50.กะเพรำปำ(กลิ่นแรง ฉน)
ุ
่
่
กระเพรำปำ ( Wild holy basil ) มีสรรพคุณด้ำนสมุนไพรมำกมำย ดังนี “ใบ” บ ำรุงธำตุไฟ ขับ
้
่
ลมแก้ปวดท้อง แก้ลมตำนซำง แก้จุกเสียด แก้คลืนเหียนอำเจียน “เมล็ด” เมือน ำไปแชน ้ำ เมล็ดจะ
่
่
็
่
พองตัวเปนเมือกขำว ใช้พอกบริเวณตำ เมือตำมีผง หรือฝนละอองเข้ำ ผงหรือฝนละอองนั้นก็จะ
่
ุ
ุ
่
่
่
่
ออกมำ ซึงจะไม่ท ำให้ตำเรำนั้นช ้ำอีกด้วย “รำก” ใช้รำกทีแห้งแล้ว ชงหรือต้มกับน ้ำร้อนดืม แก้โรค
ธำตุพิกำรวิธีกำรปลก
ู
ู
ิ
กำรปลูกกะเพรำโดยทั่วไปมีกำรปฏิบัตกันอย 3 วธี ดังน้ ี
่
ิ
ู
่
1. ปลกโดยกำรหว่ำนเมล็ด โดยเริ่มจำกรดน ้ำให้ชุมทั่วแปลง แล้วหว่ำนเมล็ดพันธ์ให้กระจำย
ุ
สม ่ำเสมอทั่วแปลง ใช้แกลบขำวหรือแกลบด ำโรยคลุมให้ทั่วแปลง หลังจำกนั้นใช้ฟำงแห้งหรือหญ้ำ
แห้งคลุมทับบำงๆ เสร็จแล้วให้รดน ้ำตำม และรดน ้ำทุกๆ วัน หลังจำกงอกประมำณ 15-20 วัน ควร
ท ำกำรถอนแยกให้ได้ระยะระหว่ำง 20x20 เซนติเมตร
่
ู
ู
็
2. ปลกโดยกำรใช้ต้นกล้ำ เปนวิธีทีเกษตรกรนิยมปฏิบัติกันมำกเพรำะให้ผลผลิตสงและสะดวก
ในกำรจัดกำร โดยท ำกำรเพำะกล้ำในแปลงเพำะจนกระทั่งกล้ำมีอำยุ 20-25 วัน จึงท ำกำรย้ำย
ู
ู
่
ู
ปลก กำรย้ำยปลกควรท ำในตอนเย็นและปลกให้เสร็จภำยในวันเดียวกัน เมือถอนต้นกล้ำ
มำแล้วจึงเด็ดยอดออก ขุดหลุมให้ได้ระยะ 20x20 เซนติเมตร แล้วน ำต้นกล้ำทีเด็ดยอดแล้วลง
่
ู
ปลก หลังจำกนั้นใช้ฟำงหรือหญ้ำแห้งคลุมระหว่ำงแถว รดน ้ำตำมทันทีและรดน ้ำทุกวัน
ู
3. ปลกโดยกำรใช้ต้นและกิ่งปักช ำ กำรปลกโดยใช้ล ำต้นและกิ่งแกท ำให้ได้ผลผลิตเร็ว แกกิ่ง
ู
่
่
่
่
และยอดทีแตกออกมำใหม่มักไม่สวนเท่ำทีควร ล ำต้นโทรมและตำยเร็ว วิธีกำรโดยตัดต้นและกิ่งแกทีมีอำยุมำกกว่ำ 8 เดือน ให้มีควำมยำว 5-10
่
่
่
ู
เซนติเมตร เด็ดยอดและใบออก แล้วน ำต้นหรือกิ่งแกไปปักช ำในแปลง ใช้ระยะปลก 20x20 เซนติเมตร หลังจำกนั้นใช้ฟำงหรือหญ้ำแห้งคลุม
ระหว่ำงแถว รดน ้ำตำมทันที และหลังจำกปลกควรรดน ้ำทุกวัน
ู
**ส่วนผสมของดินส ำหรับปลกในกระถำงหรือภำชนะทีมีรระบำยน ้ำ
ู
่
ู
ดินร่วน 1 ส่วน : ปุยหมัก หรือปยคอก 1 ส่วน : แกลบด ำ, ขุยมะพร้ำว 1 ส่วน
๋
๋
ุ
ที่มำ: https://www.railungtop.com
51.กุยชำย
่
ื
่
ชออืน ผักไม้กวำด ผักแปน
่
้
ชอสำมัญ Chinese chives, Garlic chives
่
ื
่
ื
ชอวิทยำศำสตร์ Allium tuberosum Rottler ex Spreng.
่
ื
ชอวงศ์ AMARYLLIDACEAE
ู
ลักษณะทำงพฤกศำสตร์ : ไม้ล้มลุก สง 30-45 เซนติเมตร มีเหง้ำ
่
็
เล็กและแตกกอ ใบเดี่ยว รปขอบขนำน ใบแบน ทีโคนเปนกำบ
ู
่
่
่
บำงซ้อนสลับกัน ดอกชอแบบซีร่ม สีขำว มีกลินหอม ก้ำนชอดอก
่
กลมตัน ออกดอกในระดับเดียวกันทีปลำย
่
ของก้ำนชอดอก ก้ำนดอกมีควำมเท่ำกัน และมีใบประดับห้มชอดอก
่
่
ุ
้
็
่
้
เมือดอกเจริญขึนก็จะแตกออกเปนริวสี
่
ขำว กลีบดอก 6 กลีบ สีขำว โคนติดกัน ปลำยแยก ทีกลำงกลีบดอกด้ำนนอกมีสันหรือเส้นสีเขียวอ่อน ๆ จำก
โคนกลีบไปหำปลำย เกสรเพศผ้ 6 ก้ำนอย่ตรงข้ำมกับกลีบดอก เกสรเพศเมีย 1 ก้ำน ผล กลม ภำยในมีชอง 3
ู
่
ู
่
้
่
ื
ชองและมีผนังตน ๆ ผลแกแตกตำมตะเข็ม เมล็ดชองละ 1-2 เมล็ด แบน ขรุขระ สีน้้ำตำล
่
ประโยชน์/สรรพคุณ: นิยมใช้รับประทำนเปนอำหำร ด้วยกำรใช้ดอกน้ำมำผัดกับตับหมู หรือใช้ใบสดรับประทำนกับลำบ
็
ู
ู
่
ู
่
หรือผัดไทย น้ำมำท้ำเปนไส้ของขนมกุยชำย ใบ ชวยบ้ำรุงกระดก เนืองจำกยมีธำตุฟอสฟอรัสสง ชวยลดระดับควำมดัน รักษำโรคควำมดันโลหิตสง
่
็
่
็
ใช้เปนยำแก้หวัด
ที่มำ: http://biodiversity.crru.ac.th/
52.มะนำว
่
ื
ชอวิทยำศำสตร์ : Citrus aurantifolia (Christm.) Swingle
่
ชอสำมัญ : Common lime
ื
วงศ์ : Rutaceae
ื
ชออืน : ส้มมะนำว มะลิว (ภำคเหนือ)
่
่
ู
็
ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไม้พุม สง 2-4 เมตร กิ่งอ่อนมีหนำมแหลม เปลือกต้นเรียบ สีน ้ำตำลปนเทำ ใบ เปนใบประกอบ ออกเรียงสลับ มีใบ
่
ู
ู
ู
่
ี
ย่อยใบเดียว รปไข่หรือรปรียำว กว้ำง 3-5 ซม. ยำว4-8 ซม. ปลำยใบแหลม โคนใบมนมีปกแคบๆ ขอบใบหยัก แผ่นใบมีตอมน ้ำมันกระจำยอย่ตำม
็
่
่
่
ผิวใบ ดอก ออกเปนชอสั้น 5-7 ดอก หรือออกดอกเดี่ยวตำมซอกใบ ทีปลำยกิ่ง ดอกสีขำว กลีบดอกมี 4-5 กลีบ หลุดรวงง่ำย ผล รปทรงกลม ผิว
ู
็
เรียบเกลียง ผลอ่อนสีเขียวเข้ม พอแกเปนสีเหลือง ข้ำงในแบ่งเปนห้องแบบรัศมี มีรสเปรียว เมล็ดกลมรี สีขำว มี 10-15 เมล็ด
็
้
้
่
่
ส่วนทีใช้ : น ้ำมันจำกผิวของผลสด น ้ำคั้นจำกผลมะนำว
สรรพคุณ :น ้ำมันจำกผิวมะนำว ใช้เปนยำขับลม แก้ท้องอืดเฟอ แนนจุกเสียด แตงกลิน น ้ำคั้นจำกผลมะนำว รักษำอำกำรเจ็บคอ แก้ไอ ขับเสมหะ
่
่
่
้
็
ิ
่
ิ
และรักษำโรคลักปดลักเปดซึงเกิดจำกกำรขำดวิตำมินซี
วิธีและปริมำณที่ใช้ :
1. ใช้ผิวมะนำวแห้ง 10-15 กรัม ต้มน ้ำรับประทำน
2. ใช้น ้ำมะนำว 1 ถ้วยชำ ผสมน ้ำตำลทรำย 1 ช้อนโต๊ะ และเกลือเล็กน้อย ชงน ้ำอุ่นจิบบ่อยๆ
สำรเคมี : ผิวมะนำวมี น ้ำมันหอมระเหย ประกอบด้วย d-limonene, linalool, terpineol และ flavonoids
ที่มำ: http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_15_3.htm
53.ผักโขม
่
ื
ชอวิทยำศำสตร์ : Amaranthus virdis Linn.
ชอวงศ์: AMARANTHACEAE
ื
่
่
้
ื
่
ชออืน ๆ : ผักขม ผักขมหัด ผักโขมหัด ผักโขมหวำน ผักโขมเกลียง
ลักษณะทั่วไป:
ต้น พืชล้มลุกอำยุปเดียว มีระบบรำกแก้ว ล ำต้นอวบน ้ำตั้งตรง
ี
ล ำต้นเรียบและมันมีรอยแตกเปนรองยำว สีเขียวเปนมัน สีม่วง และสีแดงปนเขียว
็
็
่
ทรงพุ่มสงประมำณ 20 – 60 ซม.
ู
็
่
่
็
ใบ เปนใบเดี่ยวออกจำกล ำต้นแบบสลับ รปรำงคอนข้ำงจะเปน
ู
สำมเหลียม หรือรปไข่ฐำนใบกว้ำง ปลำยใบคอนข้ำงมน มักจะมีรอยหยักเล็กน้อย
่
่
ู
็
บริเวณปลำยใบขอบใบเรียบหรือเปนคลืนเล็กน้อย ก้ำนใบเรียวเล็กมีควำมยำว
่
ใกล้เคียงกับควำมยำวของใบคือประมำณ 4 – 10 ซม.
ดอก ดอกเปนชอแบบ Spike ออกตำมปลำยยอดและตำมซอกใบ
่
็
่
ู
ู
ดอกตัวผ้และดอกตัวเมีย เกิดแยกคนละดอกอย่บนชอดอกเดียวกัน ดอกย่อยมี
ู
ขนำดเล็กสีม่วงปนเขียว ไม่มีก้ำนดอกย่อย จึงเห็นติดอย่เปนกระจุกรอบแกนกลำงชอ
่
็
ดอก ซึงยำวประมำณ 10-20 ซม. ดอกย่อยมีใบประดับสีเขียวคล้ำยใบรองรับอย่ แต ่
ู
่
ู
้
มีขนำดสั้นกว่ำกลีบดอก กลีบเลียง และกลีบดอกหลอมรวมกัน (perianth) มี 3 กลีบ มีเกสรตัวผ้ 3 อัน
็
ู
ผล มีมรปรำงกลมรี แกแล้วอำจจะแตกหรือไม่แตกก็ได้ มีเมล็ดขนำดเล็กรปรำงเหมือนแลนส์สีน ้ำตำลแดงถึงสีด ำเปนมัน
่
่
่
ู
ออกดอก: ออกดอกตลอดป ี
ประโยชน์: เปนสมุนไพรแก้คันตำมผิวหนัง ท ำให้ผิวหนังอ่อนนม แก้พิษแมงปอง ขับปัสสำวะ ขับเสมหะ แก้ไข้ ไข้หวัดตำง ๆ
กำรขยำยพันธุ์ : แพร่กระจำยพันธ์โดยอำศัยเมล็ด
ุ
่
็
ุ่
่
ที่มำ: https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=91&code_db=610010&code_type=01
54.ใบบัวบก
ชื่อวิทยำศำสตร์ : Centella asiatica Urban
ชื่อสำมัญ : Asiatic Pennywort, Tiger Herbal
วงศ์ : UMBELLIFERAE
ชื่ออื่น : ผักแว่น ผักหนอก
้
้
ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไม้ล้มลุกอำยุหลำยป เลือยแผ่ไปตำมพืนดิน ชอบทีชืนแฉะ
ี
่
้
ู
่
้
แตกรำกฝอยตำมข้อ ไหลทีแผ่ไปจะงอกใบจำกข้อชูขึน 3-5 ใบ ใบ เดี่ยว เรียงสลับ รป
ไตเส้นผ่ำศนย์กลำง 2-5 ซม. ขอบใบหยัก ก้ำนใบยำว ดอก ชอ ออกทีซอกใบ ขนำดเล็ก
่
่
ู
็
2-3 ดอก กลีบดอกสีม่วง ผล เปนผลแห้ง แตกได้
ส่วนทีใช้ : ใบ ทั้งต้นสด เมล็ด
่
้
สรรพคุณ :ใบ - มีสำร Asiaticoside ท ำยำทำแก้แผลโรคเรือน
ทั้งต้นสด
่
็
- เปนย ำบ ำรุงก ำลัง บ ำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย เมือยล้ำ
- รักษำแผลไฟไหม้ น ้ำร้อนลวก หรือมีกำรชอกช ้ำจำกกำรกระแทก แก้พิษงูกัด
- ปวดศีรษะข้ำงเดียว
- ขับปัสสำวะ
- แก้เจ็บคอ
็
- เปนยำห้ำมเลือด ส่ำแผลสด แก้โรคผิวหนัง
- ลดควำมดัน แก้ช ้ำใน
เมล็ด
- แก้บิด แก้ไข้ ปวดศีรษะ
็
่
วิธีและปริมำณทีใช้ : ใช้เปนยำแก้ปวดศีรษะข้ำงเดียว ใช้ต้นสดไม่จ ำกัด รับประทำน หรือคั้นน ้ำจำก
็
่
ต้นสดรับประทำน ควรรับประทำนติดตอกัน 2-3 วัน ใช้เปนยำแก้เจ็บคอ ใช้ทั้งต้นสด 10-20 กรัม
หรือ 1 ก ำมือ ต ำคั้นน ้ำเติมน ้ำส้มสำยชู 1-3 ช้อนแกง จิบบ่อยๆ เปนยำลดควำมดันโลหิตสง ใช้ทั้งต้น
็
ู
สด 30-40 กรัม คั้นน ้ำจำกต้นสด เติมน ้ำตำลเล็กน้อย รับประทำน 5-7 วัน ยำแก้ช ้ำใน (พลัดตกหก
่
ล้ม) ใช้ต้นสด 1 ก ำมือ ล้ำงให้สะอำด ต ำคั้นน ้ำ เติมน ้ำตำลเล็กน้อย ดื่ม 1 ครั้ง รับประทำนติดตอกัน
5-6 วัน เปนยำถอนพิษรักษำแผลน ้ำร้อนลวก
็
่
็
ใช้ทั้งต้นสด 2-3 ต้น ล้ำงให้สะอำด ต ำให้ละเอียดพอกแผลไฟไหม้ ชวยลดอำกำรปวดแสบปวดร้อน เปนยำห้ำมเลือด ใส่แผลสด
ใช้ใบสด 20-30 ใบ ล้ำงให้สะอำด ต ำพอกแผลสด ชวยห้ำมเลือดและรักษำแผลให้หำยเร็ว
่
สำรเคมี : สำรสกัดจำกใบบัวบกประกอบด้วย madecassoside
ที่มำ: http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_03_4.htm
่
55.น้อยหนำ
ชอวิทยำศำสตร์: Annona squamosa L.
่
ื
ชอสำมัญ: Sugar Apple, Custard Apple, Sweet Sap
่
ื
ื
่
ชออืน: น้อยแน, มะนอแน, หมักเขียบ
่
่
่
วงศ์: ANNONACEAE
ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์:
ู
็
็
ไม้พุ่ม ขนำดเล็ก สง 3-6 ม. เรือนยอดเปนพุ่มกลม แตกกิ่งก้ำนสำขำออกเปนก้ำนเล็ก ๆ ผิว
้
เกลียง สีเทำอมน ้ำตำล
ู
ใบ ใบเรียงสลับ ใบเดี่ยว รปรีหรือรปหอกแกมขอบขนำน กว้ำง 3-6
ู
ซม. ยำว 7-13 ซม. โคนใบแหลม ปลำยใบแหลม
่
้
ดอก ดอกเดี่ยวออกทีซอกใบ ห้อยลง กลีบเลียงมี 3 กลีบ กลีบดอก
6 กลีบ เรียง 2 ชั้นๆ ละ 3 กลีบ ชั้นในกลีบดอกจะสั้นกว่ำชั้นนอก มีสี
ู
เหลืองอมเขียว หนำอวบน ้ำ มีเกสรเพศผ้และรังไข่จ ำนวนมำก
่
ุ
้
็
็
ผล ผลกล่ม คอนข้ำงกลม ผิวขรุขระเปนชอง ในแตละชองนั้นภำยในเปนเนือสีขำว และมีเมล็ดสีด ำหรือสีน ้ำตำลเข้ม
่
่
่
ู
ุ่
เนือในทำนได้มีรสหวำน เปลือกผลสีเขียว ถ้ำสุกตรงขอบ ชองนนนั้นจะออกสีขำวบีบดจะนม ๆ
ู
่
้
ที่มำ: https://il.mahidol.ac.th/e-media/plants/webcontent3/interactive_key/key/describ/noina.htm
56.มะกูด
่
ื
ชอวิทยำศำสตร์ : Citrus hystrix DC.
ชอสำมัญ : Leech lime, Mauritus papeda
ื
่
วงศ์ : RUTACEAE
่
ชออืน : มะขุน มะขูด (ภำคเหนือ) มะขู (กะเหรี่ยง-แม่ฮองสอน) ส้มกรด ส้มมั่วผี (ภำคใต้)
ู
่
ื
่
ู
ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไม้ต้นขนำดเล็ก สง 2-8 เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน ้ำตำล มีหนำม
่
แหลมตำมกิ่งก้ำน ใบ เปนใบประกอบทีมีใบย่อยใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ปลำยใบและโคนใบมน
็
่
ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบเปนมันสีเขียวเข้ม มีตอมน ้ำมันอย่ตำมผิวใบ มีกลินหอมเฉพำะ ก้ำนใบ
่
ู
็
่
่
้
็
ี
ู
มีปกดคล้ำยใบ ดอก ออกเปนชอตำมซอกใบทีปลำยกิ่ง ดอกสีขำว กลีบเลียงมี 5 กลีบ กลีบดอก
ู
็
ู
็
มี 5 แฉก โคนกลีบดอกติดกัน ผล เปนรปทรงกลมหรือรปไข่ โคนผลเรียวเปนจุก ผิวขรุขระ มี
็
ตอมน ้ำมัน ผลอ่อนสีเขียวแก สุกเปนสีเหลือง มีรสเปรียว เมล็ดกลมรี สีขำว มีหลำยเมล็ด
่
่
้
่
ส่วนทีใช้ : รำก ใบ ผล ผิวจำกผล
สรรพคุณ :รำก - กระทุ้งพิษ แก้ฝภำยในและแก้เสมหะเปนพิษ
็
ี
ใบ - มีน ้ำมันหอมระเหย
ผล, น ้ำคั้นจำกผล - ใช้แตงกลิน สระผมรักษำชันนะตุ รังแค ท ำให้ผมสะอำด
่
่
ผิวจำกผล
- ปรุงเปนยำขับลมในล ำไส้ แก้แนน
็
่
- เปนยำบ ำรุงหัวใจ
็
ที่มำ: http://www.rspg.or.th/plants_data/
57.กัญชำ
ชอพื้นเมอง : กัญชำ กัญชำจีน (ทั่วไป), คุนเช้ำ (จีน), ปำง (เงียว-แม่ฮองสอน),
ื
่
ื
้
่
่
ยำนอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮองสอน
ชอวิทยำศำสตร์ : Cannabis sativa L.
่
ื
ื
่
ชอวงศ์ : CANNABIDACEAE
่
ชอสำมัญ : Hemp, Indian Hemp, Ganja, Kif, Weed, Grass, Pot
ื
่
ู
ลักษณะ : ไม้ล้มลุกปเดียว ล ำต้นตั้งตรง สง 0.9-1.5 ซม. ไม่คอยแตกสำขำ ใบ
ี
ู
็
เดี่ยว รปฝำมือ เรียงสลับ ขอบใบเว้ำลึกจนถึงจุดโคนใบเปน 5-7 แฉก โคนและ
่
่
่
ปลำยสอบ ขอบจักฟันเลือย ดอกแยกเพศ อย่ตำงต้น ออกเปนชอตำมง่ำมใบ
็
ู
่
่
ู
่
่
และปลำยยอด ชอดอกและใบของต้นเพศผ้จัดเรียงตัวกันห่ำงๆ ตำงจำกต้นเพศเมียทีเรียงชิดกัน ดอกเล็ก ผลแห้งเมล็ดล่อน เล็ก เรียบ สีน ้ำตำล
็
ประโยชน์ : เส้นใยน ำไปทอผ้ำหรือทอกระสอบได้ เมล็ดให้น ้ำมันชักแห้ง ปัจจุบันน ำกัญชำมำใช้ลดควำมดันในนัยน์ตำของคนทีเปนต้อหิน
่
้
่
่
่
่
(glaucoma) แตผลทีได้ไม่ชัดเจนยังต้องรอกำรพิสจน์อย่ นอกจำกนียังน ำสำรส ำคัญในเรซินมำใช้ระงับกำรอำเจียนทีเกิดขึนในคนทีเปนโรคมะเร็งซึง ่
ู
ู
็
้
ได้รับกำรรักษำโดยวิธีเคมีบ ำบัด (chemotherapy)
็
่
่
ู
่
่
่
ู
โทษ : ยอดของต้นเพศเมียทีก ำลังออกดอกเรียก กะหลีกัญชำ เมือตำกให้แห้งแล้วนิยมน ำมำใช้สบ กะหลีกัญชำให้เรซินซึงเปนยำเสพย์ติด ผ้ทีเมำ
่
ู
้
ู
ุ
้
่
กัญชำจะมีอำกำรเกิดขึนตำงๆ กัน ขึนอย่กับสภำพแวดล้อม อำจมีอำรมณ์สนกหรือโศกเศร้ำก็ได้ มีควำมร้สึกเลอะเลือนในเรื่องเวลำ บำงคนมีอำกำร
่
ู
ก้ำวร้ำว แตบำงคนมีควำมหวำดกลัว ควำมคิดสับสนและเกดอำรมณเคลิมฝัน ฤทธ์ของกัญชำอยในรำงกำยได้นำน 3-5 ชั่วโมง หลังจำกนีผ้เสพจะมี
์
้
ิ
้
ู
่
ิ
่
่
อำกำรเซืองซึมและหิวกระหำย เมือสรำงเมำแล้วนิยมกินของหวำน ผ้ทีสบเปนประจ ำมักสมองเสือมและเปนโรคเกี่ยวกับทำงเดินหำยใจ
่
ู
่
่
็
็
่
ู
ที่มำ: http://www.rspg.or.th/plants_data/plantdat/cannabid/csativ_1.htm
58.ชะพลู
่
ื
ชอวิทยำศำสตร์ : Piper sarmentosum Roxb.
่
ื
ชอสำมัญ : Wildbetal Leafbush
วงศ์ : PIPERACEAE
ชออืน : นมวำ (ภำคใต้) ผักปูนำ ผักพลนก พลลิง (ภำคเหนือ) เย่เท้ย
ู
ื
่
ู
่
่
(กะเหรี่ยง-แม่ฮองสอน)
ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไม้ล้มลุก ล ำต้นทอดคลำนไปตำมพืนดิน สง
้
ู
30-80 เซนติเมตร ล ำต้นสีเขียว มีไหลงอกเปนต้นใหม่ มีรำกงอกออกตำม
็
็
็
ข้อ ใบ เปนใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ แผ่นใบบำง ผิวใบเรียบสีเขียวเข้มเปน
ู
มัน ใบรปหัวใจ กว้ำง 5-10 ซม. ยำว 7-15 ซม. ปลำยใบแหลม โคนใบเว้ำ
่
่
ู
ู
็
ดอก ออกเปนชอทีซอกใบรปทรงกระบอก ดอกเล็กสีขำวอัดแนนอย่บนแกนชอดอก ดอกแยกเพศ ผล เปนผลสด กลม อัดแนนอย่บนแกน
่
ู
่
็
่
่
ส่วนทีใช้ : ผล ใบ ทั้งต้น รำก
็
สรรพคุณ :ผล - เปนส่วนผสมของยำรักษำโรคหืด แก้บิด
รำก ต้น ดอก ใบ - ขับเสมหะ
รำก - แก้ธำตุพิกำร บ ำรุงธำตุ แก้ท้องขึนอืดเฟอขับลม แก้บิด
้
้
ทั้งต้น
- แก้เสมหะ ท้องอืด ท้องเฟอ
้
- รักษำโรคเบำหวำน
ู
วิธีและปริมำณที่ใช้: ชะพลสดทั้ง 5 จ ำนวน 7 ต้น ล้ำงน ้ำให้สะอำด ใส่น้พอท่วม ต้มให้เดือดสักพัก น ำมำดื่ม เหมือนดื่มน ้ำชำ
้
่
ู
ข้อควรระวัง - จะต้องตรวจน ้ำตำลในปัสสำวะกอนดื่มและหลังดื่มทุกครั้ง เพรำะว่ำน ้ำยำนีท ำให้น ้ำตำลลดลงเร็วมำก ต้องเปลียนต้นชะพลใหม่ทุก
่
วันทีต้ม ต้มดื่มตอไปทุกๆ วัน จนกว่ำจะหำย
่
่
แก้ท้องอืดเฟอ ขับลม
้
ใช้รำก 1 ก ำมือ ต้มกับน ้ำ 2 ถ้วยแก้ว เคี่ยวให้เหลือ 1 1/2 ถ้วยแก้ว รับประประทำนครั้งละ 1/2 ถ้วยแก้ว
แก้บิด
ใช้รำกครึ่งก ำมือ ผล 2-3 หยิบมือ ต้มกับน ้ำ 2 ถ้วยแก้ว เคี่ยวให้เหลือ 1 ถ้วย
แก้ว รับประทำนครั้งละ 1/4 ถ้วยแก้ว
่
ทีมำ: สรรพคุณสมุนไพร 200 ชนิด (rspg.or.th)
59.ต ำลึง
ชื่ออื่นๆ:ผักแคบ แคเด๊ำะ
ชื่อสำมัญ:Ivy gourd
ชื่อวิทยำศำสตร์:Coccinia grandis (L.) Voigt.
วงศ์:CUCURBITACEAE
่
ถินก ำเนิด:เขตร้อนชืน
้
่
ลักษณะพฤษศำสตร์:ไม้เถำล้มลุกอำยุหลำยป เถำแกของต ำลึงจะใหญและแข็ง เถำ
่
ี
ต ำลึงจะมีลักษณะกลม สีเขียว ตำมข้อมีหนวดเอำไว้ยึดเกำะ ใบเปนใบเดี่ยวออกแบบ
็
่
ู
สลับ ใบรปรำงคล้ำย 5 เหลียม ขอบใบเว้ำเล็กน้อย บำงครั้งจะเว้ำมำก ใบสีเขียวเรียบ
่
ไม่มีขน ดอกเปนดอกเดี่ยวออกจำกบริเวณซอกใบ ดอกแยกเพศกันอย่คนละต้น ดอก
็
ู
็
็
มีกลีบสีเขียว ปลำยดอกแยกออกเปน 5 แฉก โคนตัดกันเปนกรวย กลีบดอกสีขำว
ู
เกสรตัวผ้มี 3 อัน เกสรตัวเมียมี 1 อัน ผลรปรำงกลมรีคล้ำยแตงแตเล็กกว่ำ ผลดิบสี
่
ู
่
่
เขียว เมือแกสุกจัดมีสีแดง
่
สรรพคุณด้ำนสมุนไพร:ใบ รสเย็น สรรพคุณดับพิษร้อนถอนพิษ แก้แสบคัน แก้เจ็บ
้
ตำ ตำแดง ตำแฉะ ปองกันโลหิตจำง และเลือดออกตำมไรฟัน
รำก รสเย็น สรรพคุณดับพิษ รักษำโรคตำ
เถำ รสเย็น สรรพคุณรักษำโรคตำเจ็บ ถอนพิษ
ทั้งต้น รสเย็น สรรพคุณแก้โรคผิวหนัง โรคมะเร็ง โรคหัวใจ และลดน ้ำตำลในเลือด
่
่
ที่มำ:1.ส่วนพฤกษศำสตร์ปำไม้. ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย เต็ม สมิตินันทน์ ฉบับแก้ไขเพิมเติม พ.ศ. 2544. ส่วนพฤกษศำสตร์ปำไม้ ส ำนัก
่
่
่
่
วิชำกำรปำไม้ กรมปำไม้ พิมพ์ครั้งที 2 (ฉบับแก้ไขเพิมเติม). พิมพ์ที บริษัทประชำชน จ ำกัด. 2544.
่
่
ุ
่
ู
ู
รวบรวมโดย:ไพร มัทธวรัตน์ หนวยอนรักษ์และใช้ประโยชน์พืชพรรณ ศนย์ปฏิบัติกำรวิจัยและเรือนปลกพืชทดลอง
คณะเกษตร ก ำแพงแสน มหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์ วิทยำเขตก ำแพงแสน จ.นครปฐม
60.มะขำม
ื
ชอวิทยำศำสตร์: Tamarindus indica L.
่
ื
ชอสำมัญ: Tamarind, Indian Date
่
วงศ์: LEGUMINOSAE-CAESALPINOIDEAE
ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์:
ไม้ต้น ขนำดกลำงจนถึงขนำดใหญ สง 20-25 ม. แตกกิ่งก้ำนสำขำมำก เปลือกต้น
ู
่
ขรุขระและหนำ สีน ้ำตำลอ่อนหรือสีเทำด ำ
ู่
ใบ ใบเรียงสลับ ใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียวปลำยค มีใบย่อยขนำดเล็ก 20-40 ค ใบ
ู่
ู
ย่อยรปขอบขนำน โคนใบไม่เท่ำกัน ปลำยใบมนหรือกว้ำง ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบลืน ใบมีสี
่
เขียว ด้ำนล่ำงเส้นใบเรียบ
่
ดอก ดอกเดี่ยวหรือดอกชอ ออกตำมซอกใบและปลำยกิ่ง ดอกย่อยขนำดเล็ก ดอกสม
ื
ู
ู
์
่
บรณเพศ กลีบดอกสีเหลืองและมีจุดประสีแดงอยกลำงดอก กลีบเลียง 5 กลีบ กลีบดอก 5
้
่
่
ู
ู
กลีบขนำดไม่เท่ำกัน เมือบำนเส้นผ่ำนศนย์กลำง 1.0-1.5 ซม. เกสรตัวผ้ 10 อัน ทีสมบูรณ์มี
3 อัน เกสรตัวเมีย 1 อัน
ผล ฝักยำวหรือโค้ง กว้ำง 1.0-2.5 ซม. ยำว 5-15 ซม. เปลือกผลหนำ แ็ข็ง เปรำะ สี
็
้
ุ
น ้ำตำลหรือสีน ้ำตำลอมเทำ ผลสดเมือแกมีสีเขียวเข้ม เมือสุกมีสีน ้ำตำลเนือฉ ่ำน ้ำ มีรสเปรียว บำงพันธ์อำจหวำน หรือหวำนอมเปรียว เมล็ดกลมรีมี
่
่
้
้
่
สีด ำ มี 3-12 เมล็ด
ที่มำ: https://il.mahidol.ac.th/e-media/plants/webcontent3/interactive_key/key/describ/makam.htm
61.มะหำด
่
ื
ชอวิทยำศำสตร์ : Artocarpus lakoocha Roxb.
่
ื
ชอวงศ์ : Moraceae
ื
่
ชอสำมัญ : Lok hat
็
ู
ลักษณะทำงพฤษศำสตร์ :ต้น : เปนไม้ยืนต้น สง 15-25 เมตร ล ำต้นตั้งตรง ผิวเปลือกนอกคอนข้ำงขรุขระสีน ้ำตำลด ำ หรือสีเทำแกมน ้ำตำล
่
บริเวณเปลือกของล ำต้นมักมีรอยแตก และยำงไหลซึมออกมำติดต้น
ู
็
ู
ใบ : เปนใบเดี่ยว เรียงสลับ รปไข่ หรือรปยำวรี ปลำยแหลม โคนเว้ำมน กว้ำง 5-12 เซนติเมตร ยำว 8-15 เซนติเมตร ใบอ่อนมีขน ขอบใบหยัก
่
็
่
ู
เปนฟันเลือยเล็กๆ ใบแกขอบมักเรียบ หใบเรียวแหลม
่
ู
ู
็
่
ู
ดอก : ออกเปนชอกลมเล็กๆ สีเขียวอมเหลือง ขนำดเล็ก ออกตำมง่ำมใบ ดอกตัวผ้และดอกตัวเมียอย่คนละช่อ แตอย่บนต้นเดียวกัน ดอกตัวเมีย
กลีบคอนข้ำงกลมมน โคนกลีบเชื่อมติดกันเปนหลอด ดอกตัวผ้กลีบเปนรปขอบขนำนปลำยกลีบหยัก ยำว 0.5-1 เซนติเมตร
็
็
ู
่
ู
้
ู
่
ผล : เปนผลรวม กลมแปนใหญ เส้นผ่ำศนย์กลำง 6-8 เซนติเมตร เปลือกนอกผิวขรุขระ เนือผลคอนข้ำงนม สีเขียว เมือแกสีน ้ำตำลเหลือง
่
็
่
่
้
ุ่
เมล็ด : แตละผลมี 1 เมล็ด รปรี
่
ู
่
้
้
็
่
้
กำรใช้ประโยชน์ :- แกนเนือไม้ แก้จุกแนน แก้ท้องขึนอืดเฟอ ขับลม ผำยลม แก้ผื่นคัน แก้ตำนขโมย เปนยำระบำย ถ่ำยพยำธิไส้เดือนตัวกลม
ู
ถ่ำยพยำธิเส้นด้ำย ถ่ำยพยำธิตัวตืด ขับเลือด แก้ลม ถ่ำยพยำธิตัวแบน แก้กระษัย แก้เส้นเอ็นพิกำร แก้ท้องผกไม่ถ่ำย
่
- แกน ใช้เปนยำขับพยำธิตัวตืด และพยำธิไส้เดือน ละลำยกับน ้ำ ทำแก้ผื่นคัน แก้โรคกระษัยไตพิกำร แก้กระษัยดำน แก้กระษัยเสียด แก้กระษัย
็
กล่อน แก้กระษัยลมพำนไส้ แก้กระษัยท ำให้ท้องผก แก้ดวงจิตขุ่นมัว ระส ่ำระสำย แก้นอนไม่หลับ แก้เบืออำหำร แก้ร้อนในกระหำยน ้ำ แก้ปัสสำวะ
ู
่
กระปริบกระปรอย ถ่ำยพยำธิ พยำธตัวตืด แก้ท้องโรพุงโต แก้จุกผำมม้ำมย้อย แก้ฝในท้อง แก้ปวด แก้เคือง กระจำยโลหิต
ี
ิ
ี
่
- รำก แก้ไข้ แก้กระษัยเส้นเอ็น ขับพยำธิ แก้ไข้เพือฝภำยใน แก้พิษร้อน
- เปลือก แก้ไข้
ที่มำ :http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_04_5.htm
62.กระบก
่
ื
ชอพื้นเมอง : กระบก กะบก จะบก ตระบก (ภำคกลำง), จ ำเมำะ (เขมร), ซะอัง (ตรำด), บก หมำกบก
ื
่
่
่
่
(ภำคตะวันออกเฉยงเหนือ), มะมืน มืน (ภำคเหนือ), มะลืน หมักลืน (สุโขทัย, นครรำชสีมำ), หลักกำย
ี
(ส่วย-สุรินทร์)
ชอวิทยำศำสตร์ : Irvingia malayana Oliv. ex A. Benn.
ื
่
่
ชอวงศ์ : IRVINGIACEAE
ื
ชอสำมัญ : Barking Deer's Mango
ื
่
็
ู
ลักษณะ : ไม้ต้นขนำดกลำงถึงขนำดใหญ ผลัดใบ สง 10-30 ม. ล ำต้นเปลำ โคนต้นมักเปนพอน ใบ
่
ู
ู
ู
ู
็
ู
เดี่ยว เรียงสลับ รปไข่ รปรี หรือรปรีแกมรปขอบขนำนจนถึงรปใบหอก ปลำยสอบเรียวเปนติ่งมน โคน
่
มน แหลม หรือเว้ำเล็กน้อย ขอบเรียบ มีหใบทีมีลักษณะพิเศษคือ ม้วนหุ้มยอด เรียวแหลม โค้ง
ู
้
เล็กน้อยเปนรปดำบ ชอดอกออกตำมง่ำมใบ และปลำยกิ่ง สีขำวอมเขียวอ่อน กลีบเลียง 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ เกสรเพศผ้ 10 อัน ผลรปกลมรี
ู
ู
็
่
ู
หรือคอนข้ำงเปนรปไข่ แบนเล็กน้อย คล้ำยผลมะม่วงขนำดเล็ก ผลอ่อนสีเขียว ผลแกสีเหลือง มีเนือห้มเหมือนมะม่วง เมล็ดแข็ง เนือในเมล็ดสีขำว
ุ
้
่
้
ู
่
็
มีน ้ำมัน
้
ื
่
ประโยชน์ : กระบกจะผลัดใบหมดทั้งต้น และจะผลิใบใหม่ในเวลำอันรวดเร็ว เนือไม้แข็ง และหนัก เสียนตรง ไม่แตกแยกเมือแห้ง ใช้ท ำฟน ถ่ำน
้
่
่
้
ู
่
่
ู
ซึงให้ควำมร้อนสง ท ำเครื่องมือกสิกรรม และสิงปลกสร้ำงทีอย่ในรม เนือในเมล็ดกินได้ น ้ำมันทีได้จำกเนือในเมล็ดใช้ท ำอำหำร สบู่ และเทียนไข
ู
่
้
ที่มำ: http://www.rspg.or.th/plants_data/plantdat/irvingia/imalay_1.htm
63.แคแดง
่
ื
ชออืนๆ:แคบ้ำนดอกแดง แคขำว แคแดง
่
ื
่
ชอสำมัญ: Hummingbird tree, Butterfly tree, AgatiAgasta, Sesban, Vegetable humming bird
ชอวิทยำศำสตร์:Sesbania grandiflora (L.) Desv.
ื
่
วงศ์:LEGUMINOSAE – PAPILIONOIDEAE
ิ
ถิ่นก ำเนด:Trop. Africa, Asia, Australia, S. Pacific Is.
่
็
ลักษณะทั่วไป:ไม้พุ่มขนำดเล็ก ทรงพุ่มโปรง มีกำรแตกกิ่งก้ำนสำขำไม่เปนระเบียบ
ิ
ู
ฤดกำรออกดอก:ในสภำพธรรมชำติตดดอกออกผลในฤดฝน
ู
่
็
่
่
่
กำรขยำยพันธุ์:กำรเพำะเมล็ดแก เปนวิธีกำรทีเหมำะสมทีสุดเนืองจำกมีเล็ดจ ำนวนมำก
ข้อดีของพันธุ์ไม้:
มีควำมอดทนตอสภำพดินเค็มได้ในระดับหนึง ต้องกำรน ้ำในระดับปำนกลำง
่
่
่
ุ
่
็
เปนพันธ์ไม้ทีสำมำรถใช้ประโยชน์ได้หลำยอย่ำง เชน
- ล ำต้น นิยมใช้ในกำรเพำะเห็ดหหนได้ดี
ู
ู
็
- ดอกและใบ เปนอำหำรของคนไทยมำนำน
- เปลือก ล ำต้น ดอก ใบ เปลือกใช้เปนยำสมุนไพร
็
ุ
่
่
่
ข้อแนะน ำ: แคเปนพันธ์ไม้ทีคนไทยส่วนใหญมองข้ำมไป อำจจะเปนด้วยรปลักษณ์ทีไม่โดดเด่น พบเห็นได้โดยทั่วไป คุณคำอนันต์ทีมีอย่ในต้นแคจึง
ู
ู
่
่
็
็
่
ยังไม่คอยใครเห็นคุณคำ จะมีพรรณไม้สักกี่ชนิดทีสำมำรถใช้ประโยชน์ได้ตั้งแตเกิด (ปลก) ถึงตำย
ู
่
่
่
ู
่
แคเปนพันธ์ไม้ทีทนตอสภำพแวดล้อมได้ดีชนิดหนึง ไม่ต้องกำรกำรดแลรักษำมำก
ุ
็
่
่
่
้
่
้
้
ู
แตแคก็มีจุดอ่อนตอศัตรพืชบำงชนิดเหมือนกัน คือ เพลียแปง เอำไว้ว่ำงๆ จะเขียนวิธีกำรปองกันก ำจัดให้นะครับ
่
ข้อมูลอื่นๆ:เปลือก ต้มหรือฝนรับประทำน แก้โรคบิดมีตัวแก้มูกเลือด แก้ท้องเดิน ท้องรวง คุมธำตุ ภำยนอก ใช้ชะล้ำงบำดแผล วิธีกำรใช้ ใช้
้
ิ
เปลือกต้นปงไฟ 1 ส่วน ต้มกับน ้ำหรือน ้ำปูนใส 10 ส่วน รับประทำนครั้งละ 1-2 ช้อนแกง
้
่
ดอก, ใบ รับประทำนแก้ไข้เปลียนอำกำศ วิธีกำรใช้ ใบสด ต้มกับน ้ำรับประทำนลดไข้ ใช้ยอดอ่อนจ ำนวนไม่จ ำกัด ลวกจิมกับน ้ำพริก
้
่
่
รับประทำนแก้ปวดศีรษะข้ำงเดียว หรือใช้ดอกทีโตเต็มทีล้ำงน ้ำ ต้มกับหมู ที เรียกว่ำ หมูบะชอ 1 ชำม รับประทำนวันละ 1 มือ รับประทำน
่
่
่
้
้
่
่
่
ติดตอกัน 3 - 7 วัน กำรกินดอกแค มีเทคนิคง่ำยๆ ดังนี ในกรณทีดอกบำนแล้วควรเด็ดแกนก้ำนชูเกสรทิง เนืองจำกมีรสขม แตหำกไม่รังเกียจรส
ี
ขมก็ไม่จ ำเปนต้องเด็ดออกก็ได้
็
ที่มำ:1.http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_09.htm
2.Tem Samitinand. Thai Plant Names. Revised Edition 2001. 810 p.
ู
รวบรวมโดย:นพพล เกตุประสำท หนวยอนรักษ์และใช้ประโยชน์พืชพรรณ ศนย์ปฏิบัติกำรวิจัยและเรือนปลกพืชทดลอง
ู
ุ
่
คณะเกษตร ก ำแพงแสน มหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์ วิทยำเขตก ำแพงแสน จ.นครปฐม
64.อะโวคำโด
ชอวิทยำศำสตร์ :Persea americana Miller
ื
่
ชอเรียกอืน :Avocado, Alligator pear
่
ื
่
่
ื
ชอวงศ์ :LAURACEAE
ู
็
่
ลักษณะ :ไม้ต้น ไม่ผลัดใบ สงถึง ๑๘ เมตร ใบเดี่ยว รปรี ดอกขนำดเล็กออกเปนชอ สี
ู
็
้
เขียวอ่อน ผล เปนผลสดเมล็ดเดี่ยว เนือในผลสีเขียวอ่อนรับประทำนได้ ประกอบด้วย
่
็
ู
น ้ำมันถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และเปนผลไม้ทีมีโปรตีนสง
ที่มำ :หนังสือพรรณไม้ในโครงกำรหลวงอ่ำงขำง
65.มะมวงหิมพำนต์
่
่
ื
ชอวิทยำศำสตร์ : Anacardium occidentale L.
่
ื
ชอวงศ์ : Anacardiaceae
่
ชอสำมัญ : Cashew nut tree
ื
ลักษณะทำงพฤษศำสตร์ :ล ำต้น : เปนไม้ยืนต้นขนำดเล็กถึงกลำง สง 5-
็
ู
10 เมตร เรือนยอดแตกกิ่งแขนงเปนพุ่ม
็
เปลือกหนำผิวเรียบสีน ้ำตำลเทำ
ู
ใบ : เปนใบเดี่ยว เรียงแบบสลับหนำแนนทีปลำยยอด แผ่นใบหนำ ใบรป
่
่
็
ู
รีแกมรปไข่กลับ
ผิวใบเรียบเปนมัน
็
่
่
่
่
่
ดอก : เปนชอขนำดใหญ ออกตำมปลำยยอด แตละชอมีดอกย่อยจ ำนวนมำก หลังดอกรวง
็
จะติดผล
่
ผล : คล้ำยเมล็ดถั่ว มีเปลือกหุ้มบำงๆ ผลอ่อนสีเขียวคล ้ำ ผลแกสีน ้ำตำลเข้ม ผลติดอย่ด้ำนล่ำง
ู
่
่
่
ของฐำนรองดอกทีขยำยใหญ คล้ำยผลชมพู่ มีสีเหลือง สีแดง มีเมล็ดขนำดใหญ 1 เมล็ด
็
กำรใช้ประโยชน์ : ยอด : กินสดเปนผักเหนำะหรือย ำ
ผลอ่อน : ใส่แกงเลียง
ผลแก : น ำมำคั่ว ทอด กินเปนของขบเคียวหรือประกอบอำหำร
็
่
้
ฐำนรองดอก : กินสดหรือย ำ
้
่
ิ
ที่มำ:เอือมพร วีสมหมำย และปณธำน แก้วดวงเทียน. (2547) ไม้ปำยืนต้นของไทย 1. กรุงเทพฯ : เอช เอน กรุ๊ป.
66.ลิ้นฟำ
้
่
ื
ชอสมุนไพร: เพกำ
่
ชออืนๆ: ลินฟำ(เลย) ลินก้ำง ลินช้ำง(ไทยใหญ) เพกำ (ภำคกลำง) มะลิดไม้
ื
้
้
่
่
้
้
มะลินไม้ ลิดไม้ (ภำคเหนือ) หมำกลิ้นก้ำง หมำกลินซ้ำง (ฉำน ภำคเหนือ) กำ
้
้
่
โด้โด้ง (กะเหรี่ยง กำญจนบุรี) ด๊อกก๊ะ ดอก๊ะ ดุแก (กะเหรี่ยง แม่ฮองสอน)
เบโก (มำเลย์ นรำธิวำส)
่
ื
ชอวิทยำศำสตร์: Oroxylum indicum (L.) Kurz
ื
่
ชอวงศ์: BIGNONIACEAE
ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์:ไม้ยืนต้น กึ่งผลัดใบหรือไม่ผลัดใบ สง 5-12 เมตร
ู
เรือนยอดเล็ก กิ่งเปรำะหักง่ำย แตกกิ่งก้ำนน้อย ต้นทีมีอำยุน้อยมีกิ่งใหญตรง
่
่
กลำงกิ่งเดียว เปลือกเรียบ มีใบเปนกล่มตรงกลำง คล้ำยกับต้นปำล์ม
ุ
็
ภำยหลังจำกออกดอก ล ำต้นจะแยกเปนกิ่งระเกะระกะ เปลือกต้น สีน ้ำตำล
็
ครีมอ่อน หรือเทำอ่อน แตกเปนสะเก็ดสีเหลียม และแผลของใบยำวถึง 150
่
็
่
่
ู
เซนติเมตร เกิดจำกใบทีรวงไปแล้ว ล ำต้นและกิ่งก้ำนมีรระบำยอำกำศ
่
็
่
กระจำยอย่ทั่วไป เปลือกล ำต้นเรียบสีเทำ มีรอยแผลเปน จำกกำรหลุดรวง
ู
ของใบ ใบประกอบแบบขนนก 3 ชั้น ปลำยคี่ ใบขนำดใหญ ยำว 60-200
่
เซนติเมตร เรียงตรงข้ำมกันอย่บริเวณปลำยกิ่ง ใบย่อยรปไข่ หรือรปไข่แกม
ู
ู
ู
วงรี กว้ำง 4-8 เซนติเมตร ยำว 6-12 เซนติเมตร ปลำยยำว ขอบใบเรียบ ฐำน
้
ใบสอบแคบ ใบเกลียง หรือมีขนสีขำวสั้นๆ ด้ำนล่ำง ท้องใบนวล ก้ำนใบ
่
บนสุดแยกออก 1 ครั้ง ก้ำนใบกลำงแยก 2 ครั้ง และก้ำนใบล่ำงแยก 3 ครั้ง ท ำให้เห็นใบทั้งหมดเปนรปสำมเหลียม ก้ำนใบย่อยยำว 5-8
็
ู
็
่
่
่
่
่
มิลลิเมตร ก้ำนใบข้ำง และก้ำนใบร่วมโค้งพองออกทีฐำนและทีข้อ ก้ำนใบยำว 0.5-2 เมตร ดอกชอขนำดใหญแบบกระจะ ออกทีปลำยยอดเปน
กระจุก มีดอกย่อย 20-35 ดอก จะบำนพร้อมกันครำวละ 2-3 ดอก ก้ำนช่อดอกยำว 60-180 เซนติเมตร ยื่นออกมำนอกทรงพุ่มของยอด ดอกย่อย
ขนำดใหญ 8-12 เซนติเมตร กลีบดอกสีนวลแกมเขียวโคนกลีบเปนหลอดสีม่วงแดง หรือม่วงด้ำนนอก หลอดกลีบดอกยำว 2-4 เซนติเมตร รปแตร
ู
็
่
่
ุ
่
ู
่
กลีบดอกหนำ ขอบย่น ไม่มีพู หรือพูไม่เท่ำกัน มีตอมกระจำยอย่ด้ำนนอก ด้ำนในมีขนหนำแนน ดอกบำนตอนกลำงคืน มีกลินสำบฉน และร่วง
ตอนเช้ำ มักจะมีดอกและผลในกิ่งเดียวกัน เกสรตัวผ้ 5 อัน ติดกับหลอดดอก โคนก้ำนมีขน เกสรตัวเมียมี 1 อัน กลีบเลียงยำว 2-4 เซนติเมตร มี
้
ู
้
่
ู
้
็
กลีบเลียง 5 กลีบ เชื่อมติดกันเปนรปทรงกระบอก ปลำยไม่แยกเปนกลีบอย่ำงเด่นชัด เมือเปนผล กลีบเลียงนีจะเจริญเปนเนือแข็งมำก ผลเปนฝัก
็
็
้
็
้
็
่
้
ู
แบน โค้งเล็กน้อยทีฐำน มีสันเล็กๆทีด้ำนข้ำง คล้ำยรปลิน ห้อยอย่เหนือเรือนยอด กว้ำง 6-10 เซนติเมตร ยำว 30-120 เซนติเมตร สีน ้ำตำลเข้ม สี
ู
่
่
ู
็
่
่
ี
่
แดง ติดฝักยำก ฝักเปนรปดำบ เมือแกจะแตกเปน 2 ซีก เมล็ดแบนสีขำว ขนำด 4-8 เซนติเมตร มีปกบำงโปรงแสง พบบริเวณปำเต็งรัง ปำทุ่ง ปำ
็
่
่
็
ผสมผลัดใบ บริเวณ ไร สวน ออกดอกชวงเดือนมีนำคมถึงกรกฎำคม ยอดอ่อนรสชำติขม และดอก น ำมำลวกกินเปนผัก ฝักแกทียังไม่แข็งจะมีรส
่
่
่
่
็
ขมใช้ประกอบอำหำรได้ แตต้องท ำให้รสขมหมดไปโดยกำรเผำไฟให้ผิวไหม้เกรียม แล้วขูดผิวทีไฟไหม้ออก น ำมำหั่นเปนฝอย แล้วคั้นน ้ำหลำยๆ
่
่
หน แล้วจึงน ำมำปรุงอหำรได้ เชน ผัด แกง เปนผักจิมน ้ำพริก
่
็
้
ที่มำ: http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=84
67.สะเดำ
ื
่
ชอวิทยำศำสตร์ : Azadirachta indica A. Juss. var. siamensis Valeton
่
ื
ชอสำมัญ : Siamese neem tree, Nim , Margosa, Quinine
วงศ์ : Meliaceae
ื
ชออืน : สะเลียม (ภำคเหนือ) กะเดำ (ภำคใต้)
่
่
ู
่
็
ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไม้ต้น สง 5-10 เมตร เปลือกต้นแตกเปนรองลึก
ู
ตำมยำว ยอดอ่อนสีน ้ำตำลแดง ใบ เปนใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับรป
็
่
ใบหอก กว้ำง 3-4 ซม. ยำว 4-8 ซม. โคนใบมนไม่เท่ำกัน ขอบใบจักเปนฟันเลือย
็
แผ่นใบเรียบ สีเขียวเปนมัน ดอก ออกเปนชอทีปลำยกิ่งขณะแตกใบอ่อน ดอกสี
็
่
่
็
็
ขำวนวล กลีบเลียงมี 5 แฉก โคนติดกัน กลีบดอกโคนติดกัน ปลำยแยกเปน 5
้
แฉก ผล รปทรงรี ขนำด 0.8 - 1 ซม. ผิวเรียบ ผลอ่อนสีเขียว สุกเปนสีเหลืองส้ม
ู
็
ู
เมล็ดเดี่ยว รปรี
่
่
่
้
ส่วนทีใช้ : ดอกชอดอก ขนอ่อน ยอด เปลือก ก้ำนใบ กระพี ยำง แกน รำก ใบ
ผล ต้น เปลือกรำก น ้ำมันจำกเมล็ด
สรรพคุณ :
่
ดอก ยอดอ่อน - แก้พิษโลหิต ก ำเดำ แก้ริดสีดวงในล ำคอ คันดุจมีตัวไตอย่ ู
็
บ ำรุงธำตุ ขับลม ใช้เปนอำหำรผักได้ดี
ขนอ่อน - ถ่ำยพยำธิ แก้ริดสีดวง แก้ปัสสำวะพิกำร
เปลือกต้น - แก้ไข้ เจริญอำหำร แก้ท้องเดิน บิดมูกเลือด
ก้ำนใบ - แก้ไข้ ท ำยำรักษำไข้มำลำเรีย
้
กระพี - แก้ถุงน ้ำดีอักเสบ
ยำง - ดับพิษร้อน
่
แกน - แก้อำเจียน ขับเสมหะ
รำก - แก้โรคผิวหนัง แก้เสมหะ ซึงเกำะแนนอย่ในทรวงอก
ู
่
่
ใบ,ผล - ใช้เปนยำฆำแมลง บ ำรุงธำต ุ
็
่
ผล มีสำรรสขม - ใช้เปนยำถ่ำยพยำธิ และยำระบำย แก้โรคหัวใจเดินผิดปกต ิ
็
็
เปลือกรำก - เปนยำฝำดสมำน แก้ไข้ ท ำให้อำเจียน แก้โรคผิวหนัง
น ้ำมันจำกเมล็ด - ใช้รักษำโรคผิวหนัง และยำฆำแมลง
่
ที่มำ: http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_09_15.htm
68.ใบเตย
็
ชื่อวิทยำศำสตร์: Pandanus amaryllifolius เปนไม้ยืนต้นพุม
่
เล็ก ขึนเปนกอ ล ำต้นอย่ใต้ดิน ใบเปนใบเดี่ยว เรียงสลับเวียน
็
้
็
ู
่
้
เปนเกลียวขึนไปจนถึงยอด ใบเปนทำงยำว สีเข้ม คอนข้ำงแข็ง
็
็
็
เปนมันเผือก ขอบใบเรียบ ในใบมีกลินหอมจำกน ้ำมันหอมระเหย
่
็
ิ
Fragrant Screw Pine สีเขียวจำกใบเปนสีของคลอโรฟลล์ ใช้
แตงสีขนมได้
่
กำรใช้ประโยชน์:
่
ในบังกลำเทศเรียกว่ำ ketaki ใช้เพิมกลินหอมของ ข้ำวพิลำฟ
่
้
หรือข้ำวปุเลำ บิรยำนี และพุดดิงมะพร้ำว payesh ในอินโดนีเซีย
เรียก pandan wangi พม่ำเรียก soon-mhway ในศรีลังกำ
ู
่
เรียก rampe ใบใช้ได้ทั้งใบสดและใบแห้ง และมีขำยในรปใบแชแข็งในประเทศทีปลกไม่ได้ ใช้ปรุงกลินในอำหำรของหลำยประเทศเชน อินโดนีเซีย
่
ู
่
่
สิงคโปร์ ฟลิปปนส์ มำเลเซีย ไทย บังกลำเทศ เวียดนำม จีน ศรีลังกำ และพม่ำ โดยเฉพำะข้ำวและขนม
ิ
ิ
ที่มำ: https://th.wikipedia.org/
่
69.ไผ
็
ไผ่ เปนไม้พุ่มหลำยชนิดและหลำยสกุลใน วงศ์หญ้ำ (วงศ์
Poaceae; เดิมคือวงศ์ Gramineae) วงศ์ย่อย
็
Bambusoideae เปนไม้ไม่ผลัดใบใน ขึนเปนกอ ล ำต้นเปน
็
็
้
ปล้องๆ เชน ไผ่จีน (Arundinaria suberecta Munro) ไผ ่
่
่
ปำ (Bambusa arundinacea Willd.) ไผ่สีสุก (B. flexuosa
่
Munro และ B. blumeana Schult.) ไผ่ไร (Gigantochloa
albociliata Munro) ไผ่ด ำ (Phyllostachys nigra Munro)
ผลผลิตจำกไผ่ที่ส ำคัญคือ หนอไม้ ซึงเปนอำหำรส ำคัญของ
่
่
็
คนไทย นิยมทำนกันมำกในเกือบทุกภำคของประเทศไทย
โดยเฉพำะภำคเหนือ
และอีสำน นอกจำกนีไม้ไผ่ยังมีคุณสมบัติพิเศษทั้งด้ำนควำมแข็งแรงและยืดรหยุ่นทีเหนือกว่ำวัสดุสังเครำะห์
่
้
่
หลำยชนิด ดังนั้นจึงยังได้รับควำมนิยมในกำรท ำเครื่องมือเครื่องใช้หลำยประเภท ใช้ชะลอน ้ำทีเข้ำปำชำยเลน
่
นั่งร้ำนกอสร้ำงและบันได เปนต้น
่
็
ที่มำ: https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9C%E0%B9%88
70.ปำล์ม
ปำล์ม เปนพันธ์ไม้ในเขตร้อน ทีมีหลำยลักษณะคือ เปนไม้พุ่ม ไม้ยืนต้น และไม้
่
็
ุ
็
่
้
เลือย เปนพืชใบเลียงเดี่ยว เปนพันธ์ไม้ทีนำศึกษำ และนำสนใจเปนอย่ำงยิ่ง ซึง ่
็
็
้
ุ
่
็
่
่
ู
ู
เปนตระกลหนึงทีมีอะไร ๆ พิเศษ และแปลกกว่ำพันธ์ไม้ในตระกลอื่น ๆ มำก
ุ
็
่
่
็
ู
่
ุ
เชน เปนพันธ์ไม้ทีมีล ำต้นสงชะลูด ไม่มีกิ่งก้ำน หรือแขนง ยกเว้นพวก Doum
่
palm บำงซนิดมีล ำต้นเลือยเปนเถำ บำงชนิดแตกเปนหนอเปนกอ บำงชนิดมีล ำ
็
้
็
็
ต้นเปนหนำม ขนำดของล ำต้นอำจมีเส้นผ่ำศนย์กลำงวัดได้ 3-5 ฟุต หรือบำง
็
ู
ู
ชนิดไม่มีล ำต้นเลย ล ำต้นไม่มี Cambium ลักษณะใบมีหลำยลักษณะคือ ใบรป
่
ใบพัด ใบขนนก บำงชนิดมีใบใหญ บำงชนิดใบเล็ก รำกของปำล์มก็มีหลำยชนิด
้
มีทั้งแตกใต้ดินและแตกเหนือพืนดิน ลักษณะดอก มีทั้งดอกสมบูรณ์เพศและไม่
ู
สมบูรณ์เพศ บำงชนิดมีต้นตัวผ้และต้นตัวเมีย ในกำรจ ำแนกปำล์มจะใช้ลักษณะ
่
ของดอก ผล มำกกว่ำลักษณะของใบ ส่วนมำกดอกมีขนำดเล็ก สีขำว กลินหอม
ู
อ่อน ๆ สำมำรถเจริญเติบโตได้ในดิน เกือบทุกชนิด และสำมำรถอย่ได้ในสภำวะ
่
่
่
ู
่
แวดล้อมตำง ๆ กัน แม้แตในถินทีมีอำกำศหนำวเย็นอย่บ้ำง ก็สำมำรถทนทำน
ู
ู
่
ู
้
อย่ได้ ส ำหรับปำล์มบำงพันธ์ ในทะเลทรำยก็ยังตอส้ขึนอย่ได้ ถ้ำพูดกันถึง
ุ
็
ควำมส ำคัญของพันธ์ไม้ในทำงใช้ประโยชน์แล้ว ปำล์มเปนพันธ์ไม้ทีให้ประโยชน์
ุ
ุ
่
่
แกมนษย์ ในอันดับที 2 รองจำกพืชตระกลหญ้ำ ซึงพันธ์ไม้หลำยชนิดทีคนไทย
ุ
่
่
ู
ุ
่
ใช้อย่ในชีวิตประจ ำวัน เชน หมำก ตำล มะพร้ำว ลำน จำก หวำย ชิด ระก ำ สำค ู
ู
่
ู
่
่
้
เปง ปำล์มน ้ำมัน ก็เปน พันธ์ไม้ในตระกลปำล์มทั้งสิน และปัจจุบันก็ได้มีกำรน ำปำล์มชนิดตำง ๆ มำใช้ในกำรประดับตกแตงสถำนที และกำรจัดสวน
็
ุ
้
่
่
ู
ุ่
้
กันอย่ำงแพร่หลำย เพรำะลักษณะพิเศษของไม้ในตระกลนี มีทั้งควำมสง่ำงำม ควำมนมนวลอ่อนช้อย และควำมแข็งแกรง
ที่มำ: http://www.thaikasetsart.com/%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%A1/
่
71.ขำ
ข่ำ ภำษำอังกฤษ Galanga, Greater galangal, False
galangal
ู
ข่ำ ชื่อวิทยำศำสตร์ Alpinia galanga (L.) Willd. จัดอย่ใน
วงศ์ ZINGIBERACEAE เช่นเดียวกับกระชำย กระชำยด ำ
กระชำยแดง กระวำน กระวำนเทศ ขิง ขมิน เร่ว เปรำะปำ
่
้
เปรำะหอม ว่ำนนำงค ำ และว่ำนรำกรำคะ
้
นอกจำกนีข่ำยังมีชื่อท้องถินอื่น ๆ อีก เชน สะเอเชย เสะเออ
่
่
่
เคย (แม่ฮองสอน), ข่ำ
หยวก (ภำคเหนือ), ข่ำ
หลวง (ภำคเหนือ-ภำคตะวันออกเฉยงเหนือ), กฎกกโรหินี (ภำคกลำง) เปนต้น
ี
็
ุ
ที่มำ: https://beezab.com/
72.ข้ ีเหล็ก
ื
่
้
ชอสมุนไพร: ขีเหล็ก
่
ื
ชอวิทยำศำสตร์ : Cassia siamea (Lamk.) Irwin et Barneby
ื
่
ชอวงศ์ : FABACEAE (LEGUMINOSAE -CAESALPINIOIDEAE)
ื
่
ชอพ้อง: Cassia florida Vahl, Cassia siamea Lam.
ชอท้องถิ่น: ขีเหล็กแกน, ขีเหล็กบ้ำน, ขีเหล็กหลวง, ขีเหล็กใหญ, ผักจี ้
้
่
้
้
้
ื
่
่
้
้
ลี, แมะขีเหละพะโด, ยะหำ
ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์: ไม้ต้น ล ำต้นมักคดงอเปนปุม เปลือกสีเทำ
่
็
็
ถึงน ้ำตำลด ำ กิ่งอ่อนมีลำยตำมยำว และมีขนละเอียดนม ใบเปนใบ
ุ่
ู่
็
ประกอบแบบขนนกปลำยค ออกเรียงสลับกัน ตัวใบย่อยเปนรปขอบ
ู
็
่
็
่
ุ่
้
ขนำน ด้ำนบนเกลียง ด้ำนล่ำงมีขนนม ดอกออกเปนชอ ออกตำมปลำยกิ่ง กลีบดอกมีสีเหลือง ผลเปนฝักแบน มีลักษณะแคบและยำว เมือแกจัดจะ
่
ู
มีสีด ำ เมล็ดรปไข่ ยำว แบน มีสีน ้ำตำลอ่อน เรียงตัวตำมขวำง
็
ส่วนที่ใช้เปนยำ
็
ู
- ใบ รักษำอำกำรท้องผก ใช้เปนยำระบำย
่
็
่
ื
่
ี
สำรส ำคัญทเชอวำเปนสำรออกฤทธิ์
ที่มำ: http://www.medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/cassiasi.html
็
่
ิ
Anthraquinone มีฤทธ์เปนยำถำย
73.แตงโม
ื
่
ชอทำงวิทยำศำสตร์: Citrullus lanatus
็
่
แตงโม เปนผลไม้เมืองร้อน มีชื่อเรียกแตกตำงกันคือ ภำคอีสำนเรียกว่ำ บักโม
ภำคเหนือเรียกว่ำ บะเต้ำ คนตรังเรียกว่ำ แตงจีน มีชื่อสำมัญว่ำ Watermelon
แปลว่ำ "แตงน ้ำ" เพรำะในผลแตงโมมีน ้ำเปนส่วนใหญ ชื่อวิทยำศำสตร์ว่ำ
่
็
Citrullus lanatus (Thub.) Matsum. & Nakai
ู
• แตงโมมีถินก ำเนิดอย่ในทวีปแอฟริกำ แถบทะเลทรำยคำลำฮำรี เข้ำส่อเมริกำโดย
่
ู
ทำสผิวด ำทีถูกน ำไปใช้แรงงำนในไร จำกนั้นก็ได้แพร่ขยำยไปส่ทวีปยุโรปและเอเซีย
่
่
ู
็
้
็
้
ู
• แตงโมเปนไม้เถำวงศ์เดียวกับแตงกวำ แคนตำลปและฟัก ล ำต้นเปนเถำเลือยแผ่ไปตำมพืนดิน ใบมีลักษณะเว้ำลึก 3-4 หยัก ก้ำนใบยำว ทั้งเถำ
และใบมีขนอ่อนปกคลุมผลแตงโมมีทั้งแบบกลม กลมรี และทรงกระบอก ขนำดเส้นผ่ำศนย์กลำงผล 15-40 ซม. เปลือกแข็ง สีเขียว สีเขียวเข้ม
ู
็
็
และสีเหลือง บ้ำงก็มีลวดลำยสีขำวเปนแถบยำวจำกขั้วถึงปลำยผล รสรำติทีเด่นเปนเอกลักษณ์ของแตงโมคือหวำนกรอบ และฉ ่ำน ้ำ ในเนือมีเมล็ดสี
่
้
ู
ด ำขนำดเล็กแทรกอย่บริเวณใจกลำงผล
ุ
ุ
็
่
ู
• แตงโมทีปลกกันในปัจจุบัน แบ่งออกได้เปน 3 กล่มใหญ ๆ ตำมลักษณะของผลและเมล็ด หรือ พันธ์ธรรมดำ พันธ์ไม่มีเมล็ด และพันธ์กินเมล็ด
่
ุ
ุ
่
ุ
ุ
ุ
่
• แตงโมทีปลกกันในปัจจุบัน แบ่งออกได้เปน 3 กล่มใหญ ๆ ตำมลักษณะของผลและเมล็ด คือ พันธ์ธรรมดำ พันธ์ไม่มีเมล็ด และพันธ์กินเมล็ด
ู
ุ
็
้
ุ
ุ
o แตงโมพันธ์ธรรมดำ มักจะเปนพันธ์จำกตำงประเทศมีรสชำติวำนจัดและขนำดเมล็ดเล็ก เชน พันธ์ชูกำร์เบบี ชำร์ลสตัน-เกรย์ เยลโลว์ และเบบี ้
่
่
ุ
็
้
ุ
่
่
เปนต้น ชื่อทีตั้งก็จะสือถึงคุณสมบัติเด่นของแตงโมพันธ์ดังกล่ำวนอกจำกนียังมี แตงโมจินตหรำ ผลยำวรี ผิวเปลือกสีเขียวเข้มมีลำย เนือแดง
็
้
ิ
็
แตงโมตอร์ปโด ผลยำวรี ขนำดใหญกว่ำแตงจินตหรำ ผิวเปลือกสีเขียวเข้ำ มีเนือสีแดง แตงโมกินรี เปนแตงผลกลม ผิวเขียว เนือเอง แตงโมไดอำ
่
้
้
้
ุ
้
่
้
่
นำ ผิวเปลือกสีเหลืองคล้ำยแตงไทยแตผ่ำเข้ำไปแล้วเนือสีชมพูแดง เนือกรอบ รสหวำน และยังมีพันธ์พืนเมืองอื่น ๆ ลักษณะผลกลม มีทั้งขนำด
้
้
ิ
่
้
ุ
่
่
้
เล็กและขนำดใหญ ส่วนแตงโมทีมีสีเหลือง เนือฉ ่ำน ้ำ รสหวำนจัด ได้แก แตงโมน ้ำผึง พันธ์ผลกลม เนือสีเหลือง แตงโมตอร์ปโดน ้ำผึง ผลยำวรี ผิว
้
เขียวเข้ม เนือสีเหลือจัด รสหวำนมำก แตงโมจิ๋วหรือแตงโมจีน ผลขนำดใหญกว่ำก ำปั้นเล็กน้อย เนือสีเหลืองฉ ่ำน ้ำ รสหวำน
่
้
ุ
่
ุ
็
่
้
่
o แตงโมพันธ์ไม่มีเมล็ด เปนพันธ์ผสมทีผลิตขึนมำเพืองกำรส่งออกโดยเฉพำะ เชน พันธ์แบล็กบอล (Black Ball) ทีมีเปลือกสีเขียวเข้ม ผลกลม
่
ุ
ู
รำวกับลกบำล ไม่มีเมล็ดแกมีแตเมล็ดอ่อนสีขำว และยังไม่ แตงโมผลสีเหลืยม ซึงเกิดจำกกำร
่
่
่
่
่
่
่
เลียงผลแตงโมให้โตในกล่องสีเหลียม เพือสะดวกในกำรขนส่ง
้
ุ
็
ุ
o แตงโมพันธ์กินเมล็ด เพำะปลกเพือเอำเมล็ดมำคั่วเปนเมล็ด "กวยจี" ไว้กินเล่น แตงโมพันธ์กิน
้
่
ู
็
เมล็ดเปนแตงโมทีเนือน้ย ภำยในผลเต็มไปด้วยเมล็ดขนำดใหญ ่
่
้
ู
แตงโมเปนผลไม้ออกส่ตลำดตลอดทั้งป แตฤดกำลของแตงโมจริง ๆ นั้นอย่ระหว่ำงเดือน
ู
ู
ี
็
่
มกรำคมถึงเมษำยน สำมำรถปลกได้ทั่วทุกภำค แหล่งปลกส ำคัญอย่ทีจังหวัดยโสธร และ
่
ู
ู
ู
็
่
็
แม่ฮองสอน เปนต้น แตงโมเปนผลไม้กินสดและน ำมำปั่นท ำเปนน ้ำแตงโม เย็นฉ ่ำชื่นใจ
็
่
นอกจำกนั้นยังน ำมำแกะสลักเพือประดับตกแตงโต๊ะอำหำร เพรำะผลแตงโมมีเปลือกเขียว เนือเปลือกขำว เนือแตงสีแดงหลำกสีสัน
่
้
้
ที่มำ: http://pirun.ku.ac.th/~b521010235/%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A1.html
74.อ้อย
ลักษณะทั่ว ๆ ไป และลักษณะทำงพฤกษศำสตร์
ู
่
รำกของอ้อยนั้น จะเปนรำกทีอย่ใต้ดิน มีขนำดใหญกระจำยทั่วล ำต้น มีควำมยำวประมำณ 100
็
่
ุ
่
เซนติเมตร โดยรำกของอ้อยนั้นจะแบ่งออกเปน 2 ชุดด้วยกัน ทั้งรำกของท่อนพันธ์ ทีไช้ล ำเลียงน ้ำ
็
่
้
และธำตุอำหำรจนกว่ำหนออ่อนจะเติบโต และรำกชนิดนีจะหมดสภำพไปเอง ตอไปก็คือ รำกของ
่
่
หนอ คือรำกขนำดใหญทีเจริญออกจำกปมรำกของหนอทีเติบโตแล้ว รำกของอ้อยนั้นจะมีกำร
่
่
ุ
่
่
่
่
เติบโตทดแทนกันอย่ำงสม ่ำเสมอ และรำกเกำก็จะหมดสภำพลงไปตำมกำลเวลำ
่
ล ำต้นขนำดใหญของอ้อยนั้นจะประกอบไปด้วยข้อปล้องจ ำนวนมำก ปล้องเหล่ำนีจะยำวหรื่อสั้นก็
้
่
ู
่
้
จะขึนงย่กับปริมำณน ้ำทีได้รับ ยิ่งมีน ้ำมำก ปล้องก็จะยำวและท ำให้ล ำต้นสงใหญตำม
ู
่
ู
รปรำงของปล้อง (internode patterns)
ู
่
ปล้องมีรปรำงแตกตำงกันหลำยรปทรงมำกมำย เชน เปนรปทรงกระบอก (cylindrical) มัดข้ำวต้ม
ู
่
ู
่
็
(tumescent) กลำงคอด (bobbin-shaped) โคนใหญ (conoidal) โคนเล็ก (obconoidal) หรือ
่
่
้
โค้ง (curved) ข้อและปล้องเหล่ำนีจะมีส่วนประกอบมำกมำยกว่ำสิบอย่ำงด้วยกัน เชน ตำ บริเวณเกิดรำก (root band หรือ rootring หรือ root
่
่
่
zone)หรืออำณำเขตทีอย่ระหว่ำงรอยกำบ และวงเจริญ ปุมรำก (root primordia หรือ root initials) หรือจุดทีรำกจะเจริญออกมำ วงเจริญหรือวง
ู
แหวน (growth ring) รอยกำบ (leaf scar หรือ sheath scar)เปนรอยทีเกิดขึนหลังจำกกำบใบหลุดแล้ว วงไข (wax ring) ส่วนทีมีไขเกำะ
็
้
่
่
มำกกว่ำส่วนอื่นๆ รอยแตกตน หรือ รอยแตกลำยงำ (corky cracks) รอยแตกเล็กๆ บริเวณผิวเปลือก รอยแตกลึก (growth crack หรือ rind
ื
้
่
่
้
crack) รอยแตกขนำดใหญตำมควำมยำวของล ำต้นลึกเข้ำไปในเนืออ้อย รอยตกสะเก็ด (corky patch) รองตำ (bud furrow หรือ bud groove)
่
้
เหมือนใบข้ำวทีขนำดใหญขึน ใบอ้อยจะมี 2 ส่วนด้วยกันคือ กำบใบและแผ่นใบ
่
่
กำบใบ คือส่วนทีโอบรอบล ำต้นสลับซ้ำย ขวำไปมำจำกต้นถึงปลำยล ำต้น
แผ่นใบ เปนส่วนทีถัดเข้ำไปจำกกำบใบ จะมีแกนตรงกลำงทีท ำให้แผ่นใบมีลักษณะแข็งตั้งตรงได้
่
่
็
่
็
ู่
ู
ู่
่
่
่
็
็
่
ดอกของอ้อยนั้นจะเปนดอกเล็กๆทีติดกันเปนค ๆ แตในหนึงคก็จะแยกออกเปนดอกทีมีก้ำนและไม่มีก้ำน แต่ละดอกจะมีขนสีขำวอย่ทีรอบฐำน
้
่
็
เมือดอกบำน ขนเหล่ำนีก็จะกำงออกรอบ ๆ เปนรัศมีเล็ก ๆ
เมล็ด
่
ู
เมล็ดอ้อยมีลักษณะคล้ำยเมล็ดข้ำวทีมีขนำดเล็กลงมำหลำยเท่ำ และจะติดอย่กับตัวดอกอย่ำงแนน เรำจะเรียกเมล็ดอ้อยว่ำฟัซซ์ หรือ ฟลัฟฟ (fuzz
์
่
ที่มำ: http://canethai.blogspot.com/ ่
้
หรือ fluff) และเมล็ดเหล่ำนีก็จะน ำไปเพำะใหม่ตอไป
75.เผือกจีน
ู
ชื่อวิทยำศำสตร์: Colocasia esculenta (L.) Schott จัดอย่ในวงศ์บอน
(ARACEAE)
ุ
็
เผือกมีสำยพันธ์มำกกว่ำ 200 พันธ์ โดยแบ่งออกเปน 2 ประเภท ได้แก ประเภท
่
ุ
เอดโด (eddoe) ได้แก Colocasia esculenta var. antiquorum หรือ
่
่
็
้
Colocasia esculenta var. globulifera ประเภทนีจะเปนเผือกทีมีหัวขนำดไม่
่
ใหญ และมีหัวเล็กกว่ำล้อมรอบอย่หลำยหัว ทุกหัวใช้รับประทำนและใช้ท ำพันธ์ ุ
ู
ได้ ส่วนอีกประเภทคือ ประเภทแดชีน (dasheen) ได้แก Colocasia
่
่
้
esculenta var. esculenta ประเภทนีเปนเผือกทีมีหัวขนำดใหญ และมีหัวขนำดเล็กล้อมรอบ ใช้รับประทำนได้ เผือกประเภทนีได้แก เผือกหอม
่
่
็
้
ู
่
็
่
ซึงเปนพันธ์ทีนิยมปลกทั่วไปในบ้ำนเรำ
ุ
่
ู
่
่
่
เผือกในเมืองไทยเท่ำทีทรำบจะมีอย่ด้วยกัน 4 ชนิด ได้แก เผือกหอม (ชนิดหัวใหญ แตละหัวมีน ้ำหนักประมำณ 2-3 กิโลกรัม และมีหัวเล็กติดอย ู ่
่
็
่
่
กับหัวใหญเล็กน้อย ใช้ต้มรับประทำนได้ มีกลินหอม ส่วนกำบใบเปนสีเขียว มีขนำดใหญ), เผือกเหลือง (หัวสีเหลืองขนำดย่อม), เผือกไม้ หรือ
็
่
็
ุ
็
เผือกไหหล ำ (หัวมีขนำดเล็ก) และเผือกตำแดง (ตำของหัวเปนสีแดงเข้ม มีหัวเล็กล้อมรอบหัวใหญเปนกล่มจ ำนวนมำก กำบใบและเส้นใบเปนสี
แดง)
ลักษณะของเผือก
ี
ต้นเผือก เผือกมีถินก ำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉยงใต้และเอเชียใต้ ปัจจุบันมีกำรเพำะปลกกันมำกทำงเอเชียตะวันออกเฉยงใต้ จีน อินเดีย แอฟริกำ
่
ู
ี
่
และในหมู่เกำะในอเมริกำกลำง แตมักจะปลกเพือใช้บริโภคภำยในท้องถินมำกกว่ำปลกเพือกำรค้ำในตลำดโลก โดยจัดเปนพืชล้มลุกทีมีอำยุหลำยป ี
็
่
่
ู
่
ู
่
ู
่
ู
ู
ด มีล ำต้นเปนหัวอย่ใต้ดิน ลักษณะของหัวเปนรปลกข่ำงกลม สีน ้ำตำล และมีขนำดใหญ และมีหัวเล็ก ๆ อย่ล้อมรอบ หัวจะมีรปรำงและขนำดที ่
ู
่
ู
ู
็
็
่
ู
แตกตำงกันออกไป โดยปกติล ำต้นมีควำมสงประมำณ 0.4-2 เมตร
ู
่
ใบเผือก ใบเปนใบเดี่ยวเรียงเวียน มีขนำดใหญ ลักษณะของใบเปนรปหัวใจหรือเปนรปลกศรแกมรปหัวใจ ปลำยใบแหลม โคนใบแตละด้ำนกลม
ู
ู
็
่
็
็
ู
ุ
หรือเปนเหลียม เห็นเส้นใบได้ชัดเจน ก้ำนใบอำจยำวได้ถึง 1 เมตร มีขนำดและสีทีตำงกันตำมสำยพันธ์ โดยใบจะเกิดจำกใต้ดิน
่
่
่
็
่
็
่
่
่
่
็
ดอกเผือก ออกดอกเปนชอ ชอดอกเปนชอเชิงลดมีกำบ ออกเดี่ยวหรือหลำยชอ ก้ำนชอดอกมีควำมยำวประมำณ 15-30 เซนติเมตร สั้นกว่ำก้ำนใบ
็
่
กำบหุ้มชอดอกยำวประมำณ 15-35 เซนติเมตร ลักษณะตั้งตรงเปนสีเขียว ปลำยกำบเรียวแหลมยำวคล้ำยหำง ชอดอกสั้นกว่ำกำบ ดอกจะทยอย
่
ู
่
ู
บำนเรื่อย ๆ ดอกเพศเมียมักจะไม่มี ส่วนดอกเพศผ้ในหนึงดอกจะมีก้ำนเกสรเพศผ้ 2-3 ก้ำน
ผลเผือก ผลเปนสีเขียวเปลือกบำง ไม่คอยมีเมล็ด แตบำงสำยพันธ์ก็ติดเมล็ดได้
่
็
่
ุ
ที่มำ: https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1726&code_db=610010&code_type=01
76.พลู(เคี้ยวหมำก)
็
พลู (ชื่อวิทยำศำสตร์: Piper betle) เปนพืชชนิดหนึง อย่ในวงศ์
่
ู
ู
พริกไทย (Piperaceae)พลเปนไม้เลือย ทีข้อมีรำกสั้น ๆ ออกรอบ
่
้
็
้
่
ข้อใช้เกำะติดไม้ใหญ มีเนือไม้ขนำดเล็กจึงไม่จัดเปนไม้ยืนต้น มีข้อ
็
และปล้องชัดเจน ใบเดี่ยวติดกับล ำต้น ใบเรียงตัวแบบสลับ
็
่
ลักษณะของใบแหลมคล้ำยใบโพ ผิวใบมัน ดอกออกรวมกันเปนชอ
่
แนน ปลกโดยใช้ล ำต้นปักช ำ ขึนง่ำย เปนพืชพืนเมืองของภูมิภำค
็
้
้
ู
เอเชียใต้จนถึงเอเชียตะวันออกเฉยงใต้
ี
ู
่
ใบของพลนั้นมีรสเผ็ดร้อน เปนทีร้จักกันดีว่ำนิยมน ำมำทำกับ
็
ู
้
่
่
่
่
ปูนแดงเคียวรวมกับหมำก โดยเฉพำะในคนรุนกอน ๆ ซึงส่วนใหญ ่
้
ู
่
่
จะใช้ใบพลทีมีสีเขียวเข้มมำกกว่ำใบทีสีออกเหลืองทอง นอกจำกนีแล้วยังใช้ในพิธีมงคลเปนเครื่องเซ่นไหว้ กำรท ำเครื่องบำยศรีส่ขวัญ คุณคำทำง
่
ู
็
ู
ู
่
้
็
็
สำรอำหำรของพล ประกอบด้วยน ้ำมันหอมระเหย ได้แก ชำวิคอล, ยจินอล, เบตำซิโตสเตอรอล และซินีออล เปนต้น นอกจำกนียังใช้เปนสมุนไพร
่
แก้ลมพิษ รักษำอำกำรคัน ในใบพลมีสำรยจีนอลและชำวิคอล มีฤทธ์เปนยำชำและชวยกระต้นกำรไหลเวียนของโลหิต และยับยั้งกำรเจริญเติบโต
ู
ิ
ู
ุ
็
้
่
่
ของเชือโรคหลำยชนิด จึงมีประโยชน์ในกำรระงับอำกำรคันและเจ็บปวดเนื่องจำกแมลงกัดตอย ชวยฆำและยับยั้งกำรเจริญเติบโตของเชือแบคทีเรีย
้
่
ทีเปนสำเหตของวัณโรคและเชือหนอง และมีฤทธ์ต้ำนเชือรำทีเปนสำเหตของโรคผิวหนังและกลำก และพบว่ำน ้ำมันพลสำมำรถฆำพยำธิไส้เดือนได้
ู
่
็
้
่
้
่
ิ
ุ
็
ุ
สำรเบตำสเตอรอล มีฤทธ์แก้แพ้ แก้อักเสบ นอกจำกนี พลยังมีสรรพคุณใช้แก้กำรอักเสบของเยือจมูกและคอ แก้กลำก แก้ฮองกงฟุต แก้คัน แก้
ู
ิ
่
่
้
็
ู
ลมพิษ ลนไฟนำบท้องเด็ก แก้ปวดท้องและแก้ลกอัณฑะยำน เปนต้น
้
พลขึนพันรอบไม้ยืนต้น
ู
่
ู
็
้
ู
ู
่
่
่
พล มีกำรปลกกันเปนพืชเศรษฐกิจในประเทศไทย โดยเฉพำะทีตลำดพลู ฝั่งธนบุรี เริ่มจำกชำวอิสลำมทีอำศัยอย่ ณ ทีแห่งนีมำตั้งแตต้นยุค
ู
็
ู
่
รัตนโกสินทร์ จนกลำยมำเปนแหล่งค้ำขำยพลแหล่งใหญ จนกระทั่งได้ขยำยไปยังชำวไทย และชำวจีนด้วย แม้ปัจจุบันควำมนิยมกินหมำกและพลจะ
่
ลดน้อยลงไปตำมกำลเวลำ แตก็ยังคงมีพืนทีปลกพลอย่
ู
ู
ู
่
้
ที่มำ:https://th.wikipedia.org/wiki/
่
77.หนอไม้ฝรั่ง
่
ื
่
ชอสมุนไพร : หนอไม้ฝรั่ง
ชอสำมัญ : Edible Asparagus, Garden Asparagus.
่
ื
ชอวิทยำศำสตร์ : Acanthus bracteates Vahl.
่
ื
ชอวงศ์ : ASPARAGACEAE
ื
่
ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์ : เหง้ำใต้ดิน สีน ้ำตำล ใบประกอบแบบขนนก มีก้ำนใบยำว
ออกตำมข้อ ออกเรียงสลับกัน ออกเรียงเวียนรอบๆล้ำต้น มีก้ำนใบย่อย มีใบมีลักษณะ
ฝอยเล็กๆ มีสีเขียว ดอกชอ ออกตำมกิ่งตำมซอกใบ ก้ำนชอดอกยำว มีดอกย่อย อย่เปน
่
่
็
ู
ู
กระจุก รประฆัง ทรงยำวรีเล็กๆ กลีบดอกมีสีเหลืองนวล ก้ำนมีสีเขียว ผล มีทรงกลม
ุ
่
เล็กๆ ผลอ่อนสีเขียว ผลสกสีแดงส้ม ผลแกจะแตกออก เมล็ด 2-3 เมล็ด ทรงกลมเล็ก สี
ด ำ
ที่มำ: http://www.herbalcitysanuk.com/
78.ถั่วฝักยำว
ถั่วฝักยำว (ชื่อวิทยำศำสตร์: Vigna unguiculata subsp.
่
็
sesquipedalis) เปนถั่วชนิดหนึงทีเปนไม้เลือย มีชื่อสำมัญในภำษำตำงๆที ่
่
้
่
็
่
หลำกหลำย เชน สิบสองปันนำเรียก ถั่วลินนำค ภำษำอังกฤษเรียกว่ำ
้
yardlong bean (ตรงตัว:ถั่วยำวหนึ่งหลำ) ภำษำจีนกวำงตุ้งเรียกว่ำ dau
gok ภำษำจีนกลำงเรียก jiang dou (豇豆) ภำษำอินโดนีเซียและภำษำ
ู
มลำยเรียก kacang panjang ภำษำตำกำล็อกเรียก 'SITAO' or
'SITAW' ภำษำอีโลกำโนเรียก utong ในหมู่เกำะเวสต์อินดีสเรียกว่ำ bora
หรือ bodi ภำษำเบงกอลเรียกว่ำ vali, Borboti ในรัฐกัว อินเดีย เรียก
eeril ภำษำเวียดนำมเรียก đậu đũa และภำษำญี่ปุนเรียก ju-roku sasage อย่ำงไรก็ตำม ฝักของถั่วชนิดนียำวเพียงครึ่งหลำ ชื่อของสับสปชีส์
้
่
ี
sesquipedalis (หมำยถึงยำวฟุตครึ่ง) ใกล้เคียงกับควำมยำวจริง ๆของฝักถั่วมำกกว่ำ
ที่มำ: https://th.wikipedia.org/
79.ปเล่
ู
ชอวิทยำศำสตร์: Brassica oleracea L. cv. Acephala Group
่
ื
วงศ์: Brassicaceae (Cruciferae)
ประเภท: ไม้ล้มลุก อำยุ 2 ป ี
ู
ควำมสง: 30 – 60 เซนติเมตร
ล ำต้น: เจริญเปนพุ่ม
็
่
decorative kale2ใบ: สีเขียวอมเทำ มีนวลทีผิวใบ มี 2 ชนิด ชนิดใบ
ู
่
ใหญ ใบรปกลมขนำดใหญ เรียงอัดกันแนน ถ้ำอำกำศเย็นใบจะห่อ
่
่
็
เหมือนกะหล ่ำ และ ชนิดใบเล็ก ใบเรียงไม่เปนระเบียบ ก้ำนใบยำว
คล้ำยใบคะน้ำ
อัตรำกำรเจริญเติบโต: เร็ว
ดิน: ดินรวน ระบำยน ้ำดี
่
น ้ำ: ปำนกลำง
แสงแดด: เต็มวัน
ขยำยพันธ์: ปักช ำ
ุ
็
่
่
่
ู
กำรใช้งำนและอืนๆ: ปลกเปนไม้กระถำงหรือประดับสวนได้ เมือล ำต้นยืดยำวและเอนล้ม ควรใช้ไม้ค ้ำเพือพยุงล ำต้นจะชวยให้แตกแขนงได้ดี ควร
่
่
ู
่
่
้
่
ตัดใบชวงกลำงล ำต้นทีไม่อ่อนไม่แกเกินไปกิน เพรำะมีรสชำติอรอย เหลือใบส่วนล่ำงไว้สังเครำะห์แสง ต้นจะสงขึนเรื่อย ๆ ทีโคนรอยแผลจะเกิด
่
่
็
่
่
เปนกิ่งแขนงเล็ก ๆ ปูเล่กินได้ทั้งต้น ไม่เหม็นเขียว ใช้ผัดหรือประกอบอำหำรเชนเดียวกับคะน้ำ มีเบต้ำแคโรทีนและวิตำมินซี ชวยลดควำมเสียง
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
ที่มำ: https://www.baanlaesuan.com/plants/biennial/137558.html
80.บรอกโคลี
่
ื
ชอวิทยำศำสตร์ Brassica olercea L. Var italica
ชอสำมัญ Broccoli
ื
่
ื
ชอวงศ์ Brassicacea
่
็
ลักษณะ :บรอคโคลี่เปนผักที่ปลูกเพือ บริโภคส่วนของดอกอ่อน
่
และก้ำน ส่วนของดอกบร็อคโคลี่ จะมีสีเขียวประกอบด้วย ดอก
็
ย่อยขนำดเล็กสีเขียว เปนจ ำนวนมำก ที่รวมกันเปนกลุ่มใหญ่ มี
็
ลักษณะแนน แต่ไม่อัดตัวกันแนน เหมือนดอกกะหล ่ำ บร็อคโค
่
่
ิ
ู
ลี่มีถิ่นก ำเนด อย่ทำงตอนใต้ ของยุโรป แถบประเทศอิตำลี
ี
นำเข้ำมำปลูกในเมองไทย โดยปลกในพื้นทภำคเหนอ ของ
ื
่
ื
ู
่
่
็
ประเทศไทย เนองจำกเปนผัก ชนดใหม่ และปลูกได้ดี ในชวงหน้ำหนำว ท ำให้รำคำค่อนข้ำงแพง ปัจจุบันมีกำรพัฒนำสำยพันธุ์ ให้ทนร้อนมำก
ื
ิ
่
ขึ้น ทำให้สำมำรถผลิตได้ด เฉพำะบนทสง หำกมกำรเลือกใช้สำยพันธุ์ ทเหมำะสมประโยชน์
่
ี
ี
ี
ู
ี
่
บร็อกโคลีมีสำรที่เรียกว่ำ ซัลโฟรำเฟน(sulforaphane) ซึงเปนสำรปองกันโรคมะเร็ง บร็อกโคลี 1 ถ้วยตวง ให้วิตำมินซีมำกถึง 13% ของปริมำณ
้
็
วิตำมินซีที่เรำควรรับประมทำนต่อวัน และบร็อกโคลี่ อุดมด้วยเบต้ำ-แคโรทีน นอกจำกจะเปนแหล่งวิตำมินเอทีส ำคัญ บร็อกโคลี่ ยังมีธำตุ
็
ี
็
่
่
ี
่
่
่
ซีลีเนยมทมสรรพคณชวยเพิมควำมยดหยนให้ผิวหนังอีกด้วย ดังนั้น กำรรับประทำนบร็อกโคลีเปนประจ ำจะชวยชะลอผิวพรรณไมให้เหียวยน
ุ
่
่
่
ี
่
ุ
ื
ง่ำย ดอ่อนกว่ำวัยเปนหนมสำวอย่ตลอดเวลำ
่
ู
ู
็
ุ
ที่มำ: http://www.the-than.com/samonpai/P/33.html
81.ฟักแม้ว
ื
่
ชอวิทยำศำสตร์: Sechium edule (Jacq) Swartz.
ชอวงศ์ : CUCURBITACEAE
ื
่
่
ฟักแม้ว มีชอท้องถิ่นอืน ๆ ว่ำ มะระแม้ว มะระหวำน ภำษำอังกฤษ ชำโยเต้
่
ื
(Chayote) มะเขือเครือ มะเขือฝรั่ง มะระญี่ปุน ฟักญี่ปุน มะเขือนำยก บ่ำเขือ
่
่
็
เครือ ฟักม้ง แตงกะเหรี่ยง เปนต้น
ลักษณะของฟักแม้ว:
ิ
่
ู
ต้นฟักแม้ว หรือ ต้นมะระหวำน มีถิ่นก ำเนดในทำงตอนใต้ของประเทศเม็กซิโกและแถบอเมริกำกลำง ซึงในปัจจุบันมีกำรเพำะปลูกอย่ทั่ว
่
ู
่
่
โลก โดยสันนษฐำนกันวำมกำรนำเข้ำมำปลกในไทยโดยหมอสอนศำสนำ และให้ชำวบ้ำนปลกครั้งแรกทจังหวัดแพร่ แตในปัจจุบันจะเพำะปลก
ี
ิ
ี
ู
ู
็
ี
่
ื
ฟักแม้วกันมำกในจังหวัดเลย เพชรบรณ์ และจังหวัดทำงภำคเหนออยำงเชยงรำย โดยจัดเปนเถำไม้เลื้อย ลักษณะทั่วไปจะคล้ำยกับพืชทอยใน
ี
่
ู
่
ู
ตระกูลแตง แต่มีลักษณะหลำยอย่ำงที่แตกต่ำงกัน เชน ลักษณะของล ำต้น ใบ ยอด และมือจับ คล้ำยต้นแตงกวำผสมฟักเขียว มีระบบรำกสะสม
่
็
ขนำดใหญ่ ล ำต้นฟักแม้วมีลักษณะเปนเหลี่ยม เจริญเปนเถำ มีควำมยำวประมำณ 15-30 ฟุต มีเถำแขนง 3-5 เถำ มีมือเกำะเจริญที่ข้อ
็
ใบฟักแม้ว หรือ ใบมะระหวำน ขอบใบมีลักษณะเปนเหลี่ยม 3-5 เหลี่ยม มีควำมยำวประมำณ 8-15 เซนติเมตร ลักษณะคล้ำยใบต ำลึงแต่
็
ี
่
ี
มขนำดใหญ่กวำ ใบมขนระคำยทั้งด้ำนบนและด้ำนล่ำง
็
ดอกฟักแม้ว หรือ ดอกมะระหวำน มีสีขำวปนเขียว ดอกจะเกิดตำมข้อระหว่ำงต้นกับก้ำนใบ ออกดอกเปนชอ ดอกเปนประเภทไม่สมบูรณ์
่
็
ู
ู
เพศ หรือดอกตัวผ้และดอกตัวเมียจะอย่คนละดอก แต่อย่ในต้นเดียวกัน
ู
็
็
ู
่
ผลฟักแม้ว หรือ ผลมะระหวำน เปนผลเดียว ลักษณะเปนทรงกลมยำว ผลมีสีเขียวอ่อน รปร่ำงคล้ำยลูกแพร์ ผลมีควำมยำวประมำณ 7-
20 เซนติเมตรและกว้ำงประมำณ 5-15 เซนตเมตร หนงผลมน้ำหนักรำว 200-400 กรัม รสเยน เน้อผลมรสหวำน รสคล้ำยกับฝรั่งปนแตงกวำ
่
ี
ิ
ึ
ี
ื
็
สรรพคุณของฟักแม้ว
่
็
ชวยบ ำรุงหัวใจและหลอดเลือด ด้วยกำรใช้ผลและใบมำดองเปนยำไว้กิน (ผล, ใบ)
น้ำต้มใบและผลนำมำใช้ในกำรรักษำอำกำรเส้นเลือดแข็งตัวได้ (ผล, ใบ)
ู
ื
มะระหวำนชวยรักษำโรคควำมดันโลหิตสง ด้วยกำรดมน้ำทต้มจำกผลและใบฟักแม้ว (ผล, ใบ)
่
่
ี
่
ชวยปองกันและรักษำโรคเลือดออกตำมไรฟัน (ผล, ใบ)
่
้
ที่มำ : https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1767&code_db=610010&code_type=01
82.ถั่วพู
ื
ชอสำมัญ Winged bean, Goa bean, Asparagus pea,
่
Four-angled bean, Winged pea
่
ื
ชอวิทยำศำสตร์ Psophocarpus tetragonolobus (L.) DC.
ู
จัดอย่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE)
ู
และอย่ในวงศ์ย่อยถั่ว FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE
หรือ PAPILIONACEAE)
ลักษณะของต้นถั่วพู
ี
็
ต้นถั่วพู จัดเปนไม้เลื้อย ไมมเน้อไม้แตมอำยหลำยป ล ำต้นเลื้อยพัน เปนพืชที่มีล ำต้นสีเขียวและเขียวปนม่วง ส่วนของรำกเปนรำกที่
ื
็
ี
่
่
็
ี
ุ
่
ี
็
ู
่
ี
่
ื
ี
ิ
ิ
ิ
ุ
ู
สะสมอำหำรอยใต้ดน มปมซึงเปนทอยของเช้อไรโซเบยมจ ำนวนมำก ถั่วพูเปนพืชทปลกง่ำยและเจริญเตบโตได้ดในดนทกชนด ยกเว้นในดินที่ม ี
ี
็
ี
่
ู
่
ิ
น้ำขัง ขึ้นได้ในระดับน้ำทะเลจนถึงระดับควำมสงท 2,300 เมตร ขยำยพันธุ์และเพำะปลูกด้วยวิธีกำรใช้เมล็ดและกำรเพำะกล้ำ
ู
่
ี
ู
ี
ใบถั่วพู ใบเรียงสลับ เปนใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยมี 3 ใบ โคนใบกลมและเบ้ยว ส่วนปลำยใบแหลม มรปร่ำงหลำยแบบ เชน รป
ี
็
่
ู
ู
ู
สำมเหลี่ยม รปไข และรปใบหอก
่
ิ
็
ู
่
่
่
ึ
ื
่
ดอกถั่วพู ออกดอกเปนชอตำมซอกใบเปนแบบชอกระจะ ในชอหนง ๆ จะมีดอกอย่ประมำณ 3-12 ดอก กลีบเลี้ยงเชอมตดกันลักษณะ
่
็
็
่
ู
็
่
คล้ำยรประฆัง ปลำยเปน 5 กลีบ กลีบเปนซีสั้น ๆ กลีบดอกมสีระหวำงขำวและสีมวงแดง สีน้ำเงิน สีแดง ดอกมเกสรตัวผ้อย 10 ก้ำน แบ่งเปน 2
่
ู
ี
ู
็
่
ี
มัด มัดหนงมี 9 ก้ำน ส่วนอีกมัดมี 1 ก้ำน
ึ
่
ู
็
ู
็
็
ฝักถั่วพู ฝักเปนรปขอบขนำนถึงรปแถบ มีหน้ำตัดเปนรปสีเหลี่ยม และแต่ละมุมของฝักจะมีปกตำมยำว ปกมีลักษณะเปนหยักแบบจัก
ู
ี
ี
ี
็
คล้ำยฟันเลื่อย มีสีเขียว มีรปร่ำงเปนฝักสี่เหลี่ยม มีปก 4 ปก เมือตัดตำมขวำงจะแบ่งได้เปน 4 แบบคือ rectangular, semi flat, flat on
่
ี
็
ู
sides และ flat on suture ฝักมีควำมยำวประมำณ 11.2-29.9 เซนตเมตร สีของฝักมทั้งสีเขียว สีมวง และสีเหลือง ส่วนผิวของฝักจะแบง ่
่
ี
ิ
ู
ออกเปน 2 แบบคือ แบบผิวเรียบและแบบผิวหยำบมำก ในฝักถั่วพูจะมีเมล็ดอย่ประมำณ 8-20 เมล็ด
็
่
เมล็ดถั่วพู ลักษณะของเมล็ดเปนรปกึงทรงกลม มตั้งแตสีขำว สีเหลือง สีครีม สีน้ำตำล สีดำ และแบบทเปนลวดลำยตำง ๆ แตส่วนใหญ่
่
่
ู
่
ี
็
่
ี
็
แล้วเมล็ดจะมสีน้ำตำล และยังมขนำดตำง ๆ กัน โดยน้ำหนัก 100 เมล็ด อย่ในชวง 11-4.6 กรัม
ี
่
ี
่
ู
สรรพคุณของถั่วพู
่
่
ฝักอ่อนถั่วพูชวยบำรุงร่ำงกำย (ฝักอ่อน) หรือจะใช้เมล็ดแกตำกแห้งนำมำบดให้เปนผง นำมำละลำยกับน้ำครั้งละ 5-6 กรัม ใช้รับประทำน
็
่
ก่อนอำหำรวันละ 3 เวลำ (เมล็ด) ส่วนหัวก็ชวยบ ำรุงร่ำงกำยด้วยเชนกัน (หัว)
่
ู
็
หัวใต้ดินนำมำเผำหรือนงกินชวยบ ำรุงก ำลัง หรือจะใช้รำกถั่วพูใช้ผสมกับสมุนไพรและน้ำดอกไม้ใช้เปนยำชก ำลังก็ได้เชนกัน (หัว, รำก)
่
่
ึ
่
ุ
่
่
่
ุ
ี
และอีกตำรำบอกวำให้ใช้เมล็ดแกนำมำต้มให้สกแล้วรับประทำน หรือจะนำเมล็ดทต้มสกแล้วมำบดให้ละเอียดผสมกับน้ำสก ใช้ดมกอนอำหำรวัน
ุ
่
่
ื
ละ 3 เวลำก็จะชวยท ำให้สุขภำพแข็งแรง เพิ่มก ำลังวังชำได้เชนกัน
่
่
ื
่
่
ื
่
่
่
หัวถั่วพู เมอนำมำตำกแห้งแล้วคั่วให้เหลือง ใช้ชงกับน้ำดม ชวยแก้อำกำรอ่อนเพลียได้ ส่วนฝักอ่อนก็ชวยได้เชนกัน
ที่มำ : https://www.opsmoac.go.th/surin-local_wisdom-preview-422891791859
83.ฟักหอม
ชอวิทยำศำสตร์ : Benincasa hispida Cogn.
่
ื
ชอสำมัญ : White Gourd
ื
่
ลักษณะฟักหอม
้
ฟักหอมหรือฟักปอม หรือฟักอ้ม(อ้มภำษำอีสำน= หอม) เปนฟักเขียว
็
รปทรงผลกลม เส้นผ่ำศูนย์กลำงเมือแก่ ประมำณ 15 - 20 ซม. ผล
่
ู
้
อ่อนสีเขียวปกติ พอแก่จะเขียวเข้มอมด ำ มีนวลคล้ำยแปงสีขำวหุ้ม
ี
่
เปลือกนอก พอแก เพียงยกขึ้นดม จะมกลินหอมพิเศษไมมใคร
่
่
ี
เหมือน ถ้ำเก็บมำกองรวมกันมำกๆ จะกลำยเปนกลิ่นฉน คนไม่ชอบ
็
ุ
่
็
่
ื
ื
่
่
่
็
ุ
ี
บอกวำเหมน แตเมอสกแล้วบอกวำ หอมกันทกคนเน้อของฟักชนดน้เมอแกงหหรือต้ม จะเปนทรำย ไมเหนยวแบบฟักอืน หน้ำหนำวจะมฟักแก่
ื
ิ
่
ี
ุ
ี
่
ี
่
ื
ี
ื
่
ี
่
่
ื
่
่
ออกตลำด มีมำก แถบอีสำนตอนบนเชนทเมองเลย และสกลนคร แตปัจจุบัน หำทมเน้อทรำย และกลินหอมยำกมำกแล้ว เนองจำกกำรกลำย
พันธุ์
สรรพคุณทำงยำ
ิ
็
ผล เปนยำขับปัสสำวะ ขับเสมหะ แก้ร้อนในกระหำยน้ำ บวมน้ำ อืดแนน หลอดลมอักเสบ ไอ หอบ บด ท้องเสีย เปลือกผล แก้แผล
่
็
บวม อักเสบ มีหนอง ท้องเสีย แก้บวมน้ำ เมล็ด เปนยำบำรุงปอดละลำยเสมหะ ล ำไส้อักเสบ หนองใน ริดสีดวงทวำร ไส้ในผล แก้ร้อนในบวมน้ำ
่
ิ
่
ลบรอยจุดดำงดำบนใบหน้ำ ใบ แก้ร้อนใน บด ท้องเสีย มำลำเรีย บวมอักเสบ ผึ้งตอย เถำ แก้ปอดอักเสบ แก้ไข้
ที่มำ : https://www.bloggang.com/
84.หมำกเมำปำ
่
่
่
ื
ชอวิทยำศำสตร์ Antidesma puncticulatum Miq.
ชอวงศ์ Phyllanthaceae
ื
่
่
่
ื
ื
ื
ชอพื้นเมอง หมำกเม้ำ บำเหม้ำ (ภำคเหนอ), หมำกเม่ำ (ภำคอีสำน),
ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์:
่
่
เปนไม้ยืนต้นทีมีอำยุยืนยำว แตกกิ่งก้ำนมำก กิ่งแขนงแตกเปนพุมทรงกลม สง ู
็
็
่
้
่
ประมำณ 5-10 เมตร เมือโตเต็มทีจะมีขนำดถึง 4 คนโอบ และมีเนือไม้แข็ง มักขึนตำมปำ
่
้
เบญจพรรณ ปำดิบแล้ง หรือตำมหัวไร ปลำยนำทั่วทุกภำคของประเทศไทย โดยจังหวัด
่
่
่
็
่
็
กำญจนบุรีจะมีต้นมะเม่ำในปำเปนจ ำนวนมำก และมะเม่ำยัง เปนผลไม้ท้องถินของภำคอีสำน
ในเทือกเขำภูพำนของจังหวัดสกลนครอีกด้วย
็
็
่
่
็
็
ใบ เปนใบเดี่ยว สีเขียวสด ผิวใบเรียบเปนมันทั้งสองด้ำน ใบออกหนำแนนเปนรมเงำได้เปนอย่ำงดี
่
ดอก ดอกมีขนำดเล็กสีขำวอมเหลือง ออกดอกเปนชอยำวตำมปลำยกิ่งและซอกใบ ชอดอกคล้ำย พริกไทย ลักษณะของดอกเปนดอกแยกเพศกัน
็
่
็
ู
่
อย่คนละต้น โดยจะออกดอกในชวงเดือนมีนำคมถึงเดือน เมษำยน และสุกในเดือนสิงหำคมถึงเดือนกันยำยน
็
่
่
่
้
็
็
ผล ลักษณะของผลเปนทรงกลม ผลมีขนำดเล็กและเปนพวง ผลดิบมีสีเขียวอ่อนหรือสีเขียวเข้ม มีรสเปรียว แตเมือสุกแล้วจะเปลียนเปนสีแดงและ
้
่
่
่
ม่วงด ำในทีสุด โดยผลสุกจะมีรสหวำนอมเปรียวและฝำด เมล็ด กรุบกรับ ในหนึงผลจะมีหนึงเมล็ด เปลือกหุ้มเมล็ดแข็ง
ุ
่
ประโยชน์ ผลมะเม่ำสุกจะมีสำรแอนโทไซยำนิน (Anthocyanin) ทีชวยตอต้ำนอนมูลอิสระ ปองกันมะเร็ง ชวยขจัดสำรพิษออกจำกรำงกำย และยัง
้
่
่
่
่
่
่
ชวยชะลอควำมแกชรำได้อีกด้วย
่
ทีมำ : http://rspg.psru.ac.th/plants_file/1_26.pdf
85.ยอ
ชอวิทยำศำสตร์ : Morinda citrifolia L.
ื
่
ชอสำมัญ : Indian Mulberry
่
ื
วงศ์ : Rubiaceae
ชออืน : ยอบ้ำน (ภำคกลำง) มะตำเสือ (ภำคเหนอ) ยอ แยใหญ่
ื
ื
่
่
(กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)
็
็
่
่
็
ู
ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไม้ต้น สง 2-6 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตำล แตกเปนสะเก็ดแล้วหลุดออก กิงอ่อนเปนสีเหลียม ใบ เปนใบ
่
ู
็
เดียว ออกตรงข้ำม รปรี กว้ำง 8-15 ซม. ยำว 10-20 ซม. ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียวเข้มเปนมัน ดอก ออกเปนชอกลมตำมซอกใบ ดอกสี
่
็
่
ื
็
็
่
็
ขำว กลีบดอกโคนเชอมติดกันเปนหลอด ปลำยแยกเปน 5 แฉก มีกลิ่นหอม ผล เปนผลรวม ผิวขรุขระเปนตุ่ม ผลสุกมีกลิ่นเหม็นเอียน เมล็ดสี
็
น้ำตำลมหลำยเมล็ด
ี
ส่วนที่ใช้ : ใบ รำก ผลดิบ ผลสุก
สรรพคุณ :
ใบ - มีวิตำมินเอ 40,000 กว่ำยนตสำกลต่อ 100 กรัม มีคุณสมบัติในกำรบ ำรุงสำยตำ หัวใจ คั้นน้ำทำแก้โรคเก๊ำท์ ปวดตำมข้อเล็กๆ
ิ
ู
ิ
ื
ของน้วมอ น้วเท้ำ หรือคั้นน้ำสระผมฆำเหำ แก้กระษัย ใช้ใบปรุงเปนอำหำร แก้ท้องร่วง
่
ิ
็
็
็
็
รำก - ใช้เปนยำระบำย แก้กระษัย ใช้สกัดสีออกมำ เปนสีย้อมผ้ำได้ โดยผสมส่วนของเกลือต่ำงๆ สำมำรถเปลี่ยนเปนสีต่ำงๆ ได้ตำม
ิ
่
ต้องกำร ซึงสีเดมของรำกจะมสีเหลือง หรือเหลืองปนแดง หำกผสมตำมส่วนด้วยเกลือ อำจจะได้สีแดง ชมพู น้ำตำลอ่อน สีมวงแดง หรือสีดำ
่
ี
เปนต้น
็
ี
ิ
็
ผลโตเต็มที่แต่ไม่สุก - จิ้มน้ำผึ้งรับประทำน มคณสมบัตเปนยำขับลม บำรุงธำต เจริญอำหำร ขับลมในล ำไส้ กระเพำะอำหำร แก้
ุ
ุ
ุ
็
่
เหงือกเปอยเปนขมบวม ขับเลือดลม ขับโลหิตประจ ำเดือน
ื
ผลดิบ - ต้มน้ำรับประทำนกับรำกผักช แก้อำกำรอำเจียนของหญิงมครรภ์
ี
ี
วิธีและปริมำณที่ใช้ :
ื
่
ี
ุ
่
นำผลยอโตเตมทแตไมสก ฝำนเปนช้นบำงๆ ยำงหรือคั่วไฟอ่อนๆ ให้เหลืองกรอบ ใช้ครั้งละ 1 ก ำมอ (10-15 กรัม) ต้มหรือชงกับน้ำ
่
็
ิ
่
็
ี
เอำน้ำทจิบทละน้อย และบอยๆ ครั้งจะได้ผลดกวำดมครั้งเดยว
่
ี
ี
่
ี
ื
่
่
สำรเคม : ผลยอนั้นมสำรเคม Asperuloside, caproic acid, caprylic acid และ glucose
ี
ี
ี
ที่มำ: http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_11_5.htm
86.เงำะ
่
ื
ชอวิทยำศำสตร์ : Nephelium lappaceum L.
วงศ์ : Sapindaceae
่
ชอสำมัญ : Rambutan
ื
่
ื
ชออืน : เงำะปำ(นครศรีธรรมรำช) พรวน(ปัตตำน) กะเมำะแต มอแต อำเมำะแต (มำเลย์ปัตตำน)
่
ี
ี
่
ู
็
ลักษณะ : เปนไม้ยืนต้นขนำดกลำง แตกกิ่งก้ำน ใบ เปนใบประกอบรปขนนก ใบย่อยรปโค้ง หรือรปไขกลับ ดอก ออกชอที่ปลำยยอด
ู
็
่
ู
่
่
่
็
ู
เปนกลุ่มย่อย ชอดอกมีกิ่ง แขนง ดอกย่อยออกเปนกลุ่ม ดอกมีสีนวล อ่อน ๆ ผล รปร่ำงกลมรี มีขนยำว เมื่อยังไม่สุกขนและ ผิวมีสีเขียว เมือสุก
็
ี
บำงพันธุ์ผิวผลและขน มสีแดง บำงพันธุ์ผิวผลแดงขนมสีเขียว อมเหลือง เน้อสีขำวมรสหวำน หรือหวำน อมเปรี้ยว เมล็ดเปนรปขอบชนวน คลุม
ี
็
ื
ู
ี
่
ื
ด้วย เน้อเยอใสสีขำว
ื
็
่
ประโยชน์ : ใช้เปนอำหำร ผลสก รับประทำนเปนผลไม้ ทำผลไม้ กระปอง ทำแยม ทำน้ำผลไม้ คณคำทำง โภชนำกำร เน้อเงำะ ม ี
ุ
ุ
๋
็
ื
่
็
ี
ุ
ิ
น้ำตำลสง มแร่ธำต และวตำ มนซี ส่วนเปลือกผลมรสฝำด มสำร แทนนนและอืน ๆ ใช้เปนยำ เปลือกต้น แก้ท้องร่วง สมำนแผล ฝำด สมำน
ู
ิ
ี
ี
ิ
่
ิ
พวกทเปนโรคลิ้น เปลือกเงำะใช้ เปนยำขับพยำธิ ใบ เปนยำพอก ผล แก้บด แก้ท้องอืดเฟอ แก้ไข้ บำรุงก ำลัง และบำรุงร่ำงกำย เมล็ดทำให้
็
้
็
ี
็
หลับ
ที่มำ เงำะ http://www.rspg.or.th/plants_data/use/fruit_2.htm
87.มะไฟ
ื
่
ชอวิทยำศำสตร์ : Baccaurea ramiflora Lour.
่
ื
ชอวงศ์ : Phyllanthaceae
ื
่
ชอสำมัญ : Rambeh Bambi
ลักษณะทำงพฤษศำสตร์ :
ต้น : ไม้ต้นขนำดกลำง ไม่ผลัดใบ สง 10-15 เมตร เปลือกล ำต้นบำง
ู
็
มสีน้ำตำลอมเขียวมร่องเล็กๆ เปนรอยแตก
ี
ี
ู
่
ใบ : ใบเดียวเรียงสลับกัน ใบรปรีแกมหอก โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ
็
ปลำยเรียวแหลมใบเปนครีบเล็กน้อย มีสีเขียวถึงเขียวเข้ม
ดอก : ออกดอกเปนชอแบบรำซีม มีลักษณะเปนเส้น
่
็
็
ยำว 15-30 เซนติเมตร ออกดอกตำมล ำต้น และกิ่งใหญ่
มักเกิดรวมกันเปนกระจุก
็
็
่
ู
ผล : ติดผลเปนพวงบน ก้ำนชอ ผลมีรปร่ำงกลมหรือยำวรี
ี
ื
สีผิวเหลืองถึงแดง ผิวเกลี้ยง เปลือกผลมยำง เน้ออำจมสีใส
ี
ุ
่
หรือขำวขน รสเปรี้ยวอมหวำน
เมล็ด : มีลักษณะแบนอย่ภำยในผล ซึง 1 ผล มีประมำณ 1-3 เมล็ด
่
ู
กำรใช้ประโยชน์ :
็
- ผล ใช้รับประทำน เปนผลไม้
็
- รำก ใช้ปรุงเปนยำสมุนไพร ใช้แก้พิษ ตำนซำง วัณโรค
่
็
- เน้อไม้ ใช้ทำเปนเครืองเรือน
ื
็
็
- เปลือก ท ำเปนยำทำภำยนอก แก้โรคผิวหนังรำก นำมำเผำกินเปนยำถอนพิษ ทำแก้บวม แก้อักเสบ
เอกสำรอ้ำงอิง :
ุ
่
ี
วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม. 2536. พจนำนกรมสมุนไพรไทย. กรุงเทพ ฯ : พิมพ์ครั้งท 2, ส ำนักพิมพ์สุริยบรรณ.
ที่มำ http://www.natres.psu.ac.th/FNR/vfsouthern/index.php/2013-10-26-10-11-55/9-uncategorised/131-2014-01-19-10-13-22
88.มะมวงแรด
่
่
ชอวิทยำศำสตร์: Mangifera indica L.
ื
่
ชอสำมัญ: Mango
ื
วงศ์: ANACARDIACEAE
ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์ เหมือนมะม่วงพันธุ์ไทยทั่วไป คือ เปนไม้ยืนต้น สง 10-15 เมตร ใบเดียว ออกเรียงสลับ รปใบ
็
่
ู
ู
่
หอก ปลำยแหลม โคนมน เน้อใบหนำ สีเขียวสด ดอก ออกเปนชอทปลำยยอด สีเหลืองอ่อน ดอกมกลินหอม “ผล” กลมรี ผลโตเต็มท ี่
ื
็
่
ี
่
ี
็
ิ
น้ำหนักเฉลีย 300 กรัมตอผล ตดผลเปนพวง 1-3 ผล ในแต่ละพวงจะมีผลลักษณะแปลกคือ ด้ำนหลังผลตรงกันข้ำมกับโหนกผล
่
่
ู
ื
ี
่
ิ
่
ด้ำนหน้ำมเน้อผลงอกยำวออกมำคล้ำยนอแรด จึงถกตั้งชอตำมลักษณะผลวำ “มะม่วงแรด” ตดผลปละครั้งตำมฤดกำล ขยำยพันธุ์ด้วย
ื
ี
ู
เมล็ดและตอนกิ่ง
่
็
เปนพันธุ์ไทยแท้ๆ ทนยมปลกตำมบ้ำนหรือปลกเพือเก็บผลขำยมำช้ำนำนตั้งแตรุนคณปคณทวด ส่วนใหญ่จะปลกเพือ
่
่
่
ุ
ู
ุ
ิ
ู
ู
่
ู
ี
่
ี
ิ
ิ
ิ
่
รับประทำนผลดบ เพรำะมรสชำตหวำนมันปนเปรี้ยวนดๆเหมำะส ำหรับคนทไมชอบรับประทำนรสหวำนจัด
ี
่
ู
ที่มำ : http://chaipatpark.com/ tips/ศูนย์กำรเรียนร้อุทยำน-พรรณไม้ /item/996-มะม่วงแรด.html
89.สะตอ
ื
่
ชอวิทยำศำสตร์ : Parkia speciosa Hassk.
ื
่
ชอวงศ์ : Leguminosae-Minosaceae
่
ชอสำมัญ : Stink bean
ื
ลักษณะทำงพฤษศำสตร์ :
ู
็
ต้น : เปนไม้ยืนต้นสงได้ถึง 30 เมตร
็
ใบ : เปนใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ใบยอยเรียงตรงข้ำม ม 31-38 ค่ รปขอบขนำนแคบ
ู
่
ู
ี
กว้ำง 1.8-2.2 มิลลิเมตร ยำว 6-9 มิลลิเมตร
่
่
็
ู
ู
ู
ดอก : ออกเปนชอ แบบชอกระจุกห้อยลง ดอกสมบูรณเพศอย่ตอนปลำย ดอกเพศผ้อย่ตอนล่ำง
่
ของชอดอก
่
ฝัก : มีลักษณะแบน กว้ำง 3-5 เซนติเมตร ยำว 36-45 เซนติเมตร บริเวณที่มีเมล็ดจะโปงพอง
สรรพคุณทำงยำ
- ผลต่อควำมดันโลหิต
- ผลต่อกำรแบ่งตัวของเซลล์
- ผลยับยั้งกำรเจริญเตบโตของแบคทเรีย
ิ
ี
ิ
ื
- ผลยับยั้งกำรเจริญเตบโตของเช้อรำ
- ผลของกำรเกำะกลุ่มของเม็ดเลือดแดง
- ฤทธิ์ลดน้ำตำลในเลือด
ี
ุ
- ฤทธิ์กระต้นกำรบบตัวของล ำไส้
เอกสำรอ้ำงอิง :
http://www.natres.psu.ac.th/FNR/vfsouthern/index.php/2013-10-26-10-11-55/9-uncategorised/105-2014-01-18-04-44-20
่
90.มะมวงน้ำดอกไม้
่
ื
่
ชอไทย มะมวงพันธุ์น้ำดอกไม้
ชอสำมัญ Mango tree Nam Dork Mai
่
ื
ื
ชอวิทยำศำสตร์ Mangifera indica L. ‘Nam Dork Mai’
่
ชอวงศ์ ANACARDIACEAE
ื
่
ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์
่
็
ลักษณะทั่วไป มะมวงน้ำดอกไม้เปนมะมวงประเภทรับประทำนสุก ทรงพุมโปร่ง เปนไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนำดกลำง มีอำยุประมำณ
่
่
็
ู
็
15-20 ป ล ำต้นสงประมำณ 10-15 เมตร ล ำต้นแตกกิ่งน้อย แลดเปนทรงพุ่มโปร่ง เปลือกล ำต้นสีด ำอมเทำ
ู
ี
่
ู
ลักษณะใบ ออกเปนใบเดียว เรียงสลับกันบนกิ่งแขนง ใบมีรปหอก โคนใบสอบแหลม ปลำยใบแหลม ขอบใบโค้งเปนลูกคลื่น แผ่นใบ
็
็
็
มีขนำดใหญ่ สีเขียวเข้ม และเปนมัน
ลักษณะผล ผลมีขนำดใหญ่ หนักประมำณ 400 กรัม ผลอ้วนเกือบกลมหัวใหญ่ปลำยแหลม ผลคอนข้ำงยำว เน้อมำก เมล็ดเล็ก มผิว
ื
ี
่
่
่
่
บำง เมอดบมรสเปรี้ยว ผิวสีเขียวนวล เน้อแนน เมอผลสกมผิวสีเหลือง กลินหอม เน้อละเอียดมเสี้ยนน้อย รสหวำน
ี
ุ
ื
ื
ี
ี
ื
ิ
ื
่
ระยะกำรออกดอกติดผล
กำรติดดอก มกรำคม – กุมภำพันธ์
กำรติดผล เมษำยน – พฤษภำคม
เขตกำรกระจำยพันธุ์ ประเทศไทย
กำรใช้ประโยชน์
่
ื
่
่
ุ
ู
็
ู
่
่
มะมวงน้ำดอกไม้ดบ แปรรปเปนมะมวงดอง เนองจำกมรสเปรี้ยวสง ส่วนผลสกแปรรปเปนมะมวงกวนหรือ มะมวงในน้ำเชอม และ
ู
็
ื
่
ี
ิ
ิ
แยมมะมวงก้ำนยอดอ่อน และยอดอ่อนมรสเปรี้ยว ใช้รับประทำนเปนผักคกับอำหำรอืน อำท ลำบ ซุปหนอไม้ เปนต้น
่
็
็
่
่
ู
ี
่
้
ู
เปลือกล ำต้น ใช้ต้มย้อมผ้ำ ให้ผ้ำสีน้ำตำลเน้อไม้จำกต้นขนำดใหญ่ แปรรปเปนไม้ส ำหรับกอสร้ำงบ้ำน อำท ไม้ปพื้น ปฝำ หรือแปรรปเปน
ู
ู
ื
็
ู
่
็
ิ
เฟอร์นเจอร์หรือเครื่องใช้ต่ำง ๆ
ิ
่
ที่มำ : https://adeq.or.th/มะมวงน้ำดอกไม้/
91.มันมวง
่
่
ชอวิทยำศำสตร์: Dioscorea alata
ื
่
ชออังกฤษ: Purple sweet potato, purple sweet yam
ื
็
่
่
็
่
ี
ึ
ื
ุ
่
ี
ิ
่
่
ี
ี
่
ื
่
ุ
่
มันมวงหรือมันญีปนสีมวง เปนมันเทศอยำงหนง มสีมวงสวยเปนเอกลักษณ์ มทมำจำกเมองโอกินำวำ ประเทศญีปน เน้อนม มเสี้ยน
่
่
ี
ิ
่
ิ
่
ี
่
ิ
ื
ี
ิ
่
น้อย สีม่วงของมันม่วงมำจำกสำรรงค์วัตถุที่ชอว่ำแอนโทไซยำนน (Anthocyanin) ยงมมำกก็จะยงมสีมวงเข้มขึ้น สำรแอนโทไซยำนนน้เองม ี
่
ส่วนชวยในกำรชะลอควำมเสื่อมของเซลล์ ลดอัตรำเสี่ยงของกำรเกิดโรคหัวใจ และเส้นเลือดอุดตันในสมอง สีม่วงของมันม่วงจึงไม่ได้มีแค่ควำม
สวยงำมเทำนั้น
่
ู
ี
ี
่
่
่
มันเทศสีมวงจำกเกำะโอกินำวำทอร่อยจนร ่ำลือไปทั่วโลกน้ ปัจจุบันสำมำรถเพำะปลกได้แล้วโดยเกษตรกรคนไทย ทำให้ซื้อหำได้ใน
ุ
รำคำทถกลงเพรำะไมต้องนำเข้ำ จึงเกิดเปนมันมวงฟเวอร์ขึ้นทั่วประเทศ ไมวำจะเปนตำมคำเฟ ร้ำนอำหำรสขภำพ ไปจนถึงแผงขำยผักในตลำด
่
ี
ู
่
่
่
่
ี
็
่
็
เลยทีเดียว
ที่มำ https://veggiepedia.greenery.org/vegetable/purple-sweet-potato/
92.คะน้ำ
่
ื
ชอวิทยำศำสตร์ Brassica oleracea L. Cv. Alboglabra Group
่
(ชอพ้องวิทยำศำสตร์ Brassica alboglabra L.H.Bailey)
ื
จัดอย่ในวงศ์ผักกำด (BRASSICACEAE หรือ CRUCIFERAE)
ู
ื
่
ชอสำมัญ Kai-Lan (Gai-Lan), Chinese broccoli, Chinese kale
ี
่
่
(ชำวจีนจะเรียกวำผักชนดน้วำ "ไกหลันไช")
่
ิ
่
็
ิ
่
ี
คะน้ำ เปนผักที่มีต้นก ำเนดในทวีปเอเชยซึงเพำะปลูกมำกในประเทศจีน ไต้หวัน ฮ่องกง มำเลเซีย รวมไปถึงประเทศไทยบ้ำนเรำด้วย
ผักคะน้ำเปนผักที่สำมำรถเพำะปลูกได้ตลอดป (แต่ชวงเวลำเพำะปลูกที่ดีที่สุดจะในชวงเดือนตุลำคม - เมษำยน) มีระยะเวลำในกำรเก็บ
ี
่
่
็
ื
ี
เกียวสั้น ส ำหรับบ้ำนเรำสำยพันธุ์ทนยมปลกจะมอยด้วยกัน 3 สำยพันธุ์ ได้แก พันธุ์ใบกลม พันธุ์ใบแหลม พันธุ์ยอดหรือก้ำน เปนต้น เมอหำซื้อ
ู
่
่
่
ี
ิ
็
ู
่
่
ิ
่
่
่
็
มำแล้วควรเก็บใส่ไว้ในกล่องหรือถุงพลำสติก มัดหรือปดให้แนนแล้วนำไปแชไว้ในชองเก็บผักของตู้เย็น ซึงเปนวิธีที่จะชวยรักษำวิตำมินในผักให้
่
่
คงอย่ได้มำกที่สุด
ู
ผักคะน้ำมีสำรกอยโตรเจน (Goitrogen) ซึงกำรได้รับในปริมำณที่มำกเกินไปอำจจะท ำให้เกิดอำกำรท้องอืดท้องเฟอ ร่ำงกำยขำดแร่ธำต ุ
้
่
่
ไอโอดีน ซึงเปนสำเหตุของโรคคอพอก และยังไปยับยั้งกำรสร้ำงฮอร์โมนในตอมไทรอยด์อีกด้วย ซึงจะทำให้ร่ำงกำยของเรำนำไอโอดนในเลือด
ี
่
่
็
ิ
ิ
่
็
่
ี
ี
่
ิ
่
ุ
ไปใช้ได้น้อยกวำปกต เปนต้น ทำงทดทสดควรหลีกเลียงกำรรับประทำนผักชนดซ ้ำ ๆ เดม ๆ และควรเลือกรับประทำนผักให้หลำกหลำย ร่ำงกำย
ี
จะได้ประโยชน์มำกที่สุด
สรรพคุณของคะน้ำ
่
1. มีสำรต่อต้ำนอนมูลอิสระ จึงชวยชะลอควำมเสื่อมของเซลล์ต่ำง ๆ ในร่ำงกำยได้
ุ
2. ชวยเสริมสร้ำงภูมิต้ำนทำนในกับร่ำงกำย ท ำให้มีสุขภำพแข็งแรง
่
ิ
ื
3. ชวยบำรุงผิวพรรณและปองกันกำรตดเช้อตำง ๆ
่
่
้
ี
่
ิ
่
ื
4. ผักคะน้ำมวตำมนซี ซึงมส่วนชวยเสริมสร้ำงเน้อเยอให้ชุมช้นมำกขึ้น (วิตำมินซี)
ี
ิ
่
ื
ื
่
่
5. ชวยบ ำรุงและรักษำสำยตำ (วิตำมินเอ)
6. คะน้ำมีสำรลูทีน (Lutein) ซึงชวยลดควำมเสี่ยงของกำรเกิดโรคต้อกระจกได้ถึง 29% (ลูทีน)
่
่
7. ชวยลดควำมเสี่ยงของกำรเกิดโรคจอประสำทตำเสื่อมและยังชวยปองกันกำรเสื่อมของศูนย์จอตำได้อีกด้วย
้
่
่
8. ชวยบ ำรุงโลหิต
่
9. ธำตุเหล็กและธำตุโฟเลตในผักคะน้ำมีควำมส ำคัญต่อกำรสร้ำงเม็ดเลือดแดง
่
10. ชวยเพิ่มกำรไหลเวียนของโลหิต
่
ู
็
ู
สำมำรถนำมำท ำเปนอำหำรได้หลำกหลำยเมน เมนคะน้ำก็เชน ผัดคะน้ำหมูกรอบ ผัดผักคะน้ำ ย ำก้ำนคะน้ำ ต้มจับฉำย คะน้ำไก่กรอบ
่
๋
คะน้ำปลำเค็ม คะน้ำเห็ดหอม คะน้ำปลำกระปอง ข้ำวผัดคะน้ำ เปนต้น
็
ที่มำ : https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1605&code_db=610010&code_type=01
93.ผักพำยน้อย
่
ื
ชอวิทยำศำสตร์ Limnocharis flava Buch.
ชอวงศ์ LIMNOCHARITACEAE
ื
่
่
ื
ชอสำมัญ Yellow Velvet Leaf
ื
ี
่
่
ชออืน ตำลปัตรฤำษ นำงกวัก บอนจีน บัวค้วก บัวลอย กันจอง
คันจ่อง ตำลปัตรยำยช ผักตบใบพำย ผักคันจอง
ี
ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์
็
ี
่
่
่
ผักพำยเล็กต้นใหญ่จะมีลักษณะคล้ำยคลึงกับผักพำยเล็ก-ต้นเล็ก แตจะมขนำดใหญ่กวำเทำนั้น โดยผักพำยเล็ก-ต้นเล็ก เปนพรรณไม้น้ำล้มลุกท ี ่
่
ี
่
่
ู
ู
ู
ี
ื
่
ุ
ุ
ี
มอำยไมถึง 1 ป คอ มอำยอยในชวงฤดฝนจนถึงต้นฤดหนำวเทำนั้น
ล ำต้น
็
็
ี
ี
่
่
ู
่
ล ำต้นผักพำยเล็กมลักษณะเปนเหง้ำเล็กๆ อยใต้น้ำ ไมมไหล แตจะเปนกอเดยวทเกิดจำก 1 เมล็ด ซึงล ำต้นจะเริมเตบโตหลังจำกทมน้ำขัง
ี
่
ี
่
่
ี
ิ
่
ี
ตำยลงในชวงต้นฤดหนำว ซึงชวงนั้นน้ำจะแห้ง ประมำณเดอนพฤศจิกำยน-ธันวำคม
ประมำณเดือนกรกฎำคม และเติบโตจนสังเกตเห็นล ำต้นสงประมำณเดือนสิงหำคม หลังจำกเติบโต ออกดอก และติดผลแล้ว ล ำต้นก็จะเหี่ยว
ู
่
่
ื
ู
่
ใบ
ใบผักพำยเล็ก ประกอบด้วยส่วนก้ำนใบ และแผ่นใบ โดยก้ำนใบจะเจริญรอบล ำต้นโผลพ้นน้ำขึ้นมำ 2-4 ก้ำน ก้ำนใบมีลักษณะทรงกลม
่
็
โคนก้ำนมีสีด ำม่วง แล้วค่อยเปนสีเขียวเข้ม แต่ละก้ำนยำวประมำณ 10-40 เซนติเมตร
แผ่นใบมีลักษณะรียำว กว้ำงมำกที่สดบริเวณกลำงใบ ประมำณ 1.5-2.5 เซนติเมตร ยำวประมำณ 5-10 เซนติเมตร แผ่นใบเรียบสีเขียวอมเทำ
ุ
ดอก
ดอกผักพำยเล็กแทงออกเปนชอ คล้ำยกับผักก้ำนจอง ประกอบด้วยก้ำนชอดอกที่แทงออกจำกกลำงล ำต้นเพียง 1 ก้อนชอดอก ก้ำนชอดอกมี
่
็
่
่
่
ลักษณะกลม สีเขียวเข้ม ขนำด 2-3 มลลิเมตร มเน้อหยำบ และเหนยวมำก ควำมยำวประมำณ 30-40 เซนติเมตร ถัดมำเปนดอกที่ประกอบด้วย
ิ
ี
็
ื
ี
ู
ี
ู
ื
ุ
ก้ำนดอกสั้นๆ และตัวดอกขนำดเล็ก 3-10 ดอก/ต้น ทั้งน้ ดอกจะบำนในชวงปลำยฤดฝนถึงต้นฤดหนำวประมำณเดอนตลำคม-พฤศจิกำยน
่
ี
่
ุ
สรรพคุณผักก้ำนจอง และผักพำยเล็กทกส่วนของทั้ง 2 ผัก เมือฉกส่วนล ำต้น และใบ จะพบยำงสีขำว โดยเฉพำะผักก้ำนจองจะเห็นชัด ส่วนผัก
ิ
ี
พำยเล็กจะเห็นชัดเฉพำะส่วนใบ ทั้งน้ รสของล ำต้น และใบอ่อนของผักทั้ง 2 ชนด จะ
มรสชำตเหมอนกัน คอ เมอเค้ยวเริมแรกจะขมเล็กน้อย ตอมำคอยๆร้สึกมควำมหวำน
ี
ื
ี
่
ื
ื
่
่
่
ี
ู
ิ
่
ี
ุ
ซึงมสรรพคณ ดังน้ ี
่
่
– ชวยแก้อำกำรท้องเสีย – ชวยรักษำแผลในกระเพำะอำหำร
ี
่
– ชวยเจริญอำหำร – ชวยลดไข้ แก้อำกำรปวดหัว วิงเวยนศรีษะ
่
ที่มำ : https://puechkaset.com/
94.ผักหนำม
ื
่
ชอวิทยำศำสตร์ : Lasia spinosa (L.) Thw.
ื
่
ชอวงศ์ : Araceae
ื
ชอสำมัญ : -
่
ลักษณะทำงพฤษศำสตร์ :
ต้น : พืชล้มลุกอำยุหลำยป มีเหง้ำใต้ดิน
ี
่
ู
็
ใบ : เปนใบเดียว รปโล่หรือหัวลูกศรกว้ำง ยำวได้ถึง 30 เซนติเมตร ขอบใบเว้ำลึกเปนแฉกเข้ำหำเส้นกลำงใบ ท้องใบและเส้นกลำงใบมีหนำมปก
็
คลุม ก้ำนใบยำวได้ถึง 120 เซนติเมตร มีหนำม
่
่
ู
็
็
ี
่
็
ดอก : เปนชอเดียว ยำวใกล้เคียงกับใบ ดอกย่อยสีเหลืองอ่อนอัดกันแนนเปนแท่ง เปนดอกสมบูรณ์เพศ มกลีบรวม 4-6 กลีบ เกสรเพศผ้ 4-6
็
ู
ิ
่
อัน แผ่นรองชอดอกสีน้ำตำล รปหอกแคบตั้งขึ้นหรือโค้งบดเปนเกลียว
่
ุ
ผล : เปนผลเดียว อ่อนนมขนำดเล็ก ขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำง 1 เซนติเมตร เมล็ด กลม
่
็
กำรใช้ประโยชน์ :
็
ยอดอ่อน : ใช้ทำนเปนผัก
เหง้ำ : ใช้เปนยำแก้ไอ ขับเสมหะ ต้มน้ำอำบแก้คัน
็
ใบ : แก้ปวดท้อง
่
รำก : ต้มน้ำดมแก้เจ็บคอ
ื
ที่มำ : http://www.natres.psu.ac.th/FNR/vfsouthern/index.php/2013-10-26-10-11-55/9-uncategorised/86-2013-11-17-08-34-26
95.เสำวรส
ื
่
ชอวิทยำศำสตร์ : Passiflora laurifolia L.
ื
่
ชอสำมัญ : Jamaica honey-suckle, Passion fruit,
Yellow granadilla
ื
ชอวงศ์ : Passifloraceae
่
่
ชออืน : สุคนธรส (ภำคกลำง)
่
ื
่
ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์ : เปนไม้เถำ เถำมีลักษณะกลม ใบ เปนใบเดียว
็
็
็
ขอบใบหยักลึก ที่ก้ำนใบมีต่อมใบ ดกหนำ เปนมันสีเขียวแก่ ดอก ออกดอกเดียวขนำดใหญ่ ห้อยคว ่ำคล้ำยกับดวงไฟโคม กำบดอกหุ้มสีเขียว
่
กลีบชั้นนอกเปนรปกระบอก ปลำยแฉกด้ำนหลังมสีเขียวแก ด้ำนในมสีมวงอ่อนประกอบด้วยจุดแดง ๆ กลีบชั้นในลักษณะคล้ำยกับตัวแฉกของ
ี
่
็
ี
่
ู
่
ี
่
่
่
็
่
ี
่
กลีบชั้นนอก สีมวงอ่อนหรือชมพูอ่อนมประสีแดงแซม กลีบยอยกลำงมเปนชั้น ๆ สองชั้นแตละกลีบคอนข้ำงกลม สีมวงแก พำดด้วยปลำยสีขำว
สลับแดง มีเกสรอย่ตรงกลำงสีเขียวนวล ดอกมีกลิ่นหอมแรงจัดมำก ผล เปนรปไขหรือไขยำว มีหลำยพันธุ์ บำงพันธุ์ ผิวผลสีม่วง สีเหลือง สีส้ม
็
ู
่
่
ู
ี
ื
อมน้ำตำล เปลือกผล เรียบ เน้อรับประทำนได้ มเมล็ดจ ำนวนมำก อยตรงกลำง
่
ู
สรรพคุณ : ลดไขมันในเส้นเลือด
่
่
่
วธีและปริมำณทใช้ : ใช้ผลทแกจัด ไมจ ำกัดจ ำนวน ล้ำงสะอำด ผ่ำครึง คั้นเอำแตน้ำ เตมเกลือและน้ำตำลเล็กน้อย ให้รสกลมกลอมตำมชอบ ใช้
ิ
่
่
่
ี
ี
ิ
่
่
ื
็
ดมเปนน้ำผลไม้ ลดไขมันในเส้นเลือด
ที่มำ : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_01_2.htm
96.อัญชัน
่
ื
ชอวิทยำศำสตร์ : Clitoria ternatea L.
่
ื
ชอสำมัญ : Blue Pea, Butterfly Pea
ชอวงศ์ : LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE
ื
่
ี
่
ื
่
ชออืน : แดงชัน (เชยงใหม่); อัญชัน (ภำคกลำง); เอื้องชัน (ภำคเหนอ)
ื
ู
ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไม้ล้มลุกเลื้อยพัน ยำว 1-5 เมตร ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย 3-9 ใบ รปรีแกมขอบขนำนหรือรปรี
ู
ี
่
ี
่
่
แกมไขกลับ กว้ำง 1-3 ซม. ยำว 2-5 ซม. ดอกเดยว ออกทซอกใบ กลีบดอกรปดอกถั่ว สีน้ำเงิน มวงหรือขำว ตรงกลำงกลีบสีเหลืองหมนขอบสี
่
ู
่
็
ขำว ผลเปนฝัก รปดำบ โค้งเล็กน้อย ปลำยเปนจะงอย แตกเปน 2 ฝำ เมล็ดรปไต จ ำนวน 6-10 เมล็ด
ู
็
็
ู
ส่วนที่ใช้ :
กลีบดอกสดสีน้ำเงิน จำกต้นอัญชันดอกสีน้ำเงิน
รำกของต้นอัญชันดอกขำว
สรรพคุณและวิธีใช้ :
็
ดอกสีน้ำเงิน ใช้เปนสีแตงอำหำร ขนม
่
ใช้กลีบดอกสด ตำเตมน้ำเล็กน้อย กรองด้วยผ้ำขำวบำง คั้นเอำน้ำออก จะได้น้ำสีน้ำเงิน (Anthocyanin) ใช้เปน indicator แทน lithmus
็
ิ
่
ถ้ำเตมน้ำมะนำวลงไปเล็กน้อย จะกลำยเปนสีมวง ใช้แตงสีอำหำรตำมต้องกำร มักนยมใช้แตงสีน้ำเงินของขนมเรไร ขนมน้ำดอกไม้ ขนมขี้หน ู
ิ
ิ
่
่
็
รำกต้นอัญชันดอกสีขำว
ใช้เปนยำขับปัสสำวะ ยำระบำย
็
สำรเคมี : anthocyanin
ที่มำ : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_30_4.htm
97.ผักพำยใหญ่
่
ื
ชอวิทยำศำสตร์ Limnocharis flava Buch.
่
ื
ชอวงศ์ LIMNOCHARITACEAE
ื
่
ชอสำมัญ Yellow Velvet Leaf
่
ี
ื
่
ชออืน ตำลปัตรฤำษ นำงกวัก บอนจีน บัวค้วก บัวลอย กันจอง
ี
คันจ่อง ตำลปัตรยำยช ผักตบใบพำย ผักคันจอง
ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์
็
ุ
็
ต้น เปนไม้ล้มลุกหรือเปนวัชพืชน้ำอำยหลำยป ล ำต้นเปนเหง้ำฝังจมอยในโคลนเจริญเปนต้น มรำกยดตดกับผิวดนในน้ำและชก้ำนใบขึ้น
็
ิ
็
ิ
ู
ี
ู
่
ึ
ี
ี
ื
เหนอผิวน้ำ บำงครั้งมไหลสั้นๆ จ ำนวนมำก
็
ู
ู
่
้
ใบ เปนใบเดียวรปร่ำงกลมรี หรือรปทรงสำมเหลี่ยมหรือรปไข ปลำยใบมน โคนใบปำนโค้งมนเข้ำหำ เส้นกลำงใบ ใบยำว 15-18 ซม. กว้ำง
ู
่
ื
ี
่
็
ู
่
ื
12 ซม. มก้ำนใบงอกยนอยเหนอผิวน้ำ ก้ำนใบยำว 30-50 ซม. ก้ำนใบสีเขียวอ่อนเปนเหลียม เน้อในก้ำนลักษณะคล้ำยฟองน้ำหรืออวบ
ื
่
ี
่
ุ
ี
่
น้ำพองลม (คล้ำยก้ำนใบ ผักตบ) เมอหักก้ำนใบจะพบมยำงสีขำวขนเล็กน้อยซึมออกมำ แผ่นใบใหญ่และแผ่คล้ำยตำลปัตรม สีเขียวไม ่
ื
เปยกน้ำ
ี
ดอก เปนดอกชอแบบร่มมีก้ำนดอก ลักษณะคล้ำยก้ำนใบยืดยำว แตกออกจำกยอดมีดอกย่อย 5-10 ดอก ดอกตูมลักษณะทรงกลมคล้ำย
่
็
่
่
็
ดอกบัวขนำดเท่ำหัวแม่มือ เมือดอกบำนจะแยกเปนก้ำนดอกย่อย 3 ชอ เส้นผ่ำศูนย์กลำงดอกย่อยประมำณ 1.5 ซม. เมือดอกบำนมีกลีบ
่
ดอก 4-5 กลีบ ดอกสีเหลือง
ู
่
็
่
ผล ลักษณะทรงกลมขนำดเท่ำหัวแม่มือ ภำยในแบ่งเปน 2 ซีก มเมล็ดเรียงตัวอัดแนน เมล็ดรปครึงวงกลม แบนสีน้ำตำลเข้มลอยน้ำได้
ี
- ส่วนที่ใช้บริโภค ดอกอ่อน ก้ำนใบอ่อน ล ำต้นอ่อน ยอดอ่อน
- กำรขยำยพันธุ์ เมล็ด แยกต้นหนอ
่
่
ู
ี
ี
ี
่
- สภำพแวดล้อมที่เหมำะสม พบขึ้นในทช้นแฉะทมน้ำขัง หนองน้ำ สระ ค ห้วย และในนำข้ำว
ื
ู
- ฤดกำลที่ใช้ประโยชน์ ตลอดป
ี
- ที่มำ : http://area-based.lpru.ac.th/veg/www/Native_veg/v239.html
ย
98.มะเขือ ักษ์
่
ื
่
ชออืน: หยกภูพำน หรือมะเขือใหญ่ยักษ์ สำยพันธุ์ลำว
ี
ิ
มถินก ำเนดในประเทศลำว และเรียกมะเขือชนดน้วำ มะเขือใหญ่ ส่วนชอ
่
ื
ิ
่
ี
่
ี
ื
ี
ไทย เรียกตำมลักษณะทมสีเขียวเหมอนหยก และเพำะพันธุ์ครั้งแรกใน
่
ประเทศไทย ที่ จ.สกลนคร จึงนำเอำชอ เขำภูพำน ในจังหวัดสกลนคร
่
ื
มำรวมเข้ำด้วยกัน เปน มะเขือหยกภูพำน
็
มะเขือหยกภูพำนเปนมะเขือเปรำะ ที่มีขนำดใหญ่มำก เมือเทียบ
็
่
กับขนำดมะเขือเปรำะโดยทั่วไป แตประโยชน์ และสรรพคณนั้น ไม ่
ุ
่
ต่ำงกันกับมะเขือเปรำะที่เรำพบเห็นทั่วๆ ไปผลของมะเขือเปรำะหยกภู
ี
พำน โดยเฉลียจะมน้ำหนักอยทประมำณ ครึงกิโลกรัม ถึง 2 กิโลกรัม ให้คุณค่ำทำงอำหำรสง เชน วิตำมินบี 1 วิตำมินบี 2 วิตำมินซี ธำตุเหล็ก
่
ู
่
่
ู
ี
่
่
ุ
้
่
ิ
็
่
ู
และแคลเซียม ส่วนวธีกำรบริโภคนั้น ขึ้นอยกับควำมชอบของแตละบคคล เชน จิ้มน้ำพริก แกง และชุปแปงทอด เปนต้น
่
ลักษณะเฉพำะของมะเขือหยกภูพำน
่
่
- น้ำหนักผลตั้งแต 500 ถึง 2,000 กรัม ตอผล
- ล ำต้นสง 80 ถึง 100 เซนติเมตร
ู
- วันเพำะเมล็ด ถึง วันปลูกกล้ำ 30 วัน
- อำยุดอกแรกบำน 40 ถึง 45 วัน
- อำยุเก็บเกี่ยวผลแรก นับจำกวันที่ออกผล 35 วัน
- อำยุวันปลูก ถึง วันเก็บเกี่ยวผลผลิต 90 ถึง 105 วัน
- จ ำนวนกิ่งต่อต้น 6 ถึง 7 กิ่ง
- จ ำนวนผลต่อต้น 5 ถึง 7 ผล
- ผลผลิตเฉลี่ย 10,200 กิโลกรัม ต่อไร่
- กำรปลูกมะเขือหยกภูพำน
ู
ฤดกำลที่เหมำะสม
ี
ี
มะเขือชนดน้ชอบอำกำศทค่อนข้ำงหนำว ชวงเดือนพฤศจิกำยน เปนเดือนที่เหมำะสมที่สุด และสำมำรถเก็บเกี่ยวผลได้
ิ
่
็
่
ในเดือนกุมภำพันธุ์ของทุกป
ี
http://www.m-group.in.th/
พรรณไม้แห้ง
หวำย
่
คื่นฉำย