การพยาบาลผู*ที่มีความผิดปกติทางด*านอารมณ9 (Mood Disorders) พันตรีหญิง จิราภา ศรีรัตน0 พบ.ม. (สาขาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวชศาสตร0) จุฬาลงกรณ0มหาวิทยาลัย
อารมณ&เป)นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อบุคคลเผชิญกับเหตุการณ&ตAางๆ ใน ชีวิตประจำวัน แตAถKาการเปลี่ยนแปลงของอารมณ&นั้นแปรปรวนหรือ เบี่ยงเบนไปจากปกติ ไม7เหมาะสมกับสิ่งที่เผชิญ และการทำหนAาที่ การทำงาน หรือการดำเนินชีวิตประจำวันไม7เปCนปกติสุข จนอาจ ก7อใหAเกิดอันตรายต7อตัวเองและผูAอื่น แสดงวAาบุคคลนั้นมีความ ผิดปกติทางดKานอารมณ& จำเป)นตKองไดKรับการชAวยเหลือบำบัดรักษา
สาเหตุของการเกิดความผิดปกติทางด*านอารมณ9 สาเหตุที่แท+จริงของความผิดปกติทางด+านอารมณ;ยังไม?ทราบแน?ชัด และ อาจจะมีหลายสาเหตุที่มีปฏิสัมพันธ;กัน จนทำให+เกิดความผิดปกติทางอารมณ;ขึ้น ดังนั้นจึงพิจารณาปLจจัยที่เปMนสาเหตุร?วมกัน ดังต?อไปนี้ 1. ป%จจัยด*านชีวภาพ (Biological factors) ที่เกี่ยวข+องได+มี4 ชนิด 1.1 ป%จจัยทางพันธุกรรม (Genetic factors) - จากการศึกษาพันธุกรรมของผู+ปRวยโรคซึมเศร+า และโรคอารมณ;สองขั้ว พบว?า คู?แฝดที่เกิดจากไข?ใบเดียวกัน ถ+าคนหนึ่งเปMนโรค อีกคนจะมีโอกาสเปMน ด+วยสูงมาก
1.2 ป%จจัยทางชีวเคมี (Biochemical factors) - สารสื่อประสาท (Neurotransmitter) Norepinephrine เกิดอารมณAซึมเศรEา (Depression) Norepinephrine เกิดอาการ Mania Serotonin เกิดอารมณAซึมเศรEา (Depression) Serotonin เกิดอาการ Mania - การทำงานของตNอมไรEทNอ (Neuroendocrine) เชNน การทำงานของตNอมไทรอยดA หรือระดับฮอรAโมนที่ผิดปกติไป - การทำงานของสารที่มีผลตNอรNางกาย (Neurophysiological) เชNน ผลของยาบางชนิด ที่ผูEป`วยไดEรับ หรือการขาดสารอาหารบางอยNาง สาเหตุของการเกิดความผิดปกติทางด*านอารมณ9
2. ป%จจัยด*านจิตสังคม (Psychosocial factors) 2.1 ป%จจัยทางจิตวิเคราะหH(Psychoanalytic factors) ซึ่งฟรอยด*(Freud) ได4กล7าวไว4ว7า อารมณ*ซึมเศร4า (Depression) เกิดจากการสูญเสียสิ่งหรือบุคคลอันเปRนที่รัก และหันความโกรธเข4าหาตนเอง โดยใช4กลไกทางจิตแบบโทษตนเอง (Introjection) ส7วน ของผู4ป]วย Mania นั้น ได4รับคำอธิบายว7าเปRนการที่บุคคล Denial หรือต7อต4านอารมณ*เศร4า ผู4ป]วยจึงแสดงออกโดยมีความมั่นใจในตนเองสูง (Self – Confidence) แสดงความไม7เปRน มิตรออกมาต7อผู4อื่น โดยใช4กลไกทางจิตแบบโทษคนอื่น (Projection) 2.2 ป%จจัยทางความคิด (Cognitive factors) โดยการที่บุคคลมีอารมณ* ซึมเศร4านั้น เกิดจากการมีความคิดด4านลบ (Negative thinking) สาเหตุของการเกิดความผิดปกติทางด*านอารมณ9
2.3 ป%จจัยที่เกี่ยวกับเหตุการณHในชีวิตและความเครียด (Life Events and Stress factors) มีผลต7อการเริ่มต4นในการเกิดโรคและการกลับมาเปRนซ้ำของ อาการแมเนีย (Mania) และอารมณ*ซึมเศร4า (Depression) 2.4 ป%จจัยทางบุคลิกภาพ (Personality factors) ลักษณะบุคลิกภาพ ที่สัมพันธ*กับโรคซึมเศร4า ได4แก7 การมองสิ่งต7างๆ ในแง7ร4าย รู4สึกตนเองไร4ค7า เปRนต4น สาเหตุของการเกิดความผิดปกติทางด4านอารมณ7
ประเภทของผู*ที่มีความผิดปกติทางด*านอารมณ9 ตาม DSM-V จำแนกออกเปMนกลุ?มที่สำคัญดังนี้ 1. โรคซึมเศร*า (Depressive Disorders) ได+แก? 1.1 Major Depressive Disorder 1.2 Dysthymic Disorder 2. โรคอารมณYสองขั้ว (Bipolar Disorders) ได+แก? 2.1 Bipolar I Disorder 2.2 Bipolar II Disorder 2.3 Cyclothymic Disorder
โรคซึมเศร*า (Depressive Disorders) Depressive Disorders เปbนกลุNมของโรคที่มีความผิดปกติของอารมณAดEานเดียว คือ อารมณAเศรEา แบNงเปbน Major Depressive Disorder (MDD) และ Dysthymic Disorder โดยโรคซึมเศรEาพบไดEรEอยละ 10 – 15 ของประชากรทั่วไป พบบNอยในเพศหญิงมากกวNาชาย และพบไดEในทุกชNวงอายุ โดยเฉพาะวัยรุNนและวัยสูงอายุ โรคซึมเศรEามีผลตNอการดำรงชีวิตของ ผูEป`วย ทำใหEความสามารถในการทำงาน การดูแลตนเอง การดำเนินกิจวัตรประจำวันแยNลง มีผลกระทบตNอตนเองและคนรอบขEาง โดยการฆNาตัวตายนั้นเปTนปUญหาแทรกซWอนที่สำคัญ ซึ่งพบวNารEอยละ 15 ของโรคซึมเศรEาเสียชีวิตจากการฆNาตัวตาย จึงจำเปbนตEองมีการประเมินที่ เหมาะสม
1.1 Major Depressive Disorder (MDD) ลักษณะที่เดNนชัดของโรคนี้ คือ ผูEป`วยจะมีอาการซึมเศรEา เบื่อหนNาย หมดความ สนใจกับสิ่งแวดลEอมรอบตัว ไมNมีสมาธิ รูEสึกไรEคNา และอยากตาย โดยผูEป`วยจะมีอาการ ติดตNอกันอยNางนWอย 2 สัปดาห0รNวมกับมีอาการเบื่ออาหาร รับประทานอาหารไดEนEอย นอนไมNหลับ หรือหลับมากผิดปกติ โรคซึมเศร*า (Depressive Disorders) กลไกทางจิตที่ใชW 1. Repression เก็บกดความรูEสึก ไมNพูด เก็บตัวไมNสนใจ 2. Introjection โทษตัวเองไมNดี ทEอแทE สิ้นหวัง เมื่อมีอาการรุนแรงก็จะทำรEายตนเอง
แนวทางการรักษา ประเมินความรุนแรงของโรค โดยพิจารณาจากอาการตามเกณฑAการวินิจฉัยและ การสูญเสียหนEาที่การทำงาน กิจกรรมทางสังคม หรือบทบาทที่สำคัญอื่นๆ ตลอดจน ความสามารถในการดูแลตนเอง - Mild Depression มีอาการเบื่อหนNายเล็กนEอย การดำเนินชีวิตยังคงเปbนปกติ สามารถ บอกเลNาและระบายความรูEสึกออกมาไดE - Moderate Depression มีอาการซึม พูดนEอยลง คิดชEา วิตกกังวล การทำงานบกพรNอง รับประทานอาหารไดEนEอย เริ่มกระทบการใชWชีวิตประจำวัน - Severe Depression มีอาการสนใจสิ่งแวดลEอมนEอยลง วิตกกังวลสูง นอนไมNหลับ บางคน หงุดหงิดไมNอยูNนิ่ง (Agitate) ปฏิเสธการรับประทานอาหาร ไมNสามารถใชEชีวิตประจำวันไดE อาจมีอาการหลงผิดประสาทหลอน และทำรWายตนเองไดW Major Depressive Disorder (MDD)
ขEอวินิจฉัยทางการพยาบาลและกระบวนการพยาบาลของผูEป`วยโรคซึมเศรEาที่พบบNอย ไดEแกN 1. เสี่ยงตNอการฆNาตัวตาย (Risk for Suicide) กิจกรรมการพยาบาล (Nursing intervention) 1. สรEางสัมพันธภาพเพื่อการบำบัดระหวNางพยาบาลและผูEป`วย เพื่อใหEผูEป`วยยอมรับ ความเจ็บป`วย และใหEความรNวมมือในการรักษา 2. ประเมินสาเหตุของภาวะซึมเศรEา เชNน สูญเสียบุคคลอันเปbนที่รัก เจ็บป`วยดEวย โรครEายแรง โรคเรื้อรังที่รักษาไมNหาย สูญเสียอวัยวะหรือพิการกะทันหัน มีปÄญหาดEานเศรษฐกิจ มีปÄญหาครอบครัว เปbนตEน 3. ประเมินระดับความซึมเศรEา โดยอาจประเมินจากสีหนEาที่เศรEาซึม รEองไหE ตลอดเวลา รับประทานอาหารไดEนEอย เปbนตEน กระบวนการพยาบาลผู4ป>วย Major Depressive Disorder
4. สอบถามถึงความคิดในการฆNาตัวตายและการพยายามฆNาตัวตายของผูEป`วย ทั้งนี้อาจไมNไดEมุNงถามตรงๆ แตNพยาบาลควรสอบถามระหวNางที่กำลังพูดคุยสรEางสัมพันธภาพ 5. ประเมินอาการที่มีความเสี่ยงตNอการฆNาตัวตาย เชNน ผูEป`วยจัดการมรดก แบNง ทรัพยAสิน แจกจNายสมบัติแกNผูEอื่น เปbนตEน 6. ประเมินอาการทางจิตอื่นรNวมดEวย เชNน หูแวNว ไดEยินเสียงสั่งใหEทำรEายตนเอง 7. เปÜดโอกาสใหEผูEป`วยระบายความรูEสึกในสถานที่ที่มีความเปbนสNวนตัว ไมNมีบุคคล อื่นรบกวน 8. ประเมินสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ เชNน ครอบครัว ศาสนา ความเชื่อ เปbนตEน 9. สนับสนุนและใหEกำลังใจผูEป`วย แนะนำการฝäกคิดดEานบวก กระบวนการพยาบาลผู4ป>วย Major Depressive Disorder
10. จัดสิ่งแวดลEอมใหEเหมาะสม จัดใหEผูEป`วยพักในบริเวณที่พยาบาลสามารถเฝãา สังเกตอาการไดEอยNางใกลEชิด เพื่อปãองกันผูEป`วยทำรEายตนเอง 11. จัดใหEผูEป`วยเขEากลุNมบำบัด เชNน กลุNมจิตบำบัดแบบประคับประคอง 12. ดูแลใหEไดEรับยาตEานเศรEา และในรายที่มีอาการซึมเศรEาอยNางรุนแรง ดูแลใหE ไดEรับการบำบัดดEวยไฟฟãาตามแผนการรักษา 13. ใหEคำแนะนำแกNญาติในการดูแลอยNางใกลEชิด ประเมินสัมพันธภาพของญาติ และครอบครัว 14. ใหEคำแนะนำกับผูEป`วยและญาติในการมารับการรักษาอยNางตNอเนื่อง กระบวนการพยาบาลผู4ป>วย Major Depressive Disorder
2. มีภาวะสิ้นหวัง (Hopelessness) กิจกรรมการพยาบาล (Nursing intervention) เหมือนกับขEอวินิจฉัยขEอที่ 1 (ขEอที่ 1 – 5) เพิ่มเรื่องของการจัดใหEผูEป`วยเขEากลุNมบำบัด เชNน กลุNมจิตบำบัดแบบประคับประคอง การบำบัดแบบปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavior Therapy: CBT) กระบวนการพยาบาลผู4ป>วย Major Depressive Disorder 1.2 Dysthymic Disorder ผูEป`วยจะมีอาการของโรคคลEายคลึงกับโรคซึมเศรEา โดยอาการจะเปTนอยูNเรื้อรังแตNมี อาการรุนแรงนWอยกวNาโรค Major Depressive Disorder ซึ่งโรค Dysthymic Disorder นั้น จะมีอารมณAเศรEาปานกลาง (Moderate Depression)
Dysthymic Disorder แนวทางการรักษา 1. จิตบำบัด โดยใช4การบำบัดแนวทางเดียวกันกับโรคซึมเศร4า 2. ยาต4านซึมเศร4า ซึ่งต4องใช4เวลา 6 – 8 สัปดาห* จึงจะเห็นผลการรักษา และให4นาน ต7อเนื่องเปRนระยะเวลา 2 ปx ซึ่งพบได4บ7อยว7าเมื่อหยุดยาแล4วผู4ป]วยจะกลับมาเปRนซ้ำ กระบวนการพยาบาลผู*ปiวยโรค Dysthymic Disorder การพยาบาลผู4ป]วยโรค Dysthymic Disorder ใช4แนวทางเดียวกันกับผู4ป]วยโรค ซึมเศร4า
โรคอารมณ9สองขั้ว (Bipolar Disorders) Bipolar Disorders เปbนกลุNมของโรคที่มีความผิดปกติของอารมณAสองดEาน โดยผูEป`วย จะมีManic episode หรือ Hypomanic episode สลับกับ Major depressive episode ลักษณะอาการ Manic Episode 1. ทางดWานอารมณ0 (Emotional Symptoms) ผูEป`วยจะรูEสึกมีความสุขมาก มี อารมณAครึกครื้นรื่นเริงสนุกสนานเกินความเปbนจริง (Euphoria and Elation) และไมNเหมาะสม กับสถานการณA 2. ทางดWานความคิด (Cognitive Symptoms) ผูEป`วยจะมีความคิดเปลี่ยนแปลง รวดเร็วจากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่งหรือความคิดแลNนเร็ว (Flight of Ideas) ในรายที่รุนแรง อาจ มีความคิดหลงผิดวNาตนเองมีอำนาจร่ำรวย
3. ทางดWานพฤติกรรม (Behavioral Symptoms) ผูEป`วยจะทำกิจกรรมมาก เกินกวNาปกติ พูดมากกวNาปกติ(Talkative) เสียงดัง มีกิจกรรมทางเพศเพิ่มมากขึ้น ใชEจNาย สิ้นเปลือง โอEอวดตนเอง มีลักษณะการแตNงตัวที่ดูแปลก ไมNเหมาะสม ซึ่งอาการตNางๆ เหลNานี้รุนแรงจนมีผลกระทบตNอการเรียน การประกอบอาชีพ การเขEาสังคม หรือ สัมพันธภาพกับผูEอื่นไดE โดยผูEป`วยจะมีอารมณAแปรเปลี่ยนไปจากเดิมเปbนเริงรNาสนุกสนานครื้นเครงมาก อยNางนWอย 1 สัปดาห0หรืออาจนWอยกวNา 1 สัปดาห0 นอกจากการเปลี่ยนแปลงดEานอารมณA ดังกลNาวแลEว จะตEองมีอาการดังกลNาวอีกอยNางนEอย 3 อาการ และสำหรับเด็กและวัยรุNนนั้น จะมีอาการแสดงใหEเห็นเพียงอารมณAฉุนเฉียว แปรเปลี่ยนงNาย (Irritable) นอกจากเกณฑA ดังกลNาวแลEว จะตEองมีอาการดังกลNาวอีกอยNางนEอย 4 อาการ โรคอารมณ9สองขั้ว (Bipolar Disorders)
ลักษณะอาการ Hypomanic Episode 1. ทางดWานอารมณ0 (Emotional Symptoms) ผูEป`วยจะแสดงอารมณAแจNมใสเบิกบานและ มีความสุข แตNหากถูกขัด ผูEป`วยจะหงุดหงิด (Irritability) มีลักษณะอารมณAไมNคงที่ เปลี่ยนแปลง ไดEงNาย 2. ทางดWานความคิด (Cognitive Symptoms) ผูEป`วยคิดวNาตนเองมีความสามารถมาก หรือคิดวNาตนเองยิ่งใหญN (Grandiosity) ไมNมีสมาธิในการทำกิจกรรม ถูกกระตุEนไดEงNายจาก สิ่งแวดลEอม 3. ทางดWานพฤติกรรม (Behavioral Symptoms) ผูEป`วยจะทำกิจกรรมมากขึ้น พูด มากกวNาปกติ(Talkative) ใชEจNายสิ้นเปลือง โดยอาการจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมชัดเจน แตNไมN รุนแรงจนทำใหEมีผลกระทบตNอการเรียน การทำงาน การเขEาสังคม หรือการมีสัมพันธภาพกับผูEอื่น โรคอารมณ9สองขั้ว (Bipolar Disorders)
โดยการที่จะวินิจฉัยว7าบุคคลมีภาวะอารมณ*ผิดปกติชนิด Hypomanic Episode นั้น จะวินิจฉัยได4ก็ต7อเมื่อบุคคลมีการแปรเปลี่ยนด4านอารมณ*และพฤติกรรม มาระยะเวลาหนึ่ง คือมีอารมณ*แปรเปลี่ยนมาอย7างน4อย 4 วัน และไม7ได4เปRนผลมาจาก การใช4สารเสพติดหรือการได4รับยาเพื่อรักษาโรค ภาวะไทรอยด*ฮอร*โมนต่ำ และในขณะ ที่มีอารมณ*แปรเปลี่ยนจะต4องมีอาการดังกล7าวอีกอย7างน4อย 3 อาการ โรคอารมณ9สองขั้ว (Bipolar Disorders)
ลักษณะอาการ Depressive Episode คือ บุคคลที่มีการแปรเปลี่ยนด+านอารมณ;ชนิดเศร+า มีการแสดงออกให+เห็น คือ ร+องไห+ น้ำตาไหล คร่ำครวญ ครุ?นคิด วิตกกังวล กลัวในสุขภาพทางกายของตน มากกว?าปกติ มักจะบ?นในเรื่องความเจ็บปวดต?างๆ โรคอารมณ7สองขั้ว (Bipolar Disorders)
การที่จะวินิจฉัยว?าบุคคลนั้นมีการเปลี่ยนแปลงด+านอารมณ; มีเกณฑ;ดังนี้ คืออาการที่เกิดขึ้นนั้นเปeนครั้งแรกหรือในคนที่มีอาการมากjอนแล*ว อาการที่มีอยูj แยjลงจากเดิม โดยอาการจะเกิดขึ้นทั้งวัน ทุกวัน เปeนเวลาอยjางน*อย 2 สัปดาหY ติดตjอกัน ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นมาทำให+กระทบต?อการเข+าสังคม หน+าที่การงาน และ หน+าที่อื่น นอกจากอาการดังกล?าวแล+ว การวินิจฉัยว?าบุคคลมีการเปลี่ยนแปลงด+าน อารมณ;ชนิดเศร+า (Depressive Episode) จะต+องมีอาการดังกล?าวอย?างน+อย 4 อาการ โรคอารมณ9สองขั้ว (Bipolar Disorders)
2.1 Bipolar I Disorder คือผู+ปRวยจะมีอาการ Manic episode สลับกับ Major depressive episode 2.2 Bipolar II Disorder คือผู+ปRวยจะมีอาการ Hypomanic episode สลับกับ Major depressive episode 2.3 Cyclothymic Disorder คือผู+ปRวยจะมีอาการมากกว?า 4 episode ต?อป ซึ่งจัดว?าเปMน Chronic, less severe from ของ Bipolar disorders ระยะเวลาที่เปMนในแต?ละด+านจะค?อนข+างสั้นเมื่อเทียบกับ Bipolar Disorders โรคอารมณ9สองขั้ว (Bipolar Disorders)
แนวทางการรักษา 1. รับการรักษาไว*ในโรงพยาบาล 2. รักษาด*วยยา โดยยาหลักที่ใช4ในการรักษา ได4แก7 Lithium หากมีอาการวุ7นวายมาก อาจรักษาด4วยยา Diazepam ในรายที่ไม7ตอบสนองต7อ Lithium อาจรักษาด4วยยา Carbamazepine 3. จิตบำบัด (Psychotherapy) โดยอาจจะเปRนการทำจิตบำบัดเปRนรายบุคคลหรือ เปRนกลุ7ม เพื่อให4ผู4ป]วยได4มีโอกาสระบายความรู4สึกไม7สบายใจ มีกำลังใจ มองเห็นคุณค7า ของตนเอง ตลอดจนมีความเข4าใจในปÖญหาของตนเอง โรคอารมณ9สองขั้ว (Bipolar Disorders)
กระบวนการพยาบาลผูWปzวย Bipolar Disorders การดูแลผูEป`วยโรค Bipolar disorders พยาบาลตEองประเมินถึงการเปลี่ยนแปลง หลากหลายดEานรNวมกัน เนื่องจากมีการแสดงออกทางอารมณAสองดEาน ดังนั้นขEอวินิจฉัย ทางการพยาบาลที่อาจพบไดEบNอย ไดEแกN 1. ความภาคภูมิใจในตนเองต่ำ (Low self – esteem) กิจกรรมการพยาบาล (Nursing intervention) 1. ประเมินการรับรูEคุณคNาในตนเองของผูEป`วย 2. สรEางสัมพันธภาพเพื่อการบำบัดกับผูEป`วยในระยะแรก โดยใชEเวลาสั้นๆ แตNไปพบ ทักทายกับผูEป`วยบNอยๆ เพื่อเพิ่มความรูEสึกมีคุณคNาของผูEป`วย และผูEป`วยเกิดความรูEสึกไวEวางใจ มากยิ่งขึ้น โรคอารมณ9สองขั้ว (Bipolar Disorders)
3. พยาบาลตEองยอมรับผูEป`วย ใหEเวลากับผูEป`วย โดยใหEผูEป`วยไดEบอกถึงขEอดีของ ตนเอง หากผูEป`วยบอกไมNไดEพยาบาลจึงคNอยๆ ใหEผูEป`วยฝäกคิดดEานบวก 4. ใหEผูEป`วยเขEากลุNมกิจกรรมบำบัดที่ไมNยากจนเกินไป ซึ่งผูEป`วยสามารถทำไดEสำเร็จ โดยมีการใหEแรงเสริมทางบวกตามความเปbนจริง เพื่อสNงเสริมความภาคภูมิใจ 5. กระตุEนใหEผูEป`วยมีปฏิสัมพันธAกับผูEป`วยอื่น 6. มอบหมายชิ้นงานตามความถนัดของผูEป`วย และเมื่อผูEป`วยสามารถทำไดEสำเร็จ พยาบาลควรใหEแรงสนับสนุนเชิงบวก 7. ดูแลใหEผูEป`วยไดEรับยาตามแผนการรักษา ซึ่งสNวนใหญNเปbนยา Lithium 8. ประเมินอาการขEางเคียงของยา Lithium อันไดEแกN อาการอNอนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไสE มือสั่น กลEามเนื้อกระตุก พูดไมNชัด การทรงตัวเสีย ปÄสสาวะมาก เปbนตEน โรคอารมณ9สองขั้ว (Bipolar Disorders)
2. การปรับตัวไมnเหมาะสม (Ineffective individual coping) กิจกรรมการพยาบาล (Nursing intervention) 1. ประเมินความเครียดที่มากระทบต7อการดำรงชีวิตของผู4ป]วย ซึ่งมีผลต7อการ ปรับตัว 2. ประเมินจุดแข็ง/จุดอ7อนของผู4ป]วย 3. ประเมินภาวะผิดปกติทางอารมณ* เช7น ภาวะซึมเศร4า เปRนต4น 4. สร4างสัมพันธภาพเพื่อการบำบัดระหว7างพยาบาลและผู4ป]วย เพื่อให4ผู4ป]วย ไว4วางใจและเปáดเผยเรื่องราวของตนเอง โรคอารมณ9สองขั้ว (Bipolar Disorders)
5. กระตุ4นให4ผู4ป]วยมีปฏิสัมพันธ*กับผู4ป]วยอื่น และให4เข4ากลุ7มกิจกรรมบำบัดของ หอผู4ป]วย เพื่อไม7ให4ผู4ป]วยแยกตัว เละสามารถเข4าสังคมได4อย7างเหมาะสม 6. ดูแลให4สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันที่จำเปRนได4 โดยพยาบาลอาจร7วมกัน วางแผนการดำรงชีวิตกับผู4ป]วย วางแผนตารางกิจกรรม เพื่อให4ผู4ป]วยสามารถจัดการกับ กิจวัตรประจำวันได4อย7างเหมาะสม 7. เปáดโอกาสให4ผู4ป]วยได4ระบายความรู4สึก เมื่อผู4ป]วยไม7สามารถจัดการกับ อารมณ*/ปÖญหาได4 โรคอารมณ9สองขั้ว (Bipolar Disorders)
การบำบัดรักษาผูEที่มีความผิดปกติทางดEานอารมณA ทั้งที่มีอาการซึมเศรEาและ mania นั้น ตEองใชEการรักษาหลายวิธีรNวมกัน ดังตNอไปนี้ 1. การรักษาดWวยยา (Psychopharmacology) ยาที่ใชEรักษาอาการซึมเศรEาคือ ยาตEานอาการเศรEา (Antidepressant drugs) ซึ่งมีผล ทำใหEอารมณAเศรEาหมดไป และยังทำใหEอาการเบื่ออาหาร นอนไมNหลับ หงุดหงิดงNายหมดไปดEวย ที่นิยมใชEคือ Tricyclic antidepressants และ SSRIs แพทยAจะเริ่มใหEยาขนาดนEอย เพื่อดูผล และอาการขEางเคียงของยา เมื่อผูEป`วยปรับตัวไดEก็จะเพิ่มขนาดชEาๆ ระยะตNอมาสNวนใหญNผูEป`วย จะมีอาการดีขึ้นภายใน 3 – 4 สัปดาหA การบำบัดรักษาผู4ที่มีความผิดปกติทางด4านอารมณ7
สำหรับผูEป`วยโรคอารมณAสองขั้ว (Bipolar disorders) มีหลักในการใหEยาดังตNอไปนี้ 1.) ในผูEป`วยที่มีอาการ mania อยูN จะใหEยาในการปรับและควบคุมอารมณA เชNน Lithium เปbนตEน 2.) ในผูEป`วยที่มีอาการ mania และมีอาการทางจิตรNวมดEวย จะใหEยาปรับและ ควบคุมอารมณA รNวมกับยารักษาอาการทางจิต 3.) ในผูEป`วยที่มีอาการแบบผสม (อาการ mania สลับกับอาการซึมเศรEา) จะใหE ยาปรับและควบคุมอารมณAรNวมกับยารักษาอาการทางจิต และยาตEานอาการเศรEา การบำบัดรักษาผู4ที่มีความผิดปกติทางด4านอารมณ7
2. การรักษาด*วยกระแสไฟฟrา (Electroconvulsive therapy: ECT) การรักษาด4วยกระแสไฟฟåา จะใช4รักษาได4ผลดีมากในผู4ป]วยโรคซึมเศร4าที่มีอาการ รุนแรงหรือมีอาการทางจิตร7วมด4วย และมีความเสี่ยงตnอการฆnาตัวตายสูง รวมถึงใช4ใน การรักษาผู4ป]วยที่มีอาการ mania ที่ไม7สามารถควบคุมได4ด4วยการรับประทานยา Lithium หรือยารักษาอาการทางจิต ซึ่งการรักษาด4วยกระแสไฟฟåานั้นมีความสัมพันธ*กับการ เปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาท (Neurotransmitter) ภายในร7างกายของผู4ป]วย การบำบัดรักษาผู4ที่มีความผิดปกติทางด4านอารมณ7
3. การบำบัดรักษาดWวยสิ่งแวดลWอม (Milieu therapy) สำหรับผูWปzวยโรคซึมเศรWานั้น การจัดกลุNมกิจกรรมบำบัดที่ใหEผูEป`วยไดEมีโอกาสประสบ ความสำเร็จจะชNวยสNงเสริมใหEผูEป`วยเกิดการยอมรับนับถือตนเอง ไดEฝäกการกลEาแสดงออกอยNาง เหมาะสม (Assertive training) ไดEมีสัมพันธภาพที่ดีกับผูEอื่น ไดEรับการยอมรับจากสมาชิกในกลุNม ก็จะยิ่งทำใหEผูEป`วยรูEสึกมีความเชื่อมั่นและเห็นคุณคNาในตนเองมากยิ่งขึ้น สNวนการจัดสิ่งแวดลEอมเพื่อการบำบัดสำหรับผูWปzวยที่มีอาการ mania นั้น ตEอง คำนึงถึงความปลอดภัยที่เกิดขึ้น ทั้งการทำรEายตนเองหรือผูEอื่น และการเกิดอุบัติเหตุ จึงตEองจัด สิ่งแวดลEอมใหEปราศจากสิ่งกระตุWนหรือยั่วยุอารมณ0และพฤติกรรมของผูWปzวย รวมถึงการดูแล เนEนใหEผูEป`วยหันมาสนใจในการดูแลตนเองดEวย การบำบัดรักษาผู4ที่มีความผิดปกติทางด4านอารมณ7
4. การทำจิตบำบัด (Psychotherapy) ปÄจจุบันการรักษาดEวยจิตบำบัด (Psychotherapy) รNวมกับการใชEยานั้น เปbน การรNวมกันออกฤทธิ์เพื่อชNวยใหEผูEป`วยดีขึ้น ซึ่งจะชNวยใหEผูEป`วยตระหนักรูEถึงความแปรปรวน ทางอารมณAของตนเอง รวมถึงปÄญหาของเขาไดEดีมากยิ่งขึ้น 5. การทำปUญญาพฤติกรรมบำบัด (Cognitive behavioral therapy: CBT) ใชEไดEผลดีในการใชEบำบัดรักษาผูEที่มีความผิดปกติทางอารมณA ซึ่งจะชNวยใหEผูEป`วย เปลี่ยนความคิดในดWานลบ โดยการฝäกหรือพยายามคิดเกี่ยวกับตนเองและสถานการณA รอบๆ ตัวที่เกิดขึ้นในดEานดีตามความเปbนจริง และมีการใหEแรงเสริม (Reinforcement) เมื่อผูEป`วยมีพฤติกรรมที่เหมาะสมมากยิ่งขึ้น การบำบัดรักษาผู+ที่มีความผิดปกติทางด+านอารมณ9
6. การบำบัดรักษาทางเลือก (Complementary and Alternative therapy) เปRนการบำบัดรักษาโดยธรรมชาติ เช7น การออกกำลังกาย การนวด การใช4โยคะ การรับประทานอาหารสุขภาพ ซึ่งมีการศึกษาวิจัยที่เชื่อว7าอาหารสุขภาพหรืออาหารเสริม มีผลต7อการเปลี่ยนแปลงของระดับ Serotonin ภายในร7างกายให4อยู7ในภาวะสมดุลมาก ยิ่งขึ้น การบำบัดรักษาผู4ที่มีความผิดปกติทางด4านอารมณ7
สรุป ความผิดปกติทางด4านอารมณ* เปRนภาวะความแปรปรวนไปของอารมณ* โดยมี อารมณ*ซึมเศร4าหรืออารมณ*รื่นเริงสนุกสนานผิดปกติ ซึ่งเชื่อว7ามีสาเหตุการเกิดจากหลาย ปÖจจัยร7วมกัน ดังนั้นพยาบาลจะต4องเข4าใจผู4ป]วย เข4าใจในอาการและอาการแสดง โดยนำ กระบวนการพยาบาลมาใช4ในการพยาบาล เพื่อช7วยเหลือผู4ป]วย ลดความเสี่ยงของการ เปRนอันตรายทั้งต7อตนเองและผู4อื่น ให4ความร7วมมือในการรักษาพยาบาลอย7างเหมาะสม ดูแลตนเองได4เปRนอย7างดี และสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได4
……THE END…… (มีข,อสงสัย ซักถามได,เลยค;า >///<)