รายงานวิจยั ในช้ันเรียน
การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning
เพื่อพฒั นาการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คณิตศาสตร์
ตวั สะกดกล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 2/3
นางสาวอุไรวรรณ รักดวน
ครูชานาญการพเิ ศษ
โรงเรียนศรีแก้งคร้อ
สานักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษา ชัยภูมิ เขต 2
ช่ืองานวจิ ยั การจดั การเรียนรู้แบบ Active Learning เพื่อพฒั นาการแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวก ลบ
คณิตศาสตร์ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 2/3
ชื่อผู้วจิ ัย นางสาวอไุ รวรรณ รักดวน
กล่มุ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์
ความเป็ นมาและความสาคัญของปัญหา
การสอนวิชาคณิ ตศาสตร์น้ันส่ื อการเรี ยนการสอนนับว่ามีความสาคัญในการส่ งเสริ ม
ความสามารถในการเรียนรู้ของผูเ้ รียนทาให้ผูเ้ รียนได้เรียนตามความสามารถและความต้องการ ซ่ึงชุด
กิจกรรมการเรียนรู้เป็นเคร่ืองมือท่ีช่วยใหผ้ สู้ อนดาเนินการสอนไปตามลาดบั ข้นั ผเู้ รียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม
การเรียนการสอนท้งั รายบุคคลและรายกลุ่มทาใหน้ กั เรียนไดร้ ู้จกั การวางแผนในการแกป้ ัญหารู้จกั ช่วยเหลือ
ซ่ึงกนั และกนั ทาให้เกิดปฏิสัมพนั ธ์ระหวา่ งผเู้ รียนกบั ผสู้ อนและผเู้ รียนกบั ผเู้ รียนชุดกิจกรรม การเรียนรู้เป็น
นวตั กรรมทางการศึกษาอยา่ งหน่ึงที่ตอบสนองความตอ้ งการของนกั เรียนและกระทาร่วมกบั เพื่อนๆ โดยเร่ิม
จากที่นกั เรียนไดเ้ ผชิญปัญหาแลว้ ต้งั คาถามเพอ่ื หาคาตอบโดยการเลือกวธิ ีการแกป้ ัญหาที่เหมาะสมและสรุป
ขอ้ มูลได้อย่างสมเหตุสมผลช่วยให้ผูเ้ รียนได้เรียนรู้ดว้ ยตนเองตามอตั ภาพช่วยเสริมให้ผูเ้ รียนเกิดทกั ษะที่
คงทนผเู้ รียนสามารถนาไปฝึกเม่ือไรกไ็ ดไ้ ม่จากดั เวลาและสถานที่ฝึกความรับผดิ ชอบของผเู้ รียนและผเู้ รียนมี
เจตคติท่ีดีต่อการเรียนรู้ ชุดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็ นสื่อการเรียนการสอนชนิดหน่ึง ซ่ึงเป็ นชุดของสื่อ
ประสม มีจุดมุ่งหมายเฉพาะเร่ืองท่ีสอนมีการวางแผนการจดั การเรียนอย่างเป็ นระบบ ท้งั ทางด้านวิธีการ
จดั การเรียนรู้ กิจกรรม สื่อและการใชส้ ่ือ ตลอดจนการวดั ผลประเมินผล โดยจดั เอาไวเ้ ป็นชุดๆ บรรจุอยู่ใน
ซองหรือกล่อง เพ่ือให้ผูส้ อนใช้เป็ นเครื่องมือ ในการจัดการเรียนรู้ท่ีทาให้ผูเ้ รียนเกิดการเรียนรู้อย่างมี
ประสิทธิภาพตามจุดมุ่งหมายท่ีต้งั ไว้ นอกจากน้ีผลดีของการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนการสอน ว่าช่วยให้
ครูผสู้ อนสามารถดาเนินกิจกรรมการเรียนการสอนได้ อย่างมีคุณภาพ สามารถถ่ายทอด เน้ือหาวิชาการไดด้ ี
แกป้ ัญหาความแตกต่างระหวา่ งบุคคลและการเรียนรู้จะเกิดข้ึนไดด้ ี เม่ือผูเ้ รียนมีส่วนร่วมอยา่ งกระตือรือร้น
ในกระบวนการเรียนรู้ การเรียนรู้อยา่ งดีเลิศจะเกิดข้นึ จากการไดค้ ดิ ไดส้ ัมผสั ไดต้ ดั สินใจ และลงมือปฏิบตั ิ
การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learningเป็ นกระบวนการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้ผเู้ รียนมีส่วน
ร่วมในช้ันเรียน สร้างปฏิสัมพนั ธ์ระหว่างครูผูส้ อนกบั ผูเ้ รียน มุ่งให้ผูเ้ รียนลงมือปฏิบตั ิ โดยมีครูเป็ นผู้
อานวยความสะดวก สร้างแรงบนั ดาลใจ ให้คาปรึกษา ดูแล แนะนา จดั วิธีการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ท่ี
หลากหลาย ใหผ้ เู้ รียนไดเ้ รียนรู้อยา่ งมีความหมาย สร้างองคค์ วามรู้ได้ มีความเขา้ ใจในตนเอง ใชส้ ติปัญญา
คิด วิเคราะห์ สร้างสรรคผ์ ลงาน มีสมรรถนะสาคญั มีทกั ษะวิชาการ ทกั ษะชีวติ บรรลุเป้าหมายการเรียนรู้
ตามระดบั ช่วงวยั (สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน. 2562 : 4)
ลกั ษณะของการจดั การเรียนรู้แบบ Active Learningมีดงั น้ี
1. เป็นการพฒั นาศกั ยภาพการคิด การแกป้ ัญหา และการนาความรู้ไปประยกุ ตใ์ ช้
2. ผเู้ รียนมีส่วนร่วมในการจดั ระบบการเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้โดยมีปฏิสัมพนั ธ์ร่วมกนั ใน
รูปแบบของความร่วมมือ
3. เปิ ดโอกาสใหผ้ เู้ รียนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้สูงสุด
4. เป็นกิจกรรมที่ใหผ้ เู้ รียนบูรณาการขอ้ มูล ขา่ วสาร สารสนเทศ สู่ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
5. ผเู้ รียนไดเ้ รียนรู้ความมีวนิ ยั ในการทางานร่วมกบั ผอู้ ่ืน
6. ความรู้เกิดจากประสบการณ์ และการสรุปของผเู้ รียน
7. ผสู้ อนเป็นผอู้ านวยความสะดวกในการจดั การเรียนรู้ เพือ่ ใหผ้ เู้ รียนเป็นผปู้ ฏิบตั ิดว้ ย
ตนเอง(สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน. 2562 : 5)
ตัวอย่างเทคนคิ การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning
การจดั การเรียนรู้แบบ Active Learning สามารถสร้างใหเ้ กิดข้ึนไดท้ ้งั ในห้องเรียนและนอก
หอ้ งเรียน รวมท้งั สามารถใชไ้ ดก้ บั นกั เรียนทุกระดบั ท้งั การเรียนรู้เป็นรายบคุ คล การเรียนรู้แบบกล่มุ เลก็
และการเรียนรู้แบบกลุ่มใหญ่ ตวั อยา่ งรูปแบบหรือเทคนิค การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ที่จะช่วยใหผ้ เู้ รียนเกิด
การเรียนรู้แบบ Active Learning ไดด้ ี ไดแ้ ก่
1. การเรียนรู้แบบแลกเปลย่ี นความคดิ (Think-Pair-Share) คอื การจดั กิจกรรมการ
เรียนรู้ท่ีใหผ้ เู้ รียนคิดเก่ียวกบั ประเดน็ ท่ีกาหนดแตล่ ะคน ประมาณ 2-3 นาที (Think) จากน้นั ใหแ้ ลกเปล่ียน
ความคิดกบั เพอื่ นอีกคน 3-5 นาที (Pair) และนาเสนอความคดิ เห็นต่อผเู้ รียนท้งั หมด (Share)
2. การเรียนรู้แบบร่วมมือ (Collaborative learning group) คือการจดั กิจกรรมการ
เรียนรู้ท่ีใหผ้ เู้ รียนไดท้ างานร่วมกบั ผอู้ ื่น โดยจดั เป็นกลุ่มๆ ละ 3-6 คน
3. การเรียนรู้แบบทบทวนโดยผู้เรียน (Student-led review sessions) คือการจดั
กิจกรรมการเรียนรู้ที่เปิ ดโอกาสใหผ้ เู้ รียนไดท้ บทวนความรู้และพิจารณาขอ้ สงสยั ต่าง ๆ ในการปฏิบตั ิ
กิจกรรมการเรียนรู้ โดยครูจะคอยช่วยเหลือกรณีท่ีมีปัญหา
4. การเรียนรู้แบบใช้เกม (Games) คือการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ที่ผสู้ อนนาเกมเขา้
บูรณการในการเรียนการสอน ซ่ึงใชไ้ ดท้ ้งั ในข้นั การนาเขา้ สู่บทเรียน การสอน การมอบหมายงาน และหรือ
ข้นั การประเมินผล
5. การเรียนรู้แบบวิเคราะห์วดี โี อ (Analysis or reactions to videos) คือการจดั
กิจกรรมการเรียนรู้ที่ใหผ้ เู้ รียนไดด้ ูวีดีโอ 5-20 นาที แลว้ ใหผ้ เู้ รียนแสดงความคดิ เห็น หรือสะทอ้ นความคดิ
เกี่ยวกบั ส่ิงท่ีไดด้ ู อาจโดยวิธีการพดู โตต้ อบกนั การเขยี น หรือ การร่วมกนั สรุปเป็นรายกล่มุ
6. การเรียนรู้แบบโต้วาที (Student debates) คือการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ที่จดั ให้
ผเู้ รียนไดน้ าเสนอขอ้ มลู ท่ีไดจ้ ากประสบการณ์และการเรียนรู้ เพื่อยนื ยนั แนวคิดของตนเองหรือกลุ่ม
7. การเรียนรู้แบบผ้เู รียนสร้างแบบทดสอบ (Student generated exam
questions) คอื การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ท่ีใหผ้ ูเ้ รียนสร้างแบบทดสอบจากส่ิงที่ไดเ้ รียนรู้มาแลว้
8. การเรียนรู้แบบกระบวนการวจิ ัย (Mini-research proposals or project)
คือการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ที่อิงกระบวนการวิจยั โดยให้ผเู้ รียนกาหนดหวั ขอ้ ที่ตอ้ งการเรียนรู้ วางแผนการ
เรียน เรียนรู้ตามแผน สรุปความรู้หรือสร้างผลงาน และสะทอ้ นความคิดในสิ่งท่ีไดเ้ รียนรู้ หรืออาจเรียกวา่
การสอนแบบโครงงาน(project-based learning) หรือ การสอนแบบใชป้ ัญหาเป็นฐาน(problem-based
learning)
9. การเรียนรู้แบบกรณศี ึกษา (Analyze case studies) คอื การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ที่
ใหผ้ เู้ รียนไดอ้ า่ นกรณีตวั อยา่ งท่ีตอ้ งการศึกษา จากน้นั ใหผ้ เู้ รียนวิเคราะหแ์ ละแลกเปลี่ยนความคดิ เห็นหรือ
แนวทางแกป้ ัญหาภายในกลุ่ม แลว้ นาเสนอความคดิ เห็นต่อผเู้ รียนท้งั หมด
10. การเรียนรู้แบบการเขียนบันทกึ (Keeping journals or logs) คือการจดั กิจกรรม
การเรียนรู้ที่ผเู้ รียนจดบนั ทึกเรื่องราวต่างๆ ท่ีไดพ้ บเห็น หรือเหตกุ ารณ์ที่เกิดข้ึนในแตล่ ะวนั รวมท้งั เสนอ
ความคิดเพ่ิมเติมเกี่ยวกบั บนั ทึกท่ีเขยี น
10. การเรียนรู้แบบการเขยี นจดหมายข่าว (Write and produce a newsletter) คือ
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ท่ีใหผ้ เู้ รียนร่วมกนั ผลิตจดหมายข่าว อนั ประกอบดว้ ย บทความ ขอ้ มูลสารสนเทศ
ขา่ วสาร และเหตุการณ์ท่ีเกิดข้นึ แลว้ แจกจ่ายไปยงั บคุ คลอ่ืนๆ
11. การเรียนรู้แบบแผนผังความคิด (Concept mapping) คอื การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ที่ใหผ้ เู้ รียนออกแบบแผนผงั ความคิด เพ่ือนาเสนอความคิดรวบยอด และความเช่ือมโยงกนั ของกรอบ
ความคดิ โดยการใชเ้ สน้ เป็นตวั เช่ือมโยง อาจจดั ทาเป็นรายบุคคลหรืองานกลุ่ม แลว้ นาเสนอผลงานต่อผเู้ รียน
อ่ืนๆ จากน้นั เปิ ดโอกาสใหผ้ เู้ รียนคนอื่นไดซ้ กั ถามและแสดงความคิดเห็นเพ่ิมเติม
(สถาพร พฤฑฒิกลุ , 2558)
บทบาทของครูในการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ตามแนวทางของ Active Learning ดงั น้ี
1. จดั ใหผ้ เู้ รียนเป็นศนู ยก์ ลางของการเรียนการสอน นาไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตจริงของ
ผเู้ รียน
2. สร้างบรรยากาศของการมีส่วนร่วม และการเจรจาโตต้ อบท่ีส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนมี
ปฏิสมั พนั ธ์ที่ดีกบั ผสู้ อนและเพอ่ื นในช้นั เรียน
3. จดั กิจกรรมการเรียนการสอนส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนมีส่วนร่วมในทกุ กิจกรรม รวมท้งั กระตุน้
ใหผ้ เู้ รียนความสาเร็จในการเรียนรู้
4. จดั กิจกรรมการเรียนการสอนแบบร่วมมือ ส่งเสริมใหเ้ กิดการร่วมมือในกลมุ่ ผเู้ รียน
5. จดั กิจกรรมการเรียนการสอนใหท้ า้ ทาย และใหโ้ อกาสผเู้ รียนไดร้ ับวธิ ีการสอนท่ี
หลากหลาย
6. วางแผนเก่ียวกบั เวลาในการจดั การเรียนการสอนอยา่ งชดั เจน ท้งั ในส่วนของเน้ือหา
และกิจกรรม
7. ครูผสู้ อนตอ้ งใจกวา้ ง ยอมรับความสามารถในการแสดงออก และความคิดของผเู้ รียน
(ณชั นนั แกว้ ชยั เจริญกิจ, 2550)
ดว้ ยเหตุผลดงั กล่าว ผศู้ ึกษาจึงเห็นวา่ การจดั การเรียนรู้แบบ Active Learning ดว้ ยชุด
กิจกรรมน่าจะมีความเหมาะสมกบั ผเู้ รียน จึงมีความสนใจท่ีจะพฒั นาชุดกิจกรรมท่ีเนน้ ทกั ษะกระบวนการ
ทางคณิตศาสตร์ เร่ือง การแกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใชส้ ่ือส่ิงแวดลอ้ มรอบตวั กลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 2/3เพอื่ เป็นการพฒั นาและแกป้ ัญหาในดา้ นการคดิ การคดิ แกป้ ัญหา การ
เชื่อมโยง การส่ือความ ภาษาและสญั ลกั ษณ์ และการใหเ้ หตุผลของผเู้รียนหมดไป อนั จะนาไปสู่การแกป้ ัญหา
ดงั กล่าวโดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้ การแกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใชส้ ่ือส่ิงแวดลอ้ มรอบตวั ประกอบกิจกรรมการ
เรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เร่ือง โจทยป์ ัญหาการบวกและการลบ มีข้นั ตอนการทากิจกรรม
และเนน้ ทกั ษะกระบวนการอยา่ งเหมาะสมกบั ระดบั ความสามารถและวยั ของผเู้รียน จึงส่งผลใหผ้ ลสมั ฤทธ์ิ
ทางการเรียนในกลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์สูงข้ึน และชดุ กิจกรรมการเรียนรู้การแกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใชส้ ่ือ
ส่ิงแวดลอ้ มรอบตวั ซ่ึงเป็นสื่อที่สามารถตอบสนองความแตกต่างระหวา่ งบุคคล นกั เรียนจะไดม้ ีเจตคติท่ีดีตอ่
การเรียนวิชาคณิตศาสตร์ รวมท้งั ครูจะไดพ้ ฒั นาวธิ ีการเรียนการสอนวชิ าคณิตศาสตร์ใหม้ ีประสิทธิภาพยง่ิ ข้นึ
อนั จะเป็นประโยชนต์ อ่ นกั เรียนในอนาคต จากทกี่ ล่าวมาขา้ งตน้ ผศู้ ึกษาจึงตอ้ งการศึกษาวา่ ชุดกิจกรรมการ
เรียนรู้ การแกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใชส้ ื่อสิ่งแวดลอ้ มรอบตวั ประกอบกิจกรรมการเรียนการสอนกลมุ่ สาระการ
เรียนรู้คณิตศาสตร์ เร่ือง โจทยป์ ัญหาการบวกและการลบที่สร้างข้ึน มีประสิทธิภาพตามเกณฑท์ ี่กาหนดไว้
หรือไม่ ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนกลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้ การแกโ้ จทย์
ปัญหาโดยใชส้ ื่อสิ่งแวดลอ้ มรอบตวั ประกอบกิจกรรมการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
เรื่อง โจทยป์ ัญหาการบวกและการลบ สูงข้ึนจริงหรือไม่ นกั เรียนมีความคงทนทางการเรียนรู้หรือไม่ และ
นกั เรียนมีความพงึ พอใจต่อการเรียนโดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้ การแกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใชส้ ื่อสิ่งแวดลอ้ ม
รอบตวั การเรียนการสอนกลมุ่ สารการเรียนรู้คณิตศาสตร์ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 2เรื่อง โจทยป์ ัญหาการบวกและ
การลยอยใู่ นระดบั ใด
วตั ถปุ ระสงค์ของการวิจยั
1. เพือ่ พฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรื่อง การแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวก การลบ
โดยจดั การเรียนรู้แบบ Active Learning ดว้ ยชุดกิจกรรมการแกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใชส้ ่ือสิ่งแวดลอ้ ม
สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 2/3 ใหส้ ูงข้ึน
ประโยชน์ของการศึกษา
1. ไดร้ ูปแบบการจดั การเรียนรู้แบบ Active Learning ดว้ ยชุดกิจกรรมการแกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใชส้ ่ือ
ส่ิงแวดลอ้ มรอบตวั
2. เป็นแนวทางสาหรับครูหรือผเู้ ก่ียวขอ้ งในการจดั การเรียนการสอนกลุ่มสาระ
การเรียนรู้คณิตศาสตร์
ขอบเขตของการศึกษา
1. ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากรท่ีใชใ้ นการศึกษาคร้ังน้ี ไดแ้ ก่ นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่2/3โรงเรียนศรีแกง้ คร้อ
สงั กดั สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาชยั ภูมิ เขต 2 ปี การศึกษา 2564 จานวน 35 คน
2. ขอบเขตด้านเนื้อหา
เน้ือหาที่ใชใ้ นการศึกษาคร้ังน้ีไดแ้ ก่ โจทยป์ ัญหาการบวก การลบ สาหรับช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 2ตาม
หลกั สูตรสถานศึกษา 2564 ของโรงเรียนศรีแกง้ คร้อ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยมีเน้ือหารายละเอียด
เกี่ยวกบั การแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวก การลบนามาจดั ทาเป็นชุดกิจกรรมการแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวกและการ
ลบโดยใชส้ ่ือส่ิงแวดลอ้ มรอบตวั สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 2/3โรงเรียนศรีแกง้ คร้อ สานกั งาน
เขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาชยั ภูมิ เขต 2 มีจานวน 8 ชุด ดงั น้ี
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ชุดท่ี 1 เพื่อนร่วมช้นั
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ชุดที่ 2 หอ้ งเรียนของเรา
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ชุดที่ 3 หอ้ งสมุดสุดหรรษา
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ชุดที่ 4 สหกรณ์สอนเรา
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ชุดท่ี 5 โรงอาหารน่ารู้
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ชุดที่ 6 สิ่งแวดลอ้ มในโรงเรียน
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ชุดท่ี 7 เที่ยวรอบวดั
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ชุดที่ 8 สถานีอนามยั ใกลบ้ า้ น
3. ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า
ระยะเวลาท่ีใชใ้ นการศึกษา ดาเนินการทดลองในภาคเรียนท่ี 2 ปี การศึกษา 2564
4. ตัวแปรที่ศึกษา
ตัวแปรอิสระ ไดแ้ ก่ การจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning เรื่องโจทยป์ ัญหาการบวก การ
ลบ โดยใชช้ ุดกิจกรรมการแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวกและการลบโดยใชส้ ่ือสิ่งแวดลอ้ มรอบตวั
สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 2/3
ตัวแปรตาม ไดแ้ ก่
ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 2/3 สูงข้นึ
ประโยชน์ทคี่ าดว่าจะได้รับ
1. นกั เรียนมีทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์เร่ือง การแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวก
การลบ
2. เป็นแนวทางสาหรับครูผสู้ อนคณิตศาสตร์ในการเลือกกิจกรรมการเรียนการสอน
3. เป็นแนวทางในการปรับปรุงและพฒั นาการเรียนการสอนเร่ือง โจทยป์ ัญหาการบวก
การลบในกลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 2/3
วิธีดาเนนิ การวจิ ยั
1. ประชากร
ประชากรเป็นนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 2/3 จานวน 35 คน ของโรงเรียนศรีแกง้ คร้อ
สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษาชยั ภมู ิ เขต 2
2. เคร่ืองมือที่ใชใ้ นการวิจยั
2.1 แบบทดสอบการแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวกและการลบ
2.2 ชุดกิจกรรมการแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวกและการลบโดยใชส้ ่ือส่ิงแวดลอ้ มรอบตวั
3. ข้นั ตอนการสร้างเครื่องมือ
3.1 ศึกษาเอกสารหลกั สูตรสถานศึกษา แนวคิดทฤษฏีการเรียนการสอน
3.2 ศึกษาปัญหาของนกั เรียน วเิ คราะห์ขอ้ มูลท่ีพบในการจดั การเรียนการสอน
3.3 ศึกษาเทคนิควิธีการจดั การเรียนรู้แบบ Active Learning
3.4ศึกษาเทคนิคการสร้างชุดกิจกรรมการเรียนรู้เพ่อื ใหเ้ หมาะสมกบั เน้ือหาและผเู้ รียน
3.5สร้างแบบประเมินผลก่อนเรียน - หลงั เรียน
3.6 ดาเนินการจดั กิจกรรม โดยใชช้ ุดกิจกรรมการแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวกและการลบโดยใช้
สื่อส่ิงแวดลอ้ มรอบตวั สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 2/3
3.7 ประเมินผลหลงั ใชช้ ุดกิจกรรมการแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวกและการลบโดยใชส้ ื่อ
สิ่งแวดลอ้ มรอบตวั สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 2/3
การเกบ็ รวบรวมข้อมูล
ใชก้ ารเก็บรวบรวมขอ้ มูลในสถานการณ์จริงในช้นั เรียน โดยใช้แบบประเมินผลก่อนใช้
และหลงั ใช้ ชุดกิจกรรมการแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวกและการลบโดยใชส้ ื่อส่ิงแวดลอ้ มรอบตวั สาหรับ
นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 2และสงั เกตพฤติกรรมของผเู้ รียนระหวา่ งจดั กิจกรรมการเรียนการสอน
การวิเคราะห์ข้อมูล
ขอ้ มูลท่ีรวบรวมไดจ้ ากแบบทดสอบเรื่อง โจทยป์ ัญหาการบวกและการลบก่อนเรียนและหลงั
เรียน นามาวิเคราะห์หาคา่ เฉลี่ยร้อยละ แลว้ เปรียบเทียบคะแนนความกา้ วหนา้ ของนกั เรียนแตล่ ะคน
ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล
นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 2/3 โรงเรียนศรีแกง้ คร้อ.ท้งั หมด 35 คน มีการทดสอบวดั
ผลสัมฤทธ์ิก่อนเรียน แลว้ จึงดาเนินการสอนตามแผนการจดั การเรียนรู้ โดยจดั กิจกรรมการเรียนรู้แบบ
Active Learning ดว้ ยชุดกิจกรรมการแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวกและการลบโดยใชส้ ่ือสิ่งแวดลอ้ มรอบตวั
สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 2/3หลงั จากน้นั จึงทาการทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิหลงั เรียน แลว้ จึงนาผล
มาเกบ็ รวบรวม ขอ้ มลู ก่อนเรียนและหลงั เรียนท่ีรวบรวมไดจ้ ากเคร่ืองมือท่ีผวู้ ิจยั สร้างข้ึนมาจาแนกผลการ
เรียนรู้ ดงั น้ี
สรุปไดว้ า่ นกั เรียน จานวน 35 คน มีความกา้ วหนา้ ในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active
Learning ดว้ ยชุดกิจกรรมการแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวกและการลบโดยใชส้ ่ือส่ิงแวดลอ้ มรอบตวั สาหรับ
นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 2ประกอบการเรียนรู้
จากผลการศึกษา สรุปไดว้ า่ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ดว้ ยชุดกิจกรรมการแก้
โจทยป์ ัญหาการบวกและการลบ โดยใช้ส่ือสิ่งแวดลอ้ มรอบตวั สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 2/3 มี
ผลสัมฤทธ์ ิทางการเรี ยนสูงข้ นึ
สรุปผลการวิจัย
การวิจยั คร้ังน้ีมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พือ่ พฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน เร่ืองโจทยป์ ัญหาการบวก
การลบโดยจดั กิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ดว้ ยชุดกิจกรรมการแกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใชส้ ื่อ
ส่ิงแวดลอ้ มรอบตวั สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 2เพ่ือแกป้ ัญหาเร่ือง โจทยป์ ัญหาการบวก การลบ
สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 2/3 โรงเรียนศรีแกง้ คร้อ พบวา่ นกั เรียนมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน
เร่ืองโจทยป์ ัญหาการบวก การลบ สูงข้ึน
ภาคผนวก
แบบบนั ทึกคะแนนทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ก่อนเรียน
เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ
นักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 2/3 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ
เลขท่ี ช่ือ - สกุล คะแนนก่อนเรียน ค่าร้อยละ
1 เด็กชายธนพฒั น์ ชาติศรี 30 คะแนน 43.00
2 เด็กชายคณพศ อินทรา 13 23.00
3 เดก็ หญิงปิ ยะฉตั ร โยธาวงศ์ 7 43.00
4 เดก็ ชายชยพล บารุงรัฐ 13 33.00
5 เดก็ ชายนธั ทวฒั น์ ร่วมใจ 10 20.00
6 เดก็ ชายธนั ยวชั ร์ ตามชยั ภมู ิ 6 26.00
7 เดก็ ชายภาณุเดช ระหา 8 46.00
8 เด็กหญิงชญานนั ท์ ศรีพ้วั 14 36.00
9 เด็กหญิงญานิกา บุตะเขยี ว 11 33.33
10 เด็กชายธีรภทั ร แสนตยุ้ 10 30.00
11 เด็กหญิงภชั รภรณ์ หมนั่ จารูญ 9 40.00
12 เด็กหญิงพนั ธิตรา หมน่ั จารูญ 12 43.00
13 เด็กชายธีรภทั ร หม่ืนผดั 13 33.33
14 เด็กหญิงฉตั รลดั ดา ยง่ิ สาราญ 10 43.00
15 เดก็ หญิงธิติมา ผลนานารถ 13 40.00
16 เดก็ ชายมหาสมุทร มะเมียเมือง 12 46.00
17 เด็กหญิงณฐั พร เยน็ เขยี ว 14 40.00
18 เดก็ ชายปวริศ จนั มี 12 50.00
19 เดก็ หญิงกมลมาศ นามบุญลือ 15 26.00
20 เด็กหญิงหน่ึงธิดา เงียบพลกรัง 8 16.00
21 เดก็ ชายกีรติ บุญโนนแต้ 5 30.00
9
แบบบันทึกคะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ก่อนเรียน
เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ
นักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 2/3 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ
เลขท่ี ชื่อ - สกลุ คะแนนก่อนเรียน ค่าร้อยละ
22 เดก็ ชายปิ ยะวฒั น์ วฒั นากลาง 30 คะแนน 36.66
23 เด็กชายกฤตพสั วุฒิรัตน์ 11 30.00
24 เด็กหญิงขา้ วหอม เชิงภูเขียว 9 33.33
25 เดก็ หญิงพชิ ญธิดา วงษไ์ ทย 10 46.66
26 เด็กชายพฒุ ิภทั ร แอมปัดชา 14 40.00
27 เด็กชายภาคิน ขิ้งชยั ภูมิ 12 33.33
28 เดก็ ชายปธินทร์ณภทั ร ประสานศกั ด์ิ 10 26.66
29 เดก็ ชายบุริศน์ ชนธี 8 40.00
30 เดก็ หญิงพิทยภรณ์ คามตะสีลา 12 33.33
31 เดก็ ชายอภิชาติ ออ้ นชยั ภูมิ 10 23.33
32 เด็กชายภทั รดนยั ยาที 7 43.33
33 เด็กหญิงนนั ทิยา นามเทพ 13 46.66
34 เดก็ หญิงฐิติรัตน์ ภมู ิพนั ธ์ 14 40.00
35 เดก็ ชายวงศกร บุญโนนแต้ 12 23.33
7
รวม 373
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.28
10.66
เฉลย่ี 35.52
ร้อยละ
แบบบนั ทึกคะแนนทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน หลงั เรียน
เร่ือง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ
นักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 2/3 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ
เลขที่ ช่ือ - สกลุ คะแนนหลงั เรียน ค่าร้อยละ
1 เดก็ ชายธนพฒั น์ ชาติศรี 30 คะแนน 76.66
2 เดก็ ชายคณพศ อินทรา 23 46.66
3 เดก็ หญิงปิ ยะฉตั ร โยธาวงศ์ 18 73.33
4 เด็กชายชยพล บารุงรัฐ 22 63.33
5 เด็กชายนธั ทวฒั น์ ร่วมใจ 20 53.33
6 เดก็ ชายธนั ยวชั ร์ ตามชยั ภมู ิ 16 60.00
7 เดก็ ชายภาณุเดช ระหา 18 86.66
8 เด็กหญิงชญานนั ท์ ศรีพ้วั 26 50.00
9 เดก็ หญิงญานิกา บุตะเขยี ว 20 63.33
10 เด็กชายธีรภทั ร แสนตยุ้ 19 60.00
11 เด็กหญิงภชั รภรณ์ หมน่ั จารูญ 18 66.66
12 เด็กหญิงพนั ธิตรา หมน่ั จารูญ 20 70.00
13 เด็กชายธีรภทั ร หมื่นผดั 21 63.33
14 เด็กหญิงฉัตรลดั ดา ยง่ิ สาราญ 22 76.66
15 เดก็ หญิงธิติมา ผลนานารถ 23 73.33
16 เดก็ ชายมหาสมุทร มะเมียเมือง 22 76.66
17 เดก็ หญิงณฐั พร เยน็ เขียว 23 66.66
18 เด็กชายปวริศ จนั มี 20 83.33
19 เด็กหญิงกมลมาศ นามบุญลือ 25 56.66
20 เดก็ หญิงหน่ึงธิดา เงียบพลกรัง 24 43.33
21 เดก็ ชายกีรติ บุญโนนแต้ 20 63.33
23
แบบบันทึกคะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน หลงั เรียน
เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ
นักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ที่ 2/3 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ
เลขท่ี ชื่อ - สกลุ คะแนนหลงั เรียน ค่าร้อยละ
22 เดก็ ชายปิ ยะวฒั น์ วฒั นากลาง 30 คะแนน 60.00
23 เด็กชายกฤตพสั วุฒิรัตน์ 20 56.66
24 เด็กหญิงขา้ วหอม เชิงภเู ขียว 22 63.33
25 เดก็ หญิงพิชญธิดา วงษไ์ ทย 25 76.66
26 เด็กชายพฒุ ิภทั ร แอมปัดชา 23 53.33
27 เดก็ ชายภาคนิ ข้ิงชยั ภูมิ 16 60.00
28 เด็กชายปธินทร์ณภทั ร ประสานศกั ด์ิ 23 60.00
29 เด็กชายบรุ ิศน์ ชนธี 24 56.66
30 เดก็ หญิงพิทยภรณ์ คามตะสีลา 26 60.00
31 เด็กชายอภิชาติ ออ้ นชยั ภูมิ 25 33.33
32 เด็กชายภทั รดนยั ยาที 17 66.66
33 เดก็ หญิงนนั ทิยา นามเทพ 20 63.33
34 เดก็ หญิงฐิติรัตน์ ภูมิพนั ธ์ 25 63.33
35 เดก็ ชายวงศกร บญุ โนนแต้ 24 40.00
19
รวม 759
ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน 2.58
10.66
เฉลย่ี 72.29
ร้อยละ
แบบทดสอบหลงั เรียน
แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน
กล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก ลบ
คาชีแ้ จงแจง้ วงกลมลอ้ มรอบคาตอบที่ถกู ตอ้ งท่ีสุดเพียงคาตอบเดียว
1. ฉนั มีเงิน90 บาท ใหเ้ พอ่ื นยมื ไป 35บาท จะเหลือเงินเทา่ ไร
ก. 55บาท ข. 60บาท
ค. 65บาท ง. 70 บาท
2. ฉนั มีเงิน 100 บาท จะแลกเหรียญ 10 บาท ไดก้ ่ีเหรียญ
ก. 5 เหรียญ ข. 8 เหรียญ
ค. 9 เหรียญ ง. 10 เหรียญ
3. ตอ้ งการซ้ือเงาะ 25กิโลกรัม แมค่ า้ ชง่ั ได้ 32กิโลกรัม จะตอ้ งหยบิ เงาะออกเท่าไร
ก. 5 กิโลกรัม ข. 7 กิโลกรัม
ค.15 กิโลกรัม ง.57 กิโลกรัม
4. แดงมีเงิน 300 บาท ทางานรับจา้ งไดค้ ่าแรงเพม่ิ อีก 75 บาท แดงจะมีเงิน
ท้งั หมดเทา่ ไร
ก. 735บาท ข.537บาท
ค.357บาท ง.375บาท
5. แกว้ มีเงิน 120 บาท แบง่ ใหเ้ พอ่ื น 50 บาท แกว้ จะเหลือเงินเท่าไร
ก. 30 บาท ข. 50 บาท
ค. 70บาท ง. 60 บาท
6. ขอ้ ใดเป็นโจทยป์ ัญหาการบวก
ก. อารีมีเงิน 100 บาท ซ้ือเส้ือ 89 บาท อารีจะเหลือเงินกี่บาท
ข. สมบตั ิมีเงิน 30 บาท ออ้ มมีนอ้ ยกวา่ สมบตั ิ 10 บาท ออ้ มมีเงินกี่บาท
ค. สม้ มีเงิน 80 บาท เขียวมีเงินมากกวา่ ส้ม 20 บาท เขียวมีเงินกี่บาท
ง. นิดามีเงิน 800 บาท ใหน้ อ้ ง 300 บาท นิดาจะเหลือเงินกี่บาท
แม่ซื้อผักบุ้ง 25 บาท ซื้อพริก 13 บาท แม่จะต้องจ่ายเงินให้แม่ค้าเท่าไร
จากโจทยท์ ่ีกาหนดใหจ้ งใชต้ อบคาถามขอ้ 7 - 10
7. ขอ้ ใดคือส่ิงที่โจทยถ์ าม
ก. แม่ซ้ือผกั บงุ้ กี่บาท ข. แมจ่ ะตอ้ งจ่ายเงินใหแ้ ม่คา้ กี่บาท
ค. แม่ซ้ือพริกก่ีบาท ง. แมซ่ ้ืออะไรบา้ ง
8. ขอ้ ใดคือสิ่งที่โจทยก์ าหนดให้
ก. แม่ซ้ือผกั ข. แมซ่ ้ือผกั บุง้
ค. แม่ซ้ือพริก ง. แม่ซ้ือผกั บุง้ 25 บาท , ซ้ือพริก 13 บาท
9. ใชว้ ิธีการใดหาคาตอบ
ก. การบวก ข. การลบ
ค. การคูณ ง. การหาร
10. คาตอบท่ีไดค้ ือเทา่ ไร
ก. 28 บาท ข. 38 บาท
ค. 12 บาท ง. 25 บาท
11. มาลินีมีเงินฝาก 300 บาท ชูใจมีเงินฝากมากกวา่ มาลินี 100 บาท
เขียนเป็นประโยคสญั ลกั ษณ์ไดอ้ ยา่ งไร
ก. 300 - 100 = ข. 100 - 300 =
ค. 300 + 100 = ง. 300 100 =
12. ขอ้ ใดเป็นโจทยป์ ัญหาการลบ
ก. สมชายมีขนม 30 ช้ิน แบ่งใหน้ อ้ ง 5 ช้ิน สมชายจะเหลือขนมก่ีชิ้น
ข. สมชายมีขนม 30 ช้ิน นอ้ งใหอ้ ีก 5 ช้ิน สมชายจะมีขนมท้งั หมดกี่ช้ิน
ค. สมชายมีขนม 30 ชิ้น แบง่ ใส่ถุง 3 ถงุ จะไดถ้ งุ ละกี่ชิ้น
ง. สมชายมีขนม 5 ถุง ถุงละ 10 ช้ิน สมชายจะมีขนมท้งั หมดก่ีชิ้น
13. มาดาไดร้ ับเงินคา่ ขนมไปโรงเรียนเดือนละ 300 บาท ค่าเรียนพิเศษเดือนละ
500 บาท คุณแมต่ อ้ งจ่ายเงินใหม้ าดาเดือนละเท่าไร
ก. 340 บาท ข. 800บาท
ค. 640 บาท ง. 200บาท
14. สุดาสูง85เซนติเมตรใครสูงกวา่ สุดา3เซนติเมตร
ก. แกว้ สูง 88 เซนติเมตร ข. ไก่สูง 90 เซนติเมตร
ค. แก่นสูง 89 เซนติเมตร ง. กลา้ สูง 95 เซนติเมตร
15. กระดานดากวา้ ง 110 เซนติเมตร ยาว220เมตร ดา้ นยาวยาวกวา่ ดา้ นกวา้ งเทา่ ไร
ก. 170 เซนติเมตร ข. 320เซนติเมตร
ค. 180 เซนติเมตร ง. 110เซนติเมตร
16. กานดาสูง85เซนติเมตรมา้ นงั่ สูง7เซนติเมตรสุดายนื บนมา้ นงั่ แลว้ วดั จากพ้ืนถึงศีรษะสุดาจะ
สูงกี่เซนติเมตร
ก. 91เซนติเมตร ข. 90 เซนติเมตร
ค. 92 เซนติเมตร ง. 93 เซนติเมตร
17. โตะ๊ ตวั หน่ึงยาว125 เซนติเมตร อีกตวั หน่ึงยาว 100 เซนติเมตร นามาตอ่ กนั จะยาว
ท้งั หมดกี่เซนติเมตร
ก. 110 เซนติเมตร ข. 225เซนติเมตร
ค. 25เซนติเมตร ง. 220เซนติเมตร
18. ซ้ือเกา้ อ้ีราคาตวั ละ 250 บาท ซ้ือโตะ๊ ตวั ละ 320 บาท โตะ๊ ราคาแพงกวา่ เกา้ อ้ีกี่บาท
ก. 70บาท ข. 150 บาท
ค. 90บาท ง. 95บาท
19. หนงั สือเล่มหน่ึงมี180 หนา้ อา่ นไปแลว้ 30 หนา้ เหลืออีกก่ีหนา้ ท่ียงั อา่ นไมห่ มด
ก. 80 หนา้ ข. 50 หนา้
ค. 160 หนา้ ง. 150 หนา้
20. หนงั สือนิทานราคา 45 บาท จ่ายธนบตั รใบละ 100 บาท จะไดร้ ับเงินทอนกี่บาท
ก. 50บาท ข. 55บาท
ค. 45 บาท ง. 52บาท
21. สมุดห่อหน่ึงมี 500เลม่ แบง่ ใหน้ กั เรียน 250 เลม่ จะเหลือสมดุ กี่เล่ม
ก. 180 เล่ม ข. 200 เล่ม
ค. 250 เลม่ ง. 150 เลม่
22. ขอ้ ใดเป็นการตรวจคาตอบโจทยก์ ารลบท่ีถกู ตอ้ ง
ก. (ผลลบ - ตวั ลบ) = ตวั ต้งั ข. (ผลลบ + ตวั ลบ) = ตวั ต้งั
ค. (ตวั ลบ - ผลลบ) = ตวั ต้งั ง. (ตวั ต้งั - ผลลบ) = ตวั ลบ
23. ขอ้ ใดเป็นการตรวจคาตอบโจทยก์ ารบวกที่ถูกตอ้ ง
ก. (ผลบวก - ตวั บวก) = ตวั ต้งั ข. (ผลบวก + ตวั บวก) = ตวั ต้งั
ค. (ตวั บวก - ผลบวก) = ตวั ต้งั ง. (ตวั ต้งั - ผลบวก) = ตวั บวก
24. ถนนจากโรงเรียนถึงวดั ยาว 35 กิโลเมตร เทคอนกรีตไปแลว้ 16 กิโลเมตร
เหลือถนนท่ียงั ไมไ่ ดเ้ ทคอนกรีตเท่าไร
ก. 17 กิโลเมตร ข. 18 กิโลเมตร
ค. 20กิโลเมตร ง. 19 กิโลเมตร
25. มีคนมาตกั บาตรในวนั เขา้ พรรษาเป็นหญิง 99คน ชาย 138 คน มีคนมาตกั บาตร
ท้งั หมดก่ีคน
ก. 120 คน ข. 237คน
ค. 188คน ง. 95คน
26. ถงั น้าฝนจุน้าได้ 1,200 ลิตร มีน้าอยแู่ ลว้ 620 ลิตร ตอ้ งเติมน้าอีกเท่าไรจึงจะ
เตม็ ถงั
ก. 1,820 ลิตร ข. 480 ลิตร
ค. 580ลิตร ง. 579 ลิตร
27. ขวดยาธาตมุ ีความจุ 500มิลลิลิตร ขวดน้าอดั มคี วามจุ 1,000มิลลิลิตร
ขวดน้าอดั ลมมีความจุมากกวา่ ขวดยาธาตุเท่าไร
ก. 500มิลลิลิตร ข. 150 มิลลิลิตร
ค. 750 มิลลิลิตร ง. 250 มิลลิลิตร
28. ยทุ ธสูงกวา่ ยอด ยอดเต้ียกวา่ เยยี่ ม เย่ียมสูงกวา่ ยทุ ธ ใครสูงที่สุด
ก. ยอด ข. ยทุ ธ
ค. เยย่ี ม ง. ยอด และ เยย่ี ม
29“ยาแกอ้ กั เสบกระปุกหน่ึงมี490เมด็ แบง่ ใส่ถงุ 230 เมด็ จะเหลือยาในกระปุก
กี่เมด็ ” ขอ้ ใดเป็นวธิ ีการแกโ้ จทยป์ ัญหา
ก. วิธีการลบ ข. วิธีการหาร
ค. วธิ ีการคูณ ง. วธิ ีการบวก
30. ขอ้ ใดหมายถึงการบวก
ก. การหาผลตา่ งของจานวนต้งั แต่ 2 จานวนข้ึนไป
ข. การหาผลลพั ธ์ของจานวนต้งั แต่ 2 จานวนข้ึนไป
ค. การหาผลรวมของจานวนต้งั แต่ 2 จานวนข้ึนไป
ง. การนบั เพิม่ คร้ังละเท่าๆกนั
เฉลยแบบทดสอบ
1. ก 11. ค 21. ค
2. ง 12. ก 22. ข
3. ข 13. ข 23. ก
4. ง 14. ก 24. ง
5. ค 15. ง 25. ข
6. ค 16. ค 26. ค
7. ข 17. ข 27. ก
8. ง 18. ก 28. ข
9. ก 19. ง 29. ง
10. ข 20. ข 30. ค
31.
ตวั อย่างแผนการจัดการเรียนรู้ 1 แผน
แผนการจดั การเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้ด้วยชุดกจิ กรรมการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ส่ิงแวดล้อมรอบตวั เป็ นสื่อ
กล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปี ที่ 2
ชื่อหน่วยการเรียนรู้ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ จานวน 1 ช่ัวโมง
มาตรฐาน ค. 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของ
จานวนผลท่ีเกิดข้นึ จากการดาเนินการ สมบตั ิของการดาเนินการ และนาไปใช้
ตัวชี้วัด
ค 1.1 ป.2/4 หาคา่ ของตวั ไม่ทราบคา่ ในประโยคสัญลกั ษณ์ แสดงการบวกและประโยค
สัญลกั ษณ์แสดงการลบของจานวนนบั ไม่เกิน 1,000 และ 0
สาระสาคญั
โจทยป์ ัญหาการบวก การลบ เป็นสถานการณ์ทางคณิตศาสตร์ ในลกั ษณะของการเพม่ิ ข้นึ หรือ
ลดลงจากที่มีอยเู่ ดิม ในการแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวก การลบ สามารถวิเคราะห์โจทย์
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายข้นั ตอนและวิธีการแกโ้ จทยป์ ัญหาไดถ้ กู ตอ้ ง
2. เมื่อกาหนดโจทยป์ ัญหาในชีวติ ประจาวนั ใหส้ ามารถวิเคราะหโ์ จทย์ แสดงวิธีทา
และหาคาตอบไดถ้ กู ตอ้ ง พร้อมท้งั ตระหนกั ถึงความสมเหตุสมผลของคาตอบที่ได้
3. นกั เรียนมีคุณลกั ษณะที่พึงประสงคท์ ่ีดีในการเรียน
สาระการเรียนรู้
โจทยป์ ัญหาการบวก ลบ
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน
1. ทดสอบก่อนเรียนเรื่อง โจทยป์ ัญหาเกี่ยวกบั เพื่อนร่วมช้นั จานวน 10 ขอ้
2. จดั กิจกรรมแขง่ ขนั คิดเลขเร็ว โดยกาหนดโจทยก์ ารบวก ลบ ใหแ้ ข่งขนั กนั
คิดเลขเร็วจานวน 10 ขอ้
3. ทบทวนบทเรียนเกี่ยวกบั การบวก โดยนาบตั รประโยคสัญลกั ษณ์การบวก
และการลบ แลว้ ใหน้ กั เรียนช่วยกนั หาคาตอบ เช่น
3,600 ข+้นั 5ส7อ4น= 1,920 - 365 = 4,500 + 2,576 =
4. ยกตวั อยา่ งโจทยป์ ัญหาท่ีเกี่ยวกบั เพอ่ื นในช้นั เรียน ใหน้ กั เรียนร่วมกนั อ่าน ดงั น้ี
สุนารีสูง 142 เซนติเมตร วิรดาสูง 154 เซนติเมตร วิรดาสูงกวา่ สุนารีกี่เซนติเมตร
5. นกั เรียนร่วมกนั วิเคราะห์โจทยป์ ัญหา โดยครูใชค้ าถามดงั น้ี
- ส่ิงที่โจทยก์ าหนดใหม้ ีอะไรบา้ ง
- สิ่งท่ีโจทยต์ อ้ งการทราบคืออะไร
- นกั เรียนจะดาเนินการแกโ้ จทยป์ ัญหาไดอ้ ยา่ งไร
- คาตอบที่ไดจ้ ากการแกโ้ จทยป์ ัญหาคืออะไร
- คาตอบท่ีไดถ้ กู ตอ้ งสมเหตสุ มผลหรือไม่
6. ครูแนะนาและอธิบายเรื่องการแกโ้ จทยป์ ัญหาและการ
หาคาตอบ และนกั เรียนจะตอ้ งทาอยา่ งไรบา้ งในแต่ลขอ้
7. อาสาสมคั รนกั เรียนออกมาเขียนคาตอบจากตวั อยา่ งโจทยป์ ัญหาที่กาหนดให้ นกั เรียนและ
ครูร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง มอบรางวลั เป็นเสียงปรบมือสาหรับอาสาสมคั ร
ตวั อยา่ ง สุนารีสูง 142 เซนติเมตร วิรดาสูง 154 เซนติเมตร วิรดาสูงกวา่ สุนารีก่ีเซนติเมตร
โจทยก์ าหนดอะไรให้บา้ ง สุนารีสูง 142 เซนติเมตร
วริ ดาสูง 154 เซนติเมตร
โจทยต์ อ้ งการทราบอะไร วริ ดาสูงกว่าสุนารีกี่เซนติเมตร
เขยี นแผนภาพความคิด
วริ ดาสูง 154 เซนติเมตร - สุนารีสูง 142 เซนติเมตร
ดาเนินการแกโ้ จทยป์ ัญหาอยา่ งไร
ประโยคสัญลกั ษณ์ 154 - 142 =
วธิ ีทา วริ ดาส1ูง5ก4วา่-สุนาเรซี น12ติเมเซตนรติเมตร
L : คาตอบท่ีไดค้ ืออวะิรไดราสูง
สุนารีสูง 142 เซนติเมตร
8. แจตกรแวจบคบาตฝึอวกบริกดิจากสรูงรกมวกา่ าสรุนแการโ้ ี จทยป์ ัญหา14ช2ุด+ท่ี11122 “=เพ1ื่อเซ5น4นรต่วิเมมชต้นั ร” ใหน้ กั เรียนคนละ
ตอบ ๑๒ เซนติเมตร
1 ชุด ครูอธิบายข้นั ตอนวธิ ีการปฏิบตั ิกิจกรรมอยา่ งละเอียด โดยใหน้ กั เรียนเติมขอ้ มูลในกิจกรรม
ที่ 1 การสารวจขอ้ มูลดว้ ยการสังเกต สอบถาม สมั ภาษณ์ ทดลองดว้ ยการปฏิบตั ิจริง นาขอ้ มูลท่ีไดเ้ ติม
ลงในโจทยป์ ัญหาแตล่ ะขอ้ ใหส้ มบูรณ์ จากน้นั ใหน้ กั เรียนแกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใชช้ ุดกิจกรรม
9. ร่วมกนั สาธิตการปฏิบตั ิกิจกรรมขอ้ 1
10. นกั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรมที่ 1 การสารวจขอ้ มลู ใชเ้ วลาประมาณ 10 นาที
11. นกั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรมการแกโ้ จทยป์ ัญหาโดยชุดกิจกรรมการแกโ้ จทยป์ ัญหา
12. อาสาสมคั รนกั เรียนออกมานาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน ขอ้ ละ 1 คน
13. นกั เรียนร่วมกนั ตรวจสอบผลงานที่อาสาสมคั รแตล่ ะคนออกมานาเสนอ
14. ร่วมกนั คดั เลือกผลงานดีเด่นจดั แสดงหนา้ ช้นั เรียน
15. ทดสอบหลงั เรียนเร่ือง โจทยป์ ัญหาเกี่ยวกบั เพื่อนร่วมช้นั จานวน 10 ขอ้
ข้นั สรุป
16. นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายสรุปข้นั ตอนการแกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใชช้ ุดกิจกรรมการแกโ้ จทย์
ปัญหา
โดยครูคอยแนะนาเพ่มิ เติมในส่วนท่ีนกั เรียนยงั สรุปไมค่ รบถว้ น
17. นกั เรียนร่วมกนั สรุปเทคนิคการวิเคราะหโ์ จทย์ เช่น
- ถา้ โจทยป์ ัญหาที่มีคาถามวา่ “รวมท้งั หมด” จะเป็นโจทยป์ ัญหาการบวก
- ถา้ โจทยป์ ัญหาที่มีคาถามวา่ “เหลือเท่าไร” จะเป็นโจทยป์ ัญหาการลบ
ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
1. ชุดกิจกรรมการแกโ้ จทยป์ ัญหา ชุดท่ี 1 “เพื่อนร่วมช้นั ”
2. แถบประโยคโจทยป์ ัญหาการบวก การลบ
3. แถบประโยคสญั ลกั ษณ์การบวก การลบ
4. ขอ้ มลู ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 2/3
5. การวดั และประเมินผล
วิธีการวดั เคร่ืองมือวดั เกณฑก์ ารประเมินผล
1. ตรวจชุดกิจกรรมการ 1. แบบประเมินการตรวจ 1. ทาชุดกิจกรรมการแกโ้ จทยป์ ัญหา ได้
แกโ้ จทยป์ ัญหา ชุดที่ 1 ชุดกิจกรรมการแกโ้ จทยป์ ัญหา ถกู ตอ้ งไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ 70 ถือวา่ ผา่ น
2. สงั เกตพฤติกรรมการร่วม 2. แบบสังเกตคณุ ลกั ษณะ เกณฑ์
กิจกรรมของนกั เรียน อนั พงึ ประสงคข์ องนกั เรียน 2. มีคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคอ์ ยใู่ น
3. ตรวจแบบทดสอบ 3. แบบทดสอบ เกณฑท์ ี่ดี
3. ทาแบบทดสอบไดถ้ ูกตอ้ งไมน่ อ้ ยกวา่
ร้อยละ 70 ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
บนั ทึกผลหลงั การสอน
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
ปัญหา / อุปสรรค
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
ลงช่ือ..........................................................
( นางสาวอไุ รวรรณ รักดวน )
ความคิดเห็นของผู้บริหาร
..............................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
ลงช่ือ.........................................................
(นายประภาส กองจนั ทร์ )
ผอู้ านวยการโรงเรียนศรีแกง้ คร้อ
ภาพกจิ กรรม
บรรณานุกรม
ไชยยศ เรืองสุวรรณ. Active Learning. ขา่ วสารวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์
มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ ประจาเดือนพฤศจิกายน, ๒๕๕๓.
ณชั นนั แกว้ ชยั เจริญกิจ. บทบาทของครูผ้สู อนในการจัดกจิ กรรมและวิธกี ารปฏิบตั ิตาม
แนวทางของ Active Learning. สืบคน้ จาก http//www.kroobannok.com เม่ือ
๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๔.
จารัส นอ้ ยแสงสรี. คู่มือการศึกษาเทคนคิ และวิธสี อนของครู. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลยั ศรี
นครินทรวิโรฒ ประสานมิตร, 2540.
ชยั วฒั น์ สุทธิรัตน์. 80 นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ทเี่ น้นผ้เู รียนเป็ นสาคัญ. พิษณุโลก : โปรแกรม
2550
ชยั พร รูปนอ้ ย. คู่มือเกม. กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร์, 2540.
ดวงมน ปริปุณณะ. เทคนิคและวิธีสอนในระดบั ประถมศึกษา. กรุงเทพมหานคร : ไทยวฒั นาพานิช,
2547
ธีระพฒั นฤ์ ทธ์ิทอง. 30 รูปแบบการจดั กจิ กรรมโดยยึดผ้เู รียนเป็ นสาคญั . กรุงเทพฯ : เฟ่ื องฟ้า
พริ้นติ้ง, 2545.
นิรมล ชยดุ ลาหกิจ. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้โดยยึดผู้เรียนเป็ นสาคัญ. กรุงเทพมหานคร : ตน้ ออ้ ,
2544.
สถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั กล่มุ สาระ
การเรียนรู้คณติ ศาสตร์ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั
พื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพช์ ุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศ
ไทยจากดั ,2560
สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานคณิตศาสตร์
ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 5 ตามมาตรฐานและตัวชีว้ ัด กล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศักราช
2551 (พมิ พ์คร้ังที่ 1). กรุงเทพมหานคร:โรงพมิ พ์ สกสค.ลาดพร้าว,2562