KAMONWANTHONGJAENG
KhaorukSchool
การพัฒนาทักษะอ่านคําศพั ท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้แบบฝกึ การอา่ นคาํ คลอ้ งจ้อง
ภาษาองั กฤษ-ไทย สําหรบั นักเรยี นระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 5
โรงเรียนบ้านเขารกั ษ์
สํานักงานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสุราษฏร์ธานี เขต 3
ปกี ารศกึ ษา 2561
ชือ่ งานวิจยั การพัฒนาทักษะอา่ นคําศพั ท์ภาษาองั กฤษ โดยใช้แบบฝึกการอา่ นคําคล้องจอ้ ง
ภาษาองั กฤษ-ไทย
ระดบั ชั้น
ชอื่ ผู้วิจยั ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 5
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ นางสาวกมลรรณ ทองแจ้ง
ปีการศกึ ษา
ภาษาต่างประเทศ
2561
บทคัดยอ่
การศกึ ษาวจิ ัยในครง้ั น้ี มีวัตถุประสงค์เพอื่ เปรยี บเทียบทักษะการอ่านคาํ ศัพท์ภาษาองั กฤษก่อนและหลัง
การเรียน โดยใชแ้ บบฝกึ การอ่านคําคล้องจ้องภาษาองั กฤษ-ไทย สําหรับนักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 5 ซ่ึงมี
ทั้งหมด 10 ชุด นกั เรยี นใชก้ จิ กรรมการฝกึ อ่านคาํ ศพั ท์ในช่วงพักกลางวนั เวลา 12.15-12.30 น. เป็นระยะเวลา
15 นาที ในแต่ละวัน ในภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2561 จํานวนระยะเวลาทง้ั ทใ่ี ชใ้ นการทดลอง 20 ชัว่ โมง
รวมท้งั การลงมอื ทาํ แบบฝึกหดั เพ่ือทดสอบความรู้ ความเข้าใจ และประเมนิ ผลสัมฤทธิท์ างการพัฒนาดา้ นการ
อา่ น โดยผวู้ ิจยั ไดจ้ ัดทําการทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรียน รวมทงั้ ทาํ การคดิ วิเคราะหผ์ ลคะแนนโดยใชว้ ธิ กี ารหา
ค่าเฉลยี่ และค่าร้อยละ
จากการศึกษาปรากฏว่า จากการทดสอบทกั ษะการอ่านคําคลอ้ งจ้องภาษาองั กฤษ-ไทย ทงั้ 10 ชดุ ตามที่
กาํ หนดใหน้ ้ัน ทาํ ใหน้ ักเรยี นมคี วามรู้ ความจํา และสามารถทําแบบทดสอบหลังเรยี นไดด้ ียิง่ ข้ึน ดงั จะเหน็ ได้จาก
การเปรยี บเทยี บผลการทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรยี นของนกั เรยี นทเี่ พิ่มข้ึน
การพฒั นาทกั ษะการอ่านคําศพั ทภ์ าษาองั กฤษ โดยใชแ้ บบฝึกการอ่านคําคลอ้ งจองภาษาองั กฤษ-ไทย สําหรับนกั เรียนช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 5
โรงเรียนบ้านเขารักษ์ ปีการศึกษา 2561 1
การพฒั นาทกั ษะการอ่านคาํ ศัพท์ภาษาองั กฤษ
โดยใช้แบบฝึกการอ่านคําคล้องจองภาษาอังกฤษ-ไทย สําหรบั นักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5
ความเปน็ มาและความสําคัญของปญั หา
สังคมโลกปจั จุบนั นม้ี ีความเจรญิ กา้ วหน้า และมีการเปลี่ยนแปลงอยา่ งรวดเรว็ ในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่าง
ยง่ิ การติดตอ่ สอื่ สารไดพ้ ฒั นาไปอย่างไม่หยุดย้ัง รวมทั้งดา้ นขอ้ มูลข่าวสารและเทคโนโลยี การศกึ ษาไทยควรพัฒนา
ให้ทนั ต่อการเปลี่ยนแปลง การตดิ ตอ่ ส่ือสารกนั นั้นจําเปน็ ต้องมีภาษาเป็นสือ่ กลาง เพือ่ ใหเ้ กิดความเข้าใจในแนว
เดยี วกัน นอกจากจะใชภ้ าษาในกลมุ่ เดยี วกันแล้ว คนเราตอ้ งตดิ ตอ่ สอ่ื สารหรอื แสดงความเข้าใจกับคนภายนอก
กลมุ่ อีกด้วย ภาษาองั กฤษจดั เป็นภาษาสากล (International Language) ทีม่ ผี ู้นยิ มใชก้ ันมากในการตดิ ต่อส่อื สาร
กับคนทั่วโลก นอกจากนี้ภาษาองั กฤษยงั เป็นภาษาที่สาํ คญั ในการ ก้าวสปู่ ระชาคมอาเซียนในปี 2558 อกี ทัง้ กฎ
บัตรอาเซียนขอ้ 34 ไดบ้ ัญญัติว่า “ภาษาท่ีใชใ้ นการทาํ งานของ อาเซยี นควรจะเป็นภาษาอังกฤษ” เพ่ือใช้สําหรับ
การปฏสิ ัมพนั ธต์ ่างๆ เมือ่ เข้าส่ปู ระชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น ไมว่ ่าคนของแตล่ ะประเทศจะใช้ภาษาอะไรเป็นภาษา
ราชการ และภาษาประจาํ ชาตอิ ยู่ในขณะน้ี เม่อื ต้อง ตดิ ตอ่ ส่อื สารกบั คนอ่นื ทต่ี า่ งภาษา ต่างวัฒนธรรมนน้ั ทุกคน
จําเป็นตอ้ งใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลกั ทุกคนต้องเรียนรแู้ ละใชภ้ าษาอังกฤษให้ได้ทั้งสิน้ และภาษาองั กฤษถือ
เป็นภาษาบังคบั อันดับแรกที่ประชาชน พลเมอื งใน10 ประเทศอาเซยี นจะตอ้ งฝึกฝน พัฒนาขีดความสามารถในการ
ใช้ภาษาอังกฤษ ดงั น้ันผู้ทร่ี ้ภู าษา อังกฤษเปน็ อย่างดยี อ่ มเป็นผู้ไดเ้ ปรียบในการใชภ้ าษาองั กฤษ เพือ่ เป็นเครื่องมอื ใน
การตดิ ตอ่ สือ่ สาร แลกเปลยี่ นความรคู้ วามคิด และแสวงหาความรใู้ นด้านต่างๆ (Rutttanapaitonchai; ITD.
2012)
การจัดกระบวนการเรียนการสอนและกิจกรรมการเรียนการสอนของกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ(วิชา
ภาษาองั กฤษ) มีจุดมุ่งหมายให้ นกั เรียนเกดิ ทักษะท้ัง 4 คือ ทักษะการฟังทกั ษะการพดู ทักษะการอ่านและทกั ษะ
การเขียนรวมท้ังการคิดอย่างย่ิงโดยเฉพาะทักษะการอ่านซ่ึงเป็นทักษะที่ใช้ ในการส่ือสารกับโดยทั่วไปซ่ึงจะต้อง
นําไปใช้ ในชีวติ ประจาํ วันและการเรียนรู้ ในระดับข้นั สูงตอ่ ไปแต่ จากการสังเกตพฤติกรรมการอ่านของนักเรียนชั้น
ประถมศกึ ษาปี 5 โรงเรียนบา้ นเขารักษ์ พบวา่ นักเรียนมพี นื้ ฐานในการอ่านคําศัพท์ สะกดคําบอกความหมายของ
คําศัพท์ท่ีนําไปใช้ ในการส่ือสารในชีวิตประจําวันและคําศัพท์ในบทเรียนที่ได้กําหนดไว้ใจะอ่านออกเสียงผิด
หลกั สตู รสะกดคาํ ศพั ท์ รวมทงั้ ความหมายทผ่ี ิดเป็นส่วนมาก ดังนั้นจึงควรหาทางพฒั นาให้ นกั เรยี นให้สามารถอ่าน
สะกดคํา บอกความหมายของคําศัพท์ท่ีนําไปใช้ ในการส่ือสารในชีวิตประจําวันและคําศัพท์ ในบทเรียนที่ได้
กาํ หนดไว้ ในหลักสตู รให้ถกู ต้อง
จากการทบทวนเอกสารเก่ียวกบั การอ่านฉววี รรณคูหาภนิ นั ทน์ (2545: 9-10) ได้กล่าวถงึ ว่า ในการเรยี น
ภาษาตา่ งประเทศการอ่านออกเสยี งจะทาํ ให้ผู้เรียนเข้าใจและจดจําได้ รวมทง้ั ยังเปน็ การฝึกออกเสียงท่ีถูกต้อง
ดว้ ยประกอบกบั หากให้มลี กั ษณะคล้องจอง จะทาํ ให้เดก็ สนุกสนานเพลิดเพลนิ สามารถทจ่ี ะจําและเข้าใความหมาย
ของคําศพั ท์ และเน้ือหาในคําคล้องจองท่ที ่องได้ (ปานใจ จารุวณชิ .2548: 36 ;อ้างอิงจากพฒั นาชัชพงศ์ .2535: 8)
ดังนนั้ ผู้วจิ ยั ในฐานะเป็นครูผู้สอนในกล่มุ สาระภาษาต่างประเทศ(วชิ าภาษาองั กฤษ) จงึ สนใจทจ่ี ะสร้างแบบฝกึ การ
อ่านคําคล้องจอ้ งภาษาอังกฤษ-ไทย สําหรบั นักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5 โดยมลี ักษณะเป็นคาํ คลอ้ งจอ้ ง
ภาษาองั กฤษ-ไทย และจัดเรยี งให้ คล้องจองกันเพื่อนําไปใช้ในการพัฒนาทักษะการอ่านคําศพั ท์ ภาษาอังกฤษของ
นักเรียนความสามารถในการอ่านออกเสยี งสะกดคาํ บอกความหมายของคาํ ของ นกั เรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีที่5
วตั ถปุ ระสงคข์ องการวิจยั
เพ่อื เปรยี บเทียบทกั ษะการอ่านคําศพั ท์ภาษาองั กฤษก่อนและหลงั การเรียน โดยใชแ้ บบฝึกการอ่านคาํ
คล้องจอ้ งภาษาองั กฤษ-ไทย สําหรับนกั เรยี นชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5
การพฒั นาทกั ษะการอ่านคําศพั ท์ภาษาองั กฤษ โดยใชแ้ บบฝกึ การอา่ นคําคล้องจองภาษาอังกฤษ-ไทย สําหรบั นักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5
โรงเรยี นบ้านเขารักษ์ ปีการศึกษา 2561 2
กรอบแนวคดิ ในการวิจยั ตวั แปรตาม
ผลสัมฤทธ์ิของคะแนนกอ่ น
ตวั แปรตน้ เรียนและหลงั เรยี น
แบบฝกึ อา่ นคําคล้องจอง
ภาษาองั กฤษ- ไทย
สมมตฐิ านในการวิจยั
นกั เรยี นมีทักษะการอ่านคําศัพท์ภาษาอังกฤษมากข้นึ ภายหลงั จากใช้แบบฝกึ อา่ นคําคล้องจองภาษา
อังกฤษ- ไทย
ประโยชนท์ ค่ี าดวา่ จะไดร้ บั
เป็นแนวทางในการพัฒนาการเรยี นการสอนเพ่ือเพิ่มพูนความสามารถในการอ่านคาํ ศพั ท์ภาษาองั กฤษ
สาํ หรบั นักเรยี นช้ันประถมศึกษาปีที่ 5
ขอบเขตการวิจยั
1. ประชากร
นักเรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรียนบ้านเขารักษ์ ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2561
2. กลุม่ ตวั อย่าง
ผวู้ จิ ัยได้ทําการศกึ ษาในกลุ่มประชากรทั้งหมดโดยได้ถามความสมัครใจของนกั เรยี นก่อนท่ีจะดาํ เนนิ การ
วิจัยซึง่ เต็มใจทจี่ ะเข้าร่วมในการวิจัยครง้ั น้ี ดังนนั้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย จงึ เป็นนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5
โรงเรยี นบ้านเขารกั ษ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 จาํ นวนท้ังส้ิน 11 คน
ระยะเวลาทใี่ ช้ในการทดลอง
ชว่ งพักกลางวัน เวลา12.15-12.30 น. เปน็ ระยะเวลา 15 นาที ในแต่ละวันในภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา
2561 จํานวนระยะเวลาท้ังทใ่ี ช้ในการทดลอง 20 ชัว่ โมง
คาํ นิยามศัพท์เฉพาะ
ทักษะการอ่านคําศัพท์ภาษาองั กฤษ หมายถึง ความสามารถในการอ่านออกเสียงสะกดคาํ และบอก
ความหมายของคําศพั ท์
แบบฝึกอ่านคําคลอ้ งจองภาษาองั กฤษ-ไทย หมายถงึ แบบฝกึ อ่านออกเสยี งคําคลอ้ งจองภาษาองั กฤษ-
ไทย ทผี่ ู้วิจัยสร้างขึน้ เองสาํ หรบั นักเรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
นกั เรียน หมายถงึ นกั เรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ทมี่ ีปญั หาการอ่านออกเสยี งสะกด คาํ บอกความหมาย
ผิดจาํ นวน 11 คน
คําอธิบาย
1. เอกสารทีเ่ กีย่ วข้องกบั การอ่าน
การพฒั นาทกั ษะการอา่ นคําศพั ทภ์ าษาองั กฤษ โดยใช้แบบฝกึ การอา่ นคาํ คลอ้ งจองภาษาองั กฤษ-ไทย สําหรบั นกั เรียนชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5
โรงเรยี นบ้านเขารักษ์ ปีการศึกษา 2561 3
1.1 ความหมายของการอ่าน
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน(2545: 1364) ให้ความหมายของคําว่า“อ่าน” หมายถึง ว่าตาม
ตัวหนังสือ ถ้าออกเสียงด้วยเรียกว่าอ่านออกเสียง ถ้าไม่ออกเสียงเรียกว่าอ่านในใจ หรือหมายถึงสังเกตหรือ
พิจารณาดูเพื่อตีความเข้าใจ ฉวีวรรณคูหาภินันทน (2545: 1) ให้ความหมายว่า การอ่านหมายถึงความเข้าใจใน
สญั ลักษณ์เคร่ืองหมายรูปภาพตัวอักษรคําและข้อความท่พี ิมพ์หรือเขียนข้ึนมา แฮรสิ ;และ สมิธ (ชุติมาทพิ ย์ ญาณ
วงศ์ .2548: 7; อ้างอิงจากHarris; & Smith.1986: 14) ให้ความหมายว่า การอ่านเป็นรูปแบบหนึ่งของการสื่อ
ความหมายมีการแลกเปลยี่ นความคิดขา่ วสารและความรรู้ ะหวา่ งผู้เขยี นและผอู้ ่าน ในลักษณะของการสื่อความซึ่ง
กันและกัน โดยผู้อ่านจะพยายามหาความหมายจากส่ิงที่ได้อ่าน ทั้งนี้ความสามารถในการทํานายหรือถอด
ความหมายจากข้อความที่อ่านขึ้นอย่กู ับประสบการณ์เดิมของผอู้ ่าน ดังนนั้ การอ่านจึงหมายถึงการออกเสียงตาม
ตัวหนงั สอื และสามารถทีจ่ ะเขา้ ใจในความหมายจากตวั หนงั สือนั้น
1.2 ความสําคัญของการอ่าน
การอ่านมคี วามสําคัญต่อชีวติ มนษุ ย์ ช่วยใหเ้ กดิ การเรยี นรู้ตลอดชวี ิตและช่วยสนอง ความอยากรู้ อยาก
เห็นอันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ได้ทุกเร่ือง ซึ่งมีอยู่ในทรัพยากรสารนิเทศทุกประเภท คนท่ีเรียนหนังสือเก่ง
มกั จะอ่านใหค้ นท่ีเรียนหนังสือไม่เก่งมักจะไม่ชอบอ่านหนงั สือเก่ง หนงั สอื ดงั นั้นคนทจี่ ะเรียนหนังสอื จนประสบ
ความสําเร็จและสามารถศกึ ษาต่อในระดับสงู ๆ ได้ นน้ั จะตอ้ งเปน็ นักอ่านอา่ นอย่เู ป็นประจาํ นอกจากนกี้ ารอา่ น
ยังเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ประเทศใดท่ีมีประชาชนเป็นผู้รู้หนังสือได้รับการศึกษาสูงเป็นจํานวน
มากประเทศน้ันยอมสามารถพัฒนาให้มีความเจริญรุ่งเรืองท้ังทางด้านเทคโนโลยีด้านเศรษฐกิจและสังคมได้
(ฉววี รรณคูหาภินนั ทน .2545: 2-3)
2. เอกสารทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกับคาํ ศัพท์
2.1 ความหมายและประเภทของคาํ ศัพท์
พจนานกุ รมฉบับราชบัณฑติ ยสถาน (2545: 1095) ใหค้ วามหมายของคําวา่ ศัพท์หมายถงึ คํายากทีต่ ้อง
แปลสังเวียนสฤษตกิ ุลและคณะ (รัตติกาลสุทธิสวสั ดก์ิ ลุ .2547:7; อา้ งอิงจากสังเวยี น สฤษตกิ ุลและคณะ.2521:
46) กลา่ ววา่ ศพั ท์ คือคําเด่ยี วหรือกลุ่มคาํ หรอื กลุม่ เสยี งกลุ่มหน่ึง ซ่ึงมีความหมายใหร้ ู้ว่าคืออะไร ศธิ รแสงธนแู ละ
คิดพงศ์ทตั (2521) ไดแ้ บ่งประเภทคําศพั ท์ออกเป็น 2 ประเภท คอื
1. คาํ ศัพท์ทม่ี ีความหมายในตัวเอง (Content Words) คือ คําศัพท์ประเภททเ่ี ราอาจบอกความหมายได้โดยไม่
ต้องขน้ึ อย่กู ับโครงสรา้ ง ซ่ึงเป็นคาํ ที่มคี วามหมายตามพจนานุกรม เช่น dog, box, pen เปน็ ต้น
2. คําศัพท์ที่ไมม่ คี วามหมายในตวั เองแน่นอน (FunctionWords) ได แก Article Preposition Pronoun เป็น
ต้น คําประเภทเหล่านใ้ี ช้มากกว่าคาํ ประเภทอืน่ ๆ สอนแปลความหมายไม่ได้ผลต้องให้สงั เกตการใช้ และการฝกึ ใช้
โครงสร้างต่างๆ จึงจะเกิดประโยชน์ เช่นเดียวกนั กับ อัญชลี แจ่มเจรญิ (สมใจ หอมสวุ รรณ. 2544: 41; อ้างอิงจาก
อญั ชลี แจ่มเจรญิ .2526: 16)
การพฒั นาทักษะการอ่านคําศพั ทภ์ าษาองั กฤษ โดยใช้แบบฝกึ การอ่านคาํ คลอ้ งจองภาษาอังกฤษ-ไทย สําหรับนักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5
โรงเรยี นบา้ นเขารักษ์ ปกี ารศกึ ษา 2561 4
2.2 หลกั การเลอื กคําศพั ท์เพ่ือนํามาสอน
วลิ เล่ียม (ตรยิ าภรณ สําเลิศรัมย .2549: 26; อ างองิ จากWilliam. 1965: 176-187) ผู้เช่ยี วชาญทางด้าน
ภาษาได้กลา่ วถงึ การเลอื กคําศพั ท์วา่ เนอ่ื งจากภาษาต่างประเทศที่เรยี นกนั อยู่นี้ เป็นการเรยี นจากตําราซง่ึ ไม่ใช่
สถานการณ์จรงิ เหมอื นกับภาษาแม่ จงึ ต้องมีการเลอื กคาํ ศพั ท์จากหนงั สอื ต่างๆ โดยมีหลกั เกณฑ์ ดังนี้ คือ
1. เลอื กจากตัวอย่างที่ผู้เรียนอ่านหรือได้ยิน โดยนับคําที่ปรากฏอยูท่ ่ีสุดหรอื มี ความถี่ในการใช มากแล
วคัดเลอื กคาํ นนั้ มาสอนเพราะจะทําให ผู เรยี นจาํ ได มากกว าคําท่ีปร
2. จาํ นวนตัวอย่างท่ีปรากฏคําควรจะมาจากหนงั สือหรอื ตาํ ราหลายๆ จะทาํ ให้บญั ชีความถี่นัน้ มีค่ามาก
ยิ่งขนึ้
3. คําศัพท์ทม่ี ีความถตี่ ํา่ แตจ่ ําเป็นสําหรับสถานการณ์มาก ควรจะนํามาสอนถงึ แมจ้ ะไม่เป็นคาํ ท่ีปรากฏอยู่
เช่นคาํ ว่า Blackboard เป็นต้น
4. คาํ ศัพท์คาํ หน่งึ อาจครอบคลุมไปได้หลายความหมายหรอื หลายๆคํา คําที่สามารถครอบคลมุ ความหมาย
ของคาํ ได้มากกว่าจะได้รับการพจิ ารณาเลือกก่อน
5. การเลอื กคําศัพท์ต้องคํานงึ ถงึ คําท่ีสามารถเรียนรู้ได้ง่ายซงึ่ มอี งค์ประกอบอน่ื ๆ ท่เี ก่ยี วขอ้ ง
ดังนนั้ สรปุ ได้ว่าการเลอื กคําศัพท์ทีจ่ ะนาํ มาสอนผู้เรยี นนัน้ ควรเป็นคาํ ศพั ทท์ เ่ี คยได้ยินหรอื จะต้องไดใ้ ช้บ่อย
หรือเป็นคําท่มี ีความจําเป็นสาํ หรับสถานการณ์หน่ึงๆ ในชีวติ ประจําวันของผู้เรยี น
3. เอกสารทีเ่ กยี่ วขอ้ งกับคําคล้องจอง
3.1 ความหมายของคาํ คล้องจอง
เครือรัตน์ เรอื งแก้ว (2555: 1) ให้ความหมายว่า คําคล้องจองคอื คาํ ท่ีรับสมั ผสั ถกู ต้องกนั ไม่ขัดกนั คลอ้ ง
จ้องสัมผสั กนั ด้วยรปู สระและตวั สะกด กฟิ ลีวรรณจยิ ี(2535: 4) ใหค้ วามหมายว่า คําคล้องจองเป็นคาํ ท่ีมีเสยี งสมั ผสั
สระ ทําให้ง่ายตอ่ การออกเสียง ต่อการจดจาํ และหากนาํ มาเรยี งเป็นเรอ่ื งเป็นราวต่างๆ กจ็ ะเป็นเร่อื งท่ีน่าสนใจน่า
ตดิ ตามอ่าน เด็กๆ จะชอบอ่านขอ้ ความทีม่ ีเสยี งคล้องจองกนั มากสํานกั งานคณะกรรมการการประถมศึกษา
แห่งชาติ (ปันใจ จารุวณิช.2548: 35 ; อา้ งองิ จาก สาํ นกั งานคณะกรรมการการประถมศกึ ษาแห่งชาติ.2529: 25)
ใหค้ วามหมายของคาํ คล้องจองว่าเป็นคําประพนั ธ์ต่างๆ อาจเป็นโคลง กลอน กาพย์ ฯลฯ ซึ่งใช้ถอ้ ยคาํ ง่ายๆ เด็กได้
ทอ่ ง แล้วเกิดความสนกุ สนานเหมาะสมกับวัยและพัฒนาการของเด็ก
ดังนัส้ รุปได้วา่ คาํ คล้องจอง คอื คําทรี่ ับสมั ผัสกนั ด้วยรปู สระและตวั สะกด ทําใหง้ า่ ยต่อการออกเสยี งการ
จดจําซ่ึงหากเด็กๆ ได้ทอ่ งแล้วจะเกดิ ความสนกุ สนานและสนใจทีต่ ิดตามอ่านต่อไป
3.2 ความสาํ คัญของคาํ คล้องจอง
สํานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (ปนั ใจ จารุวณิช.2550: 36 ; อา้ งองิ จากสํานกั งาน
คณะกรรมการการประถมศกึ ษาแห่งชาติ.ม.ป.ป.: 25) กลา่ วถึงประโยชน์ และความสําคัญของคําคล้องจองไว วา่ ทาํ
ใหเ้ ด็กสนุกสนาน ช่วยใหก้ ารใช้ภาษาดีขน้ึ เตรยี มความพร้อมสู่การอ่านและฝึกคิดฝึกจํา เช่นเดยี วกนั กับพัฒนาชัช
พงศ์ (ปานใจ จารุวณชิ .2548: 36 ;อา้ งอิงจากพัฒนาชชั พงศ์ .2535: 8) ได้กล่าวถงึ ประโยชน์ของการท่องคาํ คล้อง
จองว่า ทาํ ให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินมีการพัฒนาภาษา เน่อื งจากว่าเดก็ ได้ฝึกการออกเสียงการเลยี นเสียง
ซํา้ ๆ บ่อยๆ จะทําให้เด็กเกิดความจําและเข้าใจความหมายของคําศัพท์และเนอื้ หาในคาํ คล้องจองท่ีท่องได้
จากการทบทวนเอกสารดังกล่าวข้างต้น ผูวิจัยจึงได้พฒั นาทกั ษะการอ่านคาํ ศพั ท์ภาษาองั กฤษของนักเรียน
ท่ีเปน็ กลุ่มตวั อย่างโดยใช้แบบฝึกการอ่านคาํ คลอ้ งจองภาษาอังกฤษ–ไทย ซึ่งเนอื้ หาของแบบฝึกการอ่านคําคลอ้ ง
ภาษาอังกฤษ–ไทย ในลักษณะทเี่ ป็นคาํ พ้องความคอื ทีม่ คี วามหมายเหมือนหรอื คล้ายกันและมีการจัดเรียงคําศัพท์
ภาษาองั กฤษและไทย ใหม้ ีสัมผัสกันตามรปู สระและตวั สะกด หรือเรียกว่าใหค้ ล้องจองกนั ซง่ึ ผู้วิจัยคาดว่าจะช่วยให้
การพฒั นาทกั ษะการอา่ นคําศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้แบบฝกึ การอ่านคําคล้องจองภาษาอังกฤษ-ไทย สาํ หรบั นักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5
โรงเรยี นบ้านเขารักษ์ ปีการศกึ ษา 2561 5
ผ้เู รยี นเกดิ ความเพลิดเพลนิ ในการอ่านสามารถเข้าใจความหมายและจดจาํ คําศพั ท์ภาษาองั กฤษได้ งา่ ยรวมถึงช่วย
ฝกึ ผเู้ รียนให้สามารถออกเสยี งที่ถูกต้องได้ด้วย
4. งานวจิ ยั ทีเ่ กี่ยวข้อง
ชุตมิ าทิพย์ ญาณวงศ์ (2551) ได้พัฒนาการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนในหลักสตู รนานาชาติท่ีมี
ความสามารถในการอ่านตา่ํ กว่าอายจุ รงิ โดยใช้โปรแกรมเสริมการอ่าน กล่มุ ตวั อยา่ งท่ีใช้เป็นนกั เรียนระดับชนั้
ประถมศกึ ษาปีที่ 5 หลกั สตู รนานาชาตขิ องโรงเรยี นนานาชาติโชร์สเบอร่ี จาํ นวน 2 คน ท่ีมีความสามารถในการ
อา่ นต่ํากว่าอายุจรงิ จากผลการทดสอบ PMBenchmark kit 1-2 โดยมีความสามารถในการอ่านที่ระดบั 23
ในขณะท่รี ะดับความสามารถเฉลี่ยในช้ันเรยี นอยู่ท่ีระดบั 26 จากนน้ั ผู้วจิ ยั ได้ใช้โปรแกรมเสรมิ การอ่านโดยดัดแปลง
มากโปรแกรมเสริมการอ่านของแมรเี อ็มเคลีย ในการพฒั นาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษของนกั เรียนทงั้
สองคนวนั ละ 30 นาทสี ัปดาห์ละ 5 วัน รวมระยะเวลาทงั้ สนิ้ 15 สัปดาห์ หรือ13.5 ชั่วโมง ผลการวจิ ยั พบวา่
โปรแกรมเสรมิ การอ่านสามารถพัฒนาความสามารถในการอ่านของนักเรียนคนที่ 1และคนท่ี 2 จากระดับที่ 23
ก่อนเขา้ โปรแกรมได้ถงึ ระดบั ที่ 26
รตั ตกิ าล สุทธิสวัสด์กิ ลุ (2549) ได้พฒั นาทกั ษะด้านคําศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่
5 โดยใช้การสอนแบบโครงงานกลุ่มตวั อยา่ งทีใ่ ช้เป็นนกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 จาํ นวน 3 4 คน ท่ีไดจ้ ากการสุ่ม
ตวั อย่างง่าย โดยมีระยะเวลาท่ีใช้ในการทดลอง 5 สปั ดาห์ สปั ดาห์ละ 4 คาบเรยี นคาบเรยี นละ 60 นาที รวม 20
คาบ ผลการศึกษาพบว่า เมือ่ ใช้กจิ กรรมโครงงานเข้ามาประกอบการพฒั นาทักษะด้านคาํ ศพั ท์ภาษาองั กฤษแลว้
นักเรียนมพี ฒั นาการทกั ษะด้านคําศพั ท์ภาษาองั กฤษมากข้ึน
ปานใจ จารวุ ณชิ (2548) ได้ทาํ การวจิ ัยเชิงทดลองเพื่อเปรยี บเทียบพฤติกรรมทางการพูดของเดก็ ปฐมก่อน
วยั เรียน ก่อนและหลงั ได้รับการจดั กิจกรรมคําคล้องจองและเพอื่ ศกึ ษาพฤตกิ รทางการพูดของเด็กปฐมวัยด้าน
ทกั ษะทางการพูด ดา้ นการเข้าใจความหมายและด้านการใชภ้ าษา พดู เพอื่ ใหบ้ รรลุเปา้ หมายที่ต้องการ หลังจากได้
รบั การจดั กจิ กรรกลมุ่ ตวั อย่างคาํ คล้องจองเปน็ นักเรียนชัน้ อนบุ าลปีที่ 2 จํานวน 15 คน ที่ส่มุ ได้โดยใชว้ ิธกี ารสุ่ม
อยา่ งงา่ ย โดยมรี ะยะเวลาทใ่ี ช้ในการทดลอง 8 สัปดาห์ สปั ดาห์ละ 3 วัน วันละ30 นาที ผลการวิจัยพบว่าเดก็
ปฐมวัยท่ีได้รับการจดั กิจกรรมคําคล้องจอง มพี ฤตกิ รรมทางการพูดหลังจากการจดั กจิ กรรมสงู ขน้ึ กว่ากอ่ นการจัด
กิจกรรมอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติทรี่ ะดับ.05 และพบวา่ เด็กปฐมวัยท่ีไดร้ บั การจัดกจิ กรรมคาํ คลอ้ งจองมีพฤตกิ รรม
การพูดดา้ นทักษะทางการพดู ด้านการเขา้ ใจความหมาย และด้านการใช้ภาษา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตอ้ งการ
สูงข้นึ อย่างมีนยั สาํ คญั ทางสถิติทรี่ ะดับ.05
จุฑา สกุ ใส (2545) ไดท้ าํ การศกึ ษาผลของการจัดกิจกรรมท่องคําคล้องจองแบบมีความหมายทมี่ ีต่อ
พัฒนาการทางการพดู ของเด็กปฐมวัย กลุ่มตัวอยา่ งทีใ่ ชเ้ ปน็ นกั เรียนชน้ั อนบุ าลปีท่ี 2 จํานวน 30 คน ทมี่ ี
ความสามารถทางด้านการพูดทีม่ ีคะแนน 15 อนั ดบั สุดท้ายของสองห้องเรยี น โดยมรี ะยะเวลาท่ใี ช้ในการทดลอง 8
สัปดาห์ สัปดาห์ละ3 วนั วันละ 20 นาที ผลการวิจัยพบว่า เด็กปฐมวัยที่ไดร้ ับการจดั กิจกรรมท่องคําคลอ้ งจองแบบ
มีความหมาย มีความก้าวหน้าของพัฒนาการทางการพูดเปล่ียนแปลงไปในทางท่ีสงู ข้ึน
การพฒั นาทกั ษะการอ่านคาํ ศพั ท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้แบบฝกึ การอ่านคําคล้องจองภาษาองั กฤษ-ไทย สาํ หรับนักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5
โรงเรียนบา้ นเขารักษ์ ปีการศกึ ษา 2561 6
วิธดี าํ เนินการวิจัย
1. ประชากรและกลมุ่ ตัวอยา่ ง
ประชากร ไดแ้ ก่ นักเรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรยี นบ้านเขารักษ์ ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา
2562
กลุม่ ตัวอย่าง ได้แก่ ผู้วิจัยได้ทาํ การศกึ ษาในกลุ่มประชากรท้ังหมดโดยได้ถามความสมัครใจของ
นกั เรยี นก่อนท่ีจะดําเนินการวิจยั ซง่ึ เตม็ ใจท่ีจะเข้าร่วมในการวจิ ยั คร้ังนี้ ดงั นั้นกลุ่มตัวอย่างท่ใี ช้ในการวจิ ยั จงึ เป็น
นักเรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรยี นบ้านเขารักษ์ ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2561 จาํ นวนท้งั ส้ิน 11 คน
2. เครื่องมอื ท่ใี นการวิจัย
เครือ่ งมอื ท่ีใช้ในการวิจยั มดี ังน้ี
1. แบบฝึกการอา่ นคาํ คลอ้ งจองภาษาอังกฤษ-ไทย สําหรับนกั เรยี นช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 โดยผวู้ จิ ัย
ไดด้ าํ เนินการสร้าง ดงั นี้
1.1 ศกึ ษาวเิ คราะหป์ ญั หาและข้อบกพร่องในการอ่านสะกดคําและการเขยี นคําศัพท์
ภาษาองั กฤษของนกั เรียนและรวบรวมคําทนี่ ักเรียนมกั เขียนผดิ
1.2 ศกึ ษาแนวทางการจดั ทําแบบฝึกการอ่านคาํ คล้องจองภาษาอังกฤษ-ไทย จากหนังสอื
คาํ ศัพท์คําคล้องจองอังกฤษ– ไทย ของอาจารย์พฤกษะศรี (2541)
1.3 ออกแบบและกาํ หนดโครงรา่ งคําศัพท์ความหมายให้สัมผสั และคล้องจองกนั
1.4 เขียนแบบฝึกการอา่ นคําพอ้ งภาษาองั กฤษตามโครงร่างทีก่ าํ หนดไว้
1.5 ตรวจสอบคุณภาพแบบฝึกการอ่านคาํ คลอ้ งจองภาษาอังกฤษ–ไทย โดยใหเ้ พอ่ื นครูในกล่มุ
สาระภาษาต่างประเทศ (วิชาภาษาองั กฤษ) ตรวจสอบความเท่ยี งตรงเชิงเน้อื หา
1.6 ปรบั ปรุงและแกไ้ ขแบบฝึกการอ่านออกเสยี งคําคลอ้ งจองภาษาองั กฤษ–ไทย ตามคาํ แนะนํา
ของเพื่อนครจู นได้แบบฝกึ การอ่านคําคล้องจองภาษาองั กฤษ–ไทยท่ีมคี ุณภาพยงิ่ ข้นึ
2. แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการอ่านคาํ คล้องจองภาษาองั กฤษ–ไทย กอ่ นเรยี นและหลงั เรยี น
(Pre–test /Post–test) โดยผู้วิจัยไดด้ าํ เนินการสร้าง ดงั น้ี
2.1 ผ้วู ิจัยได้กาํ หนดประเดน็ ทจ่ี ะสงั เกตในพฤติกรรมการอ่านคําศพั ทภ์ าษาอังกฤษ ซง่ึ มที ้งั หมด 2
ประเด็น คอื การอ่านออกเสยี งไดถ้ ูกต้อง และการบอกความหมายของคําได้ถกู ต้อง
2.2 ผู้วจิ ยั กาํ หนดเกณฑ์การให้คะแนน โดยแบง่ ให้ ประเด็นที่ 1 การอา่ นออกเสียงไดถ้ กู ต้องมี
คะแนนเตม็ 0.5 คะแนน ประเด็นท่ี 2 การบอกความหมายของคาํ ได้ถกู ต้องมีคะแนนเต็ม 0.5 คะแนน
3. วิธีดําเนนิ การวจิ ัย
1. ทาํ การทดสอบก่อนเรียน (Pre – test) กบั นักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 5 จํานวน 11 คน โดยใช้
แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ก่อนเรยี น (Pre – test) ที่ผวู้ จิ ยั สรา้ งข้ึน
2. ดําเนนิ การสอนอา่ นตามแบบฝึกการอา่ นคําคล้องจองภาษาองั กฤษ–ไทย
3. ใหน้ ักเรียนฝกึ อา่ นตามแบบฝกึ การอา่ นคําคลอ้ งจองภาษาอังกฤษ–ไทย ทผี่ ู้วจิ ัยสรา้ งขน้ึ เพ่ือ
ประกอบการสอนในช่วงเวลาพักเทีย่ ง
4. ทาํ การทดสอบหลังเรียน (Post – test) กบั นกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 5 จาํ นวน 11 คน โดยใช้
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิหลงั เรยี น (Post – test) ทผ่ี ู้วิจยั สร้างขน้ึ
5. ตรวจผลการทดสอบแลว้ นาํ ผลทไี่ ดม้ าวเิ คราะหด์ ว้ ยวธิ กี ารทางสถิติเพอื่ ทดสอบสมมุติฐาน
การพัฒนาทกั ษะการอ่านคาํ ศพั ท์ภาษาองั กฤษ โดยใชแ้ บบฝกึ การอ่านคําคล้องจองภาษาอังกฤษ-ไทย สาํ หรบั นกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
โรงเรียนบ้านเขารักษ์ ปกี ารศกึ ษา 2561 7
4. การวิเคราะหข์ อ้ มูลและสถติ ทิ ่ีใช้
เปรยี บเทยี บผลการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลงั เรยี น โดยใชก้ ารวิเคราะหข์ ้อมูลใหอ้ ยู่ในรปู ของ
ตารางรอ้ ยละ (เปอรเ์ ซน็ ต)์
การดาํ เนินการวิจยั ในคร้งั นี้ ผวู้ ิจยั ได้ใชข้ อ้ มูลจากการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลเพ่อื ทําการวิเคราะหข์ ้อมลู โดย
ใชส้ ถิติในการวเิ คราะห์ดงั นี้
1. สถิติพน้ื ฐาน
1.1 รอ้ ยละหรอื เปอรเ์ ซน็ ต์ (Percentage) คาํ นวณจากสูตร
ร้อยละ = จำนวนทีต่ ้องกำรหำค่ำร้อยละ 100
จำนวนขอ้ มลู ท้ังหมด
1.2 ค่าเฉล่ยี (Average) คํานวณจากสูตร
เมอ่ื = คา่ เฉลี่ย
X = คะแนนของแต่ละคน
∑ X = ผลรวมของคะแนนของแต่ละคน
N = จํานวนข้อมลู ทัง้ หมด
ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู
จากการศึกษาวจิ ยั ในช้นั เรยี นครั้งน้ี สามารถวเิ คราะหผ์ ลไดด้ ังนี้
ตารางที่ 1 ตารางแสดงคะแนนเฉลีย่ รอ้ ยละของแบบทดสอบกอ่ นการใชแ้ บบฝกึ การอา่ นคําคลอ้ งจอ้ ง
ภาษาอังกฤษ ของนกั เรยี นระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 5 จํานวน 11 คน
คนที่ คะแนนการทดสอบ ร้อยละของคะแนนการ
กอ่ นเรยี น ทดสอบกอ่ นเรียน
(20 คะแนน)
1 0.5 2.5
20 0
35 25
44 20
59 45
67 35
7 10 50
86 30
90 0
การพัฒนาทกั ษะการอ่านคาํ ศัพท์ภาษาองั กฤษ โดยใช้แบบฝึกการอา่ นคําคลอ้ งจองภาษาอังกฤษ-ไทย สําหรับนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5
โรงเรียนบา้ นเขารักษ์ ปกี ารศึกษา 2561 8
10 7 35
11 4 20
รวม 52.5 217.5
ค่าเฉลย่ี 4.8 19.8
จากตารางท่ี 1 พบว่า นักเรียนจํานวน 11 คน ทําแบบทดสอบก่อนเรียนได้คะแนนเฉล่ีย 4.8 คะแนนจาก
คะแนนเต็ม 20 คะแนน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 19.8
ตารางท่ี 2 ตารางแสดงคะแนนเฉลี่ยรอ้ ยละของแบบทดสอบหลังการใช้แบบฝกึ การอา่ นคาํ คล้องจ้อง
ภาษาอังกฤษ ของนักเรียนระดบั ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 5 จํานวน 11 คน
คนท่ี คะแนนหลังเรยี น ร้อยละของคะแนนการ
(20 คะแนน) ทดสอบหลังเรยี น
13 10
21 5
3 10 50
4 11 55
5 15 75
6 17 85
7 19 95
8 11 55
92 10
10 12 60
11 10 50
รวม 111 550
ค่าเฉลย่ี 10.1 50.0
จากตารางท่ี 2 พบวา่ นักเรยี นจาํ นวน 11 คน ทําแบบทดสอบกอ่ นเรยี นได้คะแนนเฉลยี่ 10.1 คะแนนจาก
คะแนนเต็ม 20 คะแนน คดิ เป็นร้อยละ 50.0
ตารางท่ี 3 คะแนนเฉลย่ี ความกา้ วหน้าในการอา่ น กอ่ นและหลงั การใช้แบบฝึกการอา่ นคาํ คล้องจอง
ภาษาอังกฤษ ของนักเรยี นระดับช้ันประถมศึกษาปที ี่ 5 จาํ นวน 11 คน
ผลสัมฤทธ์กิ ารเรยี นรู้ N คะแนนเต็ม ∑X %
(คะแนน)
กอ่ นเรยี น 11 20 4.8 52.5 19.8
หลงั เรียน 11 20 10.1 111 50.0
การพฒั นาทักษะการอา่ นคาํ ศพั ท์ภาษาอังกฤษ โดยใชแ้ บบฝกึ การอ่านคาํ คล้องจองภาษาอังกฤษ-ไทย สําหรับนักเรียนช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 5
โรงเรยี นบ้านเขารักษ์ ปกี ารศกึ ษา 2561 9
จากตารางท่ี 3 พบว่า คะแนนเฉล่ียความสามารถในการอ่านคําศัพท์ภาษาองั กฤษ โดยใชแ้ บบฝึกการอ่านคํา
คล้องจองภาษาอังกฤษ จากการทดสอบก่อนเรียนเท่ากับ 4.8 คิดเป็นร้อยละ 19.8 และคะแนนจากการทดสอบ
หลังเรียนเท่ากับ 10.1 คิดเป็นร้อยละ 50.0 แสดงให้เห็นว่านักเรียนมีความก้าวหน้าในการในการอ่านคําศัพท์
ภาษาองั กฤษ โดยใช้แบบฝึกการอา่ นคําคลอ้ งจองภาษาองั กฤษสงู ข้นึ
สรุปผลการศึกษาวจิ ัย
จากการศกึ ษาและวเิ คราะหค์ ะแนนท่ไี ด้จากการทดสอบก่อนเรยี นนัน้ แสดงใหเ้ ห็นว่านักเรยี นยังไมม่ ี
พน้ื ฐานในการอา่ นและจดจาํ คําศพั ทภ์ าษาองั กฤษ หรือมพี ้นื ฐานความรู้มาบา้ งแต่ไมส่ ามารถจดจําคําศัพทเ์ หล่าน้ัน
ได้ แตห่ ลงั จากนกั เรียนได้เรียน และทาํ แบบฝึกอ่านคําศพั ท์คล้องจองเพิ่มเติม ทําให้นักเรยี นมีความรู้ ความจํา
เก่ยี วกับคําศัพท์ เพราะการทอ่ งจําคําศพั ท์แบบคล้องภาษาอังกฤษ-ภาษาไทยน้ัน ทาํ ใหน้ กั เรยี นเพลิดเพลนิ ไมน่ า่
เบื่อ เชน่ เดยี วกันกบั พัฒนาชชั พงศ์ (ปานใจ จารวุ ณชิ .2548: 36 ;อ้างอิงจากพฒั นาชชั พงศ์ .2535: 8) ไดก้ ล่าวถึง
ประโยชนข์ องการทอ่ งคําคล้องจองว่า ทาํ ให้เกดิ ความสนกุ สนานเพลดิ เพลินมีการพฒั นาภาษา เนอ่ื งจากวา่ เดก็ ได้
ฝกึ การออกเสยี งการเลยี นเสียงซํ้าๆ บอ่ ยๆ จะทําใหเ้ ด็กเกดิ ความจาํ และเข้าใจความหมายของคําศพั ทแ์ ละเนอื้ หา
ในคาํ คลอ้ งจองทท่ี อ่ งได้ จึงทาํ ใหน้ ักเรยี นสามารถทําแบบทดสอบหลังเรียนได้คะแนนเพิ่มขึ้น ถงึ แมว้ ่าจะมีนักเรยี น
บางคนทม่ี ีค่าคะแนนจากการทําแบบฝึกอ่านไมค่ ่อยดีเทา่ ท่คี วรน้ัน กอ็ าจเปน็ เพราะว่านักเรยี นยังขาดความตอ่ เนือ่ ง
ในการทําความเขา้ ใจ และเน่ืองจากผ้วู จิ ัยเองก็มโี อกาสไดพ้ บกบั ผเู้ รยี นเพียงสัปดาห์ละ 2 คร้งั และในช่วงเวลาพกั
รบั ประทานอาหารเท่านนั้ ในบางครง้ั กม็ กี จิ กรรมตา่ ง ๆ ของทางโรงเรยี นมาค้ันความตอ่ เนือ่ งของการเรียนรู้และดงึ
ความสนใจของนกั เรยี นไปดว้ ย และอีกสาเหตจุ ากการสอบถามโดยตรงจากนกั เรียนทําใหผ้ วู้ ิจยั ได้พบข้อมลู
เพมิ่ เตมิ ว่านกั เรยี นไมไ่ ดก้ ลับไปทบทวนและทาํ ความเข้าใจเพม่ิ เติมนอกหอ้ งเรยี น ดงั น้นั ผู้วจิ ัยจึงเล็งเห็นว่าปญั หาน้ี
ควรจะนาํ ไปพฒั นาในคร้ังตอ่ ไป
อภิปรายผลจากการศึกษา
จากการสร้างแบบฝกึ การอ่านคําคลอ้ งจองภาษาอังกฤษ–ไทย ในคร้ังน้ีสามารถอภิปรายผลได้ดงั นี้
1. นกั เรียนมที ักษะการอ่านคําศพั ท์ภาษาองั กฤษมากขึ้นภายหลังจากใช้แบบฝึกอา่ นคาํ คล้องจองภาษา
อังกฤษ- ไทย ซง่ึ สอดคลอ้ งกบั สมมตฐิ านทีว่ างไว้
2. สังเกตได้ว่านกั เรยี นสามารถพัฒนาความรู้ ความจํามากข้ึน โดยดผู ลการเปรียบเทยี บคะแนนกอ่ นเรียน
และหลังเรยี น
3. จากการวิจยั ครัง้ น้ที าํ ให้นักเรียนได้เรยี นรู้ศพั ท์ภาษาองั กฤษเพิ่มขน้ึ
4. จะเห็นได้วา่ เมอื่ นักเรยี นได้รบั การสอนท่เี น้นยาํ้ ในจุดท่นี กั เรยี นมักจะสบั สนหรือผิดพลาดบ่อย ๆ ทาํ ให้
นักเรยี นผิดพลาดน้อยลง
ข้อเสนอแนะ
1. ข้อเสนอแนะท่ไี ดจ้ ากการวจิ ยั
1. การพฒั นาทกั ษะการอ่านคาํ ศัพท์ภาษาองั กฤษก่อนและหลังการเรยี น โดยใช้แบบฝึกการอา่ นคาํ
คล้องจอ้ งภาษาองั กฤษ-ไทย สําหรับนักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5 ที่ผวู้ จิ ยั ได้สรา้ งและพัฒนาขนึ้ ควรให้ผูเ้ รียนได้
ฝกึ ฝนซํ้าๆ หรือสม่ําเสมอ เพ่ือเพ่ิมทักษะการจดจําคาํ ศพั ทไ์ ดม้ ากย่งิ ขึน้ ซึ่งจะสง่ ผลใหผ้ ู้เรยี นสามารถพัฒนาทักษะ
ในดา้ นการฟงั การพดู การอา่ น และการเขียน สบื ต่อไป
2. ในการสร้างแบบฝึกควรจะใช้รูปแบบเกมท่ีต้องเคล่ือนไหวรา่ งกาย จะทําให้นักเรียนที่ชอบวิชาพละ
หรอื ชอบออกกําลังกาย ไดห้ ันมาสนใจในภาษาองั กฤษเพมิ่ ขึ้น
การพฒั นาทักษะการอา่ นคาํ ศพั ท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้แบบฝกึ การอ่านคาํ คล้องจองภาษาอังกฤษ-ไทย สาํ หรบั นักเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนบ้านเขารักษ์ ปกี ารศกึ ษา 2561 10
2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยคร้ังตอ่ ไป
ในการวิจัยครั้งต่อไปควรมีเวลาในการพบและติดตามผลจากนกั เรียนมากกว่าน้ี และสามารถนําแบบ
ฝึกการอ่านคําศัพท์คล้องจองภาษาอังกฤษ-ภาษาไทย ไปประกอบการสอนกับนักเรียนกลุ่มตัวอย่างอ่ืนๆ ใน
ระดบั ชนั้ อื่นๆ ไดด้ ว้ ย เพ่อื ทาํ ใหเ้ กิดการวิจยั และพัฒนาผูเ้ รียนให้ดียิง่ ขนึ้ ตอ่ ไป
การพัฒนาทักษะการอ่านคาํ ศัพทภ์ าษาองั กฤษ โดยใช้แบบฝกึ การอา่ นคําคลอ้ งจองภาษาองั กฤษ-ไทย สําหรบั นกั เรียนช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5
โรงเรียนบ้านเขารักษ์ ปกี ารศกึ ษา 2561 11
บรรณานกุ รม
จุฑา สุขใส. (2545). ผลของการจัดกิจกรรมท่องคําคลอ้ งจองแบบมีความหมายท่มี ีต่อพฒั นาการ ทางการพดู ของ
เด็กปฐมวยั . ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การศกึ ษาปฐมวยั ). กรงุ เทพฯ: บณั ฑิตวทิ ยาลัยมหาวทิ ยาลัยศรีนครนิ ทร
วโิ รฒ. ถ่ายเอกสาร.
ฉวีวรรณ คูหาภินันทน์ (2545). การอ่านและการส่งเสรมิ การอ่าน. กรุงเทพฯ: ศิลปาบรรณาคาร.
ชุติมา ทิพย์ญาณวงศ์ (2548). กรณีศกึ ษาการใช้โปรแกรมเสรมิ การอ่าน เพอ่ื พฒั นาการอ่านของนักเรยี นใน
หลักสูตรนานาชาตทิ ี่มีความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษตา่ํ กว่าอายุจรงิ . สารนิพนธ์ กศ.ม. (การสอน
ภาษาองั กฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ). กรงุ เทพฯ: บณั ฑิต วิทยาลยั มหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวโิ รฒ ถ่าย
เอกสาร.
ตรยิ าภรณ์ สําเลิศรมั ย์ .(2549). การพัฒนาชดุ การเรียนเรอ่ื งการใช้คําศัพท์ วชิ าภาษาองั กฤษ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
ภาษาต่างประเทศ สําหรับนกั เรียนช่วงช้ันท่ี 2 (ชั้นประถมศกึ ษาปีที4่ ). สารนิพนธ์ กศ.ม. (เทคโนโลยี
การศึกษา). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิ โรฒ. ถ่ายเอกสาร.
รัตตกิ าล สุทธิสวัสด์กิ ุล. (2547). การพฒั นาทกั ษะด้านคําศัพท์ ภาษาอังกฤษของนกั เรียนชั้นประถมศกึ ษาปีท5่ี โดย
ใช้ การสอนแบบโครงงาน. สารนิพนธ์ ศศ.ม. (การสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ). กรุงเทพฯ:
บัณฑติ วิทยาลัย มหาวทิ ยาลัยศรีนคริ นทรวิโรฒ. ถา่ ยเอกสาร.
McCulloch, W. (January2004). Word surfing organized vocabulary notebook.2555,
http://www.hltmag.co.uk/jan04/sart3.htm
Schmitt, N. (1995). A fresh approach to vocabulary: Using a word knowledge frame work.RELC
Journal, (Vol.26. No.1 June, 1995), 83-94.
การพฒั นาทักษะการอ่านคําศัพท์ภาษาองั กฤษ โดยใช้แบบฝึกการอ่านคําคล้องจองภาษาอังกฤษ-ไทย สําหรับนักเรียนช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 5
โรงเรียนบา้ นเขารักษ์ ปกี ารศกึ ษา 2561 12
การพัฒนาทักษะการอา่ นคาํ ศัพทภ์ าษาองั กฤษ โดยใช้แบบฝึกการอา่ นคาํ คล้องจองภาษาองั กฤษ-ไทย สาํ หรับนักเรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
โรงเรยี นบ้านเขารักษ์ ปีการศกึ ษา 2561 13
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก
เครื่องมือวิจยั
ภาคผนวก ข
ผลคะแนนจากแบบทดสอบ
ผลคะแนนจากแบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรียน
ของนกั เรยี นระดับชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 5
ท่ี ชอื่ -นามสกุล คะแนนกอ่ น คะแนนหลงั
เรยี น เรียน
1 เด็กหญงิ วชิ ติ า สุขแก้ว
2 เด็กชายภานวุ ฒั น์ เสือทอง (20 คะแนน) (20 คะแนน)
3 เด็กชายพีภทั ร พรหมศร 0.5 2
4 เดก็ ชายอนันสิทธิ์ เกิดขาว 0 1
5 เดก็ ชายภานศุ ร ชแู กว้ 5 9
6 เดก็ หญิงรัญชอดา ทองสง 4 10
7 เด็กหญิงสายนํ้า เกิดขาว 9 15
8 เด็กหญงิ ปฏญิ ญา ถ่นิ พระบาท 7 17
9 เด็กชายพรี ภทั ร ชกู ลิน่ 10 19
10 เดก็ หญิงวชริ ญาณ์ ลว่ งเลิศลักษณ์ 6 11
11 เด็กหญงิ พชั นวี รรณ สขุ แกว้ 0 2
7 11
4 9
ภาคผนวก ค
ภาพประกอบกิจกรรม
บรรยากาศการทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี น
บรรยากาศในการฝกึ อา่ นคําคลอ้ งจอ้ งภาษาอังกฤษ
สำหรบั คุณครู
คำชแ้ี จง ครบู นั ทกึ ผลกำรทดสอบกำรอ่ำนพรอ้ มบอกควำมหมำยของนกั เรยี นโดยทำ
เครอ่ื งหมำย √ เมอ่ื นกั เรยี นอ่ำนถกู หรอื ทำเครอ่ื งหมำย X เมอ่ื นกั เรยี นอ่ำนผดิ
Checked Score
No. Vocabulary Reading s:
Meaning
1. sky
2. Slow
3. Go
4. Who
5. Kitchen
6. Orange
7. Boil
8. Oil
9. Have
10. Tap
11. River
12. Under
13. Ant
14. Car
15. Star
16. Proud
17. Run
18. Sun
19 Think
20. Ink
ชอ่ื …………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………..……..ชนั้ ………………
สำหรบั นกั เรยี น
คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นอ่ำนคำศพั ทต์ ่อไปน้ีพรอ้ มบอกควำมหมำย
No. Vocabulary No. Vocabulary
1. sky 11. River
2. Slow 12. Under
3. Go 13. Ant
4. Who 14. Car
5. Kitchen 15. Star
6. Orange 16. Proud
7. Boil 17. Run
8. Oil 18. Sun
9. Have 19 Think
10. Tap 20. Ink