The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กฎหมายอาญา2-ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by piyarat984, 2021-09-27 02:54:33

กฎหมายอาญา2-ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม

กฎหมายอาญา2-ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม

เร่ือง ความผดิ ต่อเจ้าพนักงานในการยุตธิ รรม
มาตรา 172 และ มาตรา 173

จดั ทาโดย
นางสาวปิ ยวรรณ คงเหลา รหัสนิสิต 631081182

เสนอ
อาจารย์ วริ ัตน์ นาทิพเวทย์

รายงานนีเ้ ป็ นส่วนหน่ึงของรายวชิ า กฎหมายอาญา2 (0801221)
ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2564
หลกั สูตร นิตศิ าสตร์ ภาคปกติ 4 ปี

บทท1่ี

คาอธิบายเชิงโครงสร้างความรับผดิ ทางอาญา

มาตรา 172 “ ผ้ใู ดแจ้งข้อความอนั เป็นเท็จเกี่ยวกบั ความผิดอาญา

แก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มี
อานาจสืบสวนคดอี าญา ซง่ึ อาจทาให้ผ้อู ่ืนหรือประชาชนเสียหาย ต้อง
ระวางโทษจาคกุ ไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทงั้ จาทงั้
ปรับ ”

ซ่ึงมาตรา 172 เป็ นเรื่องของการแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน
อยั การ ผู้ว่าคดี หรือผู้มีอานาจสืบสวนสอบสวนคดีอาญา และหาก
ผู้กระทาการดังกล่าวแจ้งความเท็จ ซึ่งได้ทาเพื่อต้องการที่จะแกล้ง
เพ่ือให้ผ้อู ่ืนเสียหายจากการกระทานนั้ ผู้นนั้ ต้องรับโทษจาคกุ ไม่เกิน
สองปี หรือปรับไม่เกินสห่ี มน่ื บาท หรือทงั้ จาทงั้ ปรับ

(องค์ประกอบภายนอก)

1) ผ้ใู ด คือ ผกู้ ระทาหรือผแู้ จง้ ขอ้ ความอนั เป็นเทจ็
2)แจ้งข้อความอันเป็ นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญากับเจ้าพนักงาน
อัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวนหรือผู้มีอานาจสืบสวนคดีอาญา
หมายถึง ผทู้ ี่แจง้ ขอ้ ความเท็จน้นั ไดแ้ จง้ บิดเบือนไปจากความเป็นจริง
และตอ้ งเป็ นการแจง้ กบั พนักงานอยั การ หรือผูม้ ีอานาจสืบสวนคดี
เกี่ยวกบั ความผดิ อาญาเพยี งเท่าน้นั

3)ทาใหผ้ อู้ ่ืนหรือประชาชนเสียหาย คือ การแจง้ ความเทจ็ ที่บิดเบือน
ไปจากความเป็ นจริ งดังกล่าวน้ัน อาจมีผลทาให้บุคคลอ่ืนหรือ
ประชาชนไดร้ ับความเสียหายจากการกระทาน้นั ได้

(องค์ประกอบภายใน)

ผกู้ ระทาน้นั จะตอ้ งกระทาโดยเจตนา หากวา่ ผกู้ ระทามีเจตนา ก็
จะเป็นความผดิ ทางอาญาฐานแจง้ ขอ้ ความอนั เป็นเทจ็ แก่เจา้ พนกั งาน
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172

-เป็นเจตนาธรรมดา คือ ผกู้ ระทาน้นั ตอ้ งมีเจตนาในการกระทา
ครบถว้ น ท้งั องคป์ ระกอบภายนอกและองคป์ ระกอบภายใน ซ่ึงหาก
ไม่มีเจตนาท่ีจะกระทาความผดิ น้นั กไ็ ม่เขา้ องคป์ ระกอบของความผดิ

มาตรา 173 “ ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทาความผิดเกิดข้ึน แจ้ง

ขอ้ ความแก่พนกั งานสอบสวน หรือเจา้ พนักงานผูม้ ีอานาจสืบสวน
คดีอาญาวา่ ไดม้ ีการกระทาความผดิ ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกินสาม
ปี และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท ’’

การแจง้ ความเทจ็ ตามมาตรา 173 เป็ นกรณีที่ไม่ไดม้ ีความผิด
ใดๆเกิดข้ึนเลยท้งั สิ้น แต่ผกู้ ระทาไดไ้ ปแจง้ แก่เจา้ พนกั งานสอบสวน
หรือสืบสวนคดีอาญาว่า ไดม้ ีการกระทาความผิดเกิดข้ึน ถา้ ไปแจง้
ความเทจ็ แก่เจา้ พนกั งานอยั การ กจ็ ะไม่ผดิ ตามมาตรา 173

(องค์ประกอบภายนอก )

1.ผใู้ ด หมายถึง ผกู้ ระทา

2.รู้ว่ามิไดม้ ีการกระทาความผิดเกิดข้ึน หมายถึง ผกู้ ระทาทราบดีถึง
ข้อเท็จจริงว่าไม่ได้มีเหตุการณ์ หรือการกระทาความผิดดังกล่าว
เกิดข้ึนเลย
3.การแจง้ ขอ้ ความแก่เจา้ พนกั งานสอบสวน หรือผูม้ ีอานาจสืบสวน
คดีอาญา หมายถึง ผูก้ ระทาได้แจ้งความแก่เจ้าพนักงานสอบสวน
หรือเจา้ พนกั งานสืบสวนคดีอาญาเท่าน้นั วา่ ไดม้ ีการกระทาความผิด
เกิดข้ึน เม่ือไดก้ ระทาเช่นน้นั จึงถือวา่ เป็นความผดิ สาเร็จ

(องค์ประกอบภายใน)

- เป็ นเจตนาธรรมดา หมายถึง เจตนาประสงค์ต่อผล และ
เจตนาเล็งเห็นผล กรณีดงั กล่าวน้ีเป็ นเจตนาในการกระทาความผิด
คือการแจง้ ขอ้ ความเท็จแก่เจา้ พนกั งานสอบสวน หรือผูม้ ีอานาจ
สืบสวนคดีอาญา

บทท2ี่

คาอธิบายจากบรรทดั ฐานคาพพิ ากษาศาลฎกี า

ยกตวั อย่าง คาพพิ ากษาฎกี าที่ 897/2507

“จาเลยไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน โดยเล่าเร่ืองให้ฟังตาม
เหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึนวา่ จาเลยไม่เห็นคนยงิ แต่เชื่อหรือเขา้ ใจวา่ โจทกเ์ ป็น
ผยู้ งิ พนกั งานสอบสวนไดส้ รุปขอ้ ความตามคาแจง้ ความ แลว้ ใหต้ ารวจ
บนั ทึกคาแจง้ ความไว้ มีความตอนหน่ึงวา่ โจทกใ์ ชป้ ื นพกยงิ จาเลยเขา้ ใจ
วา่ โจทก์มีเจตนาจะยงิ จาเลยใหถ้ ึงแก่ความตาย จาเลยไปแจง้ ความ โดย
เล่าเรื่องตามที่เกิดข้ึน ซ่ึงมีเหตุการณ์ทาให้จาเลยเข้าใจเช่นน้ันได้
ข้อความที่บันทึกไวน้ ้ันก็เป็ นข้อความท่ีพนักงานสอบสวนบอกให้
ตารวจเขียน ไม่ใช่ถอ้ ยคาที่จาเลยแจง้ โดยแทจ้ ริง ท้งั มีพฤติการณ์ต่อมา
แสดงว่า จาเลยมิได้เจตนาแกลง้ เอาความเท็จไปกล่าวหาโจทก์ การ
กระทาของจาเลยจึงยงั ไม่เป็ นความผิดฐานแจ้งความเท็จเก่ียวกับ
ความผดิ อาญา ’’

-กรณีดงั กล่าวจะเห็นไดว้ ่า จาเลยเขา้ ใจว่าโจทก์มีเจตนาจะยิงตน
ใหถ้ ึงแก่ความตาย จึงไดน้ าเร่ืองไปแจง้ ความกบั พนกั งานสอบสวน โดย
เล่าตามเหตุการณ์ที่เกิดข้ึนตามที่ตนเขา้ ใจ

-โจทก์ไดฟ้ ้ องจาเลย ว่าจาเลยไดแ้ จง้ ขอ้ ความอนั เป็ นเท็จต่อเจา้
พนกั งานสอบสวน ว่าโจทก์มีเจตนาจะยิงจาเลยให้ถึงแก่ความตาย มา
กล่าวโทษแก่โจทก์ ท้งั ท่ีไม่เป็ นความจริง และขอให้ลงโทษจาเลยตาม
กฎหมายอาญา

ยกตัวอย่าง คาพพิ ากษาฎกี าที่ 981/2561
การท่ีจาเลยรู้ว่ามิไดเ้ กิดเหตุลกั ทรัพยร์ ถกระบะ แต่กลบั แจง้ แก่

พนักงานสอบสวนว่ามีคนร้ายลกั ทรัพยร์ ถกระบะที่จาเลยเช่าซ้ือไป
เพื่อจะนาเงินที่ได้รับจากบริษทั ผูร้ ับประกันภยั ไปชาระค่างวดแก่
ธนาคาร ก. ผูใ้ ห้เช่าซ้ือ การกระทาของจาเลยเป็ นความผิดตาม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 อนั เป็นบทบญั ญตั ิเฉพาะแลว้ ไม่
จาต้องปรับบท ตามมาตรา 137 อันเป็ นบทบญั ญัติว่าด้วยการแจ้ง
ข้อความอันเป็ นเท็จแก่เจ้าพนักงานท่ัวๆไปอีก และเมื่อไม่เกิดมี
ความผิดอาญาฐานลกั ทรัพยเ์ กิดข้ึนในคดีน้ี จึงไม่เป็ นความผิด ตาม
มาตรา 172

- กรณีดงั กล่าวจะเห็นไดว้ ่า เม่ือรถยนต์ที่ไดเ้ ช่าซ้ือมาหายหรือ

ถูกลกั ไป ตามสญั ญาบริษทั ประกนั ภยั จะช่วยจ่ายเงินค่าคา้ งชาระให้

- ถา้ ผูก้ ระทาได้แจง้ ความต่อพนักงานสอบสวนว่ารถยนต์ได้

หายหรือถูกลกั ทรัพยไ์ ป ซ่ึงตนทราบดีว่ารถท่ีไดเ้ ช่าซ้ือมาน้ัน ยงั ไม่
สูญหายหรือยงั ไม่ถูกใครลกั ไป เป็ นความผิดตาม มาตรา 173 แห่ง
ประมวลกฎหมายอาญา

บทที่ 3

สรุปเนือ้ หา

จากบทท่ี 1

สรุปได้ว่า มาตรา 172 เป็ นความผิดเก่ียวกบั ผูท้ ี่ไดแ้ จง้ ขอ้ ความ
เท็จแก่พนกั งานอยั การหรือพนกั งานสอบสวน ซ่ึงไดแ้ จง้ บิดเบือนไป
จากความจริง ผูน้ ้ันจะไดร้ ับโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา
172 ก็ต่อเม่ือไดก้ ระทาครบองค์ประกอบภายนอกและองค์ประกอบ
ภายใน ซ่ึงองคป์ ระกอบภายนอก คือผกู้ ระทาน้นั ไดแ้ จง้ ขอ้ ความเทจ็ ที่
บิดเบือนไปจากความจริง และตอ้ งแจง้ กบั พนักงานอยั การหรือผูม้ ี
อานาจสืบสวนคดีเก่ียวกบั ความผดิ อาญาเพียงเท่าน้นั ซ่ึงอาจมีผลทาให้
ประชาชนไดร้ ับความเสียหายจากการกระทาน้นั ได้

กรณีน้ีเป็ นเจตนาธรรมดา ผูก้ ระทาตอ้ งมีเจตนา ถา้ ไม่มีเจตนาก็
ไม่เขา้ องคป์ ระกอบของความผดิ

สรุปได้ว่ามาตรา 173 เป็ นเร่ืองของการแจ้งข้อความแก่
พนกั งานสอบสวนวา่ ไดม้ ีการกระทาความผดิ แต่ผกู้ ระทารู้วา่ มิได้
มีการกระทาผดิ เกิดข้ึน

ความรับผิดของมาตรา 173 ต้องครบท้ังองค์ประกอบ
ภายนอกและองค์ประกอบภายใน ผูก้ ระทาตอ้ งรู้ขอ้ เท็จจริ งว่า
ไ ม่ ไ ด้ มี ก า ร ก ร ะ ท า ใ ด เ กิ ด ข้ ึ น เ ล ย แ ต่ ไ ด้ ไ ป แ จ้ง แ ก่ พ นั ก ง า น
สอบสวนหรือผูม้ ีอานาจสืบสวนในคดีอาญาว่าไดม้ ีการกระทา
ความผิดเกิดข้ึนจึงถือว่าเป็ นความผิดสาเร็จ และการกระทา
ดงั กล่าวเป็นการกระทาโดยเจตนาธรรมดา

ดังน้ัน เมื่อเข้าองค์ประกอบครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว
ผกู้ ระทาจึงมีความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173

(จากบทท2ี่ ) คาพพิ ากษาฎกี าท่ี 897/2507

“จาเลยไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน โดยเล่าเรื่องใหฟ้ ังตาม
เหตุการณ์ที่เกิดข้ึนวา่ จาเลยไม่เห็นคนยงิ แต่เชื่อหรือเขา้ ใจวา่ โจทกเ์ ป็น
ผยู้ งิ พนกั งานสอบสวนไดส้ รุปขอ้ ความตามคาแจง้ ความ แลว้ ใหต้ ารวจ
บนั ทึกคาแจง้ ความไว้ มีความตอนหน่ึงว่าโจทก์ใช้ปื นพกยิง จาเลย
เขา้ ใจว่า โจทก์มีเจตนาจะยิงจาเลยให้ถึงแก่ความตาย จาเลยไปแจ้ง
ความ โดยเล่าเรื่องตามที่เกิดข้ึน ซ่ึงมีเหตุการณ์ทาให้จาเลยเข้าใจ
เช่นน้นั ได้ ขอ้ ความท่ีบนั ทึกไวน้ ้นั ก็เป็นขอ้ ความที่พนกั งานสอบสวน
บอกให้ตารวจเขียน ไม่ใช่ถ้อยคาท่ีจาเลยแจ้งโดยแท้จริ ง ท้ังมี
พฤติการณ์ต่อมาแสดงว่า จาเลยมิได้เจตนาแกล้งเอาความเท็จไป
กล่าวหาโจทก์ การกระทาของจาเลยจึงยงั ไม่เป็นความผดิ ฐานแจง้ ความ
เทจ็ เก่ียวกบั ความผดิ อาญา ’’

สรุปตามคาพพิ ากษาฎกี าที่ 897/2507

จากเหตุการณ์โจทยไ์ ดพ้ กปื นยิง จาเลยไม่เห็นคนยิงแต่เขา้ ใจว่า
โจทกม์ ีเจตนาจะยงิ จาเลยใหถ้ ึงแก่ความตาย ไดน้ าเร่ืองไปแจง้ ความกบั
พนกั งานสอบสวนเล่าเหตุการณ์ตามท่ีตนเขา้ ใจ

แต่โจทกก์ ไ็ ดฟ้ ้ องจาเลยกลบั เพราะจาเลยไดแ้ จง้ ขอ้ ความอนั เป็น
เทจ็ ต่อเจา้ พนกั งานสอบสวนและมากล่าวโทษแก่โจทก์

และศาลได้พิจารณาว่าการกระทาของจาเลยไม่เป็ นความผิด
เพราะการสอบสวนจาเลยไม่ไดย้ ืนยนั ว่าไดเ้ ห็นใครยิงปื น แต่ตนได้
แจง้ ความตามท่ีตนเขา้ ใจและจาเลยมิไดม้ ีเจตนาจะกล่าวโทษแก่โจทก์
การกระทาของจาเลยจึงไม่เป็ นความผดิ

คาพพิ ากษาฎกี าท่ี 981/ 2561

การที่จาเลยรู้ว่ามิไดเ้ กิดเหตุลกั ทรัพยร์ ถกระบะ แต่กลบั แจง้ แก่
พนกั งานสอบสวนวา่ มีคนร้ายลกั ทรัพยร์ ถกระบะที่จาเลยเช่าซ้ือ
ไป เพื่อจะนาเงินท่ีไดร้ ับจากบริษทั ผูร้ ับประกนั ภยั ไปชาระค่า
งวดแก่ธนาคาร ก. ผู้ให้เช่าซ้ือ การกระทาของจาเลยเป็ น
ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 อนั เป็ น
บทบญั ญตั ิเฉพาะแลว้ ไม่จาตอ้ งปรับบท ตามมาตรา 137 อนั เป็น
บทบญั ญตั ิว่าด้วยการแจ้งขอ้ ความอนั เป็ นเท็จแก่เจา้ พนักงาน
ทวั่ ๆไปอีก และเมื่อไม่เกิดมีความผิดอาญาฐานลกั ทรัพยเ์ กิดข้ึน
ในคดีน้ี จึงไม่เป็นความผดิ ตามมาตรา 172

สรุปตามคา พพิ ากษาฎกี าท่ี 981/ 2561

จาเลยเช่าซ้ือรถกระบะมา ไดไ้ ปแจง้ ต่อพนกั งานสอบสวน
วา่ รถกระบะของตนหายหรือถูกลกั ไป ท้งั ที่รู้อยแู่ ลว้ วา่ ไม่ไดเ้ กิด
เหตุการณ์รถหายหรือถูกคนร้ายลกั ทรัพยไ์ ป

และจาเลยทราบว่าถ้าไปแจ้งรถกระบะหายหรื อถูกลัก
ทรัพยแ์ ก่เจา้ พนกั งาน ตามสัญญาของบริษทั ประกนั ภยั จะใชจ้ ่าย
ค่าคา้ งชาระให้ ซ่ึงเป็ นกรณีท่ีจาเลยน้ันไดแ้ จง้ ความเท็จต่อเจา้
พนกั งาน มีความผดิ ตามมาตรา 173 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

บรรณานุกรม

-สานกั งานกิจการยตุ ธิ รรม. (2021) แจ้งความเทจ็ .ค้นหาเม่ือวนั ท่ี 22 กนั ยายน 2564

https://justicechannel.org/law-in-words/law-vocab-4

-กองผชู้ ่วยผพู้ ิพากษาศาลฎีกา. https://www.smartdeka.com/each_deka/คาพพิ ากษาศาล
ฎีกาท่ี897_2507

-ทนายความ อธิวฒั น์ ช่อผกู . แจ้งข้อความอันเป็ นเทจ็ เก่ยี วกับความผิดอาญาแก่
พนักงานอยั การ. http://athiwatlawyer.com/แจง้ ขอ้ ความอนั เป็นเทจ็ /

-ทนายความนาวนิ ขาแป้ น.(2564).//ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยตุ ธิ รรม.
https://www.keybookme.com/criminal-law/get-dd?matra=173

LAW 2007 กฎหมายอาญา.(2554). https://www.mjsheetramfree.com/law-2007-
kdhmay-xaya-2-2-2554/2/


Click to View FlipBook Version