The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

1. ครูอรอนงค์ สระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป ป2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

1. ครูอรอนงค์ สระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป ป2

1. ครูอรอนงค์ สระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป ป2

การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียน ค าที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป กลุ่มสาระการเรียนรภู้าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ ส ำนักงำนเขตพ ื้นท ี่กำรศ ึ กษำประถมศ ึ กษำชัยภูมิเขต 2 ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน นำงอรอนงค์ พลดงนอก ต ำแหน่ง ครูช ำนำญกำรพเิศษ ว ิ จ ั ยในชน ั ้ เร ี ยน ปีการศึกษา 2565


ผู้วิจัย นางอรอนงค์ พลดงนอก ตำแหน่ง ครูชำนาญการพิเศษ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ วิจัยในชั้นเรียน การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียน คำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1


คำนำ รายงานวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกทักษพัฒนาการ อ่าน การเขียน คำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 2/1 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ เล่มนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อได้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการฝึกทักษะ พัฒนาการอ่าน การเขียน คำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป ซึ่งเป็นวิธีการใช้สื่อการเรียนรู้ประเภท หนึ่งที่จะทำให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การใช้ภาษาอย่างถูกต้องแม่นยำ สามารถเขียนคำได้ ถูกต้อง คล่องแคล่ว เพื่อนำไปสู่การพัฒนาทักษะด้านอื่นต่อไปและยังทำให้ผู้เรียนมีความสุขสนุกสนาน เพลิดเพลินในการฝึกทักษะ ตลอดจนมีความชำนาญในการเรียนและผู้เรียนเกิดความภูมิใจในผลงานของตนเอง และเกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาไทย โดยให้นักเรียนทดสอบก่อนเรียน และเรียนซ่อมเสริมจากนั้นทำแบบ ฝึกที่ครูสร้างขึ้น จากนั้นทำการทดสอบหลังเรียน และวิเคราะห์ผลคะแนนโดยใช้วิธีการหาค่าเฉลี่ยและค่าร้อย ละผลการศึกษาปรากฏว่า การใช้กิจกรรมต่าง ๆ และการใช้แบบฝึกทำให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และ สามารถทำแบบทดสอบหลังเรียนได้คะแนนเพิ่มข้นจากเดิม ดังจะเห็นได้จากการเปรียบเทียบผลการทดสอบ ก่อนและหลังเรียนและผู้วิจัยได้แสวงหาข้อมูลและวิธีการที่คาดว่าจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นชั้นเรียน อีกทั้งสามารถ ช่วยพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพได้และยังช่วยพัฒนาวิชาชีพครูให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น ตาม มาตรฐานด้านการจัดการศึกษา ข้อ 7.7 ของมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษาที่ว่า ครูมีการศึกษา วิจัยและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในวิชาที่ตนรับผิดชอบและใช้ผลในการปรับการสอนของครู ผู้วิจัยขอขอบพระคุณ ดร.ประภาส กองจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีแก้งคร้อ และนายจำรัส คูณ แก้ว รองผู้อำนวยการโรงเรียนศรีแก้งคร้อ ที่ส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้ครูได้จัดทำวิจัยในชั้นเรียน คณะครูประจำสายชั้น คณะครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยที่กรุณาให้ความอนุเคราะห์ให้คำแนะนำ ให้ ความรู้ ข้อคิดเห็นที่มีประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัยในครั้งนี้เป็นอย่างดีและขอขอบใจนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 2/1ของโรงเรียนศรีแก้งคร้อทุกคน ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการวิจัยและเก็บข้อมูลที่ใช้ในการศึกษา วิจัยครั้งนี้ จนกระทั่งการศึกษาวิจัยครั้งนี้เสร็จสมบูรณ์ . นางอรอนงค์ พลดงนอก ผู้วิจัย


สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข 1. ชื่อเรื่องวิจัย 1 2. ชื่อผู้วิจัย 1 3. ปีที่คำการวิจัย 1 4. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา 1 5. วัตถุประสงค์ของการวิจัย 7 6. ขอบเขตของการวิจัย 8 7. ตัวแปรที่ศึกษา 8 8. ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัย 8 9. สมมติฐานของการวิจัย 8 10. ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย 9 11. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 9 12. วิธีดำเนินการวิจัย 10 13. การวิเคราะห์ข้อมูล 10 14. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 11 15. สรุปและอภิปรายผล 11 16. ข้อเสนอแนะ 12 เอกสารอ้างอิง ภาคผนวก


ชื่องานวิจัย การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียน คำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 ผูวิจัย นางอรอนงค์ พลดงนอก ปีการศึกษา 2565 บทคัดยอ รายงานการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง คำที่ประสมด้วยสระ ลดรูปและสระเปลี่ยนรูป โดยใช้แบบฝึกพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน เพื่อแก้ปัญหาการอ่าน การเขียนคำที่ ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง คำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูปดี มีคุณภาพและ ประสิทธิภาพอย่างดียิ่งขึ้น ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ 1. แบบฝึกทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียนคี่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 เป็นสื่อที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพตามผลของการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว 2. แบบฝึกทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียนคี่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 ชุดนี้สร้างขึ้นอย่างถูกวิธี ได้ผ่านขั้นตอนการสร้างและพัฒนาอย่างเป็น ระบบ เริ่มตั้งแต่เอกสารหลักสูตรและเอกสารที่เกี่ยวข้องในการใช้หลักสูตร และยังได้รับการแนะนำ ข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านเนื้อหาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ความเหมาะสมของ เนื้อหา 3. การสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะพัฒนาการเขียนคำควบกล้ำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2/1 นักเรียนเกิดความสนุกสนานในการเรียนรู้ 4. การจัดการเรียนรู้เรื่องคำควบกล้ำ โดยใช้แบบฝึกทักษะพัฒนาการเขียนคำควบกล้ำ สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 ได้เรียงลำดับความยากง่ายสอดคล้องตามธรรมชาติของการเรียนรู้ ทำให้ เรียนรู้สึกว่าตนเองประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ จึงสรุปได้ว่าแบบฝึกทักษะพัฒนาการเขียนคำควบกล้ำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง สามารถนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ ส่งผลให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น


ประกาศคุณูปการ งานวิจัยฉบับนี้ สำเร็จสมบูรณ์ได้ด้วยความกรุณาจาก นางรังษิยา ทองงาม ที่ปรึกษางานวิจัย ที่ให้ ความอนุเคราะห์ให้ข้อเสนอแนะตลอดจนตรวจแก้ไขข้อบกพร่องด้วยความเอาใจใส่ จนเป็นงานวิจัยที่เสร็จ สมบูรณ์ ซึ่งผู้วิจัยรู้สึกซาบซึ้งมาก และขอกราบขอบพระคุณอย่างยิ่ง ขอขอบพระคุณ นายประภาส กองจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีแก้งคร้อ ผู้เชี่ยวชาญที่ให้ความ กรุณาตรวจแก้ไข และให้ข้อเสนอแนะ อันเป็นประโยชน์ในการจัดทำงานวิจัยฉบับนี้ ขอขอบพระคุณคณะครูโรงเรียนศรีแก้งคร้อ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้นำชุมชน ผู้ปกครองและปราชญ์ชาวบ้านที่เป็นผู้ร่วมวิจัย ที่ให้คำแนะนำช่วยเหลือ และอำนวย ความสะดวกต่าง ๆ จน ทำให้งานวิจัยสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ขอขอบพระคุณพ่อ แม่ ผู้ที่คอยให้กำลังใจและช่วยเหลือสนับสนุนตลอดระยะเวลาที่ทำงานวิจัย คุณประโยชน์และคุณค่าที่พึงมีจากงานวิจัยฉบับนี้ ขอมอบเป็นเครื่องบูชาพระคุณบิดา มารดา บูรพาคณาจารย์ ตลอดจนผู้มีพระคุณทุกท่าน ด้วยความเคารพอย่างสูง อรอนงค์ พลดงนอก


รายงานวิจัยในชั้นเรียน ชื่อเรื่องวิจัย การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียนคำ ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 ชื่อผู้วิจัย นางอรอนงค์ พลดงนอก ปีที่ทำการวิจัย ปี 2565 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาในทุก ๆ ด้าน การพัฒนาประเทศจะประสบ ผลสำเร็จขึ้นอยู่กับคุณภาพของประชากร ภาษาเป็นเครื่องมือที่จะทำให้ประชากรมีคุณภาพ เพราะภาษาเป็น เครื่องมือในการติดต่อสื่อสารกันในชีวิตประจำวัน ซึ่งการติดต่อสื่อสารนับว่ามีความสำคัญมากที่สุด เนื่องจาก การติดต่อสื่อสารช่วยให้มีความเข้าใจในความต้องการซึ่งกันและกัน ช่วยลดความขัดแย้ง และอยู่ร่วมกันใน สังคมอย่างมีความสุข ภาษาเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เป็นชีวิต เป็นสมบัติวัฒนธรรมสืบต่อทอด เป็นสมบัติของ มนุษยชาติ บอกให้รู้ถึงความเป็นชาติ ทั้งยังเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิด ความเป็นเอกภาพ และเสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือที่ใช้ติดต่อสื่อสาร เพื่อสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันทำให้สามารถประกอบกิจธุระ การงานและดำรงชีวิตร่วมกัน ในสังคมประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูล สารสนเทศต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความรู้กระบวนการคิดวิเคราะห์วิจารณ์และสร้างสรรค์ให้ทันต่อการ เปลี่ยนแปลงทางสังคมและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีตลอดจนนำไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้ มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเป็นสื่อแสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษด้านวัฒนธรรมประเพณี สุนทรียภาพ เป็นสมบัติล้ำค่าควรแก่การเรียนรู้อนุรักษ์และสืบสานให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป (สำนักวิชาการ และมาตรฐานการศึกษา. 2551 : 1) หลักสูตรแกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย มุ่งพัฒนานักเรียนให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้าน ร่างกาย ความรู้คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลกยึดมั่นในการปกครองตามระบอบ ประชาธิปไตย มีความรู้มีทักษะพื้นฐานและมีเจตคติที่ดีต่อการศึกษา มีเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนา คุณภาพผู้เรียนให้เป็นคนดีมีปัญญามีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีระดับโลก เน้น ผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อที่ว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ศักยภาพ เน้นความเป็น เอกภาพของชาติมุ่งพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นผู้มีความรู้ทักษะ เจตคติและคุณธรรมบนพื้นฐานของความ เป็นไทยควบคู่กับความเป็นสากล มีคุณภาพในการใช้ภาษาไทย มีโครงสร้างยืดหยุ่นทั้งด้านสาระการเรียนรู้เวลา และการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับผู้เรียน ส่งเสริมทักษะการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์การคิดเชิง สร้างสรรค์เน้นการมีส่วนร่วมของสังคมในการจัดการศึกษาเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน ท้องถิ่นและชุมชนสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน เรียนรู้อย่างมีความสุข มีศักยภาพในการศึกษา ต่อและการประกอบอาชีพ มีความสามารถในการสื่อสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา ถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจและทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์มีวิจารณญาณและการคิดอย่าง


เป็นระบบ สามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม บนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และข้อมูลสารสนเทศสามารถเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆ มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนา ตนเองและสังคมแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ถูกต้องเหมาะสม และมีคุณธรรม (กระทรวงศึกษาธิการ. 2551 : 3 – 4) การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เป็นกระบวนการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมี ส่วนร่วมในชั้นเรียน สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูผู้สอนกับผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ โดยมีครูเป็นผู้ อำนวยความสะดวก สร้างแรงบันดาลใจ ให้คำปรึกษา ดูแล แนะนำ จัดวิธีการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ที่ หลากหลาย ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความหมาย สร้างองค์ความรู้ได้ มีความเข้าใจในตนเอง ใช้สติปัญญา คิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์ผลงาน มีสมรรถนะสำคัญ มีทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต บรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ ตามระดับช่วงวัย (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2562 : 4) ลักษณะของการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning มีดังนี้ 1. เป็นการพัฒนาศักยภาพการคิด การแก้ปัญหา และการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ 2. ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการจัดระบบการเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้โดยมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันใน รูปแบบของความร่วมมือ 3. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้สูงสุด 4. เป็นกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนบูรณาการข้อมูล ข่าวสาร สารสนเทศ สู่ทักษะการคิดวิเคราะห์ 5. ผู้เรียนได้เรียนรู้ความมีวินัยในการทำงานร่วมกับผู้อื่น 6. ความรู้เกิดจากประสบการณ์ และการสรุปของผู้เรียน 7. ผู้สอนเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนเป็นผู้ปฏิบัติด้วยตนเอง (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2562 : 5) ตัวอย่างเทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning สามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน รวมทั้งสามารถใช้ได้กับนักเรียนทุกระดับ ทั้งการเรียนรู้เป็นรายบุคคล การเรียนรู้แบบกลุ่มเล็ก และการเรียนรู้ แบบกลุ่มใหญ่ ตัวอย่างรูปแบบหรือเทคนิค การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ แบบ Active Learning ได้ดี ได้แก่ 1. การเรียนรู้แบบแลกเปลี่ยนความคิด (Think-Pair-Share) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้ ผู้เรียนคิดเกี่ยวกับประเด็นที่กำหนดแต่ละคน ประมาณ 2-3 นาที (Think) จากนั้นให้แลกเปลี่ยนความคิดกับ เพื่อนอีกคน 3-5 นาที (Pair) และนำเสนอความคิดเห็นต่อผู้เรียนทั้งหมด (Share) 2. การเรียนรู้แบบร่วมมือ (Collaborative learning group) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ ให้ผู้เรียนได้ทำงานร่วมกับผู้อื่น โดยจัดเป็นกลุ่มๆ ละ 3-6 คน 3. การเรียนรู้แบบทบทวนโดยผู้เรียน (Student-led review sessions) คือการจัดกิจกรรม


การเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทบทวนความรู้และพิจารณาข้อสงสัยต่าง ๆ ในการปฏิบัติกิจกรรมการ เรียนรู้ โดยครูจะคอยช่วยเหลือกรณีที่มีปัญหา 4. การเรียนรู้แบบใช้เกม (Games) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้สอนนำเกมเข้าบูรณการ ในการเรียนการสอน ซึ่งใช้ได้ทั้งในขั้นการนำเข้าสู่บทเรียน การสอน การมอบหมายงาน และหรือขั้นการ ประเมินผล 5. การเรียนรู้แบบวิเคราะห์วีดีโอ (Analysis or reactions to videos) คือการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนได้ดูวีดีโอ 5-20 นาที แล้วให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็น หรือสะท้อนความคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ ได้ดู อาจโดยวิธีการพูดโต้ตอบกัน การเขียน หรือ การร่วมกันสรุปเป็นรายกลุ่ม 6. การเรียนรู้แบบโต้วาที (Student debates) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่จัดให้ผู้เรียนได้ นำเสนอข้อมูลที่ได้จากประสบการณ์และการเรียนรู้ เพื่อยืนยันแนวคิดของตนเองหรือกลุ่ม 7. การเรียนรู้แบบผู้เรียนสร้างแบบทดสอบ (Student generated exam questions) คือ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนสร้างแบบทดสอบจากสิ่งที่ได้เรียนรู้มาแล้ว 8. การเรียนรู้แบบกระบวนการวิจัย (Mini-research proposals or project) คือการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ที่อิงกระบวนการวิจัย โดยให้ผู้เรียนกำหนดหัวข้อที่ต้องการเรียนรู้ วางแผนการเรียน เรียนรู้ ตามแผน สรุปความรู้หรือสร้างผลงาน และสะท้อนความคิดในสิ่งที่ได้เรียนรู้ หรืออาจเรียกว่าการสอนแบบ โครงงาน(project-based learning) หรือ การสอนแบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (problem-based learning) 9. การเรียนรู้แบบกรณีศึกษา (Analyze case studies) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้ ผู้เรียนได้อ่านกรณีตัวอย่างที่ต้องการศึกษา จากนั้นให้ผู้เรียนวิเคราะห์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือ แนวทางแก้ปัญหาภายในกลุ่ม แล้วนำเสนอความคิดเห็นต่อผู้เรียนทั้งหมด 10. การเรียนรู้แบบการเขียนบันทึก (Keeping journals or logs) คือการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ที่ผู้เรียนจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ ที่ได้พบเห็น หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน รวมทั้งเสนอ ความคิดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบันทึกที่เขียน 11. การเรียนรู้แบบการเขียนจดหมายข่าว (Write and produce a newsletter) คือการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนร่วมกันผลิตจดหมายข่าว อันประกอบด้วย บทความ ข้อมูลสารสนเทศ ข่าวสาร และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วแจกจ่ายไปยังบุคคลอื่นๆ 12. การเรียนรู้แบบแผนผังความคิด (Concept mapping) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้ ผู้เรียนออกแบบแผนผังความคิด เพื่อนำเสนอความคิดรวบยอด และความเชื่อมโยงกันของกรอบความคิด โดย การใช้เส้นเป็นตัวเชื่อมโยง อาจจัดทำเป็นรายบุคคลหรืองานกลุ่ม แล้วนำเสนอผลงานต่อผู้เรียนอื่นๆ จากนั้น เปิดโอกาสให้ผู้เรียนคนอื่นได้ซักถามและแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม (สถาพร พฤฑฒิกุล, 2558)


บทบาทของครูในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางของ Active Learning ดังนี้ 1. จัดให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนการสอน นำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริงของผู้เรียน 2. สร้างบรรยากาศของการมีส่วนร่วม และการเจรจาโต้ตอบที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ที่ดี กับผู้สอนและเพื่อนในชั้นเรียน 3. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในทุกกิจกรรม รวมทั้งกระตุ้นให้ ผู้เรียนความสำเร็จในการเรียนรู้ 4. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบร่วมมือ ส่งเสริมให้เกิดการร่วมมือในกลุ่มผู้เรียน 5. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ท้าทาย และให้โอกาสผู้เรียนได้รับวิธีการสอนที่หลากหลาย 6. วางแผนเกี่ยวกับเวลาในการจัดการเรียนการสอนอย่างชัดเจน ทั้งในส่วนของเนื้อหาและ กิจกรรม 7. ครูผู้สอนต้องใจกว้าง ยอมรับความสามารถในการแสดงออก และความคิดของผู้เรียน (ณัชนัน แก้วชัยเจริญกิจ, 2550) การเรียนการสอนภาษาไทยจึงมีความสำคัญมาก เพราะเป็นการเรียนการสอนภาษาของชาติการที่จะ สอนภาษาไทยให้บรรลุตามวัตถุประสงค์และมีประสิทธิภาพนั้น ผู้เรียนจำเป็นต้องฝึกฝนทักษะต่าง ๆให้ สัมพันธ์กันทั้งทักษะการรับเข้ามา คือการอ่านและฟัง กับทักษะการถ่ายทอดคือการพูดและการเขียนซึ่งเป็นทักษะ ของการแสดงออกด้วยการแสดงความคิดเห็น ประสบการณ์และความรู้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงชั้นที่ 1 ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 - 3 เป็นช่วงชั้นแรกของการศึกษาขั้นพื้นฐานเด็กจะต้องพัฒนาทักษะพื้นฐานที่จำเป็น ได้แก่ ทักษะด้านการอ่าน การเขียน เพื่อช่วยให้สามารถเรียนรู้ในกลุ่มอื่น ๆ ได้กล่าวได้ว่าการอ่านเป็นทักษะทาง ภาษาที่สำคัญและจำเป็นมากในการดำเนินชีวิตของคนในยุคปัจจุบัน รวมทั้งข้อมูลต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน จะต้องอาศัยการอ่านจึงจะสามารถเข้าใจและสื่อความหมายกันได้ถูกต้อง ฉะนั้นคนเราจำเป็นต้องมีทักษะในการ อ่าน กล่าวคือต้องอ่านได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ผู้มีประสิทธิภาพในการอ่านสูงจึงได้รับทั้งความรู้ ประสบการณ์และความบันเทิงเพื่อนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในชีวิต การอ่านเป็นทักษะทางภาษาที่สำคัญและ จำเป็นมากในการดำรงชีวิตของมนุษย์ในชีวิตประจำวันต้องอาศัยการอ่านจึงจะสามารถเข้าใจและสื่อความหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพการอ่าน หมายถึง การเข้าใจความหมายของคำ ประโยคข้อความ และเรื่องที่อ่าน และเรื่องที่ อ่านมีความสำคัญต่อประเทศชาติและต่อตนเอง เพราะความรู้ที่ได้จากการอ่านจะสามารถนำมาใช้ในการพัฒนา ชาติและพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้า ผู้ที่อ่านมาก นอกจากจะได้รับความรู้อย่างกว้างขวางแล้วยังทำให้ผ่อนคลาย ความเครียดซึ่งเป็นประโยชน์ที่ได้รับจากการอ่านนั่นเอง (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2550 : 2 – 12) ส่วนการเขียนเป็นเครื่องมือถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ การเขียนเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ ช่วยให้โลกเจริญก้าวหน้านอกจากนี้การเขียนยังมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับทักษะการฟัง การพูดและการอ่าน คนที่ฟังมากอ่านมาก และพูดดีย่อมเขียนได้ดีจึงควรมีการส่งเสริมทักษะการเขียนเพื่อประโยชน์ในการพัฒนา ทักษะทางภาษาและเพื่อรักษามรดกทางวัฒนธรรมสืบไป การเขียนก็จำเป็นต้องสอนควบคู่ไปกับการอ่าน เพราะถ้าผู้เรียนอ่านได้ถูกต้องคล่องแคล่วก็จะช่วยให้ผู้เรียนเขียนได้ถูกต้องคล่องแคล่วตามไปด้วยเช่นกัน ดังนั้น


การอ่านและ การเขียนจึงเป็นทักษะพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ภาษาทุกภาษา ทั้งในการเรียนระดับพื้นฐานและ ในระดับสูง การเรียนในระดับพื้นฐานจะเน้นในด้านการอ่าน การเขียนได้ถูกต้อง มีความแม่นยำในหลักเกณฑ์ทาง ภาษา ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นต่อนักเรียน (กรมวิชาการ. 2551 : 6 - 12) ดังนั้นการสอนอ่านและการ สอนเขียนจึงมีความสำคัญมากในการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยในระดับประถมศึกษา ครูผู้สอนจะต้อง จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านการเขียนอย่างหลากหลาย ความสำเร็จของการสอนอ่านสอนเขียนมิใช่เพียงทำให้ นักเรียนสนใจการอ่านการเขียนเพียงชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น แต่อยู่ที่การช่วยทำให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาทักษะ การอ่านการเขียนให้เกิดความคงทนในการเรียนรู้ซึ่งผู้เรียนจะต้องนำความรู้เหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ได้ตลอด ชีวิต การจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เป็นการให้ ความสำคัญกับการเรียนภาษาไทยและสอดคล้องกับความรู้ความสามารถที่กล่าวกันว่าความสามารถที่สำคัญใน การเริ่มเรียนคือการเรียนรู้เรื่องคำและทักษะการอ่านการเขียน แต่จากผลการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระ การเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 จากการรายงานผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ในปี การศึกษา 2562 และ ปีการศึกษา 2563 ดังนี้ ตาราง แสดงผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ ปีการศึกษา คะแนนเฉลี่ย เกณฑ์ที่ สถานศึกษากำหนดไว้ สรุปผล 2563 75.83 80 ต่ำกว่าเกณฑ์ 2564 77.42 80 ต่ำกว่าเกณฑ์ ที่มา : โรงเรียนศรีแก้งคร้อ จากตาราง แสดงผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ พบว่า มีค่าเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 75.83และ 77.42 ตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ทางโรงเรียนกำหนดไว้ร้อยละ 80 สาเหตุสำคัญที่ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยต่ำกว่าเกณฑ์ เนื่องมาจากนักเรียนบางคนไม่สามารถอ่านและเขียนได้อย่าง คล่องแคล่ว ประสบการณ์ของนักเรียนมีเพียงฝึกความพร้อมทางด้านการดู การฟัง การพูด ขาดทักษะ ทางด้านการอ่าน การเขียน ทำให้เกิดปัญหาอ่านหนังสือไม่คล่อง เขียนไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะมีปัญหาด้านการอ่าน และการเขียนสะกดคำของนักเรียน เมื่อสอนในเรื่องการประสมคำที่มีตัวสะกดซึ่งมีสาเหตุมาจากนักเรียนส่วน


ใหญ่ขาดหลักเกณฑ์การประสมคำ ซึ่งหลักการในภาษาไทยคำที่ประสมด้วยสระมีตัวสะกดนั้นค่อนข้าง ซับซ้อนทำให้นักเรียนอ่านเขียนไม่ถูกต้อง ซึ่งการเรียนรู้เรื่อง คำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูปใน ภาษาไทยนั้น นับเป็นหลักภาษาอีกเรื่องหนึ่งที่จะนำไปสู่การใช้ภาษา ซึ่งครูผู้สอนต้องจัดการเรียนการสอนให้กับ ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและมีประสิทธิภาพสูงสุดเนื่องจากการเรียนรู้เรื่อง คำที่ประสมด้วยสระ ลดรูปและสระเปลี่ยนรูป จะเป็นพื้นฐานต่อการอ่านและการเขียนภาษาไทยต่อไป บทบาทของครูต่อการพัฒนาการอ่านและการเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูปของ นักเรียน คือ เป็นผู้สนับสนุนการเรียนรู้ เสริมประสบการณ์การเรียนรู้แก่ผู้เรียน โดยเลือกกิจกรรมการเรียนรู้ที่ หลากหลายและเหมาะสมกับผู้เรียน คิดค้นเทคนิคกลวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ คิดค้นรูปแบบการจัดกิจกรรม การเรียนรู้และนำมาใช้ให้เหมาะสมกับความรู้ความสามารถด้านเนื้อหาความสนใจและวัยของผู้เรียนความ สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ เวลา สถานที่ วัสดุอุปกรณ์และสภาพแวดล้อมของโรงเรียนและชุมชน โดย คำนึงถึงสภาพและลักษณะของผู้เรียนเน้นให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติตามการเรียนรู้อย่างมีความสุขนวัตกรรมการศึกษาอย่าง หนึ่งที่จะช่วยให้ครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้บรรลุวัตถุประสงค์คือการจัดการเรียนรู้โดยการใช้แบบฝึก ทักษะเป็นสื่อในการแก้ปัญหา และเป็นแนวทางในการปรับปรุงการสอนอ่านและเขียนเพราะแบบฝึกทักษะเป็น เครื่องมือสำคัญในการสอนภาษา การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอ่านและเขียน ครูควรจัดกิจกรรมให้นักเรียนสนใจ และเรียนรู้อย่างสนุกสนานและได้ฝึกบ่อย ๆ เพื่อเกิดความแม่นยำและเทคนิคการสอนที่นำมาใช้ในการ แก้ปัญหา การฝึกทักษะภาษาไทยต้องอาศัยองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง เช่น การฝึกย้ำซ้ำ ทวน ฝึกบ่อย ๆ จึงจะ ทำให้ผู้เรียนจำได้ฟังเข้าใจ พูด อ่านและเขียนได้ถูกต้อง วิธีที่จะฝึกทักษะทางภาษาให้ได้ผลดีอีกวิธีหนึ่งคือได้ ลงมือปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจและทักษะเพิ่มขึ้นการสอนภาษาไทยที่ครูใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นการ สอนแบบบรรยายนักเรียนอ่านตามครูเขียนตามครูยึดเนื้อหาในหนังสือเรียนเป็นหลัก ไม่มีสิ่งเร้าใจ ใช้เทคนิคเดิม ๆผู้เรียนเบื่อหน่ายไม่สนใจการเรียนดังนั้น การหาวิธีการเพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ จึงเกิดขึ้น อย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นการใช้กระบวนการใหม่ ๆ เข้ามาช่วยในการสอน การใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ แต่ก็ดู เหมือนว่าจะยังแก้ไขปัญหาได้ไม่เท่าที่ควร วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยแบบฝึกทักษะเป็นวิธีการ หนึ่งที่จะพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย เพราะแบบฝึกทักษะเป็นสื่ออีกประเภทหนึ่ง ที่เป็นส่วน เพิ่มเติมหรือเสริมให้นักเรียนฝึกปฏิบัติเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจเพิ่มขึ้น การใช้แบบฝึกทักษะประกอบการ เรียนรู้ช่วยเสริมสร้างให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนเรียนรู้จนเกิดความรู้ความเข้าใจและความชำนาญในเรื่องนั้นได้เร็วขึ้น ทำ ให้การเรียนประสบผลสำเร็จ จากหลักการและเหตุผลดังกล่าว ผู้ศึกษาจึงได้ดำเนินการพัฒนาโดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป กลุ่ม สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนเกิดการพัฒนาทางด้านการอ่านและการ เขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป อย่างมีประสิทธิภาพส่งเสริมให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน รัก การเขียน มีการพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานของหลักสูตรและเป็นพื้นฐาน สำคัญในการเรียนรู้ในระดับสูงขึ้นต่อไป


วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 2/1 2. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง คำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป ก่อนและหลัง เรียน โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำที่ ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 ความสำคัญของการศึกษา ผลของการศึกษาครั้งนี้ทำให้ได้วิธีการสอนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป โดยจัดกิจกรรม การเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระ เปลี่ยนรูป สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 อันจะเป็นแนวทางสำหรับครูผู้สอนได้นำไปใช้พัฒนา กระบวนการเรียนการสอนภาษาไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขอบเขตของการศึกษา ขอบเขตด้านประชากร ประชากร ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 จำนวนทั้งสิ้น 30 คน ขอบเขตด้านเนื้อหา เนื้อหาที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ เนื้อหาวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 ปีการศึกษา 2565 ตามหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนศรีแก้งคร้อ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิเขต 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ซึ่งเป็นไปตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ของ กระทรวงศึกษาธิการสาระที่ 1 การอ่าน มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้ และความคิด เพื่อนำไปใช้ ตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน สาระที่ 2 การเขียน มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการ เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวใน รูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ สาระที่4 หลักการใช้ภาษาไทยเพื่อให้เข้าใจธรรมชาติของ ภาษาและหลักภาษาไทยการเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไว้เป็น สมบัติของชาติ โดยมีเนื้อหารายละเอียดเกี่ยวกับแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูป และสระเปลี่ยนรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ประกอบการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 ประกอบด้วย 8เล่ม ดังต่อไปนี้


เล่มที่ 1 สระอะเปลี่ยนรูป เล่มที่ 2 สระอัวลดรูป เล่มที่ 3 สระอือลดรูป เล่มที่ 4 สระเอะเปลี่ยนรูป เล่มที่ 5 สระเออลดรูป เล่มที่ 6 สระเออเปลี่ยนรูป เล่มที่ 7 สระโอะลดรูป เล่มที่ 8 สระแอะและสระเอาะเปลี่ยนรูป ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษา ดำเนินการในภาคเรียนที่ 2/1 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 18 ชั่วโมง ตัวแปรที่ศึกษา ตัวแปรอิสระ ได้แก่ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกทักษะการอ่าน และการเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 ตัวแปรตาม ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในการอ่านและการเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระ เปลี่ยนรูป หลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำ ที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 สมมติฐานของการศึกษา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 ที่เรียนโดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วย แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน กรอบแนวคิดของการศึกษา ผู้ศึกษาได้วางกรอบแนวคิดในการเรียนการสอนภาษาไทย โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป กลุ่มสาระการ เรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 ประกอบการสอน ดังนี้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกทักษะการอ่าน และการเขียนคำที่ประสมด้วยสระ เปลี่ยนรูปและสระลดรูป ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง คำที่ประสมด้วยสระเปลี่ยนรูป และสระลดรูป โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียน คำที่ประสมด้วยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูป


ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. นักเรียนมีทักษะการอ่านและการเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูปได้ถูกต้อง คล่องแคล่ว 2. เป็นแนวทางสำหรับครูผู้สอนภาษาไทยในการเลือกกิจกรรมการเรียนการสอน 3. เป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอนการเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและ สระเปลี่ยนรูปในสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 นิยามศัพท์เฉพาะ 1. การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning หมายถึง กระบวนการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้ ผู้เรียนมีส่วนร่วมในชั้นเรียน สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูผู้สอนกับผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ โดยมีครู เป็นผู้อำนวยความสะดวก สร้างแรงบันดาลใจ ให้คำปรึกษา ดูแล แนะนำ จัดวิธีการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ ที่หลากหลาย ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความหมาย สร้างองค์ความรู้ได้ มีความเข้าใจในตนเอง ใช้สติปัญญา คิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์ผลงาน มีสมรรถนะสำคัญ มีทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต บรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ ตามระดับช่วงวัย 2. การสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระ เปลี่ยนรูป หมายถึงการนำแบบฝึกพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูปมา ใช้เป็นกิจกรรมประกอบการเรียนการสอนในเนื้อหาวิชาหลักภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 3. ความสามารถในการอ่านและการเขียน หมายถึง ความรู้ ความสามารถของนักเรียนที่จะแสดง พฤติกรรมตามผลการเรียนรู้ที่คาดหวังของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ภายหลังสิ้นสุดจากการ เรียนการสอนซึ่งสามารถสังเกตและวัดได้จากคะแนนของนักเรียนในการทดสอบความสามารถในการอ่านและ เขียนคำศัพท์ 4. แผนการจัดการเรียนรู้หมายถึง แผนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เรื่อง การอ่าน การเขียนคำประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป โดยการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบ ฝึกพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 2/1 ซึ่งประกอบไปด้วยจุดประสงค์การเรียนรู้สาระการเรียนรู้กระบวนการจัดการเรียนรู้สื่อและ แหล่งการเรียนรู้การวัดผลประเมินผล 5. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ความรู้ ความสามารถของนักเรียนที่แสดงพฤติกรรมตามตัวชี้วัด ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560 หลังจากสิ้นสุดการเรียน การสอนด้วยแบบฝึกพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป กลุ่มสาระการ เรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 ซึ่งสามารถวัดได้จากคะแนนของนักเรียนในการทำแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 ตอนที่ 1 แบบทดสอบวัดทักษะการอ่าน จำนวน 15 คำ ตอนที่ 2 แบบทดสอบวัดทักษะการเขียน จำนวน 15 คำ


6. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การ อ่าน การเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูปกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น แบ่งออกเป็น 2 ตอน ตอนที่1 แบบทดสอบวัดทักษะการอ่าน จำนวน 15คำตอนที่2 แบบทดสอบ วัดทักษะการเขียน จำนวน 15 คำ เพื่อใช้ทดสอบนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยโดยการจัดการเรียนรู้ แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 วิธีดำเนินการวิจัย 1. ประชากร ประชากรเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 2.1 แบบประเมินผลการเขียนก่อนเรียนและหลังเรียน 2.2 แบบฝึกทักษะพัฒนาการเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 3. ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือ 3.1 ศึกษาเอกสารหลักสูตรสถานศึกษา แนวคิดทฤษฏีการเรียนการสอน 3.2 ศึกษาปัญหาของนักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลที่พบในการจัดการเรียนการสอน 3.3 ศึกษาเทคนิคและวิธีการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning 3.3 ศึกษาเทคนิคการสร้างแบบฝึกทักษะการเขียน เพื่อให้เหมาะสมกับเนื้อหาและผู้เรียน 3.4 สร้างแบบประเมินผลการอ่านก่อนเรียน - หลังเรียน 3.5 ประเมินผลการอ่านก่อนใช้แบบฝึกทักษะพัฒนาการเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและ สระเปลี่ยนรูป สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 3.6 ดำเนินการจัดกิจกรรมประจำวัน โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำที่ประสม ด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 3.5 ประเมินผลการเขียนหลังใช้แบบฝึกทักษะพัฒนาการเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและ สระเปลี่ยนรูป สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 การเก็บรวบรวมข้อมูล ใช้การเก็บรวบรวมข้อมูลในสถานการณ์จริงในชั้นเรียน โดยใช้แบบประเมินผลการเขียนก่อน และหลังการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่ประสมด้วยสระ ลดรูปและสระเปลี่ยนรูป สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 และสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนระหว่าง จัดกิจกรรมการเรียนการสอน


การวิเคราะห์ข้อมูล ข้อมูลที่รวบรวมได้จากแบบทดสอบอ่านคำพื้นฐานก่อนเรียนและหลังเรียน นำมาวิเคราะห์ หาค่าเฉลี่ย ( ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) แล้วเปรียบเทียบคะแนนความก้าวหน้าของนักเรียน แต่ละคน ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มที่ศึกษา คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ ทั้งหมด รวม 30 คน มีการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน แล้วจึงดำเนินการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้โดย การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูป และสระเปลี่ยนรูป สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 หลังจากนั้นจึงทำการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลัง เรียน แล้วจึงนำผลมาเก็บรวบรวม ข้อมูลก่อนเรียนและหลังเรียนที่รวบรวมได้จากเครื่องมือที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมา จำแนกผลการเรียนรู้ ดังนี้ สรุปได้ว่านักเรียนทั้ง 30 คน มีความก้าวหน้าในการโดยการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 2/1 ประกอบการเรียนรู้เรื่อง คำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของนักเรียนในการใช้สื่อการสอน แบบฝึกทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 การฝึก จำนวน นักเรียน X X ร้อยละ ค่า S.D ก่อนเรียน 30 คน 14.30 429 40.86 3.06 หลังเรียน 30 คน 25.80 774 86.00 1.95 จากตารางสรุปได้ว่าโดยการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกพัฒนาการอ่าน การ เขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 ก่อนเรียนมี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 14.30 หลังเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 25.80 จะเห็นได้ว่าคะแนนของค่าเฉลี่ยหลังเรียนมีค่า มากกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของก่อนเรียนมีค่าเท่ากับ 3.06 ส่วนค่าเบี่ยงเบน มาตรฐานหลังเรียนมีค่าเท่ากับ 1.95 แสดงว่าข้อมูลมีค่าคะแนนใกล้เคียงกัน สรุปผลการวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องคำที่ประสมด้วยสระเปลี่ยนรูปและ สระลดรูป โดยใช้แบบฝึกทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 เพื่อแก้ปัญหาการเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป สำหรับ


นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องคำที่ ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูปดีขึ้น อภิปรายผล ผลการศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ปรากฏว่า ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของนักเรียนหลังการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 มีคุณภาพและประสิทธิภาพอย่างดียิ่ง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ 4. แบบฝึกทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 เป็นสื่อที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพตามผลของการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว 5. แบบฝึกทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 ชุดนี้สร้างขึ้นอย่างถูกวิธี ได้ผ่านขั้นตอนการสร้างและพัฒนาอย่างเป็น ระบบ เริ่มตั้งแต่เอกสารหลักสูตรและเอกสารที่เกี่ยวข้องในการใช้หลักสูตร และยังได้รับการแนะนำ ข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านเนื้อหาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ความเหมาะสมของ เนื้อหา 6. การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่ประสม ด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1นักเรียนเกิดความสนุกสนานในการ เรียนรู้ 4. การจัดการเรียนรู้เรื่องคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป โดยการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 ได้เรียงลำดับความยากง่ายสอดคล้องตามธรรมชาติของการเรียนรู้ ทำให้เรียนรู้สึกว่าตนเองประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ จึงสรุปได้ว่าแบบฝึกทักษะพัฒนาการอ่าน การ เขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 มีประสิทธิภาพ อย่างยิ่ง สามารถนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ส่งผลให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ข้อเสนอแนะ จากผลการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มีข้อเสนอแนะเพื่อประโยชน์ต่อวงการศึกษาดังนี้ 1. ก่อนนำแบบฝึกทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 ไปใช้ประกอบการสอน ผู้สอนควรศึกษารายละเอียดของทุก กิจกรรมก่อนนำไปใช้ 2. แบบฝึกทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 นี้ จะเกิดความสมบูรณ์ครูผู้สอนต้องใช้ควบคู่ไปกับแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ผู้วิจัยจัดทำขึ้น จัดกิจกรรมให้ครบทุกขั้นตอน ต้องตรวจแบบฝึกอย่างเป็นปัจจุบันให้ผู้เรียนรู้ผลทันที พร้อม กับเฉลยคำตอบที่ถูกต้องให้ผู้เรียนได้รู้ทุกครั้ง


ภาคผนวก


แบบบันทึกคะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน – หลังเรียน เรื่อง การอ่าน การเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ เลขที่ ชื่อ - สกุล ก่อนเรียน หลังเรียน 30 คะแนน 30 คะแนน 1 เด็กหญิงกัลย์ญภัทร การถวิล 14 24 2 เด็กหญิงธีนิดา จันเหนือ 21 29 3 เด็กหญิงนันท์นภัส รจิตธรรมรัตน์ 17 23 4 เด็กชายจารุเดช กุดสงค์ 10 22 5 เด็กหญิงณิชณิชา กองนาง 23 28 6 เด็กหญิงวิริฒิพา สุขเกื้อ 15 24 7 เด็กหญิงอภิชญา กิจสอ 10 27 8 เด็กหญิงกนกวรรณ งาคชสาร 15 26 9 เด็กหญิงภาวินี กุดนอก 14 27 10 เด็กหญิงแก้วกัลยา แก้วอาษา 18 29 11 เด็กชายปกรณ์ ดัดถุยาวัด 11 23 12 เด็กชายอาชวิน นากร 15 24 13 เด็กหญิงนิรชา ใจไว 12 27 14 เด็กหญิงพิชญาภา เผ่ามงคล 14 27 15 เด็กชายชินดนัย เอ็งโอภาสนันท์ 14 24 16 เด็กชายจักรพันธ์ ลองจำนงค์ 10 25 17 เด็กหญิงปิย์วรา ดวงศร 16 26 18 เด็กชายคีรี ขวาไทย 14 24 19 เด็กหญิงธนัญญา เถาทิพย์ 12 25 20 เด็กหญิงธัญญรัตน์ ทองแท่ง 11 28


แบบบันทึกคะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน – หลังเรียน เรื่อง การอ่าน การเขียนคำที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ ชื่อ - สกุล ก่อนเรียน หลังเรียน 30 คะแนน 30 คะแนน 21 เด็กหญิงธวัลยรัตน์ ปร๋อกระโทก 15 26 22 เด็กชายเอกอนนต์ ไพรศรี 12 27 23 เด็กชายกรณพัฒน์ ตั้งศิริไพบูลย์ 14 28 24 เด็กชายอนุวัต ทิมธรรม 11 24 25 เด็กหญิงจิณห์นิภา การบรรจง 16 25 26 เด็กหญิงนลินนิภา ฉลองขวัญ 16 27 27 เด็กหญิงวรวลัญช์ ภูสีฤทธิ์ 18 28 28 เด็กหญิงอัญรินทร์ เจริญศรี 14 23 29 เด็กหญิงณิชชา เดชาโชติหิรัญ 14 27 30 เด็กหญิงกิรติยา เขาเขียว 13 27 เฉลี่ย 14.30 25.80 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 3.06 1.95 ร้อยละ 40.86 86.00


แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน (ก่อนเรียน) การอ่านและการเขียนค าที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ส าหรับนกัเรียนช้นั ประถมศ ึ กษาปีที่๒ ค ำชี้แจง แบบวดัผลสัมฤทธ์ิมีท้งัหมด ๒ ตอน ๓๐ ข้อ ใช้เวลาท า ๖๐ นาที ดงัน้ี ตอนที่ ๑ ข้อสอบวัดทกัษะการอ่านโดยใหน ้ กัเรียนอ่านคา จ านวน ๑๕ ค า ตอนที่ ๒ ข้อสอบวัดทักษะการเขียนโดยให้นักเรียนเขียนตามค าบอก จ านวน ๑๕ ค า


ตอนที่ ๑ ค ำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านออกเส ี ยงคา ต่อไปน ้ ีใหถ ู้กตอ ้ ง จ านวน ๑๕ ค า ค ำ อ่ำนได้ อ่ำนไม่ได้ ๑. ขับรถ ๒. อ้วนท้วน ๓. ชกมวย ๔. นักสืบ ๕. ต้นไม้ ๖. รวดเร็ว ๗. เป็ ดน้อย


ค ำ อ่ำนได้ อ่ำนไม่ได้ ๘. เสยผม ๙. เนยแข็ง ๑๐. ค ุ้นเคย ๑๑. ยกเลิก ๑๒. เติบโต ๑๓. นมสด ๑๔. หกล้ม ๑๕. ซิกแซ็ก


ตอนที่ ๒ ค ำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนตามค าบอก จ านวน ๑๕ ค า ๑. ๙. ๒. ๑๐. ๓. ๑๑. ๔. ๑๒. ๕. ๑๓. ๖. ๑๔. ๗. ๑๕. ๘.


ตอนที่ ๑ เฉลยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน ๑. ขับรถ อ่านวา่ ขับ - รด ๒.อ้วนท้วน อ่านวา่ อ้วน - ท้วน ๓. ชกมวย อ่านวา่ชก - มวย ๔. นักสืบ อ่านวา่ นัก - สืบ ๕. ต้นไม้ อ่านวา่ ต้น - ไม้ ๖. รวดเร็ว อ่านวา่รวด - เร็ว ๗. เป็ ดน้อย อ่านวา่ เป็ ด - น้อย ๘. เสยผม อ่านวา่เสย - ผม ๙. เนยแข็ง อ่านวา่เนย - แข็ง ๑๐. คุ้นเคย อ่านวา่ คุ้น - เคย ๑๑. ยกเลิก อ่านวา่ยก - เลิก ๑๒. เติบโต อ่านวา่ เติบ - โต ๑๓. นมสด อ่านวา่นม - สด ๑๔. หกล้ม อ่านวา่หก - ล้ม ๑๕. ซิกแซ็ก อ่านวา่ ซิก - แซ็ก


ตอนที่ ๒ (คำ ส ำหรับครูผ ้ สูอน) ๑. กงัหนั ๒. วันเพ็ญ ๓. ปวดฟัน ๔. ช่วยดว ้ ย ๕. ตื่นเต้น ๖. เด็กดี ๗. เล็บมือ ๘. ลูกเขย ๙. ใบเตย ๑๐. เปิ ดเผย ๑๑. เบิกเงิน ๑๒. มดแดง ๑๓. แข็งแรง ๑๔. แท็กซี่ ๑๕. หมวกกนัน ็ อค


แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน (หลังเรียน) การอ่านและการเขียนค าที่ประสมด้วยสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ส าหรับนกัเรียนช้นั ประถมศ ึ กษาปีที่๒ ค ำชี้แจง แบบวดัผลสัมฤทธ์ิมีท้งัหมด ๒ ตอน ๓๐ ข้อ ใช้เวลาท า ๖๐ นาที ดงัน้ี ตอนที่ ๑ ข้อสอบวัดทกัษะการอ่านโดยใหน ้ กัเรียนอ่านคา จ านวน ๑๕ ค า ตอนที่ ๒ ข้อสอบวัดทักษะการเขียนโดยให้นักเรียนเขียนตามค าบอก จ านวน ๑๕ ค า


ตอนที่ ๑ ค ำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านออกเส ี ยงคา ต่อไปน ้ ีใหถ ู้กตอ ้ ง จ านวน ๑๕ ค า ค ำ อ่ำนได้ อ่ำนไม่ได้ ๑. เสยผม ๒. เนยแข็ง ๓. ค ุ้นเคย ๔. ยกเลิก ๕. เติบโต ๖. นมสด ๗. หกล้ม


ค ำ อ่ำนได้ อ่ำนไม่ได้ ๙. ขับรถ ๑๐. อ้วนท้วน ๑๑. ชกมวย ๑๒. นักสืบ ๑๓. ต้นไม้ ๑๔. รวดเร็ว ๑๕. เป็ ดน้อย ๘. ซิกแซ็ก


ตอนที่ ๒ ค ำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนตามค าบอก จ านวน ๑๕ ค า ๑. ๙. ๒. ๑๐. ๓. ๑๑. ๔. ๑๒. ๕. ๑๓. ๖. ๑๔. ๗. ๑๕. ๘.


ตอนที่ ๑ เฉลยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน ๑. เสยผม อ่านวา่เสย - ผม ๒. เนยแข็ง อ่านวา่เนย - แข็ง ๓. คุ้นเคย อ่านวา่ คุ้น - เคย ๔. ยกเลิก อ่านวา่ยก - เลิก ๕. เติบโต อ่านวา่ เติบ - โต ๖. นมสด อ่านวา่นม - สด ๗. หกล้ม อ่านวา่หก - ล้ม ๘. ซิกแซ็ก อ่านวา่ ซิก - แซ็ก ๙.ขับรถ อ่านวา่ ขับ - รด ๑๐.อ้วนท้วน อ่านวา่ อ้วน - ท้วน ๑๑.ชกมวย อ่านวา่ชก - มวย ๑๒.นักสืบ อ่านวา่ นัก - สืบ ๑๓.ต้นไม้ อ่านวา่ ต้น - ไม้ ๑๔.รวดเร็ว อ่านวา่รวด - เร็ว ๑๕. เป็ ดน้อย อ่านวา่ เป็ ด - น้อย


ตอนที่ ๒ (คำ ส ำหรับครูผ ้ สูอน) ๑๐. ใบเตย ๒. เปิ ดเผย ๓. เบิกเงิน ๔. มดแดง ๕. แข็งแรง ๖. แท็กซี่ ๗. หมวกกนัน ็ อค ๘. กงัหนั ๙. วันเพ็ญ ๑๐. ปวดฟัน ๑๑. ช่วยดว ้ ย ๑๒. ตื่นเต้น ๑๓. เด็กดี ๑๔. เล็บมือ ๑๕.ลูกเขย


บรรณานุกรม ไชยยศ เรืองสุวรรณ. Active Learning. ข่าวสารวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำเดือนพฤศจิกายน, ๒๕๕๓. ณัชนัน แก้วชัยเจริญกิจ. บทบาทของครูผู้สอนในการจัดกิจกรรมและวิธีการปฏิบัติตาม แนวทางของ Active Learning. สืบค้นจาก http//www.kroobannok.com เมื่อ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๔. ดวงมน ปริปุณณะ. เทคนิคและวิธีสอนในระดับประถมศึกษา. กรุงเทพมหานคร : ไทยวัฒนาพานิช, ๒๕๔๗. ปิตินันธ์ สุทธสาร. กิจกรรมการสอนภาษาไทยด้วยเพลง. พิมพ์ครั้งที่ ๘. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๕๔. พรวิไล เลิศวิชา. สอนภาษาไทยต้องเข้าใจสมองเด็ก. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ศาลาแดง, ๒๕๕๐. วรรณี โสมประยูร. การสอนภาษาไทยระดับประถมศึกษา. กรุงเทพมหานคร : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร, ๒๕๔๗. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. คู่มือหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, ๒๕๔๖. . หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด, ๒๕๕๑. อัจฉรา ชีวพันธ์. ศิลปะการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย ระดับประถมศึกษา. กรุงเทพมหานคร : เบ็นพับลิซชิ่ง, ๒๕๔๖.


Click to View FlipBook Version