The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ja_fang, 2022-03-20 10:35:46

PPDF

PPDF

โรคจติ เภท
SCHIZOPHRENIA

กลุ่มอาการของโรคที่มีความผดิ ปกติของความคิด
ทาํ ใหผ้ ปู้ ่ วยมีความคิดและการรับรู้ไม่ตรงกบั ความเป็นจริง
ทาํ ใหม้ ีผลเสียต่อการดาํ เนินชีวิตประจาํ วนั เช่น การดูแลตวั เอง

การใชช้ ีวติ ในสงั คม
ส่วนใหญ่ผปู้ ่ วยจะเริ่มเป็นเมื่ออายปุ ระมาณ 14-16 ปี หรือช่วง

ปลายวยั รุ่น
โรคน้ีพบได้ ประมาณร้อยละ 1 ของประชากร

สาเหตขุ องการเกดิ โรค

1. ด้านร่างกาย

 ทางพนั ธุกรรม ครอบครัวท่ีเคยมีญาติพนี่ อ้ งป่ วยทางจิต จะมี
โอกาสป่ วยทางจิตมากกวา่ ผอู้ ่ืน

 จากความผดิ ปกติของสมอง โดยสารเคมีในสมองมีความ
ผดิ ปกติและจากโครงสร้าง ของสมองบางส่วนท่ีมีความผดิ ปกติเลก็ นอ้ ย

 การไดร้ ับสารกระตุน้ ทางสมอง เช่นสารเสพติดต่างๆ เช่น
สุรา ยาบา้ สารระเหย เป็นตน้

 การกระทบกระเทือนทางสมอง อุบตั ิเหตุ สลบ
 การติดเช้ือในสมอง เช่น เยอื่ หุม้ สมองอกั เสบ มาเลเรีย

สาเหตุของการเกดิ โรค

 2. ด้านจิตใจ
 จากความเครียดในชีวติ ประจาํ วนั เป็นตวั กระตุน้ ให้

เกิดความเจบ็ ป่ วย การใชอ้ ารมณ์กบั ผปู้ ่ วย การตาํ หนิ มีท่าทีที่ไม่เป็น
มิตรหรือจูจ้ ้ียงุ่ เกี่ยวกบั ผปู้ ่ วยมากไปกม็ ีผลต่อการกาํ เริบของโรคได้

 จิตใจท่ีผดิ ปกติมาต้งั แต่วยั เดก็ เม่ือโตข้ึนเผชิญกบั
ความเครียดไม่สามารถแกไ้ ขปัญหาได้ และใชว้ ธิ ีการจดั การกบั
ความเครียดในทางที่ไม่เมาะสมบ่อยๆ จนเป็นพฤติกรรมถาวร และ
กลายเป็นความผดิ ปกติ

สาเหตขุ องการเกดิ โรค

 3. ปัจจัยทางสังคมและวฒั นธรรม
 ผปู้ ่ วยจิตเภทมกั พบมากในประชากรที่มีฐานะยากจน

ครอบครัวท่ีมีความเครียดสูง แหล่งที่อยอู่ าศยั อยใู่ นแหล่งสารเสพติด

อาการของโรค

อาการทางบวก Positive symtomps
เป็นอาการที่คนปกติไม่มี แต่ผปู้ ่ วยมี เช่น ประสาทหลอน ผปู้ ่ วยอาจ

มองเห็น ไดย้ นิ ไดก้ ลิ่น รู้สึก หรือรับรสท่ีไม่มีอยจู่ ริง แต่มกั เช่ือวา่ ส่ิง
เหล่าน้นั มีอยจู่ ริงซ่ึงเกิดจากความคิดของผปู้ ่ วยเอง
ไดย้ นิ เสียงแวว่ เห็นภาพหลอน การพดู ผดิ ปกติ
พดู ดว้ ยภาษาแปลกๆท่ีผปู้ ่ วยสร้างข้ึนมาเอง
 มีพฤติกรรมการเคล่ือนไหวแบบไม่มีเป้าหมาย
ผปู้ ่ วยอาจมีการเคล่ือนไหวร่างกายอยา่ งต่ืนกลวั
ทาํ ท่าทางแปลก ๆ ออกมา

อาการของโรค

2. อาการด้านลบ Negative symtomps
เป็นอาการท่ีคนปกติมี แต่ผปู้ ่ วยขาดหายไป
ผปู้ ่ วยมีปัญหาดา้ นการแสดงออกทางอารมณ์ พฤติกรรม
พดู นอ้ ยลง และอาจพดู ดว้ ยเสียงโทนเดียว
ไม่ดูแลตวั เอง ไม่อาบน้าํ กลางคืนไม่นอน เหม่อลอย
ปลีกตวั ออกจากสงั คม ไม่มีอารมณ์ร่วม หรืออาจมีการแสดงออกทาง

อารมณ์แบบแปลก ๆ เช่น หวั เราะในสถานการณ์ที่ควรรู้สึกเศร้า ไม่มีความ
สนใจหรือความกระตือรือร้นในการใชช้ ีวติ ไม่ค่อยมีความสุข

แพทย์จะวนิ ิจฉัยอย่างไร

1. ตอ้ งมีอาการต่อไปน้ีต้งั แต่ 2 อาการข้ึนไป นาน 1 เดือน
 1.1 อาการหลงผดิ
 1.2 อาการประสาทหลอน
 1.3 พดู จาสบั สนมาก มกั เปล่ียนเรื่องจนฟังไม่เขา้ ใจ
 1.4 พฤติกรรมเร่ือยเปื่ อย วนุ่ วาย หรือมีท่าทางแปลกๆ
 1.5 อาการดา้ นลบ ไดแ้ ก่ อารมณ์เฉยเมย ไม่ค่อยพดู หรือเฉ่ือยชา
 หมายเหตุ แมม้ ีเพยี งอาการเดียวกถ็ ือวา่ เขา้ เกณฑ์ หากเป็นอาการหลงผดิ ที่มีลกั ษณะ

แปลกพลิ ึก หรือหูแวว่ เสียงคุยกนั เร่ืองผปู้ ่ วย หรือแวว่ เสียงวจิ ารณ์ตวั ผปู้ ่ วย
 2. กิจกรรมต่างๆ ที่เก่ียวกบั หนา้ ท่ีการงาน การคบหาพดู คุยกบั ผอู้ ื่นแยล่ งมาก หรือไม่

สนใจดูแลสุขอนามยั ของตนเองอยา่ งมาก
 3. มีอาการต่อเนื่องกนั นาน 6 เดือนข้ึนไป โดยตอ้ งมีระยะอาการกาํ เริบนานอยา่ งนอ้ ย 1

เดือน และระยะที่เหลืออาจเป็นระยะเริ่มมีอาการ หรือระยะอาการหลงเหลือ

การรักษาโรคจติ เภท

 โรคจิตเภทมีสาเหตุจากปัจจยั หลายอยา่ ง การรักษา จึงใชว้ ธิ ีหลายอยา่ งร่วมกนั ปัจจุบนั ยงั ไม่มี
วธิ ีรักษาโรค แต่ผปู้ ่ วยสามารถเขา้ รับการรักษาดูแลอาการในระยะยาว เพ่ือช่วยบรรเทาหรือลด
ความรุนแรงของอาการดว้ ยวธิ ีต่อไปน้ี

การรักษาทางกาย การรักษาด้วยไฟฟ้า การรักษาทางใจ
จ ะ ใ ช้ไ ด้ผ ล กับ ผู้ป่ ว ย ท่ี มี คือการยอมรับฟังเรื่องราวต่างๆท่ี
การใชย้ า

- มีท้งั ชนิดรับประทานและชนิดฉีด อาการรุนแรง จะทาํ ร้ายตวั เอง ผูป้ ่ วยพูด ไม่โต้แยง พูดกบั ผูป้ ่ วย
- ยาจะแกไ้ ขอาการต่างๆ เช่น พูดคนเดียว จะทาํ ร้ายผอู้ ื่น โดยไม่ใชอ้ ารมณ์

หวาดระแวง แระสารทหลอน อารมณ์ไม่ รวมถึงการบาํ บัดเพ่ือเสริมทักษะ

เหมาะสม ก้าวร้าว และพฤติกรรมท่ี ทางสังคม การบําบัดทางจิต การ

รบกวนสังคม ทาํ ให้หลบั ได้ดีข้ึน และ บาํ บดั ภายในครอบครัว การบาํ บดั

ป้องกนั การกลบั เป็นซ้าํ ดว้ ยศิลปะ

(บางรายอาจมีอาการแพย้ า ควรสังเกต

อาการแพย้ า)

ทาํ อย่างไรเม่ือผู้ป่ วยแพ้ยา

อาการแพ้ยา ข้อควรปฏบิ ัติ
1.ปากแหง้ คอแหง้ พบในคร้ังแรกๆของการกินยา ใหผ้ ปู้ ่ วยจิบ
น้าํ บ่อยๆ
2.ทอ้ งผกู ปัสสาวะไม่ออก ความดนั โลหิต พบในคร้ังแรกของการกินยา และร่างกาย
ต่าํ (หนา้ มืดบ่อยๆ) ตาพร่ามวั สามารถปรับตวั เป็นปกติไดเ้ มื่อรับยานานๆ
ปรึกษาแพทยห์ ากมีอาการมากข้ึน

3.แขนขาสัน่ ตวั แขง็ น้าํ ลายไหล เกิดข้ึนในผปู้ ่ วยบางรายเท่าน้นั มกั พบใน
เคล่ือนไหวชา้ หนา้ ตาเฉยเมย คอแขง็ ระยะแรกของการกินยา อาการเหลาน้ีจะมียา
ตาเหลือก หลงั แอ่น แกอ้ าการ ควรปรึกษาแพทย์

4.ง่วงซึม พบในระยะแรกท่ีกินยา และมกั ดีข้ึนเมื่อ
5.น้าํ หนกั ข้ึน ร่างกายปรับตวั ได้
6.ประจาํ เดือนขาด ควบคุมอาหารและออกกาํ ลงั กาย
พบในผหู้ ญิงบางราย ซ่ึงเป็นอาการชวั่ คราว
และไม่เป็นอนั ตราย

อาการข้างเคยี งของยาทต่ี ้องดูแลพเิ ศษ

 ยาทางจิตเวชท่ีตอ้ งเฝ้าระวงั เป็นพิเศษ
อาจจะเป็นอนั ตรายต่อผปู้ ่ วย ตอ้ งไปพบแพทยท์ นั ทีโดยไม่ตอ้ งรอวนั นดั

ยา/อาการข้างเคยี งของยา ข้อควรปฏบิ ตั ิ

1. Carbamazepine (คาร์บามาซีปี น) - หยดุ ยาและไปพบแพทยท์ นั ที
- ผวิ หนงั มีผน่ื แดง คนั ตามตวั ตาเหลือง มีไข้

เจบ็ คอ มีแผลในช่องปาก หวั ใจเตน้ เร็วผดิ ปกติ
หนา้ มืด เป็นลม ปวดขอ้ ขาขอ้ เทา้ บวม สบั สน
กระสบั กระส่าย ชกั

2. Lithium (ลิเที่ยม) - หยดุ ยาและไปพบแพทยท์ นั ที

- ง่วงซึม มือสนั่ มาก คล่ืนไสอ้ าเจียน พูดไม่ชดั
เดินเซ ทอ้ งเสีย ความคิดสบั สน ชกั

3. Clozapine (โคลซาปี น) - หยดุ ยาและไปพบแพทยท์ นั ที
- ชกั อ่อนเพลีย มีไข้ เจบ็ คอ หนา้ มืด เป็นลม

ตา-ตวั เหลือง

รู้ได้อย่างไรว่าผู้ป่ วยมอี าการกาํ เริบ
1. ผปู้ ่ วยจะมีอาการเลก็ ๆนอ้ ยๆคอ่ ยๆเป็นมากข้ึนเรื่อยๆจนกระทงั่
มีอาการทางจิตอยา่ งรุนแรง
2. อาการที่พบไดบ้ ่อย เช่น กระสบั กระส่าย เครียด วิตกกงั วล นอน
ไม่หลบั นอนมาก เบ่ืออาหาร หรือรับประทานอาหารมากเกินไป ซึมเศร้า
เบื่อหน่าย แยกตวั เอง

ดูแลอย่างไรไม่ให้อาการกาํ เริบ

 การรับประทานยาใหส้ ม่าํ เสมอ
 นอนพกั ผอ่ นใหเ้ พยี งพอ
 หลีกเลี่ยงความเครียด คิดมาก ตกกงั วล
 หลีกเลี่ยงสารเสพติดท่ีมีผลต่อจิตประสาท เช่น สุรา ยาบา้ กญั ชา เป็นตน้
 ญาติไม่ควรพดู จูจ้ ้ี หรือกระตุน้ ผปู้ ่ วยมากเกินไป ไม่กระตุน้ อารมณ์ผปู้ ่ วย
 ควรปรึกษากนั ในครอบครัว พร้อมท้งั ตวั ผปู้ ่ วยเพอื่ หาสาเหตุที่เป็น
ตวั กระตุน้ หรือสาเหตุที่ทาํ ใหผ้ ปู้ ่ วยเริ่มมีอาการและหาแนวทางแกไ้ ข
 ปรึกษาแพทย์ หากสงสยั วา่ ผปู้ ่ วยเริ่มมีอาการรุนแรงข้ึน

อาการสําคญั ทญี่ าติต้องพาผู้ป่ วยไปพบแพทย์ทนั ที
1. เริ่มไม่นอนเวลากลางคืน

2. เอะอะโวยวาย อาละวาด ทาํ ร้ายตนเองหรือผอู้ ื่น ทาํ ลายขา้ วของ
3. กระสับกระส่าย กระวนกระวาย นอนไม่ได้ ควบคุมตนเองไม่ได้
4. ซึมลง ไม่รับประทานอาหาร มีไข้

โรคจิตเภทรักษาหายได้หรือไม่

โรคจิตเภท เป็นโรคที่ตอ้ งไดร้ ับการรักษาอยา่ งต่อเนื่อง การรับประทานยา
จะช่วยควบคุมอาการของผปู้ ่ วยได้ การขาดยาจะทาํ ใหเ้ กิดโรคเร้ือรัง เม่ือผปู้ ่ วยไดร้ ับ
การรักษา พบวา่
 ผปู้ ่ วยบางรายหายสนิท สามารถทาํ งานไตต้ ามปกติ
 ผปู้ ่ วยบางรายมีอาการหลงเหลืออยเู่ ลก็ นอ้ ย ตอ้ งรับประทานยาอยา่ งสม่าํ เสมอ
 ผปู้ ่ วยบางรายมีอาการทางจิตเกือบตลอดตอ้ งมีคนดูแลอยา่ งใกลช้ ิต ตอ้ ง
รับประทานยาอยา่ งสม่าํ เสมอ
 ถา้ ผปู้ ่ วยไดร้ ับการฟ้ื นฟูท่ีเหมาะสม กส็ ามารถดูแลกิจวตั รส่วนตวั ได้ และอยู่
ร่วมกบั ครอบครัวได้
 หากมีปัญหาใหป้ รึกษาเจา้ หนา้ ท่ีสาธารณสุข
 ไม่ควรหยดุ รับประทานยา ปรับหรือลดยาเอง

ผู้ป่ วยจะเป็ นอย่างไรบ้างในระยะยาว

 เป็นสิ่งท่ีท้งั ผปู้ ่ วยและญาติเองตอ้ งการทราบ ยง่ิ ช่วงที่เริ่มเป็นใหม่ๆ กจ็ ะยง่ิ กงั วลมาก กลวั ไม่หาย
ตามจริงแลว้ ไม่มีใครสามารถบอกไดแ้ น่นอนวา่ ผปู้ ่ วยแตล่ ะรายต่อไปจะเป็นอยา่ งไร ตารางการ
พยากรณ์โรค จะเป็นแนวทางคร่าวๆ ที่ช่วยบอกวา่ ต่อไปผปู้ ่ วยรายน้ีน่าจะดีหรือไมด่ ี

การพยากรณโรคในผปู ว ยโรคจติ เภท

การพยากรณโ รคดี การพยากรณโ รคไมดี
1. เรม่ิ มีอาการขณะอายมุ าก 1. เรม่ิ มีอาการขณะอายยุ งั นอ้ ย
2. มีสาเหตกุ ระตนุ้ ชดั เจน 2. ไมพ่ บสาเหตกุ ระตนุ้
3. อาการเกิดขนึ้ เฉียบพลนั 3. อาการเป็นแบบคอ่ ยเป็นคอ่ ยไป
4. มีอาการดา้ นอารมณร์ ว่ มดว้ ย 4. อารมณเ์ รยี บเฉยแยกตวั เอง
5. ลกั ษณะอาการแบบหวาดระแวง หรือวุนวาย 5. ลกั ษณะอาการเป็นแบบเร่อื ยเป่ือย คาดเดา
ไมไ่ ด้
6. เป็นกลมุ่ อาการดา้ นบวก 6. เป็นกลมุ่ อาการดา้ นลบ
7. การเขา้ สงั คม หนา้ ท่ีการงานเดมิ ดีก่อนเกิด 7. การเขา้ สงั คม หนา้ ท่ีการงานเดมิ ไมด่ ีก่อนเกิด
อาการ อาการ
8. มีประวตั โิ รคอารมณแ์ ปรปรวนในครอบครวั 8. มีประวตั โิ รคจติ เภทในครอบครวั
9. เป็นมาไมน่ านก่อนรกั ษา 9. เป็นมานานก่อนรกั ษา
10. สมรส หรอื มีญาตชิ ว่ ยเหลือใกลช้ ดิ 10. โสด ไมม่ ีคนชว่ ยเหลือดแู ล

ญาตจิ ะดูแลผู้ป่ วยได้อย่างไร

 เม่ือผปู้ ่ วยระแวงวา่ มีคนจะมาทาํ ร้าย ญาติไม่ควรอธิบายหรือขดั แยง้ กบั ผปู้ ่ วย แต่ตอ้ ง
พยายามรับฟังและแสดงความเห็นใจ ผปู้ ่ วยจะสงบลง

 ผปู้ ่ วยท่ีเฉ่ือย ซึม แยกตวั เอง ญาติตอ้ งกระตุน้ ผปู้ ่ วย ไดม้ ีกิจกรรมร่วมกบั ครอบครัว
บ่อยๆ

 ผปู้ ่ วยที่มีผลขา้ งเคียงของยา เช่น เดินตวั แขง็ พดู ไม่ชดั ตอ้ งปรึกษาแพทย์ หรือเจา้ หนา้ ท่ี
สาธารณสุขใกลบ้ า้ น

 ทาํ ความเขา้ ใจกบั ผปู้ ่ วย ก่อนที่ผปู้ ่ วยจะมีอาการทางจิต มกั มีความเครียดเป็นตวั กระตุน้
ญาติควรเขา้ ใจและหลีกเลี่ยงท่ีจะกระตุน้ อาการทางจิตของผปู้ ่ วย การที่ญาติบอกวา่ อยา่
คิดมาก อยา่ เครียดเป็นส่ิงที่ผปู้ ่ วยไม่สามารถทาํ ได้

 การแสดงออกของอารมณ์ ญาติตอ้ งรู้ความรู้สึก อารมณ์ของตนเองวา่ เป็นอยา่ งไร พร้อม
ท้งั ควบคุมและแสดงออกอยา่ งเหมาะสมเพราะจะช่วยลดความเครียดหรือผอ่ นคลาย
ความรู้สึกที่ไม่ดีได้

ญาตคิ วรคาดหวงั กบั ผู้ป่ วยอย่างไร

 ทุกคนในครอบครัวยอ่ มมีความหวงั ท่ีจะใหผ้ ปู้ ่ วยหายเป็นเหมือนปกติมากท่ีสุด ซ่ึงสามารถ
ทราบไดจ้ ากพฤติกรรมการดูแลรักษาผปู้ ่ วยจากสมาชิกในครอบครัว ไดพ้ ยายามหาวธิ ีการที่คิด
วา่ จะทาํ ใหผ้ ปู้ ่ วยดีข้ึนแต่เนื่องจากผปู้ ่ วยแต่ละรายมีความรุนแรงและลกั ษณะการดาํ เนินโรค
ต่างกนั ในบางคร้ังสมาชิกอาจใชว้ ธิ ีการรักษาผปู้ ่ วยอยา่ งไม่เหมาะสม เช่น การพาผปู้ ่ วยไป
รักษาทางไสยศาสตร์ การหา้ มผปู้ ่ วยรับประทานยาตา้ นโรคจิต ซ่ึงเป็นการเขา้ ใจผดิ ดงั น้นั
สมาชิกในครอบครัวควรพาผปู้ ่ วยไปรักษากบั แพทยผ์ เู้ ชี่ยวชาญ

 อยา่ งไรกต็ าม สมาชิกในครอบครัวน่าจะไดห้ นั หนา้ มาร่วมปรึกษาหารือกนั ร่วมกนั แกไ้ ขปัญหา
เป็นการสร้างความสมั พนั ธ์ท่ีดีข้ึนในครอบครัว ซ่ึงจะส่งผลใหผ้ ปู้ ่ วยไตร้ ับการดูแสรักษาท่ีดีข้ึน
เม่ือผปู้ ่ วยมีอาการดีข้ึน จะเป็นการลดภาระ โดยเฉพาะภาระทางจิตใจของครอบครัวโดยรวม
ดว้ ย

พดู อย่างไรจะเป็ นประโยชน์ต่อผู้ป่ วย

การติดต่อหรือพดู คุยกนั จะทาํ ใหอ้ ีกฝ่ายหน่ึงรับรู้ถึงความรู้สึกที่มีต่อกนั ซ่ึงจะ
แสดงออกท้งั ทางคาํ พดู และท่าทาง ญาติควรปฏิบตั ิ ดงั น้ี
 ควรพดู ส้นั ๆไดใ้ จความไม่เนน้ รายละเอียด
 อยา่ โตแ้ ยง้ กบั ความคิดที่หลงผดิ ของผปู้ ่ วย
 การใชค้ าํ พดู กิริยา ท่าทาง ที่ช่วยสนบั สนุน ประคบั ประคอง ใหก้ าํ ลงั ใจผปู้ ่ วย

การพูดทอ่ี าจจะเกดิ ผลเสียต่อผู้ป่ วย

การติดต่อหรือพดู คุยกนั โดยทาํ ใหอ้ ีกฝ่ายหน่ึงรู้สึกนอ้ ยใจ เสียใจโกรธ ไร้ค่า ซ่ึงจะ
แสดงออกท้งั ทางคาํ พดู และท่าทาง เช่น
 ไม่พดู แต่แสดงออกทางตา้ นสีหนา้ ไม่พอใจ พดู ครุมเครือ พดู ไม่ชดั เจน เขา้ ใจไดห้ ลายอยา่ ง ทาํ

ใหผ้ ฟู้ ังหงุดหงิด ไม่ชอบใจ
 เจา้ ก้ีเจา้ การ เชา้ ไปเป็นธุระใหผ้ ปู้ ่ วยเกินความจาํ เป็น โดยท่ีผปู้ ่ วยไม่ตอ้ งการหรือร้องขอ จะทาํ ให้

ผปู้ ่ วยรู้สึกราํ คาญ พดู ประชดประชนั พดู ตาํ หนิติเตียน ทาํ ใหผ้ ปู้ ่ วยรู้สึกโกรธ เสียใจ พดู
เปรียบเทียบ โดยการพดู เปรียบเทียบกบั คนอื่น ทาํ ใหผ้ ปู้ ่ วยรู้สึกเสียใจ ลดคุณค่าในตนเอง
 การกล่าวหา พดู ถึงพฤติกรรม โตยท่ีไม่มีขอ้ มูลเพียงพอ ทาํ ใหผ้ ปู้ ่ วยรู้สึกโกรธ ผลท่ีเกิดข้ึนจาก
การสื่อสารทางลบจะทาํ ใหเ้ กิดความขดั แยง้ ไม่ร่วมมือในการดูแลตนเอง ทาํ ใหอ้ าการทางจิตท่ี
ผปู้ ่ วยเป็นอยกู่ าํ เริบข้ึน

ทาํ อยา่ งไรเมื่อผปู้ ่ วยอารมณ์ไม่ดี

 ตอ้ งเป็นผฟู้ ังที่ดี ไม่รีบโตแ้ ยง้ ต่อวา่
 ตอ้ งรู้จกั สงั เกตอารมณ์ คาํ พูด และท่าทางของผปู้ ่ วยที่แสดงออกมา
 ตอ้ งระวงั เร่ืองการใชแ้ ววตา สีหนา้ น้าํ เสียงของตนเองที่ทาํ ใหผ้ ปู้ ่ วยรู้สึกโกรธ เสียใจ
 การพดู อยา่ งสร้างสรรค์ โดยการพูดสะทอ้ นความรู้สึกของผปู้ ่ วยท่ีเราสงั เกตได้

ทาํ อยา่ งไรญาติกบั ผปู้ ่ วยจะเขา้ ใจกนั มากข้ึน

 บอกความรู้สึกของตนเอง เช่น แม่เสียใจ แม่รักลูก
 บอกพฤติกรรมหรือสิ่งท่ีตนไม่ชอบ เช่น การท่ีลูกเปิ ดวทิ ยเุ สียงดงั
 ลูกตะคอกแม่ ลูกไปด่ืมเหลา้ ลูกเที่ยวกลางคืนพอเป็นห่วงไม่อยากใหไ้ ป
 บอกความตอ้ งการอยา่ งเปิ ดเผย ตรงไปตรงมา เช่น แม่อยากใหล้ ูกกินยา แม่อยากใหล้ ูกช่วยงานบา้ น
 ถามความรู้สึกนึกคิดของผปู้ ่ วย เช่น ลูกคิดอยา่ งไร ลูกพอจะช่วยงานบา้ นแม่ใตบ้ า้ งไหม
 แสดงความช่ืนชมหรือขอบคุณเม่ือเขาตอบสนอง เช่น แม่รู้สึกสบายใจ และขอบใจท่ีลูกช่วยงานแม่

บทบาทของญาตใิ นการดูแลผู้ป่ วยจติ เภท

 ช่วยส่งเสริมและสนบั สนุนใหผ้ ปู้ ่ วยดูแลตนเอง ญาติตอ้ งเขา้ ใจใหถ้ ูกตอ้ งวา่ พฤติกรรมที่ผปู้ ่ วยแสดงออก
น้นั เป็นอาการของโรค เช่น ผปู้ ่ วยไม่ดูแลตนเองหรือเกียจคร้าน ญาติตอ้ งช่วยเหลือใหผ้ ปู้ ่ วยไดท้ าํ กิจกรรม
ต่างๆ ในบา้ น เช่น มอบหมายใหล้ า้ งถว้ ยชาม กวาดบา้ น ถูบา้ น

 คอยสังเกตอาการการกาํ เริบ ผปู้ ่ วยเริ่มสับสน เริ่มระแวง ไม่ยอมนอน พดู มากข้ึน แยกตวั เกบ็ ตวั เงียบ
 ช่วยลดความเครียดใหผ้ ปู้ ่ วย ความเครียดอาจเกิดจากภายในหรือภายนอกครอบครัวกไ็ ด้ ซ่ึงญาติจะช่วยลด

ความเครียดของผปู้ ่ วย
 ปรับเปลี่ยนความคาดหวงั ในตวั ผปู้ ่ วยใหเ้ หมาะสม โดยพยายามคน้ หาสิ่งท่ีผปู้ ่ วยสามารถทาํ ได้ และช่วยให้

ผปู้ ่ วยค่อย ปรับตวั ตาม พดู กบั ผปู้ ่ วยส้ัน ๆ ใหไ้ ดใ้ จความ ควรรักษาสญั ญาที่ใหก้ บั ผปู้ ่ วย
 หลีกเล่ียงการทะเลาะกบั ผปู้ ่ วย
 ลดความตึงเครียดของตวั ญาติเอง โดยหาเวลาส่วนตวั หรือพกั ผอ่ น
 คน้ หาจุดดีและสนบั สนุนแมจ้ ะเป็นจุดเลก็ ๆ ท่ีผปู้ ่ วยจะดีข้ึน ญาติอาจชมเชยและใหก้ าํ ลงั ใจ เช่น ผปู้ ่ วย

อาบน้าํ เอง ทกั ทายสวสั ดีกบั คนอ่ืน ๆ จุดเลก็ ๆ เหล่าน้ีจะรวมเป็นจุดใหญ่ใหผ้ ปู้ ่ วยมีอาการดีข้ึน
 อยา่ ลืมนดั และดูแลผปู้ ่ วยเรื่องการรับยา โรคจิตเภทตอ้ งการการรักษาอยา่ งสม่าํ เสมอและการกาํ เริบของ

โรคเกิดได้ ควรปรึกษาแพทยก์ ่อนท่ีจะหยดุ ยา และดูแลผปู้ ่ วยใหร้ ับประทานยาอยา่ งสม่าํ เสมอ

การปรับเปลย่ี นพฤติกรรมผู้ป่ วย

พฤตกิ รรมอะไรบ้างทเี่ ป็ นปัญหา
- ผปู้ ่ วยไม่รับประทานยา
- นอนไม่หลบั
- หงุดหงิดโมโหง่าย และกา้ วร้าว
- อยใู่ นโลกของตวั เอง ไม่เขา้ ใจในการใชช้ ีวิตร่วมกบั ผอู้ ่ืน เช่น เปิ ดวทิ ยเุ สียงตงั โดย
ไม่เกรงใจผอู้ ่ืนในเวลากลางคืน
- ไม่สนใจทาํ กิจวตั รประจาํ วนั ของตนเองเกียจคร้าน ไม่ยอมช่วยเหลือตนเอง
- ออกเที่ยวนอกบา้ น เดินเรื่อยเป่ื อย
- นอนหลบั เกือบท้งั วนั
- ตะโกนส่งเสียงตงั และพดู คาํ หยาบ
- ดูโทรทศั นเ์ กือบท้งั วนั
- รับประทานอาหารมูมมาม ฯลฯ

การปรับเปลยี่ นพฤติกรรมผู้ป่ วย

วธิ ีจัดการกบั พฤตกิ รรมทเี่ ป็ นปัญหาของผู้ป่ วย

ข้นั เร่ิมตน้ ในการจดั การกบั พฤติกรรมท่ีเป็นปัญหา
- ญาติทาํ ความเขา้ ใจและยอมรับพฤติกรรมของผปู้ ่ วยและควรหลีกเส่ียงการคดั คา้ น หรือยนื ยนั เม่ือเห็นวา่ เป็นไป
ไม่ได้
- รับฟังความคิดเห็นและความรู้สึกของผปู้ ่ วยดว้ ยความเขา้ ใจและเห็นใจ ใหค้ วามรักความอบอุ่นแก่ผปู้ ่ วยตาม
สมควร
- หลีกเลี่ยงการแสดงความโกรธ ความเกลียด ความรําคาญการรังเกียจผปู้ ่ วย ใหค้ วามสนใจพดู คุยกบั ผปู้ ่ วย ไม่ควร
จบั ผดิ หรือตาํ หนิติเตียนผปู้ ่ วยโดยไม่มีเหตุผล
- หลีกเส่ียงการแสดงอารมณ์โกรธในครอบครัว หรือทะเลาะวิวาทกนั ในครอบครัว เพราะเป็นการกระตุน้ พฤติกรรม
กา้ วร้าวของผปู้ ่ วย
- ญาติควรจะแสดงความห่วงใย ใหก้ ารดูแลและประคบั ประคองอยา่ งสม่าํ เสมอ
- ดูแลใหผ้ ปู้ ่ วยรับประทานยาตามคาํ แนะนาํ ของแพทยอ์ ยา่ งสม่าํ เสมอ
- พูดคุยกบั ผปู้ ่ วยใหช้ ดั และใชค้ าํ พูดที่เขา้ ใจง่ายท่ีสุดเท่าท่ีจะทาํ ได้ ไม่พูดขม่ ขใู่ หผ้ ปู้ ่ วยกลวั หรือแสดงอาการวติ ก
กงั วล
- ไม่ควรปฏิบตั ิต่อผปู้ ่ วย เหมือนกบั ผปู้ ่ วยช่วยตวั เองไม่ได้ ควรเนน้ ใหผ้ ปู้ ่ วยช่วยเหลือตวั เอง
- กล่าวชมผปู้ ่ วย เมื่อผปู้ ่ วยพยายามปรับปรุงตนเองใหด้ ีข้ึน

ผู้ป่ วยนอนไม่หลบั ญาตจิ ะทาํ อย่างไร

 ผปู้ ่ วยจะนอนไม่หลบั ผลุดลุก ผลุดนง่ั ลกุ เดินไปมาในหอ้ ง หรือนอนหลบั นอ้ ยกวา่ 2-3 ชวั่ โมง
ต่อคืน ทาํ ใหผ้ ปู้ ่ วยอ่อนเพลียในตอนกลางวนั ดูแลดงั น้ี

 ใหผ้ ปู้ ่ วยด่ืมน้าํ อุน่ ๆ หรือนมอุ่นๆ ก่อนนอน งดชาหรือกาแฟ
 ใหผ้ ปู้ ่ วยงีบในเวลากลางวนั ไดห้ ลงั อาหารกลางวนั แต่ไม่ควรเกิน 1 ชวั่ โมง
 ก่อนเขา้ นอนพาผปู้ ่ วยสวดมนต์ ไหวพ้ ระถา้ ผปู้ ่ วยอ่านหนงั สือใหอ้ า่ นหนงั สือธรรมะจนเบ่ือแลว้

ใหน้ อน
 นาํ ผปู้ ่ วยทาํ งานหรือทาํ กิจกรรมท่ีใชก้ าํ ลงั ในตอนกลางวนั เช่น ชุดดิน รดน้าํ ตน้ ไม้ ถางหญา้

เพอื่ ใหเ้ หน่ือยจะไดห้ ลบั ได้
 กาํ หนดใหผ้ ปู้ ่ วยเขา้ นอนตามเวลาที่เหมาะสมกบั สภาพผปู้ ่ วยหรือถูกกบั นิสัยการนอนของผปู้ ่ วย

เม่ือเขา้ นอนแลว้ 30 นาทียงั ไม่หลบั ญาติควรใหผ้ ปู้ ่ วยรับประทานยานอนหลบั ตามแพทยส์ ั่ง
 ถา้ ผปู้ ่ วยนอนไม่หลบั ติดต่อกนั 3 วนั ญาติควรพาผปู้ ่ วยไปปรึกษาแพทยท์ ่ีโรงพยาบาลใกลบ้ า้ น

หรือสถานีอนามยั ใกลบ้ า้ นหรือนาํ ไปพบแพทยท์ ี่โรงพยาบาลจิตเวช เพราะอาจเป็นอาการเดือน
ก่อนมีการกาํ เริบของโรคได้

ผู้ป่ วยหงุดหงดิ โมโหง่าย ก้าวร้าว ญาตจิ ะทาํ อย่างไร
- ญาติตอ้ งหลีกเลี่ยงการเผชิญหนา้ หลีกเล่ียงการโตแ้ ยง้
- พดู กบั ผปู้ ่ วยดว้ ยน้าํ เสียงและท่าทีท่ีมน่ั คงและนุ่มนวลไม่แสดงอารมณ์โกรธ
- เกบ็ ของใชท้ ี่แหลมคม หรือของที่จะเป็นอาวธุ ใหม้ ิดชิด
- ถา้ ผปู้ ่ วยตะโกนด่าส่งเสียงตงั ควรปล่อยใหผ้ ปู้ ่ วยไดร้ ะบายความกา้ วร้าวทางคาํ พดู ไป
สักพกั แลว้ จะสงบเอง อยา่ ไปหา้ มเพราะจะยง่ิ กระตุน้ ใหผ้ ปู้ ่ วยโกรธมากข้ึน แต่ควร
สอบถามความตอ้ งการของผปู้ ่ วยแทน เช่น " ตอ้ งการอะไรหรือ " " มีอะไรท่ีญาติจะช่วย
ไดบ้ า้ ง " แลว้ ญาติสนองตอบความตอ้ งการท่ีสามารถทาํ ได้ ถา้ ทาํ ไม่ไดใ้ หย้ นื ฟังสิ่งที่
ผปู้ ่ วยพดู อยา่ งสงบสักระยะหน่ึง ผปู้ ่ วยจะลดความหงุดหงิด กา้ วร้าวลง
- ถา้ ผปู้ ่ วยอาการรุนแรงมากข้ึน มีพฤติกรรมที่เป็นอนั ตรายต่อผอู้ ่ืน ตอ่ ส่ิงของหรือเป็น
อนั ตรายตอ่ ตวั ผปู้ ่ วยเองควรนาํ ผปู้ ่ วยส่งโรงพยาบาล

ผู้ป่ วยเกยี จคร้าน ไม่สนใจทาํ งาน หรือออกเทย่ี วนอกบ้าน ญาตจิ ะทาํ อย่างไร
- พดู คุยกบั ผปู้ ่ วยถึงการช่วยทาํ งานบา้ นเพื่อดูวา่ ผปู้ ่ วยทาํ อะไรไดบ้ า้ ง
- แจง้ กบั ผปู้ ่ วยเกี่ยวกบั งานบา้ นที่จะมอบหมายใหผ้ ปู้ ่ วยทาํ เช่น การกวาดบา้ น การเกบ็
ถว้ ยชามไปลา้ ง การชกั ผา้ การทาํ กบั ขา้ ว ฯสฯ
- บอกข้นั ตอนการทาํ งานแต่ละอยา่ งใหผ้ ปู้ ่ วยทราบ และลงมือทาํ งานน้นั เป็นเพื่อนกบั
ผปู้ ่ วย
- ขณะทาํ งานหมนั่ พดู คุย ชมเชยและใหก้ าํ ลงั ใจผปู้ ่ วย
- เม่ือผปู้ ่ วยทาํ คลอ่ งข้ึน ปล่อยใหผ้ ปู้ ่ วยทาํ ญาติคอยดูห่างๆจนสามารถปลอ่ ยใหท้ าํ เอง
- เรื่องความสะอาดส่วนตวั หรือกิจวตั รประจาํ วนั ของผปู้ ่ วยกเ็ ช่นกนั กระตุน้ ใหท้ าํ เป็น
ระยะๆ จนผปู้ ่ วยทาํ เองได้
- ญาติควรสอนใหผ้ ปู้ ่ วยทาํ งานและมอบหมายงานใหห้ รือหางานอดิเรกใหท้ าํ

ผู้ป่ วยนอนหลบั ตลอดวนั ดูโทรทศั น์เกือบท้งั วนั ญาติจะทาํ อย่างไร

 สอนงานใหผ้ ปู้ ่ วยและมอบหมายงานใหท้ าํ พดู คุยชมเชยใหก้ าํ ลงั ใจ
 ทาํ ความตกลงร่วมกนั ระหวา่ งญาติและผปู้ ่ วยในการออกกฎระเบียบของบา้ น และทุกคนปฏิบตั ิ

ตามน้นั แต่ตอ้ งเป็นกฎระเบียบท่ีผปู้ ่ วยสามารถปฏิบตั ิไดด้ ว้ ย และมีรางวลั เมื่อผปู้ ่ วยปฏิบตั ิ
รวมถึงมีขอ้ กาํ หนดเม่ือผปู้ ่ วยไม่ปฏิบตั ิ
 ผปู้ ่ วยมีพฤติกรรมแปลก ๆ พดู แปลก ๆ ญาติจะทาํ อยา่ งไร
 ผปู้ ่ วยบางคนพดู หรือหวั เราะคนเดียว พดู ซ้าํ ซาก ญาติควรปฏิบตั ิดงั น้ี
 ไม่แสดงความโกรธ ตาํ หนิ หรือดูด่าวา่ ผปู้ ่ วย
 หากมีอาการไม่บ่อย หรือไม่มาก อาจเพกิ เฉยไม่โตต้ อบ
 อาจแนะนาํ ใหผ้ ปู้ ่ วยแสดงพฤติกรรมดงั กล่าวขณะอยตู่ ามลาํ พงั เช่น ในหอ้ งนอน โดยอธิบายวา่
การแสดงพฤติกรรมน้นั ไม่เป็นผลดี

ผู้ป่ วยกบั การสูบบุหรี่หรือด่ืมสุรา

 การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และยาเสพติดทุกชนิดลว้ นมีผลต่อการรักษานอกจากทาํ ใหอ้ าการกาํ เริบ
ทาํ ลายฤทธ์ิของยารักษา และทาํ ใหโ้ รคหายชา้ แลว้ อาจเกิดอาการขา้ งเคียงจากสารเหล่าน้ี เช่น
อาการสน่ั เป็นการเพม่ิ ความไม่สบายเขา้ ไปอีก ญาติควรแนะนาํ ใหผ้ ปู้ ่ วยงดเวน้ บุหรี่ เหลา้ และ
ยาเสพยต์ ิดอ่ืนๆ โดย

 - เป็นกาํ ลงั ใจในการเลิก
 - ซกั ชวนใหผ้ ปู้ ่ วยทาํ กิจกรรมอื่นใหด้ ่ืมน้าํ มาก ๆ และหาของขบเค้ียวเมื่อตอ้ งการสูบบุหร่ี
 - พยายามใหผ้ ปู้ ่ วยออกกาํ ลงั กาย

ผู้ป่ วยกบั การประกอบอาชีพ
 ผปู้ ่ วยมีอาชีพทาํ อยแู่ ลว้

- ผปู้ ่ วยอาจประกอบอาชีพเตม็ ตามความเหมาะสม
- ญาติควรเป็นท่ีปรึกษาแก่ผปู้ ่ วย เช่น กรณีผปู้ ่ วยประสบปัญหาในการเรียน หรือ
การทาํ งาน
บางรายอาจปรับเปล่ียนงานตามความถนดั และความเหมาะสม
 ผปู้ ่ วยที่ยงั ไม่มีอาชีพแน่นอน หรือตอ้ งการเปลี่ยนอาชีพ
- พจิ ารณางานท่ีผปู้ ่ วยชอบหรือถนดั
- หลีกเลี่ยงงานท่ีก่อใหเ้ กิดความเครียดรุนแรงเพราะอาจก่อใหผ้ ปู้ ่ วยกลบั เป็นซ้าํ
- หลีกเล่ียงงานท่ีเส่ียงอนั ตราย เช่น งานเครื่องจกั รกล การปื นป่ ายท่ีสูง
- งานท่ีผปู้ ่ วยสามารถทาํ ดว้ ยตนเองหรือใชค้ วามรับผดิ ชอบไม่มาก เช่น
การทาํ สวน เล้ียงสตั ว์ คา้ ขาย งานอุตสาหกรรมในครอบครัว
(ทาํ ไมก้ วาด เยบ็ ผา้ หรืองานฝีมือ)

วธิ ีคลายเครียดสําหรับญาติ
 การดูแลสมาชิกในครอบครัวซ่ึงป่ วยเป็นโรคจิตเภทนบั เป็นการเพิ่มความเครียด

ใหแ้ ก่ญาติ ซ่ึงความเครียดท่ีมีมากและคงอยเู่ ป็นเวลานาน จะส่งผลเสียตอ่ ร่างกาย
และจิตใจ
 ผลเสียที่เกิดดา้ นร่างกาย เช่น ปวดศีรษะ นอนไม่หลบั ทอ้ งเสีย หรือทอ้ งผกู บ่อย ๆ
ปวดเมื่อยตามกลา้ มเน้ือ เช่น ปวดหลงั ปวดคอ เบ่ืออาหาร อ่อนเพลีย หายใจไม่อ่ิม
ตอ้ งถอนหายใจบ่อย ๆ มือเทา้ เยน็ เหงื่อออกตามมือตามเทา้
 ผลเสียท่ีเกิดดา้ นจิตใจ เช่น รู้สึกวติ กกงั วลมากข้ึน ไม่มีสมาธิในการทาํ งาน ฝันร้าย
เบื่อหน่ายอยา่ งบอกไม่ถูก หงุดหงิด โกรธง่าย ลืมง่าย
 ผลเสียที่เกิดดา้ นพฤติกรรม เช่น สูบบุหร่ีจดั ดื่มสุรามากข้ึน ตอ้ งใหย้ านอนหลบั ใช้
ยาเสพยต์ ิดชนิดต่าง ๆ ชอบปลีกตวั อยคู่ นเดียว ทาํ งานหรือเรียนแยล่ ง มีปัญหาชดั
แยง้ กบั ผอู้ ่ืนบ่อย ๆ

สิทธิและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล

สิทธิประโยชน์สําหรับคนพกิ าร
 คนพิการ ตาม พ.ร.บ.การฟ้ื นฟสู มรรถภาพคนพิการ พ.ศ.2354 หมายความวา่ คนที่มีความผดิ ปกติหรือบกพร่องทางร่างกาย

ทางสติปัญญาหรือจิตใจตามประเภทและหลกั เกณฑท์ ่ีกาํ หนดในกฎกระทรวง
 คนพิการท่ีมีสิทธิในระบบหลกั ประกนั สุขภาพถว้ นหนา้ หมายถึง คนพกิ ารที่กาํ หนดดาม พ.ร.บ.การฟ้ื นฟสู มรรถภาพคน

หพิกลกาั รปพระ.ศก.นั 2ส33ุข4ภหาพรืแอหคน่งชพากิ ตาิกราํทห่ีมนีคดวาแมลจะาํไเดป็ร้นับตกอ้ างรไลดงร้ ทับะกเบารียฟน้ื นโดฟยสู รมะรบรุสถิทภธาพิยอ่ทยี่มคีรนะพดบิกั าครวา(ทม.พ74ิก)ารในอยรใู่ะนบเบกหณลฑกั ท์ ปี่สราํะนกกันั งาน
สุขภาพถว้ นหนา้
สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ
สมรรถภาพคนคพนกิ พารกิ ดารา้ นที่ตจด่างทๆะเบรวียมนถแึงลกว้ ารจระับไดคร้าํ ับปสรึกมษุดาปแรนะจะาํนตาํ วั แคลนะพช่กิวยารเหเพลอื่ือนดาาํ้ ไนปตแา่ งสดๆงตวั ในการขอรับบริการฟ้ื นฟู
 1. บริการทางการแพทย์ เพอื่ แกไ้ ขความพิการ หรือปรับภาพความพิการ อุปกรณ์ เคร่ืองช่วยตา่ ง ๆ และคาํ แนะนาํ ปรึกษา
ทางการแพทย์ โดยไมเ่ สียคา่ ใชจ้ ่าย ติดตอ่ ขอรับบริการ ไดท้ ่ีสถานพยาบาลของรัฐทว่ั ประเทศ
 2. บริการทางการศึกษา การเขา้ เรียนในสถานศึกษาตา่ ง ๆ คาํ ปรึกษาแนะนาํ เก่ียวกบั การศึกษา ติดต่อขอรับบริการไดท้ ี่สาํ นกั
บริหารงานการศึกษาพิเศษ สาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน หรือศูนยก์ ารศึกษาพิเศษประจาํ จงั หวดั
 3. บริการทางอาชีพ จดั ฝึ กอาชีพและแนะนาํ การประกอบอาชีพและใหก้ ยู้ มื เงินทุนประกอบอาชีพ
 4. บริการทางสังคม ใหค้ าํ แนะนาํ ปรึกษา บริการช่วยเหลือเดก็ พิการและครอบครัวคนพกิ ารที่ฐานะยากจนและประสบ
ปัญหาทางเศรษฐกิจรวมถึงเบ้ียยงั ชีพคนพกิ าร ที่มีสภาพความพกิ ารมาก ไมส่ ามารถประกอบอาชีพไดแ้ ละมีฐานะยากจน


Click to View FlipBook Version