The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

OIT - โรงเรียนอนุบาลภูเก็ต

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อนุบาลภูเก็ต Abpk, 2020-09-10 07:03:53

OIT - โรงเรียนอนุบาลภูเก็ต

OIT - โรงเรียนอนุบาลภูเก็ต

แบบสรปุ ผลการดาเนนิ การจดั ซื้อจัดจา้ งในรอบเดอื น กรกฎาคม 2563
โรงเรยี นอนบุ าลภเู ก็ต





ขอบขา่ ยงานกลมุ่ บริหารงานบคุ คล

การบรหิ ารงานบคุ คล

การบริหารงานบุคคลโรงเรียนอนุบาลภูเก็ต เป็นภารกิจสำคัญที่มุ่งส่งเสริมให้โรงเรียน
สามารถปฏิบัติงานเพ่ือตอบสนองภารกิจของโรงเรียน เพ่ีอดำเนินการด้านการบริหารงานบุคคล
ให้ เกิดความคล่องตัว อิสระภายใต้กฎหมาย ระเบียบ เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลข้าราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษาได้รบั การพฒั นา มีความรู้ ความสามารถ มีขวัญกำลังใจ ได้รับการยกย่อง
เชิดชูเกียรติมีความม่ันคงและก้าวหน้าในวิชาชีพ ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ
ผเู้ รยี นเป็นสำคญั

วัตถุประสงค์
1. เพอ่ื ใหก้ ารดำเนินงานดา้ นการบรหิ ารงานบุคคลถกู ตอ้ ง รวดเร็วเปน็ ไปตามหลักธรรมาภบิ าล
2. เพ่ือส่งเสริมบคุ ลากรใหม้ ีความรคู้ วามสามารถและมีจติ สำนกึ ในการปฏิบัติภารกิจทร่ี ับผิดชอบให้
เกดิ ผลสำเร็จตามหลกั การบรหิ ารแบบมุ่งผลสมั ฤทธิ์
3. เพือ่ สง่ เสรมิ ให้ครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาปฏิบตั ิงานเต็มตามศกั ยภาพโดยยดึ มน่ั ใน ระเบยี บวินัย
จรรยาบรรณ อยา่ งมมี าตรฐานแห่งวิชาชีพ
4. เพื่อให้ครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาที่ปฏิบตั ิงานได้ตามมาตรฐานวิชาชีพไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชู
เกยี รติ มีความมน่ั คงและความกา้ วหนา้ ในวชิ าชพี ซง่ึ จะสง่ ผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ
ผ้เู รียนเปน็ สำคัญ
5. เพื่อเป็นการวางแผนปฏิบตั งิ าน การควบคุม กำกบั ดแู ลเกีย่ วกับฝา่ ยบริหารงานบุคคล

ความหมายและความสำคัญของงานบุคลากร

การบริหารบุคลากร เป็นกระบวนการเกยี่ วกบั บคุ คล เพ่ือให้ไดม้ าซง่ึ บุคคลดี มีความรู้
ความสามารถ เหมาะสมกับงาน เขา้ มาทำงานใหไ้ ดผ้ ลดที ่ีสุด โดยหนว่ ยงานสามารถดึงดูด ธำรงรักษา
และพัฒนาให้มคี วามรู้ ความสามารถ ท้ังน้ี เพือ่ ให้หนว่ ยงานสามารถทำภารกิจได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
และประสิทธผิ ลตามความมงุ่ หมาย

งานบุคลากร เปน็ งานสำคญั งานหน่งึ ทีจ่ ะทำให้โรงเรยี น ประสบความสำเรจ็ ในการ
ดำเนินงาน เพราะงานบุคลากรเปน็ กำลงั สำคัญในการบรหิ ารงานดา้ นอนื่ ๆ ใหบ้ รรลุ เป้าหมายอยา่ งมี
ประสิทธิภาพได้

ขอบเขตการบรหิ ารบุคลากรในโรงเรียนกำหนดไว้ 4 ประการ ดงั น้ี
1. การแสวงหาบุคลกร

2. การบำรงุ รักษาบุคลกร
3. การพฒั นาบคุ ลกร
4. การให้บุคลากรพ้นจากงาน
ขอบเขตเหลา่ นอ้ี ธิบายโดยสังเขป ดงั น้ี
1. การแสวงหาบุคลากร หมายถึง วิธกี ารใหไ้ ด้บุคคล ท่เี หมาะสมกบั งาน โดยปกติ หมายถึง
กระบวนการรบั สมคั ร และบรรจแุ ต่งต้งั บคุ ลากร ในการบริหารโรงเรียนในระบบ การศกึ ษาไทย
ครูใหญ่มบี ทบาทน้อยมาก ในด้านการรบั สมัคร หรือบรรจุแตง่ ตั้งบุคลากร อำนาจเหล่าน้ี มกั จะเปน็
อำนาจในระดบั สูง เช่น ระดับผู้ว่าราชการจังหวัด หรือระดับกรม เจ้าสงั กัด ครูใหญ่ไมม่ ีโอกาส
พิจารณาคัดเลอื กบุคลากรเท่าท่คี วร อยา่ งไรกต็ าม ผูบ้ ริหารโรงเรยี นทมี่ โี อกาสในการคัดเลือกบุคลากร
ควรมีหลกั เกณฑ์ในการคัดเลอื ก หลกั เกณฑโ์ ดย ท่ัวไป คือ

1.1 ควรคัดเลอื กบุคลากรท่มี ีความรบั ผิดชอบ มรี ะเบยี บ เสียสละ รกั ษา เกยี รติยศ ช่ือเสียง
สนใจในงานบรหิ าร และมีความภมู ิใจในโรงเรยี น

1.2 ควรคดั เลือกบุคลากรทีม่ ีความสามารถ ซ่งึ แบ่งออกเป็น 2 อย่าง คอื ความสามารถทวั่ ไป
และความสามารถเฉพาะ

2. การบำรงุ รกั ษาบุคลากร ผู้บรหิ ารโรงเรียนมีหน้าทีด่ แู ลบุคลากรในโรงเรียนเพื่อให้ บคุ ลากรใน
โรงเรียนมีประสทิ ธิภาพในการทำงานสิ่งจงู ใจในรักษาบคุ ลกรมหี ลายประการเช่น

2.1 ส่งิ จูงใจทเ่ี ป็นวตั ถุ เช่น เงิน รางวลั สงิ่ จูงใจทเ่ี ป็นวตั ถุนผี้ ู้บริหารตอ้ ง พจิ ารณาอยา่ ง
รอบคอบ ว่าควรให้ลกั ษณะใด เมื่อไร และใช้หลกั อะไรในการพจิ ารณา

2.2 สิง่ จูงใจทเ่ี ป็นสภาพของการทำงาน เช่น สวสั ดกิ ารของครู บรรยากาศใน การทำงาน
2.3 สิ่งจูงใจทเ่ี ป็นโอกาส หมายถึงการใหโ้ อกาสไดร้ ับความก้าวหนา้ ในหน้าท่ี การงาน
2.4 ส่ิงจงู ใจท่เี ป็นการพฒั นาวิชาชพี เชน่ การเปดิ โอกาสใหไ้ ปดูงาน การอบรม ศกึ ษาตอ่
3. การพัฒนาบุคลากร คอื การกระต้นุ ใหบ้ คุ ลากรในโรงเรียนทำงานในหน้าทด่ี ว้ ย ความ
ขยนั หมน่ั เพยี ร มีพลงั ใจในการทำงาน การพฒั นาบุคลากรทางด้านการสอน อาจจะทำ ไดโ้ ดยการ
ส่งเสริมการลาศกึ ษาต่อ การอบรม การสมั มนา การประชมุ ปรึกษาหารอื การวจิ ยั การศึกษาด้วย
ตนเอง เปน็ ต้น
4. การให้บคุ ลากรพน้ จากหน้าท่ีการงาน เป็นกระบวนการสดุ ทา้ ยของการบริหาร บุคลากร การ
ใหบ้ ุคลากรพน้ จากงานมสี าเหตหุ ลายประการ เช่น การลาออก การย้าย หรือโอน การให้ออก
เกษยี ณอายุ หรอื การลดจำนวนบุคลกรให้เหมาะสมกบั ปริมาณงาน เปน็ ต้น การให้พน้ จากงานดว้ ย
สาเหตุปกติ เชน่ การเกษียณอายุไม่ใครม่ ปี ัญหา แตก่ ารให้บคุ ลากรพ้น จากงานด้วยสาเหตุพเิ ศษ เช่น
การขอโอน การใหอ้ อกเพราะผิดวินัย การลดจำนวนบคุ ลกร ผบู้ ริหารโรงเรยี นต้องพิจารณาอย่าง
รอบคอบ และตัดสนิ ใจโดยให้กระทบกระเทือนตอ่ การดำเนิน งานในโรงเรยี นให้นอ้ ยทส่ี ุด

สถาบันพัฒนาผ้บู ริหารการศึกษา กระทรวงศึกษาธกิ าร (2528 : 18-19) ได้ให้ ความหมาย

ขอบขา่ ยและหนา้ ทขี่ องบุคลากรไว้ดงั นี้
ขอบข่ายงานบุคลกรในโรงเรยี นจะประกอบด้วยภาระงานหลกั 4 ประการ คือ

1. การจัดบุคลากรเข้าปฏบิ ัตงิ าน
2. การพัฒนาและธำรงรกั ษาบุคลากร
3. การรักษาระเบยี บวินยั
4. การประเมินผลการปฏิบัติงานของบคุ ลากร
บทบาทหน้าท่โี ดยทวั่ ไปของงานบคุ ลากรมดี ังต่อไปน้ี
1. จัดโครงสร้าง การบรหิ ารบุคลากรให้เปน็ ระบบ
2. ปฐมนเิ ทศเก่ียวกับการปฏบิ ัตติ ามระเบยี บการปฏบิ ัติงานในโรงเรยี น
3. กำหนดบทบาทหนา้ ที่ของบุคลากรแต่ละคนใหช้ ัดเจน
4. มอบหมายงานตามความรูค้ วามสามารถของบคุ ลากร
5. ควบคมุ กำกับ ตดิ ตามและนิเทศบคุ ลากรให้ปฏิบตั งิ านเต็มความสามารถและ เป็นไปตาม
จุดประสงค์ของโรงเรียน
6. สง่ เสรมิ ขวัญและกำลังใจในการปฏบิ ัตงิ านของบคุ ลากร
7. สง่ เสริมและสนบั สนุนให้บคุ ลากรศึกษาหาความร้เู พม่ิ เติมและพฒั นาทุกรปู แบบ
8. ดแู ลและดำเนินการเกี่ยวกบั สวัสดกิ ารของบุคลากร
9. ดำเนินการประเมนิ ผลเปน็ ระยะ ๆ ตามลักษณะของงาน
10. ดำเนนิ การเก่ยี วกับการเข้ารับราชการและออกจากราชการของบุคลากรในโรงเรียน

ภารกจิ งานบุคลากร

1. การวางแผนอัตรากำลังและกำหนดตำแหนง่
1.1 การวเิ คราะหแ์ ละวางแผนอตั รากำลงั คน
แนวทางการปฏบิ ัติ
1) วเิ คราะหภ์ ารกิจและประเมนิ สภาพความตอ้ งการกำลงั คนกบั ภารกิจของสถานศกึ ษา
2) จัดทำแผนอัตรากำลังขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษา โดยความ

เห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้นื ฐานตามเกณฑท์ ่ี ก.ค.ศ.กำหนด
3) นำเสนอแผนอัตรากำลงั เพื่อขอความเห็นชอบตอ่ สำนักงานเขตพน้ื ที่

4) นำแผนอตั รากำลังของสถานศึกษาสู่การปฏบิ ัติ

1.2 การกำหนดตำแหนง่
แนวทางการปฏบิ ัติ

1) สถานศึกษาจัดทำภาระงานสำหรับขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา

2) นำแผนอัตรากำลังมากำหนดตำแหนง่ ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาของ
สถานศกึ ษาเพอื่ นำเสนอ ต่อสำนักงานเขตพ้นื ท่ี

1.3 การขอเลือ่ นตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาและวทิ ยฐานะข้าราชการครู
แนวทางการปฏิบัติ
1) สถานศึกษาขอปรับปรงุ การกำหนดตำแหนง่ /ขอเล่ือนวทิ ยฐานะ/ขอเปล่ยี นแปลงเงอื่ นไข

ตำแหนง่ /ขอกำหนดตำแหนง่ เพม่ิ จาก ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาของสถานศกึ ษาไปยัง
สำนักงานเขตพืน้ ที่

2) ประเมนิ เพื่อขอเลือ่ นวิทยฐานะ/ขอเปลยี่ นแปลงเงื่อนไขตำแหนง่ /ขอกำหนดตำแหนง่ เพ่ิม
ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามหลักเกณฑท์ ่ี ก.ค.ศ.กำหนด

3) สง่ คำขอปรบั ปรงุ กำหนดตำแหนง่ /เพ่ือเลือ่ นวทิ ยฐานะ/ขอเปล่ยี นแปลงเงอื่ นไขตำแหน่ง/ขอ
กำหนดตำแหนง่ เพ่มิ จากขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตอ่ สำนกั งานเขตพ้นื ที่
เพอื่ นำเสนอ อ.ก.ค.ศ. พิจารณาอนุมตั ิและเสนอผ้มู อี ำนาจแตง่ ตั้ง
2. การสรรหาและบรรจุแต่งตัง้

2.1 ดำเนินการสรรหาเพ่ือบรรจุบคุ คลเขา้ รับราชการเป็นขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการ
ศึกษาในสถานศึกษาเปน็ อำนาจหน้าทีข่ องผมู้ อี ำนาจตามมาตรา53

แนวทางการปฏบิ ัติ
1) การสอบแขง่ ขัน การสอบคัดเลือกและการคดั เลือกในกรณีจำเป็นหรอื มีเหตุพเิ ศษในตำแหนง่

ครูผู้ช่วย ครู และบุคลากรทางการศึกษาอืน่ ในสถานศึกษา ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวธิ กี ารท่ี
ก.ค.ศ.กำหนด

2.2 การจา้ งลูกจ้างประจำและลูกจ้างชัว่ คราว
แนวทางการปฏิบัติ

1) กรณีการจ้างลูกจา้ งประจำและลกู จา้ งชว่ั คราวโดยใชง้ บประมาณให้ดำเนนิ การตามหลักเกณฑ์
และวิธกี ารท่ีกระทรวงการคลงั หรอื ตามหลักเกณฑแ์ ละวิธกี ารท่ีก.ค.ศ. กำหนด

2) กรณีการจ้างลกู จ้างประจำและลูกจา้ งชัว่ คราวกรณอี ืน่ นอกเหนือจากข้อ 1) สถานศึกษา
สามารถดำเนนิ การจ้างลูกจา้ งประจำและลกู จา้ งชั่วคราวของสถานศกึ ษาได้ โดยใชเ้ งนิ รายไดข้ อง
สถานศึกษา ภายใต้หลกั เกณฑแ์ ละวิธีการที่สถานศึกษาได้ โดยใชเ้ งนิ รายไดข้ องสถานศึกษา ภายใต้
หลกั เกณฑแ์ ละวิธีการทสี่ ถานศกึ ษากำหนด

2.5 การรักษาราชการแทนและรกั ษาการในตำแหน่ง
แนวทางการปฏบิ ัติ

กรณีทไ่ี มม่ ีผดู้ ำรงตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการสถานศึกษา หรือมแี ต่ไมอ่ าจปฏบิ ัติราชการไดใ้ ห้รอง
ผู้อำนวยการสถานศกึ ษารกั ษาราชการแทน ถ้ามีรองผู้อำนวยการสถานศกึ ษาหลายคนให้ผูอ้ ำนวยการ
สำนักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษา แต่งตั้งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาคนใดคนหนึ่งรักษาราชการแทน ถ้า
ไมม่ ผี ู้ดำรงตำแหน่งรองผอู้ ำนวยการ ให้สถานศึกษาเสนอขา้ ราชการท่เี หมาะสม ให้ผอู้ ำนวยการ
สำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษา แตง่ ต้ังขา้ ราชการในสถานศึกษาคนใดคนหนง่ึ เป็นผ้รู กั ษาราชการแทน
(มาตรา 54 แหง่ กฎหมายระเบียบบรหิ ารราชการกระทรวงศึกษาธกิ าร

กรณีตำแหนง่ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งใดว่างลงหรอื ผดู้ ำรงตำแหนง่
ไม่สามารถปฏิบตั หิ น้าท่รี าชการได้ ให้ผมู้ ีอำนาจสั่งบรรจแุ ละแต่งตง้ั ตามมาตรา 53 สง่ั ใหข้ า้ ราชการครู
และบุคลากรทางการศกึ ษารกั ษาการในตำแหนง่ (มาตรา 68 แห่งกฎหมายว่าดว้ ยระเบยี บขา้ ราชการ
ครูและบคุ ลากรทางการศึกษา)

3. การเสรมิ สร้างประสทิ ธิภาพในการปฏบิ ัตริ าชการ
3.1 การพัฒนาขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา
1) การพัฒนากอ่ นมอบหมายการปฏบิ ตั ิหนา้ ที่
แนวทางการปฏิบัติ
(1) ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษาดำเนนิ การปฐมนเิ ทศ แก่ผู้ทไ่ี ดร้ ับการสรรหา และบรรจุแต่งตัง้

เปน็ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาในสถานศึกษา
(2) แจง้ ภาระงานมาตรฐานคณุ ภาพงาน มาตรฐานวิชาชพี จรรยาบรรณวชิ าชีพ เกณฑ์การ

ประเมินผลงาน ฯลฯ แก่ข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา กอ่ นมกี ารมอบหมาย
หน้าทีใ่ ห้ปฏิบัตงิ าน

(3) ดำเนินการติดตาม ประเมนิ ผลและจัดให้มีการพัฒนาตามความเหมาะสมและต่อเน่ือง

3.2 การเล่ือนข้นั เงินเดอื นข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา
1) การเลือ่ นขั้นเงนิ เดอื นกรณีปกติและกรณีพเิ ศษ
แนวทางการปฏิบัติ

(1) ผู้อำนวยการสถานศึกษาแตง่ ตง้ั คณะกรรมการพิจารณาความดีความชอบของขา้ ราชการครู
และบคุ ลากรทางการศกึ ษาในสถานศกึ ษา

(2) คณะกรรมการพิจารณาความดีความชอบพจิ ารณาตามกฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการเลื่อนข้ัน
เงินเดอื น

(3) ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษาพิจารณาสั่งเล่ือนขั้นเงินเดือนขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการ
ศกึ ษา กรณสี ่ังไมเ่ ลอื่ นขั้นเงินเดอื นให้แก่ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา ตอ้ ง
ชแี้ จงเหตใุ หข้ ้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาดังกล่าวทราบ

กรณีเล่อื นขนั้ เงนิ เดือนกรณีพิเศษ แกข่ ้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาทถี่ งึ แกค่ วามตาย
อันเน่ืองมาจากการปฏบิ ตั หิ น้าทรี่ าชการใหร้ ายงานไปยังสำนกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษา เพือ่ ดำเนินการ
ตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารท่ี ก.ค.ศ.กำหนด

(4) รายงานการสัง่ เล่ือนและไม่เลือ่ นขนั้ เงนิ เดอื นของขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา
ไปยังสำนกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษา เพอ่ื จัดเกบ็ ข้อมูลลงในทะเบียนประวัตติ อ่ ไป

3.3 การเพมิ่ ค่าจ้างลูกจา้ งประจำและลกู จา้ งชั่วคราว
แนวทางการปฏบิ ตั ิ

กรณกี ารเพ่ิมคา่ จ้างลกู จ้างประจำและลูกจา้ งช่วั คราวโดยใชเ้ งนิ งบประมาณให้ดำเนินการ
ตามหลักเกณฑแ์ ละวิธีการทก่ี ระทรวงการคลงั หรอื ตามหลกั เกณฑ ์และวิธกี ารท่สี ำนกั งาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐานกำหนด

กรณกี ารเพม่ิ คา้ จา้ งลูกจา้ งประจำและลกู จา้ งชัว่ คราวกรณอี น่ื นอกเหนอื จากสถานศึกษา
สามารถดำเนินการ จ้างลูกจ้างประจำและลูกจา้ งช่วั คราวของสถานศกึ ษาได้ โดยใชเ้ งนิ รายไดข้ อง
สถานศกึ ษา ภายใต้หลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการทส่ี ถานศึกษากำหนด

3.4 การดำเนินการเกี่ยวกับบัญชีถือจา่ ยเงนิ เดอื น
แนวทางการปฏบิ ัติ

ดำเนินการตามทก่ี ระทรวงการคลังกำหนด
3.5 เงินวิทยฐานะและคา่ ตอบแทนอนื่
แนวทางการปฏบิ ตั ิ

ดำเนินการตามที่กระทรวงการคลังกำหนด
3.6 งานทะเบยี นประวตั ิ

1) การจัดทำและเก็บรักษาทะเบียนประวัติข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาและลูกจ้าง
แนวทางการปฏิบตั ิ

(1) สถานศึกษาจัดทำทะเบยี นประวตั ขิ องข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา จำนวน 2
ฉบบั

(2) สถานศึกษาเก็บไว้ 1 ฉบบั ส่งไปเก็บรกั ษาไวท้ ี่สำนักงานเขตพืน้ ที่ 1 ฉบบั

(3) เปลย่ี นแปลง บนั ทึกข้อมูล ลงในทะเบียนประวัติ

3.7 งานเคร่อื งราชอสิ ริยาภรณ์
แนวทางการปฏิบัติ

1) ตรวจสอบผ้มู ีคณุ สมบตั ิครบ สมควรไดรบั การเสนอขอพระราชทานเคร่อื งราชอิสริยาภรณ์
2) ดำเนนิ การในการเสนอขอพระราชทานเครือ่ งราชอิสริยาภรณ์และเหรียญจกั รพรรดมิ าลาแก่

ข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาในสังกัดตามหลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการทกี่ ฎหมายกำหนด
3) จัดทะเบียนผู้ได้รบั เครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณ์และเหรยี ญจกั รพรรดมิ าลา เคร่อื งราชอิสริยาภรณ์

ดิเรกคณุ าภรณ์และผู้คืนเคร่อื งราชอสิ รยิ าภรณ์
3.8 การขอมบี ตั รประจำตัวเจ้าหนา้ ที่ของรัฐ
แนวทางการปฏิบัติ
1) ผูข้ อมบี ัตรกรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคลตา่ ง ๆ โดยมีเอกสารหลักฐานท่ีเกย่ี วข้อง
2) ตรวจสอบเอกสารความถกู ต้อง
3) นำเสนอผูม้ ีอำนาจลงนามในบัตรประจำตัว โดยผ่านผูบ้ ังคับบัญชาตามลำดบั โดยคุมทะเบยี น

ประวตั ไิ ว้
4) ส่งคนื บตั รประจำตัวถงึ สถานศึกษา

3.9 งานขอหนังสือรบั รอง งานขออนุญาตใหข้ ้าราชการไปตา่ งประเทศ งานขออนญุ าตลา
อปุ สมบท งานขอพระราชทานเพลิงศพ การลาศึกษาตอ่ ยกยอ่ งเชิดชเู กียรตแิ ละใหไ้ ดร้ ับเงนิ
วทิ ยพัฒน์ และการจดั สวสั ดกิ าร ดำเนินการตามกฎหมาย ระเบยี บ หลักเกณฑ์และวิธีการที่
เก่ยี วข้อง

4. วนิ ัยและการรักษาวินัย
4.1 กรณคี วามผดิ วนิ ยั ไมร่ า้ ยแรง
แนวทางการปฏิบัติ
1) ผู้อำนวยการสถานศกึ ษาแตง่ ต้ังคณะกรรมการ เพ่ือดำเนนิ การสอบสวนให้ไดค้ วามจรงิ และ

ความยตุ ิธรรมโดยไม่ชกั ชา้ เม่อื มกี รณีอนั มมี ลู ทคี่ วรกล่าวหาว่าข้าราชการครูและบุคลากรทางการ
ศกึ ษาในสถานศกึ ษากระทำผิดวนิ ัยไม่รา้ ยแรง

2) ผู้อำนวยการสถานศึกษาสั่งยุติเรอ่ื งในกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนแลว้ พบว่าไม่ไดก้ ระทำผดิ
วินัย หรือสง่ั ลงโทษภาคทัณฑ์ ตดั เงนิ เดือน หรอื ลดขนั้ เงนิ เดือน ตามทีค่ ณะกรรมการสอบสวนแล้ว
พบว่ามีความผดิ วินยั ไม่ร้ายแรง

3) รายงานการดำเนนิ งานทางวนิ ัยไม่ร้ายแรงไปยังสำนกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษา
4.2 กรณคี วามผิดวนิ ัยรา้ ยแรง
แนวทางการปฏิบัติ

1) ผูม้ ีอำนาจสัง่ บรรจุและแต่งตั้งตามมาตรา 53 แหง่ กฎหมายระเบยี บขา้ ราชการครแู ละ
บคุ ลากรทางการศกึ ษาแต่งตัง้ คณะกรรมการสอบสวนกรณีอันมมี ลู วา่ ขา้ ราชการครแู ละบุคลากร
ทางการศึกษากระทำผดิ วนิ ยั อย่างรา้ ยแรง ตามหลักเกณฑ์และวิธกี ารทีก่ ำหนดในกฎ ก.ค.ศ.

2) ผูม้ อี ำนาจสง่ั บรรจุและแต่งต้งั ตามมาตรา 53 แห่งกฎหมายระเบียบข้าราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษา เสนอผลการพจิ ารณาให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพน้ื ท่ีพิจารณาลงโทษ

3) ผู้มีอำนาจส่งั บรรจุและแต่งต้งั ตามมาตรา 53 แห่งกฎหมายระเบียบข้าราชการครูและ

บุคลากรทางการศึกษา สงั่ ลงโทษปลดออกหรอื ไลอ่ อกตามผลการพจิ ารณาของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นท่ี
4) รายงานการดำเนนิ งานทางวนิ ัยไปยงั สำนกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษา

4.3 การอทุ ธรณ์
1) การอทุ ธรณ์กรณีความผิดวนิ ัย
แนวทางการปฏบิ ตั ิ

กรณีการอุทธรณค์ วามผิดวินัยท่ไี ม่ร้ายแรง ให้ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาย่ืน
เรอื่ งขออุทธรณ์ต่อ อ.ก.ค.ศ.เขตพน้ื ท่ีภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รบั แจง้ คำส่ังตามหลกั เกณฑแ์ ละ
วิธกี ารท่ี ก.ค.ศ.กำหนด

กรณีการอุทธรณค์ วามผิดวนิ ยั รา้ ยแรง ใหข้ ้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาย่นื เรื่องขอ
อุทธรณต์ ่อ ก.ค.ศ. ภายใน 30 วัน นบั แตว่ นั ทไ่ี ดร้ ับแจง้ คำสงั่ ตามหลักเกณฑแ์ ละวิธีการที่ ก.ค.ศ.
กำหนด

4.4 การร้องทกุ ข์
แนวทางการปฏิบตั ิ

กรณขี า้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาถูกส่ังใหอ้ อกจากราชการใหร้ ้องทุกข์ตอ่ ก.ค.ศ.
ภายใน 30 วนั นับแตว่ ันทีไ่ ดร้ ับแจ้งคำสง่ั

กรณขี า้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาไมไ่ ด้รบั ความเป็นธรรมหรอื มีความคบั ข้องใจ
เน่อื งจากการกระทำของผบู้ งั คับบญั ชา หรือการแต่งต้งั คณะกรรมการสอบสวนทางวินยั ให้รอ้ งทกุ ข์
ต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพนื้ ที่หรือ ก.ค.ศ.แล้วแตก่ รณี

4.5 การเสรมิ สรา้ งและการป้องกันการกระทำผิดวนิ ยั
แนวทางการปฏบิ ตั ิ
1) ใหผ้ อู้ ำนวยการสถานศึกษาปฏิบัตติ นเป็นแบบอย่างทดี่ ตี อ่ ผู้ใตบ้ ังคับบัญชา
2) ดำเนนิ การให้ความรู้ ฝกึ อบรมการสรา้ งขวัญและกำลังใจการจงู ใจ ฯลฯ ในอนั ที่จะเสริมสร้าง
และพัฒนาเจตคติ จิตสำนึก และพฤตกิ รรมของผใู้ ตบ้ งั คับบัญชา
5. งานออกจากราชการ
5.1 การลาออกจากราชการ
แนวทางการปฏิบตั ิ

1) ผ้อู ำนวยการสถานศกึ ษาพิจารณาอนญุ าตการลาออกจากราชการของครูผชู้ ่วย ครู และ
บุคลากรทางการศึกษาอื่น

2) รายงานการอนุญาตการลาออกไปยังสำนักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษา

5.2 การใหอ้ อกจากราชการ กรณไี ม่พ้นทดลองปฏบิ ตั หิ น้าที่ราชการหรือไม่ผ่านการเตรยี มความ
พร้อมและพฒั นาอยา่ งเขม้ ต่ำกว่าเกณฑท์ ี่ ก.ค.ศ.กำหนด

แนวทางการปฏบิ ตั ิ
1) ดำเนนิ การใหข้ า้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา ทดลองปฏิบตั ิหน้าที่ราชการ หรอื เข้า

รบั การพฒั นาอยา่ งเขม้ ตามหลกั เกณฑ์และวธิ ีการตามทก่ี ำหนดในกฎ ก.ค.ศ.กำหนด
2) ดำเนนิ การประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ านตามหน้าท่ีและความรบั ผิดชอบทกี่ ำหนดไวใ้ นมาตรฐาน

กำหนดตำแหนง่
3) ผูอ้ ำนวยการสถานศกึ ษาสั่งให้ผู้ท่ไี ม่ผ่านการประเมินการทดลองปฏิบัตริ าชการหรอื เตรียม

ความพร้อมและพฒั นาอยา่ งเข้มออกจากราชการ
4) รายงานสำนกั งานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษาทราบ

-๑-

ประกาศโรงเรียนอนุบาลภูเก็ต
เรอื่ ง มาตรการจัดการเร่อื งร้องเรยี นการทุจริต แนวปฏิบัตขิ องหน่วยงาน การกาหนดขัน้ ตอน วธิ กี ารและ

เจ้าหน้าทท่ี เี่ กยี่ วข้องกับการจดั การเร่อื งร้องเรียนการทุจริตของเจา้ หน้าทใ่ี นหน่วยงาน
-------------------------------------

โรงเรียนอนบุ าลภูเก็ต ใหค้ วามสาคัญกับคาส่ัง คณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ท่ี ๖๙/๒๕๕๗ ลงวันท่ี ๑๘

มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๗ เรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ ให้ทุกส่วนราชการและ

หน่วยงานของรัฐกาหนดมาตรการหรือแนวทาง การป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตในส่วนราชการและ

หนว่ ยงานของรฐั และนโยบายของ พลเอกประยทุ ธ์ จนั ทร์โอชา ซึง่ ได้แถลงต่อสภานิติบัญญตั แิ ห่งชาติเม่ือวนั ศุกร์ท่ี

๑๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗ ประมวลจริยธรรม ข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๕๕๒ คู่มือการปฏิบัติตามข้อบังคับ

สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานว่า ด้วยจรรยาข้าราชการสานักงานคณะกรรมการการศึกษา

ข้ันพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๒ ประมวลจริยธรรมข้าราชการ พลเรือนสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน

ประกาศสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ลงวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๔ เร่ือง นโยบายเก่ียวกับ

ความโปร่งใสและตรวจสอบได้ และตามคู่มือการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดาเนินงานของ

หน่วยงานภาครัฐ (Intergrity and Transparency Assessment:ITA) ของสานักงานคณะกรรมการป้องกันและ

ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สานักงาน ป.ป.ช.) และสานักงานคณะกรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริต

ในภาครฐั (ป.ป.ท.)

เพื่อให้การดาเนินการมาตรการการจัดการเร่ืองร้องเรียนการทุจริตในภาพรวมของการบริหารราชการ

โรงเรียนอนุบาลภูเก็ต สอดคล้องกับคาสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๖๙/๒๕๕๗ ลงวันท่ี ๑๘ มิถุนายน

พ.ศ.๒๕๕๗ และนโยบายของรัฐบาลซงึ่ ไดแ้ ถลงตอ่ สภานิตบิ ัญญตั แิ หง่ ชาติ เมื่อวนั ศกุ ร์ท่ี ๑๒ กนั ยายน พ.ศ.๒๕๕๗

ประกาศสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ลงวันท่ี ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เรื่อง นโยบายเกี่ยวกับ

ความโปรง่ ใสและตรวจสอบได้และตามคู่มอื การประเมินคณุ ธรรมและความโปรง่ ใสในการดาเนินงานของหน่วยงาน

ภาครัฐ (Intergrity and Transparency Assessment:ITA) และนโยบายที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปด้วยความเรยี บร้อย

และเกิดประสิทธิผลต่อหน่วยงานจึงได้กาหนดแนวปฏิบัติของหน่วยงาน เช่น การกาหนดขั้นตอน วิธีการ และ

เจ้าหนา้ ทที่ เ่ี กย่ี วข้อง กบั การจดั การเรื่องร้องเรยี นการทุจริตของเจา้ หนา้ ที่ในหนว่ ยงานขึ้น ดงั น้ี

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า ประกาศโรงเรียนอนุบาลภูเก็ต เรื่อง มาตรการจัดการเรื่อง ร้องเรียนการทุจริต

แนวปฏิบัติของหน่วยงาน การกาหนดข้ันตอน วิธีการ และเจ้าหน้าท่ีท่ีเกี่ยวข้องกับการ จัดการเรื่องร้องเรียนการ

ทจุ รติ ของเจา้ หนา้ ท่ใี นหน่วยงาน

/ขอ้ ๑ ...

-๒-

ขอ้ ๒ บทนิยามในประกาศน้ี
“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ข้าราชการ ลูกจ้างประจา พนักงานราชการ และพนักงานจ้างเหมาบริการ
ลูกจา้ งชั่วคราวในสังกดั โรงเรยี นอนุบาลภเู กต็
“ทจุ ริต” หมายความวา่ การแสวงหาประโยชน์ทม่ี คิ วรไดโ้ ดยชอบด้วยกฎหมายสาหรับตนเองหรอื ผู้อื่น
“ประพฤติมิชอบ” หมายความว่า การที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติการอย่างใดในตาแหน่ง
หรือหน้าที่หรือใช้อานาจในตาแหน่งหรือหน้าที่อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คาส่ัง อย่างใด
อย่างหนึ่ง ซึ่งมุ่งหมายจะควบคุมดูแลการรับ การเก็บรักษา การใช้เงิน หรือทรัพย์สินของส่วนราชการ ไม่ว่าการ
ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัตินนั้ เปน็ การทจุ รติ ด้วยหรอื ไมก่ ็ตามและให้หมายความรวมถึงการประมาทเลินเล่ออย่าง
แรงในหน้าทีด่ ังกลา่ วด้วย
“ขอ้ รอ้ งเรียน” หมายถึง ขอ้ ร้องเรียนเร่ืองการทจุ ริตการปฏบิ ัติหรอื ละเวน้ การปฏิบตั ิหนา้ ที่ โดยมิชอบของ
เจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัด และข้อกล่าวหาเจ้าหน้าท่ีของรัฐที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความรับผิดชอบ
ต่อประชาชน ไม่มีคุณธรรม ไม่คานึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้งและไม่มีธรรมาภิบาลตามที่มีกฎหมาย
ระเบียบแบบแผนของทางราชการที่เกี่ยวข้องได้กาหนดไว้
“การตอบสนอง” หมายถงึ การส่งตอ่ ให้แกห่ น่วยงานที่เก่ียวข้อง การตรวจสอบและนาเรื่องรอ้ งเรียนเข้าสู่
กระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริง แจ้งตักเตือน ดาเนินคดี หรืออื่นๆ ตามระเบียบข้อกฎหมาย พร้อมกับแจ้งให้ผู้
ร้องเรียนทราบผลหรือความคืบหน้าของการดาเนินงาน ท้ังน้ี กรณีที่ข้อร้องเรียนไม่ได้ระบุช่ือหรือที่อยู่หรือ
หมายเลขโทรศัพทห์ รืออีเมลท่ีตดิ ต่อได้ของผู้รอ้ งเรยี น จะพจิ ารณาการตอบสนองสิ้นสุดทีก่ ารนาเรอื่ งร้องเรียนเขา้ สู่
กระบวนการสอบสวนขอ้ เทจ็ จรงิ แจง้ ตกั เตือน ดาเนินคดี หรืออื่นๆ ตามกฎหมายและระเบยี บทเี่ กีย่ วขอ้ ง
ขอ้ ๓ หลักเกณฑ์และรายละเอยี ดในการร้องเรยี น
๓.๑ หลกั เกณฑ์การร้องเรยี น

๓.๑.๑ เรื่องท่ีจะนามาร้องเรียนต้องเป็นเร่ืองที่ผู้ร้องเรียนได้รับความเดือดร้อนหรือ เสียหาย
อนั เนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ในเร่ืองดังต่อไปนี้

(๑) กระทาการทจุ ริตตอ่ หนา้ ทรี่ าชการ
(๒) กระทาความผิดตอ่ ตาแหน่งหนา้ ทร่ี าชการ
(๓) ละเลยหนา้ ท่ตี ามทก่ี ฎหมายกาหนดใหต้ อ้ งปฏบิ ัติ
(๔) ปฏิบัตหิ นา้ ทล่ี ่าช้าเกนิ สมควร
(๕) กระทาการนอกเหนอื อานาจหนา้ ที่หรือขดั หรือไม่ถกู ต้องตามกฎหมาย

/(๓) ละเลยหนา้ ท่ี...

-๓-

๓.๑.๒ เร่ืองท่ีร้องเรียนต้องเป็นเรื่องจริงท่ีมีมูล มิใช่ลักษณะกระแสข่าวท่ีสร้างความเสียหายแก่

บุคคลทข่ี าดหลกั ฐานแวดล้อมท่ปี รากฏชัดแจ้ง ตลอดจนขาดพยานบคุ คลแนน่ อน

๓.๒ ขอ้ ร้องเรยี นใหใ้ ชถ้ อ้ ยคาสุภาพและต้องระบุข้อมูลต่อไปน้ี

๓.๒.๑ ชื่อและทีอ่ ย่ขู องผรู้ ้องเรยี น พร้อมหมายเลขโทรศพั ท์ หรอื อเี มล์ตดิ ต่อกลบั

๓.๒.๒ ชือ่ หนว่ ยงาน หรอื เจา้ หนา้ ทที่ เี่ กี่ยวขอ้ งที่เปน็ เหตุแห่งการร้องเรียน

๓.๒.๓ การกระทาทั้งหลายท่ีเป็นเหตุแห่งการร้องเรียน พร้อมท้ังข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ตาม

สมควรเกี่ยวกับการกระทาดังกล่าวหรือแจ้งช่องทางเบาะแสการทุจริตของเจ้าหน้าท่ีอย่างชัดเจนเพ่ือดาเนินการ

สบื สวน สอบสวน

๓.๒.๔ คาขอของผู้ร้องเรยี น

๓.๒.๕ ลายมอื ชือ่ ของผู้รอ้ งเรยี น

๓.๒.๖ ระบุวนั เดือน ปี

๓.๒.๗ ระบุพยานเอกสาร พยานวตั ถุ หรือพยานบุคคล (ถา้ ม)ี

๓.๓ กรณีการร้องเรียนที่มีลักษณะเป็นบัตรสนเท่ห์ จะรับพิจารณาเฉพาะรายท่ีระบุหลักฐาน กรณี

แวดล้อมปรากฏชดั แจ้ง ตลอดจนช้ีพยานบคุ คลแน่นอนเทา่ นน้ั

๓.๔ เรอ่ื งร้องเรียนท่ีอาจไม่รับพจิ ารณา

๓.๔.๑ ขอ้ ร้องเรยี นทม่ี ิได้ทาเป็นหนงั สอื

๓.๔.๒ ข้อรอ้ งเรียนทีไ่ ม่ระบพุ ยาน หรอื หลักฐานทเี่ พียงพอ

๓.๔.๓ ขอ้ ร้องเรยี นทไ่ี ม่มรี ายการตามข้อ ๓.๒

๓.๕ ชอ่ งทางการรอ้ งเรียน ผูร้ ้องเรียนสามารถส่งขอ้ ร้องเรยี นผ่านช่องทาง ดงั น้ี

๓.๕.๑ ทางจดหมายถึงผู้อานวยการโรงเรยี นอนุบาลภูเก็ต

๓.๕.๒ ส่งข้อร้องเรียนหรือร้องเรียนด้วยตนเองโดยตรง ณ โรงเรียนอนุบาลภูเก็ต เลขท่ี ๓

ถนนนริศร ตาบลตลาดใหญ่ อาเภอเมือง จังหวดั ภเู กต็ ๘๓๐๐๐

๓.๕.๓ ทางเวปไซต์ https://www.abpk.ac.th

ข้อ ๔ กระบวนการพิจารณา

๔.๑ เม่ือได้รับเร่ืองร้องเรียนให้รวบรวมข้อมูลการร้องเรียนเสนอผู้บังคับบัญชาตามลาดับในกรณีเป็น

ลกั ษณะบตั รสนเท่หใ์ ห้พิจารณาเฉพาะรายท่ีมีลักษณะตามที่กาหนดในประกาศน้ี

/ขอ้ ๔ กระบวนการ ...

-๔-

๔.๒ ถ้าเห็นว่าข้อร้องเรียนน้ันไม่สมบูรณ์ครบถ้วน ไม่ว่าเหตุใดๆ ให้เจ้าหน้าท่ีแนะนาให้ผู้ร้องเรียนแก้ไข
ภายในระยะเวลาท่ีกาหนด ถ้าเห็นว่าข้อท่ีไม่สมบูรณ์ ครบถ้วนนั้นเป็นกรณีท่ีไม่อาจแก้ไขให้ถูกต้องได้หรือเป็นข้อ
ร้องเรียนที่ไม่อยู่ในอานาจหน้าที่ หรือผู้ร้องเรียนไม่แก้ไขข้อร้องเรียนภายในระยะเวลาที่กาหนดให้บันทึกไว้แล้ว
เสนอข้อร้องเรียนดังกล่าวต่อผู้บังคับบัญชาตามลาดับชั้นเพ่ือดาเนินการต่อไปและแจ้งให้ผู้ร้องเรียนทราบถึง
ขั้นตอนหรือระยะเวลาการพจิ ารณาเรื่องร้องเรียนเท่าท่ีจะสามารถกระทาได้

๔.๓ กรณีที่ผู้อานวยการโรงเรียนอนุบาลภูเก็ต เห็นสมควรให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง
หรือมอบหมายให้ผู้ใดตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงท่ีได้รับแต่งต้ัง มีหน้าท่ีรวบรวม
ข้อเท็จจริงท่ีเก่ียวข้องและพิจารณาไต่สวนหาข้อเท็จจริงว่าเร่ืองร้องเรียนมีมูลความจริงหรือไม่เพียงใดโดยให้
ดาเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมทั้งทาความเห็นเสนอต่อผู้อานวยการโรงเรียนอนุบาลภูเก็ต ว่ามีการกระทา
ทุจริตและประพฤติมิชอบเกิดข้ึนหรือไม่และเป็นการกระทาผิดวินัยหรือไม่ หากเป็นกรณีไม่มีมูลที่ควรกล่าวหาให้
เสนอความเหน็ ต่อผู้อานวยการโรงเรียนอนุบาลภเู กต็ และยตุ เิ ร่อื ง

๔.๔ ในการพิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริงให้ดาเนินการอย่างลบั และตอ้ งเปิดโอกาสใหเ้ จา้ หน้าทผี่ ถู้ กู กล่าวหา
พิสูจน์ข้อเท็จจรงิ อย่างเป็นธรรม

๔.๕ ให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงรายงานผลการสอบสวนต่อผู้อานวยการโรงเรียนอนบุ าลภูเก็ต
ภายในสิบห้าวันทาการนับตั้งแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง หากมีเหตุผลความจาเป็นที่มิอาจหลีกเล่ียงได้คณะกรรมการฯ
อาจเสนอขอขยายระยะเวลาดาเนินการต่อผู้อานวยการโรงเรียนอนุบาลภูเก็ต โดยเสนอขอขยายระยะเวลา
ไมเ่ กนิ สองครั้ง ครงั้ ละไมเ่ กนิ สิบห้าวนั ทาการ

๔.๖ เมื่อมีการดาเนินการในเบื้องต้นเป็นประการใด ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือกลุ่มงานที่ได้รับมอบหมายจาก
ผู้อานวยการโรงเรียนอนุบาลภูเก็ต แจ้งให้ผู้ร้องเรียนทราบ เว้นแต่กรณีท่ีผู้ร้องเรียนไม่ให้ข้อมูลที่สามารถติดต่อ
กลบั ไปยงั ผรู้ อ้ งเรยี นได้

๔.๗ ในกรณีท่ีข้อร้องเรียนเป็นเรื่องท่ีอยู่นอกเหนืออานาจการพิจารณาของโรงเรียนอนุบาลภูเก็ต
ให้ดาเนินการดงั นี้

๔.๗.๑ ส่งต่อเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เก่ียวข้องโดยตรง ในกรณีท่ีข้อร้องเรียนระบุถึงช่ือ
หน่วยงานนั้น ๆ ถอื เป็นการสนิ้ สุดกระบวนการตอบสนองตอ่ ข้อร้องเรยี น

๔.๗.๒ ส่งเร่ืองร้องเรียนไปยังผู้ร้องเรียน กรณีท่ีผู้ร้องเรียนไม่ได้ระบุถึงหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง
โดยตรงพรอ้ มช้แี จงเหตุผลและแจ้งให้ผู้รอ้ งเรียนทราบถือเปน็ การสิ้นสดุ กระบวนการตอบสนองตอ่ ข้อร้องเรียน

/๔.๗.๒ สง่ เร่ือง...

-๕-

จงึ ประกาศให้ทราบโดยทว่ั กัน
ประกาศ ณ วันท่ี ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

( นายวิลาศ ปรญิ ญานยิ ม )
ผอู้ านวยการโรงเรียนอนุบาลภเู กต็

ประกาศโรงเรยี นอนุบาลภูเก็ต
เรื่อง เจตจานงสุจรติ ในการบรหิ ารงานโรงเรียนอนบุ าลภูเก็ต

-------------------------------------
ในฐานะผู้อานวยการโรงเรียนอนุบาลภูเก็ตขอประกาศเจตนารมณ์ว่า จะบริหารงานด้วย
ความซ่ือสัตย์สุจริตตามหลักธรรมาภิบาลอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมรับผิดชอบ เพ่ือสร้างความเช่ือมั่น
ว่ามเี จตจานงต่อต้านการทุจรติ คอร์รปั ชันทุกรูปแบบ และจะยึดมน่ั ให้โรงเรยี นอนบุ าลภูเกต็ และบคุ ลากรทกุ คน
เปน็ โรงเรยี นธรรมาภบิ าลและโปรง่ ใส โดยดาเนินการ ดังน้ี

๑. ปฏิบัติงานทุกข้ันตอนตามกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับอย่างครบถ้วน
เครง่ ครดั ตลอดจนส่งเสรมิ ใหบ้ คุ ลากรปฏิบัตงิ านตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบงั คบั ท่กี าหนด

๒. ปลูกฝงั ความตระหนักรู้ ค่านิยมในการตอ่ ต้านการทุจรติ คอร์รัปชนั รู้จักแยกแยะ
ประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ปลูกจิตสานึกด้านคุณธรรมจริยธรรม และการป้องกันการทุจริต
คอร์รัปชันในหน่วยงานทุกระดับรวมถึงมีการถ่วงดุลภายในท่ีเข้มแข็งมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทาให้บุคลากร
ในสังกัดตระหนักถึงผลร้ายภยั ของการทจุ รติ คอรร์ ปั ชนั ตอ่ หนว่ ยงานและประเทศชาติ

๓. ไม่ยอมรับพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน และไม่ทนต่อการทุจริตท่ีก่อให้เกิด
การลงโทษทางสังคม (Social Sanction) อันจะส่งผลให้บุคลากรในสังกัด เกิดความละอายหรือความกลัว
ที่จะกระทาการทุจริตคอร์รัปชัน

๔. มุ่งมั่นปฏิบตั ิงานด้วยความเป็นธรรม ซื่อสตั ย์ สุจริต รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
เทา่ ทนั ตอ่ พลวัตของการทุจรติ และสอดคล้องกับมาตรฐานในการปฏิบัติงาน

๕. มุ่งม่ันการบริหารงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาล และร่วมกันสร้างวัฒนธรรม
คุณธรรมให้เกิดขึ้นในองค์กร และจะบริหารงบประมาณด้วยความโปร่งใสคุ้มค่า ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
แก่ทางราชการ และพร้อมแสดงความรับผิดชอบ หากการปฏิบัติงานของโรงเรียนอนุบาลภูเก็ต ส่งผลกระทบ
และเกดิ ความเสียหายต่อสังคมโดยรวม

จงึ ประกาศให้ทราบโดยทว่ั กนั

ประกาศ ณ วันท่ี ๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๓

(นายวิลาศ ปรญิ ญานยิ ม)
ผู้อานวยการโรงเรยี นอนบุ าลภเู ก็ต

Announcement of Anuban Phuket School
On the Good Faith in the Administration of the Anuban Phuket School

----------------------
As the director of Anuban Phuket School, hereby declares the intention that will
manage the work with honesty, in accordance with the principles of good governance,
transparency, accountability, and responsibility to build confidence that have an intention to
fight all forms of corruption and will adhere to the Anuban Phuket School and all personnel
to be a good governance and transparency school by doing the following:

1. Operate all steps under the rules and regulations as well as encouraging the
personnel to follow the rules and regulations.

2. Create awareness and values against corruption, ability to discern personal
interest and common interest. Creating awareness of integrity and anti- corruption in
the organization at all levels. Creation balanced and effective internal audit. Helping
the personnel to understand the impact of the damage caused by the corruption on
the organization and the nation.

3. Reject corrupt behaviors and not tolerating corrupt practices that may lead
to social sanction which will make the officers in the organization be shameful or fear to
conduct corrupt practices.

4. Commit to work with fairness, honesty, speed, and efficiency. The dynamics
of corruption and compliance are with standards in the workplace.

5. Manage is based on good governance. And together create a moral culture
to occur in the organization And budget management with transparency, cost-
effectiveness.The benefits to the government. And show the liability. If Anuban Phuket School
affected and occurred. Totle damage to society.

Therefore, announced in general.
Announced on the 1st day of July, 2020

( Mr.Wilas Prinyaniyom )
Director of Anuban Phuket School


Click to View FlipBook Version