The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by s61131114033, 2021-03-02 01:30:22

แผนการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้

แผนการจดั การเรยี นรู้

วิชา วทิ ยาการคำนวณ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๑ แนวคดิ เชงิ คำนวณ ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4

ภาคเรยี นที่ 2 3 ชว่ั โมง

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๑ เร่อื ง แนวคิดเชิงคำนวณ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1.มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ดั

ว 4.2 ม.4/1 ประยกุ ตใ์ ช้แนวคิดเชงิ คำนวณในการพัฒนาโครงงานท่ีมีการบรู ณาการกบั วิชาอืน่ อยา่ ง

สรา้ งสรรค์ และเช่ือมโยงกบั ชีวิตจริง

2. สาระการเรียนรู้

แนวคิดเชงิ คำนวณได้แก่การคดิ แบบแยกสว่ นประกอบและการย่อยปญั หาการหารปู แบบของปญั หาการ

คดิ เชิงนามธรรมและการออกแบบขนั้ ตอนวธิ ีในการแก้ปัญหา

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

3.1 อธบิ ายหลกั การของแนวคดิ เชิงคำนวณ

3.2 ปฏิบัติตามขน้ั ตอนวิธีเปรียบเทยี บและวเิ คราะห์ขน้ั ตอนวธิ ีเพ่อื แก้ปัญหาจากโจทยท์ ีก่ ำหนด

3.3 ตระหนักถงึ ความสำคัญและประโยชนข์ องขนั้ ตอนวิธที ่ีเก่ยี วข้องกบั การแกป้ ัญหาในชวี ิตประจำวนั

4.สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

แนวคิดเชิงคำนวณ เป็นความสามารถในการแก้ไขปัญหาโดยมุ่งเน้นการคิดเชิงตรรกะ หรือเป็นการแก้ไข

ปัญหาอยา่ งเปน็ ลำดับข้นั ตอน และมีวธิ ีการแก้ปัญหาอยา่ งมรี ะบบ

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร

2. ความสามารถในการคดิ

1) ทักษะการคดิ เชิงคำนวณ

2) ทกั ษะการสอ่ื สาร

3) ทักษะการทำงานร่วมกัน

4) ทักษะการแกป้ ญั หา

5) ทักษะกระบวนการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ

3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา

4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6.คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
1.มวี ินัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุง่ มัน่ ในการทำงาน

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
 แนวคิด/รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : สบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)

ชวั่ โมงท่ี 1
ข้ันนำ

1.ครกู ารเปิดคลปิ วิดีโอที่เกยี่ วกับการทำเจลล้างมอื สมุนไพรใหน้ กั เรียนดเู พอ่ื กระตนุ้ ความสนใจของนักเรยี น
เรอื่ ง

2.ใหน้ ักเรียนพจิ ารณาดคู ลิปวดิ ีโอ แล้วครตู ้ังคำถามถามนกั เรียน
- มวี ตั ถุดบิ อะไรบา้ ง
- ขั้นตอนการทำ ทำอย่างไร
- ครนู ำอภิปรายเกย่ี วกบั คำตอบของนกั เรยี น

3. ครแู จ้งจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ทุกหน่วยการเรียนรู้ และนำเขา้ สูบ่ ทเรียนดว้ ยคำถาม “พอพูดถึงคำนวณนกึ
ถึงอะไร” เพ่อื ทบทวนประสบการณเ์ ดมิ ของนกั เรยี น โดยใหน้ ักเรยี นอภปิ รายจากประสบการณเ์ ดมิ ของนักเรียน
และครูช่วยเสริมเพมิ่ เติมข้อมลู

4. ครูใหน้ กั เรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เพ่อื วัดความรูเ้ ดมิ ของนกั เรยี นกอ่ นเขา้ สกู่ จิ กรรม
ขัน้ สอน

1. ครูให้นักเรียนชว่ ยกนั สังเกตภาพหนา้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 แนวคดิ เชงิ คำนวณ จากE-book วิทยาการ
คำนวณ ม.4 หน้า 2 จากนั้นครูถามคำถามกระตุ้นนักเรียนว่า คุ๊กก้ีในภาพเป็นคุ๊กกี้อะไร ถ้านักเรียน
อยากกินอาหารแบบในภาพจะต้องทำอย่างไร โดยครูให้นักเรียนอภิปรายกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน แล้วให้
นักเรียนเขียนคำตอบของตนเองลงใน www.padlet.com (ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกต
พฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล)
2. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ4-6คน แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง แนวคิดเชิงคำนวณ จาก E-
bookและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ แล้วให้สมาชิกในแต่ละกลุ่มผลัดกันอธิบายเกี่ยวกับแนวคิดเชิงนวณ
และช่วยกันสรปุ ความรู้ท่ไี ด้ศกึ ษามาลงใน www.padlet.com
3. ครูสุ่มตวั แทนกลุ่มให้ออกมาอธิบายเกี่ยวกับแนวคิดเชิงคำนวณ โดยมีครูคอยตรวจสอบความถูกต้องและ
อธิบายเพม่ิ เติมในส่วนของทย่ี ังมีขอ้ บกพร่องอยู่

4. ครูถามคำถามประจำหน่วยการเรียนรู้จากE-bookเรื่อง แนวคิดเชิงคำนวณ หน้า 3 ว่า การแก้ไขปัญหา
ในชวี ิตประจำวัน สอดคลอ้ งกบั แนวคิดเชิงคำนวณอย่างไร โดยใหน้ กั เรียนชว่ ยกันอภิปรายเพือ่ หาคำตอบ
(แนวตอบ ในชีวิตประจำวันเราต้องพบเจอปัญหาและต้องทำการแก้ปัญหา ซึ่งการแก้ปัญหาต้อง
ทำเป็นขน้ั ตอนซงึ่ จะสอดคล้องกับแนวคิดเชิงคำนวณที่ว่า แนวคดิ เชิงคำนวณะเป็นทักษะทม่ี ุ่งเน้นการคิด
เชิงตรรกะ และเป็นการแก้ไขปญั หาอย่างเปน็ ลำดับข้ันตอน โดยการเข้าใจปญั หาและวิธีการในการแกไ้ ข
ปัญหาอยา่ งเปน็ ระบบ )
ช่วั โมงที่ 2

5. ครูให้นักเรียนดูE-book เรื่อง แนวคิดเชิงคำนวณ หรือดูหนังสือเรียนหน้า 4 แล้วครูถามคำถามเพ่ือ
ทบทวนความรู้จากช่วั โมงท่ีผา่ นมาวา่ แนวคดิ เชิงคำนวณคืออะไรและแบง่ เป็นทักษะย่อยได้ก่ีทักษะ
(แนวตอบ แนวคดิ เชงิ คำนวณเปน็ ทกั ษะทีม่ ุ่งเน้นการคิดเชิงตรรกะ และเป็นการแก้ไขปัญหาอย่าง
เป็นลำดับขน้ั ตอน โดยโดยการเขา้ ใจปญั หาและวิธีการในการแก้ไขปัญหาอย่างเปน็ ระบบ เพอ่ื ให้ได้มาซ่ึง
วิธีการแก้ไขปัญหาที่ทั้งมนุษย์และคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจร่วมกันได้ ซึ่งแบ่งเป็นทักษะย่อยได้ 4
ทักษะ คือ แนวคิดการแยกย่อย แนวคิดการจดจำรูปแบบ แนวคิดเชิงนามธรรม และแนวคิดการ
ออกแบบขัน้ ตอน)

6. ครูให้นกั เรียนกลบั สกู่ ล่มุ เดิมท่ีไดแ้ บ่งไวใ้ นช่ัวโมงแรก แลว้ ครูตง้ั ปญั หาให้นักเรียนแก้โดยให้ใช้แนวคิดเชิง
คำนวณในการแก้ปัญหา โดยปัญหามีอยู่ว่า “ในช่วงวันหยุดนักเรียนได้เดินทางไปเที่ยวทะเลกับ
ครอบครัวโดยรถยนต์สว่ นตวั ในขณะที่เดินทางใกล้ถึงรถยนตเ์ สียไม่สามารถเคลื่อนทไี่ ด้”

7. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์หาวิธีการแก้ปัญหาตามแนวคิดเชิงคำนวณ โดยนำวิธีการ
แกป้ ัญหาของกลุ่มตนเองมาเขียนลงในใบกิจกรรมฟลิปชาร์ท
( ครเู รม่ิ ประเมนิ นกั เรียน โดยใช้แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ )

8. ครแู จ้งนกั เรียนวา่ จะมกี ารนำเสนอวธิ กี ารแก้ปัญหาของแตล่ ะกล่มุ หน้าชั้นเรยี น ในช่ัวโมงถดั ไป
ชวั่ โมงท่ี 3

ข้นั สอน
1. ครูให้นักเรียนทุกกลุ่มนำผลงาน (ใบกิจกรรมฟลิปชาร์ทที่ได้ทำไว้ในชั่วโมงที่ผ่านมา) มาติดที่ฝาผนังรอบ
ห้องเรียนแล้วใหน้ ักเรียนเดนิ ศกึ ษาแผนท่ีความคดิ ของกลุ่มตา่ งๆ ทตี่ ดิ อยู่รอบห้องเรียน
(ครูเริม่ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใช้แบบประเมินชนิ้ งาน)
2. ครแู จกสติกเกอรใ์ หน้ กั เรยี นคนละ 1 แผน่ แลว้ ให้นักเรยี นไปตดิ ผลงานท่ีตนเองชอบ
3. ครูสรุปจำนวนสติกเกอร์ของผลงานแต่ละชิ้น แล้วให้กลุ่มที่มีจำนวนสติกเกอร์มาที่สุดออกนำเสนอ
ผลงานของตนเองก่อน และเรียงลำดับการนำเสนอผลงานกลุ่มที่มีสติกเกอร์รองลงมาจนไปถึงน้อยสุด
โดยในระหวา่ งทแ่ี ต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานครคู อยเพม่ิ เตมิ ข้อมลู และให้คำแนะนำนักเรียน

( ครเู ร่ิมประเมนิ นักเรียน โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน)

ข้ันสรปุ

1. เมื่อทุกกลุ่มได้นำเสนอผลงานของตนเองแล้ว ครูชักชวนให้นักเรียนอภิปรายและสรุปร่วมกันถึง

ประโยชน์ของการใชแ้ นวคดิ เชิงคำนวณในการแก้ปัญหา

7. การวดั และประเมนิ ผล

รายการวัด วธิ กี าร เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมิน

7.1 การประเมนิ กอ่ นเรียน ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบก่อนเรยี น - ประเมนิ ตามสภาพจริง

- แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ก่อนเรียน

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 แนวคิดเชิง

คำนวณ

7.2 การประเมินระหว่างการจัด

กจิ กรรม

1) ผลบันทึกการตอบคำถาม - ตรวจผลบันทึก - คำถามในขั้นกระตุ้น - ประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กระตุ้นในขั้นกระตุ้นความ การตอบคำถาม ความสนใจ

สนใจ

2) พฤตกิ รรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน

รายบคุ คล การทำงาน การทำงานรายบคุ คล เกณฑ์

รายบุคคล

3) ผลบันทึกการตอบคำถามใน - ตรวจผลบันทึก - คำถามในหนังสือเรียน - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

E-bookหน้า 3 การตอบคำถาม หนา้ 3

4) พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ น

การทำงานกลมุ่ การทำงานกล่มุ เกณฑ์

5) ผลงานการใชแ้ นวคดิ เชิง - ตรวจฟลิปชารท์ - แบบประเมนิ ชิ้นงาน/ - ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่าน
คำนวณในการแกป้ ญั หา การเขยี นถ่ายทอด ผลงาน เกณฑ์
วิธีการแกป้ ญั หา
โดยใชแ้ นวคิดเชิง
คำนวณ

6) คณุ ลักษณะ - สังเกตความมีวินยั - แบบประเมิน ระดบั คุณภาพ 2
อันพึงประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ และ คุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์
มุ่งม่ัน อันพึงประสงค์
ในการทำงาน

8. สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สื่อการเรียนรู้

1) e-book วิทยาการคำนวณ ม.4 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 แนวคิดเชงิ คำนวณ
2) คลิปวดิ ีโอ
8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องเรยี น
2) หอ้ งสมุด
3) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ

ใบกจิ กรรม
คำชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นแบ่งกลุม่ กลุ่มละ4-6คน สงั เกตสถานการณต์ ่อไปน้ีแล้ววเิ คราะหว์ ธิ ีการแก้ปญั หาโดยใช้

แนวคิดเชงิ คำนวณ ดังตวั อย่างในส่อื การเรยี นรู้ E-book

ในชว่ งวนั หยุดนกั เรยี นไดเ้ ดินทางไปเท่ยี วทะเลกับครอบครัวโดยรถยนต์สว่ นตัว ในขณะท่ี
เดินทางใกลถ้ ึงรถยนตเ์ สียไมส่ ามารถเคลอื่ นท่ไี ด้

เฉลย ใบกจิ กรรม
คำช้แี จง ใหน้ ักเรยี นแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ4-6คน สังเกตสถานการณ์ต่อไปนแ้ี ล้ววิเคราะหว์ ิธกี ารแก้ปญั หาโดยใช้แนวคิด

เชิงคำนวณ ดงั ตัวอย่างในส่ือการเรยี นรู้ E-book

ในช่วงวนั หยดุ นักเรยี นไดเ้ ดนิ ทางไปเทย่ี วทะเลกับครอบครวั โดยรถยนต์สว่ นตัว ในขณะท่ี
เดินทางใกล้ถึงรถยนตเ์ สยี ไม่สามารถเคลื่อนทไี่ ด้

1.แนวคดิ การแยกย่อย
แยกปัญหาไดเ้ ปน็ 2 ประเด็นไดแ้ ก่
-นำ้ มันหมด
-รถยางแบน
2.แนวคดิ การหารูปแบบ
ควรตอ้ งจดั การกับยางรถกอ่ นเติมนำ้ มัน เนือ่ งจากนำ้ มันที่เหลืออยู่ไม่มากพอ ทจี่ ะขับรถยนตไ์ ปถงึ สถานบี ริการ
น้ำมัน ดงั นัน้ ควรมุ่งแกไ้ ขปญั หายางรถแบนกอ่ น
3.แนวคดิ เชงิ คำนวณ
ตอ้ งทำการเปล่ียนยางรถยนต์
4.แนวคิดเชงิ ออกแบบขั้นตอน

• หมนุ บล็อกเพอื่ คลายนอ็ ต
• ใช้แม่แรงยกรถขน้ึ และถอดน็อตออก
• ถอดล้อออก เปลีย่ นลอ้ อะไหล่แทนที่
• ใสน่ ็อตแลว้ ปลอ่ ยแม่แรง
• ขนั นอ็ ตให้แนน่

แผนการจัดการเรยี นรู้

วิชา วทิ ยาการคำนวณ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๑ แนวคดิ เชงิ คำนวณ ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4

ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 1 ช่ัวโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๒ เรอื่ ง การแยกส่วนประกอบและการแยกยอ่ ยปญั หา

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1.มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชว้ี ดั

ว 4.2 ม.4/1 ประยกุ ตใ์ ชแ้ นวคิดเชงิ คำนวณในการพัฒนาโครงงานทม่ี กี ารบูรณาการกบั วชิ าอน่ื อยา่ ง

สรา้ งสรรค์ และเชอ่ื มโยงกับชวี ิตจรงิ

2. สาระการเรยี นรู้

แนวคดิ เชิงคำนวณได้แกก่ ารคดิ แบบแยกสว่ นประกอบและการย่อยปญั หาการหารูปแบบของปัญหาการ

คิดเชงิ นามธรรมและการออกแบบข้ันตอนวิธีในการแกป้ ญั หา

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

3.1 วเิ คราะห์องคป์ ระกอบของส่งิ ของต่าง ๆ ในการพฒั นาผลงานใหม่
3.2 ใช้ทักษะการคิดแบบแยกส่วนประกอบและการยอ่ ยปญั หาแกป้ ญั หาในชวี ิตประจำวัน
4.สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การแยกสว่ นประกอบและการยอ่ ยปัญหา (decomposition) เป็นขัน้ ตอนของกระบวนการแก้ปัญหาด้วย
แนวคดิ เชิงคำนวณ (computational thinking) ซึ่งแบง่ ปัญหาหรืองานออกเปน็ ส่วนย่อยทำใหส้ ามารถจดั การกบั
ปัญหาหรืองานไดง้ า่ ยขึ้น
5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการคดิ เชิงคำนวณ
2) ทกั ษะการสอ่ื สาร
3) ทักษะการทำงานร่วมกนั
4) ทกั ษะการแก้ปญั หา
5) ทกั ษะกระบวนการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต

5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6.คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1.มีวินัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุง่ ม่นั ในการทำงาน
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
 แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : Game baese learning

ข้นั นำ
1. ครยู กตวั อยา่ งปญั หาสถานการณท์ ีพ่ บในชวี ิตประจำวันและตง้ั คำถามนกั เรยี น “โกโก้ เปน็ เดก็ ชายที่ขเี้ กยี จ
แต่เรียนเก่ง เขามักตน่ื สายอยูเ่ สมอ และในวนั นี้เขาประสบปัญหา มาโรงเรยี นสาย” นักเรยี นคดิ ว่า
แก้ปญั หาใหโ้ กโก้มาโรงเรยี นทนั ไดอ้ ย่างไร
2. ครูให้นักเรียนอภิปรายกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน แล้วให้นักเรียนเขียนคำตอบของตนเองลงใน
www.padlet.com (ครูเร่มิ ประเมินนักเรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล)

ข้ันสอน
1. ครูเชื่อมโยงสถานการณ์ตวั อยา่ งข้างตน้ กบั วิธีคิดแบบแยกส่วนประกอบและย่อยปัญหาโดยดูเน้อื หาจาก E-
book เรอื่ งการแยกสว่ นประกอบ
2. ครใู ห้นักเรียนแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ 4-6 คน และเล่นเกมแยกขยะรไี ซเคิล
( ครูเร่มิ ประเมินนักเรยี น โดยใช้แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ )
3. ครใู หน้ กั เรียนแต่ละกล่มุ รว่ มกันวิเคราะหข์ ยะทแ่ี ยกไว้ นำส่วนประกอบของวัสดุอืน่ เพอื่ สร้างเปน็ นวตั กรรม
ใหม่ โดยนำมาวาดใส่ใบกิจกรรม เรื่องการสรา้ งส่งิ ของจากขยะรไี ซเคลิ

ข้ันสรุป
1. ครูสุ่มกลมุ่ นำเสนอและรว่ มอภิปรายกับนกั เรยี นในประเดน็ เรื่องการแยกส่วนประกอบและการยอ่ ยปัญหา

สอบถามวา่ ตอ้ งใชว้ ิธีการอย่างไรจงึ จะทำงานไดส้ ำเรจ็ โดยในระหวา่ งทแ่ี ตล่ ะกลุ่มนำเสนอผลงานครคู อยเพม่ิ เติม
ขอ้ มลู และใหค้ ำแนะนำนักเรียน (ครูเร่ิมประเมนิ นกั เรียน โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน)

2. ครูและนักเรยี นเรียนร่วมกนั สรปุ แนวคดิ การแยกส่วนประกอบและการยอ่ ยปัญหาในด้านประโยชนข์ องการ
ใชแ้ ก้ปัญหาในชีวติ ประจำวนั

7. การวดั และประเมินผล

รายการวัด วิธกี าร เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมนิ
- แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่าน
7.1 การประเมินระหว่าง - สงั เกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล เกณฑ์

การจดั กจิ กรรม การทำงานรายบคุ คล

1) พฤตกิ รรมการ

ทำงานรายบุคคล

2) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น

ทำงานกลมุ่ การทำงานกลุม่ การทำงานกลมุ่ เกณฑ์

3) ผลงานการใช้ - ตรวจคะแนนเกมการแยก - แบบประเมนิ ชนิ้ งาน/ -รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ผลงาน
แนวคดิ ในการแยก ขยะรีไซเคิล - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
- แบบประเมินการ เกณฑ์
ส่วนประกอบและ -ใบกิจกรรม เรอ่ื งการสรา้ ง นำเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2
- แบบประเมิน ผ่านเกณฑ์
สรา้ งนวัตกรรมใหม่ ส่ิงของจากขยะรีไซเคลิ คุณลักษณะ
อนั พงึ ประสงค์
4) การนำเสนอผลงาน - ประเมินการนำเสนอ

ผลงาน

4) คุณลกั ษณะ - สังเกตความมีวินยั

อันพงึ ประสงค์ ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งมน่ั

ในการทำงาน

8. ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สอื่ การเรยี นรู้

1) เกมแยกขยะรีไซเคลิ
2) e-book วิทยาการคำนวณ ม.4 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 แนวคดิ เชิงคำนวณ
8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องเรยี น
2) ห้องสมดุ
3) แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ

ใบกิจกรรม เรอื่ งการสรา้ งสงิ่ ของจากขยะรีไซเคลิ
คำช้ีแจง ใหน้ ักเรียนนำส่วนประกอบย่อยทีไ่ ดแ้ ยกไวใ้ นเกมแยกขยะรีไซเคิล มาร่วมกบั สว่ นประกอบของวัสดอุ น่ื
เพื่อสร้างเป็นนวตั กรรม พรอ้ มต้งั ช่ือและอธิบายการใช้งาน

ใบกิจกรรม เรอ่ื งการสรา้ งสง่ิ ของจากขยะรไี ซเคิล
คำชแี้ จง ให้นักเรยี นนำสว่ นประกอบย่อยท่ีได้แยกไวใ้ นเกมแยกขยะรไี ซเคลิ มาร่วมกบั สว่ นประกอบของวสั ดุอื่น
เพื่อสรา้ งเป็นนวัตกรรม พรอ้ มตงั้ ช่อื และอธบิ ายการใชง้ าน

หลอด ขวดนำ้
ดำ้ มไมถ้ กู พนื้ ปำกขวดนำ้

ชือ่ ไมก้ วาดมหศั จรรย์
ใช้กวาดพืน้ ทำความสะอาดบ้าน

แผนการจัดการเรียนรู้

วชิ า วทิ ยาการคำนวณ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑ แนวคดิ เชงิ คำนวณ ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4

ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 2 ชัว่ โมง

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๓ เรื่อง การหารปู แบบและการคดิ เชงิ นามธรรม

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1.มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ดั

ว 4.2 ม.4/1 ประยุกตใ์ ชแ้ นวคิดเชิงคำนวณในการพัฒนาโครงงานที่มีการบรู ณาการกบั วิชาอื่นอย่าง

สรา้ งสรรค์ และเชือ่ มโยงกับชีวิตจริง

2. สาระการเรยี นรู้

แนวคิดเชงิ คำนวณได้แกก่ ารคดิ แบบแยกสว่ นประกอบและการยอ่ ยปัญหาการหารปู แบบของปัญหาการ

คดิ เชงิ นามธรรมและการออกแบบขนั้ ตอนวธิ ใี นการแกป้ ญั หา

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 อธบิ ายรูปแบบและระบอุ งค์ประกอบสำคัญทสี่ ัมพันธ์กันของสง่ิ ของหรอื ปญั หา
3.2 แยกคณุ ลกั ษณะทีส่ ำคญั ออกจากรายละเอยี ดในโจทย์ปญั หาหรอื งานทก่ี ำลงั พิจารณา
3.3 อธบิ ายสถานการณห์ รอื ปัญหาดว้ ยแบบจำลอง

4.สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การพจิ ารณารปู แบบของปญั หาหรอื วธิ ีการแก้ปญั หา (pattern recognition) เปน็ การพจิ ารณารปู แบบ

แนวโนม้ และลกั ษณะทว่ั ไปของข้อมูลโดยพิจารณาวา่ เคยพบปัญหาลกั ษณะนี้มากอ่ นหรอื ไม่หากมรี ปู แบบของ
ปญั หาทค่ี ลา้ ยกนั สามารถนำวธิ กี ารแก้ปัญหานนั้ มาประยุกต์ใช้และพิจารณารูปแบบปัญหายอ่ ยซงึ่ อยูภ่ ายในปัญหา
เดยี วกนั วา่ มสี ว่ นใดที่เหมอื นกันเพอ่ื ใชว้ ธิ กี ารแกป้ ญั หาเดยี วกันไดท้ ำให้จดั การกับปัญหาไดง้ ่ายข้ึนและการทำงานมี
ประสิทธิภาพเพ่ิมขึ้น
การคดิ เชิงนามธรรม (abstraction) คอื กระบวนการคัดแยกคุณลกั ษณะที่สำคัญออกจากรายละเอียดในโจทย์
ปัญหาหรืองานที่กำลงั จำเป็นเพียงพอและกระชับทสี่ ดุ ในการพจิ ารณาภายใตส้ ถานการณท์ ่สี นใจโดยจะไดผ้ ลลัพธ์
เป็นแบบจำลอง (model) ซ่งึ สามารถแสดงเปน็ แผนภาพทม่ี กี ารตัดรายละเอยี ดทไ่ี มจ่ ำเปน็ ในการพจิ ารณาออก
ทง้ั หมด
5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการคดิ เชิงคำนวณ
2) ทักษะการสอ่ื สาร
3) ทกั ษะการทำงานรว่ มกัน
4) ทกั ษะการแก้ปัญหา
5) ทักษะกระบวนการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6.คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1.มีวนิ ัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
 แนวคิด/รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ :

ชั่วโมงที่ 1
ขน้ั นำ

1. ครนู ำรูปเมาส์2แบบ มาให้นักเรียนพจิ ารณาแยกส่วนประกอบยอ่ ย และลงความเหน็ ร่วมกนั วา่ มี
สว่ นประกอบยอ่ ยอะไรบา้ ง

2.นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ วา่ เมาส์ทั้ง2แบบมอี งค์ประกอบท่ีเหมือนกันและตา่ งกนั อยา่ งไรบ้าง
3. ครูสรุปใหเ้ หน็ วา่ ส่งิ ของทุกสิง่ ถ้ามกี ารทำงานทเี่ หมอื นกนั จะมอี งคป์ ระกอบที่เหมอื นกนั
และมอี งค์ประกอบบางสว่ นที่ตา่ งกนั
ขั้นสอน
1. ครใู ห้นกั เรียนดู E-Book เร่อื ง การหารูปแบบ
2. ครูให้นักเรียนลองยกตัวอย่างสิ่งคล้ายกัน2อย่าง พร้อมระบุปัญหาและการแก้ปัญหา แล้วให้นักเรียน

เขียนคำตอบของตนเองลงใน www.padlet.com (ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกต
พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)
3. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มละ 3 คน และทำใบกิจกรรม เหมือนหรือต่างในชีวิตประจำวัน ( ครูเริ่มประเมิน
นกั เรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ )
4. ครูให้นักเรียนทุกกลุ่มนำเสนอผลงาน โดยระหว่างที่นักเรียนนำเสนอผลงาน ครูคอยให้คำแนะนำและ
ขอ้ มูลเพมิ่ เตมิ (ครเู ร่มิ ประเมินนักเรยี น โดยใชแ้ บบประเมนิ การนำเสนอผลงาน)

ขั้นสรปุ
1. เมื่อทุกกลุ่มได้นำเสนอผลงานของตนเองแล้ว ครูชักชวนให้นักเรียนอภิปรายและสรุปร่วมกันถึง
ปัญหาในชวี ติ ประจำวนั ทส่ี ามารถแกป้ ญั หาโดยการใชว้ ธิ ีการหารปู แบบ

ชวั่ โมงท่ี 2
ขนั้ นำ

1. ครูใหน้ ักเรียนพจิ ารณาแผนทที่ างเดนิ รถไฟฟา้ เปรียบเทยี บสองภาพ ไดแ้ ก่ ภาพแผนทท่ี ว่ั ไปกบั ภาพโครง
ร่างสถานีรถไฟฟ้า แลว้ ให้นักเรยี นเปรียบเทยี บว่าภาพไหนเขา้ ใจง่ายกวา่ กนั เพราะเหตใุ ด

2.นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ วา่ แนวคดิ เชงิ นามธรรมมีนยิ ามหรอื ความหมายวา่ อยา่ งไรเมอ่ื ได้พจิ ารณาภาพทง้ั 2
แลว้

3. ครสู รปุ ให้เห็นชดั เจนเกีย่ วกบั แนวคิดเชิงนามธรรมและอธบิ ายเพ่ิมเตมิ
ขน้ั สอน

1. ครูให้นกั เรียนดู E-book เรื่อง การคดิ เชิงนามธรมม
2. ครูให้นักเรยี นลองยกตวั อยา่ งแบบจำลอง มา 2 อยา่ ง (แนวตอบ ไฟจราจร ป้ายสัญลักษณ์ )
3. ครูถามคำถามจากE-book หน้า 12 ว่า ส่วนไหนบ้างของพัดลมสามารถตัดทิ้งได้ โดยให้นักเรียน

ชว่ ยกันอภิปรายเพือ่ หาคำตอบ
4. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างสิ่งที่นักเรียนรับประทานเข้าไป แล้วให้นักเรียนวิเคราะห์ว่าสิ่งใดที่ไม่จำเป็น

ตอ่ ร่างกายให้ตัดทิ้ง โดยตอบคำถามในwww.padlet.com
5. ครสู ุม่ ใหน้ ักเรยี น2-3คนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน
6. ครแู จกข้อสอบและใหน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรยี น เรือ่ ง แนวคิดเชงิ คำนวณ
ขัน้ สรุป
1. ครูและนักเรียนเรียนร่วมกันสรุปแนวคิดการหารูปแบบและการคิดเชิงนามธรรมในด้านประโยชน์ของการ
ใชแ้ กป้ ญั หาในชีวิตประจำวนั

7. การวดั และประเมนิ ผล

รายการวัด วธิ ีการ เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน

7.1 การประเมนิ หลงั เรยี น ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบหลังเรยี น -ประเมินตามสภาพจริง

- แบบทดสอบหลงั เรยี น กอ่ นเรยี น

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 แนวคิด

เชิงคำนวณ

7.2 การประเมินระหว่างการ

จัดกิจกรรม

1) ผลบันทึกการตอบ - ตรวจผลบันทึกการตอบ - คำถามในขั้นกระตุ้น - ประเมินตามสภาพจรงิ

คำถามกระตนุ้ ในขน้ั คำถาม ความสนใจ

กระต้นุ ความสนใจ

2)พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่าน

รายบุคคล การทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบุคคล เกณฑ์

3) พฤตกิ รรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่าน

ทำงานกลมุ่ การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม เกณฑ์

4) ผลงานการใชแ้ นวคิด - ตรวจใบกจิ กรรมเหมือน - แบบประเมนิ ชนิ้ งาน/ - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

ในการหารูปแบบ หรือต่างในชวี ิตประจำวัน ผลงาน - ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ น
เกณฑ์
5) การนำเสนอผลงาน - ประเมนิ การนำเสนอ - แบบประเมนิ การ ระดบั คณุ ภาพ 2
ผ่านเกณฑ์
ผลงาน นำเสนอผลงาน

6) คุณลักษณะ - สังเกตความมีวินยั - แบบประเมิน

อันพึงประสงค์ ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ ม่นั คุณลกั ษณะ

ในการทำงาน อันพงึ ประสงค์

8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้

8.1 ส่อื การเรยี นรู้

1) e-book วทิ ยาการคำนวณ ม.4 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 แนวคดิ เชงิ คำนวณ

8.2 แหล่งการเรียนรู้

1) ห้องเรียน

2) ห้องสมุด

3) แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ

ใบกจิ กรรม เหมอื นหรอื ต่างในชวี ติ ประจำวัน

คำช้แี จง ให้นักเรียนบอกTimelineการเดินทางวนั เสาร-์ อาทิตยท์ ่ีผ่านมา แลว้ วิเคราะหว์ า่ มีสถานทีใ่ ดทไี่ ป

เหมอื นกนั บา้ ง

คนท1ี่

___________________________________________________________________________________

___________________________________________________________________________________

__________________________________________________________________________________

คนท่ี 2

___________________________________________________________________________________

___________________________________________________________________________________

___________________________________________________________________________________

คนท่ี 3

___________________________________________________________________________________

___________________________________________________________________________________

___________________________________________________________________________________

สถานท่ที ไี่ ปเหมอื นกัน สถานท่ที ่ีไม่ไดไ้ ปเหมอื นกัน

1. 1.

2. 2.

3. 3.

ใบกิจกรรม เหมอื นหรอื ต่างในชีวติ ประจำวนั
คำชีแ้ จง ใหน้ ักเรียนบอกTimelineการเดินทางวันเสาร-์ อาทติ ย์ทผ่ี า่ นมา แลว้ วิเคราะหว์ ่ามสี ถานทีใ่ ดที่ไป
เหมือนกันบา้ ง
คนที่1
_ว_ัน_เส__าร_์___0_8_._0_0__ท_ำ_บ_ญุ _ท__ีว่ _ดั _โพ__ธ_ิ์ _0_9_._0_0__ก_ล_บั _บ_า้_น___1_7_._0_0_ส_ย__าม___1_9_.0_0__ซ_อื้ _ข_อ_ง_ท_โี่_ล_ต_สั___2_0_._0_0_ก_ล__ับ_บ_้า_น___
_ว_นั _อ_า_ท_ิต__ย_์ _อ__ย_ู่บ_้า_น____________________________________________________________________
__________________________________________________________________________________
คนที่ 2

วันเสาร์ 09.00 ทำบุญที่วดั ไทร 12.00 เดอะมอลล์ 14.00 กลับบ้าน 15.00 ตลาดพลู 16.00 ไอคอมสยาม

___________________________________________________________________________________

___ว_นั _อ_า_ท_ติ_ย_์_อ_ย_่บู _้า_น____________________________________________________________________

___________________________________________________________________________________

คนท่ี 3

___ว_นั _เ_ส_า_ร_์ 0_9_._0_0_ร_า้_น_s_w__e_n_s_e_n_s____1_5_.0_0__ก_ล_ับ_บ_า้_น____1_8_._0_0_ไ_ป_ต_ล_า_ด_พ__ล_ู _1__9_.0_0__ก_ล_ับ_บ_้า_น______________

___ว_ัน_อ_า_ท__ิต_ย_์ 0_9_._0_0__ร้า_น__sw__e_n_s_e_n_s____1_5_.0_0__ก_ล_ับ_บ__้า_น___1_6_._0_0_ท__ำบ__ญุ _ว_ดั _ป_า_ก_น__ำ้ __1_9_.0_0__ก_ล_ับ_บ__า้ น_________

___________________________________________________________________________________

สถานท่ีท่ไี ปเหมือนกัน สถานท่ที ีไ่ ม่ไดไ้ ปเหมือนกนั

1.ทำบญุ ท่วี ัด 1.ตลาดพลู

2.บ้าน 2.โลตัส

3. - 3.รา้ นSwensens

แผนการจัดการเรยี นรู้

วชิ า วิทยาการคำนวณ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ การแกป้ ญั หาและขนั้ ตอนวธิ ี ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4

ภาคเรยี นท่ี 2 4 ชัว่ โมง

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 4 เร่ือง การแก้ปัญหาดว้ ยคอมพิวเตอร์

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ช้ีวดั

ว 4.2 ม.4/1 ประยกุ ตใ์ ช้แนวคดิ เชงิ คำนวณในการพัฒนาโครงงานที่มีการบรู ณาการกับวิชาอน่ื อย่าง

สร้างสรรค์ และเชอื่ มโยงกบั ชวี ติ จรงิ

2. สาระการเรยี นรู้

2.1 ข้อมูลเข้า ข้อมลู ออก และเงือ่ นไขของปญั หา

2.2 การแก้ปญั หาดว้ ยคอมพิวเตอร์

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

3.1 วิเคราะหป์ ัญหา โดยระบขุ ้อมลู เขา้ ขอ้ มูลออก และเงื่อนไขของปัญหา

3.2 ออกแบบการแก้ปญั หาด้วยคอมพิวเตอรโ์ ดยใช้แนวคดิ เชงิ คำนวณ

4.สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

การคิดเชิงคำนวณเปน็ พ้ืนฐานของการแกป้ ัญหาดว้ ยคอมพิวเตอรส์ ำหรับการออกแบบขั้นตอนวธิ ีในการ

แก้ปญั หาด้วยคอมพิวเตอร์จำเปน็ ต้องระบุขน้ั ตอนการทำงานรวมถึงเงอื่ นไขต่างๆที่ชดั เจนเชน่ ขอ้ มูลเข้าข้อมลู ออก

ขอบเขตของขอ้ มลู ท่ีตอ้ งการมนุษยจ์ งึ สามารถเขียนโปรแกรมให้คอมพวิ เตอรท์ ำงานตามคำสั่งได้

5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น

1. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา

6.คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1.มวี ินัย

2. ใฝเ่ รยี นรู้

3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน

7. กิจกรรมการเรยี นรู้

ขั้นนำ

1.ครใู ห้นักเรียนดคู ลปิ วิดโิ อ เรื่อง แชทบอทคืออะไร เป็นการกระตุ้นความสนใจกอ่ นเขา้ ส่บู ทเรยี น

2.ครแู จง้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้และนำเข้าสู่บทเรียนด้วยคำถาม “นักเรยี นเคยใชค้ อมพิวเตอรแ์ ก้ปัญหาอะไร
ชวี ติ ประจำวันบา้ ง”โดยใหน้ กั เรยี นอภิปรายจากประสบการณ์เดิมของนกั เรยี นและตอบลงในwww.padlet.com
ครชู ว่ ยเสรมิ เพ่ิมเตมิ ขอ้ มูล

3.ครูแจกใบงาน แชทบอท ใหน้ ักเรยี นตามจำนวน
ขั้นสอน

1.ครพู ดู เกรนิ่ เรื่องการแกป้ ัญหาด้วยคอมพิวเตอร์ตอ้ งทำความเข้าใจกับ ขอ้ มลู เงอ่ื นไขทีช่ ดั เจน ขั้นตอน
และวิธแี กป้ ัญหาและตัวแปร

2.ครใู ห้นกั เรยี นดเู นอ้ื หาในใบความรู้
3.ครตู ้งั คำถามและยกตัวอย่างสถานการณ์ว่า หากนักเรียนเป็นแม่ค้าออนไลน์ นกั เรียนไม่สามารถตอบ
แชทลูกค้าได้ 24 ชม. นักเรยี นจะทำอย่างไร
4.ครูและนกั เรยี นอภปิ รายร่วมกันวา่ จะสามารถใชค้ อมพวิ เตอรม์ าช่วยได้หรือไม่
5.ครูให้นักเรียนจับคู่และจำลองตนเองเป็นแชทบอท แนะนำสินค้าให้กับเพื่อน โดยมีการสนทนากันใน
แชทบอท พร้อมกับบันทึกใส่ใบงาน แชทบอท ( ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน
กลุ่ม)
6.ครูให้นักเรียนทุกกลุ่มนำเสนอผลงาน โดยระหว่างที่นักเรียนนำเสนอผลงาน ครูคอยให้คำแนะนำและ
ขอ้ มลู เพิ่มเตมิ (ครูเรม่ิ ประเมินนักเรยี น โดยใช้แบบประเมนิ การนำเสนอผลงานและใชแ้ บบประเมนิ ช้ินงาน)
ข้นั สรุป
1. ครสู รุปการแก้ปัญหาและขน้ั ตอนวิธีดว้ ยคอมพวิ เตอร์ พร้อมอธบิ ายปญั หาเพมิ่ เตมิ ทสี่ ามารถใช้
คอมพวิ เตอรแ์ กป้ ญั หาได้ในชวี ติ ประจำวัน
2. ครูเปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นสอบถามปญั หาข้อสงสยั และตอบปัญหาให้นกั เรียนเข้าใจอกี ครัง้

7.การวัดและประเมนิ ผล

รายการวัด วิธกี าร เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมิน
- ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่าน
7.1 การประเมินระหว่าง - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม เกณฑ์

การจัดกจิ กรรม การทำงานกลุม่ การทำงานกลุ่ม -รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

2) พฤตกิ รรมการ - ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
เกณฑ์
ทำงานกล่มุ ระดับคุณภาพ 2
ผ่านเกณฑ์
3) ผลงานการใช้ - ตรวจใบงาน แชทบอท - แบบประเมนิ ชนิ้ งาน/

คอมพิวเตอรใ์ นการ ผลงาน

แกป้ ัญหา

4) การนำเสนอผลงาน - ประเมินการนำเสนอ - แบบประเมินการ

ผลงาน นำเสนอผลงาน

4) คณุ ลกั ษณะ - สังเกตความมวี ินัย - แบบประเมนิ

อันพึงประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มัน่ คุณลักษณะ

ในการทำงาน อันพึงประสงค์

8. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้

8.1 ส่ือการเรยี นรู้

1) คลปิ วิดทิ ัศน์ เร่อื งการแกป้ ัญหาและขั้นตอนวิธี

3) คลปิ วิดโี อ แชทบอทคืออะไร

8.2 แหลง่ การเรยี นรู้

1) หอ้ งเรยี น

2) หอ้ งสมุด

3) แหล่งข้อมลู สารสนเทศ

ใบงาน แชทบอท

คำชี้แจง ให้เรยี นจำลองตนเองเปน็ แชทบอทแนะนำสนิ ค้าให้กบั เพื่อน โดยมกี ารสนทนากนั และสรา้ งเงือ่ นไขเพอื่
แนะนำสนิ คา้ ทต่ี รงตามความตอ้ งการ

เฉลยใบงาน แชทบอท
คำช้แี จง ใหเ้ รียนจำลองตนเองเป็นแชทบอทแนะนำสนิ ค้าให้กับเพอ่ื น โดยมีการสนทนากันและสรา้ งเงื่อนไขเพอ่ื
แนะนำสนิ ค้าทตี่ รงตามความต้องการ

สวสั ดจี ำ้ สนใจสินคำ้ ตวั ไหน ถำมไดเ้ ลยนำ้
แม่คำ้ จะตอบกลบั ใหไ้ วท่สี ดุ

ตอนนีม้ ีโปรโมช่นั อะไรบำ้ งคะ

โปรโมช่นั ประจำสปั ดำหน์ ี้ ซอื้ 1 แถม 1

ค่ำสง่ เทำ่ ไหรค่ ะ

ค่าส่ง EMS 50 บาท
ลงทะเบยี น 30 บาท

แผนการจดั การเรยี นรู้

วิชา วทิ ยาการคำนวณ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๓ การพฒั นาโครงงาน ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4

ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 10 ช่วั โมง

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 5 เรอื่ ง โครงงานพัฒนาเว็บไซต์แนะนำสถานทท่ี ่องเทย่ี ว

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1.มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชว้ี ัด

ว 4.2 ม.4/1 ประยกุ ตใ์ ชแ้ นวคิดเชงิ คำนวณในการพัฒนาโครงงานท่ีมกี ารบรู ณาการกบั วชิ าอื่นอย่าง

สร้างสรรค์ และเชื่อมโยงกบั ชวี ติ จริง

2. สาระการเรียนรู้

การพัฒนาโครงงาน การนำแนวคิดเชิงคำนวณไปพัฒนาโครงงานที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน เช่น การจัด
การพลังงาน อาหาร การเกษตร การตลาด การค้าขาย การทำธุรกรรม สุขภาพและสิง่ แวดล้อม

ตัวอย่างโครงงาน เช่น ระบบดูแลสุขภาพ ระบบอัตโนมัติควบคุมการปลูกพืช ระบบจัดเส้นทาง การขนส่ง
ผลผลิต ระบบแนะนำการใชง้ านห้องสมดุ ท่มี กี ารโต้ตอบกบั ผใู้ ชแ้ ละเชือ่ มตอ่ กับฐานขอ้ มลู

3.จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 อธบิ ายขัน้ ตอนการพฒั นาโครงงานในกรณีศกึ ษาได้ (K)
3.2 อภปิ รายการใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาเพ่อื นำไปสูก่ ารพฒั นาโครงงานได้ (P)
3.3 เห็นประโยชน์ของการประยกุ ตใ์ ชแ้ นวคดิ เชงิ คำนวณในการพฒั นาโครงงาน (A)

4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
แนวคิดเชิงคำนวณเป็นแนวคิดที่สามารถนำมาปรับใช้กับการพัฒนาโครงงานในชีวิตประจำวัน เช่น

โครงงานพฒั นาเว็บไซต์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน

1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคดิ

1) ทักษะการคดิ เชิงคำนวณ
2) ทกั ษะการสอื่ สาร
3) ทักษะการทำงานร่วมกัน
4) ทักษะการแกป้ ญั หา

5) ทกั ษะกระบวนการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6.คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1.มวี ินัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน
7. กิจกรรมการเรียนรู้
 แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : แบบใชป้ ัญหาเป็นฐาน (Problem – based Learning)

ชั่วโมงท่ี 1-2
ขน้ั นำ

1. ครูชวนนักเรียนสนทนาโดยถามนักเรียนว่า นักเรียนเคยทำโครงงานเทคโนโลยีหรือไม่ โครงงานที่
นกั เรยี นเคยทำเปน็ อยา่ งไร โดยใหน้ กั เรยี นตอบคำถามอยา่ งอสิ ระ

2. ครูถามคำถามเพื่อเป็นการทบทวนความรู้เดิมของนักเรียน โดยครูคอยกระตุ้นและชักชวนให้นักเรียน
ร่วมกันอภปิ รายเพ่ือหาคำตอบ โดยใช้คำถามต่อไปนี้ โดยตอบลงในwww.padlet.com
1) โครงงานทางดา้ นเทคโนโลยคี อื อะไร
(แนวตอบ โครงงานเทคโนโลยี คือ โครงงานที่เกี่ยวกับการนำความรู้ ทักษะ และทรัพยากรที่มีอยู่มา
สร้างหรือพัฒนา เครื่องมือ เครื่องใช้ แบบจำลองหรือวิธีการเพื่อใช้แก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ
โดยมีขัน้ ตอนการทำงานอยูบ่ นพน้ื ฐานของกระบวนการเทคโนโลย)ี
(หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล)

3.ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนเรื่องการพัฒนาโครงงาน จำนวน 5 ข้อ ในบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย
สอน
ขัน้ สอน

1. ครูสอนนักเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอน เรื่อง การพฒั นาโครงงาน
2. ครูถามคำถามเพือ่ เป็นการกระตุ้นความคิดนักเรียนว่า นักเรียนชอบไปเท่ียวที่ไหนบา้ ง เพราะอะไร โดย

ครูชกั ชวนใหน้ กั เรยี นร่วมกนั อภปิ ราย โดยตอบลงในwww.padlet.com
(แนวตอบ ทางรถไฟสายมรณะ เพราะท่องเที่ยวที่บ่งบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของสมัย
สงครามโลกเอาไวเ้ ปน็ อนสุ รณ์ใหอ้ นชุ นคนรนุ่ หลงั ไดร้ ่ำลกึ และนึกถึง )

(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนักเรยี น โดยใช้แบบประเมินพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)

ข้นั สอน
ขัน้ ท่ี 1 การกำหนดปัญหา

1. ครูใหเ้ รียนแบง่ กลมุ่ กล่มุ ละ 4-6 คน ตามความสมคั รใจ แล้วครูกำหนดสถานการณข์ ้ึนมาว่า ถ้าหากมีนัก
ชาวต่างชาติ ต้องการจะมาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยก่อนที่จะมาที่ประเทศไทยนั้น ชาวต่างชาติได้ศึกษาข้อมูล
สถานท่ีทอ่ งเท่ยี วที่น่าสนใจผา่ นเว็บไซต์ โดยครูสมมตใิ ห้นกั เรียนแต่ละกลุ่มต้องเป็นผทู้ ี่มาจดั ทำเวบ็ ไซตน์ ี้

2. ครูใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุ่มสำรวจสถานท่ีท่องเที่ยวจากอนิ เตอร์เนต็ อยา่ งอิสระ
(หมายเหตุ : ครเู ริม่ ประเมนิ นักเรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)

3. ครูสุ่มนักเรียนบางกลุ่มให้ออกมานำเสนอผลการสำรวจของกลุ่มตนเองหน้าชั้นเรียน เมื่อนักเรียน
นำเสนอเสร็จครูชักชวนให้นักเรียนร่วมกันพูดคุยแล้วช่วยกันสรุปถึงปัญหาที่ทุกกลุ่มที่พบร่วมกัน และ
ปัญหาทีน่ า่ สนใจ
ชัว่ โมงท่ี 3-4

ขน้ั ท่ี 2 ทำความเข้าใจกบั ปญั หา
1. ครูถามคำถามเพ่ือเปน็ การกระต้นุ ความคิดว่า นกั เรยี นมีวธิ ีในการพฒั นาเวบ็ ไซตแ์ นะนำสถานท่ีท่องเที่ยว
ได้อย่างไรบ้าง โดยครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มอภิปรายร่วมกันหาคำตอบ แล้วให้ออกมาเขียนคำตอบของ
กลุม่ ตนเองบนกระดาน
(แนวตอบ ขน้ึ อยกู่ ับดลุ ยพินจิ ของครู แตแ่ นวทางการแก้ปัญหาท่นี กั เรยี นตอ้ งเป็นลำดบั ข้ันตอนและเป็น
ระบบ)
2. ครพู จิ ารณาคำตอบแลว้ คดั เลอื กคำตอบท่นี า่ สนใจ แล้วครสู อบถามกลมุ่ เจ้าของคำตอบถงึ แนวคดิ ของ
คำตอบ โดยครเู ปดิ โอกาสใหเ้ พ่ือนรว่ มชัน้ เรียนร่วมกันสอบถามเพอื่ ใหเ้ ขา้ ใจแนวคิดของกลมุ่ นัน้
3. ครูอธิบายให้นักเรยี นเข้าใจวา่ วิธกี ารแกป้ ัญหามีหลายวธิ ี ดงั เช่น คำตอบท่ีนักเรยี นแตล่ ะกล่มุ ตอบมี
หลายคำตอบ แต่วิธีการแก้ปญั หาท่ดี คี วรเปน็ ลำดบั ขน้ั ตอน และเป็นระบบ ซ่ึงวิธกี ารแกป้ ญั หาแบบนจ้ี ะ
เป็นการนำแนวคดิ เชิงคำนวณมาใช้ในการแก้ปัญหา
4. ครูถามคำถามเพื่อเป็นการทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนว่า แนวคิดเชิงคำนวณคืออะไรและแบ่งเป็น
ทกั ษะยอ่ ยได้ก่ที กั ษะ โดยครชู กั ชวนให้นักเรียนแต่ละกลมุ่ ร่วมกันหาคำตอบ
(แนวตอบ แนวคิดเชิงคำนวณเป็นทักษะท่ีมุ่งเน้นการคิดเชิงตรรกะ และเปน็ การแก้ไขปัญหาอย่าง
เปน็ ลำดับขน้ั ตอน โดยโดยการเขา้ ใจปญั หาและวธิ ีการในการแกไ้ ขปญั หาอย่างเปน็ ระบบ เพื่อให้ไดม้ าซ่ึง
วิธีการแก้ไขปัญหาที่ทั้งมนุษย์และคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจร่วมกันได้ ซึ่งแบ่งเป็นทักษะย่อยได้ 4
ทักษะ คือ แนวคิดการแยกย่อย แนวคิดการจดจำรูปแบบ แนวคิดเชิงนามธรรม และแนวคิดการ
ออกแบบขั้นตอน)

5. ครูให้นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกันศึกษาความต้องการของระบบเบ้ืองตน้ จากเรือ่ ง การประยุกต์แนวคิดเชิง
คำนวณเพื่อแก้ปญั หา โดยสมมตวิ า่ เปน็ ความต้องการของระบบเวบ็ ไซตแ์ นะนำสถานท่ที ่องเที่ยว

6. ครูสุม่ ถามนักเรียนและพดู คุยกับนกั เรยี นเกี่ยวกับเรื่องที่ไดศ้ ึกษา เพื่อเป็นการตรวจสอบความเข้าใจ โดย
ให้ได้ข้อสรุปว่า ความต้องการของระบบเวบ็ ไซต์แนะนำสถานทท่ี ่องเที่ยว มีดงั นี้
1) เว็บไซตต์ ้องเปน็ ลกั ษณะเว็บแอปพลเิ คชันและรองรับการทำงานบนอปุ กรณ์เคลื่อนที่
2) เวบ็ ไซต์ต้องแนะนำสถานท่ที ่องเทยี่ วโดยครอบคลมุ หัวขอ้
- รีววิ สถานทที่ อ่ งเทีย่ ว
- แนะนำทพ่ี กั
- แนะนำค่าเดนิ ทาง
- แนะนำแผนท่ี

7. เม่อื นกั เรยี นทราบความต้องการของระบบแลว้ ครใู ห้นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกันศกึ ษาและทำความเข้าใจ
การนำแนวคิดเชิงคำนวณมาใช้ในการหาวธิ ีการแก้ปัญหาความต้องการของระบบเว็บไซต์แนะนำสถานท่ี
ท่องเท่ียว โดยทีร่ ะหวา่ งนกั เรียนศึกษาครคู อยสงั เกตการณ์ และใหค้ ำแนะนำเม่อื นกั เรยี นประสบปญั หา

ช่ัวโมงท่ี 5-6
ข้นั สอน

ข้นั ท่ี 3 ดำเนนิ การศึกษาค้นควา้
1. ครใู หน้ ักเรียนกลบั เข้าส่กู ลุ่มเดมิ ท่เี คยแบง่ ไว้ในชั่วโมงแรก แล้วให้นักเรียนศึกษากรณีศกึ ษา โครงงานงาน
พฒั นาเว็บไซตแ์ นะนำสถานท่ีทอ่ งเทีย่ ว โดยใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ศึกษาข้นั ท่1ี การกำหนดปัญหา และขั้น
ที่ 2 วิเคราะห์ระบบ จากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน และสืบค้นเพิ่มเติมจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ
เพื่อเสริมความเข้าใจ แล้วให้นักเรียนแต่ละคนบันทึกลงในใบงานท่ี 3.1 ใบบันทึกผลการศึกษาค้นคว้า
กรณศี กึ ษา

ขั้นท่ี 4 สังเคราะห์ความรู้
1. ครูสุ่มนักเรียนบางกลุ่มให้นักเรียนออกมานำเสนอข้อมูลที่กลุ่มตนเองได้ศึกษามา โดยครูคอยเพิ่มเติมให้
สมบูรณ์
2. ครูให้นักเรียนพิจารณาข้อมูลที่เพื่อนนำเสนอกับข้อมูลของกลุ่มตนเองว่ามีข้อมูลใดที่แตกต่างกัน โดยครู
ชักชวนให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันว่า ข้อมูลใดที่สมบูรณ์กว่า เพื่อให้นักเรียนได้มี
ความเข้าใจในขอ้ มลู ไดต้ รงกัน

ชัว่ โมง 7-8
ข้นั ที่ 3 ดำเนนิ การศกึ ษาค้นควา้

1. ครูชักชวนนักเรียนพูดคุยเกี่ยวกับขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 ของกรณีศึกษา ที่ได้ศึกษาในชั่วโมงที่ผ่านมาเพ่ือ
เป็นการทบทวน

2. ครูให้นักเรียนกลับเข้าสู่กลุ่มเดิมที่เคยแบ่งไว้ในชั่วโมงแรก แล้วให้แต่ละกลุ่มศึกษากรณีศึกษา โดยให้แต่
ละกลุ่มร่วมกันศึกษาขั้นที่ 3 ออกแบบระบบ ถึงขั้นที่ 5 บำรุงรักษาระบบ จากบทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วย
สอน และสืบคน้ เพิ่มเติมจากแหลง่ การเรยี นรตู้ า่ ง ๆ เพื่อเสริมความเขา้ ใจ แลว้ ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคนบันทกึ
ลงในใบงานที่ 3.1 ใบบนั ทึกผลการศกึ ษาค้นควา้ กรณีศึกษา

ขนั้ ที่ 4 สงั เคราะห์ความรู้
1. ครูให้นักเรียนแต่ละคนนำข้อมูลที่ตนเองได้บันทึกไว้ มาพูดคุยแลกเปลี่ยนร่วมกันเพื่อนภายในกลุ่ม แล้ว
สมาชิกทุกคนภายในกลุ่มร่วมกันสรุปเป็นข้อมูลผลการศึกษาของกลุ่ม โดยที่ครูตรวจสอบความถูกต้อง
ของขอ้ มูลแต่ละกลุ่ม
2. ครูสุ่มนักเรียนบางกลุ่มให้นักเรียนออกมานำเสนอข้อมูลที่กลุ่มตนเองได้ศึกษามา โดยครูคอยเพิ่มเติมให้
สมบูรณ์
3. ครูให้นักเรียนพิจารณาข้อมูลที่เพ่ือนนำเสนอกับข้อมูลของกลุ่มตนเองว่ามีข้อมูลใดที่แตกต่างกัน โดยครู
ชักชวนให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันว่า ข้อมูลใดที่สมบูรณ์กว่า เพื่อให้นักเรียนได้มี
ความเขา้ ใจในขอ้ มูลไดต้ รงกัน

ช่วั โมงที่ 9-10
ข้ันสรปุ

ขั้นที่ 5 สรปุ และเผยแพร่
1. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำข้อมูลของผลการศึกษากลุ่มและข้อมูลจากใบงานท่ี3.1 มาสรุปเป็นแผนที่
ความคดิ แสดงขัน้ ตอนการทำโครงงานของกรณศี ึกษาค้นคว้า ลงในกระดาษฟลปิ ชาร์ต
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนักเรียน โดยใชแ้ บบประเมนิ พฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ )
2. ครูให้แต่ละกลุ่มนำแผนที่ความคิดที่ได้ทำไว้ มาแปะที่ฝาผนังห้องเรียน แล้วให้นักเรียนเดินชมแผนที่
ความคดิ ของกลมุ่ ต่าง ๆ รอบหอ้ งเรยี น
(หมายเหตุ : ครเู รม่ิ ประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ้ บบประเมินผลงาน/ชน้ิ งาน)
3. ครูจับสลากเลือกลำดับของแต่ละกลุ่มให้ออกมานำเสนอแผนที่ความคิด โดยให้นักเรียนกลุ่มที่ถูกเลือก
เป็นอันดับแรกสง่ ตวั แทนออกมานำเสนอผลการศึกษาทีละกล่มุ จนครบ
(หมายเหตุ : ครเู รมิ่ ประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ้ บบประเมินการนำเสนอผลงาน)

4. นักเรียนกลุ่มอื่น ๆ และครูร่วมกันวิพากษ์เกี่ยวกับข้อมูลที่ตัวแทนนักเรียนออกมานำเสนอ จนทุกคนมี
ความรู้ ความเขา้ ใจทถี่ กู ต้อง และตรงกนั

5. ครูอธิบายเนื้อหาเพ่ิมเติมหลังการอภิปรายของนักเรียนในสว่ นที่ขาดตกบกพร่อง หรือส่วนที่เปน็ ประเด็น
สำคัญ

6. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนเรื่องการพัฒนาโครงงาน จำนวน 5 ข้อ ในบทเรียนคอมพิวเตอร์
ชว่ ยสอน

7. การวดั และประเมนิ ผล

รายการวัด วธิ ีวัด เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมนิ
แบบทดสอบก่อน - ประเมินตามสภาพ
7.1 การประเมนิ กอ่ นเรียน ตรวจแบบทดสอบ เรยี น จริง

- แบบทดสอบกอ่ นเรียน ก่อนเรียน - ใบงานท่ี 3.1 ประเมินตามสภาพ
จริง
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 การพฒั นา - แบบประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ 2
ช้นิ งาน/ผลงาน ผา่ นเกณฑ์
โครงงาน
- ผลงานทนี่ ำเสนอ ระดับคุณภาพ 2
7.2 การประเมนิ ระหว่างกิจกรรม - ตรวจใบงานที่ 1 ผา่ นเกณฑ์
- แบบสงั เกต ระดบั คณุ ภาพ 2
1) ผลการศึกษาคน้ ควา้ กรณีศกึ ษา พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์
การทำงาน
3) ขัน้ ตอนการทำโครงงานของ - ตรวจฟลิปชารต์ ที่ รายบคุ คล

กรณศี กึ ษาเป็นแผนที่ความคิด แสดงขน้ั ตอนการทำ

โครงงานของ

กรณีศกึ ษา

4) การนำเสนอผลงาน - ประเมินการนำเสนอ

ผลงาน

5) พฤตกิ รรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรม

รายบุคคล การทำงาน

รายบุคคล

6) พฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกต ระดับคณุ ภาพ 2
การทำงานกลุม่ พฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑ์
การทำงานกลมุ่
7) คุณลกั ษณะ - สงั เกตความมีวนิ ยั - แบบประเมิน ระดบั คณุ ภาพ 2
คณุ ลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์
อันพึงประสงค์ รบั ผดิ ชอบ ใฝเ่ รยี นรู้ อนั พงึ ประสงค์

และมงุ่ ม่ันในการ

ทำงาน

7.3 การประเมนิ หลงั เรียน ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบหลงั เรยี น - ประเมินตามสภาพ
จริง
- แบบทดสอบหลังเรียน ก่อนเรยี น

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การพัฒนา

โครงงาน

8. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) บทเรียนคอมพวิ เตอรช์ ่วยสอน เรื่อง การพัฒนาโครงงาน
2) ใบงานที่ 3.1 แบบบนั ทึกผลการศกึ ษาค้นคว้ากรณีศึกษาค้นควา้
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องเรียน
2) ห้องสมุด
3) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ

ใบงานท่ี 3.1
แบบบันทึกผลการศกึ ษากรณีศกึ ษา

คำชแ้ี จง : บนั ทึกผลที่ได้จากการศกึ ษาและสืบค้นขอ้ มลู เก่ยี วกบั กรณศี กึ ษา โครงงานพัฒนาเว็บไซตแ์ นะนำ
สถานทที่ ่องเทย่ี ว

กรณศี ึกษาท่ี 1 โครงงานพฒั นาเว็บไซต์แนะนำสถานทท่ี ่องเทย่ี ว

ขนั้ ที่ 1 กำหนดปัญหา ขอ้ มลู ท่เี กี่ยวข้อง

ประเด็นหลกั

………………………………………………………………………..… ………………………………………………………………………...

…………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………….

……………………………………………………………….………… ………………………………………………………………………...

……………………………………………………………….………… ………………………………………………………………………….

……………………………………………………………………….… ………………………………………………………………………...

…………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………….

ขน้ั ที่ 2 วเิ คราะห์ระบบ ขอ้ มลู ท่ีเกย่ี วข้อง

ประเดน็ หลกั

………………………………………………………………………..… ………………………………………………………………………...

…………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………….

……………………………………………………………….………… ………………………………………………………………………...

……………………………………………………………….………… ………………………………………………………………………….

ขนั้ ท่ี 3 ออกแบบระบบ ขอ้ มลู ที่เกี่ยวข้อง

ประเดน็ หลกั

………………………………………………………………………..… ………………………………………………………………………...

…………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………….

……………………………………………………………….………… …………………………………………………………………………

……………………………………………………………….………… …………………………………………………………………………

……………………………………………………………………….… …………………….………………………………………………….

ใบงานที่ 3.1
แบบบันทึกผลการศึกษากรณีศึกษา

ขน้ั ท่ี 4 พฒั นาระบบและทดสอบระบบ ขอ้ มลู ทเ่ี กยี่ วข้อง

ประเด็นหลกั

………………………………………………………………………..… ………………………………………………………………………...

…………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………….

……………………………………………………………….………… ………………………………………………………………………...

……………………………………………………………….………… ………………………………………………………………………….

……………………………………………………………………….… ………………………………………………………………………...

…………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………….

ขัน้ ที่ 5 ตดิ ตั้งระบบ ขอ้ มลู ท่เี กยี่ วขอ้ ง

ประเด็นหลกั

………………………………………………………………………..… ………………………………………………………………………...

…………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………….

……………………………………………………………….………… ………………………………………………………………………...

……………………………………………………………….………… ………………………………………………………………………….

……………………………………………………………………….… ………………………………………………………………………...

…………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………….

ขนั้ ท่ี 6 บำรงุ รักษาระบบ ขอ้ มูลที่เกยี่ วข้อง

ประเด็นหลัก

………………………………………………………………………..… ………………………………………………………………………...

…………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………….

……………………………………………………………….………… ………………………………………………………………………...

……………………………………………………………….………… ………………………………………………………………………….

……………………………………………………………………….… ………………………………………………………………………...

…………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………….

ใบงานท่ี 3.1 เฉลย
แบบบนั ทกึ ผลการศึกษากรณีศึกษา

คำชี้แจง : บนั ทกึ ผลทไ่ี ดจ้ ากการศึกษาค้นคว้าข้อมลู เกีย่ วกบั กรณีศกึ ษา โครงงานพัฒนาเวบ็ ไซต์แนะนำ

สถานทท่ี ่องเทย่ี ว

กรณีศกึ ษาที่ 1 โครงงานพฒั นาเว็บไซตแ์ นะนำสถานทที่ อ่ งเทย่ี ว

ขัน้ ท่ี 1 กำหนดปัญหา ขอ้ มลู ท่เี ก่ยี วขอ้ ง

ประเดน็ หลกั - ความสามารถของทีมงานแตล่ ะคนในทีม เพอ่ื จะ

- ประชุมทีมงานเพื่อกำหนดหน้าที่ ข้อตกลง และ ได้ระบุหน้าทไ่ี ดต้ รงตามความถนดั .

ลักษณะของการทำงาน . - แผนภมู ิแกนต์ (Gantt chart) เป็นแผนผังคุม

- กำหนดแผนการดำเนินการ โดยมกี ารกำหนดเวลาใน กำหนดงาน มกั ใช้ในดา้ นการจัดการโครงการ ผังใน

แตล่ ะขนั้ อย่างชัดเจน . ลกั ษณะน้จี ะแสดงถึงปรมิ าณงานและกำหนดเวลาที่

จะต้องใช้ เพือ่ ทำงานนนั้ ให้ลลุ ว่ ง .

ข้ันท่ี 2 วเิ คราะห์ระบบ ขอ้ มลู ทีเ่ กี่ยวข้อง

ประเดน็ หลกั - แผนภาพบริบท (context diagram) เป็น

- สอบถามผู้ใช้งาน โดยใช้คำถามที่ร่วมกันกำหนดเพ่ือ แผนภาพกระแสข้อมูลระดับบนสุดที่แสดงภาพรวม

ไปเกบ็ ขอ้ มูล . การทำงานของระบบที่มีความสัมพันธ์กับ

- นำข้อมูลที่ได้จากการสอบถามมาวิเคราะห์ความ สภาพแวดล้อมภายนอกระบบ

เกี่ยวข้องเพื่อนำมาระบุเป็นความต้องการของ - แผนภาพกระแสข้อมลู (dataflow diagram) เป็น

ผเู้ กีย่ วข้อง .- -- แผนภาพการไหลของข้อมูลซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้

กำหนดขอบเขตของระบบ โดยแสดงออกมาเป็นแผน แสดงการไหลของข้อมูลและการประมวลผลต่างๆ

ภา พ . ในระบบ ท่สี ัมพนั ธก์ ับแหล่งเกบ็ ข้อมูลที่ใช้

ขนั้ ที่ 3 ออกแบบระบบ ข้อมลู ท่เี กีย่ วขอ้ ง

ประเดน็ หลกั

- กำหนดขั้นตอนการทำงานของระบบโดยใช้แผนภาพ - แผนภาพแสดงลำดับขั้นตอนการทำงาน

แสดงลำดับขั้นตอนการทำงาน แผนภาพแสดง (flowchart) เป็นแผนภาพที่แสดงขั้นตอนการ

ความสัมพนั ธ์ของข้อมูล และพจนานกุ รมข้อมูล . กำหนดวิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ จากขั้นตอนการ

- ออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (user interface) ซึ่ง วเิ คราะหร์ ะบบ .

หมายถงึ การออกแบบหนา้ เวบ็ ไซต์ .

ใบงานท่ี 3.1
แบบบนั ทึกผลการศกึ ษากรณศี ึกษา

ขนั้ ท่ี 4 พฒั นาระบบและทดสอบระบบ ข้อมูลทเี่ กย่ี วข้อง

ประเด็นหลัก

- ดำเนินการพัฒนาระบบตามการออกแบบจาก -ภาพกราฟฟกิ ที่ใช้

ขั้นตอนการออกแบบระบบ . - เครอื่ งมอื ท่ีใช้ในการพฒั นาเวบ็ ไซต์ เชน่ Wix

- มีการทดสอบระบบการทำงานของเว็บไซต์ เพ่ือ

ยนื ยนั ความถูกต้องในการทำงาน .

…………………………………………………………………………..

…………………………………………………………………………..

ขัน้ ที่ 5 ติดตัง้ ระบบและเผยแพร่ ข้อมลู ทีเ่ ก่ียวข้อง

ประเด็นหลกั

- ติดตั้งระบบหลังจากหลักจากทดสอบระบบเรียบร้อย - เว็บwix คือ พื้นทีก่ ารใชง้ านอนิ เตอร์เนต็

แล้ว โดยเวบ็ ไซตจ์ ะตดิ ตั้งท่ีเวบ็ Wix จรงิ . - ข้อเหน็ ของผใู้ ชง้ านระบบ

- ทีมพัฒนาทำการแก้ไข ปรับปรุง และเพิ่ม

ประสทิ ธิภาพของเวบ็ ไซต์ ตามข้อคดิ เหน็ ของผู้ใช้งาน

…………………………………………………………………………..

(พิจารณาตามความเหมาะสมของข้อมูล โดยให้อยใู่ นดลุ ยพนิ ิจของครผู ้สู อน)

แบบสังเกตพฤตกิ รรม การทำงานรายบุคคล

คำชแี้ จง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี / ลงในชอ่ ง

ทตี่ รงกบั ระดับคะแนน

ลำดบั ช่อื -สกุล ความมี ความมี การรับ การ การตรง รวม
ที่ ของผ้รู ับการประเมิน วนิ ัย นำ้ ใจ ฟงั ความ แสดง ต่อเวลา
เอ้ือเฟอ้ื คดิ เหน็ ความ 15
เสยี สละ คะแนน
คดิ เหน็

321321321321321

ลงชื่อ .................................................... ผูป้ ระเมิน
................ /................ /................

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ

12 - 15 ดี

18 - 11 พอใช้

ต่ำกวา่ 8 ปรบั ปรงุ

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน

ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยครัง้ ให้ 2 คะแนน

ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน

แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลมุ่

ชือ่
กลุม่ ชน้ั

คำชีแ้ จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ü ลงในช่อง

ทีต่ รงกบั ระดับคะแนน

ลำดับท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน

321

1 การแบง่ หน้าทีก่ ันอย่างเหมาะสม

2 ความรว่ มมือกันทำงาน

3 การแสดงความคิดเห็น

4 การรบั ฟังความคิดเห็น

5 ความมีน้ำใจช่วยเหลอื กนั

รวม

ลงชื่อ .................................................... ผ้ปู ระเมิน
................ /................ /................

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ

12 - 15 ดี

18 - 11 พอใช้

ต่ำกวา่ 8 ปรบั ปรงุ

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน

ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยครัง้ ให้ 2 คะแนน

ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ü ลงในช่อง ท่ี
ตรงกับระดบั คะแนน

คณุ ลักษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
321
อนั พงึ ประสงคด์ ้าน

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติ และบอกความหมายของเพลง
กษตั รยิ ์ ชาตไิ ด้

1.2 ปฏิบตั ิตนตามสทิ ธหิ นา้ ที่

1.3 เข้าร่วมกิจกรรมที่เปน็ ประโยชน์ต่อโรงเรียน และปฏิบัตติ น
เพื่อสร้างความสามัคคี ปรองดองในหมเู่ พ่ือน

1.4 เข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทีต่ นนับถือตามหลักของศาสนา

1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมที่เกีย่ วกบั สถาบันพระมหากษัตริยต์ ามที่
โรงเรียน และชมุ ชนจัดขึ้น

2. ซือ่ สัตย์ สุจริต 2.1 ใหข้ ้อมลู ที่ถกู ต้อง และเปน็ จรงิ

2.2 ปฏิบตั ิในสิง่ ท่ีถกู ตอ้ ง ทำตามสัญญาท่ตี นใหไ้ ว้กับพอ่ แม่ หรอื
ผูป้ กครอง

2.3 ปฏิบตั ติ ่อผอู้ นื่ ดว้ ยความซ่อื ตรง

3. มีวินัย 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของ
รับผดิ ชอบ
ครอบครวั และโรงเรยี น มีความตรงตอ่ เวลาในการ

ปฏิบัติกจิ กรรมต่างๆ

ในชีวิตประจำวัน

4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รจู้ ักใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบตั ิได้

4.2 รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม

4.3 เชอ่ื ฟงั คำสั่งสอนของบิดา มารดา โดยไม่โต้แย้ง

4.4 ตั้งใจเรยี น

4.5 ปรบั ปรงุ ตนเองในข้อผิดพลาด

5. อยอู่ ยา่ ง 5.1 ใช้ทรพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรียนอยา่ งประหยดั
พอเพียง 5.2 ใช้อปุ กรณก์ ารเรียนอยา่ งประหยดั และรู้คุณคา่

5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงนิ

6. มุ่งมั่นในการ 6.1 มคี วามต้งั ใจและพยายามในการทำงานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย
ทำงาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ท้อแท้ตอ่ อปุ สรรคเพอื่ ให้งานสำเรจ็

7.1 มีจติ สำนกึ ในการอนรุ ักษว์ ัฒนธรรมและภมู ิปัญญาไทย
7. รกั ความเป็นไทย

7.2 เห็นคุณคา่ และปฏบิ ตั ิตนตามวัฒนธรรมไทย

8.1 รจู้ กั ชว่ ยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงาน

8. มจี ิตสาธารณะ 8.2 อาสาทำงานให้ผ้อู นื่

8.3 รู้จักการดูแลรักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของ
หอ้ งเรยี น โรงเรยี น เขา้ รว่ มกจิ กรรมของโรงเรยี น

ลงชอ่ื .................................................... ผูป้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ

55 - 72 ดี

36 - 54 พอใช้

ต่ำกว่า 36 ปรับปรุง

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน

ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน

ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 1 คะแนน

แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน

Ÿ ด้านความรู้

Ÿ ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น

Ÿ ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

Ÿ ดา้ นอืน่ ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤตกิ รรมทม่ี ปี ญั หาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้าม)ี )

Ÿ ปญั หา/อปุ สรรค
Ÿ แนวทางการแก้ไข

ความเห็นของผู้บรหิ ารสถานศึกษาหรือผทู้ ี่ไดร้ บั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ

ลงช่อื )
(

ตำแหน่ง


Click to View FlipBook Version