สาส์นจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลนครธนให้ความส าคัญอย่างยิ่งกับบุคลากร ทุกคนและทุกระดับชั ้น เพราะเชื่อมั่นว่าบุคลากรเป็นก าลังหลัก ที่จะท าให้พันธกิจขององค์กรที่ตั ้งเป้าหมายไว้ประสบผลส าเร็จ ทั ้งความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคตามมาตรฐานสากล ตลอดจนการดูแลและการให้บริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ ซึ่งต้องอาศัยความมุ่งมั่นทุ่มเท และเสียสละเป็นอย่างมากของ ผู้ที่รับผิดชอบในแต่ละหน้าที่ ขอให้ทุกท่านมีพลังกาย และพลังใจในการท างาน ถ้าเราคิดอยู่เสมอว่าเราก าลังจะท า สิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้ กับเพื่อนมนุษย์ แม้ งานจะยากจะเหนื่อย แต่ข้ างในของเรามันจะมีความสุข ได้เห็นตนเองมีคุณค่า เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น นั่นจะเป็นรางวัลของการท างานที่เราจะ ได้รับในทุกๆ วัน ดร.วิศาล สายเพ็ชร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลนครธน
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 3จาก 35 สารบัญ หน้า 1. ข้อมูลเก่ียวกับโรงพยาบาลนครธน - ประวัติความเป็ นมา 4 - โครงสร้างการบริหารงาน 5 - วิสัยทัศน์ (Vision) 9 - พันธกิจ (Mission) 9 - ค่านิยมหลัก (Core Value) : HUMAN 9 2. หลักปฏิบัติในการท างานและการให้บริการ 11 - คุณสมบัติและทัศนะคติในการท างาน 11 - วัฒนธรรมด้านพฤติกรรมบริการ (Culture of service behavior) 12 3. ระเบียบปฏิบัติ/ข้อบังคับการบริหารงานบุคคล 13 หมวดที่ 1 : วันท างาน เวลาท างาน และวันหยุด 14 หมวดที่ 2 : ค่าแรง และค่าล่วงเวลา 15 หมวดที่ 3 : วันลา และหลักเกณฑ์การลาหยุด 16 หมวดที่ 4 : การบันทึกเวลางาน และการแลกเวร 19 หมวดที่ 5 : ระเบียบวินัย 21 หมวดที่ 6 : สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ 23 หมวดที่ 7 : การประเมินผลการปฏิบัติงาน 29 หมวดที่ 8 : การพ้นสภาพพนักงาน 32 ภาคผนวก 1 ตัวอย่างเนื ้อหาหนังสือยินยอมรับทราบจรรยาบรรณ 33 (Consent for Code of Conduct) ภาคผนวก 2 ตัวอย่างหัวข้อในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจ าปี 36
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 4จาก 35 1. ข้อมูลเก่ียวกับโรงพยาบาล ประวัติความเป็ นมาของโรงพยาบาล โรงพยาบาลนครธน เปิดด าเนินการอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2539โดยสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก เสด็จเป็นองค์ประธานในการเปิดโรงพยาบาล โรงพยาบาลนครธน มีจุดก าเนิดจากคณะ กลุ่มบุคคลคณะหนึ่งที่มีเจตนารมณ์ตรงกันที่จะสร้ างสถานพยาบาลชั ้นดี มีมาตรฐานไว้รองรับบริการทางการแพทย์และ สาธารณสุข ในพื ้นที่กรุงเทพชั ้นนอกด้านทิศใต้และปริมณฑล จึงได้ด าเนินการก่อสร้ างโรงพยาบาลนครธนขึ ้น ตัวอาคารของ โรงพยาบาลมี 12ชั ้น เปิดด าเนินการที่ 150เตียง ปัจจุบันโรงพยาบาลนครธนได้ยืนหยัดรับใช้ประชาชนอย่างเข้มแข็ง มาเป็นเวลา 28 ปี ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของคณะผู้ก่อตั ้ง ผู้ถือหุ้น แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกระดับในความส าเร็จที่เกิดขึ ้น โรงพยาบาลนครธนเป็นสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน และได้พัฒนาศักยภาพให้รุดหน้า สามารถตอบสนองความต้องการของ ประชาชน และสนองนโยบายของภาครัฐบาลได้อย่างลงตัว ที่ส าคัญคือ การธ ารงรักษาเจตนารมณ์ที่ตั ้งไว้แต่เริ่มแรกได้อย่างมั่นคง สามารถสร้ างความพอใจให้กับผู้มาใช้บริการได้ในระดับดี ได้รับการไว้วางใจจากประชาชน และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ตลอดจน ภาครัฐบาลอย่างสมบูรณ์ สมกับวิสัยทัศน์ที่ก าหนดไว้ว่า มุ่งมั่นให้การดูแลรักษาตามมาตรฐานสากลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ (Humanized Healthcare) โรงพยาบาลนครธนมีศูนย์การรักษารวม 23 ศูนย์ วอร์ดผู้ป่ วยใน 5 วอร์ด มีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย อาทิ เครื่องมือในการวินิจฉัยขั ้นสูง MRI, CT Scan เครื่องมือในห้องผ่าตัด เช่น เครื่องเอกซเรย์ส าหรับตรวจวินิจฉัยและรักษาโรค หลอดเลือดสมอง (Biplane DSA) เครื่องช่วยผ่าตัดโรคกระดูกสันหลัง (O-arm Navigation) หรือนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น เครื่อง สแกนฟัน 3 มิติ (Invisalign) มีแพทย์ พยาบาล บุคลากรด้านคลินิก และเจ้าหน้าที่ทั่วไป รวมแล้วมากกว่า 1,000 คน ที่อยู่เบอร์โทร ที่อยู่ : โรงพยาบาลนครธน เลขที่ 1 ซอยพระรามที่ 2ซอย 56แขวงแสมด า เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150 เบอร์โทรศัพท์ : 02-450 9999 หรือ 02-000 9999 การรับรองมาตรฐาน - รับการรับรอง จากกองการประกอบโรคศิลปะ กระทรวงสาธารณสุข - รับการรับรองมาตรฐาน HA&HPH จากสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพสถานพยาบาล
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 5จาก 35 โครงสร้างการบริหารงาน
คู่มื อพนกั งาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 6จาก 35
คู่มื อพนกั งาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 7จาก 35
คู่มื อพนกั งาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 8จาก 35
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 9จาก 35 วิสัยทัศน์(Vision) โรงพยาบาลนครธนมุ่งมั่นสู่ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ตามมาตรฐานสากล และให้การดูแลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ พันธกิจ (Mission) • ให้การรักษาโรคยาก ซับซ้อน ด้วยหลักฐานทางวิชาการ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย • ให้การบริการสุขภาพแบบองค์รวม ด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ • บริหารจัดการองค์กรด้วยดิจิทัล (Digital Transformation) • พัฒนาบุคลากรให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง (Human Resource Transformation) ค่านิยมหลัก (Core Value) สู่การบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ (Humanize Culture) โรงพยาบาลนครธน มุ่งมั่นส่งเสริมให้บุคลากรมีความสุขในชีวิตการท างานและครอบครัว และสร้างคุณค่าให้กับตนเอง โดยการท าตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น สร้างสังคมแห่งความเอื ้อเฟื ้อเกื ้อกูล และแบ่งปัน บนพื ้นฐานของการเป็นคนดี มีศีลธรรม มี คุณธรรม จริยธรรม มีความประพฤติเรียบร้อย อ่อนน้อมถ่อมตน มีมารยาท ส ารวมกาย ใจ และค าพูด มีความเมตตา อดทน และ เสียสละ
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 10จาก 35 ทั ้งนี ้นอกจากคุณสมบัติพื ้นฐานของบุคลากรที่พึงมีดังกล่าวแล้ว เพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายของการเป็นองค์กรที่ผู้รับบริการ สามารถสัมผัสได้ถึงการบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ จึงมีการก าหนดค่านิยมหลัก หรือ Core Value ไว้ร่วมกัน 5 ข้อ เรียก โดยย่อว่า ‘HUMAN’ ซึ่งมีที่มาดังนี ้ : HUMAN ค่านิยมหลัก ค าจ ากัดความ ค าอธิบาย/พฤติกรรม H Honorable (จริงใจ) -ซื่อสัตย์ต่อตนเอง และผู้อื่น - มีเกียรติ และน่าเคารพ -ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่และตนเอง มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ และเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม ธ ารง ไว้ซึ่งเกียรติของตน เป็นแบบอย่างที่เคารพ เลือกท าในสิ่งที่ถูกต้องทั้งต่อหน้าและลับหลัง - ให้เกียรติผู้รับบริการ ผู้ร่วมงานทุกระดับ โดยไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งต่างเชื ้อชาติ ต่างศาสนา ต่าง วัฒนธรรมความเชื่อ ความชอบ และความคิด HUMAN ค่านิยมหลัก ค าจ ากัดความ ค าอธิบาย/พฤติกรรม U Understanding (เข้าใจ) - เข้าใจตนเอง และผู้อื่น - เข้าใจในบทบาทหน้าที่ของแต่ละคน พร้อมรับฟังความคิดเห็น ยืดหยุ่นในการท างานอย่าง เหมาะสม โดยยึดความส าเร็จของงานและประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั ้ง โดยปราศจากความ ขัดแย้งกับผู้ร่วมงาน พยายามรักษาบรรยากาศในการท างานร่วมกัน เข้าใจและให้อภัย ไม่คิด เล็กคิดน้อย ไม่เอาความคิดของตนเป็นใหญ่ - เข้าใจสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ ้น และพร้อมที่จะรับงานที่มีความท้าทายใหม่ๆ อยู่ เสมอ (Can do Attitude) - เข้าใจและสามารถปรับตัวและปรับวิธีการท างานให้เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ได้เป็น อย่างดี (Adaptable) - มีความปรารถนาดีต่อผู้อื่น พร้อมรับฟังและพยายามท าความเข้าใจความต้องการที่แท้จริง ของผู้รับบริการ และเพื่อนร่วมงาน HUMAN ค่านิยมหลัก ค าจ ากัดความ ค าอธิบาย/พฤติกรรม M Mindful (สังเกตใจ) - มีสติในการท างาน - รู้เท่าทันสภาวะ อารมณ์ของตนเอง - มีสติตั ้งใจท างาน อย่างจดจ่อและมีมารยาท เช่น ไม่คุยเล่นหยอกล้อกันระหว่างท างาน หรือ ให้บริการ ไม่คุยเล่นโทรศัพท์มือถือในเรื่องส่วนตัวระหว่างปฏิบัติหน้าที่ - มีวุฒิภาวะ มีสติ แสดงพฤติกรรมทางสีหน้า ท่าทาง ค าพูด น ้าเสียง และควบคุมอารมณ์ได้ อย่างเหมาะสมในทุกสถานการณ์ มีEQ หรือความฉลาดทางอารมณ์ที่ดี -มีสติ ควบคุมพฤติกรรมทางกาย วาจา ให้มีปกติอ่อนน้อม สุภาพเรียบร้อย มีมารยาทงาม แสดงออกทางบุคลิกภาพที่สง่างาม มีสติคอยระมัดระวังไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถยืน เดิน นั่ง หรือขณะพูดคุยเจรจาสื่อสาร HUMAN ค่านิยมหลัก ค าจ ากัดความ ค าอธิบาย/พฤติกรรม A Assisting (ให้ใจ) - ให้ความช่วยเหลือ เอื ้อเฟื ้อ - กระตือรือร้นที่จะท างานตามที่ได้รับมอบหมาย ช่วยเหลืองานของหน่วยงานหรือองค์กรอย่าง เต็มใจ โดยไม่เลือกงาน ไม่เกี่ยงงาน ไม่บ่นหรือต่อต้าน - เสียสละแรงกายแรงใจ หรือทรัพย์สิ่งของบ้าง เพื่องานส่วนรวม - มีปกติวิสัยเอื ้อเฟื ้อให้ความช่วยเหลือ บ าเพ็ญประโยชน์ สอนงาน แบ่งปันความรู้ อย่างเต็มใจ ในทุกโอกาส ทั้งต่อผู้รับบริการและเพื่อนร่วมงาน HUMAN ค่านิยมหลัก ค าจ ากัดความ ค าอธิบาย/พฤติกรรม N Nurturing (เอาใจใส่) - ดูแลด้วยความ เอาใจใส่ - ตระหนักถึง ความปลอดภัย - มีความรักและเห็นคุณค่าของงานที่ท า มุ่งมั่นทุ่มเท และอุทิศตนให้กับงาน และองค์กร -ขยัน พยายาม เอาใจใส่ในงาน หรือการให้บริการต่อผู้บริการ และเพื่อนร่วมงาน โดยใช้ ปัญญาในการพิจารณาทบทวนและพัฒนา เพื่อให้ผลงานหรือการบริการออกมาอย่างดีที่สุด - กล้าให้ความเห็น แนะน า ตักเตือนอย่างสร้างสรรค์ เปิดเผยโดยไม่เพิกเฉย เมื่อพบเห็นความ เสี่ยงหรือโอกาสที่จะท าให้เกิดความผิดพลาด/สูญเสีย ต่อองค์กรหรือผู้รับบริการ
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 11จาก 35 2. หลักปฏิบัติในการท างานและการให้บริการ คุณสมบัติและทัศนคติในการท างาน - มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และงานที่ได้รับมอบหมาย - ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติที่ก าหนด ท างานเป็นระเบียบเรียบร้อย ท างานให้ส าเร็จส่งมอบผลงานที่มีคุณภาพ คือ มี ความถูกต้อง หรือตรงตามมาตรฐาน ทันเวลา และมีประสิทธิภาพ เช่นใช้เวลา ใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม - ให้ความร่วมมือในการท างานส่วนรวมอย่างเต็มที่ ทั ้งงานของหน่วยงาน และงานขององค์กร - พัฒนาความรู้ความสามารถ เพื่อยกระดับทักษะการท างานให้ดีกว่าเดิม (Upskill) จนเกิดเป็นความเชี่ยวชาญ - เรียนรู้ เพิ่มเติมสร้ างทักษะใหม่ที่จ าเป็นต่อการท างาน เพื่อน าไปใช้กับบริบทอื่นของงาน (Reskill) เช่นการใช้ คอมพิวเตอร์ / ภาษา / Digital Tool / เทคโนโลยีสุขภาพ / กฎหมาย / เทรนด์ต่างๆ ของโลกและธุรกิจ / บริการ และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของโรงพยาบาล จนมีทักษะการท างานได้หลากหลายด้าน (Multitasking Skill) - พัฒนาทักษะที่จ าเป็นในการท างาน อื่นๆ เช่น ; • ทักษะในการท างานร่วมกับผู้อื่น • ทักษะการสื่อสาร • ทักษะการแก้ไขปัญหา ตามแนวคิด Growth Mindset คือเชื่อว่าความสามารถของทุกคนนั ้นเปลี่ยนแปลง ได้ตลอดเวลา ผ่านความพยายาม ไม่ยอมแพ้ และการเรียนรู้ ถึงแม้จะอยู่ท่ามกลางสภาวะที่ไม่แน่นอน หรือ เป็นช่วงเวลาที่ยากล าบากก็ตาม - หมั่นพัฒนาตนเองอย่างรอบด้าน อาทิการพัฒนาปัญญาทั ้ง 3 ฐาน ได้แก่ ; • ฐานกาย : ฝึกฝนพัฒนาและดูแลสุขภาพของตนให้แข็งแรงไม่ให้เจ็บป่ วย • ฐานใจ : ฝึกฝนพัฒนาคุณธรรม พัฒนาจิตใจ และความสุข - ด้านคุณธรรม เช่น ความมีไมตรี ความเมตตา ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เอื ้อเฟื่ อเผื่อแผ่ สุภาพ อ่อนโยน ความซื่อสัตย์ กตัญญู - พัฒนาจิตใจ เช่น ความเข้มแข็งมั่นคง ความเพียรพยายาม ความกล้าหาญ ขยัน ความอดทน รับผิดชอบ ความมีสติ สมาธิ - พัฒนาด้านความสุข เช่น ปิติยินดี ร่าเริงเบิกบานใจ พอใจ • ฐานปัญญา : ฝึกการใช้ปัญญาพิจารณาไตร่ตรอง อย่างมีเหตุมีผล ทบทวนตรวจสอบข้อเท็จจริง มี ความเห็นที่ถูกต้อง มีความสามารถน าความรู้ความเข้าใจมาใช้แก้ไขปัญหาต่างๆ ในชีวิตและการท างานได้
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 12จาก 35 วัฒนธรรมด้านพฤติกรรมบริการ (Culture of service behavior) เพื่อให้พนักงานของโรงพยาบาลนครธนมีพฤติกรรมบริการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ก่อให้เกิดการบริการที่ประทับใจ ต่อผู้ใช้บริการ มีความโดดเด่นในแบบของชาวนครธน สามารถท าให้ผู้ใช้บริการสัมผัสได้ถึงความใส่ใจ และเต็มใจในการให้บริการ ด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ โดยวัฒนธรรมนครธนมีทั ้งสิ ้น 7วัฒนธรรม เรียกแบบย่อว่า SBE PLUS ได้แก่ S - Service การต้อนรับด้วยใจ B - Beyond ให้บริการเหนือความคาดหวัง E - Expectation บุคลิกภาพ การให้เกียรติ และการสื่อสารที่ดี P - Pubic Space พิถีพิถันดูแลการให้สถานที่ร่วมและมีจิตสาธารณะ L - Learning & Development มีใจปรับปรุงพัฒนา U - Universal การให้บริการต่างวัฒนธรรม S - Summary of Service การน าส่งและสรุปบริการ ซึ่งพนักงานสามารถศึกษารายละเอียดได้จากคู่มือวัฒนธรรมนครธนด้านการบริการ
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 13จาก 35 3. ระเบียบปฏิบัติ/ข้อบังคับการบริหารงานบุคคล หมวดที่ 1 : วันท างาน เวลาท างาน และวันหยุด หมวดที่ 2 : ค่าแรง และค่าล่วงเวลา หมวดที่ 3 : วันลา และหลักเกณฑ์การลาหยุด หมวดที่ 4 : การบันทึกเวลางาน และการแลกเวร หมวดที่ 5 : ระเบียบวินัย หมวดที่ 6 : สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ หมวดที่ 7 : การประเมินผลการปฏิบัติงาน หมวดที่ 8 : การพ้นสภาพพนักงาน
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 14จาก 35 หมวดที่ 1 : วันท างาน เวลาท างาน และวันหยุด 1.1 เวลาปฏิบัติงาน พนักงานกลุ่มส านักงาน : วันท างาน – พนักงานทั่วไปท างานสัปดาห์ละ 5วัน คือวันจันทร์ ถึงวันศุกร์ เวลาท างาน – พนักงานทั่วไปท างานวันละ 8 ชั่วโมง ตั ้งแต่เวลา 8.00 –17.00 น. (พักรับประทานอาหาร 1 ชั่วโมง 12.00-13.00 น.) พนักงานกลุ่มที่ท างานเป็ นกะ (Shift) : 1) ท างานวันละ 8 ชั่วโมง และให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาช่วงเวลาพักตามความเหมาะสม - เวรท างานที่ 1 เวลา 07.00 - 15.00 น. - เวรท างานที่ 2 เวลา 15.00 - 23.00 น. - เวรท างานที่ 3 เวลา 23.00 - 07.00 น. 2) เวรท างาน 12 ชั่วโมง - เวลาท างานที่ 1 เวลา 07.00 –19.00 น. - เวลาท างานที่ 2 เวลา 19.00 –07.00 น. 1.2 วันหยุด วันหยุดประจ าสัปดาห์ : พนักงานประจ า (Full time) - หยุดสัปดาห์ไม่น้อยกว่า 1วัน แต่ไม่เกินสัปดาห์ละ 2วัน พนักงานชั่วคราว - ไม่ได้รับค่าแรงในวันที่หยุดงาน วันหยุดตามประเพณี : พนักงานจะได้หยุดโดยได้รับค่าจ้าง ไม่น้อยกว่า 13วันต่อปี (ตามประกาศวันหยุดในแต่ ละปี) ทั ้งนี ้กรณีวันหยุดตามประเพณีตรงกับวันหยุดประจ าสัปดาห์ ให้หยุดชดเชยในวันท างานถัดไป ซึ่งสามารถดูวันหยุดได้จากประกาศวันหยุดประจ าปี จากทางฝ่ายทรัพยากรบุคคล
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 15จาก 35 หมวดที่ 2 : ค่าแรง และค่าล่วงเวลา 2.1 การท างานล่วงเวลา : - พนักงานต้องได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาก่อนจึงจะได้รับค่าแรงล่วงเวลา (OT) โดยก าหนดให้พนักงาน ต้องท างานล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมงในวันนั ้นถึงจะนับเป็น OT ทั ้งนี ้ผู้บังคับบัญชาต้องพิจารณาการท างานล่วงเวลาของพนักงานให้สอดคล้องกับจ านวนผู้มาใช้บริการ หรือ ปริมาณงานในภาพรวมของหน่วยงาน - กรณีที่พนักงานเข้ารับการอบรมนอกเวลางาน จะได้รับการพิจารณาให้เป็นชั่วโมงท างานสะสม ไม่สามารถน ามา คิดเป็นชั่วโมงล่วงเวลา OT ได้ 2.2 ก าหนดวันที่จ่ายค่าแรง - พนักงานประจ า (Full time) : จ่ายค่าแรงทุกสิ ้นเดือน (ทุกวันที่ 30ของเดือน ยกเว้นเดือนกุมภาพันธ์ เป็นวันที่ 28) - พนักงานชั่วคราว (Part time) : จ่ายค่าแรงทุกสิ ้นเดือนถัดไป - การจ่ายค่าล่วงเวลา (Overtime -OT) : จ่ายทุกสิ ้นเดือนถัดไป 2.3 วิธีการจ่ายค่าแรง ฝ่ ายทรัพยากรบุคคลจะจ่ายค่าแรงผ่านบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์สาขาที่อยู่ในกรุงเทพฯ และ ปริมณฑลเท่านั ้น
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 16จาก 35 หมวดที่ 3 : วันลา และหลักเกณฑ์การลาหยุด 3.1 วันลา ประเภทวันลา หลักเกณฑ์ ข้อก าหนด 1. ลาป่ วย ลาได้ไม่เกิน 30วันท างาน -ลาป่ วยตั ้งแต่ 3วันต้องมีใบรับรองแพทย์ -เมื่อพนักงานกลับมาปฏิบัติงาน ให้ด าเนินการบันทึกการ ลาลงในระบบ SSB และแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาด าเนินการ อนุมัติระบบให้เรียบร้อย 2. ลากิจ 2.1 ลาได้ไม่เกินปีละ 7วัน -ลาได้ครั ้งละไม่เกิน 2วันท างานติดต่อกัน/ครั ้ง -ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน 2.2 ลากิจไม่รับเงิน -พนักงานที่ยังไม่ผ่านทดลองงาน สามารถใช้สิทธิลากิจ (ไม่รับเงิน) ได้ เมื่อมีเหตุจ าเป็น 3. ลาพักผ่อน ประจ าปี สิทธิการลานับตามอายุงาน ดังนี ้ - ต้องแจ้งก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 7วัน -พนักงานที่ขึ ้นเวร จะต้องบันทึกการลาในระบบ SSB ล่วงหน้าพร้อมกับปรับแก้ไขตารางเวรในระบบให้ สอดคล้องกัน และแจ้งผู้บังคับบัญชาด าเนินการอนุมัติ การลาในระบบ SSB ให้เรียบร้อย -สามารถเก็บสะสมวันหยุดได้ ไม่เกิน 12วัน / ปี -หากสะสมจ านวนวันเกินจากที่ก าหนด จะถูกตัดสิทธิวัน ลาหยุดพักผ่อนประจ าปีออก -การค านวณอายุงานเพื่อรับสิทธิตัด ณ 31ธันวาคม ของ ปีนั ้น ๆ -พนักงานที่ผ่านทดลองงาน สามารถขอลาหยุดพักผ่อน ประจ าปีได้ในปีถัดไป (เริ่มตั ้งแต่เดือน ม.ค. ของปีถัดไป) โดยบันทึกการลาใน ระบบ SSB ล่วงหน้าอย่างน้อย 7วัน และแจ้งให้ ผู้บังคับบัญชาด าเนินการอนุมัติการลาในระบบให้ เรียบร้อย เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว จึงจะหยุดได้ - อายุงาน ปีที่ 1 มีสิทธิลาในปีถัดไปเฉลี่ยตามวัน เริ่มงาน - อายุงาน ปีที่ 2-5 มีสิทธิลาได้ปีละ 6วัน - อายุงาน ปีที่ 6-10 มีสิทธิลาได้ปีละ 8 วัน - อายุงาน ปีที่ 11-15 มีสิทธิลาได้ปีละ 10 วัน - อายุงาน ปีที่ 16ขึ ้นไป มีสิทธิลาได้ปีละ 15 วัน 4. ลาบวช 4.1 อายุงาน 3 ปีขึ ้นไป ขอลาบวชได้ 15วัน โดย ได้รับค่าจ้าง 4.2 อายุงาน 5 ปีขึ ้นไป ขอลาบวชได้ 120 วัน โดย ได้รับค่าจ้าง 30 วัน -พนักงานเพศชายเท่านั ้น -สามารถใช้สิทธิ์ลาบวช 120 วัน เพียงครั ้งเดียวเท่านั ้น
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 17จาก 35 หมายเหตุ: การลา : 1) พนักงานจะลาหยุดโดยรวมกับวันหยุดตามสิทธิ ได้ไม่เกิน 5วันติดต่อกัน การขอลาหยุดโดยรวมกับวันหยุดตามสิทธิ ได้แก่ ; ✓ วันหยุดตามประเพณี (วันหยุดนักขัตฤกษ์) ✓ วันหยุดชดเชย ✓ วันหยุดประจ าสัปดาห์ (วันหยุดเสาร์-วันอาทิตย์) 2) หากพนักงานหยุดงานโดยมิได้รับความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชา หรือ หยุดงานเกินกว่าเวลาที่ก าหนด จะถือว่าขาดงาน ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันที่ขาดงาน และถูกพิจารณาโทษทางวินัย (เป็นลายลักษณ์อักษร) หากต้องการลามากกว่า 5วัน จะต้องจัดท าหนังสือชี ้แจงถึงความจ าเป็นที่จะต้องลาเพื่อขออนุมัติเป็นรายกรณี แนบ ประกอบใบลา 3) พนักงานต้องท าการคีย์ลาในระบบ ล่วงหน้าอย่างน้อย 7วัน (ยกเว้นลาป่ วย) และแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และ อนุมัติในระบบต่อไป 4) สามารถน าวันท างานสะสม มาใช้เป็นวันลาได้ โดยต้องเขียนใบลาและได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาก่อนถึงจะ หยุดได้ การลาโดย ใช้วันท างานสะสมดังกล่าว ยังไม่สามารถคีย์ลาในระบบได้ ดังนั ้นพนักงานจึงจ าเป็นต้องท าจดหมาย (Internal) ให้ผู้บังคับบัญชาลงนามอนุมัติ และแจ้งให้กับทางฝ่ ายทรัพยากรบุคคล เพื่อท าการปรับปรุงข้อมูลใน ระบบต่อไป ประเภทวันลา หลักเกณฑ์ ข้อก าหนด 5. ลาคลอดบุตร ลาได้ไม่เกิน 98วัน โดยได้รับเงินชดเชยจากโรงพยาบาล 45วัน และ จากส านักงานประกันสังคม 45วัน 6. ลาเพื่อรับ ราชการทหาร ลาได้ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร ใน ระยะเวลาที่ราชการก าหนด โดยได้รับค่าจ้าง ไม่เกิน ปีละ 60วัน - ไม่ก าหนดอายุงาน - น าหนังสือจากทางราชการแนบประกอบการลา - บันทึก “ลาอื่นๆ” ในระบบ SSB และให้ ผู้บังคับบัญชาด าเนินการอนุมัติการลาในระบบ 7. ลาเพื่อประกอบ พิธีศพ กรณี ญาติสายตรงถึงแก่กรรม ลาได้ไม่เกินครั ้งละ 2วันท างาน โดยได้รับค่าจ้าง -ญาติสายตรงได้แก่ บิดา, มารดา, บุตร , คู่สมรส ตาม กฎหมาย -น าส าเนาใบมรณบัตรแนบประกอบการลา 8. ลาเพื่อไปอบรม ลาได้ตามระยะเวลาของหลักสูตรที่ได้รับการอนุมัติ -ต้องผ่านการอนุมัติการอบรม จากผู้บังคับบัญชา ตาม แผนฝึกอบรม -แนบส าเนาแบบฟอร์มการขออนุมัติฝึกอบรมภายใน/ ภายนอก แนบประกอบการลา
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 18จาก 35 การขาดงาน : หากพนักงานหยุดงาน โดยมิได้รับความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชา หรือหยุดงานเกินกว่าเวลาที่ก าหนด จะ ถือว่า ขาดงาน ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันที่ขาดงาน หรือจะถูกพิจารณาโทษทางวินัย การลาออก : พนักงานประสงค์จะลาออก จะแจ้งความประสงค์กับผู้บังคับบัญชา ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน หาก ผู้บังคับบัญชาพิจารณาแล้วผู้บังคับบัญชาจะต้องแจ้งให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลทราบ และให้พนักงานมาติดต่อ เขียนแบบฟอร์ม “แบบขอลาออกจากการเป็นพนักงาน” (FM-HR-038) เพื่อเสนอขออนุมัติตามสายบังคับ บัญชาต่อไป การขอออกนอกพื้นที่ : สามารถขอออกไปท าธุระที่จ าเป็นได้ ครั ้งละไม่เกิน 2ชั่วโมง โดยปฏิบัติตามขั ้นตอนดังนี ้ ; 1) ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม “ใบขออนุญาตออกนอกสถานที่” (FM-HR-012) จากคอมพิวเตอร์Drive: Q 2) กรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม ให้ครบถ้วน เสนอผู้บังคับบัญชาเซ็นอนุมัติ เพื่อรับทราบเรื่อง 3) ส่งให้เจ้าหน้าที่บุคคลเซ็นรับทราบ และบันทึกเวลาที่ขอออก พร้อมน าติดตัวไปด้วย 4) เมื่อกลับมา ส่งแบบฟอร์มฯ คืนเจ้าหน้าที่บุคคล เพื่อลงเวลาที่มาถึงทันที
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 19จาก 35 หมวดที่ 4 : การบันทึกเวลางาน และการแลกเวร การบันทึกเวลาเข้าและออกงาน • พนักงานต้องลงทะเบียนและสแกนใบหน้า ที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ก่อนหรือภายในวันที่เริ่มงาน • พนักงานสามารถสแกนใบหน้า เพื่อเข้าและออกงานได้ที่ โถงอาคารจอดรถ ชั ้น 1 ส าหรับพนักงานเก่าที่มีการลงทะเบียนลายนิ ้วมือไว้ก่อนแล้ว สามารถเลือกบันทึกเวลาเข้าและออกงานโดยการแสกน ใบหน้าได้บริเวณขึ ้น 1 หรือแสกนลายนิ ้วมือได้ที่บริเวณชั ้น 4 ตรงแผนกประกันสุขภาพและสิทธิประโยชน์ IPD โดย เลือกวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งในแต่ละครั ้ง • ขอให้พนักงานท าการสแกนหน้าเพียงครั ้งเดียว (ไม่จ าเป็นต้องสแกนซ ้า) โดยเครื่องสแกนหน้าแต่ละเครื่องจะล็อคไว้ ไม่ให้พนักงานสแกนหน้าซ ้าในช่วงเวลา 3 นาที) หากพนักงานไม่แน่ใจว่าการสแกนหน้าของตนส าเร็จแล้วหรือยัง ให้ สังเกตดูว่าเมื่อสแกนซ ้าอีกครั ้งทันที(ภายใน 3 นาที) จะไม่สามารถท าได้เพราะเครื่องได้ท าการบันทึกข้อมูลสแกนหน้า ของท่านก่อนหน้านั ้นไว้แล้ว จึงไม่มีความจ าเป็นต้องเปลี่ยนมาสแกนหน้าเครื่องอื่นซ ้าอีก เพราะจะท าให้ข้อมูลบันทึก การเข้าและออกงานของท่านเกิดความผิดพลาด (Error) ได้ (เช่นจากออกเป็นเข้า หรือจากเข้าเป็นออก เป็นต้น) • พนักงานที่ท างานต่อเนื่อง 2เวรติดต่อกัน ให้ท าการสแกนหน้าออก เพียงครั ้งเดียวในเวรที่ 2 แต่หากเวรท างานนั ้นไม่ได้ติดกัน ให้ท าการสแกนหน้าออกในเวรแรกก่อน และ ค่อยสแกนหน้าเข้าในเวรที่ 2 (โดยช่วง สแกนต้องห่างกันมากกว่า 3 นาที หรือเปลี่ยนไปสแกนเข้าอีกเครื่องหนึ่ง) • ผู้บังคับบัญชาต้องท าการจัดตารางเวรของพนักงานในระบบ ให้ชั่วโมงการท างานรวมไม่ต ่ากว่าชั่วโมงท างานที่ก าหนดใน แต่ละเดือน และแจ้งให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาทราบ และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงตารางเวรของพนักงานทั ้งกรณีเพิ่มหรือลด ต้องท าการปรับปรุงแก้ไขตารางเวรในระบบให้สอดคล้องกับการท างานจริงของพนักงาน (ข้อมูลที่พนักงานบันทึกเวลา เข้า-ออกงานจริง) ถ้าไม่ตรงกันระบบจะไม่นับเป็นชั่วโมงท างาน มีผลให้ในแบบสรุปการปฏิบัติงานจะขึ ้นว่าพนักงาน ขาดงาน ดังนั ้นหน้าที่ของพนักงานต้องท าการสแกนใบหน้า เพื่อเข้าออกงานทุกครั ้ง กรณีพนักงานลืมสแกนใบหน้า ต้อง กรอกแบบฟอร์ม “ขอบันทึกเวลาท างาน (FM-HR-020)” และให้ผู้จัดการ / Incharge หรือ Supervisor ลงนามยืนยัน และ ส่งให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลเพื่อท าการปรับปรุงข้อมูลการเข้างานในระบบต่อไป และหากพนักงานประสงค์ใช้วันลาทุกประเภท ต้องท าการคีย์ลาในระบบ และแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาอนุมัติใน ระบบ พร้อมแก้ไขอัพเดทตารางเวรในระบบด้วย ทั ้งนี ้ Code การลาในตารางเวร จะต้องตรงกับช่วงเวลาที่พนักงานคีย์ลา หากไม่ตรงกัน ระบบจะรายงานว่า พนักงาน “ขาดงาน” ในวันนั ้น • ทุกต้นเดือนทางฝ่ ายทรัพยากรบุคคลจะน าส่งรายงาน ”แบบสรุปการปฏิบัติงาน” ของเดือนก่อนหน้า พนักงานทุกคนมี หน้าที่ตรวจสอบ “ แบบสรุปการปฏิบัติงาน” และน าส่งผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาอนุมัติ และรวบรวมและน าส่ง ฝ่าย ทรัพยากรบุคคลต่อไป • พนักงานต้องมีชั่วโมงการท างานครบตามชั่วโมงท างานที่ก าหนดในแต่ละเดือน หากไม่ครบจะต้องท าหนังสือชี ้แจงโดยมี ผู้บังคับบัญชาลงนาม และจะไม่ได้รับเงินตามจ านวนวันที่ขาดงานนั ้น
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 20จาก 35 การเข้าปฏิบัติงานสาย การค านวณวันมาท างานสาย นับตั ้งแต่นาทีแรก โดยมีเงื่อนไขการได้รับการตักเตือน ดังนี ้ กรณีที่ 1 บันทึกเวลาสาย เกิน 60 นาที ภายใน 1เดือน กรณีที่ 2 บันทึกเวลาสาย เกิน 15 นาที ตั ้งแต่ 3 ครั ้งขึ ้นไป ภายใน 1 เดือน กรณีที่ 3 บันทึกเวลาสาย เกิน 4 ครั ้ง ภายใน 1 เดือน หากพนักงานมาปฏิบัติงานสาย เข้าเงื่อนไขใดก็ตาม จะถือว่าได้รับการตักเตือนตามระเบียบ ซึ่งจะมีผลต่อการ ประเมินผลการปฏิบัติงานประจ าปีเพื่อพิจารณาในเรื่องของเงินค่าตอบแทนพิเศษประจ าปี (โบนัส) และ การปรับขึ ้น เงินเดือนประจ าปี **ขอให้พนักงานทราบด้วยตนเองว่า หากเข้าข่ายกรณีใดกรณีหนึ่งในครั้งแรกมีผลเท่ากับการถูกตักเตอืน ด้วยวาจา หากเกิดซ ้าครั้งต่อไปจะมีผลเท่ากับการถูกตักเตือนด้วยลายลักษณ์อักษร การแลกเวรปฏิบัติงาน • พนักงานสามารถแลกเวรไป-กลับ ได้4 ครั ้ง/คน/เดือน โดยแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาแก้ไขตารางเวรในระบบ • โดยพนักงาน Full-time แลกเวรกับ Full-time / พนักงาน Part-time แลกเวรกับ Part-time • ทั ้งนี ้พนักงานจะต้องแลกเวรล่วงหน้าอย่างน้อย 1วัน และผู้บังคับบัญชาต้องแก้ไขตารางเวร และอัพเดทในระบบ ให้ทันก่อนถึงรอบการสรุปเวลางานประจ าเดือน การปฏิบัติงานนอกสถานที่ • พนักงานที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานนอกสถานที่ ให้เขียนรายละเอียดใน ‘แบบฟอร์มขอบันทึกเวลาท างานใน กรณีต่างๆ’ (FM-HR-020) ให้ผู้บังคับบัญชาลงนาม และส่งมาที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล เพื่อบันทึกเวลาเข้า-ออกงาน ในระบบต่อไป • พนักงานที่ไปอบรมหรือประชุมนอกสถานที่ ให้เขียนรายละเอียดใน ‘แบบฟอร์มขอบันทึกเวลาท างานในกรณีต่างๆ’ (FM-HR-020) • พนักงานที่มีความจ าเป็นต้องท างานที่บ้าน (Work from home) ให้เขียนแบบฟอร์มขอบันทึกเวลาท างานในกรณี ต่างๆ (FM-HR-020) พร้อมแนบ ‘แบบรายงานการปฏิบัติงานที่บ้าน’ (Work from home) (FM-HR-095) ประกอบ ในการรายงานผลการปฏิบัติงานในวันนั ้นๆ
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 21จาก 35 หมวดที่ 5 : ระเบียบวินัย สิ่งที่พนักงานจะต้องยึดถือปฏิบัติตามระเบียบวินัยขององค์กร มีดังนี ้; 1. ต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการท างาน 2. ต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามค าสั่งโดยชอบของผู้บังคับบัญชา 3. ต้องมาปฏิบัติงานให้ตรงตามเวลา และลงบันทึกเวลาท างานตามที่ก าหนด 4. ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ไม่กลั่นแกล้ง หรือจงใจก่อให้เกิดความเสียหายแก่โรงพยาบาล หรือแก่พนักงานด้วยกันเอง 5. ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความขยันและเต็มความสามารถ 6. ต้องปฏิบัติตามกฎแห่งความปลอดภัยในการท างาน 7. ต้องดูแลบ ารุงรักษาเครื่องมือและอุปกรณ์การท างานให้อยู่ในสภาพดี เป็นระเบียบเรียบร้อย 8. ต้องช่วยกันระมัดระวัง และป้องกันทรัพย์สินในบริเวณที่ท างาน หรือโรงพยาบาล โดยมิให้สูญหาย หรือเสียหายจากบุคคลใด ๆ หรือจากภัยพิบัติอื่น ๆ อย่างเต็มความสามารถ 9. ต้องช่วยกันรักษาความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย 10. ต้องไม่กระท าการทะเลาะวิวาท หรือท าร้ายร่างกายบุคคลใดในบริเวณที่ท างาน หรือหอพักที่โรงพยาบาลจัดให้ 11. ต้องไม่น าสารเสพติด ผิดกฎหมาย สิ่งมึนเมา หรืออาวุธที่มีอันตรายร้ายแรง เข้ามาในบริเวณที่ท างาน หรือ หอพักที่โรงพยาบาล จัดให้ 12. ต้องไม่ประพฤติตนให้เป็นที่เสื่อมเสียชื่อเสียงของโรงพยาบาล 13. ต้องไม่แจ้งความเท็จต่อผู้บังคับบัญชา 14. ต้องปฏิบัติต่อผู้ป่ วยและญาติผู้ป่ วยอย่างสุภาพอ่อนน้อมให้การดูแลเอาใจใส่เสมือนญาติ 15. ต้องไม่วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับผู้ป่ วย หรือญาติผู้ป่ วย และไม่น าความลับของผู้ป่ วยไปเปิดเผย 16. ต้องปฏิบัติตามระเบียบการลา ตามขั ้นตอนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด 17. ต้องไม่เสพสิ่งมึนเมา หรือเล่นการพนันในบริเวณที่ท างาน หรือโรงพยาบาล หรือหอพักที่โรงพยาบาลจัดให้ 18. ต้องไม่ปฏิบัติหน้าที่ขณะมึนเมาจากการดื่มสุรา หรือสิ่งเสพติดอื่น 19. ต้องไม่สูบบุหรี่ขณะปฏิบัติหน้าที่ของโรงพยาบาล หรือน าวัสดุเชื ้อเพลิงเข้าไปในเขตอันตราย หรือเขตหวงห้ามที่ทางโรงพยาบาล ก าหนด 20. ต้องแต่งกายมาท างานตามที่โรงพยาบาลก าหนด 21. ต้องไม่กระท าการใด ๆ ที่เป็นการละทิ ้งหน้าที่ 22. ห้ามขีดเขียนเอกสาร แสดงกิริยาอาการกล่าววาจาไม่สุภาพ หยาบคาย ลามกอนาจาร 23. ห้ามลักขโมย ยักยอก หรือท าให้ทรัพย์สินของบริษัทฯ สูญหาย 24. ห้ามน าเครื่องมือเครื่องใช้สิ่งของหรืออุปกรณ์ในการท างานของบริษัทไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว หรือแก่ผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต 25. ห้ามซื ้อขาย รับหวยใต้ดิน หรือการพนันอื่น หรือประกอบกิจการส่วนตัวอื่นในเวลางาน 26. ห้ามท าลาย หรือขีดเขียนเอกสาร ค าสั่ง หรือประกาศของบริษัทฯ 27. ต้องรักษาความลับทางธุรกิจ หรือกระบวนวิธีการจัดการของโรงพยาบาล 28. ห้ามแพร่ข่าวอกุศล ใส่ร้ายผู้อื่น หรือกระท าการใด ซึ่งก่อให้เกิดการแยกความสามัคคีในระหว่างพนักงานด้วยกัน 29. ต้องรักษาชื่อเสียงของโรงพยาบาล ไม่กระท าการใดเป็นที่เสื่อมเสียผิดศีลธรรมจรรยา
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 22จาก 35 โทษทางวินัย หากพนักงานกระท าความผิดทางวินัย หรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของโรงพยาบาล จะต้องถูกพิจารณา โทษทางวินัย 4 สถาน คือ: • โทษสถานที่1 ตักเตือนด้วยวาจา • โทษสถานที่ 2 ตักเตือนด้วยลายลักษณ์อักษร (ภาคภัณฑ์) • โทษสถานที่ 3 พักงาน • โทษสถานที่ 4 เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยใด ๆ ทั ้งสิ ้น ความผิดร้ายแรงที่จะได้รับโทษสถานที่ 4 ทันที ได้แก่ 1. การกระท าที่ขัดต่อนโยบายหลักของโรงพยาบาล 2. สมัครใจหรือไม่หลีกเลี่ยง การโต้เถียง ทะเลาะวิวาท หรือท าร้ายร่างกายกันภายในโรงพยาบาล 3. ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระท าความผิดอาญาโดยเจตนาแก่โรงพยาบาล 4. จงใจท าให้โรงพยาบาลได้รับความเสียหาย หรือประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้โรงพยาบาลได้รับความเสียหายอย่าง ร้ายแรง 5. ฝ่าฝืนข้อบังคับ หรือระเบียบเกี่ยวกับการท างาน 6. ละทิ ้งหน้าที่เป็นเวลา 3วันท างานติดต่อกัน ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุอันควร 7. ได้รับโทษจ าคุกตามค าพิพากษา
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 23จาก 35 หมวดที่ 6 : สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ 1. ด้านสุขภาพ 1.1 สวัสดิการรักษาพยาบาล ของทั้งพนักงานท่ีอยู่ในช่วงทดลองงาน และพนักงานที่ได้รับการบรรจุแล้ว • ไม่เคยมีบัตรรับรองสิทธิประกันสังคม - ต้องน าส่งเงินสมทบฯ ครบ 4 เดือน โดยเลือกสถานพยาบาลตามที่องค์กรก าหนด ปัจจุบันได้แก่ โรงพยาบาลมหาชัย 3 เมื่อได้รับบัตรรับรองสิทธิ์ประกนัสงัคมแล้ว จึงจะได้สิทธิ์การรักษาที่โรงพยาบาล นครธนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายตามสิทธิ์(สามารถเช็คสิทธิ์ใน ระบบ SSO Connect) - หากยังไม่ได้บัตรรับรองสิทธิ์แตป่ระสงค์จะเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนครธน จะได้รับสิทธิ์ส่วนลด 30% ยกเว้นค่าแพทย์ (รายละเอียดอื่นๆ ให้เป็นไปตามนโยบายส่วนลดส่วนของเจ้าหน้าที่และญาติ) • เคยมีบัตรรับรองสิทธิ - กรณีท าการเปลี่ยนสถานพยาบาลตามที่องค์กรก าหนดและได้บัตรรับรองสิทธิ์ประกนสังคม ั เป็นที่ เรียบร้อยแล้ว จะได้สิทธิ์การรักษาที่โรงพยาบาลนครธนโดยไมม่ ีคา่ ใช้จ่ายตามสิทธิ์ - กรณีไม่ประสงค์เปลี่ยนสถานพยาบาลตามที่องค์กรก าหนด แต่ประสงค์จะเข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลนครธน จะได้รับสิทธิ์ส่วนลด 30% ยกเว้นค่าแพทย์ (รายละเอียดอื่นๆ ให้เป็นไปตามนโยบาย ส่วนลดส่วนของเจ้าหน้าที่และญาติ) หมายเหตุ : - พนักงานต้องได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาก่อนพบแพทย์ทุกครั ้ง - ส าหรับการท าหัตถการต้องยื่นเรื่องขออนุมัติท าหัตถการต่อฝ่ายทรัพยากรบุคคล เพื่อน าเสนอต่อ ผู้อ านวยการสายงานบริหารพิจารณาอนุมัติตามความเหมาะสมและความจ าเป็นเร่งด่วน - กรณีเจ็บป่วยเล็กน้อย พนักงานสามารถขอรับยาได้ที่แผนกเภสัชกรรม
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 24จาก 35 1.2 สิทธ์ิส่วนลดค่ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลนครธน ส าหรับครอบครัวพนักงาน อ้างอิงตามนโยบายส่วนลด (HP-PCS-002) (ส่วนของเจ้าหน้าที่และญาติ) ล าดับ ที่ สถานภาพ ส่วนลดค่ารักษา ส าเนาเอกสารประกอบการรับสิทธ์ิญาติสายตรง** ช่วงทดลอง งาน บรรจุแล้ว บัตร ประชาชน ทะเบียน บ้าน ทะเบียน สมรส สุติบัตร บุตร 1 บิดา/มารดาของพนักงาน 25% 50% บิดา/ มารดา พนักงาน - - 2 คู่สมรส 25% 50% คู่สมรส - พนักงาน - 3 3.1 บุตร (อายุไม่เกิน 20 ปี) 25% 50% บุตร (ถ้ามี) บุตร - บุตร (กรณีไม่มีบัตร ประชาชน) 3.2 บุตร (อายุเกิน 20 ปี) 10% 25% บุตร บุตร - - 4 บิดา/มารดา ของคู่สมรส 10% 25% บิดา/ มารดาคู่ สมรส คู่สมรส - - 5 พี่น้องของพนักงาน 10% 25% พี่น้อง พนักงาน พี่น้อง พนักงาน - - ** สิทธิส่วนลดดังกล่าวจะมีผล หลังจากที่พนักงานได้ยื่นเอกสารตามที่ก าหนดล่วงหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้วเท่านั ้น *** ส่วนลดค่ารักษา ได้แก่ ค่าห้อง ค่ายา ค่า Lab / X-ray ยกเว้นค่าแพทย์ และอื่นๆ ตามประกาศนโยบายส่วนลด (HPPCS-002) (ส่วนของเจ้าหน้าที่และญาติ) 1.3 สวัสดิการผ่อนช าระค่ารักษาพยาบาล พนักงานจะได้รับสิทธิผ่อนช าระค่ารักษาพยาบาลของตนเอง และของครอบครัวได้เฉพาะสิทธิ์ญาติสายตรงของ พนักงานเองเท่านั ้น ได้แก่ 1.บิดา 2.มารดา 3.คู่สมรส 4.บุตร โดยพนักงานจะต้องยื่นเอกสารประกอบการขอใช้สิทธิ สวัสดิการผ่อนช าระที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ภายใน 3 วันหลังจากได้รับใบเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากทางแผนกการเงิน หมายเหตุ ; - พนักงาน : หมายถึง พนักงานที่ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจ า / พนักงาน Contract รายปีที่มีอายุงานตั ้งแต่ 6 เดือนขึ ้นไป รวมถึง พนักงานต่อเกษียณอายุ - ผู้ค ้าประกัน : ต้องเป็นบุคลากรที่ปฏิบัติงานอยู่ในโรงพยาบาล มีค่าตอบแทนครอบคลุมยอดเงินค่ารักษา พยาบาล ที่ขอผ่อนช าระ (รายละเอียดตามนโยบายการผ่อนช าระ)
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 25จาก 35 1.4 การตรวจสุขภาพประจ าปี พนักงานที่มีอายุงาน 1 ปีขึน้ไป จะได้รับสิทธิ์ตรวจสขุภาพประจา ปีตามแพ็คเกจทกี่ าหนด เช่นตามกลุ่มอายุ เพศ และ กลุ่มงาน และรับสิทธิ์ซือ้รายการตรวจเพมิ่ในราคาพิเศษ 1.5 สวัสดิการคลอดบุตร พนักงานหญิงที่มีอายุงานครบ 2 ปี จะได้รับสิทธิ์คลอดบุตรที่โรงพยาบาลนครธน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สูงสุด 2 ครั ้ง และ ครรภ์ที่ 2จะต้องห่างจากครรภ์ที่ 1เป็นเวลา 2 ปี 1.6 ประกันอุบัติเหตุ เฉพาะพนักงานกลุ่มที่ให้บริการออกรถพยาบาล 1.7 กองทุนเงินทดแทน - ใช้กรณี เจ็บป่ วย หรือ บาดเจ็บ ในเวลางาน 1.8 กองทุนประกันสังคม - ใช้ในกรณี เจ็บป่วย หรือ บาดเจ็บ นอกเวลางาน - เงินสมทบ ลูกจ้างและนายจ้าง จ่ายเงินสมทบร้อยละ 5จากฐานเงินเดือน - พนักงานเมื่อได้รับบัตรรับรองสิทธิประกันสังคม โรงพยาบาลมหาชัย พนักงานสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลได้ ที่โรงพยาบาลนครธนได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยพนักงานไม่ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลมหาชัย 2. ด้านเสริมสร้างความมั่นคงในอนาคต 2.1 กองทุนส ารองเลี้ยงชีพ - พนักงาน มีอายุงานครบ 3 ปี มีสิทธิเข้าร่วมกองทุนส ารองเลี ้ยงชีพ 2.2 เงนิก้ดอกเบี้ยต ่าร่วมกับธนาคารที่ท าสัญญาข้อตกลงกับทางโรงพยาบาล ู อาทิ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารออกสิน(สาขาดาวคะนอง) เป็นต้น
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 26จาก 35 3. ด้านการพัฒนาบุคลากร 3.1 การอบรมภายใน-ภายนอก ตามแผนการพัฒนาสมรรถนะในแต่ละต าแหน่งงาน (Functional Competency) พนกังานประจ ามีสิทธิ์ยื่นขออนมุตัิอบรมภายนอก ที่เกี่ยวเนื่องกับภาระงานที่รับผิดชอบ และต้องท ารายงานผล การอบรมเสนอต่อผู้บังคับบัญชาตามล าดับ และถ่ายทอดความรู้ นั ้นแก่ผู้ ร่วมงานตามความจ าเป็นหรือตามที่ ผู้บังคับบัญชาร้องขอ 3.2 สนับสนุนการศึกษาต่อเนื่อง ให้ทุนเรียนต่อเฉพาะทาง หรือปริญญาโท โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ก าหนดและสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ด้าน การพัฒนาบุคลากรขององค์กร 4. ด้านส่งเสริมคุณภาพชีวิตพนักงาน 4.1 หอพักพนักงานให้เช่าในราคาประหยัด • หอพักพนักงานบนอาคารจอดรถ (ชั ้น D1 และ D2) • หอพักพนักงานนครธน 001และ นครธน 002 ด้านหลังโรงพยาบาล (ติดกับลานจอดรถด้านหลังโรงพยาบาล) • ห้องพักพาร์ควิลเลจ ราคาพิเศษเฉพาะพนักงานนครธน (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ก าหนด) ผ้มูีสิทธิ์อยู่หอพัก : ให้สิทธิ์ส าหรับผ้ที่ต้องเข้าท างานเป็นกะูซึ่งปฏิบัติงานและลงเวรในยามวิกาล ไม่สะดวกเดินทางในเวลา กลางคืน กฎระเบียบหอพักสวัสดิการ เป็นไปตามเอกสารสัญญาการเช่าหอพัก (FM-HR-063) - ห้ามแก้ไข ดัดแปลงหรือต่อเติมห้องพัก - ห้ามตอกตะปูหรือติดตั ้งสิ่งถาวรที่ผนังห้อง - หากฝ่าฝืนคิดค่าเสียหายอย่างต ่า 100 บาท/จุด - ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกหรือพนักงานที่ไม่ได้พักหอ เข้ามาภายในหอพัก (ยกเว้นมีเหตุจ าเป็น และได้รับอนุญาตจากฝ่ายทรัพยากรบุคคลหรือผู้อ านวยการนอกเวลา) - ห้ามน าสัตว์เลี ้ยงทุกชนิดมาเลี ้ยงในหอพัก - ห้ามใช้เตาหุงต้มที่ใช้แก๊ส หรือ ถ่านเชื ้อเพลิง ใช้ได้เฉพาะอุปกรณ์หุงต้มไฟฟ้า และเตาไฟฟ้าเท่านั ้นโดยไม่ ประกอบอาหารที่มีกลิ่นรุนแรง - ไม่เล่นการพนัน ไม่ดื่มสุรา สูบบุหรี่ สิ่งเสพติด สิ่งของมึนเมา - ไม่กระท าการใด ๆ เป็นที่รบกวนผู้อื่น เช่น ส่งเสียงดัง ก่อเหตุทะเลาะวิวาท - ห้ามวางถุงขยะไว้หน้าห้อง - ห้ามตากผ้าสูงกว่าระดับระเบียง - ต้องดูแลท าความสะอาดภายในห้องพัก และห้องน ้าให้อยู่ในสภาพสะอาดเรียบร้อย
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 27จาก 35 4.2 อาหารพนักงานราคาประหยัด ที่ห้องอาหารชั้น M ห้องอาหารชั ้น M เปิดให้บริการ ตั ้งแต่เวลา 6.30 –19.30 น. 4.3 ที่จอดรถส าหรับพนักงาน ก าหนดไว้ดังนี ้ - อาคารจอดรถ ตั ้งแต่ชั ้น 4B ขึ ้นไป (เฉพาะรถที่ได้รับสติกเกอร์จอดรถ) - ลานจอดรถด้านหลังโรงพยาบาล – ฝั่งถนนพระราม 2 - ลานจอดรถด้านหลังโรงพยาบาล - ฝั่งโรงเรียนจารุวัฒนานุกูล - ลานจอดมอเตอร์ไซด์ด้านข้างโรงพยาบาล - ฝั่งโรงเรียนจารุวัฒนานุกูล **ไม่อนุญาตให้พนักงานที่ไม่ได้ปฏิบัติงานในเวรดึก จอดรถค้างคืนบนอาคารจอดรถโดยไม่มีเหตุจ าเป็น (หากมีความจ าเป็น ต้องขอจอดรถค้างคืน ให้เขียนจดหมายระบุวันที่ต้องการจอดพร้อมเหตุผล ส่งมาที่ฝ่าย ทรัพยากรบุคคล) 4.4 รถรับส่งพนักงาน รอบส่ง : 1 รอบ ได้แก่ รอบเวลา 20.00 น. (จอดบริเวณโถงประสบโชค) เส้นทางเดินรถ : ใน 1 รอบ ได้แก่ รพ.นครธน > หน้าห้างเซ็นทรัลพระราม 2 > ซอยพระราม 2 ซอย 50 (ซ.วัดก าแพง) > ซอยพระราม 2 ซอย 50แยก 4 > รพ.นครธน หมายเหตุ : การมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมกับลักษณะงาน 4.5 เครื่องแบบพนักงาน (Uniform) ก าหนดสวัสดิการเครื่องแบบพนักงานทุก 2 ปี (เฉพาะพนักงานที่ได้รับการบรรจุแล้ว) 4.6 สวัสดิการทุนการศึกษาบุตรพนักงาน โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี ้; - เป็นพนักงานประจ า (Full time) ที่มีอายุงานตั ้งแต่ 1 ปีขึ ้นไป - มีผลประเมินการปฏิบัติงานตั ้งแต่เกรด B ขึ ้นไป - บุตรก าลังศึกษาอยู่ในระดับชั ้นอนุบาล ถึงระดับอุดมศึกษา โดยพนักงานต้องยื่นเรื่องขอทุนการศึกษาบุตร ตามที่มีประกาศในแต่ละปี โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ก าหนด
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 28จาก 35 4.7 สวัสดิการเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจญาติสายตรง ทางโรงพยาบาลมอบเงินค่าช่วยเหลือค่าฌาปนกิจญาติสายตรงซึ่งได้แก่ บิดา มารดา คู่สมรส บุตร โดยพนักงาน ต้องน าเอกสารใบมรณบัตรของผู้เสียชีวิต และส าเนาบัตรประชาชนของพนักงาน มายื่นขอรับสวัสดิการค่าฌาปนกิจ ภายใน 7วัน หลังพิธีฌาปนกิจ 4.8 สิทธิพิเศษกับบริษทัคู่สัญญาต่างๆ อาทิ; - สปากฤษณา - ค่าบริการนวดไทย และสปา ในราคาพิเศษสิทธิ์พนกังาน และญาติสายตรง - ห้องพักพาร์ควิลเลจ -อัตราค่าห้องพักราคาพิเศษ - โอทูฟิ ตเนส - ค่าสมาชิกฟิตเนสอัตราพิเศษ - ส่วนลดร้านค้าต่างๆ ภายในโรงพยาบาล 5. ด้านเสริมสร้างความสัมพันธ์พนักงาน อาทิ ; • การเชิดชูเกียรติพนักงานที่มีอายุงาน 10 ปี และ 20 ปี : จะได้รับจี ้ทองค าตราสัญลักษณ์โรงพยาบาล • กิจกรรมวันเกิด ในงานราศีเดียวกัน (เดือนละ1 ครั ้ง) • กิจกรรมตามเทศกาลส าคัญ เช่น งานปีใหม่ งานวันสงสรานต์ งานวันลอยกระทง เป็นต้น
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 29จาก 35 หมวดที่ 7 : การประเมินผลการปฏิบัติงาน 7.1 การประเมินผลการท างาน ช่วงทดลองงาน ประเมินฯ จ านวน 3 ครั ้ง : 1.รอบ 30 วัน 2.รอบ 60 วัน 3. รอบ 90 วัน ตามล าดับ 7.2 การประเมินผลการปฏิบัติงาน พนักงานประจ าที่ผ่านการทดลองงานแล้วทุกคน จะต้องได้รับการประเมินผลการปฏิบัติงานประจ าปี ซึ่งทาง ฝ่ายทรัพยากรบุคคล จะท าการประเมินฯ ปีละ 2 ครั ้ง คือช่วงกลางปี (พ.ค.- มิ.ย.) และปลายปี (พ.ย.-ธ.ค.) 1. ประเมินผลฯ กลางปี (ช่วงประมาณ พ.ค. - มิ.ย.) โดยพิจารณาผลการปฏิบัติงานตั ้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2566 - เมษายน 2567 (รวม 6เดือน) 2. ประเมินผลฯ ปลายปี (ช่วงประมาณ พ.ย. - ธ.ค.) โดยพิจารณาผลการปฏิบัติงานตั ้งแต่เดือน พฤษภาคม 2566 - ตุลาคม 2567 (รวม 6เดือน) เกณฑ์การประเมินฯ เบื้องต้น แบ่งเป็ น 3 ส่วน ได้แก่ ; ส่วนที่ 1 : ผลการปฏิบัติงาน (Performance Appraisal : PA) ส่วนที่ 2 : พฤติกรรมในการท างาน ตาม Core Value (Work Behavior : BV) ส่วนที่ 3: ระเบียบวินัยในการปฏิบัติงาน (Discipline) สัดส่วนในการพิจารณาคะแนนทั้ง 3 ส่วน มีรายละเอียดดังตาราง โครงสร้างแบบประเมิน สัดส่วนคะแนน พนักงานระดับ ปฏิบัติการ พนักงานระดับ Management ส่วนที่ 1 การประเมินผลงาน (Performance Appraisal : PA) 50% 60% ส่วนที่ 2 การประเมินพฤติกรรมในการท างาน (Work Behavior : HUMAN) 30% 30% ส่วนที่ 3 ระเบียบวินัยในการปฏิบัติงาน (Discipline) 20% 10% รวม 100% 100%
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 30จาก 35 การพิจารณาคะแนน ส่วนที่ 1: คะแนนในส่วนของผลการปฏิบัติงาน (Performance Appraisal : PA) -ผู้บังคับบัญชาประเมินตามดุลพินิจ ตามหัวข้อในแบบประเมินฯ ส่วนที่ 2 : คะแนนด้านพฤติกรรมในการท างาน (Work Behavior : HUMAN) -ผู้บังคับบัญชาประเมินตามดุลพินิจ ตามหัวข้อในแบบประเมินฯ ส่วนที่ 3 : คะแนนด้านวินัย -เก็บสถิติตั ้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2566 - ตุลาคม 2567 (รวม 12 เดือน) แบ่งเป็น 3 หัวข้อ ได้แก่ ; 1) ประวัติการมาท างานสาย 2) ประวัติการขาดงาน 3) ประวัติการถูกตักเตือน/ภาคทัณฑ์ โดยแบ่งสัดส่วนคะแนนด้านวินัยและการมีส่วนร่วมกับองค์กร ในแต่ละหัวข้อดังนี ้ ; เกณฑ์ สัดส่วนคะแนนด้าน วินัยและการมีส่วน ร่วมกับองค์กร (คะแนนเต็ม) เทียบจากคะแนนประเมิน รวม 3 ส่วน พนักงานระดับ ปฏิบัติการ พนักงานระดับ Management 1. สถิติการมาปฏิบัติงาน 30 6% 3% 2. การขาดงาน 30 6% 3% 3. การถูกตัดเตือน/ภาคทัณฑ์ 40 8% 4% รวมคะแนน 100 20% 10% รายละเอียดเกณฑ์คะแนน : 1. คะแนนการมาปฏิบัติงานตลอดทั้งปี(เต็ม 30 คะแนน) ไม่เคยสาย ได้รับคะแนน 30 คะแนน สาย 1- 5 วัน ได้รับคะแนน 20 คะแนน สาย 6- 15 วัน ได้รับคะแนน 10 คะแนน 16 วันขึ ้นไป ได้รับคะแนน 0 คะแนน 2. คะแนนการขาดงาน (เต็ม 30 คะแนน) ไม่เคยขาดงาน ได้รับคะแนน 30 คะแนน ขาดงาน 1 วัน ได้รับคะแนน 15 คะแนน ขาดงานตั ้งแต่2วันขึ ้นไป ได้รับคะแนน 0 คะแนน
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 31จาก 35 3. คะแนนการถูกตกัเตือน/ภาคทัณฑ์ (เต็ม 40 คะแนน) ไม่เคยถูกตัดเตือนทุกประเภท ได้รับคะแนน 40 คะแนน เตือนด้วยวาจา ได้รับคะแนน 30 คะแนน หนังสือเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร ได้รับคะแนน 20 คะแนน เตือนเกินกว่า 1 ฉบับ ได้รับคะแนน 10 คะแนน ภาคทัณฑ์ ได้รับคะแนน 0 คะแนน หมายเหตุ : หากพนักงานมาปฏิบัติงานสาย เข้าเงื่อนไขใดก็ตามดังต่อไปนี ้จะได้รับการตักเตือนตามระเบียบ กรณีที่ 1 บันทึกเวลาสาย เกิน 60 นาที ภายใน 1เดือน กรณีที่ 2 บันทึกเวลาสาย เกิน 15 นาที ตั ้งแต่ 3 ครั ้งขึ ้นไป ภายใน 1 เดือน กรณีที่ 3 บันทึกเวลาสาย เกิน 4 ครั ้ง ภายใน 1 เดือน **ขอให้พนักงานทราบด้วยตนเองว่า หากเข้าข่ายกรณีใดกรณีหนึ่งในครั ้งแรกมีผลเท่ากับการถูกตักเตือนด้วย วาจา หากเกิดซ ้าครั ้งต่อไปจะมีผลเท่ากับการถูกตักเตือนด้วยลายลักษณ์อักษร
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 32จาก 35 หมวดที่ 8 : การพ้นสภาพพนักงาน การพ้นสภาพจากการเป็นพนักงาน มีดังต่อไปนี ้ 1. พนักงานลาออก 2. พนักงานเกษียณอายุ (เมื่อครบ 55 ปี) 3. พนักงานถูกเลิกจ้าง • ช่วงทดลองงาน (กรณีที่ไม่ผ่านการประเมินทดลองงาน สามารถเลิกจ้างได้ในระยะ 119 วัน โดยแจ้งล่วงหน้า 1 งวดการจ่ายค่าจ้าง) • เลิกจ้างเนื่องจากการกระท าผิดวินัยร้ายแรง • เลิกจ้างเนื่องจากยุบ/เลิก ต าแหน่งและไม่สามารถโอนย้ายไปปฏิบัติงานที่อื่นได้ • เลิกจ้างเนื่องจากพนักงานมีผลการปฏิบัติงานไม่ผ่านเกณฑ์ • เลิกจ้างเนื่องจากพนักงานหย่อนสมรรถภาพในการท างาน 4. พนักงานเสียชีวิต 5. พนักงานไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณ หรือ Code of Conduct (COD) ตามที่ลงนามรับทราบไว้ในหนังสือ ยินยอมรับทราบจรรยาบรรณ Consent for Code of Conduct (FM-SQE-001) รายละเอียดตาม ภาคผนวก ขอสงวนสิทธิ์การแก้ไข เปลีย่นแปลง เพิ่มเติมหรือยกเลิกข้อก าหนด/เงื่อนไขในคู่มือฉบบันี้ ได้ตามความเหมาะสมโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า หรือหากมีการประกาศปรับเปลี่ยนนโยบายหรือแนวปฏิบัติในภายหลัง ให้ยึดตามประกาศใหม่นั้น
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 33จาก 35 ภาคผนวก 1 ตัวอย่างเนื้อหาหนังสือยินยอมรับทราบจรรยาบรรณ (Consent for Code of Conduct)
คู่มื อพนกั งาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 34จาก 35
คู่มื อพนกั งาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 35จาก 35
คู่มือพนกังาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 36จาก 35 ภาคผนวก 2 ตัวอย่างหัวข้อในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจ าปี ส่วนท่ี1 การประเมนิผลงาน (Performance Appraisal : PA) ข้อท่ีหวัข้อ 1 คณุภาพและประสิทธิภาพของงานประจ า (งานตามหน้าทปี่กติหรือตาม JD-Job Description ) 2 ผลสา เร็จของงานทไี่ด้รบัมอบหมายพิเศษ หรือโครงการพิเศษอนื่ๆ ทสี่่งผลต่อความสา เร็จของทีม หรือความสา เร็จขององค์กร (งาน นอกเหนือจากงานประจ า) 3 นวตักรรมทสี่ร้างสรรค์และพัฒนาขึน้มาและเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน หรือมีส่วนร่วมในการออกแบบระบบงานใหม่ (Job Redesign) 4 มีส่วนร่วมในการพัฒนางานคณุภาพของหน่วยงาน (อาทิการทา เอกสารคณุภาพ การเกบ็ข้อมลูเพื่อจดัทา KPI / การทา โครงการ CQI Project / KaiZen / การรายงานความเสี่ยง เป็นต้น) 5 ร่วมขบัเคลื่อนงานพัฒนาคณุภาพระดบัองค์กร(***อาทิการรบัหน้าทเี่ป็นคณะทา งาน คณะกรรมการด้านคณุภาพ เชน่ ICWN / SHE / Service Quality เป็นต้น หรือการให้ความร่วมมือและเข้าร่วมกจิกรรมคณุภาพขององค์กร) 6 ความรู้ความสามารถ และทกัษะ ตามมาตรฐานของงานทรี่บัผิดชอบจนเกดิความเชี่ยวชาญ หรือมีความสามารถทา งานได้หลากหลายด้าน (Multitasking skills) 7 ทกัษะในการเรียนรู้อยา่งต่อเนื่อง ทงั้การยกระดบัความรู้ความสามารถในงานของตนเองให้ยงิ่ขึน้ (Upskill) และการเพิ่มเติมทกัษะใหมๆ่ (นอกสายงาน) (Reskill) 8 การตระหนกัถงึการพัฒนาตนเองอยา่งรอบด้าน อาทิการพัฒนาปัญญาทงั้3 ฐาน (ฐานกาย ฐานใจและฐานสมอง) ด้วยตนเอง หรือตาม โปรแกรมทอี่งค์กรได้จดัทา ขึน้ตลอดจนการเข้าร่วมกจิกรรมจิตอาสาเพื่อสังคมอนื่ๆ(ฐานใจ) เข้าร่วมกจิกรรมส่งเสริมสุขภาพกบัองค์กร ภายนอก(ฐานกาย) การใฝ่ศึกษาหาความรู้ใหมๆ่ (ฐานสมอง) 9 ทกัษะในการทา งานร่วมกบัผู้ร่วมงานภายในหน่วยงาน และผู้ร่วมงานในองค์กร 1 0 ทกัษะในการสื่อสารกบัผู้ร่วมงาน และ/หรือผู้รบับริการ 1 1 ทกัษะในการแก้ไขปัญหาในการทา งาน ตามแนวคิด Growth Mindset (***แนวคิด Growth Mindset คือแนวคิดทเี่ชื่อวา่ความสามารถของ ทกุคนนนั้เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ผ่านความพยายาม ไมย่อมแพ้และการเรียนรู้ถงึแม้จะอยทู่า่มกลางสภาวะทไี่มแ่น่นอนหรือเป็นชว่งเวลา ทยี่ากลา บากกต็าม) การประเมนิ Managerial - ส่วนนีเ้ฉพาะระดับจัดการ เท่านัน้ ! ข้อท่ีหวัข้อเพ่ิม (สา หรับระดับจัดการ) 1 2 ทกัษะในการบริหารจดัการและวางแผนงานอยา่งเป็นระบบ (Managerial Skills) 1 3 ทกัษะในการบริหารคน ทงั้ผู้ใต้บงัคบับญัชาและผู้ร่วมงานหน่วยงานอนื่ๆ (People Management Skills) 1 4 มีภาวะผู้น า (Leadership Skills) แสดงบทบาทผู้น าทีม กล้าคิด กล้าทา กล้าน าเสนอ มีทกัษะในการตดัสินใจทดี่ีจนถงึมีคณุสมบตัิเป็นผู้น า ทมี่ีมมุมองทหี่ลากหลายสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงและความไมแ่น่นอนได้อยา่งคล่องตวัและมีประสิทธิภาพ หรือ Agile Leadership 1 5 การสร้างแรงจงูใจในการทา งานให้กบัทีม (Motivation) (มีบคุลิกภาพทนี่่านบัถอืเข้าใจความต้องการของคน และจงูใจให้แสดงพฤติกรรม หรือ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และให้การสนบัสนนุผู้ใต้บงัคบับญัชาในทกุ ๆ ด้าน) 1 6 บทบาทของการเป็น Business Partner : เป็นส่วนหนงึ่ของการขบัเคลื่อนกลยทุธ์ขององค์กร หรือเป็นส่วนหนงึ่ของความสา เร็จในการ Achieve Target
คู่มื อพนกั งาน โรงพยาบาลนครธน ฉบับปี 2567 หน้า 37จาก 35ส่วนท่ี2 การประเมนิพฤติกรรมในการทา งาน (Work Behavior ตาม Core Value : HUMAN) HUMAN 1 Honorableซื่อสตัย์ตอ่หน้าที่และตนเอง มจีรรยาบรรณในวิชาชพีและเป็นผู้มคีณุธรรม จริยธรรม ธ ารงไว้ซงึ่เกียรติของตนเป็นแบบอย่างที่เคารพ เลือกทา ในสิ่งที่ถูกต้องทงั้ตอ่หน้าและลบัหลงั 2 (จริงใจ/ มเีกียรติ)ให้เกียรติผู้รับบริการ ผู้ร่วมงานทกุระดบั โดยไมเ่ลือกปฏบิตัิทงั้ตา่งเชือ้ชาติตา่งศาสนา ตา่งวัฒนธรรม ความเชื่อความชอบ และความคิด 3 Understandingมคีวามเหน็อกเหน็ ใจเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของแตล่ะคน ยอมรับในความตา่ง พร้อมรับฟังความคิดเหน็ยืดหยุ่นในการทา งานอย่างเหมาะสม โดยยึดความสา เร็จของงานและประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตงั้โดยปราศจากความขดัแย้งกับผู้ร่วมงาน พยายามรักษาบรรยากาศในการทา งานร่วมกัน เข้าใจและให้อภยั ไมค่ ิดเล็กคิดน้อย ไมเ่อาความคิดของตนเป็นใหญ่ ไมย่กตนขม่ทา่นหรือบลูลี่ (Bully) ความคิดผู้อนื่ 4 (เข้าใจ/ เหน็อกเหน็ ใจผู้อนื่ )เข้าใจสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึน้และพร้อมที่จะรับงานที่มคีวามท้าทายใหมๆ่อยู่เสมอ(Can do Attitude) 5มคีวามเข้าใจในบริบทของงานที่รับผิดชอบ และสามารถปรับตวัและปรับวิธีการทา งานให้เหมาะสมในแตล่ะสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี(Adaptable) 6 Mindfulมสีติตงั้ใจทา งาน อย่างจดจอ่และมมีารยาท เชน่ ไมค่ยุเล่นหยอกล้อกันระหว่างทา งานหรือให้บริการ ไมค่ยุ /เล่นโทรศพัท์มอืถือ(เรื่องส่วนตวั)ในระหว่างปฏบิตัิหน้าที่ 7 (สงัเกตใจ-มสีติ)มวีุฒิภาวะ มสีติแสดงพฤติกรรมบริการ ที่แสดงออกทางสีหน้า ทา่ทาง คา พดูน า้เสียงและควบคมุอารมณ์ได้อย่างเหมาะสมในทกุสถานการณ์มีEQ หรือความฉลาดทางอารมณ์อยูในระดบัดีไมเ่คยแสดงททีา่หนุหนัพลนัแล่น กระฟัดกระเฟียด ประชดประชนั ปากร้าย ก้าวร้าว ก่อเรื่อง 8มสีติควบคมุพฤติกรรมทางกาย วาจา ให้มปีกติออ่นน้อม สภุาพเรียบร้อย มมีารยาทงาม แสดงออกทางบคุลิกภาพที่สง่างาม มสีติคอยระมดัระวังไมว่ ่าจะอยู่ในอริิยาบถยืน เดิน นงั่หรือขณะพดูคยุเจรจาสื่อสาร 9 Assistingกระตือรือร้นที่จะทา งานตามที่ได้รับมอบหมาย หรือตามที่ร้องขอ อย่างเต็มใจโดยไมเ่ลือกงาน ไมเ่กี่ยงงาน ไมบ่น่โวยวายหรือตอ่ต้าน 10 (ให้ใจ/ กรุณา)อทุศิตน มจีติอาสา เต็มใจเสียสละเวลาแรงกาย เพื่องานส่วนรวมของหนว่ยงาน ตลอดจนตา่งหนว่ยงาน หรือขององค์กรอยู่เสมอ 11มคีวามกรุณา เออื้เฟื้อให้ความชว่ยเหลือ บา เพ็ญประโยชน์สอนงาน แบง่ ปันความรู้อย่างเต็มใจในทกุโอกาส ทงั้ตอ่ผู้รับบริการและเพื่อนร่วมงาน 12 Nurturing มคีวามรักและเหน็คณุคา่ของงานที่ทา มงุ่มนั่ทมุ่เท และอทุศิตนให้กับงาน 13 (เอาใจใส่ / ฉันทะวิริยะ)ขยัน พยายาม เอาใจใส่ในงาน หรือการให้บริการตอ่ผู้รับบริการและเพื่อนร่วมงาน โดยใช้ปัญญาในการพิจารณาทบทวนและพฒันา เพื่อให้ผลงานหรือการบริการออกมาอย่างดีที่สดุ 14กล้าให้ความเหน็แนะน า ตกัเตือนอย่างสร้างสรรค์หรือเปิดเผย โดยไมเ่พิกเฉย เมื่อพบเหน็ความเสี่ยง หรือโอกาสที่จะทา ให้เกิดความผิดพลาด/ สญูเสีย ตอ่องค์กรหรือผู้รับบริการ Core Value :ข้อท่ีคะแนนประเมิน Managerial