ใบความรู้เรื่องประวัตคิ วามเป็นมาและกติกากีฬาเทเบลิ เทนนสิ
เท่าทีม่ หี ลกั ฐานบันทึกพอให้ค้นควา้ ทำให้เราได้ทราบว่ากฬี าเทเบลิ เทนนิสไดเ้ ร่ิมข้นึ ท่ีประเทศอังกฤษ
ในปี ค.ศ. 1890 ในครั้งนั้น อุปกรณ์ที่ใช้เล่นประกอบด้วย ไม้ หนังสัตว์ ลักษณะคล้ายกับไม้เทนนิสใน
ปัจจบุ นั น้ี หากแตว่ า่ แทนทจ่ี ะขงึ ด้วยเส้นเอ็นก็ใช้แผ่นหนังสัตวห์ ุ้มไว้แทน ลูกทใ่ี ชต้ ีเปน็ ลูกเซลลูลอยด์ เวลาตี
กระทบถูกพื้นโต๊ะและไม้ก็เกิดเสียง “ปิก-ป๊อก” ดังนั้นกีฬานี้จึงถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งตามเสียงทีได้ยินว่า
“ปิงปอง” (PINGPONG) ตอ่ มาก็ได้มีการววิ ฒั นาการขึ้นโดยไมห้ นังสตั ว์ไดถ้ ูกเปลยี่ นเปน็ แผน่ ไม้แทน ซ่งึ ได้เล่น
แพรห่ ลายในกลุม่ ประเทศยโุ รปก่อน
วิธีการเลน่ ในสมยั ยุโรปตอนต้นน้ีเป็นการเล่นแบบยัน (BLOCKING) และแบบดันกด (PUSHING) ซ่ึง
ต่อมาได้พฒั นามาเป็นการเลน่ แบบ BLOCKING และ CROP การเลน่ ถกู ตัด ซึง่ วธิ นี ี้เองเป็นวิธีการเล่นท่ีส่วน
ใหญน่ ยิ มกนั มากในยุโรป และแพร่หลายมากในประเทศต่าง ๆ ท่ัวยโุ รป การจับไม้ก็มีการจบั ไมอ้ ยู่ 2 ลักษณะ
คือจับไม้แบบจับมือ (SHAKEHAND)ซึ่งเราเรียกกันว่า “จับแบบยุโรป” และการจับไม้แบบจับปากกา (PEN-
HOLDER) ซงึ่ เราเรียกกันว่า “จบั ไม้แบบจีน”นนั่ เอง
ในปี ค.ศ. 1900 เริ่มปรากฏว่า มีไม้ปิงปองที่ติดยางเม็ดเข้ามาใช้เล่นกัน ดังนั้นวิธีการเล่นแบบรุก
หรือแบบบุกโจมตี (ATTRACK หรอื OFFENSIVE) เรม่ิ มบี ทบาทมากยง่ิ ข้นึ และยคุ น้จี งึ เป็นยคุ ของนายวติ เตอร์
บาร์น่า (VICTOR BARNA) อย่างแท้จริง เป็นชาวฮังการีได้ตำแหน่งแชมเปี้ยนโลกประเภททีม รวม 7 คร้ัง
และประเภทชายเด่ียว 5 ครั้ง
ในปี ค.ศ. 1929-1935 ยกเว้นปี 1931 ที่ได้ตำแหน่งรองเท่านั้น ในยุคนี้อุปกรณ์การเล่น
โดยเฉพาะไม้มีลักษณะคลา้ ย ๆ กบั ไม้ในปจั จบุ นั นี้ วิธีการเลน่ ก็เช่นเดียวกนั คอื มีทัง้ การรกุ (ATTRACK) และ
การรับ EFENDIVE ทั้งด้าน FOREHAND และ BACKHAND การ จับไม้ก็คงการจับแบบ SHAKEHAND
เป็นหลัก ดังนั้นเมื่อส่วนใหญ่จับไม้แบบยุโรป แนวโน้มการจับไม้แบบ PENHOLDER ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปมี
น้อยมากในยโุ ป ในระยะน้ันถอื วา่ ยโุ รปเป็นศนู ย์รวมของกฬี าปงิ ปองอยา่ งแทจ้ ริง
ในปี ค.ศ. 1922 ได้มีบริษัทค้าเครื่องกีฬา ไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าว่า “PINGPONG”
ดว้ ยเหตุนก้ี ฬี าน้จี ึงเป็นช่อื มาเป็น “TABLE TENNIS” ไม่สามารถใชช้ อ่ื ท่เี ขาจดทะเบยี นได้ประการหนง่ึ และ
เพ่อื ไมใ่ ช่เป็นการโฆษณาสนิ ค้าอีกประการหนึ่ง และแลว้ ในปี ค.ศ. 1926 จงึ ไดม้ ีการประชุมก่อต้งั สหพันธ์เท
เบิลเทนนิสนานาชาติ (INTERNATIONAL TABLETENNIS FEDERATION : ITTF) ขึ้นที่กรุงลอนดอนในเดือน
ธันวาคม ค.ศ. 1926 ภายหลังจากการได้มีการปรึกษาหารือในขั้นต้นโดย DR. GEORG LEHMANN แห่ง
ประเทศเยอรมัน กรุงเบอร์ลิน เดือนมกราคม ค.ศ. 1926 ในปีนี้เองการแข่งขันเทเบลิ เทนนิสแหง่ โลกคร้งั ที่
1 ก็ได้เริ่มขึ้นพร้อมกับการก่อตั้งสหพันธ์ฯ โดยมีนายอีวอร์ มองตากู เป็นประธานคนแรก ในช่วงปี ค.ศ.
1940 นีย้ ังมีการเล่นและจับไมพ้ อจำแนกออกเป็น 3 ลักษณะดังนี้
1. การจบั ไม้ เปน็ การจบั แบบจับมอื
2. ไม้ต้องตดิ ยางเม็ด
3. วิธกี ารเล่นเปน็ วิธีพ้นื ฐาน คอื การรบั เปน็ ส่วนใหญ่ ยคุ น้ยี งั จัดไดว้ ่าเป็น “ยุคของยโุ รป” อกี เชน่ เคย
ในปี ค.ศ. 1950 จงึ เรม่ิ เป็นยคุ ของญ่ปี ุ่นซงึ่ แทจ้ รงิ มีลักษณะพิเศษประจำดงั นี้คือ
1. การตบลูกแม่นยำและหนักหนว่ ง
2. การใช้จังหวะเตน้ ของปลายเทา้
ในปี ค.ศ. 1952 ญี่ปุ่นได้เข้าร่วมการแข่งขันเทเบิลเทนนิสโลกเป็นครั้งแรก ที่กรุงบอมเบย์ ประเทศ
อินเดีย และต่อมาปี ค.ศ. 1953 สาธารณรัฐประชาชนจีน จึงได้เข้าร่วมการแข่งขันเป็นคร้ังแรกที่กรุง
บูคาเรสต์ ประเทศรูมาเนยี จงึ นบั ได้ว่ากฬี าปิงปองเป็นกีฬาระดบั โลกท่ีแท้จรงิ ปีน้นี นั่ เอง
ในยุคนี้ญี่ปุ่นใช้การจับไม้แบบจับปากกา ใช้วิธีการเล่นแบบรุกโจมตีอย่างหนักหน่วงและรุนแรง โดย
อาศัยอุปกรณเ์ ข้าชว่ ย เปน็ ยางเมด็ สอดไสด้ ้วยฟองน้ำเพมิ่ เติมจากยางชนิดเมด็ เดิมทใ่ี ช้กนั ท่วั โลก
การเล่นรุกของยุโรปใช้ความแม่นยำและช่วงตีวงสวิงสั้น ๆ เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้บ่า ข้อศอก และ
ข้อมือเท่านั้น ซึ่งเมื่อเปรยี บเทยี บกับญี่ปุ่นซึ่งใช้ปลายเท้าเป็นศูนย์กลางของการตีลูกแบบรุกเป็นการเลน่ แบบ
“รุกอย่างต่อเนื่อง” ซึ่งวิธีนี้สามารถเอาชนะวิธีการเล่นของยุโรปได้ การเล่นโจมตีแบบนี้เป็นที่เกรงกลัวของ
ชาวยุโรปมาก
เปรียบเสมือนการโจมตีแบบ “KAMIKAZE” (การบินโจมตีของฝูงบินหน่วยกล้าตายของญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นท่ี
กลา่ วขวัญในญ่ีปุ่นกนั ว่า การเลน่ แบบนเ้ี ปน็ การเล่นท่เี สี่ยงและ กลา้ เกินไปจนดูแลว้ รสู้ ึกว่าขาดความรอบคอบ
อย่มู าก แตญ่ ี่ป่นุ ก็เลน่ วธิ ีนไ้ี ด้ดี โดยอาศยั ความสุขมุ และ Foot work ทค่ี ลอ่ งแคลว่ จนสามารถครองตำแหน่ง
ชนะเลิศถึง 7 ครั้ง โดยมี 5 ครั้งติดต่อกัน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1953-1959 สำหรับในยุโรปนั้นยังจับไม้แบบ
SHAKEHAND และรับอยู่ จึงกล่าวได้ว่าในช่วงแรก ๆ ของปี ค.ศ. 1960 ยังคงเป็นจุดมืดของนักกีฬายโุ รปอยู่
นั่นเอง
ในปี ค.ศ. 1960 เริ่มเป็นยุคของจีน ซึ่งสามารถเอาชนะญี่ปุ่นได้โดยวิธีการเล่นที่โจมตีแบบรวดเร็ว
ผสมผสานกับการป้องกัน ในปี 1961 ได้จัดการแข่งขันเทเบิลเทนนิสชิงชนะเลิศ ครั้งที่ 26 ที่กรุงปักก่งิ
ประเทศจีน จนี เอาชนะญี่ปุ่น ทงั้ น้เี พราะญป่ี ่นุ ยงั ใช้นักกฬี าที่อายุมาก ส่วนจนี ไดใ้ ชน้ ักกฬี าทีห่ น่มุ สามารถเล่น
ไดอ้ ย่างรวดเร็วปานสายฟ้าทั้งรุกและรับ การจบั ไม้ก็เป็นการจับแบบปากกา โดยจีนชนะทง้ั ประเภทเด่ียวและ
ทีม 3 ครั้งติดต่อกัน ทั้งนี้เพราะจีนได้ทุ่มเทกบั การศึกษาการเล่นของญีป่ ุ่นทั้งภาพยนตร์ที่ไดบ้ ันทึกไว้และ
เอกสารต่างๆ โดยประยุกต์การเล่นของญี่ปุ่น เข้ากับการเล่นแบบสั้น ๆ แบบที่จีนถนัดกลายเป็นวิธีการเล่นท่ี
กลมกลนื ของจีนดงั ท่ีเราเห็นในปัจจุบัน ยโุ รปเร่ิมฟ้นื คืนชีพขน้ึ มาอีกครัง้ หน่ึง โดยนำวิธีการเลน่ ของชาวอินเดีย
มาปรับปรุง นำโดยนักกีฬาชาวสวีเดนและประเทศอื่น ๆ ซึ่งมีหัวก้าวหน้าไม่มัวแต่แต่คิดจะรักษาหน้าของ
ตัวเองว่าไม่เรียนแบบของชาติอื่นๆ ดังนั้นชายยุโรปจึงเริ่มชนะชายคู่ ในปี 1967 และ 1969 ซึ่งเป็น
นักกีฬาจากสวีเดน ในช่วงนั้นการเล่นแบบรุกยังไม่เป็นที่แพร่หลายทั้งนี้เพราะวิธีการเล่นแบบรับได้ฝังรากใน
ยุโรป จนมีการพูดกันว่านักกีฬายุโรปจะเรียนแบบการเล่นลูกยาวแบบญี่ปุ่นนั้นคงจะไม่มีทางสำเร็จแต่การที่
นักกีฬาของสวีเดนได้เปลี่ยนวิธีการเล่นแบบญี่ปุ่นได้มีผลสะท้อนต่อการเปลี่ยนแปลงของเยาวชนรุ่นหลังของ
ยโุ รปเป็นอย่างมาก และแลว้ ในปี 1970 จงึ เปน็ ปขี องการประจนั หนา้ ระหว่างผู้เลน่ ชาวยุโรปและผู้เล่นชาว
เอเชยี
ชว่ งระยะเวลาได้ผา่ นไปประมาณ 10 ปี ต้งั แต่ 1960-1970 นกั กีฬาของญป่ี นุ่ ไดแ้ กต่ วั ลงในขณะท่ี
นกั กีฬารุ่นใหม่ของยโุ รปได้เร่ิมฉายแสงเกง่ ขึน้ และสามารถคว้าตำแหน่ง ชนะเลิศชายเดี่ยวของโลกไปครองได้
สำเร็จในการแข่งขันเทเบลิ เทนนสิ เพ่ือความชนะเลิศแหง่ โลก ครงั้ ที่ 31 ณ กรงุ นาโกนา่ ในปี 1971 โดย
นกั เทเบิลเทนนิส ชาวสวเี ดน ช่ือ สเตลัง เบนค์สนั เปน็ ผู้เปดิ ศกั ราชใหก้ ับชาวยโุ รป ภายหลังจากที่นักกีฬา
ชาวยุโรปได้ตกอับไปถึง 18 ปี ในปี 1973 ทีมสวีเดนก็ไดค้ วา้ แชมป์โลกได้จึงทำให้ชาวยุโรปมีความมั่นใจ
ในวิธีการเล่นที่ตนได้ลอกเลียนแบบและปรังปรุงมา ดังนั้นนักกีฬาของยุโรปและนักกีฬาของเอเชีย จึงเป็น
คู่แข่งที่สำคัญ ในขณะท่ีนักกีฬาในกลุ่มชาติอาหรับและลาตินอเมริกา ก็เริ่มแรงขึ้นก้าวหน้ารวดเรว็ ขึน้ เริ่มมี
การให้ความร่วมมือช่วยเหลือทางด้านเทคนิคซึ่งกันและกัน การเล่นแบบตั้งรับ ซึ่งหมดยุคไปแล้วตั้งแต่ปี
1960 เร่ิมจะมบี ทบาทมากย่ิงข้ึนมาอีก โดยการใชค้ วามชำนาญในการเปลย่ี นหนา้ ไม้ในขณะเล่นลูก หน้าไม้
ซง่ึ ตดิ ด้วยยางปงิ ปอง ซึง่ มคี วามยาวของเมด็ ยางยาวกว่าปกติ การใชย้ าง ANTI – SPIเพือ่ พยายามเปล่ียนวิถี
การหมุนและทิศทางของลูกเข้าช่วย ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้นี้มีส่วนช่วยอย่างมาก ในขณะนี้กีฬาเทเบิลเทนนิสนับว่า
เป็นกีฬาที่แพร่หลายไปทั่วโลกมีวิธีการเล่นใหม่ ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งผู้เล่นเยาวชนต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็น
กำลังสำคัญในการพัฒนากีฬาเทเบิลเทนนสิ ต่อไป ในอนาคตได้อย่างไม่มีที่วันสิ้นสุดและขณะนี้กีฬานี้ก็ได้เป็น
กีฬาประเภทหนึ่งในกีฬาโอลิมปิก โดยเริ่มมีการแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกในปี 1988 ที่กรุงโซล ประเทศ
สาธารณรฐั เกาหลีเปน็ ครั้งแรก
กติกาการเลน่ กฬี าเทเบลิ เทนนิส
โต๊ะเทเบลิ เทนนสิ
1.1 พื้นหน้าด้านบนของโต๊ะเรียกว่า “พื้นผิวโต๊ะ” (PLAYING SURFACE) จะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มี
ความยาว 2.74 เมตร (9 ฟุต) ความกว้าง 1.525 เมตร (5 ฟุต) และจะต้องสูงได้ระดับ โดยวัดจากพื้นที่
ตั้งขึน้ มาถงึ พืน้ ทผ่ี วิ โตะ๊ สงู 76 เซนตเิ มตร (2 ฟตุ 6 นวิ้ )
1.2 พ้ืนผวิ โตะ๊ ไม่รวมถึงดา้ นข้างตามแนวตั้งทอ่ี ยตู่ ำ่ กว่าขอบบนสดุ ของโต๊ะลงมา
1.3 พื้นผิวโต๊ะอาจทำด้วยวัสดุใด ๆ ก็ได้ แต่จะต้องมีความกระดอนสม่ำเสมอเมื่อเอาลูกเทเบิลเทนนิส
มาตรฐานปล่อยลงในระยะสูง 30 เซนติเมตร โดยวัดจากพื้นผิวโต๊ะลูกจะกระดอนขึ้นมาประมาณ 23
เซนตเิ มตร
1.4 พื้นผิวโต๊ะจะตอ้ งเป็นสีเข้มสม่ำเสมอและเปน็ สดี ้าน ไม่สะทอ้ นแสง ขอบดา้ นบนของพ้ืนผวิ โตะ๊ ทงั้ 4
ด้าน จะทาด้วยสีขาว มีขนาดกว้าง 2 เซนติเมตร เส้นของพื้นผิวโต๊ะด้านยาว 2.74 เมตร ทั้งสองด้านเรียกวา่
“เส้นข้าง” (SIDE LINE) เส้นของพื้นผิวโต๊ะด้านกว้าง 1.525 เมตร ทั้งสองด้านเรียกว่า “เส้นสกัด” (END
LINE)
1.5 พืน้ ผิวโตะ๊ จะถูกแบ่งออกเป็นสองแดน (COURTS) เทา่ ๆ กนั กัน้ ด้วยตาข่ายซึ่งขึงต้ังฉากกับพื้นผิว
โตะ๊ และขนานกับเสน้ สกดั โดยตลอด
1.6 สำหรับประเภทคู่ ในแต่ละแดนจะถูกแบ่งออกเปน็ สองส่วนเท่า ๆ กัน ด้วยเส้นสขี าว มีขนาดกว้าง
3 มิลลิเมตร โดยขีดขนานกับเส้นข้าง เรียกว่า “เส้นกลาง” (CENTER LINE) และให้ถือว่าเส้นกลางนี้เป็นสว่ น
หนึ่งของคอร์ดดา้ นขวาของโตะ๊ ดว้ ย
1.7 ในการแข่งขันระดับมาตรฐานสากล โต๊ะเทเบิลเทนนิสที่ใช้สำหรบั การแข่งขันจะต้องเป็นยี่ห้อและ
ชนิดที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ (ITTF) เท่านั้น โดยโต๊ะเทเบิลเทนนิสจะมีสีเขียว
หรอื นำ้ เงนิ และในการแขง่ ขันจะตอ้ งระบสุ ขี องโต๊ะท่ีจะใช้แข่งขนั ลงในระเบียบการแขง่ ขันดว้ ยทกุ ครั้ง
ส่วนประกอบของตาข่าย
2.1 สว่ นประกอบของตาขา่ ยจะประกอบด้วย ตาขา่ ย ท่ีแขวนและเสาตัง้ รวมไปถึงทจ่ี ับยึดกบั โต๊ะเทเบิล
เทนนสิ
2.2 ตาข่ายจะต้องขึงตึงและยึดด้วยเชือกซึ่งผูกติดปลายยอดเสาซึ่งตั้งตรงสูงจากพื้นผิวโต๊ะ 15.25
เซนตเิ มตร
2.3 ส่วนบนสดุ ของตาข่าย ตลอดแนวยาวจะต้องสูงจากพ้ืนผิวโตะ๊ 15.25 เซนติเมตร
2.4 ส่วนล่างสุดของตาข่ายตลอดแนวยาวจะต้องอยูช่ ดิ กับพืน้ ผิวโต๊ะให้มากทส่ี ุดเท่าท่ีเป็นไปได้ และส่วน
ปลายสุดของตาขา่ ยทั้งสองดา้ นจะตอ้ งอยูช่ ดิ กบั เสาใหม้ ากทีส่ ดุ เท่าท่เี ปน็ ไปได้
2.5 ในการแข่งขันระดับมาตรฐานสากล ตาข่ายที่ใช้สำหรับแข่งขันจะต้องเปน็ ย่ีห้อและชนิดที่ได้รับการ
รบั รองจากสหพันธ์เทเบลิ เทนนสิ นานาชาติ (ITTF) เทา่ นน้ั
ลูกเทเบลิ เทนนสิ
3.1 ลูกเทเบิลเทนนสิ จะต้องกลมและมเี ส้นผ่าศูนย์กลาง 40 มลิ ลิเมตร
3.2 ลูกเทเบิลเทนนสิ จะตอ้ งมีน้ำหนกั 2.7 กรัม
3.3 ลูกเทเบิลเทนนิส จะต้องทำด้วยเซลลูลอยด์หรือวัสดุพลาสติกอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน มีสีขาว หรือสี
ส้ม และเป็นสีด้าน
3.4 ลูกเทเบิลเทนนิสจะต้องเป็นยี่ห้อและชนิดที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์เบิลเทนนิสนานาชาติ
(ITTF) เทา่ นัน้ และจะต้องระบุสีของลกู ท่ีใชแ้ ข่งขันลงในระเบียบการแขง่ ขันทุกครั้ง
ไม้เทเบลิ เทนนสิ
4.1 ไมเ้ ทเบิลเทนนสิ จะมีรปู ร่าง ขนาด หรอื นำ้ หนกั อย่างไรกไ็ ด้ แตห่ นา้ ไม้จะต้องแบนเรียบและแข็ง
4.2 อยา่ งนอ้ ยทีส่ ุด 85 % ของความหนาของไม้ จะต้องทำด้วยไมธ้ รรมชาติ ชนั้ ทอี่ ดั อยู่ติดภายในหน้า
ไม้ ซึ่งทำด้วยวัสดุอื่นใด เช่น คาร์บอนไฟเบอร์ กลาสไฟเบอร์ หรือกระดาษอัดจะต้องมีความหนาไม่เกิน 7.5
% ของความหนาท้ังหมดของไม้ หรอื ไม่เกนิ 0.35 มลิ ลิเมตร สดุ แทแ้ ตก่ รณีใดจะมีค่านอ้ ยกวา่
4.3 หนา้ ไมเ้ ทเบลิ เทนนิสด้านท่ีใช้ตีลกู จะต้องมีวสั ดปุ ิดทับวัสดุนั้นจะเป็นแผ่นยางเม็ดธรรมดา แผ่นยาง
ชนิดนี้ เมื่อปิดทับหน้าไม้และรวมกับกาวแล้วจะต้องมีความหนาทั้งสิ้นไม่เกิน 2 มิลลิเมตร หรือแผ่นยางชนิด
สอดไส้ แผน่ ยางชนิดนเ้ี ม่ือปิดทับหนา้ ไม้และรวมกบั กาวแลว้ จะต้องมีความหนาทัง้ สิน้ ไม่เกิน 4 มลิ ลิเมตร ท้ังนี้
ความสูงของเมด็ ยางจะเท่ากบั ความกวา้ งของเม็ดยางในอตั ราส่วน 1: 1
4.3.1 แผ่นยางเม็ดธรรมดา (ORDINARY PIMPLED RUBBER) จะต้องเป็นแผ่นยางชิ้นเดียวและไม่มีฟองนี้
รองรับโดยหันเอาเม็ดยางออกมาด้านนอก จะทำด้วยยางธรรมชาติหรือยางสังเคราะห์ มีเม็ดยางกระจายอยู่
อยา่ งสม่ำเสมอไมน่ ้อยกวา่ 10 เม็ดต่อ 1 ตารางเซนตเิ มตร และไมม่ ากกวา่ 30 เม็ดตอ่ 1 ตารางเซนตเิ มตร
4.3.2 แผ่นยางชนิดสอดไส้ (SANDWICH RUBBER) ประกอบด้วยฟองน้ำชนิดเดียวปิดคลุมด้วยแผ่นยาง
ธรรมดาชิ้นเดียว โดยจะหันเอาเม็ดยางอยู่ด้านในหรืออยู่ด้านนอกก็ได้ ซึ่งความหนาของแผ่นยางธรรมดาน้ี
จะต้องมคี วามหนาไมเ่ กิน 2 มลิ ลเิ มตร
4.4 วัสดุปิดทับหนา้ ไม้จะต้องปิดทับคลุมหน้าไม้ด้านนั้น ๆ และจะต้องไม่เกินขอบน้าไม้ออกไป ยกเว้น
ส่วนที่ใกลก้ บั ด้ามจบั ทสี่ ุดและทีว่ างน้ิวอาจจะห้มุ หรือไมห่ มุ้ ด้วยวสั ดุใด ๆ กไ็ ด้
4.5 หน้าไม้เทเบิลเทนนิส ชั้นภายในหน้าไม้ และชั้นของวัสดุปิดทับต่าง ๆ หรือกาว จะต้องสม่ำเสมอ
และมีความหนาเท่ากันตลอด
4.6 หนา้ ไมเ้ ทเบลิ เทนนิส ดา้ นหน่ึงจะตอ้ งเปน็ สแี ดงสวา่ ง (BRIGHT RED) และอีกดา้ นหนึ่งจะต้องเป็นสี
ดำ (BLACK) และจะต้องมสี ีกลมกลืนอยา่ งสม่ำเสมอไม่สะท้อนแสง
4.7 วัสดุที่ปิดทับหน้าไม้สำหรับตีลกู เทเบิลเทนนิสจะต้องมีเครือ่ งหมายการค้าของ บริษัท ผู้ผลิต ยี่ห้อ
รุ่น และเครื่องหมาย ITTF แสดงไว้อย่างชัดเจนใกล้กับขอบของหน้าไม้ โดยจะต้องเป็นชื่อ ยี่ห้อและชนิด
(BRAND AND TYPE) ทไี่ ดร้ บั การรับรองจากสหพนั ธเ์ ทเบิลเทนนสิ นานาชาติ (ITTF) ครง้ั หลงั สุดเทา่ น้นั
4.8 สำหรับกาวที่มีส่วนประกอบของสารที่เป็นพิษ จะไม่อนุญาตให้ใช้ทาลงบนหน้าไม้เทเบิลเทนนิส ผู้
เล่นจะต้องใช้กาวแผ่นสำเร็จรูปหรือกาวทีไ่ ด้รับการรับรองจากสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ (ITTF) เท่านั้น
และห้ามใชก้ าวในการติดยางกับไม้เทเบิลเทนนสิ ในบรเิ วณสนามแข่งขนั
4.9 การเปล่ียนแปลงเล็กนอ้ ยของความสม่ำเสมอของผวิ หน้าไม้หรือวัสดุปดิ ทับ หรือความไม่สม่ำเสมอ
ของสีหรือขนาดเนื่องจากการเสยี หายจากอุบัติเหตุ การใช้งานหรือสีจางอาจจะอนุญาตให้ใช้ได้ โดยเงื่อนไขว่า
เหตุเหลา่ นนั้ ไม่ได้เปลีย่ นแปลงอยา่ งสำคญั ตอ่ คณุ ลักษณะของผวิ หนา้ ไม้ หรอื วสั ดุปดิ ทับ
4.10 เมื่อเริ่มการแข่งขัน และเมื่อใดก็ตามที่ผู้เล่นเปลี่ยนไม้เทเบิลเทนนิสระหว่างการแข่งขัน ผู้เล่น
จะตอ้ งแสดงไม้เทเบิลเทนนิสทเ่ี ขาเปลย่ี นให้กับคู่แขง่ ขนั และกรรมการผ้ตู ดั สินตรวจสอบก่อนทุกคร้ัง
4.11 เปน็ ความรับผดิ ชอบของผเู้ ลน่ ทจ่ี ะต้องม่นั ใจวา่ ไม้เทเบลิ เทนนิสนน้ั ถกู ตอ้ งตามกตกิ า
4.12 ในกรณีทม่ี ีปญั หาเกีย่ วกับอปุ กรณก์ ารเล่น ให้อยใู่ นดุลยพนิ ิจของผ้ชู ขี้ าด
คำจำกดั ความ (DEFINITIONS)
5.1 การตโี ต้ (RALLY) หมายถงึ ระยะเวลาท่ลี กู อย่ใู นการเลน่
5.2 ลกู อย่ใู นการเล่น (INPLAY) หมายถงึ เมอ่ื ลกู เทเบิลเทนนสิ ได้หยุดน่ิงบนฝ่ามืออสิ ระก่อนการส่งลูกใน
จังหวะสดุ ท้ายจนกระทงั่ ลูกนนั้ ถกู ส่ังให้เปน็ เลท หรอื ไดค้ ะแนน
5.3 การสง่ ใหม่ (LET) หมายถึง การตีโตท้ ี่ไมม่ ีผลได้คะแนน
5.4 การไดค้ ะแนน (POINT) หมายถึง การตีโตท้ ม่ี ีผลได้คะแนน
5.5 มอื ที่ถือไม้ (RACKET HAND) หมายถึง มอื ในขณะทถี่ ือไมเ้ ทเบิลเทนนสิ
5.6 มอื อสิ ระ (FREE HAND) หมายถงึ มือในขณะที่ไม่ได้ถอื ไม้เทเบลิ เทนนิส
5.7 การตีลูก (STRIKES) หมายถึง การที่ผู้เล่นสัมผัสลูกด้วยไม้เทเบิลเทนนิสขณะที่ถืออยู่ หรือสัมผัสลูก
ด้วยมอื ท่ีถอื ไมเ้ ทเบลิ เทนนสิ ตัง้ แต่ขอ้ มือลงไป
5.8 การขวางลูก (OBSTRUCTS) หมายถึง ขณะที่ลูกอยู่อยู่ในการเล่น หลังจากที่ฝ่ายตรงข้ามตีลูกมา
โดยลูกน้ันยังไม่ได้กระทบแดนของอีกฝ่ายหน่งึ หละยงั ไม่พน้ เสน้ สกัด ปรากฏวา่ ผเู้ ล่นหรือสงิ่ ใด ๆ ท่ีเขาสวมใส่
หรือถืออยู่สมั ผสั ถกู ลูก ขณะลกู นัน้ อยเู่ หนือระดับพื้นผิวโต๊ะ หรือลูกนน้ั มีทศิ ทางวงิ่ เหขา้ หาพนื้ ผวิ โตะ๊
5.9 ผ้สู ง่ (SERVER) หมายถงึ ผทู้ ี่ตลี ูกเทเบิลเทนนิสเปน็ คร้งั แรกในการตโี ต้
5.10 ผรู้ ับ (RECEIV) หมายถงึ ผูท้ ี่ตีลกู เทเบิลเทนนสิ เปน็ ครงั้ ท่ีสองในการตีโต้
5.11 ผตู้ ัดสิน (UMPIRE) หมายถงึ ผู้ที่ถูกแตง่ ต้ังข้นึ เพ่ือควบคมุ การแข่งขัน
5.12 ผชู้ ่วยตดั สิน (ASSISTANT UMPIRE) หมายถึง ผู้ทถี่ กู แตง่ ตงั้ ข้นึ เพอื่ ช่วยผู้ตัดสินในการแขง่ ขัน
5.13 สิ่งใด ๆ ที่ผู้เล่นสวมใส่หรือถืออยู่ หมายรวมถึง สิ่งใด ๆ ก็ตามที่ผู้เล่นสวมใส่หรือถืออยู่ตั้งแต่เร่ิม
การตีโต้
5.14 ลูกเทเบิลเทนนสิ จะถูกพิจารณาวา่ ผ่านตาข่าย ถ้าขา้ มผา่ นหรืออ้อม หรือลอดส่วนประกอบของตา
ขา่ ย ยกเวน้ ลกู ทล่ี อดระหวา่ งตาข่ายกับพน้ื ผิวโต๊ะ หรือลกู ทลี่ อดระหวา่ งตาข่ายกับอปุ กรณท์ ี่ยึดตาขา่ ย
5.15 เส้นสกัด (END LINE) หมายรวมถงึ เสน้ สมมติท่ลี ากต่อออกไปจากเสน้ สกัดทัง้ สองด้านดว้ ย
การสง่ ลกู ท่ถี ูกตอ้ ง (A GOOD SERVICE)
6.1 เมอื่ เริ่มสง่ ลูกเทเบลิ เทนนิสต้องวางเป็นอสิ ระอยู่บนฝ่ามอื อสิ ระ โดยแบฝา่ มอื ออกและลูกจะตอ้ งอยนู่ ่ิง
6.2 ในการส่ง ผูส้ ่งจะตอ้ งโยนลกู ขน้ึ ข้างบนดว้ ยมือให้ลูกลอยข้ึนข้างบนใกล้เคียงกบั เส้นต้ังฉาก และให้สูง
จากจุดที่ลูกออกจากฝ่ามือไม่น้อยกว่า 16 เซนติเมตร โดยลูกที่โยนขึ้นไปนั้นจะต้องไม่เป็นลูกที่ถูกทำให้หมุน
ดว้ ยความตัง้ ใจ
6.3 ผสู้ ่ง จะตลี ูกได้ในขณะที่ลูกเทเบลิ เทนนิสไดล้ ดระดับจากจดุ สูงสุดแลว้ เพ่ือใหล้ ูกกระทบแดนของผู้ส่ง
ก่อน แล้วขา้ มหรอื อ้อมตาขา่ ยไปกระทบแดนของฝ่ายรับ สำหรับประเภทคู่ ลกู เทเบลิ เทนนิสจะต้องกระทบครึ่ง
แดนขวาของผสู้ ่งก่อน แลว้ ขา้ มหรือออ้ มตาข่ายไปกระทบครงึ่ แดนขวาของฝา่ ยรับ
6.4 ตั้งแต่เริ่มส่งลูกจนหระทั่งลูกถูกตี ลูกเทบิลเทนนิสจะต้องอยู่เหนือระดับพื้นผิวโต๊ะ และอยู่หลังเส้น
สกัด และจะต้องไม่ให้ถูกส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย หรือเสื้อผ้าของผู้ส่ง หรือคู่เล่นในประเภทคู่ บังการ
มองเห็นของผู้รับ ขณะที่ลูกเทเบิลเทนนิสถูกโยนขึ้น มืออิสระของผู้ส่งจะต้องเคลื่อนออกจากบริเวณพื้นที่
ระหว่างลำตัวผู้ส่งและตาข่าย (NET) (วัตถุประสงค์ของกติกาข้อนี้ ต้องการให้ผู้รับเห็นลูกเทเบิลเทนนิส
ตลอดเวลา ท้งั น้ผี สู้ ่งหรอื คู่ของผู้ส่งจะต้องไม่แสดงทา่ ทางทีจ่ ะต้องการบงั การมองเหน็ ของผ้รู ับตลอดเวลาตั้งแต่
ลูกออกจากมอื ของผสู้ ง่ และเห็นถึงหน้าไมด้ ้านที่ใช้ตีลูก)
6.5 เป็นความรับผดิ ชอบของผู้เล่นที่จะต้องส่งให้ผู้ตดั สนิ หรือผูช้ ว่ ยผู้ตัดสินเห็น และตรวจสอบถึงการส่ง
นั้นว่าถกู ตอ้ งตามกติกาหรอื ไม่
6.5.1 ถ้าผู้ตัดสินสงสัยในลักษณะการส่ง ว่าผู้ส่งได้ส่งลูกถูกตามกติกาในโอกาสแตกของแมทช์
เดียวกันนั้น จะแจ้งให้ส่งลูกใหม่ และเตือนผสู้ ง่ โดยยงั ไม่ตดั คะแนน
6.5.2 สำหรบั ในครัง้ ต่อไปในแมทชเ์ ดยี วกนั น้นั หากผู้เลน่ หรอื คเู่ ลน่ ยงั คงสง่ ใหเ้ ปน็ ขอ้ สงสยั ในทำนอง
เดียวกัน หรือในลักษณะนา่ สงสยั อืน่ ๆ ผ้รู บั จะไดค้ ะแนนทนั ที
6.5.3 หากผสู้ ง่ ได้สง่ ลกู ผิดกติกาอย่างชดั เจน ผูส้ ่งจะเสียคะแนนทันที
6.6 ผู้ส่งอาจได้รับการอนุโลมได้บ้าง หากผู้ส่งคนนั้นแจ้งให้ผู้ตัดสินทราบถึงการหย่อนสมรรถภาพทาง
ร่างกาย จนเป็นเหตุใหไ้ ม่สามารถสง่ ไดถ้ ูกตอ้ งตามกติกา ทั้งนตี้ อ้ งแจ้งใหผ้ ้ตู ดั สนิ ทราบก่อนการแข่งขนั ทุกครง้ั
การรบั ลกู ท่ถี ูกต้อง (A GOOD RETURN)
7.1 เมอื่ ลูกเทเบลิ เทนนิสได้ถูกส่งหรือตีโต้ไปตกลงในแดนตรงข้ามอยา่ งถูกต้องแล้ว ฝ่ายรับตีลูกข้ามหรือ
อ้อมตาข่ายกลับไป เพื่อให้ลูกกระทบแดนของอีกฝ่ายหนึ่งโดยตรง หรือสัมผัสส่วนใดส่วนหนึ่งของตาข่ายแล้ว
ตกลงในแดนของฝา่ ยตรงข้าม
ลำดับการเลน่ (THE ORDER OF PLAY)
8.1 ประเภทเดี่ยว ฝ่ายส่งได้ส่งอย่างถูกต้อง ฝ่ายรับจะตีโต้กลับไปอย่างถูกต้องหลังจากนั้นฝ่ายส่งและ
ฝา่ ยรับจะผลดั กันตีโต้
8.2 ประเภทคู่ ผู้ส่งลกู ของฝ่ายสง่ จะสง่ ลกู ไปยังฝ่ายรบั ผรู้ ับของฝ่ายรับจะต้อตลี ูกกลับ แล้วคขู่ องฝ่ายส่ง
จะตีลกู กลบั ไป จากนั้นคูข่ องฝา่ ยรับกจ็ ะตลี ูกกลับไปเช่นนสี้ ลบั กนั ไปในการตีโต้
สนามเทเบิลเทนนสิ