คำนำ
ปัจจุบันไม้ดอกไม้ประดับมีความสวยงาม จึงมีความเกี่ยวข้องในชีวิตประจําวันของมนุษย์ในยุค
สําหรับประเทศไทยมีการใช้ไม้ดอกไม้ประดับในวัฒนธรรมประเพณี และพิธีกรรมทาง ศาสนา มายาวนาน
ใชเ้ น่อื งในโอกาสต่างๆ มีการนําพรรณไม้ท่ีมีชอ่ื เปน็ มงคล ใช้ในพิธแี ต่งงาน เชน่ ใช้ใบเงินใบทอง ส่วนการใช้
ดอกไม้ในพิธีกรรมทางพุทธศาสนา เราใช้ดอกบัว ดอกมะลิดอกไมท้ ม่ี ีสีขาวอื่นๆและดอกไม้ที่มีกล่ินหอม
สว่ นงานสาํ คญั อกี งานหนึ่งไดแ้ ก่ งานวาระสุดท้ายของชวี ติ ดอกไมก้ ็มีบทบาทช่วยทาํ ใหง้ านมีสีสันคลายจาก
ความโศกเศร้าสะเทือนใจได้บ้าง ซ่ึงงานน้ีในสมัยท่ีวิทยาการทางการแพทย์ยังไม่เจริญก้าวหน้า การตั้งศพ
ของชาวบ้านไม่มีการฉดสารเคมีป้องกันการเน่าเป่ือย ดอกไม้ท่ีมีกล่ินหอมแรงจึงมีบทบาทเข้ามาช่วยดับ
กล่ินทีไ่ ม่พงึ ปรารถนา เชน่ ดอกซ่อนกลน่ิ ไทย นยิ มใชป้ ระดบั ในงานศพ แต่ปัจจุบันเราไม่มีความจําเป็นต้อง
ใช้กล่ินของดอกไม้มาช่วย จึงสามารถจัดตกแต่งดอกไม้ในงานได้อย่างสวยงามตามความพอใจและกําลัง
ทรัพยข์ องเจา้ ของงาน นอกจากนีไ้ ทยยังรบั วัฒนธรรมของชาติตะวันตกมาใช้มากมาย เช่น การเยี่ยมไข้การ
เยีย่ มคลอดการแสดงความยินดีในโอกาสตา่ งๆ เชน่ งานขึ้นบ้านใหม่ เปิดสํานักงานใหม่ วันรับพระราชทาน
ปริญญา วันรับปริญญา และมีการนําไม้ดอกไม้ประดับไปตกแต่งอาคารสถานที่ตลอดจนบ้านพักอาศัย
ทําให้รม่ รื่นสวยงามมองดูแลว้ สบายตาสบายใจอย่างย่ิง
จึงถือว่าไม้ดอกไม้ประดับเป็นพรรณพืชที่มีคุณคาทางใจอย่างหาที่เปรียบได้ยาก ส่วนในประเทศท่ี
พฒั นาแล้ว เชน่ สวติ เซอร์แลนด์ เนเธอรแ์ ลนด์ นอรเวย์ เดนมารค์ ออสเตรเลีย เบลเย่ยี ม สหราชอาณาจักร
อังกฤษ เยอรมนฟี นิ ด์แลนดส์ วีเดน สหรัฐอเมริกา และญ่ีป่นุ มีการบรโิ ภคไม้ตดั ดอกเปน็ ปริมาณมาก ซึ่งการ
ใช้ไม้ดอกไม้ประดับของประเทศเหล่านี้ นิยมใช้ประดับตกแต่งบ้านเรือนให้สวยงามและใช้ในโอกาสต่างๆ
เช่น การแสดงความยินดีความรกั ความระลึกถึง ความเคารพ และแสดงความอาลัยสําหรับบุคคลท่ีรักผู้
จากไป
สำรบัญ หนำ้
เร่ือง 1
1
ดอกไมใ้ นแถบยโุ รป 4
โครงสร้างหลักของดอกไม้
ดอกไม้ท่นี ิยมปลูกในยโุ รป
1
ดอกไม้ในแถบยุโรป
ดอกไม้ (Flower) คือ อวัยวะส่วนสําคัญที่ทําหน้าท่ีในการสืบพันธุ์ของพืชดอก (Angiosperm) เป็น
สว่ นโครงสรา้ งของพชื ทพี่ ฒั นามาจากก่ิงและใบ ดอกไม้แต่ละดอกมักมีขนาด รูปร่าง และสีสันแตกต่าง
กันไปตามชนิดของพันธ์ุพืช ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว เรามักเห็นดอกไม้มีสีสันสวยงามและส่งกล่ินหอม หารู้ไม่
ว่าลักษณะทางโครงสร้างท่ีโดดเด่นเหล่าน้ี ช่วยส่งเสริมกระบวนการสืบพันธ์ุของพืช โดยการดึงดูดและ
ลอ่ เหลา่ แมลงนานาชนิดเขา้ มาช่วยในการผสมเกสร
โครงสร้ำงหลกั ของดอกไม้
โครงสร้างหลักของดอกไม้สามารถแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ ช้ันกลีบเลี้ยง (Calyx) ช้ันกลีบ
ดอก (Corolla) ชั้นเกสรเพศผู้ (Androecium) และชั้นเกสรเพศเมีย (Gynaecium) ซึ่งเรียงตัวจาก
ชัน้ นอกสดุ เขา้ สู่ดา้ นในของดอกไม้ โดยส่วนประกอบทั้ง 4 ต้ังอยู่บนฐานรองดอกที่บริเวณปลายสุดของ
กา้ นชูดอก ดงั นี้
1. ช้นั กลีบเล้ยี ง (Calyx) หรือวงของกลีบเลี้ยงประกอบด้วยกลีบเลี้ยง (Sepal) ท่ีเป็นโครงสร้าง
ห่อหุ้มด้านนอกสุดของตัวดอก มักมีสีเขียวคล้ายส่วนของใบไม้จากการมีองค์ประกอบของคลอโรฟิลล์
อยู่ภายใน ซง่ึ ทําให้กลีบเลี้ยง
นอกจากทําหน้าที่ป้องกันอันตรายให้แก่ส่วนโครงสร้างภายในของดอกไม้แล้ว ยังสามารถ
สังเคราะห์แสง (Photosynthesis) เพ่ือสร้างสารอาหารให้แก่พืชอีกด้วย กลีบเล้ียงส่วนใหญ่จะหมด
หนา้ ท่ีและหลุดรว่ งไปจากตน้ เมือ่ ดอกไม้บานเตม็ ทีแ่ ล้ว
2
ในพืชดอกบางชนิดวงของกลีบเลี้ยงอาจมีสีสันสดใส เพ่ือทําหน้าที่ล่อแมลงให้เข้ามาผสมเกสร
เช่นเดียวกับกลีบดอก อีกท้ัง ในพืชบางชนิดยังมี “ร้ิวประดับ” (Epicalyx) หรือกลีบสีเขียวขนาดเล็กที่
เรียงตวั เปน็ วงบริเวณใต้กลีบเล้ยี ง เช่นที่ปรากฏในดอกชบา และพู่ระหง เป็นต้น
2. ชั้นกลีบดอก (Corolla) หรือวงของกลีบดอกประกอบด้วยกลีบดอก (Petal) ที่เป็นส่วน
โครงสร้างอยู่ถัดเข้ามาจากกลีบเลี้ยง มักมีสีสันสวยงามจากรงควัตถุประเภทต่าง ๆ เช่น แคโรทีนอยด์
(Carotenoid) หรือแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ในพืชดอกบางชนิด อย่างดอกพุดตาน กลีบดอก
นั้นสามารถเปล่ียนสีได้ หรือในพืชบางชนิด กลีบดอกอาจมีกล่ินหอมผสมผสานอยู่ด้วย จากการมีทั้ง
ตอ่ มกลน่ิ และตอ่ มนาํ้ หวานตรงบรเิ วณโคนของกลบี ดอก ซึง่ ทําหนา้ ท่ีชว่ ยดึงดูดแมลงให้เขา้ มาผสมเกสร
นอกจากนี้ ยังมี “วงกลีบรวม” (Perianth) ท่ีปรากฏข้ึนในพืชซึ่งวงของกลีบเล้ียงและกลีบดอก
มลี กั ษณะคล้ายคลงึ กนั จนแยกไมอ่ อก อย่างเชน่ ในจาํ ปี จําปา บวั หลวง และทวิ ลิป เปน็ ต้น
3. ช้ันเกสรเพศผู้ (Androecium) ประกอบด้วยเกสรเพศผู้ (Stamen) ทําหน้าท่ีสร้างเซลล์
สืบพนั ธุ์เพศผู้ ซึ่งในพืชส่วนใหญ่มักมีจํานวนมากและเรียงตัวเป็นวง โดยเกสรเพศผู้มีทั้งส่วนท่ีแยกออก
จากกันเป็นอิสระและส่วนของเกสรท่ีมีโครงสร้างติดกันหรืออาจเช่ือมติดกับส่วนอ่ืน ๆ ของดอกไม้
อยา่ งเชน่ ในดอกเข็มและดอกลําโพง ซง่ึ เกสรเพศผู้จะเช่อื มติดกับสว่ นของกลีบดอก หรือท่ีพบในดอกรัก
และดอกเทยี นท่เี กสรเพศผู้มโี ครงสร้างติดกับเกสรเพศเมยี เกสรเพศผู้มอี งคป์ ระกอบสําคญั 2 สว่ น คอื
3
- อับเรณู (Anther) หรืออับเกสรเพศผู้ มีลักษณะเป็นแท่งกลมยาว 2 พู ภายในประกอบด้วย
“ถุงเรณู” (Pollen Sac) ขนาดเล็ก 4 ถุง ซ่ึงบรรจุละอองเรณู (Pollen Grain) ที่มีลักษณะเป็นเม็ด
ขนาดเลก็ สเี หลืองจํานวนมาก ผวิ ของเรณูนนั้ แตกต่างกนั ไปตามชนิดของพืช เมือ่ ดอกเจริญเตม็ ทแ่ี ล้ว ถุง
ละอองเรณูจะแตกออก ทําให้ละอองเรณูปลิวไปตกลงบนยอดเกสรเพศเมีย เพ่ือสร้างสเปิร์ม (Sperm)
ท่ีใช้ในการผสมพันธุ์ต่อไป ในพืชแต่ละชนิด จํานวนของเกสรเพศผู้จะมีจํานวนมากน้อยแตกต่างกันไป
แตโ่ ดยทัว่ ไปแล้ว พชื โบราณหรอื พชื ชัน้ ตํ่ามักมีเกสรเพศผู้จํานวนมาก ส่วนพืชที่มีวิวัฒนาการสูงเกสรจะ
มีจํานวนลดลง
- ก้ำนชูเกสรเพศผู้ (Filament) คือ ส่วนโครงสร้างที่ทําหน้าที่ชูอับเรณู มีลักษณะโครงสร้าง
เป็นเส้นท่ีอาจอยู่รวมกันเป็นกลุ่มหรือแยกจากกันเป็นอิสระ มีขนาดและความยาวแตกต่างกันไปตาม
ชนิดของพืช
4. ช้ันเกสรเพศเมีย (Gynaecium) ประกอบด้วยเกสรเพศเมีย (Pistil) อยู่ด้านในสุดของดอก
เป็นส่วนโครงสร้างท่ีพัฒนามาจากใบ เพ่ือทําหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธ์ุเพศเมีย ในพืชแต่ละชนิด เกสร
เพศเมียอาจมีเพียงหนึ่งหรืออาจมีจํานวนมากขึ้นอยู่กับชนิดพันธ์ุพืช เกสรเพศเมียมีองค์ประกอบสําคัญ
3 ส่วน คือ
ยอดเกสรเพศเมีย (Stigma)คือ ส่วนที่มีลักษณะโปร่งพองออกมาเป็นตุ่มแผ่แบนเป็นแฉก ๆ
เปน็ พูและมนี ้าํ หวานเหนยี วคน้ หรอื ขนคอยจบั ละอองเรณูทล่ี อยมาตดิ
ก้านชูเกสรเพศเมีย (Style) คือ ส่วนที่มีลักษณะเป็นเส้นหรือก้านขนาดเล็กที่เช่ือมต่อจากยอด
เกสรตวั เมียลงสรู่ ังไข่ เพอ่ื เปน็ เส้นทางให้สเปริ ์มเคลื่อนตวั เขา้ มาปฏสิ นธิกับไข่
รังไข่ (Ovary) คือ ส่วนของกระเปาะพองโตท่ียึดหรืออาจฝังอยู่กับฐานรองดอก (Receptacle)
ภายในมีลักษณะเป็นห้องขนาดเล็กเรียกว่า “โลคุล” (Locule)ซึ่งภายในโลคุลประกอบด้วยออวุล
(Ovule) ท่ีมีหน้าที่สร้างไข่ (Egg) บรรจุอยู่ แต่ละหน่วยของเกสรเพศเมียท่ีมีโลคุลท่ีห่อหุ้มไข่ไว้ภายใน
เรยี กวา่ “คาร์เพล” (Carpel) โดยใน 1 โลคุล อาจมี 1 คาร์เพล หรือหลายคาร์เพลตามชนิดของดอกไม้
เม่อื เกิดการปฏสิ นธิ รงั ไขจ่ ะเจรญิ ไปเปน็ ผล ขณะทอ่ี อวุลจะเจรญิ ไปเป็นส่วนของเมลด็
4
ดอกไม้ทนี่ ิยมปลกู ในยุโรป
กหุ ลำบ
กุหลาบเป็นพรรณไม้ยืนต้น เป็นพุ่มขนาดเล็ก ลําต้นมีความยาวประมาณ 30-200 เซนติเมตร
ลําต้นเต้ียและสูง มีหนามหรือไม่มีแล้วแต่ชนิดพันธ์ุลําต้นสีเขียว เมื่อแก่จะเป็นสีน้ําตาล แตกกิ่งก้านมา
รอบต้นใบเป็นใบรวมแตกออกจากก่ิงก้าน ก้านใบจะมีหูใบติดอยู่ด้วย ลักษณะใบโคนใบมนปลายใบ
แหลมขอบใบมีหยักเล็กน้อยตัวใบน่ิมมีสีเขียวใบจะออกจากก้านใบเป็นคู่ขนาดความกว้างของใบ
ประมาณ 2 – 4 เซนติเมตรยาวประมาณ 3 – 5 เซนติเมตร ดอกเป็นดอกเดี่ยวมีก้านดอกยาวแตกออก
จากปลายกิ่งหรือง่ามใบที่กิ่งลักษณะดอกเป็นกลีบเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆประมาณ 4 – 6 ช้ันดอกมีกลีบ
5 – 15 กลีบขอบดอกเรียบตรงกลางดอกมีเกสรตัวผู้และตัวเมีย อยู่รวมกันดอกมีกล่ินหอมอ่อน ๆ ดอก
บานมี ความกว้างประมาณ 2 – 6 เซนตเิ มตรลกั ษณะของลาํ ตน้ ใบดอกแตกต่างกนั ไปตามชนดิ พนั ธุ์
5
ทวิ ลิป
ทิวลปิ เปน็ ดอกไม้เมอื งหนาวท่ีมีถิ่นกําเนิดในทวีปยุโรป เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของฮอลแลนด์ มี
อยู่หลายสี ดอกทวิ ลิปจะปลูกไดต้ อ้ งใช้อณุ หภูมิทีเ่ หมาะสม คอื ไมเ่ กนิ 25 องศาเซลเซยี ส แม้ว่าทิวลิปจะ
เป็นดอกไม้ท่ีทําให้นึกถึงฮอลแลนด์ แต่ทั้งดอกไม้และชื่อมีท่ีมาจากจักรวรรดิเปอร์เชีย ทิวลิปหรือ
“lale” เช่นเดียวกับทเี่ รียกกนั ในตรุ กี เปน็ ดอกไมท้ ้องถิ่นของตุรกี, อิหร่าน, อัฟกานิสถาน และบางส่วน
ของเอเชียกลาง แม้ว่าจะไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้นําทิวลิปเข้ามาทางตะวันตกเฉียงเหนือของยุโรปแต่ท่ี
สําคัญคือตุรกีเป็นผู้ทําให้ทิวลิปมีชื่อเสียงท่ีน่ัน เร่ืองท่ีเป็นท่ียอมรับกันก็คือ Oghier Ghislain de
Busbecqไปเป็นราชทูตของสมเด็จพระจักรพรรดิเฟอร์ดินานด์ท่ี 1 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ในราชสํานัก
ของสลุ ตา่ นสลุ ัยมานมหาราชแห่งจกั รวรรดิออตโตมนั ในปี ค.ศ. 1554 Busbecq บรรยายในจดหมายถึง
ดอกไม้ต่างๆ ท่ีเห็นท่ีรวมท้ังนาร์ซิสซัส ดอกไฮยาซินธ์ และทิวลิปที่ดูเหมือนจะบานในฤดูหนาวที่ดู
เหมือนผิดฤดู (ดู Busbecq, qtd. in Blunt, 7) ในวรรณคดีเปอร์เชียท้ังสมัยโบราณและสมัยใหม่ต่างก็
ให้ความสนใจกับดอกไม้ชนิดน้ี คําว่า “tulip” ที่ในภาษาอังกฤษสมัยแรกเขียนเป็น “tulipa” หรือ
“tulipant” เข้ามาในภาษาอังกฤษจากฝรั่งเศสท่ีแผลงมาจากคําว่า “tulipe” และจากคําโบราณว่า
“tulipan” หรือจากภาษาลาตินสมัยใหม่ “tulpa” ที่มาจากภาษาตุรกี “tlbend” หรือ “ผ้ามัสลิน”
(ภาษาองั กฤษวา่ “turban” (ผา้ โพกหัว) บนั ทึกเป็นครง้ั แรกในภาษาอังกฤษในครสิ ต์ศตวรรษท่ี 16 และ
อาจจะมาจากภาษาตุรกีอีกคําหนง่ึ ว่า “tlbend” กเ็ ปน็ ได้
6
ดอกคำรเ์ นช่นั
คารเ์ นช่นั มถี ิน่ กาํ เนดิ ในยุโรปตอนใต้ คาร์เนช่นั ที่นําเขา้ ส่วนใหญ่ปลูกในเรอื นกระจกท้ังสิ้น ใช้ทํา
เป็นไม้ตัดดอกได้เปน็ อย่างดี ให้จํานวนดอกต่อต้นนับเป็นท่ี 2 รองจากกุหลาบ การปลูกคาร์เนชั่นแต่ละ
ครั้งอาจจะอยู่ได้เพียงฤดูเดียวหรือหลายฤดูก็ได้ ทั้งน้ีข้ึนอยู่กับสถานท่ีและการปลูกปฏิบัติรักษา บาง
แห่งอาจจะปลูกได้เพียงฤดูเดียว บางแห่งอาจจะปลูกแล้วเก็บเก่ียวได้นานถึง 2 -3 ปี ซึ่งตามปกติแล้ว
เป็นการปลูกคาร์เนช่ันในเรือนกระจก ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ดอกล้มลุก ลําต้นแตกกิ่งก้าน ใบรูปแถบ
เรียวยาว สเี ขียวเข้มอมฟ้า โคนใบหุ้มข้อโป่งพองเล็กน้อย ดอกมีทั้งชนิดดอกเด่ียวและดอกช่อ กลีบรอง
ดอกสีเขียว รูปถ้วย กลีบดอกซ้อนฟู ขอบกลีบเป็นแฉก สีขาว ชมพู เหลือง ส้ม แดง และขลิบขอบสี
ต่างๆ ดอกมที ั้งชนดิ ดอกซ้อนและดอกช้นั เดยี ว ปลายกลบี ดอกจะมีลักษณะหยัก ๆ คล้ายฟันเล่ือย กลีบ
ห้มุ ดอก มลี กั ษณะรวมติดกนั เป็นกรวยหุ้มกลบี ดอกไว้ ดอกมีขนาดตงั้ แต่ 1.5 – 3 น้ิว สีของดอกมีหลาย
สี คอื ขาว แดง แดงอมอมว่ ง และอาจจะมี 2 สีในดอกเดยี วกัน
7
ดอกคอรน์ ฟลำวเวอร์
มีถ่ินกําเนิดในอังกฤษ และประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียน เน่ืองจากคอร์นฟลาวเวอร์เป็นพืชท่ี
ขนึ้ เปน็ วชั พชื ในไร่ขา้ วโพดแถวยุโรปตอนใต้ธรรมชาติแต่เดิมเป็นดอกจะมีสีฟ้าสด และ ม่วง แต่ปัจจุบัน
มีหลายสี นอกจากน้ีคอร์นฟลาวเวอร์ยังเป็นดอกไม้ประจําชาติเยอรมนีลําต้นชูดอกข้ึนเหนือพุ่มใบมาก
ใบมีสีเขียวอมเทา ดอกมีหลายสี เช่น ฟ้า ชมพู ขาว นํ้าเงิน แดง ดอกมีกลับละเอียดซ้อนกันค่อนข้าง
แนน่ บางพนั ธมุ์ ปี ลายกลบี เปน็ แฉกละเอยี ด
ดอกเยอบีรำ่
เป็นไมด้ อกทีป่ ลกู งา่ ย มีสสี ันหลากหลายและสวยสดใส สื่อความหมายถงึ ความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา
มคี วามเขม้ แขง็ เหมอื นคาํ พดู ทีว่ า่ “เธอคือแสงอาทติ ย์ แห่งชีวิตฉัน”
8
ดอกมเู กร์
ดอกมูเกร์มีหลายชื่อ เดิมทีเดียวรู้จักกันในช่ือ Our lady’s tear เพราะเชื่อกันว่าเป็นดอกไม้ท่ี
เกิดจากนํา้ ตาของพระแม่มารีหยดลงบนไมก้ างเขน ที่ใชต้ รึงพระเยซู บ้างก็ว่าเกิดจากเลือดขอ เซนต์เลีย
วนาร์ดท่ีกระเซ็นลงบนพื้นดิน ในขณะท่ีต่อสู้กับมังกร ชาวฝร่ังเศสเชื่อกันว่า ดอกมูเกร์ เป็นดอกไม้ที่
นํามาซงึ่ ความสุข ดอกมเู กร์จะออกดอกปลี ะ 1 ครัง้ ในช่วงปลายเดอื นเมษายน ชาวฝร่ังเศส
ดอกคำลล่ำลิลล่ี
เป็นดอกไม้แห่งความสว่างไสว นิยมมามาประดับในงานแต่งงาน ช่วยสร้างความรู้สึกหรูหรา
เป็นดอกไมท้ ี่สอ่ื ถงึ ความบริสทุ ธ์ิ และการแสดงความเอ้อื อาทร
9
ดอกเดซ่ี
ดอกเดซี่ สันนิษฐานว่า มาจากภาษาของพวกแองโกลแซกซอน ที่มีความหมายว่า day’seye
ซ่ึงตรงกับลักษณะของดอกเดซี่ ท่ีบานเม่ือพระอาทิตย์ข้ึน และหุบเม่ือพระอาทิตย์ตก การแพทย์แผน
โบราณยังเช่ือว่า มันสามารถนํามารักษาโรคที่เกี่ยวกับตาได้ด้วย ดอกเดซ่ี มีความหมาย คือ ความไร้
เดียงสา และมติ รภาพ ดอกเดซม่ี กี ลบี สขี าวและเกสรสีเหลืองและอาจมีสีชมพหู รอื สีแดงเหมอื นกุหลาบก็
ได้ ซ่ึงทําให้เข้าใจว่าเป็นดอกเด่ียวแต่ที่จริงแล้ว เดซ่ีมีดอกอยู่ 2 ชั้นด้วยกันตามลักษณะดอกคือ มีดอก
เลก็ ๆ ย่อยๆ บานอยู่ตรงกลาง หรือตรงเกสร และดอกวงนอกบานอยู่รอบๆ เกสร ดอกเยอบีร่าเป็นสาย
พนั ธุ์ของดอกเดซท่ี ีเ่ รานิยมกันมาก ดว้ ยลักษณะดอกที่ใหญ่ และมีสสี นั หลากหลาย ดอกเดซี่ จึงเหมาะท่ี
จะมอบใหเ้ พื่อบอกวา่ คณุ หว่ งใยเขามากแคไ่ หน
10
รกั เร่
รักเร่ เป็นพันธ์ุไม้ดอกท่ีมีถิ่นกําเนิดในเม็กซิโก โคลัมเบีย และท่ัวไปในทวีปอเมริกากลาง ดอกมี
รูปทรงและสีสรรสวยงามสะดุดตา กา้ นดอกแข็งแรง นิยมปลูกเปน็ ไม้ตดั ดอก เช่นเดียวกบั กุหลาบ แต่ใน
ประเทศไทยไม่นยิ มปลกู เนือ่ งมาจากมชี ื่อที่ไม่เป็นมงคล ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์ รักเร่เป็นไม้พุ่ม ราก
มีลักษณะคล้ายหัว ลําต้นแตกกิ่งก้านสาขามากมาย ดอกเป็นแบบเดียวกับเบญจมาศ ก้านดอกยาว
แข็งแรง กลีบดอก แบ่งออกเป็น 2 ตอน กลีบดอกชั้นนอกนี้แผ่กว้างออก หรืออาจจะห่อเป็นหลอดก็ได้
แล้วแต่ชนิดของดอก มีเกสรตัวผู้และตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน กลีบรองดอก ด้านในเป็นแผ่นบาง ๆ
เรียงกันเป็นระเบียบติดอยู่กับฐานของดอก ส่วนกลีบรองดอกด้านนอบเล็กกว่าด้านใน เมล็ดมีลักษณะ
เป็นรูปไข่ ดอกมีหลายสี เช่น ชมพู นํ้าเงิน ขาว แดง แสด ส้ม ม่วง และเหลือง เป็นต้น การดูแล และ
การขยายพันธ์ รักเร่ชอบขึ้นในท่ีกลางแจ้งแดดจัด แต่มีความชื้นพอเพียง ควรปลูกในดินที่ร่วนซุยและ
ระบายนํ้าได้ดี บางครั้งจําเป็นต้องหาวัสดุคลุมดินให้รักเร่ เช่น ฟาง ใบไม้แห้ง หรือเปลือกถั่ว เป็นต้น
สาํ หรบั การขยายพันธรุ์ ักเรน่ น้ั สามารถเพาะเมล็ด ปักชําก่ิง ต่อกิ่ง หรือใช้ราก เมื่อต้นให้ดอกแล้วต้นจะ
แก่และโทรมไปในท่ีสุด โดยจะท้ิงรากที่เป็นหัวไว้ในดิน ให้ตัดต้นเหนือระดับดินประมาณ 3 น้ิว เพราะ
ส่วนของตาที่จะเจริญเป็นต้นใหม่จะอยู่บริเวณโคนต้น แล้วจึงขุดหัวข้ึนมาจากดิน ประโยชน์ หัวใต้ดิน
นํามาต้มกับหมูรับประทานแก้โรคหัวใจ แก้ไข้ต้น น้ําคั้นจากต้นมีฤทธ์ิเป็นยาปฏิชีวนะอ่อน ๆ ฆ่าเช้ือ
Staphylococcus แตส่ าํ หรบั ใบรกั เร่ บางพนั ธ์ุมีพษิ ไมน่ ยิ มรับประทาน
11
อำซำเลยี
อาซาเลียเป็นพืชที่มีถิ่นกําเนิดในเขตอบอุ่นเป็นส่วนใหญ่ ถึงแม้ว่าจะมีบางส่วนท่ีอยู่ในเขตร้อน
แต่อยู่สูงจากระดับนํ้าทะเลมากและมีอากาศเย็นตลอดปี จึงเป็นการยากท่ีจะทําการปลูกเลี้ยงในพื้นที่
ราบท่ีมีอุณหภูมิสูง แต่ก็มีบางพันธุ์ท่ีพอจะสามารถปรับตัวให้อยู่รอดและเจริญเติบโตผลิดอกได้ใน
สภาวะดังกล่าว แต่อาจจะต้องมีการปรับสภาพแวดล้อม อุณหภูมิ ความชื้น ฯลฯ เพื่อให้เอ้ือต่อการ
เจรญิ เติบโตของอาซาเลีย
อาซาเลียเป็นพืชที่มีรากขนาดเล็กและบอบบางมาก ดังนั้นจึงจําเป็นที่จะต้องดูแลเร่ืองเคร่ือง
ปลูกเป็นอย่างดี เครื่องปลูกจะต้องอุ้มน้ําได้ดี ร่วนซุย และระบายนํ้าได้ดีด้วยเพราะถ้าเคร่ืองปลูกแน่น
มากรากจะชอนไชในเนื้อดินหรือเคร่ืองปลูกไม่ได้ทําให้ไม่เจริญเติบโต ท่ีสําคัญอาซาเลียเป็นพืชท่ีชอบ
เครื่องปลูกท่ีมีสภาพความเป็นกรด ตามตําราต่างประเทศน้ันระดับความเป็นกรดของเครื่องปลูกที่
เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของอาซาเลียอยู่ท่ี 4.5-6.0 ดังนั้นในต่างประเทศการปลูกเพื่อจําหน่าย
มกั จะใช้พีทมอสเป็นเครื่องปลูกเน่ืองจากว่ามีสภาพความเป็นกรด แต่จากประสบการณ์ เราสามารถหา
เครื่องปลูกในบ้านเราแทนได้ ได้แก่ หน้าดินที่มฮี วิ มัสสงู ผสมกบั แกลบ ขยุ มะพรา้ ว ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก
สว่ นผสมอัตราสว่ นเทา่ ไรก็ไดต้ ามท่ีเม่ือผสมมาแลว้ ได้เครื่องปลกู ที่ร่วนซุย อุ้มนํ้าได้ดี และระบายนํ้าได้ดี
เปน็ ใชไ้ ด้
12
ดอกไฮเดรนเยีย
เป็นดอกไม้ท่ีมีความหมายทั้งในเชิงลบ และเชิงบวก ส่วนใหญ่จะบอกว่า ดอกน้ีหมายถึง
“ดอกไมแ้ ห่งหวั ใจด้านชา” วา่ กันวา่ ไม่ควรมอบดอกไม้น้ีให้แก่ผู้ใด นอกจากอยากจะตัดพ้อผู้รับว่า เขา
หรือเธอ ช่างเป็นคนใจด้านชาเสียเหลือเกิน แต่ในอีกความหมาย ดอกไฮเดรนเยีย หมายถึง “คํา
ขอบคุณ” ขอบคุณที่เข้าใจกัน เหมือนคําพูดท่ีว่า “ขอบคุณที่เข้าใจในตัวฉัน และยอมรับความเป็นฉัน
เสมอมา”
ดอกคัตเตอร์
เป็นดอกไม้ท่ีคนส่วนใหญ่จะนิยมนํามาประดับมากกว่าจะใส่เป็นดอกเด่น เป็นดอกไม้ท่ีส่ือถึง
การมีน้ําใจ แม้ตัวเองไม่โดดเด่น ไม่ได้งดงาม แต่ก็ทําให้คนอ่ืนดูงดงามข้ึนได้ จึงทําให้ดอกไม้ชนิดน้ีแฝง
ไปด้วยความหมายลกึ ๆ ที่ว่า “แมค้ ุณจะไม่มองฉนั แตฉ่ ันจะมแี ต่คณุ เสมอ”
13
ดอกไลเซนทัส
เปน็ ไม้ดอกขนาดเล็ก คล้ายดอกกุหลาบ ออกดอกจะเปน็ ชอ่ มีกลีบบางอ่อน ดูนมุ่ นวล อ่อนช้อย
หลายสี จึงมักถูกใช้ประดับในช่อดอกไม้ในงานแต่งงาน นอกจากน้ี ดอกไลเซนทัสยังส่ือความหมายถึง
การใส่ใจเอาใจใสต่ ่อคนคนนน้ั หรือมติ รภาพท่ยี ่ังยนื และความทรงจําที่ดี
ดอกสแตติส
เป็นไม้ดอกท่ีมีความสวยงามและคงรูปอยู่ได้นานแม้ดอกจะแห้ง จึงมักจะนําไปประดับแซมใน
ช่อดอกไม้ใหญ่ๆ เพ่ือประดับในงานพิธีต่างๆ และงานแต่งงาน ชาวยุโรปนิยมมอบให้กันในช่วงที่มีการ
นดั เดท หรอื วนั ครบรอบในโอกาสพิเศษต่างๆ เพือ่ สื่อถึงความรูส้ ึกดีๆ ทค่ี งอยตู่ ลอดไ
อำ้ งองิ
สุชานชุ มีทองแสน. ชนดิ ของดอกไม้. จาก https://shorturl.asia/3tAvm. สืบคน้ เม่ือวันท่ี 10
พฤษภาคม 2565
พนดิ า จนิ ดาวงศ.์ (2017). ดอกไม้. จาก https://shorturl.asia/QCTV6. สบื ค้นเมื่อวันที่ 10
พฤษภาคม 2565
เชค็ ความหมายดอกไม้ 10 ชนดิ ท่ีคณุ อาจจะยงั ไม่รู้. (2021). จาก https://shorturl.asia/s7t9v.
สืบคน้ เมอื่ วันท่ี 10 พฤษภาคม 2565