ทกั ษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ
รหสั วิชา 30000-1101
ระดบั ชน้ั ปวส.
ผู้สอน ชะลอ สังขง์ าม
ตาแหน่ง ครู ชานาญการ
ทกั ษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน่วยที่ 2
รหสั วชิ า 30000-1101 หลกั การใชภ้ าษา
ระดบั ชน้ั ปวส. เชิงวิชาชีพ
ผู้สอน ชะลอ สังขง์ าม
ตาแหน่ง ครู ชานาญการ
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
1. ฟังเชิงวิชาชีพได้
2. ดเู ชิงวชิ าชีพได้
3. พดู เชิงวิชาชีพได้
4. อา่ นเชิงวิชาชีพได้
5. เขียนเชิงวชิ าชีพได้
การฟังเชิงวชิ าชีพ
ความหมายการฟัง
การฟัง
หมายถงึ การรบั รู้ การ
เขา้ ใจ จบั ประเดน็ และแปล
ความหมายจากเสียงท่ีเป็น
คาพดู สญั ญาณตา่ ง ๆ
ท่ีมนษุ ยใ์ ชใ้ นการส่ือสารได้
ถกู ตอ้ ง
การฟังเชิงวชิ าชีพ
ความสาคญั จุดประสงคก์ ารฟงั
1. เป็นทกั ษะพืน้ ฐานดา้ นอ่ืน ๆ เพ่ือ
2. ใชใ้ นชีวติ ประจาวนั มากท่ีสดุ 1. จบั ใจความโดยละเอยี ด
3. รบั รูเ้ พ่ือนาไปใชป้ ระโยขน์ 2. หาเหตผุ ลโตแ้ ยง้ หรอื คลอ้ ยตาม
4. เกิดความเพลิดเพลนิ 3. ความเพลดิ เพลนิ
5. ชว่ ยใหก้ ารพดู บรรลจุ ดุ มงุ่ หมาย 4. สง่ เสรมิ จินตนาการและความคดิ
6. เกิดความคิดสรา้ งสรรค์
สรา้ งสรรค์
7. เกิดความเขา้ ใจท่ีดีตอ่ กนั
8. ปฏิบตั งิ านไดถ้ กู ตอ้ ง
9. สงั คมพฒั นา เจรญิ กา้ วหนา้
การฟังเชิงวชิ าชีพ
ฟังอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ หลกั การฟัง
1.สรุปประเด็นได้ 1. การฟังถาม-ตอบ
2. วเิ คราะหส์ ารได้ 2. การฟังขอ้ มลู ขา่ วสาร
3. ประเมินคา่ สารได้ 3. การฟังส่งิ บนั เทิง
4. จดบนั ทกึ 4. การฟังสือ่ สารระหวา่ งบคุ คล
5. การฟังในกลมุ่
6. การฟังผา่ นส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส์
7. การฟังอยา่ งมีวิจารณญาณ
การดูเชิงวชิ าชีพ
ความหมายการดู
การดู หู ตา
เป็นกระบวนการทางานของสมอง สมอง
ซง่ึ มาจากส่งิ ทไี่ ดฟ้ ังและเหน็
จดจาและนามาตคี วาม จนเป็น
ผลใหเ้ กิดความรู้ ความเขา้ ใจ
การดเู ชงิ วชิ าชพี
ความสาคญั
การดู เป็นพนื้ ฐานของทกั ษะดา้ นอ่นื ๆ ชว่ ยใหไ้ ดร้ บั ความรู้ ความเขา้ ใจ
เพลิดเพลิน เกิดแนวคดิ นาไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ ประจาวนั ช่วยใหก้ ารฟังใหม้ ี
ประสิทธิภาพมากขนึ้ สง่ เสรมิ ทกั ษะความคดิ และการปฏิบตั งิ านไดถ้ ูกตอ้ ง
การดเู ชิงวชิ าชีพ
จดุ ประสงค์ การดใู หป้ ระสบ หลกั การดู
ความสาเรจ็
หวั ขอ้ ยดึ หลัก
1. ไมม่ ีอคตติ อ่ ผลงานและ 1. การดขู ้อมูล
เพอ่ื ผสู้ รา้ งงาน
1. ความบนั เทงิ 2. ศกึ ษาเร่อื งท่ีจะดใู หเ้ ขา้ ใจ ตอ้ งตีความใหต้ รงตามท่ี
2. วเิ คราะหข์ อ้ มลู 3. คน้ ควา้ หาความรูเ้ สมอ ๆ ผเู้ ขียนตอ้ งการนาเสนอ
3. ใชว้ ิจารญาณในการดู 4. ดอู ยา่ งมีวิจารณญาณ 2. การดูภาพ
5. สอบถามเม่ือไมเ่ ขา้ ใจ กาหนดวตั ถปุ ระสงค์
6. ดอู ยา่ งตงั้ ใจ ใชส้ มาธิ ใชว้ จิ ารญาณในการดู
การพดู เชงิ วชิ าชพี
การพดู เชงิ วชิ าชพี
จดุ ประสงค์ การพดู ใหป้ ระสบ หลกั การพดู
เพอื่ หวั ขอ้ ความสาเรจ็ ยดึ หลัก
1. ใหค้ วามรู้
1. สอนหรอื แจง้ ขา่ วใหท้ ราบ ควรปฏบิ ตั ิ 2. โนม้ นา้ วใจ
2. เกลยี้ กลอ่ ม จงู ใจ 1. มีจดุ มงุ่ หมาย 3. จรรโลงใจ
3. กระตนุ้ หรอื สรา้ งความ 2. ขอ้ มลู เช่ือถือ
ประทบั ใจ 3. บคุ ลกิ ดี นา้ เสียงนา่ ฟัง
4. เรยี กรอ้ งความสนใจ 4. มิจิตวทิ ยาในการพดู กระตนุ้
5. ความบนั เทงิ ความรูส้ กึ สรา้ งความ
ประทบั ใจ
5. มีปฏสิ มั พนั ธก์ บั ผฟู้ ัง
6. สรา้ งความไวว้ างใจแก่ผฟู้ ัง
การอ่านเชิงวชิ าชพี
ความหมายการอา่ น ตา
สมอง
การอ่าน
เป็นกระบวนการทางานของสมอง หู
ซง่ึ มาจากใชส้ ายตา มองเหน็ เป็น
รูปธรรมและรวมถงึ การไดย้ นิ เสยี ง
แลว้ แปลความหมายออกมา จน
เป็นผลใหเ้ กิดความรู้ ความเขา้ ใจ
การอ่านเชงิ วชิ าชีพ
ความสาคญั
การอา่ น เป็นเครอ่ื งมือสาคญั ของการศกึ ษา สง่ เสรมิ กระบวนการพฒั นา
ชีวติ เพ่ิมพนู ประสบการณ์ ความรู้ สติ ปัญญา และอานวยความสะดวกในการ
ดาเนินชีวติ
การอ่านเชิงวิชาชพี
จดุ ประสงค์ การอา่ น หลกั การอา่ น
ใหป้ ระสบผลสาเรจ็
1. หาความรู้ หวั ขอ้ ยดึ หลัก
1. เตรยี มการเบือ้ งตน้
2. หาคาตอบ ประสบการณ์ หรอื ภมู หิ ลงั 1. อา่ นเอาความ
3. ใหเ้ กิดความคดิ 2. อา่ นเอาเร่อื ง
4. การปฏบิ ตั งิ าน เร่อื งท่ีอา่ น 3. อา่ นเอารส
5. ความบนั เทิง ความสามารถทางภาษา 4. อา่ นเอาประโยชน์
ความสามารถในการคดิ 5. อา่ นจบั ใจความ
6. อา่ นวิเคราะห์
2. ศกึ ษาขอ้ มลู เก่ียวกบั หนงั สอื อา่ น 7. อา่ นวนิ ิจ
3. ลงมืออา่ น 8. อา่ นวิจารณ์
4. ตงั้ คาถาม ใคร ทาอะไร
ท่ีไหน เม่ือไร
การเขยี นเชงิ วิชาชพี
ความหมายการเขยี น
การเขียน
การท่ีมนษุ ยพ์ ยายามถา่ ยทอด
ความคดิ ขอ้ มูล ความรู้
ความรูส้ กึ เพอื่ ใหผ้ ูอ้ นื่ รบั รู้ โดย
อาศยั สญั ลกั ษณ์ ตวั หนงั สอื
หรอื ตวั อกั ษร เป็นสอื่ กลางทาให้
เกิดความเขา้ ใจ
การเขียนเชิงวิชาชีพ
ความสาคญั
เป็นเครอ่ื งมือท่ีใชใ้ นการสอ่ื สาร ซง่ึ การเขียนกบั การใชภ้ าษามคี วามสมั พนั ธก์ นั
อยา่ งมาก ผเู้ ขียนตอ้ งเรยี บเรยี งความคดิ เลือกถอ้ ยคา และประโยคท่ีจะเขียนเพ่ือให้
สามารถสือ่ ความหมายไดช้ ดั เจน
การเขยี นเชงิ วชิ าชีพ
จดุ ประสงค์ การเขียน หลกั การเขียน
ใหป้ ระสบผลสาเรจ็
หวั ขอ้ ตัวอยา่ งงานเขยี นในงาน
1. คณุ สมบตั เิ บือ้ งตน้ ของงาน อาชพี
1. สรา้ งอารมณแ์ ละความรูส้ กึ เขียน ตอ้ งเป็นเอกภาพ 1. เขียนบนั ทกึ ความรู้
2 ศกึ ษาตวั อยา่ งงานเขียน - ช่วยจา
2. สรา้ งความรูค้ วามเขา้ ใจ 3. ลกั ษณะของงานเขียน - เผยแพร่
3. เขียนเพ่ือใหเ้ ช่ือและยอมรบั 4. ขอ้ บกพรอ่ งในงานเขียน - อา้ งองิ
2. เขียนถาม ตอบ
- ขอ้ เทจ็ จรงิ
- แสดงความคิดเหน็
- นาเสนอ
แบบฝึ กหดั ท่ี 1
คาช้ีแจง (งานเด่ียว)
ใหน้ ักศึกษาทาแบบฝึกหดั ท่ี 1 โดยดาวน์โหลดเอกสารตามลิงคท์ ่ีแนบให้
กาหนดสง่ งานตามท่ีอาจารยผ์ ูส้ อนทาการตกลงแตล่ ะกลุม่ ผูเ้ รียน
https://drive.google.com/drive/folders/1yahu4HPQvxtJNhwI35ILH9iWEI97ldc5?usp=sharing
หรือเขา้ https://app.classstart.org/ เลือกวิชาทกั ษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ
แบบทดสอบ
คาช้ีแจง (งานเด่ียว)
ใหน้ ักศึกษาทาแบบทดสอบหน่วยท่ี 1 โดยสามารถเขา้ ลิงคต์ ามท่ีแนบให้
กาหนดสง่ งานตามท่ีอาจารยผ์ ูส้ อนทาการตกลงแตล่ ะกลุม่ ผูเ้ รียน
https://drive.google.com/drive/folders/1yahu4HPQvxtJNhwI35ILH9iWEI97ldc5?usp=sharing
หรือเขา้ https://app.classstart.org/ เลือกวิชาทกั ษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ