ความผดิ ฐานลักทรพั ย์และว่งิ ราวทรัพย์ มาตรา 334 และ มาตรา 335
จัดทำโดย
นางสาวปิยะรัตน์ รัตนการ รหัสนสิ ิต 631081185
เสนอ
อาจารย์ วริ ัตน์ นาทพิ เวทย์
รายงานเลม่ น้ีเปน็ ส่วนหนงึ่ ของรายวชิ า อาญา 2 (0801221) ภาค
เรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 คณะนิตศิ าสตร์ หลกั สตู ร 4 ปี
บทที่ 1
คำอธิบายเชิงโครงสร้างความรับผิดทางอาญา
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไป
โดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหก
หม่ืนบาท
โดยมาตรา 334 นั้นได้มีการบัญญัติเอาไว้ในประมวลกฎหมายอาญาดังต่อไปนี้
“ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลัก
ทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไมเ่ กนิ สามปี และปรบั ไมเ่ กินหกพนั บาท” โดยการท่จี ะวนิ จิ ฉัยได้ว่าใครนั้น
ทำความผิดฐานลักทรัพย์หรือไม่นั้นจำเป็นต้องรู้ถึงองค์ประกอบความผิดของมาตรา 334 โดย
องค์ประกอบของมาตรา 334 นั้นสามารถแบ่งออกได้ดังนี้
องค์ประกอบภายนอก “เอาไปซง่ึ ทรพั ยข์ องผ้อู ่ืน”
1) “เอาไป” ในทน่ี ีน้ ้ันหมายถึง การเอาไปจากการครอบครองของผ้อู ่นื แมท้ รัพย์
นน้ั จะเคลื่อนจากทเี่ ดิมเล็กนอ้ ยกถ็ ือว่าความผิดน้ันได้สำเรจ็ ลงแลว้
2) “โดยทุจริต” ซึ่งตามมาตรา 1(1) แห่งประมวลกฎหมายอาญา บัญญัติ
ความหมายไว้ว่า “เพอื่ แสวงหาประโยชนท์ ม่ี คิ วรไดโ้ ดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรอื ผู้อน่ื ”
ดังนั้นหากมีผู้ใดนำทรัพย์ของท่านไปโดยที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยที่ตัวเขาต้องการที่จะนำทรัพย์
ดังกล่าวนั้นไปเพื่อแสวงหาประโยชนโ์ ดยมิชอบคนๆนั้นทำความผิดฐานลักทรัพย์ซึ่งโทษท่ีเขาจะได้รับ
นั้นไม่ได้มีเพียงแค่ที่ระบุไว้ในมาตรา 334 เท่านั้นนะครับเพราะในการพิจารณาโทษของการกระทำ
ความผิดอาญานัน้ ต้องพิจารณาถึงเหตุเพิ่มโทษด้วยเสมอโดยเหตุเพิ่มโทษของความผิดลกั ทรัพย์นั้นถกู
บัญญัตเิ อาไว้ในมาตรา 335 และ 335 ทวิ
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ผใู้ ดลกั ทรพั ย์
(1) ในเวลากลางคนื
(2) ในที่หรือบริเวณที่มีเหตุเพลิงไหม้ การระเบิด อุทกภัย หรือในที่หรือบริเวณที่มีอุบัติเหตุ
เหตุทุกขภัยแก่รถไฟ หรือยานพาหนะอื่นที่ประชาชนโดยสาร หรือภัยพิบัติอื่นทำนองเดียวกันหรือ
อาศัยโอกาสที่มีเหตุเช่นว่านั้น หรอื อาศัยโอกาสทปี่ ระชาชนกำลังต่นื กลัวภยันตรายใด ๆ
(3) โดยทำอันตรายสิ่งกีดกัน้ สำหรบั คุม้ ครองบคุ คลหรอื ทรัพย์ หรือโดยผา่ นสิง่ เช่นวา่ น้ันเข้าไป
ดว้ ยประการใด ๆ
(4) โดยเข้าทางชอ่ งทางซึง่ ไดท้ ำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า หรือเข้าทางชอ่ งทางซึง่ ผู้
เปน็ ใจเปิดไว้ให้
(5) โดยแปลงตวั หรอื ปลอมตวั เป็นผู้อ่ืน มอมหน้าหรือทำด้วยประการอืน่ เพื่อไม่ให้เห็นหรือจำ
หนา้ ได้
(6) โดยลวงว่าเป็นเจา้ พนักงาน
(7) โดยมีอาวุธ หรือโดยรว่ มกระทำความผดิ ด้วยกันตง้ั แต่สองคนขึ้นไป
(8) ในเคหสถาน สถานที่ราชการหรือสถานที่ทีจ่ ดั ไว้เพอ่ื ให้บรกิ ารสาธารณะทต่ี นได้เข้าไปโดย
ไม่ได้รบั อนญุ าต หรอื ซ่อนตัวอย่ใู นสถานทนี่ ้ัน ๆ
(9) ในสถานที่บูชาสาธารณะ สถานีรถไฟ ท่าอากาศยาน ที่จอดรถหรือเรือสาธารณะ
สาธารณสถานสำหรบั ขนถา่ ยสนิ คา้ หรือในยวดยานสาธารณะ
(10) ทใี่ ชห้ รอื มีไว้เพือ่ สาธารณประโยชน์
(11) ทเ่ี ป็นของนายจ้างหรือท่อี ย่ใู นความครอบครองของนายจ้าง
(12) ที่เป็นของผู้มีอาชีพกสิกรรม บรรดาที่เป็นผลิตภัณฑ์ พืชพันธุ์ สัตว์หรือเครื่องมืออันมีไว้
สำหรบั ประกอบกสกิ รรมหรือได้มาจากการกสิกรรมน้ัน
ตอ้ งระวางโทษจำคกุ ต้ังแต่หนึ่งปถี งึ หา้ ปี และปรับตง้ั แตส่ องหม่นื บาทถงึ หน่ึงแสนบาท
ถ้าความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทำที่ประกอบด้วยลักษณะดังที่บัญญัติไว้ในอนุมาตรา
ดังกล่าวแล้วตั้งแต่สองอนุมาตราข้ึนไป ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หน่ึงปีถึงเจ็ดปี และปรับตง้ั
แต่สองหมื่นบาทถึงหน่งึ แสนสี่หมืน่ บาท
ถา้ ความผดิ ตามวรรคแรกเป็นการกระทำตอ่ ทรัพยท์ เี่ ป็นโค กระบอื เครอ่ื งกลหรอื เคร่ืองจักรท่ี
ผู้มีอาชีพกสิกรรมมไี ว้สำหรับประกอบกสิกรรม ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกต้ังแต่สามปีถึงสิบปี และ
ปรับต้งั แต่หกหมืน่ บาทถึงสองแสนบาท
ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในมาตรานี้ เป็นการกระทำโดยความจำใจหรือความยากจน
เหลือทนทาน และทรัพย์นั้นมีราคาเล็กน้อย ศาลจะลงโทษผู้กระทำความผิดดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา
334 ก็ได้
ตามหลักในการวินิจฉัยความผิดในทางกฎหมายอาญานั้นเมื่อพิจารณาจนสำเร็จ
แล้วว่าผู้ถูกกล่าวหานั้นเป็นผู้กระทำความผิดสิ่งที่จะต้องพิจารณาต่อมาก็คือ โทษที่ผู้กระทำความผดิ
จะได้รับหรอื กค็ ือเหตุเพิ่มโทษ โดยเหตุเพิ่มโทษของความผิดฐานลักทรพั ย์นั้นได้มีการบัญญัติเอาไว้ใน
มาตรา 335 และ 335 ทวิ
โดยมาตรา 335 แห่งประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติไว้ว่า “ผู้ใดลักทรัพย์ (1) ใน
เวลากลางคืน (2) ในที่หรือบริเวณที่มีเหตุเพลิงไหม้ การระเบิด อุทกภัย หรือในที่หรือบริเวณที่มี
อุบัติเหตุ เหตุทุกขภัยแก่รถไฟ หรือยานพาหนะอื่นที่ประชาชนโดยสาร หรือภัยพิบัติอื่นทำนอง
เดียวกันหรืออาศัยโอกาสที่มีเหตุเช่นว่านั้น หรืออาศัยโอกาสที่ประชาชนกำลังตื่นกลัวภยันตรายใด ๆ
(3) โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วย
ประการใด ๆ (4) โดยเข้าทางชอ่ งทางซึง่ ได้ทำขึ้นโดยไมไ่ ดจ้ ำนงใหเ้ ปน็ ทางคนเขา้ หรือเขา้ ทางช่องทาง
ซง่ึ ผู้เปน็ ใจเปดิ ไว้ให้ (5) โดยแปลงตวั หรอื ปลอมตวั เปน็ ผู้อ่ืน มอมหนา้ หรอื ทำด้วยประการอนื่ เพ่ือไม่ให้
เหน็ หรอื จำหนา้ ได้ (6) โดยลวงว่าเปน็ เจา้ พนกั งาน (7) โดยมอี าวธุ หรือโดยรว่ มกระทำความผิดดว้ ยกนั
ตั้งแต่สองคนขึ้นไป (8) ในเคหสถาน สถานที่ราชการหรือสถานที่ที่จัดไว้เพื่อให้บริการสาธารณะที่ตน
ไดเ้ ขา้ ไปโดยไมไ่ ดร้ ับอนญุ าต หรือซอ่ นตวั อยใู่ นสถานที่นนั้ ๆ (9) ในสถานท่บี ูชาสาธารณะ สถานีรถไฟ
ท่าอากาศยาน ที่จอดรถหรือเรือสาธารณะ สาธารณสถานสำหรับขนถ่ายสินค้า หรือในยวดยาน
สาธารณะ (10) ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ (11) ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความ
ครอบครองของนายจ้าง (12) ที่เป็นของผู้มีอาชีพกสิกรรม บรรดาที่เป็นผลิตภัณฑ์ พืชพันธุ์ สัตว์หรือ
เครื่องมืออันมีไว้สำหรับประกอบกสิกรรมหรือได้มาจากการกสิกรรมนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่
หน่ึงปถี งึ ห้าปี และปรบั ต้ังแต่สองพันบาทถึงหนง่ึ หมื่นบาท ถ้าความผดิ ตามวรรคแรกเป็นการกระทำท่ี
ประกอบด้วยลักษณะดังที่บัญญัติไว้ในอนมุ าตราดังกล่าวแล้วตั้งแต่สองอนุมาตราขึน้ ไป ผู้กระทำต้อง
ระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท ถ้าความผิด
ตามวรรคแรกเป็นการกระทำต่อทรพั ยท์ ่เี ป็นโค กระบือ เครอ่ื งกลหรือเครื่องจกั รที่ผู้มีอาชีพกสิกรรมมี
ไว้สำหรับประกอบกสิกรรม ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกพัน
บาทถึงสองหมื่นบาท ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในมาตรานี้ เป็นการกระทำโดยความจำใจหรือ
ความยากจนเหลือทนทาน และทรัพย์นั้นมรี าคาเล็กน้อย ศาลจะลงโทษผูก้ ระทำความผิดดังที่บัญญัติ
ไว้ในมาตรา 334 ก็ได้” ซึ่งจากตัวบทก็ได้เขียนอธิบายทุกอย่างไว้อย่างชัดเจนตรงตัวบท โดยสามารถ
อธบิ ายเพมิ่ เติมไดด้ ง่ั น้ี
1) การลกั ทรัพย์ในเวลากลางคืนนั้นพจิ ารณาจากข้อเท็จจริงว่าดวงอาทิตย์ตกเม่ือใด
มิใชเ่ วลา 18.00 ดั่งท่หี ลายคนเขา้ ใจผดิ กัน (ฎกี า512/2516) อกี ทงั้ การกระทำความผดิ ไม่ว่าจะเร่ิมต้น
กระทำหรือกระทำความผดิ สำเร็จแล้วหากมีช่วงใดเป็นช่วงเวลากลางคืนก็ถือว่ามีความผิดตามมาตรา
335 (1) แลว้
2) การนำอาวุธไปด้วยในการก่อเหตุแม้จะเป็นของปลอมคือไม่สามารถใช้เพื่อทำ
อันตรายแกบ่ ุคคลอน่ื ได้กย็ ังคงถือวา่ เปน็ อาวธุ โดยสภาพ (ฎีกา1903/2520) หรอื แมแ้ ต่การพกอาวธุ ติด
ตวั ไปแมจ้ ะไมน่ ำออกมาใช้ในการลักทรัพย์กย็ ังถอื ว่ามคี วามผดิ ตามมาตรา 335(7) (ฎกี า730/2509)
3) บางคนอาจเข้าใจผิดว่าบูชาสาธารณตาม (9) นั้นหมายรวมถึงกุฏิพระ ด้วยน้ัน
เปน็ ความเข้าใจท่ีผิดเพราะกุฏิพระนัน้ ถือเป็นเคหสถานตาม (8) มิใช่ (9) (ฎีกา 2014/2536)
4) การลักทรัพย์บนรถโดยสารสาธารณะนั้นก็ถือว่ามีความผิดตาม (9) แม้จะดึงตัว
ลงมาจากรถแล้วเอาทรพั ยไ์ ปก็ตามความผิดเริ่มตน้ แล้วนบั แต่เอาทรัพยม์ า(ฎีกา1084/2530)
5) การลักทรัพย์ในบ้านที่เจ้าของอนุญาตให้เข้าไป เป็นเพียงการลักทรัพย์ธรรมดา
ไมเ่ ข้า (8) (ฎกี า1076/2526)
6) หากสามารถพิสูจน์ไดว้ ่าการทีล่ กั ทรพั ยด์ งั่ กล่าวนน้ั เป็นไปดว้ ยความยากจนเหลือ
ทนทานและทรพั ย์น้นั มีราคาเพยี งเล็กนอ้ ยศาลจะไมเ่ พม่ิ โทษใหแ้ ก่ผกู้ ระทำความผิดกไ็ ด้ คือให้รับโทษ
แต่เพยี งในมาตรา 334 เท่านน้ั
มาตรา 335 ทวินั้นได้บัญญัติไว้ดั่งนี้ “ผู้ใดลักทรัพย์ที่เป็นพระพุทธรูปหรือวัตถุในทางศาสนา ถ้า
ทรัพย์นั้นเป็นที่สักการะบูชาของประชาชน หรือเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ หรือส่วนหนึ่งส่วนใด
ของพระพุทธรูป หรือวตั ถดุ งั กลา่ ว ต้องระวางโทษจำคุกต้งั แตส่ ามปถี งึ สิบปี และปรบั ต้ังแตห่ กพันบาท
ถงึ สองหมื่นบาทถา้ การกระทำความผดิ ตามวรรคแรก ไดก้ ระทำในวดั สำนกั สงฆ์ สถานอนั เป็นทีเ่ คารพ
ในทางศาสนา โบราณสถานอันเป็นทรัพย์สนิ ของแผ่นดิน สถานทรี่ าชการหรอื พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
ผกู้ ระทำตอ้ งระวางโทษจำคกุ ตั้งแตห่ ้าปีถึงสิบหา้ ปี และปรบั ต้งั แต่หนึง่ หมน่ื บาทถงึ สามหม่ืนบาท”
เช่นเดียวกันกับมาตรา 335 มาตรา 335 ทวินั้นมีไว้เพื่อเพิ่มโทษให้แก่ผู้กระทำ
ความผิดตามมาตรา 334 โดยมาตรา 335 ทวนิ ั้นจะเนน้ ไปท่ตี ัวทรพั ยข์ องท่ผี ูก้ ระทำความผิดได้ทำการ
ลักทรพั ย์มามิใชส่ ถานท่ีทต่ี ัวผู้กระทำความผิดลงมอื เหมือนในมาตรา 335 โดยสามารถอธิบายเพิ่มเติม
ไดด้ ังนี้
1) รปู พระอาจารย์ ก้อนหิน ท่อนไม้ ศพ ทผ่ี มู้ ีคนนับถือหรือรูปพระฤๅษีที่เก็บบนกุฏิ
พระไม่ถือเป็นทบ่ี ูชาของประชาชนหรือสมบัติของศาสนา (ฎกี า2382/2519)
2) หากเป็นการลักพระพุทธรปู ท่ีใช้บชู าทั่วไปตามบ้านเรือนไม่มคี วามผิดตามมาตรา
นี้ (ฎีกา1812/2527)
3) หากเป็นพระพุทธรูปที่ขุดพบแต่นำไปเก็บไว้เองที่บ้านแม้จะมีคนมากราบไหว้
บชู ากย็ ังไมเ่ ขา้ มาตรา 335ทวิ เพราะยังไม่ไดม้ อบไวใ้ หเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ (ฎกี า1024/2518)
ดังนั้นหากมีผู้ใดมาทำการลักทรัพย์ของท่านหรือท่านถูกผู้ใดกล่าวหาว่าท่านได้ทำ
การลักทรัพย์นั้น ท่านต้องบรรยายถงึ ข้อเท็จจรงิ ทีเ่ กี่ยวข้องกับความผิดลักทรัพย์นั้นโดยละเอียดไม่วา่
จะเป็น เวลา สถานที่ หรือตัวทรัพย์ที่ถูกกล่าวอ้างว่าถูกลักไปเพราะมันจะมีผลทั้งในเรื่องโทษที่จะ
ได้รบั อาจจะสง่ ผลให้มากขนึ้ หรอื เทา่ เดมิ กไ็ ด้
บทที่ 2
คำอธบิ ายจากบรรทัดฐานคำพิพากษาศาลฎีกา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 413/2552 จำเลยยังไม่ได้นำเตาอบไฟฟ้าออกไปจากห้างสรรพสินค้าของ
ผู้เสียหาย แต่ก็ได้นำเตาอบไฟฟ้าออกไปจากจุดที่วางไว้และยังผ่านจุดที่ปกติลูกคา้ ต้องชำระเงินให้แก่
พนักงานเก็บเงินไปแล้วจึงถือได้ว่าจำเลยทรัพย์ของผู้เสียหายไปแล้วโดยเจตนาทุจริต ความผิดจึง
สำเร็จแลว้
การกระทำความผดิ ฐานลักทรพั ย์เป็นการเอาทรัพย์ไปเป็นความผิดสำเร็จเม่ือทรพั ย์
เคลื่อนที่ การที่จำเลยเคลื่อนย้ายเตาอบไฟฟ้าออกจากจุดที่ผู้เสียหายเก็บหือวางทรัพย์เป็นการเอา
ทรัพย์ไปจึงเป็นความผิดสำเร็จ การผ่านจุดชำระเงินโดยไม่ชำระเงินเป็นเรื่ององค์ประกอบภายในที่
แสดงว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตหรือไม่เท่านั้น เนื่องจากการซื้อสินค้าในห้างสรรพสินคา้ ต้องนำสินค้ามา
ชำระเงนิ แก่พนังงานเกบ็ เงินทีจ่ ดุ ชำระเงินเท่านน้ั ตราบใดที่ยงั ไม่ผ่านจุดชำระเงนิ จำเลยยงั ชำระเงินได้
การพิสูจน์ถึงเจตนาทุจริตก่อนนั้นจึงทำได้ยาก ดังนั้น ถ้าพิสูจน์ได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตและ
เคลื่อนย้ายเตาอบไฟฟ้า ก็เป็นความผิดสำเร็จแม้จะเปลี่ยนใจยอมชำระเงินตอนผ่านจุดชำระเงิน ก็ไม่
เป็นการพยายามกระทำความผดิ หรือไมม่ คี วามผิดฐานลกั ทรพั ย์
คำพิพากษาฎีกาที่ 877/2501 การลักกระแสไฟฟ้า ย่อมเป็นผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
334 หรือ 335 แลว้ แต่กรณี (ประชมุ ใหญ่ครัง้ ท่ี8/2501)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกบั พวกทีย่ ังไม่ ได้ตัว สมคบกันลกั ทรัพย์(กระแสไฟฟ้า) ของการ
ไฟฟ้ากรุงเทพฯ กรมโยธาเทศบาล เป็นราคา 9 บาทขอใหล้ งโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 293,
294, 63
จำเลยปฏเิ สธ
ศาล อาญาพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 293 ให้จำคุก
คนละ 6 เดอื น แตใ่ หร้ อการลงโทษไว้ 1 ปี ให้จำเลยใช้ค่ากระแสไฟฟา้ 9 บาทดว้ ย
จำเลยทั้งสองอทุ ธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยที่ 2 ไม่ไดร้ ่วมทำผิดด้วย พพิ ากษาแก้ให้ยกฟอ้ งจำเลยที่ 2
โจทก์ ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ด้วย จำเลยที่ 1 ฎีกาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ศาล
ชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 เฉพาะข้อกฎหมายที่ว่า กระแสไฟฟ้าไม่ใช่ทรัพย์ตามความหมายของ
ประมวลกฎหมายอาญา จึงยอ่ มลักกันไม่ได้
ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่มีมติว่า การลักกระแสไฟฟ้าย่อมเป็นผิดตามประมวลกฎหมาย
อาญา มาตรา 334 หรือ 335 แลว้ แต่กรณี
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าตามรูปคดียังไม่พอจะเอาผิดแก่จำเลยที่ 2 ฐานสมคบกับจำเลยที่ 1
ลกั กระแสไฟฟ้ารายน้ี
คำพิพากษาฎีกาท่ี 1745/2514 ผเู้ สียหายไปวดั ในพิธอี ุปสมบท ขณะท่ผี เู้ สยี หายเดินตามคณะกลอง
ยาวท่ีประโคมกลองยาวหนา้ นาค โดยผ้เู สียหายเดนิ ตามไปได้ระยะทางสัก 2 เสน้ ผเู้ สียหายก็รู้สึกตัวว่า
สร้อยข้อมือทองคำหายไปจึงกลับไปหาบนศาลา ปรากฏว่า ส. อายุไม่เกิน 7 ปี ได้เก็บสร้อยนั้นไปบน
ศาลาแล้วนำไปให้จำเลยที่ 2 อายุ 13 ปซี ่งึ เป็นพส่ี าวของ ส. จำเลยที่ 2 จงึ เอาไปใหจ้ ำเลยที่ 1 ซึ่งเป้น
มารดาต่อจำเลยที่ 1 เอาสร้อยห่อและพกออกจากวัดทันทีเมื่อผู้เสียหายสอบถามจำเลยท่ี 1 ตอบไม่รู้
เห็น จำเลยที่ 1 น่าจะทราบอยู่แล้วว่าสร้อยเป้นของคนอนื่ และเจา้ ของจะออกตดิ ตามเอาคืนจำเลยที่ 1
จึงมคี วามผดิ ฐานลักทรพั ย์ จำเลยที่ 2 ไม่มีเจตนาทุจริตจึงไมม่ ีความผิด (ประชมุ ใหญ่คร้งั ที่ 25/2514)
สำหรับจำเลยทั้งสองนั้น ศาลฎีกาโดยท่ีประชุมใหญ่เห็นว่าเดก็ ชายคัดเค้าเก็บสร้อย
ได้แล้วนำไปมอบให้จำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ นำไปมอบให้จำเลยที่ ๑ เป็นเวลากระชั้นชิดติดพันกัน ถือ
ว่าสรอ้ ยน้นั ยงั อยใู่ นความยึดถอื ของผู้เสยี หาย ไม่ใช่ทรัพยต์ กหาย การท่เี ดก็ ชายคดั เค้าเกบ็ ทรพั ยน์ น้ั ได้
มิได้ทำให้ความยึดถอื ของผูเ้ สียหายขาดตอนไป ขณะนั้นจำเลยที่ ๑ ก็อยู่ที่ข้างศาลาและบนศาลาไมม่ ี
คนอื่นนอกจากคณะกลองยาว จำเลยที่ ๑ น่าจะทราบว่าทรัพย์นั้นเป็นของผู้ที่มาในคณะกลองยาว
เมื่อจำเลยที่ ๑ รับสร้อยจากจำเลยที่ ๒ แล้วเอาห่อพกออกจากวัดไปทันที แสดงว่าจำเลยที่ ๑ คง
หวาดเกรงว่าเจ้าทรัพย์อาจติดตามมาเอาคืนได้ การที่จำเลยที่ ๑ เอาทรัพย์นั้นไปโดยรู้ว่าไม่ใช่ทรัพย์
ของตนในลักษณะดงั น้ี จึงเปน็ การเอาทรัพย์ของผู้เสยี หายไปโดยทจุ ริต ต้องดว้ ยความผิดฐานลักทรัพย์
ส่วนจำเลยที่ ๒ อายุเพียง ๑๓ ปี เมื่อรับสร้อยจากเด็กชายคัดเค้าแล้วก็เอาไปให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็น
มารดาทันทตี ามวิสัยของเด็กผู้อยู่ใกล้ชิดมารดาในขณะนัน้ ไมม่ ีเจตนาที่จะยึดถือทรพั ย์นั้นไว้โดยทุจริต
จำเลยท่ี ๒ จงึ ไม่มคี วามผดิ สถานใด
พพิ ากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เปน็ วา่ จำเลยที่ ๑ มีความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
๓๓๔ ให้จำคุก ๖ เดือน แต่จำเลยเป็นหญิงยงั มีบุตรเล็ก ๆ อยู่ในความเลี้ยงดู และไม่เคยกระทำผิดมา
ก่อน ตามพฤติการณ์แห่งคดีสมควรให้โอกาส จำเลยกลับตนสักครั้งหนึ่ง จึงให้รอการลงโทษไว้มี
กำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ใหจ้ ำเลยที่ ๑ คืนหรอื ใช้ราคาทรพั ย์ ๔๕๐ บาท
แกเ่ จา้ ทรพั ย์ สว่ นจำเลยที่ ๒ ใหย้ กฟ้องพน้ ขอ้ หาไป
คำพพิ ากษาฎีกาที่ 216/2509 จำเลยยอมร่วมประเวณีกับผู้เสยี หายเพราะต้องการสง่ิ ตอบแทน แต่
ผู้เสียหายทำผิดข้อตกลงทำให้จำเลยไม่พอใจ จึงได้ทำร้ายผู้เสียหายแล้วเอาปืนของผู้เสียหายไปทิ้ง
เพราะกลัวผู้เสียหายจะยิง การเอาปืนไปทิ้งน้ำแสดงให้เห็นว่าไม่มีเจตนาที่จะครอบครองซึ่งปืนนั้นจึง
ไมเ่ ป็นความผดิ ฐานชิงทรพั ย์
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักอาวุธปืน ๑ กระบอก กับไฟฉาย ๑ กระบอก ของนายมรกต
ไป โดยจำเลยใช้จอบด้ามไม้ทุบฟาดตีทำร้ายนายมรกตที่ศีรษะถึงบาดเจ็บสลบไป เป็นเหตุให้ได้รับ
อนั ตรายแก่กายและจิตใจ เพอื่ สะดวกแก่การลักพา และยดึ ถือเอาทรัพย์นั้น ขอใหล้ งโทษตามประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ ให้จำเลยคนื หรือใชร้ าคาไฟฉาย
จำเลยให้การปฏเิ สธ
ศาลชนั้ ตน้ พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยมกี ำหนด ๓ ปี ให้จำเลยคืนหรอื ใชร้ าคาไฟฉาย
จำเลยอทุ ธรณ์
ศาลอทุ ธรณ์เห็นว่า จำเลยใช้สนั จอบตผี ้เู สียหาย และเอาปนื กบั ไฟฉายของผเู้ สยี หายไปจรงิ การกระทำ
ของจำเลยมีผดิ เพียงฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๕ เพราะจำเลยเอาปืน
ไปทิ้งในปรักน้ำก็โดยกลัวผู้เสียหายจะยิงเอา ส่วนไฟฉายผู้เสียหายก็ส่งให้จำเลยส่องทางไม่มีความผิด
ฐานชงิ ทรพั ย์ พิพากษาแกค้ ำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นวา่ จำเลยมคี วามผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๒๙๕ ให้จำคุกจำเลย ๑ ปี แต่จำเลยได้ยอมรับต่อเจ้าพนักงานตำรวจ และนำไปเอาปืนของ
กลางคนื จึงลดโทษให้จำเลย ๑ ใน ๔ จำคกุ จำเลย ๙ เดือน
โจทกฎ์ ีกา
ศาลฎกี าเช่อื วา่ จำเลยได้ใชส้ ันจอบตีศีรษะผู้เสียหายจริง ก่อนจะมกี ารทำรา้ ยกันจะเน่อื งด้วยเหตุใดน้ัน
ผเู้ สียหายอา้ งว่าเพราะจำเลยบอกขายเรือน แตผ่ ูเ้ สยี หายยังไมม่ ีเงนิ ขอให้รอชา้ ๆ ไปสกั หน่อย ต่อมา
ผู้เสียหายก็ถูกจำเลยตีศีรษะ เห็นว่าการที่จำเลยตีศีรษะผูเ้ สียหายนั้น น่าจะเป็นเหตุอื่นทีผ่ ูเ้ สียหายผดิ
ข้อตกลงกับจำเลย การที่จำเลยยอมให้ผู้เสียหายร่วมประเวณีด้วย คงมีสิ่งตอบแทน ผู้เสียหายคงผิด
ข้อตกลง จำเลยไม่พอใจ จึงได้ทำร้ายผู้เสียหาย จำเลยรับว่าเอาปืนไปทิ้งที่ปรักน้ำกลางทุ่งนา เพราะ
กลัวผู้เสียหายจะยิงเอา การเอาปืนไปทิ้งน้ำโดยไม่นำเอาไปเป็นประโยชน์ส่วนตนหรือผู้อื่น ก็แสดงว่า
จำเลยไม่มีเจตนาประสงค์จะเอาทรัพย์ การเอาปืนของผู้เสียหายไปทิ้ง จึงไม่มีความผิดฐานชิงทรัพย์
สว่ นไฟฉายน้นั ผูเ้ สยี หายกใ็ หจ้ ำเลยไปสอ่ งทาง จำเลยเอาไป จึงไม่มีความผิดฐานชิงทรัพย์เชน่ เดยี วกัน
ท่ศี าลอทุ ธรณล์ งโทษจำคกุ จำเลย ๙ เดือน ศาลฎีกาเห็นวา่ ยังแรงไป
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นให้วางโทษจำคุกจำเลย ๔ เดือน คำรับของจำเลยเป็น
ประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงลดโทษให้ ๑ ใน ๔ คงจำคุก ๓ เดือน นอกจากนั้นคงให้เป็นไปตามคำ
พิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกฎกี าโจทก์
บทท่ี 3 สรปุ
โดยมาตรา 334 นั้น การที่จะวินิจฉัยได้ว่าใครนั้นทำความผิดฐานลักทรัพย์หรือไม่
นั้นจำเป็นต้องรู้ถึงองค์ประกอบความผิดของมาตรา 334 โดยองค์ประกอบของมาตรา 334 นั้น
สามารถแบง่ ออกไดด้ ังนี้
องค์ประกอบภายนอก “เอาไปซง่ึ ทรัพย์ของผูอ้ น่ื ”
1) “เอาไป” ในทีน่ ีน้ ้นั หมายถึง การเอาไปจากการครอบครองของผอู้ ืน่ แมท้ รัพย์
น้นั จะเคลื่อนจากท่ีเดมิ เล็กน้อยก็ถือว่าความผิดนั้นไดส้ ำเร็จลงแล้ว
2) “โดยทุจริต” ซึ่งตามมาตรา 1(1) แห่งประมวลกฎหมายอาญา บัญญัติ
ความหมายไวว้ ่า “เพอ่ื แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรบั ตนเองหรอื ผู้อน่ื ”
ดังนั้นหากมีผู้ใดนำทรัพย์ของท่านไปโดยที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยที่ตัวเขาต้องการที่จะนำทรัพย์
ดังกล่าวนั้นไปเพื่อแสวงหาประโยชนโ์ ดยมิชอบคนๆนั้นทำความผิดฐานลักทรัพย์ซึ่งโทษที่เขาจะได้รบั
นั้นไม่ได้มีเพียงแค่ที่ระบุไว้ในมาตรา 334 เท่านั้นนะครับเพราะในการพิจารณาโทษของการกระทำ
ความผิดอาญานั้นต้องพิจารณาถึงเหตุเพิม่ โทษด้วยเสมอโดยเหตเุ พ่ิมโทษของความผิดลกั ทรัพย์นัน้ ถกู
บัญญัติเอาไว้ในมาตรา 335 และ 335 ทวิ
โดยมาตรา 335 นั้น ซึ่งจากตัวบทก็ได้เขียนอธิบายทุกอย่างไว้อย่างชัดเจนตรงตัว
บท โดยสามารถอธิบายเพ่มิ เติมได้ดัง่ น้ี
1) การลักทรพั ย์ในเวลากลางคืนนั้นพิจารณาจากข้อเทจ็ จริงว่าดวงอาทิตย์ตกเม่ือใด
มใิ ชเ่ วลา 18.00 ดั่งทีห่ ลายคนเขา้ ใจผิดกัน (ฎีกา512/2516) อีกทัง้ การกระทำความผิดไม่ว่าจะเร่ิมต้น
กระทำหรือกระทำความผดิ สำเร็จแล้วหากมีช่วงใดเป็นช่วงเวลากลางคืนก็ถือว่ามคี วามผิดตามมาตรา
335 (1) แลว้
2) การนำอาวุธไปด้วยในการก่อเหตุแม้จะเป็นของปลอมคือไม่สามารถใช้เพื่อทำ
อนั ตรายแก่บคุ คลอนื่ ไดก้ ็ยังคงถอื ว่าเป็นอาวธุ โดยสภาพ (ฎกี า1903/2520) หรอื แม้แต่การพกอาวธุ ติด
ตัวไปแมจ้ ะไม่นำออกมาใชใ้ นการลักทรัพย์กย็ งั ถือว่ามคี วามผดิ ตามมาตรา 335(7) (ฎีกา730/2509)
3) บางคนอาจเข้าใจผิดว่าบูชาสาธารณตาม (9) นั้นหมายรวมถึงกุฏิพระ ด้วยน้ัน
เปน็ ความเขา้ ใจที่ผดิ เพราะกุฏพิ ระนน้ั ถอื เปน็ เคหสถานตาม (8) มใิ ช่ (9) (ฎีกา 2014/2536)
4) การลักทรัพย์บนรถโดยสารสาธารณะนั้นก็ถือว่ามีความผิดตาม (9) แม้จะดึงตัว
ลงมาจากรถแลว้ เอาทรพั ย์ไปก็ตามความผิดเริม่ ต้นแล้วนบั แต่เอาทรัพยม์ า(ฎีกา1084/2530)
5) การลักทรัพย์ในบ้านที่เจ้าของอนุญาตให้เข้าไป เป็นเพียงการลักทรัพย์ธรรมดา
ไมเ่ ข้า (8) (ฎีกา1076/2526)
6) หากสามารถพิสจู นไ์ ดว้ ่าการทีล่ ักทรัพย์ด่งั กล่าวน้ันเปน็ ไปด้วยความยากจนเหลือ
ทนทานและทรพั ยน์ ้นั มีราคาเพยี งเล็กนอ้ ยศาลจะไมเ่ พมิ่ โทษให้แก่ผ้กู ระทำความผิดกไ็ ด้ คือให้รับโทษ
แตเ่ พยี งในมาตรา 334 เท่าน้นั
โดยมาตรา 335 ทวินน้ั เช่นเดยี วกันกบั มาตรา 335 มาตรา 335 ทวนิ ัน้ มีไว้เพ่ือเพิ่ม
โทษใหแ้ กผ่ ู้กระทำความผิดตามมาตรา 334 โดยมาตรา 335 ทวินนั้ จะเน้นไปทต่ี ัวทรพั ย์ของทีผ่ ูก้ ระทำ
ความผิดได้ทำการลักทรัพย์มามิใช่สถานที่ที่ตัวผู้กระทำความผิดลงมือเหมือนในมาตรา 335 โดย
สามารถอธิบายเพ่มิ เติมไดด้ งั นี้
1) รูปพระอาจารย์ กอ้ นหนิ ท่อนไม้ ศพ ทผ่ี ูม้ ีคนนับถอื หรือรูปพระฤๅษีท่ีเก็บบนกุฏิ
พระไม่ถอื เปน็ ทบ่ี ูชาของประชาชนหรอื สมบัตขิ องศาสนา (ฎีกา2382/2519)
2) หากเป็นการลักพระพทุ ธรูปที่ใช้บูชาท่ัวไปตามบ้านเรือนไม่มคี วามผิดตามมาตรา
น้ี (ฎีกา1812/2527)
3) หากเป็นพระพุทธรูปที่ขุดพบแต่นำไปเก็บไว้เองที่บ้านแม้จะมีคนมากราบไหว้
บูชาก็ยังไม่เขา้ มาตรา 335ทวิ เพราะยังไม่ได้มอบไวใ้ หเ้ ปน็ สมบตั ขิ องชาติ (ฎกี า1024/2518)
ขอ้ เสนอแนะ
1. ในปัจจุบันความเจริญได้เข้ามาสู่ประเทศไทยมากขึ้นความเปลี่ยนแปลงในด้าน
ต่างๆนนั้ กม็ ากข้ึน ผู้จัดทำจึงเหน็ ว่า การกำหนดความผิดฐานลักทรพั ย์ควรท่จี ะมีการปรับปรุงแก้ไขให้
ทนั สมัย สอดคลอ้ งกบั สาพสังคมในยุคปัจจบุ นั
2. ความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 355
(1) นั้นอาจจะไม่มีความจำเป็นในยุคปัจจุบัน ที่ไม่ต้องพึ่งพาแสงจากดวงอาทิตย์เพียงอย่างเดียว
เน่ืองจากในปัจจบุ นั มีหลอดไฟท่ใี ห้แสงสว่าง
3. ควรกำหนดโทษลักทรัพย์บุคคลซึ่งไม่สามารถป้องกันตนเองได้ อันเนื่องมาจาก
การเป็นคนชรา จิตบกพร่อง คนตั้งครรภ์ เป็นต้น ควรที่จะเพิ่มโทษให้ผู้กระทำได้รับโทษหนักขึ้นกว่า
การลักทรัพย์ในกรณีธรรมดาเพื่อเป็นการข่มขู่และปกป้องคุ้มครองการอยู่รว่ มกนั ของคนในสังคมใหม้ ี
ความสงบเรียบร้อยมากขน้ึ
บรรณานุกรม
ทนายสถิตย์ อนิ ตา. (2561). เอาทรัพยไ์ ปจากความครอบครอง.สบื ค้นเมื่อ 21 กนั ยายน 2564.
เข้าถึงไดจ้ าก URL : https://numchailawyer.com
บริษทั เอสแอลเอส(2017) จำกดั . (2560). ความผิดทางอาญาท่เี กี่ยวขอ้ งกบั ทรัพย์. สบื ค้นเมื่อ 21
กันยายน 2564. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก URL : http://www.lawyerthailand.biz
ศริ าพร คาราวนนั ท์.หมายเหตุท้ายคำพพิ ากษาฎกี าท่ี 413/2552.สืบคน้ เมอ่ื 21 กันยายน 2564.
เข้าถงึ ได้จาก URL : http://lawwebservice.com
เพจกฎหมายน่าร.ู้ (2559). ฎีกาท่ี 877/2501.สบื ค้นเมื่อ 21 กนั ยายน 2564. เขา้ ถึงไดจ้ าก URL :
https://web.facebook.com/1509234409354196/posts/1725797881031180
กองผู้ชว่ ยผ้พู ิพากษาศาลฎีกา.คำพพิ ากษาศาลฎีกาท่ี 1745/2514. สืบค้นเมอ่ื 21 กนั ยายน 2564.
เขา้ ถึงไดจ้ าก URL : https://www.smartdeka.com
กองผู้ชว่ ยผู้พพิ ากษาศาลฎีกา.คำพิพากษาศาลฎกี าที่ 216/2509. สืบค้นเม่ือ 21 กันยายน 2564.
เข้าถึงได้จาก URL : https://www.smartdeka.com