รายงาน
ความสาคัญของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและสารสนเทศ
โดย
นางสุจิตตรา มาลัย
เสนอ
พระอาจารย์ วิชาญ จมคู รอง
รายงานน้ีเปน็ ส่วนหน่ึงของวชิ า เทศโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศกึ ษาคน้ คว้า
(รหัสวิชา GE4003)
คณะสังคมศาสตร์ สาขา รัฐศาสตร์
มหาวิทยาลยั มหามกุฏราชวิทยาลัย วทิ ยาเขตอสี าน อุบราชธานี ภาคการศกึ ษา
ฤดูรอ้ น ปกี ารศกึ ษา 3/2563
คานา
การศกึ ษาเร่อื ง หลกั การ ความสาคัญของระบบเทศโนโลยีสารสนเทศและสารสนเทศ นั้น จะทาให้ผู้จัดทา
ได้ ทราบถึง เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้เข้ามามีความสาคัญในการ
ดารงชีวิตของมนุษย์ในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก โดยอยู่ในรูปแบบของส่ือต่าง ๆ ทั้งเสียง ภาพและ ตัวอักษร ด้วย
วธิ ีทางอเิ ล็กทรอนิกส์ประกอบดว้ ยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีโทรคมนาคม ระบบมีสายและไร้สาย รวมทั้ง
ระบบสือ่ มวลชน
ดังนั้นข้าพเจ้าผู้จัดทาจึงเห็นสมควรท่ีจะนาเสนอความสาคัญของรายงานเล่มน้ีนั้นก็คือ ความสาคัญของ
ระบบเทศโนโลยีสารสนเทศและสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศจงึ มคี วามสาคัญต่อการดารงชีวิตในปัจจุบัน และ
ในอนาคต เพราะ เทคโนโลยเี ป็นเคร่ืองมือในการดาเนินงานสารสนเทศต้ังแต่การผลิต การจัดเก็บ การประมวลผล
การเรยี กใช้ การแลกเปล่ียนและใช้ทรัพยากรสารสนเทศร่วมกันให้เกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยใน การ
จัดระบบอัตโนมัติ ช่วยในการสื่อสารระหว่างกันได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ลดอุปสรรคเกี่ยวกับเวลาและ ระยะทาง
โดยใชร้ ะบบโทรศัพท์ อินเตอรเ์ น็ต และอื่นๆ เทคโนโลยีสารสนเทศมีความสาคัญต่อการพัฒนาประเทศในด้านต่าง
ๆ เปน็ อยา่ งมาก เช่น ดา้ นการศึกษา การทอ่ งเทยี่ ว ธุรกจิ อุตสาหกรรม สาธารณสุข เป็นต้น
ผ้จู ัดทา
นางสุจติ ตรา มาลยั
คณะสังคมศาสตร์ สาขา รัฐศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยมหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั วิทยาเขตอสี าน อบุ ราชธานี
24 พฤษภาคม 2564
สารบญั หน้า
เรื่อง 1-4
4-7
ความรเู้ บือ้ งตน้ เกย่ี วกับเทคโนโลยีสารสนเทศ-ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ 7 – 14
กระบวนการทางานของระบบสารสนเทศ – ความสาคัญของเทคโนโลยสี ารสนเทศ 14
ลกั ษณะของระบบสารสนเทศท่ีดี 15
ประเภทของ Search Engine
บรรณานกุ รม
-1-
ความรู้เบื้องตน้ เกยี่ วกบั เทคโนโลยสี ารสนเทศ
เทคโนโลยสี ารสนเทศเปน็ การนาเอาเทคโนโลยดี ้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีด้านโทรคมนาคมและการ
ส่อื สารมาใชร้ ว่ มกัน ซงึ่ มีบทบาทสาคญั และเกย่ี วข้องกับวถิ คี วามเปน็ อยขู่ องคนในสังคมสมัยใหม่อย่างมาก สามารถ
ติดต่อข้อมูลข่าวสารได้ท้ังทางระบบโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม การใช้โทรศัพท์เคลื่อนท่ีหรือเซลลูล่า (Cellular) มาก
ขึ้น การใชง้ านระบบส่อื สารไร้สาย (Wi-Fi) การส่ือสารบนอินเตอร์เน็ตในรูปแบบสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media
Online) บรกิ ารอินเตอร์เน็ตความเร็วสงู หรือบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ต (Broadband) มีการพัฒนาเครือข่ายสาหรับ
ศตวรรษท่ี 21 (Next Generation Network หรือ NGN) ซึ่งเป็นการรวมโครงข่ายให้บริการเสียงพูด (Voice
Network) และโครงข่ายเพื่อให้บริการข้อมูล (Data Network) เข้าด้วยกัน มุ่งเน้นในประสิทธิภาพของข้อมูลให้
ตรงกับความต้องการของผู้ใช้บริการมากที่สุด เช่น เครือข่ายระบบ 3G ทาให้เกิดการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ตที่
สามารถเช่ือมโยงกันท่ัวโลก ทาให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้มากและรวดเร็ว เกิดสังคมดิจิ ตอลและภูมิปัญญา
(Knowledge Base Society) มีการดาเนินกิจกรรมต่างๆ ผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เช่น ระบบฝากถอนเงิน
สดผ่านเครื่องเอทีเอ็มได้ตลอดเวลา ระบบจัดเก็บเงินสด ระบบจองตั๋วเคร่ืองบิน เป็นต้น เทคโนโลยีสนเทศทาให้
เกิดรูปแบบการดาเนินการแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่หลากหลาย เช่น การเรียนการสอนออนไลน์ (E-learning)
นักศึกษาในมหาวิทยาลัยสามารถใช้คอมพิวเตอร์สอบถามผลสอบจากที่บ้านได้ แม้แต่กิจกรรมทางการศึกษาก็
เกดิ ขึน้ บนเครือขา่ ยอินเตอร์เนต็ มรี ะบบการซอื้ ขายสินค้าออนไลน์ (E-commerce) ที่ผู้ใช้สามารถส่ังซ้ือสินค้าจาก
ท่บี ้าน สามารถสอบถามข้อมูลผ่านทางโทรศัพท์ และอินเตอร์เน็ตได้ เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งท่ีจาเป็นสาหรับ
การดาเนนิ งานในหน่วยงานต่าง ๆ ในปัจจุบันทุกหน่วยงานต่างพัฒนาระบบรวบรวมจัดเก็บข้อมูลเพ่ือใช้ในองค์กร
ประเทศไทยมีระบบทะเบียนราษฎร์ท่ีจัดทาด้วยระบบสารสนเทศ มีระบบเวชระเบียนในโรงพยาบาล มีระบบการ
จดั เกบ็ และชาระภาษีออนไลน์ ในองค์กรทุกระดับเห็นความสาคัญท่ีจะนาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ ดังจะเห็นได้
จากการพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ การใช้ตารางคานวณ การจัดระบบข้อมูลในรูปฐานข้อมูล และใช้อุปกรณ์ส่ือสาร
โทรคมนาคมแบบต่าง ๆ เป็นตน้
ความหมายของเทคโนโลยสี ารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศ หรอื ไอที (Information Technology or IT) ถกู นามาใช้งานอย่างกว้างขวาง องค์กร
หน่วยงานต่าง ๆ ล้วนให้ความสาคัญต่อเทคโนโลยีสารสนเทศ จนมีคาเรียกโลกในยุคปัจจุบันว่าเป็นโลกยุค
เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือยุคไอที เทคโนโลยีสารสนเทศมาจากคาสองคาคือ เทคโนโลยี (Technology) และ
สารสนเทศ (Information) ซง่ึ มผี ใู้ ห้ความหมายของเทคโนโลยสี ารสนเทศ ไวด้ ังนี้
เทคโนโลยี มาจากภาษาองั กฤษ คอื Technology หมายถงึ วิทยาการท่ีนาเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้
ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติและอุตสาหกรรม คาว่า สารสนเทศ หมายถึง ข่าวสาร การแสดงหรือชี้แจงข่าวสาร
ขอ้ มลู ต่าง ๆ ดังนน้ั เทคโนโลยสี ารสนเทศ หมายถึง การใชว้ ทิ ยาการความรทู้ างวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกดิ ประโยชน์
-2-
ในทางปฏิบัติและอุตสาหกรรมด้านข่าวสาร การแสดงหรือชี้แจงข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ (ราชบัณทิตยสถาน. 2555 :
ออนไลน์)
เทคโนโลยี หมายถึง การนาความรู้ ทักษะ และทรัพยากรมาสร้างสิ่งของเคร่ืองใช้ หรือวิธีการโดยผ่าน
กระบวนการ เพ่ือแก้ปัญหา สนองความต้องการ หรือเพิ่มความสามารถในการทางานของมนุษย์ ส่วนคาว่า
สารสนเทศ (Information) หมายถึง ผลลัพธ์ที่เกิดจากการนาข้อมูลมาผ่านกระบวนการต่างๆ อย่างมีระบบ จนได้
ส่ิงท่ีเป็นประโยชน์ มีคุณค่าและสาระ หรือมีเนื้อหาและรูปแบบที่เหมาะสมตามความต้องการของผู้ใช้ ดังน้ัน
เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง การนาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพ่ือสร้างหรือจัดการกับ
สารสนเทศอย่างเป็นระบบและรวดเร็วโดยอาศัยเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์ ทั้งน้ีเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อ
บคุ คล กลุ่มบุคคล หรือองค์กร (สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 2555 : ออนไลน)์
เทคโนโลยี คือการประยุกต์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การสร้าง
วิธีการดาเนินงาน และรวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มิได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ปัจจุบันมนุษย์ได้นาเทคโนโลยีต่าง ๆ
มากมายมาใช้เพือ่ อานวยความสะดวกต่อการดาเนินชีวิตประจาวันมากมายอย่างนับไม่ถ้วน ส่วนคาว่า สารสนเทศ
หมายถึง ผลลัพธ์ที่เกิดจากการประมวลผลข้อมูลดิบ ด้วยการรวบรวมข้อมูลดิบจากแหล่งต่างๆ นามาผ่าน
กระบวนการประมวลผล ไม่ว่าจะเป็นการจัดกลุ่มข้อมูล การเรียงลาดับข้อมูล การคานวณ และการสรุปผล
หลงั จากนั้นก็นาสารสนเทศทีไ่ ด้มานาเสนอในรูปแบบของรายงานท่ีเหมาะสมต่อการใช้งานต่อไป ดังน้ันเทคโนโลยี
สารสนเทศ หมายถึง เทคโนโลยีเพ่ือใช้กับการจัดการสารสนเทศ ซ่ึงหมายรวมถึงเทคโนโลยีการผลิต การจัดเก็บ
ข้อมูล การประมวลผลข้อมูล การวิเคราะห์และเผยแพร่ การสื่อสารโทรคมนาคม รวมถึงอุปกรณ์สนับ สนุนการ
ปฏิบัติงานด้านสารสนเทศท่ีสามารถนามาประยุกต์ใช้งานร่วมกันเพื่อให้ได้ประโยชน์ ประสิทธิภาพ ความถูกต้อง
ความแม่นยา และทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งเก่ียวข้องกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการส่ือสารโทรคมนาคม
(โอภาส เอย่ี มสิรวิ งศ.์ 2551 : 14-15)
ยืน ภู่วรวรรณ (2546 : 87-88) กล่าวว่า เทคโนโลยี หมายถึง การประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์
มาใช้ให้เกิดประโยชน์ การศึกษาพัฒนาองค์ความรู้ต่าง ๆ ก็เพื่อให้เข้าใจธรรมชาติกฎเกณฑ์ของสิ่งต่าง ๆ และ
หาทางนามาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ เทคโนโลยีจึงเป็นคาท่ีมีความหมายกว้าง ส่วนคาว่า สารสนเทศ หมายถึง
ข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ต่อการดาเนินชีวิตของมนุษย์ มนุษย์แต่ละคนต้ังแต่เกิดมาได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จานวนมาก
เรียนรู้สภาพสังคมความเป็นอยู่ กฎเกณฑ์และวิชาการ ลองจิตนาการดูว่าสมองเป็นสิ่งที่สะสมกันมาเป็นเวลานาน
ความรอบรขู้ องแตล่ ะคน จึงขน้ึ อยูก่ บั การเรยี กใชข้ อ้ มูลน้ัน ดังนั้นจะเห็นได้ชัด ความรู้เกิดจากข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ
ทุกวันน้มี ีขอ้ มลู รอบตวั เรามาก ขอ้ มลู เหล่านม้ี าจากส่ือ เช่น วิทยุ โทรทศั น์ หนังสือพมิ พ์ เครอื ข่ายคอมพิวเตอร์หรือ
แม้แต่การสื่อสารระหว่างบุคคล จึงมีผู้กล่าวว่ายุคน้ีเป็นยุคของสารสนเทศ เม่ือรวมคาว่าเทคโนโลยีสารสนเทศเข้า
ด้วยกัน จึงหมายถึง เทคโนโลยีท่ีใช้จัดการสารสนเทศ เป็นเทคโนโลยีท่ีเกี่ยวข้องตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บ
ขอ้ มลู การประมวลผลการพมิ พ์ การสรา้ งรายงาน และการสอื่ สารขอ้ มูล เปน็ ต้น ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีท่ีทา
ให้เกดิ วิธีการใหม่ ๆ ในการจดั เกบ็ ความรู้การสง่ ผา่ น และการส่ือสารสารสนเทศ การเข้าถงึ สารสนเทศรวมไปถงึ
-3-
การสรา้ งอุตสาหกรรมสารสนเทศ และความต้องการสารสนเทศ และการจัดการสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เทคโนโลยี และสารสนเทศ จึงเป็นการประยุกต์เอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์และเป็น
การศกึ ษาพัฒนาองคค์ วามรู้เพื่อใหเ้ ข้าใจธรรมชาติ ส่วนคาวา่ สารสนเทศ หมายถึง ข้อมลู ทีเ่ ป็นประโยชน์ต่อการดา
เนนิ ชวี ิตของมนุษย์ที่มนษุ ยน์ ามาใช้เพ่อื ให้เกิดเป็นความรู้
คณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ (2545 : 65-67) ให้ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศไว้
วา่ “เป็นความรู้ในผลิตภัณฑ์หรือในกระบวนการดาเนินการใด ๆ ที่ได้อาศัยเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ซอฟท์แวร์
(Software) คอมพิวเตอร์ทางฮาร์ดแวร์ (Hardware) การติดต่อสื่อสาร การรวบรวมและการนาข้อมูลมาใช้อย่าง
ทนั การ เพอ่ื ก่อใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพทั้งการผลิต การบริการ การบริหารและการดาเนินงาน รวมท้ังการศึกษาเพื่อให้
เกิดความรู้ที่ส่งผลถึงความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ การค้าที่สาคัญคือการพัฒนาคุณภาพชีวิตคุณภาพของ
ประชาชน”
เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) หรือไอที (IT) เน้นถึงการใช้คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์
ซอฟตแ์ วร์ และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ซ่ึงแต่ก่อนคอมพิวเตอร์สามารถเช่ือมโยงกันภายในพ้ืนที่เฉพาะเท่านั้น
แต่ในปัจจุบันสามารถเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระหว่างกันท่ัวโลก ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสาร
(Communication Technology) คือ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งทาให้ไอทีเปลี่ยนบทบาทเป็นไอซีที (ไพรัช
ธัชยพงษ์. 2541 : 54) ฉะน้ัน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication
Technology) หรือไอซีที (ICT) จึงมีความหมายใกล้เคียงและครอบคลุมเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งหมายถึง
เทคโนโลยที เ่ี กีย่ วขอ้ งกบั ข่าวสาร ข้อมลู และการสือ่ สาร นบั ต้งั แต่การสรา้ งการนามาวิเคราะห์ ประมวลผล การรับ
และการส่งข้อมลู การจัดเกบ็ และการนาไปใชง้ านใหม่ เทคโนโลยเี หล่าน้ีมกั จะหมายถึง คอมพิวเตอร์ซ่ึงจะประกอบ
ไปดว้ ยสว่ นอุปกรณ์ (Hardware) ส่วนคาส่ัง (Software) และส่วนข้อมูล (Data) และระบบการส่ือสารต่างๆ ไม่ว่า
จะเป็น โทรศัพท์ ระบบข่าวสารข้อมูล ดาวเทียม หรือเคร่ืองมือสื่อสารใดๆ ทั้งท่ีมีสายและไร้สาย (สถาบันส่งเสริม
การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 2545 : 55) ในปัจจุบันได้มีนักวิชาการบางท่านได้เปลี่ยนช่ือเทคโนโลยี
สารสนเทศใหม่เป็นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Technology
หรอื ICT) ขณะเดียวกนั ทางองคก์ ารศกึ ษาวทิ ยาศาสตรแ์ ละวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO)
กลับเรียกเทคโนโลยีเหล่าน้ีว่า “Informatics” หรือสนเทศศาสตร์ ซึ่งหมายถึง วิชาที่ศึกษาเก่ียวกับสารสนเทศ
และการคานวณเพือ่ คาดการณเ์ หตุการณใ์ นอนาคต (ทักษณิ า สวนานนท์ และฐานศิ รา เกียรติบารมี. 2546 : 348)
จากคาจากัดความที่กล่าวมาข้างต้นสรุปได้ว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึงเทคโนโลยีที่ใช้จัดการข้อมูล
เพ่ือให้ได้สารสนเทศที่ต้องการ โดยอาศัยเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์ทั้ง ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เครือข่าย
คอมพวิ เตอร์ ในการรวบรวม การจดั เก็บขอ้ มลู การประมวลผล การพมิ พ์ การสร้างรายงาน เป็นต้น ซ่ึงรวมเรียกว่า
การประมวลผลข้อมูลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และสมบูรณ์ถูกต้อง และอาศัยเทคโนโลยีส่ือสารและโทรคมนาคม
เปน็ เคร่อื งมือในการถ่ายทอดและส่ือสารสนเทศถึงกนั ได้ในระยะไกล ๆ ทาใหส้ ามารถจดั การและการเผยแพรอ่ ยา่ ง
-4-
มีประสิทธิภาพ มีความถูกต้อง ความแม่นยา และความรวดเร็วทันต่อการนามาใช้ประโยชน์ สามารถเผยแพร่
สารสนเทศและข้อมูลต่างๆ เพ่ือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างองค์กรท้ังภายในและภายนอก สามารถ
ดาเนินการร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยในการการส่งและรับข้อมูลและมัลติมีเดียท่ีเก่ียวกับความรู้หรือ
เหตุการณท์ ่ีเกดิ ขึ้น
กระบวนการทางานของระบบสารสนเทศ
ระบบสารสนเทศประกอบด้วยกระบวนการทางานหลกั ๆ ดังต่อไปน้ี
1.การนาเขา้ ข้อมูล (Input) เป็นการนาข้อมูลดิบ (Data) ท่ีได้จากการเก็บรวบรวมเข้าสู่ระบบ เพื่อนาไป
ประมวลผลใหเ้ ป็นสารสนเทศ เช่น การบนั ทกึ การขายรายวนั ,บนั ทกึ คะแนนเก็บของนกั เรียน ฯลฯ
2.การประมวลผลข้อมูล (Process) เป็นการคิด คานวณ หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลดิบให้เป็นสารสนเทศ
อาจทาได้ด้วยการเรียงลาดับ การคานวณ การจัดรูปแบบ และการเปรียบเทียบตัวอย่างการประมวลผล เช่น การ
คานวณรายไดข้ องผู้ปกครอง การนบั จานวนวันหยุดราชการบนปฏิทิน ฯลฯ
3.การแสดงผล (Output) เป็นการนาผลลัพธ์ท่ีได้จากการประมวลผลมาแสดงในรูปแบบท่ีผู้ใช้ต้องการ
เพ่ือส่งเสรมิ หรอื ช่วยในการตัดสินใจ
4.การจัดเก็บข้อมูล (Storage) เป็นการจัดเก็บข้อมูลดิบหรือสารสนเทศท้ังหมดที่เก่ียวข้องกับระบบ
สารสนเทศ เนอ่ื งจากการนาขอ้ มลู ดบิ เขา้ สรู่ ะบบมีการจดั เก็บจนถึงระยะยาวระยะหนึ่งแล้วจงึ นาไปประมวลผล
ความสาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศ หรอื เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร ไดเ้ ขา้ มามคี วามสาคัญในการดารงชีวิตของ
มนุษย์ในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก โดยอยู่ในรูปแบบของส่ือต่าง ๆ ท้ังเสียง ภาพและตัวอักษร ด้วยวิธีทาง
อเิ ล็กทรอนิกส์ประกอบด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีโทรคมนาคม ระบบมีสายและไร้สาย รวมท้ังระบบ
สอื่ มวลชน ความสาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารมี 5 ประการ ได้แก่
1. การส่ือสารถือเป็นส่ิงจาเป็นในการดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ ส่ิงสาคัญท่ีมีส่วนในการพัฒนา
กิจกรรมตา่ ง ๆ ของมนุษย์ย่อมประกอบดว้ ย ส่ือทใี่ ชส้ ่อื สาร (Communications media) การสื่อสารโทรคมนาคม
(Telecoms) และเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) ตัวอย่าง เช่น การสร้างภูมิกันโรคให้กับ
พลเมอื งจะมปี ระสทิ ธิภาพย่งิ ข้ึน หากมีการบนั ทึกข้อมลู ประวัตผิ ู้ป่วยหรือขอ้ มูลอน่ื ๆ ไว้ในฐานขอ้ มลู คอมพิวเตอร์
2. เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สารประกอบด้วยผลิตภัณฑ์หลักท่ีมากไปกว่าโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์
เช่น แฟกซ์ อินเทอร์เน็ต อีเมล์ ทาให้สารสนเทศเผยแพร่หรือกระจายออกไปในท่ีต่าง ๆ ได้สะดวก สิ่งเหล่าน้ีเป็น
บริการสาคัญของการสอ่ื สารโทรคมนาคมท่ที าให้การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารมีมากย่ิงข้ึน
-5-
3. เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารมีผลให้การใช้งานด้านต่าง ๆ มีราคาถูกลง เช่น การใช้แฟกซ์และ
อีเมล์จะถูกกว่า น่าเชื่อถือกว่า และรวดเร็วกว่าการใช้บริการไปรษณีย์แบบเดิม (Post and Courier) ทั้งน้ี
หน่วยงานภาคธุรกิจ รัฐบาล และบุคคลท่ัวไปต่างนิยมใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมากขึ้น เพราะช่วย
ประหยดั เวลาและเงนิ รวมท้งั ทาให้มผี ลิตผล (Productivity) เพิม่ ข้นึ
4. เครอื ข่ายสอื่ สาร (Communication networks) ไดร้ บั ประโยชน์จากเครือข่ายภายนอกเนื่องจากจานวน
การใชเ้ ครือข่าย จานวนผเู้ ช่ือมต่อ และจานวนผซู้ ึง่ มีศกั ยภาพในการเขา้ เชอ่ื มตอ่ กบั เครือข่ายนบั วันจะเพิ่มสูงข้นึ
5. เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารทาให้ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ และต้นทุนการใช้ไอซีทีมีราคาถูกลง
มาก แม้ว่าการเป็นเจ้าของคู่สายโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ยังเป็นส่ิงฟุ่มเฟือยสาหรับคนในสังคมส่วนใหญ่ แต่
ประชาชนจานวนมากกเ็ ริ่มมีกาลงั หามาใช้ได้เองแลว้ เช่น เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก
การพัฒนาแบบก้าวกระโดดของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ซ่ึงเป็นพ้ืนฐานของเทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่ว่าจะ
เปน็ คอมพวิ เตอร์ ใยแก้วนาแสง ดาวเทียมสอื่ สาร ระบบเครอื ข่าย ซอฟต์แวร์ และมัลติมีเดีย ประกอบกับราคาของ
อปุ กรณฮ์ าร์ดแวร์ที่ถกู ลงแต่มีขีดความสามารถในการทางานเพิ่มมากขึ้นเร่ือย ๆ ทาให้มีแนวโน้มการนาเทคโนโลยี
สารสนเทศมาประยกุ ต์ใชง้ านต่าง ๆ มมี ากขึน้ เปน็ ลาดับ
นอกจากน้ี ซูเตอร์ (Souter, 1999 : 408) ได้ให้ทรรศนะว่าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ
ไอซที จี ะชว่ ยอานวยความสะดวกในการพฒั นาประเทศใน 3 ลกั ษณะ ได้แก่
1. การลงทุนภายในประเทศของธุรกิจระหว่างประเทศ บริษัทธุรกิจระหว่างประเทศจะเลือกตัดสินใจเข้ามา
ลงทนุ ในประเทศที่พร้อมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารเป็นลาดับแรก โดยอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสารเป็นตัวเช่อื มโยงหน่วยธุรกจิ ในจดุ ต่าง ๆ ทัว่ โลก
2. การพฒั นาธุรกจิ ของกจิ การภายในประเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจะสนับสนุนการดาเนิน
ธุรกิจของเจ้าของธุรกิจภายในประเทศ รวมถึงเจ้าของธุรกิจส่งออกในด้านการตลาดข้ามพรมแดนระหว่างภูมิภาค
(Regional cross-border Markets) และการจ้างงาน
3. การรวมกลุ่มกันทางสังคมและวัฒนธรรม การแลกเปล่ียนทรัพยากรสารสนเทศระหว่างบุคคลและชุมชน
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทาให้บุคคลและชุมชนสามารถเข้าถึงสารสนเทศอย่างไร้ขอบเขต สามารถใช้
สารสนเทศตามความต้องการอย่างมีประสิทธิผล สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องในเร่ืองนโยบายการวางแผนและการ
พัฒนา ตลอดจนสามารถรว่ มมือกับผ้อู นื่ ในการดาเนินการในเรื่องท่ีเห็นตรงกนั หรือมจี ดุ ประสงคร์ ว่ มกัน
สานักงานเลขานุการคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ (2541 : 29) ได้กล่าวถึง เทคโนโลยี
สารสนเทศเป็นเครื่องมือสาคัญอย่างย่ิงต่อการดาเนินงานขององค์กรหรือหน่วยงานห้างร้านต่าง ๆ นั้นมีหลายข้อ
ดว้ ยกนั สรปุ ไดด้ ังต่อไปน้ี
1. สามารถจัดเกบ็ ข้อมลู จากจุดเกดิ ไดอ้ ย่างรวดเรว็
2. สามารถบนั ทกึ ขอ้ มลู จานวนมาก ๆ เอาไวใ้ ช้งาน หรือเอาไวอ้ ้างอิงการดาเนินงาน
-6-
3. สามารถคานวณผลลพั ธ์ตา่ ง ๆ ได้รวดเร็ว
4. สามารถสรา้ งผลลัพธ์ไดห้ ลากหลายรูปแบบ
5. สามารถสง่ สารสนเทศขอ้ มลู หรือผลลพั ธท์ ไี่ ด้จากทีห่ นงึ่ ไปยังอกี ที่หนึง่ ได้ อย่างรวดเร็ว
นอกจากน้เี ทคโนโลยสี ารสนเทศยงั ความสาคญั ต่อการพัฒนาประเทศดา้ นต่าง ๆ ไดแ้ ก่
1. ดา้ นเศรษฐกิจ ในประเทศท่ีพัฒนาแล้วมีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นอย่างมาก การ
ขยายตัวของผลผลิต การส่งออกและรายได้จากการผลิตอุปกรณ์ด้านสารสนเทศ กลายเป็นสินค้ าออกที่มี
ความสาคัญและมลู คา่ สงู มากเป็นลาดบั ตน้ ๆ ของสินค้าออกทง้ั หมดของประเทศ
2. ด้านการศึกษา ระบบสารสนเทศทางการศึกษาเป็นสิ่งที่มีความสาคัญและจาเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนา
นโยบายการวางแผนและพัฒนาการศึกษา เพราะกระบวนการตัดสินใจในการบริหารย่อมมีระบบสารสนเทศเป็น
หัวใจสาคญั ในทุกขัน้ ตอน การพฒั นาการศึกษาของประเทศ จะประสบความสาเร็จมากน้อยเพียงใด ย่อมข้ึนอยู่กับ
ระบบข้อมูลข่าวสารและระบบสารสนเทศที่ดีเป็นประการสาคัญ การที่จะพัฒนา และกระจายการบริการด้าน
การศึกษาให้เข้าถงึ ประชาชนให้มากท่ีสุด จาเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แก่ คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต
เปน็ ตน้
3. ด้านสาธารณสุข เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนในส่วนของสุขภาพ
อนามัย เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพ ของสถานพยาบาลของรัฐและเอกชนในการให้บริการแก่ประชาชน โดยใช้
เทคโนโลยรี ะบบเครอื ขา่ ยสาธารณสุข การปรึกษาผปู้ ว่ ยผา่ นดาวเทยี ม เป็นตน้
4. ดา้ นการเกษตร เทคโนโลยสี ารสนเทศช่วยสง่ เสรมิ ประสิทธภิ าพของเกษตรกรไทยในเร่ืองการรับรู้ข่าวสาร
ข้อมูล การตลาด ผลิตผลทางการเกษตร เช่น ราคากลาง ความต้องการในตลาดโลก เป็นต้น ทาให้เกษตรกร
สามารถตดั สินใจเกย่ี วกับการผลิตได้ดขี นึ้ และสามารถผลิตไดต้ รงกบั ความต้องการของตลาด
5. ด้านส่ิงแวดล้อม เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยในการส่งเสริมป้องกันและแก้ไขปัญหาทางด้านส่ิงแวดล้อม
เช่น การนาคอมพิวเตอร์มาประยกุ ตใ์ ช้ในระบบสารสนเทศทางภมู ศิ าสตร์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและ
สงิ่ แวดลอ้ มเป็นระบบฐานขอ้ มลู ทรพั ยากรธรรมชาติ สาหรบั การวางแผนดา้ นสิง่ แวดล้อมในระดบั นโยบาย หรือการ
นาดาวเทียมเข้ามาช่วยในการสารวจและเก็บข้อมูลฐานทรัพยากรธรรมชาติ การนาคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการ
จัดระบบจราจร เป็นตน้
6. ด้านอุตสาหกรรมและการบริการ ได้มีการพัฒนาการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและ
การบริการ เพื่อให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงข้ึนด้วยต้นทุนท่ีต่าลง เช่น การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการ
ออกแบบผลิตภณั ฑ์ หรือการใชค้ อมพวิ เตอร์เข้าควบคุมกระบวนการผลติ เปน็ ต้น
7. ดา้ นการทอ่ งเที่ยว เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสว่ นประกอบหนงึ่ ในกระบวนการส่งเสริมการท่องเท่ียว เช่น
การใช้ระบบคอมพิวเตอรใ์ นการใหบ้ ริการขา่ วสารข้อมูลแกน่ กั ท่องเท่ียว และอานวยความสะดวกในการสารองท่นี ่ัง
8. ด้านการบริการของรัฐ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริ การแก่
ประชาชน เช่น การใชค้ อมพวิ เตอร์ในการสารองตัว๋ โดยสารรถไฟ การใช้คอมพิวเตอร์เพ่ือช่วยตรวจจับคนร้าย การ
พัฒนาระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรลงส่คู อมพวิ เตอร์ เปน็ ต้น
-7-
9. ด้านอ่ืน ๆ ได้แก่ การติดต่อส่ือสารการจัดสร้างเครือข่ายโทรคมนาคมต่าง ๆ ท้ังเครือข่ายโทรศัพท์ใน
ประเทศ เครือข่ายโทรศัพท์ระหว่างประเทศหรือเครือข่ายสื่อสารข้อมูลด้วยดาวเทียมขนาดเล็กการบันเทิงต่าง ๆ
เช่น การแพรภ่ าพรายการโทรทัศน์ เคเบิลทวี ี เป็นตน้
สรปุ เทคโนโลยีสารสนเทศจงึ มีความสาคัญมากในปจั จุบัน และในอนาคต เพราะเทคโนโลยีเป็นเคร่ืองมือ
ในการดาเนินงานสารสนเทศต้ังแต่การผลิต การจัดเก็บ การประมวลผล การเรียกใช้ การแลกเปลี่ยนและใช้
ทรพั ยากรสารสนเทศรว่ มกนั ใหเ้ กิดประโยชนอ์ ย่างมปี ระสิทธิภาพ ช่วยในการจัดระบบอัตโนมัติ ช่วยในการสื่อสาร
ระหว่างกันได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ลดอุปสรรคเก่ียวกับเวลาและระยะทาง โดยใช้ระบบโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต
และอ่ืนๆ เทคโนโลยีสารสนเทศมีความสาคัญต่อการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ เป็นอย่างมาก เช่น ด้าน
การศกึ ษา การท่องเที่ยว ธุรกิจ อุตสาหกรรม สาธารณสขุ เป็นต้น
ลกั ษณะของระบบสารสนเทศท่ดี ี
1.เชื่อถือได้ ( Reliable) ความน่าเช่ือถือของสารสนเทศนั้นขึ้นอยู่กับการเก็บรวมรวมข้อมูลจาก
แหล่งทมี่ าทเ่ี ชอ่ื ถือได้
2. เข้าใจง่าย ( Simple) สารสนเทศที่ดีจะต้องไม่ซับซ้อน กล่าวคือ ง่ายต่อการทาความเข้าใจ เพราะ
ความซบั ซ้อนคือการมีรายละเอียดปลีกย่อยมากเกินไป
3.ทนั ตอ่ เวลา ( Timely) ตอ้ งเป็นสารสนเทศท่มี ีความทนั สมัยอย่เู สมอเมอ่ื ต้องการใช้เพื่อการตัดสินใจจะ
ทาให้มีความถูกตอ้ งมากย่งิ ขึ้น
4.คุ้มราคา ( Economical) สารสนเทศทีด่ ีจะต้องผ่านกระบวนการท่ีมีต้นทุนน้อยกว่าหรือเท่ากับกาไรที่
ไดจ้ ากการผลติ
5.ตรวจสอบได้ ( verifiable) สารสนเทศที่ดีจะต้องสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ โดยอาจ
ตรวจสอบจากแหล่งท่ีมาของสารสนเทศ เปน็ ตน้
6.ยืดหยนุ่ ( Fiexible) จะต้องสามารถนาสารสนเทศไปใช้ไดก้ ับบุคคลหลายกลุ่ม
7.สอดคล้องกับคว่วมต้องการ ( Relevant) สารสนเทศที่ดีจะต้องมีความสัมพันธ์กับงานท่ีต้องการ
วิเคราะห์ หากเป็นสารสนเทศทีไ่ มต่ รงประเด็น
8.สะดวกในการเข้าถึง (Accessible) ระบบสารสนเทศต้องอานวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึง
ขอ้ มูลไดง้ า่ ย
9.ปลอดภยั (Secure) ระบบสารสนเทศตอ้ งมีระบบรกั ษาความปลอดภัยเพ่ือป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดย
ไมไ่ ด้รบั อนุญาติ
องคป์ ระกอบของระบบสารสนเทศ
ประกอบด้วย 5 ส่วน คือ ฮาร์ดแวร์ ซอร์ฟแวร์ บุคลากร ข้อมูลและข้ันตอนปฏิบัติงาน1. ฮาร์ดแวร์
(Hardware) คือ เครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้งานในระบบสารสนเทศ แบ่งตามการทางานของคอมพิวเตอร์
ดังน้ี
-8-
หนว่ ยรับข้อมูล (Input Unit) ไดแ้ ก่ อปุ กรณร์ ับขอ้ มูลตา่ งๆ เช่น Keyboard ,Mouse ,Scanner เป็นต้น
หน่วยประมวลผลกลาง หรือซีพียู (CPU: Central Processing Unit) มีลักษณะเป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หรือชิป
(Chip) ภายในประกอบไปด้วยทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์อ่ืนๆรวมอยู่มากภายในคอมพิวเตอร์ โดยจะเรียกซีพียูว่า
“โพรเซสเซอร์” ใชใ้ นการประมวลผล
หน่วยความจา (Memory Unit) เป็นหน่วยท่ีทางานเร็วมากที่สุด แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1. หน่วยความจาหลัก (Main Memory) ใช้บันทึกโปรแกรมและข้อมูล ที่รู้จักทั่วไป คือ แรม,รอม และซีมอส
2. หน่วยความจาสารอง (Secondary Storage Devices) เป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลสารอง เช่น ฮาร์ดดิสก์,แผ่นซีดี
และยูเอสบแี ฟลชไดรฟ์
หน่วยแสดงผล (Output Unit) ทาหน้าที่แสดงผลท่ีได้จากการประมวลผล เช่น จอภาพ เคร่ืองพิมพ์
Projector เป็นตน้
2. ซอฟต์แวร์ (Software) คือ โปรแกรมหรือคาส่ังที่ควบคุมการทางานของคอมพิวเตอร์ แบ่งเป็น
ซอฟต์แวรร์ ะบบ และซอฟต์แวร์ประยุกต์
-9-
1) ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) เป็นโปรแกรมหรือคาส่ังควบคุมการทางานของคอมพิวเตอร์
และอุปกรณ์อื่นๆท่ีเช่ือมต่อกับคอมพิวเตอร์ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ระบ บปฏิบัติการ และโปรแกรม
อรรถประโยชน์
ระบบปฏิบัติการ (OS: Operating System) เป็นชุดคาสั่งท่ีทาหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างโปรแกรม
ประยกุ ต์ และอุปกรณ์คอมพวิ เตอร์ให้กับผใู้ ช้ เชน่ Windows XP ,Linux เป็นตน้
โปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utility Program) ช่วยเพ่ิมประสิทธิภาพในการทางาน ดูแลความปลอดภัย
และเสถียรภาพของเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ เชน่ โปรแกรมWinZip ,Windows Explorer เป็นต้น
2) ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) เป็นโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นเพ่ือให้คอมพิวเตอร์ทางาน
ในด้านต่างๆตามความต้องการของผู้ใช้ ตัวอย่างเช่น Microsoft Office ,Media player และPhotoScape เป็น
ตน้
3. บุคลากร (People ware) คอื คนทปี่ ฏบิ ัติงานในด้านคอมพิวเตอร์ โดยในระบบสารสนเทศแบ่งได้ 4
ระดับ คอื นกั วิเคราะหร์ ะบบ โปรแกรมเมอร์ เจ้าหนา้ ที่ฝา่ ยปฏิบตั ิงานเคร่ือง และผใู้ ช้
นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst) คือ ผู้ที่มีหน้าที่วิเคราะห์ระบบการทางานของคอมพิวเตอร์หรือ
ระบบสารสนเทศท่ีต้องการ ศึกษาปัญหาท่ีเกิดขึ้น หาแนวทางในการแก้ไข ปรับปรุง อาจมีการออกแบบและสร้าง
ระบบสารสนเทศขึ้นใหม่โดยประสานงานกบั โปรแกรมเมอร์
โปรแกรมเมอร์ (Programmer) คือ ผู้ท่ีรับระบบสารสนเทศท่ีได้จัดทาไว้จากนักวิเคราะห์ มาเขียนหรือ
สร้างใหเ้ ป็นโปรแกรม เพ่อื สั่งงานคอมพวิ เตอร์ให้ทางานไดต้ ามผลลัพธ์ทีต่ ้องการ
เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติงานเคร่ือง (Operator) คือ ฝ่ายท่ีทาหน้าท่ีติดตั้งโปรแกรมลงในเครื่องคอมพิวเตอร์
พร้อมทั้งบริการด้านการใชง้ าน ควบคมุ การทางาน และรักษาเครื่องคอมพวิ เตอร์
ผูใ้ ช้ (User) เปน็ ผู้ใชง้ านระบบสารสนเทศโดยตรง
-10-
4. ข้อมูล (Data) ข้อมูลเป็นองค์ประกอบที่สาคัญส่วนหนึ่ง และในชีวิตประจาวันเราก็มีการบันทึกข้อมูล
เพ่อื นามาใช้ประโยชนใ์ นภายหลังอยูเ่ สมอ
5. ข้ันตอนการปฏิบัติงาน มีกระบวนการทางานของระบบสารสนเทศอยู่ 4 ข้ันตอนหลัก คือ การนา
ขอ้ มูลเข้าสูร่ ะบบ การประมวลผลขอ้ มลู การแสดงผล และการจดั เกบ็ ข้อมลู
ประโยชน์ของระบบสารสนเทศ
การนาระบบสารสนเทศมาใชใ้ นงานดา้ นตา่ ง ๆ ทาให้เกดิ ประโยชน์ดังต่อไปนี้
1. เพ่ิมประสิทธภิ าพ (Efficiency) ดงั ตอ่ ไปน้ี
1.1 ระบบสารสนเทศทาให้การปฏิบัติงานมีการนาข้อมูลที่เก็บรวบรวมเข้าสู่กระบวนการประมวลผลข้อมูล
ทาให้ได้สารสนเทศ การเผยแพร่สารสนเทศทาได้ได้อย่างรวดเร็วระบบ สารสนเทศช่วยในการจัดเก็บข้อมูลที่มี
ขนาดใหญ่ หรือมีปรมิ าณมากและช่วยทาใหก้ ารเข้าถงึ ข้อมลู (Access) เหล่านนั้ มีความรวดเรว็ ดว้ ย
1.2 ช่วยลดต้นทุน การท่ีระบบสารสนเทศช่วยทาให้การปฏิบัติงานท่ีเกี่ยวข้องกับข้อมูล ซ่ึงมีปริมาณมากมี
ความสลับซับซ้อนให้ดาเนินการได้โดยเร็ว หรือการช่วยให้เกิดการติดต่อสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว ทาให้เกิดการ
ประหยัดตน้ ทนุ การดาเนินการอย่างมาก
1.3 ช่วยให้การติดต่อส่ือสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว การใช้เครือข่ายทางคอมพิวเตอร์ทาให้มีการติดต่อได้ท่ัว
โลกภายในเวลาท่ีรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับเคร่ืองคอมพิวเตอร์ด้วยกัน
(Machine to Machine) หรือคนกับคน (Human to Human) หรือคนกับเครื่องคอมพิวเตอร์ (Human to
Machine) และการติดต่อสื่อสารดังกล่าวจะทาให้ข้อมูลที่เป็นท้ังข้อความ เสียง ภาพน่ิง และภาพเคลื่อนไหว
สามารถส่งได้ทันที ระบบสารสนเทศช่วยทาให้การประสานงานระหว่างฝ่ายต่าง ๆ เป็นไปได้ด้วยดีโดยเฉพาะหาก
ระบบสารสนเทศนั้นออกแบบ เพ่ือเอ้ืออานวยให้หน่วยงานท้ังภายในและภายนอกท่ีอยู่ในระบบของซัพพลาย
ท้ังหมด จะทาให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ และทาให้การประสานงาน หรือการทา
ความเข้าใจเป็นไปได้ด้วยดยี ง่ิ ข้นึ
2. มปี ระสทิ ธผิ ล (Effectiveness) ดงั ต่อไปน้ี
2.1 ระบบสารสนเทศช่วยในการตัดสินใจ ระบบสารสนเทศที่ออกแบบสาหรับผู้บริหาร เช่น ระบบ
สารสนเทศที่ช่วยในการสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support Systems หรือ DSS) ระบบสารสนเทศสา
หรับผู้บริหาร (Executive Support Systems หรือ ESS) เพอ่ื ให้ผูบ้ ริหารมีข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจได้ดี
ขึ้น อันจะสง่ ผลให้การดาเนนิ งานสามารถบรรลุวัตถปุ ระสงค์ไว้ได้
2.2 ระบบสารสนเทศช่วยในการเลือกผลิตสินค้า/บริการที่เหมาะสมระบบสารสนเทศจะช่วยทาให้องค์การ
ทราบถึงข้อมูลที่เก่ียวข้องกับต้นทุน ราคาในตลาดรูปแบบของสินค้า/บริการที่มีอยู่ หรือช่วยทาให้หน่วยงาน
สามารถเลือกผลติ สินคา้ /บรกิ ารทม่ี ีความเหมาะสมกบั ความเช่ียวชาญ หรอื ทรัพยากรที่มอี ยู่
-11-
2.3 ระบบสารสนเทศช่วยปรับปรุงคุณภาพของสินค้า/บริการให้ดีขึ้นระบบสารสนเทศทาให้การติดต่อ
ระหว่างหน่วยงานและลูกค้า สามารถทาได้โดยถูกต้องและรวดเร็วข้ึน ดังนั้นจึงช่วยให้หน่วยงานสามารถปรับปรุง
คณุ ภาพของสนิ ค้า/บรกิ ารใหต้ รงกับความตอ้ งการของลูกคา้ ไดด้ ีขนึ้ และรวดเรว็ ข้ึนดว้ ย
2.4 ความได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive Advantage)
2.5 คณุ ภาพชีวิตการทางาน (Quality of Working Life)
นอกจากน้ีสารสนเทศยังมีประโยชน์ในการใช้วางแผนการบริหารช่วยในการจัดระบบข่าวสารจานวน
มหาศาลของแต่ละวัน วางแผนเก่ียวกับการจัดการองค์การ การบริหารงานทรัพยากรมนุษย์ กระบวนการผลิต
สนิ ค้า การตลาด เป็นต้น ใชใ้ นการชว่ ยตัดสินใจ สามารถนาสารสนเทศไปใช้ในการตัดสินใจเพื่อเลือกแนวทางหรือ
ทางเลือกที่มีปัญหาน้อยท่ีสุดในการแก้ปัญหาต่าง ๆ การมีสารสนเทศท่ีสมบูรณ์ ทันสมัย และครบถ้วนจะช่วยให้
การตดั สนิ ใจถูกตอ้ ง รวดเรว็ และมีประสทิ ธภิ าพยงิ่ ข้นึ ใช้ในด้านการดาเนนิ งาน สามารถนาสารสนเทศไปใช้ในการ
ดาเนนิ งานต่าง ๆ เช่น ใช้เพ่ือควบคุมหรือติดตามผลการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ วัตถุประสงค์ และ
เป้าหมายขององค์การ ช่วยให้สามารถจัดระบบอัตโนมัติเพ่ือการจัดเก็บประมวลผล และเรียกใช้สารสนเทศ ช่วย
เพม่ิ ประสิทธิภาพการผลิตสารสนเทศ เช่น การคานวณตัวเลขท่ียุ่งยากซับซ้อน การจัดเรียงลาดับ สารสนเทศ การ
เก็บสารสนเทศไว้ในรูปท่ีสามารถเรียกใช้ได้ทุกครั้งอย่างสะดวก ช่วยในการเข้าถึงสารสนเทศได้อย่างรวดเร็ว มี
ประสทิ ธิภาพมากขนึ้ ชว่ ยในการสือ่ สารระหว่างกันได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ลดอุปสรรคเกี่ยวกับเวลาและระยะทาง
โดยการใชร้ ะบบโทรศพั ท์ และอื่นๆ
การสบื ค้นขอ้ มลู
การสืบค้นสารสนเทศ (Information retrieval หรือ Information searching) หมายถึง วิธีการท่ีบุคคล
พยายามค้นหาให้ได้มาซึ่งสารสนเทศท่ีต้องการ โดยใช้เคร่ืองมือสืบค้นด้วยมือ หรือเทคโนโลยี ขึ้นกับกลยุทธ์และ
เทคนิค การสืบค้นท่ีใช้ ทักษะในการใช้เครื่องมือสืบค้นต่างๆ รวมท้ังความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของ
สารสนเทศท่ีได้จากการสืบค้น อันจะนาผู้สืบค้นให้เข้าถึงแหล่งท่ีจัดเก็บและให้บริการสารสนเทศและทรัพยากร
สารสนเทศท่ีต้องการได้อย่างรวดเร็ว และตรงตามความตอ้ งการ
-12-
การเข้าถึงสารสนเทศ (Information Access) หมายถึง วิธีการที่ผู้ใช้สามารถค้นและได้รับสารสนเทศที่
ตอ้ งการ การเขา้ ถงึ สารสนเทศ ในปจั จุบันจะเห็นว่า internet เป็นแหลง่ ทีเ่ ขา้ ถึงได้ง่ายและรวดเร็วท่ีสุด แต่อย่างไร
ก็ตาม หากพิจารณาเรื่องความน่าเชื่อถือ ก็ยังมีทางเลือกอื่นๆในการเข้าถึงได้อีก คือ การเข้าถึงสารสนเทศ
(Information access) ซ่ึงหมายถึง การท่ีผู้ใช้สามารถค้นและได้รับสารสนเทศท่ีต้องการ โดยเครื่องมือช่วยค้น
ต่างๆ โดยจาแนกเป็น การเข้าถึงสารสนเทศจากทรัพยากรสารสนเทศของสถาบัน และทรัพยากรสารสนเทศจาก
อินเตอร์เนต็ (พยอม ยุวสุต 2550)
เครื่องมือสืบค้นสารสนเทศ หมายถึง เครื่องมือและรวมถึงอุปกรณ์ต่างๆที่อานวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ใน
การสืบค้นรายการสารสนเทศทต่ี ้องการได้อยา่ งรวดเรว็ ทนั ความต้องการโดยทั่วไปเครื่องมือสืบค้นสารสนเทศจะให้
รายละเอียด เพื่อการเขา้ ถงึ ทรพั ยากรสารสนเทศ ดงั นี้
• ข้อมูลบรรณานุกรมของทรัพยากรสารสนเทศที่ตีพิมพ์และไม่ตีพิมพ์เช่น ชื่อผู้เขียน ชื่อหนังสือ หรือช่ือ
บทความ คร้งั ที่พมิ พ์ สานกั พิมพ์ ปีพิมพ์ จานวนหน้า เปน็ ตน้
• ข้อมลู ดรรชนแี ละสาระสังเขปบทความในวารสารและหนงั สือพิมพ์ เช่น ช่ือผู้เขียนบทความ ช่ือบทความ
ช่ือวารสาร ปที ี่ ฉบบั ท่ี หน้าทีต่ ีพิมพ์ เปน็ ตน้ และบางเครอ่ื งมอื ใหข้ ้อมลู เนือ้ หายอ่ ด้วย (สาระสงั เขป)
• ข้อมูลเนื้อหาฉบับเต็ม(Full Text) ข้อมูลเน้ือหาฉบับเต็มโดยท่ัวไปมักเป็นการสืบค้นวารสาร
อเิ ลก็ ทรอนิกส์ นกั ศกึ ษาจะได้ขอ้ มูลท่ีมีลักษณะเนือ้ หาฉบับเตม็ คือมีเน้ือหาของบทความทีน่ าไปใช้ประโยชน์ได้ทันที
รวมถึงข้อมูลบรรณานุกรมของบทความวารสาร ตัวอย่างข้อมูลที่ได้จากฐานข้อมูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์ช่ือ
Willson OmmiFile : Full Text Select
• ข้อมูลส่ือประสม (Multimedia) เป็นข้อมูลที่ประกอบด้วยข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคล่ือนไหว และเสียง
ข้อมลู ในลกั ษณะน้ีส่วนใหญเ่ ป็นข้อมลู ทีไ่ ด้จากการศึกษาคน้ สารานุกรมออนไลน์ หรือเป็นข้อมูลที่อยู่ในแผ่นซีดีรอม
ตวั อยา่ งขอ้ มูลส่ือประสมจากฐานข้อมลู สารานกุ รมออนไลนช์ ื่อ Grolier Multimedia Encyclopedia
เครือ่ งมือช่วยค้น หรือ เซิร์ชเอน็ จิน (Search Engine)
-13-
Search Engine คือ เวบ็ ไซต์ที่ให้บริการการค้นหาข้อมูล เว็บไซต์ดังกล่าวจะมีโปรแกรมชนิดหนึ่งที่เขียน
ข้ึนเพื่อช่วยในการค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต การทางานของSearch Engineนั้นจะเริ่มจากการหาเว็บไซต์ต่างๆ
ในอินเทอร์เน็ตว่ามีเว็บไซต์อะไรแล้วสร้างเป็นฐานข้อมูลของเว็บไซต์ต่างๆขึ้นมาเก็บไว้เพื่อใช้ในการค้นหาตาม
ความต้องการของผใู้ ช้ ฐานข้อมลู เหลา่ นี้จะต้องมีการปรบั ปรุงบ่อยๆเพราะมีเว็บไซต์เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลานอกจาก
การสร้างฐานข้อมูลเก่ียวกับเว็บไซ์ต์ของตนเองแล้ว Search Engine ยังอาจจะใช้วิธีการค้นหาจากฐานข้อมูล
ของ Search Engine ตัวอื่นๆแล้วนามาบริการก็ได้ ในการสร้างฐานข้อมูลของ Search Engine น้ันจะใช้
โปรแกรมท่ีเรียกว่า สไปเดอร์ (Spider)หรือโรบอต(Robot)ทาการสารวจไปยังเว็บไซตต์ า่ งๆทั่วอินเทอร์เน็ตแล้วนา
ข้อมูลของเว็บไซต์นั้นมาเก็บไว้ในฐานข้อมูลของตนเองเม่ือผู้ใช้ป้อน Keyword ของข้อมูลท่ีต้องการค้นหาเข้าไป
Search Engine ก็จะนาไปค้นหาในฐานข้อมูลท่ีมีอยู่ ผลที่ได้จาก การค้นหาก็คือรายการของเว็บไซต์ที่มี
Keyword ดังกล่าวอยู่ ช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้สะดวก รวดเร็ว และตรงตามความ
ต้องการจากรายการทรพั ยากรสารสนเทศท่ีห้องสมดุ จาทาขนึ้ อย่างเปน็ ระบบ
SearchEngine แต่ละตัวมีข้อดีในการสืบค้นและวิธีการในการสืบค้นที่แตกต่างกันตลอดจนมีการ
จัดทาส่วนพิเศษต่างๆในการสืบค้นเพื่อช่วยผู้ใช้ และเพ่ือให้ผู้ใช้สามารถสืบค้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ใช้ควรมี
ความรเู้ กีย่ วกบั การค้นหา ดังน้ี คอื
1. วธิ กี ารใช้ Search Engine แต่ละเวบ็ ไซต์
Search Engine แต่ละตัวจะมีส่วนช่วยในการอธิบายวิธีใช้ในส่วนท่ีเรียกว่า Help หรือAbout เช่น
Yahoo มีวธิ กี าหนดคาค้นเพอ่ื ให้ไดผ้ ลค้นทเ่ี ฉพาะเจาะจงหรอื ตรงต่อความตอ้ งการ ดงั น้ี
1.1 ใช้เครือ่ งหมายดอกจันทร์ (*) เพื่อค้นหาคาที่มีการสะกดคล้ายกัน เช่น smok* หมายความ
วา่ ให้ค้นหาคาทง้ั หมดที่ข้ึนดว้ ย 5 ตวั อกั ษรแรก เชน่ smoke smoker เป็นตน้
1.2 ใชเ้ คร่ืองหมาย + สาหรบั กาหนดให้แสดงผลการค้นเฉพาะเวบ็ ไซต์ ทป่ี รากฏคาทั้งสองคา
เช่น Secondary + education
1.3 ใช้เครอ่ื งหมาย “ ” สาหรบั การค้นหาคาท่ีเปน็ วลี เช่น “great barrier reaf” ฯลฯ
2.การใช้ตรรกบูลีน (Boolean Logic)เพื่อให้สามารถกาหนดการค้นหาท่ีแคบเข้ามา โดยใช้คา
AND OR NOT เข้าช่วยในการกาหนดคาค้นเพอื่ ใหส้ ามารถคน้ หาไดอ้ ย่างเฉพาะเจาะจงมากย่ิงขนึ้
การใช้ AND การกาหนดใช้ AND
จะใช้เมอื่ ตอ้ งการกาหนดใหค้ น้ รายการทีป่ รากฏคาท่ีมีความเกี่ยวข้องกัน ในรายการเดียวกัน
เช่น water and soilการกาหนดแบบนี้หมายความว่าผลการค้นต้องการคือเฉพาะรายการท่ีมีคาว่า water และ
soil เท่าน้ันหากรายการใดทีม่ แี ต่คาวา่ water หรือ soil ไม่ต้องการ
การใช้คาว่า ORการใช้ OR เป็นการขยายคาค้นโดยกาหนดคาหลายที่เห็นว่ามีความหามาย
คลา้ ยกันหรือสามารถสะกดไดห้ ลายแบบ
-14-
การใช้ NOTการใช้ NOT จะใชใ้ นเม่อื ตอ้ งการจากัดการคน้ เข้ามาคอื ไม่ต้องการรายการที่มีเน้ือหาส่วนท่ี
ไม่ตอ้ งการปรากฏอยู่ โดยกาหนดให้ตัดคาทีไ่ ม่ต้องการออกเชน่ water not soilการกาหนดคาแบบนี้ หมายถงึ
1. ใหค้ ้นหารายการทม่ี ีคาวา่ water แตห่ ากรายการใดมีคาว่า soil อยดู่ ว้ ย ไม่ต้องการ
2. ผลสืบค้นท่ีไดท้ ุกรายการทม่ี ีคาวา่ water และหากมีคาวา่ Soil ให้คัดออกทกุ รายการ
หลักการเบอ้ื งตน้ ในการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศบนเว็บไซต์
1. ร้จู กั ท่ีอยขู่ อง Website ที่ต้องการคน้ หา
2. รู้จักวิธกี ารค้น เช่น การคน้ จากบญั ชหี ัวเรอ่ื ง (Subject Directory) เชน่ Yahoo.com
3. ร้จู กั วิธกี ารอา่ นผลการสบื ค้น
4. รจู้ ักวิธีการจดั เกบ็ ผลการสืบคน้
5. รูจ้ ักวธิ กี ารเผยแพรก่ ารสบื คน้
ประเภทของ Search Engine
Search Engine แต่ละแห่งมีวิธีการและการจัดเก็บฐานข้อมูลท่ีแตกต่างกันไปตามประเภทของ Search
Engine ที่แต่ละเว็บไซต์นามาใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ดังน้ันการที่คุณจะเข้าไปหาข้อมูลหรือเว็บไซต์ โดยวิธีการ
Search น้ัน อย่างน้อยคุณจะต้องทราบว่า เว็บไซต์ท่ีคุณเข้าไปใช้บริการ ใช้วิธีการหรือ ประเภทของ Search
Engine อะไร เนื่องจากแต่ละประเภทมีความละเอียดในการจัดเก็บข้อมูลต่างกันไป ท่ีน้ีเราลองมาดูซิว่า Search
Engine ประเภทใดทเี่ หมาะกับการค้นหาขอ้ มูลของคณุ
1. Keyword Index เป็นการค้นหาข้อมูล โดยการค้นจากข้อความในเว็บเพจท่ีได้ผ่านการสารวจ
มาแล้ว จะอ่านขอ้ ความ ข้อมลู อย่างน้อยๆ ก็ประมาณ 200-300 ตัวอักษรแรกของเว็บเพจน้ันๆ โดยการอ่านนี้จะ
หมายรวมไปถึงอ่านข้อความท่ีอยู่ในโครงสร้างภาษา HTML ซ่ึงอยู่ในรูปแบบของข้อความท่ีอยู่ในคาส่ัง alt ซ่ึงเป็น
คาสง่ั ภายใน TAG คาส่งั ของรูปภาพ แต่จะไมน่ าคาสงั่ ของ TAG อ่ืนๆ ในภาษา HTMLและคาส่ังในภาษา JAVA มา
ใช้ในการค้นหา วิธีการค้นหาของ Search Engine ประเภทนี้จะให้ความสาคัญกับการเรียงลาดับข้อมูลก่อน-หลัง
และความถใ่ี นการนาเสนอข้อมูลน้นั การค้นหาขอ้ มูล โดยวิธีการเช่นนี้จะมีความรวดเร็วมาก แต่มีความละเอียดใน
การจัดแยกหมวดหมู่ของข้อมูลค่อนข้างน้อย เน่ืองจากไม่ได้คานึงถึงรายละเอียดของเน้ือหาเท่าที่ควร แต่หากว่า
คุณต้องการแนวทางดา้ นกวา้ งของข้อมูล และความรวดเร็วในการคน้ หา วธิ กี ารนกี้ ใ็ ช้ไดผ้ ลดี
2. Subject Directories การจาแนกหมวดหมู่ข้อมูล Search Engine ประเภทนี้ จะจัดแบ่งโดยการ
วเิ คราะหเ์ น้ือหา รายละเอยี ด ของแต่ละเว็บเพจ วา่ มเี น้อื หาเก่ยี วกับอะไร โดยการจดั แบง่ แบบนี้จะใช้แรงงานคนใน
การพิจารณาเว็บเพจ ซ่ึงทาให้การจัดหมวดหมู่ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของคนจัดหมวดหมู่แต่ละคนว่าจะจัดเก็บ
ข้อมูลน้ันๆ อยู่ในเครือข่ายข้อมูลอะไร ดังน้ันฐานข้อมูลของ Search Engine ประเภทนี้จะถูกจัดแบ่งตามเนื้อหา
ก่อน แล้วจึงนามาเป็นฐานข้อมูลในการค้นหาต่อไป การค้นหาค่อนข้างจะตรงกับความต้องการของผู้ใช้ และมี
ความถูกต้องในการคน้ หาสูง เป็นต้นว่า หากเราตอ้ งการหาขอ้ มูลเกยี่ วกับเวบ็ ไซต์ หรือเว็บเพจท่นี าเสนอขอ้ มลู
-15-
เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ Search Engine ก็จะประมวลผลรายชื่อเว็บไซต์ หรือเว็บเพจท่ีเก่ียวกับคอมพิวเตอร์ล้วนๆ
มาให้คุณ
3. Metasearch Engines จุดเด่นของการคน้ หาด้วยวิธีการนี้ คือ สามารถเชอ่ื มโยงไปยัง Search Engine
ประเภทอ่ืนๆ และยังมีความหลากหลายของข้อมูล แต่การค้นหาด้วยวิธีนี้มีจุดด้อย คือ วิธีการนี้จะไม่ให้
ความสาคัญกับขนาดเล็กใหญ่ของตัวอักษร และมักจะผ่านเลยคาประเภท Natural Language (ภาษาพูด) ดังนั้น
หากคณุ จะใช้ Search Engine แบบนล้ี ะก็ ขอให้ตระหนกั ถงึ ข้อบกพร่องเหล่าน้ีดว้ ย
-15-
บรรณานกุ รม
https://jokerismystyle.wordpress.com/
https://sites.google.com/site/amiemmika/home/prayochn-khxng-rabb-sarsnthes
https://sites.google.com/site/com460002/finding-information-on-the-web?
สืบค้นโดย นางสจุ ติ ตรา มาลยั 24/5/2564