้
8
หรือหนังสือพิมพ์แนวข่าวคราวและกิจกรรมความเคล่ือนไหวของผู้นับถือศาสนาอิสลาม เช่น
หนังสอื พิมพ์อสิ ลามทางนา เป็นตน้
2. นิตยสาร
นิตยสาร คือ ส่ิงพิมพ์ท่ีออกเป็นรายคาบ หรือรายประจาท่ีไม่ใช่รายวัน มีการเย็บเล่มใช้ปก
อ่อนกระดาษปกมักจะมีคณุ ภาพและความคงทนต่อการใช้งานมากกวา่
กระดาษเน้ือในเนอื้ หาภายในเล่มมีความหลากหลายให้ความรู้ทางวิชาการและบันเทิง ใช้สีสัน
และภาพประกอบเป็นจานวนมาก มีโฆษณาภายในฉบับ การออกแบบจดั หน้านติ ยสารจะใช้ความพถิ ี
พถิ นั ในการจดั ทามากกวา่ สิ่งพิมพป์ ระเภทอ่ืน โดยนยิ มใช้สีสนั และภาพประกอบเพ่ือดึงดดู ความสนใจ
และเร้าอารมณข์ องผพู้ บเหน็ นิตยสารมรี ายไดห้ ลักจากการโฆษณาและการจัดจาหน่าย
2.1 ประเภทของนิตยสาร
การแบ่งประเภทนิตยสารตามลักษณะเนื้อหาที่เน้นการนาเสนอและผู้อ่านให้ความสนใจการ
แบ่งในลกั ษณะนี้มกั แบ่ง แยกยอ่ ยเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คอื
2.1.1 นิตยสารกลุ่มผอู้ ่านทั่วไป
2.1.1.1 นิตยสารข่าว เป็นนิตยสารที่นาเสนอเน้ือหาส่วนใหญ่เก่ียวข้องกับ
ข่าวทั่วๆไป เช่นนาเสนอเบื้องหลังข่าว บทวิเคราะห์ข่าว บทสัมภาษณ์บุคคลในข่าว เป็นต้น จะมี
เนื้อหาด้านอื่นบ้าง เช่น ศิลปวัฒนธรรม วรรณกรรม ก็เป็นเพียงประกอบเข้ามาเพื่อให้สมบูรณ์มาก
ยงิ่ ข้ึนเทา่ น้ัน ตัวอย่างนิตยสารขา่ วไดแ้ ก่ มติชนสุดสปั ดาห์ เนช่นั สุดสัปดาห์ สยามรฐั สัปดาห์วิจารณ์
2.1.1.2 นิตยสารสาหรับครอบครัว เป็นนิตยสารเพื่อครอบครัว มีบทความ
เก่ียวกับการมีชีวิตในครอบครัวให้มีความสุข มีบทความเสริมความงาม การทาครัว งานอดิเรก กีฬา
การ์ตูน ตอบปัญหา ดาราภาพยนตร์ นักร้อง เป็นต้น ลักษณะเด่นท่ีสามารถแบ่งนิตยสารสาหรับ
ครอบครัวออกจากนิตยสารสตรี จะมีการนาเสนอเนื้อหาท่ีเด็กและพ่อบ้านอ่านได้ด้วยในเล่มเดียวกัน
ตวั อยา่ งนิตยสารสาหรับครอบครัว ไดแ้ ก่ รกั ลกู แมแ่ ละเด็ก ดวงใจพอ่ แม่
2.1.1.3 นิตยสารสาหรับสตรี เป็นนิตยสารสาหรับผู้หญิงทุกกลุ่มทุกอาชีพใน
เล่มจะประกอบด้วย ภาพ นวนิยาย เร่ืองส้ัน แฟชั่น ตาราอาหาร เป็นต้น นิตยสารสาหรับสตรี
จัดเป็นนิตยสารที่มีจานวนชื่อฉบับมาก ท่ีสุดในตลาดนิตยสารไทยในปัจจุบัน ตัวอย่างนิตยสารสาหรับ
สตรี ได้แก่ คุณหญิง ผู้หญิง ดิฉัน พลอยแกมเพชร สกุลไทยแพรวสุดสัปดาห์ เปรียว กุลสตรี ขวัญ
เรอื น แมบ่ ้าน และศรีสยาม เป็นตน้
2.1.1.4 นิตยสารสาหรับเด็ก เป็นนิตยสารสาหรับเด็กๆท่ัวไป ประกอบด้วย
เรื่องเกร็ดความรู้ เร่ืองตลก นิทาน กีฬา เป็นต้นตัวอย่างนิตยสารสาหรับเด็ก ได้แก่ เสียงเด็ก สวนเด็ก
ชัยพฤกษก์ ารต์ ูน เปน็ ต้น
9
2.1.2 ผ้อู ่านเฉพาะกลุม่
2.1.2.1 นิตยสารการเมือง เป็นนิตยสารเจาะลึกทางด้านการเมือง มีบท
วิเคราะห์ หรอื รายงานพิเศษที่เจาะลึกทางการเมืองมากกว่านิตยสารข่าว ตัวอย่างนิตยสารทางการเมือง
เช่น มตชิ นสุดสัปดาห์ เนชน่ั สุดสัปดาห์ สยามรฐั สัปดาหว์ จิ ารณ์ หลกั ไท และอาทติ ย์วเิ คราะห์ เป็นต้น
2.1.2.2 นิตยสารแฟน เป็นนิตยสารสาหรับแฟนทางกีฬา ทางบันเทิง ทาง
ภาพยนตร์ หรืออย่างใดอย่างหน่ึง ตัวอย่างของนิตยสารแฟนในไทย เช่น RS Star ของบริษัท อาร์เอส
โปรโมชนั่ จากดั ท่แี จกจา่ ยใหก้ ับสมาชกิ ของอาร์เอส สตาร์ คลับ
2.1.2.3 นิตยสารงานอดิเรก นิตยสารจาพวกน้ีจัดทาออกมาเพ่ือผู้อ่านเฉพาะ
กลุ่มที่ชอบงานอดิเรกอย่างใดอย่างหน่ึงเป็นนิตยสารที่เพ่ิมพูนความรู้ และแลกเปล่ียนความคิดเห็นใน
ระหว่างกลุ่มท่ีสนใจในงานอดิเรกเดียวกันได้แก่ นิตยสารเกี่ยวกับแสตมป์ เล่นเรือใบ ทาสวน
ถ่ายภาพ รถจักรยานยนต์ และสร้างวิทยุ เป็นต้น นิตยสารท่ีให้สาระความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เช่น
นติ ยสาร Update เป็นตน้
2.1.2.4 นิตยสารอาชีพ นิตยสารอาชีพมีความแตกต่างจากนิตยสารงาน
อดิเรก เช่น นิตยสารเก่ียวกับรถยนต์ ถ้าเป็นนิตยสารอาชีพก็จะกล่าวถึงอุตสาหกรรมสร้างรถยนต์
แต่ถ้าเป็นนิตยสารงานอดเิ รกจะแนะนาผเู้ ลน่ รถยนต์ให้รจู้ ักการรกั ษารถยนต์ ไมว่ ่าจะเปน็ ผู้สร้างรถยนต์
หรือซ่อมรถยนต์ ตลอดจนผูข้ ายรถยนต์
3. วารสาร
วารสาร คือ สื่อสิ่งพิมพ์ต่อเนื่องที่รวบรวมเน้ือหาความรู้ท่ีเป็นบทความวิชาการเป็นหลัก มี
กาหนดออกที่ค่อนขา้ งแน่นอน พิมพ์เผยแพร่ต่อเน่ืองกันเป็นลาดับ โดยแตล่ ะฉบับมีลักษณะท่ีเหมือนกัน
ซ่ึงภายในฉบับประกอบด้วย บทความท่ีเขียนโดยผู้เขียนหลายคน ปจั จุบันวารสารวชิ าการท่ีมคี ุณภาพ
จะต้องผ่านการพจิ ารณาจากผู้เช่ียวชาญ ในสาขาวชิ าน้ัน หรือสาขาวชิ าใกล้เคียงกอ่ นท่ีจะนาไปเผยแพร่
สูส่ าธารณะ ทัง้ นีเ้ พราะวารสารวิชาการนับวา่ เปน็ เวทีทนี่ กั วิชาการใชเ้ ปน็ ชอ่ งทางนาเสนอผลงานการศึก
ษาค้นคว้าวจิ ัย การแสดงความคิดเหน็ ทางวิชาการ ในขณะท่ีนกั เรียนนักศกึ ษา หรอื ผู้ท่ีสนใจศกึ ษาได้
อาศยั วารสารวชิ าการเป็นแหล่งศกึ ษาคน้ ควา้ เพอ่ื ติดตามความกา้ วหน้าทางวชิ าการในวิชาชพี ตา่ ง ๆ ตาม
ความสนใจของตน
4. จลุ สาร
จุลสาร คือ สิ่งพิมพ์ขนาดเล็ก อาจเป็นกระดาษแผ่นเดียวพับไปพับมา หรือ เป็นเล่มบาง ๆ มี
ความหนาไม่เกิน 60 หน้า ให้ความรู้เกี่ยวกับเร่ืองใดเร่ืองหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น โรคต่าง ๆ วิธีดูแลรักษา
และการปลูกพืชต่าง ๆ ให้ข้อมูลทีท่ ันสมัย เขียนง่าย ๆ จดั พิมพ์ หรอื ออกโดยหน่วยงานรฐั หรือเอกชน
เพ่อื เผยแพร่ความรูโ้ ดยการแจกจ่ายให้กับรู้ จากประชาชน ห้องสมุด และหน่วยงานต่าง ๆ เป็นต้น
10
5. กฤตภาค
กฤตภาค คือ ทรัพยากรสารสนเทศท่ีห้องสมดุ จดั ทาขึน้ โดยตัดบทความ ข่าว และสาระน่า
วารสารและหนังสือพิมพ์ฉบับลว่ งเวลาที่มปี ระโยชนต์ อ่ ผใู้ ช้ แลว้ นามาผนกึ บนกระดาษ บอกแหล่งทม่ี า
บนกระดาษ ให้หัวเรอ่ื ง และนาไปจดั เรยี งเข้าแฟ้มตามลาดับอักษรของหวั เร่ือง เพื่อใช้ค้นคว้าต่อไป
สรุป
สิง่ พมิ พ์ตอ่ เน่ือง คือ สิง่ พิมพ์ที่มีลักษณะเป็นฉบบั ขนาดกลาง มีการพิมพ์ออกเผยแพร่อยา่ งตอ่
เนื่อง โดยออกแบบใหม้ ีการระบุฉบับ ตามลาดบั วัน เดอื น ปี และมกี ารกาหนดออกอย่างไมส่ ิ้นสุด
บทท่ี 3
งานทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั งานเทคนคิ หอ้ งสมดุ
1. ความหมายของงานเทคนิคห้องสมดุ
1.1 ความหมายของงานเทคนคิ หอ้ งสมดุ มีการกาหนดความหมายดงั น้ี
เฉลยี ว พันธส์ุ ีดา (2532 : 59) กลา่ ววา่ งานเทคนิคหอ้ งสมุดคอื การรวมงานย่อย ๆ หลายงาน
ไว้ในกลุ่มเดยี วกันงานในกลมุ่ ท่ีสาคัญสรปุ ได้คอื งานจัดหาทรัพยากรหอ้ งสมุด จดั หม่ทู รัพยากร ทาบัตร
รายการ เตรียมทรัพยากรเพ่ือบริหารผใู้ ช้ บารุงรกั ษาทรัพยากรสาเนาทรัพยากร สารวจทรพั ยากร ตลอด
ถงึ งานสารบรรณ
กระทรวงศึกษาธิการ (2535 : 37) ไดก้ ลา่ วถึงงานเทคนิคห้องสมุดไว้ว่าเปน็ งานทบี่ รรณารักษ์
จะต้องทาเกี่ยวกับวัสดุสารสนเทศ นับต้ังแต่คัดเลือกและจัดหาเข้ามา จนกระท่ังจาหน่ายออกไปจาก
ห้องสมุด ทั้งนี้เพ่ือให้ผู้มาใช้มีส่ิงท่ีต้องการอ่านอย่างเพียงพอ หยิบอ่านได้อย่างรวดเร็วงานเทคนิค
ดังกล่าวได้แก่ การสารวจหนังสือ สิ่งพิมพ์ต่างๆ และโสตทัศนวัสดุ การคัดเลือก และการจัดหา การ
จัดเตรียมหนังสือ การวิเคราะห์เน้ือหาและกาหนดเลขหมวดหมู่ การทารายการ การจัดชั้นหนังสือ การ
ทาดรรชนีวารสาร การทาบรรณานุกรม การทาบรรณานิทัศน์ การซ่อมหนังสือและการจาหน่ายหนังสือ
ออกจากห้องสมดุ
สรุปได้ว่างานเทคนิคห้องสมดุ เปน็ งานทีต่ อ้ งใช้ความรูด้ า้ นวชิ าชีพบรรณารกั ษแ์ ละสารสนเทศ
โดยตรงและมีการรวมงานย่อยรายงานไว้ในกลุ่มเดียวกัน งานจัดหาทรัพยากรห้องสมุด งานเตรียม
ทรัพยากรเพ่ือบริหารผู้ใช้ บารุงรักษาทรัพยากรสาเนาทรัพยากร สารวจทรัพยากร ตลอดถึงส่ิงพิมพ์
ต่างๆ และโสตทัศนวัสดุ ท้ังนี้เพื่อให้ผู้มาใช้มีส่ิงท่ีต้องการอ่านอย่างเพียงพอ หยิบอ่านได้อย่างรวดเร็ว
งานเทคนิคดังกล่าวได้แก่ การวิเคราะห์เน้ือหาและกาหนดเลขหมวดหมู่ การทารายการ การจัดชั้น
หนงั สือ การทาดรรชนีวารสาร การทาบรรณานกุ รม การทาบรรณานทิ ัศน์ การซ่อมหนังสือและการจา
หนา่ ยหนังสือออกจากหอ้ งสมดุ เป็นงานทบ่ี รรณารกั ษต์ อ้ งคานึงตอ่ การใหบ้ ริการตรงกบั ความตอ้ งการ
ของผูใ้ ช้
1.2 ขอบเขตของงานเทคนคิ หอ้ งสมุด
สันทนา กูลรัตน์ (2560 : 8-9) การจัดการทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุดมีขอบเขตดังน้ี
1.2.1. งานจัดหาทรัพยากรสารสนเทศเป็นงานท่ีมีหน้าที่ในการจัดหาทรัพยากร
สารสนเทศทั้งวัสดุตีพิมพ์และไม่ตีพิมพ์ท้ังน้ีมีจานวนในการจัดหานั้นขึ้นอยู่กับงบประมาณท่ีห้องสมุด
ได้รับถ้าหากห้องสมุดได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยห้องสมุดไม่สามารถขยายงานของห้องสมุดได้
ในทางตรงกันข้ามถ้าได้รับงบประมาณท่ีเพียงพอห้องสมุดสามารถสร้างสรรค์ งานได้ชัดเจนข้ึนแต่บรรณารักษ์อาจสร้าง
12
ผลงานพัฒนางานของหอ้ งสมุดโดยการจดั หาด้วยวิธีการอ่ืนนอกเหนือจากการซ้ือเชน่ การขอบริจาคการ
จัดทาขึ้นเอง การแรกเปล่ียนรวมถึงการจัดซ้ือครุภัณฑ์ของห้องสมุด ดังนั้นบรรณารักษ์ฝ่ายจัดหา
ทรัพยากรสารสนเทศจะต้องเป็นผู้ท่ีมีมนุษย์สัมพันธ์ไฟหาความรู้อยู่เสมอ โดยการอ่านจาก ส่ิงพิมพ์การ
ติดตามข่าวสารความเคล่ือนไหวในวงการวรรณกรรมติดตามข่าวสารในหนังสือพิมพ์วารสารนิตยสาร
แหล่งในการจัดซื้อประเภทต่างๆนั้นสามารถจัดซื้อได้จากท่ีใดบ้างรู้แหล่งในการจัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์ของ
ห้องสมดุ นอกจากนจ้ี ะต้องทราบระเบียบและข้ันตอนเกย่ี วกบั การเงินและการจดั ซ้ือจดั จ้างเป็นอย่างดีอีก
ด้วยงานด้านนีเ้ ป็นงานท่ผี ้ปู ฏิบตั ิ ต้องได้รบั การฝึกฝนอบรมสามารถปฏบิ ัตงิ านได้ เช่น
1.2.1.1 การจดั ซ้ือตามงบประมาณทห่ี ้องสมุดไดร้ ับการจัดสรรจากหนว่ ยงาน
ต้นสังกดั เชน่ โรงเรียนจดั สรรใหห้ อ้ งสมดุ โรงเรยี นมหาวิทยาลัยจดั สรรงบประมาณให้แก่สานกั หอสมดุ ของ
มหาวทิ ยาลัย
1.2.1.2 การจัดแบ่งเงนิ ซ้ือหนังสอื ออกเปน็ งวดงวดเพ่ือใหห้ ้องสมดุ มีหนังสือ
ใหมใ่ หมเ่ พ่ิมอยตู่ ลอดปีและใหผ้ ู้บรกิ ารมีส่วนร่วมในการเลือกซ้ือทรัพยากรสารสนเทศ
1.2.1.3 การตดิ ต่อผู้ขายเพื่อตกลงในสว่ นลดและความสะดวกในการส่ง
หนังสือ
1.2.1.4 จดั ทารายชือ่ สถานที่ร้านจาหนา่ ยหนังสือและวัสดุครุ ุภัณฑเ์ ว็บไซต์
สานักพมิ พศ์ ูนยห์ นังสือเพือ่ เป็นแหล่งขอ้ มูลในการเลือกซ้ือทรัพยากรสารสนเทศ
1.2.2. ฝ่ายวิเคราะห์หมวดหมู่และทาบัตรรายการเป็นฝ่ายที่มีหน้าที่วิเคราะห์จัด
หมวดหมู่หนังสือใหม่และจัดทารายการก่อนท่ีจะลงทะเบียนประทับตาหนังสือใหม่ป้อนข้อมูลหนังสือ
ใหม่ในระบบ ห้องสมดุ อัตโนมัติหรือลงทะเบียนการเขียนเลขเรียกหนังสือติดบาร์โค้ดบัตรกาหนดส่งเป็น
ตน้
1.2.3 ฝ่ายสิ่งพิมพ์ต่อเนื่องเป็นฝ่ายที่ดาเนินการเลือกและจัดหาวารสารและ
ส่ิงพิมพ์ตอ่ เนื่องอ่ืน ๆ เชน่ นิตยสารหนงั สือพิมพ์ท้ังภาษาไทยและภาษาต่างประเทศในการจดั หานนั้ อาจ
แอบบอกรักจากตัวแทนจาหน่าย สิ่งอานวยความสะดวกรวดเร็วในการดาเนินการจัดจ้างแต่ราคาแพง
กว่าการสมัครสมาชิกจากผู้ผลิตโดยตรง ซึ่งห้องสมุดจะได้รับส่วนลดแต่ในการติดต่อเพ่ือดาเนินการซื้อ
จ้างจะไม่สะดวกและล่าช้า เม่ือห้องสมุดได้รับสิ่งพิมพ์ต่อเนื่องแล้วจะต้องตรวจสอบความเรียบร้อยของ
สิ่งพิมพ์ ถ้าชารุดฉีกขาดท่ีไม่สามารถซ่อมเองได้ก็ส่งไปแลกใหม่กับผู้จาหน่าย หรือถ้าส่งไม่ครบต้องแจ้ง
ทวงให้ผู้จาหน่ายจดั ส่งมาเพิ่มให้ครบตามจานวนที่ส่ังซื้อ ฝ่ายจดั หาทรัพยากรสารสนเทศดาเนินการตาม
ขั้นตอนการซือ้ จา้ งจนถงึ ขั้นตอนท่ีห้องสมุดได้รบั หนังสอื หรอื ส่ืออ่ืนๆ แล้วข้ันตอนต่อไปเป็นการตรวจรับ
โดยฝ่ายพัสดุของห้องสมดุ และมหาวิทยาลัย รายการวัสดุที่จะส่ือว่าไดร้ ับครบตามใบสั่งของหรอื ไม่ มเี ล่ม
ใดชารุดถ้าหากมีรายการชารุดท่ีซ่อมแซมไม่ได้ ต้องส่งกลับไปเปล่ียนกับผู้จาหน่าย หรือถ้าส่งไม่ครบก็
ตดิ ตอ่ กบั ผ้จู าหนา่ ยเพื่อทวงหนังสอื ให้ครบตามรายการทส่ี ง่ั ซื้อ เมื่อตรวจสอบรบั แลว้ ขั้นตอนตอ่ ไปคือ
13
ฝ่ายการเงินจะดาเนินการเบิก-จ่ายซื้อจ้างตามระเบียบของทางราชการและต่อไปจะเป็นขั้นตอนการ
วเิ คราะหห์ มวดหม่แู ละทารายการหนังสอื ใหม่
1.2.4 ฝ่ายบารุงรักษาทรัพยากรสารสนเทศเป็นฝ่ายที่มีหน้าท่ีบารุงรักษาหนังสือใหม่
บางห้องสมุดจะนาหนังสือใหม่มาบารุงรักษาเข้าปกแข็งก่อนนาออกบริการเนื่องจากหนังสือส่วนใหญ่
เป็นปกอ่อนขาดความคงทนแข็งแรง ส่วนการซ่อมหนังสือน้ัน จะเป็นการนาหนังสือที่ข้ึนช้ันบริการและ
ชารดุ จากการใชง้ านมาซอ่ มบารงุ เพื่อให้มีสภาพแขง็ แรงพร้อมสาหรับการนากลับมาบริการอีกครั้ง
1.2.5 ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ มีหน้าท่ีในการบันทึกข้อมลู ทรัพยากรสารสนเทศของ
ห้องสมุดในฐานข้อมูล ซ่ึงห้องสมุดที่มีการนาระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการจัดเก็บข้อมูลท้ังข้อมูล
หนังสือและข้อมูลสมาชิกของห้องสมุดด้วย รวมถึงการบันทึกข้อมูลการยืม – คืนการแก้ไขข้อมูลที่ป้อน
ผิด การบันทึกข้อมูลส่งหนังสือเพ่ือซ่อมและบารุงรักษา ในที่นี้ห้องสมุดระดับอุดมศึกษาส่วนใหญ่ใช้
ระบบห้องสมุดอัตโนมัติในการดาเนินงาน เพ่ือความสะดวกรวดเร็วจะเก็บข้อมูลและบริการแก่ผู้ใช้ที่มี
จานวนมากๆ เป็นต้น
2. งานเตรยี มและบริการวารสาร
การเตรียมทรัพยากรสารสนเทศเป็นวิธีการเตรียมหนังสือ วารสาร หนังสือพิมพ์ ส่ิงพิมพ์
รัฐบาลและสื่อโสตทัศนวัสดุให้มีสภาพพร้อมสาหรับการบริการ ซึ่งเป็นงานเทคนิคของฝ่ายปฏิบัติการ
ของห้องสมุดท่ีต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางที่มีความรู้ทางบรรณารักษศาสตร์
ในการปฏิบัติงาน ได้แก่ การตรวจรับ การวิเคราะห์หมวดหมู่และการทารายการ การลงทะเบียน การ
ป้อนข้อมูลหนังสือใหม่ การประทับตรา การติดบาร์โค้ด การติดเลขเรียกหนังสือ ติดซองบาท บัตร
กาหนดส่งและการบารงุ รกั ษากอ่ นออกบริการ
วาณี ฐาปนวงศ์ศานติ (2543 : 83) กลา่ ววา่ การเตรยี มทรพั ยากรสารสนเทศ หมายถงึ การ
จัดทาทรัพยากรให้อยู่ในสภาพพร้อมสาหรับการบริการ ด้วยวิธีการเฉพาะของห้องสมุดท่ีต้องจัดให้เป็น
ระบบเดียวกันตามประเภทของทรพั ยากร
ไพบูลย์ ตรีน้อยวา (2542 : 38) กลา่ วถงึ การเตรยี มหนังสอื วา่ เปน็ การจดั เตรียมหนังสอื แต่ละ
เลม่ หรอื แต่ละองคป์ ระกอบใหอ้ ยูใ่ นระบบที่ถกู ต้องเรียบร้อยก่อน ท้งั นเ้ี พือ่ ให้พร้อมและสะดวกต่อการ
ใหบ้ รกิ ารตอ่ ไป
2.1 ความสาคัญของการเตรยี มทรัพยากรสารสนเทศ
สันทนา กูลรตั น์ (2560 : 58) การเตรียมทรัพยากรสารสนเทศของหอ้ งสมดุ มี
ความสาคัญ ดังนี้
2.1.1 ทรัพยากรสารสนเทศมสี ภาพพรอ้ มสาหรบั การบริการ
14
2.1.2 ทรัพยากรสารสนเทศมีการจัดระบบหมวดหมู่ที่อานวยความสะดวกให้
ผใู้ ช้บรกิ ารสามารถคน้ หาได้งา่ ย
2.1.3 ทรัพยากรสารสนเทศมีสัญลักษณ์ที่สังเกตได้ง่ายทาให้บรรณารักษ์สามารถ
ควบคมุ ทรัพยากรสารสนเทศทีม่ ีอยู่ในหอ้ งสมุดได้
2.1.4 การใช้ทรัพยากรสารสนเทศได้สะดวกในการค้นหาและจัดข้ึนช้ันได้อยา่ งรวดเรว็
การเตรยี มวารสาร
สันทนา กูลรัตน์ (2560: 87-90) เมื่อได้รับวารสารใหม่ บรรณารักษ์ฝ่ายประสานต้อง
ตรวจสภาพท่ัวๆไปก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าได้รับวารสารครบทุกฉบับ มีสภาพเรียบร้อยและสมบูรณ์ ไม่ยับ
ไม่ฉีกขาด การเย็บเล่มแน่นหนา ปกหรือหน้าใดหน้าหน่ึงไม่หลุด ไม่เย็บเล่มกับหัว มีจานวนหน้าครบไม่
เรียงสลับหน้า หากพบขอ้ บกพรอ่ งดังกล่าวเล็กน้อย บรรณารักษส์ ามารถแก้ไขตกแตง่ เองได้ก็ดาเนินการ
เองไม่ต้องส่งกลับไปเปลี่ยน ถ้าหากเสียหายมากก็ต้องส่งกลับไปเปล่ียนเป็นฉบับใหม่ทันที ซ่ึง
บรรณารักษต์ อ้ งพจิ ารณาวา่ ควรทาอยา่ งไร
2.2 ขั้นตอนการตรวจรับวารสาร
2.2.1 การตรวจหนา้ ซองเอกสารว่าเป็นช่ือของหอ้ งสมุดหรอื ไม่ถ้าเปน็ หน่วยงานภายใน
มหาวิทยาลยั กส็ ง่ กบั ทฝี่ ่ายธรุ การเพอ่ื ส่งตอ่ ไปใหถ้ ูกต้อง หากสง่ ผิดเปน็ ชอ่ื หนว่ ยงานอ่ืนควรสง่ คืนให้
ไปรษณีย์
2.2.2 เปิดซองหรือแกะห่อวารสารอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะวารสารท่ีหอเป็นม้วน
อย่าฉีกกระดาษห่อตามรอบวงจะทาให้วารสารฉีกขาด ให้ใช้วิธีแกะหรือกรีดกระดาษห่อออกตามความ
ยาวของมว้ น
2.2.3 ตรวจสภาพความเรียบร้อยและความพร้อมของเล่นวารสาร ถ้าพบข้อบกพร่อง
ต่อไปนีเ้ พยี งเล็กน้อยกด็ าเนนิ การแก้ไข ตกแตง่ เอง
2.2.4 วารสารท่ีได้รับบริจาคห้องสมุดควรนาหนังสอื ตอบขอบคุณไปยังผู้บรจิ าคทกุ ครั้ง
หากไม่มหี นงั สือนาส่งอาจดูรายละเอยี ดชือ่ ท่ีอย่ขู องผ้มู อบจะส่งกระดาษหอ่ หรือจากผู้จดั พมิ พ์วารสาร
2.2.5 จัดแยกวารสารฉบับภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ เพ่ือเตรียมประทับตราและ
ลงทะเบยี นต่อไปการประทับตราวารสาร
การประทับตราวารสารใหม่มีวัตถปุ ระสงคเ์ พื่อแสดงว่าเป็นวารสารของห้องสมดุ สงั เกต
ได้จากสัญลักษณ์ที่เป็นตรายางที่ประทับว่าเป็นตาของห้องสมุดนั้นเอง บริเวณท่ีประทับควรกาหนดให้
อยู่ในส่วนที่มองเหน็ ไดง้ ่าย และเป็นหน้าทส่ี าคญั ดงั น้ี
2.2.5.1 ตราห้องสมดุ (ตรากลม) หน้าปกใน หน้าคานา หน้าสารบัญ หน้าแรก
ของเนอื้ หาหรือบทท่ี1 หนา้ ลบั เฉพาะหน้า21 หนา้ สดุ ทา้ ยของเน้ือหา
2.2.5.2 ตราห้องสมดุ ชนดิ สเ่ี หลย่ี ม ให้ประทบั ตราขอบทง้ั 3 ด้านของ
15
2.2.5.3 ตราเลขทะเบียน ประทับไว้ท่ีปกในและหน้ารับเฉพาะที่ 21 การ
เตรียมทรัพยากรสารสนเทศเป็นการเตรยี มทรพั ยากรให้มสี ภาพพรอ้ มสาหรับการบริการ ไดแ้ กก่ ารตรวจ
รับ การประทับตรา เป็นการจัดเตรียมสื่อทุกประเภทเพ่ืออานวยความสะดวกแก่บรรณารักษ์ในการ
จัดบรกิ ารรวมถึงความสะดวกในการสบื ค้นของผู้ใชบ้ ริการห้องสมุดดว้ ย
ขัน้ ตอนการเตรียมหนังสือพิมพ์
2.3 การเตรยี มหนังหนงั สอื พมิ พ์กอ่ นออกใหบ้ ริการแกผ่ ู้ใช้
2.3.1 บอกรบั หนงั สอื พมิ พร์ ายวันจากตัวแทนจาหน่าย
2.3.2 การเย็บหนังสอื พมิ พจ์ ัดเรียงหนังสอื พิมพ์ตามลาดบั เลขหน้าใหเ้ รียบร้อยก่อนเย็บ
เลม่ ด้วยลวดเยบ็ กระดาษ
2.3.3 การประทับตรา หลังจากได้รับหนังสือพิมพ์ต่อเนื่องและลงรายการ จึงนามาทา
การประทบั ตราในรูปแบบของสานกั วิทยบริการและเทคโนโลยี เพ่ือเปน็ การแสดงวา่ เป็นสงิ่ พิมพ์ตอ่ เน่อื ง
ของห้องสมุด ได้แก่ ประทบั ตรากรมสานกั วิทยบรกิ ารและเทคโนโลยีมหาวิทยาลยั ราชภัฏสุรินทร์ นา
หนังสอื พมิ พ์ข้นึ ใหบ้ ริการบนชัน้ จะจดั เรียงหนังสือพิมพ์
3. การทากฤตถาค
กฤตภาค คือ ข้อความต่างๆ ท่ีตัดจากหนังสือพิมพ์ วารสาร และสิ่งตีพิมพ์ อ่ืนๆ แล้วนามา
ผนึกบนกระดาษ และให้หัวเร่ือง รวมจัดเข้าแฟ้ม ห้องสมุดมักจะติดตามข่าวและตัดข้อความท่ีมี
ประโยชน์ในการศึกษา ค้นคว้า ไว้เพ่ือให้บริการ หรือเป็นเนื้อหาท่ีเก่ียวข้องกับมหาวิทยาลัย ซ่ึงใน
การทากฤตภาค มขี นั้ ตอนดงั น้ี
3.1 คัดเลือกเนื้อหาสาคัญ การคัดเลือกเน้ือหาที่ควรคัดเก็บไว้ ควรจะเป็นเน้ือหาที่หาไม่ได้
ในหนงั สือทั่วไป เชน่
3.1.1ชีวประวัติบุคคลสาคัญ เร่ืองราว หรือภาพเก่ียวกับประเทศ หรือเร่ืองทางด้าน
ธรรมชาติศึกษา และสถานทีต่ ่างๆ ท่หี าไม่ไดใ้ นหนงั สอื
3.1.2 บทความท่ีมีคุณค่าทางวชิ าการ
3.1.3 ทางดา้ นการเมอื ง การปกครอง
3.1.4 ภาพและข่าวเกี่ยวกับท้องถ่ิน สุขภาพอนามัย หรือกิจกรรมภายในสถานศึกษา
ทีห่ ้องสมดุ นัน้ ๆ สงั กดั ตั้งอยู่
3.1.5 บทความสารคดเี รอื่ งตา่ งๆ ซึง่ ไม่อาจหาไดจ้ ากทอ่ี ื่นอีก เป็นตน้
3.2 นาข่าวสารที่ต้องการจัดเก็บ นามาตัดเฉพาะส่วนที่ต้องการ จากน้ันนาไปผนึกลงบน
กระดาษเปล่า และแจ้งถึงแหล่งท่ีมาของข้อเท็จจริงไว้ที่หัวกระดาษเพื่อใช้ในการอ้างอิงได้ เช่น ช่ือ
สิง่ พมิ พ์ เลขหน้า วัน เดอื น ปี โดยจะมีบรรณารักษ์เป็นผ้วู ิเคราะหบ์ ทความน้นั ๆ เพอื่ ทาการใหห้ ัวเรอื่ ง
16
3.3 รวบรวมจัดเก็บเข้าแฟ้ม โดยการจัดเก็บด้วยหัวเร่ือง เรียงลาดับตามตัวอักษร แล้ว
จัดเก็บไว้ในตู้กฤตภาค เพ่ือให้บรกิ ารและเพื่อใชเ้ ป็นเครือ่ งมือช่วยให้ผใู้ ช้สามารถค้นหาข้อมูลปลีกย่อยที่
ปรากฏในสงิ่ พิมพน์ น้ั ๆ เพื่อคน้ หาไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว
4. การทาดรรชนีวารสาร
การทาดรรชนวี ารสาร คอื การเลือกบทความในวารสารแต่ละเลม่ ท่เี ปน็ บทความที่น่าสนใจ มี
ความสาคัญกบั ผู้ใช้ เพื่อจัดทาเปน็ ดรรชนีวารสารลงในระบบหอ้ งสมดุ อตั โนมตั ใิ ห้ผใู้ ชส้ ามารถสืบค้นได้
ขนั้ ตอนในการจดั ทาดรรชนวี ารสารมดี ังนี้
1 คัดเลือกบทความจากวารสาร โดยเลือกตามหลักเกณฑ์ต่างๆ เช่น เลือกบทความที่มีความ
น่าสนใจ, บทความท่ีตรงกับความต้องการของผู้ใช้, บทความท่ีเก่ียวข้องกับงานวิจัย ความรู้ และ
เทคโนโลยใี หม่ๆ หรอื สอดคล้องกับวิสัยทัศนข์ องหอ้ งสมุดเป็นตน้
2. เม่ือคัดเลือกบทความแล้ว ข้ันตอนต่อมาคือการให้หัวเร่ืองบทความแต่ละบทความท่ีได้
คัดเลือกไว้ให้เรียบร้อย เน่ืองจากการจัดทาดรรชนีของบทความแต่ละบทความนั้น จะต้องประกอบไป
ด้วยข้อมูล 2 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์เนื้อหา เช่น หัวเร่ืองของบทความ และส่วนของ
ตาแหน่งของเนื้อหา เช่น ข้อมูลทางบรรณานุกรม เลขหน้าของบทความ โดยวิธีการให้หัวเร่ืองบทความ
จะอธิบายในส่วนถัดไป
3. เม่ือให้หัวเร่ืองบทความแล้วจะต้องมีการลงรายการดรรชนีบทความลงในระบบห้องสมุด
อัตโนมัติ ซ่ึงวธิ กี ารลงจะเหมือนกบั การลงรายการทรัพยากรสารสนเทศประเภทหนังสือ แต่จะไม่มีการให้
เลขหมู่
4. หลังจากน้ันจะต้องมีการตรวจสอบความถูกต้องของการลงรายการก่อนการบันทึกและ
ให้บริการแก่ผูใ้ ช้
4.1 การใหห้ ัวเร่ืองบทความวารสาร
หัวเร่ือง หรือ Subject heading หมายถึง คาหรือกลุ่มคาท่ีใช้แทนเนื้อหาของทรัพยากร
สารสนเทศแต่ละชนิด จะต้องเป็นคานามที่เข้าใจได้ง่ายและมีการใช้กันอยู่ท่ัวไป นอกจากน้ันต้องเป็น
ศัพท์บังคับ หรือศัพท์ควบคุม หรือที่เรียกว่า Controlled vocabulary เพื่อให้มีความเป็นมาตรฐานใน
การกาหนดคาที่เป็นตัวแทนของเนือ้ หา ให้สามารถรวบรวมทรพั ยากรสารสนเทศท่ีมีเนอ้ื หาเดียวกันหรือ
ใกล้เคียงกันให้อยู่เป็นหมวดหมู่ เพื่อช่วยให้การค้นหาเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหัวเร่ือง
ภาษาอังกฤษท่ีนิยมใช้กันในปัจจุบันได้แก่ Library of Congress Subject Headings, Sear Subject
Headings, Medical Subject Headings และหัวเรื่องภาษาไทยท่ีนิยมใช้กันได้แก่ หัวเร่ืองภาษาไทย
ออนไลน์ ท่ีจัดทาข้ึนโดยคณะทางานฝ่ายวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ ห้องสมุดอุดมศึกษา, หัวเรื่อง
และวิธีการกาหนดหัวเร่ืองสาหรับวัสดุสารนิเทศภาษาไทยของสานักหอ สมุดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
หัวเรื่องสาหรับหนังสือภาษาไทย โดย สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย เป็นต้น โดยวิธีการให้หัวเรื่อง
บทความมีข้นั ตอนคือ
17
4.1.1 บรรณารักษ์ต้องมีการวิเคราะห์เน้ือหาของบทความ หรือท่ีเรียกว่า Subject
analysis เพื่อตัดสินใจว่าบทความนั้นๆ มีเน้ือหาเก่ียวกับเร่ืองใด ส่วนมากจะทาการคัดเลือกคาหรือวลี
ในบทความนนั้ ๆมาใช้
4.1.2 จากนั้นจะต้องมีการแปลงคาเหล่าน้ันให้เป็นคาศัพท์ท่ีสามารถใช้เป็นหัวเรื่องได้
โดยสามารถดูได้จากหนังสอื หรอื ฐานขอ้ มูลหัวเร่ืองที่ห้องสมุดได้นามาใช้เปน็ กฏเกณฑ์ และอาจจะต้องมี
การใชศ้ พั ทส์ มั พนั ธด์ ว้ ย
4.1.3 นาคาสาคัญท่ีเลือกไปตรวจสอบกับคู่มอื หัวเร่ืองภาษาไทยออนไลน์หรือ Online
Thai subject heading ของคณะทางานกลุ่มวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ ถ้าคาสาคัญที่นามา
ตรวจสอบน้ันถกู กาหนดให้ใช้เป็นหวั เรื่องได้ก็จะกาหนดเป็นหัวเรือ่ งของบทความนน้ั ๆ
4.1.4 ถ้าคาสาคัญที่นามาตรวจสอบน้ันไม่ถูกกาหนดให้ใช้เป็นหัวเรื่องได้ ก็จะกาหนด
หัวเร่ืองของบทความน้นั ๆ โดยพิจารณาจากคาทมี่ คี วามหมายใกลเ้ คียงกัน หรอื ท่ีเรยี กวา่ ศพั ท์สมั พนั ธ์
4.1.5 นาหัวเรอื่ งที่กาหนดลงในระบบห้องสมุดอัตโนมัติ
5. งานซอ่ มบารงุ ทรพั ยากรสารสนเทศ
การบารงุ ทรพั ยากรสารสนเทศ หมายถึง การซอ่ มแซม หรือซ่อมบารุงหนงั สือทรพั ยากรสาร
สนเทศที่ห้องสมุดจัดบริการและถูกใช้งานจนชารุดจึงนากลับมาซ่อมเพ่ือให้มีสภาพเรียบร้อยพร้อมท่ีจะ
นาออกบรกิ ารต่อไปไดอ้ กี
5.1 ความสาคัญของการบารงุ รกั ษาทรัพยากรสารสนเทศ
จันทร์เพ็ญ เล่าอิทธิโชติ (2554) การบารุงรักษาหนังสือหรือทรัพยากรสารสนเทศมี
ความสาคัญดงั น้ี
5.1.1 เพอ่ื สงวนรักษาทรัพยากรสารสนเทศใหค้ งอยู่ในสภาพทีด่ ี แขง็ แรงและมีอายกุ าร
ใช้งานยาวนาน เข้าเลม่ ง่ายเนอื่ งจากรูปทรงอยู่ในสภาพดี
5.1.2 เพ่ืออนุรักษ์ทรัพยากรสารสนเทศที่มีค่าหายากให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาค้นคว้า
ด้วยความสะดวก
5.1.3 เพอ่ื ไมใ่ ห้ทรัพยากรสารสนเทศเกิดการชารดุ ฉีกขาด หรือเส่อื มสภาพเร็วเกนิ ไป
5.1.4 หนังสือบางเร่ืองเป็นหนังสือหายาก จาเป็นต้องบารุงรักษาให้มีสภาพแข็งแรง
ทนทานต่อการใชง้ าน เมื่อชารุดแลว้ ไม่สามารถจดั หามาทดแทนได้ เช่น เอกสารโบราณ หนังสืออนุสรณ์
งานตา่ งๆ เป็นต้น
สนั ทนา กูลรตั น์ (2560) การบารงุ รกั ษาหนงั สือแบง่ ได้ 2 ลักษณะ คือ
1. การซ่อมแซม หมายถึง การซ่อมแซมหนงั สือที่ห้องสมดุ นาออกบรกิ ารและถูกใช้งานจน
ชารดุ จงึ นากลับมาซ่อมเพือ่ ให้มีสภาพเรยี บร้อยพรอ้ มทจี่ ะนาออกบริการต่อไป
18
2. การบารุงรักษา หรือการปูองกนั หมายถึง การซอ่ มแซมหนงั สือทจ่ี ัดหามาใหม่ให้มีสภาพ
แข็งแรงแนน่ หนาและคงทนก่อนท่จี ะนาออกบริการหอ้ งสมุดตา่ งๆ นยิ มปรบั หนงั สือก่อนออกบรกิ าร
เพราะเวลาซ่อมแตล่ ะเลม่ น้อยกว่าการซ่อมหนังสือทีช่ ารุดแล้วอย่างไรกต็ ามการซ่อมหนังสือออกบริการ
แลว้ และการปรบั ปรุงก่อนออกบรกิ ารมผี ลดีและผลเสีย ซึ่งบรรณารกั ษต์ ้องนาไปพิจารณาเพอื่ ตัดสนิ ใจ
วา่ หอ้ งสมุดของเราควรเลือกอย่างไรถึงจะคุ้มคา่ มากกว่ากนั
5.2 การเยบ็ หนังสือพมิ พ์แบบสลบั ฟนั ปลา
การเย็บหนังสือพิมพ์แบบสลับฟันปลา ซึ่งในการเย็บหนังสือพิมพ์แบบสลับฟันปลาใช้
กับวารสารหรือนิตยสารที่เย็บแบบอกไก่ หรือมุงหลังคา เช่น มติชนสุดสัปดาห์ สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์
เป็นต้น การเย็บวิธีนี้ไม่ต้องเข้าเล่มปกแข็ง เพราะเป็นการสิ้นเปลือง เป็นการเย็บเพ่ือให้นิตยสารหรือ
วารสารอยู่ตามลาดับฉบับ ค้นหาง่าย จัดเก็บสะดวก เม่ือถึงเวลาหน่ึงก็จัดจาหน่ายออก ไม่มีสถานท่ี
จดั เก็บเพียงพอ
5.2.1 วสั ด-ุ อปุ กรณท์ ใ่ี ช้
5.2.1.1 เข็ม และดา้ ยสาหรับเยบ็
5.2.1.2 ผา้ แลค็ ซีน
5.2.1.3 กาว ผ้าสาหรับเช็ดกาว แปรงทากาว ภาชนะใสก่ าว
5.2.1.4 กรรไกร ไม้บรรทดั เหลก็
5.2.15 เลื่อย และแทน่ บีบอัด
5.2.2 วิธีการเยบ็
5.2.2.1 จานวนวารสารท่ีจะเย็บรวมต้องมีจานวนไม่มากไม่น้อยเกินไป ถ้า
วารสารเล่มบางใช้ 8 เล่ม วารสารเล่มหนาใช้ 6 เล่ม ในการเย็บรวมฉบับจัดวางเรียงฉบับ โดยเอาวัน
เดอื นปี ฉบับท่จี ากนอ้ ยไปหามาก
5.2.2.2 นาวารสารเขา้ เคร่อื งบบี -อัด หมนุ ให้แนน่ พอสมควร วัดจากปลายเล่ม
เข้าดา้ นใน ด้านละ 1-1.5 น้ิว จากน้ันวัดจากจุดแรกความยาว 2.5 - 3 นิ้ว ตามขนาดความส้ัน-ยาว ของ
วารสาร นติ ยสารนั้นๆ เลอื่ ยใหท้ ะลผุ า่ นกลางเล่ม อยา่ ใหล้ ึกมาก เลอ่ื ย 4 จุด
5.2.2.3 นาออกจากท่ีบีบ-อัด แล้ววางคว่าลงท้ังปึก วัดตัดผ้าแล็คซีนเพ่ือใช้
เยบ็ เสริมสันรวมฉบับ โดยวดั จากตาแหน่งทีเ่ ลื่อยตรงกลางทั้งสองรอ่ ง กว้างเทา่ ไหร่บวกอกี 2 นว้ิ
5.2.2.4 นาผ้าแล็คซีนที่ตัดขอบวัดได้ขนาดเรียบร้อยแล้ว พับ 1 ใน 4 ส่วน
กรีดด้วยมือให้เป็นรอย นาไปวัดหาตาแหน่งกับจุดท่ีจะเย็บ แล้วทาเคร่ืองหมายด้วยดินสอหรือปากกา
ตรงรอยพับท้ัง 2 ตาแหน่งเอาเข็มร้อยด้ายยาวพอประมาณ เร่ิมต้นเย็บวารสารจากท่ีเล่ือยเตรียมไว้เย็บ
จนเสร็จ
5.3 การเย็บวารสารแบบเลอ่ื ยฝังด้าย
19
การเย็บวารสารแบบเลื่อยฝังด้ายเป็นการเย็บหนังสือท่ีเหมาะสมสาหรับหนังสือที่เป็นแผ่นๆ มี
ความหนาขนาดใหญ่ และน้าหนักมาก หรือหนังสือท่ีเว้นเน้ือที่ตรงอกหนังสือน้อย (อกหนังสือ คือ
ช่องว่างระหว่างขอบสันหนังสือกับส่วนท่ีพิมพ์ตัวหนังสือไว้) ถ้าเย็บด้วยวิธีอื่นอาจจะเย็บไปในเนื้อ
หนังสือท่ีพิมพไ์ ว้ ทาใหไ้ มส่ ามารถอ่านได้
5.3.1 วสั ดุ-อปุ กรณท์ ใ่ี ช้
5.3.1.1 เล่อื ย
5.3.1.2 ทีห่ นบี
5.3.1.3 กรรไกร
5.3.1.4 ดา้ ย
5.3.1.5 กาว
5.3.1.6 ดนิ สอดา
5.3.1.7 ไมบ้ รรทดั เหล็ก
5.3.1.8 แปรงทากาว
5.3.1.9 ภาชนะผสมกาว
5.3.1.10 ผา้ สาหรบั เชด็ กาว
5.3.2 วธิ ีการเย็บ
5.3.2.1 เตรียมวารสารท่ีจะจัดทาโดยเรยี งจากฉบับล่าสดุ ไว้ด้านลา่ งไลข่ ึ้นเป็นฉบับ
ทเ่ี ก่าทส่ี ุด
5.3.2.2 ใชไ้ มบ้ รรทดั วัดขอบหนงั สือดา้ นซ้ายมือ 2 นวิ้ 3 นิว้ ตอ่ กันใช้ดนิ สอขดี ไว้
5.3.2.3 นาเข้าเครื่องจับหนังสือใช้หนีบหนังสือให้แน่น ใช้เล่ือย เล่ือยลึก
ประมาณ 1 เซนตเิ มตร
5.3.2.4 นากาวมาทาตามร่องท่ีเลื้อยไว้ ใช้เชือกวางตามร่องวนให้ครบรอบ และทา
กาวซ้าอีก 1 รอบ
สรุป
งานเทคนิคของห้องสมุดมีความสาคัญอย่างย่ิงในห้องสมุด เพราะห้องสมุดจะสามารถ
ดาเนินการไปได้ด้วยดี จาเป็นต้องอาศัยการปฏิบัติงานด้านเทคนิคเป็นสาคัญ ถ้าปราศจากการ
ดาเนินงานทางด้านเทคนิคแล้ว ห้องสมุดจะไม่สามารถให้บริการทรัพยากรสารสนเทศใดๆได้เลย เป็น
งานที่บรรณารักษ์จะต้องทาเกี่ยวกับวัสดุสารสนเทศ นับต้ังแต่คัดเลือกและจัดหาเข้ามา จนกระทั่ง
จาหน่ายออกไปจากห้องสมุด ท้ังน้ีเพ่ือให้ผู้มาใช้มีส่ิงท่ีต้องการอ่านอย่างเพียงพอ หยิบอ่านได้อย่าง
รวดเรว็
บรรณานกุ รม
จนั ทร์เพญ็ เล่าอิทธโิ ชต.ิ (2544). การสงวนรักษาวัสดุสารนิเทศของสานักหอสมดุ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. โดมทศั น.์ 22(1) : 1-21.
เฉลยี ว พันธุ์สดี า. (2531). ส่ิงพมิ พ์รัฐบาล. กรงุ เทพมหานคร : ภาควิชาบรรณรกั ษศาสตร์ คณะ
มนษุ ยศาสตร์ มหาวิทยาลยั ศรนี ครนิ วิโรฒ ประสานมติ ร.
พวา พันธเ์ุ มฆา. (2541). ดีซี 21 : การจัดหมู่หนังสือและแผนภมู กิ ารแบง่ หม่รู ะบบทศนยิ มของดวิ อี้
จากต้นฉบบั พิมพค์ รั้งที2่ 1. กรงุ เทพมหานคร : ภาควชิ าบรรณรักษศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยศรีนครนิ วิโรฒ ประสานมิตร.
วราวธุ ผลานนั ต์. (2536). งานวารสารและหนังสือพิมพใ์ นห้องสมุด. กรงุ เทพมหานคร : โอเดียน
สโตร.์
สนั ทนา กูลรตั น์. (2560). เอกสารประกอบการสอนรายวิชา1632201การจัดการทรัพยากร
สารสนเทศของห้องสมดุ . สุรนิ ทร์ : คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั สุรินทร์.