The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Local Vegetables of Dompradit

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ladsritha, 2021-04-30 09:13:19

Local Vegetables

Local Vegetables of Dompradit

50.กะเพรำปำ(กลิ่นแรง ฉน)










กระเพรำปำ ( Wild holy basil ) มีสรรพคุณด้ำนสมุนไพรมำกมำย ดังนี “ใบ” บ ำรุงธำตุไฟ ขับ


ลมแก้ปวดท้อง แก้ลมตำนซำง แก้จุกเสียด แก้คลืนเหียนอำเจียน “เมล็ด” เมือน ำไปแชน ้ำ เมล็ดจะ




พองตัวเปนเมือกขำว ใช้พอกบริเวณตำ เมือตำมีผง หรือฝนละอองเข้ำ ผงหรือฝนละอองนั้นก็จะ







ออกมำ ซึงจะไม่ท ำให้ตำเรำนั้นช ้ำอีกด้วย “รำก” ใช้รำกทีแห้งแล้ว ชงหรือต้มกับน ้ำร้อนดืม แก้โรค
ธำตุพิกำรวิธีกำรปลก



กำรปลูกกะเพรำโดยทั่วไปมีกำรปฏิบัตกันอย 3 วธี ดังน้ ี




1. ปลกโดยกำรหว่ำนเมล็ด โดยเริ่มจำกรดน ้ำให้ชุมทั่วแปลง แล้วหว่ำนเมล็ดพันธ์ให้กระจำย

สม ่ำเสมอทั่วแปลง ใช้แกลบขำวหรือแกลบด ำโรยคลุมให้ทั่วแปลง หลังจำกนั้นใช้ฟำงแห้งหรือหญ้ำ
แห้งคลุมทับบำงๆ เสร็จแล้วให้รดน ้ำตำม และรดน ้ำทุกๆ วัน หลังจำกงอกประมำณ 15-20 วัน ควร
ท ำกำรถอนแยกให้ได้ระยะระหว่ำง 20x20 เซนติเมตร




2. ปลกโดยกำรใช้ต้นกล้ำ เปนวิธีทีเกษตรกรนิยมปฏิบัติกันมำกเพรำะให้ผลผลิตสงและสะดวก
ในกำรจัดกำร โดยท ำกำรเพำะกล้ำในแปลงเพำะจนกระทั่งกล้ำมีอำยุ 20-25 วัน จึงท ำกำรย้ำย




ปลก กำรย้ำยปลกควรท ำในตอนเย็นและปลกให้เสร็จภำยในวันเดียวกัน เมือถอนต้นกล้ำ
มำแล้วจึงเด็ดยอดออก ขุดหลุมให้ได้ระยะ 20x20 เซนติเมตร แล้วน ำต้นกล้ำทีเด็ดยอดแล้วลง


ปลก หลังจำกนั้นใช้ฟำงหรือหญ้ำแห้งคลุมระหว่ำงแถว รดน ้ำตำมทันทีและรดน ้ำทุกวัน

3. ปลกโดยกำรใช้ต้นและกิ่งปักช ำ กำรปลกโดยใช้ล ำต้นและกิ่งแกท ำให้ได้ผลผลิตเร็ว แกกิ่ง





และยอดทีแตกออกมำใหม่มักไม่สวนเท่ำทีควร ล ำต้นโทรมและตำยเร็ว วิธีกำรโดยตัดต้นและกิ่งแกทีมีอำยุมำกกว่ำ 8 เดือน ให้มีควำมยำว 5-10




เซนติเมตร เด็ดยอดและใบออก แล้วน ำต้นหรือกิ่งแกไปปักช ำในแปลง ใช้ระยะปลก 20x20 เซนติเมตร หลังจำกนั้นใช้ฟำงหรือหญ้ำแห้งคลุม
ระหว่ำงแถว รดน ้ำตำมทันที และหลังจำกปลกควรรดน ้ำทุกวัน

**ส่วนผสมของดินส ำหรับปลกในกระถำงหรือภำชนะทีมีรระบำยน ้ำ



ดินร่วน 1 ส่วน : ปุยหมัก หรือปยคอก 1 ส่วน : แกลบด ำ, ขุยมะพร้ำว 1 ส่วน



ที่มำ: https://www.railungtop.com

51.กุยชำย










ชออืน ผักไม้กวำด ผักแปน


ชอสำมัญ Chinese chives, Garlic chives




ชอวิทยำศำสตร์ Allium tuberosum Rottler ex Spreng.


ชอวงศ์ AMARYLLIDACEAE

ลักษณะทำงพฤกศำสตร์ : ไม้ล้มลุก สง 30-45 เซนติเมตร มีเหง้ำ


เล็กและแตกกอ ใบเดี่ยว รปขอบขนำน ใบแบน ทีโคนเปนกำบ




บำงซ้อนสลับกัน ดอกชอแบบซีร่ม สีขำว มีกลินหอม ก้ำนชอดอก

กลมตัน ออกดอกในระดับเดียวกันทีปลำย

ของก้ำนชอดอก ก้ำนดอกมีควำมเท่ำกัน และมีใบประดับห้มชอดอก







เมือดอกเจริญขึนก็จะแตกออกเปนริวสี

ขำว กลีบดอก 6 กลีบ สีขำว โคนติดกัน ปลำยแยก ทีกลำงกลีบดอกด้ำนนอกมีสันหรือเส้นสีเขียวอ่อน ๆ จำก
โคนกลีบไปหำปลำย เกสรเพศผ้ 6 ก้ำนอย่ตรงข้ำมกับกลีบดอก เกสรเพศเมีย 1 ก้ำน ผล กลม ภำยในมีชอง 3







ชองและมีผนังตน ๆ ผลแกแตกตำมตะเข็ม เมล็ดชองละ 1-2 เมล็ด แบน ขรุขระ สีน้้ำตำล

ประโยชน์/สรรพคุณ: นิยมใช้รับประทำนเปนอำหำร ด้วยกำรใช้ดอกน้ำมำผัดกับตับหมู หรือใช้ใบสดรับประทำนกับลำบ






หรือผัดไทย น้ำมำท้ำเปนไส้ของขนมกุยชำย ใบ ชวยบ้ำรุงกระดก เนืองจำกยมีธำตุฟอสฟอรัสสง ชวยลดระดับควำมดัน รักษำโรคควำมดันโลหิตสง




ใช้เปนยำแก้หวัด
ที่มำ: http://biodiversity.crru.ac.th/

52.มะนำว











ชอวิทยำศำสตร์ : Citrus aurantifolia (Christm.) Swingle

ชอสำมัญ : Common lime

วงศ์ : Rutaceae

ชออืน : ส้มมะนำว มะลิว (ภำคเหนือ)




ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไม้พุม สง 2-4 เมตร กิ่งอ่อนมีหนำมแหลม เปลือกต้นเรียบ สีน ้ำตำลปนเทำ ใบ เปนใบประกอบ ออกเรียงสลับ มีใบ






ย่อยใบเดียว รปไข่หรือรปรียำว กว้ำง 3-5 ซม. ยำว4-8 ซม. ปลำยใบแหลม โคนใบมนมีปกแคบๆ ขอบใบหยัก แผ่นใบมีตอมน ้ำมันกระจำยอย่ตำม




ผิวใบ ดอก ออกเปนชอสั้น 5-7 ดอก หรือออกดอกเดี่ยวตำมซอกใบ ทีปลำยกิ่ง ดอกสีขำว กลีบดอกมี 4-5 กลีบ หลุดรวงง่ำย ผล รปทรงกลม ผิว


เรียบเกลียง ผลอ่อนสีเขียวเข้ม พอแกเปนสีเหลือง ข้ำงในแบ่งเปนห้องแบบรัศมี มีรสเปรียว เมล็ดกลมรี สีขำว มี 10-15 เมล็ด





ส่วนทีใช้ : น ้ำมันจำกผิวของผลสด น ้ำคั้นจำกผลมะนำว
สรรพคุณ :น ้ำมันจำกผิวมะนำว ใช้เปนยำขับลม แก้ท้องอืดเฟอ แนนจุกเสียด แตงกลิน น ้ำคั้นจำกผลมะนำว รักษำอำกำรเจ็บคอ แก้ไอ ขับเสมหะ








และรักษำโรคลักปดลักเปดซึงเกิดจำกกำรขำดวิตำมินซี
วิธีและปริมำณที่ใช้ :
1. ใช้ผิวมะนำวแห้ง 10-15 กรัม ต้มน ้ำรับประทำน
2. ใช้น ้ำมะนำว 1 ถ้วยชำ ผสมน ้ำตำลทรำย 1 ช้อนโต๊ะ และเกลือเล็กน้อย ชงน ้ำอุ่นจิบบ่อยๆ
สำรเคมี : ผิวมะนำวมี น ้ำมันหอมระเหย ประกอบด้วย d-limonene, linalool, terpineol และ flavonoids
ที่มำ: http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_15_3.htm

53.ผักโขม













ชอวิทยำศำสตร์ : Amaranthus virdis Linn.
ชอวงศ์: AMARANTHACEAE






ชออืน ๆ : ผักขม ผักขมหัด ผักโขมหัด ผักโขมหวำน ผักโขมเกลียง
ลักษณะทั่วไป:
ต้น พืชล้มลุกอำยุปเดียว มีระบบรำกแก้ว ล ำต้นอวบน ้ำตั้งตรง

ล ำต้นเรียบและมันมีรอยแตกเปนรองยำว สีเขียวเปนมัน สีม่วง และสีแดงปนเขียว



ทรงพุ่มสงประมำณ 20 – 60 ซม.





ใบ เปนใบเดี่ยวออกจำกล ำต้นแบบสลับ รปรำงคอนข้ำงจะเปน

สำมเหลียม หรือรปไข่ฐำนใบกว้ำง ปลำยใบคอนข้ำงมน มักจะมีรอยหยักเล็กน้อย




บริเวณปลำยใบขอบใบเรียบหรือเปนคลืนเล็กน้อย ก้ำนใบเรียวเล็กมีควำมยำว

ใกล้เคียงกับควำมยำวของใบคือประมำณ 4 – 10 ซม.
ดอก ดอกเปนชอแบบ Spike ออกตำมปลำยยอดและตำมซอกใบ





ดอกตัวผ้และดอกตัวเมีย เกิดแยกคนละดอกอย่บนชอดอกเดียวกัน ดอกย่อยมี

ขนำดเล็กสีม่วงปนเขียว ไม่มีก้ำนดอกย่อย จึงเห็นติดอย่เปนกระจุกรอบแกนกลำงชอ


ดอก ซึงยำวประมำณ 10-20 ซม. ดอกย่อยมีใบประดับสีเขียวคล้ำยใบรองรับอย่ แต ่




มีขนำดสั้นกว่ำกลีบดอก กลีบเลียง และกลีบดอกหลอมรวมกัน (perianth) มี 3 กลีบ มีเกสรตัวผ้ 3 อัน


ผล มีมรปรำงกลมรี แกแล้วอำจจะแตกหรือไม่แตกก็ได้ มีเมล็ดขนำดเล็กรปรำงเหมือนแลนส์สีน ้ำตำลแดงถึงสีด ำเปนมัน




ออกดอก: ออกดอกตลอดป ี
ประโยชน์: เปนสมุนไพรแก้คันตำมผิวหนัง ท ำให้ผิวหนังอ่อนนม แก้พิษแมงปอง ขับปัสสำวะ ขับเสมหะ แก้ไข้ ไข้หวัดตำง ๆ
กำรขยำยพันธุ์ : แพร่กระจำยพันธ์โดยอำศัยเมล็ด



ุ่

ที่มำ: https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=91&code_db=610010&code_type=01

54.ใบบัวบก








ชื่อวิทยำศำสตร์ : Centella asiatica Urban
ชื่อสำมัญ : Asiatic Pennywort, Tiger Herbal

วงศ์ : UMBELLIFERAE
ชื่ออื่น : ผักแว่น ผักหนอก



ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไม้ล้มลุกอำยุหลำยป เลือยแผ่ไปตำมพืนดิน ชอบทีชืนแฉะ






แตกรำกฝอยตำมข้อ ไหลทีแผ่ไปจะงอกใบจำกข้อชูขึน 3-5 ใบ ใบ เดี่ยว เรียงสลับ รป
ไตเส้นผ่ำศนย์กลำง 2-5 ซม. ขอบใบหยัก ก้ำนใบยำว ดอก ชอ ออกทีซอกใบ ขนำดเล็ก




2-3 ดอก กลีบดอกสีม่วง ผล เปนผลแห้ง แตกได้
ส่วนทีใช้ : ใบ ทั้งต้นสด เมล็ด


สรรพคุณ :ใบ - มีสำร Asiaticoside ท ำยำทำแก้แผลโรคเรือน
ทั้งต้นสด


- เปนย ำบ ำรุงก ำลัง บ ำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย เมือยล้ำ
- รักษำแผลไฟไหม้ น ้ำร้อนลวก หรือมีกำรชอกช ้ำจำกกำรกระแทก แก้พิษงูกัด
- ปวดศีรษะข้ำงเดียว
- ขับปัสสำวะ
- แก้เจ็บคอ

- เปนยำห้ำมเลือด ส่ำแผลสด แก้โรคผิวหนัง
- ลดควำมดัน แก้ช ้ำใน
เมล็ด

- แก้บิด แก้ไข้ ปวดศีรษะ


วิธีและปริมำณทีใช้ : ใช้เปนยำแก้ปวดศีรษะข้ำงเดียว ใช้ต้นสดไม่จ ำกัด รับประทำน หรือคั้นน ้ำจำก


ต้นสดรับประทำน ควรรับประทำนติดตอกัน 2-3 วัน ใช้เปนยำแก้เจ็บคอ ใช้ทั้งต้นสด 10-20 กรัม
หรือ 1 ก ำมือ ต ำคั้นน ้ำเติมน ้ำส้มสำยชู 1-3 ช้อนแกง จิบบ่อยๆ เปนยำลดควำมดันโลหิตสง ใช้ทั้งต้น


สด 30-40 กรัม คั้นน ้ำจำกต้นสด เติมน ้ำตำลเล็กน้อย รับประทำน 5-7 วัน ยำแก้ช ้ำใน (พลัดตกหก

ล้ม) ใช้ต้นสด 1 ก ำมือ ล้ำงให้สะอำด ต ำคั้นน ้ำ เติมน ้ำตำลเล็กน้อย ดื่ม 1 ครั้ง รับประทำนติดตอกัน
5-6 วัน เปนยำถอนพิษรักษำแผลน ้ำร้อนลวก



ใช้ทั้งต้นสด 2-3 ต้น ล้ำงให้สะอำด ต ำให้ละเอียดพอกแผลไฟไหม้ ชวยลดอำกำรปวดแสบปวดร้อน เปนยำห้ำมเลือด ใส่แผลสด
ใช้ใบสด 20-30 ใบ ล้ำงให้สะอำด ต ำพอกแผลสด ชวยห้ำมเลือดและรักษำแผลให้หำยเร็ว

สำรเคมี : สำรสกัดจำกใบบัวบกประกอบด้วย madecassoside
ที่มำ: http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_03_4.htm


55.น้อยหนำ





ชอวิทยำศำสตร์: Annona squamosa L.


ชอสำมัญ: Sugar Apple, Custard Apple, Sweet Sap




ชออืน: น้อยแน, มะนอแน, หมักเขียบ



วงศ์: ANNONACEAE
ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์:



ไม้พุ่ม ขนำดเล็ก สง 3-6 ม. เรือนยอดเปนพุ่มกลม แตกกิ่งก้ำนสำขำออกเปนก้ำนเล็ก ๆ ผิว

เกลียง สีเทำอมน ้ำตำล

ใบ ใบเรียงสลับ ใบเดี่ยว รปรีหรือรปหอกแกมขอบขนำน กว้ำง 3-6

ซม. ยำว 7-13 ซม. โคนใบแหลม ปลำยใบแหลม


ดอก ดอกเดี่ยวออกทีซอกใบ ห้อยลง กลีบเลียงมี 3 กลีบ กลีบดอก
6 กลีบ เรียง 2 ชั้นๆ ละ 3 กลีบ ชั้นในกลีบดอกจะสั้นกว่ำชั้นนอก มีสี

เหลืองอมเขียว หนำอวบน ้ำ มีเกสรเพศผ้และรังไข่จ ำนวนมำก





ผล ผลกล่ม คอนข้ำงกลม ผิวขรุขระเปนชอง ในแตละชองนั้นภำยในเปนเนือสีขำว และมีเมล็ดสีด ำหรือสีน ้ำตำลเข้ม




ุ่
เนือในทำนได้มีรสหวำน เปลือกผลสีเขียว ถ้ำสุกตรงขอบ ชองนนนั้นจะออกสีขำวบีบดจะนม ๆ



ที่มำ: https://il.mahidol.ac.th/e-media/plants/webcontent3/interactive_key/key/describ/noina.htm

56.มะกูด











ชอวิทยำศำสตร์ : Citrus hystrix DC.
ชอสำมัญ : Leech lime, Mauritus papeda


วงศ์ : RUTACEAE

ชออืน : มะขุน มะขูด (ภำคเหนือ) มะขู (กะเหรี่ยง-แม่ฮองสอน) ส้มกรด ส้มมั่วผี (ภำคใต้)





ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไม้ต้นขนำดเล็ก สง 2-8 เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน ้ำตำล มีหนำม

แหลมตำมกิ่งก้ำน ใบ เปนใบประกอบทีมีใบย่อยใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ปลำยใบและโคนใบมน


ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบเปนมันสีเขียวเข้ม มีตอมน ้ำมันอย่ตำมผิวใบ มีกลินหอมเฉพำะ ก้ำนใบ









มีปกดคล้ำยใบ ดอก ออกเปนชอตำมซอกใบทีปลำยกิ่ง ดอกสีขำว กลีบเลียงมี 5 กลีบ กลีบดอก




มี 5 แฉก โคนกลีบดอกติดกัน ผล เปนรปทรงกลมหรือรปไข่ โคนผลเรียวเปนจุก ผิวขรุขระ มี

ตอมน ้ำมัน ผลอ่อนสีเขียวแก สุกเปนสีเหลือง มีรสเปรียว เมล็ดกลมรี สีขำว มีหลำยเมล็ด




ส่วนทีใช้ : รำก ใบ ผล ผิวจำกผล
สรรพคุณ :รำก - กระทุ้งพิษ แก้ฝภำยในและแก้เสมหะเปนพิษ


ใบ - มีน ้ำมันหอมระเหย
ผล, น ้ำคั้นจำกผล - ใช้แตงกลิน สระผมรักษำชันนะตุ รังแค ท ำให้ผมสะอำด


ผิวจำกผล
- ปรุงเปนยำขับลมในล ำไส้ แก้แนน


- เปนยำบ ำรุงหัวใจ

ที่มำ: http://www.rspg.or.th/plants_data/

57.กัญชำ









ชอพื้นเมอง : กัญชำ กัญชำจีน (ทั่วไป), คุนเช้ำ (จีน), ปำง (เงียว-แม่ฮองสอน),






ยำนอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮองสอน
ชอวิทยำศำสตร์ : Cannabis sativa L.




ชอวงศ์ : CANNABIDACEAE

ชอสำมัญ : Hemp, Indian Hemp, Ganja, Kif, Weed, Grass, Pot



ลักษณะ : ไม้ล้มลุกปเดียว ล ำต้นตั้งตรง สง 0.9-1.5 ซม. ไม่คอยแตกสำขำ ใบ



เดี่ยว รปฝำมือ เรียงสลับ ขอบใบเว้ำลึกจนถึงจุดโคนใบเปน 5-7 แฉก โคนและ



ปลำยสอบ ขอบจักฟันเลือย ดอกแยกเพศ อย่ตำงต้น ออกเปนชอตำมง่ำมใบ







และปลำยยอด ชอดอกและใบของต้นเพศผ้จัดเรียงตัวกันห่ำงๆ ตำงจำกต้นเพศเมียทีเรียงชิดกัน ดอกเล็ก ผลแห้งเมล็ดล่อน เล็ก เรียบ สีน ้ำตำล

ประโยชน์ : เส้นใยน ำไปทอผ้ำหรือทอกระสอบได้ เมล็ดให้น ้ำมันชักแห้ง ปัจจุบันน ำกัญชำมำใช้ลดควำมดันในนัยน์ตำของคนทีเปนต้อหิน






(glaucoma) แตผลทีได้ไม่ชัดเจนยังต้องรอกำรพิสจน์อย่ นอกจำกนียังน ำสำรส ำคัญในเรซินมำใช้ระงับกำรอำเจียนทีเกิดขึนในคนทีเปนโรคมะเร็งซึง ่




ได้รับกำรรักษำโดยวิธีเคมีบ ำบัด (chemotherapy)








โทษ : ยอดของต้นเพศเมียทีก ำลังออกดอกเรียก กะหลีกัญชำ เมือตำกให้แห้งแล้วนิยมน ำมำใช้สบ กะหลีกัญชำให้เรซินซึงเปนยำเสพย์ติด ผ้ทีเมำ







กัญชำจะมีอำกำรเกิดขึนตำงๆ กัน ขึนอย่กับสภำพแวดล้อม อำจมีอำรมณ์สนกหรือโศกเศร้ำก็ได้ มีควำมร้สึกเลอะเลือนในเรื่องเวลำ บำงคนมีอำกำร


ก้ำวร้ำว แตบำงคนมีควำมหวำดกลัว ควำมคิดสับสนและเกดอำรมณเคลิมฝัน ฤทธ์ของกัญชำอยในรำงกำยได้นำน 3-5 ชั่วโมง หลังจำกนีผ้เสพจะมี









อำกำรเซืองซึมและหิวกระหำย เมือสรำงเมำแล้วนิยมกินของหวำน ผ้ทีสบเปนประจ ำมักสมองเสือมและเปนโรคเกี่ยวกับทำงเดินหำยใจ








ที่มำ: http://www.rspg.or.th/plants_data/plantdat/cannabid/csativ_1.htm

58.ชะพลู











ชอวิทยำศำสตร์ : Piper sarmentosum Roxb.


ชอสำมัญ : Wildbetal Leafbush
วงศ์ : PIPERACEAE
ชออืน : นมวำ (ภำคใต้) ผักปูนำ ผักพลนก พลลิง (ภำคเหนือ) เย่เท้ย






(กะเหรี่ยง-แม่ฮองสอน)
ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไม้ล้มลุก ล ำต้นทอดคลำนไปตำมพืนดิน สง


30-80 เซนติเมตร ล ำต้นสีเขียว มีไหลงอกเปนต้นใหม่ มีรำกงอกออกตำม



ข้อ ใบ เปนใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ แผ่นใบบำง ผิวใบเรียบสีเขียวเข้มเปน

มัน ใบรปหัวใจ กว้ำง 5-10 ซม. ยำว 7-15 ซม. ปลำยใบแหลม โคนใบเว้ำ





ดอก ออกเปนชอทีซอกใบรปทรงกระบอก ดอกเล็กสีขำวอัดแนนอย่บนแกนชอดอก ดอกแยกเพศ ผล เปนผลสด กลม อัดแนนอย่บนแกน






ส่วนทีใช้ : ผล ใบ ทั้งต้น รำก

สรรพคุณ :ผล - เปนส่วนผสมของยำรักษำโรคหืด แก้บิด
รำก ต้น ดอก ใบ - ขับเสมหะ
รำก - แก้ธำตุพิกำร บ ำรุงธำตุ แก้ท้องขึนอืดเฟอขับลม แก้บิด


ทั้งต้น
- แก้เสมหะ ท้องอืด ท้องเฟอ

- รักษำโรคเบำหวำน

วิธีและปริมำณที่ใช้: ชะพลสดทั้ง 5 จ ำนวน 7 ต้น ล้ำงน ้ำให้สะอำด ใส่น้พอท่วม ต้มให้เดือดสักพัก น ำมำดื่ม เหมือนดื่มน ้ำชำ



ข้อควรระวัง - จะต้องตรวจน ้ำตำลในปัสสำวะกอนดื่มและหลังดื่มทุกครั้ง เพรำะว่ำน ้ำยำนีท ำให้น ้ำตำลลดลงเร็วมำก ต้องเปลียนต้นชะพลใหม่ทุก

วันทีต้ม ต้มดื่มตอไปทุกๆ วัน จนกว่ำจะหำย


แก้ท้องอืดเฟอ ขับลม

ใช้รำก 1 ก ำมือ ต้มกับน ้ำ 2 ถ้วยแก้ว เคี่ยวให้เหลือ 1 1/2 ถ้วยแก้ว รับประประทำนครั้งละ 1/2 ถ้วยแก้ว
แก้บิด
ใช้รำกครึ่งก ำมือ ผล 2-3 หยิบมือ ต้มกับน ้ำ 2 ถ้วยแก้ว เคี่ยวให้เหลือ 1 ถ้วย
แก้ว รับประทำนครั้งละ 1/4 ถ้วยแก้ว

ทีมำ: สรรพคุณสมุนไพร 200 ชนิด (rspg.or.th)

59.ต ำลึง









ชื่ออื่นๆ:ผักแคบ แคเด๊ำะ
ชื่อสำมัญ:Ivy gourd

ชื่อวิทยำศำสตร์:Coccinia grandis (L.) Voigt.
วงศ์:CUCURBITACEAE


ถินก ำเนิด:เขตร้อนชืน


ลักษณะพฤษศำสตร์:ไม้เถำล้มลุกอำยุหลำยป เถำแกของต ำลึงจะใหญและแข็ง เถำ


ต ำลึงจะมีลักษณะกลม สีเขียว ตำมข้อมีหนวดเอำไว้ยึดเกำะ ใบเปนใบเดี่ยวออกแบบ



สลับ ใบรปรำงคล้ำย 5 เหลียม ขอบใบเว้ำเล็กน้อย บำงครั้งจะเว้ำมำก ใบสีเขียวเรียบ

ไม่มีขน ดอกเปนดอกเดี่ยวออกจำกบริเวณซอกใบ ดอกแยกเพศกันอย่คนละต้น ดอก




มีกลีบสีเขียว ปลำยดอกแยกออกเปน 5 แฉก โคนตัดกันเปนกรวย กลีบดอกสีขำว

เกสรตัวผ้มี 3 อัน เกสรตัวเมียมี 1 อัน ผลรปรำงกลมรีคล้ำยแตงแตเล็กกว่ำ ผลดิบสี




เขียว เมือแกสุกจัดมีสีแดง

สรรพคุณด้ำนสมุนไพร:ใบ รสเย็น สรรพคุณดับพิษร้อนถอนพิษ แก้แสบคัน แก้เจ็บ

ตำ ตำแดง ตำแฉะ ปองกันโลหิตจำง และเลือดออกตำมไรฟัน
รำก รสเย็น สรรพคุณดับพิษ รักษำโรคตำ
เถำ รสเย็น สรรพคุณรักษำโรคตำเจ็บ ถอนพิษ
ทั้งต้น รสเย็น สรรพคุณแก้โรคผิวหนัง โรคมะเร็ง โรคหัวใจ และลดน ้ำตำลในเลือด


ที่มำ:1.ส่วนพฤกษศำสตร์ปำไม้. ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย เต็ม สมิตินันทน์ ฉบับแก้ไขเพิมเติม พ.ศ. 2544. ส่วนพฤกษศำสตร์ปำไม้ ส ำนัก




วิชำกำรปำไม้ กรมปำไม้ พิมพ์ครั้งที 2 (ฉบับแก้ไขเพิมเติม). พิมพ์ที บริษัทประชำชน จ ำกัด. 2544.






รวบรวมโดย:ไพร มัทธวรัตน์ หนวยอนรักษ์และใช้ประโยชน์พืชพรรณ ศนย์ปฏิบัติกำรวิจัยและเรือนปลกพืชทดลอง
คณะเกษตร ก ำแพงแสน มหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์ วิทยำเขตก ำแพงแสน จ.นครปฐม

60.มะขำม










ชอวิทยำศำสตร์: Tamarindus indica L.


ชอสำมัญ: Tamarind, Indian Date

วงศ์: LEGUMINOSAE-CAESALPINOIDEAE
ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์:

ไม้ต้น ขนำดกลำงจนถึงขนำดใหญ สง 20-25 ม. แตกกิ่งก้ำนสำขำมำก เปลือกต้น


ขรุขระและหนำ สีน ้ำตำลอ่อนหรือสีเทำด ำ
ู่
ใบ ใบเรียงสลับ ใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียวปลำยค มีใบย่อยขนำดเล็ก 20-40 ค ใบ
ู่

ย่อยรปขอบขนำน โคนใบไม่เท่ำกัน ปลำยใบมนหรือกว้ำง ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบลืน ใบมีสี

เขียว ด้ำนล่ำงเส้นใบเรียบ

ดอก ดอกเดี่ยวหรือดอกชอ ออกตำมซอกใบและปลำยกิ่ง ดอกย่อยขนำดเล็ก ดอกสม





บรณเพศ กลีบดอกสีเหลืองและมีจุดประสีแดงอยกลำงดอก กลีบเลียง 5 กลีบ กลีบดอก 5





กลีบขนำดไม่เท่ำกัน เมือบำนเส้นผ่ำนศนย์กลำง 1.0-1.5 ซม. เกสรตัวผ้ 10 อัน ทีสมบูรณ์มี
3 อัน เกสรตัวเมีย 1 อัน
ผล ฝักยำวหรือโค้ง กว้ำง 1.0-2.5 ซม. ยำว 5-15 ซม. เปลือกผลหนำ แ็ข็ง เปรำะ สี



น ้ำตำลหรือสีน ้ำตำลอมเทำ ผลสดเมือแกมีสีเขียวเข้ม เมือสุกมีสีน ้ำตำลเนือฉ ่ำน ้ำ มีรสเปรียว บำงพันธ์อำจหวำน หรือหวำนอมเปรียว เมล็ดกลมรีมี





สีด ำ มี 3-12 เมล็ด
ที่มำ: https://il.mahidol.ac.th/e-media/plants/webcontent3/interactive_key/key/describ/makam.htm

61.มะหำด











ชอวิทยำศำสตร์ : Artocarpus lakoocha Roxb.


ชอวงศ์ : Moraceae


ชอสำมัญ : Lok hat


ลักษณะทำงพฤษศำสตร์ :ต้น : เปนไม้ยืนต้น สง 15-25 เมตร ล ำต้นตั้งตรง ผิวเปลือกนอกคอนข้ำงขรุขระสีน ้ำตำลด ำ หรือสีเทำแกมน ้ำตำล

บริเวณเปลือกของล ำต้นมักมีรอยแตก และยำงไหลซึมออกมำติดต้น



ใบ : เปนใบเดี่ยว เรียงสลับ รปไข่ หรือรปยำวรี ปลำยแหลม โคนเว้ำมน กว้ำง 5-12 เซนติเมตร ยำว 8-15 เซนติเมตร ใบอ่อนมีขน ขอบใบหยัก




เปนฟันเลือยเล็กๆ ใบแกขอบมักเรียบ หใบเรียวแหลม






ดอก : ออกเปนชอกลมเล็กๆ สีเขียวอมเหลือง ขนำดเล็ก ออกตำมง่ำมใบ ดอกตัวผ้และดอกตัวเมียอย่คนละช่อ แตอย่บนต้นเดียวกัน ดอกตัวเมีย
กลีบคอนข้ำงกลมมน โคนกลีบเชื่อมติดกันเปนหลอด ดอกตัวผ้กลีบเปนรปขอบขนำนปลำยกลีบหยัก ยำว 0.5-1 เซนติเมตร








ผล : เปนผลรวม กลมแปนใหญ เส้นผ่ำศนย์กลำง 6-8 เซนติเมตร เปลือกนอกผิวขรุขระ เนือผลคอนข้ำงนม สีเขียว เมือแกสีน ้ำตำลเหลือง





ุ่
เมล็ด : แตละผลมี 1 เมล็ด รปรี








กำรใช้ประโยชน์ :- แกนเนือไม้ แก้จุกแนน แก้ท้องขึนอืดเฟอ ขับลม ผำยลม แก้ผื่นคัน แก้ตำนขโมย เปนยำระบำย ถ่ำยพยำธิไส้เดือนตัวกลม

ถ่ำยพยำธิเส้นด้ำย ถ่ำยพยำธิตัวตืด ขับเลือด แก้ลม ถ่ำยพยำธิตัวแบน แก้กระษัย แก้เส้นเอ็นพิกำร แก้ท้องผกไม่ถ่ำย

- แกน ใช้เปนยำขับพยำธิตัวตืด และพยำธิไส้เดือน ละลำยกับน ้ำ ทำแก้ผื่นคัน แก้โรคกระษัยไตพิกำร แก้กระษัยดำน แก้กระษัยเสียด แก้กระษัย

กล่อน แก้กระษัยลมพำนไส้ แก้กระษัยท ำให้ท้องผก แก้ดวงจิตขุ่นมัว ระส ่ำระสำย แก้นอนไม่หลับ แก้เบืออำหำร แก้ร้อนในกระหำยน ้ำ แก้ปัสสำวะ


กระปริบกระปรอย ถ่ำยพยำธิ พยำธตัวตืด แก้ท้องโรพุงโต แก้จุกผำมม้ำมย้อย แก้ฝในท้อง แก้ปวด แก้เคือง กระจำยโลหิต




- รำก แก้ไข้ แก้กระษัยเส้นเอ็น ขับพยำธิ แก้ไข้เพือฝภำยใน แก้พิษร้อน
- เปลือก แก้ไข้
ที่มำ :http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_04_5.htm

62.กระบก











ชอพื้นเมอง : กระบก กะบก จะบก ตระบก (ภำคกลำง), จ ำเมำะ (เขมร), ซะอัง (ตรำด), บก หมำกบก





(ภำคตะวันออกเฉยงเหนือ), มะมืน มืน (ภำคเหนือ), มะลืน หมักลืน (สุโขทัย, นครรำชสีมำ), หลักกำย

(ส่วย-สุรินทร์)
ชอวิทยำศำสตร์ : Irvingia malayana Oliv. ex A. Benn.



ชอวงศ์ : IRVINGIACEAE

ชอสำมัญ : Barking Deer's Mango




ลักษณะ : ไม้ต้นขนำดกลำงถึงขนำดใหญ ผลัดใบ สง 10-30 ม. ล ำต้นเปลำ โคนต้นมักเปนพอน ใบ







เดี่ยว เรียงสลับ รปไข่ รปรี หรือรปรีแกมรปขอบขนำนจนถึงรปใบหอก ปลำยสอบเรียวเปนติ่งมน โคน

มน แหลม หรือเว้ำเล็กน้อย ขอบเรียบ มีหใบทีมีลักษณะพิเศษคือ ม้วนหุ้มยอด เรียวแหลม โค้ง


เล็กน้อยเปนรปดำบ ชอดอกออกตำมง่ำมใบ และปลำยกิ่ง สีขำวอมเขียวอ่อน กลีบเลียง 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ เกสรเพศผ้ 10 อัน ผลรปกลมรี





หรือคอนข้ำงเปนรปไข่ แบนเล็กน้อย คล้ำยผลมะม่วงขนำดเล็ก ผลอ่อนสีเขียว ผลแกสีเหลือง มีเนือห้มเหมือนมะม่วง เมล็ดแข็ง เนือในเมล็ดสีขำว







มีน ้ำมัน



ประโยชน์ : กระบกจะผลัดใบหมดทั้งต้น และจะผลิใบใหม่ในเวลำอันรวดเร็ว เนือไม้แข็ง และหนัก เสียนตรง ไม่แตกแยกเมือแห้ง ใช้ท ำฟน ถ่ำน








ซึงให้ควำมร้อนสง ท ำเครื่องมือกสิกรรม และสิงปลกสร้ำงทีอย่ในรม เนือในเมล็ดกินได้ น ้ำมันทีได้จำกเนือในเมล็ดใช้ท ำอำหำร สบู่ และเทียนไข



ที่มำ: http://www.rspg.or.th/plants_data/plantdat/irvingia/imalay_1.htm

63.แคแดง











ชออืนๆ:แคบ้ำนดอกแดง แคขำว แคแดง



ชอสำมัญ: Hummingbird tree, Butterfly tree, AgatiAgasta, Sesban, Vegetable humming bird
ชอวิทยำศำสตร์:Sesbania grandiflora (L.) Desv.


วงศ์:LEGUMINOSAE – PAPILIONOIDEAE

ถิ่นก ำเนด:Trop. Africa, Asia, Australia, S. Pacific Is.


ลักษณะทั่วไป:ไม้พุ่มขนำดเล็ก ทรงพุ่มโปรง มีกำรแตกกิ่งก้ำนสำขำไม่เปนระเบียบ


ฤดกำรออกดอก:ในสภำพธรรมชำติตดดอกออกผลในฤดฝน






กำรขยำยพันธุ์:กำรเพำะเมล็ดแก เปนวิธีกำรทีเหมำะสมทีสุดเนืองจำกมีเล็ดจ ำนวนมำก
ข้อดีของพันธุ์ไม้:
มีควำมอดทนตอสภำพดินเค็มได้ในระดับหนึง ต้องกำรน ้ำในระดับปำนกลำง






เปนพันธ์ไม้ทีสำมำรถใช้ประโยชน์ได้หลำยอย่ำง เชน
- ล ำต้น นิยมใช้ในกำรเพำะเห็ดหหนได้ดี



- ดอกและใบ เปนอำหำรของคนไทยมำนำน
- เปลือก ล ำต้น ดอก ใบ เปลือกใช้เปนยำสมุนไพร





ข้อแนะน ำ: แคเปนพันธ์ไม้ทีคนไทยส่วนใหญมองข้ำมไป อำจจะเปนด้วยรปลักษณ์ทีไม่โดดเด่น พบเห็นได้โดยทั่วไป คุณคำอนันต์ทีมีอย่ในต้นแคจึง







ยังไม่คอยใครเห็นคุณคำ จะมีพรรณไม้สักกี่ชนิดทีสำมำรถใช้ประโยชน์ได้ตั้งแตเกิด (ปลก) ถึงตำย






แคเปนพันธ์ไม้ทีทนตอสภำพแวดล้อมได้ดีชนิดหนึง ไม่ต้องกำรกำรดแลรักษำมำก










แตแคก็มีจุดอ่อนตอศัตรพืชบำงชนิดเหมือนกัน คือ เพลียแปง เอำไว้ว่ำงๆ จะเขียนวิธีกำรปองกันก ำจัดให้นะครับ

ข้อมูลอื่นๆ:เปลือก ต้มหรือฝนรับประทำน แก้โรคบิดมีตัวแก้มูกเลือด แก้ท้องเดิน ท้องรวง คุมธำตุ ภำยนอก ใช้ชะล้ำงบำดแผล วิธีกำรใช้ ใช้


เปลือกต้นปงไฟ 1 ส่วน ต้มกับน ้ำหรือน ้ำปูนใส 10 ส่วน รับประทำนครั้งละ 1-2 ช้อนแกง


ดอก, ใบ รับประทำนแก้ไข้เปลียนอำกำศ วิธีกำรใช้ ใบสด ต้มกับน ้ำรับประทำนลดไข้ ใช้ยอดอ่อนจ ำนวนไม่จ ำกัด ลวกจิมกับน ้ำพริก



รับประทำนแก้ปวดศีรษะข้ำงเดียว หรือใช้ดอกทีโตเต็มทีล้ำงน ้ำ ต้มกับหมู ที เรียกว่ำ หมูบะชอ 1 ชำม รับประทำนวันละ 1 มือ รับประทำน








ติดตอกัน 3 - 7 วัน กำรกินดอกแค มีเทคนิคง่ำยๆ ดังนี ในกรณทีดอกบำนแล้วควรเด็ดแกนก้ำนชูเกสรทิง เนืองจำกมีรสขม แตหำกไม่รังเกียจรส

ขมก็ไม่จ ำเปนต้องเด็ดออกก็ได้

ที่มำ:1.http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_09.htm
2.Tem Samitinand. Thai Plant Names. Revised Edition 2001. 810 p.

รวบรวมโดย:นพพล เกตุประสำท หนวยอนรักษ์และใช้ประโยชน์พืชพรรณ ศนย์ปฏิบัติกำรวิจัยและเรือนปลกพืชทดลอง



คณะเกษตร ก ำแพงแสน มหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์ วิทยำเขตก ำแพงแสน จ.นครปฐม

64.อะโวคำโด





ชอวิทยำศำสตร์ :Persea americana Miller


ชอเรียกอืน :Avocado, Alligator pear





ชอวงศ์ :LAURACEAE



ลักษณะ :ไม้ต้น ไม่ผลัดใบ สงถึง ๑๘ เมตร ใบเดี่ยว รปรี ดอกขนำดเล็กออกเปนชอ สี



เขียวอ่อน ผล เปนผลสดเมล็ดเดี่ยว เนือในผลสีเขียวอ่อนรับประทำนได้ ประกอบด้วย



น ้ำมันถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และเปนผลไม้ทีมีโปรตีนสง
ที่มำ :หนังสือพรรณไม้ในโครงกำรหลวงอ่ำงขำง

65.มะมวงหิมพำนต์










ชอวิทยำศำสตร์ : Anacardium occidentale L.


ชอวงศ์ : Anacardiaceae

ชอสำมัญ : Cashew nut tree

ลักษณะทำงพฤษศำสตร์ :ล ำต้น : เปนไม้ยืนต้นขนำดเล็กถึงกลำง สง 5-


10 เมตร เรือนยอดแตกกิ่งแขนงเปนพุ่ม

เปลือกหนำผิวเรียบสีน ้ำตำลเทำ

ใบ : เปนใบเดี่ยว เรียงแบบสลับหนำแนนทีปลำยยอด แผ่นใบหนำ ใบรป




รีแกมรปไข่กลับ
ผิวใบเรียบเปนมัน






ดอก : เปนชอขนำดใหญ ออกตำมปลำยยอด แตละชอมีดอกย่อยจ ำนวนมำก หลังดอกรวง

จะติดผล

ผล : คล้ำยเมล็ดถั่ว มีเปลือกหุ้มบำงๆ ผลอ่อนสีเขียวคล ้ำ ผลแกสีน ้ำตำลเข้ม ผลติดอย่ด้ำนล่ำง




ของฐำนรองดอกทีขยำยใหญ คล้ำยผลชมพู่ มีสีเหลือง สีแดง มีเมล็ดขนำดใหญ 1 เมล็ด

กำรใช้ประโยชน์ : ยอด : กินสดเปนผักเหนำะหรือย ำ
ผลอ่อน : ใส่แกงเลียง
ผลแก : น ำมำคั่ว ทอด กินเปนของขบเคียวหรือประกอบอำหำร



ฐำนรองดอก : กินสดหรือย ำ



ที่มำ:เอือมพร วีสมหมำย และปณธำน แก้วดวงเทียน. (2547) ไม้ปำยืนต้นของไทย 1. กรุงเทพฯ : เอช เอน กรุ๊ป.

66.ลิ้นฟำ










ชอสมุนไพร: เพกำ

ชออืนๆ: ลินฟำ(เลย) ลินก้ำง ลินช้ำง(ไทยใหญ) เพกำ (ภำคกลำง) มะลิดไม้







มะลินไม้ ลิดไม้ (ภำคเหนือ) หมำกลิ้นก้ำง หมำกลินซ้ำง (ฉำน ภำคเหนือ) กำ



โด้โด้ง (กะเหรี่ยง กำญจนบุรี) ด๊อกก๊ะ ดอก๊ะ ดุแก (กะเหรี่ยง แม่ฮองสอน)
เบโก (มำเลย์ นรำธิวำส)


ชอวิทยำศำสตร์: Oroxylum indicum (L.) Kurz


ชอวงศ์: BIGNONIACEAE
ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์:ไม้ยืนต้น กึ่งผลัดใบหรือไม่ผลัดใบ สง 5-12 เมตร

เรือนยอดเล็ก กิ่งเปรำะหักง่ำย แตกกิ่งก้ำนน้อย ต้นทีมีอำยุน้อยมีกิ่งใหญตรง


กลำงกิ่งเดียว เปลือกเรียบ มีใบเปนกล่มตรงกลำง คล้ำยกับต้นปำล์ม


ภำยหลังจำกออกดอก ล ำต้นจะแยกเปนกิ่งระเกะระกะ เปลือกต้น สีน ้ำตำล

ครีมอ่อน หรือเทำอ่อน แตกเปนสะเก็ดสีเหลียม และแผลของใบยำวถึง 150





เซนติเมตร เกิดจำกใบทีรวงไปแล้ว ล ำต้นและกิ่งก้ำนมีรระบำยอำกำศ



กระจำยอย่ทั่วไป เปลือกล ำต้นเรียบสีเทำ มีรอยแผลเปน จำกกำรหลุดรวง

ของใบ ใบประกอบแบบขนนก 3 ชั้น ปลำยคี่ ใบขนำดใหญ ยำว 60-200

เซนติเมตร เรียงตรงข้ำมกันอย่บริเวณปลำยกิ่ง ใบย่อยรปไข่ หรือรปไข่แกม



วงรี กว้ำง 4-8 เซนติเมตร ยำว 6-12 เซนติเมตร ปลำยยำว ขอบใบเรียบ ฐำน

ใบสอบแคบ ใบเกลียง หรือมีขนสีขำวสั้นๆ ด้ำนล่ำง ท้องใบนวล ก้ำนใบ

บนสุดแยกออก 1 ครั้ง ก้ำนใบกลำงแยก 2 ครั้ง และก้ำนใบล่ำงแยก 3 ครั้ง ท ำให้เห็นใบทั้งหมดเปนรปสำมเหลียม ก้ำนใบย่อยยำว 5-8








มิลลิเมตร ก้ำนใบข้ำง และก้ำนใบร่วมโค้งพองออกทีฐำนและทีข้อ ก้ำนใบยำว 0.5-2 เมตร ดอกชอขนำดใหญแบบกระจะ ออกทีปลำยยอดเปน
กระจุก มีดอกย่อย 20-35 ดอก จะบำนพร้อมกันครำวละ 2-3 ดอก ก้ำนช่อดอกยำว 60-180 เซนติเมตร ยื่นออกมำนอกทรงพุ่มของยอด ดอกย่อย
ขนำดใหญ 8-12 เซนติเมตร กลีบดอกสีนวลแกมเขียวโคนกลีบเปนหลอดสีม่วงแดง หรือม่วงด้ำนนอก หลอดกลีบดอกยำว 2-4 เซนติเมตร รปแตร








กลีบดอกหนำ ขอบย่น ไม่มีพู หรือพูไม่เท่ำกัน มีตอมกระจำยอย่ด้ำนนอก ด้ำนในมีขนหนำแนน ดอกบำนตอนกลำงคืน มีกลินสำบฉน และร่วง
ตอนเช้ำ มักจะมีดอกและผลในกิ่งเดียวกัน เกสรตัวผ้ 5 อัน ติดกับหลอดดอก โคนก้ำนมีขน เกสรตัวเมียมี 1 อัน กลีบเลียงยำว 2-4 เซนติเมตร มี







กลีบเลียง 5 กลีบ เชื่อมติดกันเปนรปทรงกระบอก ปลำยไม่แยกเปนกลีบอย่ำงเด่นชัด เมือเปนผล กลีบเลียงนีจะเจริญเปนเนือแข็งมำก ผลเปนฝัก









แบน โค้งเล็กน้อยทีฐำน มีสันเล็กๆทีด้ำนข้ำง คล้ำยรปลิน ห้อยอย่เหนือเรือนยอด กว้ำง 6-10 เซนติเมตร ยำว 30-120 เซนติเมตร สีน ้ำตำลเข้ม สี









แดง ติดฝักยำก ฝักเปนรปดำบ เมือแกจะแตกเปน 2 ซีก เมล็ดแบนสีขำว ขนำด 4-8 เซนติเมตร มีปกบำงโปรงแสง พบบริเวณปำเต็งรัง ปำทุ่ง ปำ




ผสมผลัดใบ บริเวณ ไร สวน ออกดอกชวงเดือนมีนำคมถึงกรกฎำคม ยอดอ่อนรสชำติขม และดอก น ำมำลวกกินเปนผัก ฝักแกทียังไม่แข็งจะมีรส





ขมใช้ประกอบอำหำรได้ แตต้องท ำให้รสขมหมดไปโดยกำรเผำไฟให้ผิวไหม้เกรียม แล้วขูดผิวทีไฟไหม้ออก น ำมำหั่นเปนฝอย แล้วคั้นน ้ำหลำยๆ


หน แล้วจึงน ำมำปรุงอหำรได้ เชน ผัด แกง เปนผักจิมน ้ำพริก



ที่มำ: http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=84

67.สะเดำ











ชอวิทยำศำสตร์ : Azadirachta indica A. Juss. var. siamensis Valeton


ชอสำมัญ : Siamese neem tree, Nim , Margosa, Quinine
วงศ์ : Meliaceae

ชออืน : สะเลียม (ภำคเหนือ) กะเดำ (ภำคใต้)





ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไม้ต้น สง 5-10 เมตร เปลือกต้นแตกเปนรองลึก

ตำมยำว ยอดอ่อนสีน ้ำตำลแดง ใบ เปนใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับรป


ใบหอก กว้ำง 3-4 ซม. ยำว 4-8 ซม. โคนใบมนไม่เท่ำกัน ขอบใบจักเปนฟันเลือย

แผ่นใบเรียบ สีเขียวเปนมัน ดอก ออกเปนชอทีปลำยกิ่งขณะแตกใบอ่อน ดอกสี





ขำวนวล กลีบเลียงมี 5 แฉก โคนติดกัน กลีบดอกโคนติดกัน ปลำยแยกเปน 5

แฉก ผล รปทรงรี ขนำด 0.8 - 1 ซม. ผิวเรียบ ผลอ่อนสีเขียว สุกเปนสีเหลืองส้ม



เมล็ดเดี่ยว รปรี




ส่วนทีใช้ : ดอกชอดอก ขนอ่อน ยอด เปลือก ก้ำนใบ กระพี ยำง แกน รำก ใบ
ผล ต้น เปลือกรำก น ้ำมันจำกเมล็ด
สรรพคุณ :

ดอก ยอดอ่อน - แก้พิษโลหิต ก ำเดำ แก้ริดสีดวงในล ำคอ คันดุจมีตัวไตอย่ ู

บ ำรุงธำตุ ขับลม ใช้เปนอำหำรผักได้ดี
ขนอ่อน - ถ่ำยพยำธิ แก้ริดสีดวง แก้ปัสสำวะพิกำร
เปลือกต้น - แก้ไข้ เจริญอำหำร แก้ท้องเดิน บิดมูกเลือด
ก้ำนใบ - แก้ไข้ ท ำยำรักษำไข้มำลำเรีย

กระพี - แก้ถุงน ้ำดีอักเสบ
ยำง - ดับพิษร้อน

แกน - แก้อำเจียน ขับเสมหะ
รำก - แก้โรคผิวหนัง แก้เสมหะ ซึงเกำะแนนอย่ในทรวงอก



ใบ,ผล - ใช้เปนยำฆำแมลง บ ำรุงธำต ุ


ผล มีสำรรสขม - ใช้เปนยำถ่ำยพยำธิ และยำระบำย แก้โรคหัวใจเดินผิดปกต ิ


เปลือกรำก - เปนยำฝำดสมำน แก้ไข้ ท ำให้อำเจียน แก้โรคผิวหนัง
น ้ำมันจำกเมล็ด - ใช้รักษำโรคผิวหนัง และยำฆำแมลง

ที่มำ: http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_09_15.htm

68.ใบเตย






ชื่อวิทยำศำสตร์: Pandanus amaryllifolius เปนไม้ยืนต้นพุม

เล็ก ขึนเปนกอ ล ำต้นอย่ใต้ดิน ใบเปนใบเดี่ยว เรียงสลับเวียน






เปนเกลียวขึนไปจนถึงยอด ใบเปนทำงยำว สีเข้ม คอนข้ำงแข็ง



เปนมันเผือก ขอบใบเรียบ ในใบมีกลินหอมจำกน ้ำมันหอมระเหย



Fragrant Screw Pine สีเขียวจำกใบเปนสีของคลอโรฟลล์ ใช้
แตงสีขนมได้

กำรใช้ประโยชน์:

ในบังกลำเทศเรียกว่ำ ketaki ใช้เพิมกลินหอมของ ข้ำวพิลำฟ


หรือข้ำวปุเลำ บิรยำนี และพุดดิงมะพร้ำว payesh ในอินโดนีเซีย
เรียก pandan wangi พม่ำเรียก soon-mhway ในศรีลังกำ


เรียก rampe ใบใช้ได้ทั้งใบสดและใบแห้ง และมีขำยในรปใบแชแข็งในประเทศทีปลกไม่ได้ ใช้ปรุงกลินในอำหำรของหลำยประเทศเชน อินโดนีเซีย




สิงคโปร์ ฟลิปปนส์ มำเลเซีย ไทย บังกลำเทศ เวียดนำม จีน ศรีลังกำ และพม่ำ โดยเฉพำะข้ำวและขนม


ที่มำ: https://th.wikipedia.org/


69.ไผ









ไผ่ เปนไม้พุ่มหลำยชนิดและหลำยสกุลใน วงศ์หญ้ำ (วงศ์
Poaceae; เดิมคือวงศ์ Gramineae) วงศ์ย่อย


Bambusoideae เปนไม้ไม่ผลัดใบใน ขึนเปนกอ ล ำต้นเปน



ปล้องๆ เชน ไผ่จีน (Arundinaria suberecta Munro) ไผ ่


ปำ (Bambusa arundinacea Willd.) ไผ่สีสุก (B. flexuosa

Munro และ B. blumeana Schult.) ไผ่ไร (Gigantochloa
albociliata Munro) ไผ่ด ำ (Phyllostachys nigra Munro)
ผลผลิตจำกไผ่ที่ส ำคัญคือ หนอไม้ ซึงเปนอำหำรส ำคัญของ



คนไทย นิยมทำนกันมำกในเกือบทุกภำคของประเทศไทย
โดยเฉพำะภำคเหนือ

และอีสำน นอกจำกนีไม้ไผ่ยังมีคุณสมบัติพิเศษทั้งด้ำนควำมแข็งแรงและยืดรหยุ่นทีเหนือกว่ำวัสดุสังเครำะห์



หลำยชนิด ดังนั้นจึงยังได้รับควำมนิยมในกำรท ำเครื่องมือเครื่องใช้หลำยประเภท ใช้ชะลอน ้ำทีเข้ำปำชำยเลน

นั่งร้ำนกอสร้ำงและบันได เปนต้น


ที่มำ: https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9C%E0%B9%88

70.ปำล์ม









ปำล์ม เปนพันธ์ไม้ในเขตร้อน ทีมีหลำยลักษณะคือ เปนไม้พุ่ม ไม้ยืนต้น และไม้






เลือย เปนพืชใบเลียงเดี่ยว เปนพันธ์ไม้ทีนำศึกษำ และนำสนใจเปนอย่ำงยิ่ง ซึง ่










เปนตระกลหนึงทีมีอะไร ๆ พิเศษ และแปลกกว่ำพันธ์ไม้ในตระกลอื่น ๆ มำก








เชน เปนพันธ์ไม้ทีมีล ำต้นสงชะลูด ไม่มีกิ่งก้ำน หรือแขนง ยกเว้นพวก Doum

palm บำงซนิดมีล ำต้นเลือยเปนเถำ บำงชนิดแตกเปนหนอเปนกอ บำงชนิดมีล ำ




ต้นเปนหนำม ขนำดของล ำต้นอำจมีเส้นผ่ำศนย์กลำงวัดได้ 3-5 ฟุต หรือบำง



ชนิดไม่มีล ำต้นเลย ล ำต้นไม่มี Cambium ลักษณะใบมีหลำยลักษณะคือ ใบรป

ใบพัด ใบขนนก บำงชนิดมีใบใหญ บำงชนิดใบเล็ก รำกของปำล์มก็มีหลำยชนิด

มีทั้งแตกใต้ดินและแตกเหนือพืนดิน ลักษณะดอก มีทั้งดอกสมบูรณ์เพศและไม่

สมบูรณ์เพศ บำงชนิดมีต้นตัวผ้และต้นตัวเมีย ในกำรจ ำแนกปำล์มจะใช้ลักษณะ

ของดอก ผล มำกกว่ำลักษณะของใบ ส่วนมำกดอกมีขนำดเล็ก สีขำว กลินหอม

อ่อน ๆ สำมำรถเจริญเติบโตได้ในดิน เกือบทุกชนิด และสำมำรถอย่ได้ในสภำวะ





แวดล้อมตำง ๆ กัน แม้แตในถินทีมีอำกำศหนำวเย็นอย่บ้ำง ก็สำมำรถทนทำน





อย่ได้ ส ำหรับปำล์มบำงพันธ์ ในทะเลทรำยก็ยังตอส้ขึนอย่ได้ ถ้ำพูดกันถึง


ควำมส ำคัญของพันธ์ไม้ในทำงใช้ประโยชน์แล้ว ปำล์มเปนพันธ์ไม้ทีให้ประโยชน์




แกมนษย์ ในอันดับที 2 รองจำกพืชตระกลหญ้ำ ซึงพันธ์ไม้หลำยชนิดทีคนไทย






ใช้อย่ในชีวิตประจ ำวัน เชน หมำก ตำล มะพร้ำว ลำน จำก หวำย ชิด ระก ำ สำค ู






เปง ปำล์มน ้ำมัน ก็เปน พันธ์ไม้ในตระกลปำล์มทั้งสิน และปัจจุบันก็ได้มีกำรน ำปำล์มชนิดตำง ๆ มำใช้ในกำรประดับตกแตงสถำนที และกำรจัดสวน






ุ่

กันอย่ำงแพร่หลำย เพรำะลักษณะพิเศษของไม้ในตระกลนี มีทั้งควำมสง่ำงำม ควำมนมนวลอ่อนช้อย และควำมแข็งแกรง
ที่มำ: http://www.thaikasetsart.com/%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%A1/


71.ขำ








ข่ำ ภำษำอังกฤษ Galanga, Greater galangal, False
galangal



ข่ำ ชื่อวิทยำศำสตร์ Alpinia galanga (L.) Willd. จัดอย่ใน
วงศ์ ZINGIBERACEAE เช่นเดียวกับกระชำย กระชำยด ำ

กระชำยแดง กระวำน กระวำนเทศ ขิง ขมิน เร่ว เปรำะปำ


เปรำะหอม ว่ำนนำงค ำ และว่ำนรำกรำคะ


นอกจำกนีข่ำยังมีชื่อท้องถินอื่น ๆ อีก เชน สะเอเชย เสะเออ



เคย (แม่ฮองสอน), ข่ำ
หยวก (ภำคเหนือ), ข่ำ
หลวง (ภำคเหนือ-ภำคตะวันออกเฉยงเหนือ), กฎกกโรหินี (ภำคกลำง) เปนต้น



ที่มำ: https://beezab.com/

72.ข้ ีเหล็ก












ชอสมุนไพร: ขีเหล็ก


ชอวิทยำศำสตร์ : Cassia siamea (Lamk.) Irwin et Barneby


ชอวงศ์ : FABACEAE (LEGUMINOSAE -CAESALPINIOIDEAE)


ชอพ้อง: Cassia florida Vahl, Cassia siamea Lam.
ชอท้องถิ่น: ขีเหล็กแกน, ขีเหล็กบ้ำน, ขีเหล็กหลวง, ขีเหล็กใหญ, ผักจี ้










ลี, แมะขีเหละพะโด, ยะหำ
ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์: ไม้ต้น ล ำต้นมักคดงอเปนปุม เปลือกสีเทำ



ถึงน ้ำตำลด ำ กิ่งอ่อนมีลำยตำมยำว และมีขนละเอียดนม ใบเปนใบ
ุ่
ู่

ประกอบแบบขนนกปลำยค ออกเรียงสลับกัน ตัวใบย่อยเปนรปขอบ





ุ่

ขนำน ด้ำนบนเกลียง ด้ำนล่ำงมีขนนม ดอกออกเปนชอ ออกตำมปลำยกิ่ง กลีบดอกมีสีเหลือง ผลเปนฝักแบน มีลักษณะแคบและยำว เมือแกจัดจะ


มีสีด ำ เมล็ดรปไข่ ยำว แบน มีสีน ้ำตำลอ่อน เรียงตัวตำมขวำง

ส่วนที่ใช้เปนยำ


- ใบ รักษำอำกำรท้องผก ใช้เปนยำระบำย






สำรส ำคัญทเชอวำเปนสำรออกฤทธิ์
ที่มำ: http://www.medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/cassiasi.html



Anthraquinone มีฤทธ์เปนยำถำย

73.แตงโม











ชอทำงวิทยำศำสตร์: Citrullus lanatus


แตงโม เปนผลไม้เมืองร้อน มีชื่อเรียกแตกตำงกันคือ ภำคอีสำนเรียกว่ำ บักโม
ภำคเหนือเรียกว่ำ บะเต้ำ คนตรังเรียกว่ำ แตงจีน มีชื่อสำมัญว่ำ Watermelon
แปลว่ำ "แตงน ้ำ" เพรำะในผลแตงโมมีน ้ำเปนส่วนใหญ ชื่อวิทยำศำสตร์ว่ำ


Citrullus lanatus (Thub.) Matsum. & Nakai

• แตงโมมีถินก ำเนิดอย่ในทวีปแอฟริกำ แถบทะเลทรำยคำลำฮำรี เข้ำส่อเมริกำโดย


ทำสผิวด ำทีถูกน ำไปใช้แรงงำนในไร จำกนั้นก็ได้แพร่ขยำยไปส่ทวีปยุโรปและเอเซีย








• แตงโมเปนไม้เถำวงศ์เดียวกับแตงกวำ แคนตำลปและฟัก ล ำต้นเปนเถำเลือยแผ่ไปตำมพืนดิน ใบมีลักษณะเว้ำลึก 3-4 หยัก ก้ำนใบยำว ทั้งเถำ
และใบมีขนอ่อนปกคลุมผลแตงโมมีทั้งแบบกลม กลมรี และทรงกระบอก ขนำดเส้นผ่ำศนย์กลำงผล 15-40 ซม. เปลือกแข็ง สีเขียว สีเขียวเข้ม



และสีเหลือง บ้ำงก็มีลวดลำยสีขำวเปนแถบยำวจำกขั้วถึงปลำยผล รสรำติทีเด่นเปนเอกลักษณ์ของแตงโมคือหวำนกรอบ และฉ ่ำน ้ำ ในเนือมีเมล็ดสี



ด ำขนำดเล็กแทรกอย่บริเวณใจกลำงผล





• แตงโมทีปลกกันในปัจจุบัน แบ่งออกได้เปน 3 กล่มใหญ ๆ ตำมลักษณะของผลและเมล็ด หรือ พันธ์ธรรมดำ พันธ์ไม่มีเมล็ด และพันธ์กินเมล็ด








• แตงโมทีปลกกันในปัจจุบัน แบ่งออกได้เปน 3 กล่มใหญ ๆ ตำมลักษณะของผลและเมล็ด คือ พันธ์ธรรมดำ พันธ์ไม่มีเมล็ด และพันธ์กินเมล็ด






o แตงโมพันธ์ธรรมดำ มักจะเปนพันธ์จำกตำงประเทศมีรสชำติวำนจัดและขนำดเมล็ดเล็ก เชน พันธ์ชูกำร์เบบี ชำร์ลสตัน-เกรย์ เยลโลว์ และเบบี ้








เปนต้น ชื่อทีตั้งก็จะสือถึงคุณสมบัติเด่นของแตงโมพันธ์ดังกล่ำวนอกจำกนียังมี แตงโมจินตหรำ ผลยำวรี ผิวเปลือกสีเขียวเข้มมีลำย เนือแดง




แตงโมตอร์ปโด ผลยำวรี ขนำดใหญกว่ำแตงจินตหรำ ผิวเปลือกสีเขียวเข้ำ มีเนือสีแดง แตงโมกินรี เปนแตงผลกลม ผิวเขียว เนือเอง แตงโมไดอำ









นำ ผิวเปลือกสีเหลืองคล้ำยแตงไทยแตผ่ำเข้ำไปแล้วเนือสีชมพูแดง เนือกรอบ รสหวำน และยังมีพันธ์พืนเมืองอื่น ๆ ลักษณะผลกลม มีทั้งขนำด









เล็กและขนำดใหญ ส่วนแตงโมทีมีสีเหลือง เนือฉ ่ำน ้ำ รสหวำนจัด ได้แก แตงโมน ้ำผึง พันธ์ผลกลม เนือสีเหลือง แตงโมตอร์ปโดน ้ำผึง ผลยำวรี ผิว

เขียวเข้ม เนือสีเหลือจัด รสหวำนมำก แตงโมจิ๋วหรือแตงโมจีน ผลขนำดใหญกว่ำก ำปั้นเล็กน้อย เนือสีเหลืองฉ ่ำน ้ำ รสหวำน









o แตงโมพันธ์ไม่มีเมล็ด เปนพันธ์ผสมทีผลิตขึนมำเพืองกำรส่งออกโดยเฉพำะ เชน พันธ์แบล็กบอล (Black Ball) ทีมีเปลือกสีเขียวเข้ม ผลกลม



รำวกับลกบำล ไม่มีเมล็ดแกมีแตเมล็ดอ่อนสีขำว และยังไม่ แตงโมผลสีเหลืยม ซึงเกิดจำกกำร







เลียงผลแตงโมให้โตในกล่องสีเหลียม เพือสะดวกในกำรขนส่ง




o แตงโมพันธ์กินเมล็ด เพำะปลกเพือเอำเมล็ดมำคั่วเปนเมล็ด "กวยจี" ไว้กินเล่น แตงโมพันธ์กิน




เมล็ดเปนแตงโมทีเนือน้ย ภำยในผลเต็มไปด้วยเมล็ดขนำดใหญ ่



แตงโมเปนผลไม้ออกส่ตลำดตลอดทั้งป แตฤดกำลของแตงโมจริง ๆ นั้นอย่ระหว่ำงเดือน





มกรำคมถึงเมษำยน สำมำรถปลกได้ทั่วทุกภำค แหล่งปลกส ำคัญอย่ทีจังหวัดยโสธร และ







แม่ฮองสอน เปนต้น แตงโมเปนผลไม้กินสดและน ำมำปั่นท ำเปนน ้ำแตงโม เย็นฉ ่ำชื่นใจ


นอกจำกนั้นยังน ำมำแกะสลักเพือประดับตกแตงโต๊ะอำหำร เพรำะผลแตงโมมีเปลือกเขียว เนือเปลือกขำว เนือแตงสีแดงหลำกสีสัน



ที่มำ: http://pirun.ku.ac.th/~b521010235/%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A1.html

74.อ้อย









ลักษณะทั่ว ๆ ไป และลักษณะทำงพฤกษศำสตร์


รำกของอ้อยนั้น จะเปนรำกทีอย่ใต้ดิน มีขนำดใหญกระจำยทั่วล ำต้น มีควำมยำวประมำณ 100




เซนติเมตร โดยรำกของอ้อยนั้นจะแบ่งออกเปน 2 ชุดด้วยกัน ทั้งรำกของท่อนพันธ์ ทีไช้ล ำเลียงน ้ำ



และธำตุอำหำรจนกว่ำหนออ่อนจะเติบโต และรำกชนิดนีจะหมดสภำพไปเอง ตอไปก็คือ รำกของ


หนอ คือรำกขนำดใหญทีเจริญออกจำกปมรำกของหนอทีเติบโตแล้ว รำกของอ้อยนั้นจะมีกำร







เติบโตทดแทนกันอย่ำงสม ่ำเสมอ และรำกเกำก็จะหมดสภำพลงไปตำมกำลเวลำ

ล ำต้นขนำดใหญของอ้อยนั้นจะประกอบไปด้วยข้อปล้องจ ำนวนมำก ปล้องเหล่ำนีจะยำวหรื่อสั้นก็





จะขึนงย่กับปริมำณน ้ำทีได้รับ ยิ่งมีน ้ำมำก ปล้องก็จะยำวและท ำให้ล ำต้นสงใหญตำม



รปรำงของปล้อง (internode patterns)


ปล้องมีรปรำงแตกตำงกันหลำยรปทรงมำกมำย เชน เปนรปทรงกระบอก (cylindrical) มัดข้ำวต้ม





(tumescent) กลำงคอด (bobbin-shaped) โคนใหญ (conoidal) โคนเล็ก (obconoidal) หรือ



โค้ง (curved) ข้อและปล้องเหล่ำนีจะมีส่วนประกอบมำกมำยกว่ำสิบอย่ำงด้วยกัน เชน ตำ บริเวณเกิดรำก (root band หรือ rootring หรือ root



zone)หรืออำณำเขตทีอย่ระหว่ำงรอยกำบ และวงเจริญ ปุมรำก (root primordia หรือ root initials) หรือจุดทีรำกจะเจริญออกมำ วงเจริญหรือวง

แหวน (growth ring) รอยกำบ (leaf scar หรือ sheath scar)เปนรอยทีเกิดขึนหลังจำกกำบใบหลุดแล้ว วงไข (wax ring) ส่วนทีมีไขเกำะ




มำกกว่ำส่วนอื่นๆ รอยแตกตน หรือ รอยแตกลำยงำ (corky cracks) รอยแตกเล็กๆ บริเวณผิวเปลือก รอยแตกลึก (growth crack หรือ rind





crack) รอยแตกขนำดใหญตำมควำมยำวของล ำต้นลึกเข้ำไปในเนืออ้อย รอยตกสะเก็ด (corky patch) รองตำ (bud furrow หรือ bud groove)


เหมือนใบข้ำวทีขนำดใหญขึน ใบอ้อยจะมี 2 ส่วนด้วยกันคือ กำบใบและแผ่นใบ


กำบใบ คือส่วนทีโอบรอบล ำต้นสลับซ้ำย ขวำไปมำจำกต้นถึงปลำยล ำต้น
แผ่นใบ เปนส่วนทีถัดเข้ำไปจำกกำบใบ จะมีแกนตรงกลำงทีท ำให้แผ่นใบมีลักษณะแข็งตั้งตรงได้





ู่

ู่






ดอกของอ้อยนั้นจะเปนดอกเล็กๆทีติดกันเปนค ๆ แตในหนึงคก็จะแยกออกเปนดอกทีมีก้ำนและไม่มีก้ำน แต่ละดอกจะมีขนสีขำวอย่ทีรอบฐำน



เมือดอกบำน ขนเหล่ำนีก็จะกำงออกรอบ ๆ เปนรัศมีเล็ก ๆ
เมล็ด


เมล็ดอ้อยมีลักษณะคล้ำยเมล็ดข้ำวทีมีขนำดเล็กลงมำหลำยเท่ำ และจะติดอย่กับตัวดอกอย่ำงแนน เรำจะเรียกเมล็ดอ้อยว่ำฟัซซ์ หรือ ฟลัฟฟ (fuzz


ที่มำ: http://canethai.blogspot.com/ ่

หรือ fluff) และเมล็ดเหล่ำนีก็จะน ำไปเพำะใหม่ตอไป

75.เผือกจีน










ชื่อวิทยำศำสตร์: Colocasia esculenta (L.) Schott จัดอย่ในวงศ์บอน
(ARACEAE)




เผือกมีสำยพันธ์มำกกว่ำ 200 พันธ์ โดยแบ่งออกเปน 2 ประเภท ได้แก ประเภท


เอดโด (eddoe) ได้แก Colocasia esculenta var. antiquorum หรือ




Colocasia esculenta var. globulifera ประเภทนีจะเปนเผือกทีมีหัวขนำดไม่

ใหญ และมีหัวเล็กกว่ำล้อมรอบอย่หลำยหัว ทุกหัวใช้รับประทำนและใช้ท ำพันธ์ ุ

ได้ ส่วนอีกประเภทคือ ประเภทแดชีน (dasheen) ได้แก Colocasia



esculenta var. esculenta ประเภทนีเปนเผือกทีมีหัวขนำดใหญ และมีหัวขนำดเล็กล้อมรอบ ใช้รับประทำนได้ เผือกประเภทนีได้แก เผือกหอม








ซึงเปนพันธ์ทีนิยมปลกทั่วไปในบ้ำนเรำ






เผือกในเมืองไทยเท่ำทีทรำบจะมีอย่ด้วยกัน 4 ชนิด ได้แก เผือกหอม (ชนิดหัวใหญ แตละหัวมีน ้ำหนักประมำณ 2-3 กิโลกรัม และมีหัวเล็กติดอย ู ่




กับหัวใหญเล็กน้อย ใช้ต้มรับประทำนได้ มีกลินหอม ส่วนกำบใบเปนสีเขียว มีขนำดใหญ), เผือกเหลือง (หัวสีเหลืองขนำดย่อม), เผือกไม้ หรือ





เผือกไหหล ำ (หัวมีขนำดเล็ก) และเผือกตำแดง (ตำของหัวเปนสีแดงเข้ม มีหัวเล็กล้อมรอบหัวใหญเปนกล่มจ ำนวนมำก กำบใบและเส้นใบเปนสี
แดง)
ลักษณะของเผือก

ต้นเผือก เผือกมีถินก ำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉยงใต้และเอเชียใต้ ปัจจุบันมีกำรเพำะปลกกันมำกทำงเอเชียตะวันออกเฉยงใต้ จีน อินเดีย แอฟริกำ




และในหมู่เกำะในอเมริกำกลำง แตมักจะปลกเพือใช้บริโภคภำยในท้องถินมำกกว่ำปลกเพือกำรค้ำในตลำดโลก โดยจัดเปนพืชล้มลุกทีมีอำยุหลำยป ี











ด มีล ำต้นเปนหัวอย่ใต้ดิน ลักษณะของหัวเปนรปลกข่ำงกลม สีน ้ำตำล และมีขนำดใหญ และมีหัวเล็ก ๆ อย่ล้อมรอบ หัวจะมีรปรำงและขนำดที ่








แตกตำงกันออกไป โดยปกติล ำต้นมีควำมสงประมำณ 0.4-2 เมตร


ใบเผือก ใบเปนใบเดี่ยวเรียงเวียน มีขนำดใหญ ลักษณะของใบเปนรปหัวใจหรือเปนรปลกศรแกมรปหัวใจ ปลำยใบแหลม โคนใบแตละด้ำนกลม








หรือเปนเหลียม เห็นเส้นใบได้ชัดเจน ก้ำนใบอำจยำวได้ถึง 1 เมตร มีขนำดและสีทีตำงกันตำมสำยพันธ์ โดยใบจะเกิดจำกใต้ดิน











ดอกเผือก ออกดอกเปนชอ ชอดอกเปนชอเชิงลดมีกำบ ออกเดี่ยวหรือหลำยชอ ก้ำนชอดอกมีควำมยำวประมำณ 15-30 เซนติเมตร สั้นกว่ำก้ำนใบ


กำบหุ้มชอดอกยำวประมำณ 15-35 เซนติเมตร ลักษณะตั้งตรงเปนสีเขียว ปลำยกำบเรียวแหลมยำวคล้ำยหำง ชอดอกสั้นกว่ำกำบ ดอกจะทยอย




บำนเรื่อย ๆ ดอกเพศเมียมักจะไม่มี ส่วนดอกเพศผ้ในหนึงดอกจะมีก้ำนเกสรเพศผ้ 2-3 ก้ำน
ผลเผือก ผลเปนสีเขียวเปลือกบำง ไม่คอยมีเมล็ด แตบำงสำยพันธ์ก็ติดเมล็ดได้




ที่มำ: https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1726&code_db=610010&code_type=01

76.พลู(เคี้ยวหมำก)










พลู (ชื่อวิทยำศำสตร์: Piper betle) เปนพืชชนิดหนึง อย่ในวงศ์



พริกไทย (Piperaceae)พลเปนไม้เลือย ทีข้อมีรำกสั้น ๆ ออกรอบ





ข้อใช้เกำะติดไม้ใหญ มีเนือไม้ขนำดเล็กจึงไม่จัดเปนไม้ยืนต้น มีข้อ

และปล้องชัดเจน ใบเดี่ยวติดกับล ำต้น ใบเรียงตัวแบบสลับ


ลักษณะของใบแหลมคล้ำยใบโพ ผิวใบมัน ดอกออกรวมกันเปนชอ

แนน ปลกโดยใช้ล ำต้นปักช ำ ขึนง่ำย เปนพืชพืนเมืองของภูมิภำค




เอเชียใต้จนถึงเอเชียตะวันออกเฉยงใต้



ใบของพลนั้นมีรสเผ็ดร้อน เปนทีร้จักกันดีว่ำนิยมน ำมำทำกับ







ปูนแดงเคียวรวมกับหมำก โดยเฉพำะในคนรุนกอน ๆ ซึงส่วนใหญ ่




จะใช้ใบพลทีมีสีเขียวเข้มมำกกว่ำใบทีสีออกเหลืองทอง นอกจำกนีแล้วยังใช้ในพิธีมงคลเปนเครื่องเซ่นไหว้ กำรท ำเครื่องบำยศรีส่ขวัญ คุณคำทำง









สำรอำหำรของพล ประกอบด้วยน ้ำมันหอมระเหย ได้แก ชำวิคอล, ยจินอล, เบตำซิโตสเตอรอล และซินีออล เปนต้น นอกจำกนียังใช้เปนสมุนไพร

แก้ลมพิษ รักษำอำกำรคัน ในใบพลมีสำรยจีนอลและชำวิคอล มีฤทธ์เปนยำชำและชวยกระต้นกำรไหลเวียนของโลหิต และยับยั้งกำรเจริญเติบโต








ของเชือโรคหลำยชนิด จึงมีประโยชน์ในกำรระงับอำกำรคันและเจ็บปวดเนื่องจำกแมลงกัดตอย ชวยฆำและยับยั้งกำรเจริญเติบโตของเชือแบคทีเรีย


ทีเปนสำเหตของวัณโรคและเชือหนอง และมีฤทธ์ต้ำนเชือรำทีเปนสำเหตของโรคผิวหนังและกลำก และพบว่ำน ้ำมันพลสำมำรถฆำพยำธิไส้เดือนได้











สำรเบตำสเตอรอล มีฤทธ์แก้แพ้ แก้อักเสบ นอกจำกนี พลยังมีสรรพคุณใช้แก้กำรอักเสบของเยือจมูกและคอ แก้กลำก แก้ฮองกงฟุต แก้คัน แก้







ลมพิษ ลนไฟนำบท้องเด็ก แก้ปวดท้องและแก้ลกอัณฑะยำน เปนต้น

พลขึนพันรอบไม้ยืนต้น










พล มีกำรปลกกันเปนพืชเศรษฐกิจในประเทศไทย โดยเฉพำะทีตลำดพลู ฝั่งธนบุรี เริ่มจำกชำวอิสลำมทีอำศัยอย่ ณ ทีแห่งนีมำตั้งแตต้นยุค




รัตนโกสินทร์ จนกลำยมำเปนแหล่งค้ำขำยพลแหล่งใหญ จนกระทั่งได้ขยำยไปยังชำวไทย และชำวจีนด้วย แม้ปัจจุบันควำมนิยมกินหมำกและพลจะ

ลดน้อยลงไปตำมกำลเวลำ แตก็ยังคงมีพืนทีปลกพลอย่





ที่มำ:https://th.wikipedia.org/wiki/


77.หนอไม้ฝรั่ง











ชอสมุนไพร : หนอไม้ฝรั่ง
ชอสำมัญ : Edible Asparagus, Garden Asparagus.


ชอวิทยำศำสตร์ : Acanthus bracteates Vahl.


ชอวงศ์ : ASPARAGACEAE


ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์ : เหง้ำใต้ดิน สีน ้ำตำล ใบประกอบแบบขนนก มีก้ำนใบยำว
ออกตำมข้อ ออกเรียงสลับกัน ออกเรียงเวียนรอบๆล้ำต้น มีก้ำนใบย่อย มีใบมีลักษณะ
ฝอยเล็กๆ มีสีเขียว ดอกชอ ออกตำมกิ่งตำมซอกใบ ก้ำนชอดอกยำว มีดอกย่อย อย่เปน





กระจุก รประฆัง ทรงยำวรีเล็กๆ กลีบดอกมีสีเหลืองนวล ก้ำนมีสีเขียว ผล มีทรงกลม


เล็กๆ ผลอ่อนสีเขียว ผลสกสีแดงส้ม ผลแกจะแตกออก เมล็ด 2-3 เมล็ด ทรงกลมเล็ก สี
ด ำ
ที่มำ: http://www.herbalcitysanuk.com/

78.ถั่วฝักยำว









ถั่วฝักยำว (ชื่อวิทยำศำสตร์: Vigna unguiculata subsp.


sesquipedalis) เปนถั่วชนิดหนึงทีเปนไม้เลือย มีชื่อสำมัญในภำษำตำงๆที ่





หลำกหลำย เชน สิบสองปันนำเรียก ถั่วลินนำค ภำษำอังกฤษเรียกว่ำ

yardlong bean (ตรงตัว:ถั่วยำวหนึ่งหลำ) ภำษำจีนกวำงตุ้งเรียกว่ำ dau
gok ภำษำจีนกลำงเรียก jiang dou (豇豆) ภำษำอินโดนีเซียและภำษำ

มลำยเรียก kacang panjang ภำษำตำกำล็อกเรียก 'SITAO' or
'SITAW' ภำษำอีโลกำโนเรียก utong ในหมู่เกำะเวสต์อินดีสเรียกว่ำ bora
หรือ bodi ภำษำเบงกอลเรียกว่ำ vali, Borboti ในรัฐกัว อินเดีย เรียก

eeril ภำษำเวียดนำมเรียก đậu đũa และภำษำญี่ปุนเรียก ju-roku sasage อย่ำงไรก็ตำม ฝักของถั่วชนิดนียำวเพียงครึ่งหลำ ชื่อของสับสปชีส์



sesquipedalis (หมำยถึงยำวฟุตครึ่ง) ใกล้เคียงกับควำมยำวจริง ๆของฝักถั่วมำกกว่ำ
ที่มำ: https://th.wikipedia.org/

79.ปเล่








ชอวิทยำศำสตร์: Brassica oleracea L. cv. Acephala Group


วงศ์: Brassicaceae (Cruciferae)
ประเภท: ไม้ล้มลุก อำยุ 2 ป ี

ควำมสง: 30 – 60 เซนติเมตร
ล ำต้น: เจริญเปนพุ่ม


decorative kale2ใบ: สีเขียวอมเทำ มีนวลทีผิวใบ มี 2 ชนิด ชนิดใบ


ใหญ ใบรปกลมขนำดใหญ เรียงอัดกันแนน ถ้ำอำกำศเย็นใบจะห่อ



เหมือนกะหล ่ำ และ ชนิดใบเล็ก ใบเรียงไม่เปนระเบียบ ก้ำนใบยำว
คล้ำยใบคะน้ำ
อัตรำกำรเจริญเติบโต: เร็ว
ดิน: ดินรวน ระบำยน ้ำดี

น ้ำ: ปำนกลำง
แสงแดด: เต็มวัน

ขยำยพันธ์: ปักช ำ






กำรใช้งำนและอืนๆ: ปลกเปนไม้กระถำงหรือประดับสวนได้ เมือล ำต้นยืดยำวและเอนล้ม ควรใช้ไม้ค ้ำเพือพยุงล ำต้นจะชวยให้แตกแขนงได้ดี ควร







ตัดใบชวงกลำงล ำต้นทีไม่อ่อนไม่แกเกินไปกิน เพรำะมีรสชำติอรอย เหลือใบส่วนล่ำงไว้สังเครำะห์แสง ต้นจะสงขึนเรื่อย ๆ ทีโคนรอยแผลจะเกิด





เปนกิ่งแขนงเล็ก ๆ ปูเล่กินได้ทั้งต้น ไม่เหม็นเขียว ใช้ผัดหรือประกอบอำหำรเชนเดียวกับคะน้ำ มีเบต้ำแคโรทีนและวิตำมินซี ชวยลดควำมเสียง
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
ที่มำ: https://www.baanlaesuan.com/plants/biennial/137558.html

80.บรอกโคลี






ชอวิทยำศำสตร์ Brassica olercea L. Var italica
ชอสำมัญ Broccoli



ชอวงศ์ Brassicacea


ลักษณะ :บรอคโคลี่เปนผักที่ปลูกเพือ บริโภคส่วนของดอกอ่อน

และก้ำน ส่วนของดอกบร็อคโคลี่ จะมีสีเขียวประกอบด้วย ดอก

ย่อยขนำดเล็กสีเขียว เปนจ ำนวนมำก ที่รวมกันเปนกลุ่มใหญ่ มี

ลักษณะแนน แต่ไม่อัดตัวกันแนน เหมือนดอกกะหล ่ำ บร็อคโค




ลี่มีถิ่นก ำเนด อย่ทำงตอนใต้ ของยุโรป แถบประเทศอิตำลี

นำเข้ำมำปลูกในเมองไทย โดยปลกในพื้นทภำคเหนอ ของ








ประเทศไทย เนองจำกเปนผัก ชนดใหม่ และปลูกได้ดี ในชวงหน้ำหนำว ท ำให้รำคำค่อนข้ำงแพง ปัจจุบันมีกำรพัฒนำสำยพันธุ์ ให้ทนร้อนมำก




ขึ้น ทำให้สำมำรถผลิตได้ด เฉพำะบนทสง หำกมกำรเลือกใช้สำยพันธุ์ ทเหมำะสมประโยชน์







บร็อกโคลีมีสำรที่เรียกว่ำ ซัลโฟรำเฟน(sulforaphane) ซึงเปนสำรปองกันโรคมะเร็ง บร็อกโคลี 1 ถ้วยตวง ให้วิตำมินซีมำกถึง 13% ของปริมำณ


วิตำมินซีที่เรำควรรับประมทำนต่อวัน และบร็อกโคลี่ อุดมด้วยเบต้ำ-แคโรทีน นอกจำกจะเปนแหล่งวิตำมินเอทีส ำคัญ บร็อกโคลี่ ยังมีธำตุ









ซีลีเนยมทมสรรพคณชวยเพิมควำมยดหยนให้ผิวหนังอีกด้วย ดังนั้น กำรรับประทำนบร็อกโคลีเปนประจ ำจะชวยชะลอผิวพรรณไมให้เหียวยน








ง่ำย ดอ่อนกว่ำวัยเปนหนมสำวอย่ตลอดเวลำ





ที่มำ: http://www.the-than.com/samonpai/P/33.html

81.ฟักแม้ว








ชอวิทยำศำสตร์: Sechium edule (Jacq) Swartz.
ชอวงศ์ : CUCURBITACEAE



ฟักแม้ว มีชอท้องถิ่นอืน ๆ ว่ำ มะระแม้ว มะระหวำน ภำษำอังกฤษ ชำโยเต้


(Chayote) มะเขือเครือ มะเขือฝรั่ง มะระญี่ปุน ฟักญี่ปุน มะเขือนำยก บ่ำเขือ



เครือ ฟักม้ง แตงกะเหรี่ยง เปนต้น

ลักษณะของฟักแม้ว:



ต้นฟักแม้ว หรือ ต้นมะระหวำน มีถิ่นก ำเนดในทำงตอนใต้ของประเทศเม็กซิโกและแถบอเมริกำกลำง ซึงในปัจจุบันมีกำรเพำะปลูกอย่ทั่ว





โลก โดยสันนษฐำนกันวำมกำรนำเข้ำมำปลกในไทยโดยหมอสอนศำสนำ และให้ชำวบ้ำนปลกครั้งแรกทจังหวัดแพร่ แตในปัจจุบันจะเพำะปลก









ฟักแม้วกันมำกในจังหวัดเลย เพชรบรณ์ และจังหวัดทำงภำคเหนออยำงเชยงรำย โดยจัดเปนเถำไม้เลื้อย ลักษณะทั่วไปจะคล้ำยกับพืชทอยใน





ตระกูลแตง แต่มีลักษณะหลำยอย่ำงที่แตกต่ำงกัน เชน ลักษณะของล ำต้น ใบ ยอด และมือจับ คล้ำยต้นแตงกวำผสมฟักเขียว มีระบบรำกสะสม


ขนำดใหญ่ ล ำต้นฟักแม้วมีลักษณะเปนเหลี่ยม เจริญเปนเถำ มีควำมยำวประมำณ 15-30 ฟุต มีเถำแขนง 3-5 เถำ มีมือเกำะเจริญที่ข้อ

ใบฟักแม้ว หรือ ใบมะระหวำน ขอบใบมีลักษณะเปนเหลี่ยม 3-5 เหลี่ยม มีควำมยำวประมำณ 8-15 เซนติเมตร ลักษณะคล้ำยใบต ำลึงแต่




มขนำดใหญ่กวำ ใบมขนระคำยทั้งด้ำนบนและด้ำนล่ำง

ดอกฟักแม้ว หรือ ดอกมะระหวำน มีสีขำวปนเขียว ดอกจะเกิดตำมข้อระหว่ำงต้นกับก้ำนใบ ออกดอกเปนชอ ดอกเปนประเภทไม่สมบูรณ์




เพศ หรือดอกตัวผ้และดอกตัวเมียจะอย่คนละดอก แต่อย่ในต้นเดียวกัน





ผลฟักแม้ว หรือ ผลมะระหวำน เปนผลเดียว ลักษณะเปนทรงกลมยำว ผลมีสีเขียวอ่อน รปร่ำงคล้ำยลูกแพร์ ผลมีควำมยำวประมำณ 7-

20 เซนติเมตรและกว้ำงประมำณ 5-15 เซนตเมตร หนงผลมน้ำหนักรำว 200-400 กรัม รสเยน เน้อผลมรสหวำน รสคล้ำยกับฝรั่งปนแตงกวำ








สรรพคุณของฟักแม้ว



ชวยบ ำรุงหัวใจและหลอดเลือด ด้วยกำรใช้ผลและใบมำดองเปนยำไว้กิน (ผล, ใบ)


น้ำต้มใบและผลนำมำใช้ในกำรรักษำอำกำรเส้นเลือดแข็งตัวได้ (ผล, ใบ)


มะระหวำนชวยรักษำโรคควำมดันโลหิตสง ด้วยกำรดมน้ำทต้มจำกผลและใบฟักแม้ว (ผล, ใบ)





ชวยปองกันและรักษำโรคเลือดออกตำมไรฟัน (ผล, ใบ)



ที่มำ : https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1767&code_db=610010&code_type=01

82.ถั่วพู










ชอสำมัญ Winged bean, Goa bean, Asparagus pea,

Four-angled bean, Winged pea


ชอวิทยำศำสตร์ Psophocarpus tetragonolobus (L.) DC.

จัดอย่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE)

และอย่ในวงศ์ย่อยถั่ว FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE
หรือ PAPILIONACEAE)

ลักษณะของต้นถั่วพู


ต้นถั่วพู จัดเปนไม้เลื้อย ไมมเน้อไม้แตมอำยหลำยป ล ำต้นเลื้อยพัน เปนพืชที่มีล ำต้นสีเขียวและเขียวปนม่วง ส่วนของรำกเปนรำกที่






















สะสมอำหำรอยใต้ดน มปมซึงเปนทอยของเช้อไรโซเบยมจ ำนวนมำก ถั่วพูเปนพืชทปลกง่ำยและเจริญเตบโตได้ดในดนทกชนด ยกเว้นในดินที่ม ี







น้ำขัง ขึ้นได้ในระดับน้ำทะเลจนถึงระดับควำมสงท 2,300 เมตร ขยำยพันธุ์และเพำะปลูกด้วยวิธีกำรใช้เมล็ดและกำรเพำะกล้ำ







ใบถั่วพู ใบเรียงสลับ เปนใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยมี 3 ใบ โคนใบกลมและเบ้ยว ส่วนปลำยใบแหลม มรปร่ำงหลำยแบบ เชน รป






สำมเหลี่ยม รปไข และรปใบหอก










ดอกถั่วพู ออกดอกเปนชอตำมซอกใบเปนแบบชอกระจะ ในชอหนง ๆ จะมีดอกอย่ประมำณ 3-12 ดอก กลีบเลี้ยงเชอมตดกันลักษณะ







คล้ำยรประฆัง ปลำยเปน 5 กลีบ กลีบเปนซีสั้น ๆ กลีบดอกมสีระหวำงขำวและสีมวงแดง สีน้ำเงิน สีแดง ดอกมเกสรตัวผ้อย 10 ก้ำน แบ่งเปน 2








มัด มัดหนงมี 9 ก้ำน ส่วนอีกมัดมี 1 ก้ำน







ฝักถั่วพู ฝักเปนรปขอบขนำนถึงรปแถบ มีหน้ำตัดเปนรปสีเหลี่ยม และแต่ละมุมของฝักจะมีปกตำมยำว ปกมีลักษณะเปนหยักแบบจัก





คล้ำยฟันเลื่อย มีสีเขียว มีรปร่ำงเปนฝักสี่เหลี่ยม มีปก 4 ปก เมือตัดตำมขวำงจะแบ่งได้เปน 4 แบบคือ rectangular, semi flat, flat on




sides และ flat on suture ฝักมีควำมยำวประมำณ 11.2-29.9 เซนตเมตร สีของฝักมทั้งสีเขียว สีมวง และสีเหลือง ส่วนผิวของฝักจะแบง ่




ออกเปน 2 แบบคือ แบบผิวเรียบและแบบผิวหยำบมำก ในฝักถั่วพูจะมีเมล็ดอย่ประมำณ 8-20 เมล็ด


เมล็ดถั่วพู ลักษณะของเมล็ดเปนรปกึงทรงกลม มตั้งแตสีขำว สีเหลือง สีครีม สีน้ำตำล สีดำ และแบบทเปนลวดลำยตำง ๆ แตส่วนใหญ่











แล้วเมล็ดจะมสีน้ำตำล และยังมขนำดตำง ๆ กัน โดยน้ำหนัก 100 เมล็ด อย่ในชวง 11-4.6 กรัม








สรรพคุณของถั่วพู





ฝักอ่อนถั่วพูชวยบำรุงร่ำงกำย (ฝักอ่อน) หรือจะใช้เมล็ดแกตำกแห้งนำมำบดให้เปนผง นำมำละลำยกับน้ำครั้งละ 5-6 กรัม ใช้รับประทำน



ก่อนอำหำรวันละ 3 เวลำ (เมล็ด) ส่วนหัวก็ชวยบ ำรุงร่ำงกำยด้วยเชนกัน (หัว)



หัวใต้ดินนำมำเผำหรือนงกินชวยบ ำรุงก ำลัง หรือจะใช้รำกถั่วพูใช้ผสมกับสมุนไพรและน้ำดอกไม้ใช้เปนยำชก ำลังก็ได้เชนกัน (หัว, รำก)
















และอีกตำรำบอกวำให้ใช้เมล็ดแกนำมำต้มให้สกแล้วรับประทำน หรือจะนำเมล็ดทต้มสกแล้วมำบดให้ละเอียดผสมกับน้ำสก ใช้ดมกอนอำหำรวัน




ละ 3 เวลำก็จะชวยท ำให้สุขภำพแข็งแรง เพิ่มก ำลังวังชำได้เชนกัน










หัวถั่วพู เมอนำมำตำกแห้งแล้วคั่วให้เหลือง ใช้ชงกับน้ำดม ชวยแก้อำกำรอ่อนเพลียได้ ส่วนฝักอ่อนก็ชวยได้เชนกัน


ที่มำ : https://www.opsmoac.go.th/surin-local_wisdom-preview-422891791859

83.ฟักหอม









ชอวิทยำศำสตร์ : Benincasa hispida Cogn.


ชอสำมัญ : White Gourd


ลักษณะฟักหอม


ฟักหอมหรือฟักปอม หรือฟักอ้ม(อ้มภำษำอีสำน= หอม) เปนฟักเขียว

รปทรงผลกลม เส้นผ่ำศูนย์กลำงเมือแก่ ประมำณ 15 - 20 ซม. ผล



อ่อนสีเขียวปกติ พอแก่จะเขียวเข้มอมด ำ มีนวลคล้ำยแปงสีขำวหุ้ม


เปลือกนอก พอแก เพียงยกขึ้นดม จะมกลินหอมพิเศษไมมใคร



เหมือน ถ้ำเก็บมำกองรวมกันมำกๆ จะกลำยเปนกลิ่นฉน คนไม่ชอบ













บอกวำเหมน แตเมอสกแล้วบอกวำ หอมกันทกคนเน้อของฟักชนดน้เมอแกงหหรือต้ม จะเปนทรำย ไมเหนยวแบบฟักอืน หน้ำหนำวจะมฟักแก่



















ออกตลำด มีมำก แถบอีสำนตอนบนเชนทเมองเลย และสกลนคร แตปัจจุบัน หำทมเน้อทรำย และกลินหอมยำกมำกแล้ว เนองจำกกำรกลำย
พันธุ์
สรรพคุณทำงยำ




ผล เปนยำขับปัสสำวะ ขับเสมหะ แก้ร้อนในกระหำยน้ำ บวมน้ำ อืดแนน หลอดลมอักเสบ ไอ หอบ บด ท้องเสีย เปลือกผล แก้แผล





บวม อักเสบ มีหนอง ท้องเสีย แก้บวมน้ำ เมล็ด เปนยำบำรุงปอดละลำยเสมหะ ล ำไส้อักเสบ หนองใน ริดสีดวงทวำร ไส้ในผล แก้ร้อนในบวมน้ำ




ลบรอยจุดดำงดำบนใบหน้ำ ใบ แก้ร้อนใน บด ท้องเสีย มำลำเรีย บวมอักเสบ ผึ้งตอย เถำ แก้ปอดอักเสบ แก้ไข้
ที่มำ : https://www.bloggang.com/

84.หมำกเมำปำ










ชอวิทยำศำสตร์ Antidesma puncticulatum Miq.
ชอวงศ์ Phyllanthaceae







ชอพื้นเมอง หมำกเม้ำ บำเหม้ำ (ภำคเหนอ), หมำกเม่ำ (ภำคอีสำน),
ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์:


เปนไม้ยืนต้นทีมีอำยุยืนยำว แตกกิ่งก้ำนมำก กิ่งแขนงแตกเปนพุมทรงกลม สง ู





ประมำณ 5-10 เมตร เมือโตเต็มทีจะมีขนำดถึง 4 คนโอบ และมีเนือไม้แข็ง มักขึนตำมปำ


เบญจพรรณ ปำดิบแล้ง หรือตำมหัวไร ปลำยนำทั่วทุกภำคของประเทศไทย โดยจังหวัด






กำญจนบุรีจะมีต้นมะเม่ำในปำเปนจ ำนวนมำก และมะเม่ำยัง เปนผลไม้ท้องถินของภำคอีสำน
ในเทือกเขำภูพำนของจังหวัดสกลนครอีกด้วย







ใบ เปนใบเดี่ยว สีเขียวสด ผิวใบเรียบเปนมันทั้งสองด้ำน ใบออกหนำแนนเปนรมเงำได้เปนอย่ำงดี

ดอก ดอกมีขนำดเล็กสีขำวอมเหลือง ออกดอกเปนชอยำวตำมปลำยกิ่งและซอกใบ ชอดอกคล้ำย พริกไทย ลักษณะของดอกเปนดอกแยกเพศกัน





อย่คนละต้น โดยจะออกดอกในชวงเดือนมีนำคมถึงเดือน เมษำยน และสุกในเดือนสิงหำคมถึงเดือนกันยำยน







ผล ลักษณะของผลเปนทรงกลม ผลมีขนำดเล็กและเปนพวง ผลดิบมีสีเขียวอ่อนหรือสีเขียวเข้ม มีรสเปรียว แตเมือสุกแล้วจะเปลียนเปนสีแดงและ




ม่วงด ำในทีสุด โดยผลสุกจะมีรสหวำนอมเปรียวและฝำด เมล็ด กรุบกรับ ในหนึงผลจะมีหนึงเมล็ด เปลือกหุ้มเมล็ดแข็ง



ประโยชน์ ผลมะเม่ำสุกจะมีสำรแอนโทไซยำนิน (Anthocyanin) ทีชวยตอต้ำนอนมูลอิสระ ปองกันมะเร็ง ชวยขจัดสำรพิษออกจำกรำงกำย และยัง







ชวยชะลอควำมแกชรำได้อีกด้วย


ทีมำ : http://rspg.psru.ac.th/plants_file/1_26.pdf

85.ยอ







ชอวิทยำศำสตร์ : Morinda citrifolia L.


ชอสำมัญ : Indian Mulberry


วงศ์ : Rubiaceae
ชออืน : ยอบ้ำน (ภำคกลำง) มะตำเสือ (ภำคเหนอ) ยอ แยใหญ่




(กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)










ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไม้ต้น สง 2-6 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตำล แตกเปนสะเก็ดแล้วหลุดออก กิงอ่อนเปนสีเหลียม ใบ เปนใบ



เดียว ออกตรงข้ำม รปรี กว้ำง 8-15 ซม. ยำว 10-20 ซม. ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียวเข้มเปนมัน ดอก ออกเปนชอกลมตำมซอกใบ ดอกสี








ขำว กลีบดอกโคนเชอมติดกันเปนหลอด ปลำยแยกเปน 5 แฉก มีกลิ่นหอม ผล เปนผลรวม ผิวขรุขระเปนตุ่ม ผลสุกมีกลิ่นเหม็นเอียน เมล็ดสี

น้ำตำลมหลำยเมล็ด


ส่วนที่ใช้ : ใบ รำก ผลดิบ ผลสุก
สรรพคุณ :
ใบ - มีวิตำมินเอ 40,000 กว่ำยนตสำกลต่อ 100 กรัม มีคุณสมบัติในกำรบ ำรุงสำยตำ หัวใจ คั้นน้ำทำแก้โรคเก๊ำท์ ปวดตำมข้อเล็กๆ





ของน้วมอ น้วเท้ำ หรือคั้นน้ำสระผมฆำเหำ แก้กระษัย ใช้ใบปรุงเปนอำหำร แก้ท้องร่วง







รำก - ใช้เปนยำระบำย แก้กระษัย ใช้สกัดสีออกมำ เปนสีย้อมผ้ำได้ โดยผสมส่วนของเกลือต่ำงๆ สำมำรถเปลี่ยนเปนสีต่ำงๆ ได้ตำม


ต้องกำร ซึงสีเดมของรำกจะมสีเหลือง หรือเหลืองปนแดง หำกผสมตำมส่วนด้วยเกลือ อำจจะได้สีแดง ชมพู น้ำตำลอ่อน สีมวงแดง หรือสีดำ




เปนต้น




ผลโตเต็มที่แต่ไม่สุก - จิ้มน้ำผึ้งรับประทำน มคณสมบัตเปนยำขับลม บำรุงธำต เจริญอำหำร ขับลมในล ำไส้ กระเพำะอำหำร แก้







เหงือกเปอยเปนขมบวม ขับเลือดลม ขับโลหิตประจ ำเดือน

ผลดิบ - ต้มน้ำรับประทำนกับรำกผักช แก้อำกำรอำเจียนของหญิงมครรภ์




วิธีและปริมำณที่ใช้ :







นำผลยอโตเตมทแตไมสก ฝำนเปนช้นบำงๆ ยำงหรือคั่วไฟอ่อนๆ ให้เหลืองกรอบ ใช้ครั้งละ 1 ก ำมอ (10-15 กรัม) ต้มหรือชงกับน้ำ






เอำน้ำทจิบทละน้อย และบอยๆ ครั้งจะได้ผลดกวำดมครั้งเดยว









สำรเคม : ผลยอนั้นมสำรเคม Asperuloside, caproic acid, caprylic acid และ glucose




ที่มำ: http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_11_5.htm

86.เงำะ











ชอวิทยำศำสตร์ : Nephelium lappaceum L.
วงศ์ : Sapindaceae



ชอสำมัญ : Rambutan








ชออืน : เงำะปำ(นครศรีธรรมรำช) พรวน(ปัตตำน) กะเมำะแต มอแต อำเมำะแต (มำเลย์ปัตตำน)






ลักษณะ : เปนไม้ยืนต้นขนำดกลำง แตกกิ่งก้ำน ใบ เปนใบประกอบรปขนนก ใบย่อยรปโค้ง หรือรปไขกลับ ดอก ออกชอที่ปลำยยอด









เปนกลุ่มย่อย ชอดอกมีกิ่ง แขนง ดอกย่อยออกเปนกลุ่ม ดอกมีสีนวล อ่อน ๆ ผล รปร่ำงกลมรี มีขนยำว เมื่อยังไม่สุกขนและ ผิวมีสีเขียว เมือสุก


บำงพันธุ์ผิวผลและขน มสีแดง บำงพันธุ์ผิวผลแดงขนมสีเขียว อมเหลือง เน้อสีขำวมรสหวำน หรือหวำน อมเปรี้ยว เมล็ดเปนรปขอบชนวน คลุม







ด้วย เน้อเยอใสสีขำว





ประโยชน์ : ใช้เปนอำหำร ผลสก รับประทำนเปนผลไม้ ทำผลไม้ กระปอง ทำแยม ทำน้ำผลไม้ คณคำทำง โภชนำกำร เน้อเงำะ ม ี












น้ำตำลสง มแร่ธำต และวตำ มนซี ส่วนเปลือกผลมรสฝำด มสำร แทนนนและอืน ๆ ใช้เปนยำ เปลือกต้น แก้ท้องร่วง สมำนแผล ฝำด สมำน










พวกทเปนโรคลิ้น เปลือกเงำะใช้ เปนยำขับพยำธิ ใบ เปนยำพอก ผล แก้บด แก้ท้องอืดเฟอ แก้ไข้ บำรุงก ำลัง และบำรุงร่ำงกำย เมล็ดทำให้






หลับ
ที่มำ เงำะ http://www.rspg.or.th/plants_data/use/fruit_2.htm

87.มะไฟ









ชอวิทยำศำสตร์ : Baccaurea ramiflora Lour.


ชอวงศ์ : Phyllanthaceae


ชอสำมัญ : Rambeh Bambi


ลักษณะทำงพฤษศำสตร์ :

ต้น : ไม้ต้นขนำดกลำง ไม่ผลัดใบ สง 10-15 เมตร เปลือกล ำต้นบำง


มสีน้ำตำลอมเขียวมร่องเล็กๆ เปนรอยแตก





ใบ : ใบเดียวเรียงสลับกัน ใบรปรีแกมหอก โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ

ปลำยเรียวแหลมใบเปนครีบเล็กน้อย มีสีเขียวถึงเขียวเข้ม
ดอก : ออกดอกเปนชอแบบรำซีม มีลักษณะเปนเส้น



ยำว 15-30 เซนติเมตร ออกดอกตำมล ำต้น และกิ่งใหญ่
มักเกิดรวมกันเปนกระจุก




ผล : ติดผลเปนพวงบน ก้ำนชอ ผลมีรปร่ำงกลมหรือยำวรี


สีผิวเหลืองถึงแดง ผิวเกลี้ยง เปลือกผลมยำง เน้ออำจมสีใส



หรือขำวขน รสเปรี้ยวอมหวำน
เมล็ด : มีลักษณะแบนอย่ภำยในผล ซึง 1 ผล มีประมำณ 1-3 เมล็ด


กำรใช้ประโยชน์ :

- ผล ใช้รับประทำน เปนผลไม้

- รำก ใช้ปรุงเปนยำสมุนไพร ใช้แก้พิษ ตำนซำง วัณโรค


- เน้อไม้ ใช้ทำเปนเครืองเรือน





- เปลือก ท ำเปนยำทำภำยนอก แก้โรคผิวหนังรำก นำมำเผำกินเปนยำถอนพิษ ทำแก้บวม แก้อักเสบ
เอกสำรอ้ำงอิง :



วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม. 2536. พจนำนกรมสมุนไพรไทย. กรุงเทพ ฯ : พิมพ์ครั้งท 2, ส ำนักพิมพ์สุริยบรรณ.

ที่มำ http://www.natres.psu.ac.th/FNR/vfsouthern/index.php/2013-10-26-10-11-55/9-uncategorised/131-2014-01-19-10-13-22

88.มะมวงแรด









ชอวิทยำศำสตร์: Mangifera indica L.


ชอสำมัญ: Mango

วงศ์: ANACARDIACEAE






ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์ เหมือนมะม่วงพันธุ์ไทยทั่วไป คือ เปนไม้ยืนต้น สง 10-15 เมตร ใบเดียว ออกเรียงสลับ รปใบ





หอก ปลำยแหลม โคนมน เน้อใบหนำ สีเขียวสด ดอก ออกเปนชอทปลำยยอด สีเหลืองอ่อน ดอกมกลินหอม “ผล” กลมรี ผลโตเต็มท ี่








น้ำหนักเฉลีย 300 กรัมตอผล ตดผลเปนพวง 1-3 ผล ในแต่ละพวงจะมีผลลักษณะแปลกคือ ด้ำนหลังผลตรงกันข้ำมกับโหนกผล









ด้ำนหน้ำมเน้อผลงอกยำวออกมำคล้ำยนอแรด จึงถกตั้งชอตำมลักษณะผลวำ “มะม่วงแรด” ตดผลปละครั้งตำมฤดกำล ขยำยพันธุ์ด้วย



เมล็ดและตอนกิ่ง


เปนพันธุ์ไทยแท้ๆ ทนยมปลกตำมบ้ำนหรือปลกเพือเก็บผลขำยมำช้ำนำนตั้งแตรุนคณปคณทวด ส่วนใหญ่จะปลกเพือ


















รับประทำนผลดบ เพรำะมรสชำตหวำนมันปนเปรี้ยวนดๆเหมำะส ำหรับคนทไมชอบรับประทำนรสหวำนจัด





ที่มำ : http://chaipatpark.com/ tips/ศูนย์กำรเรียนร้อุทยำน-พรรณไม้ /item/996-มะม่วงแรด.html

89.สะตอ











ชอวิทยำศำสตร์ : Parkia speciosa Hassk.


ชอวงศ์ : Leguminosae-Minosaceae

ชอสำมัญ : Stink bean








ลักษณะทำงพฤษศำสตร์ :


ต้น : เปนไม้ยืนต้นสงได้ถึง 30 เมตร

ใบ : เปนใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ใบยอยเรียงตรงข้ำม ม 31-38 ค่ รปขอบขนำนแคบ




กว้ำง 1.8-2.2 มิลลิเมตร ยำว 6-9 มิลลิเมตร






ดอก : ออกเปนชอ แบบชอกระจุกห้อยลง ดอกสมบูรณเพศอย่ตอนปลำย ดอกเพศผ้อย่ตอนล่ำง

ของชอดอก

ฝัก : มีลักษณะแบน กว้ำง 3-5 เซนติเมตร ยำว 36-45 เซนติเมตร บริเวณที่มีเมล็ดจะโปงพอง


สรรพคุณทำงยำ
- ผลต่อควำมดันโลหิต
- ผลต่อกำรแบ่งตัวของเซลล์
- ผลยับยั้งกำรเจริญเตบโตของแบคทเรีย




- ผลยับยั้งกำรเจริญเตบโตของเช้อรำ
- ผลของกำรเกำะกลุ่มของเม็ดเลือดแดง

- ฤทธิ์ลดน้ำตำลในเลือด


- ฤทธิ์กระต้นกำรบบตัวของล ำไส้

เอกสำรอ้ำงอิง :
http://www.natres.psu.ac.th/FNR/vfsouthern/index.php/2013-10-26-10-11-55/9-uncategorised/105-2014-01-18-04-44-20


90.มะมวงน้ำดอกไม้











ชอไทย มะมวงพันธุ์น้ำดอกไม้

ชอสำมัญ Mango tree Nam Dork Mai



ชอวิทยำศำสตร์ Mangifera indica L. ‘Nam Dork Mai’

ชอวงศ์ ANACARDIACEAE




ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์





ลักษณะทั่วไป มะมวงน้ำดอกไม้เปนมะมวงประเภทรับประทำนสุก ทรงพุมโปร่ง เปนไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนำดกลำง มีอำยุประมำณ





15-20 ป ล ำต้นสงประมำณ 10-15 เมตร ล ำต้นแตกกิ่งน้อย แลดเปนทรงพุ่มโปร่ง เปลือกล ำต้นสีด ำอมเทำ




ลักษณะใบ ออกเปนใบเดียว เรียงสลับกันบนกิ่งแขนง ใบมีรปหอก โคนใบสอบแหลม ปลำยใบแหลม ขอบใบโค้งเปนลูกคลื่น แผ่นใบ



มีขนำดใหญ่ สีเขียวเข้ม และเปนมัน
ลักษณะผล ผลมีขนำดใหญ่ หนักประมำณ 400 กรัม ผลอ้วนเกือบกลมหัวใหญ่ปลำยแหลม ผลคอนข้ำงยำว เน้อมำก เมล็ดเล็ก มผิว






บำง เมอดบมรสเปรี้ยว ผิวสีเขียวนวล เน้อแนน เมอผลสกมผิวสีเหลือง กลินหอม เน้อละเอียดมเสี้ยนน้อย รสหวำน










ระยะกำรออกดอกติดผล
กำรติดดอก มกรำคม – กุมภำพันธ์
กำรติดผล เมษำยน – พฤษภำคม
เขตกำรกระจำยพันธุ์ ประเทศไทย
กำรใช้ประโยชน์











มะมวงน้ำดอกไม้ดบ แปรรปเปนมะมวงดอง เนองจำกมรสเปรี้ยวสง ส่วนผลสกแปรรปเปนมะมวงกวนหรือ มะมวงในน้ำเชอม และ








แยมมะมวงก้ำนยอดอ่อน และยอดอ่อนมรสเปรี้ยว ใช้รับประทำนเปนผักคกับอำหำรอืน อำท ลำบ ซุปหนอไม้ เปนต้น










เปลือกล ำต้น ใช้ต้มย้อมผ้ำ ให้ผ้ำสีน้ำตำลเน้อไม้จำกต้นขนำดใหญ่ แปรรปเปนไม้ส ำหรับกอสร้ำงบ้ำน อำท ไม้ปพื้น ปฝำ หรือแปรรปเปน









เฟอร์นเจอร์หรือเครื่องใช้ต่ำง ๆ



ที่มำ : https://adeq.or.th/มะมวงน้ำดอกไม้/

91.มันมวง









ชอวิทยำศำสตร์: Dioscorea alata


ชออังกฤษ: Purple sweet potato, purple sweet yam





























มันมวงหรือมันญีปนสีมวง เปนมันเทศอยำงหนง มสีมวงสวยเปนเอกลักษณ์ มทมำจำกเมองโอกินำวำ ประเทศญีปน เน้อนม มเสี้ยน














น้อย สีม่วงของมันม่วงมำจำกสำรรงค์วัตถุที่ชอว่ำแอนโทไซยำนน (Anthocyanin) ยงมมำกก็จะยงมสีมวงเข้มขึ้น สำรแอนโทไซยำนนน้เองม ี

ส่วนชวยในกำรชะลอควำมเสื่อมของเซลล์ ลดอัตรำเสี่ยงของกำรเกิดโรคหัวใจ และเส้นเลือดอุดตันในสมอง สีม่วงของมันม่วงจึงไม่ได้มีแค่ควำม
สวยงำมเทำนั้น








มันเทศสีมวงจำกเกำะโอกินำวำทอร่อยจนร ่ำลือไปทั่วโลกน้ ปัจจุบันสำมำรถเพำะปลกได้แล้วโดยเกษตรกรคนไทย ทำให้ซื้อหำได้ใน

รำคำทถกลงเพรำะไมต้องนำเข้ำ จึงเกิดเปนมันมวงฟเวอร์ขึ้นทั่วประเทศ ไมวำจะเปนตำมคำเฟ ร้ำนอำหำรสขภำพ ไปจนถึงแผงขำยผักในตลำด












เลยทีเดียว
ที่มำ https://veggiepedia.greenery.org/vegetable/purple-sweet-potato/

92.คะน้ำ











ชอวิทยำศำสตร์ Brassica oleracea L. Cv. Alboglabra Group

(ชอพ้องวิทยำศำสตร์ Brassica alboglabra L.H.Bailey)

จัดอย่ในวงศ์ผักกำด (BRASSICACEAE หรือ CRUCIFERAE)



ชอสำมัญ Kai-Lan (Gai-Lan), Chinese broccoli, Chinese kale



(ชำวจีนจะเรียกวำผักชนดน้วำ "ไกหลันไช")







คะน้ำ เปนผักที่มีต้นก ำเนดในทวีปเอเชยซึงเพำะปลูกมำกในประเทศจีน ไต้หวัน ฮ่องกง มำเลเซีย รวมไปถึงประเทศไทยบ้ำนเรำด้วย
ผักคะน้ำเปนผักที่สำมำรถเพำะปลูกได้ตลอดป (แต่ชวงเวลำเพำะปลูกที่ดีที่สุดจะในชวงเดือนตุลำคม - เมษำยน) มีระยะเวลำในกำรเก็บ






เกียวสั้น ส ำหรับบ้ำนเรำสำยพันธุ์ทนยมปลกจะมอยด้วยกัน 3 สำยพันธุ์ ได้แก พันธุ์ใบกลม พันธุ์ใบแหลม พันธุ์ยอดหรือก้ำน เปนต้น เมอหำซื้อ















มำแล้วควรเก็บใส่ไว้ในกล่องหรือถุงพลำสติก มัดหรือปดให้แนนแล้วนำไปแชไว้ในชองเก็บผักของตู้เย็น ซึงเปนวิธีที่จะชวยรักษำวิตำมินในผักให้



คงอย่ได้มำกที่สุด

ผักคะน้ำมีสำรกอยโตรเจน (Goitrogen) ซึงกำรได้รับในปริมำณที่มำกเกินไปอำจจะท ำให้เกิดอำกำรท้องอืดท้องเฟอ ร่ำงกำยขำดแร่ธำต ุ




ไอโอดีน ซึงเปนสำเหตุของโรคคอพอก และยังไปยับยั้งกำรสร้ำงฮอร์โมนในตอมไทรอยด์อีกด้วย ซึงจะทำให้ร่ำงกำยของเรำนำไอโอดนในเลือด
















ไปใช้ได้น้อยกวำปกต เปนต้น ทำงทดทสดควรหลีกเลียงกำรรับประทำนผักชนดซ ้ำ ๆ เดม ๆ และควรเลือกรับประทำนผักให้หลำกหลำย ร่ำงกำย

จะได้ประโยชน์มำกที่สุด

สรรพคุณของคะน้ำ

1. มีสำรต่อต้ำนอนมูลอิสระ จึงชวยชะลอควำมเสื่อมของเซลล์ต่ำง ๆ ในร่ำงกำยได้

2. ชวยเสริมสร้ำงภูมิต้ำนทำนในกับร่ำงกำย ท ำให้มีสุขภำพแข็งแรง



3. ชวยบำรุงผิวพรรณและปองกันกำรตดเช้อตำง ๆ









4. ผักคะน้ำมวตำมนซี ซึงมส่วนชวยเสริมสร้ำงเน้อเยอให้ชุมช้นมำกขึ้น (วิตำมินซี)







5. ชวยบ ำรุงและรักษำสำยตำ (วิตำมินเอ)
6. คะน้ำมีสำรลูทีน (Lutein) ซึงชวยลดควำมเสี่ยงของกำรเกิดโรคต้อกระจกได้ถึง 29% (ลูทีน)


7. ชวยลดควำมเสี่ยงของกำรเกิดโรคจอประสำทตำเสื่อมและยังชวยปองกันกำรเสื่อมของศูนย์จอตำได้อีกด้วย



8. ชวยบ ำรุงโลหิต

9. ธำตุเหล็กและธำตุโฟเลตในผักคะน้ำมีควำมส ำคัญต่อกำรสร้ำงเม็ดเลือดแดง

10. ชวยเพิ่มกำรไหลเวียนของโลหิต





สำมำรถนำมำท ำเปนอำหำรได้หลำกหลำยเมน เมนคะน้ำก็เชน ผัดคะน้ำหมูกรอบ ผัดผักคะน้ำ ย ำก้ำนคะน้ำ ต้มจับฉำย คะน้ำไก่กรอบ


คะน้ำปลำเค็ม คะน้ำเห็ดหอม คะน้ำปลำกระปอง ข้ำวผัดคะน้ำ เปนต้น

ที่มำ : https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1605&code_db=610010&code_type=01

93.ผักพำยน้อย











ชอวิทยำศำสตร์ Limnocharis flava Buch.
ชอวงศ์ LIMNOCHARITACEAE




ชอสำมัญ Yellow Velvet Leaf




ชออืน ตำลปัตรฤำษ นำงกวัก บอนจีน บัวค้วก บัวลอย กันจอง
คันจ่อง ตำลปัตรยำยช ผักตบใบพำย ผักคันจอง




ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์






ผักพำยเล็กต้นใหญ่จะมีลักษณะคล้ำยคลึงกับผักพำยเล็ก-ต้นเล็ก แตจะมขนำดใหญ่กวำเทำนั้น โดยผักพำยเล็ก-ต้นเล็ก เปนพรรณไม้น้ำล้มลุกท ี ่













มอำยไมถึง 1 ป คอ มอำยอยในชวงฤดฝนจนถึงต้นฤดหนำวเทำนั้น
ล ำต้น










ล ำต้นผักพำยเล็กมลักษณะเปนเหง้ำเล็กๆ อยใต้น้ำ ไมมไหล แตจะเปนกอเดยวทเกิดจำก 1 เมล็ด ซึงล ำต้นจะเริมเตบโตหลังจำกทมน้ำขัง









ตำยลงในชวงต้นฤดหนำว ซึงชวงนั้นน้ำจะแห้ง ประมำณเดอนพฤศจิกำยน-ธันวำคม
ประมำณเดือนกรกฎำคม และเติบโตจนสังเกตเห็นล ำต้นสงประมำณเดือนสิงหำคม หลังจำกเติบโต ออกดอก และติดผลแล้ว ล ำต้นก็จะเหี่ยว







ใบ
ใบผักพำยเล็ก ประกอบด้วยส่วนก้ำนใบ และแผ่นใบ โดยก้ำนใบจะเจริญรอบล ำต้นโผลพ้นน้ำขึ้นมำ 2-4 ก้ำน ก้ำนใบมีลักษณะทรงกลม



โคนก้ำนมีสีด ำม่วง แล้วค่อยเปนสีเขียวเข้ม แต่ละก้ำนยำวประมำณ 10-40 เซนติเมตร
แผ่นใบมีลักษณะรียำว กว้ำงมำกที่สดบริเวณกลำงใบ ประมำณ 1.5-2.5 เซนติเมตร ยำวประมำณ 5-10 เซนติเมตร แผ่นใบเรียบสีเขียวอมเทำ

ดอก
ดอกผักพำยเล็กแทงออกเปนชอ คล้ำยกับผักก้ำนจอง ประกอบด้วยก้ำนชอดอกที่แทงออกจำกกลำงล ำต้นเพียง 1 ก้อนชอดอก ก้ำนชอดอกมี





ลักษณะกลม สีเขียวเข้ม ขนำด 2-3 มลลิเมตร มเน้อหยำบ และเหนยวมำก ควำมยำวประมำณ 30-40 เซนติเมตร ถัดมำเปนดอกที่ประกอบด้วย










ก้ำนดอกสั้นๆ และตัวดอกขนำดเล็ก 3-10 ดอก/ต้น ทั้งน้ ดอกจะบำนในชวงปลำยฤดฝนถึงต้นฤดหนำวประมำณเดอนตลำคม-พฤศจิกำยน





สรรพคุณผักก้ำนจอง และผักพำยเล็กทกส่วนของทั้ง 2 ผัก เมือฉกส่วนล ำต้น และใบ จะพบยำงสีขำว โดยเฉพำะผักก้ำนจองจะเห็นชัด ส่วนผัก


พำยเล็กจะเห็นชัดเฉพำะส่วนใบ ทั้งน้ รสของล ำต้น และใบอ่อนของผักทั้ง 2 ชนด จะ
มรสชำตเหมอนกัน คอ เมอเค้ยวเริมแรกจะขมเล็กน้อย ตอมำคอยๆร้สึกมควำมหวำน















ซึงมสรรพคณ ดังน้ ี


– ชวยแก้อำกำรท้องเสีย – ชวยรักษำแผลในกระเพำะอำหำร


– ชวยเจริญอำหำร – ชวยลดไข้ แก้อำกำรปวดหัว วิงเวยนศรีษะ


ที่มำ : https://puechkaset.com/

94.ผักหนำม











ชอวิทยำศำสตร์ : Lasia spinosa (L.) Thw.


ชอวงศ์ : Araceae

ชอสำมัญ : -

ลักษณะทำงพฤษศำสตร์ :







ต้น : พืชล้มลุกอำยุหลำยป มีเหง้ำใต้ดิน




ใบ : เปนใบเดียว รปโล่หรือหัวลูกศรกว้ำง ยำวได้ถึง 30 เซนติเมตร ขอบใบเว้ำลึกเปนแฉกเข้ำหำเส้นกลำงใบ ท้องใบและเส้นกลำงใบมีหนำมปก

คลุม ก้ำนใบยำวได้ถึง 120 เซนติเมตร มีหนำม








ดอก : เปนชอเดียว ยำวใกล้เคียงกับใบ ดอกย่อยสีเหลืองอ่อนอัดกันแนนเปนแท่ง เปนดอกสมบูรณ์เพศ มกลีบรวม 4-6 กลีบ เกสรเพศผ้ 4-6





อัน แผ่นรองชอดอกสีน้ำตำล รปหอกแคบตั้งขึ้นหรือโค้งบดเปนเกลียว


ผล : เปนผลเดียว อ่อนนมขนำดเล็ก ขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำง 1 เซนติเมตร เมล็ด กลม



กำรใช้ประโยชน์ :

ยอดอ่อน : ใช้ทำนเปนผัก
เหง้ำ : ใช้เปนยำแก้ไอ ขับเสมหะ ต้มน้ำอำบแก้คัน


ใบ : แก้ปวดท้อง


รำก : ต้มน้ำดมแก้เจ็บคอ



ที่มำ : http://www.natres.psu.ac.th/FNR/vfsouthern/index.php/2013-10-26-10-11-55/9-uncategorised/86-2013-11-17-08-34-26

95.เสำวรส











ชอวิทยำศำสตร์ : Passiflora laurifolia L.


ชอสำมัญ : Jamaica honey-suckle, Passion fruit,
Yellow granadilla


ชอวงศ์ : Passifloraceae


ชออืน : สุคนธรส (ภำคกลำง)





ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์ : เปนไม้เถำ เถำมีลักษณะกลม ใบ เปนใบเดียว



ขอบใบหยักลึก ที่ก้ำนใบมีต่อมใบ ดกหนำ เปนมันสีเขียวแก่ ดอก ออกดอกเดียวขนำดใหญ่ ห้อยคว ่ำคล้ำยกับดวงไฟโคม กำบดอกหุ้มสีเขียว

กลีบชั้นนอกเปนรปกระบอก ปลำยแฉกด้ำนหลังมสีเขียวแก ด้ำนในมสีมวงอ่อนประกอบด้วยจุดแดง ๆ กลีบชั้นในลักษณะคล้ำยกับตัวแฉกของ















กลีบชั้นนอก สีมวงอ่อนหรือชมพูอ่อนมประสีแดงแซม กลีบยอยกลำงมเปนชั้น ๆ สองชั้นแตละกลีบคอนข้ำงกลม สีมวงแก พำดด้วยปลำยสีขำว
สลับแดง มีเกสรอย่ตรงกลำงสีเขียวนวล ดอกมีกลิ่นหอมแรงจัดมำก ผล เปนรปไขหรือไขยำว มีหลำยพันธุ์ บำงพันธุ์ ผิวผลสีม่วง สีเหลือง สีส้ม








อมน้ำตำล เปลือกผล เรียบ เน้อรับประทำนได้ มเมล็ดจ ำนวนมำก อยตรงกลำง



สรรพคุณ : ลดไขมันในเส้นเลือด



วธีและปริมำณทใช้ : ใช้ผลทแกจัด ไมจ ำกัดจ ำนวน ล้ำงสะอำด ผ่ำครึง คั้นเอำแตน้ำ เตมเกลือและน้ำตำลเล็กน้อย ให้รสกลมกลอมตำมชอบ ใช้














ดมเปนน้ำผลไม้ ลดไขมันในเส้นเลือด
ที่มำ : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_01_2.htm

96.อัญชัน











ชอวิทยำศำสตร์ : Clitoria ternatea L.


ชอสำมัญ : Blue Pea, Butterfly Pea
ชอวงศ์ : LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE






ชออืน : แดงชัน (เชยงใหม่); อัญชัน (ภำคกลำง); เอื้องชัน (ภำคเหนอ)


ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์ : ไม้ล้มลุกเลื้อยพัน ยำว 1-5 เมตร ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย 3-9 ใบ รปรีแกมขอบขนำนหรือรปรี







แกมไขกลับ กว้ำง 1-3 ซม. ยำว 2-5 ซม. ดอกเดยว ออกทซอกใบ กลีบดอกรปดอกถั่ว สีน้ำเงิน มวงหรือขำว ตรงกลำงกลีบสีเหลืองหมนขอบสี




ขำว ผลเปนฝัก รปดำบ โค้งเล็กน้อย ปลำยเปนจะงอย แตกเปน 2 ฝำ เมล็ดรปไต จ ำนวน 6-10 เมล็ด




ส่วนที่ใช้ :

กลีบดอกสดสีน้ำเงิน จำกต้นอัญชันดอกสีน้ำเงิน

รำกของต้นอัญชันดอกขำว
สรรพคุณและวิธีใช้ :

ดอกสีน้ำเงิน ใช้เปนสีแตงอำหำร ขนม


ใช้กลีบดอกสด ตำเตมน้ำเล็กน้อย กรองด้วยผ้ำขำวบำง คั้นเอำน้ำออก จะได้น้ำสีน้ำเงิน (Anthocyanin) ใช้เปน indicator แทน lithmus









ถ้ำเตมน้ำมะนำวลงไปเล็กน้อย จะกลำยเปนสีมวง ใช้แตงสีอำหำรตำมต้องกำร มักนยมใช้แตงสีน้ำเงินของขนมเรไร ขนมน้ำดอกไม้ ขนมขี้หน ู







รำกต้นอัญชันดอกสีขำว
ใช้เปนยำขับปัสสำวะ ยำระบำย

สำรเคมี : anthocyanin
ที่มำ : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_30_4.htm

97.ผักพำยใหญ่









ชอวิทยำศำสตร์ Limnocharis flava Buch.


ชอวงศ์ LIMNOCHARITACEAE


ชอสำมัญ Yellow Velvet Leaf




ชออืน ตำลปัตรฤำษ นำงกวัก บอนจีน บัวค้วก บัวลอย กันจอง

คันจ่อง ตำลปัตรยำยช ผักตบใบพำย ผักคันจอง


ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์



ต้น เปนไม้ล้มลุกหรือเปนวัชพืชน้ำอำยหลำยป ล ำต้นเปนเหง้ำฝังจมอยในโคลนเจริญเปนต้น มรำกยดตดกับผิวดนในน้ำและชก้ำนใบขึ้น















เหนอผิวน้ำ บำงครั้งมไหลสั้นๆ จ ำนวนมำก





ใบ เปนใบเดียวรปร่ำงกลมรี หรือรปทรงสำมเหลี่ยมหรือรปไข ปลำยใบมน โคนใบปำนโค้งมนเข้ำหำ เส้นกลำงใบ ใบยำว 15-18 ซม. กว้ำง










12 ซม. มก้ำนใบงอกยนอยเหนอผิวน้ำ ก้ำนใบยำว 30-50 ซม. ก้ำนใบสีเขียวอ่อนเปนเหลียม เน้อในก้ำนลักษณะคล้ำยฟองน้ำหรืออวบ









น้ำพองลม (คล้ำยก้ำนใบ ผักตบ) เมอหักก้ำนใบจะพบมยำงสีขำวขนเล็กน้อยซึมออกมำ แผ่นใบใหญ่และแผ่คล้ำยตำลปัตรม สีเขียวไม ่


เปยกน้ำ

ดอก เปนดอกชอแบบร่มมีก้ำนดอก ลักษณะคล้ำยก้ำนใบยืดยำว แตกออกจำกยอดมีดอกย่อย 5-10 ดอก ดอกตูมลักษณะทรงกลมคล้ำย





ดอกบัวขนำดเท่ำหัวแม่มือ เมือดอกบำนจะแยกเปนก้ำนดอกย่อย 3 ชอ เส้นผ่ำศูนย์กลำงดอกย่อยประมำณ 1.5 ซม. เมือดอกบำนมีกลีบ

ดอก 4-5 กลีบ ดอกสีเหลือง






ผล ลักษณะทรงกลมขนำดเท่ำหัวแม่มือ ภำยในแบ่งเปน 2 ซีก มเมล็ดเรียงตัวอัดแนน เมล็ดรปครึงวงกลม แบนสีน้ำตำลเข้มลอยน้ำได้

- ส่วนที่ใช้บริโภค ดอกอ่อน ก้ำนใบอ่อน ล ำต้นอ่อน ยอดอ่อน
- กำรขยำยพันธุ์ เมล็ด แยกต้นหนอ








- สภำพแวดล้อมที่เหมำะสม พบขึ้นในทช้นแฉะทมน้ำขัง หนองน้ำ สระ ค ห้วย และในนำข้ำว



- ฤดกำลที่ใช้ประโยชน์ ตลอดป

- ที่มำ : http://area-based.lpru.ac.th/veg/www/Native_veg/v239.html


98.มะเขือ ักษ์









ชออืน: หยกภูพำน หรือมะเขือใหญ่ยักษ์ สำยพันธุ์ลำว


มถินก ำเนดในประเทศลำว และเรียกมะเขือชนดน้วำ มะเขือใหญ่ ส่วนชอ









ไทย เรียกตำมลักษณะทมสีเขียวเหมอนหยก และเพำะพันธุ์ครั้งแรกใน

ประเทศไทย ที่ จ.สกลนคร จึงนำเอำชอ เขำภูพำน ในจังหวัดสกลนคร



มำรวมเข้ำด้วยกัน เปน มะเขือหยกภูพำน

มะเขือหยกภูพำนเปนมะเขือเปรำะ ที่มีขนำดใหญ่มำก เมือเทียบ


กับขนำดมะเขือเปรำะโดยทั่วไป แตประโยชน์ และสรรพคณนั้น ไม ่


ต่ำงกันกับมะเขือเปรำะที่เรำพบเห็นทั่วๆ ไปผลของมะเขือเปรำะหยกภู

พำน โดยเฉลียจะมน้ำหนักอยทประมำณ ครึงกิโลกรัม ถึง 2 กิโลกรัม ให้คุณค่ำทำงอำหำรสง เชน วิตำมินบี 1 วิตำมินบี 2 วิตำมินซี ธำตุเหล็ก
















และแคลเซียม ส่วนวธีกำรบริโภคนั้น ขึ้นอยกับควำมชอบของแตละบคคล เชน จิ้มน้ำพริก แกง และชุปแปงทอด เปนต้น


ลักษณะเฉพำะของมะเขือหยกภูพำน



- น้ำหนักผลตั้งแต 500 ถึง 2,000 กรัม ตอผล
- ล ำต้นสง 80 ถึง 100 เซนติเมตร

- วันเพำะเมล็ด ถึง วันปลูกกล้ำ 30 วัน
- อำยุดอกแรกบำน 40 ถึง 45 วัน
- อำยุเก็บเกี่ยวผลแรก นับจำกวันที่ออกผล 35 วัน
- อำยุวันปลูก ถึง วันเก็บเกี่ยวผลผลิต 90 ถึง 105 วัน
- จ ำนวนกิ่งต่อต้น 6 ถึง 7 กิ่ง
- จ ำนวนผลต่อต้น 5 ถึง 7 ผล
- ผลผลิตเฉลี่ย 10,200 กิโลกรัม ต่อไร่
- กำรปลูกมะเขือหยกภูพำน

ฤดกำลที่เหมำะสม


มะเขือชนดน้ชอบอำกำศทค่อนข้ำงหนำว ชวงเดือนพฤศจิกำยน เปนเดือนที่เหมำะสมที่สุด และสำมำรถเก็บเกี่ยวผลได้




ในเดือนกุมภำพันธุ์ของทุกป

http://www.m-group.in.th/

พรรณไม้แห้ง


























หวำย






























คื่นฉำย


Click to View FlipBook Version