การศึกษาโครงสร้างดอกพู่ระหง
นางสาวพลอยพรรณ์ เหลืองอ่อน ชั้น ม.5 ห้อง 335
แผนการเรียน วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ เลขที่ 13
เสนอ อาจารย์วิชัย ลิขิตพรรักษ์ คศ.2 สาขาชีววิทยา
กลุ่มสาระฯวิทยาศาตร์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
ประกอบรายวิชาชีววิทยา 4 (ว30244) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565
คำนำ
แม็กกาซีนเล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาโครงสร้าง
ภายในและภายนอกของดอกพู่ระหง Hibiscus schizopetalus
(Mast.) Hook.f. โดยถ่ายภาพประกอบและแยกส่วนประกอบด้วย
ตนเอง ผลที่คาดหวังจากการจัดทำแม็กกาซีนคือ ได้สังเกตและ
ทำความเข้าใจกับส่วนประกอบของดอกพู่ระหงอย่างถ่องแท้
ประโยชน์ที่ได้รับคือ สามารถระบุโครงสร้างและสามารถบอก
ประเภทของกลีบดอก กลีบเลี้ยง หรือโครงสร้างพิเศษอื่นๆของ
ดอกพู่ระหงได้
ลงชื่อ พลอยพรรณ์ ผู้จัดทำ
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2565
สารบัญ หน้า
1-2
ข้อมูลทั่วไปของดอกที่เลือกนำมาศึกษา 3
ข้อมูลเบื้องต้นของโครงสร้างดอกที่เลือกนำมาศึกษา 4-5
ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ของดอกไม้ที่เลือกศึกษา 6-7
ภาพประกอบข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ 8
ภาพถ่ายโครงสร้างสัณฐานภายนอก 9
ภายถ่ายโครงสร้างกายวิภาคภายใน 10
บรรณานุกรมและเอกสารอ้างอิง 11
ภาคผนวก (คลิปวิดีโอขณะทำการศึกษา) 12
ภาคผนวก (ภาพถ่ายขณะทำการศึกษา)
หน้าที่ 1
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อทั่วไป พู่ระหง / พู่เรือหงส์ / ชุมบาห้อย / Fringed Hibiscus / Coral Hibiscus
ชื่อวิทยาศาสตร์ Hibiscus schizopetalus (Mast.) Hook.f.
วงศ์ Malvaceae
ประเภท ไม้พุ่มอายุหลายปี
แหล่งที่พบ มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาตะวันออก เคนยา แทนซาเนีย และตอนเหนือของ
โมซัมบิก ปลูกได้ทั่วไป
ลักษณะ ต้นสูงได้ถึง 2 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาล ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับรูปไข่แกมรูปรี
กว้าง 2 – 2.5 เซนติเมตร ยาว 3 – 4 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบสอบขอบใบจักฟัน
เลื่อยไม่สม่ำเสมอ ก้านใบยาวเรียวเล็ก ดอกออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอดดอกห้อยลง เมื่อ
บานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 – 5 เซนติเมตร โคนกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วยปลายแยก
เป็น 5 แฉก กลีบดอก 5 กลีบพลิกขึ้น ขอบกลีบหยักเว้าลึกเป็นครุยสีแดง ออกดอกตลอดปี
เกสรเพศผู้จำนวนมากเชื่อมติดกันเป็นมัดเดียวและเกสรเพศเมียยื่นยาวจากดอก
หน้าที่ 2
ข้อมูลทั่วไป
ประโยชน์
ใบและรากพู่ระหงใช้เป็นยารักษาอาการไข้ในเด็ก
ใบและรากใช้เป็นยารักษาอาการเจ็บคอ และอาการไอ
นำดอกพู่ระหงมาใช้สระผม เช่นเดียวกับการใช้ดอกอัญชันและผลมะกรูดย่างไฟ
โดยเชื่อกันว่าจะช่วยทำให้ผมดกดำ
รากของต้นพู่ระหงนิยมนำมาเผาไฟใช้ในการทำน้ำตาลเมาหรือเหล้า โดยเชื่อว่าจะ
ได้น้ำตาลเมาหรือเหล้าที่มีคุณภาพสูงและแรงขึ้น
ปลูกเป็นไม้ประดับ นิยมปลูกเพราะปลูกเลี้ยงดูแลได้ง่าย
ชาวไทยเชื่อว่าเป็นไม้มงคล ปลูกต้นพู่ระหงไว้ที่รั้วบ้าน เชื่อว่าจะประสบแต่สิ่งที่เป็น
มงคล และมีฐานะดีเป็นเศรษฐีได้
ข้อมูลอื่นๆ ในประเทศมาเลเซียจะเรียกต้นพู่ระหงว่า “บุหงารายอ” หรือที่รู้จักกันทั่วไปใน
ชื่อ “ดอกชบาสีแดง” และเหตุที่ถูกจัดให้เป็นสัญลักษณ์ของประเทศมาเลเซียก็เพื่อเสริม
สร้างความเป็นปึกแผ่นและความอดทนในชาติ เพราะเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมให้สูงส่งและ
สง่างาม
หน้าที่ 3
ข้อมูลเบื้องต้น
ของโครงสร้าง
ดอกพู่ระหง เป็นดอกสมบูรณ์เพศ (Perfect flower) และดอกครบส่วน ( Complete
flower) ประกอบไปด้วยโครงสร้างดังนี้ ชั้นกลีบเลี้ยง (Calyx) ชั้นกลีบดอก
(Corolla) ชั้นเกสรเพศผู้ (Androecium) และชั้นเกสรเพศเมีย (Gynaecium) โดยมีทั้ง
เกสรเพศผู้และเกสรเพศเมียอยู่ในดอกเดียวกัน ดอกพู่ระหงเป็นดอกช่อที่ลดรูปเหลือ
เพียงดอกย่อยที่ปลายหนึ่งดอก เป็นดอกสมมาตรตามรัศมี (actinomorphic flower
/ regular flower) มีรังไข่แบบSuperior-ovary เนื่องจากฐานรองดอกต่ำกว่าเกสร
เพศเมีย จึงเรียกว่าเป็นดอกไฮโพจีนัส (Hypogenous flower)
ข้อมูลทาง หน้าที่ 4
พฤกษศาสตร
ลักษณะทางสัณฐานภายนอกและภายใน
ก้านดอก ก้านที่อยู่ติดกับดอกพู่ระหงเป็นก้านดอกย่อย (pedicel) ที่แยกแขนงมา
จากก้านดอก (peduncle)
ฐานรองดอก ฐานรองดอกของดอกพู่ระหงจะอยู่ในตำแหน่งด้านล่างของรังไข่
ทำหน้าที่รองรับส่วนต่างๆของดอก
กลีบเลี้ยง กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน เรียกว่าGamosepalous หรือ Synsepalous
เชื่อมกันเป็นรูปถ้วยปลายแยก 5 แฉก เรียกว่า หลอดกลีบเลี้ยง (Calyx tube)
นอกจากนี้ยังมีกลีบเลี้ยงเล็กๆเรียกว่า ริ้วประดับ (Epicalyx) ที่อาจหลุดร่วงไป
พร้อมกับกลับดอกและเกสรเพศผู้ หรือหลุดไปขณะที่ดอกตูมหรือดอกบาน
กลีบดอก กลีบดอก 5 กลีบพลิกขึ้น ขอบกลีบหยักเว้าลึกเป็นครุยสีแดง กลีบ
เชื่อมกันเล็กน้อยจึงเรียกว่ากลีบแบบ Sympetalous หรือ Gamopetalous
ข้อมูลทาง หน้าที่ 5
พฤกษศาสตร
เกสรเพศผู้ มีเกสรเพศผู้จำนวนมาก เชื่อมกันเรียกว่า connation เป็นหลอด
ล้อมรอบเกสรเพศเมีย ก้านเกสรยาวชูเกสรพ้นจากดอก ยาวประมาณ 8
เซนติเมตร เกสรเพศผู้ประกอบด้วยอับเรณู (Anther) และก้านเกสรเพศผู้
(Filament) โคนหลอดเกสรเพศผู้เชื่อมกับกลีบดอก
เกสรเพศเมีย เกสรเพศเมียอยู่ภายในหลอดเกสรเพศผู้ ปลายแยกเป็น 5 แฉก
โผล่พ้นเกสรเพศผู้ ประกอบด้วยรังไข่ (Ovary) ก้านเกสรเพศเมีย (Style) และ
ยอดเกสรเพศเมีย (Stigma) โดยบริเวณปลายสุดมีน้ำเหนียวๆ ช่วยยึดเกาะให้
เกสรเพศผู้มาผสมกับเกสรเพศเมียได้ดีขึ้น ภายในรังไข่บรรจุออวุล (Ovule) ไว้
หน้าที่ 6
ภาพประกอบข้อมูล
ทางพฤกษศาสตร์
ก้านดอกย่อย (Pedicel) ฐานรองดอก (Receptacle)
กลีบเลี้ยง (Sepal)
** ดอกพู่ระหงจะมีส่วนของริ้วประดับที่เรียกว่า epicalyx ซึ่งในที่นี้ร่วงไปขณะ
ที่ดอกบาน จึงไม่พบโครงสร้างนี้ขณะทำการศึกษา
ภาพประกอบข้อมูล หน้าที่ 7
ทางพฤกษศาสตร์
Anther
Filament
กลีบดอก (Petal) เกสรตัวผู้ (Stamen)
Stigma
Style
Ovary
เกสรตัวเมีย (Pistil)
หน้าที่ 8
ภาพถ่ายโครงสร้างโดยรวม
ของสัณฐานภายนอก
หน้าที่ 9
ภาพถ่ายโครงสร้างโดยรวม
ของกายวิภาคภายใน
หน้าที่ 10
บรรณานุกรมและ
เอกสารอ้างอิง
ภาพประกอบจาก
https://www.samunpri.com/%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%
A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%87/
https://www.scimath.org/image-biology/item/8825-2018-09-21-06-19-16
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8
%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%87
ข้อมูลจาก
https://www.baanlaesuan.com/plants/perennial/138094.html
http://www.rspg.or.th/articles/df/df11.htm
https://medthai.com/%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0
%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%87/
https://blog.startdee.com/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%8
7%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8
%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A%E0%
B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81-%E0%B8%A15-
%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%
97%E0%B8%A2%E0%B8%B2
หน้าที่ 11
ภาคผนวก
คลิปวิดีโอขณะทำการศึกษา (Youtube)
url : https://youtu.be/O6G06emxVso
หน้าที่ 12
ภาคผนวก
ภาพขณะทำการสังเกต
สัณฐานภายนอกของดอกไม้
ภาพขณะแยกเกสรเพศผู้
ออกจากเกสรเพศเมีย
ภาพขณะแยกส่วนประกอบ
กลีบดอกของดอกไม้
ภาพขณะผ่าครึ่งตาม
แนวยาวของดอกไม้