ตัตั ตั ว ตั วละครโขนรามเกีกียรติ์ติ์ ติ์ติ์ ฤาษีชนก นางสีดา ทศกัณ กั ฐ์ มณโฑ สหีสเดชะ
สารบับั บั ญ บั ญ ฤๅษีชนก_________________________________3-4 นางสีดา_________________________________5-6 ทศกัณ กั ฐ์_ฐ์________________________________7-9 นางมณโฑ________________________________10-12 สหัสเดชะ________________________________13-16
ฤๅษีษี ษีษีชนก
ประวัวั วั ติ วั ติ ติ ฤติ ฤๅษีษี ษีษีชนก พระฤๅษีองค์นี้เป็นกษัตริย์แห่งนครมิถิลา ก็คือ ท้าวชนก นั่นเอง ได้สละสมบัติออกมาบำ เพ็ญพรตอยู่ในป่าวันหนึ่ง เมื่อพระฤๅษีออกจากฌานแล้วก็ลงไปสรงน้ำ ในแม่น้ำ เห็นดอกบัวใหญ่ลอยน้ำ มาพระฤๅษีก็มีความสงสัยว่าดอกบัวอะไร ทำ ไมถุงใหญ่เช่นนั้น ด้วยไม่เคยมีและไม่เคยเห็นมาก่อนเลยจึงได้เก็บดอกบัวนั้นขึ้นมาจากน้ำ ก็เห็นผลบแก้วอยู่ในดอกบัว พระฤๅษีก็ยิ่งสงสัยมากขึ้น จึงเข้าฌานดูก็รู้ว่าในผอบนั้นมีเด็กหญิงที่มากด้วยบุญญาบารมีอยู่ในนั้นเมื่อพระฤๅษีรู้เช่นนั้น แล้วก็เปิดผอบแก้วนั้นออก แล้วจึงอฐิษฐานจิตให้นิ้วของท่านมีน้ำ นมไหลออกมา เพื่อจะได้ให้พระธิดาดื่มกิน เลี้ยงมาจน กระทั่งเห็นสมควรแล้วจึงนำ เอาพระธิดานั้นไป ฝากให้พระธรณีเลี้ยงเอาไว้ครั้นต่อมาเมื่อพระฤๅษีเบื่อจากการบำ เพ็ญคิด จะกลับพระนครก็ชักชวนบริวารของท่าน ไปขุดผอบแก้วที่ฝังเอาไว้แต่ถึงแม้จะใช้ความพยายามขุดกันสักเท่าใด ก็หาได้ พบผอบแก้วนั้นไม่ เล่นเอาพระฤๅษีถึงกับเหงื่อหยดจึงต้องทำ พิธีบวงสรวงขอจากเทพธิดาและพระธรณีแล้วให้คนสนิท เข้าไปในนครมิถิลาแล้วนำ เอาคันไถ ออกมาทำ การไถนาหาผอบแก้วต่อไป นี่แหละเป็นที่มาของคำ ว่าพระฤๅษีไถนา ใน ที่สุดก็ได้ผอบแก้วขึ้นมาจากใต้ดินตามความต้องการ พระฤๅษีจึงประทานนามให้ว่าสีดาแปลว่าได้ขึ้นมาจากรอยไถ แล้ว พระฤๅษีก็ลาเพศจากฤๅษีกลับเข้าไปครองนครมิถิลาเหมือนอย่างเดิม ในนามของท้าวชนก และสถาปนาสีดานั้น ให้เป็น ราชบุตรตรีบุญธรรม แล้วจึงเลี้ยงดูอย่างเป็นสุขตลอดไป
นางสีสี สีสีดา
ประวัวั วั ติ วั ติ ติ นติ นางสีสีสีสีดา นางสีดาคือ พระลักษมี พระมเหสีของพระนารายณ์ อวตารลงมาเกิดเพื่อเป็นคู่ครองของ พระราม ตามบัญชาของพระอิศวร นางสีดาเป็นพระธิดาของทศกัณฐ์ กับนางมณโฑ แต่เมื่อประสูติแล้ว พิเภกได้ทำ นายว่า นางเป็นกาลกิณีแก่พระบิดาและบ้านเมือง ทศกัณฐ์จึงสั่งให้นำ นางใส่ผอบลอยน้ำ ไป พระฤาษีชนกพบเข้า จึงเก็บไปเลี้ยงเป็นลูก หลังติดตามพระรามต้องออกเดินป่าถูกทศกัณฐ์ลักพาตัวไป กรุงลงกาด้วยหลงใหลในความงามของนางสีดา ปรากฏอยู่ยู่ ยู่ใ ยู่ ยู่ใ ยู่ นโขน ตอน สีสีสีสีดาลุลุ ลุ ย ลุ ยไฟ พระรามเมื่อเห็นนางสีดาก็ดีใจมาก ได้พูดกับนางสีดาว่าอยู่กับทศกัณฐ์มานาน ไม่มีใครรู้ว่านาง ยังบริสุทธิ์อยู่หรือไม่ นางสีดาจึงขอลุยไฟต่อหน้าพระรามและเหล่าเทวดาแสดงความบริสุทธิ์ พระราม ได้ให้สุครีพนำ เชื้อไฟมากองไว้หน้าพลับพลาต่อหน้าเหล่าเทวดาแล้วทรงแผลงศรเป็นไฟลุกขึ้นก่อนลุย ไฟนางสีดาตั้งสัตย์อธิษฐานว่า หากนางซื่อสัตย์ต่อสามีขออย่าให้มีความร้อน แล้วจึงลงไปมีดอกบัวบาน ผุดขึ้นรองรับทุกก้าว พระรามให้พิเภกไปครองลงกาต่อมานางมณโฑได้เป็นเมียพิเภกด้วยเมื่อปลงศพ ทศกัณฐ์แล้วได้ทูลเชิญพระราม พระลักษมณ์และนางสีดา เข้ามาพักยังลงกา
ทศกัณฐ์
ประวัวั วั ติ วั ติ ติ ทติ ทศกักัณฐ์ฐ์ หัวโขนทศกัณฐ์สีเขียว มีลักษณะเป็นหน้ายักษ์ 3 ชั้น โดยหน้าโขนรักหรือหน้าชั้นล่างเป็น หน้าใหญ่ เจาะตาด้านหลังมีหน้าเล็กเรียงกัน 3 หน้า ชั้นที่ 2 เป็นหน้ายักษ์เล็กเรียงกัน 4 ด้าน ชั้นที่ 3 เป็นหน้าพระหรือหน้าพรหมอยู่ด้านหน้าด้านหลังเป็นหน้ายักษ์ เนื่องจากทศ กัณฐ์เป็นอสูพรหมพงศ์ต้นวงสูทมาจากหน้าพระพรหม แสดงหน้ายักษ์ลักษณะปาก แสยะ เขี้ยวโง้ง นัยน์ตาโพลง จมูกกลมเชิดสวมมงกุฎยอดชัย ลัลั ลั ก ลั กษณะหัหั หั ว หั วโขน ทศกัณฐ์: กษัตริย์แห่งกรุงลงกา มีกายสีเขียว มี 10 พักตร์ 20 กร ทศกัณฐ์มี นิสัยเจ้าชู้ มีชายาและนางสนมมากมายแต่ถึงกระนั้นเมื่อรู้ว่านางสีดาเป็นหญิงที่มี ความงดงามมาก แม้นางจะมีพระสวามีอยู่แล้ว ก็ยังลักพาตัวไป จึงเป็นสาเหตุให้ต้อง ทำ ศึกกับพระราม
ครั้งเมื่อพิเภก ทำ นายฝันว่า ทศกัณฐ์จะแพ้สงครามและถูกฆ่าตายควรจะสะเดาะเคราะห์ เสียโดยคืน นางสีดา ไปให้แก่พระราม แต่ทศกัณฐ์โกรธจึงขับ พิเภก ออกไปเสียจากกรุงลงกาเมื่อ พิเภก ออกจากกรุงลงกาแล้วก็สมัครเข้าไปเป็นพวกพระราม ทศกัณฐ์คิดหาทางยุติศึกชิงตัว นางสีดา กับพระราม โดยคิดว่าถ้า พระราม เห็นว่านางสีดาตายไปแล้วก็คงจะยกทัพกลับไปเอง จึงวางแผนให้ นางเบญกายลูกสาวของพิเภก แปลงกายเป็นนางสีดา ทำ ตายลอยน้ำ ไปที่หน้า กองทัพพระราม เบญกายกลัวทศกัณฐ์ ก็จำ ใจยอม แต่ไม่รู้จะแปลงอย่างไรเพราะยังไม่เคยเห็น หน้าสีดา ทศกัณฐ์จึงให้ไปดูรูปโฉมนางสีดา ณ สวนขวัญ จนจำ ได้แล้วก็เหาะไปจนถึงเหมติรันบ บรพตแล้วแปลงกายเป็นนางสีดาเสียชีวิตลอยน้ำ ไปวนอยู่ที่หน้ากองทัพพระราม ปรากฏอยู่ยู่ ยู่ใ ยู่ ยู่ใ ยู่ นโขน ตอน นางลอย
มณโฑ
นางมณโฑ คือ พระมเหสีของทศกัณฐ์ มีชาติกำ เนิดเดิมเป็นกบ อาศัยอยู่ใกล้อาศรมของพระ ฤาษี ๔ ตน พระฤาษีมักจะให้ทานน้ำ นมนางกบอยู่เสมอ วันหนึ่ง นางกบเห็นนางนาคมาคายพิษ ใส่อ่างน้ำ นม เพื่อฆ่าพระฤาษีทั้ง ๔ นางจึงสละชีวิตกระโดดลงไปกินนมในอ่างจนตาย พระฤาษี ได้ชุบชีวิตนางให้ฟื้นขึ้นเพื่อถามเรื่องราว เมื่อทราบความจริงแล้ว จึงชุบนางกบให้เป็นมนุษย์ มี ความสวยงามมาก ตั้งชื่อให้ว่า มณโฑ (แปลว่ากบ) แล้วนำ นางไปถวายพระอุมาบนสวรรค์ ต่อ มาพระอิศวรประทานนางมณโฑให้แก่ทศกัณฐ์เป็นรางวัลตอบแทนที่ยกเขาไกรลาสให้ตั้งตรง เหมือนเดิมได้ แต่ถูกพาลีชิงนางไประหว่างทาง นางต้องเป็นภรรยาของพาลีจนตั้งครรภ์ พระ ฤาษีอังคตจึงสั่งให้คืนนางให้แก่ทศกัณฐ์โดยผ่าท้องนำ ทารกไปฝากไว้ในท้องแพะต่อมาจึงเกิด มาเป็นองคต ประวัวั วั ติ วั ติ ติ นติ นางมณโฑ
ปรากฏอยู่ยู่ ยู่ใ ยู่ ยู่ใ ยู่ นโขน ตอน นางมณโฑหุหุ หุ ง หุ งน้ำน้ำ น้ำน้ำ ทิทิ ทิ พทิ พย์ย์ ย์ย์ ทศกัณฐ์รู้ว่าทัพนาสูรตายก็เสียใจมาก ไปปรึกษานางมณโฑ นางมณโฑคิดถึงพิธีหุงน้ำ ทิพย์ที่พระอุมาเคยสอนไว้ หากใครกินน้ำ นี้จะไม่ตาย ทศกัณฐ์จึงให้นางมณโฑทำ พิธี ฝ่ายทศคีรีวันและทศคีรีธรลูกทศกัณฐ์กับนางช้างในป่า หิมพานต์ มาเยี่ยมทศกัณฐ์ในเวลาที่นางมณโฑทำ พิธีสัญชีพหุงน้ำ ทิพย์รู้เรื่องก็อาสาออกรบทั้งสองต้องศรพระลักษมณ์ ตาย ทศกัณฐ์จึงให้ฤทธิกาลรบหน่วงเวลาไว้ รอพิธีหุงน้ำ ทิพย์เสร็จ เมื่อครบกำ หนดเจ็ดวัน นางมณโฑทำ พิธีหุงน้ำ ทิพย์ สำ เร็จ ให้เสนานำ ไปมอบให้ทศกัณฐ์นำ ไปพรมบนร่างเหล่ายักษ์ที่ตาย ก็กลายเป็นปีศาจยักษ์ขึ้นมาต่อสู้ พระรามเกิดความ สงสัยทั้งสองต้องศรพระลักษมณ์ตาย ทศกัณฐ์จึงให้ฤทธิกาลรบหน่วงเวลาไว้ รอพิธีหุงน้ำ ทิพย์เสร็จ เมื่อครบกำ หนดเจ็ด วัน นางมณโฑทำ พิธีหุงน้ำ ทิพย์สำ เร็จ ให้เสนานำ ไปมอบให้ทศกัณฐ์นำ ไปพรมบนร่างเหล่ายักษ์ที่ตาย ก็กลายเป็นปีศาจ ยักษ์ขึ้นมาต่อสู้ พระรามเกิดความสงสัยพิเภกทูลว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะน้ำ ทิพย์ของนางมณโฑ แต่มีวิธีแก้คือ ระหว่างนาง ทำ พิธีห้ามร่วมหลับนอน ขอให้ส่งนายทหารผู้มีฤทธิ์ไปทำ ลายพิธี ระหว่างนี้ให้พระรามแผลงศรเป็นข่ายเพชรกั้นเหล่า ปีศาจไว้อย่าให้ออกมาสู้รบได้ พระรามได้ให้หนุมานพานิลนนท์กับชมพูพาน พาไพร่พลลิงไปทำ ลายพิธี หนุมานจึงแปลง เป็นทศกัณฐ์ นิลนนท์เป็นช้างทรงของทศกัณฐ์ชมพูพานเป็นการุณราชควาญท้ายเหล่าไพร่พลแปลงเป็นพลยักษ์ยกทัพ เข้าลงกา เมื่อถึงแล้วหนุมานแปลงทำ เป็นดีใจพานางมณโฑไปร่วมหลับนอนด้วยส่วนชมพูพานได้พาไพร่พลลิงไปทำ ลาย โรงพิธี
สหัหั หัสหั เดชะ
หน้ายักษ์สีขาว ทำ เป็นหน้า 4 ชั้น หรือ5ชั้น ชั้นแรกหน้าปกติ1 หน้า หน้าเล็ก ๆ 3 หน้า เรียง อยู่ตรงท้ายทอยชั้นที่ 2 3 4 ทำ เป็นหน้าเล็ก 4 หน้า ชั้นบนสุดทำ เป็น 2แบบ แบบหน้ายักษ์ แบบหน้า พรหม ปากแสยะตาโพลงสวมมงกุฎชัย ลัลั ลั ก ลั กษณะหัหั หั ว หั วโขน ประวัวั วั ติ วั ติ ติสติหัหั หัสหั เดชะ สหัสเดชะ (แปลว่า มีกำ ลังนับพัน) เป็นรากษสกายสีขาว เจ้าเมืองปางตาล มี 1000 หน้า 2000 มือ ร่างกายสูงใหญ่ดั่งเขาอัศกรรม มีกระบองวิเศษที่พระพรหมประทานให้มีฤทธิ์คือต้นชี้ตายปลายชี้เป็นและได้รับ พรเมื่อข้าศึกหรือศัตรูเห็นจงหนีหายไปด้วยความกลัว เมื่อพญามูลพลัมรู้ว่าทศกัณฐ์เพื่อนของตนกำ ลังรบกับ พระรามอยู่จึงคิดจะช่วยโดยชวนสหัสเดชะพี่ชายของตนไปออกรบด้วยกัน ภายหลังด้วยความชะล่าใจของตนจึง ถูกหนุมานใช้กลอุบายแปลงเป็นลิงน้อยหลอกเอากระบองวิเศษมาหักทิ้งและฆ่าสหัสเดชะตายในที่สุด สหัสเดชะ เป็นหนึ่งในยักษ์ทวารบาลสองตน ที่ยืนเฝ้าประตูทางเข้าพระอุโบสถวัดพระ ศรีรัตนศาสดารามและวัดอรุณราชวราราม[1]คู่กับทศกัณฐ์เพราะถือว่าเป็น ยักษ์ที่มีฤทธิ์มากดุจเดียวกับทศ กัณฐ์
ฝ่ายทศกัณฐ์คิดขึ้นได้ว่าควรจะให้มูลพลัม น้องชายของสหัสเดชะเจ้าเมืองปางตาลมาช่วยรบ จึง ให้เปาวนาสูรถือสาสน์ไป มูลพลัมและสหัสเดชะรู้เรื่อง มาช่วยรบ ขณะยกทัพออกจากเมื่องเกิด ลางร้าย ฟ้าผ่าถูกรถทรงทศกัณฐ์ มูลพลัมจึงให้ทศกัณฐ์กลับเข้าเมืองก่อน ส่วนตนและพี่ชายจะ ไปรบกับพระรามแทนพิเภกทูลพระรามว่ามูลพลัมและสหัสเดชะมีฤทธิ์มาก หนุมานคงสู้ไม่ได้ ให้พระรามออกไปรบเอง เมื่อพระราม และพระลักษมณ์คุมทัพออกไปรบ แต่ด้วยสหัสเดชะได้รับ พรพระพรหมว่า หากเข้าต่อสู้กับศัตรูใดศัตรูนั้นก็จะต้องเกรงกลัว ทำ ให้ไพร่พลลิงหนีไป พระรามจึงให้พระลักษมณ์ สุครีพหนุมาน และสิบแปดมงกุฎ กลับไปตามไพร่พลลิงมาส่วนสหัส เดชะเห็นแต่พระรามและพิเภก จึงคิดว่าศัตรูมีกำ ลังเท่านี้ ทำ ไมทศกัณฐ์จึงปราบ ไม่ได้ต้อง เดือดร้อนถึงตน แล้วมาลวงว่าเป็นศึกใหญ่ จึงกลับไปยังลงกาคงเหลือแต่มูลพลัม ปรากฏอยู่ยู่ ยู่ใ ยู่ ยู่ใ ยู่ นโขน ตอน ศึศึศึศึกมูมูล มู ล มู พลัลัม ลั ม ลั และสหัหั หัสหั เดชะ
ต่อมามูลพลัมต้องศรพลายวาตของพระลักษมณ์ตาย พิเภกทูกพระรามว่า หากสหัสเดชะรู้ว่า มูลพลัมตายคงยกทัพมาแก้แค้น และสหัสเดชะนั้นมีฤทธิ์ด้วยกระบองวิเศษ เอาโคนชี้ถูกใครจะตายเอา ปลายชี้จะกลับฟื้นขึ้น ควรให้หนุมานไปเอากระบองวิเศษมา หนุมานแปลงเป็นลิงเผือกตัวเล็ก ไปคอย ทัพสหัสเดชะ เมื่อเห็นทัพสหัสเดชะแล้วทำ เป็นวิ่งผ่าน สหัสเดชะโกรธแต่หนุมานบอกว่าตนเป็นข้ารับ ใช้พระยาพาลีที่เมืองขีดขิน ซึ่งถูกพระรามฆ่าตายแล้วเอาตนมาใช้สอยตรากตรำ ข่มเหงจึงหนีมา กลัว ถูกตามฆ่า จึงวิ่งผ่านหน้ามาสหัสเดชะเชื่อจึงให้มานั่งหน้ารถด้วยหนุมานขอไปนั่งหลังรถ แล้วร้องให้ บอกสหัสเดชะว่าตนคิดถึงญาติพี่น้องที่จะต้องมาตายสหัสเดชะจึงบอกไม่ให้ไพร่พลฆ่าญาติของหนุมาน ตามที่กล่าวมา จากนั้นหนุมานจึงขออาวุธไว้ต่อสู้สหัสเดชะจึงมอบกระบองไห้ไว้ เมื่อได้อาวุธแล้ว หนุมานได้กลายร่างเดิม สหัสเดชะรู้ว่าหลงกลก็โกรธ ประนามหนุมาน หนุมานจึงย้อนว่า "อันธรรมดา สงครามนั้นจะหาความสัตย์ได้ที่ไหน ใครมีอุบายเล่ห์กลก็จะนำ มาใช้เพื่อให้ได้ชัยชนะ " เข้าต่อสู้กับ หนุมาน แพ้ถูกหนุมานเอาหางมัดตัวไว้ต่อมาหนุมานใช้ตรีเพชรตัดหัวขาดตาย ปรากฏอยู่ยู่ ยู่ใ ยู่ ยู่ใ ยู่ นโขน ตอน ศึศึศึศึกมูมูล มู ล มู พลัลัม ลั ม ลั และสหัหั หัสหั เดชะ (ต่ต่ ต่ อ ต่ อ)
จัจั จั ด จั ดทำทำ ทำทำ โดย นางสาวโสริยา ศรีสวัสดิ์ รหัสนักศึกษา 644106111